เอกสารประกอบการสอน รายวชิ าทกั ษะชีวิตในสังคมยคุ ใหม่
เร่อื ง การใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสม
ผูส้ อน……….. อาจารยศ์ รญิ ญา นาคสระนอ้ ย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในชีวติ ประจาวัน
เทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถงึ เทคโนโลยีทใี่ ช้จัดการ สารสนเทศ เปน็ เทคโนโลยีที่เกีย่ วข้องต้ังแต่การ
รวบรวม การจดั เก็บข้อมูล การประมวลผล การพมิ พ์ การสรา้ งรายงาน การสื่อสารขอ้ มูล ฯลฯ เทคโนโลยสี ารสนเทศยังรวมถึงเทคโนโลยีทท่ี าให้
เกิดระบบการใหบ้ ริการ การใช้ และการดแู ลขอ้ มูลดว้ ย
ความสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
1.เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้สังคมเปล่ยี นจากสังคมอตุ สาหกรรมมาเป็นสงั คมสารสนเทศ
2.เทคโนโลยสี ารสนเทศทาให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแหง่ ชาติไปเปน็ เศรษฐกิจโลกทีท่ าใหร้ ะบบเศรษฐกจิ ของโลกผูกพันกับทกุ
ประเทศความเชื่อมโยงของเครอื ข่ายสารสนเทศทาให้เกดิ สังคมโลกาภวิ ฒั น์
3.เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้องค์กรมีลกั ษณะผูกพันมีการบงั คบั บัญชาแบบแนวราบมากข้ึน หนว่ ยธรุ กิจมีขนาดเล็กลง และเชือ่ มโยงกัน
กบั หนว่ ยธรุ กิจอื่นเป็นเครอื ขา่ ย การดาเนินธุรกจิ มีการแข่งขันกันในด้านความเรว็ โดยอาศยั การใช้ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร
โทรคมนาคมเปน็ ตัวสนบั สนุน เพอ่ื ให้เกดิ การแลกเปล่ยี นขอ้ มูลได้ง่ายและรวดเร็ว
4.เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเทคโนโลยีแบบสุนทรียสมั ผัสและสามารถตอบสนองตามความต้องการการใช้เทคโนโลยีในรูปแบบใหมท่ ่ี
เลือกได้เอง
6.เทคโนโลยสี ารสนเทศทาใหเ้ กิดสภาพทางการทางานแบบทุกสถานทีแ่ ละทกุ เวลา
7.เทคโนโลยสี ารสนเทศก่อให้เกดิ การวางแผนการดาเนนิ การระยะยาวขน้ึ อกี ทงั้ ยงั ทาใหว้ ิถีการตดั สินใจหรอื เลือกทางเลือกไดล้ ะเอียดข้ึน
เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถแบ่งออกได้ เปน็ 4 ประเภท คอื
1.เทคโนโลยดี า้ นการรบั ข้อมูล (Sensing Technology)เปน็ อุปกรณท์ ี่ช่วยใหเ้ ราสามารถเก็บรวบรวมข้อมลู ข่าวสารที่อยรู่ อบตัวเราแล้ว
เปล่ียนให้อยูใ่ นรูปแบบท่ีคอมพิวเตอรส์ ามารถเขา้ ใจได้ อุปกรณ์เหลา่ นไี้ ด้แก่ เครอ่ื งแสกนภาพ(image scanners) เครือ่ งอา่ นรหสั แถบ(bar code
scanners)และ อุปกรณร์ บั สัญญาณ(Sensors) เปน็ ต้น
2.เทคโนโลยกี ารส่อื สาร (Communication Technology) เช่น โทรสาร โทรศพั ท์ไร้สาย เครือข่ายทอ้ งถิ่น
3.เทคโนโลยีวิเคราะห์ (Analyzing Technology) ไดแ้ ก่เคร่อื งคอมพิวเตอรต์ ่างๆทง้ั ส่วนท่ีเป็น Hardware และSoftware
4.เทคโนโลยีการแสดงผล (Display Technology) ในปจั จุบันเทคโนโลยสี ารสนเทศพฒั นาอย่างรวดเร็ว เปน็ ผลให้การคมนาคมและการ
สอื่ สารแมก้ ระทงั่ โลกแหง่ ธรุ กิจต่างๆหมนุ เปลยี่ นตาม เราจึงจาเปน็ อย่างยงิ่ ทต่ี อ้ งพัฒนาตนเองเพ่ือก้าวใหท้ ันการพฒั นาทางเทคโนโลยดี ังกลา่ ว
กอ่ นที่จะเปน็ คนลา้ หลัง
1
ประโยชนข์ องเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.ช่วยใหต้ ดิ ตอ่ ส่อื สารระหว่างกนั อยา่ งสะดวกรวดเรว็ โดยใช้โทรศพั ท์ คอมพิวเตอรห์ รือในรูปของ สง่ิ พมิ พ์
2.ช่วยในการจดั ระบบข่าวสารจานวนมหาศาลซ่ึงผลติ ออกมาในแต่ละวนั
3.ช่วยใหเ้ ก็บสารนิเทศไว้ในรูปทีส่ ามารถเรียกใช้ได้ครั้งแล้วครงั้ เล่าอย่างสะดวก
4.ชว่ ยเพม่ิ ประสิทธภิ าพการผลิตสารนิเทศ เช่น ช่วยนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร ด้วยการช่วยคานวณตัวเลขท่ียงุ่ ยากซับซอ้ นซงึ่ ไมส่ ามารถทา
ใหส้ าเรจ็ ได้ดว้ ยมอื
5.ชว่ ยใหส้ ามารถจดั ระบบอตั โนมัตเิ พอื่ การเกบ็ เรยี กใชแ้ ละประมวลผลสารนเิ ทศ
6.สามารถจาลองแบบระบบการวางแผนและทานายเพ่ือทดลองกบั ส่ิงทีย่ งั ไม่เกิดขึ้น
7.อานวยความสะดวกในการเข้าถึงสารนิเทศดกี ว่าสมยั กอ่ นทาใหผ้ ้ใู ช้สารนเิ ทศมีทางเลือกทด่ี กี วา่ มปี ระสทิ ธิภาพกว่าและสามารถแขง่ ขัน
กบั ผู้อน่ื ไดด้ ีกว่า
8.ลดอุปสรรคเก่ียวกับเวลาและระยะทางระหวา่ งประเทศ
การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยี ดว้ ยความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอรแ์ ละการส่อื สารทาใหม้ ีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยใี นชวี ิตประจาวนั ของ
เรามากขึ้นเรือ่ ย ๆ จนกล่าวได้วา่ มีการนาไปใช้ในทุกวงการหรอื สายงานเลยทีเดยี ว ซงึ่ ในหัวข้อนี้จะขอยกตัวอย่างดงั นี้
1. เทคโนโลยีกับภาครัฐ เชน่ การบันทกึ ขอ้ มลู ประชาชนในงานทะเบยี นราษฎร์ ไมว่ ่าจะเป็นการแจ้งเกิด ตาย การยา้ ยท่อี ยู่ หรอื การทา
บัตรประชาชน โดยมีโครงการสมาร์ทการ์ด (smart card) ซ่ึงอยู่ในโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government) ต้ังแต่ปี 2544 โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อให้การบริการในภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากน้ีมีหน่วยงานในภาครัฐอีกหลายแห่งได้รับการผลักดันในมีบริการในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น กรมสรรพากรเปิดบรกิ าร (e-revenue) ให้ย่ืนแบบเสยี ภาษีผา่ นระบบอนิ เทอรเ์ น็ต เป็นต้น
2. เทคโนโลยีกับธุรกิจ การนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้งานในการดาเนินงาน เช่น นาระบบโปรแกรมบัญชีมาใช้งานแทนการ
ลงบัญชใี นสมุด นาโปรแกรมประมวลผลคามาใชแ้ ทนการเขียนหรือพิมพเ์ อกสารด้วยเคร่ืองพิมพ์ดดี การนาโปรแกรมนาเสนอมาช่วยนาเสนองาน
แก่ลูกค้าหรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว มีหลายธุรกิจที่นาเทคโนโลยี
เขา้ มาใช้ในการบรกิ ารลูกคา้ ยกตัวอย่างเช่น
2.1 เทคโนโลยีกับสายการบนิ สายการบินนับว่าเป็นธุรกิจท่ีนาเทคโนโลยีมาใช้ในการดาเนินงานมากท่ีสุดอย่างหนึ่ง นับต้ังแต่
การสารองที่น่ังโดยสาร เช็คท่ีนั่ง ซื้อบริการเสริม หรือเปล่ียนแปลงเท่ียวบินได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่า (low cost airline) ที่
พยายามลดตน้ ทุนการสารองที่นงั่ โดยใช้แรงงานคน รวมถงึ คา่ นายหนา้ ที่ต้องจ่ายให้กบั ตัวแทน (agent) ทาใหม้ กี ารผลักดันให้ผโู้ ดยสารจองท่ีน่ังผ่าน
เว็บด้วยตนเอง เห็นได้จากโปรแกรมส่งเสรมิ การขายต่าง ๆ รวมทง้ั การเปิดจองที่นั่งล่วงหน้าหลาย ๆ เดือนกเ็ ปน็ กลยุทธ์ในการสร้างรายได้ให้กับ
สายการบินเช่นกัน นอกจากนี้ยังช่วยลดเอกสารที่เป็นกระดาษท้ังในสานักงานรวมถึงมีการออกตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ( e-ticket) ให้ผู้โดยสารผ่านทาง
อีเมลล์อกี ด้วย
2.2 เทคโนโลยีกับสถาบันการเงิน สถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการดาเนินงานและ
ให้บริการลูกค้ามาอยา่ งต่อเน่ืองยาวนาน นับต้ังแต่การนาเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine :ATM) มาให้บริการแก่ลูกค้า ปัจจุบันมี
การพฒั นาระบบธนาคารอิเล็กทรอนกิ ส์ (e-banking) ซึ่งทาให้ลกู คา้ ของธนาคารสามารถทาธุรกรรมทางการเงนิ เชน่ การจา่ ยคา่ บริการสนิ ค้า โอนเงนิ
ซ้อื ของ ผ่านทางเว็บไซต์ของทางธนาคาร หรอื ผ่านทางโมบายแอพพลิเคชั่นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อยา่ งไรก็ตามยงั มีข้อควรระวังในเร่ืองของความ
ปลอดภยั ในการใชง้ านซ่งึ ผใู้ ชค้ วรศกึ ษาหาความรู้และตดิ ตามข่าวสารเพ่ือป้องกันตนเองด้วย
2.3 เทคโนโลยกี ับการธุรกจิ นาเข้าและสง่ ออกสนิ ค้า การนาเขา้ และส่งออกสินค้า หรือ อมิ พอรต์ เอ็กซ์พอรต์ (import/export) มี
การปรับปรุงบริการในรปู แบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์เชน่ เดยี วกับธรุ กจิ อ่นื ๆ เชน่ กรมศุลกากรมรี ะบบ e-tracking ซึง่ ใช้ติดตามสถานะการผา่ นพิธีการ
ศลุ กากรทางอนิ เตอรเ์ น็ตวา่ อยูใ่ นสถานะใด เชน่ ข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า ใบขนสินค้าขาออก ข้อมูลบัญชีสินคา้ และข้อมูลใบกากบั การขนย้ายสินค้า
เปน็ ต้น เปน็ การอานวยความสะดวกแก่ผ้ปู ระกอบการไม่ว่าจะอยูแ่ หง่ ใดกส็ ามารถสอบถามข้อมูลผ่านอินเตอร์เนต็ ได้ตลอดเวลา
2
ไปรษณียไ์ ทยได้นาระบบติดตามและตรวจสอบส่ิงของฝากส่งทางไปรษณีย์มาให้บรกิ ารผ่านทางเว็บไซต์ http://track.thailandpost.co.th/ ซ่งึ
ทาให้ผูส้ ่งสง่ิ ของทางไปรษณีย์ ไม่ว่าจะเป็น จดหมายลงทะเบียน พัสดภุ ัณฑ์ EMS ที่กังวลใจวา่ เอกสารหรือส่งิ ที่ส่งไปสูญหายหรอื ไม่ สามารถนาเลขท่ี
ใบเสร็จมากรอกลงในเว็บเพ่ือตรวจสอบได้ว่าของท่ีส่งอยูไ่ หนสถานะหรือส่งมาถึงที่ใด
3. เทคโนโลยีกับการแพทย์ เช่น เครื่องตรวจวัดคลื่นหวั ใจ เคร่ืองตรวจวัดคล่ืนสมอง เคร่ืองเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ท่ีสามารถ
ตรวจหาความผิดปกตขิ องอวยั วะต่าง ๆ ในร่างกายโดยสร้างภาพ 3 มติ ขิ องอวยั วะภายใน ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หรอื การพฒั นาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตดั ซ่ึงสามารถผ่าตัดผ่านกล้อง ช่วยให้คนไข้มีแผลเล็กลงและฟนื้ ตัวได้ไวขึ้น นอกจากน้ีมีการสร้างฐานข้อมูลประวัติ
คนไข้ ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบประวัติการเจ็บป่วยเบ้ืองต้น การแพ้ยา กลุ่มเลือด ฯลฯ ทาให้การตรวจรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมี
ประสทิ ธิภาพ
4. เทคโนโลยกี ับวทิ ยาศาสตร์ ได้แก่ การจัดเก็บ วเิ คราะห์ วจิ ยั เพ่อื ค้นหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วยงิ่ ข้ึน จะเหน็
ว่าหลังมีการพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยข้ึน มีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการวิจัยหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆมากมาย เช่น การ
ถอดรหสั พันธกุ รรมทมี่ ีความซบั ซอ้ นด้วยซุปเปอรค์ อมพิวเตอร์ซ่ึงแทบจะเปน็ ไปไม่ไดห้ ากใชม้ นุษยห์ รือเครือ่ งช่วยคานวณธรรมดา
5. เทคโนโลยกี ับการศกึ ษา สถานศกึ ษาต่าง ๆ ไดใ้ ห้ความสาคญั ในการนาเทคโนโลยีมาช่วยในการเรยี นการสอน ไม่ว่าจะเปน็ การพัฒนา
ส่ือคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) ซ่ึงทาให้รูปแบบการเรียนการสอนเปล่ียนไป ผู้เรียนสามารถศึกษาด้วยตนเองได้ และยังมีภาพและเสียงจากระบบ
มัลติมีเดียช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในบทเรียนมากข้ึนนอกจากน้ันยังสามารถให้ผู้เรียนทาแบบฝึกหัดทบทวนบทเรียนด้ วยตนเอง มีการให้
คะแนนเพื่อประเมินตนเองหรือแม้กระท่ังการสร้างบทเรยี นออนไลน์ ทาให้สามารถศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งการเรียนการ
สอนผ่านสอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ดงั กลา่ วรจู้ ักกนั ดีในช่ือ e-learning
เทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัจจุบันเทคโนโลยไี ด้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอยา่ งตอ่ เน่ือง ซ่ึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่เหล่าน้ีได้มีผลทาให้
การดาเนินชวี ติ ของมนษุ ยเ์ ปล่ียนแปลงไป ในทีน่ จี้ ะขอยกตัวอย่างเทคโนโลยใี หม่ ๆ ซงึ่ เริ่มเป็นท่ีนิยม หรือมแี นวโน้มว่าจะไดร้ ับความนยิ มเพมิ่ ข้ึน
1. Internet of Things หรือเรียกย่อ ๆ วา่ IoT คอื เทคโนโลยที เี่ ชอ่ื มอุปกรณแ์ ละ เคร่อื งมือต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยทมี่ นุษยส์ ามารถสั่ง
การ ควบคมุ การใช้งานต่าง ๆ ผา่ นทางเครือข่าย เช่น โทรศพั ท์มอื ถือ รถยนตต์ ู้เย็น โทรทศั น์ เครอ่ื งใชส้ านักงาน เครอ่ื งใช้ในชีวิตประจาวัน โดยมี
ตวั อย่างการประยุกตใ์ ชด้ ังนี้
1.1 ประยุกต์ใช้ IoT ในบ้าน เป็นการเช่ือมโยงอุปกรณ์เคร่ืองใช้ภายในบ้าน เช่น ทีวี ตู้เย็น หม้อหุงข้าว โทรศัพท์ แอร์ เคร่ืองทา
ํนา้ อนุ่ กลอ้ งวงจรปดิ
1.2 ประยุกต์ใช้ IoT กับอุปกรณ์สวมใส่ เป็นอุปกรณ์ส่วนบุคคลแบบสวมใส่ เช่น หูฟัง แว่นตานาฬิกา สายรัดข้อมือ กาไล เป็นตน้
ยกตัวอย่าง นาฬิกาสามารถเช่อื มโยงขอ้ มลู กบั โทรศพั ทม์ ือถือ การส่ังงานดว้ ยเสียง แจ้งเตอื นการโทรเข้า หรอื ข้อความต่าง ๆ
1.3 ประยุกต์ใช้ IoT ในการดูแลเมือง เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ท่ีใช้ในการบริหารจัดการในระดับเมือง เช่น การจัดการจราจร น้า
ขยะ พลงั งาน เปน็ ต้น
1.4 ประยุกต์ใช้ IoT ทางการแพทย์ เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ท่ีเกี่ยวข้องด้านสุขภาพ ทางการแพทย์ เช่น สายรัดข้อมือใช้วัดอัตรา
การเตน้ ของหัวใจ และวดั ความดนั โลหิต การคานวณการเดนิ การว่ิงการออกกาลงั กาย การรับประทานอาหาร
2. การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (cloud computing) เป็นลักษณะการทางานที่ผู้ใหบ้ ริการแบง่ ปันทรัพยากรใหก้ ับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์
ผ่านอินเทอร์เน็ตในรูปของบริการแบบใดแบบหนึ่ง อาทิ การให้บริการซอฟต์แวร์ หรือ Software as a Service (SaaS) เช่น Google app ซ่ึงให้บริการ
ซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ตผู้ใช้ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์บนเครื่องของตนเอง แต่ใช้บริการซอฟต์แวร์ตา่ ง ๆ ผ่านทางโปรแกรมเว็บเบราเซอรห์ รือ
บรกิ ารระบบจัดเก็บขอ้ มลู หรือ data Storage as a Service (dSaaS) ซึ่งให้บรกิ ารพืน้ ทใี่ นการจัดเก็บขอ้ มลู บางคร้ังเรียกว่า เว็บสาหรบั ฝากไฟล์ ข้อดีคือ
ไม่จาเป็นตอ้ งกลัวข้อมูลสูญหาย สามารถกาหนดให้เป็นแบบส่วนตัวหรือสาธารณะได้ เขา้ ถึงข้อมลู ได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยอุปกรณท์ ่ีสามารถใชง้ านได้
เป็นบรกิ ารฟรไี มเ่ สียค่าบริการ มพี น้ื ที่เก็บขอ้ มูล โดยไมจ่ าเป็นต้องซ้ืออุปกรณจ์ ัดเกบ็ ไฟล์ข้อมูล จาพวกแฟลชไดรฟ์ เมมโมรีก่ าร์ดหรือ อืน่ ๆ และ
ปลอดภยั จากไวรัส โดยจะขอยกตวั อย่างบรกิ ารที่เปน็ ระบบคลาวด์ ดังน้ี
3
2.1 Google Drive เป็นการบริการของ Google มีพื้นที่ให้ใช้บริการฟรี 15 GB โดยสามารถเพ่ิมพื้นที่สาหรับเก็บข้อมูลได้แต่ต้องจ่าย
คา่ บรกิ ารเปน็ รายเดือน สามารถใชง้ านได้บนเว็บไซต์ และอปุ กรณ์แทบ็ เล็ต โดยสามารถเข้าไปแชร์ไฟล์ และโฟลเดอรไ์ ดอ้ ยา่ งอิสระ ประกอบด้วย
Google doc ใช้สาหรับ สร้างเอกสาร แก้ไข พิมพ์ ร่วมกันหลาย ๆ คนGoogle Spread sheets ใช้สาหรับ เก็บและแบ่งปันรายการ ติดตามโครงการ
วิเคราะห์ข้อมูลและตดิ ตามผลลัพธ์ด้วยเคร่ืองมือแก้ไข สเปรดชีตท่ีมีประสิทธิภาพของเรา ใช้เคร่ืองมือเช่น สูตรข้ันสูงแผนภูมใิ นตัว ตัวกรองและ
ตารางเปลี่ยนแกนเพื่อดูข้อมูลของคุณในมุมมองใหม่ๆGoogle Presentation ใช้สาหรับ สร้างสไลด์ท่ีสวยงามด้วยเคร่ืองมือแก้ไขงานนาเสนอ ซึ่ง
สนับสนุนสิ่งต่างๆ เชน่ การฝงั วิดโี อ ภาพเคลือ่ นไหว และการเปลย่ี นสไลด์แบบไดนามิก เผยแพร่งานนาเสนอของคณุ ทางเวบ็ เพ่ือให้ทุกคนสามารถ
ดู หรือแบ่งปันงานนาเสนอแบบส่วนตัวได้Google Form ใช้สาหรับสร้างแบบสอบถาม หรือใช้สาหรับรวบรวมข้อมูล ผู้ใช้สามารถนาไปปรับ
ประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบอาทิ เช่น การทาแบบฟอร์มสารวจความคิดเห็น การทาแบบฟอร์มสารวจความพึงพอใจ การทาแบบฟอร์ม
ลงทะเบียน และการลงคะแนนเสยี ง
2.2 Google Photo เปน็ บริการที่สามารถจัดเก็บรูปและวีดีโอ โดยมเี ง่อื นไขว่ารูปภาพทุกรปู ต้องมีขนาดไมเ่ กนิ 16 ล้านพกิ เซล ถ้ารูป
ไหนมคี วามละเอียดเกนิ กว่าน้ีจะลดเหลือ 16 ลา้ นพิกเซล ส่วนวีดีโอก็สามารถจดั เกบ็ ได้ในความละเอยี ดสูงสดุ คือ Full HD หรอื 1080p
2.3 Dropbox เปน็ บริการทม่ี พี ื้นท่เี กบ็ ข้อมลู ไดฟ้ รี 2 GB แต่มคี วามสามารถในการสง่ ข้อมลู ท่รี วดเรว็ เข้าถงึ และแบง่ บนั อยา่ งง่ายดาย
ไดท้ กุ ท่ี สามารถใช้ไดท้ งั้ คอมพิวเตอร์ โทรศพั ท์ แทบ็ เลต็ และบนเวบ็
2.4 iCloud เปน็ บริการของบริษัท แอปเป้ิล มีพื้นทีใ่ ห้บริการทั้งหมด 5 GB สามารถเข้าใช้งานไดโ้ ดยอุปกรณ์ของ แอปเปิ้ล เช่น
ไอแพด ไอโฟน และคอมพิวเตอร์ แตจ่ ะตอ้ งมี apple ID ถงึ จะใช้งานได้
2.5 Box เปน็ บริการทเี่ นน้ กล่มุ ผู้ใช้ ท้ังบุคคลท่ัวไปและองค์กร โดยมีพืน้ ทีเ่ ร่มิ ต้นให้มากถงึ 10 GBและรองรบั ไฟลข์ อ้ มูลขนาดใหญส่ ุด
ไม่เกิน 250 MB
2.6 One drive เปน็ บริการของบริษัท ไมโครซอฟต์ สามารถเข้าใชง้ านได้บนทุกระบบปฏบิ ัตกิ ารโดยมพี ้ืนท่เี รมิ่ ตน้ ใหม้ ากถงึ 7GB ผู้ใช้
ต้องมีที่อยู่ อเี มล ของ ไมโครซอฟต์ ไม่วา่ จะเปน็ Hotmail windowslive หรอื outlook
2.7 Flickr เป็นเว็บไซต์ท่ีใหบ้ รกิ ารฝากไฟล์รูปภาพ และไฟล์วีดีโอของ yahoo.com โดยสมคั รสมาชกิ ไดฟ้ รี ใหพ้ ืน้ ทเ่ี ก็บข้อมลู สูง
ถงึ 1TB
ขอ้ ดีในการใชง้ านคลาวด์เทคโนโลยี
• มีบรกิ ารทไี่ มต่ ้องเสยี คา่ บรกิ ารใหเ้ ลอื กใช้
• สามารถเก็บข้อมูลได้หลากหลายรปู แบบ เชน่ รูปภาพ วดี โี อ เอกสารต่าง ๆ
• สามารถเขา้ ไปจดั การเอกสารได้ พร้อม ๆ กัน
• คน้ หาข้อมูลได้ง่ายและรวดเรว็
• ใช้งานได้กับทุก ๆ อปุ กรณ์ เชน่ เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมารท์ โฟน
• มีแอปพลเิ คช่ันรองรบั การใชง้ าน
• ข้อมูลปราศจากไวรัส
ข้อจากัดของการใช้งานคลาวดเ์ ทคโนโลยี
• หากไม่เสยี ค่าบริการจะมพี ื้นท่ีในการจัดเกบ็ ข้อมลู จากัด ต้องจา่ ยเงินเพ่ิมหากต้องการพืน้ ทเี่ พิ่ม
• มคี วามเร็วในการ ดาวนโ์ หลด และ อัพโหลด จากัด
• มกี ารกาหนดขนาดของรูปภาพ ไม่สามารถเกบ็ ข้อมลู ภาพขนาดใหญไ่ ด้
• เกดิ ความเสี่ยงหากวา่ ไฟล์ข้อมูลเป็นไฟล์ทสี่ าคัญ
4
3. เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D printing technology) เป็นการนาวัสดุต่าง ๆ เช่น พลาสติก มาขึ้นรูปช้ินงาน หรือในลักษณะการสร้าง
โมเดลเสมอื นจริง เทคโนโลยกี ารพิมพ์สามมิติมีพัฒนาการยาวนานกว่า30 ปี แต่พึ่งได้รับความนิยมเมื่อเร็ว ๆ นี้เนอ่ื งจากมีการพัฒนาให้เข้าถึงผู้ใช้
ทว่ั ไปไดม้ ากข้ึน มีผูค้ นหลากหลายกล่มุ งานได้นาเอาเครือ่ งพิมพ์สามมิติ (3D printer) มาใชง้ านในรปู แบบตา่ ง ๆ กนั ชว่ ยให้สามารถพิมพ์ภาพ
สามมิติให้มีรูปร่างเหมือนจริง ส่งผลให้วงการอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ นาเคร่ืองพิมพ์สามมิติมาใช้ในการสร้างต้นแบบ เช่น
อตุ สาหกรรมยานยนต์ การบินและอวกาศ การแพทยก์ ารทหาร สถาปัตยกรรม และการกอ่ สรา้ ง เปน็ ต้น
4. ราสพ์เบอร์รีพาย (Raspberry Pi) เป็นบอร์ดคอมพิวเตอร์ (computer board) แบบเปลือย มีขนาดเท่าบัตรเครดิต ราคาถูก ไม่มีคีย์บอรด์
และจอภาพ ถูกออกแบบมาเพ่ือใชเ้ ป็นอปุ กรณ์สาหรับการเรียนรู้ทกั ษะพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
5. Stick computer เป็นอกี หนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทย่ี ่อเคร่ืองคอมพิวเตอรข์ นาดใหญ่ ให้มขี นาดเล็กลงเท่าแฟลชไดรฟ์ เพื่อให้
สะดวกสาหรบั พกพา ใชง้ านง่าย เพยี งเสียบเขา้ กบั ช่อง เอชดเี อ็มไอ (HDMI) บนจอโทรทัศน์ กส็ ามารถทางานไดไ้ มต่ ่างจากเครอ่ื งคอมพิวเตอรท์ ่วั ไป
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมตี ่อสงั คมมนษุ ย์
1. การเปล่ยี นแปลงเร่ืองความรสู้ ึกตลอดเวลา มคี นจานวนไม่น้อยเกดิ ความรสู้ ึกว่าสรรพสิ่งเคลือ่ นไหวเรว็ ขนึ้ เนื่องจากเทคโนโลยี
สารสนเทศท่ีมีการพฒั นาไปอยา่ งรวดเร็วผลกระทบตอ่ ระบบเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าดา้ นโทรคมนาคม ทาใหร้ ะบบเศรษฐกิจเป็นจรงิ ข้นึ มา
พรมแดนของประเทศกลายเปน็ สิ่งไรค้ วามหมายการบรกิ ารด้านการเงนิ ได้รบั แรงเสริมทางด้านอิเลก็ ทรอนิกส์อย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งผลกระทบจาก
การใชเ้ ทคโนโลยีการส่ือสารโดยเฉพาะในสานักงานทาใหว้ ิธคี ดิ และวิธกี ารปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการทางานเปลี่ยนแปลงไปอยา่ งสิ้นเชงิ การทางานไม่
จาเป็นต้องอยู่ในสานกั งานตลอดเวลา
2. ผลกระทบด้านการเมอื งและการตัดสินใจ เนอ่ื งจากการพฒั นาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทีล่ ะเอียดและปราณตี มากขึน้ ทาให้การตัดสนิ ใจ
ไมเ่ ป็นไปตามคา่ นิยมแตจ่ ะเปน็ การตัดสนิ ใจบนข้อมลู และข้อเท็จจริงพร้อมทงั้ ความคิดเหน็ ที่มีการเก็บรวบรวมและมีวิธกี ารวเิ คราะหป์ ระกอบดว้ ย
ส่วนรปู แบบการเมอื ง จะได้รบั ผลกระทบคือ ระบบเผดจ็ การจะลดน้อยลง เน่อื งจากไม่สามารถควบคุมข่าวสารได้ ระบบการส่ือสารท่ีกระจายอานาจ
ทาให้ประชาชนมอี านาจมากข้ึนสามารถตดิ ตามการทางานของรัฐบาลไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
3. การเกิดข้นึ ของชุมชนอิเล็กทรอนกิ ส์ ในอนาคตจะเกดิ ชมุ ชนใหม่ที่เรียกว่า “ชุมชนอเิ ลก็ ทรอนิกส์” ท่ีปรากฏข้ึนเมื่อทุกบ้านมี
คอมพวิ เตอร์ และกล่มุ ทมี่ คี วามสนใจเหมือนกันจะตดิ ตอ่ โดยผา่ นบรกิ ารของสหกรณ์โทรคอมพิวเตอร์ซึง่ สามารถจดั การใหท้ กุ คนได้แลกเปลยี่ น
ความคดิ เห็น ความร้ซู ่ึงกนั และกนั ได้ และขอ้ มูลท่ีนามาแลกเปลยี่ นกันนีจ้ ะถูกบนั ทึกไว้และจะเรียกกลบั มาใชอ้ ีกเม่อื ไหร่กไ็ ด้
4. ผลกระทบด้านสง่ิ แวดลอ้ ม แม้วา่ เทคโนโลยสี ารสนเทศจะไมไ่ ดเ้ ปน็ ตัวการทาให้เกิดปัญหาสง่ิ แวดล้อมโดยตรง แต่เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เป็นปัจจัยทที่ าใหเ้ กิดความก้าวหนา้ ในเทคโนโลยตี ่างๆ และเทคโนโลยเี หลา่ น้ันเองทีท่ าให้เกิดปญั หาสง่ิ แวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยใน
ดา้ นการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มใหด้ ขี นึ้ ได้ โดยการใชค้ อมพวิ เตอรใ์นการคานวณหรอื จาลองแบบมวลอากาศเพอื่ พยากรณท์ างดา้ นอตุ นุ ยิ มวทิ ยา การใช้
คอมพิวเตอรใ์ นการวิเคราะหภ์ าพถ่ายดาวเทียมเพอื่ ตรวจสอบการบกุ รกุ ทาลายป่า หรอื การใชค้ อมพิวเตอร์ตรวจสอบการแพรม่ ลพิษในนา้ หรอื ใน
อากาศ
5. ผลกระทบด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศมผี ลกระทบในด้านการศึกษามาก การประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศที่สาคัญ คือ การ
ใช้คอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน (Computer Assisted Instruction-CAI) หรือ เรียกว่า คอมพิวเตอรช์ ่วยการเรยี น (Computer Assisted Learning-CAL) ซง่ึ หมายถงึ การ
ใชค้ อมพิวเตอรเ์ ป็นส่ือในการสอนและการเรียนรู้ โดยมีผลทาใหน้ ักเรียน นกั ศกึ ษา หรือประชาชนที่อยู่ในท่หี ่างไกลสามารถเรยี นรไู้ ด้เช่นเดยี วกบั คน
เมอื ง นอกจากน้ยี งั มีสว่ นทาให้อาจารยม์ เี วลามากขึน้ ท่ีจะทาการศึกษาวิจัย นาเสนอผลงานใหม่อันจะก่อให้เกิดประโยชนใ์ นการพฒั นาประเทศ
6. ผลกระทบท่ีเกดิ ขนึ้ ตอ่ ปัจเจกบุคคล เทคโนโลยีสารสนเทศมผี ลกระทบต่อชีวติ ประจาวนั ของมนุษย์มากท่สี ดุ ไมว่ ่าจะเปน็ การทางาน การ
เลือกซือ้ ของ การพักผอ่ น การฝาก-ถอนเงิน การรักษาพยาบาล เป็นตน้ ซ่งึ ผลกระทบต่อบคุ คลทีส่ าคัญดังนี้ ผลกระทบทมี่ ผี ลต่อสภาวะจิตใจ การที่
สภาพแวดล้อมทีการกระตนุ้ มากเกนิ ไป ข่าวสารข้อมูลมมี ากเกินไป ทางเลอื กตา่ งๆ มีมาก ทาใหเ้ กิดการตัดสนิ ใจของมนษุ ยด์ ้อยประสิทธิภาพลงเมื่อ
อย่ใู นภาวะทถ่ี ูกกระตุน้ มากไปการย้อนกลบั ไปสู่ศาสตร์ลี้ลบั เนอ่ื งมาจากการสูญเสยี อานาจควบคุมพลงั และศาสตรต์ า่ งๆ ก้าวไปไกลเกินกวา่ ที่
มนุษย์จะควบคมุ มนุษย์จึงเลิกสนใจวิทยาศาสตร์แตห่ ันมาสนใจศาสตรล์ ีล้ บั ตา่ งๆเพื่อเป็นเคร่ืองยดึ เหนี่ยวจติ ใจ
5
7. ความเป็นสว่ นตวั ลดลง ท้งั น้เี น่ืองจากประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสมัยใหมท่ ีส่ ามารถเข้าถึงข้อมูลทเ่ี ป็นส่วนตัวทกุ อย่างของมนุษยไ์ ด้
ผลกระทบตอ่ วธิ ีคดิ มนษุ ย์ มนษุ ย์จะสามารถเก็บข้อมูลมากที่สดุ ในเวลาอันส้ันแล้วท้งิ ไป แตจ่ ะนาเอาข้อมลู เพียงเลก็ นอ้ ยมาสรปุ รวมกันเป็นทัศนะ
ใหม่ จะไม่รบั แนวคดิ ท่ีส่งผ่านมาท้งั กระบวนอีกตอ่ ไป
ความฉลาดทางดจิ ทิ ลั (Digital intelligence)
ความเป็นพลเมืองดิจทิ ัล (Digital Citizenship) เปน็ พลเมืองท่มี ีความสามารถในการใช้อนิ เทอรเ์ น็ตในการ บริหารจดั การ ควบคุม กากับตน รู้
ผิดรถู้ กู และรู้เทา่ ทนั เป็นบรรทดั ฐานในการใช้เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั อยา่ งเหมาะสม มีความรบั ผดิ ชอบ เรียนรทู้ ่จี ะใช้เทคโนโลยีอยา่ งชาญฉลาด และ
ปลอดภัย
พลเมืองดิจิทัล จึงหมายถึง สมาชิกบนโลกออนไลน์ ท่ีใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ อายุ ภาษา และ
วัฒนธรรม ดังน้ัน พลเมืองดิจิทัลทุกคนจึงต้องมี ‘ความเป็นพลเมืองดิจิทัล’ ท่ีมีความฉลาดทางดิจิทัลบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ การมี
จรยิ ธรรม การมีส่วนร่วม ความเห็นอกเห็นใจและเคารพผู้อื่น โดยมุ่งเนน้ ความเป็นธรรมในสังคม ปฏบิ ัตแิ ละรักษาไว้ซ่ึงกฎเกณฑ์ เพือ่ สรา้ งความ
สมดุลของการอยู่ร่วมกนั อยา่ งมีความสุข
การเปน็ พลเมืองดิจทิ ัลน้ัน มที ักษะสาคัญ 8 ประการ ทค่ี วรบ่มเพาะใหเ้ กดิ ข้ึนกับพลเมืองดิจิทลั ทุกคนในศตวรรษท่ี 21 ดงั นี้
1. ทกั ษะในการรักษาอัตลกั ษณ์ท่ีดีของตนเอง (Digital Citizen Identity) ต้องมคี วามสามารถในการสรา้ งสมดลุ บรหิ ารจัดการ รักษาอัต
ลกั ษณท์ ี่ดีของตนเองไวใ้ ห้ได้ ทัง้ ในส่วนของโลกออนไลน์และโลกความจรงิ โดยตอนนปี้ ระเด็นเรอื่ งการสรา้ งอตั ลักษณ์ออนไลน์ถือเป็นปรากฏการณ์
ใหม่ ท่ที าใหบ้ ุคคลสามารถแสดงออกถึงความเปน็ ตัวตนต่อสังคมภายนอก โดยอาศยั ช่องทางการส่ือสารผ่านเว็บไซตเ์ ครือข่ายสังคมในการอธิบาย
รูปแบบใหม่ของการส่อื สารแบบมีปฏิสัมพนั ธท์ างอินเทอร์เนต็ ซงึ่ เป็นการแสดงออกเก่ยี วกบั ตวั ตนผ่านเว็บไซต์เครือขา่ ยสงั คมตา่ งๆ
6
2. ทักษะในการรกั ษาขอ้ มูลส่วนตวั (Privacy Management) ดุลพินจิ ในการบริหารจัดการขอ้ มูลส่วนตัว โดยเฉพาะการแชรข์ ้อมลู
ออนไลน์เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวทั้งของตนเองและผู้อ่ืนเป็นส่ิงสาคญั ที่ต้องประกอบอยู่ในพลเมืองดิจิทัลทุกคน และพวกเขาจะต้องมีความ
ตระหนักในความเท่าเทียมกันทางดิจิทัล เคารพในสิทธิของคนทุกคน รวมถึงต้องมีวิจารณญาณในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตนเองใน
สังคมดิจทิ ัล รู้วา่ ข้อมูลใดควรเผยแพร่ ขอ้ มลู ใดไมค่ วรเผยแพร่ และตอ้ งจดั การความเส่ยี งของขอ้ มลู ของตนในส่ือสงั คมดิจทิ ลั ได้ด้วย
3. ทักษะในการคิดวเิ คราะหม์ ีวจิ ารณญาณทีด่ ี (Critical Thinking) ความสามารถในการวิเคราะห์แยกแยะระหว่างข้อมลู ท่ีถกู ตอ้ งและ
ข้อมูลที่ผิด ข้อมูลที่มีเน้ือหาดีและข้อมูลท่ีเข้าข่ายอันตราย รู้ว่าข้อมูลลักษณะใดที่ถูกส่งผ่านมาทางออนไลน์แล้วควรต้ังข้อสงสัย หาคาตอบให้
ชดั เจนกอ่ นเช่อื และนาไปแชร์ ดว้ ยเหตนุ ้ี พลเมืองดิจิทัล จงึ ตอ้ งมีความรูค้ วามสามารถในการเข้าถงึ ใช้ สรา้ งสรรค์ ประเมนิ สงั เคราะห์ และสือ่ สาร
ข้อมูลข่าวสารผ่านเคร่ืองมือดิจิทัล ซ่ึงจาเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคเพ่ือใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ได้อย่าง
เช่ยี วชาญ รวมถงึ มีทกั ษะในการรคู้ ดิ ขั้นสงู เช่น ทักษะการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ ทจี่ าเปน็ ตอ่ การเลือก จัดประเภท วเิ คราะห์ ตคี วาม และเขา้ ใจ
ข้อมูลขา่ วสาร มีความรู้และทักษะในสภาพแวดล้อมดิจทิ ลั การรู้ดิจิทลั โดยมุง่ ใหเ้ ป็นผ้ใู ช้ทีด่ ี เปน็ ผเู้ ข้าใจบริบททดี่ ี และเป็นผสู้ รา้ งเน้ือหาทางดิจิทัล
ทีด่ ี ในสภาพแวดลอ้ มสงั คมดจิ ิทัล
4. ทักษะในการจัดสรรเวลาหนา้ จอ (Screen Time Management) ทกั ษะในการบรหิ ารเวลากบั การใชอ้ ุปกรณย์ คุ ดจิ ิทัล รวมไปถงึ การ
ควบคุมเพ่อื ให้เกิดสมดุลระหวา่ งโลกออนไลน์และโลกภายนอก นับเป็นอีกหนึง่ ความสามารถทีบ่ ่งบอกถงึ ความเป็นพลเมืองดิจิทลั ได้เปน็ อยา่ งดี
เพราะเปน็ ทร่ี ูก้ ันอยู่แลว้ วา่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท่ขี าดความเหมาะสมย่อมส่งผลเสยี ตอ่ สุขภาพโดยรวม ท้ังความเครยี ดตอ่ สุขภาพจิตและ
เป็นสาเหตุก่อให้เกดิ ความเจบ็ ป่วยทางกาย ซึง่ นาไปสู่การสูญเสยี ทรัพย์สนิ เพอ่ื ใช้รักษา และเสยี สขุ ภาพในระยะยาวโดยรูเ้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์
5. ทกั ษะในการรบั มอื กบั การคุกคามทางโลกออนไลน์ (Cyberbullying Management) จากข้อมูลทางสถิติล่าสุด สถานการณ์ในเรื่อง
Cyber bullying ในไทย มคี า่ เฉลยี่ การกลั่นแกลง้ บนโลกออนไลน์ในรปู แบบตา่ งๆ ทสี่ ูงกวา่ ค่าเฉลี่ยโลกอยูท่ ่ี 47% และเกดิ ในรปู แบบทห่ี ลากหลาย อาทิ
การดา่ ทอกันด้วยขอ้ ความหยาบคาย การตัดต่อภาพ สรา้ งข้อมูลเท็จ รวมไปถงึ การต้ังกลุม่ ออนไลนก์ ดี กนั เพื่อนออกจากกลุ่ม ฯลฯ ดงั นั้น ว่าท่ี
พลเมืองดจิ ิทัลทุกคน จงึ ควรมีความสามารถในการรับรแู้ ละรับมือการคกุ คามข่มขู่บนโลกออนไลนไ์ ด้อยา่ งชาญฉลาด เพื่อป้องกันตนเองและคนรอบ
ขา้ งจากการคกุ คามทางโลกออนไลน์ให้ได้
6. ทักษะในการบรหิ ารจัดการข้อมลู ทผ่ี ู้ใช้งานทงิ้ ไว้บนโลกออนไลน์ (Digital Footprints) มีรายงานการศกึ ษาวจิ ยั ยืนยันวา่ คนรนุ่ Baby
Boomer คือ กลุ่ม Aging ท่ีเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2487 – 2505 มักจะใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนท่ีของผู้อ่ืน และเปิดใช้งาน WiFi
สาธารณะ เสร็จแลว้ มักจะละเลย ไม่ลบรหสั ผา่ นหรอื ประวตั ิการใช้งานถึง 47% ซ่ึงเส่ียงมากท่ีจะถูกผู้อ่ืนสวมสทิ ธิ ขโมยตวั ตนบนโลกออนไลน์ และ
เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างง่ายดาย ดังน้ัน ความเป็นพลเมืองดิจิทัล จึงต้องมีทักษะความสามารถท่ีจะเข้าใจธรรมชาติของการใช้ชีวิ ตในโลก
ดจิ ิทัล วา่ จะหลงเหลอื รอ่ งรอยขอ้ มลู ทิง้ ไวเ้ สมอ รวมไปถงึ ต้องเขา้ ใจผลลพั ธท์ อ่ี าจเกิดขึ้น เพื่อการดแู ลส่ิงเหล่านี้อย่างมีความรับผิดชอบ
7. ทักษะในการรกั ษาความปลอดภัยของตนเองในโลกออนไลน์ (Cybersecurity Management) ความสามารถในการป้องกันข้อมลู ด้วย
การสร้างระบบความปลอดภยั ทเ่ี ขม้ แข็งและป้องกนั การโจรกรรมข้อมูลไม่ใหเ้ กดิ ขึ้นได้ ถ้าต้องทาธรุ กรรมกบั ธนาคารหรือซ้ือสินคา้ ออนไลน์ เช่น
ซอ้ื เสื้อผา้ ชุดเดรส เปน็ ต้น ควรเปล่ียนรหัสบ่อยๆ และควรหลกี เลีย่ งการใชค้ อมพิวเตอรส์ าธารณะ และหากสงสัยวา่ ข้อมูลถูกนาไปใชห้ รือสญู หาย
ควรรบี แจง้ ความและแจ้งหน่วยงานทเ่ี ก่ยี วข้องทนั ที
8. ทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งมีจริยธรรม (Digital Empathy) ความสามารถในการเหน็ อกเห็นใจและสร้างความสัมพันธ์ทดี่ ีกับผ้อู ื่น
บนโลกออนไลน์ พลเมืองดิจิทลั ท่ีดีจะตอ้ งรูถ้ ึงคุณคา่ และจริยธรรมจากการใช้เทคโนโลยี ต้องตระหนกั ถงึ ผลพวงทางสังคม การเมือง เศรษฐกจิ และ
วัฒนธรรม ท่ีเกิดจากการใชอ้ ินเทอร์เน็ต การกดไลก์ กดแชร์ ขอ้ มลู ข่าวสาร ออนไลน์ รวมถึงร้จู ักสทิ ธิและความรบั ผดิ ชอบออนไลน์ อาทิ เสรีภาพ
ในการพดู การเคารพทรัพย์สนิ ทางปญั ญาของผู้อื่น และการปกปอ้ งตนเองและชุมชนจากความเสยี่ งออนไลน์ เช่น การกลั่นแกล้งออนไลน์ ภาพ
ลามกอนาจารเดก็ สแปม เปน็ ตน้
7
จริยธรรมคอมพิวเตอร์
จริยธรรม หมายถึง "หลกั ศลี ธรรมจรรยาท่ีกาหนดข้ึนเพือ่ ใชเ้ ป็นแนวทางปฏิบตั ิ หรอื ควบคุมการใช้ ระบบคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศ"
ในทางปฏิบัตแิ ลว้ การระบุวา่ การกระทาส่ิงใดผิดจรยิ ธรรมนั้น อาจกลา่ วไดไ้ ม่ชัดเจนมากนัก ท้งั นี้ ย่อมข้นึ อยูก่ บั วัฒนธรรมของสังคมในแต่ละ
ประเทศด้วย อยา่ งเช่น กรณีที่เจ้าของบริษทั ใช้กล้องในการตรวจจบั หรือเฝา้ ดกู ารทางานของพนักงาน เป็นตน้
ตวั อย่างของการกระทาท่ียอมรบั กันโดยท่ัวไปว่าเป็นการกระทาท่ผี ดิ จริยธรรม เช่น
• การใช้คอมพิวเตอรท์ าร้ายผู้อ่นื ใหเ้ กดิ ความเสยี หายหรอื ก่อความราราญ เชน่ การนาภาพหรอื ข้อมูล ส่วนตัวของบคุ คลไปลงบน
อินเตอรเ์ นต็ โดยไม่ได้รบั อนญุ าต
• การใชค้ อมพิวเตอรใ์ นการขโมยข้อมลู
• การเขา้ ถึงข้อมลู หรอื คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ไดร้ ับอนุญาต
• การละเมิดลขิ สทิ ธ์ิ
ประเทศต่างๆ จึงได้มีการกาหนดระเบยี บ กฎเกณฑ์ รวมถงึ กฎหมายทใี่ ช้ เปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิเพอื่ ให้เกดิ คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศ จรยิ ธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพวิ เตอรแ์ ละอนิ เทอร์เนต็
จรยิ ธรรม หมายถึง หลักศลี ธรรมจรรยาท่กี าหนดขึ้นเพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางปฏบิ ัติ หรือควบคุมการใช้ ระบบคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ ซึง่
เมอ่ื พิจารณาจริยธรรมเกย่ี วกบั การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ คอมพวิ เตอรแ์ ล้ว สามารถสรปุ ได้ 4 ประเดน็ ไดแ้ ก่
1. ความเปน็ ส่วนตัว (Information Privacy)
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
3. ความเปน็ เจ้าของ (Information Property)
4. การเข้าถึงขอ้ มลู (Data Accessibility)
1. ความเปน็ สว่ นตวั (Information Privacy) ความเป็นส่วนตวั ของข้อมูลและสารสนเทศ โดยท่วั ไปหมายถึง สิทธทิ ่ีจะอยตู่ ามลาพัง และ
เป็นสทิ ธิ ทเ่ี จ้าของสามารถท่ีจะควบคมุ ข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยใหก้ บั ผ้อู ่ืน สทิ ธิน้ีใชไ้ ด้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบคุ คล กล่มุ บคุ คล และองคก์ าร
ตา่ งๆ ปัจจุบนั มปี ระเดน็ เก่ียวกบั ความเปน็ ส่วนตัวทเ่ี ปน็ ข้อหน้าสงั เกตดงั นี้
1.1 การเข้าไปดขู อ้ ความในจดหมายอิเล็กทรอนิกสแ์ ละการบันทกึ ข้อมูลในเครอื่ งคอมพิวเตอร์ รวมท้ังการ บนั ทึก-แลกเปลย่ี น
ขอ้ มลู ท่บี ุคคลเข้าไปใชบ้ รกิ ารเว็บไซตแ์ ละกลุ่มข่าวสาร
1.2 การใชเ้ ทคโนโลยีในการตดิ ตามความเคล่ือนไหวหรือพฤติกรรมของบคุ คล เช่น บรษิ ัทใชค้ อมพิวเตอร์ ในการตรวจจบั หรือ
เฝา้ ดูการปฏบิ ัตงิ าน/การใชบ้ ริการของพนักงาน ถึงแมว้ ่าจะเปน็ การตดิ ตามการ ทางานเพื่อการพัฒนาคุณภาพการใช้บริการ แต่กจิ กรรมหลาย
อย่างของพนักงานก็ถูกเฝา้ ดูด้วย พนกั งานสูญเสยี ความเปน็ ส่วนตัว ซ่ึงการกระทาเชน่ น้ถี อื เป็นการผิดจรยิ ธรรม
1.3 การใช้ขอ้ มูลของลูกค้าจากแหลง่ ต่างๆ เพอ่ื ผลประโยชนใ์ นการขยายตลาด
1.4 การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ทอ่ี ยู่อเี มล หมายเลขบัตรเครดิต และขอ้ มูลส่วนตัวอ่ืนๆ เพื่อนาไป สร้างฐานข้อมูลประวัติ
ลูกค้าข้ึนมาใหม่ แล้วนาไปขายใหก้ บั บริษัทอ่นื
ดงั นั้น เพ่อื เป็นการป้องกันการละเมิดสทิ ธคิ วามเป็นสว่ นตวั ของข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรจะตอ้ ง ระวงั การใหข้ ้อมูล โดยเฉพาะการ
ใชอ้ นิ เตอรเ์ นต็ ทม่ี ีการใชโ้ ปรโมชน่ั หรือระบุใหม้ ีการลงทะเบยี นกอ่ นเข้าใช้ บรกิ าร เชน่ ข้อมูลบตั รเครดิต และท่ีอยอู่ ีเมล
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลน้ัน คุณลักษณะท่ีสาคัญ
ประการ หนึง่ คือ ความนา่ เชื่อถือไดข้ องข้อมลู ทงั้ น้ี ข้อมลู จะมีความน่าเช่อื ถือมากนอ้ ยเพียงใดย่อมขึ้นอยกู่ บั ความ ถกู ตอ้ งในการบนั ทึกข้อมูลด้วย
ประเด็นด้านจริยธรรมทีเ่ ก่ียวข้องกับความถูกต้องของข้อมูล โดยท่ัวไปจะ พิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รบั ผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่ จัดเก็บ
และเผยแพร่ เช่น ในกรณที ีอ่ งค์การให้ ลกู คา้ ลงทะเบยี นดว้ ยตนเอง หรือกรณีของข้อมลู ที่เผยแพร่ผา่ นทางเวบ็ ไซต์ อีกประเดน็ หนึง่ คอื จะทราบได้
อย่างไรวา่ ข้อผิดพลาดทีเ่ กิดข้ึนนน้ั ไม่ได้เกดิ จากความจงใจ และผู้ใดจะเป็นผู้รบั ผิดชอบหากเกดิ ขอ้ ผดิ พลาด
8
ดงั นนั้ ในการจดั ทาข้อมลู และสารสนเทศให้มีความถูกตอ้ งและน่าเช่ือถือนั้น ขอ้ มูลควรได้รบั การตรวจสอบ ความถูกต้องก่อนทจ่ี ะนาเข้า
ฐานขอ้ มลู รวมถงึ การปรบั ปรงุ ข้อมูลให้มีความทนั สมยั อยู่เสมอ นอกจากน้ี ควรให้ สทิ ธแิ กบ่ คุ คลในการเขา้ ไปตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูลของ
ตนเองได้ เช่น ผสู้ อนสามารถดคู ะแนนของ นกั ศกึ ษาในความรับผิดชอบ หรือเพือ่ ตรวจสอบว่าคะแนนที่ป้อนไม่ถูกแกไ้ ขเปล่ียนแปลง
3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธ์ิในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สิน
ทวั่ ไปท่ีจบั ตอ้ งได้ เช่น คอมพวิ เตอร์ รถยนต์ หรืออาจเปน็ ทรัพย์สินทางปญั ญา (ความคิด) ที่จบั ตอ้ งไม่ได้ เชน่ บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่
สามารถถ่ายทอดและบันทึกลงในสื่อตา่ งๆ ได้ เชน่ สง่ิ พิมพ์ เทป ซดี รี อม เป็นต้น
ในสงั คมของเทคโนโลยีสารสนเทศ มักจะกล่าวถึงการละเมดิ ลิขสทิ ธซ์ิ อฟต์แวร์ เมอ่ื ท่านซือ้ โปรแกรม คอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่น
หมายความว่าท่านได้จา่ ยค่าลขิ สทิ ธ์ใิ นการใช้ซอฟตแ์ วรน์ ้ัน สาหรับท่านเอง หลังจากที่ทา่ นเปิดกลอ่ งหรอื บรรจภุ ณั ฑ์แล้ว หมายถงึ วา่ ทา่ นไดย้ อมรับ
ขอ้ ตกลงเกยี่ วกบั ลขิ สทิ ธิใ์ นการใช้สินค้า นั้น ซึง่ ลขิ สิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษทั บางโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะอนุญาต
ให้ ติดตั้งได้เพยี งคร้งั เดียว หรือไม่อนุญาตให้ใช้กับคอมพิวเตอรเ์ ครอ่ื งอ่ืนๆ ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์เครือ่ งนั้นๆ ท่าน เป็นเจ้าของ และไม่มีผู้อื่นใชก้ ็
ตาม ในขณะที่บางบริษทั อนุญาตให้ใชโ้ ปรแกรมนั้นได้หลายๆ เครือ่ ง ตราบใดท่ี ท่านยงั เปน็ บคุ คลทีม่ สี ิทธใิ นโปรแกรมคอมพิวเตอรท์ ี่ซอ้ื มา
การคดั ลอกโปรแกรมคอมพิวเตอรใ์ หก้ ับเพื่อน เปน็ การกระทาที่จะต้องพิจารณาใหร้ อบคอบก่อนว่า โปรแกรมที่จะทาการคัดลอกน้ัน เป็นโปรแกรม
คอมพิวเตอรท์ ที่ า่ นมีสทิ ธ์ในระดบั ใด ตัวอย่างเช่น copyright หรอื software license -ท่านซื้อลิขสทิ ธิม์ า และมสี ิทธ์ใิ ช้ shareware -ให้ทดลองใช้ได้ก่อนท่ี
จะตดั สินใจซื้อ freeware -ใชง้ านไดฟ้ รี คดั ลอก และเผยแพรใ่ ห้ผู้อืน่ ได้
4. การเขา้ ถึงขอ้ มูล (Data Accessibility) ปัจจุบนั การเข้าใชง้ านโปรแกรม หรือระบบคอมพวิ เตอร์มักจะมีการกาหนดสิทธติ ามระดบั ของ
ผู้ใชง้ าน ท้งั น้ี เพ่อื เปน็ การป้องกันการเขา้ ไปดาเนินการตา่ งๆ กับข้อมูลของผู้ใชท้ ี่ไม่มสี ่วนเกย่ี วขอ้ ง และเปน็ การรกั ษาความลับของข้อมูล ตวั อยา่ ง
สิทธิในการใช้งานระบบ เช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรบั ปรงุ และการลบ เป็นตน้
ดังนน้ั ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอรจ์ งึ ไดม้ ีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภยั ในการเขา้ ถงึ ของผใู้ ช้ และการเขา้ ถึงข้อมูลของ
ผอู้ ่ืนโดยไม่ไดร้ บั ความยินยอมนั้น ก็ถอื เป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดยี วกับการ ละเมิดขอ้ มูลส่วนตัว ในการใชง้ านคอมพิวเตอร์และเครือข่ายรว่ มกัน
ให้เป็นระเบยี บ หากผใู้ ชร้ ว่ มใจกันปฏบิ ตั ิตามระเบียบ และขอ้ บังคับของแตล่ ะหน่วยงานอย่างเคร่งครดั แลว้ การผิดจรยิ ธรรมตามประเดน็ ดงั ที่กล่าว
มาขา้ งต้นก็คงจะ ไมเ่ กิดข้ึน
กลา่ วโดยสรปุ การจะเป็นพลเมืองดจิ ทิ ัลทีด่ นี ั้น ต้องมคี วามฉลาดทางดิจทิ ัล ซง่ึ ประกอบข้ึนด้วยชุดทักษะและความรูท้ ง้ั ในเชิงเทคโนโลยี
และการคดิ ข้ันสงู หรอื ท่เี รยี กว่า “ความรู้ดจิ ทิ ลั ” (Digital Literacy) เพอ่ื ใหส้ ามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารในโลกไซเบอร์ รวู้ ธิ ีป้องกันตนเอง
จากความเส่ยี งตา่ งๆ ในโลกออนไลน์ เขา้ ใจถงึ สิทธิ ความรบั ผิดชอบ และจริยธรรมทส่ี าคญั ในยคุ ดจิ ิทัล และใชป้ ระโยชน์จากอินเทอร์เน็ตในการมี
ส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม ที่เกี่ยวกับตนเอง ชมุ ชน ประเทศ และพลเมอื งบนโลก ได้อย่างสร้างสรรค์
แหลง่ อ้างองิ ข้อมูล
บทความเร่อื ง “พลเมืองดจิ ิทลั (Digital Citizenship)” โดย Phichitra Phetparee| เผยแพรบ่ นเว็บไซต์ สสส. (วันท่ี 27 มนี าคม 2562)
เอกสารวิชาการออนไลนเ์ รื่อง “คู่มือพลเมอื งดิจทิ ลั ” โดย วรพจน์ วงศก์ ิจรงุ่ เรอื ง เผยแพร่คร้ังแรก: มถิ ุนายน 2561
9