﷽
ความประเสรฐิ ของถอ้ ยคาทงั้ 4 ประการ
อัลลอฮ์ ซบุ ฮานะฮู วะตะอาลา ทรงเลอื กสรรสง่ิ ต่างๆตามความประสงค์ของพระองค์
และจากสงิ่ ทพี่ ระองค์ทรงเลือก คือถอ้ ยคาต่างๆท่ีดงี าม ทม่ี คี วามประเสรฐิ และพระองคไ์ ด้ทรง
คัดสรรจากบรรดาถ้อยคาเหล่านัน้ สถี่ อ้ ยคาท่ปี ระเสรฐิ เหนอื ถอ้ ยคาอ่ืนๆ และพระองค์ยังได้ทา
ให้ถ้อยคาเหล่านั้นมีคณุ สมบตั ิ มีลกั ษณะพเิ ศษเหนอื ถ้อยคาใดๆ และถอ้ ยคาทัง้ สี่ประการนั้นก็คือ
“ซบุ ฮานั้ลลอฮ์ วลั้ ฮมั ดลุ ้ิลละห์ วะลาอลิ าฮะอิ้ลล้ัลลอฮ์ วั้ลลอฮุอกั บัร”
ทัง้ ส่ถี อ้ ยคาน้ันล้วนแต่มตี ัวบทหลักฐานมากตอ่ มากทบ่ี ง่ บอกถงึ ความยง่ิ ใหญ่ของถอ้ ยคา
เหล่าน้ัน อกี ทัง้ ตวั บทดงั กล่าวน้นั ยงั ได้แจง้ ให้รู้ผลบญุ อนั ยิ่งใหญแ่ ละความประเสริฐอันมากมาย
ตลอดจนความดงี ามท่ีจะได้รบั อย่างตอ่ เนอ่ื งทัง้ ในดุนยาและอาคิเราะห์ ดว้ ยเหตนุ ้เี องข้าพเจา้ ได้
เล็งเหน็ ถงึ คุณประโยชน์ของถอ้ ยคาเหลา่ น้ี จงึ ได้นามารวบรวมไวใ้ นท่ีเดยี วกัน ซง่ึ ทจี่ ริงแลว้ น่คี อื
ส่วนหนึง่ จากหนงั สอื ของข้าพเจ้าเอง นนั่ คอื -ฟกิ ฮุ้ล อดั ดะอยี ะฮฺ วัลอัซก๊าร- ซ่ึงมีพน่ี อ้ งท่มี ีเกรียติ
บางท่านปรารถนาทจ่ี ะให้มีการแยกออกมาไวอ้ ีกเลม่ เป็นการเฉพาะ เพื่อท่ีจะเกดิ ประโยชน์โดย
ท่วั กนั ด้วยอนมุ ตั ิของเอกองคอ์ ลั ลอฮ์
ทา่ นพ่ีน้องผ้ศู รทั ธาทัง้ หลาย น่คี ือ ความดีงาม ความประเสรฐิ อันมากมาย ดังนั้นท่าน
ท้งั หลายควรไตรต่ รองให้ละเอยี ดรอบคอบ อย่างพิถพี ิถัน เพือ่ ที่สิ่งนน้ั จะได้เปน็ แรงผลักดนั ใหม้ ี
ความตนื่ ตัวในเรอ่ื งทส่ี าคัญเชน่ นี้ และเพ่อื ท่จี ะช่วยให้พวกทา่ นรกั ษาถอ้ ยคาท้ังสี่นี้ และแท้จรงิ
อัลลอฮ์คือผเู้ ดียวเทา่ น้นั ท่ีจะชว่ ยเหลือให้เราไดร้ บั ความงา่ ยดาย ความสาเร็จในทกุ ๆเรือ่ งทดี่ ีงาม
และไม่มอี านาจใดๆ ไม่มพี ลงั ใดๆ นอกจากจะมาจากอลั ลอฮ์พระองคผ์ ูท้ รงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงเกรียง
ไกร
ความประเสรฐิ ประการท่ี 1 : ถ้อยคาท้ังส่นี น้ั เป็นที่รักย่ิง ณ ทีอ่ ัลลอฮ์ ตะอาลา ดังท่ี
ปรากฏรายงานอยใู่ นศอเฮ้ียะหม์ สุ ลมิ วา่ :
-1-
صلى الله عليه- قال رسول الله: قال-رضي الله عنه- عن سَم ُرة بن ُجنْدَب
، ُسبْح َانَ الله: «أحب الكلام إلى الله أربع لا ي َض ُ ُّرك ب َِأيِه ِ َّن بدأت:-وسلم
»1 والله أكبر، ولا إله إلا الله،والحمد لله
มีรายงานจากท่าน ซะมุเราะฮฺ บนิ ญนุ ดับ ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทยั ทา่ น เลา่ ว่า ท่าน
รอ่ ซลู้ ศอ็ ลลัลลอฮอุ ลัยฮวิ ะซลั ลมั ได้กล่าววา่ (มถี อ้ ยคาอยู่ 4 ประการ ที่เป็นท่รี ักย่ิง ณ ทอ่ี ลั ลอฮ์
ไม่ว่าท่านจะเริม่ กล่าวด้วยกับถ้อยคาใดกต็ าม กไ็ ม่มีอันตรายใดๆกบั ทา่ นท้ังสน้ิ นน่ั คือ “ซบุ
ฮานั้ลลอฮ์ วล้ั ฮมั ดลุ ลิ้ ละห์ วะลาอิลาฮะอิล้ ล้ลั ลอฮ์ ว้ัลลอฮอุ ักบัร”)
และท่านอหิ มา่ มอบดู าวดู อัตเฏาะยาลซิ ีย์ ไดร้ ายงานไว้ในมุสนดั ของท่าน ดว้ ยกับสานวน
ท่ที ่านรอ่ ซลู้ ศ็อลลัลลอฮอุ ลยั ฮิวะซัลลัม ได้กล่าววา่ :
: لا يضرك بأيهن بدأت, وهن من القرآن, «أربع هن من أطيب الكلام
» 2 والله اكبر, ولا إله إلا الله, والحمد لله, سبحان الله
ความวา่ (ถ้อยคาท้ังสี่ประการเป็นถ้อยคาทดี่ ีทีส่ ดุ และถ้อยคาเหลา่ นน้ั มาจากอัลกุรอ่าน
ไมว่ ่าท่านจะเรมิ่ กล่าวด้วยกับถอ้ ยคาใดก็ตาม ก็ไม่มอี ันตรายใดๆกับท่านทงั้ สิ้น น่ันคอื “ซบุ
ฮานล้ั ลอฮ์ ว้ลั ฮัมดุลลิ้ ละห์ วะลาอิลาฮะอล้ิ ลัล้ ลอฮ์ วล้ั ลอฮุอกั บรั ”)
ความประเสรฐิ ประการท่ี 2 : แท้จรงิ ท่านนบี ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลยั ฮิวะซัลลัม ได้กลา่ ววา่
ถอ้ ยคาทัง้ สี่นั้น เป็นทรี่ กั ย่ิงสาหรบั ฉัน มากย่งิ เสียกวา่ ทที่ ดี่ วงอาทิตย์ข้ึนเสยี อกี (-หมายถึงมาก
ยิง่ เสียกว่าดุนยาและสิ่งที่มีอยใู่ นดุนยา-) ดงั ที่มรี ายงานในศ่อเฮีย้ ะ มุสลมิ จากหะดษี ของท่าน
1 ศอเฮีย้ ะห์มสุ ลิม ลาดับที่ 2137
2 มุสนัดอตั เตาะยาลิซียฺ หนา้ 122
-2-
ิอบฮี ุร็อยเราะฮฺ ขอพระองคท์ รงพอพระทัยท่าน ได้เล่าว่า ทา่ นร่อซลู้ ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลัยฮ
วะซลั ลมั ไดก้ ล่าวว่า :
قال رسول الله صلى الله عليه وسلم ((:لأن أقول :سبحان الله ،والحمد لله ،ولا إله
إلا الله ،والله أكبر أح ُب إلي مما طلعت عليه الشمس )) 3
์ความว่า (การท่ีฉนั จะกลา่ วว่า “ซบุ ฮาน้ัลลอฮ์ วล้ั ฮัมดุลลิ้ ละห์ วะลาอิลาฮะอ้ลิ ลล้ั ลอฮ
วั้ลลอฮุอกั บรั ” เปน็ ทร่ี ักยงิ่ แก่ฉันยงิ่ กวา่ ทท่ี ่ดี วงอาทติ ยข์ ึน้ เสยี อีก -หมายถึงโลกดนุ ยาเพราะ
)โลกดุนยานเ้ี ทา่ นน้ั ทีด่ วงอาทติ ย์จะยงั ข้นึ และตก-
ความประเสรฐิ ประการท่ี 3 : ดังท่ถี ูกบนั ทกึ ไว้ในมสุ นัดอหิ มา่ ม อะหม์ ัด และหนงั สือ
ิชุอะบลุ้ อีหมา่ น ของท่านอหิ มา่ มอัลบัยฮะกี ดว้ ยกับสายรายงานทดี่ ี รายงานจากท่าน อาศม
บิน บะห์ดะละห์ จากท่านอบี ศอลิห์ จากท่านอมุ มิ ฮานี บินติ อบีตอลิบ นางได้กลา่ วว่า :
قالت :مر بي رسول الله ﷺ ،فقلت :يا رسول الله؛ إني قد كبرت وضعفت أو كما
قالت فمرني بعمل أعمله وأنا جالسة .قالَ ((:سب ِ ِحي الله َمِائ َة َ ت َ ْسب ِيح َةٍ ،ف َِإ َّنه َا ت َعْدِ ُل ل َ ِك مِائ َة َ رَق َب َةٍ
ت َعْت ِقِينَه َا مِ ْن وَل َدِ ِإ ْسم َاعِي َل ،وَا ْحم َدِي الله َ مِائ َة َ ت َحْمِيدَةٍ ،ت َعْدِ ُل ل َ ِك مِائ َة َ ف َر َ ٍس مُسْرَجَةٍ مُل ْ َجمَةٍ
ت َحْمِل ِينَ ع َل َْيه َا ف ِي َسب ِي ِل اللهِ ،وَ َكب ِرِي ال َّله َ مِائ َة َ ت َ ْكب ِيرَةٍ ،ف َِإ َّنه َا ت َعْدِ ُل ل َ ِك مِائ َة َ ب َدَن َةٍ مُقَلَّدَةٍ مُت َقَ َّبل َةٍ،
وَه َلل ِي ال َّله َ مِائ َة َ تَهْل ِيل َةٍ -ق َا َل اب ْ ُن خَل َفَ :أ ْح ِسب ُه ُ ق َا َل -:ت َم ْل َ ُأ مَا ب َي ْنَ ال َّسمَاءِ وَا ْل َأ ْر ِض ،وَلَا ي ُرْف َ ُع
ي َوْمَ ِئذٍ ل َِأحَدٍ ع َم َ ٌلِ ،إ َّلا َأ ْن ي َْأتِيَ ب ِم ِثْ ِل مَا َأت َيْ ِت به ))4.
قال المنذري رواه أحمد بإسناد حسن 5،وحسن اسناده العلامة الألباني رحمه الله6
3 ศอเฮี้ยะห์มสุ ลิม ลาดับท่ี 2695
4 อลั มสุ นัด (เล่ม 6 หน้า 344 ), ชอุ ะบลุ้ อีหมา่ น ลาดบั ที่ 612
)5 อตั ตรั ฆบี วัตตรั ฮีบ (เลม่ 2 หน้า 409
ี ่ี6 ซลิ ซลิ ะฮฺ อัศศอ่ ฮฮี ะหฺ (เล่ม 3 หนา้ 303) , ทา่ น อัลบานียฺ กล่าววา่ มสี ายรายงานทด
-3-
(วนั หนึ่งทา่ นนบี ศอ็ ลลลั ลอฮุอะลัยฮิวะซัลลมั ได้เดนิ ผ่านมายงั ฉนั ฉนั จึงกลา่ วกับท่านว่า
โอ้ทา่ นรอ่ ซลู้ ฉนั อายุมากแล้ว และก็ออ่ นแอลงเรอื่ ยๆ ไดโ้ ปรดสอนการงานสกั อยา่ งให้ฉัน
เพอื่ ทฉี่ ันจะไดป้ ฏิบตั ิในขณะท่ฉี นั นั่งอย่กู บั ท่ี ท่านนบี ศอ็ ลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิวะซัลลัม จึงกล่าววา่
(เจ้าจงกลา่ ววา่ ซุบฮานัล้ ลอฮ์ 100 ครงั้ เพราะว่านน่ั เท่ยี บเทา่ กบั ว่าเจา้ ได้ปลอ่ ยทาสที่
เป็นลูกหลานของท่านนบี อสิ มาอลี ถึง 100 คน
และจงกล่าวว่า อัลฮัมดลุ ้ลิ ลาห์ 100 คร้งั เพราะน่นั เท่ากบั ว่าเจ้าได้บรจิ าคมา้ ศกึ ที่
สวยงาม ที่สวมใสบ่ ังเหยี น 100 ตัว ใหแ้ กผ่ ้ทู ี่ตอ่ สใู้ นหนทางของอลั ลอฮไ์ ด้นาไปใช้
และจงกลา่ วว่า อัลลอฮอุ กั บรั 100 ครง้ั เพราะนั่นเทียบเท่ากับว่าเจ้าได้บริจาคอูฐที่ได้
สวมใสส่ ญั ลกั ษณ์วา่ คอื “หดั ย”์ คืออฐู ทจ่ี ะถกู เชอื ดในพธิ ฮี จั ย์ 100 ตวั
และจงกลา่ วว่า ลาอลิ าฮะอล้ิ ลล้ั ลอฮ์ 100 ครง้ั ทา่ น อิบนุคอลฟั -คอื ผู้ท่ีรายงานฮะดษี
ต่อจากท่านอาศิม- กลา่ ววา่ ฉนั คดิ ว่าเขาได้กลา่ วว่า “การกลา่ วเช่นนัน้ ทาให้สง่ิ ทอ่ี ย่รู ะหว่างชนั้
ฟา้ และแผ่นดนิ เต็มไปด้วยผลบุญอนั มหาศาล และในวนั น้นั จะไมม่ ีผูใ้ ดที่ความดีของเขาจะถูก
ยกขนึ้ สู่ฟากฟา้ เหมอื นกบั ความดีของเจา้ นอกจากคนท่จี ะกล่าวเหมือนกบั เจ้า”)
อัลมุนซิร่ีย์ไดก้ ลา่ ววา่ “บันทึกโดยท่านอหิ มา่ มอะหม์ ดั ด้วยกับสายรายงานที่ดี” และชยั คฺ
อลั อัลบานีย์ไดร้ ะบุวา่ เป็นสายรายงานท่ดี เี ชน่ กนั
ทา่ นทั้งหลายลองพิจารณาถงึ ภาคผลอันยิ่งใหญท่ ี่จะได้รบั เมือ่ ท่านได้กล่าวถ้อยคาท้งั สี่นี้
ดังนั้นผูใ้ ดก็ตามทีเ่ ขาไดใ้ หค้ วามบริสทุ ธิต์ อ่ อลั ลอฮ์ 100 ครั้ง หมายถึงว่าเขาไดก้ ล่าวว่า ซุบ
ฮานั้ลลอฮ์ 100 ครัง้ นั่นเทา่ กบั ว่าเขาได้ผลบุญเหมือนการที่ได้ปล่อยทาสทเี่ ปน็ ลูกหลานของ
ทา่ นนบี อสิ มาอลี ถงึ 100 คนด้วยกัน และการระบุเพยี งแคล่ กู หลานของทา่ นนบี อิสมาอลี เป็น
การเฉพาะนั้น เพราะว่าลูกหลานของท่านนั้นเป็นเชื้อสายทมี่ ีเกรียติท่สี ดุ ในบรรดาชนชาติอาหรบั
และผใู้ ดกต็ ามทสี่ รรเสริญต่ออัลลอฮ์ 100 ครัง้ ด้วยการกลา่ วว่า อัลฮมั ดุลลิ้ ลาห์ 100
ครง้ั น่นั เท่ากับวา่ เขาจะไดผ้ ลบุญเหมอื นการทเ่ี ขาได้บรจิ าคมา้ ศึก ทส่ี วยงาม ที่สวมใส่บงั เหียน
100 ตัว เพือ่ ท่ผี ตู้ ่อสู้ในหนทางของอลั ลอฮ์จะได้นาไปใช้
-4-
และผใู้ ดกต็ ามทใี่ ห้ความยง่ิ ใหญ่ต่ออัลลอฮ์ 100 คร้งั ด้วยกบั การกล่าวว่า อัลลอฮอุ ักบัร
100 ครัง้ นัน่ เท่ากับว่าเขาจะได้ผลบุญเหมอื นการทีเ่ ขาไดบ้ ริจาคอฐู ทส่ี วมใส่สัญลกั ษณว์ า่ คอื
“หดั ย”์ คอื อฐู ท่จี ะถกู เชือดในพิธฮี ัจย์ 100 ตัว
และผู้ใดทก่ี ล่าวลาอลิ าฮะอ้ลิ ลล้ั ลอฮ์ 100 ครง้ั การกล่าวเช่นนัน้ เขาจะได้รบั ผลบุญ
มากมายจนทาให้พืน้ ทที่ ีอ่ ยู่ระหวา่ งชั้นฟ้าและแผ่นดินเตม็ ไปดว้ ยผลบุญอันมหาศาล และในวันนน้ั
จะไม่มีผใู้ ดท่ีความดีของเขาจะถกู ยกข้ึนสู่ฟากฟ้าเหมอื นกับความดีของเขา นอกจากคนทีจ่ ะกล่าว
เหมือนกบั เขา
ความประเสรฐิ ประการท่ี 4 : การกลา่ วถอ้ ยคาท้งั ส่นี นั้ จะเปน็ การลบล้างความผดิ ทเ่ี ราได้
กระทามา ดังทม่ี ีรายงายในมสุ นดั และสนุ ัน อัตติรมซี ียฺ และอัลมุสตัดร๊อก อลั ฮากมิ จากหะดีษ
ของท่าน อบั ดุลลอฮฺ บนิ อมั รฺ บนิ อาศ ขอพระองคท์ รงพอพระทยั ทา่ น ไดเ้ ลา่ วา่ ท่านนบี
ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซลั ลัม ไดก้ ล่าวว่า :
(ما على الأرض رجل يقول لا إله إلا الله والله أكبر وسبحان: قال رسول الله ﷺ
الله والحمد لله ولا حول ولا قوة إلا بالله إلا كفرت عنه ذنوبه وإن كانت أكثر من زبد
7 وحسنه الألباني، وصححه الحاكم وأقره الذهبي، البحر) حسنه الترمذي
ความว่า ท่าน ร่อซลู้ ศ็อลลัลลอฮอุ ะลัยฮิวะซัลลมั ไดก้ ล่าววา่ :(ไม่มีผ้ใู ดบนหนา้ แผ่นดิน
ทเ่ี ขาได้กลา่ วว่า ลาอิลาฮะอ้ลิ ลล้ั ลอฮ์ วลั ลอฮุอกั บรั ซุบฮานล้ั ลอฮ์ วล้ั ฮัมดลุ ิ้ลละห์ วะลาเฮา
ละ วะลากูวะตะ อ้ิลลา บ้ิลลาฮ์ เวน้ เสียแตว่ ่าความผดิ ท่เี ขาไดก้ ระทามาจะได้รับการลบล้าง
ถงึ แมว้ ่าจะมีมากเหมอื นกบั ฟองน้าในทะเลก็ตาม)
และความผดิ ทจี่ ะไดร้ ับการลบล้างตามฮะดีษบทนี้ หมายถงึ บาปเลก็ ๆ ดังท่ีมีรายงานใน
ศอเฮยี้ ะห์ มสุ ลิม จากหะดีษของทา่ น อะบี ฮุร็อยเราะฮ์ ขอพระองค์ทรงพอพระทยั ท่าน ไดเ้ ลา่ ว่า
ทา่ นนบี ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซลั ลัม ไดก้ ล่าวว่า :
7 อลั มสุ นดั (เล่ม 2 หน้า 158,210) ,อัตติรมีซยี ฺ (ลาดับท่ี 3460) , มุสตัดรอ๊ ก อลั ฮากมิ (เล่ม 1 หนา้ 503) , ศอ
เฮย้ี ะห์ อัลญามหิ ฺ (ลาดบั ที่ 5636)
-5-
وَرَمَ َضانُ ِإل َى،ِ وَا ْلجمُ ُعَة ُ ِإل َى ا ْلجمُ ُعَة، (( ال َّصل َو َا ُت ا ْلخمَْ ُس:َأ َّن رَ ُسول ال َّلهِ ﷺ ق َا َل
.))8َ ِإذَا ا ْجت َن َ َب ال ْكَباَئ ِر، مُكَف ِر َا ٌت مَا ب َيْنَه ُ َّن،رَمَ َضا َن
ความวา่ แท้จรงิ ท่าน รอ่ ซลู้ ศอ็ ลลลั ลอฮุอะลยั ฮิวะซัลลัม ไดก้ ล่าววา่ :(การละหมาดหา้
เวลา และจากวันศุกร์หน่ึงไปยังอกี วนั ศุกรห์ นงึ่ และจากรอมฎอนหน่งึ ไปยงั อีกรอมฎอนหนง่ึ เปน็
การลบลา้ งความผิด ตราบใดท่ีเขาออกหา่ งจากบาปใหญ่)
และท่านร่อซลู้ ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลัยฮิวะซัลลัม ได้ระบุถงึ การอภยั โทษพร้อมกับการออกห่าง
จากบาปใหญ่น่นั ก็เพราะว่า บาปใหญน่ ้นั จะไม่ถูกชาระล้างเว้นเสยี แต่ด้วยกบั การเตาบะฮ์ตัว
เท่านัน้
และยังมฮี ะดีษทมี่ คี วามหมายเหมอื นกนั ดังทรี่ ายงานโดย อตั ตริ มซี ียฺ และท่านอื่นๆ จาก
หะดีษของทา่ น อนัส บนิ มาลิก ขออลั ลอฮ์ทรงพอพระทัยท่าน กลา่ ววา่ :
أن النب َّي ص َّلى الله ُ عليهِ وس َّلم مَ َّر بشجرةٍ يابسةِ الو َرَ ِق فض َرَبَها بعصاه فتناثر الو َرَ ُق
(( إن الحمدَ للهِ وسبحا َن اللهِ ولا إله إلا الله ُ والله ُ أكبر ُ لت ُسَاق ِ ُط من: فقال رَ ُسو ِل ال َّلهِ ﷺ
9ذنو ِب العبدِ كما ت َسَاق َ َط وَرَ ُق هذه الشجرةِ )) وحسنه الألباني
ความวา่ แท้จริงท่านนบี ศอ็ ลลลั ลอฮุอะลยั ฮวิ ะสลั ลมั ได้เดินผ่านต้นไมต้ ้นหนงึ่ ท่ีใบของ
มันน้ันแหง้ เหี่ยว แลว้ ท่านนบีกต็ ีมันด้วยกับไม้เท้า จนทาให้ใบไม้ร่วงหล่นลงมา ท่านร่อซู้ล
ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะสัลลมั จึงกลา่ วขนึ้ ว่า (แทจ้ รงิ การกลา่ ววา่ อัลฮมั ดลุ ิ้ลลาห์ วะซุบ
ฮาน้ัลลอฮ์ วะลาอิลาฮะอิล้ ลล้ั ลอฮ์ วลั้ ลอฮุอกั บรั จะทาให้บาปต่างๆของบ่าวน้นั หลดุ ออกไป
ดังเชน่ ใบไมท้ ่ีร่วงหลน่ จากต้นไมต้ น้ น)้ี
8 ศอเฮีย้ ะห์ มุสลิม (ลาดับท่ี 233)
9 สนุ นั อตั ตริ มีซียฺ (ลาดบั ท่ี 3533) , ศอ่ เฮ้ียะห์ อลั ญามิหฺ (ลาดับที่ 1601)
-6-
ความประเสรฐิ ประการที่ 5 :การกลา่ วถอ้ ยคาทัง้ ส่ีประการน้นั คือการเพาะปลกู ตน้ ไม้
บนสวรรค์ ดังท่มี รี ายงานโดย อตั ตริ มีซียฺ จากท่าน อบั ดลุ ลฮฺ บนิ มสั อดู๊ ขออัลลอฮ์ทรงพอ
พระทัยท่าน จากทา่ นนบีศอ็ ลลลั ลอฮุอะลัยฮวิ ะซลั ลัม กลา่ วว่า :
أقرئ أ َّمت َ َك منِي ال َّسلامَ وأخب ِرْه ُم أ َّن، ُ يا مح َّمد: ( ل َقي ُت إبراهيم َ ليلة َ ُّأسْر َي بي فقا َل
ُ غِراس َها ُسبحانَ ال َّلهِ والحمدُ ل َّلهِ ولا إل َه َ إ َّلا ال َّله، وأ َّنها قيعا ٌن، ِالج َّنة َ طي ِبة ُ ال ُتربةِ عذبة ُ الماء
10)ُ وال َّله ُ َأ ْكبر
ความวา่ (ฉนั ไดพ้ บกับท่านนบีอบิ รอฮมี อะลยั ฮสิ ลาม ในค่าคืนอัลอิสรออ์ แล้วท่านกไ็ ด้
กลา่ วว่า “โอม้ ุฮามดั ฉนั ฝากสลามไปยงั ประชาชาติของท่านด้วย และจงแจง้ กับพวกเขาว่าแทจ้ รงิ
สวรรคน์ นั้ มีดินที่ดี มีน้าทใ่ี สสะอาดบริสทุ ธ์ิ มีผืนดินที่ราบเรียบ และการเพาะปลกู ต้นไม้บนสวรรค์
กด็ ้วยกบั การกลา่ ววา่ ซุบฮาน้ลั ลอฮ์ วล้ั ฮมั ดลุ ล้ิ ลาห์ วะลาอลิ าฮะอิล้ ลล้ั ลอฮ์ วลั้ ลอฮุอักบรั )
ในสายรายงานของหะดษี บทนี้ มีทา่ น อบั ดุลลอฮมฺ าน บิน อิสหากรว่ มอยใู่ นสายรายงาน
ด้วย แตถ่ งึ กระนนั้ กย็ ังมีอีกสองสายรายงานที่ทาให้ฮะดีษบทนม้ี ีความแข็งแรงข้ึนมา น่ันคือหะดษี
ของทา่ น อบี อัยยูบ อัลอันศอรีย์ และหะดีษของท่าน อับบดลุ ลอฮ์ อิบนุ อมุ รั ขออลั ลอฮ์ทรงพอ
พระทัยท่านเหล่าน้ัน
และคาว่า “กอี าน” ในฮะดีษบทน้ีเปน็ คาพหูพจน์ ของคาว่า “กออ์” ซึ่งมีความหมายว่า
พื้นทร่ี าบเรียบ ทมี่ ีอณาบรเิ วณอันกว้างใหญไ่ พศาลบนผืนแผ่นดิน และเหนือพนื้ ดินก็มนี า้ ซึ่งผืน
ดินนั้นจะคอยเก็บกักน้าและต้นไม้ก็จะเจรญิ งอกงามบนมัน นี่คือความหมายทปี่ รากฏอยใู่ น
หนงั สอื อลั นิฮายะฮ์ ของ อิบนุ้ลอะษรี 11
และจุดมุ่งหมายของคาว่า กีอาน ในหะดษี บทนค้ี อื แทจ้ รงิ ตน้ ไม้บนสวรรคน์ ้ัน จะ
เจรญิ เติบโตอยา่ งรวดเรว็ ด้วยกับถ้อยคาทง้ั ส่ี เหมือนกับการที่ต้นไมเ้ ติบโตและเจรญิ งอกงามบน
10 สนุ ันอัตติรมีซียฺ (ลาดับที่ 3462) , ทา่ นอัลบานียฺ กลา่ ววา่ เปน็ หะดษี ท่ดี ี ในหนงั สือ ซลิ ซิละฮฺ อัลอะฮาดษี อลั ศ่อเฮย้ี ะห์
(ลาดบั ที่ 105)
11 เล่ม 4 หนา้ 132
-7-
ผืนดิน และคราใดก็ตามท่ีบ่าวกลา่ วถอ้ ยคาเหล่าน้นั มากยิ่งเทา่ ใด ต้นไม้บนสวรรค์ก็จะยิ่งเจรญิ
งอกงามเทา่ กับจานวนทีเ่ ขาได้กลา่ วมากยง่ิ เทา่ น้นั
ความประเสรฐิ ประการที่ 6 : แท้จริงไมม่ ีผ้ใู ดทจี่ ะมีความประเสรฐิ ณ ท่ีอัลลอฮ์มากยง่ิ
ไปกวา่ ผู้ศรัทธาคนหนึ่งทเี่ ขาใช้ชวี ิตอยใู่ นอิสลาม และกก็ ล่าวตกั บีร กลา่ วตัสเบีย้ ฮ์ กล่าวตะหล์ ลี
และกลา่ วตะฮ์มีดอย่างมาก
ดังทมี่ รี ายงาน จากอิหม่าม อะห์มดั และ อันนะซาอีย์ ในหนงั สืออะมะลุ้ลเยาม์ วั้ลลยั ละห์
ดว้ ยกับสายรายงานที่ดี จากท่าน อับดลุ ลอฮ์ บิน ชัดดา้ ด
فقال النب ُي: (أ َّن نفَر ًا مِ ْن بني ع ُذرةَ ثلاثة ً أت َوا النب َّي صلَّى الله ُ عليهِ وس َّلمَ فأسل َموا قال
فكانوا عندَ طلحة َ فبعَث النب ُّي صلَّى: أنا قال: ُ مَ ْن يكفينِهم ؟قال طلحة: َصلَّى الله ُعليهِ وس َّلم
ثم بعَث ب َعْث ًا فخرج فيهم آخرُ فاست ُشهد: الله ُ عليهِ وس َّلمَ ب َعْث ًا فخرج فيه أحدُهم فاست ُشهد قال
ِ فرأي ُت هؤلاءِ الثلاثة َ الذين كانوا عندي في الجنة: ُ قال ثم مات الثال ُث على فرا ِشه قال طلحة
فرأي ُت المي َت على فرا ِشه أمامَهم ورأي ُت الذي است ُشهدَ أخيرًا يلَيه ورأي ُت الذي است ُشهد أ َّول َهم
فأتي ُت النب َّي صلَّى الله ُ عليهِ وس َّلمَ فذكر ُت ذلك له قال: فدخلني مِ ْن ذلك قال: آخرَهم قال
ِ (( وما أنكر َت مِ ْن ذلك ليس أحدٌ أفض َل عندَ الله: َ فقال رسو ُل اللهِ صلَّى الله ُ عليهِ وس َّلم:
12) مِ ْن مؤم ٍن ي ُع َّمر ُ في الإسلا ِم يكث ُر تكبير ُه و تسبيح ُه وتهليله وتحميده
แทจ้ รงิ มีคนจากบะนี อศุ เราะฮ์ 3 คนได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮอุ ะลัยฮวิ ะสัลลัม แล้ว
พวกเขาก็เข้ารับอิสลาม ท่านนบจี ึงกลา่ วขนึ้ ว่า (ใครจะให้ความช่วยเหลอื พวกเขาทง้ั สามคน)
ท่านฏอ็ ลฮะฮฺ ขอพระองค์ทรงพอพระทยั ทา่ น ได้กลา่ วตอบว่า “ฉนั เองครับ ทา่ นรอ่ ซ้ลู ” เมือ่ นน้ั
ชายทง้ั สามคนก็พานกั อยู่กบั ท่านฏอ็ ลฮะฮฺ จนกระท่ังวันหน่ึงท่านนบี ศ็อลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะสัลลมั
12 อัลมสุ นดั (เล่ม 2 หนา้ 302) , อลั มสุ ตัดร๊อก (เล่ม 1 หน้า 512) , ท่านอลั บานียฺ กลา่ วไว้ใน ศ่อเฮย้ี ะห์ อลั ญามิอฺ
(ลาดบั ท่ี 1718) วา่ เปน็ หะดษี ศ่อเฮ้ยี ะห์
-8-
ได้ส่งทหารออกไปกองหนงึ่ เพ่ือไปทาสงคราม และก็ชายคนหนึง่ จากสามคนนั้นก็อยูร่ ่วมดว้ ย แลว้
เขากต็ ายชะฮีดในสมรภมู ิรบ
แล้วหลงั จากน้ันทา่ นนบี ศ็อลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮิวะสัลลมั ได้สง่ กองกาลงั ออกไปอีกหนงึ่ กอง
เพ่ือไปทาสงคราม ชายอีกคนจากสามคนนัน้ กร็ ่วมไปกับทหารกองน้นั ด้วย แลว้ เขากต็ ายชะฮีดใน
สมรภมู ิ สว่ นชายคนท่ีสามนัน้ เสียชวี ิตบนเตยี งของเขา -หมายถึงมิได้ตายชะฮีด-
ทา่ น ฏอ็ ลฮะฮฺ ได้กล่าววา่ “ฉนั ได้เหน็ ชายทง้ั สามคนท่ีเคยอาศัยอยรู่ ่วมกับฉัน พวกเขา
ไดเ้ ข้าสวรรค์ -ทา่ นฏ็อลฮะฮฺได้ฝันเหน็ ขณะนอนหลบั - ฉนั ไดเ้ หน็ ชายคนทีเ่ สียชีวิตบนเตยี งเขาอยู่
หนา้ สดุ และฉันก็เหน็ ชายคนที่ตายชะฮีดคนท่ีสองอยู่ถดั จากชายคนแรก และฉนั ได้เหน็ ชายท่ี
ตายชะฮดี คนแรกอยทู่ ้ายสดุ ” ทา่ นฏ็อลฮะฮฺไดก้ ลา่ วว่า “และน่ันกท็ าใหฉ้ ันแปลกใจกบั ส่ิงที่
เกิดข้นึ ” และฉนั กไ็ ด้ไปหาท่านนบี ศอ็ ลลลั อฮอุ ะลยั ฮิวะซลั ลัม แล้วได้เล่าเรื่องดงั กลา่ วใหท้ ่านรอ่
ซู้ลฟงั ท่านรอ่ ซู้ล ศอ็ ลลัลอฮอุ ะลัยฮิวะซัลลมั จึงกลา่ วขึน้ วา่ : (เจ้าปฏิเสธเร่ืองนนั้ ไดอ้ ย่างไร ไม่
มีผใู้ ดที่จะมีความประเสริฐ ณ ที่อัลลอฮ์มากย่งิ ไปกวา่ ผู้ศรัทธาคนหนึง่ ท่เี ขาใชช้ ีวิตอยู่ในอิสลาม
และกก็ ล่าวตกั บรี กลา่ วตัสเบี้ยฮ์ กลา่ วตะห์ลีล และกลา่ วตะฮ์มีดอย่างมาก)
และแนน่ อนว่าหะดีษบทน้ีได้บ่งบอกถึงความประเสรฐิ อนั ยง่ิ ใหญข่ องคนทมี่ ีอายยุ นื ยาว
และมีการงานท่ีดี แล้วล้นิ ของเขากย็ ังคงเปียกช่มุ ไปดว้ ยการราลึกถงึ อลั ลอฮ์
ความประเสรฐิ ประการที่ 7 : แท้จรงิ อัลลอฮ์ทรงเลอื ก และทรงคัดสรรถ้อยคาท้ังสี่นี้
ให้กับบา่ วของพระองค์ และพระองคไ์ ดท้ รงตระเตรยี มผลบุญยิง่ ใหญ่ไวใ้ ห้กับการราลึกถงึ
พระองค์ด้วยกบั ถ้อยคาเหลา่ นี้ ดงั ทีม่ รี ายงานในมสุ นดั อหิ ม่าม อะหมดั และมุสตัดรอ๊ ก อลั ฮากมิ
ด้วยกบั สายรายงานทดี่ ี จากหะดษี ของท่านอบีฮุร็อยเราะฮ์ และ ทา่ นอบีสะอ้ีด ขอพระองค์ทรง
พอพระทัยพวกท่านเหลา่ นน้ั
، ِ ُسبحا َن الله: (( إ َّن الله َ تعالى ا ْصط َفى من الكلا ِم أ ْربعًا:َأ َّن رَ ُسول ال َّلهِ ﷺ ق َا َل
،ً ُسبحانَ اللهِ ُكت ِب َ ْت له ُ عِشرُو َن حسَنة: فم َ ْن قال. ُ والله ُ أ ْكب َر، ُ ولا ِإله َ إ َّلا الله، ِوالحمدُ لله
-9-
ُ لا ِإله َ إ َّلا الله: ومَ ْن قال. مِث َل ذل ِ َك، ُ الله ُ أ ْكبر: ومَ ْن قال. ً و ُح َّط ْت عنه ُ عِشرُونَ سي ِئ َة
، مِث َل ذل ِ َك
من ق ِب َ ِل ن َ ْف ِسهِ ُكت ِب َ ْت له ُ ثلاث ُو َن حسَنة ً و ُح َّط، َ الحمدُ للهِ ر ِب العالمَيِن: ومَ ْن قال
13)) ً عنْه ُ ثلاث ُونَ َخطيئ َة
ความวา่ ท่านรอ่ ซ้ลู ศอ็ ลลัลลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซัลลมั กลา่ วว่า : (แทจ้ รงิ อลั ลอฮ์ ตะอาลา
ทรงคัดสรรจากถอ้ ยคาตา่ งๆส่ีประการ นั่นคอื -ซบุ ฮานัล้ ลอฮ์ วลั ฮัมดุลลิ้ ลาห์ วะลาอลิ าฮะ
อ้ิลลล้ั ลอฮ์ วลั ลอฮอุ ักบรั - ผู้ใดกต็ ามท่กี ลา่ วว่า ซุบฮานลั้ ลอฮ์ จะถูกบนั ทกึ ให้แกเ่ ขา 20 ความดี
และความผิดจะถูกลบลา้ งถงึ 20 ความผดิ และผูใ้ ดกต็ ามทกี่ ล่าวว่า อัลลอฮอุ กั บรั เขาก็จะไดร้ ับ
ภาคผลการตอบแทนเชน่ เดียวกนั และผ้ใู ดกต็ ามท่ีกล่าวว่า ลาอิลาฮะอ้ลิ ล้ัลลอฮ์ เขาก็จะได้รบั
ภาคผลการตอบแทนเชน่ เดยี วกนั และผูใ้ ดท่กี ล่าวว่า อัลฮมั ดลุ ลิ าฮิ รอ็ บบลิ อาละมนี เปน็ การเรม่ิ
กลา่วจากตวัของเขาเองกอ่ น -หมายถงึมไิดก้ ลา่วหลงัจากทเข่ี าไดร้บั สง่ิใด- จะถกู บนั ทกึ ใหแ้ ก่
เขา 30 ความดี และความผิดจะถกู ลบลา้ งถงึ 30 ความผิดด้วยกนั )
ผลบุญของการสรรเสริญต่ออลั ลอฮ์ -ด้วยการกลา่ วว่าอลั ฮมั ดลุ ้ิลลาห์- จะเพ่มิ พนู
มากกว่าถอ้ ยคาท้งั สีป่ ระการ นน่ั กค็ ือเวลาที่บ่าวคนหนึ่งได้กล่าวสรรเสรญิ ต่อพระองค์ -อัลฮัม
ดุลล้ิ ลาห์- ซง่ึ เปน็ การเรมิ่ กลา่ วมาจากตัวของเขาเอง นนั่ ก็เพราะว่าการกลา่ วว่าอลั ฮัมดุลิ้ลลาห์
สว่ นใหญน่ ้ัน จะกลา่ วหลังจากเกดิ ส่ิงหนง่ึ ข้นึ เช่นหลงั การรับประทานอาหาร หลังการดมื่ น้า หรอื
หลังการไดร้ ับเนยี้ ะมัติ ความโปรดปราน (เปน็ การสรรเสรญิ เพอ่ื ขอบคุณ) ปะหน่ึงเหมอื นกบั ว่า
เปน็ การกลา่ วสรรเสริญตอบรบั หลงั จากทเี่ ขาได้รบั สิง่ หนงึ่ สง่ิ ใด แตเ่ มือ่ ใดก็ตามท่เี ขาเรม่ิ
สรรเสรญิ ตอ่ อลั ลอฮ์ดว้ ยกบั ตัวของเขาเองโดยไม่มีเน๊ยี ะมัตใดๆผลักดันให้เขากล่าวอัลฮัมดุลลิ้
ลาห์ ผลบญุ นน้ั ก็จะมมี ากยิ่งขึน้
13 อัลมุสนดั (เล่ม2 หนา้ 302) , อัลมสุ ตัดรอ๊ ก (เลม่ 1 หนา้ 512) , ท่านอัลบานียฺ ในศ่อเฮ้ียะห์ อลั ญามิหฺ (ลาดับที่
1718) วา่ เปน็ หะดษี ศ่อเฮี้ยะห์
- 10 -
ความประเสรฐิ ประการท่ี 8 : ถอ้ ยคาทง้ั สี่น้นั เปน็ ด่ังโล่ป้องกนั ผทู้ กี่ ล่าวให้พ้นจากไฟนรก
และในวันกยิ ามะห์ ถ้อยคาเหลา่ นั้นจะชว่ ยเหลือผทู้ ่กี ลา่ วใหร้ อดพ้นจากความเลวรา้ ย และจะ
นาหนา้ พวกเขาในวนั กยิ ามะห์ ดงั ทอี่ ลั ฮากมิ ไดบ้ นั ทกึ ไวใ้ น อลั มสุ ตดั รอ๊ ก และ อลั นะซาอยี ไ์ ด้
บนั ทกึ ไวใ้ นหนังสืออะมะลลุ้ เยาม์ วั้ลลยั ละห์ และยงั มที า่ นอื่นๆอีก มีรายงานจาก อะบี ฮรุ ็อย
เราะฮ์ ขอพระองค์ทรงพอพระทัยท่าน กลา่ วว่า :
(( خذوا ُج َّنت َكم قالوا يا رسو َل ال َّلهِ مِن عدُ ٍو حضرَ ؟ قا َل لا: قال رَ ُسول ال َّلهِ ﷺ ق َا َل
َ سبحا َن ال َّلهِ والحمدُ ل َّلهِ ولا إل َه إ َّلا ال َّله ُ وال َّله ُ َأكبر ُ فإ َّنه َن يأتينَ يوم: بل ُج َّنت ُكم م َن ال َّنارِ قولوا
))القيامةِ منجيات و مق َّدمات وَه َّن الباقيات ال َّصالحات
ท่านร่อซ้ลู ศ็อลลัลลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซลั ลมั กล่าววา่ : (พวกเจา้ ทั้งหลายจงเอาโล่กาบังของ
พวกเจา้ ไป บรรดาศอฮาบะห์กล่าวกบั ท่านรอ่ ซลู้ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮวิ ะซัลลมั ว่า : ศตั รูไดบ้ กุ
มาแลว้ หรอื ท่านร่อซลู้ ? ท่านร่อซูล้ ศ็อลลลั ลอฮุอะลยั ฮวิ ะซลั ลมั กลา่ วตอบไปว่า : เปล่าเลย
หากแต่วา่ เปน็ โล่กาบงั ทีจ่ ะปกป้องพวกเจ้าใหพ้ ้นจากไฟนรก พวกเจา้ จงกลา่ วว่า “ซุบฮาน้ลั ลอฮ์
วัลฮมั ดุลลิ้ ลาห์ วะลาอิลาฮะอ้ลิ ล้ัลลอฮ์ วัลลอฮอุ กั บัร” แท้จริงถอ้ ยคาเหลา่ น้ีจะมาช่วยเหลอื
และจะนาหนา้ พวกเจา้ ในวันกิยามะห์ และถอ้ ยคาเหล่าน้ีคือความดีงามอันมากมายท่จี ีรงั และ
ถาวร)
ท่านฮากิม กลา่ วว่า หะดีษบทน้ีศ่อเฮ้ียะห์ตามเงื่อนไขของอิหมา่ มมสุ ลิม แต่ทา่ นมไิ ด้
บนั ทึกฮะดษี บทนไี้ วใ้ นหนงั สือของท่าน และท่านอิหมา่ มอซั ซะฮะบียฺก็เห็นดว้ ยกบั ท่านฮากิม
และเชคอลั อัลบานีย์ระบุว่าเป็นหะดีษศ่อเฮ้ียะห์14
และในหะดีษบทนี้ -เพิ่มเตมิ จากสิ่งท่ีไดก้ ลา่ วไวข้ ้างต้น- ยังได้บอกถงึ คุณลักษณะของ
ถอ้ ยคาทัง้ สีไ่ วอ้ กี วา่ ถอ้ ยคาเหล่านั้นคอื ( ) الباقيات ال َّصالحاتน่ีคอื ความดีงามอันมากมายทีจ่ ี
รงั และถาวร
14 อลั มสุ ตัดร๊อก (เล่ม 1 หน้า541) , อัสสนุ ัน อัลกุบรอ หนงั สือ อะมะลลุ้ เยาม์ ว้ัลลัยละห์ (เล่ม 6 หนา้ 212) ,
ศ่อเฮยี้ ะห์ อลั ญามิอฺ (ลาดับที่ 3214)
- 11 -
อัลลอฮ์ ตะอาลาได้กลา่ วว่า :
46 :( ۖوَال ْب َاق ِي َا ُت ال َّصا ِلحاَ ُت خَيْرٌ عِندَ رَب ِ َك ث َو َاب ًا وَخَيْرٌ َأمَل ًا) ال كهف
ความวา่ (( และความดีทั้งหลายทจ่ี ีรงั น้นั เป็นการตอบแทนท่ดี ีย่ิง ณ ทีพ่ ระเจ้าของเจ้า
และเป็นความหวังท่ดี ยี ่ิง )) ซเู ราะหอ์ ัลกะห์ฟ อายะห์ที่ 46
และคาว่า “อลั บากิยาต” นั้นหมายถึง ผลบุญที่จะยังคงหลงเหลืออยู่ และการตอบแทนที่
จะยังคงอยู่ และนค่ี อื ความหวังท่ีดียงิ่ สาหรับบา่ ว และคือการตอบแทนท่ีประเสรฐิ ท่ีสดุ
ความประเสรฐิ ประการท่ี 9 : ถอ้ ยคาทงั้ สีน่ ั้นจะโน้มเอยี งอยู่ขา้ งๆบัลลังก์ของอลั ลอฮ์ และ
จะมีเสียงคล้ายกบั เสยี งของผึ้ง เพื่อเปน็ การบอกให้ทราบถงึ ผู้ทกี่ ลา่ วถอ้ ยคาเหล่านนั้ ดงั ทม่ี ี
รายงานใน มุสนัดของ อหิ มา่ มอะห์มัด และ สนุ ัน อบิ นิ มาญะฮ์ และ อัลมุสตัดรอ๊ ก อลั ฮากมิ
จากทา่ น นัวอ์มาน บิน บะชีร ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทยั ท่าน กลา่ วว่า :
ال َّتسبي َح والتكبير والتهلي َل: ِ (( إ َّن مما تذكرون من جلا ِل الله: قال رَ ُسول ال َّلهِ ﷺ ق َا َل
أما يح ُب، ت ُذَكِر ُ بصاحبها، لهن دوي كدو ِي النح ِل، ينعطِ ْف َن حو َل العر ِش، َوالتحميد
)) أحدُكم أن يكو َن له – أو لا يزا ُل له – من ي ُذكِر ُ به
ท่านร่อซ้ลู ﷺไดก้ ลา่ วว่า : (ส่งิ หน่ึงทพ่ี วกทา่ นจะใชก้ ล่าวเพอ่ื เปน็ การราลึกถงึ ความ
ย่ิงใหญข่ องอัลลอฮ์คือ การตสั บีฮ์ (กลา่ วซบุ ฮานัล้ ลอฮ์) ตกั บรี (กลา่ วอัลลอฮอุ กั บัร) ตะห์ลลี
(กลา่ วลาอลิ าฮะอ้ลิ ลล้ั ลอฮ)์ และตะฮ์มีด (กล่าวอัลฮัมดุลล้ิ ลาห)์ ถ้อยคาทั้งส่ีนจี้ ะโน้มเอียงอยู่
ข้างๆบัลลงั กข์ องอลั ลอฮ์ และจะมีเสียงคล้ายกับเสียงของผึ้ง เพื่อเปน็ การบอกใหท้ ราบถงึ ผู้ท่ี
กลา่ วถ้อยคาเหล่านั้น พวกท่านไม่ชอบหรือท่ีจะถกู กล่าวถงึ อยเู่ ชน่ น้ัน -หรอื ยงั คงถกู กล่าวถงึ อยู่
เชน่ นนั้ -)
- 12 -
อลั บศู ีรียไ์ ด้กลา่ วไวใ้ นหนังสือ ซะวาเอ็ด สุนัน อบิ นิ มาญะฮ์ ว่า “สายรายงานของฮะดษี
บทนศี้ อ่ เฮย้ี ะห์ ผู้รายงานฮะดีษตา่ งเป็นผู้ที่น่าเช่อื ถอื และทา่ นฮากมิ ระบุวา่ เปน็ หะดีษทศี่ อ่
เฮ้ยี ะห์15
ซ่งึ ฮะดษี บทนีไ้ ด้บอกให้รู้ถงึ ความประเสริฐอนั ยิง่ ใหญ่ น่ันคอื ถอ้ ยคาทัง้ สน่ี ี่จะโนม้ เอยี งอยู่
ข้างๆบัลลงั ก์ของอลั ลอฮ์ และจะมีเสียงคล้ายกบั เสยี งของผ้ึง หมายถงึ มนั จะมีเสียงเหมอื นกบั
เสียงของผง้ึ เวลาท่ผี ึง้ ร้อง
เพือ่ เปน็ การบอกใหท้ ราบถงึ ผ้ทู ี่กลา่ วถ้อยคาเหลา่ นัน้ อย่ขู า้ งๆบนั ลังกข์ องอัลลอฮ์ ในเรื่องน้ีบอก
ให้รู้ถงึ ความยง่ิ ใหญ่ของถ้อยคาเหล่าน้ี ด้วยเหตุน้ีท่านร่อซูล้ ﷺจึงกล่าวว่า (พวกทา่ นไม่ชอบหรอื
ท่จี ะถกู กลา่ วถงึ อยู่เชน่ นั้น -หรือยงั คงถูกกล่าวถงึ อยเู่ ช่นน้นั -)
ความประเสรฐิ ประการที่ 10 : ท่านนบี ﷺไดแ้ จง้ ใหท้ ราบวา่ ถอ้ ยคาทัง้ สี่นั้นจะมนี า้ หนัก
อย่างมากบนตาช่ังในวันกิยามะห์ ดังที่ทา่ นอิหมา่ มอัลนะซาอยี ไ์ ดบ้ ันทกึ ไว้ในหนงั สืออะมะลุ้ล
เยาม์ วล้ั ลยั ละห์ และอิบนุ ฮบิ บาน บันทึกไว้ในศ่อเฮ้ยี ะห์ของทา่ น และก็ยงั มีท่านฮากมิ และทา่ น
อ่นื ๆอกี รายงานจาก อะบี ซลั มา ขอพระองคท์ รงพระทัยท่าน กลา่ วว่า :
بخ بخ وأشار بيدِه لخمس- (( : قال سمعت رَ ُسول ال َّلهِ ﷺ قيقول
ما أثقل َه َّن في الميزا ِن سبحانَ اللهِ والحمدُ للهِ ولا إله َ إ َّلا الله ُ والله ُ أكبر ُ والولد ُ ال َّصالح ُ ي ُتو َفَّى
)) للمرءِ المسلمِ فيحت ِسب ُه
ความวา่ ฉนั ไดย้ นิ ท่าน ร่อซ้ลู ﷺได้กลา่ วว่า : (บะคนิ บะคนิ และท่านร่อซ้ลู ﷺได้ชู
นิว้ มือท้ัง 5 แลว้ ไดพ้ ูดว่า มันชา่ งมนี ้าหนกั มากเหลือเกนิ บนตาชั่ง น่ันคอื คาว่า ซุบฮานลั้ ลอฮ์
วัลฮัมดลุ ิ้ลลาห์ วะลาอลิ าฮะอ้ิลลัล้ ลอฮ์ วลั ลอฮอุ กั บรั และมุสลิมคนหนึง่ มีลูกทีศ่ อลหิ ์ เม่อื ลกู ของ
เขาได้ตายลง เขาก็อดทนและหวงั รางวัลตอบแทนจากอลั ลอฮ์)
15 อลั มสุ นัด (เล่ม 4 หนา้ 268,271) สนุ นั อิบนุ มาญะฮ์(ลาดบั ที่ 3809) , อลั มุสตัดรอ๊ ก (เล่ม 1 หนา้ 503)
- 13 -
ท่านฮากิม บอกวา่ เปน็ หะดษี ศอ่ เฮ้ียะห์ และท่านอิหม่ามอซั ซะฮะบียก์ ็เหน็ ด้วยเช่นกัน16
และหะดีษบทนย้ี งั มอี ีกสายรายงานหนง่ึ ที่มายืนยงั ถึงเรือ่ งดงั กล่าว จากหะดีษของท่านเษาบาน
ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทัยทา่ น ท่ีบันทึกโดยอลั บซั ซาร ในมุสนดั ของเขา และท่านก็ระบุ สาย
รายงานนฮ้ี ะซัน17
และคาพดู ทท่ี ่านนบี ﷺได้กล่าวว่า ) ( ٍبخ ٍبخคอื คาท่ีจะกลา่ วเมือ่ รู้สึกปลาดใจกบั ส่ิงหนง่ึ
ส่ิงใด และเพอ่ื บอกถึงความประเสรฐิ ของสิ่งนั้น
ความประเสรฐิ ประการท่ี 11 : เวลาท่ีบา่ วคนหน่ึงได้กลา่ วหนึง่ ในถอ้ ยคานั้น นับว่าเปน็
การทาศอดาเกาะห์ ดังท่ีทา่ นอหิ ม่ามมสุ ลิม ไดบ้ ันทกึ ไวใ้ นหนังสอื ศอเฮยี๊ ะหข์ องท่าน มีรายงาน
จากท่าน อะบี ซัรริน ขอพระองค์ทรงพอพระทัยท่าน ได้กล่าววา่
ذهب أهل الدثور، يا رسول الله:أن نا ًسا من أصحاب رسول الله ﷺ قالوا للنبي ﷺ
((أوَليس: قال، ويتصدقون بفضول أموالهم، و يصومون كما نصوم، يصلون كما نصلي،بالأجور
ٍ وكل تحميدة،ً وكل تكبيرةٍصدقة،ً قد جعل الله ل كم ما تصدقون؟ إن ل كم بكل تسبيحةٍ صدقة
وفي ب ُ ْض ِع أحدكم،ً ونه ٍي عن منكرٍ صدقة،ً وأمرٍ بالمعروف صدقة،ً وكل تهليلةٍ صدقة،ً صدقة
((أرأيتم لو وضعها: أيأتي أحدنا شهوته و يكون له فيها أجرٌ؟ قال، يا رسول الله: قالوا،))ً صدقة
18))ٌ أكان عليه وزرٌ؟ فكذلك إذا وضعها في الحلال كان له أجر،في حرا ٍم
ความวา่ ท่านอบูซัร ได้กลา่ ววา่ มีคนกลุ่มหนง่ึ จากบรรดาศอฮาบะห์ของท่านร่อซู้ล ﷺได้
กลา่ วกบั ทา่ นรอ่ ซลู้ ﷺวา่ : “โอ้ทา่ นร่อซู้ล ﷺคนทรี่ ่ารวยพวกเขาเอาผลบุญไปหมดแลว้ (-อนั
เน่ืองมาจากพวกเขาทาศอดาเกาะห์มากกว่าคนทยี่ ากจน-) พวกเขาละหมาดเหมือนกบั พวกเรา
16 อัสสนุ ัน อัลกุบรอ หนงั สือ อะมะลลุ้ เยาม์ ว้ัลลัยละห์ (เลม่ 6 หนา้ 50) , ศ่อเฮ้ยี ะห์ อิบนฮุ บิ บาน (อัลอิหซฺ าน)
(เลม่ 3 หน้า 114 ลาดบั ที่ 338) , อลั มุสตัดร๊อก (เล่ม 1 หน้า 511/512)
17 กัชฟุ อลั อัสตาร อนั ซะวาเอด้ อลั บซั ซาร (เลม่ 4 หน้า 9 ลาดบั ที่ 3072)
18 ศอ่ เฮ้ยี ะห์ มุสลิม (ลาดบั ที่ 1006)
- 14 -
ละหมาด พวกเขาถือศลี อดเหมอื นกับพวกเรา และพวกเขาทาศอดาเกาะห์ด้วยกับทรัพย์สนิ ที่มี
อย่างเหลือลน้ ของพวกเขา”
ท่านรอ่ ซลู้ ﷺจึงกลา่ วตอบวา่ (มใิ ชห่ รอกหรอื ท่ีอลั ลอฮไ์ ด้ทรงทาให้พวกท่านสามารถท่ี
จะทาศอดาเกาะห์ได้? นน่ั กเ็ พราะว่าในทุกๆการกล่าวว่า “ซุบฮานลั ลอฮฺ” คอื การทาศอดะเกาะห์
และทุกๆการกล่าวว่า “อัลลอฮอุ กั บรั ” คอื การทาศอดะเกาะห์
และทุกๆการกล่าวว่า “อลั ฮัมดลุ ล้ิ ลาฮฺ” คือการทาศอดะเกาะห์ และทุกๆการกลา่ วว่า “ลาอิลาฮะ
อ้ิลลลั ลอฮ์” คอื การทาศอดะเกาะห์ และการใชก้ ันใหท้ าความดีคอื การทาศอดะเกาะห์ และการ
ห้ามปรามกันมใิ หท้ าความช่ัว คือการทาศอดะเกาะห์ และการมเี พศสมั พันธ์ของพวกท่าน(กับ
ภรรยา) คือการทาศอดะเกาะห)์
บรรดาศอฮาบะห์จึงกลา่ วตอ่ ว่า : “โอ้ท่านรอ่ ซลู้ ﷺเวลาทพี่ วกเรามคี วามต้องการและ
รว่ มหลับนอนกบั ภรรยาของพวกเรานั้นได้ผลบุญดว้ ยหรือ?”
ท่านรอ่ ซลู้ ﷺจึงได้ตอบว่า (พวกทา่ นเห็นหรือไมว่ า่ ถ้าหากว่าคนหนึ่งมเี พศสมั พันธ์ท่ี
ตอ้ งหา้ ม -ทาซนิ า- นั่นมีความผิดใชห่ รือไม?่ ดังนัน้ ถา้ มีเพศสัมพนั ธท์ ี่ถกู ต้อง(ฮะลาล)นนั่ ก็มผี ล
บญุ )
และคนยากคนจนตา่ งก็คิดไปว่า การทาศอดาเกาะหจ์ ะต้องใชท้ รพั ยเ์ พียงอย่างเดียว
เท่าน้ัน และพวกเขาก็ไม่มีความสามารถท่จี ะกระทาในเรอ่ื งดังกล่าวเหมอื นกับคนทร่ี ่ารวยได้ เมือ่
เป็นเช่นนัน้ ท่านนบี ﷺจงึ ไดบ้ อกพวกเขาให้รู้ถึงคณุ งามความดปี ระเภทต่างๆ และการทาความดี
นน้ั ก็คอื การทาศอดาเกาะห์ และสง่ิ หนง่ึ ทที่ ่านรอ่ ซลู้ ﷺไดก้ ลา่ วไว้ในตอนต้นของฮะดีษบทน้ีก็คอื
ถ้อยคาท้งั ส่ีประการ น่นั คือ “ซุบฮานล้ั ลอฮ์ วล้ั ฮมั ดุล้ิลละห์ วะลาอลิ าฮะอิ้ลลลั้ ลอฮ์ วัล้ ลอฮุ
อกั บัร”
ความประเสรฐิ ประการท่ี 12 : ท่านนบี ﷺได้บอกวา่ ถ้อยคาเหล่าน้นั สามารถที่จะใช้
อา่ นแทนอลั กุรอา่ นได้ สาหรับคนทีไ่ มส่ ามารถอา่ นอัลกรุ อา่ น ดงั ทท่ี า่ นอหิ มา่ มอบูดาวดู อัลนะซา
อีย์ อัดดารกุ ุฏนีย์ และท่านอื่นๆ ได้บันทึกไว้ในหนังสือของพวกท่าน มรี ายงานจากทา่ น อิบนิ อะ
บี เอาฟา ขอพระองค์ทรงพอพระทัยท่าน ได้กลา่ วว่า :
- 15 -
ف َعَل ِمْنِي مَا، "ِإنِي لَا َأ ْست َطِي ُع َأ ْن آخُذَ مِ َن ال ْقُرْآ ِن َشيْئ ًا: جَاء َ رَجُ ٌل ِإل َى ال َّنبِ ِي ﷺ ف َقَا َل
وَلَا َحوْل،ُ وَال َّله ُ َأ ْكب َر،ُ وَلَا ِإل َه َ ِإ َّلا ال َّله،ِ وَا ْلحمَْدُ ل َِّله،ِ ُسبْح َا َن ال َّله: (ق ُ ْل: ق َا َل."ُ ُيجْزِئ ُنِي مِنْه
" ف َم َا ل ِي ؟، ه َذَا ل َِّلهِ عَ َّز وَجَ َّل،ِ "ي َا رَ ُسو َل ال َّله: ق َا َل.)وَلَا ق َُّوةَ ِإ َّلا ب ِال َّلهِ ال ْعَل ِ ِي ال ْعَظِي ِم
ف َقَا َل،ِ ف َل َّما ق َامَ ق َا َل ه َكَذَا بيِ َدِه.) وَاهْدِنِي، وَع َاف ِنِي، وَا ْرزُق ْنِي، ال َّلهُ َّم ا ْرحَمْنِي: (ق ُ ِل: ق َا َل
19)ِ ( َأ َّما ه َذَا ف َقَ ْد مَل َ َأ ي َدَهُ مِ َن ا ْلخ َيْر:رَ ُسو ُل ال َّلهِ ﷺ
ความว่า มชี ายคนหน่ึงมาหาท่านนบี ﷺและเขาไดก้ ลา่ วว่า “ทา่ นร่อซลู้ ครบั ฉนั ไม่
สามารถทอ่ งจาอลั กุรอ่านได้เลย ไดโ้ ปรดสอนใหฉ้ นั อา่ นสงิ่ หน่งึ สง่ิ ใดเพอ่ื เปน็ การทดแทนการ
อา่ นอลั กุรอ่านสกั หนอ่ ย” ทา่ นนบี ﷺจึงกลา่ วขน้ึ ว่า (เจ้าจงกลา่ วว่า ซุบฮานัลลอฮ์ วล้ั ฮัมดลุ ล้ิ
ลาห์ วะลาอิลาฮะอิ้ลล้ัลลอฮ์ ว้ัลลอฮอุ ักบรั วะลาเฮาละ วะลากูวะตะ อล้ิ ลาบ้ิลลาฮลิ้ อะลยี ิ้ลอะ
ซีม)
แล้วเขาได้กล่าวตอ่ ว่า “โอ้ทา่ นร่อซู้ล ﷺถอ้ ยคาน้ีคือส่งิ ทกี่ ระทาเพือ่ อลั ลอฮ์ -อัซซะ
วะญัล้ ละ- แล้วฉนั จะขอสงิ่ ใดเพื่อตวั ของฉันเองไดบ้ า้ ง? ท่านรอ่ ซู้ล ﷺจึงตอบวา่ (เจา้ จงกล่าว
ว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองคไ์ ด้โปรดเมตตาขา้ พระองค์ ขอพระองคโ์ ปรดประทานรสิ กีใหแ้ ก่ข้า
พระองค์ ขอใหพ้ ระองค์รักษาขา้ พระองคใ์ หม้ ีสขุ ภาพท่แี ข็งแรง และขอพระองคไ์ ดโ้ ปรดชท้ี างนา
ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด)
แล้วเมื่อเขาลุกขน้ึ ยนื เขาก็ไดก้ ล่าวถอ้ ยคาในขา้ งต้น พรอ้ มกับใช้น้วิ มือของเขานบั จานวน
ของถ้อยคาเหลา่ น้นั ท่านร่อซูล้ ﷺจึงกล่าวว่า (สว่ นชายคนนี้มอื ของเขาเต็มไปดว้ ยความดงี าม
แล้ว -หมายถงึ เขาได้ปฏิบตั ติ ามและทอ่ งจาสิง่ ท่ีท่านร่อซูล้ ﷺได้สอนเขาไวเ้ รียบร้อยแลว้ -)
19 สนุ นั อบีดาวูด (ลาดบั ท่ี 832) และสนุ ัน อันนะซาอยี ์ (เลม่ ท่ี 2 หนา้ ที่ 143) และสนุ ัน อดั ดารุกุฏนยี ฺ (เล่ม 1 หน้า
313,314)
- 16 -
นักวชิ าการฮะดษี ท่านอบูฏฏี๊บ อลั อะซีม อาบาดีย์ ได้ระบไุ ว้ในสุนัน อดั ดารุกฏุ นียว์ ่า ฮะ
ดีษบทนมี้ สี ายรายงานท่ีศอเฮย๊ี ะห์ และเชคอัลอัลบานีย์ ขออลั ลอฮท์ รงเมตตาทา่ น ก็ได้ระบุวา่
เป็นสายรายงานทฮี่ ะซนั 20
และนคี่ ือความประเสริฐบางประการของถอ้ ยคาท้งั ส่ี ท่ีปรากฏอย่ใู นซนุ นะห์ของท่านนบี
ﷺและผู้ใดกต็ ามทเ่ี ขาได้ใครค่ รวญถงึ ความประเสรฐิ ในขา้ งต้น เขาจะพบว่าน่ีคือสง่ิ ท่ีย่ิงใหญ่ ที่
บ่งบอกให้รถู้ ึงความสาคัญของถอ้ ยคาเหลา่ นี้ และฐานะอนั สูงสง่
และคุณประโยชน์อันมากมาย และส่ิงท่ีจะทาให้บ่าวผูศ้ รทั ธาได้รับ และสิ่งท่สี าคญั ทีซ่ ่อนอยู่ใน
ถ้อยคาทั้งส่ี ที่ทาให้ถอ้ ยคาเหล่าน้มี ีความประเสริฐถึงข้ันน้ี -ว้ัลลอฮอุ ะอ์ลมั - ตามท่ีบรรดา
นักวิชาการบางท่านได้กลา่ วเอาไว้ น่นั คือในทุกๆถ้อยคาของท้งั ส่ีประการนัน้ ลว้ นแต่มพี ระนาม
ของอัลลอฮ์ ตะอาลาประกอบร่วมอยดู่ ว้ ย
ซง่ึ ในการกลา่ ววา่ “ซบุ ฮานล้ั ลอฮ”์ นน่ั กห็ มายถงึพระนามตา่งๆของอลั ลอฮท์ เป่ี น็ การให้
ความบรสิ ุทธติ์ ่อพระองค์ เชน่ อัลกดุ๊ ดซู๊ และอสั -สลาม เปน็ ต้น
และการกล่าววา่ “อลั ฮัมดุล้ิลลาห์” นั่นกม็ ีความหมายที่ครอบคลุมไปถงึ การยืนยันความ
สมบรู ณ์ของอัลลอฮ์ในด้านตา่ งๆ ท้ังในพระนามและคณุ ลกั ษณะของพระองค์
และการกลา่ วว่า “อลั ลอฮุอักบรั ” น่ันกเ็ ป็นการใหค้ วามยิ่งใหญ่ ใหค้ วามเกรียงไกรต่อ
พระองค์ ซ่ึงไม่มผี ูใ้ ดท่ีสามารถจะนับจานวนการชมเชยที่พระองค์พึงจะมไี ด้ และผใู้ ดกต็ ามที่มี
คณุ ลกั ษณะดงั กล่าว น่ันก็แปลวา่ ไม่มีพระเจ้าอน่ื ใดนอกจากผู้นน้ั หมายถงึ ไม่มีพระเจ้าอืน่ ใดท่ี
ควรที่จะได้รับการเคารพภักดนี อกจากพระองค์21
ดังนั้นอัตตัสเบี๊ยะห์ -การกล่าวว่า ซุบฮาน้ัลลอฮ์- คือการทาให้อลั ลอฮ์ทรงบรสิ ทุ ธิ์จาก
ทกุ ๆส่ิงท่ไี ม่เหมาะสมกับพระองค์
อตั ตะฮม์ ดี -การกลา่ วว่า อัลฮมั ดลุ ล้ิ ลาห์- คอื การยืนยันถึงความสมบูรณ์ของอัลลอฮ์ใน
ดา้ นต่างๆ ทง้ั ในพระนาม คุณลกั ษณะ และการกระทาของพระองค์
20 ศอเฮี๊ยะห์อบี ดาวดู (เล่มที่ 1 หนา้ 157)
21 ใหด้ ูการอธิบายอลั กรุ อา่ นที่คาว่า ) (الباقيات الصالحاتของอัลอะลาอย่ี ์ (หน้าที่ 40)
- 17 -
อัตตะห์ลลี -การกล่าวว่า ลาอลิ าฮะอ้ิลลัลลอฮ์- คอื ความบรสิ ทุ ธใิ์ จ และให้เอกภาพต่อ
พระองค์ในการเคารพสักการะ และคอื การแสดงความบริสทุ ธ์จิ ากชริ กิ
และอัตตกั บีร -การกล่าวว่า อัลลอฮอุ กั บรั - คอื การยืนยันถึงความย่ิงใหญ่ของอัลลอฮ์
และไม่มสี ง่ิ ใดท่ีจะยิง่ ใหญไ่ ปกว่าพระองค์
ถ้อยคาเหล่าน้ีช่างเป็นถ้อยคาที่ย่ิงใหญ่ ช่างเป็นถอ้ ยคาทสี่ งู ส่ง และชา่ งเป็นความดีงามอนั
มากมายสาหรับคนทีก่ ลา่ วถอ้ ยคาเหล่านี้
ขออัลลอฮ์ ตะอาลาทรงชว่ ยเหลือใหพ้ วกเรารกั ษา และกล่าวถอ้ ยคาเหลา่ น้เี ปน็ ประจา
สม่าเสมอ และขอใหพ้ วกเราเป็นหนงึ่ ในบรรดาคนทลี่ ิน้ ของพวกเขาเปียกชมุ่ ไปด้วยการกล่าว
ถ้อยคาท้ังส่ีประการนี้ แท้ท่จี รงิ พระองค์คือผู้ปกครองและผทู้ รงเดชานภุ าพ
และขออลั ลอฮ์ทรงเมตตา ทรงอภัย ทรงยกเกยี รติ ให้แก่ท่านนบีของพวกเรา ทา่ นนบมี ุฮา
มัด ﷺตลอดจนบรรดาศอฮาบะห์ของท่านท้ังปวงด้วยเถดิ
- 18 -
ผ้ปู ระพนั ธห์ นงั สอื : ชยั คฺ อับดลุ รอ็ ซซา๊ ก บนิ อบั ดลุ มหุ ซฺ นิ อลั บดั รฺ
ผแู้ ปล : อนสั ลีบารงุ (อบูชะฮม์ )ี่
ตรวจทาน แกไ้ ขและเรยี บเรยี ง : อาจารย์ อสั มนั มสี มบรู ณ์ ปรญิ ญาโท สาขาอะกีดะฮ์
มหาวิทยาลยั อสิ ลาม มะดนี ะห์ / หัวหนา้ ศนู ยเ์ รยี นรอู้ สิ ลาม อสั -สลาม พงั งา
- 19 -