The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

หน่วยที่ 1 สัญญาจ้างแรงงาน

1. กฎหมายเกีย่ วกบั การจ้างแรงงานมีหลายฉบับดว้ ยกนั แต่กฎหมายลกั ษณะจ้างแรงงานตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชยย์ งั คงเป็นกฎหมายหลัก เป็นทมี่ าและเปน็ บอ่ เกดิ ของความสมั พนั ธร์ ะหว่างนายจ้างและ
ลูกจา้ ง ซ่งึ ก่อใหเ้ กดนติ ิสัมพนธั ์ตอ่ กนั ตามกฎหมายท้งั ตามประมวกฎหมายแพ่งและพาณิชยแ์ ละกฎหมาย
แรงงานแตล่ ะฉบบั ที่เกีย่ วข้อง การศึกษากฎหมายลักษณะจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์โดย
ไม่มีการศึกษากฎหมายแรงงานท่เี ก่ยี วข้องอาจทําให้ความเข้าใจการใชแ้ ละการตความกฎหมายคลาดเคลื่อนหรือ
ผิดเพีย้ นไปได้

2. สัญญาจา้ งแรงงาน นอกจากจะเป็นสัญญาที่มลี กั ษณะทว่ั ไปเช่นเดี่ยวกับเอกเทศสัญญาลักษณะอ่ืนแล้วยงั
เป็นสัญญาทม่ี ีลกั ษณะเฉพาะแตกต่างจากเอกเทศสัญญาลักษณะอ่นื ซ่ึงอาจจาํ แนกไดส้ ามประเภทคือ เป็น
สญั ญาตา่ งตอบแทน เป็นสญั ญาทไี่ มม่ ีแบบและเป็นสญั ญาเฉพาะตวั นอกจากน้หี ากคสู่ ญั ญาอยใู่ นขอบเขตการใช้
บังคบั ของกฎหมายแรงงานฉบบั ใด กต็ ้องปฏิบตั ติ ามบทบัญิญัตของกฎหมายแรงงานฉบับนน้ั ด้วย

3. สัญญาจ้างแรงงานอาจแบ่งออกเปน็ 2 ประเภทตามระยะเวลาการจ้างคือ สัญญาจ้างแรงงานที่กาํ หนด
ระยะเวลาการจา้ งแนน่ อนประเภทหนงึ่ และสัญญาจา้ งแรงงานทไี่ ม่มํกาี หนดระยะเวลาการจ้างแนน่ อนอกี
ประเภทหนงึ่

4. เมื่อเกิดสญั ญาจ้างแรงงานข้ึน นายจ้างและลูกจา้ งซึ่งเป็นค่สู ัญญาย่อมมีสิทธแิ ละหน้าที่ต่อกนั ท้ังสิทธิและ
หนา้ ทต่ี ามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายแรงงานฉบบั ตา่ งๆ เฉพาะนายจา้ งและลูกจา้ งท่ีอยู่ใน
ขอบเขตการใชบ้ ังคบั ของกฎหมายแรงงานฉบบั นั้นๆ

5. สัญญาจ้างแรงงานอาจสิ้นสดุ ลงไดห้ ลายกรณดี ้วยสาเหตแุ ตกตา่ งกนั ซ่ึงในหนว่ ยนีจ้ ะแบง่ ออก เป็นสอง
ประเภท คอื ความสิ้นสดุ ของสัญญาจา้ งแรงงานโดยท่วั ไป ซ่ึงหมายถงึ สญั ญาจา้ งแรงงานที่ส้นิ สุดลงโดยไมต่ ้อง
บอกเลิกสัญญา ไม่ตอ้ งบอกกล่าวลว่ งหน้า หรือจ่ายสินจา้ งแทนการบอกกลา่ วล่วงหน้า และความสิน้ สุดของ
สัญญาจ่างแรงงานโดยการบอกเลกิ สัญญา ซึ่งอาจเกดิ จากความผดิ ของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนงึ่ หรอื ไม่กไ็ ด้
รวมท้งั การเลิกจา้ ง หรือไล่ลูกจ้างออกจากงานซึ่งอาจทําให้นายจ้างตอ้ งรับผดิ ตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย
แรงงานฉบับต่างๆความเบือ้ งต้น

เกี่ยวกับกฎหมายจา้ งแรงงาน
1. กฎหมายลักษณะจา้ งแรงงานตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ เป็นทมี่ าและเปน็ บอ่ เกดิ ของ

ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนายจา้ งและลูกจา้ งอันก่อใหเ้ กิดนติ สิ ัมพันธ์มสี ิทธแิ ละหน้าท่ตี ่อกนั ท้ังสทิ ธแิ ละหนา้ ท่ีตาม
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ และกฎหมายแรงงานแต่ละฉบับเฉพาะนายจ้างและลูกจา้ งหรือกจิ การที่อยู่ใน
ขอบเขตการใช้บงั คับของกฎหมายแรงงานฉบบั นั้น

2. สญั ญาจ้างแรงงานหมายถึง สญั ญาระหว่างลูกจ้างและนายจา้ งซง่ึ ลูกจา้ งตกลงจะทํางานให้นายจ้างและตก
ลงจะให้สนิ จา้ งหรือค่าจา้ งตลอดเวลาทลี่ ูกจ้างทาํ งานให้

3. “ค่าจา้ ง” ตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงานหมายถึง “เงิน” เท่านั้น นายจ้างในกจิ การทีอ่ ยใู่ นขอบเขตการใช้
บงั คับของกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน จะจา่ ยค่าจ้างใหแ้ ก่ลูกจา้ งเปน็ ทรพั ยส์ ินอนื่ ไม่ได้ สว่ น “สนิ จา้ ง” นั้น
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์มิได้ให้คาํ จาํ กัดความไว้ ดังนั้นนายจา้ งและลูกจ้างท่ีไม่อยู่ในขอบเขตการใช้
บังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงานจะตกลงกนั จ่าย “สินจ้าง” เป็นเงินหรือเงนิ และสิ่งของหรือทรพั ย์สินอืน่ หรอื
จา่ ยเป็นสิ่งอื่นก็ได้

4. “นายจ้าง” หมายถงึ บุคคลทต่ี กลงรบั ลกู จ้างเขา่ ทาํ งานโดยจา่ ยสนิ จ้างหรือค่าจ้างในตลอด เวลาทีท่ าํ ให้
ส่วน “ลูกจา้ ง” หมายถึงบุคคลท่ีตกลงทํางานให้นายจา้ งเพื่อรับสนิ จ้างหรือค่าจ้างในฐานะลูกจา้ ง ซง่ึ กฎหมาย
แรงงานหลายฉบับต่างก็ให้คาํ จาํ กดั ความของคาํ วา่ “นายจ้าง” และ “ลูกจา้ ง” ไว้

ความสมั พนั ธร์ ะหว่างกฎหมายลกั ษณะจ้างแรงงานกบั กฎหมายแรงงาน
นายจ้างและลูกจา้ งในกิจการโรงแรมจะทาํ สัญญาตกลงกันว่า “จะไม่มกี ารจ่ายเงนิ คา่ ชดเชยเมอ่ื เลิกจา้ งไม่วา่

กรณใี ดๆ” ไดห้ รือไม่เพราะเหตุใด
กิจการโรงแรมเป็นกิจการท่ีอยใู่ นขอบเขตการใชบ้ ังคบั ของพระราชบญั ญัติคมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ไม่อยู่

ในขอ้ ยกเว้นตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั ดิ ังกล่าว ดังนนั้ นายจ้างและลกู จา้ งจะตกลงกันไม่จา่ ยคา่ ชดเชย
เม่อื เลกิ จ้างใหแ้ กล่ ูกจา้ งไม่ได้ เพราะเป็นการตกลงที่แตกตา่ งกับบทบัญญัตํดงิ กล่าวซึง่ เปน็ กฎหมายอนั เกี่ยวกบั
ความสงบเรียบร้อยของประชาชน ข้อตกลงนัน้ ย่อมเปน็ โมฆะตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา 151
เว้นแต่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุท่ีลูกจ้างกระทําความผดิ ตามมาตรา 119 แห่งพระราชบญั ญัติ
คมุ้ ครองแรงงานพ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นขอ้ ยกเว้นทีน่ ายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลกิ จา้ งตามมาตรา 118

ความหมายของสัญญาจา้ งแรงงานและคูส้ ัญญาตามกฎหมาย
การศึกษากฎหมายคมุ้ ครองแรงงานตามพระราชบัญญัติคมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีความสําคญั

และ สัมพันธก์ ับการศึกษากฎหมายลักษณะจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์อยา่ งไร
นายจา้ งและลูกจา้ งตามสัญญาจ้างแรงงาน ในกจิ การที่อยใู่ นขอบเขตใชบ้ ังคบั ของพระราช บญั ญตั คิ ุ้มครอง

แรงงาน พ.ศ. 2541 นอกจากจะมสี ิทธแิ ละหนา้ ทีต่ ่อกนั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ลักษณะจา้ ง
แรงงานและบทบัญญตั ํอนิ ท่ีเก่ยี วขอ้ งแล้ว ยังมสี ิทธิและหน้าที่ตอ่ กนั ตามบทบญั ญัติแหง่ พระราชบญั ญตั ิคุ้มครอง
แรงงาน พ.ศ. 2541 ซ่งึ เป็นกฎหมายที่เกย่ี วข้องกบั ความสงบเรียบร้อยของประชาชนอกี ด้วย ดงั นน้ั การศกึ ษา
กฎหมายคมุ้ ครองแรงงานตามพระราชบญั ญัติดงั กล่าว หรอื การศกึ ษากฎหมายแรงงานฉบบั อ่ืนควบคู่ไปกบั
การศึกษากฎหมายลกั ษณะจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยจ์ ะยังประโยชนใ์ หแ้ กผ่ ู้ศึกษาใน
การตคี วามและวินจิ ฉยั ปัญหาตางๆ ระหว่างนายจา้ งและลูกจ้างตามสญั ญาจา้ งแรงงานซ่ึงอาจมีกฎหมายแรงงาน
ฉบับตา่ งๆ เขา้ มาเกย่ี วขอ้ ง และมบี ทบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากนายจา้ งและลกู จา้ งนั้นอยู่ในกจิ การตาม
ขอบเขตการใช้บังคบั ของกฎหมายแรงงานฉบับนั้นๆ

สาระสาคญั ของสญั ญาจา้ งแรงงาน
1. สญั ญาจา้ งแรงงานเปน็ เอกเทศสญั ญาลักษณะหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์สญั ญาจ้าง

แรงงานจึงมีลกั ษณะท่วั ไปเช้นเดียวกับเอกเทศสญั ญาลักษณะอน่ื ๆ (คือต้องนําบท บัญญัติในบรรพ 1 และ บรรพ
2 แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์มาปรบั ใช้กับสญั ญาจา้ งแรงงานด้วยในกรณีที่บทบญญั ตั ลิ กั ษณะจ้าง
แรงงานมิไดบ้ ญั ญตั ิไว)้ นอกจากลกั ษณะทว่ั ไปแลว้ สัญญาจ้างแรงงานยงั เปน็ สญั ญาทมี่ ีลักษณะเฉพาะแตกตา่ ง
จากเอกเทศสัญญาลักษณะอ่ืนซง่ึ อาจจาํ แนกได้ 3 ประการ คอื เปน็ สญั ญาต่างตอมแทน เปน็ สัญญาทีไ่ ม่มแบบ ี
และเป็นสญั ญาเฉพาะตัว

2. สัญญาจ้างแรงงานอาจแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทตามระยะเวลาการจ้าง คือ สัญญาจา้ งแรงงานที่มีกาํ หนด
ระยะเวลาการจ้างแนน่ อนประเภทหนงึ่ ซ่ึงหมายถึงสัญญาท่กี าํ หนดเวลาเรมิ่ ต้นและเวลาสน้ิ สุดของการจา้ งไว้
แนน่ อนตงั้ แต่เม่ือเริม่ จา้ งและสน้ิ สุดลงทันทเี มอื่ ครบกาํ หนดระยะเวลาท่ีตกลงกนั ไว้โดยไม่ตอ้ งบอกเลิกสัญญา
และสญั ญาจ้างแรงงานที่ไม่มํกาี หนดระยะเวลาการจา้ งงานแนน่ อนอีกประเภทหนง่ึ ซ่งึ หมายถงึ สญั ญาท่ีมไิ ด้
กําหนดเวลาสิน้ สุดของการจ้างไวแ้ นน่ อนอนั เป็นผลให้คสู่ ญั ญาไม่อาจทราบได้ว่าจะจ้างกันนานเทา่ ใด และจะ
สนิ้ สดุ ลงเม่ือใดเมื่อต้องการเลิก
สัญญา จึงต้องบอกกลา่ วล่วงหน้าให้อกี ฝ่ายหน่งึ ทราบตามกําหนดระยะเวลาที่กฎหมายกาํ หนดไว้

3. เมอื่ เกิดสญั ญาจา้ งแรงงานขน้ึ นายจ้างและลูกจา้ งซงึ่ เป็นคูส่ ญั ญาต่างก็มสี ทิ ธิและหนา้ ที่ตอบแทนต่อกัน
ตามที่กฎหมายกาํ หนดไว้หลายประการ ทงั้ สิทธแิ ละหนา้ ท่ีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยแ์ ละกฎหมาย
แรงงานฉบับตา่ งๆ

ลักษณะของสัญญาจา้ ง
อธบิ ายหลักในการวนิ จิ ฉยั วา่ สญั ญาใดเป็นสญั ญาจ้างแรงงานหรอื ไม่
สญั ญาจา้ งแรงงานเป็นสัญญาทม่ี ีลักษณะเฉพาะซ่งึ อาจแยกพจิ ารณาได้ 3 ประการคอื เปน็ สญั ญาตา่ งตอบ

แทน เป็นสญั ญาท่ีไมม่ ีแบบและเปน็ สัญญาเฉพาะตัว
จากการพิจารณาลักษณะเฉพาะ 3 ประการดังกล่าว ทาํ ใหไ้ ด้หลักในการวินจิ ฉยั วา่ สัญญาใดเปน็ สัญญาจ้าง

แรงงานหรอื ไม่ 2 ประการคอื ถ้าเปน็ สัญญาจ้างแรงงาน นายจา้ งย่อมมีอาํ นาจบังคบั บญั ชาลกู จา้ งเกีย่ วกับการ
ทาํ งานประการหนึ่ง กลา่ วคือ หากลูกจา้ งจงใจขดั คาํ สง่ั อนั ชอบดว้ ยกฎหมายของนายจา้ ง หรือละเลยไมน่ าํ พาตอ่
คําส่งั เชน่ วา่ น้ันเป็นอาจิณ นายจา้ งอาจไล่ออกได้ทนั ทโี ดยไม่จําต้องบอกกลา่ วล่วงหนา้ หรอื ใหส้ ินไหมทดแทนกไ็ ด้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 และลูกจ้างไม่ต้องรบั ผดิ ในผลสาํ เรจ็ ของงานอีกประการหนึง่
แต่ลกู จ้างต้องทํางานในหน้าที่ท่ไี ด้รบั มอบหมายอยา่ งเต็มกําลงั ความสามารถซ่งึ ตรงกันขา้ มกบั สญั ญาจา้ งทาํ ของ
ทีผ่ ้รู บั จา้ งตอ้ งรับผิดในผลสาํ เร็จของงาน คือต้องทํางานสงิ่ ใดสิง่ หนง่ึ จนสาํ เรจ็ ให้แกผ่ ูว้ ่าจ้างตามมาตรา 587

บรษิ ัทสุโขทยั จํากัด ประกาศรบั สมัครพนักงานฝา่ ยบุคคลโดยให้ผู้สมคั รกรกอในสมคั รงานใหว้ ินิจฉยั ว่าใบ
สมัครงานเปน็ สัญญาจา้ งแรงงานหรือไม่

การกรอกใบสมคั รงานเปน็ เพียงคาํ เสนอ หรือการแสดงเจตนาของผ้สู มัครงานทีต่ ้องการทํางานเพื่อรบั
สนิ จ้างในฐานะลูกจ้างเทา่ นน้ั แตถ่ ้านายจ่างสนองรบั คําเสนอคือ ตกลงรับสมัครเข้าทํางานเป็นลูกจ้างแลว้ ใบ
สมคั รงานก็มผี ลเป็นสญั ญาจา่ งแรงงานหรอื อาจเปน็ สว่ นหน่ึงของสัญญาในกรณีท่ีมี การแก้ไขเปลีย่ นแปลง
สาระสาํ คญั เก่ียวกับสภาพการจ้างท่ีลกู จ้างกรอกในใบสมัครงานหรอื ในกรณํทีมกี ารทําสัญญาจา้ งแรงงานกันใหม่
หลังจากท่นี ายจ้างตกลงจ้างผู้สมคั รเป็นลกู จ้างแลว้

ประเภทของสญั ญาแรงงาน
สญั ญาจา้ งแรงงานทีม่ ีกําหนดระยะเวลาการจา้ งแน่นอนต้องทําอย่างไร จึงจะมผี ลใชบ้ งั คบั กันได้ตามกฎหมาย

และจะกาํ หนดระยะเวลาการจ้างได้ไม่เกินกี่ปสี ัญญาจา้ งแรงงานเป็นสัญญาท่ีไม่มแี บบ ไม่วา่ จะเป็นสญั ญาจา้ งท่มี ี
หรือไม่มกี ําหนดระยะเวลาการจา้ งแน่นอนหรือไม่ เพยี งตกลงดว้ ยวาจาหรือโดยปริยายก็มผี ลใช้บงั คบั กันได้แลว้
แตถ่ า้ เป็นสญั ญาจ้างทีม่ ีกาํ หนดระยะเวลาการจ้างแนน่ อน คู่สญั ญาตอ้ งตกลงกนั ตง้ั แตเ่ มอื่ เริ่มจ้างว่าจะจ้างกัน
เป็นระยะเวลาเท่าใด ซง่ึ ไม่มีกฎหมายกาํ หนดระยะเวลาเวลาการจ้างข้นั ํต่าหรอื ขั้นสงู ไว้ดังนน้ั คู่สญั ญาจะตกลง
จ้างกันนานเทา่ ใดก็ได้
สาํ หรบั กจิ การท่ีอยู่ในบังคับของพระราชบญั ญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 น้ัน การจ้างท่มี กี าํ หนดระยะเวลา
แนน่ อนดังกล่าวจะกระทําได้เฉพาะกรณีการจ้างในโครงการเฉพาะทม่ี ิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการคา้ ของ
นายจา้ งซึง่ ต้องมีระยะเวลาเร่ิมต้นและสน้ิ สุดของงานท่ีแนน่ อน หรอื ในงานอนั มลี ักษณะเปน็ ครง้ั คราวทม่ี ี
กําหนดการสน้ิ สุด หรอื ความสาํ เรจ็ ของงาน หรือในงานทเ่ี ป็นไปตามฤดกู าลและไดํจา้ งในช่วงเวลาของฤดูกาลนนั้
ซ่งึ งานเหล่านัน้ จะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไมเ่ กนิ สองปี โดยนายจ้างและลูกจhางไดhทาํ สญั ญาเป็นหนงั สือไว้
ต้งั แตเ่ ม่ือเริ่มจา้ งงานมฉิ ะนนั้ นายจา้ งจะต้องจา่ ยค่าชดเชยใหแ้ ก่ลกู จ้าง แมํส้ญญาจะสนิ้ สดุ ลงตามกําหนด
ระยะเวลาการจา้ งก็ตามใหว้ นิ ิจฉยั ว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานของโรงแรมสโุ ขทยั ที่กําหนดใหล้ ูกจา้ งของ
โรงแรมพ้นจาก
ตาํ แหน่งเม่ือมีอายุครบหกสบิ ปบี ริบูรณ์ เว้นแต่จะไดร้ ับการพจิ ารณาให้ต่ออายกุ ารทาํ งานน้นั เป็นสญั ญาจา้ ง
แรงงานทม่ี ีกําหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนหรือไม่ข้อบังคับเก่ียวกบั การทาํ งานของโรงแรมสโุ ขทัยท่ีกําหนดให้
ลกู จ้างของโรงแรม พ้นจากตาํ แหน่งเมือ่ มีอายุครบหกสบิ ปบี รบิ ูรณ์ เว้นแต่จะไดร้ บั การพิจารณาใหต้ ่ออายุการ
ทาํ งานนนั้ เปน็ เพยี งบทกําหนดเงื่อนไขเก่ยี วกบั คุณสมบัตกิ ารเป็นลกู จา้ งของโรงแรมเท่าน้ันไม่ใชก่ ารกาํ
หนดระยะเวลาจา้ งเพราะคู่สัญญา ฝ่ายใดฝา่ ยหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาเสยี เม่ือใดก็ได้มิได้ผูกพันให้ต้อง จา้ งกนั
จนกวา่ ลูกจา้ ง จะมีอายุครบหกสิบปี
บริบรู ณ์ ข้อบังคบั ดังกล่าวจงึ มิใช่สัญญาจ้างแรงงานที่มีกําหนดระยะเวลาการจา้ งแนน่ อน (เทียบเคยี งคําพิพากษา
ฎกี าท่ี 1178/2524)

สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องคสู้ ัญญา

ลูกจ้างจะเรยี กรอ้ งให้นายจา้ งออกใบสําคัญแสดงการทาํ งานเปน็ ภาษอน่ื นอกจากภาษาไทย หรือนายจ้างจะ
ออกใบสาํ คัญแสดงการทํางานใหล้ กู จา้ งเปน็ ภาษาอ่นื ได้หรอื ไม่ และเมื่อนายจ้างออกใบสําคญั แสดงการทํางานให้
แล้ว ลูกจา้ งจะเรียกร้องให้นายจ้างออกใบสาํ คัญแสดงการทาํ งานใหใ้ หม่ไดห้ รือไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 585 บญั ญัตไิ วว้ ่า
“เม่อื การจ้างงานสิน้ สุดลงแลว้ ลูกจา้ งชอบทจ่ี ะได้รบั ใบสาํ คัญ แสดงว่าลกู จ้างํน้นได้ ทาํ งานมานานเท่าไรและ
งานท่ที าํ นน้ั เปน็ งานอย่างไร”
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ยม์ ิได้กาํ หนดไว้ว่า นายจา้ งตอ้ งออกใบสาํ คญั แสดงการทาํ งานให้เปน็
ภาษาใด นายจ้างจงึ ต้องออใบสาํ คัญแสดงการทํางานเปน็ ภาษาไทยเพราะเป็นการกระทาํ ตามบทบญั ญัตแิ ห่ง
กฎหมายไทย เวน้ แตน่ ายจา้ งและลูกจ้างจะตกลงกันให้ออกเป็นภาษาอนื่ ดงั นั้นลูกจา้ งจะเรยี กรอ้ งให้นายจ้าง
ออกเป็นภาษาอืน่ นอกจากภาษาไทยไม่ได้ หากนายจ้างไมย่ ินยอม และนายจา้ งจะออกให้เปน็ ภาษาอน่ื ก็ไม่ได้
เชน่ กนั หากลกู จา้ งไมย่ ินยอม แตถ่ า้ นายจา้ งไดอ้ อกใหเ้ ปน็ ภาษาอ่ืนและลูกจ้างยอมรับแลว้ ก็ถือว่าได้ตกลงกันให้
ออกเปน็ ภาษาอน่ื ลกู จ้างจะมาเรยี กรอ้ งให้ออกเปน็ ภาษา ไทยอกี ฉบบั ไมไ่ ด้และหากนายจา้ งได้ออกใบสาํ คัญน้ใี ห้
ลกู จ้างตามมาตรา 585 ไปแล้ว นายจ้างก็ไม่มีหน้าทีต่ ้องออกใหล้ กู จา้ งใหม่เว้นแตจ่ ะตกลงกันไว้ในสญั ญาจ้าง
หรอื ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

คาํ ตนั เป็นชาวนครพนม เดนิ ทางมากรุงเทพมหานคร และสมคั รเปน็ ลกู จ้างของบริษัทกรุงเทพการก่อสรา้ ง
จํากดั ถา้ คําตนั ถูกเลกิ จ้างโดยไมม่ ีความผิดนายจา้ งต้องจา่ ยเงินเป็นค่าเดินทางกลบั จงั หวัดนครพนมใหค้ าํ ตัน
หรอื ไม่เพราะเหตุใด

ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์มาตรา 586 บญั ญัติไว้ว่า
“ถา้ ลูกจา้ งเป็นผซู้ ง่ึ นายจา้ งไดจ้ า้ งเอามาแตต่ ่างถน่ิ โดยนายจ้างออกค่าเดินทางให้ไซร้ เม่ือการจา้ งแรงงาน
สิ้นสุดลง และถา้ มิไดก้ าํ หนดกันไว้เป็นอยา่ งอ่ืนในสัญญาแล้ว ท่านว่านายจา้ งจําต้องใช้เงินคา่ เดนิ ทางขากลับให้
แตจ่ ะต้องเป็นดงั ตอ่ ไปนคี้ ือ
(1) สัญญามิได้เลิกหรอื ระงับเพราะการกระทําหรือความผิดของลูกจา้ ง และ
(2) ลูกจา้ งกลับไปยังถิ่นท่ีไดจ้ า้ งเอามาภายในเวลาอันสมควร”
กรณตี ามปัญหาแม้คาํ ตันจะถูกเลกิ จ้างโดยมิได้กระทําความผดิ แต่คําตันกไ็ มใ่ ช่ลูกจา้ งซงึ่ นายจา้ งไดจ้ ้างเอามา
จากตา่ งถน่ิ โดยนายจา้ งออกคา่ เดนิ ทางใหเ้ พราะคําตนั เดนิ ทางมาสมัครงานกับบรษิ ัทของนายจ้างเอง ดังน้ัน
นายจ้างจึงไม่มหี น้าท่ตี ้องจา่ ยหรอื ใช้เงนิ คา่ เดนิ ทางกลับจงั หวัดนครพนมให้คําตันตามหลกั กฎหมายดงั กลา่ ว

ความสิ้นสุดของสัญญาจา้ งแรงงาน
1. สญั ญาจ้างแรงงานอาจส้ินสดุ ได้หลายกรณดี ้วยสาเหตแุ ตกต่างกนั ซึง่ อาจแยกออกเปน็ 2 เรื่อง คือ ความ

สนิ้ สดุ ของสัญญาจ้างแรงงานโดยท่วั ไปเร่อื งหนงึ่ และความส้ินสุดของสญั ญาจา้ งแรงงานโดยการบอกเลกิ สญั ญา
อีกเร่ืองหนง่ึ

2. ความสิ้นสดุ ของสญั ญาจ้างแรงงานโดยทัว่ ไปในเร่ืองน้ี หมายถงึ สัญญาจา้ งแรงงานท่สี ้นิ สุดลงโดยไมต่ อ้ ง
บอกเลกิ สญั ญา ไมต่ ้องบอกกลา่ วลว่ งหน้า หรือจา่ ยสนิ จ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหนา้

3. ความสิ้นสุดของสัญญาจ้างแรงงานโดยการบอกเลกิ สัญญา หมายถึง การบอกเลกิ สัญญาจา้ งโดยคูส่ ัญญา
ฝา่ ยใดฝ่ายหนึ่งอันอาจเกดิ จากความผดิ ของค่สู ัญญาอีกฝา่ ยหนึง่ หรือไม่กไ็ ด้ รวมทั้งการเลิกจา้ งหรอื ไลล่ กู จา้ งออก
จากงานซึ่งอาจทาํ ใหน้ ายจา้ งตอ้ งรบั ผดิ ชอบตามบทบัญญัติแหง่ กฎหมายแรงงานฉบบั ตา่ งๆ ดว้ ย

ความัสนิ สุดของสัญญาจา้ งแรงงานโดยทั่วไป
ยกตวั อย่างกรณีท่ีทําใหํส้ญญาจา้ งแรงงานสนิ้ สุดลงโดยนายจ้างไม่ต้องบอกลว่ งหน้า และไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ให้แก่ลกู จ้าง
สัญญาจ้างแรงงานอาจส้นิ สุดลง หรอื ระงับลงโดยนายจ้างไม่ต้องบอกกล่าวลว่ งหน้าหรอื จ่าย สินจา้ งแทน

การบอกกลา่ วลว่ งหนา้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 และพระราช บัญญัตผิ ูค้ ุ้มครอง
แรงงานพ.ศ. 2541 มาตรา 17 และไมต่ อ้ งจา่ ยคา่ ชดเชยให้แกล่ กู จา้ ตาม
พระราชบญั ญัติคมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา118 เน่อื งจากสาเหตุตา่ งๆ หลายกรณีด้วยกนั เชน่

(1) เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการจา้ งตามสญั ญาจ้างแรงงาน ทม่ี ีกําหนดระยะเวลาการจ้างแนน่ อน
(2) เมอื่ ตกลงกนั เลิกสญั ญา
(3) เมอ่ื ลูกจา้ งตาย
(4) เม่อื นายจ้างตายในกรณีท่ีสาระสําคัญอยู่ทตี่ ัวนายจา้ ง
(5) เมอื่ ขาดคุณสมบตั ิในการเปน็ ลกู จา้ ง เชน่ กรณีขาดคุณสมบตั ิเนื่องจากไมม่ สี ญั ชาติไทย และกรณีขาด
คุณสมบตั ิเน่ืองจากเกษยี ณอายกุ ารทาํ งานเป็นตน้

ความสน้ิ สุดของสัญญาจ้างแรงงานโดยการบอกเลกิ สัญญา
เรียมเป็นลูกจา้ งบริษัทขวัญใจ จํากดั ทาํ งานมาแล้ว 9 ปไี ด้คา่ จ้างเดือนละ 20,000 บาททกุ วนั ส้ินเดอื น ถ้า
นายจ้างบอกเลกิ จา้ งเรียมดว้ ยวาจา ในวันท่ี 1 ตลุ าคม 2545 และใหเ้ รียมออกจากงานทันที โดยจ่ายคา่ จ้างเดือน
กันยายนใหเ้ รียมแลว้ แตเ่ รียมอา้ งว่านายจ้างต้องจ่ายคา่ จา้ งเดือตลุ าคมใหเ้ รียมด้วย เพราะเป็นการเลิกจา้ งทันที
โดยไม่มีการบอกกล่าวลว่ งหนา้ ให้วนิ จิ ฉยั วา่ เรยี มมีสทิ ธไิ ดร้ ับคา่ จา้ งแทนการบอกกลา่ วล่วงหนา้ ตามกฎหมายเป็น
เงินเทา่ ใด

ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยม์ าตรา 582 บัญญัติไวว้ า่

“ถ้าคูส่ ญั ญาไมไ่ ด้กําหนดลงไวใ้ นสญั ญาวา่ จะจา้ งกนั นานเท่าใด ทา่ นวา่ ฝา่ ยใดฝ่ายหนงึ่ จะเลกิ สัญญาดว้ ยการ
บอกกลา่ วลว่ งหนา้ ในเม่ือถงึ หรอื ก่อนถงึ กําหนดจา่ ยสินจา้ งคราวใดคราวหน่งึ เพือ่ ใหเ้ ป็นผลยกเลิกสญั ญากันเมอื่
ถงึ กาํ หนดจา่ ยสินจา้ งคราวถัดไปขา้ งหนา้ กอ็ าจทําได้แต่ไมจ่ ําต้องบอกลว่ งหนา้ กว่าสามเดือน

อน่ึงเม่ือบอกกลา่ วดังน้ี นายจา้ งจะจา่ ยสินจ้างแกล่ กู จ้างเสยี ใหค้ รบจํานวนทต่ี ้องจ่ายจนถึงเวลาบอกเลิก
สัญญาตามกําหนดท่บี อกกลา่ วน้นั ทเี่ ดยี วแล้วปล่อยลูกจา้ งจากงานเสียในทนั ทกี ็อาจทาํ ได้”

พระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองแรงงานพ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสองและวรรคส่ีบัญญัตไิ ดว้ า่
“ในกรณํทสี ัญญาจ้างไม่มีกําหนดระยะเวลา นายจา้ งหรือลกู จา้ งอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าว
ลว่ งหนา้ เปน็ หนงั สอื ให้อีกฝ่ายหน่ึงทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถงึ กาํ หนดจ่ายค่าจ้างคราวหนง่ึ คราวใด เพื่อให้เปน็
ผลเลกิ สัญญากันเม่ือถงึ กําหนดจา่ ยคา่ จ้างถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไมจ่ าํ เปน็ ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน”
มาตรา17 วรรคสอง
“การบอกเลิกสญั ญาจ้างตามวรรคสอง นายจา้ งอาจจา่ ยคา่ จ้างใหต้ ามจํานวนท่ีตอ้ งจ่ายจนถึงเวลาเลกิ สญั ญา
ตามกําหนดทีบ่ อกกล่าวและให้ลกู จ้างออกจากงานทนั ทีได้ และให้ถือวา่ การจ่ายค่าจ้างให้แก่ลกู จา้ งตามวรรคน้ี
เปน็ การจา่ ยสนิ จา้ งใหแ้ กล่ กู จ้างตามมาตรา 582 แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์” มาตรา 17 วรรคสี่
ตามกรณตี ามปัญหา เรยี มเป็นลูกจ้างซึง่ อยูใ่ นขอบเขตการใช้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.
2541 และเป็นลกู จา้ งตามสัญญาจ้างท่ไี ม่มีกาํ หนดระยะเวลาจา้ งแน่นอน นายจ้างจึงมสี ิทธเิ ลิกสญั ญาจา้ งเมื่อใดก็
ไดด้ ้วยการบอกกลา่ วล่วงหน้า โดยอาจบอกกลา่ วล่วงหน้าด้วยวาจาหรือเป็นหนงั สอื ก็ได้ เมื่อถึงหรอื ก่อนจะถึง
กาํ หนดจา่ ยคา่ จา้ งคราวใดคราวหน่งึ เพ่ือใหเ้ ปน็ ผลเลิกสัญญากนั เมื่อถงึ กําหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปขา้ งหนา้
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 582 วรรคหน่งึ และ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสอง แต่นายจา้ งก็
อาจจา่ ยคา่ จ้างใหต้ ามจํานวนทตี่ อ้ งจา่ ยจนถึงเวลาเลกิ สญั ญาตามกําหนดทบ่ี อกกล่าวทีเดียว และให้ลกู จ้างออก
จากงานทนั ทีก็ไดต้ าม ป.พ.พ. มาตรา 582 วรรคสอง และ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรค
ส่ี ดังนน้ั เมื่อเรียมไดค้ ่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท และนายจา้ งเลิกจ้างเรียมโดยไมบ่ อกกลา่ วล่วงหนา้ เรยี มจงึ มี
สิทธิได้รับคา่ จา้ งเดอื นตลุ าคมและเดอื นพฤศจิกายน แทนการบอกกล่าวลว่ งหน้า รวมเปน็ เงนิ 40,000 บาท
เพราะเป็นการบอกเลิกจา้ งในวันที่ 1 ตลุ าคม ซ่งึ เปน็ ระยะเวลากอ่ นถงึ กําหนดจ่ายค่าจ้างเดอื นตลุ าคม จงึ เปน็ ผล
เลกิ สญั ญากันเม่อื ถงึ กําหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปคอื วนั ท่ี 30 พฤศจิกายน ตามหลักกฎหมายดังกล่าว
แอนทํางานมาแล้ว 9 ปี ได้ค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท กาํ หนดจา่ ยคา่ จ้างทุกวันสน้ิ เดือนในวนั ที่ 1 เมษายน
2546 แอนตบหน้านายจา้ งสองครั้งเพราะเกิดโทสะท่ถี ูกนายจ้างตําหนิเก่ยี วกับการทาํ งาน นายจา้ งจึงบอกเลกิ
จา้ งแอนเปน็ หนงั สือในวันเดียวกนั นั้น โดยมิไดร้ ะบเุ หตผุ ลไว้ ให้วินิจฉยั วา่ หนงั สือเลกิ จ้างดงั กล่าวจะเป็นผลเลิก
สญั ญาเมือ่ ใด และนายจา้ งจะตอ้ งจา่ ยค่าชดเชยให้แอนหรือไมเ่ พราะเหตุใด
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์มาตรา 583 บญั ญัติไว่ว่า
“ถา้ ลกู จ้างจงใจขัดคาํ สงั่ ของนายจา้ งอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรอื ละเลยไม่นําพาต่อคาํ สัง่ เช่นวา่ นน้ั เปน็
อาจิณก็ดี ละทง้ิ การงานไปเสียก็ดี กระทําความผดิ อย่างรา้ ยแรงก็ดี หรอื กระทําประการอ่นื อันไมส่ มแก่การปฏบํิติ

หนา้ ทข่ี องตนใหล้ ลุ ่วงไปโดยถูกต้องและสุจรติ ก็ดี ท่านว่านายจา้ งจะไล่ออกโดยมิพกั ต้องบอกกล่าวล่วงหนา้ หรอื
ให้สินไหมทดแทนก็ได้”

พระราชบัญญตั ิคุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 มาตรา 118 และมาตรา 119 บญั ญตั ิไวว้ ่า
“ในกรณํทนี ายจา้ งเปน็ ฝ่ายบอกเลกิ สญั ญาจา้ ง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุผลไวใ้ นหนงั สือบอกเลิกสัญญาจ้าง
นายจา้ งจะยกเหตผุ ลตามมาตรา 119 ขึน้ อ้างในภายหลงั ไม่ได้” มาตรา 117 วรรคสาม
“การบอกกล่าวลว่ งหน้าตามมาตรานี้ไมใ่ ช้บังคับแก่การเลิกจ้างตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญตั ิน้ีและ
มาตรา 583 แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์” มาตรา 17 วรรคท้าย
“ให้นายจา้ งจา่ ยคา่ ชดเชยใหแ้ กล่ กู จา้ งซึ่งเลกิ จา้ งดงั ต่อไปน้ี
(4) ลูกจา้ งซึ่งทาํ งานตดิ ต่อกันครบหกปีแต่ไม่ครบสิบปใี ห้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอตั ราสุดท้าย สองร้อยสส่ี บิ วนั
หรอื ไมน่ ้อยกว่าค่าจา้ ง
ของการทํางานสองร้อยส่สี ิบวันสดุ ท้ายสําหรับลูกจ้างซึง่ ได้รับคา่ จา้ งตามผลงานโดยคาํ นวณเปน็ หนว่ ย” มาตรา
114(4)
“นายจ้างไม่ต้องจา่ ยเงินชดเชยให้แกล่ ูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหน่งึ กรณีใดดังตอ่ ไปน้ี
(1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทาํ ความผดิ อาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง” มาตรา 119 (1)
กรณตี ามปัญหาจะเห็นไดว้ ่าแอนเปน็ ลกู จา้ งตามสัญญาจ้างแรงงานท่ีไม่มกี าํ หนดระยะ เวลาการจา้ งแน่นอน
และเป็นลกู จ้างท่อี ยู่ในขอบเขตการใชบ้ งั คบั ของพระราชบัญญัตคิ ้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซ่ึงโดยปกติแลว้ การ
เลิกจ้างลูกจา้ งตามสัญญาจา้ งแรงงานที่ไมม่ ีกาํ หนดเวลาจา้ งแน่นอนน้ัน นายจ้างจะเลกิ สัญญาไดด้ ว้ ยการบอก
กลา่ วลว่ งหน้าในเม่อื ถงึ หรอื ก่อนจะถงึ กําหนดจ่ายค่าจา้ งคราวใดคราวหนง่ึ เพื่อให้เปน็ ผลเลกิ สญั ญากันเมือ่ ถึง
กาํ หนดจา่ ยค่าจา้ งคราวถดั ไปขา้ งหนา้ หรอื นายจ้างจะจา่ ยคา่ จ้างแก่ลกู จ้างให้ครบจาํ นวนทีจ่ ะต้องจ่ายจนถึงเวลา
เลกิ สัญญาตาม
กําหนด ท่ีบอกกลา่ วน้นั ทเี ดียว แล้วใหล้ ูกจ้างออกจากงานทันทกี ็ได้แต่กรณีนีเ้ ป็นการเลิกสัญญาจา้ งเนื่องจาก
ลกู จ้างตบหน้านายจ้างซึ่งเปน็ การระทําความผดิ อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์มาตรา 583
และเปน็ การกระทาํ ความผิดอาญาโดยเจตนาตอ่ นายจา้ งตามพระราชบัญญัตคิ ุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา
119(1) นายจา้ งจงึ สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างหรือไล่ลกู จา้ งออกจากงานได้ทันทโี ดยไมต่ ้องบอกกล่าวล่วงหนา้
หรอื ใหส้ ินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยม์ าตรา 583 และพระราชบญั ญตั คิ ุม้ ครองแรงงาน
พ.ศ. 2541 มาตรา17 วรรคท้าย ดังนั้นหนงั สอื เลกิ จา้ งดงั กลา่ วจงึ เป็นผลเลิกสญั ญาจ้างทันทีคอื วันที่ 1 เมษายน
2546 น่นั เอง
อย่างไรกต็ าม การบอกเลิกสญั ญาจา้ งตามนี้ แม้จะเปน็ การเลิกจ้างเพราะเหตุท่ีลูกจา้ งกระทําความผิดรา้ ยแรง
ซึ่งเป็นการกระทําความผดิ อาญาโดยเจตนาต่อนายจา้ งอนั เป็นเหตยุ กเวน้ ทีน่ ายจา้ งไม่ต้องบอกกลา่ วล่วงหน้าและ
ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใหแ้ ก่ลกู จา้ งดงั กลา่ วก็ตาม แตเ่ มื่อนายจา้ งเป็นฝา่ ยบอกเลกิ สัญญาจ้างโดยไม่ได้ระบุเหตผุ ล
ไว้ในหนงั สือบอกเลิกสญั ญาจ้าง นายจา้ งจะยกเหตยุ กเว้นตามมาตรา 119(1) ขน้ึ อา้ งภายหลงั เพื่อไม่จ่าย
คา่ ชดเชยไมไ่ ด้ดงั นั้น นายจา้ งจงึ ต้องจ่ายคา่ ชดเชยเมื่อเลิกจ้างแอนตามมาตรา 118(4)

สรปุ หนังสอื เลิกจา้ งตามสัญญา เปน็ ผลเลกิ สญั ญาจา้ งทันทีคือในวันที่ 1 เมษายน 2546 และนายจา้ งตอ้ ง
จา่ ยค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างใหแ้ อนตามหลกั กฎหมายดงั กลา่ ว


Click to View FlipBook Version