เครื่องดนตรีไทย
เอกสารประกอบการเรียนรู้
รหสั วชิ า ศ21101 รายวิชาพน้ื ฐานศิลปศึกษา 1 (ดนตรไี ทย)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
อาจารย์พงศพชิ ญ์ แกว้ กุลธร
และอาจารยน์ ิสิตนนั ทนชั ชาวไร่อ้อย
กลมุ่ สาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปทุมวนั
เอกสารประกอบการเรยี นรู้ รายวิชาพน้ื ฐานศลิ ปศกึ ษา 1 (ดนตรีไทย) ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
เครอ่ื งดนตรไี ทย (Thai Instruments)
เครอื่ งดนตรีไทย คือ ส่ิงทสี่ ร้างขนึ้ สาหรบั ทาเสียงให้เปน็ ทานอง หรือจังหวะ เครื่องดนตรีไทยสามารถแบ่งได้เป็น
4 ประเภท โดยจาแนกจากวิธกี ารทาให้เกดิ เสยี ง ดังนี้
1.เคร่ืองดีด เปน็ เครื่องดนตรที ม่ี ีสายสาหรบั ใช้มอื หรอื ส่งิ ใดสิ่งหนึง่ ดีดทส่ี ายแล้วเกดิ เสียงดงั ขึ้น
2.เคร่อื งสี เป็นเครือ่ งดนตรีที่มสี ายสาหรบั สี โดยใชเ้ ส้นหางม้าหลาย ๆ เส้นรวมกัน สไี ปมาที่สายแลว้
เกิดเสียงดงั ขึ้น
3.เครอื่ งตี เป็นเครอ่ื งดนตรีทใี่ ช้มือหรอื ไม้ตีที่สิ่งน้ันแล้วเกิดเสยี งดังข้ึน
4.เครือ่ งเปา่ เปน็ เครือ่ งดนตรที ี่ใช้ปากเปา่ ลมเขา้ ไปในส่งิ น้ันแลว้ เกิดเสยี งดงั ขึ้น
เครอ่ื งดดี
เครื่องดนตรี อาจารยพ์ งศพชิ ญ์ แกว้ กุลธร และอาจารยน์ สิ ิตนันทนัช ชาวไร่ออ้ ย
2 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาพืน้ ฐานศลิ ปศึกษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2563
เครื่องดนตรีประเภทดีด สันนิษฐานว่ามีพัฒนาการมาจาก
คันธนูของนายพราน ซึ่งเสยี งของสายธนูในขณะที่ส่งลูกธนูออกไปคงจะ
เปน็ เสียงทีน่ า่ ฟงั ทาให้คนนิยมดีดสายธนูเพ่ือฟังเสียงที่ไพเราะนั้น และ
ในเวลาต่อมาก็ก็ถูกพัฒนาเป็นเคร่ืองดนตรี โดยนาสายขนาดต่าง ๆ
มาสร้างเสียงตา่ ง ๆ เพิ่มขึ้น บ้างก็ใช้หยอ่ งหรอื นมในการสร้างเสียงต่างๆ
เพิม่ ขึน้ ยกตวั อย่างเครอ่ื งดนตรี ดงั น้ี
เครอื่ งสี
จะเข้ กาเนิดในสมยั อยุธยา นยิ มทาจากไม้ขนุน มีสาย 3 สาย พิณน้าเต้า เป็นพิณคอยาวสายเดียว ท่ีเรียกว่าพิณน้าเต้า
รูปร่างคล้ายจระเข้ มีนม 11 นม ใช้ไม้ดีดท่ีทามาจากไม้ กระดูกสัตว์ เป็นเพราะใช้เปลือกผลน้าเต้ามาทากะโหลก คอพิณทาด้วยไม้
หรืองาช้าง ใช้บรรเลงเดีย่ ว วงเครอ่ื งสาย และวงมโหรี เหลาใหป้ ลายข้างหนึ่ง เรยี วงอนโคง้ ข้นึ สาหรบั ผกู สาย
กระจับบป่ี เปน็ พณิ 4 สาย มีกล่องเสยี งคล้ายกีตาร์ของสากล ซึง เป็นเคร่ืองดนตรีทางภาคเหนือ มี 4 สาย แบ่งสาย
แต่เป็นทรงกลมรี คอพิณยาว ตอนปลายแบนและงอโค้งไปด้านหลัง ออกเป็นคู่ ๆ ละ 1 เสียง ลักษณะคล้ายกระจับป่ี แต่มีขนาดเล็กกว่า
ใชใ้ นการบรรเลงพิณ บรรเลงในวงมโหรีโบราณ กล่องเสียงและคอพิณทาจากไม้ชิ้นเดียว คว้านกล่องเสียงให้เป็นโพรง
พิณเพ๊ียะ หรือพิณเปี๊ยะ เป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ มีสาย
ตั้งแต่ 2-7 สาย เป็นพิณคอยาว กะโหลกทาจากกะลามะพร้าวผ่าคร่ึง
คันพิณทาจากไม้กลึงกลม ปลายคันพิณเจาะรูสาหรับร้อยสาย
เชอื่ มระหว่างกะลาตอนบนกับคนั เพ๊ยี ะ
เครื่องดนตรี อาจารยพ์ งศพชิ ญ์ แก้วกุลธร และอาจารยน์ ิสติ นนั ทนัช ชาวไรอ่ อ้ ย
3 เอกสารประกอบการเรยี นรู้ รายวชิ าพน้ื ฐานศิลปศกึ ษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2563
ปิดหน้ากล่องด้วยแผ่นไม้บางเจาะรูตรงกลาง คอซึงเป็นส่ีเหล่ียมแบน
ดา้ นบนไว้สาหรบั ติดนม 9 นม
เครอ่ื งตี
เครอ่ื งดนตรีประเภทสี เป็นเคร่ืองดนตรีที่กาเนิดเสียงโดยการ ซอดว้ ง รูปร่างคลา้ ยด้วงดกั สตั ว์จงึ เรียกว่า ซอด้วง ทาจากไม้
สั่นสะเทือนของสาย ดว้ ยการเสียดสกี บั หางม้าจานวนมาก ๆ มี หรืองาช้าง กระบอกซอหุ้มด้วยหนังงู คันชักอยู่ในตัวซอ มีสาย 2 สาย
ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ คันซอ กะโหลกซอ สาย คันชัก ลูกบิด รัดอก มเี สยี งแหลมสงู ใชบ้ รรเลงในวงเคร่อื งสายและวงมโหรี
และหย่อง ยกตวั อย่างเครอื่ งดนตรี ดงั นี้ ซออู้ มีเสียงทุ้มต่า จึงเรียกว่าซออู้ กะโหลกซอทาด้วย
ซอสามสาย มี 3 สาย มีส่วนประกอบ ได้แก่ กะโหลกซอ
ท่ีทาจากกะละมะพร้าวซอ ดัดให้เห็นพลู 3 พลูชัดเจน กะโหลกจะเป็น
ทรงสามเหลี่ยมมนคว่า ขึ้นด้วยหนังแพะหรือหนังลูกวัว คันทวน
แบ่งเป็น 3 ตอน คือ ทวนบน ทาจากไม้ (บริเวณลูกบิด) ทวนกลาง
ทาจากเหล็ก (บริเวณมือจับ) และทวนล่าง ทาจากไม้ (บริเวณเท้าซอ
กะลามะพร้าว ตัวซอทาจากไม้หรืองาช้าง คันชักอยู่ในตัวซอ มีสาย
2 สาย ใชบ้ รรเลงในวงเครื่องสาย วงมโหรี และวงปี่พาทยไ์ มน้ วม
ซอด้วง ซออู้
ใต้กะโหลก) คนั ชกั ทาดว้ ยไมข้ ึงดว้ ยหางมา้ มหี ย่องสาหรบั รับแรงกดจาก
สายส่หู นา้ ซอ มถี ว่ งหน้าทีป่ ระดับดว้ ยเพชรหรือพลอยสาหรับถ่วงกังวาน
เสยี ง นยิ มบรรเลงในวงมโหรี
เคร่อื งดนตรี อาจารยพ์ งศพิชญ์ แกว้ กุลธร และอาจารย์นิสติ นนั ทนชั ชาวไร่ออ้ ย
4 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวชิ าพ้ืนฐานศิลปศกึ ษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
สะล้อ เป็นเคร่ืองดนตรีทางภาคเหนือ กล่องเสียงทาด้วย สาหรับใชเ้ ชอื กรอ้ ยให้ตดิ กนั ใช้ในงานพระราชพิธี ประกอบจังหวะเพลง
กะลามะพร้าว ตัดทิ้ง 1 ใน 3 ส่วน คันทวนทาจากไม้ มีสาย 2 สาย พ้นื บา้ น และประกอบจงั หวะวงมโหรี
ทท่ี าจากโลหะ คันชักอย่นู อกตวั ซอ กรับเสภา ทาจากไม้ชิงชันหรือไม้พยุง เรียกว่ากรับเสภา
เครื่องดนตรีประเภทเคร่ืองตี เป็นเคร่ืองดนตรีที่เก่าแก่ท่ีสุด
และเป็นประเภทท่ีเกิดข้ึนก่อนเครื่องดนตรีประเภทอื่น ๆ เกิดเสียง
1 สารับ มี 2 ข้าง สาหรับมือซ้ายและมือขวา เรียกวิธีการบรรเลงว่า
โดยการตี การเคาะ เคร่ืองดนตรีประเภทน้ีแบ่งออกเป็น 3 พวก (แบ่ง “ขยับกรับ” ไม้กรับลักษณะเป็นเหล่ียม ใช้ตีประกอบการขับเสภา
ตามวัสดุ) คือ 1) เครื่องตีที่ทาด้วยไม้ 2) เครื่องตีที่ทาด้วยโลหะ และใชป้ ระกอบจังหวะในวงปพี่ าทย์ไมแ้ ข็ง
3) เครื่องตีท่ีขงึ ดว้ ยหนงั
1. เครอ่ื งตีทีท่ าดว้ ยไม้
เกราะ ทาจากกระบอกไม้ไผ่เจาะช่อง ตัวเกราะไม่มีขนาด
ระนาดเอก ผนื ระนาดเอกทาจากไมเ้ นอื้ แขง็ มีจานวน ลูก
ที่แนน่ อน มีรรู อ้ ยเชือกเพ่ือแขวน ใช้ไม้ไผ่ขนาดเลก็ เป็นไม้ตี ถ้ากระบอก ระนาดเอกท้ังหมด 21-22 ลกู ติดตะกั่วด้านล่างของผืนระนาดเพื่อปรับ
ใหญเ่ สียงจะยงิ่ ดังขนึ้ ใชต้ ใี หจ้ งั หวะ ตเี ป็นสญั ญาณประชมุ ระดับเสียง มีรางระนาดรูปร่างคลา้ ยเรือ มขี า 1 ขา ใช้ไม้ตีที่เป็น ไม้แข็ง
โกร่ง ทาจากไม้ไผ่เจาะช่องตามปล่อง ขนาดความยาว
ประมาณ 1 เมตร ใส่ขาสาหรับต้ังทั้ง 2 ข้าง ใช้ไม้ไผ่ตี สามารถตี
คน เ ดี ย ว
ห รื อ สองคน
ได้ ใช้ตี
ประกอบการแสดงโขนละครเพอ่ื ใหส้ ญั ญาณ และกากบั จงั หวะ
กรับพวง ตัวกรับทาจากไม้เนื้อแข็ง มี 2 ช้ิน ประกบข้าง
ตรงกลางมีแผ่นทองเหลืองสลับกับไม้แผ่นเบา ๆ เจาะรูด้านล่างสองรู
เครอื่ งดนตรี อาจารย์พงศพิชญ์ แกว้ กุลธร และอาจารยน์ สิ ิตนันทนชั ชาวไรอ่ ้อย
5 เอกสารประกอบการเรยี นรู้ รายวิชาพ้ืนฐานศลิ ปศกึ ษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2563
และไม้นวม ใช้บรรเลงประกอบพิธีกรรม ประกอบงานทั้งมงคลและ ฉาบใหญ่ ทาจากโลหะ มีฝา 2 ฝา เรียกว่าฉาบ 1 คู่ มีเชือก
อวมงคล ประกอบการแสดง และบรรเลงเดีย่ ว ผูกร้อยระหว่างฝา ตีกระทบกันแล้วยกข้ึนมีเสียง แช่ แช่ ใช้ตีปะกอบ
ระนาดทุ้ม ผืนระนาดท้มุ นยิ มทาจากไมไ่ ผ่ หรอื ไม้เนือ้ แข็งบาง จังหวะในวงดนตรีทใ่ี ชฉ้ าบใหญต่ ปี ระกอบจังหวะ
ชนิด มีจานวนลูกระนาดท้ังหมด 17 ลูก มีเสียงทุ้ม ติดตะกั่วเพ่ือปรับ
ระดับเสียง รางระนาดคล้ายเรือ มีขา 4 มุม ตีด้วยไม้นวม ใช้ ฆ้องโหม่ง ทาจากโลหะ เป็นใบมีปุ่มตรงกลางใบ สาหรับตี
บรรเลงประกอบพิธีกรรม ประกอบงานท้ังมงคลและอวมงคล ใช้ไม้ตี มีร้านฆ้องสาหรับแขวนตี ใช้ตีประกอบจังหวะในวงดนตรี
ประกอบการแสดง และบรรเลงเดี่ยว ทใี่ ชโ้ หมง่ ตปี ระกอบจังหวะ
2. เครอ่ื งตีทาดว้ ยโลหะ ฆ้องราว ทาจากโลหะ มีฆอ้ งโหม่ง 3 ใบ 3 ขนาด ให้เสียงท่ีตี
ฉ่ิง ทาจากโลหะ มีฝา 2 ฝา เรียกว่า ฉิ่ง 1 คู่ มีเชือกผูกร้อย ว่า “มง โมง หมุ่ย” ตามลาดับ ใช้ตีประกอบในวงปี่พาทย์เครื่องใหญ่
ระหว่างฝา ตีประกบกันแล้วยกข้ึนมีเสียง ฉ่ิง ตีประกบกัน มีเสียง ฉับ และวงป่พี าทย์มอญ
ใชต้ กี ากับจังหวะในวงดนตรที ใ่ี ช้ฉง่ิ ตีประกอบจงั หวะ ฆ้องวงใหญ่ ลูกฆ้องทาจากโลหะผสม มีจานวน 16 ลูก
ฉาบเลก็ ทาจากโลหะ มฝี า 2 ฝา เรียกวา่ ฉาบ 1 คู่ มีเชือกผูก ไล่เสียงต่าไปสูง จากซ้ายไปขวา มีร้านฆ้องเพ่ือแขวนลูกฆ้อง
ร้อย ทาจากหวาย มีไม้ตีฆ้อง 1 คู่ ทาจากหนังหรือไม้หุ้มด้วยผ้า ใช้บรรเลง
ระหว่างฝา ตีกระทบกันแล้วยกขึ้นมีเสียง แช่ แช่ ตีขัดกับฉิ่ง ทานองหลักในวงปพ่ี าทย์
ปะกอบจังหวะในวงดนตรีท่ีใชฉ้ าบเลก็ ตีประกอบจังหวะ ใช้ตี ฆ้องวงเล็ก ลูกฆ้องทาจากโลหะผสม มีจานวน 18 ลูก
ไล่เสียงต่าไปสูง จากซ้ายไปขวา มีร้านฆ้องเพ่ือแขวนลูกฆ้อง
เคร่ืองดนตรี อาจารยพ์ งศพชิ ญ์ แกว้ กลุ ธร และอาจารยน์ สิ ติ นนั ทนชั ชาวไรอ่ ้อย
6 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาพืน้ ฐานศลิ ปศกึ ษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563
ทาจากหวาย มีไมต้ ีฆ้อง 1 คู่ ทาจากหนังหรือไม้หุ้มด้วยผ้า สร้างสมัย 3. เครอ่ื งตที ี่ขงึ ด้วยหนัง
รัชกาลที่ 3 ใช้บรรเลงในวงปพี่ าทยเ์ คร่ืองคู่ กลองทัด กลองขึ้นด้วยหนัง มี 2 ลูก ตัวผู้มีเสียง “ตูม”
ฆ้องมอญวงใหญ่ ฆ้องของชาวรามัญ (ชาวมอญ) ลูกฆ้อง ตัวเมยี มเี สยี ง “ต้อม” ขึงดว้ ยหนงั วัว ตรึงด้วยมุด มีหูระวิง (ห่วงสาหรับ
มีลักษณะเดียวกันกับฆ้องวงใหญ่ ร้านฆ้องต้ังข้ึนแกะสลักเป็นลวดลาย
อย่างสวยงาม ใช้ไม้พันผ้าตี ใช้บรรเลงเป็นทานองหลักในวง
ป่พี าทย์มอญ
ฆ้องมอญวงเล็ก ฆ้องของชาวรามัญ (ชาวมอญ) ลูกฆ้อง
มีลักษณะเดียวกันกับฆ้องวงเล็กร้านฆ้องตั้งขึ้นแกะสลักเป็นลวดลาย
อยา่ งสวยงาม ใชไ้ มพ้ นั ผา้ ตี ใชบ้ รรเลงในวงปีพ่ าทยม์ อญ
ระนาดเอกเหล็ก ผืนระนาดทาจากเหล็ก มีจานวนลูกระนาด
21-22 ลูก วางอยู่บนรางรูปร่างคล้ายกล่องสี่เหล่ียมผืนผ้า มีขา 4 มุม
ใชไ้ ม้หนงั ในการตี ใช้บรรเลงในวงป่ีพาทยเ์ คร่อื งใหญ่
ระนาดทุ้มเหล็ก ผืนระนาดทาจากเหล็ก มีจานวนลูกระนาด
17 ลูก วางอยู่บนรางรูปร่างคล้ายกล่องส่ีเหลี่ยมผืนผ้า มีขา 4 มุม
ใช้ไม้หนังในการตี ใช้บรรเลงในวงป่ีพาทย์เคร่ืองใหญ่ และวงป่ีพาทย์
ดกึ ดาบรรพ์
เครอ่ื งดนตรี อาจารย์พงศพชิ ญ์ แก้วกลุ ธร และอาจารย์นสิ ิตนนั ทนัช ชาวไร่ออ้ ย
7 เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวชิ าพนื้ ฐานศิลปศกึ ษา 1 (ดนตรไี ทย) ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
เครอื่ งเปา่ ขลุ่ยหลบิ ขลุ่ยอู้
คล้องกับไมต้ ง้ั ) มีไม้ตงั้ กลองและไม้ตี 1 คู่ ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ ขลุ่ยเพยี งออ ปี่ใน
ในวงปพี่ าทยป์ ระกอบการแสดงโขน และละคร
ป่นี อก
ตะโพนไทย กลองมี 2 หน้า หนา้ เล็กเรยี กว่า “มัด” หน้าใหญ่ ปกี่ ลาง
เรียกว่า “เท่ง” มีขาตั้งเรียกว่า “เท้าตะโพน” เวลาตีต้องติดข้าวสุก
หรือกล้วยตากตา เพื่อให้ได้เสียงสูง-ต่า ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ
ในวงปพ่ี าทย์ประกอบการแสดงโขน และละคร
กลองแขก เป็นกลองที่ได้แบบอย่างมาจากชวา มี 2 ใบ
เรียกวา่ กลองแขก 1 คู่ ตวั ผมู้ ีเสยี งสงู ตัวเมียเสียงตา่ หุ่นกลองทาจากไม้
เนื้อแข็ง ขึงด้วยหนัง 2 ด้าน ใช้มือตี ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ
ในวง ปพ่ี าทย์
โทน รามะนา ตัวโทนทาจากดินเผาหรือไม้เน้ือแข็ง ขึงหน้า
ด้วยหนัง ข้ึนหนังด้วยไหมหรือเอ็น ตีคู่กับรามะนา ที่ทาจากไม้ ขึงด้วย
หนังหน้าเดียวและตรึงด้วยหมุด ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับ
ในวงเครอื่ งสาย และวงมโหรี
กลองสองหน้า สันนิษฐานว่าทาเลียนแบบลูกเปิงมาง ขนาด
ของกลองมีความยาวกว่าเปิงมากคอก หุ้มด้วยหนัง 2 ด้าน เวลาตี
หน้าที่ใหญ่ต้องติดข้าวสุกบดผสมข้ีเถ้า เพื่อถ่วงกังวาน ใช้ตีประกอบ
จังหวะหน้าทบั ในวงปี่พาทย์เสภา
ตะโพนมอญ ลักษณะคล้ายตะโพนไทยแต่มีขนาดใหญ่กว่า
เวลาตีต้องติดข้าวสุก หรือกล้วยตากตา เพ่ือให้ได้เสียงสูง -ต่า
ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับในวงปี่พาทย์มอญ โดยตีผสมกับ
เปิงมางคอก
เปงิ มางคอก มลี ูกเปงิ ท่ีมโี ครงสร้างทาจากไม้และหุ้มด้วยหนัง
ทั้ง 2 ขา้ ง ขนาดของหนา้ กลองลดหล่นั กนั ลงไป มีคอกล้อมรอบลักษณะ
โค้งและใช้ตะขอติด ใช้ตีประกอบจังหวะหน้าทับในวงป่ีพาทย์มอญ
โดยตผี สมกับตะโพนมอญ
เครอื่ งเป่าเป็นเครื่องดนตรีที่ทาให้เกิดเสียงด้วยการเป่าลมไป
ที่เครื่องดนตรีในการบรรเลง ประเภทของเคร่ืองเป่าแบ่งตามลักษณะ
อุปกรณ์ของเครื่องดนตรีประกอบไปด้วย เคร่ืองเป่าที่ไม่มีล้ิน และ
เครือ่ งเปา่ ทม่ี ีลิ้น
1. เครอื่ งเป่าที่ไมม่ ลี ิน้
ขลุ่ยหลิบ มีขนาดเล็กท่ีสุด และมีเสียงแหลมเล็กสูง ทาจาก
ไมเ้ นื้อแข็ง ไม้ไผ่ หรอื ทอ่ PVC มีรู เสียง 7 รู ใชบ้ รรเลงในวงเคร่ืองสาย-
ปชี่ วา เอกสารอ้างองิ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2545). ดนตรใี นวิถชี วี ติ ไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพค์ ุรสุ ภา ลาดพร้าว.
เครอ่ื งดนตรี กาญจนา อินทรสุนานนท.์ (2549). สารานกุ รมดนตรแี ละเพลงไทย. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์ พ.ศ.
พฒั นา จากดั .
ปญั ญา ร่งุ เรือง. (2521). ประวตั กิ ารดนตรไี ทย. พมิ พค์ รง้ั ที่ 4 กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์ไทยวฒั นา
พาณิช.
มนตรี ตราโมท. (2530). ดนตรีไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.
อาจารย์พงศพิชญ์ แกว้ กลุ ธร และอาจารยน์ ิสติ นันทนชั ชาวไรอ่ อ้ ย