The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ployseesin, 2023-09-14 10:13:37

ช่างสิบหมู่

ช่างสิบหมู่

ช่างสิบหมู่ นางสาวธนภรณ์ สีศิลป์สุป์ สุ พัฒนกุล กุ ม.6/2 เลขที่ 6 Ten Essential Traditional Craftsmenship หรือ จัจั จั ดจั ดทำทำทำทำโ ด ย


คำ นำ นางสาวธนภรณ์ สีศิลป์สุพัฒนกุล รายงานเล่มนี้ข้าพเจ้าได้จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมา ช่างประเภทต่างๆ รวมถึงประโยชน์ต่อด้านศิลปกรรม ไทยของ ' ช่างสิบหมู่ ' รวมถึงเสนอในรายวิชาวิทยาการคำ นวณและศิลปะ ซึ่งข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณข้อมูลต่างๆ เพื่อทำ ให้รายงานเรื่องช่างสิบ หมู่นั้นมีองค์ประกอบต่างๆที่สมบูรณ์ และออกมาเป็นรายงานที่สวยงาม ข้าพเจ้าหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นสาระประโยชน์ให้กับผู้อ่านที่ ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับช่างสิบหมู่ และหาความรู้เพิ่มเติม หากมีข้อผิดพลาด ประการใดทางข้าพเจ้าต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยและจะขอน้อมรับไว้เพื่อ แก้ไขปรับปรุง ผู้จัดทำ


คำ นำ สารบัญ บั บทที่ 1 ที่ม ที่ าและความหมายของช่าช่งสิบ สิ หมู่ 1.1 ประวัติที่มาของช่าช่งสิบ สิ หมู่ 1.2 ความหมายของคำ ว่าช่าช่งสิบ สิ หมู่ บทที่ 2 ประเภทของช่าช่งสิบ สิ หมู่ 2.10 ช่าช่งปูน บทที่ 3 ลักษณะงานของช่าช่งสิบ สิ หมู่ บรรณานุกรม 2.1 ช่าช่งเขีย ขี น 2.2 ช่าช่งแกะ 2.3 ช่าช่งสลัก 2.4 ช่าช่งกลึง 2.5 ช่าช่งหล่อ 2.6 ช่าช่งปั้น ปั้ 2.7 ช่าช่งหุ่นหุ่ 2.8 ช่าช่งรัก รั 2.9 ช่าช่งบุ สารบับั บั ญ บั ญ 28-29 30-31 1 2 3 4 5-8 9-11 12-13 14 15-16 17-20 21-22 23-25 26-27


บทที่ 1 ที่มาและความหมายของช่างสิบหมู่ “ช่างสิบหมู่” หรือ “ช่างหลวง” เป็นคำ ไทย ภาษาอังกฤษคือ Ten Essential Traditional Craftsmenship ทำ หน้าที่ราชการจำ เพาะด้านการช่างที่เกี่ยวข้องกับงาน ศิลปกรรม ต่าง ๆ ทั้ง ในด้านวิจิตรศิลป์และประณีตศิลป์ภายในพระบรมราชูปถัมภ์มาแต่โบราณ แต่เดิมกรมช่างสิบหมู่ และข้าราชการซึ่งเป็นช่างต่าง ๆ ในกรมมีหน้าที่รับสนองพระราชประสงค์ในองค์พระมหากษัตริย์ รวมถึงทำ หน้าที่รวบรวมช่างมีฝีมือเพื่อเป็นกำ ลังในกิจการงาน ศิลปกรรม รุ่นต่อ ๆ ไปด้วย แท้จริงช่างไทยมีอยู่มากกว่า 10 หมู่ แต่ที่เรียกว่า "ช่างสิบหมู่" ก็เพื่อต้องการจะรวบรวมช่างที่ เป็นส่วนสำ คัญไว้ก่อนเพียง 10 หมู่ ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มเติม หรือแยกแขนงออกไปอีกตาม ลักษณะของงานนั่นเอง ตามบัญชีชื่อช่างที่ขึ้นทำ เนียบเป็นช่างหลวงมีดังต่อไปนี้ ช่างเลื่อย ช่าง ก่อ ช่างดอกไม้เพลิง ช่างไม้สำ เภา ช่างปืน ช่างสนะ (จีน) ช่างสนะ (ไทย) ช่างขุนพราหมณ์เทศ ช่างรัก ช่างมุก ช่างปากไม้ ช่างเรือ ช่างทำ รุ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่าง ปั้น ช่างหุ่น ช่างบุ ช่างปูน ช่างหุงกระจก ช่างประดับกระจก ช่างหยก ช่างชาดสีสุก ช่างดีบุก ช่างต่อกำ ปั่น และช่างทอง 1


ตามปกติการปกครองเมืองสมัยโบราณ จัดเป็น จตุสดมภ์ คือเป็นกระทรวงเวียง วัง คลัง นา กระทรวงใดมี กิจจะต้องทำ สิ่งซึ่งต้องอาศัยฝีมือช่าง ก็ต้องหาช่างชนิดที่ต้องการใช้มารวบรวมตั้งไว้ในกระทรวงนั้นเพื่อใช้ จึงได้ มีการช่างมากมายกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ หลายกระทรวงด้วยกัน ตามที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ตรัสไว้ ดังจะยกตัวอย่างให้เห็น เช่น กระทรวงวัง มีกรมทหารในกรมรักษาพระองค์ แต่มีกรมช่าง ทหารในขึ้นอยู่ในกรมทหารในนั้นอีกชั้นหนึ่ง เจ้ากรมคือ หลวงประดิษฐ์นิเวศน์ เห็นได้ตามชื่อว่ามีหน้าที่ปลูก สร้างเรือนหลวงในพระราชนิเวศน์ คงมีขึ้นด้วยเหตุที่เจ้ากรมหรือปลัดกรมคนใดคนหนึ่งในกรมทหารในเป็นผู้ เข้าใจการปลูกสร้างจึงตรัสใช้ ผู้รับสั่งนั้นก็ต้องเสาะหาช่างมาเป็นลูกมือ งานมากขึ้น ช่างมากขึ้นก็ต้องตั้งขึ้น เป็นกรมทหารใน แม้แต่กรมมหาดเล็กก็ยังมีกรมช่างมหาดเล็ก เป็นอีกกรมหนึ่งเหมือนกัน มีช่างเขียน ช่างปั้น และอื่น ๆ ช่างสิบหมู่จึงเป็นชื่อกรมที่รวบรวมช่างไว้มีสิบหมู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าในบ้านเมืองมีช่างแค่ สิบอย่างเท่านั้น ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมารวมไว้เรียกว่า "ช่างสิบหมู่ "ช่างสิบหมู่" ในสมัยก่อนเป็นกรมๆหนึ่ง ซึ่ง สมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงอธิบาย ประทานแก่ พระยาอนุมานราชธน ในหนังสือบันทึกความรู้ เรื่องต่าง ๆ ดังนี้ว่า 2 ประวัติความเป็นมา


“ช่างสิบหมู่” ช่างสิบหมู่นี้ไม่ได้หมายความว่า เป็นจำ นวนสิบ แต่สิบตัวนี้เป็นภาษาบาลีความ เดิมเขียนว่า สิปปะ และหดไปเหลือ ป. ตัวเดียว แล้วลดมาเป็น บ. เป็นสิบ จะให้เข้าใจง่ายว่า ช่างสิบประเภทก็เลยไม่มีใครเข้าใจภาษาดั้งเดิม ช่างสิปปะตรงกับในสันสกฤตแปลว่า “ศิลปะ” เพราะในภาษาสันสกฤตใช้ตัว ศ. ศิลปะกับ สิปปะในบาลีจึงมีความหมายตรงกัน ช่างสิบหมู่ คือช่างงานศิลปะ โดยในราชการของหลวงก็ ต้องทำ ของใช้ในส่วนของราชการส่วนพระ ส่วน ราชสกุล และบริการแก่ศาสนา บริการแก่ ประชาชนจึงต้องมีช่างไว้มากมายหลายประเภท ช่างเหล่านี้ก็มาจากการรวบรวมคนที่มีความ สามารถมีฝีมือจากพื้นถิ่นพื้นบ้านเอามาเป็นช่าง หลวงรวมไว้ในหมู่ กรมช่างสิบหมู่เดิมก็ถูกรวม เป็นกรมศิลปากรแล้วก็มาเป็นกองหัตถศิลป์ใน สุดท้ายเปลี่ยนเป็นกรมศิลปากร ในปัจจุบัน ฉะนั้นแล้วช่างสิบหมู่จึงไม่ได้หมายความว่าเป็น ช่าง 10 ประเภทอย่างที่บางคนเข้าใจ “ช่างสิบหมู่” ตามพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน หมายถึง “ช่างหลวง” โดยสมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงมีลายพระหัตถ์ประทาน พระยาอนุมานราชธนลงวันที่ 31 ส.ค. พ.ศ. 2479 ในหนังสือบันทึกเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ไว้ว่า “ช่างสิบหมู่เป็นชื่อกรมที่รวบรวมช่างได้มี 10 หมู่ด้วยกัน” 3 ความหมาย


4 บทที่ 2 ประเภทของช่างสิบหมู่ ในปัจจุบันช่างสิบหมู่มีหน้าที่ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ โดยรวบรวมหลักฐานงานทุกชิ้นที่มีลักษณะ เป็นงานช่างสิบหมูู่ และทำ การวิจัย ทดลอง ซ่อมแซม พร้อมกับสร้างใหม่ในเชิงอนุรักษ์ศิลปกรรม ให้บริการ ให้ความรู้ วิธีการด้านงานออกแบบศิลปกรรมไทยโบราณ คอยพัฒนาฝีมือและผลงาน ให้เป็นงานประยุกต์ผลงานในอดีตให้เข้ากันกับผลงานในปัจจุบัน โดยมีจุดประสงค์หลักในด้าน การทำ งาน 3 ข้อ คือ • สร้างสรรค์ หมายความว่า สร้างสรรค์ผลงานใหม่ด้วยความรู้องค์รวมทางด้านศิลปกรรม และนำ ไปต่อยอดให้เกิดชิ้นงานที่งดงามและเข้าใจได้ง่ายขึ้น • อนุรักษ์ หมายความว่า อนุรักษ์ วิธีการ องค์ความรู้ เทคนิควิธี ที่ทำ ใช้ในทำ งานของช่างต่างๆ ใน สมัยก่อนไว้อย่างครบถ้วน • สืบสาน หมายความว่า นำ ผลงานชิ้นเก่าที่มีการเสื่อมของกาลเวลา มาซ่อมแซมให้ดูเหมือนของ ใหม่อีกครั้ง แต่ยังคงรักษาวิธีการทำ และรูปแบบคงเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี


ตัวกนก คือ กนกแบบต่าง ๆ เช่น กนกใบเทศ กนกเปลว กนกสามตัว กนกหงส์ นารี คือ การเขียนภาพคน ภาพ มนุษย์ชาย-หญิง เทวดา-นางฟ้า กระบี่ คือ การเขียนภาพวานร อมนุษย์ อสูร และภานรพงศ์ คชะ คือ การเขียนภาพสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์ที่มีอยู่ทั่วไปและจำ พวก สัตว์หิมพานต์ ซึ่งจะไม่เหมือนสัตว์ ทั้งหลายตามธรรมชาติ โดยยึด หลัก “คดให้ได้วง ตรงให้ได้เส้น” ผู้ที่จะฝึกเป็นช่างจะต้องได้เขียนได้ทั้งลาย และภาพทั้ง 4 หมวด ได้แก่ “กนก นารี กระบี่ และคชะ” ช่างเขียนนับได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกแขนง เพราะงานช่าง ทุกประเภทต้องอาศัยการเขียน การวาด การร่างเค้าโครงหรือกำ หนดรูปแบบก่อนเสมอ ซึ่ง ในสมัยโบราณนั้นการฝึกหัดช่างเขียนให้มีความชำ นาญจำ เป็นต้องฝึกฝนอย่างหนัก โดยเริ่ม ฝึกจากการกระทบเส้น คือ ให้ขีดเส้นประยาวๆต่อเนื่องกันไป ทั้งเส้นโค้ง เส้นคด เส้นตรง 5 2.1 ช่างเขียน (Drawing and Painting)


เป็นงานเขียนระบายสีรูปภาพต่างๆ โดยใช้สีฝุ่นผสมกับน้ำ กาวหรือยางไม้บางชนิด เพื่อให้สีจับติดกับพื้นที่วาดไว้ ให้อยู่นานได้ ในระยะหลังมักเรียกกันว่า "ภาพเขียนสี ฝุ่น" สีที่ได้มาจากธรรมชาติ ได้แก่ สีดินขาว ดินเหลือง ดินแดง สีครามที่ได้จากต้น คราม สีเขียวที่ได้จากสนิมทองแดง เป็นต้น กาวที่ใช้ คือ ยางต้นมะขวิดและยาง จากต้นกระถิน ช่างที่มีฝีมือและความสามารถด้านการช่างในทางวาดเขียน และระบายสีให้เกิด ลวดลายและรูปร่างต่างๆ ได้อย่างงดงาม นับว่า เป็นช่างที่มีความสำ คัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการวาดเขียนและระบาย สีสามารถถ่ายทอดความคิดสร้าร้งสรรค์ให้เป็นรูป ธรรมได้ชัดเจนและ ใช้เป็นต้นแบบให้กับช่างหมู่อื่นๆ นำ มาสร้าร้งสรรค์ได้หลาก หลาย โดยมีรูปแบบหลายแบบ ดังนี้ 6 งานเขีขีขีขีขี ย ขี ย ขี ย ขี ยนระบายสีสีสีสีสี น้ำ สี น้ำ สี น้ำ สี น้ำน้ำน้ำน้ำน้ำกาว งานปิดทองคำ เปลวในภาพเขียน ทำ เมื่องานระบายสีหรือลงสีทำ ภาพเป็นรูปภาพ ขั้นต้นเสร็จแล้ว เพื่อเน้นความสำ คัญของตัวภาพเด่นๆ หรือส่วนประกอบร่วมตอน ใดตอนหนึ่ง เช่น เครื่องศิราภรณ์ เครื่องประดับกาย เป็นต้น


บางทีเรียกว่า "เขียนสีกำ มะลอ" หรือ "ลายกำ มะลอ" เป็นงานเขียนวาดเส้นและ ระบายทำ เป็นลวดลายด้วยวิธีการอย่างโบราณวิธีหนึ่งที่เขียนเป็นลวดลายและเป็น รูปภาพต่างๆ ระบายด้วยสีหม่นๆบนพื้น ซึ่งทาด้วยยางรักเป็นสีดำ สนิท แสดงเส้น ล้อมเป็นขอบ รูปภาพด้วยเส้นสีทองสดใส เพิ่มความชัดเจนและความน่าสนใจขึ้น บนพื้นสีดำ 7 งานเขีขี ขี ย ขี ยนระบายสีสี สี กำ สี กำกำกำมะลอ คำ ว่า "กำ มะลอ" หมายถึง ของไม่จริงสิ่ง ไม่แท้ และ " สีกำ มะลอ " มีความหมาย ในทางช่างว่า เป็นงานเขียนสีผสมน้ำ รัก ซึ่งทำ เทียม งานเขียนระบายสีน้ำ กาว แต่ ไม่ใช่เป็นงานเขียนระบายสีน้ำ กาวตาม ขนบนิยมซึ่งมีมาแต่ก่อน จึงถูกเรียกว่า "งานเขียนสีกำ มะลอ" แม้ว่างานลาย กำ มะลอจะมีลักษณะเป็นงานเขียนภาพ หรือจิตรกรรม แต่เนื่องจากเป็นงานที่ เกี่ยวข้องการใช้รัก จึงจัดกลุ่มให้อยู่ใน งานเครื่องรักด้วย งานเขีขี ขี ย ขี ยนระบายสีสี สี กำ สี กำกำกำมะลอ


บางแห่งเรียกสั้นๆว่า "ปิดทองรดน้ำ " เป็นรูปภาพชนิดเอกรงค์ คือ มีลักษณะ โดยรวมของรูปลักษณะที่ปรากฏเป็นลวดลายสีทองบนพื้นสีดำ เป็นส่วนใหญ่ มักเขียนเป็นภาพมนุษย์หรือภาพสัตว์ ซึ่งมีเพียงส่วนน้อย ในส่วนของลวดลาย จะให้สำ เร็จในขั้นตอนสุดท้ายด้วยการ "รดน้ำ " โดยจะล้างน้ำ ยาที่ได้เขียนตาม ไว้ตั้งแต่ต้นให้น้ำ ยาหลุดออกและคงเหลือแต่สีทองให้เป็นลวดลายบนพื้น รูปภาพนั้น ถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย จึงมีชื่อเรียกว่า "ลายรดน้ำ " 8 งานเขีขีขีขีขี ย ขี ย ขี ย ขี ยนน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำยาปิปิปิปิปิ ด ปิ ด ปิ ด ปิ ดทองรดน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำ


2.2 ช่างแกะ ช่างที่อยู่ในหมู่นี้ ได้แก่ ช่างแกะตรา ช่างแกะลาย และช่างแกะภาพ หรือ เรียกรวมกันว่า “แกะสลัก” เริ่มต้นจาก การแกะขุดหรือการแรเส้นโดยใช้สิ่ว ขนาดเล็ก ขุดเส้นเดินบนแผ่นไม้เรียบ การเดินเส้นตรงจะต้องระวังให้เส้นเรียง กันอย่างขนานไปตลอดความยาว จาก นั้นก็เดินเส้นโค้ง ทั้งโค้งมากโค้งน้อย จนถึงวงก้นหอยซึ่งต้องใช้มือซ้ายคอย หันแผ่นไม้ส่งโดยสม่ำ เสมอ เมื่อพ้นจาก การฝึกแกะแรเป็นเส้นต่างๆแล้ว จึงจะ ได้เริ่มแกะดวงตรา หรืองานแกะแรวัสดุ ที่เป็นโลหะ เงิน-ทอง ช่างผู้เชี่ยวชาญ งานโลหะแต่ละประเภทจะทำ งานร่วม กับช่างแกะด้วย งานแกะบางประเภทใช้งานไปนานๆ ลวดลายอาจจะเลอะเลือน ช่างแกะก็จะต้องมาแกะพื้น ให้ลึกลงไปอีก เรียกว่า “รุกลาย” ซึ่งการแกะส่วนนี้จะต้องให้ลึกเท่ากันทุกส่วน แต่ถ้าเป็น ลายใหญ่และอยู่บนที่สูงควรตอกให้ลึกเพื่อให้เกิดช่องไฟลายจะต้องโปร่งขึ้น หากมองไกลๆ จะเกิดความพอดี ภาพลวงตาเหล่านี้ ช่างไทยเรียกว่า อากาศกิน 9 2.2 ช่างแกะ (Carving)


ประเภทของงานแกะ อาจแบ่งออกตามวัสดุที่นำ มาใช้ทำ การแกะ เป็น 2 ประเภท คือ 1.งานแกะเครื่องสด 2.งานแกะเครื่องวัตถุถาวร หมายถึง งานที่ช่างแกะใช้วัสดุที่เป็นเครื่องสด แกะขึ้นเป็น ดอกไม้ ใบไม้ ลวดลาย หรือรูปภาพ ต่างๆ แล้วระบายสีให้ดูสมจริงเพื่อการประดับตกแต่งสิ่งต่างๆให้สวยงาม เป็นการตกแต่งอย่าง งานกำ มะลอ ใช้งานในช่วงเวลาไมนานเกินกว่า 3 วัน หรือชั่วเวลาที่เครื่องสดนั้นๆจะเหี่ยวแห้งไป จึงทำ เครื่องสดชุดใหม่มาเปลี่ยนแทนที่ งานแกะเครื่องสดจึงจัดว่าเป็นการแสดงความสามารถ อย่างสำ คัญยิ่งของช่างแกะ เพราะต้องทำ งานแข่งกับเวลา เนื่องด้วยเป็นของสด ต้องทำ ให้เสร็จ เร็วๆ และสวยงาม ที่สำ คัญต้องคำ นึงถึงอายุของเครื่องสดที่ได้แกะสำ เร็จ และนำ ไปใช้การประดับ ตกแต่งสำ หรับงานใดงานหนึ่ง 10 1.งานแกะเครื่รื่รื่รื่ รื่ อ รื่ อรื่ อ รื่ องสด


งานแกะประเภทนี้ เป็นงานที่ช่างแกะใช้วัสดุที่มีเนื้อแน่นอยู่ตัวและแข็งแรงพอสมควร เช่น ไม้ งาช้าง หิน แกะทำ เป็นรูปลักษณ์ ประกอบด้วยศิลปลักษณะที่เป็นขนบนิยมใน งานศิลปกรรมแบบไทยประเพณี มีต่างกันหลายรูปแบบ งานแกะวัตถุถาวรได้ทำ ขึ้นเป็น 3 ลักษณะด้วยกัน คือ 2.งานแกะเครื่รื่รื่รื่ รื่ อ รื่ อรื่ อ รื่ องวัวัวัวั วั ต วั ต วั ต วั ตถุถุถุถุถุ ถ ถุ ถ ถุ ถ ถุ ถาวร 3.งานแกะทำ รูปลักษณะลอยตัวขนาดเล็ก ได้แก่ พระพุทธ รูป นางกวัก เป็นต้น 1.งานแกะสลักทำ รูปลักษณะในพื้นราบ ได้แก่ การแกะตราประทับหนังสือราชการ พระราชลัญจกร แม่พิมพ์ สำ หรับตีพิมพ์รักสมุก แม่พิมพ์สำ หรับราดดีบุก เป็นต้น 2.งานแกะทำ รูปลักษณ์กึ่งลอยตัว ได้แก่ การแกะกระจัง ปัก กระจังราย ฉลากงา ประจำ หอคัมภีร์ ใบประกับหน้า ผูก คัมภีร์ เป็นต้น 11


2.3 ช่างสลัก การสลักหรือ “ฉลัก” ก็คือการฉลุให้เป็น ช่องโปร่งเฉกเช่นเดียวกับการแทงหยวก หรือสลักหยวก แต่ต่างกันตรงที่การใช้ เครื่องมือสลักกระดาษนั้นจะต้องตอก ลายด้วยสิ่วเหล็กและตัว “ตุ๊ดตู่” และ กระดาษที่จะใช้มักเป็นกระดาษทองย่น หรือที่เรียกกันว่า “กระดาษทองน้ำ ตะโก” สำ หรับลายที่สลักบนกระดาษ ก็ จะใช้กับการมาประดับสิ่งก่อสร้าง ชั่วคราว เช่น พลับพลา พระเมรุ โดยใช้ ลายที่ติดต่อกัน เช่น ลายขอบ ลายฝัก ก้ามปู ลายดอกจอก หรือลายประจำ ยาม ส่วนช่างสลักของอ่อนหรือช่าง เครื่องสด นิยมสลักเผือก มัน ฟักทอง หรือมะละกอ ช่างสลักหรือช่างฉลัก ช่างเหล่านี้มีหน้าที่ประดับสถานที่สลักเสาให้สวยงาม น่าดูสม กับเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ จึงต้องใช้ความประณีตบรรจง แบ่งเป็น 2 อย่าง คือ ช่างสลักกระดาษและช่างสลักของอ่อนที่เรียกว่า “เครื่องสด” เช่น การสลักเผือก มัน ฟักทอง ฯลฯ 2.3 ช่างสลัก (Engraving) 12


คือ งานที่ใช้ไม้เนื้อดี มีคุณภาพคงทนถาวร เหมาะสมที่จะนำ มาสลัก มาทำ ขึ้นเป็นรูปทรง ต่างๆ ลวดลาย หรือรูปภาพให้คงรูปอยู่ เช่นนั้น ได้นานๆ งานสลัลั ลั ก ลั กไม้ม้ ม้ม้ คือ งานที่ช่างสลักได้นำ หนังวัวหรือหนังควายมาสลัก ทำ เป็น รูปภาพและลวดลายปรากฏขึ้นในผืนหนังนั้น เพื่อใช้สำ หรับ การแสดงมหรสพตามประเพณีนิยมที่เรียกว่า "หนังใหญ่" จัด ว่า เป็นการสร้างสรรค์ ศิลปกรรมแบบไทยประเพณี ในรูป ลักษณ์ที่เป็นงานประติมากรรมบนพื้นราบ ด้วยวิธีการสลัก หรือบางทีเรียกว่า "งานปรุกระดาษ" คือ งานที่ช่างใช้กระดาษ ชนิดต่างๆมาสลักทำ ให้เป็นรูปภาพหรือลวดลาย แล้วนำ ไปปิด ประดับเป็นงานตกแต่งสิ่งต่างๆ ทั้งที่เป็นสิ่งถาวรอยู่ได้นาน เช่น ปิดเป็นลวดลายบนระใบฉัตรทองแผ่ลวด หรือเป็นสิ่งที่ต้องการ ใช้งานชั่ว คราว เช่น ปิดลวดลายตกแต่งพระเมรุ ตกแต่งฐาน เบญจา ตกแต่งเครื่องจิตกาธาน เป็นต้น งานสลัลั ลั ก ลั กไม้ม้ ม้ม้ งานสลัลั ลั ก ลั กหนันั นั ง นั ง งงาานนสสลัลัลัลั ลั ก ลั กลั ก ลั กกกรระะดดาาษษ งานสลัลั ลั ก ลั กหนันั นั ง นั ง 13


2.4 ช่างกลึง การกลึงที่เอาแต่ลักษณะรูปร่าง ภายนอก เช่น เสาเม็ดทรงมัณฑ์ หรือหัวเสากลมอื่นๆ ตลอดจน ตัวหมากรุกด้ามมีด ด้ามและยอด พัดยศแสงสมณศักดิ์ ลูกบิดซอ ด้วง ซออู้ ลูกช่าง ดุมเกวียน เป็นต้น การกลึงทั้งภายนอกและภายใน เช่น การกลึงตลับ กลึงโกศ กลึง เชี่ยนหมาก หรือกลึงขลุ่ยที่ทำ ด้วยไม้จริงหรืองาช้าง กะโหลก ซอด้วง เป็นต้น ซึ่งการกลึงของไทยก็มีอยู่ 2 รูปแบบ ดังนี้ 1. 2. งานกลึงเป็นศิลปะการสลักเสลาเกลาแต่ง ที่ต้องใช้ความประณีต ซึ่งมีทั้งงานกลึง ประเภทไม้ และงาช้าง โดยใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน แต่เครื่องมือกลึงจะต้องคมกริบอยู่ ตลอดเวลา ซึ่งเครื่องกลึงเป็นที่สิ่งที่ช่างกลึงจะต้องจัดทำ เอง ถ้าจะกลึงสิ่งของใหญ่จะ ใช้เครื่องกลึงชนิด “กงหมุน” ส่วนเครื่องกลึงขนาดเล็กไม่ประณีตจะใช้ “คานดีด” 2.4 ช่างกลึง (Turning) 14


2.5 ช่างหล่อ การหล่อพระพุทธโลหะนี้เรียกตามภาษาสากลว่า “ไล่ ขี้ผึ้ง” ซึ่งเป็นวิธีที่ทำ ให้ขี้ผึ้งซึ่งเป็นหุ่นละลายไหลออกจน เกิดที่ว่างขึ้นในแม่พิมพ์ แล้วเททองซึ่งหลอมละลาย ดีแล้วแทนที่ ก็จะได้รูปหล่อโลหะสัมฤทธิ์ งานของช่างหล่อจะเกี่ยวข้องกับการหล่อโลหะ เช่น การ หล่อกลองมโหระทึก หล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่ๆ เช่น พระศรีศากยมุนีสมัยสุโขทัย หล่อกระถางธูป เชิงเทียน กระโถน ระฆัง ฯลฯ 2.5 ช่างหล่อ (Casting) 15


เป็นการเตรียมงานขั้นต้นเพื่อส่งต่อไปให้การหล่อ การขึ้นหุ่นหรืองานขึ้น หุ่น คือการปั้นรูปสิ่งที่ประสงค์จะหล่อเป็นโลหะ งานขั้นแรกนี้ต้องการ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือสำ หรับปฏิบัติงาน การขึ้ขึ้ขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ น ขึ้ น ขึ้ นหุ่หุ่หุ่หุ่หุ่นหุ่หุ่หุ่น หรือภาษาช่างหล่อเรียกว่า "เททอง" หมายถึง การหลอมโลหะ เช่น ทองเหลือง ทองแดง ทองสัมฤทธิ์ ให้ละลายเป็นของเหลว แล้วเทโลหะหรือทองนั้นลงในแม่พิมพ์ทำ เป็นรูป ประติมากรรมตามแบบในแม่พิมพ์นั้น ซึ่งเป็นงานรับช่วงหรือต่อเนื่องมาจาก งานเข้าขี้ผึ้ง หรือการปั้นขี้ผึ้งเป็นรูปประติมากรรม ต้นแบบ การหล่ล่ล่ล่ ล่ อ ล่ อ ล่ อ ล่ อโลหะ 16


2.6 ช่างปั้น ดังนั้น ช่างปั้น ช่างหุ่นและช่างหล่อจึงเป็นช่างที่มีงานสัมพันธ์กัน และอาจอยู่ในคนๆเดียวกัน ช่างปั้นนับเป็นงานช่างที่สำ คัญเพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการปั้น พระพุทธรูป พระพุทธรูปหล่อที่เป็นพุทธลักษณะ การปั้นนั้นอาจใช้ ดินเหนียวอย่างเดียว หรือปั้นด้วยดินแล้วติดกระดาษทับเพื่อรักษา เนื้อดิน หรือปั้นกระดาษโดยมีลวดลายตาข่ายเป็นโครงอยู่ภายใน นอกจากนี้อาจปั้นหัวกวางโดยใช้ไพ่ผ่องหรือไพ่จีน หมักน้ำ จนเปื่อย เละแล้วนำ มาเป็นวัสดุสำ หรับปั้นกับโครงลวดตาข่ายที่ทำ รูปไว้ เรียบร้อยแล้ว เวลาปั้นจะใช้แป้งเปียกผสมด้วยเพื่อให้ประสานและ ติดกันแน่นขึ้น 2.6 ช่างปั้น (Molding and Sculpting) 17


งานปั้ปั้ปั้ปั้ปั้ น ปั้ น ปั้ น ปั้ นดิดิดิดิดิ น ดิ น ดิ น ดิ น งานปั้น คือการนำ วัสดุต่างๆ เช่น ดิน ปูน ขี้ผึ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง มาประกอบเข้าด้วยกัน สร้างเป็นรูปทรงที่มีศิลปะลักษณะ พร้อมอยู่ในรูปวัตถุที่ได้สร้างขึ้นนั้นได้เป็นอย่างดี และ มีคุณค่าในทางศิลปกรรม งานปั้นและช่างผู้ทำ งานปั้นนี้ ในสมัยโบราณนั้นเรียก ว่า "งาน ปั้น" และ "ช่างปั้น" แต่ในปัจจุบัน งานปั้นเปลี่ยนไปเป็น "ประติมากรรม" ซึ่งมีนัยมาจาก คำ ภาษาบาลีว่า ปฏิมากมฺม หรือในภาษาสันสกฤตว่า ปรฺติมากรฺม ส่วนคำ ว่าช่างปั้นก็ได้ รับความนิยมเรียกว่า "ประติมากร" งานปั้นแบบไทยประเพณีที่บรรดาช่างปั้นตั้งแต่อดีต ได้สร้างสรรค์ขึ้นไว้นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ซึ่งขั้นตอนการทำ งานของช่างปั้น และ งานปั้นประเภทต่างๆ มีดังต่อไปนี้ จำ แนกงานปั้นและวิธีการปั้นดินออกเป็นแต่ละประเภท ดังนี้ - งานปั้นดินดิบ งานปั้นประเภทนี้ใช้ดินเหนียวที่นำ มาจากแหล่งดินใน ธรรมชาติทั่วไป หากต้องการให้มีความแข็งแรงและคงทนอยู่ได้นานๆ จึงนำ เอาวัสดุบางอย่างผสมรวมเข้ากับเนื้อดิน 18


งานปั้ปั้ปั้ปั้ปั้ น ปั้ น ปั้ น ปั้ นดิดิดิดิดิ น ดิ น ดิ น ดิ น - งานปั้นดินเผา เป็นงานปั้นประเภทใช้ดินเหนียว ซึ่งนำ มาจากแหล่งดินใน ธรรมชาติทั่วไป เช่นเดียวกับดินที่ใช้ในงานปั้นดินดิบ แต่เนื้อดินที่จะใช้ใน งานปั้นดินเผา ต้องใช้ทรายแม่น้ำ ที่ผ่านการร่อนเอาแต่ทรายละเอียดผสม ร่วมกับเนื้อดิน แล้วนวดดินกับทรายให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และทำ ให้เนื้อ ดินแน่น การที่ใช้ทรายผสมร่วมกับดินเหนียวเช่นนี้ ก็เพื่อช่วยมิให้เนื้อดิน แตกร้าว เมื่อแห้งสนิท และ นำ เข้าเผาไฟให้สุก งานปั้ปั้ปั้ปั้ปั้ น ปั้ น ปั้ น ปั้ นรัรัรัรั รั ก รั ก รั ก รั กสมุมุมุมุ มุ ก มุ กมุ ก มุ ก "รักสมุก" เป็นวัสดุที่ประกอบขึ้นด้วยรักน้ำ เกลี้ยง สมุก น้ำ มันยาง และปูน แดงเล็กน้อย เป็นเนื้อวัสดุที่อาจปั้นให้เป็นรูปทรงต่างๆได้ดังประสงค์ และ รักสมุกนี้ หลังจากแห้งสนิทแล้ว จะแข็งและคงรูปอยู่เช่นนั้นได้นาน ไม่ แตกหักง่าย หากไม่ถูกกระทบกระทั่งอย่างแรง รักสมุกจึงเป็นวัสดุอีกชนิด หนึ่งที่ช่างปั้นสมัยก่อน นิยมทำ ขึ้นสำ หรับใช้ปั้นงานปั้นบางชนิด 19


งานปั้ปั้ปั้ปั้ปั้ น ปั้ น ปั้ น ปั้ นปูปูปูปู ปู น ปู นปู น ปู น เป็นวัสดุได้มาจากหินปูน หรือเปลือกหอยทะเลเผาไหม้ทำ ให้เป็นผง ถ้า ปูนทำ ขึ้นจากหินปูน เรียกว่า ปูนหิน ถ้าทำ ขึ้นจากเปลือกหอยเรียกว่า ปูนหอย ปูนทั้งสองชนิดนี้สีขาวจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปูนขาว ปูน หิน ปูนหอย ปูนขาวนี้ลักษณะเป็นผงสีขาว เมื่อนำ มาแช่น้ำ ไว้สักพัก หนึ่ง แล้วนำ มานวด หรือตำ ให้เนื้อปูนจับตัวเข้าด้วยกัน เนื้อปูนจะ เหนียวเกาะกันแน่นพอสมควร ขณะที่เนื้อปูนยังอ่อนตัวอยู่นี้ เหมาะเป็น วัสดุดิบนำ มาใช้ปั้นทำ เป็นรูปภาพ หรือทำ เป็นลวดลายต่างๆ ใช้ตาม วัตถุประสงค์ต่างๆที่ต้องการ ภายหลังที่เนื้อปูนแห้งสนิทจะจับตัวแข็งคง รูป ดั่งที่ปั้นไว้แต่แรก และเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพแข็งถาวรอยู่ได้นานๆ ปี ดังนั้น ปูนขาวซึ่งได้จากหินปูนก็ดี เปลือกหอยทะเลก็ดี จึงเป็นวัตถุดิบ ที่ช่างปั้นนำ ม ใช้สร้างงานปั้นตั้งแต่โบราณกาล 20


2.7 ช่างหุ่น 1.ช่างหุ่นต่ออย่าง 2.ช่างหุ่นรูป 3.ช่างผูกหุ่น เป็นช่างที่ทำ สร้างสิ่งต่างๆให้เป็นตัวหรือเป็นรูปร่างขึ้นมา งานของช่างหุ่นที่เป็นมาโดยขนบนิยมในศิลปกรรมแบบไทย คำ ว่า “หุ่น” ในที่นี้หมายถึง “ตัวหรือรูปร่าง” อย่างคำ “ผูก หุ่น” ก็คือ การสร้างเป็นตัวหรือเป็นรูปร่าง ซึ่งได้แก่รูปคนกับ รูปสัตว์ หรือสิ่งของบางอย่าง รวมทั้งหุ่นใหญ่หรือหุ่นกระบอก และช่างทำ หัวโขน ซึ่งต้องทำ ขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างเหมือนกัน สามารถจำ แนกออกตามลักษณะของงานช่างหุ่นได้เป็น 3 ลักษณะงานด้วยกัน คือ 2.7 ช่างหุ่น (Model Building) 21


การทำ ช่างในลักษณะการสร้างรูปลักษณ์ด้วย การนำ เอาวัตถุ เช่น ไม้มาต่อกัน ปรุงให้เป็นรูปขึ้น มีรูปลักษณะและอัตราส่วนที่ย่อลงมาอย่างแน่นอน จากส่วนจริงที่จะสร้างทำ เป็นของใหญ่ๆ ต่อไป ทำ การต่อหุ่นเครื่องอุปโภคชนิดต่างๆ สำ หรับนำ ไปตกแต่ง หรือ ประดับด้วยวัสดุต่างๆให้สวยงามมีคุณค่าต่อไปในลักษณะงาน ประณีตศิลป์ ปกติใช้วัสดุประเภทหวาย ไม้ระกำ ไม้อุโลก ไม้สมพง ไม้ไผ่ เป็นต้น นำ มาผูกขดหรือต่อกันขึ้นเป็นรูปโกลน โดยอาศัยกาว บ้าง ไม้กลัดบ้าง ผนึกหรือเสียบตรึงให้วัสดุที่จะคุ้มกันขึ้นเป็นรูป ทรงมั่นคงอยู่ได้ เป็นช่างหุ่นประเภทที่ทำ หน้าที่สร้างสรรค์หุ่นต่างๆที่มีขนาด ย่อมและขนาดใหญ่ ด้วยการใช้ไม้ไผ่ หวาย เป็นต้น นำ มาผ่า จัก เกรียกออกเป็นชิ้นๆ แล้วคุมกันขึ้นเป็นโครงร่างด้วยวิธี ผูกมัดขัดกันทำ ให้เป็นโครงรูปดังที่ต้องการ แล้วจึงใช้ลำ แพน บ้าง กระดาษบ้าง ผ้าบ้าง ทับโครงรูปที่ได้ผูกขึ้นเป็นหุ่นนั้นให้ เป็นรูปทรงสมบูรณ์ตามต้องการ ช่ช่ช่ช่ช่ า ช่ า ช่ า ช่ างหุ่หุ่หุ่หุ่หุ่นหุ่หุ่หุ่นต่ต่ต่ต่ต่ อ ต่ อ ต่ อ ต่ ออย่ย่ย่ย่ย่ า ย่ า ย่ า ย่ าง ช่ช่ช่ช่ช่ า ช่ า ช่ า ช่ างหุ่หุ่หุ่หุ่หุ่นหุ่หุ่หุ่นรูรูรูรู รู ป รู ปรู ป รู ป ช่ช่ช่ช่ ช่ า ช่ าช่ า ช่ างผูผูผูผูผู ก ผู ก ผู ก ผู กหุ่หุ่หุ่หุ่หุ่นหุ่หุ่หุ่น 22


2.8 ช่างรัก รักรองพื้น ได้แก่ ยางรักที่กรอง แล้ว ใช้แปรงทาลงพื้น เพื่อให้จับ พื้นแน่นเป็นครั้งแรก รักสมุก ได้แก่ การผสมรักกับถ่าน ใบตองหรือถ่านหญ้าคา หรือผงดิน ที่บดละเอียดอย่างใดอย่างหนึ่งตาม ความต้องการ ซึ่งในการทำ “รักตี ลาย” ก็ต้องใช้รักสมุกตีลายที่แกะ ไว้ในแผ่นหินอ่อน รักน้ำ เกลี้ยง เป็นรักแห้งเร็ว มีส่วน ผสมของน้ำ มันสน ใช้ทาทับบนรัก สมุกที่ขัดเรียบเกลี้ยง ซึ่งช่วยให้พื้น รักดูคล้ายเคลือบเงางามมากขึ้น รักที่นำ มาใช้งานแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้ ในงานศิลปะไทยจะถือว่ามีความสำ เร็จสมบูรณ์ได้ จะต้องมีช่างรักแทรกอยู่หลายอย่าง ดัง นั้นช่างที่อยู่กระบวนช่างรัก ได้แก่ ช่างผสมรัก ลงรักพื้น ช่างปิดทอง ช่างประดับกระจก และช่างมุก ในการทำ ลวดลายประดับมุก ซึ่งรักนั้นเป็นยางไม้ที่จากต้นรักตามธรรมชาติ มี กรรมวิธีเจาะต้นไม้ให้เป็นแผลเพื่อให้ยางไม้ไหลออกมา ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันเช่นกัน 2.8 ช่างรัก (Lacquering) 23


หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ลงรักปิดทอง" คือกระบวนการตกแต่งผิวภายนอกของศิลปวัตถุ หรือองค์ประกอบสำ หรับงานสถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณีด้วยการลงรักหรือทา ยางรัก แล้วปิดด้วยทองคำ เปลวทับทำ ให้ผิวของศิลปวัตถุ หรือองค์ประกอบ สำ หรับงานสถาปัตยกรรมบางสิ่ง เป็นสีทองดำ เหลืองอร่าม และเป็นมันวาว เหมือน ทำ ด้วยทองคำ อันเป็น ความเชื่อโดยขนบนิยมในสังคมไทยมาแต่โบราณกาล งาน ช่างลงรักปิดทองคำ เปลวแบ่งเป็น 4 ลักษณะงานด้วยกัน งานชัชั ชั ก ชั กลงรัรั รั ก รั กปิปิปิ ด ปิ ดทองคำคำคำคำเปลว 2. งานลงรักปิดทองร่องชาด 1. งานลงรักปิดทองทึบ ได้แก่ 4. งานลงรักปิดทองลายฉลุ 3. งานลงรักปิดทองร่องกระจก บางทีเรียกว่า ช่างติดกระจก เป็นงานช่างรักประเภทหนึ่งมาแต่โบราณ ภายหลังได้ รับการจัดให้เป็นประณีตศิลป์ หรือมัณฑนศิลปอีกด้วย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องด้วยงาน ช่างประดับกระจก เป็นงานตกแต่งสิ่งอุปโภค หรือครุภัณฑ์ต่างๆให้เกิดความงาม เพิ่มเติมสมบูรณ์ขึ้น ด้วยศิลปลักษณะบนผิวภายนอกของสิ่งนั้นๆ ประดับด้วย กระจกสีต่างๆ ผิวมันวาว ซึ่งได้รับการตัดแบ่งและแต่งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยติดต่อกัน เป็นลวดลายหลากหลายแบบขึ้นบนศิลปภัณฑ์นั้นๆ งานช่ช่ ช่ า ช่ างประดัดั ดั บ ดั บกระจก งานชัชั ชั ก ชั กลงรัรั รั ก รั กปิปิปิ ด ปิ ดทองคำคำคำคำเปลว งานช่ช่ ช่ า ช่ างประดัดั ดั บ ดั บกระจก 24


จัดเป็นงานประณีตศิลป์ หรืองานมัณฑนาศิลปะประเภทหนึ่ง ที่ทำ สำ เร็จขึ้นด้วย กระบวนการช่างประดับมุก ซึ่งเรียกตามๆกันมาว่า “เครื่องประดับมุก” หรือ “เครื่องมุก” ที่ทำ ขึ้นด้วยเปลือกหอยทะเลชนิดหนึ่ง เรียกกันตามภาษาช่างว่า "หอยมุก" นำ มาตัดแบ่งเป็นชิ้นย่อยแล้วโกรกทำ ให้เป็นลวดลายแบบต่างๆ นำ มา ประดับติดลงบนพื้นผิวภายนอกของ "ศิลปภัณฑ์" อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อตกแต่ง "ศิลปภัณฑ์" นั้นให้ เกิดมีศิลปลักษณะงามพร้อมไปด้วยกระบวนลวดลายแบบ ต่างๆ และสีสันของผิวชิ้นหอยมุกที่ได้รับการประดับตกแต่งขึ้นไว้นั้น งานช่ช่ ช่ า ช่ างประดัดั ดั บ ดั บมุมุ มุ ก มุ ก ตัตั ตั ว ตั วอย่ย่ ย่ า ย่ างผลงานของช่ช่ ช่ า ช่ างรัรั รั ก รั ก งานช่ช่ ช่ า ช่ างประดัดั ดั บ ดั บมุมุ มุ ก มุ ก ตัตั ตั ว ตั วอย่ย่ ย่ า ย่ างผลงานของช่ช่ ช่ า ช่ างรัรั รั ก รั ก งานประดับกระจกอาคารสถาน เช่น ประดับฝาผนังพระ อุโบสถ หอไตร พระที่นั่ง บุษบก หน้าบัน งานประดับกระจกองค์ประกอบสถาปัตยกรรม เช่น ประดับช่อฟ้า เครื่อง ลำ ยอง บัวหัวเสา คันทวย หน้าเสา บานประตู เป็นต้น งานประดับกระจกยานพาหนะ เช่น เรือพระที่นั่ง ราชรถ พระราชยาน สีวิกา เป็นต้น งานประดับมุกบานประตู บานหน้าต่างพระอุโบสถ พระวิหาร พระมณฑป 25


2.9 ช่างบุ อุปกรณ์ที่จำ เป็นของช่างบุ คือ ทั่งเหล็กและค้อนเหล็กซึ่งมีหลาย ขนาดและมีรูปร่างต่างกัน เช่น หากเริ่มต้นตีบุเพื่อแผ่โลหะออก ก็จะต้อง ใช้ค้อนใหญ่ที่มีน้ำ หนักมาก หลังจากนั้นจะต้องบุด้วยค้อนขนาดย่อมลง หรือค้อนที่มีลักษณะเฉพาะ หากต้องการให้เกิดกระพุ้ังกพองออกก็จะ ต้องตีไล่อย่างเบามือแต่ให้สม่ำ เสมอกัน และเมื่อต้องการตีเป็นรูปร่างก็ ต้องใช้ชันบรรจุภายใน เพื่อตีด้านนอกให้เป็นรูปก่อนที่จะตุนลายให้ขึ้น เป็นรูปต่อไป คำ ว่า “บุ” เป็นการตีแผ่ให้แบนออกซึ่งอาจเป็นแผ่นแบนธรรมดา หรือ เป็นรูปร่างต่างๆ ดังนั้นช่างบุจึงเป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือและความชำ นาญ แม่นยำ ที่เกี่ยวข้องกับงานโลหะทุกชนิด เช่น ทองแดง นาก เงิน และ ทองคำ นอกจากนี้ยังต้องมีความรู้ในเรื่องของการผสมโลหะอีกด้วย 2.9 ช่างบุ (Metel Beating) 26


1.การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเรียบ 2.การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเป็นลวดลาย งานบุโลหะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ด้วยกัน คือ ช่ช่ช่ช่ า ช่ างบุบุ บุบุ ช่ ช่ า ช่ างบุบุ บุบุ การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเรียบ เป็นการนำ เอาโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งมาทำ การ ตีแผ่ออกให้เป็นแผ่นแบนบางๆ ตามขนาดที่ต้องการ จึงนำ เข้าปิดบุทับบน หุ่นที่ต้องการบุทำ ผิวให้เป็นโลหะชนิดนั้น มักบุลงบนสิ่งก่อสร้าร้งประเภท ก่ออิฐถือปูนเป็นปูชนียสถานต่างๆ เช่น พระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์ หรือ พระมหาธาตุเจดีย์ พระเจดีย์ทรงปราสาท เป็นต้น งานบุโลหะด้วย โลหะแผ่นเช่นนี้ ส่วนมากยังนิยมลงรัก และปิดทองคำ เปลวทับลงบนแผ่น โลหะที่บุทับลงในที่นั้นอนึ่ง งานบุโลหะแผ่นผิวเรียบแล้วลงรักปิดทองคำ เปลวนี้ สมัยโบราณเรียกว่า บุทองสุวรรณจังโก หรือ บุทองปะทาสี การบุหุ้มหุ่นอย่างผิวเป็นลวดลาย เป็นการทำ แผ่นโลหะผิวเรียบๆให้เกิด เป็นลวดลายนูนขึ้นบนผิวหน้าแผ่นโลหะนั้น โดยการใช้แผ่นโลหะทำ ให้ เป็นลวดลายด้วยแม่พิมพ์หิน และตบด้วยถุงทรายก่อนจะนำ ไปบุทับลง บนหุ่นชนิดต่างๆที่สร้างขึ้น เพื่อรับการตกแต่งด้วยงานบุ งานบุลักษณะ ผิวเป็นลวดลายนี้ มักเป็นชิ้นงานในลักษณะราบ และการนำ เข้าติดกับ หุ่น ซึ่งมักทำ ด้วยไม้ จึงมักใช้หมุดตะบู่เข็มทำ ด้วยทองเหลืองตรึงให้แผ่น หรือชิ้นงานติดกับหุ่นนั้น 27


2.10 ช่างปูน เป็นงานสร้างอาคารสถานชนิดเครื่องก่อประเภทเจติยสถานและศาสนสถาน ต่างๆ เช่น พระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์เจดีย์ พระอุโบสถ พระวิหาร ฐาน ชุกชี ซุ้มคูหา พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียร แท่นฐาน เกยราชยาน ประตู เครื่องยอดต่างๆ ใบเสมา กำ แพงและป้อมปราการ เป็นต้น 2.10 ช่างปูน (Plastering) หมู่ปูนก่อ เป็นพวกที่ไม่ต้องประณีต มากนัก เพียงแต่นำ อิฐมาเรียงให้ได้ ระดับ และประสานแผ่นอิฐด้วยปูน สอเท่านั้น หมู่ปูนฉาบ จะมีความประณีตขึ้นเล็ก น้อยเพราะเป็นพวกตกแต่งอิฐที่ก่อไว้ ให้เรียบงามยิ่งขึ้น หมู่ปูนปั้น มีความประณีตมากเป็น พิเศษ เพราะจะทำ ให้งดงามเป็น ศิลปะ ซึ่งลวดลายปูนปั้นที่ตกแต่ง โบราณสถานจะขูดจะแต่ง ต้องทำ ตั้งแต่ปูนยังไม่แข็งตัว เพราะหากปูน เข้าปั้นแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ ช่างปูนแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ๆเพราะใช้ ฝีมือแตกต่างกันไป มีดังนี้ ช่างปูนแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ๆเพราะใช้ฝีมือแตกต่างกันไป มีดังนี้ 28


ทำ งานในลักษณะการก่อวัสดุชนิดต่างๆ เช่น อิฐ หิน ศิลาแลง ขึ้น เป็นรูปทรงต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่น ก่อเขามอ ขึ้นอ่าง ไปจน กระทั่งก่อพระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์ เจดีย์ หรือได้ทำ การบูรณะ ปฏิสังขรณ์ เครื่องหิน เครื่องอิฐ ก่อที่ชำ รุดให้ดีขึ้นดั่งเดิม 29 งานปูน หรือมีชื่อเรียกเป็นคำ เก่าอีกอย่างหนึ่งว่า "สทายปูน" จัดเป็นงานช่าง เก่าแก่จำ พวกหนึ่ง พึงเห็นได้จากซากโบราณสถานประเภทเจติยสถาน ชนิด เครื่องก่ออิฐถือปูน ทำ ลวดบังประกอบส่วนต่างๆ อย่างประณีตแสดงฝีมือและ ความสามารถช่างปูนชั้นสูง แต่หลักฐานความเป็นมาของช่างปูนรุ่นเก่าๆนั้น ไม่มีหลักฐานอื่นแสดงให้ทราบได้ว่าช่างพวกใดเป็นผู้สร้าง นอกจากรูปแบบที่ แสดงฝีไม้ลายมือฝากไว้เท่านั้น ช่ช่ ช่ า ช่ างปูปู ปู น ปู นก่ก่ ก่ อ ก่ อ ทำ งานในลักษณะการก่อวัสดุชนิดต่างๆ เช่น อิฐ หิน ศิลาแลง ขึ้น เป็นรูปทรงต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่น ก่อเขามอ ขึ้นอ่าง ไปจน กระทั่งก่อพระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์ เจดีย์ หรือได้ทำ การบูรณะ ปฏิสังขรณ์ เครื่องหิน เครื่องอิฐ ก่อที่ชำ รุดให้ดีขึ้นดั่งเดิม ช่ช่ ช่ า ช่ างปูปู ปู น ปู นงานลวดบับั บั ว บั ว


ลักษณะงานของช่างสิบหมู่ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ • กลุ่มงานจิตรกรรม งานกลุ่มจิตรกรรมจะเน้นการสืบสานและสร้างสรรค์ผลงานสู่สังคม งานจิตรกรรมจะมีทั้งในด้านจิตรกรรมไทยตามแบบ ประเพณีนิยม และงานจิตรกรรมร่วมสมัย โดยเน้นไปในแนวทางของศิลปะตามหลักวิชาการ (Academic Art) มากกว่า ผลงานที่กลุ่มจิตรกรรมทำ ไว้มากมาย อาทิ ภาพเขียนพระบรมสาทิสลักษณ์พระมหากษัตริย์รวมถึงพระบรม วงศานุวงศ์ ภาพบุคคลสำ คัญต่างๆ โดยอาศัยแนวเรื่องจากประวัติศาสตร์ ศาสนา วิถีชีวิต และวัฒนธรรม 30 บทที่ 3 ลักษณะงานของช่างสิบหมู่ กลุ่มงานประติมากรรม เน้นการสืบสานและสร้างสรรค์ผลงานสู่สังคม งานประติมากรรมของไทยจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ งานหล่อและงานปั้นเกี่ยวกับงานพิธีการศาสนาและพระพุทธปฏิมา ปัจจุบันจะเน้นไปใน แนวทางศิลปะตามหลักวิชาการ (Academic Art) มากกว่า และดินที่ใช้ปั้นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นดิน สามโคก เพราะทางสำ นักงานช่างสิบหมู่ ได้ทำ การทดลองและวิจัยสำ เร็จแล้วว่าเป็นดินที่ปั้นได้ดีที่สุดในตอนนี้ • กลุ่มงานประติมากรรม


31 ลักษณะงานของช่างสิบหมู่ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ กลุ่มงานปราณีตศิลป์จะเน้นการอนุรักษ์และสืบสานของการใช้เทคนิคของโบราณในการสร้างสรรค์ผลงาน งานปราณีต ศิลป์มีความหมายดั่งชื่อ คือ ความปราณีตในการประดิดประดอยขึ้นด้วยความละเอียดอ่อน ตั้งใจ และ พิถีพิถัน เพื่อ ให้คุณค่าทางความงามแก่ผลงาน จะให้ความสำ คัญด้านความสวยงาม มีคุณค่า ควรนำ ไปเก็บสะสมรักษาหรือตั้งโชว์ มากว่าที่จะนำ มาใช้ประโยชน์ ผลงานส่วนใหญ่จึงจัดเป็นงานศิลปะภัณฑ์ที่มีความงดงาม • กลุ่มงานปราณีตศิลป์ • กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ งานจิจิ จิ ต จิ ตรกรรม กลุ่มงานศิลปประยุกต์ จะมีหน้าที่วิจัยงานศิลปะประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา เพื่อการพัฒนาเทคนิค และแนะนำ เผยแพร่ให้แก่บุคคลที่สนใจ ซึ่งได้ทำ การออกแบบส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มงานออกแบบเพื่อใช้ในงานสังคมเสียส่วนใหญ่ เช่น การออกแบบตาลปัตร พัดรอง แสตมป์ สูจิบัตร พวงมาลา หุ่นจำ ลอง เป็นต้น • กลุ่มงานศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา • กลุ่มงานศิลปประยุกต์และ เครื่องเคลือบดินเผา • กลุ่มงานศิลปประยุกต์และ เครื่องเคลือบดินเผา • กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ งานปราณีณี ณี ต ณี ตศิศิ ศิ ล ศิ ลป์ป์ป์ป์ • กลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ งานประติติ ติ ม ติ มากรรม


บรรณานุนุนุ ก นุ กรม https://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/april_ june_08/pdf/EXECUTIVE%20JOURNAL28_2_61-64.pdf https://www.gotoknow.org/posts/269843 https://www.silpa-mag.com/art/article_96093 https://www.bareo-isyss.com/service/artculture/%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8 7%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0 %B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88/ https://news.trueid.net/detail/zqbDPN05ppGk http://202.44.68.33/node/89415


โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ 146 ถนนเทศบาลสาย 1 แขวงวัด วั กัล กั ยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 Tel. 02-465-0954 Email : [email protected]


Click to View FlipBook Version