The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เล่ม

เล่ม

หนังสอื ประกอบการเรยี น
วชิ า

โปรแกรมประยกุ ตเ พอื่ การออกแบบหนังสอื

1UNIT หลักการออกแบบเบอื้ งตน

ความหมายของหลกั การออกแบบ

การออกแบบ หมายถงึ การรูจักวางแผน เพือ่ ทจ่ี ะไดล งมอื กระทำตาม
ทีต่ องการและการรูจกั เลือกวัสดุ วธิ กี ารเพือ่ ทำตามท่ีตอ งการน้ัน โดยใหส อดคลอง
ทกส�ับม่ี หลอี รกัยบั ษูแกลณาวระอรหอูปรแกอื บแสบบงตบแาอลงกีทะคค่ีมวุณีอามยสูแหมลมบวาตัใยหิขหเอหนงึง่มวทาัสะใี่ ดหสแุไมวต ใลหหะมมชาีคนยดิวถาตงึ มากแมาปครลปวการมคับควปาดิ รมสงุ ใรหรูปามแงเสบพรบมิ่ รผขคน้ึล งาน

องคประกอบของหลกั การออกแบบ

1 . ความเปนหนวย / เอกภพ ( Unity)
ในการออกแบบ ผอู อกแบบจะตอ งคำนึงถึงงานทัง้ หมดใหอยูในหนวยงาน

เดยี วกันเปนกลุมกอน หรือมคี วามสมพนั ธก ันทงั้ หมดของงานนั้น ๆ
และพิจารณาสว นยอยลงไปตามลำดับในสว นยอยๆ กค็ งตองถือหลกั การน้ีเชนกนั
การสรางเอกภพในทางปฎิบตั มิ ี 2 แบบคอื

-Static unity การจดั กลุม ของfrom และ shape ท่แี ข็ง เชน รูปทรงเรขาคณติ จะให
ผลทรงพลงั เด็ดขาด แข็งแรก และ แนนอน

-Dynamic unity เปนการเนนไปทางออนไหวการเคลอ่ื นไหว ซง่ึ อยรู ปู ในลักษณะ
gradation or harmony or contrast อยางใดอยางหนึ่งใหแ สดงออกมาจากงานช้นิ น้ันดวย
จะทำใหงานสมบูรณขน้ึ การจดั องคประกอบทีด่ ีนนั้ ควรใหส ว นประกอบรวมตัวเปนอันหนง่ึ
อนั เดียวกันไมแ ตกกระจาย การรวมตัวกันจะทำใหเกิดหนว ย หรือเอกภพ
จะไดส วนประธานเปน จุดสนใจ และมสี วนประกอบตา งๆ ใหนาสนใจ

2. ความสมดลุ ( Balance )
คือความเทา กนั หรือเทา เทยี มกนั ทงั้ สองขา ง แบงออกเปน 2 ประเภท ไดแก

- สมดุลแบบทั้ง 2 ขางเหมือนกนั (Symmetrical balance)
ทงั้ ซายขวาเหมอื นกนั การสมดุลแบบน้จี ะทำใหดมู ั่นคงหนกั แนน ยตุ ิธรรม เชน งานราชการ
ใบวุฒบิ ัตร ประกาศนยี บตั ร การถายรูปตดิ บัตรเปนตน
ตัวอยาง

- สมดลุ แบบ 2 ขา งไมเ หมอื นกัน (Asymmetrical balance )
ดานซายและขวาจะไมเ หมือนกัน แตม องดูแลวเทา กันดวยน้ำหนกั ทางสายตา เชน สมดุลดว ย
น้ำหนักและขนาดของรูปทรง ดว ยจุดสนใจ ดว ยจำนวนดว ยความแตกตางของรายละเอียด
ดวยคา ความเขม – จางของส เปน ตน
ตวั อยาง

3. การเนน ใหเ กดิ จดุ เดน (Emphasis )
ในการออกแบบจะประกอบดว ยจุดส�คญั หรือสว นประธานในภาพ จดุ รองลงมา

หรือสวนรองประธาน สว นประกอบหรอื พวกรายละเอยี ดปลีกยอย ตา งๆ
หลักและวธิ ใี นการใชการเนน

-เนน ดว ยการใชหลักเร่อื ง Contrast
-เนน ดวยการประดบั
-เนนดวยการจดั กลมุ ในสว นทตี่ อ งการเนน
-เนน ดวยการใชส 
-เนนดวยขนาด
-เนน ดว ยการทำจุดรวมสายตา
ตัวอยา ง

เปน การสรา งจดุ เดน โดยเนน จดุ รวมสายตา

4. เสน แยง ( Opposition)
เปนการจดั องคป ระกอบโดยการนำเอาเสน ในลักษณะแนวนอนและแนวตง้ั ฉาก

มาประกอบกันใหเ ปน เนอ้ื หาท่ตี อ งการ มลี กั ษณะของภาพแบบเสน แยง ในธรรมชาตริ อบๆ
ตัวเรา อยูม ากมาย นับวาเปนรากฐานของการจัดองคประกอบ

การจดั องคป ระกอบใหเกิดความแตกตา งเพอ่ื ดึงดูดความสนใจหรือใหเ กดิ ความสนุก
ต่ืนเตน นาสนใจ ลดความเรียบ นา เบื่อ ใหค วามรสู กฝน ใจ ขัดใจ แตช วนมอง
5. ความกลมกลนื ( Harmony )

การจดั องคป ระกอบท่ใี กลเ คยี งกันหรอื คลายๆ กันมาจัดภาพทำใหเ กิดความนุม นวล
กลมกลนื กันมี 3 แบบดังนี้
A. กลมกลนื ในดา นประโยชนใ ชสอย คือ ทำใหเปน ชุดเดยี วกัน
B. กลมกลืนในความหมาย เชน การออกแบบเครอื่ งหมายการคา และ โลโก
C. กลมกลนื ในองคป ระกอบไดแ ก

- กลมกลืนดว ยเสน – ทศิ ทาง
- กลมกลนื ดวยรปู ทรง – รปู ราง
- กลมกลืนดวยวัสดุ – พืน้ ผวิ
- กลมกลืนดว ยส มักใชโทนสท่ใี กลกนั
- กลมกลืนดวยขนาด – สด สว น
- กลมกลนื ดวยน้ำหนัก
ตวั อยา ง

ความกลมกลนื โดยใชท ศิ ทางและโทนส

6. จงั หวะ (Rhythm
จงั หวะเกิดจากการตอเนื่องกนั หรอื ซ้ำซอนกนั จังหวะทด่ี ีทำใหภ าพดูสนกุ

เปรียบไดกบั เสย งเพลงอนั ไพเราะในดา นการออกแบบ แบงจงั หวะ เปน 4 แบบคอื
-จงั หวะแบบเหมอื นกนั ซำ้ ๆกัน

เปน การนำเอาองคป ระกอบหรือรูปทีเ่ หมอื นๆ กนั มาจัดวางเรียงตอ กัน ทำใหด มู ีระเบยี บ(order)
เปน ทางการ การออกแบบลายตอเนื่อง เชน ลายเหลก็ ดดั ลายกระเบ้ืองปูพนื้ หรอื ผนงั เปนตน

-จังหวะสลับกันไปแบบคงท่ี
เปน การนำองคป ระกอบหรือรปู ที่ตางกนั มาวางสลบั กนั อยางตอเนอื่ ง เปนชดุ เปน ชว ง
ใหความรูสก เปนระบบ สมำ่ เสมอ ความแนนอน

-จงั หวะสลับกันไปแบบไมค งท่ี
เปน การนำองคป ระกอบหรอื รปู ทตี่ างกันมาวางสลบั กัน อยางอสิ ระ ทง้ั ขนาด ทิศทาง
ระยะหา งใหค วามรุสกสนกุ สนาน

-จงั หวะจากเลก็ ไปใหญ หรอื จากใหญไปเลก็
เปนการนำรูปทเ่ี หมือนกันมาเรยี งตอกันแตมขี นาดตา งกนั โดยเรยี งจากเล็กไปใหญ
หรือ จากใหญไ ปเลก็ อยา งตอ เนอื่ ง ทำใหภาพมคี วามลึก มมี ติ ิ

ตวั อยา ง

7. ความลกึ / ระยะ ( Perspective )
ใหภ าพดสู มจรงิ คอื ภาพวัตถุใดอยูใ กลจั ะใหญ ถาอยไุ กลออกไปจะมองเห็น

เลก็ ลงตามลำดบั จนสุดสายตาซง่ึ มมี ุมมองหลักๆ อยู 3 ลักษณะ คอื
วตั ถุอยสู งู กวา ระดบั ตา วัตถอุ ยูในระดบั สายตา และวตั ถุอยูต่ำกวา ระดับสายตา

ตวั อยา ง

8. ความขดั แยง ( contrast )
ความขัดแยง หมายถงึ ความไมลงรอยกันเขา กนั ไมไ ด ไมประสานสมพันธก ัน

ขององคป ระกอบศลื ป ทำใหข าดความกลมกลืน ในเร่ืองรูปทรง ส ขนาดลักษณะผวิ
ทแ่ี ตกตางกนั ดงั น้นั นักออกแบบทีด่ ี จะตอ งลดความขดั แยง ดังกลา ว ใหเปน ความ
กลมกลนื จงึ จะทำใหง านออกแบบมคี ณุ คา ลักษณะของความขดั แยง เชน
ความขัดแยง ของรปู ราง ความขดั แยง ของขนาดตา งๆ เปนตน

ตัวอยาง

9. การซำ้ ( Repetition ) คอื
การปรากฎตัวของหนว ยที่เหมอื นกันตงั้ แต 2 หนว ยข้ึนไปเปนการรวมตัวกัน

ของสง ที่มอี ยฝู า ยเดียวเขาดวยกัน เชน การซ้ำของน้ำหนักตำ การซำ้ ของเสน ตง้ั
การซ้ำของนำ้ หนักเทา การซำ้ ของรปู ทรงทเี่ หมอื นกนั เปนตน

การซ้ำสามารถใชประกอบโครงสรา งสง ตางๆ ใหมคี ณุ คามากย่ิงข้ึน เชน
กราฟฟค บนบรรจุภัณฑ ลวดลายผา เปนตน สง ส�คญั ของการซ้ำ คอื
สว นประกอบของการซ้ำและหลกั การจดั องคประกอบของการซ้ำ เพอื่ ใชเปน ขอมลู
ในการสรางและตองเขา ใจในหลกั การประกอบสว นยอ ยนน้ั เขาดวยกนั
ซ่งึ การซ้ำสามารถแบง ออกเปนทง้ั หมด 8 รูปแบบ
-การเรียงลำดับ ( Translation in step )
-การสลบั ซา ย – ขวา (Reflection about line )
-การหมนุ รอบจุด (Rotation about a point )
-การสลับซาย – ขวา และหมุนรอบจุด (Reflection and rotation)
-การสลบั ซายขวา และเรียงลำดับ ( Reflection and translation )
-การหมุนรอบจุด และเรยี งลำดับ (Rotation and translation)
-การเรยี งลำดบั สลับจังหวะ (Reflection and alternate translation )
-การผสมระหวางเรียงลำดบั สลบั จังหวะและหมุนรอบจุด(Reflection, rotation and translation)

ตัวอยาง

ระบ9บ. กการริดซำ้ใน(กRาepรeอtอitกioแnบ)บคกอื ารพิมพ

ในการออกแบบใดๆก็ตาม การทจ่ี ะนำองคประกอบตา งๆเขาไปสูก ารจดั องคประกอบ
สงแรกทตี่ องคำนงึ ถึงกค็ อื กรอบของงานท่ถี อื เปน อาณาบริเวณ พ้นื ท่ีของช้ินงานนน้ั
วานำองคป ระกอบเหลา นั้นไปจัดวางไดอ ยางเหมาะสม สวยงาม นาสนใจและเกิด
ประโยชนใชส อยไดด เี พียงไรในการออกแบบ งานพิมพกม็ ีลักษณะเดียวกนั กลาวคอื
ไดมกี ารจดั แบง พ้นื ทข่ี องช้ินงานท่จี ะตพี ิมพออกเปนสวนยอ ยๆทีเ่ ปนกรอบของงานพิมพ
โดยวางอยูใ นรูปของ ตารางทเี่ รยี กกนั วา ระบบกริดท้ังนเี้ พ่อื ทีจ่ ะไดนาสว นตา งๆไมวา จะเปน
ขอความท่เี ปนตัวพพิ มห รือภาพมาจดั วางตามหลักการออกแบบทางการพิมพ
ซง่ึ ระบบกรดิ นี้ไดน าพ้ืนทีข่ องกรอบสงพิมพในหนา นัน้ ๆมาจัดแบงเปนตารางพื้นที่ยอยๆ
โดยใชเ สนแนวตงั้ และแนวนอนเพอ่ื สรางตารางแลว ใชจ นิ ตนาการ ตามหลกั การออกแบบ
มาคำนวณทางสายตาเพ่ือจดั วางขอ ความและภาพนัน้ เปนอารต เวรกิ ระบบกรดิ ท่นี ำมาใชใน
การออกแบบประกอบดวยสว นทีส่ �คัญ 8 สว น ดงั น้ี
1. มมุ ของกริด (Grind Intersection)
หมายถึง ตำแหนงทีเ่ สน แนวตง้ั และแนวนอนของตารางตดั กัน มุมของกริดนี้ใชควบคมุ พน้ื ที่
พมิ พอ ยใู นขอบเขตที่กำหนด และใหพื้นทีท่ วี่ างไดม มุ ฉากกับตารางอยา งมคี วามเปน ระเบียบ
ตอเนื่อง กลมกลืนเอกภาพ

2. เสนตดั เจียน (Trim Mask)
แนวเสน ทใ่ี ชว างเคร่อื งหมายแสดงขนาดของสง พมิ พท ่ีตองการจริงภายหลังการจัดพิมพ

ทาเลม และตดั เจยี นเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว ซ่งึ ขนาดดงั กลาวอาจเรียกอีกอยางหน่งึ วา ขนาดของกริด
3. ชอ งวา งหรือกตั เตอร (Gutter)

หมายถงึ พื้นท่ีวา งระหวางกรอบพืน้ ทีพ่ มิ พของหนา ซายกบั กรอบพ้นื ทพ่ี มิ พของหนาขวา
ซงึ่ เปน แนวของสว นที่เวน ไวด านสน ของสง พมิ พอันเปน ชองวางหนาคทู ่เี รียกวา อกกลาง
ชอ งวางกัตเตอรนมี้ ปี ระโยชนตอ การเบง พนื้ ที่พมิ พของแตล ะหนาออกจากกนั และเออ้ื ตอ
การเปด อานเพราะไดว างแนวชองวางน้ีไวเพียงพอตอ การทำเลม
4. เสน ตัดเจยี น
5. ตำแหนงเลขหนา (Follo)

หมายถงึ ตำแหนงที่กำหนดไวเ พ่อื วางลำดบั เลขหนา โดยอาจใชว างตวั พมิ พชอื่ หนังสอ
หรือชื่อบทดว ยกไ็ ด เพอ่ื ใหเ กิดความตอ เนื่องเปนระบบและระเบียบอนั มปี ระโยชนตอการรู
ลำดบั การเรียงของงานพิมพวา อยหู นา ใดและมคี วามหนาเทาใด
6. อลั เลย (Alley)

หมายถึง ชองวางของพ้ืนทีพ่ ิมพต ามแนวต้งั หรือแนวนอนอนั ขนานกับเสนตารางโดย
เหน็ เปนชองวา งระหวา งบรรทัดหรือคอลัมนทปี่ ระกอบเปน ขอ ความหรือภาพ
7. หนวยของกริด (Grid Unit)

หมายถึง พ้ืนที่พมิ พอนั ดูแลว เปนกลุมของตารางที่จัดไวเปน ชุดหรอื พนื้ ทีพ่ ิมพที่เกาะกลุม
กันภายในอัลเลยท ่ลี อ มรอบอยูนั้น ซ่ึงมีประโยชนต อการจัดพิมพและ
อา นท่ีดแู ลว มกี ารแบงออกเปน กลุม ๆ
8. กัตเตอร
9. เสนพบั (Fold Line)

เสนแนวกึง่ กลางของหนา กระดาษระหวางกัตเตอรเ พอ่ื ใชพ ับในการทำเลม หรอื เปน สว นที่
ใชใ นการแบงสง พมิ พนัน้

การออกแบบสอสง พมิ พชนิดตางๆ
1.การออกแบบทางสถาปตยกรรม (Architecture Design)

เปนการออกแบบเพื่อการกอสรา ง สง กอสรางตาง ๆ นักออกแบบสาขานี้
เรยี กวา สถาปนิก (Architect) ซงึ่ โดยทัง่ ไปจะตองทำงานรว มกับวศิ วกร
และมณั ฑนากรโดยสถาปนกิ รับผดิ ชอบเก่ียวกบั ประโยชนใชส อยและ
ความงามของสง กอ สรา ง งานสถาปต ยกรรมไดแ ก

– สถาปตยกรรมทั่วไป
– สถาปต ยกรรมโครงสรางเปนการออกแบบเฉพาะโครงสราง
หลักของอาคาร
–สถาปต ยกรรมภายในเปนการออกแบบที่ตอเนือ่ งจากงานโครงสรา งเปน
สวนประกอบของอาคาร
– งานออกแบบภมู ทิ ัศน เปนการออกแบบท่มี ีบรเิ วณกวา งขวาง
2. การออกแบบผลติ ภัณฑ (Product Design)
เปนการออกแบบเพ่ือการผลติ ผลิตภณั ฑ ชนิดตาง ๆ งานออกแบบสาขาน้ี
มีขอบเขตกวางขวางมากท่ีสุด และแบงออกไดมากมาย หลาย ๆ ลกั ษณะ
นกั ออกแบบรับผดิ ชอบเกีย่ วกับประโยชนใชสอยและความสวยงาม
ของผลิตภณั ฑงานออกแบบประเภทนี้ ไดแ ก

– งานออกแบบเฟอรนเิ จอร
– งานออกแบบครุภัณฑ
– งานออกแบบเคร่อื งสขุ ภณั ฑ
– งานออกแบบเครอ่ื งใชสอยตา ง ๆ
– งานออกแบบเครอ่ื งประดับอัญมณี
– งานออกแบบเครอ่ื งแตงกาย
– งานออกแบบภาชนะบรรจุภณั ฑ
– งานออกแบบผลติ เคร่ืองมือตา ง ๆ ฯลฯ
3. การออกแบบวศิ วกรรม (Engineering Design)
เปนการออกแบบเพือ่ การผลติ ผลติ ภัณฑต า ง ๆ เชนเดียวกบั
การออกแบบผลิตภัณฑซ่งึ มคี วามเก่ียวของกนั ตองใชค วามรูค วามสามารถ
และเทคโนโลยใี นการผลิตสงู ผอู อกแบบคือ วศิ วกรซ่ึงจะรบั ผิดชอบ
ในเรื่องของประโยชนใชส อย ความปลอดภยั และกรรมวิธีในการผลติ
บางอยางตองทำงานรวมกนั กบั นักออกแบบสาขาตา ง ๆ
4. การออกแบบตกแตง (Decorative Design)
เปน การออกแบบเพ่ือการตกแตงสง ตา ง ๆ ใหสวยงามและเหมาะสม
กับประโยชนใชส อย มากข้นึ นกั ออกแบบเรยี กวา มัณฑนากร (Decorator)
ซ่งึ มักทำงานรวมกบั สถาปนิก

5. การออกแบบสง พมิ พ (Graphic Design)
เปน การออกแบบเพือ่ ผลิตงานผลิตงานสง พมิ พช นดิ ตา ง ๆ ไดแก

หนังสอ หนงั สอพิมพโ ปสเตอร นามบตั ร บัตรตา ง ๆ งานพิมพล วดลายผา
งานพมิ พภ าพลงบนสง ของเครื่องใชต าง ๆ งานออกแบบรูปสญลักษณ
เคร่ืองหมายการคา ฯลฯ

ความรูเ ก่ียวกับการออกแบบ

2 หนังสอ เบือ้ งตน

ความหมายของการออกแบบหนังสอ

การออกแบบหนงั สอ (book design) หมายถงึ การกําหนดความคิดรวบยอดการ
วางแผน และกําหนดโครงสรา งทางกายภาพของหนงั สอเลม โดยคาํ นึงถงึ การจดั วาง
องคป ระกอบตา ง ๆ ของหนังสอ ใหเ ปน รูปรา ง และไดสดสวนของหนังสอ ท่ีออกมา
เปนระเบียบ สวยงาม

ประเภทของหนังสอ

ความสนใจของมวลชนที่มตี อหนังสอ ไดม มี ากข้ึนไปตามความเจรญิ ของสง คมและบา น
เมอื ง จนมีคำกลาวกันวา หนงั สอ เปนเครอ่ื งวัดความเจริญของสง คมอยางหนึง่ ความสนใจ
ไดแตกแขนงออกไปอยา งกวา งขวาง และสนใจในรายละเอียดลึกลงไปในแตละแขนง
ทำใหเกิดการศกึ ษาคนควา หาความรู และทำใหเ กดิ หนังสอ ประเภทตางๆ ขน้ึ มาก
แตละประเภทมีกลมุ บคุ คลทส่ี นใจแตกตางกนั ไป ลกั ษณะการใชงาน อายุการใชง าน
กแ็ ตกตางกนั ไปดวย วิธกี ารผลิตหนงั สอ แตล ะประเภท และวัสดทุ ่ีใชผ ลิต ก็ตองแตกตา งกนั
ออกไป ผูผลิตจะตองหาวิธกี ารผลิตใหเหมาะสมกับหนงั สอ แตล ะประเภท

การแบงประเภทของหนังสอ มีวธิ แี บงไดห ลายอยาง แตเพอ่ื ใหเห็นลกั ษณะการผลิต
และรปู เลมไดเ ดนชดั หนังสออาจแบงออกเปนสองประเภทใหญๆ คือ วารสาร (Periodical)
และหนงั สอ เลม (book)

วารสาร (Periodical)
เปน หนงั สอท่มี ีช่ือหนังสอ คงที่ จัดพมิ พออกจำหนายจายแจกตามลำดบั เรื่อยไป เชน หนังสอที่
พมิ พออกมาทกุ วนั จะมีชือ่ หนังสอช่ือเดียวกนั ตลอด ไดแก สยามรัฐ ไทยรัฐ เดลนิ ิวส หรือ
หนงั สอที่พมิ พออกมาทุกสป ดาห ทกุ สองสป ดาห ทกุ เดอื น หรอื ทกุ ระยะเวลาตา งๆ มีชือ่ หนังสอ
เหมือนกนั เชน สตรสี าร วทิ ยาจารย หลกั ไท หนงั สอ เหลานี้เปนวารสาร หนังสอ ประเภทวารสาร
ยงั อาจแบงออกเปนประเภทยอยไดเปน หนังสอพมิ พ (newspaper) และนิตยสาร (magazine)

หนังสอ เลม (book)
เปนประเภทใหญของหนังสออีกประเภทหน่ึง อาจแบงออกเปนประเภทยอ ยไดหลายวธิ ี คือ
แบง ตามลกั ษณะของผอู า น เชน หนังสอ เด็ก หนงั สอ ผูใหญ หรือแบงตามเนื้อหาสาระ เชน หนังสอ
สารคดี หนังสอ บันเทิงคดี ซึง่ แตละประเภทแบง ยอยออกไปไดอ กี เชน สารคดี อาจแบงเปน แบบ
เรียนในระดับการศกึ ษาตางๆ คูมือครู แบบฝกหดั ตำราทางวชิ าการ หนงั สอ อา งองิ บันเทงิ คดกี ็
แบงเปน นวนยิ าย กวีนพิ นธ หนังสอเดก็ กอ็ าจแยกออกเปน หนงั สอ ภาพ หนังสอการต นู นิยาย
หนงั สอแตละประเภทกม็ ีลกั ษณะรูปเลม เฉพาะที่เหมาะสมกบั ลกั ษณะการใชง านของหนงั สอ
ประเภทน้นั ๆ การผลติ หนงั สอ แตล ะประเภท จึงมีวิธกี าร และอปุ กรณท ี่เหมาะสมแกก ารผลติ
หนังสอ ประเภทนั้นๆ ซ่ึงกย็ อ มแตกตา งกนั ออกไปแตละประเภท

ปจ จยั ทเ่ี ก่ียวขอ งกับการออกแบบและจัดทำหนังสอ

สงที่ตอ งกำหนดและวางแผนกอนการออกแบบหนังสอ กอนจะทำการออกแบบ
หนังสอน้นั มีเรอื่ งที่จะตอ งกาหนดและวางแผนเฉพาะในสวนทเี่ กยี่ วของกับการออกแบบ
ดงั น้ี
ศึกษาและทาความเขา ใจหนังสอ

กอนที่จะทาการออกแบบ นักออกแบบจะตอ งพยายามหาขอ มูลจากผเู ขยี นหรอื
สานักพิมพถ ึงวตั ถุประสงคใ นการเขียนหรือจดั ทำหนงั สอ และตองทราบถึงลกั ษณะของ
ผอู านที่เปนกลุมเปาหมายวา เจตนาจะมุงทใ่ี ครเปน หลกั และคนกลุมนี้มีพฤติกรรมและ
ความชอบไมช อบอยา งไร นอกจากนยี้ งั ตอ งทราบใหชดั เจนวาผูเขียนมีความคดิ หลักหรือ
แนวคดิ เบอื้ งหลงั ของหนงั สออยา งไร รวมทง้ั เปน หนงั สอประเภทใดและควรจะมี
บคุ ลิกภาพแบบไหน

กำหนดขนาดและรูปแบบของหนงั สอ
เมอื่ เทยี บกับหนงั สอพมิ พแ ละนติ ยสารแลว หนังสอ สามารถจดั ทาไดหลายขนาดและ

หลายรูปแบบมากกวา ซึง่ ในการเลอื กขนาดและรูปแบบ ท่ีเหมาะสมนีจ้ ะตอ งดูจากวัตถุ
ประสงคและประเภทของหนงั สอ เปน หลัก สว นใหญแ ลว จะตองพยายามเลอื กขนาดที่
ตัดกระดาษไดโ ดยเหลอื เศษ นอ ยเพือ่ เปน การประหยัดกระดาษเพื่อลดตนทนุ นอกจาก
ในกรณที ่ีเปน หนงั สอ ที่ ระลกึ ราคาแพงและตอ งการ รปู แบบ ทแี่ ปลกแตกตางไปจาก ปกติ

แบบและขนาดตัวอักษร ปกติแลว ตวั อักษรทใี่ ชในหนงั สอ หนึง่ เลม
จะไมม ีความหลากหลายมากนักแตอาจมีความแตกตา งกันระหวางตวั ทเ่ี ปนหัวเรือ่ งหรือ

พาดหวั กบั ตวั ทเี่ ปนเนอื้ เรื่องเทานน้ั อยา งไรกต็ ามในเรื่องขนาดของตัวเนอื้ เรอ่ื งจะตอ ง
พิจารณาใชใ นขนาดที่เหมาะสมกับผอู า นทเี่ ปนกลมุ เปาหมาย หากเปนผมู อี ายุมากหรอื เดก็
อาจจะ ตอ งเลือกตัวอักษรทีม่ ีขนาดใหญกวาตวั อกั ษรทใ่ี ช สาหรับ วนั รุน หรอื ผใู หญท ั่วไป
แบบและจำนวนภาพประกอบ

ภาพประกอบเปน อกี ตวั แปรหนง่ึ ที่ควรนำมาพิจารณา วา ตองการจะนาเสนอภาพ
ประกอบเปน สสห รอื ขาวดา จำนวนอยา งละก่ีรูป ซง่ึ แบบและจำนวนภาพประกอบน้จี ะไปมีผล
ตอการเลือกชนิดกระดาษ ระบบการพิมพ และตนทุนในการผลติ

องคประกอบและการจดั วางองคประกอบในการออกแบบหนังสอ
ทีจ่ รงิ แลว การออกแบบหนงั สอ ก็มหี ลักการเหมือนกบั การออกแบบสอสง พิมพอ่ืน

ซ่ึงไดกลา วถึงไปแลว อยางไรกต็ ามหนังสอ มี สว นประกอบท่แี ตกตา งกับจากสอสง พิมพอ่นื
ทาใหมรี ายละเอยี ดเพิ่มเตมิ ในการออกแบบสวนประกอบที่สาคัญ คือ ปกหนาของหนังสอ
ซ่ึงเปน หนา ท่สี าคญั ท่ีสดุ เชนเดียวกับหนาแรกของหนงั สอ พิมพแ ละปกหนา ของนิตยสาร
โดยปกหนา จะตองทาหนาท่ี ดงึ ดดู ความสนใจของผูพบเห็นใหอยากจะหยิบขึน้ มาดูจากชั้น
หนงั สอ ในขณะเดียวกันปกหนาของหนังสอ กจ็ ะตอ งทาหนาทส่ี อ สาร ใหเหน็ ถึงความคดิ
เบ้อื งหลังรวมทง้ั บคุ ลิกลกั ษณะของเน้อื เร่ืองภายในหนงั สอ ดวย เพอ่ื ใหบ รรลวุ ัตถปุ ระสงค
ทัง้ สองสวนนี้นักออกแบบ จะตอ งทำการออกแบบสว นตา งๆ ในปกหนาของหนงั สอ ดงั นี้

1. ตราสญ ลกั ษณข องสานักพิมพ
2. ขอ ความประกอบปกหนา
3. ชอ่ื หนังสอ
4. ชอ่ื ผแู ตงหรอื ผแู ปล
5. ภาพประกอบปกหนา

หลักเกณฑการออกแบบปกหนงั สอ

1. รับฟงขอ เสนอ
กระบวนการท่ี 1 รับฟงขอ เสนอ ทีม Design จะสอบถามนกั เขียนถึงขอมลู ของหนงั สอ

ความตองการของนักขียน ส ฟอนต รูปแบบทต่ี องการ หรอื อกี แบบเราจะเรยี ก Require-
ments ก็ไดจากนนั้ ทีม Design กจ็ ะนำโจทยท่ไี ดรวบรวมเพือ่ เปน ขอ มูลส�หรบั การทำงานใน
กระบวนการถดั ไป
2. ใคร คือ กลุมเปา หมาย

เมือ่ ไดโจทยจ ากกระบวนการท่ี 1 ออกมาแลวกระบวนการที่ 2 น้ี จะเปนกระบวนการ
คดิ คร้ังแรกทเ่ี ราจะตองมารวบรวมวากลุม เปา หมายของเราคอื ใครท่จี ะซือ้ หนงั สอ เรารวบรวม
ขอมูลใหม ากท่สี ดุ เชน เพศ อายุ อาชพี Lifestyle รวมถึง Skill ของคนท่ีจะอา นหนงั สอ
เลม นี้ เพศ อายุ เปนสง ส�คญั ทเี่ ราจะตอ งวเิ คราะห เปน อยา งมากเพราะหนังสอบางเรอื่ งมี
เน้อื หาทเี่ หมาะสมกับชว งอายุ ทีอ่ าจจะตอ งตอบโจทย Skill ทเ่ี ขาสนใจ
3. Research

เสร็จสน กระบวนการท่ี 1 และ 2 แลว กระบวนการที่ 3 เปน กระบวนการทท่ี ีม Design
ทำงานหนกั ทส่ี ดุ เพราะจะตองรวบรวมขึม้ มูลท้งั กระบวนการ 1 และ 2 มาวเิ คราะหแ ละ
หาขอมูลอ่นื ๆ เพ่มิ เติม เชน หนงั สอ เรือ่ งคลาย ๆ กนั ในทอ งตลาด หาจุดแขง็ จดุ ออนของ
หนงั สอท่ีมอี ยกู ับหนงั สอของเรา วิเคราะหแ นวการออกแบบของหนงั สอ ในศาสตรต า ง ๆ จดุ
ส�คญั ส�หรับการออกแบบท่ีจะทำใหนกั อานเหน็ แลว รูสกวา หนังสอ เลม นี้นา สนใจ
และตองหยบิ มาอานเพือ่ หาคำตอบ

4. ตอ งการสอ สารอะไร?
เม่อื ผานกระบวนการสุดหินมาถึง 3 กระบวนการแลว เรามาถึงขึ้นตอนการถามตัวเองและ

ทีมงานออกแบบแลว วางานท่ีเราจะทำน้จี ะตอ งสอสารอะไร? ออกไปใหน ักอา นรูว า หนงั สอ เลมน้ี
กำลงั อธิบายเนอื้ หาในเลม อยดู ว ยตัวปก กระบวนการน้อี าจจะคิดวนไปวนมา และถกเถียงในทมี
Design กนั อยา งมาก
5. ยึดหลกั ทฤษฎใี นการออกแบบ

การออกแบบจะตอ งยึดหลกั ของทฤษฎีทง้ั Color Theory, Golden Ratio,
Guide and Grid Theory ทีเ่ ปนแกนหลกั ในการออกแบบท่นี กั ออกแบบจะตองยดึ และปฎิบัติ
ตามทฤษฎี การออกแบบทีท่ างส�นกั พิมพฯ ยดึ เปน หลักในการออกแบบ การแบง
Guide and Grid ส�หรับการออกแบบงาน รวมถึงการใชสตาม Color Theory แบง โทนสร อน
โทนสเยน็
หลกั การใชส ต รงขา ม
6. จินตนาการผลงานเม่ือพมิ พออกมา

กระบวนการนี้บอกไดวาตองใชประสบการณข องทมี Design จริง ๆ เพราะจะตอ งเขา ใจ
เรอ่ื งระบบงานพมิ พหลักการส เทคนคิ การพิมพตา ง ๆ เชน หลักการผสมส แยกส
การใชเทคนคิ พิมพทอง กดนนู กดจม การยงิ สปอต UV วสั ดใุ นการเคลอื บปก เปน แบบ PVC
ดา นหรือการอาบ UV ลกั ษณะของการเขา สนหนงั สอ และทีส่ �คัญก็คือการใชกระดาษในการพิมพ
การออกแบบจะตอ งเขา ไดกบั กระดาษที่ตอ งการพมิ พ คุณสมบัตขิ องกระดาษ มหี ลากหลาย
มากมายทมี Design จะตอ งตกลงกอ นเลยวาจะใชเ ทคนคิ การพมิ พแ บบไหน กระดาษอะไรทีจ่ ะ
ใชในการพมิ พเ พือ่ สนบั สนุนงานออกแบบของเรา ทง้ั หมดท่ีวามาน้ียังไมไดพิมพนะ เปนเพียงแค
จิตนาการของทีม Design เทานัน้ ท่ีจะตอ งมองภาพของหนงั สอ ใหออกเมื่อพิมพอ ออกมา

ตวั อยา ง Color Theory

กระบวนการออกแบบและจัดทำหนังสอ

หลกั ในการพจิ ารณาออกแบบสอ สง พมิ พ
กอนท่ีผอู อกแบบตดั สน ใจผลิตสอสง พิมพ ผูอ อกแบบจำเปน จะตองพิจารณาองค

ประกอบของการพิมพเ ปน ขอ มลู ส�คญั ตอการออกแบบองคประกอบในการพิมพ ดังน้ี
1.วตั ถุประสงคของการพมิ พ การกำหนดเปา หมายของสอ สง พิมพวา เปนสอ สง พมิ พ

ส�หรบั บคุ คลวยั ใด หนงั สอ ส�หรับเด็กหรอื ผใู หญ เพศใด ส�หรบั ผูหญิงหรอื ผูช าย
การศึกษาระดบั ใดลกั ษณะของสอ สง พิมพ ไดแ ก หนังสอทางวิชาการ สารคดี รอ ยแกว รอ ยกรอง

2.รูปรางของสอสงพมิ พ ตามปกติมรี ูปรา งมาตรฐานเปน รปู สเหลยี่ มผนื ผาตาม
ลักษณะของกระดาษขนาดมาตรฐาน ดงั้ นัน้ การกำหนดสอสง พิมพใหม รี ปู รางสเ หล่ยี มผืนผา
จงึ ไมทำใหกระดาษเสย เศษ ซง่ึ มีทั้งสเหลี่ยมผนื ผา แนวตง้ั และสเ หล่ยี มผืนผา แนวนอน

3.ตำแหนง จดุ แหง ความสนใจในสอสงพมิ พ โดยปกติผอู อกแบบสอ สงพมิ พมกั จะให
ความส�คัญแกปกหนาพิเศษมากกวา สวนอกี ท้ังนีเ้ พราะเปนจดุ ดึงดูดสายตาและสามารถ
สรา งความนา สนใจแกผดู ใู นกรณที ่มี ีการแขง ขันกบั สอ สงพมิ พอ ่ืนๆส�หรบั การจัดหนาภายใน
หนังสอน้นั สมัยกอนมกั ใหค วามส�คัญแกหนาขวามอื หรอื หนา ค่ี ไดแ ก 1,3,5,7 ไปตามลำดับ

4.ขนาดของสอ สง พมิ พ
ขึน้ อยกู ับขนาดของกระดาษเปน ส�คญั จะเหน็ ไดว า หนังสอ ขนาด 8 หนา ยก
(7.5 น้วิ *10.25น้ิว) ทีพ่ ิมพในปจจุบันมีขนาดรปู เลม ท่แี ทจ รงิ ไมเทา กนั ท้ังน้ี
เนื่องจากขนาดของกระดาษที่ใชพมิ พไมเทากนั ไดแก กระดาษขนาด 31 นิ้ว *43
นิ้ว และกระดาษขนาด 24 นิ้ว *35 นว้ิ

หนังสอส�หรบั เดก็

คำจำกดั ความทีฟ่ ง งาย แตเขา ใจยาก ความเขาใจจึงถอื เปน หวั ใจส�คญั ในการสราง
หนงั สอเพ่ือเดก็ อยางนอ ยทีส่ ดุ ตองเขา ใจวา เดก็ คิดอยางไร เด็กตอ งการอะไร มองโลก
รอบตวั อยางไร รวมถงึ ตองเขา ใจพฒั นาการของเดก็ แตล ะวยั ดวย และใชวาหนงั สอ เดก็ ทกุ
เลมเด็กอานแลวจะสนกุ เสมอไป บอยครง้ั ที่หนงั สอ เดก็ กลายเปนหนังสอ ของผใู หญ
เพราะผูทำผผู ลิตเปน ผูใหญ นกึ และตคี วามโลกของเด็กตามความเขาใจของตน เน้อื หา
ที่นำเสนอจึงเปน ไปตามท่ผี ใู หญค ิด(แทนเด็ก)เมื่อการเรยี นรูของเดก็ เร่ิมตน จากภาพ
เราจึงมี “หนังสอภาพ” ส�หรบั เดก็ เกิดข้ึน เพ่ือกอเกดิ การพฒั นาดังกลา ว

ความหมายของหนังสอ ภาพ
หนงั สอภาพคือหนังสอเลมแรกๆของเดก็ หนังสอภาพส�หรับเด็กคือหนงั สอ ที่

ผูใหญตอ งอา นใหเ ด็กฟง ไมใ ชหนังสอส�หรบั เดก็ อา นเอง หนงั สอ ภาพส�หรับเดก็ เปน
หนงั สอท่มี ภี าพประกอบเปน ส�คญั กลาวคอื มีภาพในสด สวน ๗๐ - ๘๐ เปอรเซ็นต
เทา น้นั ขณะท่มี ตี ัวหนงั สอ เพียง ๒๐ - ๓๐ เปอรเซน็ ตเทา น้นั ย่ิงหนงั สอ ส�หรบั เดก็ เล็ก
มากเทา ไร ตวั หนังสอ กม็ ีความจำเปนนอยเทานั้น หนังสอภาพทด่ี ีตองสอ สารกบั เดก็ ได
อยา งดมี ีภาพทเ่ี ลา เร่อื งได

บางครง้ั อาจไมจ ำเปน ตอ งมีตวั หนงั สอหรอื ไมต อ งอา นตัวอกั ษร เด็กก็สามารถอา น
เรือ่ งและเขา ใจเร่อื งจากภาพได นอกเหนือจากน้ียังมีความละเอยี ดลออ ภาพตองใหขอมลู
แกเดก็ ได ภาพตองสอ อารมณของตวั ละครของเร่อื งได เชน เน้อื หาของเร่ืองบอกถึงความ
ตื่นเตน ลึกลบั และการผจญภัย อารมณข องภาพกต็ องเปน ไปในอารมณเดยี วกันนน้ั
ดว ย หนังสอ ส�หรบั เด็กไมจ ำเปนตองมแี ตสส วยหวานเทา นน้ั หากหนังสอ ภาพขาว-ดำ
หรอื สทึบทมึ ก็เปน หนงั สอ ทดี่ สี �หรับเด็กได ถาสามารถสอ สารอารมณข องเร่อื งได
หนังสอ ทด่ี รี ะดับโลกหลายเลมที่ครองใจเด็กมาอยา งยาวนานก็เปนหนงั สอภาพขาว-ดำ

ขอคำนึงในการออกแบบและจัดทำหนงั สอ

รปู แบบของปกหนา
เน่ืองจากความหลากหลายในรปู แบบทเี่ ปน ไปไดใ นการออกแบบปกหนาของหนังสอ

นกั ออกแบบจึงควรตกลงรวมกันกบั ผเู ขยี น หรือส�นักพิมพเรือ่ ง รูปแบบของปกหนา
เสย กอนในเรอ่ื งตางๆ ดงั น้ี

กระดาษทีใ่ ชในการพิมพปกหนา
จะเปนกระดาษแบบเดียวกนั กับหนา ใน หรือจะเปน กระดาษทห่ี นากวาปกติสวนใหญแ ลวกระ
ดาษท่ใี ชในการทำปกหนามกั จะเปน กระดาษแข็งในบางคร้ังอาจจะมีการหุม หรือเคลือบเอา
ไวดวยวัสดชุ นิดอ่นื เชน ผาหรอื พลาสติกกไ็ ด
หนา หมุ ปก
หนังสอท่ีมีความหนามาก หรอื มีราคาสูงจะมีหนาหุมปกเพื่อรักษาปกหนา ไวไ มใหเ สย หาย
ระบบการพิมพและจำนวนสที่จะพมิ พ

รวมทง้ั การใชเทคนิคพเิ ศษอืน่ ในทางการพิมพหรอื ไม เน่ืองจากปกหนาของหนังสอทำ
หนา ทเี่ หมือนหนาโฆษณาขายหนงั สอเลมน้นั ๆ จงึ เปน เรื่องทสี่ มเหตุสมผลทจี่ ะใหค วามส�คญั
เปน พเิ ศษท้ังในงานออกแบบและการผลิต

รูปแบบของหนาใน
รูปแบบของหนา ในของหนังสอ น้นั จะมลี กั ษณะเชน ไรยอมขึน้ อยูกับลกั ษณะของสง ทจี่ ะเปน
องคประกอบของเนื้อหา ไดแก เน้ือหาท่เี ปนตัวพิมพและภาพประกอบตางๆ วามมี ากนอย
และตองการคุณภาพในระดับใด ท้ังนคี้ วรพิจารณาในเรื่องตอ ไปนี้
กระดาษทใี่ ชในการพมิ พเ ปนกระดาษชนดิ ใด และจะเปน กระดาษทม่ี คี วามหนาหรอื น้ำหนัก
เทาใด
ระบบการพมิ พที่เหมาะสมควรเปน ระบบใด และพิมพก ่ีส
ในหนังสอบางเลมอาจจะมีหนา ในทีม่ กี ารพมิ พส ไมเทากัน จงึ ตอ งมีการกำหนดวาจะเปน หนา
สส ท ห่ี นา หนา สเดยี วกห่ี นา รวมทั้งมกี ารใชเ ทคนคิ พิเศษอ่นื ในทางการพิมพหรอื ไม โดย
ปกตแิ ลว หนา ในของหนงั สอ มักจะไมคอ ยในเทคนคิ พิเศษอะไรมากนกั ยกเวนหนงั สอเด็กซึ่ง
อาจจะมีการอัดตัดตามแมแบบหรอื ไดคัต หรอื ปอปอพั (Pop Up) เพือ่ เพ่มิ มิตใิ หหนา
หนงั สอ

แบบและขนาดตัวอกั ษร ปกติแลว ตวั อกั ษรท่ีใชใ นหนังสอ หนึ่งเลม
จะไมม ีความหลากหลายมากนกั แตอาจมคี วามแตกตา งกัน

ระหวางตัวทเ่ี ปน หัวเรอื่ งหรือพาดหัว กบั ตัวท่ีเปน เนือ้ เรอื่ ง
เทา น้ัน อยา งไรก็ตามในเรอ่ื งขนาดของตวั เน้ือเรอื่ ง จะตอง
พิจารณาใชในขนาดที่เหมาะสมกับผูอ านที่เปน กลมุ เปาหมาย หากเปน ผูมอี ายมุ ากหรือเดก็
อาจจะ ตอ งเลือกตวั อักษรท่ีมี ขนาดใหญก วาตวั อกั ษรท่ีใช ส�หรับ วันรนุ หรือ
ผใู หญท่วั ไป

แบบและจำนวนภาพประกอบ
ภาพประกอบเปน อีกตัวแปรหนึง่ ท่คี วรนำมาพจิ ารณา วาตองการจะนำเสนอภาพ

ประกอบเปนสส หรือขาวดำ จำนวนอยางละกีร่ ูป ซง่ึ แบบและจำนวนภาพประกอบนจี้ ะไป
มผี ลตอการเลือกชนิดกระดาษ ระบบการพมิ พ และตนทุนในการผลิต

การกำหนดขน้ั ตอนหลงั การพิมพ
เน่อื งจากหนังสอ มขี นาดความหนาท่หี ลากหลาย ทำใหวธิ กี ารเย็บเลม หนงั สอ ท่เี หมาะ

สมแตกตางกันไป นอกจากนเ้ี ทคนิคพเิ ศษ
บางอยา ง เชน ดนุ นูน (Emboss) การประทับลายรอ น ปม ทอง (Foil Stamping) หรอื ได
คตั หรือการอัดตัดตามแมแ บบก็เปน สง ท่ีตอ งดำเนินการภายหลงั การพิมพเ สร็จสน ลง
ดังนัน้ การไดสรปุ ข้นั ตอนท่ีคาดวาจะใชห ลงั การพมิ พไ วลว งหนา จะทำใหน ักออกแบบไดค ดิ
เผ่อื ในขณะทีท่ ำการออกแบบ

โปรแกรมส�เรจ็ รูปส�หรับ

3 การออกแบบหนงั สอ

ความหมายของโปรแกรมส�เรจ็ รปู

โปรแกรมส�เร็จรูป Package Software คอื
ซอฟตแวรท ่สี รา งขึ้นเพ่อื ใชใ นส�นักงานทว่ั ๆ ไป
สรางโดยบรษิ ทั ท่มี ีความชำนาญในดานน้นั ๆ โดยเฉพาะมีการปรบั ปรุงรนุ Version
ของซอฟตแ วรใ หม ปี ระสท ธภาพสูงข้ึนอยูเ สมอ สามารถแบงออกเปนประเภท
ตามลักษณะหนา ทกี่ ารทำงานไดดงั นี้คอื

- โปรแกรมประมวลผลคำ
ใชส �หรับพมิ พเอกสารรายงานหรือสรางตารางแบบตา ง ๆ

-โปรแกรมตารางงาน
ใชส�หรับคำนวณ สรา งกราฟ และจัดการดานฐานขอมลู

- โปรแกรมนำเสนอผลงาน
ใชในการนำเสนอผลงานและนำเสนอขอ มูลในรแู ปบบสไลด -

-โปรแกรมจัดการฐานขอ มูล
คือ โปรแกรมที่ทำหนาทใ่ี นการจัดการฐานขอมูล

- โปรแกรมเวบ็ เพจ
ใชในการเขียนเวบ็ เพจเพอ่ื ใชง านในเว็บไซตของอนิ เทอรเน็ต

- โปรแกรมสอสารระยะไกล
ใชใ นการตดิ ตอ สอสารทางอินเตอรเ น็ต

-โปรแกรมเขียนแบบ
ใชในการออกแบบและเขยี นแบบดานตา ง ๆ เชน ชนิ้ งาน อาคาร

- โปรแกรมการฟก ส
ใชในการสรา งและจดั การรูปภาพในคอมพวิ เตอร

-โปรแกรมเพือ่ ความบนั เทิง
ไดแก เกมส ภาพยนตและเสยงเพลงตาง ๆ

การดาวนโหลดโปรแกรม Illustrator และ Indesign

Adobe InDesign CC 2020 เปนผลิตภณั ฑร ะดับมืออาชีพส�หรับการออกแบบ
เผยแพร และการจัดหนา สง พมิ พ หรือสง พิมพท างอินเทอรเนต็ สามารถใชในการ
สรา งผลงาน เชน โปสเตอร ใบปลวิ โบรชัวร นิตยสาร หนังสอพมิ พง านนำเสนอ
หนงั สอ และ eBooks Adobe InDesign มีคณุ สมบัตแิ ละเครือ่ งมอื ขน้ั สูงทงั้ หมด
ซงึ่ คุณสามารถพัฒนาการออกแบบหนาในทุกความซบั ซอน
ไดอ ยางรวดเรว็ และมีประสท ธภิ าพ โปรแกรม Adobe InDesign
รองรับการนำเขารูปภาพและขอความจากหลากหลายรูปแบบรวมถึงไฟล PDF และ
XML นำเสนอชดุ เครื่องมือจำนวนมากส�หรบั การแกไขวัสดทุ น่ี ำเขา

ซ่ึงรวมถงึ การทำงานกบั เลเยอร รปู แบบการเรียงซอน ตารางและเทมเพลต
นอกจากน้ยี งั รองรบั การสง ออกไปยงั รูปแบบ EPUB และ SWF เพื่อสราง
e-book และสง พิมพดิจิทลั รวมถงึ นติ ยสารดิจทิ ัลและเนื้อหาที่เหมาะส�หรบั
การบรโิ ภคบนคอมพิวเตอรแท็บเลต็ Adobe InDesign เปน แอปพลเิ คช่ัน
เผยแพรเน้ือหาอเนกประสงคทใี่ หค ณุ ควบคุมการออกแบบและตัวอกั ษร
ในระดับพกิ เซลไดอยา งแมนยำปรับเลยเอาตใหเ ขากับรปู แบบเพจตางๆ
ไดส ะดวก

การตดิ ต้งั โปรแกรม Illustrator และ Indesign
ผใู ชส ามารถตดิ ต้งั โปรแกรม Illustrator ไดจากชดุ โปรแกรมของ Adobe CS
Master Collection ซึ่งเราสามารถจะเรม่ิ โดยการใสแ ผน ดวี ดี ลี งไป
และเริ่มทำการติดตัง้ โปรแกรมดงั ขนั้ ตอนตอ ไปนี้
1. คลกิ เลอื ก ไฟล Set-up.exe
2. จะปรากฏแถบแสดงสถานะการติดตงั้
3. ทห่ี นาตาง Welcome การติดตง้ั ใหคลิกเลอื กปมุ คำสง Accept
เพ่อื เรม่ิ การติดตง้ั
4. ใหก รอก รหัส Serial Number ซง่ึ มอี ยูในแผน โปรแกรม ลงในชอ ง Provide a
serial number. เมอื่ กรอกรหัสถูกตองจะปรากฏเครอ่ื งหมายถกู ทชี่ อ งสดุ ทา ย
5. เลอื กภาษาทใ่ี ชในการตดิ ตั้ง ใหเ ลอื ก English (International)
6. หลังจากเลอื กภาษาเสรจ็ แลวใหค ลกิ ปุม Next
เพื่อดำเนินการในข้นั ตอนตอ ไป
7. คลกิ เครือ่ งหมายถูกเพือ่ เลอื กทำการตดิ ตัง้ โปรแกรม Illustrator CS5
8. คลิกเลอื กปุม Install เพือ่ ทำเริม่ ติดต้ังโปรแกรมลงในเคร่ืองคอมพวิ เตอร
และรอจนกวาจะติดตง้ั เสร็จและคลิก Finish

Indesign

ขน้ั ตอนท่ี 1 ตรวจสอบไฟลท ่ไี ดทำการดาวนโ หลดมา
ขน้ั ตอนท่ี 2 ภายในโฟลเดอรจะพบกับไฟลม ากมาย ใหเ ลือก Setup.exe
และดบั เบิลคลกิ ใชงาน หรือ คลิกขวาเลือก Run as Administrator
เพอ่ื ความเสถยี รในการติดต้งั โปรแกรม
ขั้นตอนที่ 3 บางเครือ่ งอาจพบขอ ความดงั นี้ ใหก ด Ignore ผา นไดเ ลย
ข้นั ตอนท่ี 4 โปรแกรมตดิ ตัง้ จะทำการโหลดไฟล ซกั ครู
ขั้นตอนท่ี 5 เลอื กวธิ ีการตดิ ตงั้ โปรแกรม โดย แตล ะวธิ มี คี วามหมายดังนี้
Install - เหมาะส�หรับผูทมี่ ีรหสั ผา นที่ไดซ อื้ มาจาก บริษทั Adobe
ซึง่ จะสามารถใชไดถาวร ถูกตอ งตามกฏหมาย
Try - เหมาะส�หรบั การทดลองใชง านโปรแกรม โดยมรี ะยะเวลาจำกัด
ขั้นตอนท่ี 6 อานขอตกลงในการใชง าน กด Accept
ขั้นตอนที่ 7 โปรแกรมจะแจง วา จะตดิ ตงั้ โปรแกรมอะไรบา งกดปุม Install
ขั้นตอนที่ 8 ใชเ วลาในการติดตง้ั โปรแกรม โดยประมาณ 15 นาที
ขั้นตอนที่ 9 ระยะเวลาผานไป ซกั ระยะ เวลาที่เดาไวจ ะลดลงดวย
ขน้ั ตอนที่ 10 แจงการติดต้ังโปรแกรมส�เร็จแลว
ขน้ั ตอนที่ 11 คนหาโปรแกรม Adobe Indesign CS6 จาก Metro UI ของ
Windows 8.1
ขน้ั ตอนที่ 12 เปดโปรแกรมข้ึนมาทดสอบ
ขน้ั ตอนท่ี 13 โปรแกรม Adobe Indesign CS6 ตดิ ตัง้ เสรจ็ สน
และสามารถใชงานไดอยา งไมมปี ญ หา

การถอนโปรแกรม Illustrator และ Indesign
ขั้นแรก เรมิ่ จาก 'คลกิ ขวา' ทป่ี มุ Windows และกดไปทป่ี มุ Search
หรือกดปมุ ลัด 'Windows+S' พรอมกัน ที่แปนคยี บอรด เพอ่ื เรียกหนาตา ง
Search ขึ้นมา จากน้ันก็จะมหี นา ตาง Search ข้นึ มาใหเราคน หาสง ตา งๆ
บนเครือ่ งคอมพวิ เตอร ขนั้ ตอนนี้ ในคณุ พิมพค ำวา "Control Panel"
และเลือกเปด Control Panel ขึน้ มาครบั หลังจากเขามาในหนาตาง
Control Panel (แผงควบคมุ ) เสรจ็ แลว ใหเ ลอื กคำสง Uninstall a program
ไดทนั ทแี ตส�หรบั บางคนท่ไี มชินกับการแสดงผลในหนา ตา ง Control Panel
ของ Windows 10 น้ี กส็ ามารถเลอื กใหแ สดงผลในรูปแบบอน่ื ๆ ไดโ ดย
คลิกขวาทป่ี ุม Category ทางดา นขวาบน แลวจากนัน้ เลอื กแสดงผลแบบ
Large icons ได เราสามารถเลือกเขาจาก *Program and Feature ไ
ดเหมือนกนั
-ภายในตวั Program and Feature จะรวบรวมรายชอ่ื ของโปรแกรมตา งๆ
และการอพั เดทเวอรช นั ของ Windows รวบฟเ จอรต างๆ ไวภายในนี้
โดยเราสามารถเลือกดรู ายชือ่ โปรแกรม ทีต่ องการถอนการติดตงั้ ไดเ ลยทันที
-เราสามารถเลือ่ นดรู ายชอื่ โปรแกรมทเี่ ราตอ งการถอนการตดิ ต้งั ได
-เม่อื เจอโปรแกรมท่เี ราตองการถอนการตดิ ต้งั แลว ใหก ด 'คลิกขวา'
และเลอื กทปี่ ุม 'Uninstall' เพ่อื ถอนการติดตัง้ ไดเลย

-พอคลกิ ปุม Uninstall เสร็จแลว
จะมหี นาตางแจง เตอื นวาเราตองการจะถอนการติดตั้งโปรแกรมหรอื ไม
กใ็ หเลอื กปุม Yes เพ่อื ตอบตกลง ถอนการติดตัง้ ไดเลยครบั
-รอโปรแกรมทำการถอนการตดิ ตัง้ สกพัก กเ็ ปน อันเสร็จสน
รายชอ่ื โปรแกรมนั้นกจ็ ะหายไปทนั ที
-แตส �หรับบางโปรแกรมอาจจะตองทำตามข้ันตอน หลายขน้ั ตอน
เพอ่ื จะถอนการติดตง้ั ตวั โปรแกรมออกจากเครื่องเราได
ก็ทำตามขนั้ ตอนที่แจงเตือนขึน้ มาไดเลยครบั ผม
- เสรจ็ สน
ดว ยขนั้ ตอนสน ๆ งา ยๆ
ก็สามารถเขา ไปถอนการติดต้งั โปรแกรมทเ่ี ราไมต องการไดเลยทนั ที
เหมาะส�หรับคนท่ีตอ งการเขาไปถอนโปรแกรมท่ีไมไดใชง าน
หรอื โปรแกรมท่พี ่งึ ตดิ ตงั้ ไปแลวไมสามารถใชงาน หากเกบ็ ไวเ ฉยๆ
กจ็ ะทำใหร กเครือ่ งเปลา ๆ ครบั เมื่อเครื่องมีขอ มลู เยอะ กจ็ ะทำใหท ำงาน
ชา ลงไดท ีนเี้ รากส็ ามารถถอนการติดตัง้ โปรแกรมดวยตัวเอง ไดงายๆ เลย

การใชงานโปรแกรมออกแบบ

4 และจดั วางวัตถุส�หรับงานหนังสอ

การใชเครอ่ื งมือกลมุ การวาดวัตถุ

การวาดภาพเวกเตอรจะเปน การสรา งเสน พาธ จากจดุ หนงึ่ ไปยงั จดุ หนง่ึ
ตอกนั ไปจนเปน รปู ทรงหรอื ภาพตามที่เรากำหนด โดยทจ่ี ุดปลายทั้ง 2 ดา น
ของเสน แตล ะเสน นั้น จำทำหนาท่เี ปนตวั ยดึ เสน ใหเ ชอ่ื มตอ กัน
ประเภทของเสน พาธ
เสนพาธจะมอี ยู 2 ประเภท คอื
1. เสน พาธแบบเปด (open path) เปนเสนพาธทีม่ ีจดุ ยึด จุดเรม่ิ ตน และจุดจบ
ของพาธไมเปน จุดเดยี วกนั
2. เสน พาธแบบปด (close path) เปน เสนพาธทม่ี จี ดุ ยึด จุดเรม่ิ ตนของพาธ
และจุดจบของพาธเปน จดุ เดยี วกนั

การใชเครือ่ งมอื กลมุ การจดั การวัตถุ

การเลอื กวัตถุ
เลอื กวตั ถเุ ดียว

การเลือกเฉพาะวัตถุใดวัตถหุ น่งึ ทต่ี องการ ทำไดโดยใช Selection Tool
คลกิ เลอื กท่ีวัตถนุ ัน้
1. คลิกเลอื ก Selection Tool
2. คลิกเมาสเลอื กวัตถุทต่ี องการ

เลือกหลายวตั ถุ
หากเราตองการเลอื กหลายวัตถใุ หกดปุม<Shift> ทคี่ ยี บ อรดและใช
Selection Tool
คลิกเลอื กวัตถทุ ่ตี องการตอไปจนครบ ดงั นี้
1. คลกิ เลอื ก Selection Tool
2. คลิกเลอื กวตั ถทุ ี่ตองการ
3. กดปมุ <Shift> + เลอื กวัตถุท่ีตอ งการเพมิ่ เติม

เลือกวัตถทุ ้งั หมดทีอ่ ยูบ นหนากระดาษ
เราสามารถยกเลกิ การเลือกวตั ถทุ ่ถี ูกเลอื กไวทง้ั หมดได โดยใชคำสง
Edit Select All ดังน้ี
1. เลือกคำสง Edit à Select All
2. วัตถุท่ีอยูบนหนากระดาษทั้งหมดจะถกู เลอื กทนั ที

ยกเลิกการเลือกวัตถุ
เราสามารถยกเลิกการเลอื กทีถ่ กู เลือกไวท้ังหมดพรอมได โดยใชคำสง

Edit Deselect All ดังน้ี
1. เลือกคำสง Edit à Deselect All เพ่ือยกเลกิ การเลือกวัตถุ
2. วัตถทุ ีโ่ ดนเลือกไวจ ะถูกยกเลิกการเลอื กทนั ที
การเคล่ือนยา ยวตั ถุ

ใชเมาสค ลกิ แลวลาก
1. คลกิ เมาสเ ลอื กวตั ถุคางไว
2. ลากเมาสเพอื่ ยายวตั ถุ จะมีเคารา งรูปสเ หล่ียมของวัตถเุ คล่อื นตามเมาส
3. ปลอ ยเมาส วตั ถจุ ะยา ยมาอยใู นตำแหนง ใหม
การปรบั ขนาดของวัตถุ

ใชเมาสปรับขนาดของวัตถุ
1. ใช Selection Tool คลกิ เลือกวตั ถุ
2. คลิกเมาสทีจ่ ดุ มุม จากน้ันลากเมาสเพอ่ื ปรบั ขนาด
3. ปลอ ยเมาส วตั ถจุ ะเปลยี่ นขนาดไป
การคัดลอกวตั ถุ
1. ใช Selection Tool คลิกเลอื กวตั ถุ
2. เลือก Edit à Copy เพือ่ คักลอกวตั ถุ
3. เลอื ก Edit à Paste เพ่อื วางวตั ถุ
4. ปรากฏวตั ถุท่ีไดจากการคดั ลอก

การวางวัตถโุ ดยใช Paste in Place
เปนการวางวตั ถุทไี่ ดจ ากการคดั ลอกไว ในตำแหนง เดียวกนั กับวตั ถทุ ่ี
ไดค ดั ลอกไว ดงั น้ี
1. ใช Selection Tool คลกิ เลอื กวัตถุ
2. เลอื ก Edit à Copy เพ่อื คดั ลอกวตั ถุ
3. คลกิ เลือกหนาตา งทตี่ อ งการวางวตั ถุ
4. เลอื ก Edit à Paste In Place เพื่อวางวตั ถุ
5. แสดงผลลพั ธการคดั ลอกวตั ถใุ นตำแหนง เดียวกับวตั ถตุ น แบบ
การหมนุ โดยใช Rotating Tool
การหมนุ วตั ถุโดยใชเ คร่อื งมือ Rotating Tool จากกลองเคร่ืองมอื
เปนวธิ กี ารหมนุ วัตถุจากการคลิกเลือกจดุ หมุน และลากเมาสเพื่อปรบั องศา
ของการหมนุ วตั ถุอยา งอิสระ
ดงั นี้
1. คลิกเลอื กวตั ถุทตี่ อ งการหมุน
2. คลิกเลอื ก Rotating Tool
3. คลิกเมาสว างจดุ หมนุ เพ่ือกำหนดจุดหมุนของวตั ถุ
4. ลากเมาสเ พ่อื หมนุ วตั ถุ
5. ปลอยเมาส วตั ถุจะหมุนอยูใน ตำแหนง ที่เราตอ งการ

การบดิ วตั ถุ
1. ใช Selection Tool คลิกเลือกวตั ถุ
2. คลกิ เมาสเ ลือกจุดยดึ ในการบิดที่ Proxy
3. กำหนดองศาของการบิด
4. กดปุม <Enter> เพ่ือตกลงใชค า ท่ีกำหนด
5. วตั ถ๔ุ กบิดใหเ อียงไปตามท่ีกำหนด
การพลกิ กลบั ดานวตั ถุ
1. ใช Selection Tool คลิกเลือกวตั ถุ
2. คลกิ เมาสเ ลอื กจดุ ยดึ ในการบดิ ท่ี Proxy
3. กำหนดองศาของการบติ
4. วตั ถุวาพลิกกลบั ดานตามตอ งการ
การลอ็ ควัตถุ
1. คลิกเลือกวัตถุทตี่ องการล็อค
2. เลือก Objecct à Lock Position
3. วัตถุโดนล็อค
การลบวตั ถุ
1. คลกิ เลือกวัตถทุ ่ตี อ งการลบ
2. เลอื ก Edit à Clear
3. วตั ถุถูกลบออก

ชนดิ ของจดุ ยดึ
1. จุดยึดดว นมมุ (corner point) เปนจดุ ยึดที่เชื่อมตอเสน ตรงเขา กับเสนตรง
หรอื เสนตรงเขา กบั เสน โคง
2. จุดยดึ สว นโคง (smooth point) เปน จดุ ยดึ ท่ีเชอื่ มตอ ระหวางเสนโคงกับ
เสน โคงซ่งึ จะมีลกั ษณะ เปนสวนโคงทีม่ ีความตอ เน่อื งกนั
ความโคง ของเสนพาธ
ความโคงของเสนพาธนนั้ ขึ้นอยกู ับแขนปรับความโคงท่ีจดุ ยึด
หากแขนยาวกจ็ ะไดมุมโคงท่กี วาง และหากแขนสน กจ็ ะไดมมุ โคง ท่แี คบลง
หรอื หากจุดยึดไมมีแขน 2 จดุ อยตู ดิ กัน เสน พาธระหวาง 2 จดุ น้จี ะเปนเสนตรง
การวาดเสนตรง
ในหวั ขอ นเ้ี ราจะวาดภาพจากเคร่อื งมอื ตา ง ๆ โดยเร่มิ จากการวาดเสน ตรงกัน
กอ นดว ย Line Tool โดยคลิกเลอื กเครื่องมือ Line Tool และคลิกลากเสนบน
หนากระดาษ
1. คลิกเลอื ก Line Tool
2. คลิกลากเสน ตรง
3. ดบั เบลิ้ คลิกเพอ่ื เปลี่ยนสเสน
4. คลกิ เลือกสท ต่ี อ งการ
5. เสนตรงจะเปล่ยี นสจ ากสดำเปน สเขยี วตามท่เี ราไดเ ลอื กไว
6. กำหนดความหนาของเสนในคอนโทรลพาเนลเทา กบั 3 pt
7. จะไดเ สนสเขยี วทีม่ ีขนาดเทา กบั 3 pt

การวาดรปู ทรงแบบตายตัว
วาดรูปสเหลี่ยมมมุ ฉากดว ย Rectangle Tool
1. คลิกเลอื ก Rectangle Tool
2. คลกิ วาดรปู
วาดรปู วงกลมหรือวงรีดว ย Ellipse Tool
1. คลกิ เลอื ก Ellipse Tool
2. คลิกวาดรูป
วาดรูปหลายเหล่ียมดวย Polygon Tool
1. คลกิ เลอื ก Polygon Tool
2. คลกิ วาดรปู
การแกไขวตั ถุกลมุ การวาด

ปรับแตง แกไขวตั ถุ
จุดเดนของการสรา งวตั ถุดวย Flash ก็คอื วตั ถุ หรอื กราฟก ที่สรา งไวแลว
สามารถปรับแตง แกไขปรับเปลย่ี นรปู ทรง ขนาด และลักษณะไดงา ย รวดเรว็
เปลีย่ นรปู ทรงกราฟก จาก Flash เกิดจากการรวมกนั ของ “จุด” ทำใหการปรับแตง
เปลี่ยนรูปทรงกระทำ ไดง า ยและสะดวก เพียงแตใ ชหลกั การ Drag & Drop
ก็ทำใหร ปู ทรงพ้ืนฐาน เชน วงกลม, วงรี, สเหลยี่ มเปน สภาพเปนรูปทรงอิสระอื่นๆ
ไดตามตองการ

การนำเขารูปภาพและการแกไข
ขั้นท่ี 1 คลิกเมนู File -> Import > Import to Stage...
ขั้นท่ี 2 คลิกเลือกไฟลภาพที่ตอ งการ จากแหลงภาพ แลว คลิก Open
ขน้ั ท่ี 3 ภาพจะถกู นำเขา และวางบน stage หรือ Scene ที่กำลังเปด อยู

แบบท่ี 2 Import to Library เปน การนำภาพเขา มาเกบ็ ไวใน Library
ในรูปแบบซมิ โบล
เมอ่ื ตองการนำมาใชจงึ หยบิ จากLibrary มาวางที่ Stage
ขัน้ ท่ี 1 คลิกเมนู File -> Import > Import to Library...
ข้นั ท่ี 2 คลิกเลอื กไฟลภาพที่ตองการ จากแหลง ภาพ แลว คลิก Open
ขั้นท่ี 3 ภาพจะถูกนำเขา และเก็บไวใ น Library
การกำหนดสใหก ับวัตถุ
โมเดลการมองเหน็ สท่ัวไป
- โมเดล HSB ตามหลกั การมองเห็นสของมองเห็นสของสายตามนุษย
- โมเดล RGB ตามหลกั การแสดงสของเครอื่ งคอมพิวเตอร
- โมเดล CMYK ตามหลกั การแสดงสข องเครอ่ื งพมิ พ
- โมเดล Lab ตามมาตรฐานของ CIE

โมเดลแบบ HSB ตามหลักการมองเหน็ สข องสายตามนุษย
เปน ลักษณะพนื้ ฐานของการมองเห็นสด วยสายตาของมนุษยโ มเดล HSB
จะประกอบดว ยลกั ษณะของส 3 ลักษณะคือ
1. Hue เปน สของวัตถทุ ่สี ะทอนเขายงั ตาของเรา ทำใหเ ราสามารถมอเห็น
วตั ถุเปน สไดซ ่งึ แตล ะสจ ะแตกตา งกนั ตามความยาวของคลืน่ แสงทม่ี ากระทบ
วตั ถแุ ละสะทอนกลบั มาทต่ี าของเรา
2. Saturation คือสด สวนของสเ ทาท่มี อี ยูในสน ัน้
โดยวัดคาสเทาในสห ลักเปน เปอรเ ซ็นตดงั นีค้ ือ 0% จนถึง 100%
3. Brightness เปน เรื่องของความสวางและความมืดของส ซ่ึงถูกกำหนดคา
เปนเปอรเ ซน็ ตจ าก 0% ย่ิงมีเปอรเ ซน็ ตมากจะทำใหสน ั้นสวา งมากขึ้น
การใชงานกลมุ Library
ลบราร่เี ปนทที่ เ่ี ก็บทุกๆ อยางที่คณุ ตองการนำไปสรางวีดีโอของคุณ ไมว าจะเปน
คลปิ วีดโี อตัวกรองวีดโี อเสยง ภาพน่ิง เอ็ฟเฟกตทรานสช น่ั ดนตรีประกอบ
ตวั หนังสอ และคลปิ ส สง เหลาน้ีรวมๆกันแลว เรียกวา มีเดียคลปิ (media clip)

ไลบรารีจ่ ะอยดู า นขวามือของหนา ตา ง VideoStudio Editor
การเก็บคลปิ ตางๆ ไวในไลบราร่ีทำใหสะดวกเมอ่ื ตองการนำคลิปมาใชใ นการ
ตัดตอ วีดีโอการเพ่ิมคลิปเขา ในไลบรารี่เปนการเพ่มิ มเี ดยี คลปิ ตา งๆ
เกบ็ ไวในไลบรารีเ่ พอื่ สะดวกในการเรียกใชง านในภายหลัง
กอ นท่จี ะเพิม่ น้นั จะตอ งเลอื กกลมุ ของไลบราร่ี วา จะเพิ่มอะไรเขา ไป

การใชงานโปรแกรมออกแบบ

5 และจัดวางตัวอักษรส�หรบั งานหนังสอ

การสรางตวั อกั ษรและขอ ความ

การสรางขอ ความแบบตา งๆ ดวยเครอ่ื งมือในกลุม ไท ทูล (Type Tool)
ทำไดหลากหลายรูปแบบ ท้ังขอ ความสน ๆ เพ่อื สรา งเอฟเฟกต
หรือบดิ ขอความเปนรูปทรงตางๆ
การสรางตัวอักษรและขอ ความ
ความรเู บอ้ื งตนเก่ียวกับประเภทของฟอนต (Font Type)
รปู แบบตวั อกั ษรมหี ลายรปู แบบ ซึง่ สามารถเลอื กใชไ ดต ามความเหมาะสม
กับรปู ภาพ
True Type จะมีสญ ลักษณ TT ท่ีดา นหนา ของช่อื ฟอนต
ซึง่ เปน ฟอนตแบบดั้งเดิมสามารถขยายขนาดใหใหญโดยมคี วามคมชดั
เหมือนเดิม Open Type มีสญษณเ ปน ตัว O หนาช่อื ฟอนต
เปนฟอนตท ่พี ฒั นารวมกบั Adobe และ Microsoft มีคุณสมบตั ิ
เชนเดียวกับ True Type แตม ีอักขระมากกวาและสามารถนำไปใชท้งั
Windows และMac Raster Type มีสญษณเปน ตัว a หนา ชอื่ ฟอนต
(ใน Photoshop CS4 จะไมแสดง สญ ลักษณใ ดๆ หนาฟอนตประเภทน)้ี
จำกดั การทำงานเฉพาะดาน

เคร่อื งมือส�หรบั การสรา งตวั อักษร
คอื การสรา งตวั อักษรและขอ ความในรปู แบบตางๆ เชน

ตวั อักษรปกติ หรอื ตัวอกั ษรแบบมขี อบเขตพ้นื ท่ี (Selection) เพอ่ื ใชเ ลอื ก
ขอบพนื้ ทภ่ี าพใหเปนขอ ความ
ฮอริซอนทอล ไท ทลู (Horizontal Type Tool)

คอื เคร่อื งมอื ส�หรับสรางตัวอักษรแบบมาตรฐานที่สามารถสรา งสรรคง าน
ไดห ลากหลายและสามารถแกไ ขไดภ ายหลัง
เวอติคอลไท ทูล (Vertical Type Tool)

คอื ตวั อกั ษรท่ีสามารถแกไ ขไดภ ายหลัง แตต ัวอักษรจะเรียงกันเปน แนวตั้ง
ฮอรซิ อนทอล ไท มาสค ทูล (Horizontal Type Mask Tool)

คือเคร่อื งมือสรา งตัวอักษรแบบ Mask โดยตวั อกั ษรจะเปนขอบเขต
พ้ืนท่ี (Selection) ทีส่ ามารถใชง านรวมกบั ภาพอนื่ ๆ แตเ ปนลักษณะแนวนอน
เวอตคิ อล ไท มาสค ทูล (Vertical Type Mask Tool)

คอื เครอ่ื งมอื สรา งตวั อกั ษรแบบ มาสค (Mask) จะเปน การสรางขอบเขต
พื้นที่เปนตวั อักษร แตตวั อกั ษรจะเรียงกันเปน แนวตั้ง
ฮอรซิ อนทอล ไท มาสค ทูล (Horizontal Type Mask Tool)

คือเคร่ืองมอื สรางตัวอักษรแบบ Mask โดยตวั อักษรจะเปน ขอบเขตพื้นที่
(Selection) ท่สี ามารถใชง านรวมกับภาพอื่นๆ แตเปนลกั ษณะแนวนอน
เวอตคิ อล ไท มาสค ทลู (Vertical Type Mask Tool)
คอื เคร่อื งมือสรา งตัวอกั ษรแบบ มาสค (Mask) จะเปน การสรางขอบเขตพื้นท่ี
เปนตัวอกั ษร แตต ัวอักษรจะเรียงกันเปน แนวต้ัง

การสรา งตวั อักษรดวยเครอ่ื งมอื
ฮอริซอนทอล ไท ทูล ( Horizontal Type Tool)
คอื เครือ่ งมอื สรางตวั อกั ษรแบบแนวนอนทคี่ รอบคลมุ การทำงานทุกๆ ดาน
โดยตวั อกั ษรลกั ษณะน้สี ามารถยอ หรอื ขยายได โดยไมสญู เสย ความคมชัด
ซ่งึ การใชง านเคร่ืองมือน้สี ามารถปฏบิ ตั ไิ ดด ังนี้
1.สรางไฟลร ูปภาพใหมคลกิ เมนู File New เลือกขนาดพ้ืนทีก่ ารทำงาน
ตามตอ งการ คลกิ OK
2. คลกิ เครือ่ งมือ จากนัน้ คลกิ พืน้ ทก่ี ารทำงาน แลวพิมพข อความ คำวา
“กราฟก ”
3.ปรับเปลี่ยนรปู แบบขอความ โดยการกำหนดคณุ สมบตั ิเบอ้ื งตนบนออปชนั
มรี ายละเอียดงน้ี
สลบั แนวของตัวอักษรเปน แนวตัง้ หรือแนวนอน
กำหนดความคมตัวอกั ษร
กำหนดขนาดตวั อกั ษร
กำหนดส
เลือกแนวการจดั อักษร
เลือกรูปแบบอักษร
เลือกอักษร ธรรมดา ตัวหนา เอยี ง
ตัวอกั ษร Warp Text

การพิมพอักษรดว ยเคร่อื งมอื ฮอรซิ อนทอล ไท มาสค ทลู (Horizontal
Type Mask Tool)
คอื การสรา งอกั ษรแนวนอนในลกั ษณะการสรางขอบเขตพนื้ สามารถเลือก
พน้ื ท่บี นรูปภาพ มีขัน้ ตอนดงั นี้
1. เปดไฟลภาพทตี่ องการสรางเปน ขอ ความ
2. คลกิ ทีเ่ คร่อื งมอื นำเมาสคลกิ บนรปู ภาพ แลว พมิ พข อความ คำวา
GRAPHIC (สง เกตภาพจะมีสจางลง)
3. กดปุม Alt ที่คียบอรด แลวคลกิ ท่ีเครือ่ งมือ เพ่ือคดั ลอกพื้นท่ี
ขอ ความแลว คลิกเมาสซา ยคางไวท่ขี อความแลวลากไปวางบนตำแหนงทต่ี องการ
ตกแตง ขอความใหดูเดนข้นึ ใสสเสนใหก ับขอ ความโดยคลกิ เมนู Edit à
Stroke จะปรากฎหนาตา งดังรปู กำหนดคาสเ ปนสด ำ และขนาดเสน เทา กับ 2 px
คลกิ ปมุ OK แลว กดปมุ Ctrl + D เพือ่ ยกเลกิ Selection
การตกแตงขอความ
การตกแตง ขอ ความใหม รี ปู แบบหลากหลาย เชน การสส เสน กำหนดแสงเงา
และการไลโ ทนสตวั อักษรดังนี้
การตกแตง ขอ ความแบบ ไท เลเยอร (Type Layer)
คือ การตกแตง อกั ษรและขอ ความใหส วยงามนาสนใจสามารถทำไดห ลายวิธี
โดยประยุกตจ ากคำสง ตางๆ เชน การตกแตง ขอความดว ย เบลน็ ดง้ิ ออปชัน
(Blending Option) มีข้นั ตอนการตกแตง ขอความดงั ตอไปน้ี

1. พมิ พข อความคำวา “Style”
2. คลิกปมุ (Add a Layer ) ในพาเลตเลเยอรแ ลวเลือก Blending Option
จะปรากฎหนา ตาง เลเยอร สไตล
3. หนา ตางเลเยอร สไตล (Layer Style)

การประยกุ ตใชโปรแกรมออกแบบ

6 และสรา งหนังสอ

การสรางสอสง พิมพหนา เดยี ว

การอออกแบบเปนการนำองคก ารประกอบมลู ฐานมาจดั หรือ
รวบรวมเขา ไวด วยกนั อยา งมีระบบในงานออกแบบ ไมวา จะเปน
ตวั อกั ษร ภาพ หรือพน้ื ท่ีวา งๆเพ่อื ใหการออกแบบสอ สง พมิ พเปน
ไปตามวตั ถุประสงคที่ตอ งการเปนสง พิมพทีเ่ นน ประกาศหรือโฆษณา
โดยมากมีขนาด A4 ซงึ่ ขอ ความทีใ่ ชแสดงควรมีขนาดใหญเ พียงพอที่จะ
ใหบ ุคคลทวั่ ไปสามารถมองเห็นไดในระยะหนึง่ ดงึ ดูดความสนใจไดดี

การสรา งแผนพับ

แผนพับมีลักษณะคลายแผน ปลิว แตมขี นาดใหญก วา
(เมอื่ คลอื อกมา) เนื่องจากถูกออกแบบใหบรรจุราย
ละเอียดไดมากกวา ใบปลวิ มีไดต้งั แต 2-5ทบหรือ
มากกวานั้น•วธิ กี ารพับมีหลายแบบเชน พบั ทบกันไปมา
เทากันทกุ ดาน, พับไมเทากนั ทุกดานและในปจจบุ นั
มีการออกแบบใหมลี ูกเลน มากมายจะเปน ไดคัดพ็อพ
อัพดึง ฯลฯ ท้งั น้ีข้นึ อยูกบั ผูออกแบบและเจา ของสน คาวธิ ี
การจัดแจกเปนเชน เดยี วกับใบปลิวการผลติ รปู แบบของ
แผน พบั จะเปนกระดาษแผน เดียวพมิ พทง้ั สองหนาแลว
พับอยางนอย 1 พบั เน่อื งจากแผน พับมวี ิธีการพับหลาย
แบบและไมมเี ลขหนา กำกบั เหมอื นกบั หนังสอ ทจี่ ะบังคับ
ใหผูอานอานไปทีละหนาดังนน้ั ผทู ำแผนพบั จึงตองออก
แบบจัดเรียงลำดบั การเสนอขอความและรูปภาพในการ
โฆษณาใหเหมาะสมกบั ลักษณะของการพบั นนั้ ๆ
เพราะถา ออกแบบไมดีแลวจะทำใหผอู านเกดิ ความ
สบสนใจการอา นไดงา ย


Click to View FlipBook Version