การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา นางสาววราภรณ์ สำอางค์ มหาวิทยาลัยพะเยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 วิจัยฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา นางสาววราภรณ์ สำอางค์ มหาวิทยาลัยพะเยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 วิจัยฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
กิตติกรรมประกาศ การวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้สำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยความกรุณาและความอนุเคราะห์ จากคุณครู พับพึง ชูกำลัง คุณครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ที่คอยให้ ความช่วยเหลือรวมทั้งแนะนำแนวทางในการทำวิจัยในชั้นเรียน จนการวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้เสร็จ สมบูรณ์ไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ที่ให้ความร่วมมือใน การเป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยในครั้งนี้ ซึ่งเป็นไปอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ ประโยชน์ในการวิจัยในครั้งนี้เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของ นักเรียนเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนให้ไปในทางที่ดี และขอมอบเป็น ตัวอย่างในการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนทางด้านการอ่านออกเสียงในระดับชั้นต่าง ๆ
เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ผู้วิจัย วราภรณ์ สำอางค์ คุณครูที่ปรึกษา พับพึง ชูกำลัง คำสำคัญ การพัฒนา, ทักษะการเขียน, สารคดีท่องเที่ยว, จังหวัดสุโขทัย บทคัดย่อ การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา พบว่าคะแนนระหว่างเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนา ทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.57 จากคะแนนเต็ม 15 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.04 คิดเป็นร้อย ละ 77.12 และค่าเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.70 จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.46 คิดเป็นร้อยละ 64.70 ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยว ในจังหวัดสุโขทัย มีประสิทธิภาพ 77.12/97.05 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
สารบัญ บทที่ หน้า 1 บทนำ………………………………………………………………………………………………………………………… 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา……………………………………………………………. 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย……………………………………………………….……………………..…… 2 ประโยชน์ในการวิจัย……………………………………………………….…………………………………… 3 สมมติฐานในการวิจัย……………………………………………………………………………………..…… 3 ตัวแปรการศึกษา……………………………………………………….…………………………………..…… 3 แนวทางในการดำเนินวิจัย……………………………………………………….……………………..…… 3 ผลที่คาดว่าจะได้รับ……………………………………………………….……………………………….…… 4 นิยามศัพท์เฉพาะ……………………………………………………….……………………………………..… 4 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง…………………………………………………………………………… 6 ทำไมต้องเรียนภาษาไทย................................................................................... 6 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย............................ 6 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย................. 7 เอกสารเกี่ยวกับการเขียนสารคดี...................................................................... 7 เอกสารเกี่ยวกับจังหวัดสุโขทัย.......................................................................... 10 งานวิจัยเกี่ยวข้อง………………………………………………………………………………………………… 10 3 วิธีดำเนินวิจัย………………………………………………………………………………………………………….. 13 ประชากร……………………………………………………………………………………………………………… 13 กลุ่มตัวอย่าง………………………………………………………………………………………………..……… 13 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย................................................................................... 13 การเก็บรวบรวมข้อมูล...................................................................................... 14 การวิเคราะห์ข้อมูล........................................................................................... 14 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................... 15
สารบัญ (ต่อ) บทที่ หน้า 4 ผลการวิจัย………………………………………………………….…………………………………………..…….. 17 ผลการวิจัย………………………………………………………………………………………………………… 17 ผลสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล............................................................................. 17 5 บทสรุป…………………………………………………………………………….………………………………….. 20 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า................................................................................ 20 อภิปรายผล.................................................................................................... 20 ข้อเสนอแนะ................................................................................................... 21 บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………….. 23
สารบัญตาราง ตาราง หน้า 1 แสดงตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ..... 7 2 แสดงผลการเก็บคะแนนและการวิเคราะห์………………………………………………………. 17 3 ผลรวมคะแนนระหว่างเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการ จัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย.......... 19
1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยและเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็น เอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารเพื่อ สร้างความเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ด้านวัฒนธรรมประเพณีสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ ชาติไทยตลอดไป (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2552, หน้า 1) ดังนั้นคนไทยทุกคนจึง จำเป็นต้องศึกษาหลักเกณฑ์ทางภาษาและฝึกฝนทักษะทั้งการฟังพูดอ่านและเขียนภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพเพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารการเรียนรู้การเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันอีกทั้งยัง เป็นการสร้างเอกภาพของชาติและความจรรโลงเพื่อประโยชน์แก่ตนเองชุมชนสังคมและประเทศชาติ ด้วยความสำคัญของภาษาไทยดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดให้ วิชาภาษาไทย เป็นสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาต้องจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างพื้นฐานความคิดพื้นฐานในการ ดำรงชีวิตให้มีคุณภาพและเป็นกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาและวิกฤติของชาติในทุกระดับการศึกษา โดยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มการเรียนรู้ภาษาไทยได้กำหนด ทักษะการเรียนภาษาไทยโดยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้ง 5 สาระ คือ สาระที่ 1 การอ่าน สาระที่ 2 การเขียนสาระที่3 การฟัง การดูและการพูด สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย และสาระที่5 วรรณคดี และวรรณกรรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551, หน้า 1 - 3) โดยผู้วิจัยใช้สาระที่2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ เขียนย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ท 2.1 ม. 4-6 / 4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ (สารคดี) (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551. หน้า 21) จากการศึกษาปัญหาทักษะการเขียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษาที่ 1/2565 คือ การที่นักเรียนไม่สามารถวางโครงเรื่องในการเขียนได้ นักเรียนเกิดความสับสนและไม่มีมั่นใจว่าควร จะลำดับโครงเรื่องในงานเขียนอย่างไรดี ซึ่งนำมาสู่การที่ผู้วิจัยต้องการที่จะพัฒนาทักษะการเขียนของ นักเรียนให้มีการวางโครงเรื่องได้ดียิ่งขึ้น
2 โดยในการทำวิจัยในครั้งผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling ) โดยเป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 จำนวน 44 คน ผู้วิจัยนำกลุ่มตัวอย่างเข้ากระบวนการที่ผู้วิจัยได้ จัดเตรียมไว้ตามขั้นตอนดังนี้ 1. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการเขียนสารคดีที่ผ่านการพิจารณาผ่าน ผู้ทรงคุณวุฒิ (IOC) แล้วได้ข้อสอบที่ใช้จริงจำนวน 20 โดยผ่านการหาค่าความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) จากผู้เชี่ยวชาญแล้ว 2. จัดการเรียนการสอนในเนื้อหาของการเขียน สารคดี โดยมีการจัดการเรียนการสอนทั้งในรูปแบบเนื้อหาและในรูปแบบปฏิบัติเขียนงานเขียน จำนวน 10 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นเนื้อหา 3 ชั่วโมงและปฏิบัติเขียนงานเขียน 7 ชั่วโมง 3. ผู้วิจัยประเมินผลงาน เขียนของนักเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และหาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย ̅ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน S.D. และค่าร้อยละ โดยแนวทางในการเขียนสาระคดี ผู้วิจัยให้นักเรียนเขียนสารคดีเป็นชิ้นงานรายบุคคลโดยให้ เขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภายในจังหวัดสุโขทัย เนื่องจากโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา เป็นโรงเรียน ประจำอำเภอสวรรคโลก และตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัยที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมรดกโลก ซึ่ง เป็นการทำให้นักเรียนมีจิตสำนึกรักบ้านเมืองถิ่นที่อยู่อาศัย รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรม ขนมธรรมเนียม ประเพณีของจังหวัดสุโขทัยอย่างลีกซึ้ง ด้วยเหตุนี้เองผู้วิจัยเห็นว่าทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา จำเป็นต้องเพิ่มทักษะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนงานเขียนของ นักเรียนทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดในการเขียนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียนได้ในอนาคต รวมทั้ง การเขียนสารคดีที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมประเพณี ของจังหวัดสุโขทัย ซึ่งส่งผลให้นักเรียนมีเกิดความรักและความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ด้วยเหตุผล ดังกล่าวจึงเป็นที่มาและความสำคัญในการจัดทำวิจัยฉบับนี้ขึ้น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา 2. เพื่อให้นักเรียนเกิดความรักและความภูมิใจในท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่
3 ประโยชน์ในการวิจัย พัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 จำนวน 44 คน ให้มีทักษะการเขียนที่ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สมมติฐานในการวิจัย นักเรียนสามารถนำทักษะการเขียนสารคดีที่ได้นำไปต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นอื่น ๆ ของนักเรียนต่อไปในอนาคต ตัวแปรการศึกษา 1. ตัวแปรต้น คือ การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย 2. ตัวแปรตาม คือ นักเรียนสามารถเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัยได้ดีและมี ประสิทธิภาพ แนวทางในการดำเนินการวิจัย 1. ศึกษาปัญหาและกำหนดปัญหา 2. ตั้งสมมติฐานและหาวิธีแก้ปัญหา 3. รวบรวมข้อมูล 4. สร้างเครื่องมือในการวิจัย 4.1 สร้างข้อสอบปรนัยก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ ใช้จริง 20 ข้อโดยผ่านการหาค่าความ สอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) 4.2 สร้างเกณฑ์ในการตัดสินผลงานเขียนของนักเรียนในรูปแบบรูบริคส์(Rubric) เพื่อ ประเมินค่าสารคดีท่องเที่ยวที่นักเรียนเขียน 5. เก็บข้อมูลโดยการติดตามและให้คำแนะนำงานเขียนในคาบเรียนที่ให้นักเรียนลงมือในการ ปฏิบัติเขียนงานสารคดี จำนวน 10 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นเนื้อหา 3 ชั่วโมงและปฏิบัติเขียนงาน เขียน 7 ชั่วโมง 6. วิเคราะห์ผลการวิจัย โดยวิเคราะห์หาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย ̅ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน S.D. และค่าร้อยละ 7. สรุปผลและเขียนรายงานการวิจัย
4 ผลที่คาดว่าจะได้รับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 จำนวน 44 คน สามารถเขียนงานสารคดีท่องเที่ยวได้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการเขียนสารคดี โดยมีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 มากกว่าหรือเท่ากับ 75/75 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การพัฒนา หมายถึง ทำให้เจริญขึ้น, ทำให้ดีขึ้น 2. การเขียน หมายถึง การขีดให้เป็นตัวหนังสือหรือเลขเพื่อสื่อความหมาย 3. สารคดีท่องเที่ยว หมายถึง วรรณกรรมร้อยแก้วที่ผู้เขียนบันทึกเรื่องราวที่ได้ประสบในการ ท่องเที่ยวโดยให้ความรู้ทางด้าน สภาพท้องถิ่น สภาพของคน ความเป็นอยู่ของคน ความรู้ ทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ประเพณี วัฒนธรรม การทำมาหากิน หรือที่ พักผ่อนหย่อนใจ 4. จังหวัดสุโขทัย หมายถึง เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมรดกโลก ทางด้าน โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา เช่น ประเพณีลอยกระทงที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัด ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดลายสือไทย
5 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เรื่อง การพัฒนาทักษะการ เขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ดังนี้ 1. เอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ ภาษาไทย 1.1 ทำไมต้องเรียนภาษาไทย 1.2 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1.3 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 2. เอกสารเกี่ยวกับการเขียนสารคดี 2.1 ความหมายของสารคดี 2.2 ประเภทของสารคดี 3. เอกสารเกี่ยวกับจังหวัดสุโขทัย 3.1 ความเป็นมาและความสำคัญของจังหวัดสุโขทัย 4. วิจัยที่เกี่ยวข้อง 4.1 การพัฒนาทักษะการเขียนวิเคราะห์สื่อสารอย่างสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 4.2 การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5โรงเรียนราชประชานุเคราะห์26 จังหวัดลำพูน
6 1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การ เรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551, หน้า 31 - 46) จึง ชี้ให้เห็นว่าทำไมต้องเรียนภาษาไทยกำหนดคุณภาพของผู้เรียนสาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทยและตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยไว้ดังนี้ 1.1 ทำไมต้องเรียนภาษาไทย ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็น เอกภาพและ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้าง ความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิต ร่วมกัน ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จาก แหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และ สร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิ ปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป 1.2 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ไว้ว่า สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสารเขียนเรียงความย่อความและ เขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่3 การฟัง การดูและการพูด มาตรฐาน
7 ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกใน โอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สร้างสรรค์ สาระที่4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและ พลังของภาษาภูมิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไว้ เป็นสมบัติของชาติ สาระที่5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 1.3 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ในงานวิจัยครั้งนี้ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางที่เกี่ยวข้อง คือ สาระการเขียน ดังตาราง 1 ตาราง 1 แสดงตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ม. 4 - 6 ท 2.1 ม. 4-6 / 4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ จากการวิจัยในครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัด สุโขทัย ในการพัฒนาทักษะการเขียนสารคดี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับมาตรฐานตัวชี้วัด ท 2.1 ม. 4-6 / 4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ (สารคดี) 2. เอกสารเกี่ยวกับการเขียนสารคดี 2.1 ความหมายของสารคดี พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546, หน้า 1182) ได้ให้ความหมายของ สารคดีไว้ว่า สารคดี [สาระ-] น. เรื่องที่เรียบเรียงขึ้นจากความจริงไม่ใช่จินตนาการ เช่น สารคดี ท่องเที่ยว สารคดีชีวประวัติ ภัทรา (2560, หน้า 84) ได้ให้ความหมายสารคดีไว้ว่า สารคดี คือ งานเขียนประเภท สารคดีในหนังสือพิมพ์มุ่งนำเสนอความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นเรื่องที่คนในสังคมให้ความสนใจ เน้นการนำเสนอความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผู้เขียนสะท้อนความคิดเห็นส่วนตัวในงานเขียนใน
8 เชิงสร้างสรรค์ เช่น ผลกระทบจากข่าว เหตุการณ์สำคัญ การแพทย์เทคโนโลยี การเกษตร ฯลฯ การให้ ข้อมูลในงานเขียนสารคดีจะนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงซึ่งสามารถนำไปเพิ่มพูนความรู้ และ ประสบการณ์แก่ผู้อ่าน ถึงแม้เนื้อหาในงานเขียนสารคดีจะมีเรื่องราวที่เป็นสารประโยชน์ แต่ลีลาการใช้ ภาษาที่สละสลวย สร้างความเพลินเพลิน ไม่เคร่งเครียด ทำให้งานเขียนสารคดีได้รับความนิยมจาก ผู้อ่าน ปานฉาย ฐานธรรม (ม.ป.ป., หน้า 51) อธิบายว่า "สารคดี คือ การเขียนที่เน้นข้อมูลที่เป็นความ จริงมากที่สุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้ และความจริง เพื่อให้เกิดคุณค่าทางปัญญา" ฉลวย สุรสิทธิ์ (2522, หน้า 259) อธิบายว่า คำว่า สารคดี ถ้าแยกคำแล้วแปล ก็จะได้ความว่า สาร หมายถึง สำคัญ คดี หมายถึง เรื่อง ถ้าแปลรวมกันก็หมายถึง เรื่องใดที่มีสาระสำคัญ และถ้าเทียบ คำนี้ทับคำภาษาอังกฤษจะเท่ากับคำ feature ซึ่งมีรากศัพท์ว่า fact ซึ่งแปลว่า ความจริง เพราะฉะนั้น การเขียนสารคดีจึงหมายถึง การเขียนเรื่องใด ๆ ที่เป็นความจริง มีสาระสำคัญน่ารู้ที่แฝงด้วยความจริง เนื้อหามีสาระสำคัญที่เชื่อถือได้ เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต (2533, หน้า 61) กล่าวถึงความหมายของสารคดีว่า "สารคดีจะมี ลักษณะเนื้อหาสาระเชิงวิชาการที่ใช้รูปแบบไม่เป็นทางการ มีสาระความเพลิดเพลิน และความรู้ ใช้ สำนวนภาษาทันสมัย เร้าความสนใจ อยากติดตาม และมีอิสระในการใช้ภาษา" ถวัลย์ มาศจรัส (2545, หน้า 244) อธิบายว่า "สารคดี (Non-fiction) คือ งานเขียนที่ยึดถือ เรื่องราวจากความเป็นจริงนำมาเขียน เพื่อมุ่งแสดงความรู้ทรรศนะความคิดเห็นเป็นหลัก ด้วยการจัด ระเบียบความคิดในการนำเสนอ ผสมผสานในการถ่ายทอดต่อการสนใจใฝ่รู้ของผู้อ่าน เพื่อให้เกิด คุณค่าทางปัญญา" วนิดา บำรุงไทย (2545, หน้า 9) ได้ให้ความหมายของสารคดีไว้ว่า "สารคดี คือ เรื่องสร้างสรรค์ (creative) บางครั้งมีความเป็นอัตวิสัย (subjective) เป็นข้อเขียนที่มุ่งให้ความบันเทิง และข่าวสาร เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน สถานการณ์หรือแง่มุมชีวิตที่น่าสนใจ" สุจิรา ช้างอยู่, วิลาวัลย์ ม่วงเอี่ยม, สุจารี หอมนาน (2546, หน้า 7) กล่าวว่า "สารคดีเป็นงาน เขียนร้อยแก้วที่มีเนื้อหาหลากหลายโดยผ่านการกลั่นกรองข้อเท็จจริง แล้วนำมาเสนอผ่านภาษาที่มี สีสันชวนอ่าน มีเนื้อหาในการนำเสนอข้อเท็จจริงในรูปแบบการอธิบาย การวิจารณ์ หรืออาจมีเรื่องราว เกี่ยวกับความบันเทิงสอดแทรก"
9 ชลอ รอดลอย (2551, หน้า 3) กล่าวถึงความหมายของสารคดีไว้ว่า "สารคดี คือ งานประพันธ์ ร้อยแก้วที่ผู้เขียนมุ่งที่จะเสนอความรู้และความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆเป็นหลัก เพื่อให้ผู้อ่านได้รับ ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อมกันด้วย" ศรี คณปติ (2551, ย่อหน้า 1) ให้ความเห็นว่า "สารคดี หมายถึง งานเขียนที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ข้อเท็จจริง เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่มีตัวตนจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มีเจตนาเบื้องต้นในการ ให้สาระ ความรู้ ความคิด ทั้งนี้ต้องมีกลวิธีการเขียนให้เกิดความเพลิดเพลินด้วย" เกศินี จุฑาวิจิตร (2552, หน้า 259) กล่าวถึงความหมายของสารคดีไว้ว่า "สารคดี คือความ เรียงที่มุ่งนำเสนอข่าวสารข้อมูลความรู้ และข้อเท็จจริงพร้อมกับให้ความเพลิดเพลิน และความพึงพอใจ ผ่านการใช้ภาษาที่พิถีพิถัน เร้าใจ คมคาย และงดงาม" จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า สารคดี คือ งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ประเภทร้อยแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องราว ที่เกิดขึ้นจริง มุ่งเสนอความรู้ที่น่าสนใจ และความเพลิดเพลินในการอ่าน โดยมีการใช้ภาษาที่ทันสมัย คมคาย งดงาม เร้าความสนใจ อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคล หรือสถานการณ์ 2.2 ประเภทของสารคดี สารคดี สามารถจำแนกออกเป็นประเภทใหญ่ได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1. สารคดีประวัติบุคคล สารคดีบุคคลแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ 1.1 สารคดีอัตชีวประวัติ หมายถึง สารคดีที่เจ้าของประวัติเขียนเล่า ประวัติและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง 1.2 สารคดีชีวประวัติ หมายถึง สารคดีที่มีผู้อื่นกล่าวถึง อาจเป็น ชีวประวัติรวมหลาย ๆ ชีวิตในเล่มเดียว หรืออาจเป็นชีวประวัติของบุคคลเดียวก็ได้ 2. สารคดีท่องเที่ยว สารคดีท่องเที่ยว เป็นสารคดีที่เล่าเรื่องราวการเดินทาง ไปในสถานที่ต่าง ๆ มุ่งให้ความรู้แก่ผู้อ่านในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความเป็นอยู่ของ ผู้คน รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นคู่มือการเดินทาง เช่น เส้นทางการเดินทาง ที่พัก อาหาร ฯลฯ นอกจากนั้นผู้เขียนมักให้ข้อสังเกต และแสดงทัศนะต่อสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย 3. สารคดีแนะนำ สารคดีแนะนำจะมีเนื้อหาหลากหลาย ครอบคลุมการ ดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกแง่มุม ตั้งแต่เรื่องปัจจัยสี่ การประกอบอาชีพ จนถึงการพักผ่อนหย่อนใจ
10 3. เอกสารเกี่ยวกับจังหวัดสุโขทัย 3.1 ความเป็นมาและความสำคัญของจังหวัดสุโขทัย สุโขทัย ในอดีตเคยเป็นราชธานีแห่งแรกของชาติไทย เมื่อ 700 ปีมาแล้ว ปัจจุบันเป็นจังหวัด หนึ่งในเขตภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่รวมประมาณ 6,596 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างกรุงเทพฯ 427 กิโลเมตรและห่างจากเชียงใหม่ 298 กิโลเมตร โดยสุโขทัยปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอกงไกรลาศ อำเภอคีรีมาศ อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีนคร คำว่า สุโขทัย มาจากคำสองคำคือ สุข+อุทัย หมายความว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข สุโขทัยได้เริ่ม ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ. ศ. 1800 มีการสถาปนาราชวงศ์พระร่วงขึ้นปกครองสุโขทัย โดยมี พ่อขุนศรี อินทราทิตย์เป็นปฐมกษัตริย์ ตลอดระยะเวลา 120 ปี ราชวงศ์สุโขทัย มีกษัตริย์ปกครองหลายพระองค์ ที่สำคัญคือ "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช" ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และวางรากฐานการเมือง การปกครอง ศาสนา ตลอดจนขยาย อาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง และด้วยความสำคัญในฐานะ ที่เป็นเอกลักษณ์ทางศิลปะของไทยในสมัยเริ่มสร้าง อาณาจักร ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการ ยกย่องให้เป็น มรดกโลก โดยองค์การ UNESCO เมื่อเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2534 (legendha Sukhothai. ม.ป.ป.) 4. วิจัยที่เกี่ยวข้อง 4.1 การพัฒนาทักษะการเขียนวิเคราะห์สื่อสารอย่างสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีของ นักเรียนโดยใช้แหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์26 จังหวัดลำพูน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน การศึกษาครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์26 จังหวัดลำพูน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จำนวน 20 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 เครื่องมือที่ใช้ใน การศึกษาในครั้งนี้ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้การเขียนสารคดีโดยใช้แหล่งเรียนรู้ใน โรงเรียน จำนวน 4 แผน รวมจำนวนเวลา 14 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเขียนสารคดีก่อน เรียน และหลังเรียน เป็นแบบทดสอบแบบอัตนัย 3) แบบประเมินทักษะการเขียนสารคดี 4) แบบประเมินผลงานสารคดี วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบค่าที และ หาค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนกลุ่มและรายบุคคล เพื่อเทียบกับเกณฑ์การผ่านการประเมินที่ร้อยละ 65
11 นำเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางประกอบการบรรยาย สำหรับการวิเคราะห์ผลทักษะการเขียนสารคดี และ ผลงานเขียนสารคดี หาค่าเฉลี่ยร้อยละของกลุ่ม แล้วนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมินที่ร้อยละ 65 และนำเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางประกอบการบรรยายผลการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธิ์การเขียน สารคดีโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 และผ่านเกณฑ์ร้อยละ 65 ที่ตั้งไว้ โดยได้ค่าเฉลี่ยรวมหลังเรียนเท่ากับ 77.97 นักเรียนมี ทักษะการเขียนสารคดีโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน โดยได้ค่าเฉลี่ยรวมร้อยละ 75.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 65 ที่ตั้งไว้ และมีคุณภาพชิ้นงานโดยเฉลี่ยเท่ากับ 73.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 65 ที่ตั้งไว้ 4.2 การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์26 จังหวัดลำพูน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษา แบบองค์รวม ที่เสริมสร้างทักษะการเขียนวิเคราะห์สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ในลักษณะการเขียนสารคดี ท้องถิ่นของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการ เขียนวิเคราะห์สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ในลักษณะการเขียน สารคดีท้องถิ่นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวการสอน ภาษาแบบองค์รวม การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) ตามแบบแผนการ วิจัย Pre- Experimental Designs แบบหนึ่งกลุ่มสอบ ก่อนหลัง One Group Pretest-Posttest Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้จากการสุ่มกลุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ นักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน และสถิติ (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาความสามารถ ด้านเขียนสารคดี ท้องถิ่นตามแนวการสอนภาษาแบบองค์รวมที่เสริมสร้างทักษะการเขียนวิเคราะห์สื่อสารอย่าง สร้างสรรค์มีประสิทธิภาพ 91.91/76.14 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้2)ความสามารถทางการเขียน วิเคราะห์สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ในลักษณะการเขียนสารคดีท้องถิ่นของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ก่อนและ หลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาแบบองค์รวมที่เสริมสร้างทักษะการเขียน วิเคราะห์สื่อสารอย่าง สร้างสรรค์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยค่าเฉลี่ยของ
12 คะแนนความสามารถด้านการ เขียนสารคดีท้องถิ่นของผู้เรียนหลังได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ สูงกว่าก่อนได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้
13 บทที่ 3 การดำเนินงานวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัยของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยาและเพื่อให้นักเรียนเกิดความรักและความ ภูมิใจในท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่ โดยมีการดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การวิเคราะห์ข้อมูล 5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 38 อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 10 ห้อง มีนักเรียน จำนวน 413 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 38 อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 1 ห้อง มีนักเรียนจำนวน 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. ข้อสอบปรนัยก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ ใช้จริง 20 ข้อโดยผ่านการหาค่าความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC)
14 2. ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 – 35 เรื่อง หลักการเขียนสารคดีและการผลิตงานสาร คดี 3. ผู้วิจัยสร้างเกณฑ์ในการตัดสินผลงานเขียนของนักเรียนในรูปแบบรูบริคส์(Rubric) เพื่อ ประเมินค่าสารคดีท่องเที่ยวที่นักเรียนเขียน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ผู้วิจัยนำข้อสอบปรนัยก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ ใช้จริง 20 ข้อโดยผ่านการหาค่าความ สอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) ทำการทดสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 จำนวน 43 คน 2. ผู้วิจัยนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 – 35 เรื่อง หลักการเขียนสารคดีและการผลิตงานสาร คดี มาทำการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนพร้อมทั้งผลิตผลงานเขียนสารคดี ท่องเที่ยวภายในแผนการจัดการเรียนรู้ 3. ผู้วิจัยสร้างเกณฑ์ในการตัดสินผลงานเขียนของนักเรียนในรูปแบบรูบริคส์(Rubric) เพื่อ ประเมินค่าสารคดีท่องเที่ยวที่นักเรียนเขียน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ 4. วิเคราะห์ผลการวิจัย โดยวิเคราะห์หาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย ̅ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน S.D. และค่าร้อยละ 5. สรุปผลและเขียนรายงานการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนำผลคะแนนข้อสอบปรนัยก่อนเรียน คะแนนระหว่างเรียน และคะแนนผลงานเขียน มา หาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย ̅ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. และค่าร้อยละ
15 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล หาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) หาค่า E1 1 = (∑ /) ×100 โดยที่ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในชุดการสอนคิดเป็นร้อยละจากการทำ แบบฝึกหัดและหรือประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนระหว่างเรียน ∑X แทน คะแนนจากการทำแบบฝึกหัดและหรือการประกอบกิจกรรมการเรียน ระหว่างเรียน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดและหรือกิจกรรมการเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน หาค่า E2 2 = (∑ /) ×100 โดยที่ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (พฤติกรรมที่เปลี่ยนในตัวผู้เรียนหลังการเรียนด้วยชุด การเรียนการสอน) คิดเป็นอัตราส่วนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนและหรือประกอบกิจกรรมหลัง เรียน ∑F แทน คะแนนรวมของผู้เรียนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนและหรือการประกอบ กิจกรรมหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของการสอบหลังเรียนและหรือกิจกรรมหลังเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน
16 หาค่าเฉลี่ย ̅ หาค่าเฉลี่ย ̅= โดยที่ ̅ แทน ตัวกลางเลขคณิตหรือค่าเฉลี่ย แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน N แทน จำนวนคนทั้งหมด ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน S.D. หาค่า S.D. = √∑ 2−( 2) (−1) โดยที่ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนสมาชิกในกลุ่มนั้น แทน ผลรวมคะแนนทั้งหมด หาค่าร้อยละโดยใช้สูตร ค่าร้อยละ = ̅ x 100 โดยที่ ̅ แทน จำนวนการออกเสียงที่นักเรียนมีปัญหา N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง
17 บทที่ 4 ผลการวิจัย ผู้วิจัยนำข้อสอบผ่านการหาค่าความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) มาแล้วจำนวน 20 ข้อทำการทดสอบนักเรียนกลุ่มตัวอย่างในท้ายคาบของชั่วโมงที่ 26 แล้วนำผล คะแนนบันทึกลงแบบบันทึก จากนั้นผู้วิจัยได้ปฏิบัติตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 – 35 มาทำการ จัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนพร้อมทั้งผลิตผลงานเขียนสารคดีท่องเที่ยวภายในแผนการจัดการ เรียนรู้และประเมินผลงานงานเขียนของนักเรียนในรูปแบบรูบริคส์(Rubric) เพื่อประเมินค่าสารคดี ท่องเที่ยวที่นักเรียนเขียน ได้ผลออกมาดังตารางที่ 2 ผลการเก็บคะแนนและการวิเคราะห์ดังนี้ ตารางที่ 2 แสดงผลการเก็บคะแนนและการวิเคราะห์ เลขที่ คะแนนก่อนเรียน (10 คะแนน) คะแนนระหว่างเรียน (5 คะแนน) คะแนนผลงาน (10 คะแนน) รวมคะแนนระหว่างเรียน (15 คะแนน) รวมคะแนนหลังเรียน (15 คะแนน) 1 6 5 9 11 20 2 7 4 9 11 20 3 7 5 9 12 21 4 7 5 9 12 21 5 7 5 9 12 21 6 6 5 9 11 20 7 6 5 10 11 21 8 6 5 10 11 21 9 8 5 9 13 22 10 9 5 10 14 24 11 9 5 10 14 24 12 8 4 10 12 22 13 8 5 9 13 22 14 8 5 10 13 23
18 15 7 5 10 12 22 16 6 5 10 11 21 17 6 5 10 11 21 18 6 4 9 10 19 19 6 4 10 10 20 20 7 4 9 11 20 21 7 4 10 11 21 22 7 5 10 12 22 23 7 5 10 12 22 24 5 5 10 10 20 25 6 5 10 11 21 26 7 5 10 12 22 27 7 5 10 12 22 28 7 5 10 12 22 29 7 5 9 12 21 30 5 5 10 10 20 31 5 5 10 10 20 32 6 5 10 11 21 33 7 5 10 12 22 34 8 5 10 13 23 35 5 5 9 10 19 36 7 4 10 11 21 37 6 4 10 10 20 38 7 4 10 11 21 39 7 5 10 12 22 40 6 5 10 11 21
19 41 7 5 10 12 22 42 7 5 10 12 22 43 8 5 9 13 22 44 7 5 10 12 22 509 427 11.57 9.70 S.D. 1.04 0.46 ร้อยละ 77.12 64.70 E1 = 77.12 E2 = 97.05 จากตารางที่2 พบว่าประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดี ท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย มีประสิทธิภาพการเรียนรู้ E1 เท่ากับ 77.12 ผู้วิจัยนำผลรวมคะแนนระหว่างเรียนมาเปรียบเทียบกับคะแนนหลังเรียนของนักเรียนที่เรียน ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลรวมคะแนนระหว่างเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการ เรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย คะแนน S.D. ร้อยละ คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบย่อยระหว่างเรียน (E1) 509 11.57 1.04 77.12 คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์(E2) 427 9.70 0.46 64.70 ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เท่ากับ 77.12/97.05 จากตาราง 3 พบว่าคะแนนระหว่างเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการ เขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.57 จากคะแนนเต็ม 15 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.04 คิดเป็นร้อย ละ 77.12 และค่าเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.70 จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.46 คิดเป็นร้อยละ 64.70 ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวใน จังหวัดสุโขทัย มีประสิทธิภาพ 77.12/97.05 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
20 บทที่ 5 บทสรุป การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดย สามารถเขียนงานสารคดีท่องเที่ยวได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักการเขียนสารคดี โดยมีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 มากกว่าหรือเท่ากับ 75/75 สรุปผลการวิจัย พบว่าคะแนนระหว่างเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดี ท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.57 จากคะแนนเต็ม 15 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.04 คิดเป็นร้อย ละ 77.12 และค่าเฉลี่ยจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนได้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.70 จาก คะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.46 คิดเป็นร้อยละ 64.70 ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย มี ประสิทธิภาพ 77.12/97.05 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อภิปรายผล จากผลการวิจัยที่บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัยแล้วนั้น ผลการวิจัยยังมีประสิทธิภาพ 77.12/97.05 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เนื่องจาก ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างแผนการ จัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบมีกระบวนการตามขั้นตอน คือ ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช 2551 เกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนรู้ หลักการ จุดมุ่งหมาย โครงสร้าง เวลาเรียน แนวการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย การวัดผลและประเมินผล มาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด (กระทรวงศึกษาธิการ, 2552 หน้า 4-37) ศึกษาวิธีการ หลักการ การจัดการเรียน ต่าง ๆ ผนวกเข้ากับการจัดการเรียนการตามแนวการสอนที่ผู้วิจัยเป็นผู้เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ขึ้นควบคู่ไป กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในจังหวัดที่นัดเรียนอาศัยอยู่ เพื่อที่ทำให้นักเรียนตระหนักรู้ ในทรัพย์สินและภูมิปัญญาของท้องถิ่น ซึ่งหลังการได้นำกระบวกการจัดการเรียนรู้เข้าสอนกับนักเรียน
21 นักเรียนมีความสนใจและสามารถเขียนผลงานสารคดีท่องเที่ยวออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี มากทุกคน ข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/6 โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ผู้วิจัยพบว่ายังมีประเด็นที่น่าสนใจและศึกษาต่อไป อีกดังนี้ 1. การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีชีวประวัติของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน สวรรค์อนันต์วิทยา 2. การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีอัตชีวประวัติของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน สวรรค์อนันต์วิทยา
22 บรรณานุกรม
23 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. บัวลักษณ์ เพชรงาม. (2565). การพัฒนาทักษะการเขียนวิเคราะห์สื่อสารอย่างสร้างสรรค์สำหรับ นักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพมหานคร. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/253295 ปรีชา มีแจ้. (2551). การพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์26 จังหวัดลำพูน. ลำพูน. โรงเรียน ราชประชานุเคราะห์26, สืบค้นจาก http://cmuir.cmu.ac.th/handle/6653943832/12732
24