The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาษาจีนไม่ยาก พื้นฐาน 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jusmine2536, 2022-04-05 22:38:30

ภาษาจีนไม่ยาก พื้นฐาน 3

ภาษาจีนไม่ยาก พื้นฐาน 3

hàn y ǔ hǎoxué

ภาษาจีนไม่ยาก 汉语好学 พนื้ ฐาน 3
ตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้

และสาระการเรียนรู้หมวดวชิ าภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน)
ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการจดั การศกึ ษานอกโรงเรียน หลกั สตู รการศกึ ษา

ขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544
และ

หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
2551

สถาบนั พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ภาคเหนือ
สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธิการ

คานา

สบื เนือ่ งจากสานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ตระหนกั และเห็นความสาคญั ของการ
สง่ เสริมการเรียนการสอนภาษาจีน สาหรับประชาชนที่อยนู่ อกระบบโรงเรียนเพ่อื เพิ่มขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ของ
ประเทศ เนือ่ งจากประเทศจีนมอี ตั ราการเจริญเตบิ โต ทางเศรษฐกิจสงู ทส่ี ดุ ตดิ ตอ่ กนั และในอนาคตภาษาจีนก็ยง่ิ มี
ความสาคญั ขนึ ้ เรื่อยๆ ผ้ทู ี่มคี วามสามารถด้านภาษาจีนยอ่ มได้เปรียบในตลาดการแขง่ ขนั ด้านธุรกิจการสมคั รงานหรือ
การทางานในอนาคต ปีงบประมาณ 2552 ได้มอบหมายให้สถาบนั กศน.ภาคเหนอื พฒั นาเอกสารแผนการสอน
ภาษาจีนงา่ ยนิดเดียว โดยเน้นการเรียนแบบปฏบิ ตั ิจริงเน้นการพดู ฟังมากกวา่ การอา่ นและเขียน ซง่ึ เป็นการเรียนรู้จากสงิ่
ที่ใกล้ตวั หรือสง่ิ ท่เี ก่ียวกบั ชีวิตประจาวนั ซงึ่ เป็นการเรียนแบบธรรมชาติ เอกสารการสอนภาษาจีนง่ายนดิ เดียว จานวน
15 บท ออกแบบจดั ทาแผนการสอนรวมทงั้ สนิ ้ 48 ชว่ั โมง

สถาบนั กศน.ภาคเหนือ ขอขอบคณุ สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ขอขอบคณุ ที่ปรึกษา คณะผ้เู ขียน และคณะผ้รู ับผิดชอบทกุ ทา่ น ทใ่ี ห้ความร่วมมอื และชว่ ยเหลอื ในการจดั ทาเอกสาร
เลม่ นี ้ ไว้ ณ โอกาสนีด้ ้วย และหวงั วา่ เอกสารเลม่ นี ้ จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้เู รียน และตอ่ การจดั การเรียนการสอน
ภาษาจีนของสถานศกึ ษา และหากผ้อู า่ นทา่ นใดมีข้อเสนอแนะ โปรดแจ้งให้ทราบด้วย จะขอขอบพระคณุ ยงิ่

( นายประเสริฐ หอมด)ี
ผ้อู านวยการสถาบนั กศน.ภาคเหนอื

กนั ยายน 2552

สารบัญ

คานา หน้า
สารบญั
บทนา ก
1
第一课 : 我喜欢看电影 6

บทท่ี 1 ฉันชอบดูภาพยนตร์ 13

第二 课 : 今天天气怎么样? 20

บทท่ี 2 วันนีอ้ ากาศเป็ นอย่างไร 26

第三课 : 银行在哪儿? 34
35
บทท่ี 3 ธนาคารไปทางไหน 50

第四课 : 您要换什么钱?

บทท่ี 4 ท่านจะแลกเงนิ อะไร

บรรณานุกรม

ภาคผนวก
 พนิ อิน

รายช่ือผ้ ูร่ วมพัฒนาส่ือ

****************************

บทนา

ความสาคัญของภาษาจนี

ปัจจบุ นั ประเทศไทยไมส่ ามารถหลีกเลี่ยงกระแสการเปล่ียนแปลงของโลกที่มีการเชื่อมโยงกนั
ทกุ ด้านโดยเฉพาะเศรษฐกิจและสงั คม ขณะนีส้ าธารณรัฐประชาชนจีนถือเป็นประเทศหนง่ึ ท่ีขยายตวั ทาง
เศรษฐกิจอยา่ งมนั่ คง และมีอิทธิพลตอ่ เศรษฐกิจของโลกในทกุ ภมู ภิ าค สาธารณรัฐประชาชนจีน มี
มลู คา่ การค้าการลงทนุ กบั ไทยเกือบ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มจะสงู ขนึ ้ อยา่ งตอ่ เนื่อง
และรวดเร็วในอนาคตอนั ใกล้ จงึ จาเป็นอยา่ งย่งิ ท่ีจะต้องเสริมสร้างความเข้มแขง็ ในการใช้ภาษาจีนให้แก่
คนไทยเพ่ือให้มีขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ในเวทีโลก

หากมองถงึ ความสาคญั ของภาษาจีนแล้วนนั้ ภาษาจีนเป็นภาษาท่ีสาคญั ของทวีปเอเชียมา
ช้านาน เนื่องจากประเทศจีนเป็นแหลง่ อารยธรรม ท่ียิ่งใหญ่หนง่ึ ในสองของทวีป ดงั นนั้ การบนั ทกึ
ความรู้และวิทยาการตา่ งๆ จงึ เป็นภาษาจีน ไม่วา่ จะเป็นความรู้ด้านปรัชญา ประวตั ิศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ เป็นต้น ด้วยสภาพภมู ศิ าสตร์ตา่ งๆ ทงั้ ขนาดของประเทศ จานวนประชากร การเมือง การ
ปกครอง และเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตอยา่ งตอ่ เนื่องทาให้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาหนง่ึ ของเอเชียท่ี
ใช้ในองค์การสหประชาชาติ ย่งิ เพม่ิ ความสาคญั ให้กบั ภาษาจีนเป็นอยา่ งมาก การที่คนตา่ งประเทศ
อยา่ ง เชน่ คนไทยมีโอกาสที่จะศกึ ษาภาษาจีนกลางแล้วนนั้ ยอ่ มถือวา่ มีประโยชน์อยา่ งย่ิง ไมเ่ พียงแต่
สามารถใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสารทวั่ ไปแล้ว เราสามารถใช้ภาษาเพ่ือสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้าน
ตา่ งๆ ทงั้ ในระดบั บคุ คลและระดบั ประเทศ เชน่ การศกึ ษาความรู้วิทยาการการประกอบธุรกิจการ
ลงทนุ และการสร้างความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหวา่ งประเทศ
ลักษณะของภาษาจีน

ลกั ษณะของภาษาจีนในประเทศไทย จะมีความหลากหลายของสาเนียงซง่ึ แปรเปลี่ยนไปตาม
ภมู ภิ าคแตภ่ าษาจีนก็มีความเป็นเอกภาพอยใู่ นตวั นนั่ คือตวั อกั ษรจีน เป็นตวั อกั ษรที่มีววิ ฒั นาการมา
จากภาพ หรือถ้ามองอย่างนกั ศลิ ปะแล้วก็คือ หนง่ึ ตวั อกั ษร ก็คือหนง่ึ ภาพนน่ั เอง เพ่ือความเป็น
เอกภาพของประเทศจีนทางรัฐบาลจีนจงึ กาหนดให้“ภาษาจีนกลาง”หรือท่ีชาวตา่ งชาตเิ รียกวา่ ”
แมนดาริน”เป็นภาษากลางท่ีใช้ในการตดิ ตอ่ ส่ือสาร ถงึ แม้วา่ ในประเทศไทยจะมีชาวจีนอาศยั อยเู่ ป็น
จานวนมากก็ตามและมีการใช้ภาษาจีนที่หลากหลาย ได้แก่ ภาษาจีนแต้จ๋วิ ภาษาจีนกวางตุ้ง
ภาษาจีนไหหลา ภาษาจีนฮกเกีย้ น ภาษาจีนแคะ ซง่ึ ล้วนเป็นภาษาท้องถ่ินของชาวจีนในปัจจบุ นั ที่อยู่
ในประเทศไทย
ภาษาจีนกลางแนวใหม่ เรียนกันอย่างไร

มีคนจานวนมากกล่าววา่ การเรียนภาษาจีนนนั้ ยากกวา่ การเรียนภาษาองั กฤษ ซง่ึ ในทาง
กลบั กนั ก็มีคนเป็นจานวนมากที่สามารถเรียนภาษาจีนได้ดี พร้อมทงั้ นาภาษาจีนมาใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั และศกึ ษาตอ่ ในระดบั ที่สงู ตลอดจนการทางาน ฉะนนั้ การท่ีแตล่ ะคนสามารถเรียน
ภาษาจีนได้หรือไมไ่ ด้นนั้ นา่ จะมาจากหลายๆ ปัจจยั แตม่ ีปัจจยั สาคญั และที่สามารถพฒั นาและ

ปรับปรุงได้ คือ การเริ่มเรียนที่มาจากมาตรฐานการอ่านออกเสียงภาษาจีนในรูปแบบใหม่ (พินอนิ ) ซงึ่

นาเอาตวั อกั ษรโรมนั (ภาษาองั กฤษ) มาใช้เป็นตวั บอกลกั ษณะการออกเสียง

ภาษาจีนกลางมาตรฐานใช้การออกเสียงแบบสาเนียงเหนือโดยเฉพาะปักกิ่งเป็นหลกั การทบั เสียง

ภาษาจีน มาตรฐานนีม้ ีทาไว้เป็นตวั อกั ษรละตนิ (เชน่ ตวั อกั ษรที่ใช้ในภาษาองั กฤษ) มีช่ือเรียกวา่ ฮน่ั อว่ี พินอิน

hàn y ǔ pīnyīn hàn y ǔ pīnyīn

( 汉语拼音) และใช้กนั ทว่ั ไปในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ( 汉语拼音) หรือ พินอิน

hàn y ǔ pīnyīn

คือ อะไร พินอิน หรือ ( 汉语拼音) ความหมาย ตามตวั อกั ษร คือ การถอดเสียงภาษาจีน) หรือที่

เรามกั จะเรียกยอ่ ๆ วา่ “พนิ อิน” พินอนิ คือ ระบบในการถ่ายถอดเสียง ภาษาจีน มาตรฐาน ด้วย

ตวั อกั ษรโรมนั ความหมายของ พินอนิ คอื "การรวมเสียงเข้าด้วยกนั " (โดยนยั ก็คอื การเขียนแบบ

สทั ศาสตร์ การสะกด การถา่ ยถอดเสียง หรือการทบั ศพั ท์) พินอนิ เร่ิมต้นในปี พ.ศ. 2501 และเริ่มใช้

กนั ในปี พ.ศ. 2522 โดย รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้แทนที่ระบบการถ่ายถอดเสียง

แบบเก่า เชน่ ระบบเวดและไจลส์ และระบบ เปอ เพอ เมอ เฟอ (จ้อู ิน ฝเู ฮา่ ) นอกจากนี ้ ยงั มีการ

ออกแบบระบบอื่น ๆ สาหรับนาไปใช้กบั ภาษาพดู ของจีนในถิ่นตา่ ง ๆ และภาษาของชนกลมุ่ น้อยท่ีไม่

ใช้ภาษาฮนั่ ในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

นบั แตน่ นั้ มาพนิ อิน ก็เป็นที่ยอมรับจากสถาบนั นานาชาตหิ ลายแหง่ รวมทงั้ รัฐบาลสิงคโปร์

หอสมดุ รัฐสภาอเมริกนั และสมาคมหอสมดุ อเมริกนั โดยถือวา่ เป็นระบบการถ่ายถอดเสียงที่เหมาะสม

สาหรับภาษาจีนกลาง ครัน้ ปี พ.ศ. 2522 องค์การมาตรฐานนานาชาติ (ISO) ก็ได้รับเอา พินอนิ เป็น

ระบบมาตรฐาน (ISO 7098) ในการถา่ ยทอดเสียงภาษาจีนปัจจบุ นั ด้วยอกั ษรโรมนั (The standard

romanization for modern chinese) ส่งิ สาคญั ที่ต้องระลกึ ไว้ก็คือ “พินอิน” นนั้ เป็นการทบั ศพั ท์ด้วยอกั ษร

โรมนั (Romanization) มิใชก่ ารถ่ายถอดเสียงแบบภาษาองั กฤษ (Anglicization) นนั่ คอื การกาหนดให้ใช้

ตวั อกั ษรตวั หนงึ่ สาหรับแทนเสียงหนง่ึ ๆ ในภาษาจีนไว้อยา่ งตายตวั เชน่ b และ d ในระบบพนิ อิน

เป็นเสียง "ป" และ "ต" ตามลาดบั ซงึ่ แตกตา่ งจากระบบการออกเสียงสว่ นใหญ่ ไมว่ า่ องั กฤษ ฝรั่งเศส

หรือภาษาอ่ืนในยโุ รป ขณะท่ีอกั ษร j หรือ q นนั้ มีเสียงไมต่ รงกบั ในภาษาองั กฤษเลย กลา่ วสนั้ ๆ ก็

คือ “พนิ อิน” มงุ่ ท่ีจะใช้อกั ษรโรมนั เพ่ือแทนเสียงใดเสียงหนง่ึ โดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการเขียน

มิได้ยืมเสียงจากระบบของอกั ษรโรมนั มาใช้การใช้ระบบนีน้ อกจากทาให้ชาวตา่ งชาติเขียนอา่ น

ภาษาจีนได้สะดวกแล้ว ยงั สามารถใช้กบั คอมพิวเตอร์ได้สะดวกอยา่ งยงิ่ ด้วย

การถ่ายถอดเสียงภาษาจีน (ท่ีเขียนด้วยอกั ษรโรมนั ในระบบพนิ อิน) ด้วยอกั ษรไทย โปรด

สงั เกตวา่ บางหนว่ ยเสียงในภาษาจีนไมม่ ีหนว่ ยเสียงท่ีตรงกนั ในภาษาไทยจงึ ต้องอนโุ ลมใช้อกั ษรที่ใกล้เคียง

ในท่ีนีจ้ งึ มีอกั ษรไทยบางตวั ที่ต้องใช้แทนหนว่ ยเสียงในภาษาจีนมากกวา่ หนง่ึ หนว่ ยเสียง ทงั้ นีเ้พื่อเป็น

"เกณฑ์อยา่ งคร่าว ๆ" สาหรับการเขียนคาทบั ศพั ท์ภาษาจีน (รายละเอียดแนบไว้ในภาคผนวก)

:d ì y ī k è w ǒ x ǐ huankàndiànyǐng

第一课 我喜欢 看电 影

บทที่ 1 : ฉนั ชอบดภู าพยนตร์

y ī shēng c í

一、 生 词 คาศพั ท์

ท่ี ตัวอักษร พนิ อนิ คาแปล
diàn yǐnɡ ภาพยนตร์
1. 电影 Tàiɡuó diànyǐn
ɡ ภาพยนตร์ไทย
2. 泰国电 kàn ด,ู ชม,เยี่ยม
影 tīnɡ ฟัง
juéde รู้สกึ
3. 看 zěnmēyànɡ เป็นอยา่ งไร
4. 听 tèbié พเิ ศษ
5. 觉得 wán จบ,เสร็จสิน้
6. 怎么样 hǎowánr สนกุ สนาน
7. 特别 yǒuyìsi มีความหมาย,นา่ สนใจ
8. 完 àihào งานอดเิ รก
9. 好玩儿 měitiān ทกุ วนั
10. 有意思 zhōumò วนั หยดุ สดุ สปั ดาห์
11. 爱好 yīnyuè ดนตรี
12. 每天
13. 周末
14. 音乐

è r k è wénhuìhuà

二、课文会话 บทเรียนสนทนา

xiǎolóngz à ijiàos h ì l ǐ g ē n d à míngt á n h u à t ā m e nliǎng g è r é n y u ē h ǎ o q ù k à n d i à

小龙在教室里跟大明谈话,他们 两 个人约好去看电
影。
ท่ีห้องเรียนเสี่ยวหลงพดู คยุ กบั ต้าหมงิ ทงั้ สองคนนดั หมายไปชมภาพยนตร์ด้วยกนั

xiǎolóng : 大明, 这个周末我们去看电影怎么样?d à míng
z h è g e zhōu m ò w ǒ m e n q ù k à ndiànyǐngz ě n m e yàng
小龙
เสี่ยวหลง ต้าหมิง วนั หยดุ สดุ สปั ดาห์นีพ้ วกเราไปดหู นงั กนั เป็นอย่างไร

d à míng : hǎo ā n ǐ y à o k à nshén m e diànyǐng

大明 好啊!你要看什么电影。
ตา้ หมิง
ดีจงั เราไปดหู นงั อะไรดี
xiǎolóng
: t à i g u ódiànyǐng b a
小龙 泰国电影吧!
เส่ียวหลง หนงั ไทยนะ

d à míng : hǎo w ǒ t è b i é x ǐ huant à i g u ódiànyǐng

大明 好! 我特别喜欢泰国电影。
ต้าหมิง
ดี ฉนั ชอบดหู นงั ไทยท่ีสดุ

t ā m e nliǎng g è r é n k à n w á n l e diànyǐng

他们 两 个人看完了电影。
เขาทงั้ สองคนดหู นงั จบแล้ว

xiǎolóng : n ǐ j u é d e z h è b ù diànyǐngz ě n m e y à

小龙 你觉得这部电影怎么样?

เส่ียวหลง เธอคิดวา่ หนงั เรื่องนีเ้ป็นอยา่ งไร

d à míng : w ǒ jué d e hěnyǒu y ì s i

大明 我觉得很有意思。
ต้าหมิง ฉนั วา่ สนกุ ดแี ละนา่ สนใจ

xiǎolóng : n ǐ x ǐ huank à ndiànyǐngs h ì m a

小龙 你喜欢看电影是吗?

เสี่ยวหลง เธอชอบดหู นงั ใชไ่ หม

d à míng : shì à k à ndiànyǐngs h ì w ǒ d e à i h à o

大明 是啊! 看电影是我的爱好。
ต้าหมิง
ใชส่ ิ งานอดเิ รกของฉนั คอื ดหู นงั

xiǎolóng : ò s h ì m a n ǐ h á i y ǒ ushén m e à i h à o m a
哦!是吗?你还有什么爱好吗?
小龙

เสี่ยวหลง อ้อ จริงเหรอ นอกจากนนั้ ยงั มีอะไรอีกละ่

d à míng : w ǒ h á i x ǐ huantīngy ī n y u è n ǐ n e
我还喜欢听音乐。你呢?
大明 ฉนั ยงั ชอบฟังดนตรี เธอละ่ (ชอบอะไร)
ต้าหมงิ

xiǎolóng : w ǒ m e n d ō u x ǐ huank à ndiànyǐng x i à g è zhōu m ò z à i l á i b a
我们都喜欢看电影。下个周末再来吧!
小龙

เสี่ยวหลง เราสองคนชอบดหู นงั เหมือนกนั วนั หยดุ อาทิตย์หน้า(เรา)มาอีกนะ

sān j ī běn j ù shì

三、基本句式โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน

1. ประโยคพืน้ ฐานภาษาจีนจะประกอบด้วยโครงสร้างประโยค “ประธาน +

zhǔ y ǔ b ù fen wèi y ǔ

กริยา + กรรม”สองสว่ น คือ สว่ นภาคประธาน主语部分และสว่ นภาคแสดง 谓语

b ù fen

部分สว่ นภาคประธาน คือ สว่ นที่ผ้พู ดู กลา่ วถึงเพ่ือบอกให้รู้วา่ หมายถงึ ใคร สว่ นภาค

แสดงหมายถึงข้อความตามหลงั เพื่อบอกกริยาอาการ หรือสภาพการณ์ของภาคประธาน

ซงึ่ สว่ นภาคประธานและสว่ นภาคแสดงตา่ งมีคาหลกั หนงึ่ คา คาหลกั ในสว่ นภาคประธาน

zhǔ y ǔ b ù fen zhǔ y ǔ wèi y ǔ b ù fen

主语部分เรียกวา่ 主语สว่ นคาหลกั ในส่วนภาคแสดง 谓语部分เรียกว่า

w è i y ǔ w ǒ t è b i é x ǐ huant à i g u ódiànyǐng

谓语เชน่ 我特别喜欢泰国电影。

ne

2. “呢”ใช้ตอ่ ท้ายวลี หรือประโยคท่ีกล่าวถงึ มาก่อนเพ่ือเป็นการย้อนถาม

เชน่

w ǒ h á i x ǐ huantīngy ī n y u è n ǐ n e

我还喜欢听音乐。你呢?ฉนั ยงั ชอบฟังดนตรี เธอละ่

dōu

3. “都”เป็นคาวิเศษณ์มีความหมายวา่ “ล้วน”หรือ“ทงั้ หมด”ใช้เพื่อแสดง

w ǒ mendōu

วา่ คาท่ีเอย่ ถึงข้างต้นนนั้ เกิดกริยาอาการ หรือมีสภาพเหมือนกนั ทงั้ หมด เชน่ 我们都

x ǐ huank à ndiànyǐng

喜欢看电影。เราสองคนชอบดหู นงั เหมือนกนั

zài

4. “再”เป็นคาวเิ ศษณ์มีความหมายว่า“อีกครัง้ ”ใช้เพื่อแสดงวา่ คาท่ีเอย่ ถึง

ข้างต้นนนั้ ยงั ไมเ่ กิดเป็นเร่ืองของอนาคต เชน่ x i à g è zhōu m ò z à i l á i b a

下个周末再来吧!

วนั หยดุ อาทิตย์หน้าเรามาอีกนะ

s ì hàn z ì b ǐ shùn

四、汉字笔顺 ลาดบั เขียนตวั อกั ษรจีน



(1)我



(2)喜

huān

(3) 欢

kàn

(4)看

diàn

(5) 电

yǐng

(6) 影

w ǔ liàn x í

五、练习แบบฝึกหดั

y ī h à n z i liàn x í

(一) 汉子练习。ฝึกเขียนลาดบั การเขียนอกั ษรจีน





1. 我姓李。ฉนั แซห่ ล่ี
2. 我是泰国人。ฉนั เป็นคนไทย
3. 我是泰国人,你呢?ฉนั เป็นคนไทย คณุ ละ่ (เป็นคนชาติ

ไหน)

4. 我有哥哥、姐姐、妹妹和弟弟。ฉนั มีพี่ชายพ่ีสาว
น้องสาวและน้องชาย





huān



w ǒ x ǐ huan c h ī zhōng g u ó c à i

5. 我喜欢吃中国菜。ฉนั ชอบกินอาหารจีน

w ǒ x ǐ huanx u é h à n y ǔ

6. 我喜欢学汉语。ฉนั ชอบเรียนภาษาจีน

w ǒ b ú x ǐ huanchàng g ē

7. 我不喜欢 唱 歌。ฉนั ไมช่ อบร้องเพลง

w ǒ j i ā m ě i g è r é n d ō u x ǐ huan q ù l ǚ y ó u

8. 我家每个人都喜欢去旅游。คนในครอบครัวของฉนั
ทงั้ หมดทกุ คนชอบทอ่ งเที่ยว

kàn



diàn



yǐng



w ǒ x ǐ huank à n t à i g u ó diànyǐng

9. 我喜欢看泰国电影。ฉนั ชอบดภู าพยนตร์ไทย

z h è b ě n s h ū w ǒ k à n l e liǎngbiàn

10. 这本书我看了 两 遍。หนงั สือเลม่ นีฉ้ นั อา่ นจบสองรอบแล้ว

w ǒ qǐngwángl ǎ o s h ī k à ndiànyǐng

11. 我请王老师看电影。ฉนั เชิญอาจารย์หวางชมภาพยนตร์

n ǐ xiǎngk à nshén m e diànyǐng

12. 你 想 看什么电影?เธออยากดภู าพยนตร์เร่ืองอะไร

è r d ú x i à mian d e p ī n y ī n bìng f ā n y ì chéng t à i y ǔ

(二) 读下面的拼音并翻译成泰语。ให้อา่ นพนิ อินข้างลา่ ง

นี ้และแปลเป็นไทยให้ถกู ต้อง
1) yǒu yì si
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
2) diàn yinɡ
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________
3) tè bié
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

4) zhōu mò
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

5) zěn mē yànɡ
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

6) Tàiɡuó diàn yǐnɡ
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

7) jué de
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

8) ài hào
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

9) měi tiān
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

10) yīn yuè
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

เกร็ดความรู้
ให้เทคโนโลยีชว่ ยจากการดภู าพยนตร์จากแผน่ ซีดเี ป็นวธิ ีพฒั นาทกั ษะด้าน
คาศพั ท์ท่ียอดเย่ียมและยงั สนกุ สนานอีกด้วย โดยเฉพาะการดจู ากแผน่ DVD ซง่ึ สามารถ
เลือกภาษาเสียงพากษ์และภาษาคาบรรยายได้ เราจงึ ได้ฟังคาศพั ท์จากสาเนียงของ
เจ้าของภาษาไปพร้อมๆ กบั อา่ นคาแปลที่คาบรรยายได้เลย ดงั นนั้ จะชว่ ยเพ่ิมพนู ทกั ษะ
การใช้คาศพั ท์ภาษาจีนได้ทางหนงึ่

:d ì è r k è j ī ntiāntiān q ì z ě n m e yàng

第二课 今天天气怎么样?

บทที่ 2 : วนั นีอ้ ากาศเป็นอย่างไร

y ī shēng c í

一、 生 词 คาศพั ท์

ท่ี ตัวอักษร พนิ อิน คาแปล

1. 预报 yù bào พยากรณ์,ลว่ งหน้า
2. 习惯 xí ɡuàn เคยชนิ
3. 天气 tiān qì อากาศ
4. 下雨 xià yǔ ฝนตก
5. 超市 chāo shì ห้างสรรพสินค้า
6. 门口 mén kǒu ประตู
7. 谈 tán พดู คยุ
8. 很热 hěn rè ร้ อนมาก
9. 不错 bú cuò ดมี าก
10. 阴天 yīn tiān ท้องฟา้ ครึม้
11. 刮风 ɡuā fēnɡ ลมกรรโชก
12. 越来越............ yuè lái yuè........
13. 怕 pà ยง่ิ นานย่งิ ..........
14. 可能 kě nénɡ กลวั
15. 快点儿 kuài diǎnér อาจจะ,บางที
ไวหนอ่ ย
è r k è wénhuìhuà

二、课文会话บทเรียนสนทนา

jiǎ r ì xiàwǔ d à míng h é xiǎ ol ó n gliǎ ng g è h ǎ o péng y ǒ u z à i chā o s h ì m é n k ǒ u t á n t à i g u ó d e ti ā n q ì

假日下午,大明和小龙两个好朋友在超市门口谈泰国的天气

บา่ ยวนั หยดุ ต้าหมงิ และเสี่ยวหลงซงึ่ เป็นเพื่อนสนิทกนั พวกเขาอยตู่ รงประตทู างเข้า

ห้างสรรพสนิ ค้าพดู คยุ กนั เรื่องดนิ ฟา้ อากาศของเมืองไทย

d à míng : 小龙 , 你习惯泰国的天气了吗?xiǎ o l ó n g n ǐ x í guàn t à i g u ó d e t i ā n q ì l e m a

大明 เสี่ยวหลงเธอชนิ กบั อากาศเมืองไทยแล้วยงั

ต้าหมงิ : x í guàn l e b ú cuò

xiǎolóng 习惯了,不错。

小龙 ชนิ แล้ว ก็ดนี ะ

เสย่ี วหลง : r èma

d à míng 热吗?

大明 ร้ อนไหม

ต้าหมงิ : h á i k ě y ǐ b a d à n s h ì j ǐ tiānl á i w ǒ j u é d e tiān q ì y u è l á i y u è r è

xiǎolóng 还可以吧,但是几天来我觉得天气越来越热。
ก็ยงั พอทน แตว่ า่ หลายวนั มานีฉ้ นั รู้สกึ วา่ อากาศนบั วนั ยิ่งร้อนมากขนึ ้
小龙
:ò j ī ntiānz ǎ oshang w ǒ tīngtiān q ì y ù b à oshuōx i à w ǔ h u ì x i àxiǎo y ǔ
เสี่ยวหลง
哦!今天早 上 我听天气预报说下午会下小雨。
d à míng
อ้อ...วนั นีต้ อนเช้าฉนั ฟังพยากรณ์อากาศบอกวา่ ตอนเยน็ ฝนจะตกปรอย ๆ
大明
: shì m a n ǐ k à n xiànz à itiāny ī n l e
ต้าหมงิ
是吗?你看!现在天阴了。
xiǎolóng
แนน่ อนละ ดสู ิ ตอนนีฟ้ า้ ออกครึม้
小龙
: zhēn d e y í dìngh u ì x i à y ǔ h u ì g u āfēng m a w ǒ y ǒ u y ì diǎn e r p à
เส่ยี วหลง
真的!一定会下雨。会刮风吗? 我有一点儿怕。
d à míng
คงจะจริง ฝนตกแนน่ อนมีลมกรรโชกแรงมย๊ั ฉนั รู้สึกจะหวาดกลวั อยบู่ ้าง
大明
: b ú huì b a k ě néngz h ǐ y ǒ u y ǔ
เสีย่ วหลง
不会吧,可能只有雨。
xiǎ olóng
คงไมม่ ีนะ มีเพียงฝนตกเทา่ นนั้
小龙
: hǎo l ā n à w ǒ m e nkuàidiǎn é r h u í j i ā b a
เส่ยี วหลง
好啦 ! 那我们快点儿回家吧。
d à míng
ดีละ พวกเรารีบกลบั บ้านกนั เถอะ
大明

ต้าหมงิ

sān j ī běn j ù shì

三、基本句式 โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน

1. ประโยคพืน้ ฐานภาษาจีนจะประกอบด้วยโครงสร้างประโยค “ประธาน + กริยา + กรรม”
เชน่ 我听天气预报说下午会下小雨。ฉนั ฟังพยากรณ์อากาศบอกวา่ ตอนเย็นฝนจะ
ตกปรอย ๆ

tiān q ì z ě n m e yàng

2. การใช้ประโยคคาถาม 天气怎麽样? อากาศเป็นอยา่ งไร ความหมายของ

ประโยคคาถามนีแ้ สดงให้เห็นวา่ อากาศดีหรือไมด่ ี ตาตอบเชน่ การแสดงระดบั ท่ีบง่ บอกระดบั คณุ ภาพ

hái k ě y ǐ

เชน่ ดีหรือไมด่ ี ความหมายของคาวา่ 还可以。แสดงวา่ ปานกลาง

tīng shuō tīngtiān q ì

3. การใช้ประโยค 听....说 ความหมายคือได้ยินผ้อู ่ืนบอกมาอีกทีตวั อย่างเชน่ “听天气

y ù b à oshuōx i à w ǔ h u ì x i à y ǔ

预报说下午会下雨” ฟังพยากรณ์อากาศบอกวา่ ตอนเยน็ ฝนจะตกปรอย ๆ

s ì h à n z i b ǐ shùn

四、汉子笔顺ลาดับเขยี นตวั อักษรจนี

jīn

(1)今

tiān

(2) 天



(3)气

zěn

(4)怎

me

(5)么

yàng

(6) 样



(7)预

bào

(8)报

w ǔ liàn x í

五、练习แบบฝึ กหดั

y ī h à n z ì liàn x í

(一)汉字练习。ฝึกเขียนลาดบั การเขียนอกั ษรจีน

jīn



tiān



zào j ù

คาสงั่ วิธีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหลา่ นี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อา่ นออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้

j ī ntiānxīng q ī j ǐ

1. A: 今天星期几?วนั นีว้ นั อะไร

xīng q ī l i ù

B: 今天星期六。วนั เสาร์

j ī ntiān y u è h à o

2. 今天12月5 号。วนั นีว้ นั ที่ 5 ธนั วาคม

j ī ntiān b ǐ z u ótiānlěng

3. 今天比昨天冷。 วนั นีอ้ ากาศหนาวกวา่ เม่ือวาน

w ǒ j ī ntiānl i ùdiǎnj i ù q ǐ chuáng l e

4. 我今天六点就起 床 了。วนั นีเ้วลาหกโมงเช้าฉนั ก็ต่ืนแล้ว

tiān







j ī ntiāntiān q ì zhēnh ǎ o

5.今天天气真好。

j ī ntiān d e q ì w ē n b ǐ z u ótiāng ā o d ù

6. 今天的气温比昨天高3ºc度。วนั นีอ้ ณุ หภมู ิของภมู ิอากาศสงู กวา่ เมื่อวาน สาม
องศาเซนตเิ กต

m à n g ǔ d e h á n j ì m é i y ǒ u n á nbānglěng

7. 曼谷的寒季没有南邦冷。ฤดหู นาวที่กรุงเทพไมห่ นาวเทา่ ลาปาง

tiān











bào



tiān q ì y ù b à oshuō j ī ntiānz u ì g ā o q ì w ē n s h ìlíngx i à y í d ù

8. 天气预报说,今天最高气温是零下一度。พยากรณ์อากาศบอกวา่ วนั นี ้
อากาศจะเย็นลงอีก1 องศา

tiān q ì y ù b à oshuō d e b ù y í dìngd u ì

9. 天气预报说的不一定对。การพยากรณ์อากาศไมแ่ มน่ ยาเสมอไป

tiān q ì y ù b à oshuō míngtiānb ě ijīngtiān q ì qíngzhuǎnd u ō y ú n w ē n d ù x i à

10. 天气预报说,明天北京天气晴 转 多云温度下2°c-7°c 。
วนั นีพ้ ยากรณ์อากาศบอกวา่ พรุ่งนีเ้มืองปักก่ิงมีแดดและเมฆมาก อณุ หภมู ลิ บ2ถึง7 องศา

zěn



me



yàng



n ǐ j u é d e j ī ntiāntiān q ì z ě n m e yàng

11. A:你觉得今天天气怎么样?เธอรู้สกึ วา่ วนั นีอ้ ากาศเป็นอยา่ งไร

j ī ntiān k ě néngh u ì x i à y ǔ c h ū m é n y à o d à i y ǔ s ǎ n

B:今天可能会下雨,出门要带雨伞。วนั นีฝ้ นตกแน่ ออกจากบ้านต้อง
นาร่มกนั ฝนไปด้วย

è r d ú x i àmian d e p ī n y ī nbìngf ā n y ì chéngt à i y ǔ

(二) 读下面的拼音并翻译 成 泰语。ให้อา่ นพนิ อินข้างลา่ งนี ้และแปลเป็นไทย
ให้ถกู ต้อง

1) yù bào
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

2) xí ɡuàn
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

3) tiān qì
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

4) mén kǒu
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

5) yīn tiān
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

6) ɡuā fēnɡ
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

7) shì ma
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

8) xià yǔ
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

9) pà
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

10) bú cuò
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________
เกร็ดความรู้

การพยากรณ์อากาศในประเทศจีน เป็นความเคยชนิ ของคนจีนที่ให้ความสาคญั กบั
เร่ืองนีม้ ากเพือ่ การเตรียมตวั ก่อนออกจากบ้าน และการรีบเร่งกลบั บ้านสามารถหาข้อมลู ได้
จากหน้าเวปไซด์ หนงั สือ พมิ พ์จีน สถานีโทรทศั น์ทกุ ชอ่ งเหมือนประเทศไทย ดงั นนั้ การ
เรียนภาษาจีนจะเกิดประโยชน์ในการทาความเข้าใจกบั การพยากรณ์อากาศได้ดี และ
เตรียมตวั ให้พร้อมเพื่อให้เกิดความปลอดภยั ลว่ งหน้า

:d ì sān k è yínhángzài n ǎ e r

第三课 银行 在哪儿?

บทที่ 3 : ธนาคารไปทางไหน

y ī shēng c í พนิ อิน คาแปล
qǐnɡ wèn ขอถามหนอ่ ย
一、 生 词คาศพั ท์
yín hánɡ ธนาคาร
ท่ี ตวั อักษร
1. 请问 zì dònɡ qǔ kuǎn jī ต้ถู อนเงินอตั โนมตั ิ ATM
zhànɡ hù บญั ชีเงินฝาก
2. 银行 nǎer ที่ไหน
fùjìn ละแวกนี ้
3. 自动取款机 lí หา่ ง
4 账户 yuǎn ไกล
5. 哪儿 shí zì lù kǒu สี่แยก
6. 附近 wǎnɡ ตรงไป
7. 离 zuǒ bian ด้านซ้าย
8. 远 yòu bian ด้านขวา
9. 十字路口 ɡuǎi เลีย้ ว
10. 往 mǎ lù ถนน
11. 左边 dà ɡài ประมาณวา่
12. 右边 lǎo bǎn เจ้ าของร้ าน
13. 拐 yì zhí ตรงไป
14. 马路 mǐ เมตร
15. 大概 zěn me อยา่ งไร
16. 老板 ne ละ่
17. 一直
18. 米
19. 怎么
20. 呢

è r k è wénhuìhuà

二、课文会话 บทเรียนสนทนา

b à n g w ǎ n x i ǎ o l ó n g q ù n á n b ā n g y è s h ì gāng d ǎ k ā iqiánb ā o c á i z h ī d à oqiánm é i

傍晚小龙去南邦夜市逛步行街 刚打开钱包才知道钱没

d à i g ò u j i ùxiǎng q ǔ diǎn é r qián

带够 ,就 想 取点儿钱。 เวลาตอนเย็น เส่ียวหลงไปเดนิ ถนนคนเดนิ กาดกองต้า(ถนน
คนเดนิ )ลาปาง ขณะที่จา่ ยเงินเพงิ่ จะรู้วา่ เงินซือ้ ของไมพ่ อ จงึ จะไปหาต้กู ดเงินเอทีเอ็มเพ่ือถอนเงิน

xiǎolóng : qǐngw è n z h è f ù j ì n y ǒ u z ì dòng q ǔ kuǎn j ī m a

小龙 请问,这附近有自动取款机吗?

เส่ยี วหลง ขอถามหนอ่ ย แถวนีม้ ีต้กู ดเงินเอทีเอม็ หรือไมค่ รับ

lǎobǎn : yǒu z à i y í nhángqiánmian l í z h è e r b ú t à iyuǎn

老板 有。在银行前面,离这儿不太远。

เจ้ าของร้ าน มีครับ อยหู่ น้าธนาคารไมไ่ กลจากท่ีน่ีครับ

xiǎolóng : y í nhángz à i n à e r z ě n m e z ǒ u n e

小龙 银行在那儿,怎么走呢?。
เสี่ยวหลง ธนาคารอยทู่ ่ีไหน ไปอยา่ งไรครับ

lǎobǎn : n í ncóngz h è e r d à o s h í z ì l ù k ǒ u wǎngz u ǒguǎi y ì z h íwǎngqiánz ǒ u

老板 您从这儿到十字路口,往左拐一直往前走,

เจ้ าของร้ าน d à g à i s ā n b ǎ i m ǐ y í nhángj i ù z à i m ǎ l ù y ò ubian

大概三百米,银行就在马路右边。
ทา่ นออกจากที่น่ีไปที่สี่แยก เลีย้ วซ้ายตรงไปประมาณ300เมตรธนาคารอยตู่ รง

ด้านขวาติดถนน

xiǎolóng : n à j i ù s h ì c ó n g z h è l ǐ y ì z h í z ǒ u d à o s ránhòuwǎngzuǒguǎi

小龙 那就是从这里一直走到十字路。然后往左拐,

เสี่ยวหลง w ǎ n g q i á n z à i z ǒ u s ā n b ǎ i m ǐ z u ǒ y ò u y í nhángz à i m ǎ l ù d e y ò ubian s h ì b ú

lǎobǎn 往前再走三百米左右,银行在马路的右边,是不

老板 shì

เจ้ าของร้ าน 是?
ดงั นนั้ ออกจากท่ีนี่ตรงไปท่ีสี่แยก หลงั จากนนั้ เลีย้ วซ้ายตรงไปอีกประมาณ300
xiǎolóng เมตร ธนาคารอย่ตู รงด้านขวาตดิ ถนนใชไ่ หม

小龙 : duì
เส่ียวหลง 对。
ถกู ต้องแล้วครับ
lǎobǎn
: xièxiè
老板
谢谢。
เจ้ าของร้ าน ขอบคณุ

: b ú yòngx i è qǐngm à n z ǒ u

不用谢,请慢走。
: ไมต่ ้องขอบคณุ แล้วพบกนั ครับ

sān j ī běn j ù shì

三、基本句式โครงสร้างประโยคพืน้ ฐาน

1.ประโยคพืน้ ฐานภาษาจีนจะประกอบด้วยโครงสร้างประโยค “ประธาน + กริยา + กรรม”

bàngw ǎ nxiǎolóng q ù n á nbāng y è s h ìguàng b ù xíngj i ē

傍晚小龙去南邦夜市 逛 步行街。เวลาตอนเย็น เสี่ยวหลงไปเดนิ กาดกองต้า(ถนน

คนเดิน)ลาปาง

qǐngw è n

2. การใช้ประโยคคาถาม “请问” ขอถามหนอ่ ย เวลาใช้ในขณะท่ีแสดงความเกรงใจ

qǐngw è n z h è f ù j ì n y ǒ u z ì dòng q ǔ kuǎn j ī m a

ตวั อยา่ งประโยคเชน่ 请问这附近有自动取款机吗?ขอถามหนอ่ ย แถวนีม้ ีต้กู ดเงิน

เอทีเอม็ หรือไม่

ne

3. “呢”ใช้ตอ่ ท้ายวลี หรือประโยคที่กลา่ วถงึ มาก่อนเพื่อเป็นการย้อนถาม เชน่

y í nhángz à i n ǎ e r z ě n m e z ǒ u

银行在哪儿怎么走?ธนาคารอยทู่ ่ีไหน ไปอย่างไรครับ

b ú yòngx i è

4. การใช้ประโยคตอบรับ “不用谢” หมายถงึ ไมต่ ้องขอบคณุ เวลาใช้ในขณะท่ีตอบ

b ú yòngx i è qǐng

รับคาขอบคณุ แสดงความเกรงใจตวั อยา่ งประโยคเชน่ 不用谢。ไมต่ ้องขอบคณุ และ “请

mànzǒu

慢走” เวลาใช้ในขณะที่สง่ แขก ล่าลากนั แสดงความหว่ งใย เชน่ ดแู ลตวั เองนะ ตวั อยา่ งประโยค

qǐngm à n z ǒ u

เชน่ 请慢走แล้วพบกนั ครับ

y í nháng

5. คานามบอกตาแหนง่ มกั จะใช้ด้านหลงั ของคานามเพ่ือบอกวา่ อยตู่ รงไหนตวั อยา่ ง银行

z à i m ǎ l ù d e y ò ubian biān miàn

在马路的右边。ธนาคารอยตู่ รงด้านขวาตดิ ถนนคาวา่ 边 ด้าน อาจใช้คาวา่ 面หมายถึง

ตาแหนง่ ตรงไหนนอกจากนนั้ การบอกตาแหนง่ ในประโยคคาถามจะระบเุ ฉพาะเจาะจงได้วา่ ใกล้ไกล

z h è cóngz h è l ǐ y ì z h í z ǒ u d à o s h í l ù k ǒ u

这คือท่ีนี่ ดงั 从这里一直走到十路口”ออกจากที่น่ีไปท่ีส่ีแยก

s ì hàn z ì b ǐ shùn

四、汉字笔顺ลาดบั เขียนตวั อกั ษรจีน

yín

(1) 银

háng

(2) 行

zài

(3) 在



(4) 哪

ér

(5) 儿

w ǔ liàn x í

五、练习แบบฝึกหดั

y ī h à n z i liàn x í

(一) 汉子练习。ฝึกเขียนลาดบั การเขียนอกั ษรจีน

yín



háng



zào j ù

คาสงั่ วิธีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหลา่ นี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อ่านออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้

w ǒ d e m è i m è i z à i y í nhánggōngz u ò

1.我的妹妹在银行工作。น้องสาวของฉนั ทางานธนาคาร

w ǒ m e n q ù y í nháng b ǎ qiánc ú n d à ozhàng h ù

2.我们去银行把钱存到 账 户。พวกเราไปธนาคารเพื่อฝากเงินเข้า
บญั ชี

w ǒ m e n q ù y í nháng q ǔ qián

3. 我们去银行取钱。พวกเราไปธนาคารถอนเงิน

zài







ér



qǐngw è n z ì dòng q ǔ kuǎn j ī z à i n ǎ e r

4. 请问自动取款机在哪儿?ขอถามหนอ่ ยต้กู ดเงนิ เอทีเอม็ อย่ทู ่ี
ไหน

w ǒ y à o q ù y ī yuànz ě n m e z ǒ u

5. 我要去医院怎么走?ฉนั จะไปโรงพยาบาลไปอยา่ งไร

è r d ú x i àmian d e p ī n y ī nbìngf ā n y ì chéngt à i y ǔ

(二) 读下面的拼音并翻译 成 泰语。 ให้อา่ นพนิ อินข้างลา่ งนี ้และแปลเป็น
ไทยให้ถกู ต้อง

1) yín hánɡ
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

2) ɡuǎi
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

3) shí zì lù kǒu
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

4) lǎo bǎn
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

5) zuǒ bian
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

6) qǐnɡ wèn
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

7) màn zǒu
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

8) yìzhí
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

9) zì dònɡ qǔ kuǎn jī
อา่ นว่า ___________
แปลวา่ ___________

10) zhànɡ hù
อา่ นวา่ ___________
แปลวา่ ___________

เกร็ดความรู้

qǐ ng w è n q ù n á nbāng y ī yuàn

การถามเร่ืองสถานท่ี เราจะใช้คาถามอีกลกั ษณะ เชน่ 请问去南邦医院

zě n m e zǒ u

怎么走?ขอถามหนอ่ ยจะไปโรงพยาบาลลาปางไปอยา่ งไร

d ì s ì k è : nínyàohuànshén m e qián

第四课 您要换 什 么钱 ?
บทท่ี 4 : ทา่ นจะแลกเงนิ อะไร

y ī shēng c í พนิ อิน คาแปล

一、 生 词คาศพั ท์ qǐnɡ wèn ขอถามหนอ่ ย
huàn qián แลกเงิน
ท่ี ตวั อักษร
rén mín bì เงินหยวน
1. 请问 měi yuán เงินยเู อสดอลลาร์
2. 换钱 ɡǎnɡ bì เงินหยวนฮอ่ งกง
mǎkè เงินมาร์ก
3. 人民币
4. 美元 ōuyuán เงินยโู ร
5. 港币 yīnɡ pānɡ เงินปอนด์
6. 马克 fǎ lànɡ เงินฟรังก์
rì yuán เงินเยน
7. 欧元 lú bǐ รูปี
8. 英镑 duō shǎo เทา่ ไร
9. 法郎 shǔ นบั
10. 日元 yí ɡònɡ รวมทงั้ หมด
11. 卢比 qǐnɡ shāo děnɡ รอสกั ครู่
12. 多少 yínɡ yè yuán พนกั งานธนาคาร
13. 数 huì lǜ อตั ราแลกเปลี่ยนเงินสกลุ ตา่ ง ๆ
14. 一共 duì huàn dān แบบกรอกแลกเงิน
15. 请稍等 hù zhào พาสปอร์ต
16. 营业员 rán hòu และแล้ว
17. 汇率 bìnɡ qiě พร้อมทงั้ (ใช้คาสนั ธานเช่ือม)
18. 兑换单 huān yín ยนิ ดี
19. 护照 tián กรอก
20. 然后 bǐjià ราคาซือ้ ขาย
21. 并且 ne ละ่
22. 欢饮
23. 填
24. 比价
25. 呢

è r k è wénhuìhuà

二、课文会话 บทเรียนสนทนา

xīng q ī w ǔ xiǎolóngz à i y í nhánghuànqián

星期五,小龙在银行换钱。วนั ศกุ ร์ เสี่ยวหลงอย่ทู ่ีธนาคาร เขาจะแลกเงิน

yíng y è yuán : 您好!您有什么事儿?n í n h ǎ o n í n y ǒ ushén m e s h ì e r
สวสั ดคี รับ ทา่ นจะทาอะไรครับ
营业员

พนกั งาน

xiǎolóng : 你好!我要把三百美元换 成 人民币。请问 ,n ǐ h ǎ o w ǒ y à o b ǎ s ā n b ǎ i m ě iyuánhuànchéngr é n m í n b ì qǐngw è n

小龙

j ī ntiānm ě iyuánhuànr é n m í n b ì h u ì l ǜ s h ì d u ōshǎo

今天美元换人民币汇率是多少?
เสย่ี วหลง สวสั ดีครับ ผมอยากแลกเงินสามร้อยดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินหยวน ขอถามหนอ่ ยวนั นี ้

อตั ราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์ละกี่เงินหยวนครับ

yíng y è yuán : b ǐ j i à s h ì y ī b ǐ b ā diǎnl i ù s ā n n à y ī m ě iyuánhuàn b ā diǎnl i ù s ā n

营业员 比价是一比八点六三,那一 美元换八点六三

yuánr é n m í n b ì

元人民币。
พนกั งาน ราคาซือ้ หนง่ึ ตอ่ แปดจดุ หกสิบสามนน่ั คือหนง่ึ ดอลลาร์สหรัฐแลกได้แปดหยวนหกสิบสาม

เซน็ ต์ครับ

xiǎolóng : hǎo d e

小龙 好的。

เสี่ยวหลง ดีครับ

yíng y è yuán : 请您先填一 张 兑换单,然后给我护照并且签名。qǐngn í nxiāntián y ī zhāngd u ìhuànd ā n r á n h ò u g ě i w ǒ h ù zhàobìngq i ěqiānmíng
เชญิ ทา่ นกรอกแบบฟอร์มแลกเงิน ตอ่ จากนนั้ ขอพาสปอร์ตพร้อมทงั้ เซน็ ชื่อด้วยครับ
营业员

พนกั งาน

xiǎolóng : 我填好兑换单了,这是钱和我的护照。w ǒ tiánh ǎ o d u ìhuànd ā n l e z h è s h ìqián h é w ǒ d e h ù zhào
ผมกรอกแบบฟอร์มเสร็จแล้วครับ น่ีคือเงินของผมและพาสปอร์ตครับ
小龙

เสย่ี วหลง

yíng y è yuán : qǐngshāoděng z h è s h ì n í n d e qián y í gòngs h ìliǎngqiān s ì b ǎ i b ā s h íyuánqǐng

营业员 请稍等。这是您的钱,一共是 两 千四百八十元请

พนกั งาน shùshù

数数。

กรุณารอสกั ครู่ น่ีเงินของทา่ นรวมทงั้ หมดสองพนั สี่ร้อยแปดสิบเก้าหยวนครับ เชญิ นบั

xiǎolóng : méiyǒucuò xièxiè
没有错!谢谢。
小龙 ไมผ่ ดิ (นบั ครบแล้ว) ขอบคณุ

เสี่ยวหลง

yíng y è yuán b ú yòngx i è huānyíngn í n x i à c ì z à i l á i

营业员 不用谢。欢迎您下次再来 !
ไมต่ ้องเกรงใจ ยินดีต้อนรับทา่ นมาใช้บริการอีกครับ
พนกั งาน

xiǎolóng : z à ijiàn

小龙 再见。

เส่ยี วหลง พบกนั ใหม่

sān j ī běn j ù shì

三、基本句式โครงสร้างประโยคพนื้ ฐาน



1.ประโยคพืน้ ฐานภาษาจีนจะประกอบด้วยโครงสร้างประโยค“ประธาน + กริยา + กรรม”我

y à o b ǎ s ā n b ǎ i m ě iyuánhuànchéngr é n m í n b ì

要把三百美元换 成 人民币。ผมอยากแลกเงินสามร้อยดอลลาร์เป็นเงินหยวน

ránhòu

2. การใช้คาวา่ “然后” แปลวา่ “ตอ่ จากนนั้ ”ไมไ่ ด้เน้นเวลา ใช้ในอนาคตไมไ่ ด้ คาวา่

h ò u qǐngn í n

后 คือหลงั จากท่ีทา่ นทาการกรอกแบบฟอร์มแล้ว ตอ่ จากนนั้ ทาอะไร..... ตวั อยา่ งประโยค请您

xiāntián y ī zhāngd u ìhuànd ā n r á n h ò u g ě i w ǒ h ù zhàobìngq i ěqiānmíng

先填一 张 兑换单,然后给我护照并且签名。เชิญทา่ นกรอกแบบฟอร์มแลก
เงิน ตอ่ จากนนั้ ขอพาสปอร์ตพร้อมทงั้ เซ็นช่ือด้วยครับ การใช้คาสนั ธาน

bìngq i ě

“并且”แปลวา่ พร้อมกบั หรือรวมทงั้ ดงั ประโยคท่ียกมาแล้ว

s ì h à n z ì b ǐ shùn

四、汉字笔顺ลาดับเขียนตวั อักษรจีน

huàn

(1) 焕

qián

(2) 钱

huì

(3) 汇



(4) 率

duì

(5) 兑

dān

(6) 单



(7) 护

zhào

(8) 照

qiān

(9) 签

míng

(10) 名

w ǔ liàn x í

五、练习แบบฝึ กหดั

y ī h à n z ì liàn x í

(一)汉字练习。ฝึ กเขียนลาดับการเขียนอักษรจีน

huàn



qián



zào j ù

คาสง่ั วิธีการสร้างประโยค 造句 ให้เขียนประโยคเหล่านี ้ประโยคละ 10 ครัง้ และให้อา่ นออกเสียง
ดงั ๆอยา่ งตงั้ ใจ ประโยคละ 10 ครัง้

w ǒ y à o d u ìhuànm ě iyuán y ī qiānyuánchéngt à i b ì

1. A: 我要兑换美元一千元 成 泰币。ผมต้องการแลกเงินหนง่ึ พนั ดอลลาร์
เป็นเงินบาทครับ

hǎo

B: 好。ได้ครับ

qǐngw è n j i ǔ diàn k ě y ǐ huànqián m a

2. A:请问,酒店可以换钱吗?ขอถามหนอ่ ย โรงแรมมีบริการรับแลกเงิน

ไหม

kěyǐ z à i qiánt á i shōuy í n c h ù k ě y ǐ w è n d e w à i b ì

B : 可以,在前台收银处可以问的外币。ได้คะ่ ท่ีแคชเชียร์

เคาน์เตอร์ด้านหน้าสามารถแลกเงินได้คะ่

huì







j ī ntiānr é n m í n b ì huànm ě iyuánh u ì l ǜ s h ì d u ōshǎo

3. 今天人民币换美元汇率是多少 ? วนั นีอ้ ตั ราแลกเปลี่ยนเงิน

ดอลลาร์ละก่ีเงินหยวนครับ

duì



dān



qǐngn í nxiāntiánz h èzhāngd u ìhuànd ā n

4. 请您先填这 张 兑换单。เชญิ ทา่ นกรอกแบบฟอร์มแลกเงินใบนี ้





zhào



z h è s h ì w ǒ d e h ù zhào

5. 这是我的护照。นี่คือพาสปอร์ตของผมครับ

qiān



míng



qǐngn í nxiāntián y ī zhāngd u ìhuànd ā n r á n h ò u g ě i w ǒ h ù zhàobìngq i ěqiānmíng

6. 请您先填一 张 兑换单,然后给我护照并且签名。
เชญิ ทา่ นกรอกแบบฟอร์มแลกเงิน 1 ใบ ตอ่ จากนนั้ ขอพาสปอร์ตพร้อมทงั้ เซน็ ช่ือด้วยครับ

è r t ì huàn

(二)替换 ใช้แทนประโยคขีดเส้นใต้ในตาราง

yíng y è yuán n í n h ǎ o n í n y ǒ ushén m e s h ì e r

营业员 :您好!您有什么事儿?

xiǎo lóng w ǒ yào b ǎ sānbǎi huànchéng

小龙 : 我要把三百___________换 成 ___________。

rénmín b ì tài b ì

人民币เงินหยวน 泰币 เงินบาท

gǎng b ì yī ngbàng

港币เงินหยวน 英镑 เงินปอนด์

mě iyuán f ǎ láng

美元ดอลลาร์สหรัฐ 法郎เงินฟรังก์

mǎ k è r ì yuán

马克 เงินมาร์ก 日元เงินเยน

ō u yuán lúbǐ

欧元เงินยโู ร 卢比รูปี

เกร็ดความรู้

การไปธนาคารเพ่ือแลกเงินทกุ ครัง้ ต้องนาบตั รประจาตวั เพ่ือใช้ประกอบการแลกเงินไปด้วย

kuài

คาศพั ท์ของเงินหยวนสามารถเรียกได้อีกอยา่ งวา่ 块

บรรณานุกรม

บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน,สานกั . หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้
พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน 2551.
. กรอบมาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ หมวดวิชา
ภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน
หลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอก
โรงเรียน 2549.

พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน,กลมุ่ . 中文好容易 ภาษาจีนง่ายนิดเดยี ว.
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ดอกเบีย้ , 2552.

หวางกวนหวินและเฉินเหว่ยกวง.初学中文 ภาษาจีนสาหรับผู้เร่ิมต้นใน 3 ก้าว. กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พ์ดอกหญ้า, 2549.

国家汉语国际推广领导小组办公室。 国际汉语教学通用课程
大纲。北京:2008。

郭正艳。小学生组词造句词 。吉林:2006。
龙国涛。学前儿童应知应会书。吉林:2005。
杨寄洲。汉语教程第二册(上)北京:2002。

เวปไซด์
http://www.jiewfudao.com อพั เดท 21 สงิ หาคม 2552
http://www.china2learn.com อพั เดท 15 กรกฎาคม 2549
http://www.lovechineseclub.com อพั เดท 10 สิงหาคม 2552
http://www.ticthai.com อพั เดท 15 สงิ หาคม 2552

ภาคผนวก

พินอิน

hàny ǔpīnyīn

พินอนิ หรือ ฮน่ั อว่ีพินอิน (汉语拼 音) คือ ระบบในการถ่ายถอดเสียงภาษาจีน
มาตรฐาน ด้วยตวั อกั ษรโรมนั ความหมาย ของ พนิ อิน คอื "การรวมเสียงเข้าด้วยกนั "
( การเขียนแบบสทั ศาสตร์ การสะกด การถ่ายถอดเสียง หรือการทบั ศพั ท์) มีสว่ นประกอบทงั้ หมด 5 ส่วน
คือ ตวั อกั ษรโรมนั สทั อกั ษรแทนเสียงพยญั ชนะ สทั อกั ษรแทนเสียงสระ เครื่องหมายวรรณยกุ ต์และ
หลกั การเขียนตวั สะกด ดงั นี ้

z ì m ǔbiǎo

1.字母 表 :ตวั อกั ษรโรมนั ในการถอดเสียงตวั อกั ษรจีน

Aa Bb Cc Dd Ee Ff Gɡ Hh
Ii Jj Kk Ll Mm Nn Oo Pp
Qq Rr Ss Tt Uu Ww Xx Yy Zz

shēng m ǔ biǎo

2. 声 母 表 :สทั อกั ษรแทนเสียงพยญั ชนะ 21 รูป 23 เสียง

b p m f d t n l g k h j q x zh ch sh r z c s y1 w1

shēng m ǔ yùn m ǔ

“พินอิน” คล้ายกบั ระบบประสมเสียงในภาษาไทย มีทงั้ พยญั ชนะ 声 母 สระ 韵 母 และ

shēngdiào

วรรณยกุ ต์ 声 调

yùn m ǔ biǎo

3.韵母 表 :สทั อกั ษรแทนเสียงสระ 37 รูป 39 เสียง แบง่ เป็น

ชุดท่ี 1 ประกอบด้วย a(อา) o(โอ) e(เออ) ê (เอ) -i (อือ) -i (อรือ) er (เออร์ – ม้วนลนิ ้ )

1 เสียงพยญั ชนะ y และ w เป็นเสียงพยญั ชนะกง่ึ สระ ใช้เขียนแทนเสยี งสระ i และ u ตามลาดบั เม่อื เป็นเสยี งสระผสมซง่ึ อยใู่ น

ตาแหนง่ ต้นพยางค์ และใช้เขียนไว้หน้าสระเดยี่ ว i และ u ตามลาดบั เม่ือไมไ่ ด้ปรากฏร่วมกบั เสียงพยญั ชนะอืน่ นอกจากนีย้ งั เขียน y
ไว้หน้าเสยี งสระ ü ทงั้ ที่เป็นสระเด่ยี วและสระผสม เมือ่ ไมไ่ ด้ปรากฏร่วมกบั เสียงพยญั ชนะอ่ืน

ai(อาย) ei(เอย) ao(อาว) ou(โอว) an(อาน) en(เอิน) ang(อาง) eng(เอิง) ong(โอง)
ชุดท่ี 2 ประกอบด้วย i(อี) ia(เอีย) iao(เอียว) ie(อีเย ) iou (อวิ ) ian(เอียน) in(

อนิ ) iang(เอียง) ing(อิง) iong(อี+โอง)
ชุดท่ี 3 ประกอบด้วย u(อ)ู ua(วา) uo(อวั ) uai(อวย) uei(อยุ ) uan(วาน) uen(

อนุ ) uang(วาง) ueng(เวิง)
ชุดท่ี 4 ชดุ นีเ้วลาออกเสียงต้องทาปากกลม มี 4 ตวั ประกอบด้วย ü(อวี ) üe(เอวีย)

üan(เวียน) ün (วนิ )

หมายเหตุ : เสียง อวี ในชดุ ที่4 นีเ้ขียนไว้เป็นเพียงแนวทางใกล้เคียงเทา่ นนั้ ความจริงตวั
อกั ษรไทยไมส่ ามารถสะกดเสียงชดุ ที่ 4 นีไ้ ด้ถกู ต้อง

shēngdiào f ú hào

4. 声 调 符号:เสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาจีนกลางมี 4 เสียง เคร่ืองหมายท่ีใช้แทนเสียง

วรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลาง มีดงั นี ้

— เสียงหนง่ึ (เสียง 1) / เสียงสอง (เสียง 2)

ˇ เสียงสาม (เสียง 3) \ เสียงส่ี (เสียง 4)

เคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์ทงั้ สี่เสียงจะอยบู่ นเสียงสระหลกั

pī nxiě guī z é

5.拼写规则: หลกั การเขียนตวั สะกด → หลกั การสะกดรวมเสียงเข้าด้วยกนั ของระบบพิน

อนิ อวยั วะสว่ นตา่ ง ๆ ที่ใช้ในการออกเสียง

1. ริมฝีปากบน shàngchún
2. ริมฝีปากลา่ ง
3. ฟันบน 上唇
4. ฟันลา่ ง
5. ป่มุ เหงือก xiàchún
6. เพดานแขง็
下唇

shàngchǐ

上齿

xiàchǐ

下齿

y áchuáng

牙床

yìng è

硬腭

7. เพดานออ่ น ruǎn è
8. ลิน้ ไก่
9. ปลายลิน้ 软腭
10. กลางลิน้
11. โคนลิน้ xiǎoshé
12. โพรงจมกู
13. ชอ่ งปาก 小舌
14. ลาคอ
15. กลอ่ งเสียง shéjiān
16. หลอดอาหาร
17. หลอดลม 舌尖
18. เส้นเสียง
shézhōng

舌中

shémiàn

舌面

b íqiāng

鼻腔

kǒuqiāng

口腔

hóulóng

喉咙

hóu



xiāohuàdào

消 化道

q ìguǎn

气管

shēngdài

声带

เสียงเกิดจากลมท่ีปอดเดนิ ทางผา่ นหลอดลมขนึ ้ มาไปยงั ชอ่ งปาก หรือโพรงจมกู จงึ กลาย
ออกมาเป็นเสียงท่ีเราได้ยนิ กนั แตใ่ นระหวา่ งท่ีเดนิ ทางผา่ นชอ่ งปาก จะผา่ นกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์
เสียกอ่ นจงึ จะกลายเป็นเสียงในภาษานนั้ ๆ ซงึ่ ระหวา่ งท่ีเสียงผา่ นชอ่ งปากนีใ้ ช้ 3 กระบวนทา่ คือ
ตาแหนง่ ของลนิ ้ ความสงู ต่าของลนิ ้ และริมฝีปาก เราต้องรู้วา่ เสียงนี ้เสียงนนั้ ในภาษาจีนใช้ตาแหนง่
ใดของลิน้ หรือริมฝีปากอย่ใู นลกั ษณะไหน เราถงึ จะสามารถออกเสียงนนั้ ๆ ได้อยา่ งถกู ต้อง ชดั เจน

ลักษณะการออกเสียง

1. เสียงท่เี กิดจากริมฝี ปาก b [ p]เสียงโฆษะ ไมพ่ น่ ลม กกั ลมไว้ท่ีริมฝีปาก ริมฝีปาก
ชิดกนั แน่น กกั ลมไว้ในชอ่ งปากและระเบดิ ลมออกมาอยา่ งรวดเร็ว รุนแรง โดยทว่ั ไปเรียกวา่ “ เสียงไม่
พน่ ลม” เทียบเสียงในภาษาไทย “ป” p [p‘]เสียงโฆษะ พน่ ลม กกั ลมไว้ที่ริมฝีปาก ตาแหนง่ การ
ออกเสียงเหมือน b ใช้แรงในการขบั ลมออกมา โดยทว่ั ไปเรียกวา่ “ เสียงพน่ ลม” เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “พ(ผ)”m [m]เสียงนาสิก ไมพ่ น่ ลม กกั ลมไว้ที่ริมฝีปาก ริมฝีปากชิดกนั แนน่ เพดาน

ออ่ นและลนิ ้ ตา่ ลง ลมออกจากชอ่ งจมกู เส้นเสียงสน่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ม” f [f]
เสียงสอดแทรก เกิดจากริมฝีปากและฟัน ฟันบนแตะริมฝีปากลา่ ง ลมสอดแทรกออกมาจากระหว่าง
กลาง เส้นเสียงไมส่ นั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ฟ(ฝ)”

2. เสียงท่เี กดิ จากปลายลิน้ d [t] เสียงโฆษะ ไมพ่ น่ ลม กกั ลมไว้ท่ีปลายลนิ ้ ปลาย
ลิน้ ดนั ไว้ท่ีเหงือก กกั ลมไว้ในชอ่ งปาก เลื่อนปลายลิน้ ลงอยา่ งรวดเร็วให้ลมระเบดิ ออกมาอยา่ งรุนแรง
เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ต” t [t‘]เสียงโฆษะ พน่ ลม กกั ลมไว้ที่ปลาย
ลิน้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั d ต้องพน่ ลมขณะลมถกู ระเบดิ ออกมาจากในชอ่ งปาก เทียบ
เสียงในภาษาไทย “ท (ถ)” n [n]เสียงนาสกิ กกั ลมไว้ที่ปลายลิน้ ปลายลนิ ้ ดนั เหงือกไว้ เพดาน
ออ่ นและลนิ ้ ต่าลง ชอ่ งจมกู เปิดออก เส้นเสียงสนั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “น” l [l]เสียงที่
เปลง่ ออกโดยการใช้ปลายลิน้ แตะฟันบน เกิดจากการกกั ลมไว้ที่ปลายลนิ ้ ปลายลนิ ้ ดนั เหงือกไว้ คอ่ น
ไปด้านหลงั มากกวา่ n เล็กน้อย ลมออกทางด้านข้างทงั้ สองของลนิ ้ สว่ นหน้า เส้นเสียงสนั่ สะเทือน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ล”

3. เสียงท่เี กิดจากโคนลิน้ ɡ[k]เสียงโฆษะ ไมพ่ น่ ลม เสียงเกิดจากโคนลนิ ้ โคนลิน้ ดนั
เพดานอ่อนไว้ และให้โคนลิน้ หา่ งออกจากเพดานอ่อนอยา่ งรวดเร็ว เพ่ือให้ลมถกู ระเบดิ ออกมา เส้น
เสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ก” k [k‘]เสียงโฆษะ พน่ ลม เสียงเกิดจากการกกั
ลมไว้ที่โคนลนิ ้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั ɡ ต้องพน่ ลมขณะลมถกู ระเบดิ ออกมาจากในชอ่ ง
ปาก เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ ค ( ข )” h [x]เสียงเสียดแทรก เกิด
จากการกกั ลมไว้ท่ีโคนลนิ ้ โคนลิน้ วางอยใู่ กล้เพดานอ่อน ลมถกู สอดแทรกออกมาจากตรงกลาง เส้น
เสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ ฮ ( ห )”

4. เสียงท่เี กดิ จากด้านหน้าปลายลนิ้ z [ts]เสียงกึง่ โฆษะก่งึ สอดแทรก ไมพ่ น่ ลม
เกิดจากการกกั ลมไว้ท่ีด้านหน้าปลายลนิ ้ ขณะออกเสียงปลายลนิ ้ วางราบเรียบ และดนั อยดู่ ้านหลงั ฟัน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ จือ ” c [ts‘]เสียงก่งึ โฆษะก่ึงสอดแทรก พน่ ลม เกิดจากการกกั ลมไว้
ที่ด้านหน้าปลายลนิ ้ ตาแหน่งการออกเสียงเหมือนกบั z และต้องพน่ ลมออกมาอยา่ งแรง เทียบเสียง
ในภาษาไทย “ ชือ ” s [s]เสียงโฆษะ กกั ลมไว้ที่ด้านหน้าปลายลนิ ้ ปลายลนิ ้ อยใู่ กล้
ด้านหลงั ฟันลา่ ง ลมจะถกู สอดแทรกออกมาจากตรงกลางระหวา่ งตรงกลางลิน้ ตอ่ ตรงกลางฟันด้านบน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ซือ”

5. เสียงท่เี กิดจากด้านหลังปลายลนิ้ zh [tş] เสียงก่งึ โฆษะก่ึงสอดแทรก ไมพ่ น่ ลม
กกั ลมไว้ที่ด้านหลงั ลนิ ้ ปลายลนิ ้ ม้วนขนึ ้ มาแตะเพดานแข็ง ลมสอดแทรกและระเบดิ ออกมาจากตรง
กลางระหวา่ งปลายลนิ ้ และเพดานแขง็ เส้นเสียงไมส่ นั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “จรือ” ch

[tş‘]เสียงก่งึ โฆษะกึ่งสอดแทรก พน่ ลม กกั ลมไว้ที่ด้านหลงั ลนิ ้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั

zh เทียบเสียงในภาษาไทย “ ชรือ ”sh [ş]เสียงโฆษะ เกิดการกกั ลมไว้ท่ีด้านหลงั ลนิ ้ ม้วน
ปลายลนิ ้ ขนึ ้ มาแตะเพดานแขง็ ลมสอดแทรกออกมาจากตรงกลางระหว่างปลายลิน้ และเพดานแข็ง

เส้นเสียงไมส่ น่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ซรือ” r [z] เสียงสอดแทรกและสน่ั สะเทือน
เกิดจากการกกั ลมไว้ท่ีหลงั ปลายลนิ ้ ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั sh แตเ่ ป็นเสียงสน่ั สะเทือน
เทียบเสียงในภาษาไทย “ยรือ”

6. เสียงท่เี กิดจากลิน้ ส่วนหน้า j [tç]เสียงก่ึงโฆษะกง่ึ สอดแทรก ไมพ่ น่ ลม เกิดจาก
การกกั ลมไว้ท่ีปลายลิน้ ลิน้ สว่ นหน้าแตะเพดานแขง็ ปลายลนิ ้ ดนั ด้านสว่ นหน้าและเพดานแข็ง เส้น

เสียงไมส่ นั่ สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “จี” q[tç‘]เสียงกง่ึ โฆษะกึง่ สอดแทรก พน่ ลม เกิด
จากการกกั ลมไว้ท่ีลิน้ สว่ นหน้า ตาแหนง่ การออกเสียงเหมือนกบั j แตต่ ้องพน่ ลมแรงขนึ ้ เทียบเสียงใน

ภาษาไทย “ชี” x[ç] เสียงสอดแทรก เกิดจากการกกั ลมไว้ท่ีลนิ ้ สว่ นหน้า ลิน้ สว่ นหน้าอยใู่ กล้
กบั เพดานแข็งลมสอดแทรกออกมาจากตรงกลางระหวา่ งลนิ ้ สว่ นหน้ากบั เพดานแข็ง เส้นเสียงไม่

สน่ั สะเทือน เทียบเสียงในภาษาไทย “ซี ” y[y]อฒั สระ เสียงเกิดท่ีหน้าลนิ ้ (ป่มุ เหงือก) เสียงก้อง

เทียบเสียงในภาษาไทย “อี ” w[w]อฒั สระ เสียงเกิดท่ีริมฝีปาก เสียงก้อง เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “อู ” เสียงพยญั ชนะต้นในภาษาจีนกลางทงั้ 21 รูป 23 เสียง ที่ได้กลา่ วมาแล้วนนั้
สามารถจดั ตามลกั ษณะของเสียงและตาแหนง่ ที่เกิดของเสียงเป็นตารางดงั นี ้

เสียงพยญั ชนะต้นในภาษาจีนกลาง2

ลักษณะของเสียง กักและก่ึง กักและก่ึง นาสกิ ก้อง เสียดแทรก เสียด ข้ างลนิ ้
ตาแหน่งท่เี กดิ เสียดแทรก เสียดแทรก ไม่ก้อง แทรก และ
เสียง ก้อง อัฒสระ
ไม่ก้อง ไม่ก้อง m[m] f[f] ก้อง
ริมฝีปาก ไม่พ่นลม พ่นลม
w[w]
b[p] p[p‘]

ป่มุ เหงือก d[t] t[t‘] n[n] l[l]

ปลายลิน้ -ฟัน z[ts] c[ts‘] s[s]

ปลายลิน้ -เพดาน zh[tş] ch[tş‘] sh[ş] r[z]

แขง็

หน้าลนิ ้ (ป่ มุ เหงือก) j[tç] q[tç‘] x[ç] y[y]

2 รศ.ประพณิ มโนมยั วิบูลย.์ ไวยากรณ์จีนกลาง. กรุงเทพฯ : โครงการตาราคณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2541. หนา้ 5.

เพดานออ่ น(โคน ɡ[k] k[k‘] h[x]

ลิน้ )

guój ìyīnbiāo

หมายเหตุ ตวั อกั ษรในวงเล็บใหญ่[ ]คือ ตวั สทั อกั ษรสากล (国际音 标 :

International Phonetic Alphabets)
เสียงพยัญชนะสะกด
เสียงพยญั ชนะสะกดในภาษาจีนกลางมี 2 เสียง3 สทั อกั ษรที่แทนเสียงพยญั ชนะสะกด มี

ดงั นี ้

สัทอักษร คาอธิบาย ตัวอย่าง
n เทียบได้กบั มาตรา กน (แมก่ น) 看 kàn ดู
ng เทียบได้กบั มาตรา กง (แมก่ ง) 忙 máng ย่งุ

yùn m ǔ

韵母 เสียงสระ

เสียงสระ คือ สว่ นหลงั พยางค์เสียง มีสระเด่ียวและสระผสมและสระนาสิกรวม 37 รูป 39

เสียงแบง่ เป็น ดงั นี ้

1. เสียงสระเด่ียว เสียงสระเดย่ี วในภาษาจีนกลางมี 10 เสียง คือ

a(อา) e(เออ) ê(เอ) -i(อือ) -i(อรือ) o(โอ) u(อ)ู ü(อวี) er(เออร์-ม้วนลนิ ้ ) i(อี)

2. เสียงสระผสม เสียงสระผสมในภาษาจีนกลางมี 13 เสียง แบง่ เป็น

2.1 เสียงสระผสมสองเสียงมี 9 เสียง คือ

ai(อาย) ei(เอย) ao(อาว) ou(โอว)

ia(เอีย) ie(อีเย) ua(วา) uo(อวั ) üe(เอวีย)

2.2 เสียงสระผสมสามเสียงมี 4 เสียง คือ

iao(เอียว) iou(อิว) uai(อวย) uei (อยุ )

3. เสียงสระนาสิกมี 16 เสียง คือ

an(อาน) en(เอนิ ) ang (อาง) eng(เอิง) ong(โอง)
iong(อี-โอง)
ian(เอียน) in(อิน) iang (เอียง) ing(อิง)

uan(วาน) uen(อนุ ) uang (วาง) ueng(เวงิ )

3 รศ.ประพณิ มโนมยั วบิ ูลย.์ ไวยากรณ์จีนกลาง. กรุงเทพฯ : โครงการตาราคณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2541. หนา้ 6.

üan(เอยวีน) ün(วิน)
ตารางเสียงสระในภาษาจีนกลาง

i uü

a ia ua

o uo

e ie üe

ê

-i

-i

er

ai uai

ei ui (uei)

ao iao

ou iu (iou)

an ian uan üan

en in (ien) uen (un) ün (ün)

ang iang uang

eng ing (ieng) ueng

ong iong

ลักษณะการออกเสียง

dā nyùnmǔ

1. เสียงสระเด่ียว (单韵母)มีทงั้ หมด 10 หนว่ ยเสียง ได้แก่

a [A] e [ɤ] ê [e] i [i] o [o] u [u] ü [y] -i [ɿ] -i [ʅ] er [er]

ɑจาก http://www.human.nu.ac.th/206111/web-add/3-1.htm
a[A]ปากอ้ากว้างสดุ ระดบั ของลนิ ้ อย่ตู า่ สดุ ริมฝีปากไมเ่ ป็นวงกลม เทียบเสียงใน
ภาษาไทย “อา”
e [r]ปากอ้ากว้างพอประมาณ ระดบั ของลนิ ้ อยรู่ ะดบั สงู กลาง คอ่ นไปทางด้านหลงั ริม
ฝีปากไมก่ ลม เทียบเสียงในภาษาไทย “เออ”
ê [ε]เวลาออกเสียงปากอ้ากว้างครึ่งหนงึ่ ระดบั ของลิน้ คอ่ นข้างต่า เอาลิน้ สว่ นหน้าไป
ดนั หลงั ฟันลา่ งๆไว้ ริมฝีปากไมก่ ลม เทียบเสียงในภาษาไทยคล้ายกบั เสียงในภาษาไทย “เอ” แตเ่ สียง
จะสนั้ กวา่
i [i]ปากอ้ากว้างน้อยท่ีสดุ ริมฝีปากฉีกออก ระดบั ลิน้ สงู คอ่ นไปทางด้านหน้า
เทียบเสียงในภาษาไทย “อี”
o [o]ปากอ้ากว้างพอประมาณ ระดบั ของลนิ ้ อยรู่ ะดบั สงู กลาง คอ่ นไปทาง
ด้านหลงั ริมฝีปากกลม เทียบเสียงในภาษาไทย “โอ”
u [u]ปากอ้ากว้างน้อยที่สดุ ริมฝีปากกลมที่สดุ ระดบั ลนิ ้ สงู คอ่ นไปทางด้านหลงั
เทียบเสียงในภาษาไทย “อ”ู
ü [y]ระดบั ลนิ ้ เหมือนกบั การออกเสียง[i] แตร่ ิมฝีปากกลม รูปปากในการออก
เสียงใกล้เคยี งกบั [u]เทียบเสียงในภาษาไทย “ยวี”
-i [ɿ]เวลาออกเสียงลิน้ สว่ นหน้ายื่นไปแตะหลงั ฟันบนพน่ ลมออกมาเล็กน้อย ริม
ฝีปากไมก่ ลมเสียงนีจ้ ะปรากฏอยเู่ ฉพาะหลงั พยญั ชนะ z c s (zi ci si) เทียบเสียงในภาษาไทย “อือ”
-i [∫]เวลาออกเสียงปลายลนิ ้ กระดกขนึ ้ เกือบจะแตะเพดานแข็งสว่ นหน้าพน่ ลมออกมา
เล็กน้อย ริมฝีปากไมก่ ลม เสียงนีจ้ ะปรากฏอยเู่ ฉพาะหลงั พยญั ชนะ zh ch sh r (zhi chi shi ri)
เทียบเสียงในภาษาไทย “อรือ”
er[er]เวลาออกเสียงลิน้ สว่ นหน้ายื่นไปแตะหลงั ฟันบนพน่ ลมออกมาเลก็ น้อย ริม
ฝีปากไมก่ ลมเสียงนีจ้ ะปรากฏอยเู่ ฉพาะหลงั พยญั ชนะ z c s (zi ci si) เทียบเสียงในภาษาไทย “เออร์”

f ùyùnm ǔ

2. เสียงสระผสม (复韵母) มีทงั้ หมด 8 หนว่ ยเสียงได้แก่

ai เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ ง เสียงสระ a + i เทียบเสียงภาษาไทย
คอื เสียง “อา + อี” = “ไอ”หรืออาย

ei เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ e + i เทียบเสียงภาษาไทย
คอื เสียง “เออ + อี” = “เอย”

ao เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ a + o เทียบเสียง
ภาษาไทย คอื เสียง “อา +โอ ” = “เอา”หรืออาว

ou เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ o + u เทียบเสียง
ภาษาไทยคือเสียง “โอ +อู ” = “โอว”

ie เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหว่างเสียง สระ i + ê เทียบเสียงภาษาไทย
คือเสียง “เยีย”

üe เวลาออกเสียงตวั นีใ้ ห้ยน่ ริมฝีปากเข้าหากนั พร้อมทงั้ เปลง่ เสียง “เยวีย” เพราะ
เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียงสระ ü + ê

ข้อสังเกต เสียงสระ ê มีเสียงเทียบเคียงในภาษาไทยได้กบั เสียง“เอ ”แตไ่ มม่ ี
ปรากฏให้เห็นในกลมุ่ เสียงสระตวั เดียว เพราะมีเสียงลกั ษณะพเิ ศษ และแตกตา่ งออกไปจากเสียงสระ
ตวั อื่นๆ เวลาสะกดหรือผสมเข้ากนั กบั i หรือ ü จงึ มีรูปเป็น ie และ üe

iu เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ i + ou = iou แตเ่ ขียน
ยอ่ ลงเหลือเป็น iu เทียบเสียงเคยี งในภาษาไทยได้กบั เสียง “ยิว”

ui เสียงนีเ้กิดจากการสะกดหรือผสมกนั ระหวา่ งเสียง สระ u + ei = uei แตเ่ ขียน
ยอ่ ลงเหลือเป็น ui เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “วยุ ”

b íyùnm ǔ

3. เสียงสระผสมนาสิก (鼻韵母)มีทงั้ หมด 9 หน่วยเสียง ได้แก่
an เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อาน ”
en เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ เอนิ ”
in เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อนิ ”
un เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ วนุ ”
ün เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อู ยนิ ” เวลาออกเสียงให้หอ่ ริมฝีปากเข้าหา

กนั พร้อมทงั้ เปลง่ เสียง ยวนิ เพราะเสียงนีม้ ีเสียง ü ซง่ึ ปกตเิ ราต้องห่อปาก
ang เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ องั ”
eng เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ เอิง ”
ing เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ องิ ”
ong เทียบเสียงภาษาไทยคือเสียง “ อง ”

é rhuàyīn

4. เสียงม้วนลิน้ (儿化 音)มี 1 หนว่ ยเสียง ได้แก่
เสียง erการออกเสียงเหมือน [e]ในขณะเดยี วกนั ปลายลนิ ้ ต้องม้วนงอไป

แตะเพดานแข็ง

shēngdiào

声 调 เสียงวรรณยุกต์ เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลางมี 4 เสียง มีเครื่องหมายที่ใช้แทน

เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลางมีดงั นี ้

เคร่ืองหมาย ระดบั เสียง ตวั อย่าง
ˉ เสียงหนงึ่ (เสียง 1) สงู ระดบั 55 八 ปา bā แปด
ˊ เสียงสอง (เสียง 2) สงู -ขนึ ้ 35 拔 ป๋ า bá ดงึ
ˇ เสียงสาม (เสียง 3) ต่า-ตก-ขนึ ้ 214 靶 ป่า bǎ เปา้
ˋ เสียงส่ี (เสียง 4) สงู -ตก 51 爸 ปา้ bà พอ่

พยางคเ์ สียงวรรณยกุ ต์ท่ีแตกตา่ งกนั แสดงความหมายที่แตกตา่ งกนั ไปด้วย

แผนภาพเสียงวรรณยุกต์ในภาษาจีนกลาง

gāo สงู

↓5 高

bàngāo ครึ่งสงู

↓ 4 半高

zhōng กลาง

↓3 中

bànzhōng ครึ่งตา่

↓2 半 中

dī ตา่

↓1 低

เสียงวรรณยกุ ต์ทงั้ 4 เสียงในภาษาจีนกลาง หากเทียบกบั เสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาไทยแล้วจะเห็น
เป็นดงั นี ้

เสียงหนง่ึ ของภาษาจีนกลางใกล้เคยี งกบั เสียงสามญั ในภาษาไทย ตา่ งกนั ตรงท่ี
ระดบั เสียงหนง่ึ ในภาษาจีนคือ อยใู่ นระดบั สงู 55 สว่ นเสียงสามญั ของไทยคืออยใู่ นระดบั กลาง 33

เสียงสองและเสียงสี่ ในภาษาจีนกลางนนั้ ใกล้เคยี งกบั เสียงจตั วาและเสียงโทใน
ภาษาไทย ระดบั เสียงสองในภาษาจีนกลางเป็น 35 ขณะท่ีเสียงจตั วาในภาษาไทยเป็น 24 ระดบั
เสียงส่ีในภาษาจีนกลางเป็น 51 ขณะที่เสียงโทในภาษาไทยเป็น 41

เสียงวรรณยกุ ต์ในภาษาจีนกลางไมอ่ าจเทียบกบั เสียงวรรณยกุ ต์ทงั้ ห้าเสียงใน
ภาษาไทย คอื เสียงสาม ซ่งึ มีระดบั เสียงเป็น 214

ลักษณะการออกเสียง

1. เสียงวรรณยกุ ต์ท่ี 1 เรียกวา่ เสียงสงู ราบ ซงึ่ ใกล้เคียงกบั เสียงวรรณยกุ ต์
ภาษาไทยเสียงสามญั แตแ่ นวเสียงต้องอยใู่ นโทนเสียงสงู ราบ โดยมีเครื่องหมายหรือสัญลกั ษณ์แทน

เสียงเป็น “ ˉ ”

2. เสียงวรรณยุกต์ท่ี 2 เรียกวา่ เสียงขนึ ้ สงู ซง่ึ ใกล้เคียงกบั เสียงวรรณยกุ ต์

ภาษาไทย เสียงจตั วา โดยมีเครื่องหมายหรือสญั ลกั ษณ์แทนเสียงเป็น “ ˊ ”

3. เสียงวรรณยกุ ต์ท่ี 3 เรียกวา่ เสียงลงต่าแล้วขนึ ้ ซึ่งใกล้เคียงกบั เสียง

วรรณยกุ ต์ภาษาไทยเสียงไม้เอก โดยมีเครื่องหมายหรือสญั ลกั ษณ์แทนเสียงเป็น “ ˇ ”

4. เสียงวรรณยุกต์ท่ี 4 เรียกวา่ เสียงลงต่าตลอด ซง่ึ ใกล้เคยี งกบั เสียง

วรรณยกุ ตภ์ าษาไทย เสียงไม้โท โดยมีเคร่ืองหมายหรือสญั ลกั ษณ์แทนเสียงเป็น “ ˋ ”

ตวั อย่าง เชน่

八 ( แปด ) 拔 ( ถอน ) 靶 ( เปา้ ) 爸 ( พอ่ )
ปา ป๋ า ป่า ปา้

bā bá bǎ bà

妈 ( แม่ ) 麻 ( ชา ) 马 ( ม้า ) 骂 ( ดา่ )
มา หมา หมา่ มา่

mā má mǎ mà

ตาแหน่งของเคร่ืองหมายเสียงวรรณยุกต์ในภาษาจีนกลาง

ตาแหน่งของ สระเด่ียวและสระนาสิก สระผสมและสระนาสกิ
เคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์
อยบู่ น a ā ā āo -iā -iāo
ān -uā -uāi
āng -iān -uān -
üān
อยบู่ น o ō -iān -uāng
-ōng ōu -uō
-iōng

อยบู่ น e ē ēi iē üē (ue)
ēr -uī
อยบู่ น i ēn -iū
อยบู่ น u eng
อยบู่ น ü -ī
-īn
-īng

-ūn
-ǖ (ū)
-ǖn (ūn)

การวางเครื่องหมายแทนเสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาจีนกลาง ให้วางเคร่ืองหมายไว้
เหนือเสียงสระหลกั เชน่ mā má mǎ mà หากเป็นสระผสมก็ให้เขียนเครื่องหมายวรรณยกุ ตไ์ ว้
เหนือรูปสระที่เป็นสระหลกั เชน่ lāo móu qĭng pèi

เม่ือต้องวางเคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์บนสระ i ต้องตดั จดุ บนตวั i ออกไปก่อน เชน่
jī lí bǐ nì สระ -ü -üe -üɑn - ün เม่ือตามหลงั พยญั ชนะ j

q x y ต้องตดั จดุ บน ü ออกไปก่อน เชน่ jǖ → jū qüé → qué

xüǎn → xuǎn yǜn → yùn จะคงไว้เมื่อตามหลงั n l เทา่ นนั้ เชน่ nǚ lǜ

lüè nüè

qīngshēng

เสียงเบา( 轻 声 )
ในภาษาจีนยงั มีพยางคเ์ สียงที่ไมม่ ีวรรณยกุ ต์ ไมว่ า่ ตวั อกั ษรจีนนนั้ เดมิ จะมีพยางค์

เสียงแทนเสียงใดอยกู่ ็ตาม เวลาออกเสียงจะเบาและสนั้ มาก พยางค์เสียงเหลา่ นี ้ เรียกวา่ เสียงเบา
ซงึ่ เสียงที่เปลง่ ออกมานนั้ จะรับอทิ ธิพลจากพยางคเ์ สียงตวั หน้า เวลาเขียนตวั สะกด เสียงเบานีจ้ ะไม่
มีเครื่องหมายวรรณยกุ ต์ เชน่

妈妈 我们 好的 爸爸

māma wǒmen hǎode bàba

ข้อสังเกต ในการเขียนพนิ อิน พยางค์เสียงเบาจะไมม่ ีเคร่ืองหมายวรรณยกุ ต์

pīnyīn

การสะกดหรือการผสมเสียงของภาษาจีนกลาง 拼 音

โดยปกตทิ วั่ ไปแล้ว พยางค์ในภาษาจีนสว่ นมากจะเกิดจากเสียงพยญั ชนะ เสียงสระ
และเสียงวรรณยกุ ต์ผสมกนั ตวั อยา่ งเชน่

m →ǎ → mǎ (马)
b →ǎ → bǎi (白)
j → iǔ → jiǔ (九)
sh → uǐ → shuǐ (水)
h → uā → huā (花)
x → i→ónɡ→ xióng (熊)

แตใ่ นภาษาจีน มีบางพยางค์ที่เกิดจากเสียงสระและเสียงวรรณยกุ ต์เทา่ นนั้
โดยเฉพาะ พยางคท์ ี่เกิดจาก เสียงสระ i กบั เสียงสระ u ตวั อยา่ งเชน่ คาวา่ “一” yī มาจากเสียง
สระตวั i และเสียงวรรณยกุ ต์เสียงท่ีหนง่ึ ดงั นนั้ เวลาสะกดพินอิน ต้องเตมิ ตวั y เข้าไปเขียนเป็น yī



และคาวา่ “五” มาจากเสียงสระ u และเสียงวรรณยกุ ต์เสียงท่ีสามเวลาสะกดพนิ อนิ ต้องเตมิ ตวั “w”
เข้าไปเขียนเป็น wǔ

biàndiào

变 调 การเปล่ียนเสียง

d ebiàndiào

1.“一”的 变 调 การเปล่ียนเสียงของคาวา่ “一”yī ที่แปลวา่ “หนงึ่ ”
เสียงเดมิ ของคาวา่ “一”ที่เป็น คาบง่ ตวั เลขคือ เสียงท่ีหน่ึง เมื่ออา่ นโดดๆ หรือเป็นตวั เลขหรือ
จานวนนบั จะอา่ นเป็นเสียงเดมิ แตจ่ ะเปล่ียนเสียงตามเสียงที่อยมู่ าตามหลงั คือ ถ้าพยางค์เสียงที่อยู่
ตามหลงั “一”เป็นเสียงที่หนึ่ง เสียงที่สองและเสียงท่ีสาม“一”จะอา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่ส่ี ถ้าพยางค์
เสียงที่อย่ตู ามหลงั “一”เป็นเสียงที่ส่ีหรือเสียงเบา“一”จะอา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สอง

1)อา่ นจานวนตวั เลขทวั่ ไป

一、二、三…… yī、 èr 、sán…… หนง่ึ สองและ สาม

2)อา่ นออกเสียงตามพยางค์ที่ตามหลงั เชน่

一天 yìtiān หนงึ่ วนั “一” + เสียงที่หนงึ่
一年 yì nián หนงึ่ ปี “一” + เสียงที่สอง
一本 yìběn หนงึ่ เลม่ “一 ”+ เสียงที่สาม

一日 yí rì หนง่ึ วนั “一 ”+ เสียงท่ีส่ี

一个 yíge หนง่ึ อนั “一 ”+ เสียงเบา

2.“不”的变调 การเปลี่ยนเสียงของตวั “不”bù ปู้ ที่แปลวา่ “ไม”่

เสียงวรรณยกุ ตข์ องคาวา่ “不”คอื เสียงท่ีสี่ แตเ่ มื่ออยหู่ น้าพยางคท์ ่ีมีเสียงท่ีส่ี ให้

อา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สอง และเม่ืออยหู่ น้าพยางคเ์ สียงท่ีหนงึ่ เสียงท่ีสองและเสียงที่สาม

“不”จะอา่ นออกเสียงเป็นเสียงที่สี่ดงั เดมิ ตวั อยา่ งเชน่

(不吃) bù chī ไมก่ ิน “不” + เสียงที่หนงึ่

(不忙) bù máng ไมย่ งุ่ “不” + เสียงที่สอง

(不好) bù hǎo ไมด่ ี “不” + เสียงท่ีสาม

(不去) bú qù ไมไ่ ป “不” + เสียงที่สี่

d ìsānshēngliánd ú

3. 第三 声 连 读 หลกั การอา่ นออกเสียงของเสียงท่ีสามเมื่ออยซู่ ้อนกนั

1)很好 (hěn hǎo) เม่ือมีเสียงท่ีสามซ้อนกนั สองพยางค์ ให้ลดเสียงท่ีสามพยางค์

แรกเป็นเสียงที่สอง อา่ นเป็น “ hén hǎo” แตเ่ วลาเขียนตวั สะกดวรรณยกุ ต์ก็ยงั คงไว้ซงึ่

เคร่ืองหมายวรรณยกุ ตเ์ ดมิ

2)我很好 (Wǒ hěn hǎo) เมื่อมีเสียงที่สามซ้อนกนั อยสู่ ามพยางค์ เวลาอา่ น
ออกเสียง โดยทว่ั ไปแล้วก็จะลดเสียงสองพยางค์แรกเป็นเสียงที่สอง อา่ นวา่ “ Wó hén hǎo”

3)我也很好 (Wǒ yě hěn hǎo) เมื่อมีเสียงท่ีสามซ้อนกนั อยู่ ส่ีพยางค์
โดยทวั่ ไปสามารถอา่ นออกเสียงได้สองแบบ แบบท่ีหนงึ่ ให้ลดเสียงที่สามของ สามพยางคแ์ รกให้
เป็นเสียงท่ีสอง อา่ นเป็น “ Wó yé hén hǎo” แบบท่ีสอง อา่ นออกเสียงพยางคแ์ รกเป็นเสียงที่
สามคงเดมิ พยางค์ที่สองและพยางค์ท่ีสาม ให้ลดเสียง เป็นเสียงท่ีสอง อา่ นเป็น “ Wǒ yé hén

hǎo”

g éyīnf úhào

隔音符号 เคร่ืองหมายวรรคเสียง เมื่อพยางคเ์ สียงที่ขนึ ้ ต้นด้วย a、o、e ตามอยหู่ ลงั
พยางค์เสียงอ่ืน หากระยะแบง่ เขตของพยางค์เกิดความสบั สนจะใช้เคร่ืองหมาย ’ มาคนั่ กลาง เชน่

คาวา่ 西安 เมืองซีอาน เขียนเป็น Xī’āān และคาวา่ 天安门 เทียนอนั เหมิน

เขียนเป็น Tiān’ānmén เป็นต้น


Click to View FlipBook Version