The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chatchai Thipcha, 2023-10-03 14:47:59

แผนคำที่มีอักษรนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ โรงเรียน สาธิตฯ ชัÊนประถมศึกษาปี ทีÉ Ŝ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ภาคเรียนทีÉ ๑/2565 หน่วยการเรียนรู้ทีÉ ๑ ชืÉอ ร ล ต่างกันยังไงจําให้แม่น จํานวน řŝ ชัÉวโมง แผนการเรียนรู้ทีÉ ๑ เรืÉอง คาํทÉมีีอกัษรนาํ เวลา 1-2 ชัÉวโมง ผู้สอน นายชชัชยัทิพยช์า ŞŝšŜřřŘŘŚŜ วนัทีÉ Śř ก.ย พ.ศ.ŚŝŞŞ อาจารย์ทีÉปรึกษา/อาจารย์พีเลีÉยงÊ ผศ.ดร.รชฏ สุวรรณกูฏ ๑.สาระและมาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอาน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรัก การอาน ตัวชี้วัด ป.4/1 อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอง ป.4/2 อธิบายความหมายของคำ ประโยคและสำนวนจากเรื่องที่อาน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตาง ๆ เขียน รายงานขอมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ สาระที่ ๓ การฟง การดูและการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรูความคิด ความรูสึกในโอกาสตาง ๆ อยางมี วิจารณญาณ และสรางสรรค สาระที่ ๔ หลักการใชภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญญาทาง ภาษา และรักษา ภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ๒. สาระสำคัญ คำอักษรนำมีความสำคัญในฐานะที่ชวยใหภาษาไทยมีคำสำหรบั ใชสื่อสารเพิ่มมากขึ้น เราจะพบวาคำที่มีพยัญชนะตน เปนอักษรตำ่เดี่ยวจะผันเสียงวรรณยุกตไดเพียง ๓ เสียง ถาตองการใหผันครบ ๕ เสียง จะตองนำดวยอักษรสูง โดยทั่วไปจะใชตัว " ห " นำหนาคำอักษรต่ำเดี่ยว เมื่อนำ "ห" มาประสมขางหนาใหเปนคำอักษรนำ จะผันเสียงไดเปน ๕ เสียง ๓.จุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรม ๓.๑ อานออกเสียงคำที่มีอักษรนำตามอักระวิธีที่กำหนดใหไดเขียนคำที่มีอักษรนำตามที่กำหนดใหได(K)


๓.๒ นกัเรียนสามารถสืÉอสาร โดยใชท้กัษะการอา่นการเขียน การฟังการเขียน การดูและการพูด สามารถคิดวิเคราะห์คิด สังเคราะห์คิดอยา่งสร้างสรรค์คิดอยา่งมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ และคิดแก้ปัญหาได้( P ) ๓.๓ นกัเรียนสามารถใชเ้ทคโนโลยีในการสืบคน้หาความรู้ดว้ยตนเองได้ ๓.๔ นกัเรียนมีความรับผิดชอบในการทาํงานกลุ่ม ใฝ่หาความรู้และกลา้แสดงออกมุ่งมันÉในการทาํงาน ( A ) ๔. สาระการเรียนรู้ คำอักษรนำมีความสำคัญในฐานะที่ชวยใหภาษาไทยมีคำสำหรับใชสื่อสารเพิ่มมากขึ้น เราจะพบวาคำที่มีพยัญชนะตนเปนอักษร ต่ำเดี่ยวจะผันเสียงวรรณยุกตไดเพียง ๓ เสียง ถาตองการใหผันครบ ๕ เสียง จะตองนำดวยอักษรสูง โดยทั่วไปจะใชตัว " ห " นำหนาคำอักษรต่ำเดี่ยว เมื่อนำ "ห" มาประสมขางหนาใหเปนคำอักษรนำ จะผันเสียงไดเปน ๕ เสียง อกัษรนําคือ คือคาํทีÉมีพยญัชนะ 2 ตวัเรียงกนัและร่วมอยู่ในสระตวัเดียวกนัพยญัชนะตวัแรกคือ ห นํา และ อ นํา จะออกเสียงร่วมสนิทเป็นพยางค์เดียว ส่วนเสียงวรรณยกุตข์องพยางคจ์ะผนัวรรณยกุตต์ามเสียง ห หรืออ นาํ 1. คําทีÉมี ห นํา เช่นนกัเรียนมีความรับผิดชอบในการทาํงานกลุ่ม ใฝ่หาความรู้และกลา้แสดงออก ห นํา ง เช่น หงาย หงอน ห นํา ย เช่น หยิบ หยด ห นํา ญ เช่น หญิง หญ้า ห นํา ร เช่น หรู หรือ ห นํา น เช่น หนอน หนัง หน่าย ห นํา ล เช่น หลง หลาย ห นํา ม เช่น หมาก หมอน ห นํา ว เช่น แหวน หวีด 2. คําทีÉมี อ นํา ย มีใชอ้ยเู่พียง 4 คาํคือ อย่าอยู่อย่างอยาก ๕. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขัÊนทีÉ1 เตรียมความพร้อม กิจกรรมกลุ่มสัมพนัธ์โดยใชเ้กม แมงู่แบ่งกลุ่มนกัเรียนออกเป็น Ş กลุ่มๆละ ŝ คน โดยใชก้ารนบัŝแลว้นบั ใหม่ไปเรืÉอยๆ ชีÊแจงกติกาและขึÊนตอนในการเรียนและการทาํงานกลุ่ม ขัÊนทีÉ2.กาํหนดสถานการณ์ ใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มรับใบงานทีÉ ๑ เรืÉองอกัษรนาํแลว้ปฏิบตัิกิจกรรมตามใบงาน ๑ ขัÊนทีÉ3 แลกเปลียÉนการเรียนรู้/กจิกรรมกลุ่ม ใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลีÉยนการเรียนรู้ระดมการคิดวเิคราะห์สรุปสาระสาํคญัของเรืÉองอกัษรนาํให้


ไดป้ระเด็นและเหตุผลให้มากทีÉสุดอยา่งนอ้ย ŚŘ ประเด็นแลว้จดัทาํเป็นแผนภาพความคิดกลุ่มลงในกระดาษชาร์ททีÉครูแจก ขัÊนทีÉ ๔ นําเสนอผลงานหน้าชัÊน แต่ละกลุ่มนําเสนอผลงานหน้าชÊัน ตามลําดับขัÊนตอนใบงานทีÉกาํหนด ขัÊนทีÉ ๕ อภิปรายแลกเปลียÉนการเรียนรู้ทÊังชัÊน นกัเรียนและครูร่วม แสดงขอ้คิดเห็น วิพากวิจารณ์อย่างมีเหตุผลจากประเด็นทีÉไดใ้ห้นกัเรียนและครูร่วมกนั เพิÉมเติมประเด็นย่อยๆในแต่ละประเด็นใหไ้ดสาระความรู้ที ้ Éสาํคญั ใหไ้ดม้ากทÉีสุดอย่างนอ้ยŚŘประเด็น ขัÊนทีÉ ๖ ขัÊนจัดทําเป็ นแผนภาพความคิดอิสระ (Mind Mapping) นกัเรียนสรุปความคิดรวบยอด/สาระสําคญัทีÉไดแ้ลว้เขียนเป็นแผนภาพความคิดเป็นของตนเองโดย สังเคราะห์องคค์วามรู้ทีÉไดจ้ากการสรุปการคิดวิเคราะห์สาระสาํคญัของเรืÉองอกัษรนาํ ๖.สืÉอ/อปุกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ ๖.๑ สืÉอ/อุปกรณ์ ๑.ใบงานทีÉ ๑ ๒ใบกิจกรรม ๓ . หนงัสือแบบฝึกหดั ป.Ŝ ๔. อุปกรณ์ทีÉนาํเสนอคริปชาร์ด ๕. เอกสารบทอ่านเรืÉองอกัษรนาํ ๖.๒.แหล่งการเรียนรู้ ๑.หอ้งสมุด ๒.หอ้งเรียนและบริเวณโรงเรียน ๗.การวัดและประเมินผล สิÉงทีÉต้องการวัด วิธีวัด เครืÉองมือวัด เกณฑ์การวัดและประเมินผล ด้านความรู้( K ) อานออกเสียงคำที่มี อักษรนำตามอักระวิธีที่ กำหนดใหได เขียนคำที่ มีอักษรนำตามที่ กำหนดใหได สังเกตและ ประเมิน ทักษะการ อ่านและการ เขียน แบบประเมิน ทักษะการอ่าน และการเขียน นักเรียนทุกคนจะต้องผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยŠŘ %


ดา้นทกัษะตาม นกัเรียนสามารถ สืÉอสาร โดยใชท้กัษะ การอ่านการเขียน การ ฟัง การเขียน การดูและ การพูด สามารถคิด วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอยา่งสร้างสรรค์คิด อยา่งมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ และ คิดแก้ปัญหาได้ ( P ) สังเกต พฤติกรรม และการตอบ คําถามทักษะ การ ปฏิบัติงาน แบบประเมิน ทักษะตาม ศตวรรษทีÉ๒๑ นักเรียนทุกคนจะต้องผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยŠŘ % ด้านสมรรถนะตาม ศตวรรษทีÉ๒๑ นกัเรียนสามารถใช้ เทคโนโลยีในการสืบ คน้หาความรู้ดว้ย ตนเองได้ สังเกต พฤติกรรม และการตอบ คําถามทักษะ การ ปฏิบัติงาน แบบประเมิน ทักษะตาม ศตวรรษทีÉ๒๑ นักเรียนทุกคนจะต้องผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยŠŘ % ด้านคุณลกัษณะตาม ศตวรรษทีÉ๒๑ นกัเรียนมีความ รับผิดชอบในการ ทาํงานกลุ่ม ใฝ่หา ความรู้และกลา้ แสดงออก (A) สังเกต พฤติกรรม และการตอบ คําถามทักษะ การ ปฏิบัติงาน แบบประเมิน ทักษะตาม ศตวรรษทีÉ๒๑ นักเรียนทุกคนจะต้องผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยŠŘ %


ครูประเมินนักเรียนโดย ๑. การสังเกตการณ์ทาํกิจกรรมทกุขÊนตอนั ๒. สังเกตกระบวนการเรียนรู้การทาํงานกลุ่ม การทาํแผนภาพความคิด ๓. สังเกตกระบวนการสืÉอสาร การเจรจาการต่อรองการอภิปรายการยอมรับฟังความคิดเห็น ๔. ผลงานกลุ่มและชิÊนงานเดียว ครูประเมินตนเองโดย ๑. รวบรวมขอ้มูลเกีÉยวกบัหลกัเกณฑก์ารวิเคราะห์ประเด็นสาระสาํคญัการอ่านจบั ใจความการสรุป ประเด็นสาํคญั ของเรืÉองรวบรวมขอ้มลูเกีÉยวกบัหลกัเกณฑก์ารวเิคราะห์เกีÉยวกบัการสร้างและเกิดความคิดรวบ ยอด ๒.สะทอ้นบทบาทครูในการกระตุน้และการส่งเสริมการเรียนรู้ ๘. ประเมินหลงัการสอน ๑. ประเมินนกัเรียน ๑. นกัเรียนมีการเรียนรู้ทีÉเขา้ใจมากนอ้ยเพียงใด ๒. นกัเรียแลกเปลีÉยนความรู้ทาํงานเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มไดห้รือไม่ ๒ ประเมินครู ๑. ครูมีการเตรียมการสอน ๒. การจัดบรรยากาศหองเรียนเอื้อตอการเรยีนการสอน ๓. เนื้อหาที่สอนทันสมัยนำไปใชไดจริง ๔. ครูแจงจุดประสงคการเรียนรูชัดเจน ๕. ครูสงเสริมใหนักเรียนทำงานรวมกันเปนกลุม และรายบุคคล ๖. ครูสงเสริมใหนักเรียนมีความคดิริเริ่มสรางสรรคและรวมกันอภิปราย ๗. ครูใหโอกาสนักเรียนซักถามปญหา ๘. ครูใชวิธีการสอนและใชสื่ออยางหลากหลาย ครูใหความสนใจแกนักเรียนอยางทั่วถึงขณะสอน


Click to View FlipBook Version