The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสน่ห์อ่างคลองหลาปากท่าน่ากินเยือนถิ่นบ้านโบราณตำนานช่างแก้วชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำคลองหลา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by powerpuffgirl895101, 2022-02-10 09:37:42

สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ชุมชนบ้านช่างแก้ว

เสน่ห์อ่างคลองหลาปากท่าน่ากินเยือนถิ่นบ้านโบราณตำนานช่างแก้วชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำคลองหลา

บ้านช่างเเก้ว

ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

บ้านสวน

จากหลักเศรษฐกิจพอเพียงสู่
สวนผักออเเกนิก

งานหัตถกรรมชาวบ้าน น้ำผึ้งชันโรง
ศึกษาเรียนรู้
สู่สินค้าเเฟชั่น จำหน่ายน้ำผึ้ง
ชันโรงสินค้าท้อง
จักสาน ถิ่นสู่สินค้า OTOP

เครื่องเเกง

สูตรชาวบ้านสู่ทั่วไทย

เสน่ห์อ่างคลองหลาปากท่าน่ากินเยือนถิ่นบ้านโบราณ
ตำนานช่างแก้วชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำคลองหลา

BAN
CHANG


KAEW

JANUARY - FEBRUARY 2022






บ้านช่างแก้ว หมู่ที่ 7 ต.คลองหลา
อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

บ้านช่างแก้ว ชุมชนท่องเที่ยว Otop นวัตวิถี
คลองหอยโข่ง สงขลา

087-297-7335

BAN - CHANG - KEAW

บ้านช่างเเก้ว

สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ บ้านช่างแก้ว หมู่ที่ 7 ต.คลองหลา
อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เสน่ห์
วัดเลียบ โรงเรียนวัดเลียบ อ่างคลองหลาปากท่าน่ากินเยือน
ถิ่นบ้านโบราณตำนานช่างแก้วชม
จักสาน เครื่องเเกง ทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำคลอง
หลาเยี่ยมบ้านโบราณซึ่งเป็นวิถีพื้น
บ้านสวน บ้านที่สร้างขึ้นมาแต่อดีตลองชิม
ทุเรียนพื้นบ้านเช่นทุเรียนพันธุ์ปาก
อบต.คลองหลา ท่าซึ่งต้นพันธุ์มีอายุมากกว่า 200 ปี
อาหารพื้นถิ่นปลอดภัยจากสารพิษ
วัดโพธิ์ ใด ๆ แวะมาเที่ยวแล้วคุณจะรู้ว่า
บ้านช่างแก้วมีดีอะไร
น้ำผึ้งชันโรง

โรงเรียนบ้านต้นส้าน

ที่ว่าการอำเภอคลองหอยโข่ง

มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาว่า ในอดีตมีช่างตีเหล็ก คนหนึ่งชื่อแก้ว ทุกวันแก
จะตีเหล็กเป็นเครื่องมือต่างๆ มากมาย เช่น จอบ ขวาน มีด เป็นต้น แกได้
สร้างบ้านอยู่รวมกับญาติพี่น้องและเพี่อนบ้าน อีก12 หลังคาเรือน นางอั้น
สุวรรณชาตรี เล่าว่า เมื่อประมาณ 50 กว่าปี บริเวณบ้านช่างแก้วเป็นป่ารก
ทึบชาวบ้านนิยมปลูก ขนำเป็นบ้านอาศัยหลบแดดฝน ประกอบอาชีพทำนา
ทำข้าวไร่ต่อมาเริ่มมีการสร้างบ้านขึ้นในช่วงแรกคือ บ้านนายพรหม ยอดนุ
สิทธิ์ บ้านผู้ใหญ่บ้านย้อย ผู้ใหญ่บ้านสีคง สถานที่สำคัญของหมู่บ้านคือ
ศาลทวดตาหม่อม เป็นที่ชาวบ้านนับถือ เดิมเป็นต้นม่วงใหญ่ขนาด 3-4 คน
โอบ ในช่วงเดือนแปดของทุกปี ชาวบ้านจะเชิญโต๊ะยี มาทำพิธีดุหรี่
ปัจจุบันยังคงมีอุปกรณ์ในการตีเหล็กเหลืออยู่ของนายสุกแก้ว ไชยปาน
(คนละคนกับ ช่างแก้ว) เป็นค้อน กับทั่ง เก็บรักษาไว้ที่บ้านนางเสงี่ยม ด า
เอียด บ้านเลขที่ ๙๒ เรียกว่าครูหมอเหล็ก ที่ตั้ง บ้านช่างแก้ว ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่
๗ ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา อยู่ทางทิศตะวัน
ตกของ ที่ว่าการอำเภอคลองหอยโข่ง ประมาณ 8 ก.ม. ส่วนอาชีพ ชาวบ้าน
ช่างแก้ว ประกอบอาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา อาชีพรอง คือ ทำนา ทำ
สวนผลไม้แบบผสมผสาน และอาชีพค้าขาย ศาสนา ประชาชนส่วนใหญ่
นับถือศาสนาพุทธ โดยมีวัดโคกกอ ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6 ต.คลองหลา เป็น
ศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบ้านช่างแก้ว

น้ำผึ้งชันโรง

ศึกษา เรียนรู้ จำหน่าย น้ำผึ้งชันโรงสินค้าท้องถิ่นสู่สินค้า OTOP
น้ำผึ้งชันโรงเกิดจากการที่ได้เข้าร่วมโครงการกับ Panel ที่อ.รัตภูมิ จนได้เกิดไอ
เดียที่จะเลี้ยงผึ้งเพื่อผลิตน้ำผึ้งชันโรงนี้ขึ้นมา เพราะเป็นสิ่งที่ทำเพียงครั้งเดียว
ไม่ต้องให้การดูแลมาก เพียงแค่หาที่อยู่อาศัยโดยการสร้างโมเดลเป็นกล่อง และ
ปลูกไม้ดอกเพื่อเป็นอาหารในการเลี้ยงผึ้ง เช่น หมาก มะพร้าว พวงชมพู เป็นต้น
สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอด จำนวนรังผึ้ง ณ ปัจจุบัน มีจำนวนประมาณ 300
รัง จำนวนสมาชิกของกลุ่มมีจำนวน 25 คน มีการแบ่งไปเลี้ยงยังสถานที่อื่นๆ
เพราะอาหารไม่เพียงพอต่อจำนวนรังผึ้ง มีการตั้งกลุ่มและนำไปสู่วิสาหกิจชุมชน

ในปัจจุบันยังไม่มีการส่งออกเพราะการเลี้ยงผึ้งเพื่อ
ผลิตน้ำผึ้งชันโรงต้องมีการศึกษาและมีกรรมวิธีใน
การผลิตที่มีหลายขั้นตอนจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการ
ผลิตสินค้าการขายตอนนี้เป็นในลักษณะของการโพสต์
ในกลุ่มส่วนตัวสำหรับผู้ที่สนใจซึ่งปัจจุบันกลุ่มน้ำผึ้ง
ชันโรงได้มีการทดลองสินค้าใหม่โดยนำน้ำผึ้งชันโรง
ดองผสมกับกัญชาช่วงเวลาที่คาดว่าสามารถวางขาย
ได้คือช่วงกลางปีพ.ศ.2564ถึงช่วงต้นปีพ.ศ.2565
ช่องทางการซื้อขายมีหลากหลายช่องทางสามารถ
เลือกชมและซื้อสินค้าได้ตามความสะดวก

บ้านสวน

เริ่มจากการปลูกผักกินเองภายในครัวเรือน โดยที่ค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดจ่ายด้วยงบของตัวเอง ไม่ว่าจะเมล็ดพันธุ์ แปลงผักทุก
อย่างซื้อเองหมด เเต่คนจะคิดว่ามีงบประมาณ เมื่อทำมาเลื่อยๆก็
มีหน่วยงานเข้ามาดู มาให้ความรู้ในการปลูกผักสวนครัว เลยเกิด
การรวมกลุ่มกัน โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานศูนย์ (เกิดการรวม
ทีมกันจนมาครบ12กลุ่มที่เเตกออกไป)

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
บ้านสวนธนพร
081-959-7899

บ้านสวนของน้าเริ่มมาจากการนำหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงของนายหลวงรัชกาลที่9
นำมาใช้ ซึ่งพืชผักสวนครัวที่วางขายนั้น เริ่ม
จากการโพสขายในเฟส(เฟสส่วนตัว) โดยการ
เปิดรับออเดอร์ ส่วนมากจะเป็นผักออเเกนิก
โดยสวนที่ใช้ในการปลูกนั้นมีทั้งหมด 9ไร่ มี
การเเบ่งพื้นที่ในการทำโฮมสเตย์ การปลูกผัก
ทั้งหมดใช่เวลา45วัน โดยผัก ผลไม้เเต่ละชนิด
จะมีเวลาออกผลของมัน บ้านสวนเริ่มทำมา
ตั้งเเต่ปี61ในภายหลังเมื่อบ้านสวนเป็นที่รู้จัก
ทำให้ กสน.เข้ามาดู เเละสร้างเป็นศูนย์การ
เรียนรู้บ้านสวน เเละทำเป็นห้องสมุดเพื่อให้
ความรู้เเก่เด็กๆ เต่ในช่วงโควิด-19 ทำให้
ห้องสมุดไม่ค่อยจะมีคนเข้ามา ก็เหลือเเค่เพียง
บ้านสวนที่น้าปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ โดยน้ายึด
หลักเศรษฐกิจพอเพียงไว้คงอยู่

เครื่องเเกง เมื่อองค์กรขยายใหญ่โตขึ้น ก็ได้รับตราสัญลักษณ์ อย. ในปี 2564
แสดงให้เห็นถึงการผ่านเกณฑ์การตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการ
จุดเริ่มต้นของการทำเครื่อง เกิดจากการนั่งคุย อาหารและยา หลังจากได้รับตราสัญลักษณ์ อย. ก็เริ่มทยอยขยายช่อง
กันเล่น ๆ และอยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จึงได้ ทางการจำหน่ายไปตามบริเวณใกล้เคียง หรือจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาค
ชักชวนกันมาลงทุน หากใครสนใจก็มาทำการลงทุน ใต้ และเริ่มขยายกว้างขึ้นไปทั่วประเทศ เช่น จังหวัดเชียงราย
ร่วมกัน โดยใช้ทุนคนละ 200 บาท เพื่อเข้าร่วม ใน
ส่วนของวัตถุดิบในการทำ หากใครมีวัตถุดิบชนิดใด
ก็เอามาขาย ในส่วนของวัตถุดิบที่ไม่มีก็จะซื้อจาก
ตลาด เมื่อเริ่มทำเครื่องแกงไปได้สักพัก ก็มีหน่วย
งานราชการเข้ามาดูแล มาช่วยเหลือในเรื่องของสิ่ง
อำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ทางชุมชนยังไม่มี เช่น
เครื่องจักรที่ใช้ในการปั่ นเครื่องแกง เครื่องซีลสูญ
ญากาศ เป็นต้น รวมถึงการจัดสถานที่ที่ใช้ในการทำ
เครื่องแกง เพื่อทำให้ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมาก
ขึ้นและถูกสุขอนามัย

ในส่วนของสูตรในการเครื่องแกง เกิดขึ้นมาจาก
การคิดค้นขึ้นเอง จากชาวบ้านที่ร่วมลงทุนร่วมกัน
ได้รับแนวคิดบรรจุภัณฑ์ (PACKAGE) จากผู้ใหญ่
บ้านมาช่วยในการออกแบบ และในส่วนของการออก
บูธงานแสดงสินค้า OTOP ต่าง ๆ จะมีการออกบูธ
อยู่เรื่อย ๆ ตามพื้นที่ในจังหวัดสงขลา หรือพื้นที่ใกล้
เคียง ตามคำเชิญของงานนั้น ๆ โดยในช่วงที่ไม่มี
สถานการณ์โควิด – 19 ระบาด ทางองค์กรจะออกบูธ
เดือนละ 2 – 3 ครั้ง แต่ในปัจจุบันช่วงปี 2563 –
2564 จะไม่มีการออกบูธ มีเพียงการจำหน่ายผ่าน
ช่องทางออนไลน์ของชุมชน และการฝากขายหน้า
ร้านค้าต่าง ๆ ในชุมชน

จักสาน

เริ่มมามากจากการรวมกลุ่มเพื่อหารายได้เสริมเนื่องจากรายได้หลักของชุมชน
จากการกรีดยางมีไม่มากพอโดยมีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 20 คน เริ่มแรกใน
การทำ คือมีครูมาสอนในการทำจักรสานโดยเริ่มสอนจากการทำตระกร้าน้ำยาง
เล็กและพัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆจนมีตระกร้าจักรสานหลายรูปแบบ โดยวัตถุดิบ
หาซื้อจากจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีต้นทุนสูงในตระกร้าแต่ละลูกที่ทำจะหลุดทุนไม่
มาก โดยแต่ละตระกร้าจะกำหนดราคาไม่เท่ากันโดยกำหนดจากการชั่งน้ำหนัก
ของแต่ละลูก ในส่วนของการจำหน่ายจะผลิตตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งจากทาง
เพจและทำส่งกลุ่มบริเวฌใกล้เคียง เช่น สหกรณ์ ฟาร์มตัวอย่าง

และมีการไปให้สอนความรู้กับเด็กที่โรงเรียนและกศน. โดยลูกค้า
ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลทั่วไปและคุณครู จากสถานการณ์โควิด19
ทำให้มีออเดอร์ออกน้อยลงเพราะไม่ได้โพสขายทางเพจ ในวิธี
การทำตระกร้าลายต่างๆดูวิธีการทำจากยูทูปและนำมาปรับใช้ให้
เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มจักรสาน แต่ละลูกในการทำใช้เวลา
ประมาณ 2-3 วันตามความยากของรูปแบบตระกร้า

ผลิตภัณฑ์จักสานพลาสติกช่างเเก้ว

098-8518200

เเบบฟอร์มสำหรับการประเมินผล

จัดทำโดย นักศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


Click to View FlipBook Version