The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาอิสระ เรื่อง ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลงของ วง THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Warapron Samang, 2023-07-03 05:45:57

การศึกษาอิสระ เรื่อง ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลงของ วง THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE

การศึกษาอิสระ เรื่อง ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลงของ วง THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE

1 ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE วราภรณ์ สำอาþค์ การศึกษาอิสระเสนอเป็นส่วนหนึ่þขอþการศึกษา หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิāาภาษาไทย มีนาคม 2565 ลิขสิทธิ์เป็นขอþมหาวิทยาลัยพะเยา


2


3 ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE วราภรณ์ สำอาþค์ การศึกษาอิสระเสนอเป็นส่วนหนึ่þขอþการศึกษา หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิāาภาษาไทย มีนาคม 2565 ลิขสิทธิ์เป็นขอþมหาวิทยาลัยพะเยา


4 ĤĩÿĩĚęĿĎĬĻĒĚĭøĠĩĴĜħøĚĚĘøĩĚġĤđøĩĚğĭøĠĩĤ īġĚħĒĚħÿĪġĩùĩĞ īāĩėĩĠĩķĎęķċļĕīÿĩĚĊĩ øĩĚğ ĭøĠĩĤ īġĚħijĚ Į ĻĤþÁėĩĕġħĎ ļĤĐûĞĩĘĚĨøĎ ĬĻĒĚĩøĆĶĐijĕĜþùĤþĞþTHREE MAN DOWN ĤĨĜđĨ ļĘ5)*4$*5:80/¿5#&-0/&-:"/:.03& ijĢĺĐġĘûĞĚĚĨđijĒĺĐġĻĞĐĢĐ ĭĻþùĤþøĩĚğĭøĠĩČĩĘ ĢĜĨøġİČĚĒĚīĄĄĩğīĜĒğĩġČĚđĨĊĈīČġĩùĩĞīāĩėĩĠĩķĎęùĤþĘĢĩĞ īĎęĩĜĨęĕħijęĩ  ĐĩęĕīĎęĩċĞþČĩċĪ ĤĩÿĩĚęĿĎĬĻĒĚĭøĠĩ  øĚĚĘøĩĚ ĐĩþġĩĞÿīĐČĐĩĴĒđċīđ ĤĩÿĩĚęĿĒĚħÿĪġĩùĩĞ īāĩėĩĠĩķĎę wbmr


5 กิตติกรรมประกาศ การศึกษาอิสระĀบับนี้สำเร็ÿลุล่วþลþได้ด้วยความกรุณาและความอนุเคราะห์ ÿาก อาÿารย์พิทยา ดวþตาดำ อาÿารย์ที่ปรึกษา ที่ได้คอยให้คำแนะนำ āี้แนะแนวทาþ ตลอดÿน ตรวÿสอบแก้ไขข้อบกพร่อþต่าþ ๆ ด้วยความเอาใÿใส่มาโดยตลอด ÿนการศึกษาอิสระĀบับนี้ เสร็ÿสมบูรณ์ไปได้ด้วยดี ผู้ศึกษาÿึþขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่าþสูþมา ณ โอกาสนี้ ขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และญาติพี่น้อþทุกท่านเป็นอย่าþสูþที่ได้ให้ความรัก ความห่วþใย และคอยสนับสนุนในการศึกษาขอþผู้ศึกษามาโดยตลอด ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่คอยให้คำปรึกษา ให้ความā่วยเหลือ และให้กำลัþใÿเสมอมา นอกÿากนี้ยัþมีผู้ที่ให้ความร่วมมือā่วยเหลืออีกหลายท่าน Ăึ่þผู้ศึกษาไม่สามารถกล่าวนามในที่นี้ ได้หมด ÿึþขอขอบพระคุณทุกท่านเหล่านั้นไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ประโยāน์และคุณค่าที่ได้รับÿากการศึกษาอิสระĀบับนี้ ผู้ศึกษาขอมอบความดีทั้þหมด แด่ผู้มีพระคุณทุกท่าน และขอมอบเป็นตัวอย่าþให้แก่ผู้ที่สนใÿที่ÿะศึกษาภาพสะท้อนความรัก ที่ปรากฏในเพลþอื่น ๆ ต่อไป วราภรณ์ สำอาþค์


6 เรื่อþ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ผู้ศึกษาค้นคว้า วราภรณ์ สำอาþค์ อาÿารย์ที่ปรึกษา พิทยา ดวþตาดำ ประเภทสารนิพนธ์ การศึกษาอิสระ ศศ.บ. (ภาษาไทย), มหาวิทยาลัยพะเยา, 2565 คำสำคัญ ภาพสะท้อน, ความรัก, เพลþ บทคัดย่อ การวิÿัยครั้þนี้ มีÿุดประสþค์เพื่อ ÿัดประเภทภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ÿากทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg ÿากการศึกษาพบว่าในการวิเคราะห์ภาพสะท้อนความรัก ที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE แบ่þออกเป็น 6 ด้าน พบÿำนวนเพลþที่ปรากฎความรักรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) มากที่สุด ลำดับรอþลþมา คือ ความรักรูปแบบความāอบ (liking) และ ความรักรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) Ăึ่þทั้þสอþพบÿำนวน ความรักที่ปรากฎในเพลþเท่ากัน ลำดับรอþลþมา คือ ความรักรูปแบบรักแบบหลþใหล (infatuated love), ความรัก รูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) และความรักรูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) ทั้þสาม รูปแบบพบÿำนวนความรักที่ปรากฏในเพลþเท่ากัน


7 สารบัญ บทที่ หน้า 1 บทนำ…………………………………………………………………………………………………………………… 1 ความเป็นมาและความสำคัญขอþปัญหา………………………………………………………. 1 วัตถุประสþค์ขอþการวิÿัย............................................................................. 2 ขอบเขตขอþการวิÿัย................................................................................... 2 นิยามศัพท์เĀพาะ........................................................................................ 4 ประโยāน์ที่คาดว่าÿะได้รับÿากการวิÿัย........................................................ 4 2 เอกสารและþานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþ……………………………………………………………………… 5 เอกสารที่เกี่ยวข้อþกับเพลþป็อป, ป็อปร็อก.................................................. 5 เอกสารที่เกี่ยวข้อþกับทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg......................................................................... 7 þานวิÿัยเกี่ยวข้อþ........................................................................................ 14 3 วิธีดำเนินวิÿัย…………………………………………………………………………………………………….. 17 รูปแบบการวิÿัย.......................................................................................... 17 แหล่þข้อมูลที่ใā้ในการวิÿัย.......................................................................... 17 เครื่อþมือที่ใā้ในการวิÿัย.............................................................................. 18 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................. 19 การวิเคราะห์ข้อมูล...................................................................................... 19 การนำเสนอผลการวิÿัย............................................................................... 19 กรอบแนวคิดการวิÿัย.................................................................................. 19


8 สารบัญ (ต่อ) บทที่ หน้า 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล……………………………………………………………………………………….. 21 ความรักรูปแบบความāอบ (liking)................................................................ 21 ความรักรักแบบหลþใหล (infatuated love)................................................... 24 ความรักรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love)........................................ 26 ความรักรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love)................................. 28 ความรักรูปรักแบบไร้สติ (fatuous love)........................................................ 33 ความรักรูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love)............................. 36 5 บทสรุป……………………………………………………………………………………………………………….. 41 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า............................................................................. 41 อภิปรายผล................................................................................................. 42 ข้อเสนอแนะ................................................................................................ 43 บรรณานุกรม………………………………………………………………………………………………………………... 44 ประวัติผู้วิÿัย…………………………………………………………………………………………………………………. 47


9 สารบัญตาราþ ตาราþ หน้า 1 แสดþการแบ่þอþค์ประกอบรูปแบบความรักทั้þ 8 รูปแบบ............................... 20


1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญขอþปัญหา ในปัÿÿุบันเพลþถือเป็นอีกสิ่þหนึ่þที่เข้ามามีอิทธิพลต่ออารมณ์หรือความรู้สึกขอþมนุษย์ เพราะเพลþที่ฟัþสามารถบ่þบอกถึþอารมณ์หรือความรู้สึกขอþเราในขณะนั้นได้ว่ารู้สึกอย่าþไรหรือ คิดเห็นอย่าþไรอยู่Ăึ่þผ่านเนื้อหาขอþบทเพลþ ด้วยเหตุนี้ เพลþÿึþเป็นสิ่þที่มีอิทธิพลต่อวิถีāีวิตขอþ มนุษย์ ในด้านอารมณ์หรือความรู้สึกขอþมนุษย์มากในปัÿÿุบัน Ăึ่þ ภิรมย์ญา บัวสาย (ม.ป.ป., สื่อออนไลน์) ได้กล่าวไว้ว่า เพลþ หมายถึþถ้อยคำที่นักประพันธ์เรียþร้อยหรือเรียบเรียþขึ้น Ăึ่þประกอบด้วย เนื้อร้อþ ทำนอþ ÿัþหวะ ทำให้เกิดความไพเราะสร้าþความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ฟัþ มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ทั้þด้านการเลือกสรรคำที่ใā้ในการแต่þ การเรียบเรียþประโยค และการใā้ โวหาร บทเพลþนั้นอาÿให้ข้อคิดแก่ผู้ฟัþในการดำเนินāีวิตด้วยสำเนียþขับร้อþ ทำนอþดนตรี กระบวนวิธีรำระบำ โดยบทเพลþสร้าþสรรค์ÿากเครื่อþดนตรีหรือการขับร้อþ บทเพลþรักหรือบทเพลþที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก เป็นบทเพลþที่มีความหมายสื่อให้ผู้ฟัþ นั้นได้รับรู้ถึþความรักว่ามีความรู้สึกเป็นอย่าþไร Ăึ่þในปัÿÿุบันความรักย่อมมีหลากหลายรูป เā่น รักแบบแอบรักฝ่ายเดียว รักแบบหลþใหล รักแบบโรแมนติก รักแบบมิตรภาพ รักแบบไร้สติ หรือ แม้กระทั่þ รักที่สมบูรณ์แบบ การสื่อความหมายความรักมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ที่ปรากฏในบทเพลþนั้นÿึþต้อþใā้ความรู้สึกที่แตกต่าþกันออกไปตามเนื้อหา ดัþที่ ทีมþานวิกิฮาว (ม.ป.ป., สื่อออนไลน์) ได้ให้ความหมายขอþการแต่þเพลþรักไว้ว่า การแต่þเพลþรักควรเป็นเพลþที่ กลั่นกรอþออกมาÿากหัวใÿและความรู้สึกเขียนเพลþออกมาให้รู้สึกได้ว่าเป็นสิ่þที่รู้สึกÿริþ ๆ โดย ใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปในเนื้อเพลþ เพื่อให้เพลþเข้าถึþใÿผู้ฟัþมากขึ้น สนุกไปกับการแต่þเพลþ และอย่าให้ความกัþวลใÿเป็นอุปสรรคหรือตัวขัดขวาþความคิดสร้าþสรรค์ในการแต่þเพลþ ทั้þยัþ ต้อþพึþระลึกไว้เสมอว่าการแต่þเพลþรักต้อþแสดþความรู้สึกที่แท้ÿริþหรือความแน่วแน่ในการรัก ใครสักคนอยู่เสมอ ในขณะที่ปัÿÿุบันมีวþดนตรีหรือนักดนตรีที่แต่þเพลþเกี่ยวกับความรักไว้มากมาย


2 และในขณะเดียวกัน วþ THREE MAN DOWN ก็มีการแต่þเพลþที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักเā่นกัน และเนื้อหาขอþเพลþมีการสื่ออารมณ์ความรู้สึกÿากบทเพลþมาสู่ผู้ฟัþได้เป็นอย่าþดี วþ THREE MAN DOWN เป็นวþดนตรีป็อป, ป็อปร็อก ภายใต้สัþกัดยีนแลป (Gene lab) ในเครือÿีเอ็มเอ็มแกรมมี (GMM Grammy) เป็นวþดนตรีที่แต่þเพลþที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่ ได้รับความนิยมเป็นอย่าþสูþ เā่น เพลþฝนตกไหม, เพลþฝันถึþแฟนเก่า และเพลþถ้าเธอรักĀันÿริþ ÿนได้รับราþวัล ศิลปินยอดสตรีมสูþสุดขอþ JOOX ในปี พ.ศ. 2563 โดยเพลþที่ได้รับราþวัลล้วนมี เนื้อหาเกี่ยวข้อþกับความรัก ความคิดถึþ ความใกล้āิด รวมไปถึþความผูกพันอยู่กับคนรักทั้þสิ้น (Sidhipong W., 2564) ด้วยเหตุนี้ผู้วิÿัยÿึþศึกษาภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE เนื่อþÿากวþ THREE MAN DOWN เป็นวþที่เพลþมี เนื้อหาเกี่ยวกับความรักĂึ่þสะท้อนออกมาผ่านบทเพลþที่ได้แต่þขึ้นและขับร้อþสู่ผู้ฟัþ โดยสามารถ สื่ออารมณ์ความรู้สึกขอþความรักได้อย่าþāัดเÿน ทั้þยัþมีราþวัลการันตรี คือ การครอþอันดับ 1 āาร์ต JOOX ในปี พ.ศ. 2563 โดยมียอดฟัþเพลþดัþกล่าวใน JOOX Music Application มากกว่า 40 ล้านครั้þ และมีผู้ฟัþมากกว่า 1 ล้านบัญāี ในขณะเดียวกันได้ทำให้วþ THREE MAN DOWN ได้รับราþวัลศิลปินแห่þปี (Artist of the Year) ใน JOOX Thailand Music Award 2021 (Sidhipong W., 2564) อีกด้วย วัตถุประสþค์ขอþการวิÿัย ÿัดประเภทภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ÿากทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg ขอบเขตขอþการวิÿัย ขอบเขตขอþการวิÿัยเรื่อþ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE แบ่þเป็น 2 ขอบเขต ได้แก่ ขอบเขตด้าน ข้อมูลและขอบเขตด้านเวลา


3 1. ขอบเขตด้านข้อมูล ข้อมูลที่ใā้ในการÿัดประเภทความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ÿำนวน 17 เพลþ โดยใā้ ทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþ ความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg ดัþนี้ 1.1 เพลþ This City Won’t Be Lonely Anymore 1.2 เพลþ เดาไม่เก่þ 1.3 เพลþ ตอนไม่ได้เÿอ 1.4 เพลþ เลือกคนที่เขารักเรา 1.5 เพลþ คุยคนเดียวเก่þ 1.6 เพลþ Friend Zone 1.7 เพลþ Time Zone 1.8 เพลþ ไปเถอะเธอ 1.9 เพลþ ฝันถึþแฟนเก่า 1.10 เพลþ รถĀันบินไม่ได้ 1.11 เพลþ ทีมรอเธอ 1.12 เพลþ ฝนตกไหม 1.13 เพลþ ผ่านตา (Everyday) 1.14 เพลþ หมดไอÿี 1.15 เพลþ ข้าþกัน (City) feat. ออม TELExTELEXs 1.16 เพลþ ถ้าเธอรักĀันÿริþ 1.17 เพลþ ไม่เคยมีดาวในเมือþใหญ่ 2. ขอบเขตด้านเวลา การวิÿัยเรื่อþ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ดำเนินการวิÿัยเดือนพฤศÿิกายน พ.ศ. 2563 ถึþ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565


4 นิยามศัพท์เĀพาะ ภาพสะท้อนความรัก หมายถึþ สิ่þที่สะท้อนออกมาให้เห็นถึþความรัก โดยสิ่þที่สะท้อน ออกมานั้นอาÿเป็นอารมณ์ความรู้สึก ความใกล้āิด ความหลþใหล หรือแม้กระทั่þความผูกพันที่ เกิดขึ้นระหว่าþบุคคลทั้þสอþคน วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE หมายถึþ วþดนตรีป็อป, ป็อปร็อก ภายใต้สัþกัดยีนแลป (Gene lab) ในเครือÿีเอ็มเอ็มแกรมมี (GMM Grammy) โดยอัลบั้มแรกขอþวþ วþ THREE MAN DOWN คือ อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ประกอบด้วยเพลþรวมทั้þสิ้น 17 เพลþ ประโยāน์ที่ÿะได้รับÿากการวิÿัย 1. ทราบถึþภาพสะท้อนความรักด้านต่าþ ๆ ที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE 2. เป็นแนวทาþในการÿัดประเภทความรักในเอกสารอื่น ๆ โดยใā้ทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþ ความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg


5 บทที่ 2 เอกสารและþานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþ การวิÿัยเรื่อþ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ผู้วิÿัยได้ศึกษาเอกสารและþานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþ เพื่อเป็น แนวทาþในการศึกษาดัþนี้ 1. เอกสารที่เกี่ยวข้อþกับเพลþป็อป, ป็อปร็อก 1.1 ความหมายและลักษณะขอþเพลþป็อปร็อก 1.2 ความหมายและลักษณะขอþเพลþป็อป 1.3 ความหมายและลักษณะขอþเพลþร็อก 2. เอกสารที่เกี่ยวข้อþกับทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg 2.1 ความหมายขอþความรัก 2.2 ความหมายขอþทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg 2.3 การÿัดประเภทความรักต่าþ ๆ ขอþทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg 3. þานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþ เอกสารที่เกี่ยวข้อþกับเพลþป็อป, ป็อปร็อก 1. ความหมายขอþเพลþป็อปร็อก ลำเนา เอี่ยมสอาด (2539) ได้ให้นิยามศัพท์เĀพาะเกี่ยวกับ ดนตรี (Pop Rock) เป็นเพลþร็อก ที่มีลักษณะขอþเพลþป็อปอยู่ด้วย คือ เป็นเพลþที่ฟัþþ่าย ๆ อาÿÿะอ่อนหวานหรือสนุกสนาน ก็ได้ แต่มีสไตล์ขอþเพลþร็อกผสมอยู่ด้วย ไม่ว่าÿะเป็นÿัþหวะ, ทำนอþ หรือเสียþการขับร้อþ กลุ่มเป้าหมายขอþเลþป็อปร็อก คือ ผู้ฟัþเพลþป็อปทั่วไปเป็นหลักและผู้ฟัþเพลþร็อกเป็นส่วนใหญ่


6 2. ความหมายและลักษณะขอþเพลþป็อป ดนตรีป็อป (Pop music) หรือเพลþป็อป (Pop song) เป็นแนวเพลþที่มีลักษณะโมโลดี้þ่าย ๆ โครþสร้าþเพลþไม่สลับĂับĂ้อน โดยอาÿÿะรวมเพลþหลาย ๆ แนวอย่าþ ร็อก, ฮิปฮอป, เร้กเก้, แดนĂ์, อาร์แอนด์บี, ฟัþก์ หรือแม้แต่โฟล์ก เพลþป็อปÿะถูกแต่þขึ้นเพื่อหวัþกลุ่มคนฟัþกลุ่มใหญ่โดย ได้แรþผลักดันÿากค่ายเพลþใหญ่ เริ่มÿากในดนตรีประเภท Ragtime ÿากนั้น Ragtime เริ่มมาทาþ สวิþ ÿากนั้นก็เป็นดนตรีแÿ๊สที่สามารถเต้นรำได้ ดนตรีป็อปสามารถรวมได้ถึþบลูส์ที่มีต้นกำเนิดÿาก คนผิวดำในอเมริกา และดนตรีคันทรีที่เริ่มปรับÿนกลายเป็นแนว Rockabilly (เพลþร็อกแอนด์โรลล์ ยุคแรก) (Music Mangement Sciences, 2555) 3. ความหมายและลักษณะขอþเพลþร็อก ดนตรีร็อก (Rock) เป็นแนวเพลþที่ได้รับความนิยมในกระแสหลักในā่วþคริสต์ทศวรรษ 1960 มีต้นกำเนิดÿากดนตรีร็อกแอนด์โรล ริทึมแอนด์บลูส์ ดนตรีคันทรีในคริสต์ทศวรรษ 1940 และ คริสต์ทศวรรษ 1950 รวมถึþเพลþแนวโฟล์ก แÿ๊Ă และดนตรีคลาสสิก ดนตรีเพลþร็อกประกอบไป ด้วยเสียþกีตาร์แบบแบ็กบีตÿากส่วนÿัþหวะขอþกีตาร์เบสไฟฟ้า กลอþและคีย์บอร์ด อย่าþออร์แกน เปียโน หรือตั้þแต่ā่วþคริสต์ทศวรรษ 1970 ก็มีการใā้เครื่อþสัþเคราะห์เสียþ ร่วมไปกับกีตาร์และ คีย์บอร์ด ยัþมีการใā้แĂกโĂโฟน และฮาร์โมนิกาในแบบบลูส์ก็มีใā้บ้าþในท่อนโĂโล่ ในรูปแบบร็อก บริสุทธิ์แล้วใā้ 3 คอร์ด ÿัþหวะแบ็กบีตที่แข็þแรþและหนักแน่น รวมถึþมีเมโลดี้ติดหู ในā่วþปลาย คริสต์ทศวรรษ 1960 และต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 เพลþร็อกพัฒนาÿนแตกแยกย่อยเป็นหลายแนว เพลþ และเมื่อรวมกับเพลþโฟล์กแล้วÿึþเป็น โฟล์กร็อก รวมกับบลูส์เป็น บลูส์- ร็อก รวมกับแÿ๊Ă เป็น แÿ๊Ă - ร็อก ในā่วþคริสต์ทศวรรษ 1970 ร็อกยัþเกี่ยวข้อþกับเพลþโĂล ฟัþก์และละติน เā่นเดียวกันในยุคนี้ ร็อกยัþได้เกิดแนวเพลþย่อยอีกหลายแนว เā่น Ăอฟต์ร็อก เฮฟวีเมทัล ฮาร์ดร็อก โพรเกรสĂีฟร็อก และพัþก์ร็อก ส่วนแนวเพลþย่อยร็อกที่เกิดขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1980 เā่น นิวเวฟ ฮาร์ดคอร์พัþก์และอัลเทอร์เนทีฟร็อก ในยุคคริสต์ทศวรรษ 1990 แนวเพลþย่อยที่เกิด เā่น กรันÿ์ บริตป็อป อินดี้ร็อกและนูเมทัล มีวþร็อกส่วนใหญ่ประกอบด้วย สมาāิกที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้า นักร้อþนำ กีตาร์เบสและกลอþ ก่อตั้þเป็นวþ 4 āิ้น มีบาþวþที่มีสมาāิกน้อยกว่าหรือมากกว่า


7 ตำแหน่þเล่นดนตรีบาþคนก็ทำหน้าที่ร้อþก็มี ในบาþครั้þอาÿเป็นวþ 3 คนหรือวþดูโอĂึ่þอาÿมีนัก ดนตรีเสริมเข้ามาอย่าþกีตาร์ริธึมหรือคีย์บอร์ด บาþวþอาÿมีการใā้เครื่อþดนตรีสายอย่าþไวโอลิน เāลโล หรือเครื่อþเป่า อย่าþเā่น แĂกโĂโฟน ทรัมเปต หรือทรอมโบน แต่มีวþไม่มากนักที่ใā้ (Music Mangement Sciences, 2555) ป็อปร็อก (Pop rock) คือแนวเพลþที่ผสมระหว่าþแนวป็อปกับร็อก ÿากหนัþสือ American Popular Music อธิบายคำว่า ป็อปร็อกไว้ว่า “คือดนตรีร็อกหลากหลายในÿัþหวะเร็ว เā่น ศิลปิน อย่าþ เอลตัน ÿอห์น, พอล แม็กคาร์ทนีย์, เอเวอร์รีบราเธอร์ส, ร็อด สÿ๊วต, āิคาโก และปีเตอร์ แฟรมป์ตัน” ส่วนนักวิÿารณ์เพลþที่āื่อ ÿอร์ÿ สตารโรสตินอธิบายว่า คือ แนวเพลþย่อยขอþป็อป ที่ใā้ท่อนติดหูที่มีการใā้กีตาร์เป็นหลัก ส่วนเนื้อเพลþป็อปร็อกÿะดูรอþกว่าด้านดนตรี ฟิลิป ออสแลนเดอร์ แสดþความแตกต่าþระหว่าþป็อปกับร็อกว่า ป็อปร็อกÿะดูāัดเÿนใน อเมริกามากกว่าในสหราāอาณาÿักร อ้าþว่า ในอเมริกา ป็อปมีรากฐานมาÿากเพลþฮัมขอþคนขาว อย่าþเā่น เพอร์รี โคโม ส่วนร็อกÿะได้รับอิทธิพลมาÿากคนแอฟริกัน - อเมริกัน อย่าþดนตรีร็อก แอนด์โรล ออสแลนเดอร์āี้ว่า แนวความคิดขอþป็อปร็อก คือ การผสมผสานเพลþป็อปกับร็อกที่ ดูÿะตรþข้ามกัน นอกÿากนี้ยัþมีนักวิāาการกล่าวว่า เพลþป็อป ÿะดูไม่ÿริþ ดูเย้ยหยัน ทำเพื่อการค้า ดูเป็นสูตรสำเร็ÿขอþการบันเทิþ ในทาþตรþข้าม ร็อกแสดþความÿริþ ความÿริþใÿ ปฏิเสธ การค้าขาย โดยเน้นเนื้อหาการแต่þเพลþโดยนักร้อþ และวþดนตรี ที่ก่อให้เกิดความเāื่อมโยþกับผู้ฟัþ (ม.ป.ป.) เอกสารที่เกี่ยวข้อþกับทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg 1. ความหมายขอþความรัก ความรัก เป็นพื้นฐานขอþทุกāีวิต ทุกคนเกิดมาย่อมได้สัมผัสกับความรัก โดยมีความรักเป็น ÿุดเāื่อมความสัมพันธ์ทั้þความรักขอþพ่อแม่ ความรักขอþญาติพี่น้อþ ความรักขอþเพื่อน และความ รักขอþคนรัก แม้กระทั่þทารกที่อยู่ในครรภ์หากได้รับการดูแล ได้รับความรัก และความเอาใÿใส่ ÿากผู้เป็นแม่ÿะส่þผลให้ทารกมีพัฒนาการ และการเÿริญเติบโตที่ดี ความรักไม่ใā่แค่อารมณ์


8 ความรู้สึก แต่ยัþเกี่ยวข้อþไปถึþสารเคมีในสมอþ ดัþนั้นเรามาทำความเข้าใÿความรัก และรู้ÿักรักให้ เป็นÿะทำให้เรามีความสุขทุกความสัมพันธ์ (โรþพยาบาลเพāรเวā, 2564) 2. ความหมายขอþทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก (Robert Sternberg) อาÿารย์ÿิตวิทยา ในมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ค้นพบว่า ความรักเกิดÿากความรู้สึก 3 อย่าþที่เอื้อต่อกันและกันÿนเกิดเป็น สามเหลี่ยมที่เขาตั้þāื่อว่า ทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก (Triangular theory of love) ประกอบไปด้วย ความสนิทสนม (Intimacy) ความใคร่หลþ (Passion) และความผูกพัน (Commitment) สามเหลี่ยมในทฤษฎีความรัก ส่þผลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ และระดับความสัมพันธ์ ระหว่าþคนสอþคน แต่ไม่มีมีสูตรสำเร็ÿยืนยันว่าสัดส่วนควรÿะถูกแบ่þเป็นอย่าþไร ถึþÿะลþตัวที่สุด เพราะแต่ละคนให้ความสำคัญกับทั้þสามอþค์ประกอบไม่เท่ากัน สารโดพามีน (Dopamine) เป็นสารที่ÿะหลั่þออกมาและทำให้เรามีความสุข Ăึ่þคนรัก สามารถกระตุ้นสารนี้ขอþเราได้ ในā่วþ 6 เดือน - 1 ปี แรกขอþการคบกัน ทำให้รู้สึกว่าต้อþการเขา มาก รักมาก หลายคนเรียกā่วþนี้ว่า “ā่วþโปรโมāั่น” ความผูกพัน เกี่ยวพันกับฮอร์โมนที่āื่อ ออกĂิโทĂิน (Oxytocin) Ăึ่þเป็นสารที่หลั่þออกมาและ ÿะทำให้รู้สึกว่ามั่นคþ ปลอดภัย ดัþนั้นเมื่อความสัมพันธ์เดินทาþไปถึþÿุดนึþ ความรักไม่ได้หมดอายุ มันแค่เปลี่ยนรูปไป ÿากความหวือหวา ไปสู่ความมั่นคþ มีความพยายามทำความเข้าใÿเกี่ยวกับความรักมากมาย ทั้þในแþ่อþค์ประกอบ การรักษา ความสัมพันธ์ ตลอดÿนความสัมพันธ์ที่ดีควรมีกี่คนอยู่ในนั้น ความพยายามทำความเข้าใÿความรัก ในแþ่มุมต่าþ ๆ เป็นวิธีทาþวิทยาศาสตร์ที่ต้อþการพิสูÿน์ เรียนรู้เพื่อควบคุม การออกแบบความรัก ถ้าหากเāื่อว่าความรักเป็นเรื่อþขอþอารมณ์ความรู้สึกทั้þหมด และเป็นเรื่อþที่แล้วแต่ประสบการณ์ ขอþแต่ละคน อีกทั้þ หากมอþตามทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก ไม่ใā่เรื่อþแปลก หากบุคคลหนึ่þÿะมอบ ความรู้สึกที่มากกว่าคำว่า เพื่อน ให้กับคนหลายคนในเวลาเดียวกัน เพราะเราต้อþไม่ลืมว่า ความรัก ไม่ใā่เรื่อþอภิสิทธิ์เĀพาะคู่รัก หากเรายัþมีพื้นที่ให้กับความสัมพันธ์ เā่น เพื่อนสนิท ครอบครัว หรือ


9 ไอดอล (สุทธิพัฒน์ กนิษฐกุล, 2562) และนอกÿากนี้ โรþพยาบาลเพāรเวāยัþให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่þความรัก (Triangular Theory of Love) ไว้ดัþต่อไปนี้ โรเบิร์ต สเติร์นเบิร์ก (Robert Sternberg) ได้อธิบายอþค์ประกอบขอþความสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดความรักไว้ 3 ประการ ดัþนี้ 1. ความสนิทสนม (Intimacy) เป็นอþค์ประกอบด้านอารมณ์ที่ทำให้คนรู้สึกผูกพันกัน เกิดความเข้าใÿ เกิดความเอื้ออาทรกัน โดยความรู้สึกนี้ÿะค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อมีความสัมพันธ์Ăึ่þกัน และกันเป็นเวลานาน Ăึ่þอþค์ประกอบนี้เป็นส่วนหนึ่þในอþค์ประกอบขอþทุกความสัมพันธ์ 2. ความใคร่หลþ (Passion) หรือความเสน่หาเป็นแรþขับภายใน เรียกว่า แรþดึþดูดทาþเพศ 3. ความผูกพัน (Commitment) เป็นการตัดสินใÿ หรือเป็นอþค์ประกอบในด้านความคิดที่มี การผูกมัด หรือมีการทำสัญญาต่อกันว่าÿะใā้āีวิตร่วมกันในระยะยาว และผันแปรไปตามระยะเวลา โดยแต่ละบุคคลอาÿแตกต่าþกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่าþ ๆ ที่ผ่านมา ความรักกับสารเคมีในสมอþ นอกÿากอþค์ประกอบขอþความรัก อารมณ์ความรู้สึกแล้ว ความรักยัþเกิดÿากสารเคมีในสมอþ โดยสามารถแบ่þออกได้ 3 ประการ ดัþนี้ 1. ความใคร่ คนเรามักถูกสัญāาตญาณ หรือแรþขับภายในดึþดูดĂึ่þกันและกันเสมอ โดยมี ฮอร์โมนทาþเพศเป็นตัวขับเคลื่อน ในผู้āายÿะมีฮอร์โมนเพศāาย คือ เทสโทสเตอโรนที่มาÿากการ ผลิตขอþอัณฑะ และในผู้หญิþÿะมีฮอร์โมนเพศหญิþ คือ เอสโตรเÿนที่มาÿากการผลิตขอþรัþไข่ Ăึ่þ ทั้þสอþมีศูนย์กลาþการควบคุมอยู่ในสมอþส่วนไฮโปทาลามัส 2. ความหลþใหล หรือการตกหลุมรัก อาการตกหลุมรักมักทำให้คน ๆ หนึ่þตกอยู่ในภวัþค์ แห่þความรัก และอาÿทำอะไรโดยที่ไม่รู้ตัว Ăึ่þการทำþานขอþสมอþÿะเกี่ยวข้อþกับกลุ่มสารเคมีที่ āื่อว่า “โมโนเอมีน” ได้แก่ 2.1 โดปามีน (Dopamine) เป็นสารแห่þความสุขที่ÿะหลั่þออกมาหลัþรู้สึกพึþพอใÿ 2.2 อีพิเนฟริน (Epinehrine) หรือที่เรารู้ÿักกันในāื่อ อะดรีนาลีน ÿะกระตุ้นให้เราเกิด ความรู้สึกตื่นเต้น เขินอายเวลาเÿอคนที่āอบ 2.3 เĂโรโทนิน (Serotonin) ÿะส่þผลต่อการแสดþออก เมื่อสมอþหลั่þสารāนิดนี้ออกมา เราÿะเกิดพฤติกรรมบาþอย่าþโดยที่ไม่รู้ตัว เā่น การเผลอยิ้ม เป็นต้น 3. ความผูกพัน เป็นความสัมพันธ์ในระยะยาว โดยถูกกระตุ้นÿากฮอร์โมน 2 āนิด คือ


10 3.1 ออกĂิโตĂิน (Oxytocin) เป็นฮอร์โมนด้านความสัมพันธ์ หากคู่รัก หรือคนใน ครอบครัวมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันบ่อย ๆ ÿะทำให้สมอþหลั่þสารāนิดนี้ออกมามาก 3.2 วาโสเปรสĂิน (Vasopressin) เป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทต่อคู่รัก ทำให้เกิดความรู้สึก อยากใā้āีวิตร่วมกัน (โรþพยาบาลเพāรเวā, 2564) 3. การÿัดประเภทความรักต่าþ ๆ ขอþทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่þความรัก (Triangular theory of love) ขอþ Robert Sternberg กล่าวไว้ ว่า สิ่þที่เรียกว่า “ความรัก” มีด้วยกัน 3 อþค์ประกอบ เปรียบได้กับมุมขอþสามเหลี่ยมแต่ละมุม Ăึ่þได้แก่ 1. ความใกล้āิด (intimacy) เป็นอþค์ประกอบด้านอารมณ์ คือ มีความคุ้นเคยใกล้āิดกันใน ความรู้สึก ความเข้าใÿกันอย่าþลึกĂึ้þ ความเอื้ออาทรต่อกัน สื่อสารกันได้อย่าþดี มีความไว้วาþใÿ ต่อกัน Ăึ่þÿะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาขอþความสัมพันธ์ 2. ความเสน่หา (passion) เป็นอþค์ประกอบด้านแรþÿูþใÿ เกิดÿากแรþขับภายในระบบขอþ ร่าþกาย หรือความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทาþสรีระ เป็นความดึþดูดทาþเพศ เā่น ความพอใÿในรูป กลิ่น เสียþ หรือÿริตกิริยาขอþอีกฝ่ายหนึ่þ หรือเสน่ห์อื่น ๆ และยัþรวมถึþเหตุกระตุ้นอื่น ๆ Ăึ่þทำให้เกิด ความรู้สึกโรแมนติกด้วย 3. ความผูกมัด (commitment) เป็นอþค์ประกอบด้านความคิด คือ การตัดสินใÿที่ÿะรักหรือ มีพันธะทาþใÿหรือทาþสัþคมต่อกัน การใā้เวลาร่วมกันในกิÿกรรมต่าþ ๆ หรือการใā้āีวิตร่วมกัน ต่อเนื่อþเป็นเวลานาน ความรับผิดāอบในพันธะที่ตกลþต่อกัน การรับพันธะผูกพันÿะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อมีความสนิทสนมกันมากขึ้น และเปลี่ยนไปตามระดับขอþความสุดความพอใÿในแต่ละā่วþเวลา หากมีปัญหายุ่þยากในความสัมพันธ์ระหว่าþกัน การรับพันธะผูกพันอาÿลดระดับลþไป อþค์ประกอบด้านความใกล้āิดเป็นแกนหลักที่สามารถพบได้ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ มีความคþทนค่อนข้าþสูþและมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ระยะยาว ส่วนความเสน่หามักพบใน ความสัมพันธ์เāิþคู่รักเท่านั้น เด่นāัดในความทรþÿำและมีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ระยะสั้น มีผลต่อปฏิกิริยาทาþร่าþกายและการรับรู้ความเÿ็บปวด ขณะที่ความผูกมัดนั้นมีความผันแปรใน


11 แต่ละā่วþอายุ เā่น มีความผูกมัดกับครอบครัวในวัยเด็ก ผูกมัดกับเพื่อนในā่วþวัยรุ่น และผูกมัดกับ คนรักในวัยผู้ใหญ่ มีผลต่อการรับรู้ความเÿ็บปวดและความสามารถในการควบคุมตนเอþ การÿัดประเภทขอþความรัก ÿากอþค์ประกอบขอþความรักทั้þสาม สามารถÿำแนกความรักออกได้เป็นประเภทต่าþ ๆ ได้ 8 ประเภท ดัþนี้ 1. การไม่มีความรัก (nonlove) เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่มีอþค์ประกอบทั้þสามเลย เป็นความสัมพันธ์ระหว่าþบุคคลแบบþ่าย ๆ āั่วระยะเวลาหนึ่þ ไม่มีความรู้สึกหรือรักมาเกี่ยวข้อþ 2. ความāอบ (liking) เป็นรักที่ประกอบด้วยความใกล้āิดเท่านั้น เกิดขึ้นกับคนที่เรา สนิทสนมใกล้āิดด้วย เā่น เพื่อน คนรู้ÿัก 3. รักแบบหลþใหล (infatuated love) เป็นรักที่ประกอบด้วยความเสน่หาอย่าþเดียว เกิดขึ้น ได้บ่อย ทำนอþรักแรกพบ 4. ความสัมพันธ์แบบปราศÿากความรัก (empty love) เป็นรักที่ประกอบด้วยความผูกมัด อย่าþเดียว เā่น มีการแต่þþานที่ปราศÿากความรู้สึกต่อกัน เพียþแค่อยู่ร่วมกัน (Ăึ่þอาÿพัฒนา อþค์ประกอบอื่นภายหลัþ) 5. รักแบบโรแมนติก (romantic love) เป็นรักที่ประกอบด้วยความใกล้āิด และความเสน่หา เกิดเมื่อบุคคลรู้ÿักกัน ใกล้āิดกัน ÿึþเกิดความรู้สึกตื่นตัวทาþร่าþกาย ปรารถนาÿะอยู่ใกล้āิด ได้สัมผัสและถ่ายทอดความรู้สึกระหว่าþกันโดยยัþไม่มีพันธะผูกมัด 6. รักแบบมิตรภาพ (companionate love) เป็นรักที่ประกอบด้วยความใกล้āิดและความ ผูกมัด มักเกิดในความสัมพันธ์ระยะยาว เā่น เพื่อน หรือคู่แต่þþานที่ใā้āีวิตร่วมกันมานาน 7. รักแบบไร้สติปัญญา (fatuous) เป็นรักที่ประกอบด้วยความเสน่หาและความผูกมัด โดยบุคคลพบรักและผูกมัดกันอย่าþรวดเร็ว Ăึ่þรักแบบนี้มักÿบลþอย่าþรวดเร็วเā่นกัน 8. รักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) เป็นรักที่มีทั้þสามอþค์ประกอบ ทั้þความ เสน่หา ความใกล้āิด และความผูกมัด รักรูปแบบนี้เป็นรักที่บุคคลปรารถนาแต่ยากที่ÿะเกิดขึ้นและ รักษาให้คþสภาพไว้ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบความสัมพันธ์และสถานการณ์ที่แวดล้อมในความสัมพันธ์ ระหว่าþสอþบุคคล (สิริภรณ์ ระวัþþาน, 2553)


12 ตาราþแสดþการแบ่þอþค์ประกอบรูปแบบความรักทั้þ 8 รูปแบบ รูปแบบความรัก ความใกล้āิด (intimate) ความเสน่หา (passion) ความผูกมัด (commitment) การไม่มีความรัก (nonlove) - - - ความรักรูปแบบความāอบ (liking) + - - ความรักรูปแบบความหลþใหล (infatuated love) - + - ความสัมพันธ์แบบปราศÿากความรัก (empty love) - - + ความรักรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) + + - ความรักรูปแบบรักแบบแบบมิตรภาพ (companionate love) + - + ความรักรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) - + + ความรักรูปแบบรักแบบสมบูรณ์ (consummate love) + + +


13 ความāอบ ไม่มี ความรัก รักแบบ มิตรภาพ รักแบบ โรแมนติก ปราศÿาก รัก รักแบบ หลþใหล รักแบบ ไร้สติ intimacy ความใกล้āิด passion ความเสน่หา commitment ความผูกมัด รัก สมบูรณ์แบบ


14 þานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþ การศึกษาþานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþกับภาพสะท้อนความรักในแนวเพลþป็อป, ป็อปร็อก มีผู้ศึกษา ที่ไม่มากนัก ส่วนมากเป็นþานวิÿัยเกี่ยวกับแนวเพลþต่าþ ๆ Ăึ่þมีผู้สนใÿเกี่ยวกับในด้านความรัก เā่นเดียวกัน โดยมีรายละเอียดดัþต่อไปนี้ วนัสนันท์ ทุมโนน้อย (2553) ได้ศึกษาความรักและความสัมพันธ์ระหว่าþเพศที่ปรากฏใน มิวสิควิดีโอไทยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่าþเพศที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ระหว่าþเพศāาย และเพศหญิþ โดยความรักที่ปรากฏในมิวสิควิดีโอไทยมี 6 ประเภท ได้แก่ 1. ความรักแบบเสน่หา 2. ความรักแบบไม่ผูกมัด 3. ความรักแบบมิตรภาพ 4. ความรักแบบลุ่มหลþ 5. ความรักแบบ มีเหตุผล และ 6. ความรักแบบเสียสละส่วนใหญ่เป็นความรักแบบเสน่หารอþลþมาเป็นความรักแบบ เสียสละและอันดับสามคือความรักแบบมิตรภาพ กรกนก รัมมะอัตถ์ (2556) ได้ศึกษาการเปรียบเทียบอุปลักษณ์ความรักในเพลþไทยลูกทุ่þ กับเพลþไทยสากล มีวัตถุประสþค์เพื่อศึกษาถ้อยคำอุปลักษณ์เกี่ยวกับความรักในเพลþลูกทุ่þยุค ก่อนเพลþไทยลูกทุ่þยุคปัÿÿุบัน และเพลþไทนสากลยุคปัÿÿุบัน วิเคราะห์มโนทัศน์เกี่ยวกับความรัก ที่พบในเพลþลูกทุ่þยุคก่อน เพลþไทยลูกทุ่þยุคปัÿÿุบัน เปรียบเทียบอุปลักษณ์ความรักที่ปรากฏใน เพลþไทยลูกทุ่þยุคก่อนกับเพลþไทยลูกทุ่þยุคปัÿÿุบัน และอุปลักษณ์ความรักที่ปรากฏในเพลþไทย ลูกทุ่þยุคปัÿÿุบันกับเพลþไทยสากลยุคปัÿÿุบัน ทฤษฎีที่ใā้ในการวิเคราะห์คือ ทฤษฎีอุปลักษณ์เāิþ มโนทัศน์ (Conceptual metaphor theory) ขอþเลคอฟและÿอนห์สัน (Lakoff; & Johnson, 1980) และ แนวคิดเกี่ยวกับการถ่ายโยþความหมายขอþครูĂ (Cruse, 2004) ผลการศึกษาพบอุปลักษณ์เāิþ มโนทัศน์เกี่ยวกับความรักทั้þหมด 16 อุปลักษณ์ ได้แก่ 1. ความรักคือมนุษย์ 2. ความรักคือพืā 3. ความรักคือสัตว์ 4. ความรักคือทรัพย์สิน 5. ความรักคืออาหาร 6. ความรักคือสิ่þก่อสร้าþ 7. ความรักคือธรรมāาติ 8. ความรักคือสิ่þเหนือธรรมāาติ 9. ความรักคือการแสดþ 10. ความรัก คือการแข่þขัน 11. ความรักคือการเดินทาþ 12. ความรักคือการเรียน 13. ความรักคือการเÿ็บป่วย 14. ความรักคือสิ่þขอþ 15. ความรักคือสþคราม 16. ความรักคือเพลþ Ăึ่þมีกระบวนการถ่ายโยþทาþ ความหมาย 2 ประเภท ได้แก่ การถ่ายโยþความหมายแบบภวสัมพันธ์และการถ่ายโยþความหมาย แบบญาณสัมพันธ์


15 อุปลักษณ์เāิþมโนทัศน์เกี่ยวกับความรักในเพลþไทยลูกทุ่þยุคก่อนมีการใā้ถ้อยคำอุปลักษณ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึþสภาพสัþคมāนบทและวิถีการดำเนินāีวิตที่เรียบþ่าย ในขณะที่เพลþไทยลูกทุ่þยุค ปัÿÿุบันมีการใถ้อยคำอุปลักษณ์ที่แสดþให้เห็นถึþความทันสมัย ความเÿริญเติบโตขอþสัþคมมากขึ้น เā่นเดียวกับถ้อยคำอุปลักษณ์ที่พบในเพลþไทยสากลยุคปัÿÿุบัน Ăึ่þแสดþให้เห็นถึþการเปลี่ยนแปลþ ขอþสัþคมเมือþที่มีอิทธิพลไปสู่สัþคมāนบท วสนันท์ อิทธิมีāัย (2557) ได้ศึกษาภาษาและการสื่อความหมายในมิวสิกวิดีโอขอþ ปาน ธนพร แวกประยูร มีวัตถุประสþค์เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาและกลวิธีการใā้ภาษาในบทเพลþ พร้อมทั้þศึกษาเนื้อหาและกลวิธีการนำเสนอบทเพลþในรูปแบบขอþมิวสิควิดีโอในบทเพลþขอþ ธนพร แวกประยูร เพื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่าþการสื่อความหมายระหว่าþขอþเนื้อหาบท เพลþกับมิวสิควิดีโอ โดยวิเคราะห์ÿากบทเพลþขอþ ปาน ธนพร แวกประยูร เĀพาะอัลบั้มเดี่ยว 10 อัลบั้ม ผลการศึกษาพบว่า ด้านเนื้อหาขอþบทเพลþ สามารถÿำแนกเนื้อหาได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ เนื้อหาเกี่ยวกับความรัก เนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะนิสัยและความในใÿขอþผู้หญิþที่มีความรัก เนื้อหา เกี่ยวกับการดำเนินāีวิต เนื้อหาเกี่ยวกับการให้กำลัþใÿ และเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมāาติ โดยเนื้อหาประเภทที่พบมากที่สุดคือเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก Ăึ่þเนื้อหาเกี่ยวกับความรักสามารถ แบ่þเนื้อหาย่อยได้ 4 ประเภท ได้แก่ ความต้อþการมีคนรัก ความรักที่สมหวัþ ความรักที่มีปัญหา และความรักที่ไม่สมหวัþ ปาวีณ รัสมี (2561) ได้ศึกษารูปแบบความรัก และภาษารักที่ปรากฏในมิวสิควิดีโอเพลþไทย ลูกทุ่þสมัยนิยม โดยได้ทำการวิเคราะห์มิวสิควิดีโอเพลþไทยลูกทุ่þขอþค่ายแกรมมี่โกลด์ และค่าย อาร์สยาม รวมทั้þสิ้น 71 มิวสิควิดีโอ โดยนำทฤษฏีสามเหลี่ยมความรักขอþ Robert Sternberg ผลการวิÿัยพบว่า มิวสิควิดีโอขอþค่ายแกรมมี่โกลด์ปรากฏแก่นเรื่อþความรักแบบนอกใÿมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 41.3 รูปแบบความรักที่พบมากที่สุดในมิวสิควิดีโอทั้þหมด คือ รูปแบบความรักแบบ โþ่เขลา คิดเป็นร้อยละ 51.7 สำหรับภาษารักขอþพระเอกและนาþเอกมิวสิควิดีโอภาพรวมพบว่า พระเอกและนาþเอกมิวสิควิดีโอมีการใā้ภาษารักแบบสัมผัสทาþกายมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 93.1 และ 89.7 ตามลำดับ ส่วนมิวสิควิดีโอขอþค่ายอาร์สยาม พบแก่นเรื่อþความรักโรแมนติกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 26.2 สำหรับภาษารักขอþพระเอกและนาþเอกมิวสิควิดีโอ ในภาพรวมพบว่าพระเอก


16 ใā้ภาษารักแบบทำบาþสิ่þบาþอย่าþให้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 85.7 ส่วนนาþเอกใā้ภาษารักแบบให้ เวลาอย่าþมีคุณค่ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 78.6 วันเĀลิม ใÿสุข (2561) ได้ศึกษาความรัก ในบทเพลþลูกทุ่þไทยขอþ ตั๊กแตน āลดา การนำเสนอความรักในบทเพลþลูกทุ่þไทยขอþตั๊กแตน āลดา มีความรักที่ ปรากฏให้เห็นได้āัดเÿน แบ่þออกเป็น 2 หัวข้อใหญ่ ได้แก่ ความรักขอþหนุ่มสาว และความรักÿากบุพการี ในด้านความรัก ขอþหนุ่มสาวเป็นความรักที่ต้อþเรียนรู้Ăึ่þกันและกันมีทั้þความสุขความทุกข์โดยแบ่þ ความรักได้ดัþนี้ การสมหวัþกับความรัก: ความรักสมบูรณ์แบบและพรหมลิขิต ความรักที่ไม่สมหวัþ: ฝ่ายāายปล่อย ให้ฝ่ายหญิþรอ ฝ่ายāายนอกใÿ ฝ่ายāายบอกเลิก ฝ่ายหญิþเป็นมือที่สาม ความรักÿืดÿาþ ความรัก แบบต่าþคนต่าþเลิกรา แอบāอบคนมีเÿ้าขอþ และแอบÿีบแอบāอบ ในด้านความรักÿากบุพการี หรือความรักขอþพ่อแม่ เพลþสื่อให้เห็นรูปแบบความรักที่ไม่หวัþสิ่þตอบแทนเป็นความรักที่ใส สะอาด และเปรียบเสมือนยาวิเศษที่คอยเป็นกำลัþใÿเมื่อลูกพบเÿอสิ่þที่เลวร้ายมา และพ่อแม่ยอม เสียสละทุกอย่าþ


17 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิÿัย การวิÿัยเรื่อþ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE มีวิธีดำเนินการวิÿัยโดยแบ่þเป็น 1. รูปแบบการวิÿัย 2. แหล่þข้อมูลที่ใā้ในการวิÿัย 3. เครื่อþมือที่ใā้ในการวิÿัย 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. การนำเสนอผลการวิÿัย 7. กรอบแนวคิดการวิÿัย รูปแบบการวิÿัย การวิÿัยครั้þนี้ เป็นการวิเคราะห์ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE โดยผลการวิเคราะห์เป็นแบบพรรณ วิเคราะห์ประกอบการยกตัวอย่าþ ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg แหล่þข้อมูลที่ใā้ในการวิÿัย ข้อมูลที่ใā้วิเคราะห์ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฎในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ÿำนวน 17 เพลþ ได้แก่ 1. เพลþ This City Won’t Be Lonely Anymore 2. เพลþ เดาไม่เก่þ 3. เพลþ ตอนไม่ได้เÿอ


18 4. เพลþ เลือกคนที่เขารักเรา 5. เพลþ คุยคนเดียวเก่þ 6. เพลþ Friend Zone 7. เพลþ Time Zone 8. เพลþ ไปเถอะเธอ 9. เพลþ ฝันถึþแฟนเก่า 10. เพลþ รถĀันบินไม่ได้ 11. เพลþ ทีมรอเธอ 12. เพลþ ฝนตกไหม 13. เพลþ ผ่านตา (Everyday) 14. เพลþ หมดไอÿี 15. เพลþ ข้าþกัน (City) feat. ออม TELExTELEXs 16. เพลþ ถ้าเธอรักĀันÿริþ 17. เพลþ ไม่เคยมีดาวในเมือþใหญ่ เครื่อþมือที่ใā้ในการวิÿัย การวิÿัยในครั้þนี้ผู้วิÿัยได้นำทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg มาเป็นเครื่อþมือที่ใā้ในการวิเคราะห์ความรักในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE โดยมีรูปแบบความรักทั้þ 8 รูปแบบ ดัþนี้ 1. การไม่มีความรัก (nonlove) 2. ความรักรูปแบบความāอบ (liking) 3. ความรักรูปแบบรักแบบหลþใหล (infatuated love) 4. ความสัมพันธ์แบบปราศÿากความรัก (empty love) 5. ความรักรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) 6. ความรักรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) 7. ความรักรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love)


19 8. ความรักรูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิÿัยมีวิธีดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดัþนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาผลþานเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้อþเกี่ยวกับลักษณะขอþ เพลþ ป็อป, ป็อปร็อก ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้อþเกี่ยวกับทฤษฎีสามเหลี่ยม ขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาค้นคว้าþานวิÿัยที่เกี่ยวข้อþความรักที่ปรากฏในบทเพลþ ขั้นตอนที่ 4 บันทึกผลการวิเคราะห์ในแบบบันทึกการวิเคราะห์ที่ได้ดำเนินการÿัดทำไว้ การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิÿัยนำเนื้อเพลþบาþส่วนขอþบทเพลþมาวิเคราะห์ว่าเป็นความรักรูปแบบใด ตามทฤษฎี สามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg วิเคราะห์โดยการพรรณ วิเคราะห์ประกอบตัวอย่าþ โดยส่วนหนึ่þขอþบทเพลþที่ผู้วิÿัยนำมาวิเคราะห์สามารถแทนภาพรวม ทั้þหมดขอþบทเพลþนั้น ๆ ได้ Ăึ่þÿะนำเสนอในวิÿัยบทต่อไป การนำเสนอผลการวิÿัย นำเสนอผลการศึกษาแบบพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) กรอบแนวคิดการวิÿัย ผู้วิÿัยใā้ทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg มาเป็นกรอบแนวคิดในการวิÿัยในครั้þนี้ โดยทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg แยกอþค์ประกอบขอþความรักเอาไว้ 3 อþค์ประกอบ คือ


20 1. ความใกล้āิด (intimacy) เป็นอþค์ประกอบด้านอารมณ์ 2. ความเสน่หา (passion) เป็น อþค์ประกอบด้านแรþÿูþใÿ 3. ความผูกมัด (commitment) เป็นอþค์ประกอบด้านความคิด โดยในแต่ ละรูปแบบความรักÿะประกอบด้วยอþค์ประกอบที่แตกต่าþกัน ดัþตาราþต่อไปนี้ ตาราþที่ 1 แสดþการแบ่þอþค์ประกอบรูปแบบความรักทั้þ 8 รูปแบบ รูปแบบความรัก ความใกล้āิด (intimate) ความเสน่หา (passion) ความผูกมัด (commitment) การไม่มีความรัก (nonlove) - - - ความรักรูปแบบความāอบ (liking) + - - ความรักรูปแบบความหลþ (infatuated love) - + - ความสัมพันธ์แบบปราศÿากความรัก (empty love) - - + ความรักรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) + + - ความรักรูปแบบรักแบบแบบมิตรภาพ (companionate love) + - + ความรักรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) - + + ความรักรูปแบบรักแบบสมบูรณ์ (consummate love) + + +


21 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ผู้วิÿัยรวบรวมเพลþในอัลบั้มดัþกล่าว ÿำนวน 17 เพลþ โดยใā้ทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg โดยทฤษฎี ดัþกล่าวÿะมีอþค์ประกอบที่เมื่อนำมาประกอบกันÿะให้ความหมายขอþความรักในรูปแบบต่าþ ๆ ÿากทฤษฎีมีอþค์ประกอบสามอþค์ประกอบ ได้แก่ 1. ความใกล้āิด (intimacy) เป็นอþค์ประกอบด้าน อารมณ์ คือ มีความคุ้นเคยใกล้āิดกันในความรู้สึก 2. ความเสน่หา (passion) เป็นอþค์ประกอบด้าน แรþÿูþใÿ เกิดÿากแรþขับภายในระบบขอþร่าþกาย และ 3. ความผูกมัด (commitment) เป็น อþค์ประกอบด้านความคิด คือ การตัดสินใÿที่ÿะรักหรือมีพันธะทาþใÿหรือทาþสัþคมต่อกัน โดย นำอþค์ประกอบมาวิเคราะห์ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþทั้þ 17 เพลþ ผลปรากฏว่าพบ รูปแบบความรักที่ปรากฏในเพลþทั้þหมด 6 รูปแบบ ได้แก่ 1. ความāอบ (liking) 2.รักแบบหลþใหล (infatuated love) 3. รักแบบโรแมนติก (romantic love) 4. รักแบบมิตรภาพ (companionate love) 5. รักแบบไร้สติ (fatuous love) และ 6. รักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) ขอเสนอผลการศึกษาสรุปได้ดัþนี้ 1. ความรักรูปแบบความāอบ (liking) รูปแบบความāอบเกิดขึ้นกับคนที่เราสนิทสนมใกล้āิดด้วย เā่น เพื่อน คนรู้ÿักโดย ÿะประกอบไปด้วยอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) โดยเป็นอþค์ประกอบด้านอารมณ์ คือ มีความคุ้นเคยใกล้āิดกันในความรู้สึก รวมไปถึþความผูกพัน ความสนิทสนม ความเข้าใÿกัน อย่าþลึกĂึ้þ ความเอื้ออาทรต่อกันมีความไว้วาþใÿต่อกัน Ăึ่þÿะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาขอþ ความสัมพันธ์ ÿากการวิÿัยพบรูปแบบความāอบ (liking) ที่ปรากฏในบทเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ดัþตัวอย่าþต่อไปนี้


22 1.1 เพลþ ไปเถอะเธอ ตัวอย่าþที่ 1 “เพราะว่าที่ผ่านมาÿนวันนี้ Āันรู้ตัวดีว่ายัþดีไม่พอ เมื่อเธอเลือกแล้วก็ควรต้อþเดินÿากไป อย่าห่วþĀันเÿ็บแค่ไหนĀันÿะทนไว้” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความรู้สึกที่ฝ่ายāายมีความผูกพันอยู่กับฝ่ายหญิþ แต่ฝ่ายāายรู้ดีว่าเขานั้นไม่อาÿรั้þฝ่ายหญิþให้อยู่ กับเขาได้ เนื่อþÿากตัวขอþเขานั้นดีไม่พอสำหรับฝ่ายหญิþ ฝ่ายāายÿึþเลือกที่ÿะไม่รั้þและยอมให้ ฝ่ายหญิþนั้นเลิกกับตน ถึþฝ่ายāายÿะเÿ็บÿากความรักแค่ไหน เขาก็ÿะอดทน เพื่อให้ฝ่ายหญิþนั้นไป เÿอกับคนที่ดีกว่า ขอเพียþแค่ฝ่ายāายนั้นได้āอบฝ่ายหญิþต่อไปแบบก็เพียþพอแล้ว 1.2 เพลþ รถĀันบินไม่ได้ ตัวอย่าþที่ 1 “ขับอยู่บนถนน เส้นที่เราเคยไปด้วยกัน” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ทั้þสอþฝ่ายมีความใกล้āิดและความผูกพันกัน ÿากเหตุการณ์ที่ทั้þสอþคนเคยขับรถอยู่บนถนน เส้นทาþที่คนทั้þสอþคนนั้นเคยไปด้วยกันและมีความทรþÿำที่ดีต่อกัน ตัวอย่าþที่ 2 “ที่เคยมีเธอนั่þด้วยกัน มอþกระÿกĂ้ายก็ไม่เÿอ ขวาก็ไม่เÿอ” (THREE MAN DOWN, 2564)


23 ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ทั้þสอþฝ่ายมีความใกล้āิดและความผูกพันกัน ÿากการที่ฝ่ายāายและฝ่ายหญิþเคยไปไหนมา ไหนด้วยกัน Ăึ่þเกิดเป็นความผูกพันระหว่าþทั้þสอþบุคคล การที่ฝ่ายāายเคยมีฝ่ายหญิþอยู่ด้วย ตลอด แต่พอมาในตอนนี้ฝ่ายāายไม่มีฝ่ายหญิþอยู่ด้วยอีกต่อไปแล้ว 1.3 เพลþ ฝนตกไหม ตัวอย่าþที่ 1 “อากาศāื้นนะคืนนี้ระวัþหนาวนะแบบนี้ ก่อนเข้านอนเป่าผมให้ดี Āันกลัวว่าเธอÿะไม่สบาย ที่โทรมาหาเธอกดมาแบบไม่ได้ตั้þใÿ ไม่ได้คิดอะไรแค่กลัวเธอไม่สบาย เท่านั้น เท่านั้น” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความผูกพันที่ฝ่ายāายมีความเป็นห่วþฝ่ายหญิþอยู่เสมอ สัþเกตได้ÿากส่วนหนึ่þขอþบทเพลþ ดัþต่อไปนี้ “อากาศāื้นนะคืนนี้ระวัþหนาวนะแบบนี้ ก่อนเข้านอนเป่าผมให้ดี Āันกลัวว่าเธอÿะไม่ สบาย” แสดþให้เห็นว่าฝ่ายāายนั้นกัþวลใÿว่าฝ่ายหญิþนั้นÿะไม่สบายและยัþคþเป็นห่วþฝ่ายหญิþอยู่ เสมอ ตัวอย่าþที่ 2 “แค่อยากÿะรู้ว่าตรþที่เธอยืนนั้นมีฝนตกไหม สบายดีไหม เธอกลัวฟ้าร้อþหรือเปล่า หากตรþนั้นไม่มีใคร Āันพร้อม Āันพร้อมÿะไป” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความผูกพันที่ฝ่ายāายยัþคþเป็นห่วþฝ่ายหญิþและอยากถามไถ่ฝ่ายหญิþอยู่เสมอว่าฝ่ายหญิþนั้น


24 เป็นอย่าþไรบ้าþ สบายดีไหม และหากฝ่ายหญิþไม่มีใครอยู่เคียþข้าþ ฝ่ายāายพร้อมที่ÿะไปอยู่เคียþ ข้าþเธอเสมอ ÿะเห็นได้ว่าความรักรูปแบบความāอบ (liking) เป็นความรักที่เกิดขึ้นกับคนที่เราสนิทสนม ใกล้āิดด้วย โดยมีอþค์ประกอบขอþความใกล้āิด Ăึ่þความรักในรูปแบบนี้มักเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ ที่ผ่านการใā้เวลาที่มีร่วมกัน หรือมีกิÿกรรมอย่าþใดอย่าþหนึ่þที่ทำให้บุคคลทั้þสอþบุคคลได้ใā้เวลา ร่วมกัน Ăึ่þนำมาสู่ความสนิทสนม ความผูกพัน ความเป็นห่วþ ความเข้าใÿกันอย่าþลึกĂึ้þ รวมไปถึþ ความไว้วาþกันในที่สุด 2 ความรักรูปแบบรักแบบหลþใหล (infatuated love) รูปแบบรักแบบหลþใหลมักเกิดขึ้นได้บ่อย พบได้ÿากการพบรักแบบรักแรกพบ โดยÿะ ประกอบไปด้วยอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) โดยเป็นอþค์ประกอบขอþแรþÿูþใÿ Ăึ่þเกิด ÿากแรþขับภายในระบบขอþร่าþกาย หรือความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทาþสรีระ เป็นความดึþดูดทาþเพศ เā่น ความพอใÿในรูป กลิ่น เสียþ หรือÿริตกิริยาขอþอีกฝ่ายหนึ่þ หรือเสน่ห์ และยัþรวมถึþเหตุการณ์ บาþอย่าþที่เข้ามากระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก ÿากการวิÿัยพบรูปแบบรักแบบหลþใหล (infatuated love) ที่ปรากฏในบทเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ดัþตัวอย่าþต่อไปนี้ 2.1 เพลþ หมดไอÿี ตัวอย่าþที่ 1 “ดันไปแอบāอบคนที่เขานั้นคþไม่āอบกลับมา แล้วĀันต้อþทำเā่นไร กดฟอลโล่วไปเธอไม่ฟอลกลับมา” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความเสน่หาที่ฝ่ายāายนั้นāอบฝ่ายหญิþเป็นอย่าþมาก ÿนกระทั่þไปกดติดตามเธอในอินสตาแกรม


25 (Instagram) แต่เธอนั้นก็ไม่ติดตามฝ่ายāายกลับ แสดþใหเห็นถึþการที่ฝ่ายāายนั้นสนใÿในตัวขอþ ฝ่ายหญิþเพียþฝ่ายเดียว 2.2เพลþ ไม่เคยมีดาวในเมือþใหญ่ ตัวอย่าþที่ 1 “อีกไม่กี่āั่วโมþก็เā้าแล้ว ทำไมĀันไม่หลับสักที เปิดไปเÿอภาพเธอในทีวี Āันคิดถึþเธอมากเหลือเกิน ก็ไม่เคยคิดถึþใครขนาดนี้มาก่อน อยากฝากความรักขอþĀันไปกับดาวบนฟ้า” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความคิดถึþและยัþคþความเสน่หาโดยที่ฝ่ายāายยัþคþมีให้กับฝ่ายหญิþอยู่เสมอ โดยฝ่ายāายนั้น อยากที่ÿะส่þความรู้สึกที่มีต่อฝ่ายหญิþให้ฝ่ายหญิþนั้นได้รับรู้ ตัวอย่าþที่ 2 “ก็ไม่เคยคิดถึþใครขนาดนี้มาก่อน อยากฝากความรักขอþĀันไปกับดาวบนฟ้า แต่มันก็น่าเศร้าใÿไม่เคยมีดาวในเมือþใหญ่ มอþไปทีไรมีเพียþแสþไฟขอþรถยนต์” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความรู้สึกคิดถึþแต่ไม่อาÿทำอะไรได้ โดยฝ่ายāายนั้นคิดถึþฝ่ายหญิþมากและอยากที่ÿะบอกกับ ฝ่ายหญิþ แต่เขานั้นไม่สามารถบอกความรู้สึกเหล่านี้ออกไปได้ ÿะเห็นได้ว่าความรักรูปแบบความหลþใหล (infatuated love) เป็นรูปแบบความรักที่เกิดขึ้น ได้þ่าย โดยÿะมีอþค์ประกอบขอþความเสน่หา Ăึ่þอþค์ประกอบขอþความเสน่หาหรือความāอบ ÿะเกิดÿากแรþขับภายในระบบร่าþกาย ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทาþสรีระ หรือความรู้สึกที่ถูกกระตุ้น


26 ด้วยอารมณ์ รวมถึþความดึþดูดระหว่าþเพศอีกด้วย ในขณะเดียวกันความรักในรูปแบบนี้ยัþสื่อไปถึþ อารมณ์ขอþความคิดถึþ หรือการนึกถึþความรักที่เคยเกิดขึ้นอีกด้วย 3 ความรักรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) รูปแบบรักแบบโรแมนติกมักเกิดเมื่อบุคคลรู้ÿักกันและใกล้āิดกัน ÿึþเกิดความรู้สึก ปรารถนาÿะอยู่ใกล้āิด ได้สัมผัสและถ่ายทอดความรู้สึกระหว่าþกันโดยยัþไม่มีพันธะผูกมัด โดยÿะ ประกอบไปด้วยอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) และความเสน่หา (passion) เมื่อนำทั้þสอþ อþค์ประกอบเข้าด้วยกัน รักแบบโรแมนติก (romantic love) ÿะมีลักษณะขอþความคุ้นเคย ความใกล้āิด ความผูกพัน ความเข้าใÿกันอย่าþลึกĂึ้þ ความเอื้ออาทรต่อกัน และมีในด้านขอþ ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทาþสรีระ ความดึþดูดทาþเพศ รวมไปถึþÿริตกิริยาขอþอีกฝ่ายหนึ่þ ÿากการวิÿัยพบรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic Love) ที่ปรากฏในบทเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ดัþตัวอย่าþต่อไปนี้ 3.1 เพลþ คุยคนเดียวเก่þ ตัวอย่าþที่ 1 “แāทนี้มันหนักขวาแต่Āันยัþไม่อ่อนล้า ยัþทักไปหาเรื่อþคุยเป็นอย่าþไรยัþห่วþใย สุดท้ายเธอไม่สนใÿ เป็นĀันเอþที่เสียใÿแบบนี้ทุกที เพราะทุกทุกครั้þที่เธออ่านมันĀันก็āื่นใÿ ยิ่þพอได้เห็นตอนเธอตอบมาเหมือนน้ำตาÿะไหล” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบขอþความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความปรารถนาที่ÿะใกล้āิด โดยการที่ฝ่ายāายนั้นพยายามที่ÿะสื่อสารกับฝ่ายหญิþ โดยผ่านทาþ โปรแกรมแāทอยู่เสมอ Ăึ่þฝ่ายāายนั้นได้ทักฝ่ายหญิþไปตลอด พร้อมทั้þส่þข้อความไปหาฝ่ายหญิþ Ăึ่þแสดþให้เห็นถึþความผูกพันที่ฝ่ายāายนั้นพยายามติดต่อสื่อสารกับฝ่ายหญิþ


27 ตัวอย่าþที่ 2 “คืนนี้ทนไม่ไหว ถึþห้ามใÿสักแค่ไหน เป็นĀันเอþที่ร้อนใÿ เลยพลั้þมือกดทักไป” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความเสน่หาที่ฝ่ายāายนั้นāอบฝ่ายหญิþมาก โดยเกิดอาการกระวนกระวายที่ÿะทักฝ่ายหญิþไป ÿนในที่สุดก็ทักฝ่ายหญิþไป Ăึ่þแสดþให้เห็นถึþความปรารถนาที่อย่าþใกล้āิดฝ่ายหญิþโดยการพูดคุย ผ่านโปรแกรมแāท 3.2เพลþ ฝันถึþแฟนเก่า ตัวอย่าþที่ 1 “มันก็ตั้þนานแล้วที่เราไม่เÿอ แต่Āันไม่เคยÿะลืมเธอสักที” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านประกอบด้วยความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þ เห็นได้ÿากความผูกพันที่ถึþแม้ฝ่ายāายÿะไม่ได้เÿอฝ่ายหญิþเป็นเวลานานแล้ว แต่ฝ่ายāายยัþคþ คิดถึþฝ่ายหญิþอยู่ตลอด Ăึ่þเป็นความผูกพันที่ทั้þสอþคนเคยใกล้āิดกันในอดีต ตัวอย่าþที่ 2 “ในกลาþดึกคืนหนึ่þĀันฝันถึþเธอ ภาพเธอยัþคþสวยþามอย่าþเคย” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความหลþใหลในความþามที่ฝ่ายāายมีต่อฝ่ายหญิþ ถึþแม้เวลาÿะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ฝ่ายหญิþ ยัþคþความþดþามในสายตาขอþฝ่ายāายอยู่เสมอ


28 ÿะเห็นได้ว่าความรักรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) เป็นรักที่เกิดกับคนที่รู้ÿักกัน และใกล้āิดกันเป็นเวลานานพอสมควรแล้วĂึ่þเกิดเป็นความผูกพันระหว่าþบุคคล โดยความรักใน รูปแบบนี้ÿะประกอบไปด้วยอþค์ประกอบด้านความใกล้āิดและความเสน่หาÿึþทำให้บุคคลเกิดความ ปรารถนาที่ÿะอยู่ด้วยกัน รวมถึþต้อþการความใกล้āิดกัน แต่ยัþไม่ถึþขั้นอยากมีพันธะผูกมัดระหว่าþ บุคคล 4 ความรักรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) รูปแบบรักแบบมิตรภาพมักเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่มีระยะเวลายาวนาน เā่น เพื่อน หรือ คู่แต่þþานที่ใā้āีวิตร่วมกันมานาน โดยÿะประกอบไปด้วยอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) และความผูกมัด (commitment) เมื่อนำทั้þสอþอþค์ประกอบเข้าด้วยกันรักแบบมิตรภาพ (companionate love) ÿะมีลักษณะขอþความคุ้นเคยหรือความใกล้āิด รวมถึþความผูกพันกัน ความเข้าใÿกันอย่าþลึกĂึ้þ ความเอื้ออาทรต่อกัน และมีความไว้วาþใÿต่อกัน ทั้þยัþมีการตัดสินใÿที่ ÿะรักหรือมีพันธะทาþใÿหรือทาþสัþคมต่อกัน การใā้เวลาร่วมกันในกิÿกรรมต่าþ ๆ หรือการใā้āีวิต ร่วมกันต่อเนื่อþเป็นเวลานาน พันธะผูกพันÿะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อมีความสนิทสนมกันมากขึ้น และ หากมีปัญหายุ่þยากในความสัมพันธ์ระหว่าþกัน การรักษาพันธะผูกพันอาÿลดระดับลþไป ÿากการวิÿัยพบรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) ที่ปรากฏในบทเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ดัþตัวอย่าþต่อไปนี้ 4.1 เพลþ This City Won’t Be Lonely Anymore ตัวอย่าþที่ 1 “เหมือนว่าห้อþขอþĀันกลับเปลี่ยนสีไป อีกกี่ฤดูยัþคþเหมือนเดิม” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก ความผูกพันที่ฝ่ายāายยัþคþมีให้กับฝ่ายหญิþอยู่ ถึþแม้ว่าทั้þสอþÿะเลิกรากันไปแล้ว โดยสื่อออกมา ÿากลักษณะห้อþพักขอþฝ่ายāายที่เคยมีฝ่ายหญิþอยู่ด้วย แต่ในขณะนี้กลับไม่มีฝ่ายหญิþอยู่ด้วยอีก


29 ต่อไป โดยความรู้สึกผูกพัน ความทรþÿำที่มีร่วมกันภายในห้อþพักยัþคþวนเวียนอยู่ในความทรþÿำ ขอþฝ่ายāายเสมอ ตัวอย่าþที่ 2 “รูปขอþเราไม่เคยเคลื่อนไหว แต่อีกร้อยปีมันคþÿาþไป Āันยัþใā้āีวิตตรþนี้ ในห้อþเล็ก ๆ บนเมือþใหญ่” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากความผูกมัด ที่ฝ่ายāายนั้นผูกมัดตนเอþไว้กับความทรþÿำเก่า ๆ ที่เคยมีร่วมกับฝ่ายหญิþ และ ความรู้สึกขอþฝ่ายāายก็ยัþไม่ไปไหนยัþคþคิดถึþฝ่ายหญิþอยู่เสมอ 4.2 เพลþ เดาไม่เก่þ ตัวอย่าþที่ 1 “ā่วยพูดออกมาสักที ว่าเธอนั้นคิดเā่นไร อยู่ตรþนี้ มีแต่ตัวหรือหัวใÿ” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ฝ่ายāายและฝ่ายหญิþมีความใกล้āิดกัน และฝ่ายāายอยากให้ความสัมพันธ์ขอþทั้þคู่āัดเÿน มากยิ่þขึ้น ว่าÿริþ ๆ แล้วทั้þคู่นั้นรู้สึกเā่นเดียวกันหรือเปล่า ตัวอย่าþที่ 2 “Āันหวัþให้เธอรักกัน ไม่อยากให้เป็นแค่ฝัน เพราะว่าĀัน มีแต่เธอทั้þหัวใÿ” (THREE MAN DOWN, 2564)


30 ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการอยากก้าวข้ามความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ โดยฝ่ายāายอยากที่ÿะเป็นคนรักขอþฝ่ายหญิþและ ต้อþการความāัดเÿนÿากฝ่ายหญิþ 4.3 เพลþ เลือกคนที่เขารักเรา ตัวอย่าþที่ 1 “เธอมาถามว่าเหนื่อยไหม ที่ต้อþคอยĂับน้ำตาให้เธอ ในที่เขาทำร้ายเธอมา Āันแค่ยิ้มแกล้þหัวเราะแล้วก็ตอบเธอไป ไม่เป็นไร ให้เธอห่วþตัวเอþพอแล้ว” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ทั้þฝ่ายāายและฝ่ายหญิþมีความสนิทสนมใกล้āิดกัน โดยที่ฝ่ายāายÿะเป็นฝ่ายที่คอยปลอบใÿ ฝ่ายหญิþอยู่เสมอ เวลาที่ฝ่ายหญิþโดนทำร้ายความรู้สึกÿากคนรักขอþฝ่ายหญิþ และใน ขณะเดียวกันฝ่ายหญิþก็ถามฝ่ายāายกลับว่าการที่ฝ่ายāายคอยปลอบใÿเธอเสมอ ฝ่ายāายรู้สึก เหนื่อยไหม ฝ่ายāายเลยตอบเธอว่าไม่เป็นไร ให้ห่วþแค่ความรู้สึกขอþตนเอþก็พอแล้ว แสดþให้เห็น ถึþความสนิทสนมกันระหว่าþทั้þคู่ ตัวอย่าþที่ 2 “ทั้þที่ในใÿ อยากÿะกอดเธอเอาไว้ ไม่ให้กลับไปหาเขา ถ้าเขาไม่รักเธอควรÿะพักหน่อยดีไหม ถ้าเขาไม่รักĀันว่าเธอควรÿะปล่อยเขาไป ให้Āันคนนี้ให้Āันคนนี้กอดเธอไว้ เพราะเธอก็รู้ว่าĀันไม่เคยทำเธอเสียใÿ” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการอยากที่ÿะก้าวข้ามความสัมพันธ์ขอþฝ่ายāายโดยฝ่ายāายนั้นเป็นฝ่ายที่อยู่เคียþข้าþกับฝ่าย


31 หญิþมาตลอด แต่ฝ่ายหญิþนั้นรักผู้āายอีกคนหนึ่þ เป็นผลให้ฝ่ายāายอยากให้ฝ่ายหญิþเāื่อใÿเขาว่า ฝ่ายāายÿะไม่ทำให้ฝ่ายหญิþเสียใÿและอยากพัฒนาความสัมพันธ์ไปด้วยกัน 4.4 เพลþ Friend Zone ตัวอย่าþที่ 1 “เก็บเอาไว้ในใÿเสมอไม่เคยบอก เก็บเอาไว้ข้าþในลึกลึกหัวใÿ ไม่เคยบอกไปให้เธอได้รู้ถึþความใน เพราะเรามันเป็นเพื่อนกันไþ” (THREE MAN DOWN, 2564) ตัวอย่าþที่ 2 “ผ่านมาก็หลายปีแล้วไม่เคยบอก มีคนเข้ามาÿีบเธอมากมาย แต่ว่าเธอก็ไม่เคยยืนอยู่ตรþนี้ ไม่เคยเลือกใครและเราก็ยัþเป็นเพื่อนกันไþ” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ทั้þฝ่ายหญิþและฝ่ายāายเป็นเพื่อนกันมาเป็นเวลานานแสดþให้เห็นถึþความใกล้āิดสนิทสนม กันแต่ฝ่ายāายนั้นมีความรู้สึกāอบเพื่อนขอþตนเอþและอยู่กับฝ่ายหญิþมาตลอดแต่ฝ่ายหญิþก็ไม่ เคยรู้เลยว่าฝ่ายāายคิดอย่าþไรกับตน ตัวอย่าþที่ 3 “อยากÿะลาออกÿากการเป็นเพื่อเธอ อยากÿะเดินÿูþมือไม่ใā่มอþหน้าเธอ คþทนอยู่วþการนี้อีกไม่ไหว โอ้ (ขอลาออกก่อนได้ไหม) ” (THREE MAN DOWN, 2564)


32 ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการอยากก้าวข้ามความสัมพันธ์ขอþฝ่ายāายที่อยากเป็นคนรักขอþฝ่ายหญิþและไม่อยากเป็น เพียþแค่เพื่อนขอþเธออีกต่อไป 4.5 เพลþ ถ้าเธอรักĀันÿริþ ตัวอย่าþที่ 1 “Āันไม่เคยลืมĀันไม่เคยลืมเขาเลยไปสักวัน ยัþคิดถึþเขายัþคิดถึþเขาทั้þที่เธออยู่กับĀัน Āันใÿร้ายแบบนี้ก็อย่าทนเลยคนดี อยากให้เธอไปเÿอคนที่ดี” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ฝ่ายāายยัþคþผูกพันอยู่กับคนรักเก่าอยู่ ในขณะที่ฝ่ายหญิþนั้นกำลัþพยายามเอาตัวเอþเข้ามา แทนที่คนรักเก่าขอþฝ่ายāาย แต่ฝ่ายāายไม่สามารถลืมคนรักเก่าได้ ทั้þยัþอยากให้ฝ่ายหญิþไปเÿอ คนที่ดีกว่าตน ตัวอย่าþที่ 2 “ถ้าเธอรักĀันÿริþได้โปรดทิ้þĀันไป ได้โปรดเดินหนีĀันไปให้ไกล อย่ากอดĀันไว้เลย อย่าอยู่กับĀันเลย คนที่ลืมแฟนเก่าไม่ได้แบบĀัน ไม่ควรได้รับความรักÿากใคร” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการที่ฝ่ายāายไม่อยากที่ÿะพัฒนาความสัมพันธ์กับฝ่ายหญิþ เนื่อþÿากตนยัþไม่สามารถที่ÿะลืม คนรักเก่าได้และยัþคþนึกถึþเธออยู่เสมอ ÿนไม่อาÿรับความรักใครได้อีก ÿะเห็นได้ว่าความรักในรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) เป็นรูปแบบความรัก ที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ที่มีระยะเวลาที่ยาวนาน โดยÿะมีอþค์ประกอบขอþความใกล้āิดและ


33 อþค์ประกอบความผูกมัด Ăึ่þความรักในรูปแบบนี้มักพบในความสัมพันธ์ขอþเพื่อน หรือคู่แต่þþาน ที่ใā้āีวิตร่วมกันมาเป็นเวลานานแล้ว โดยความรักในรูปแบบนี้ÿะมีลักษณะขอþความคุ้นเคย ความใกล้āิด ความผูกพัน การเข้าใÿกันอย่าþลึกĂึ้þ รวมไปถึþการตัดสินใÿที่ÿะรักหรือมีพันธะ ต่อกันทาþสัþคม 5 ความรักรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) รูปแบบรักแบบไร้สติมักเกิดขึ้นÿากบุคคลพบรักและผูกมัดกันอย่าþรวดเร็ว Ăึ่þรักแบบนี้มัก ÿบลþอย่าþรวดเร็วเā่นกัน โดยÿะประกอบไปด้วยอþค์ประกอบด้าน ความเสน่หา (passion) และ ความผูกมัด (commitment) เมื่อนำทั้þสอþอþค์ประกอบเข้าด้วยกัน รักแบบไร้สติ (fatuous love) ÿะมี ลักษณะขอþความรักที่เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วและไร้Ăึ่þสติในการคิดไตร่ตรอþเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่าþคนทั้þสอþคน โดยÿะประกอบไปด้วยความหลþใหล ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้น ทาþสรีระ เป็นความดึþดูดทาþเพศรวมถึþการตัดสินใÿที่ÿะรักหรือมีพันธะทาþใÿหรือทาþสัþคมต่อกัน ÿากการวิÿัยพบรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) ที่ปรากฏในบทเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ดัþตัวอย่าþต่อไปนี้ 5.1 เพลþ ตอนไม่ได้เÿอ ตัวอย่าþที่ 1 “Āันทิ้þตัวลþนอนบนเตียþขอþĀันที่ไม่มีเธอ หันไปพบรูปเก่าที่มอþกี่ทีก็ยิ้มเสมอ แม้วันนี้เราÿะยัþไม่ได้ไม่พบไม่เÿอ Āันรู้เธอเอþก็ร้อนใÿและĀันเอþก็เā่นกัน” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ ความคิดถึþที่ฝ่ายāายและฝ่ายหญิþมีต่อกัน ถึþแม้ว่าในขณะนี้เขาทั้þสอþยัþไม่ได้เÿอกันแต่ความคิด ถึþขอþพวกเขายัþคþส่þถึþกันอยู่เสมอ


34 ตัวอย่าþที่ 2 “เพราะā่วþที่Āันขาดเธอไปเอาแต่ละเมอ เพราะเรายัþคþเหþาปวดร้าวตอนไม่ได้เÿอ” (THREE MAN DOWN, 2564) ตัวอย่าþที่ 3 “คิดถึþā่วþเวลาที่ยัþมีเพียþแค่เธอกับĀัน กลับมาเถอะที่รักĀันยอมทุกทาþหากได้เÿอกัน เพราะวันนี้เราทำได้แค่เพียþÿูบกันในฝัน Āันรู้เธอร้อนใÿĀันเอþก็เā่นกัน” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการที่ทั้þสอþฝ่ายเคยมีพันธะต่อกัน โดยการเคยเป็นคนรักกัน ทั้þสอþคนต้อþเลิกกันเนื่อþÿาก เหตุผลบาþอย่าþ และฝ่ายāายกำลัþโหยหาฝ่ายหญิþและอยากใā้āีวิตร่วมกันกับฝ่ายหญิþ 5.2 เพลþ ทีมรอเธอ ตัวอย่าþที่ 1 “āอบเธอÿริþÿริþ แต่ยัþไม่รู้ÿะบอกเธอเมื่อใด ได้แต่คอยคอยคอย ได้แต่คอยคอยคอย เพราะĀันเพราะĀันคือทีมที่รอเธอ” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿากการ ที่ฝ่ายāายนั้นāอบฝ่ายหญิþ แต่ยัþไม่มีโอกาสที่ÿะบอกฝ่ายหญิþถึþความรู้สึกที่มีต่อฝ่ายหญิþ และ ฝ่ายāายยัþคþรอคอยโอกาสที่ÿะได้บอกเธอ ตัวอย่าþที่ 2 “ถ้าĀันทักไปคþดี ถ้าบอกว่าāอบไปคþดี ถ้าเรารักกันคþดี สุดท้ายĀันยอมแพ้อยู่ดี” (THREE MAN DOWN, 2564)


35 ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการอยากทำสิ่þใดสิ่þหนึ่þเพื่อก้าวข้ามความสัมพันธ์ โดยฝ่ายāายนั้นอยากเป็นคนรักขอþฝ่าย หญิþแต่ไม่สามารถที่ÿะก้าวข้ามความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ไปได้ 5.3 เพลþ ผ่านตา ตัวอย่าþที่ 1 “Āันเห็นเธอทุกวันเธอยืนตรþนั้น โอ้ เมือþทั้þเมือþไม่สวยเท่าเธอ ไม่มีเทียบได้เลยเธอคนเดียวที่สวยเกิน หากเธอมอþมาขอแค่สักครา แค่เธอทักทายĀันก็คþÿะละลาย Āันÿึþผ่านไปให้เธอมอþเห็น” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿากการ ที่ฝ่ายāายนั้นเกิดความหลþใหลต่อฝ่ายหญิþ โดยการāอบในรูปร่าþหน้าตาขอþฝ่ายหญิþและ พยายามที่ÿะทำให้ตนเอþนั้นอยู่ในสายตาขอþฝ่ายหญิþ ตัวอย่าþที่ 2 “เป็นตัวĀันที่พยายาม ทำตัวให้เราพบกัน และหวัþเอาไว้สักวัน เราÿะไม่ใā่แค่ผ่านกันไป” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการอยากพัฒนาความสัมพันธ์ โดยมีการอยากใā้āีวิตร่วมกันกับฝ่ายหญิþ ÿะเห็นได้ว่าความรักรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) เป็นรูปแบบความรักที่เกิดขึ้นÿาก บุคคลที่พบรักและผูกมัดกันอย่าþรวดเร็ว หรือการผูกมัดความรู้สึกขอþตนเอþเอาไว้กับบุคคล อีกฝ่าย Ăึ่þทำให้เกิดความไร้Ăึ่þสติในการไตร่ตรอþ โดยเหตุผลในการรักมีเพียþเพราะแค่เกิด ความเสน่หาในตัวบุคคล Ăึ่þความรักในรูปแบบนี้ประกอบด้วยอþค์ประกอบขอþความเสน่หาและ


36 ความผูกมัด โดยมีลักษณะความหลþใหลในความþาม ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทาþสรีระความดึþดูด ทาþเพศ ÿนกระทั่þทำให้เกิดการตัดสินใÿที่ที่ÿะรักหรือมีพันธะกันทาþสัþคม 6 ความรักรูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) รูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ โดยรักในรูปแบบนี้เป็นรักที่บุคคลส่วนใหญ่ปรารถนาที่ÿะให้ เกิดขึ้นเป็นอย่าþมาก แต่ก็ยากที่ÿะเกิดขึ้นและรักษาให้คþสภาพไว้ได้ โดยÿะขึ้นอยู่กับรูปแบบ ความสัมพันธ์และสถานการณ์ที่แวดล้อมในความสัมพันธ์ระหว่าþสอþบุคคล โดยÿะประกอบไปด้วย อþค์ประกอบทั้þสามอþค์ประกอบ คือ ความใกล้āิด (intimacy) ความเสน่หา (passion) และ ความผูกมัด (commitment) เมื่อนำทั้þสามอþค์ประกอบเข้าด้วยกัน รักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) ÿะมีลักษณะขอþความรักที่มีความใกล้āิด ความผูกพันกันมาก่อน ทั้þยัþมีใน เรื่อþขอþความเสน่หาในความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทาþสรีระ เป็นความดึþดูดทาþเพศ รวมทั้þมีการ ตัดสินใÿที่ÿะรักหรือมีพันธะทาþใÿหรือทาþสัþคมต่อกัน Ăึ่þรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) ÿะมีทั้þสมหวัþและผิดหวัþ ÿะขึ้นอยู่กับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าþบุคคล Ăึ่þถ้าหาก ไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไปได้ ก็ÿะกลับเป็นการลดความสัมพันธ์ไปในที่สุด แต่ยัþคþ เหลือความรัก ความใกล้āิด ความเสน่หา และความผูกมัดกับความรู้สึกเดิม ๆ อยู่ ในอีกกรณี ถ้าหากมีการการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าþบุคคลไปในทาþที่ดี ก็ÿะทำให้รักแบบสมบูรณ์แบบ เป็นความรักที่เพิ่มพูนความสัมพันธ์อันดีและสามารถพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ในอนาคตได้ ÿากการวิÿัยพบรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) ที่ปรากฏในบทเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE พบรูปแบบรักแบบ สมบูรณ์แบบ (consummate love) โดยมีทั้þแบบสมหวัþ (พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ใน อนาคต) และแบบผิดหวัþ (ลดความสัมพันธ์ลþ) Ăึ่þเห็นได้ดัþตัวอย่าþต่อไปนี้ 6.1 เพลþ Time Zone รูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ แบบผิดหวัþ (ลดความสัมพันธ์ลþ)


37 ตัวอย่าþที่ 1 “แต่Āันก็ไม่รู้ว่าĀันพลาดตรþไหน หรือว่าวันเวลายัþผ่านไปนานไม่พอ ไม่ว่านานเท่าไหร่ไม่ว่าคุยกับใคร ยัþคþเหมือนเดิม” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ฝ่ายāายยัþมีความรู้สึกผูกพันอยู่กับฝ่ายหญิþอยู่ และไม่สามารถลดความรู้สึกขอþตนเอþที่มี ต่อฝ่ายหญิþได้ ตัวอย่าþที่ 2 “วิ่þไกลแค่ไหนหนีเท่าไหร่ ไม่เคยÿะพ้นเลย เพราะว่าทุกครั้þที่ตัวĀันหลับตาลþมีแต่ภาพเธอ ยิ่þĀันหนีไปไกลก็ยิ่þคิดถึþเธอ” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿากการ ที่ฝ่ายāายยัþคþคิดถึþฝ่ายหญิþอยู่เสมอ ถึþแม้ว่าฝ่ายāายÿะพยายามที่ÿะลืมเธอ แต่กลับลืมไม่ได้ ตัวอย่าþที่ 3 “Ăื้อตั๋วเครื่อþบินเที่ยวสุดท้าย อยากบินขึ้นไป อยากไปอยู่บนฟ้าให้ไกลแสนไกล ถ้าไม่ต้อþเÿอเธอ คþดีใā่ไหม” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þÿากบท เพลþแสดþให้เห็นถึþการอยากลดความสัมพันธ์ลþ เมื่อคนทั้þสอþคนไม่สามารถที่ÿะพัฒนา ความสัมพันธ์กันต่อไปได้ แต่ทั้þฝ่ายāายนั้นยัþมีความผูกมัดความรู้สึกขอþตนเอþไว้กับฝ่ายหญิþ เหมือนเดิม และยัþไม่สามารถเอาความรู้สึกขอþตนเอþนั้นออกมาได้ÿากความสัมพันธ์เก่า ๆ


38 6.2เพลþ ข้าþกัน (City) feat. ออม TELExTELEXs รูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ แบบสมหวัþ (พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้น) ตัวอย่าþที่ 1 “เธออยู่ตรþนั้นยืนอยู่ข้าþĀัน Āันไม่เคยแม้แต่ฝัน ว่าÿะได้พบเธอท่ามกลาþ คนทั้þเมือþอีกเป็นล้าน โดยไม่ต้อþตามหาใคร เมื่อเธอครอบครอþĀัน” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความใกล้āิด (intimacy) Ăึ่þเห็นได้ÿาก การที่ฝ่ายāายและฝ่ายหญิþมีความผูกพัน ใกล้āิดกัน โดยการที่ทั้þสอþคนนั้นเป็นนรักกัน และยัþคþ เคียþคู่กันอยู่ ตัวอย่าþที่ 2 “Āันเคยเป็นอีกคน ในเมือþแห่þความเหþาใÿ ที่ไม่เคยมีตัวตน ÿนเธอเข้ามาครอบครอþหัวใÿ เหมือนว่าห้อþขอþĀันกลับเปลี่ยนสีไป มันสวยþามÿนกว่าÿะพบได้ที่ใด” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความเสน่หา (passion) Ăึ่þเห็นได้ÿากการ ที่ฝ่ายāายนั้นเกิดความหลþใหลต่อฝ่ายหญิþ โดยฝ่ายāายนั้นรู้สึกว่าตนเอþโāคดีที่ได้รักกับฝ่ายหญิþ Ăึ่þทำให้โลกขอþฝ่ายāายนั้นดูสดใสกว่าที่เคยเป็นมา


39 ตัวอย่าþที่ 3 “ÿะกอดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน เพราะวันนี้ไม่ใā่ฝันนับตั้þแต่เธอเข้ามา หัวใÿขอþĀันก็ไม่ต้อþตามหาใคร เมื่อเธอครอบครอþĀัน” (THREE MAN DOWN, 2564) ÿากบทเพลþข้าþต้นสื่อให้เห็นถึþอþค์ประกอบด้านความผูกมัด (commitment) Ăึ่þเห็นได้ ÿากการที่ฝ่ายāายนั้นมีความรู้สึกผูกมัดและอยากพัฒนาความสัมพันธ์กับฝ่ายหญิþไปทาþที่ดี เพื่อที่ÿะรัดและอยู่เคียþข้าþฝ่ายหญิþแบบนี้เสมอไป ÿะเห็นได้ว่าความรักในรูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) เป็นรักที่บุคคล ส่วนใหญ่ปรารถนาที่ÿะให้เกิดขึ้นกับตน แต่รักในรูปแบบนี้ยากที่ÿะเกิดขึ้นและรักษาให้คþสภาพไว้ โดยÿะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมในความสัมพันธ์ระหว่าþสอþบุคคล Ăึ่þความรักใน รูปแบบนี้ประกอบไปด้วยอþค์ประกอบทั้þสามอþค์ประกอบ คือ ความใกล้āิด (intimacy) ความเสน่หา (passion) และความผูกมัด (commitment) เมื่อนำทั้þสามอþค์ประกอบมารวมกันÿะ ส่þผลให้รักสมบูรณ์แบบมีลักษณะขอþความใกล้āิด ความผูกพัน ความหลþใหล ความเสน่หาในตัว บุคคล รวมถึþการผูกมัดการอยากมีพันธะทาþสัþคมต่อกัน Ăึ่þความรักในรูปแบบนี้ÿะมีทั้þแบบ สมหวัþและแบบผิดหวัþ ÿะขึ้นอยู่กับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าþบุคคล ถ้าหากคู่รักสามารถ พัฒนาความสัมพันธ์ไปในทาþที่ดี ความสัมพันธ์ขอþคู่รักก็ÿะสามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ใน อนาคต อีกกรณีหนึ่þถ้าหากคู่รักไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทาþที่ดีได้ ความสัมพันธ์ขอþ คู่รักÿะถูกลดความสัมพันธ์ลþ ÿนไม่สามารถที่ÿะพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไปได้


40 บทที่ 5 บทสรุป การวิÿัย เรื่อþ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE มีวัตถุประสþค์เพื่อÿัดประเภทภาพสะท้อนความรักที่ ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ÿาก ทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg โดยนำเพลþใน อัลบั้มดัþกล่าวทั้þ 17 เพลþมาวิเคราะห์ความรักในรูปแบบต่าþ ๆ และพบความรักรูปแบบดัþต่อไปนี้ 1. รูปแบบความāอบ (liking) 2. รูปแบบรักแบบหลþใหล (infatuated love) 3. รูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) 4. รูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) 5. รูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) 6. รูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) สรุปผลการศึกษาค้นคว้า ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปได้ดัþต่อไปนี้ ภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏอยู่ในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ÿำนวน 17 เพลþ โดย วิเคราะห์ตามทฤษฎีสามเหลี่ยมขอþความรัก Triangular theory of love ขอþ Robert Sternberg พบว่า 1. พบเพลþที่ปรากฎรูปแบบความāอบ (liking) ÿำนวน 3 เพลþ ได้แก่ 1. เพลþ ไปเถอะเธอ 2. เพลþ รถĀันบินไม่ได้ 3. เพลþ ฝนตกไหม 2. พบเพลþที่ปรากฎรูปแบบรักแบบหลþใหล (infatuated love) ÿำนวน 2 เพลþ ได้แก่ 1. เพลþ หมดไอÿี 2. เพลþ ไม่เคยมีดาวในเมือþใหญ่ 3. พบเพลþที่ปรากฎรูปแบบรักแบบโรแมนติก (romantic love) ÿำนวน 2 เพลþ ได้แก่


41 1. เพลþ คุยคนเดียวเก่þ 2. เพลþ ฝันถึþแฟนเก่า 4. พบเพลþที่ปรากฎรูปแบบรักแบบมิตรภาพ (companionate love) ÿำนวน 5 เพลþ ได้แก่ 1. เพลþ This City Won’t Be Lonely Anymore 2. เพลþ เดาไม่เก่þ 3. เพลþ เลือกคนที่เขารักเรา 4. เพลþ Friend Zone 5. เพลþ ถ้าเธอรักĀันÿริþ 5. พบเพลþที่ปรากฎรูปแบบรักแบบไร้สติ (fatuous love) ÿำนวน 3 เพลþ ได้แก่ 1. เพลþ ตอนไม่ได้เÿอ 2. เพลþ ทีมรอเธอ 3. เพลþ ผ่านตา 6. พบเพลþที่ปรากฎรูปแบบรักแบบสมบูรณ์แบบ (consummate love) ÿำนวน 2 เพลþ ได้แก่ 1. เพลþ Time Zone 2. เพลþ ข้าþกัน (City) feat. ออม TELExTELEXs อภิปรายผล ÿากการศึกษาภาพสะท้อนความรักที่ปรากฏในเพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE ทำให้ทราบว่า เพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อþกับความรักในหลากหลาย รูปแบบ โดยมีการเล่าเรื่อþราวความรักที่เกิดขึ้นระหว่าþบุคคลผ่านบทเพลþ มีเทคนิควิธีการเลือก ใā้ถ้อยคำสรร รวมถึþการใā้สัญลักษณ์เพื่อสื่อไปถึþความรัก ความผูกพัน ความเสน่หา รวมถึþ ความผูกมัด Ăึ่þสอดคล้อþกับ สิริภรณ์ ระวัþþาน (2553, หน้า 10) ที่ได้สรุปทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่þ ความรัก (Triangular theory of love) ขอþ Robert Sternberg ที่ว่า สิ่þที่เรียกว่า “ความรัก” มีด้วยกัน 3 อþค์ประกอบ Ăึ่þได้แก่ ความใกล้āิด (intimacy) ความเสน่หา (passion) และความผูกมัด (commitment) ดัþÿะเห็นได้ÿากเนื้อหาขอþบทเพลþที่มีอþค์ประกอบทั้þ 3 อþค์ประกอบแฝþอยู่ Ăึ่þ สามารถแยกออกเป็นรูปแบบความรักในรูปแบบต่าþ ๆ ได้ ÿากอþค์ประกอบดัþกล่าวข้าþต้นทำให้เพลþขอþ วþ THREE MAN DOWN อัลบั้ม THIS CITY WON’T BE LONELY ANYMORE สื่อให้เห็นถึþรูปแบบความรักāนิดต่าþ ๆ ผ่านบทเพลþ พร้อมทั้þสื่อ อารมณ์ออกมาผ่านเสียþร้อþและท่วþทำนอþขอþดนตรี ทำให้ผู้ฟัþเกิดอารมณ์คล้อยตาม เป็นผลให้ วþ THREE MAN DOWN เป็นวþที่ได้รับความนิยมเป็นอย่าþสูþ ÿนได้รับราþวัล Artist of the Year ÿากþาน JOOX THAILAND MUSIC AWARD 2021 โดยมีผลþานที่โดดเด่น เā่น เพลþฝนตกไหม,


Click to View FlipBook Version