The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการศพช.ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Masa Marisa , 2020-10-20 23:04:22

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการศพช.ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รายงานผลการฝึกอบรม โครงการศพช.ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

44

บัญชีครัวเรือน (home accounting) เป็นบัญชีท่ีใช้สาหรับบันทึกรายได้และรายจ่าย รายได้และ
รายจ่ายท่ีบันทึกอาจเป็นรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล หรือรายได้และรายจ่ายท่ีเป็นต้นทุนในการผลิตของ
ธรุ กจิ ขนาดย่อม เพอื่ ที่จะทาให้ผ้ปู ระกอบกิจการทราบถึงผลกาไรหรือขาดทนุ จากการประกอบธุรกิจ

การทาบัญชีครัวเรือน เป็นการบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวันประจาเดือนว่าของตนเองและ
ครอบครัว วา่ มรี ายรับจากแหล่งใด รายจ่ายจาเปน็ มาก รายจา่ ยจาเปน็ น้อยมีจานวนเท่าใด มีเงินคงเหลือเท่าใด
หรอื เงินไม่พอใชเ้ ทา่ ใด โดยนารายรับ รายจ่าย มาหักลบกนั จะทราบวา่ ใชจ้ า่ ยขาดดลุ หรือเกินดลุ สามารถใช้วาง
แผนการรับการจ่ายเงินของตนเองและครอบครัวได้ กล่าวได้ว่า การบัญชีครัวเรือนเป็นการรวบรวมเหตุการณ์
ทางการเงินคือรายรับและรายจ่ายในแต่ละวันของบคุ คลหรือครอบครัวหรือธุรกิจขนาดยอ่ มแล้วนามาจดบันทึก
ในเอกสารท่ีจัดทาข้ึน อาจจัดทาเป็นสมุดบัญชีหรือจะใช้โปรแกรมสาเร็จรูปจากคอมพิวเตอร์ ก็จะทาให้
สะดวกยิ่งขึ้น แล้วสรุปเป็นยอดรวมของรายรับรายจ่าย เพ่ือให้ทราบยอดเงินคงเหลือถ้ามีรายรับมากกว่า
รายจ่าย แสดงว่ามีเงินเหลือ ซึ่งจะนาไปใช้จ่ายในเดือนต่อไปหรือจะเก็บสะสมเป็นเงินออมโดยนาไปฝาก
ธนาคารกไ็ ด้ แตถ่ ้ารายจ่ายมากกว่ารายรบั แสดงวา่ ตอ้ งจัดหาเงินจากแหล่งอน่ื มาเสริม

การที่ชาวไร่ชาวนาส่วนใหญไ่ ม่มีการบนั ทึกรายรับรายจ่าย ขณะท่ีการเพาะปลูกรว่ มสมัย ทกุ อย่างล้วน
เปน็ ต้นทุนท่ีเป็นตัวเงิน ไมว่ ่าจะเป็นปุย๋ เคมี ยากาจัดศตั รูพืช รวมไปถึงค่าจ้างแรงงาน วันใดท่ีไรน่ าไม่ใหผ้ ลผลิต
ดงั ท่ีคาดหวัง เงินที่กู้ยืมมาลงทุนก็กลายสภาพเปน็ หนส้ี ิน นอกจากน้ี ยังมีรายจา่ ยในชีวติ ประจาวันอ่นื ที่หากไม่
มกี ารวางแผนและคดิ คานวณอยา่ งรอบคอบ ก็จะสง่ ผลให้ค่าใช้จ่ายไมส่ มดุลกับรายรบั สิ่งทจ่ี ะเป็นกุญแจเพื่อไข
สู่ทางออกของเร่ืองน้ีก็คือ การทาบัญชีครัวเรือน“บัญชีครัวเรือนไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นเครื่องมือ เหมือนเป็นใบ
ตรวจโรค ท่จี ะช่วยใหว้ ินิจฉัยความเจบ็ ปว่ ยเพ่ือจะหาทางเยยี วยารกั ษา”

2.16 หวั ข้อวชิ ำ ลงแปลงโคกหนองนำ
วิทยำกร

1. ทีมวทิ ยากรศูนยก์ สกิ รรมธรรมชาติทงุ่ สง
2. ทมี วทิ ยากรศนู ย์ศกึ ษาและพัฒนาชุมชนนครศรธี รรมราช

วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ ใหผ้ ูเ้ ข้าอบรมไดเ้ รียนร้แู ละเขา้ ใจรปู แบบ/ลกั ษณะและการจัดการพ้นื ที่ โคก หนอง นา โมเดล
2. เพอ่ื ใหผ้ เู้ ข้าอบรมมีความเข้าใจและตระหนักถึงประโยชนข์ องการทาโคก หนอง นา

ขอบเขตเนือ้ หำ
1. รูปแบบและลักษณะของการจดั การพื้นท่ี โคก หนอง นา โมเดล
2. ประโยชน์และคณุ ค่าของการทาโคก หนอง นา

45

วันท่ีดำเนนิ กำร
วันที่ 30 มกราคม 2563

ระยะเวลำดำเนินกำร
ระยะเวลา 2 ชว่ั โมง

วิธีกำร/เทคนคิ
1. บรรยาย
2. แบ่งกลุ่ม ระดมความคิดเหน็

วัสด/ุ อปุ กรณ์
๑. เคร่ืองฉาย จอโปรเจคเตอร์
๒. โปรแกรมนาเสนอ Power point
3. กระดาษบรู๊ฟ
4. ปากกาเคมี

กำรประเมนิ ผล
ประเมินโดยการสังเกต ประเมินจากพฤตกิ รรม/ทกั ษะท่แี สดงออก

สรุปเน้อื หำท่ไี ด้จำกกำรฝกึ อบรม
โคก หนอง นา โมเดล

วิทยากรได้บรรยายให้ความรู้ เร่ือง รูปแบบ/ลักษณะของการทาโคก หนอง นา ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้
เข้าใจในหลักการตา่ ง ๆ ดังนี้

โคก คือ การนาดินที่ได้จากการขุดหนอง นามาถมเป็นโคกเพื่อสร้างท่ีอยู่อาศัย ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์
รวมทั้งปลูกต้นไม้ตามแนวทางศาสตร์พระราชา คือ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ได้แก่ ไม้เพ่ือบริโภค
(พอกิน) เพื่อใช้สอยในครัวเรือน (พอใช้) และเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย (พออยู่) ป่าท้ัง 3 อย่าง ให้ประโยชน์อย่างที่
4 คือช่วยสรา้ งสมดลุ ระบบนิเวศ (พอร่มเย็น) ปลูกเปน็ ป่า 5 ระดบั คือ สูง กลาง เตี้ย เรยี่ ดิน และพืชหวั ใบไม้ท่ี
รว่ งหลน่ ช่วยปกคลุมหน้าดินเพ่ิมความชมุ่ ชื้น นา้ ใต้ดินท่ีสะสมไว้ใต้โคก เมื่อฝนตกลงมาบนโคกท่ีมีต้นไม้จานวน
มาก น้าจะค่อยๆ ไหลซึมลงมาเก็บไว้ใต้โคก รากต้นไม้ซ่ึงต่างระดับกันจะช่วยรักษาหน้าดิน และกกั เก็บน้าไว้ใต้
ดนิ กลาย เป็นแหล่งกักเกบ็ นา้ ใต้ดนิ ช่วยสร้างความชุ่มชน้ื เพ่ิมความอุดมสมบูรณ์ให้กับพ้ืนดิน

หนอง คือ การขุดหนองใหข้ อบมีความคดโค้ง เพ่ือให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของปลา ปรับพื้นหนอง
ให้มคี วามลกึ หลายระดบั ส่วนที่แสงแดดสอ่ งถึง ปลาจะสามารถวางไขไ่ ดด้ ี

คลองไส้ไก่ คือ การกระจายน้ารอบพ้ืนท่ี ขุดให้มีลักษณะคดเค้ียว เพื่อให้น้าไหลผ่านท่ัวพ้ืนที่
เพ่มิ ความชุ่มช้ืนใหก้ บั ผืนดนิ สง่ ผลดีต่อการทาเกษตรและการปลกู พืชผล

ฝายชะลอน้า คือ การรับและชะลอน้าที่ไหลมาจากแม่น้าหรือพ้ืนท่ีข้างเคียง ช่วยดักตะกอนดินไม่ให้
ไหลลงมาสะสมในหนอง คลอง บึง และเข่อื น นอกจากนั้นยงั เปน็ การเพม่ิ แหลง่ กกั เกบ็ นา้ ในพื้นที่

46

นา คือ การยกหัวคันนา เพ่ือเพมิ่ พ้ืนท่กี ักเก็บน้าไวใ้ นนา โดยใหม้ ีความสงู ประมาณ 1 เมตร และป้นั หัว
คันนาให้มีความกว้างเพ่ือปลูก “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” และปลูกแฝก เพื่อป้องกันการพังทลายของ
คันนา คันนาจะใช้เป็นเครื่องมือในการปรับระดับน้าเข้านาตามความสูงของต้นข้าว เกิดเป็นนาน้าลึก ใช้น้าใน
การควบคมุ วชั พชื และแมลงตามภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ

2.17 หวั ข้อวชิ ำ ลงแปลงปฏบิ ตั ิโคกหนองนำโมเดล
วิทยำกร

1. ทีมวิทยากรศนู ย์กสกิ รรมธรรมชาติทงุ่ สง
2. ทีมวทิ ยากรศนู ย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครศรีธรรมราช
วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื ให้ผู้เขา้ อบรมได้เรยี นรู้การออกแบบพน้ื ท่ี ท่คี านงึ ถงึ ประโยชนแ์ ละผลกระทบของพ้ืนทโี่ ดยรอบ
2. เพ่ือให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการทาโคก หนอง นา อย่างแท้จริง จากการลงแปลง
ปฏิบตั ิ โคก หนอง นา ด้วยตวั เอง
ขอบเขตเน้ือหำ
1. การออกแบบและการจดั การพืน้ ที่ โคก หนอง นา โมเดล
2. หลักการ ประโยชนแ์ ละผลกระทบของโคก หนอง นา โมเดล
วนั ท่ีดำเนนิ กำร
วนั ที่ 30 มกราคม 2563
ระยะเวลำดำเนนิ กำร
ระยะเวลา 3 ช่วั โมง
วิธกี ำร/เทคนคิ
1. แบ่งกลุ่ม/ปฏิบัติ
วัสดุ/อุปกรณ์
1. จอบ
2. เสยี ม

47

3. คราด
4. พลัว่
5. พร้า
6. ปุ้งก๋ี
7. บัวรดน้า

กำรประเมนิ ผล
ประเมินโดยการสงั เกต ประเมนิ จากพฤตกิ รรม/ทักษะทแี่ สดงออก

สรปุ เนื้อหำท่ไี ด้จำกกำรฝึกอบรม
วิทยากรแบ่งพื้นท่ีรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มสี โดยเปรียบเทียบเสมือนเป็นพ้ืนที่ 1 ตาบล 5 หมู่บ้าน

แบ่งให้กลุ่มสีละ 1 หมู่บ้าน และให้ช่วยกันออกแบบพ้ืนที่ สาหรับการทาโคก หนอง นา โดยให้ผู้ใหญ่บ้านของ
แต่ละหมู่บ้านปรึกษา/หารือกัน เพ่ือให้มีการออกแบบท่ีสอดคล้องกัน เอื้อเฟื้อกัน และไม่กระทบกันระหว่าง
หมบู่ า้ น โดยมีวิทยากรพ่ีเล้ียงประจากลุม่ สี สีละ 2 คน คอยดแู ลและให้คาปรึกษา

จากนั้น ผู้ใหญ่บ้านของแต่ละหมู่บ้าน มาพูดคุยทาความเข้าใจกับลูกบ้านของตน/สมาชิกในกลุ่ม
ของแต่ละกลุ่มสี ถึงแนวทางการออกแบบพ้ืนท่ี และร่วมกันออกแบบพ้ืนท่ี โคก หนอง นา ของกลุ่มตน
โดยคานึงถึง รูปแบบ/ลักษณะของพ้ืนท่ี ระดับความสูงต่า ทิศทางการไหลของน้า ทิศทางลม ทิศทางของ
แสงแดด ฯลฯ หลังจากออกแบบกนั เสรจ็ จะแบง่ หนา้ ที่กนั ทางานเปน็ ทีม คือ

ทีมหนอง จะขุดหนองให้ขอบมีความคดโค้ง เพื่อให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของปลา ปรับพ้ืนหนอง
ให้มคี วามลกึ หลายระดับ ส่วนท่แี สงแดดส่องถึง ปลาจะสามารถวางไขไ่ ดด้ ี

ทีมโคก จะนาดินทไี่ ด้จากการขุดหนอง นามาถมเปน็ โคกเพ่อื สรา้ งที่อย่อู าศัย ปลกู ผกั เลี้ยงสตั ว์ รวมทั้ง
ปลูกต้นไม้ตามแนวทางศาสตร์พระราชา คือ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ได้แก่ ไม้เพื่อบริโภค (พอกิน)
เพ่ือใช้สอยในครัวเรือน (พอใช้) และเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย (พออยู่) ป่าทั้ง 3 อย่าง ให้ประโยชน์อย่างท่ี 4 คือ
ช่วยสรา้ งสมดลุ ระบบนิเวศ (พอร่มเย็น) ปลกู เป็นปา่ 5 ระดับคือ สงู กลาง เต้ีย เรีย่ ดิน และพชื หัว

ทีมคลองไส้ไก่ จะขุดให้มีลักษณะคดเคี้ยว กระจายน้ารอบพื้นที่ เพื่อให้น้าไหลผ่านทั่วพื้นท่ี เพิ่มความ
ช่มุ ชื้นให้กบั ผนื ดิน ส่งผลดีต่อการทาเกษตรและการปลกู พืชผล

ทีมฝายชะลอน้า จะทาฝายชะลอน้าที่ไหลมาจากแม่น้าหรอื พื้นท่ีข้างเคียง ช่วยดักตะกอนดินไม่ให้ไหล
ลงมาสะสมในหนอง คลอง บึง เพ่อื เพิม่ แหลง่ กกั เก็บน้าในพื้นที่

ทีมนา จะยกหัวคันนา เพ่ือเพ่ิมพ้ืนท่ีกักเก็บน้าไว้ในนา โดยให้มีความสูงประมาณ 1 เมตร และปั้นหัว
คันนาให้มีความกว้างเพื่อปลูก “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” และปลูกแฝก เพื่อป้องกันการพังทลายของ
คันนา

ลงแปลงโคก หนอง นา เสร็จเรียบร้อย คณะกรรมการประเมินให้คะแนนการออกแบบพ้ืนท่ี
โดยประเมินจากการนาเสนอของสมาชิกในกลุ่ม ถึงแนวคิดในการออกแบบพื้นท่ี การบริหารจัดการกลุ่ม ฯลฯ
พรอ้ มการตอบข้อซกั ถามของคณะกรรมการฯ

48

ทั้งน้ี เพ่ือให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการทาโคก หนอง นา อย่างแท้จริง จากการลง
แปลงปฏิบัติ โคก หนอง นา ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้การออกแบบพ้ืนที่ ที่คานึงถึงประโยชน์และผลกระทบของ
พ้ืนที่โดยรอบ ได้ฝึกการทาโคก หนอง นา ด้วยตนเอง เจอปัญหาอุปสรรคและเรียนรู้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ผ่านการทางานเปน็ ทีม “การเอามือ้ สามคั คี”

2.18 หัวข้อวิชำ ดงู ำน/ศกึ ษำจุดเรียนรู้

วิทยำกร นายชยั วุฒิ ครุฑมาศ
วิทยากรประจากลุ่ม ผ้อู านวยการศูนย์ศึกษาและพฒั นาชมุ ชนนครศรีธรรมราช
นายนิรญั สุขอนนั ต์, นายทวีศักด์ิ ชว่ ยเกดิ ,
นางกาญจนา อร่ามวทิ ย์, นายทนงศกั ดิ์ ชว่ ยทุกข์ และนายประสิทธ์ิ ย้อยคา

วัตถุประสงค์
เพอ่ื สารวจและศกึ ษา เรยี นรตู้ าราจากผืนดนิ จากพน้ื ทีต่ ้นแบบ/พนื้ ทศ่ี นู ยศ์ ึกษาและพฒั นาชุมชน

ขอบเขตเนื้อหำ
ศกึ ษา สารวจพื้นที่ บนั ทึกผลการเรยี นรตู้ ามประเดน็ ต่าง ๆ แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ เติมเตม็

วนั ที่ดำเนินกำร
วันท่ี 30 มกราคม 2562

ระยะเวลำดำเนินกำร
ระยะเวลา 2 ชั่วโมง

วิธกี ำร/เทคนิค: แบ่งกลมุ่ สำรวจ บนั ทกึ ระดมควำมคิด และนำเสนอรำยกลุ่ม
1. มอบภารกิจให้แต่ละกลุ่มสีในการสารวจพ้ืนที่ โดยให้บันทึกผลการเรียนรู้ตามประเด็นต่าง ๆ

(มีวิทยากรประจากลมุ่ พาไปสารวจในพ้ืนทแ่ี ต่ละโซน พร้อมอธิบายใหเ้ ขารู้ว่าในพนื้ ท่ีน้ันมอี ะไรบา้ ง)
2. ทา่ นเห็นอะไร จากการสารวจ
3. ท่านได้อะไร จากการสารวจ (นา/หยิบ ส่ิงของน้ันมา 1 ชิ้น ท่ีได้จากการสารวจ) เพื่อนาเสนอกับ

เพอ่ื นในห้อง (ให้กลับมากอ่ นอย่างน้อย ๑ ชม. เพือ่ มาคยุ กนั ในกล่มุ ก่อน)
4. เตรยี มนาเสนอส่ิงทไี่ ปสารวจ และสิ่งทไ่ี ด้มา ในทป่ี ระชุมใหญ่
5. วิทยากรกระบวนการเตมิ เต็ม

49

วสั ดุ/อุปกรณ์
1. วสั ดุ : กระดาษฟลปิ ชารท์ /บอร์ด/กระดาษกาว/Post it/ปากกาเคมี 2 หวั
2. อุปกรณ์ : สอื่ โสตทัศนปู กรณส์ าหรับนาเสนอ

กำรประเมนิ ผล
1. ประเมินโดยการสังเกต
2. ข้อมูลจากการวเิ คราะหแ์ ละการนาเสนอ

สรุปเนื้อหำทไี่ ด้จำกกำรฝึกอบรม
วิทยากรมอบภารกิจให้แต่ละกลุ่มสีในการสารวจพื้นท่ี โดยให้บันทึกผลการเรียนรู้ตามประเด็นต่าง ๆ

(มีวิทยากรประจากลุ่มพาไปสารวจในพื้นที่แต่ละโซน พร้อมอธิบายให้เขารู้ว่าในพื้นที่น้ันมีอะไรบ้าง) โดยให้
โจทยแ์ กผ่ เู้ ขา้ รับการอบรม ดงั น้ี

1. ทา่ นเหน็ อะไร จากการสารวจ
2. ท่านได้อะไร จากการสารวจ (นา/หยิบ ส่ิงของนั้นมา 1 ชิ้น ท่ีได้จากการสารวจ) เพ่ือนาเสนอกับผู้
เขา้ อบรมท่านอน่ื ๆ ในหอ้ ง
วิทยากรประจากลุ่มก็จะพาสารวจพื้นท่ีต่าง ๆ ในศูนย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นแปลงผัก นาข้าว หมูป่า และผัก
สวนครัวรั้วกินได้ตามบ้านพัก ซึ่งวิทยากรประจากลุ่มก็จะคอยบอกเล่า อธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ให้ผู้เข้ารับ
การอบรมฟังตลอดเส้นทาง เมือ่ สารวจพน้ื ทเี่ สรจ็ แล้วแต่ละกลุ่มก็ทาการระดมความคิดเห็น เขยี นสรปุ ตามโจทย์
ท่ีได้รับเพื่อเตรียมนาเสนอส่ิงที่ไปสารวจ และส่ิงที่ได้มา ในที่ประชุมใหญ่ โดยวิทยากรกระบวนการเติมเต็มแต่
ละกลุม่

2.19 หัวขอ้ วิชำ ภูมิปัญญำไทยกับกำรพง่ึ พำตนเอง
วิทยำกร

วทิ ยากรหลกั ดาบตารวจนริ ันดร์ พมิ ล ผูอ้ านวยการศูนยก์ สกิ รรมธรรมชาติทุ่งสง
วทิ ยากรผชู้ ว่ ย นายนิรญั สุขอนนั ต์

วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าใจการพึ่งตนเองและการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจากัดให้เกิด

ประโยชน์สูงสุด
2. เพือ่ ใหผ้ ูเ้ ข้ารับการฝกึ อบรมรจู้ กั การดารงชวี ติ ในภาวะวกิ ฤต/การประสบภัยพบิ ตั ิ
3. เพ่อื ให้ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมรู้จักการวางแผนการทางานเปน็ ทมี ได้ฝึกวินยั และคุณธรรม

50

ขอบเขตเน้ือหำ
1. การพ่งึ ตนเองและการใช้ทรพั ยากรที่มีอยู่อย่างจากัด
2. การดารงชวี ิตในภาวะวิกฤต/การประสบภัยพบิ ัติ
3. การวางแผนการทางานเป็นทมี
4. วนิ ยั และคณุ ธรรม

วนั ทดี่ ำเนนิ กำร
วนั ท่ี 30 มกราคม 2563

ระยะเวลำดำเนินกำร
ระยะเวลา 2 ชวั่ โมง

วิธกี ำร/เทคนิค:
ลกั ษณะการฝกึ อบรม work shop
1. จัดเตรยี มวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองครวั และวัตถดุ บิ ต่าง ๆ
2. ชี้แจง กฎ กติกา พร้อมด้วยอธิบายแผนผังในการหาวัตถุดิบ (ชี้แจงว่าพื้นท่ีไหนอนุญาต ตรงไหนไม่

อนุญาต)
3. มอบเช้ือเพลงิ ในการจดุ ไฟใหก้ ับทุกกล่มุ ๆ ละ 1 กล่อง ๆ ละ 1 กา้ น (ไม้ขดี ๑ ก้านตอ่ ๑ กลุม่ )
4. มอบอุปกรณ์เครื่องครัว อุปกรณห์ าปลา เพ่ือเปน็ วตั ถุดิบในการประกอบอาหาร
5 .ถว้ ย ชาม ช้อน เครือ่ งปรุงประกอบอาหาร นา้ ปลา พรกิ กระเทยี ม รสดี
6. อุปกรณ์ร้องราเพ่ือแลกวัตถุดิบประกอบอาหาร เช่น กลอง ฉิ่ง ฉาบ เพ่ือร้องรา ทาเพลง (หรือการ

แสดงความสามารถอื่น ๆ ท่ีนอกเหนือจากน้ัน) (กุศโลบาย: มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องนาความสามารถมาแลกเพ่ือให้
มาซง่ึ ของที่เราต้องการ)

7. เลือกตัวแทนแต่ละกลุ่มเป็นกรรมการ ตรวจให้คะแนนอาหาร (รสชาติ คุณภาพ ความเหมาะสม
การนาทรพั ยากร/วัตถดุ บิ มาใช้ประกอบอาหารอยา่ งค้มุ ค่า การอธิบายสรรพคุณของวตั ถุดบิ แต่ละอย่าง)

8. รบั ประทานอาหารพรอ้ มกนั (จากส่ิงท่ีทา)
9. สรุป วทิ ยากรสรุปส่ิงทีได้จากการเรยี นรู้ สิง่ ทไ่ี ดจ้ ากกจิ กรรมน้ี

วัสดุ/อปุ กรณ์
เครื่องมือ อุปกรณ์
1. อุปกรณ์เคร่ืองครวั ทงั้ 5 กลุม่
2. อุปกรณ์รอ้ งราทาเพลง
3. อุปกรณห์ าปลา
4. เครอื่ งปรงุ อาหาร เชน่ นา้ ปลา กะปี พริก เกลอื
5. อุปกรณท์ านข้าว เช่น ถว้ ย ชอ้ น จาน ให้เพยี งพอทุกคน
6. ไมข้ ีด 5 กลอ่ ง ๆ ละ 1 ก้าน

51

7. ถ่านทาครวั

กำรประเมนิ ผล
ประเมินโดยการสังเกต การวางแผนการทางานเป็นทีม การฝึกวินัยและคุณธรรม การพึ่งตนเองและ

การใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจากัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถการดารงชีวิตในภาวะวิกฤต/การประสบภัย
พบิ ตั ิได้

สรปุ เนื้อหำที่ได้จำกกำรฝึกอบรม
วิทยากรกล่าวว่า ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ ยุคแห่งข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน กระแสวัฒนธรรม

ต่างชาติต่างถ่ินไหลเข้ามากลืนกินความเป็น “ตัวตน” ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปด้วยลัทธิ “ทุนนิยมเสรี” ที่เข้ามา
แทรกแซงความเป็นตัวตนในวิถขี องชมุ ชนแบบบ้าน ๆ ให้เข้าไปอยใู่ นวงจรของระบบเศรษฐกิจท่ีถือทุนเป็นใหญ่
ใน“ลัทธิบริโภคนิยม”เห่อตามสังคมแห่งการบริโภค อวดมั่งอวดมี จับจ่ายสินค้าที่มีเข้ามาขาย มิใช่คนใน
หมู่บ้านขายกันเอง ถือการบริโภคเพ่ือการพาณิชย์ ผลิตเพ่ือขาย มิได้ผลติ เพ่ือการเลี้ยงตัวเองอีกต่อไป ทาให้วิถี
ชีวิตแบบบ้าน ๆ ถูกทาลายไปทีละน้อย บางแห่งอาจสูญหายไปเลย จากคนรุ่นสู่รุ่นท่ีสืบเนื่องถ่ายทอดสู่ชนรุ่น
หลังติดต่อกันมาแต่อดีตหายไปเลย เอาง่ายๆ ชนบทสมัยเม่ือกว่า 30 – 40 ปีก่อนถือเป็นเร่ืองปกติ การลง
แขก (เอาแรง) ดานา นวดขา้ ว เปน็ วถิ ีชีวติ ของคนชนบทบ้านนอก ตอ่ มาเม่ือมีรถเกี่ยวข้าว การลงแขกนวดข้าว
จึงหายไป เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักการไถนา การเล้ียงควาย การเก่ียวข้าว การนวดข้าว มันหายไปจากสังคมชนบท
บ้านนอกจริง ๆ วิถีชีวิตของชาวนาเปลี่ยนไปมาก ๆ มีการใช้สารเคมีมากขึ้น ระบบการทานาเป็นแบบจ้าง
แรงงาน ไม่มีการลงแขก ต้นทุนการทานามากข้ึนด้วยระบบการลงทุนผลิตข้าวหรอื สินค้าเกษตรเพื่อส่งขาย นึก
มาถึงตรงน้ีแล้ว อดนึกถึงวิถชี ีวิตของคนบา้ นนอกปจั จุบันมันเปล่ียนไปหมด น่ีเป็นเพียงปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง


ภูมิปัญญาไทยกับการพ่ึงพาตนเอง ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ยึดกรอบ
แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่เป็นหลักแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงและทฤษฎีใหม่
เป็นแนวทางปฏิบัติที่ต้องมุ่งเป้าหมายเพื่อการพ่ึงตนเอง นั้นให้คนไทย ครอบครัว และชุมชนมีความเข้มแข็ง
เป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจจากเบื้องล่างมาสู่นโยบายมหภาค สร้างความสามารถในการแข่งขันและร่วมมือ
ช่วยเหลือ พ่ึงพาอาศัยเป็นเคร่ืองช่วยเพ่ือให้สังคมไทยพัฒนาไปสู่ความม่ันคงเข้มแข็งและย่ังยืน โดยนาแนว
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเช่ือมโยงกับแนวคิดทฤษฎีใหม่ในการศึกษาถึงการพ่ึงตนเองท่ีมีความพอดีในทาง
สายกลาง ตั้งแต่ระดับเบ้ืองตัน คือพอเพียงในระดับครัวเรือน ชื่อมโยงกับระดับกลุ่มที่ร่วมมือกันผลิต มีการ
พัฒนาเพม่ิ ขน้ั ตอนส่กู ารสรา้ งความเข้มแข็งในชมุ ชน และกา้ วสู่การพัฒนาที่ยงั่ ยืน

52

2.20 หวั ข้อวชิ ำ ยทุ ธศำสตรก์ ำรบรหิ ำรจดั กำรในภำวะวกิ ฤต

วทิ ยำกร
วิทยากรหลกั นายนรากร พมิ ล
วทิ ยากรผ้ชู ่วย นางสาวมรสิ า มณโี ชติ, นางรตั นาภรณ์ ศรสี วสั ด์ิ และนางสาวมญั ลิกา ชว่ ยทกุ ข์

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้ประเมนิ ตนเองและชมุ ชนวา่ มีความพร้อมดา้ นใด และขาดแคลนด้านใด
2. เพอ่ื ให้สามารถวางแผนในการจัดการออกแบบพน้ื ทเ่ี พ่ือการฟน้ื ฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดนิ นา้ ปา่

ขอบเขตเนอื้ หำ
1. การประเมิน ๔ รู้ คอื รู้เรา รเู้ ขา รสู้ ถานการณ์
2. การเขียนแผนยทุ ธศาสตร์พรอ้ มนาเสนอ

วันที่ดำเนนิ กำร
วันที่ 30 มกราคม 2563

ระยะเวลำดำเนินกำร
ระยะเวลา 2 ชั่วโมง

วิธกี ำร/เทคนคิ
บรรยาย แลกเปลี่ยนเรยี นรู้

วสั ดุ/อุปกรณ์
1. PowerPoint ประกอบการบรรยาย
2. อปุ กรณ์ : สอ่ื โสตทศั นูปกรณส์ าหรบั นาเสนอ
3. ส่ือ VDO

กำรประเมนิ ผล
ประเมนิ โดยการสังเกต ประเมินจากพฤตกิ รรม/ทกั ษะทแี่ สดงออก

สรปุ เน้ือหำท่ีได้จำกกำรฝกึ อบรม
ยทุ ธศาสตร์ภาคประชาชนเพือ่ รับมือวกิ ฤติการณ์ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เรายึดเอาชัยภูมิท่ีต้ัง

หลักของเรา คือ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ีเป็นเครือข่ายกันท่ัวประเทศกว่า 50 ศูนย์ รวมศูนย์เตรียมการ 30
ศนู ย์ อาศัยจดุ เด่นเรื่องความมนั่ คงทางอาหาร และเครือข่ายใยแมงมุมภาคประชาชนเขา้ ต่อกรกับวิกฤติการณ์

การยกระดับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ สู่ “ค่ายกสิกรรมธรรมชาติ” ซึ่งเป็นทั้งค่ายอพยพที่มีทั้งอาหาร
ท่พี กั ความรู้ หรือถ้าศูนยม์ กี าลงั ไมเ่ พียงพอกม็ ีแผนรับมือทัง้ การวิเคราะห์แนวโน้มวิกฤติท่ีจะเกิดข้ึนในพ้ืนที่ของ
แต่ละศูนย์ ด้วยข้อมูลที่ทีมข่าวรวบรวมจากทุกหน่วยงานท้ังในและต่างประเทศ ทั้งคาเตือนจากผู้รู้ การ
ทานายด้วยศาสตร์แห่งโหราพยากรณ์ การหยั่งรู้ด้วยฌานจากพระเกจิอาจารย์ที่ท่านหวังดีเตือนมาซึ่งข้อมูล
เหล่านี้

53

ทางวิทยาศาสตร์แล้วเขาไม่เช่ือ แต่เครือข่ายเราไม่ได้ละเลย ติดตามรับฟังแล้วสาทับด้วยข้อมูลทาง
วทิ ยาศาสตร์จากเว็บไซตห์ น่วยงาน ทั้งจากภายในประเทศและจากหน่วยงานต่างประเทศ ทาใหเ้ ร่ืองขอ้ มูลของ
เราเปิดกว้างรับทุกข่าวสาร ผ่านตัวกรองคือ สติ ปัญญา ยึดหลักไม่ตระหนก แต่ตระหนัก จึงกลายเป็นจุด
ได้เปรยี บเพราะเครอื ข่ายเราเปน็ แบบบ้าน

บ้าน จึงฉีกกรอบของทฤษฎีวิทยาศาสตร์ มาเช่ือมเข้ากับโหราศาสตร์ ศรัทธา ผนวกความรู้แบบบ้าน
บ้าน การดูพฤติกรรมสัตว์ และข้อมูลความผิดปกติที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีแบบทันทีทันควัน ก็พอทาให้เราเป็น
เครอื ข่ายทีม่ ขี ้อมูลทุกดา้ นมาแลกเปลย่ี นเพ่ือวิเคราะหร์ ว่ มกนั

เมื่อมีความรู้แล้วก็ต้องมีแผนดาเนินการ แผนยุทธศาสตร์รับมือวิกฤติการณ์ของเครือข่าย เกิดจากการ
ระดมสมองของผู้นาศูนย์ของแต่ละภาค เข้าร่วมเอาข้อมูลมาแลกเปล่ียน แล้วกาหนดทิศทางการรับมือท่ี
เหมาะสมของแต่ละภาค

ทง้ั ด้านการพฒั นาคน การจัดการด้านสถานที่ เตรียมพร้อมด้านอุปกรณ์ วางเส้นทางอพยพ สถานท่พี ัก
และการเตรียมอาหารให้พร้อมรับมือในจานวนคนที่กาหนดข้ึน เช่น ศูนย์ภาคใต้วางแผนว่า หากเกิดเหตุข้ึนที่
ชมุ พร ศูนย์ชมุ พรคาบานา่ คาดจะรับคนได้ 200 คนในเวลา 30 วัน นานกว่านั้นไม่ไหวตอ้ งขอความช่วยเหลือ
ไปท่ีศูนย์วัดป่ายาง จ.นครศรีธรรมราช หรือไปเช่ือมศูนย์ทุ่งสง จ.สุราษฎร์ธานี ท่ีเชื่อมกันเป็นเครือแห เมื่อแต่
ละศนู ยท์ ราบแผนแล้วก็กลับไประดมสรรพกาลังเตรยี มพร้อมกนั

อาจารย์ยักษ์ก็ได้ติดตามลงไปดูการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ของภาคต่าง ๆ โดยเช่ือว่าภาคประชาชน
อย่างเรานี่แหละ จะต้องเตือนตัวเอง วางแผนรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะกระทบถึงเรา – ท่านแน่ ๆ
ด้วยตนเอง ซ่ึงแน่นอนว่าไม่ได้มีเฉพาะภัยพิบัติธรรมชาติเท่าน้ัน โรคระบาด วิกฤติเศรษฐกิจ และความขัดแย้ง
ทางสังคมอย่างเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย – กัมพูชาก็เป็นเหตุที่จะต้องเตรียมตัวรับมือให้พร้อม นอกจากน้ัน
หวั ใจสาคัญของการวางยุทธศาสตรใ์ นช่วง 6 เดอื นตอ่ จากนไ้ี ปของเครอื ข่ายภาคประชาชน คือ การประสานสิบ
ทิศ เพราะอาจารย์ยักษ์เช่ือเหลือเกินว่าเหตุท่ีเราจะต้องเผชิญน้ันจะหนักหนาและรุมเร้าเกินกว่าที่ภาค
ประชาชนจะรับมือได้ตามลาพงั

ดังน้ัน เมื่อลงไปทางานในพื้นท่ีจะต้องประสานกับ 5 ภาคีให้ได้ เช่น ประสานกับหน่วยงานรัฐใน
ท้องถ่ินเพ่ือทราบข้อมูล ประสานกับอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ท่ีมีความชานาญในหลาย ๆ
ด้าน ประสานกับวัดหรือโรงเรียนที่มีสถานท่ีพร้อมรับคนในชุมชน ถ้าภาคเอกชนจะเข้าร่วมด้วยเพราะก็อยู่ใน
พ้ืนทีเ่ ดียวกัน สอ่ื มวลชนเข้าร่วมด้วยก็จะเป็นการวางแผนรบั มือทีท่ ุกฝา่ ยรบั ทราบร่วมกัน กจ็ ะเปน็ แนวทางท่ีจะ
ทาไดส้ าเร็จในรปู แบบเดียวกับทีเ่ คยเกดิ ขึ้นมาแลว้ กับการขบั เคลื่อนลุ่มนา้

ยุทธศาสตร์ภาคประชาชนเพ่ือรับมือวิกฤติ จึงเป็นยุทธศาสตร์ท่ีเร่ิมด้วยประชาชนแต่จะสาเร็จได้ต้อง
ลงไปจับมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในพ้ืนท่ีให้ครบท้ัง 5 ภาคี คือ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน
ภาคประชาสังคมและสื่อ โดยมีเปา้ หมายร่วมกันเอาปัญหาเป็นหลัก เอาวิกฤตินาหน้าหาทางรอดร่วมกัน โดยไม่
เลือกมิตร-ศตั รู

เพราะยามเกิดเหตุขึ้นจะเหลือเพียง “ผู้ประสบภัยพิบัติ” และ “ผู้ร่วมชะตากรรม” ท่ีจะรอดได้ด้วย
รู้ – รกั – สามคั คี เท่าน้นั

2.21 หัวขอ้ วชิ ำ หลกั กำรทรงงำน/กตญั ญูต่อสถำนที่

วิทยำกร
1. ทีมวิทยากรศูนยก์ สกิ รรมธรรมชาติทุ่งสง
2. ทีมวทิ ยากรศนู ยศ์ ึกษาและพฒั นาชมุ ชนนครศรธี รรมราช

54

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้ผ้เู ข้าอบรมได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9
2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้น้อมนาหลักการทรงงานมาเป็นพ้ืนฐานการปฏิบัติงาน การดารงชีวิต

เพือ่ ประโยชน์ต่อตนเอง สงั คมและประเทศชาติ

ขอบเขตเนอ้ื หำ
1. หลักการทรงงานของในหลวงรชั กาลที่ 9
2. การน้อมนาหลักการทรงงานมาเปน็ พื้นฐานการปฏบิ ัตงิ านและการดารงชีวติ

วนั ที่ดำเนินกำร
วันท่ี 31 มกราคม 2563

ระยะเวลำดำเนนิ กำร
ระยะเวลา 2 ช่ัวโมง

วธิ กี ำร/เทคนคิ
1. บรรยาย
2. แบ่งกล่มุ ระดมความคิดเหน็

วสั ด/ุ อุปกรณ์
๑. เคร่อื งฉาย จอโปรเจคเตอร์
๒. โปรแกรมนาเสนอ Power point
3. กระดาษบรฟู๊
4. ปากกาเคมี

กำรประเมนิ ผล
ประเมินโดยการสงั เกต ประเมนิ จากพฤตกิ รรม/ทกั ษะท่แี สดงออก

สรุปเนอ้ื หำทีไ่ ด้จำกกำรฝึกอบรม
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานความช่วยเหลือเพ่ือบาบัดทกุ ข์บารุงสุขของพสกนิกรบังเกิด

โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริหลายพันโครงการทั่วประเทศ เร่ิมจากการเสด็จพระราชดาเนินไป
ทอดพระเนตรปัญหาของราษฎรด้วยพระองค์เอง จึงทรงทราบถึงมูลเหตุแห่งปัญหาอย่างถ่องแท้ จากน้ันจึงมี
พระบรมราชวินิจฉัยพระราชทานแก่หน่วยงานที่เก่ียวข้องเพ่ือรับไปดาเนินการ ล้วนต้ังอยู่บนพื้นฐานของ
หลกั การทรงงานของในหลวงรัชกาลท่ี 9 ดงั นี้

1. ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยในการทรงงานของพระองค์ จะทรงศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด
รอบคอบ และเปน็ ระบบ เพ่ือใหไ้ ด้ขอ้ มลู ทถี่ ูกต้องครบถ้วน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนของพระองค์อย่าง
ถกู ตอ้ ง รวดเร็ว ตรงกับความต้องการ

2. ระเบิดจากข้างใน ซึ่งพระองค์ให้ความสาคัญในเรื่องการพัฒนาคน โดยจะต้องสร้างความเข้มแข็ง
ให้กับคนในชุมชนมีความพร้อมก่อน ไม่ใช่นาเอาความเจริญหรือบุคลากรจากภายนอกเข้าไปในชุมชน
ทงั้ ทช่ี มุ ชนไม่ไดม้ ีการเตรียมตวั

55

3. แกป้ ัญหาท่ีจดุ เลก็ พระองคจ์ ะทรงแก้ไขปัญหา ดว้ ยการมองปัญหาในภาพรวม (macro) ก่อนเสมอ
แต่ในขณะที่การแก้ปัญหานั้น พระองค์จะทรงเริ่มจากจุดเล็ก ๆ (micro) คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าท่ี
คนมกั จะมองข้าม

4. ทาตามลาดับขั้นตอน ในการทรงงาน พระองค์จะเริ่มจากสิ่งท่ีจาเป็นของประชาชนท่ีสุ ดก่อน
อย่างเช่น ด้านสาธารณสุข เม่ือประชาชนร่างกายแข็งแรงแล้วก็จะสามารถทาประโยชน์ด้านอื่น ๆ ต่อไปได้
เพราะสาธารณูปโภคขั้นพ้ืนฐานเป็นสิ่งสาคัญในการประกอบอาชีพ รวมถึงการใหค้ วามรู้ทางวิชาการเทคโนโลยี
ทีเ่ รยี บง่าย การปรับใช้ภมู ิปัญญาท้องถ่ินที่ราษฎรนาไปปฏิบตั ิ และเกิดประโยชนส์ ูงสดุ

5. ภูมิสังคม โดยในการพัฒนาใด ๆ พระองค์จะให้ความสาคัญกับการคานึงถึงสภาพภูมิประเทศของ
บริเวณน้นั เปน็ อย่างไร และสงั คมวทิ ยา วัฒนธรรมประเพณใี นแต่ละทอ้ งถิน่ ทีม่ ีความแตกตา่ งกนั

6. องค์รวม พระองค์ทรงมีวิธีคดิ อย่างเป็นองค์รวม (holistic) หรือจะเรียกวา่ มองส่ิงต่าง ๆ อย่างเป็น
ระบบ ครบวงจร และเป็นพลวัตที่ทุกมิติเช่ือมโยงกัน ซึ่งจะเห็นได้จากการพระราชทานพระราชดาริเกี่ยวกับ
โครงการใดโครงการหนงึ่ จะทรงมองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น และแนวทางแกไ้ ขอย่างเชอ่ื มโยง

7. ไม่ติดตารา โดยในการพัฒนาตามแนวพระราชดาริ พระองค์จะทรงอนุโลม และรอมชอมกับ
ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน โดยไม่ผูกติดกับวิชาการ และเทคโนโลยีท่ีไม่
เหมาะสมกับสภาพชวี ติ ความเปน็ อยทู่ ี่แท้จรงิ

8. ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ซ่ึงในการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร พระองค์ทรงใช้
หลักการแก้ปัญหา ด้วยความเรียบง่าย และประหยัด โดยราษฎรสามารถทาเองได้ หาได้ในท้องถ่ิน
และประยกุ ตใ์ ชส้ ่ิงท่ีมอี ย่ใู นพนื้ ทมี่ าแก้ไขปัญหา ไม่ตอ้ งลงทนุ สงู หรอื ใช้เทคโนโลยีท่ไี ม่ยุง่ ยาก

9. ทาให้ง่าย ในการคิดค้น ปรับปรุง และแก้ไขปัญหาของประเทศ พระองค์ทรงทาในสิ่งท่ียากให้
กลายเป็นง่าย ไม่ยงุ่ ยากซับซ้อน และสอดคล้องกบั สภาพความเปน็ อยู่ ระบบนเิ วศโดยส่วนรวม ตลอดจนสภาพ
สังคมของชมุ ชนนน้ั ๆ อนั จะเห็นจากการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ

10. การมีส่วนร่วม ในการทรงงาน พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย ท้ังสาธารณชน ประชาชน หรือ
เจ้าหน้าท่ีทุกระดับร่วมแสดงความคิดเห็น และร่วมกันทางานโครงการพระราชดาริ และทรงคานึงถึงความ
คิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของสาธารณชนด้วย ดังวิธีการหน่ึงท่ีพระองค์ทรงใช้ คือ
ประชาพิจารณ์

11. ประโยชน์ส่วนรวม โดยการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดาริในการ
พฒั นา ช่วยเหลอื พสกนกิ ร พระองคท์ รงระลึกถงึ ส่วนรวมเป็นสาคัญ

12. บริการที่จุดเดียว (one stop services) พระองค์ทรงใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจาก
พระราชดาริ เป็นต้นแบบในการบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพ่ือที่ผู้มาขอใช้บริการจะประหยัดเวลา
และค่าใชจ้ ่าย โดยมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ มาร่วมดาเนินการ และให้บริการประชาชน ณ ท่ีแห่งเดยี ว ซ่ึงถือ
เปน็ รูปแบบการบรกิ ารแบบเบ็ดเสรจ็ ทเ่ี กดิ ข้ึนเป็นครัง้ แรกในระบบบริหารราชการแผน่ ดินของประเทศไทย

13. ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ พระองค์ทรงเข้าใจธรรมชาติ และต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับ
ธรรมชาติ มองปัญหาธรรมชาติอย่างละเอียด ซ่ึงหากต้องการแก้ไขธรรมชาติ จะต้องใช้ธรรมชาติช่วยเหลือ
เชน่ การแกไ้ ขปัญหาเสือ่ มโทรม ดว้ ยการปลูกปา่ โดยไมต่ ้องปลกู โดยใหธ้ รรมชาตชิ ่วยในการฟ้ืนฟูธรรมชาติ

14. ใช้ธรรมปราบอธรรม พระองค์ทรงนาความจริง ในเร่ืองความเป็นไปแห่งธรรมชาติ และกฎเกณฑ์
ของธรรมชาติมาเป็นหลักการ แนวปฏิบัติท่ีสาคัญในการแก้ปัญหา และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่ปกติ
เขา้ ส่รู ะบบทีเ่ ป็นปกติ

15. ปลกู ป่าในใจคน เป็นอกี หนง่ึ หลักการทพ่ี ระองค์มองว่าการท่จี ะฟ้นื ฟูธรรมชาติให้กลบั คนื มาดังเดิม
นนั้ สิง่ สาคัญจะต้องปลกู จติ สานึกในการรักผนื ป่าใหแ้ ก่คนเสยี ก่อน

56

16. ขาดทุน คือ กาไร เป็นอีกหน่ึงหลักการท่ีพระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรไทย ซ่ึง “การให้” และ
“การเสียสละ”เป็นการกระทาอนั มีผลเป็น “กาไร” คือ ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร ที่สามารถสะท้อนให้เห็นเป็น
รูปธรรมชดั เจนผ่านการทรงงานตลอด 70 ปขี องพระองค์

17. การพ่ึงตนเอง ในการพัฒนาตามแนวพระราชดาริ พระองค์ทรงแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ด้วยการ
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้มีความแข็งแรงพอที่จะดารงชีวิตได้ และข้ันต่อไป คือ การพัฒนาให้ประชาชน
อย่ใู นสงั คมได้ ตามสภาพแวดล้อม และพ่งึ ตนเองไดใ้ นท่สี ดุ

18. พออยู่พอกิน ในการพัฒนาเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ประสบความสุข สมบรู ณ์ในชวี ิต พระองค์
เสดจ็ พระราชดาเนินไปเยีย่ มราษฎรทกุ ภาคของประเทศ และทรงเข้าใจในสภาพปัญหาท่ีทาให้ประชาชนตกอยู่
ในวงจรแห่งทกุ ขเ์ ข็ญ จงึ พระราชทานความชว่ ยเหลือตา่ ง ๆ

19. เศรษฐกิจพอเพียง ถอื เป็นปรัชญาท่ีพระองค์ทรงมพี ระราชดารัสช้ีแนะแนวทางการดาเนนิ ชีวิตแก่
พสกนิกรชาวไทย มาโดยตลอดกว่า 30 ปี ต้ังแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยให้ดาเนินชีวิตไปบน
ทางสายกลาง และเม่ือมีกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ พระองค์ทรงย้าแนวทางการแก้ไข
เพือ่ ใหร้ อดพน้ และสามารถดารงอยู่ไดอ้ ย่างม่ันคงและย่ังยืน

20. ความซ่ือสัตย์ สุจริต จริงใจต่อกัน ดังพระราชดารัสเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2522 ท่ีว่า คนท่ีไม่
มีความสุจริต คนที่ไม่มีความม่ันคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมท่ีสาคัญอันใดได้
ผูท้ มี่ ีความสจุ รติ และความมุ่งม่ันเทา่ นัน้ จงึ จะทางานสาคญั ยิ่งใหญ่ทเ่ี ป็นคุณ เป็นประโยชนแ์ ท้จรงิ ทสี่ าเรจ็

21. ทางานอย่างมีความสุข ในการทรงงาน พระองค์จะทรงมีพระเกษมสาราญ และมีความสุขทุกครา
ที่จะช่วยเหลือประชาชน

22. ความเพียร ในการริเริ่มดาเนนิ โครงการตา่ ง ๆ ในระยะแรกที่ไม่ได้มีความพร้อมในการดาเนินงาน
พระองค์ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ท้ังส้ิน และพระองค์ไม่ได้ท้อพระราชหฤทัย ทรงอดทน และมุ่งม่ัน
ดาเนินงานนน้ั ๆ ใหส้ าเรจ็ ลุล่วงไป ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธพ์ ระมหาชนก

23. รู้ รัก สามัคคี ถือเป็นหลักการที่พระองค์ทรงมีพระราชดารัสในเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” มาอย่าง
ต่อเนือ่ ง โดยท้ังสามคามีค่า และมีความหมายลึกซ้งึ และสามารถปรบั ใชไ้ ดก้ บั ทกุ ยคุ ทกุ สมัย

หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงยดึ หลักการดาเนนิ งานอยู่
บนพ้ืนฐานของทางสายกลางสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว กับภูมิสังคมและสามารถปฏิบัติได้จริง
ทรงมองปัญหาต้ังแต่ภาพใหญ่จนถึงภาพเล็ก ในทุก ๆ มิติ ทรงเน้นความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติเป็น
สาคญั เพือ่ เปน็ แนวทางในการพฒั นาทีส่ รา้ งประโยชน์และคุณูปการต่อพสกนกิ รอย่างสูงสุด

57

2.22 หวั ข้อวชิ ำ ยุทธศำสตร์กำรขบั เคลื่อนหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียงสกู่ ำรปฏบิ ตั จิ รงิ

วทิ ยำกร
นางสาวพรพรรณ พิมล

วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือมีแนวทาง/เป้าหมายในการขับเคล่ือนหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีสอดคล้องกับบริบท

พื้นท่ี

ขอบเขตเน้อื หำ
๑. ศาสตรพ์ ระราชา วิเคราะห์บรบิ ทพน้ื ที่
2. การกาหนดวธิ ีการแก้ไขแต่ละปญั หาในแตล่ ะพนื้ ที่
๓. การกาหนดยทุ ธวิธีใชก้ ลยทุ ธ์ ในการสรา้ งการเรียนรู้ ใช้ฐานเรยี นรเู้ ป็นเครอื่ งมือ
๔. การกาหนดยทุ ธศาสตร์การขบั เคลอื่ นปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งส่กู ารปฏิบตั ิในสถานทจ่ี รงิ

วันท่ีดำเนินกำร
วนั ที่ 31 มกราคม 2563

ระยะเวลำดำเนินกำร
ระยะเวลา 3 ช่ัวโมง

วธิ ีกำร/เทคนคิ
บรรยาย แบ่งกล่มุ ระดมสมอง นาเสนอรายกลุ่ม

วสั ด/ุ อปุ กรณ์
๑. PPT
๒. บอร์ด
๓. กระดาษฟลปิ ชาร์ต/บตั รคา ฯลฯ

กำรประเมนิ ผล
ประเมนิ โดยการสังเกต ประเมนิ จากพฤตกิ รรม/ทกั ษะท่แี สดงออก

สรปุ เนอ้ื หำที่ไดจ้ ำกกำรฝกึ อบรม
วิทยากรกล่าวว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

พระราชทานไว้ เพื่อเป็นแนวทางการดาเนินชีวิตท่ีเน้นการพึ่งพาตนเอง และสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับการ
พัฒนาและการบริหารจัดการในภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม จึงมีหน่วยงานท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และ
ประชาชนทั่วไป นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในแนวทางและวิธีการต่าง ๆ แตกต่างกัน
ไปตามบริบทของแต่ละหน่วยงานแต่ละพ้ืนท่ี ในลักษณะท่ีต่างคนต่างทา ขาดการบูรณาการในการปฏิบัติ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ระหว่างกนั ส่งผลให้มีความเข้าใจและการปฏิบัติท่ีหลากหลาย
ดังน้ันพวกเราควรตระหนักถึงความสาคัญและความจาเป็นท่ีจะต้องมีการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การบูรณาการ
การขับเคล่ือนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือใช้เป็นกรอบและแนวทางในการบูรณาการ

58

การปฏิบัติงานรว่ มกัน และส่งเสรมิ การขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านต่าง ๆ ให้บรรลุ
เป้าหมายและเปน็ ไปในทิศทางเดยี วกนั

วิทยากร ให้กลุ่มเป้าหมายแบ่งกลุ่มเป็น 7 กลุ่มโดยแบ่งกลุ่มรายจังหวัด (7 จังหวัด ชุมพร ระนอง
สรุ าษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต) ร่วมกันคิดวิเคราะห์ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาเร่ืองตา่ ง ๆ
ในจงั หวดั ของตนเอง โดยให้บอกสาเหตุพรอ้ มแนวทางการแกไ้ ขปัญหานน้ั สรุปได้ดงั น้ี

จังหวัดชุมพร
ผลจากการวิเคราะห์ปัญหาท่ีต้องแก้เร็วที่สุดคือสารเคมีท่ีมาจากอาหาร โดยเฉพาะในพืช ผัก

ผลไม้ และอื่น ๆ ในพื้นท่ีมีกลุ่มตามรอยพ่อเพื่อขับเคล่ือนกิจกรรมน้ีคือชมรม หมอดินอาสา กานัน ผู้ใหญ่บ้าน
เครือข่าย สถานศึกษา น้อง ๆเยาวชน เป้าหมายท่ีจะดาเนินการให้เป็นแหล่งอาหารปลอดสารเคมีคือตลาดใต้
เคีย่ ม โดยดาเนนิ การดงั น้ี

1. สร้างคน แกนนา กระจายบอกเรื่องราว โทษของสารที่เป็นพิษ มีการตรวจสารตกค้างทุก ๆ เดือน
ในตลาดใตเ้ คีย่ ม ปลูกผกั โดยปยุ๋ ทีผ่ ลติ ใชเ้ อง จากสานกั งานทดี่ ิน

2. สรา้ งเครือข่าย มีกลุ่มตามรอยพ่อขบั เคลือ่ นทกุ อาเภอเปน็ เครอื ขา่ ยช่วยเหลือกนั
3. ศึกษาดงู านจากที่ ๆ ประสบความสาเรจ็ สามารถดูเป็นแบบอย่างได้
4. ปลูกผกั ปลอดสารพิษทุกครวั เรอื น ส่งตลาดใตเ้ คี่ยม
5.ประกาศอาเภอละแม เป็นอาเภอปลอดสารพิษ เปน็ อาเภอตน้ แบบ
จังหวัดระนอง

จงั หวัดระนองพ้ืนทีเ่ ป็นภเู ขา มีปัญหานา้ ไหลหลากชะลา้ งหนา้ ดิน ริมคลองดนิ พังทลาย น้าขึ้น
เร็วลงเร็ว เมืองฝนแปด แดดส่ี การแก้ไขปัญหา ขุดหลุมเอาบอลใส่ตะกร้าดักน้า ช่วยตัวเองกันในครอบครัว
ชักชวนเพ่อื น เครอื ขา่ ย สรา้ งแรงจงู ใจการทางาน

จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีปัญหาเรื่องน้า น้าอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ หน้าแล้งน้าขาดแคลน

ฝนตกเกิดปัญหานา้ ท่วม
การแกป้ ัญหา
1. สร้างแรงจงู ใจ สร้างจิตรสานกึ ให้รกั ดูแลธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
2. จดั ต้ังศนู ยเ์ ตือนภัย
3. สร้างเครือขา่ ยการจดั การต้นนา้ กลางน้า ปลายน้า
4. อนรุ กั ษ์ป่าตน้ น้า ปลูกป่า ปอ้ งกันการกดั เซาะ ปอ้ งกนั นา้ ไหลหลาก
5. ทาฝาย อ.เคียนซา ชัยบุรี
6. ต้นนา้ ทาฝาย กลางน้าชะลอน้า ปลายน้าทาแก้มลงิ
จงั หวดั นครศรีธรรมราช
จังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน คือโซนป่า เขา นา เล ทุกพ้ืนท่ีมีปัญหา

เรื่องน้า การแกไ้ ขปัญหาคือ ต้นน้า ปลูกป่า สร้างฝาย เพ่ิมออกซเิ จน จลุ นิ ทรีย์ สัตว์น้า รกั ษาปา่ ไม้
กลางนา้ ลดสารพิษลงสูป่ ลายนา้ ทรี่ าบลุ่ม ทะเล
ปลายน้า ปลูกพืชดูดซับสารเคมี ทาพ้ืนท่ีกั้น ใช้ระเบิดจุลินทรีย์เติมอากาศ ใช้หลัก

กสิกรรมธรรมชาติ แซนวชิ ปลา ใชธ้ รรมชาตบิ าบดั ธรรมชาติ

59

จังหวัดกระบี่
จังหวัดกระบี่ มีปัญหาจากภัยแล้ง ป่าต้นน้าถูกทาลาย ลาคลองตื้นเขิน ไม่มีแหล่งกักเก็บน้า

การแก้ไขปัญหา ดูแลดิน ดูแลรักษาป่า ปลูกป่า รณรงค์การใช้น้าในลาห้วย พัฒนาลอกลาห้วย ฝนตกทาฝาย
ชะลอน้า พ้ืนทร่ี าบสงู ไมม่ ลี าห้วยขดุ สระเก็บน้า สรา้ งฝายชะลอน้าทปี่ า่ ต้นนา้ กักเกบ็ น้าไวใ้ ชเ้ ป็นขน้ั บันได

จังหวดั พังงา
จังหวัดพังงาปัญหาส่วนใหญ่คือการกัดเซาะของตลิ่ง ไม่มีการกักเก็บน้า การกัดเซาะ

ของชายฝ่ัง ต้องทาฝายเพราะพังงามีป่าต้นน้าเยอะต้องทาฝายมีชีวิต มีการจัดทาข้อมูลการทาฝาย ปลูกพืช
รมิ น้าเพ่ือป้องกันการกัดเซาะพังทลายของดิน มีปัญหาตัดต้นไม้ริมน้าปลูกปาล์มน้ามัน ยางพารา ทาให้ตล่ิงพัง
สร้างเครือข่าย ชาวบ้านในพื้นท่ี เด็ก ๆเยาวชนร่วมกันทาฝาย ปรับปรุงบริเวณเสียหายสร้างแหล่งกักเก็บน้า
ปลูกป่า ทาฝายแม้ว ในพ้ืนท่ีเกาะยาวขุดบ่อบาดาล ทาการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี ศึกษาอันตรายจากการทา
ประมงเพ่อื ศกึ ษาน้าท่ีกินวา่ ปลอดสารพษิ หรือไม่

จงั หวัดภเู กต็
จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาเร่ืองน้าคือไม่มีท่ีกักเก็บน้า ประชากรจานวนมาก ไม่มีความรู้ ฝนไม่ตก

ตามฤดูกาล การแก้ไขปัญหาคือ เพ่ิมพื้นที่ปลูกปา่ อบรมให้ความร้ใู ห้แก่ประชาชนเรื่องป่าไม้ น้า ประชาสมั พนั ธ์
สรา้ งเครอื ข่ายการทางาน

60

สว่ นที่ 3
กำรประเมนิ โครงกำร

การประเมินผลการดาเนินโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามกิจกรรมที่ 3 ฝึกอบรมเชิง
ปฏิบัติการหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปีงบประมาณ 2563 ดาเนินการ
ระหว่างวันท่ี 27 – 31 มกราคม 2563 ณ ศูนยศ์ กึ ษาและพัฒนาชมุ ชนนครศรีธรรมราช

3.1 รปู แบบและวธิ กี ำรประเมิน
การประเมินผลโครงการใช้แบบประเมินทส่ี ถาบนั การพัฒนาชมุ ชนกรมการพฒั นาชุมชน กาหนดมาให้ เป็นเครอ่ื งมือ

ในการรวบรวมขอ้ มลู จากกล่มุ ผู้เขา้ อบรมทุกคน โดยแบบประเมินภาพรวมโครงการ แบง่ ออกเปน็ 3 ตอน ดังนี้
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทั่วไป
ตอนท่ี 2 ความคดิ เหน็ และความพึงพอใจตอ่ โครงการ แบ่งเป็น 3 สว่ น ได้แก่
ส่วนท่ี 2.1 ความพงึ พอใจต่อการฝึกอบรม
สว่ นท่ี 2.2 ความพึงพอใจต่อภาพรวมของโครงการ
ส่วนที่ 2.3 เป็นคาถามปลายเปิด โดยถามว่ากรมการพัฒนาชุมชนควรเพ่ิมเติมความรู้เร่ืองใด

หรือฝึกทักษะด้านใดให้แก่ท่าน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงาน นอกเหนือจากท่ีท่านได้รับจากการฝึกอบรม
หลกั สูตรนี้

ตอนที่ 3 ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ

3.2 กำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู
การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการแจกแบบประเมินผลโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามกิจกรรมที่ 3

ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปีงบประมาณ 2563
จานวน คนละ 1 ชุด ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการฯ ทาการประเมินผลหลังการฝึกอบรมเสร็จสิ้น
มีผูส้ ง่ แบบประเมินกลับจานวน 92 คน

3.3 กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู
กอ่ นวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิเคราะห์ต้องตรวจสอบความถูกต้อง ความสมบูรณ์ของข้อมูลจากแบบสอบถาม

ที่รวบรวมข้อมูลให้เสร็จเรียบร้อย จากน้ันทาการเปลี่ยนสภาพข้อมูลที่รวบรวมได้ให้อยู่ในรูปแบบที่สะดวก
ตอ่ การนาไปประมวลผล หรอื วเิ คราะหข์ อ้ มูล โดยการเปล่ยี นสภาพขอ้ มลู มีวิธีการดงั นี้

1) การสร้างรหัสข้อมูลและจัดทาคู่มือลงรหัส เป็นการเปลี่ยนรูปแบบของข้อมูลให้เป็นตัวเลข
หรือรหสั เพอ่ื ใหส้ ามารถจาแนกลกั ษณะข้อมูลได้ และการจัดทาตารางบันทกึ รหสั ข้อมูลท่ีออกแบบไว้

2) การแก้ไข เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่แปลงให้อยู่ในรูปของตัวเลขหรือรหัสแล้ว
และทาการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องเมื่อพบข้อผิดพลาด

3) การประมวลผล เป็นการนาข้อมูลทแี่ ปลงเป็นรหัสและทาการตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูลแล้ว
มาทาการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดว้ ยโปรแกรมสาเร็จรปู ทางสถิติ

ในส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้ ใช้โปรแกรมและวิธีการทางสถิติ เพื่อวิเคราะห์และหา
ความสัมพันธ์ของข้อมูลและผลการศึกษา สถิติที่ใช้เป็นสถิติพรรณนาซึ่งผลการวิเคราะห์อยู่ในรูปแบบของ
การบรรยายเกี่ยวกับคุณลักษณะเบ้ืองต้นของประชากรที่ศึกษา ประกอบด้วย การแจกแจงความถ่ี (Frequency
Distributions) ได้แก่ การแสดงจานวน (Amount) ร้อยละ (Percentages) การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง
(Measures of Central Tendency) ไดแ้ ก่ ค่าเฉลี่ย (Mean)

61

3.4 เกณฑ์กำรประเมนิ

ด้านการแปลผลได้กาหนดมาตรการวัดระดับความคิดเห็นออกเป็น 5 ระดับ (Likert Scale) คือ

มากท่สี ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย และน้อยทส่ี ดุ โดยแบง่ เกณฑร์ ะดับความพึงพอใจเป็นดังน้ี

ระดบั 5 หมายถึง ความพงึ พอใจมากท่สี ดุ

ระดับ 4 หมายถงึ ความพงึ พอใจมาก

ระดับ 3 หมายถงึ ความพงึ พอใจปานกลาง

ระดับ 2 หมายถึง ความพึงพอใจนอ้ ย

ระดับ 1 หมายถึง ความพงึ พอใจน้อยทสี่ ุด

เกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉล่ยี มดี ังน้ี
คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.80 นอ้ ยทส่ี ุด
คะแนนเฉลย่ี 1.81 – 2.60 น้อย
คะแนนเฉล่ยี 2.61 – 3.40 ปานกลาง
คะแนนเฉล่ยี 3.41 – 4.20 มาก
คะแนนเฉลี่ย 4.21 – 5.00 มากทีส่ ดุ

3.5 ผลกำรประเมิน
สาหรับผลการประเมนิ ภาพรวมโครงการฯ มีรายละเอียดดงั ต่อไปนี้

62

สรุปแบบประเมินภำพรวมโครงกำร

จำนวนผตู้ อบแบบประเมิน 92 คน

ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไป
ตำรำงที่ 1 แสดงข้อมลู ทว่ั ไปของผเู้ ข้ำรบั กำรฝกึ อบรม

ประเด็น จำนวน ร้อยละ
1) เพศ
- ชาย 63 68.48
- หญงิ 29 31.53
92 100
รวม
2) อำยุ 2 2.2
- ตา่ กวา่ 30 ปี 3 2.3
- 31 – 35 ปี 9 9.8
- 36 – 40 ปี 20 21.7
- 41 – 45 ปี 11 12.00
- 46 – 50 ปี 24 26.1
- 51 – 55 ปี 14 15.2
- 56 – 60 ปี 9 9.8
- 60 ปขี น้ึ ไป 92 100

รวม 64 69.6
3) กำรศกึ ษำ 23 25.0
- ตา่ กว่าปริญญาตรี 5 5.4
- ปรญิ ญาตรี 0 0.00
- ปริญญาโท 0 0.00
- ปรญิ ญาเอก 92 100
- อื่น ๆ
23 25.0
รวม 8 8.70
4) ตำแหนง่ 25 27.2
- ผู้ใหญบ่ า้ น 36 39.1
- ผู้ช่วยผูใ้ หญ่บ้าน 92 100
- คณะกรรมการหมบู่ ้าน
- อ่ืน ๆ

รวม

63

จำกตำรำงท่ี 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผเู้ ขำ้ รบั กำรฝึกอบรม
- เพศ พบว่า ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จานวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ

68.48 และเพศหญงิ จานวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 31.53
- อายุ พบว่า ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 51 – 55 ปี จานวน 24 คน คิด

เป็นร้อยละ 26.1 รองลงมาอายุระหว่าง 41 – 45 ปี จานวน 20 คนคิดเป็นร้อยละ 21.7 รองลงมาอายุ
ระหว่าง 56 – 60 ปี จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 15.2 รองลงมาอายุระหว่าง 46 – 50 ปี จานวน 11
คน คดิ เป็นร้อยละ 12 รองลงมาอายุระหว่าง 36 – 40 ปี จานวน 9 คน และ 60 ปีข้นึ ไป จานวน 9 คน
คดิ เป็นร้อยละ 9.8 รองลงมาอายุระหว่าง 31 – 35 ปี จานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 2.3 และต่ากว่า 30 ปี
จานวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 2.2

- การศกึ ษา พบวา่ ผู้ตอบแบบประเมินสว่ นใหญ่จบการศึกษาระดับต่ากว่าปริญญาตรี จานวน
64 คน คิดเป็นร้อยละ 69.40 รองลงมาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จานวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ
25.00 และจบการศกึ ษาระดับปริญญาโท จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.4

- ตาแหน่ง พบว่า ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่ดารงตาแหน่งอื่น ๆ จานวน 36 คน คิดเป็น
ร้อยละ 39.1 รองลงมาดารงตาแหน่งคณะหมู่บ้าน จานวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 27.2 รองลงมาดารง
ตาแหน่งผ้ใู หญ่บา้ น จานวน 23 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25.00 และดารงตาแหน่งผู้ชว่ ยผู้ใหญ่บ้าน จานวน 8 คน
คิดเปน็ ร้อยละ 8.70

ตอนท่ี 2 ควำมคดิ เห็นและควำมพึงพอใจตอ่ โครงกำร
2.1 ควำมพึงพอใจตอ่ กำรฝึกอบรม
ตำรำงที่ 2 แสดงควำมพงึ พอใจต่อกำรฝกึ อบรม

วัตถปุ ระสงค์ ระดับควำมพึงพอใจ คำ่ เฉลี่ย แปรควำม

มำกที่สดุ มำก ปำนกลำง นอ้ ย นอ้ ยท่สี ดุ

1. เนื้อหาในการฝึกอบรมตรงกับ 30 53 9 00 4.23 มากทีส่ ดุ
(9.79) (0.00) (0.00)
วตั ถุประสงค์ (32.61) (57.61)

2. ระยะเวลาในการฝกึ อบรมเหมาะสม 19 57 14 2 0 4.01 มาก
(20.66) (61.96) (15.22) (2.18) (0.00)

3 . รูป แ บ บ แ ล ะวิธีก ารฝึ ก อ บ รม 18 57 16 1 0 4.00 มาก

เหมาะสม (19.57) 61.96) (17.40) (1.09) (0.00)

4. คุณภาพของเอกสารประกอบการ 14 54 20 3 1 3.84 มาก

ฝึกอบรม (15.22) (58.69) (21.74) (3.26) (1.09)

รวม 4.02 มำก

64

จำกตำรำงท่ี 2 ควำมพึงพอใจต่อกำรฝึกอบรม พบว่า ความพึงพอใจต่อการฝึกอบรมโดย
ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์มาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 4.02 และเม่ือพิจารณาเป็นประเด็น พบว่า ผู้เข้าอบรม
มีความพึงพอใจต่อการฝึกอบรมในหัวข้อ “เนื้อหาในการฝึกอบรมตรงกับวัตถุประสงค์” มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย
4.23 อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ หัวข้อ “ระยะเวลาในการฝึกอบรมเหมาะสม” มีค่าเฉลี่ย 4.01
อยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ หัวข้อ “รูปแบบและวิธีการฝึกอบรมเหมาะสม” มีค่าเฉลี่ย 4.00 อยู่ในระดับมาก และหัวข้อ
“คณุ ภาพของเอกสารประกอบการฝกึ อบรม” มคี ่าเฉลย่ี 3.84 อย่ใู นระดับมาก

ส่วนที่ 2.2 ควำมพงึ พอใจตอ่ ภำพรวมของโครงกำร
ตำรำงท่ี 3 แสดงควำมพึงพอใจตอ่ ภำพรวมของโครงกำร

วชิ ำ มำกท่ีสดุ ระดบั ควำมพึงพอใจ ค่ำเฉลี่ย แปร
มำก ปำนกลำง นอ้ ย น้อยท่สี ุด ควำม

1. ด้ำนวิทยำกร 4.06 มำก

1.1 ความรู้ ความสามารถในการ 27 59 6 00 4.23 มากท่ีสุด
ถ่ายทอด/บรรยาย (29.35) (64.13) (6.53) (0.00) (0.00)

1.2 เทคนคิ และวธิ กี ารและวธิ ีการที่ 19 60 11 20 4.04 มาก
(2.18) (0.00)
ใชใ้ นการถ่ายถอดความรู้ (17.40) (65.22) (11.96)

1.3 การเปดิ โอกาสให้ชักถามแสดง 23 54 11 31 4.03 มาก
(3.26) (1.09)
ความคดิ เหน็ (25.00) (58.69) (11.96)

1.4 การสรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ 22 48 16 51 3.92 มาก
(23.92) (52.18) (17.40) (3.26) (1.09)

2. ดำ้ นเจ้ำหนำ้ ทีท่ ใี่ ห้บริกำร 3.66 มำก

2.1 กริ ยิ ามารยาท การแต่งกาย 14 68 10 0 0 4.04 มาก
เหมาะสม (60.87) (73.92) (10.87) (0.00) (0.00)

2.2 เจา้ หน้าท่กี ระตอื รือร้นเต็มใจ 15 60 17 00 3.98 มาก
ใหบ้ ริการ (16.31) (65.22) (18.48) (0.00) (0.00)

2.3 สัญญาณ wifi หอ้ งอบรม 13 21 26 26 6 3.10 มาก
(14.13) (22.83) (28.26) (28.26) (6.53)

2.4 สญั ญาณ wifi หอ้ งพัก 14 21 29 23 5 3.17 มาก
(15.22) (22.83) (31.53) (25.00) (5.44)

2.5 โสตทัศนูปกรณ์ทนั สมัย/ 9 55 28 0 0 3.79 มาก
เหมาะสม (9.79) (59.79) (30.44) (0.00) (0.00)

2.6 ห้องฝึกอบรม หอ้ งพัก หอ้ งนา้ 13 44 28 7 0

โรงอาหาร และบริเวณโดยรอบมี (14.13) (47.83) (30.44) (7.61) (0.00) 3.86 มาก

ความสะอาด

2.7 อาหาร/อาหารว่าง/เคร่ืองด่มื 15 51 24 20 3.66 มาก
มคี ุณภาพเหมาะสม (16.31) (55.44) (26.09) (2.18) (0.00)

65

วิชำ มำกทส่ี ดุ ระดบั ควำมพึงพอใจ คำ่ เฉล่ยี แปร
มำก ปำนกลำง นอ้ ย น้อยท่ีสดุ ควำม

3. ดำ้ นสถำนทแี่ ละส่ิงอำนวยควำมสะดวก 3.68 มำก

3.1 ขนาดหอ้ งประชมุ /ห้อง 12 57 23 0 0

บรรยายเหมาะสมกับจานวน (13.05) (61.96) (25.00) (0.00) (0.00) 3.88 มาก

ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ

3.2 ห้องอาหารมคี วามเหมาะสม 13 53 26 00 3.86 มาก
ถกู สุขอนามยั (14.13) (57.61) (28.26) (0.00) (0.00)

3.3 หอ้ งพักมีความเหมาะสม 11 49 32 0 0 3.77 มาก
(11.96) (53.26) (34.79) (0.00) (0.00)

3.4 หอ้ งนา้ อาคารฝึกอบรมมีความ 11 44 37 00 3.72 มาก
สะอาด (11.96) (47.83) (40.22) (0.00) (0.00)

4. ดำ้ นคุณภำพ 4.13 มำก

4.1 ความสอดคลอ้ งของเนอื้ หา 18 58 15 1 0 4.01 มาก
หลกั สตู รกับความต้องการ (19.57) (63.05) (16.31) (1.09) (0.00)

4.2 เน้อื หาหลักสตู รเปน็ ปัจจุบันทัน 20 62 9 10 4.10 มาก
(1.09) (0.00)
ต่อการเปล่ยี นแปลง (21.74) (67.40) (9.79)

4.3 ความรู้ท่ีได้รับสามารถนาไป 26 55 11 0 0 4.16 มาก
ปรับใช้ในการปฏบิ ตั ิงานได้ (28.26) (59.79) (11.96) (0.00) (0.00)

4.4 ความคุ้มค่าของการฝึกอบรม 36 41 14 10 4.22 มากที่สดุ
(39.13) (44.57) (15.22) (1.09) (0.00)

รวม 3.88 มำก

จำกตำรำงท่ี 3 ควำมพึงพอใจต่อภำพรวมของโครงกำร พบว่า ความพึงพอใจต่อภาพรวมของ
โครงการมีคา่ เฉลี่ยเท่ากบั 3.88 อยใู่ นระดบั มาก และเมอ่ื พจิ ารณาในแต่ละดา้ นพบว่า

1. ด้านวิทยากร จากการประเมิน พบว่า ประเด็น “ความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอด/บรรยาย”
มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.23 อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาตามลาดับ คือ “เทคนิคและวิธีการและวิธีการท่ีใช้ใน
การถ่ายถอดความรู้” มคี า่ เฉล่ียเทา่ กับ 4.04 อยู่ในระดบั มาก “การเปิดโอกาสให้ชกั ถามแสดงความคดิ เห็น” มี
ค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.03 อยู่ในระดับมาก และ “การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.92 อยู่ใน
ระดบั มาก

2. ด้านเจ้าหน้าที่ท่ีให้บริการ จากการประเมิน พบว่า ประเด็น “กิริยามารยาท การแต่งกาย
เหมาะสม” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.04 อยู่ในระดับมาก รองลงมาตามลาดับ คือ “เจ้าหน้าท่ีกระตือรือร้นเต็มใจ
ให้บริการ” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.98 อยู่ในระดับมาก “ห้องฝึกอบรม ห้องพัก ห้องน้า โรงอาหาร และบริเวณ
โดยรอบมีความสะอาด” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.86 อยู่ในระดับมาก “โสตทัศนูปกรณ์ทันสมัย/เหมาะสม”
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.79 อยู่ในระดับมาก “อาหาร/อาหารว่าง/เคร่ืองด่ืม มีคุณภาพเหมาะสม” ค่าเฉลี่ยเท่ากับ
3.66 อยู่ในระดบั มาก “สัญญาณ wifi ห้องพัก” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.17 อยู่ในระดับมาก และ “สัญญาณ wifi
ห้องอบรม” มคี ่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.10 อยู่ในระดบั มาก

66

3. ด้านสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวก จากการประเมิน พบว่า ประเด็น “ขนาดห้องประชุม/
ห้องบรรยายเหมาะสมกับจานวนผู้เข้าร่วมโครงการ” มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.88 อยู่ในระดับมาก รองลงมา
ตามลาดับ คอื “หอ้ งอาหารมีความเหมาะสม ถกู สขุ อนามยั ” มคี า่ เฉลี่ยเท่ากับ 3.86 อยู่ในระดับมาก “หอ้ งพัก
มีความเหมาะสม” ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.77 อยู่ในระดับมาก และ “ห้องน้าอาคารฝึกอบรมมีความสะอาด” มี
ค่าเฉลยี่ เทา่ กบั 3.72 อยใู่ นระดับมาก

4. ด้านคุณภาพ จากการประเมิน พบว่า ประเด็น “ความคุ้มค่าของการฝึกอบรม” มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
4.22 อยู่ในระดับมากที่สดุ รองลงมาตามลาดับ คือ “ความรทู้ ี่ได้รับสามารถนาไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้”
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.16 อยู่ในระดับมาก “เน้ือหาหลักสูตรเป็นปัจจุบันทันต่อการเปลี่ยนแปลง” มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 4.10 อยู่ในระดับมาก และ “ความสอดคล้องของเน้ือหาหลักสูตรกับความต้องการ” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ
4.01 อยใู่ นระดับมาก

สว่ นที่ 2.3 กรมกำรพัฒนำชมุ ชนควรเพิ่มเตมิ ควำมรู้เรอื่ งใด หรือฝึกทักษะด้ำนใดให้แกท่ ่ำน เพื่อประโยชน์
ในกำรปฏิบัตงิ ำน นอกเหนือจำกท่ีท่ำนได้รับจำกกำรฝกึ อบรมหลกั สูตรนี้

- ฝกึ เร่ืองการพูด
- การบรหิ ารและการแก้ปญั หาภายในแปลงสาธติ
- ฝกึ ปฏิบตั ิใหม้ ากข้ึน
- ต้องสารวจความตอ้ งการของผเู้ ข้ารบั การอบรมใหช้ ัดเจนก่อนสรา้ งหลักสูตรต่าง
- ภาคปฏิบัติ ควรใหไ้ ด้ทาทกุ คนและใหเ้ วลามากกวา่ น้ี
- ในเรือ่ งกฎหมาย และกฎระเบยี บของการทาการเกษตร
- เทคนิคการนาเสนอ/การใชเ้ ครือ่ งมอื สารสนเทศประกอบการนาเสนอ
- ใหล้ งมือปฏิบตั มิ ากกวา่ ฟังคาบรรยาย
- การคานวณปรมิ าณน้า และความตอ้ งการน้าของพชื แต่ละชนิด
- ธรรมะ
- หลักการใชช้ ีวิตในแตล่ ะวัน
- เลอื กคนท่ีสนใจ ไม่ควรบังคบั ให้เขามาเข้าอบรม
- เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครศรีธรรมราชควรจะลงไปติดตามผู้เข้าอบรมทุกจังหวัด
จะได้ลงไปดผู ลงานจรงิ ๆ ดีกว่าประเมินผลตามใจอยบู่ นโครงการ
- อยากให้ฝกึ หลักสูตรเจาะจงใหล้ ึกในแต่ละเรอื่ ง
- ทาให้เกดิ การจุดประกายแล้ว ทฤษฎีให้มากในสถานการณจ์ รงิ ตามสภาวะปัจจุบัน ให้เอาวิถีดงั้ เดิมมา
ใช้ใหม้ ากกวา่ วชิ าการ
- การออกแบบเชงิ พื้นที่
- เปน็ ผ้นู า ความรกั ความสามัคคี การช่วยเหลอื ซ่งึ กันและกนั
- เนน้ เนอ้ื หาทเ่ี ก่ยี วขอ้ งใหม้ ากกวา่ น้ี อยากใหเ้ น้นเนือ้ หา โคก หนอง นา ให้มากกวา่ นี้

67

ตอนท่ี 3 ควำมคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะอื่น ๆ
- ควรมเี อกสารเพิม่ เตมิ มากกว่าน้ี
- ตอ้ งติดตามอยา่ งจรงิ จัง
- อยากใหท้ างกรมการพัฒนาชุมชนลงไปตดิ ตามยังสถานท่ีทปี่ ระสบความสาเร็จแล้ว
- เปน็ โครงการทด่ี ีมาก รสู้ กึ ดที ่ไี ดเ้ ขา้ มาเรียนรใู้ นศูนยศ์ ึกษาและพฒั นาชุมชนนครศรีธรรมราช
- ควรอบรมวิชาละวนั
- WIFI ใชไ้ มไ่ ด้
- ปรบั ปรุงห้องน้าในห้องพัก
- ควรมีการระดมกลุ่มของสมาชิกที่เข้าอบรม แลว้ นาเสนอผลงานของสมาชกิ ทีป่ ระสบความสาเรจ็ ให้ที่

ประชุมรู้
- ระบบเครือ่ งเสียงต้องปรบั ปรุง หอ้ งอบรมอากาศอบอา้ วเม่อื มีอากาศร้อน
- การฝึกอบรมต้องเลิกการประชุมในเวลา 17.00 น. เพ่ือจะให้ผู้เข้ารับอบรมได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

ไมใ่ ช่ตน่ื ก่อนตี 5 เลกิ 3 ทมุ่ ผู้เข้าอบรมเกดิ อาการอ่อนล้า
- ผา้ ขนหนคู วรเปล่ียนทกุ 2 วนั หอพักรวม หอ้ งนา้ น้อยไปหน่อย
- น่าจะมกี ารอบรมในโครงการที่ 2 ต่อไป
- น้าไมส่ ะอาด แอร์ไม่ผา่ น หอ้ งพักไมส่ ะอาด
- ถึงจะได้ไปต่อหรือไม่ แต่จะนาความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ไปปรับใช้กับตัวเองและเป็น

แบบอย่างให้กับชมุ ชนใหไ้ ดร้ ับประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้ เรามีศูนยเ์ ปน็ พี่เลีย้ งและคอยให้คาแนะนาอยู่
เบ้ืองหลัง

- ห้องนา้ ท่ีพักมนี อ้ ย ต้องต่นื มาทาภารกิจใหเ้ ร็วเพ่อื ใหท้ ันเวลา
- หอ้ งนา้ ทพ่ี กั ไมส่ ะอาด
- ควรลดเวลาการอบรมในแตล่ ะวนั ใหน้ ้อยลงแลว้ ไปเพม่ิ วันในการอบรม
- อยากให้เน้นเร่ือง โคก หนอง นา ให้มากกว่านี้ เนอื่ งจากรอบต่อไปไม่มีโอกาสมาเรยี นรูเ้ พ่มิ เติม
- เวลาในการอบรมแตล่ ะวันมากเกนิ ไป
- ปรับปรุงหอ้ งประชมุ เครอ่ื งเสยี ง ปรับปรงุ อาหาร/อาหารให้มคี ณุ ภาพมากข้นึ
- ธงชาตหิ น้าตึกอานวยการขาด ควรจะเปลย่ี น
- ไม่ควรใหผ้ ู้เขา้ อบรมน่ังพื้น เพราะพื้นล่ืนมากคนท่ีอายุเยอะลุกน่ังลาบาก หากเปน็ ไปได้ควรให้น่ังโต๊ะ
เกา้ อี้ เนื่องจากใช้เวลาประชมุ แต่ละวันนาน
- ควรฝึกปฏบิ ัตจิ รงิ อยา่ งเขม้ ข้น โดยใช้เวลาใหค้ มุ้ คา่ มากท่สี ดุ
- แต่ละหลักสูตรไมค่ วรเกิน 3 วนั เพราะภารกิจทางบ้านมมี ากถ้าหลายวันอาจปลกี เวลามาไม่ได้ ทาให้
เสียโอกาส
- ร้กู ารผลิตของใชเ้ อง ทาให้ประหยัดคา่ ใช้จ่ายในครัวเรือนไดด้ ี
- อยากให้วิทยากรไปให้ความรูใ้ นชมุ ชน
- ใช้เวลาอบรมเพียง 3 วันก็เพยี งพอ

68

- ชว่ั โมงการบรรยายยาวเกนิ ไปในแตล่ ะช่วง
- ได้รับความรจู้ าการอบรมเพ่ิมมากขนึ้
- อาหารน้อยไป
- ขอใหป้ รับปรุงหอ้ งน้าในหอ้ งประชมุ
- อากาศในอาคารฝกึ อบรมร้อน
- ห้องนา้ ไม่สะอาด

69

ส่วนที่ 4
ขอ้ คดิ เห็นเสนอแนะของศูนย์ศกึ ษำและพฒั นำชุมชน

ในการประเมินผลการดาเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง กิจกรรมท่ี 3 ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสตู รการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ประจาปี
งบประมาณ 2563 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครศรีธรรมราช ในคร้ังนี้ คณะผู้จัดทาได้สรุปผลการ
อภิปรายผลและข้อคดิ เห็นเสนอแนะของศูนย์ศกึ ษาและพัฒนาชมุ ชน ดังต่อไปน้ี

4.1 ปญั หา/อุปสรรคในการดาเนินงาน
4.2 ขอ้ เสนอแนะในการแกไ้ ขปัญหา
4.3 ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย (การพัฒนาหลกั สตู ร และการบรหิ ารโครงการ)

4.1 ปญั หำ/อปุ สรรคในกำรดำเนินงำน
ระยะเวลาในการฝึกอบรม และจานวนช่ัวโมงท่ียาวนานในแต่ละวัน (16 – 17 ชั่วโมง/วัน) ทาให้

เจา้ หนา้ ทที่ ีด่ แู ลโครงการเหน่ือยล้าและไมส่ บาย

4.2 ข้อเสนอแนะในกำรแก้ไขปญั หำ
ควรเพ่ิมจานวนวันฝึกอบรมจากเดิม 5 วัน เป็น 6 วัน และลดจานวนชั่วโมงในการฝึกอบรมในแต่ละวัน

เพอื่ ลดการเหน่ือยล้าของผ้เู ขา้ อบรมและเจ้าหนา้ ท่ีโครงการ

4.3 ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบำย (กำรพฒั นำหลักสตู ร และกำรบริหำรโครงกำร)
1) ควรมกี ารสรา้ งทีมวิทยากรศูนยเ์ รียนรศู้ าสตรพ์ ระราชาประจาแต่ละศนู ย์ฯ
2) ควรเพ่ิมศักยภาพของทีมวทิ ยากรศนู ยเ์ รียนรู้ศาสตร์พระราชาประจาแต่ละศูนย์

************************************************************************

ภำคผนวก

ภำพประกอบกำรฝึกอบรม









กิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร

กำรออกกำลังกำยยำมเช้ำ

เทดิ ทูนสถำบัน

ภำรกิจดูแลบำ้ น
กำรทบทวนหลังปฏบิ ัตงิ ำน (After Action Review : AAR)

ตกั บำตร

โครงกำรศนู ย์ศกึ ษำและพัฒนำชุมชนตำม
กจิ กรรมท่ี 3 ฝกึ อบรมเชิงปฏบิ ัติกำรหลักสตู รกำรพฒั นำกสิกร

ระหว่ำงวันท่ี 27 - 31
ณ ศูนย์ศึกษำและพฒั นำชุมชนนครศรธี รรมรำช และศนู

ลำดบั ที่ ช่ือ - นำมสกลุ ท่ีอยู่ ตำ
บำ้ นเลขท่ี หมู่ท่ี
1 นายทินรัตน์ ถา้ เสือ อ่าว
2 นายวชิ ัย ซงั 28/4 3 คลอ
3 นายห้าหรน หลกั แหล่ง 31/1 2 เขาค
4 นายสมหมาย มามาศ 56 3 กระบ
5 นายจรูญ เลก็ มาก 136 8 โคก
6 นายณัฐวุธ เจยี วกก๊ 138 1 คลอง
7 นายสาเนา จันทรส์ ่งแสง 47/1 5 พรุด
8 นายเฉลิม ชนะเมือง 62/1 10 คลองท
9 นายเจริญ บุญศรี 31/3 3 คีร
10 นายชาญชัย ไทรงาม 23 7 คลอ
11 นางมนรัตน์ บุญประกอบ 129 1 เขาพ
12 นางจนั ทน์ ภิ า หวานสนิท 34/4 9 ดิน
13 นายชติ รตั นพบิ ูลย์ 50 7 ละ
14 นายไกรศร คงไข่ 116 4 ทุง่ ค

54

มหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง
รรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพยี ง ประจำปงี บประมำณ 2563
1 มกรำคม 2563
นยก์ สิกรรมธรรมชำติท่งุ สง จงั หวดั นครศรีธรรมรำช

ำบล อำเภอ จงั หวดั เบอรโ์ ทร

วลึกใต้ อา่ วลึก กระบ่ี 082-8145769
องยา อา่ วลกึ กระบี่ 085-7834758
คราม เมืองกระบี่ กระบี่ 088-4423253
บี่น้อย เมืองกระบี่ กระบี่ 087-2891891
กยาง เหนอื คลอง กระบี่ 089-5919344
งขนาน เหนือคลอง กระบี่ 061-2247298
ดินนา คลองท่อม กระบ่ี 080-7099206
ท่อมเหนือ คลองท่อม กระบ่ี 098-0645031
รวี ง ปลายพระยา กระบ่ี 093-6263132
องยาง เกาะลันตา กระบ่ี 089-8484278
พนม เขาพนม กระบ่ี 080-0418841
นอุดม ลาทบั กระบ่ี 091-7040125
ะแม ละแม ชมุ พร 090-1620847
คาวัด ละแม ชมุ พร 093-5752618

15 นายฐาปนิก เรนทรส์ ถาน 15/1 5 นา
16 นางสายสดุ า เดชทงุ่ คา 97 2 ตะ
17 นายเสียน คงสุวรรณ 6/1 10 วสิ
18 นายก้าน แพพากเพยี ร 85/2 6 ทุ่งร
19 นายคนึง เพ่ือนจนั ทร์ 80 1 พะ
20 นายอุดร แสงศลิ ป์ 17 6 สะ
21 นายสมศักด์ิ พรมคณะ 68 12 บา้ น
22 นายวสันต์ ทองประเสรฐิ 67 6 บางม
23 นายภัคดี นาคบตุ ร 35 8 นากร
24 นายสมชาย เทาดี 114 14 รบั
25 นายขจรศกั ดิ์ มุ่งดี รับ
26 นายสุทน รอดพน้ 30 14 ชา้ งก
27 นางสาวจาลอง พลไชย 6 5 ดอน
28 นายบุญชบุ ปิ่นเพชร 150/3 1 นา
29 นายบญุ ฤทธ์ิ รศั มีสมศรี 149 10 อิน
30 นายมานพ ออ่ นแก้ว 132 7 คลอ
31 นายศุภชยั มีปลอด 24 4 ขนาบ
32 นายฐานพฒั น์ ศรเี มือง 50 7 เปล
33 นางพนิ โย มชี นะ 35/1 8 สามต
34 นายฐานวฒั น์ ช่วยดว้ ง 14 3 ชา้ ง
35 นายรักษช์ าติ ช่วยเกลยี้ ง 321 4 เกาะ
36 4

าทุ่ง เมอื งชุมพร ชุมพร 093-7853861
ะโก ท่งุ ตะโก ชุมพร 087-8896614
สัยใต้ ชุมพร 093-6733215
ระยะ สวี ชุมพร 093-5834258
ะโต๊ะ สวี ชมุ พร 061-1914202
ะพลี พะโต๊ะ ชมุ พร 093-7831828
นควน ปะทิว ชุมพร 089-5870281
มะพร้าว หลังสวน ชุมพร 094-8050657
ระตาม หลังสวน ชุมพร 081-3977168
บร่อ ทา่ แซะ ชุมพร 080-5379914
บร่อ ท่าแซะ ชมุ พร
กลาง ท่าแซะ นครศรธี รรมราช 063-0926514
นตรอ ชา้ งกลาง นครศรธี รรมราช -
าแว เฉลิมพระเกยี รติ นครศรีธรรมราช
นครี ี ฉวาง นครศรธี รรมราช 085-7861510
องน้อย พรหมครี ี นครศรธี รรมราช 065-8138705
บนาก ปากพนงั นครศรธี รรมราช
ลยี่ น ปากพนงั นครศรธี รรมราช -
ตาบล สิชล นครศรีธรรมราช 093-7198837
งซา้ ย จฬุ าภรณ์ นครศรธี รรมราช 098-5057230
ะเพชร พระพรหม นครศรธี รรมราช 088-7753436
หวั ไทร 086-9464144
095-4151719
087-2870248

36 นายถาวร นุน่ สงั ข์ 80 8 ขาพ
37 นายสาคร ทองปาน 51 6 ไสห
38 ร.ต.สงคราม คงเมือง 90 5 นาเ
39 นายชวรตั น์ ทองสัมฤทธิ์ 23/1 3 ทุ่ง
40 นางสาวพรศิริ หนคู ง 42 5 โมค
41 ว่าท่ี ร.ต.สมศักดิ์ สชุ าตพิ งศ์ 88 10 ทุ่ง
42 นายสชุ าติ แก้วบวั ทอง 242/5 6 ทงุ่
43 นายไพศาล ไม้เรือง 65 4 ทุง่
44 นายวนิ ัย ตลงึ จิต 47/1 7 กา
45 นายเกษม รัตนบรุ ี 127 8 นาไ
46 นางจรรจริ า เกตแุ ก้ว 236 3 เขา
47 นางกฤษณา ย้อยคา 9/4 3 เขา
48 นายสรุ เชษฐ สระหารดษิ 152 7 เขา
49 นางชัชฎาพร สีเสน 12/3 3 เขา
50 นางนิตยา สอดจิตต์ 134 3 โพธ
51 นายสมบรู ณ์ จงกลน 88 2 กาแพ
52 นางสาวสายชล หนูสดี า 7 7 ดุส
53 นายอดุ มศักด์ิ ศรสี วัสด์ิ 319 1 พิป
54 นางพรทิพย์ สมวดนวล 71/2 2 เส
55 นายปาน เกดิ แกว้ 233 12 บ้านล
56 นายชยั ยทุ ธ ช่วยด้วง 17/1 10 เค

พังไกร หัวไทร นครศรีธรรมราช 082-2867284
หมาก เชียรใหญ่ นครศรธี รรมราช 083-6918656
เหรง นบพติ า นครศรธี รรมราช 087-2962246
งสัง ทงุ่ ใหญ่ นครศรีธรรมราช 087-2765239
คลาน ท่าศาลา นครศรีธรรมราช 093-6342028
งสง นาบอน นครศรธี รรมราช 081-0827064
งสง นาบอน นครศรีธรรมราช 087-8873540
งสง นาบอน นครศรธี รรมราช 093-6646716
าโลน ลานสกา นครศรธี รรมราช 094-5935101
ไม้ไผ่ นครศรธี รรมราช 081-0884924
าขาว ทงุ่ สง นครศรีธรรมราช 091-2033739
าขาว ทงุ่ สง นครศรธี รรมราช
าขาว ทงุ่ สง นครศรีธรรมราช -
าขาว ทงุ่ สง นครศรธี รรมราช -
ธเ์ิ สดจ็ ทงุ่ สง นครศรีธรรมราช -
พงเซา เมอื งฯ นครศรีธรรมราช 083-3912544
สติ เมอื งฯ นครศรีธรรมราช 080-0706384
ปูน ถ้าพรรณรา นครศรีธรรมราช 095-2712527
สาธง พปิ ูน นครศรีธรรมราช 084-745-6802
ลานาว รอ่ นพิบูลย์ นครศรีธรรมราช 084-9108132
ครง็ บางขัน นครศรีธรรมราช 087-2784680
ชะอวด 080-8933134

57 นายสมบูรณ์ สุวรรณรตั น์ 163/1 6 นาง
58 นางสาวธนัชชา อบุ ล
59 นายประสม เร่ืองแก้ว 155 4 ควน
60 นายวิวฒั น์ วสนั ต์ 25/1 3 บา
61 นางสาวสนุ ันท์ธกานต์ ราชสีมา 9/9 2 ล
62 นางสุรางคณา เกดิ ด้วง 29/4 7 บาง
63 เด็กชายธวชั ชยั เกดิ ด้วง 34 6 เห
64 นางสรอ้ ยสดุ า ใจดี
65 นางปาริชาติ ชูเหล็ก 34 6 เห
66 นางกฤษณา พลมกิ าย 34/2 2 เกาะย
67 นางสาวอรณุ รัตน์ แกว้ เมด็ 28/12 5
68 นายเสง่ียม ขนาดผล 38/3 6 บาง
69 นายบติ พุ ร ตณั ฑวณชิ 16 4 กะ
70 นายโกวิทย์ วอ่ งปลูกศลิ ป์ 11/2 3
71 นางสาวสมใจ ช่วยชาติ 29 5 ถ
72 นางละมา้ ย โสพรรณโชติ 12/2 4 บอ่ แ
73 นายวรวิทย์ โกมล 1 ทงุ่ ค
74 นายสุภโรจน์ ทรงยศ 1 2 ทุง่ ค
75 นายจรญั เลียงจริ กาล 34/182 9 บาง
76 นายพงศ์พัฒน์ พร้ิมแก้ว 150/2 7 รัษ
77 นายจาเนยี ร สาลี 139/1 3 ป่าค
136/2 7 ศรีส
5 บา
37/1 กะเ
74/1 บาง

งหลง ชะอวด นครศรธี รรมราช 087-1819335

นทอง ขนอม นครศรีธรรมราช 080-5251802
างวัน ครุ ะบุรี พังงา 081-0844042
ลาภี ทา้ ยเหมือง พังงา
งทอง ทา้ ยเหมอื ง พงั งา -
หล กะปง พังงา -
087-2714579
หล กะปง พังงา
ยาวใหญ่ เกาะยาว พังงา 087-2714579
งไทร ตะกวั่ ป่า พังงา 083-6344958
ะไหล ตะกัว่ ทงุ่ พงั งา 082-2860347
ถ้า ตะกว่ั ทงุ่ พังงา
แสน ทับปุด พงั งา -
คาโงก เมอื งพังงา พังงา -
คาโงก เมอื งพังงา พังงา -
งมว่ ง ตะกว่ั ปา่ พังงา 061-9915664
ษฎา เมอื งภูเก็ต ภูเก็ต 087-2797669
คลอก ถลาง ภูเกต็ 086-2688100
สุนทร ถลาง ภูเก็ต 061-1964532
างรน้ิ เมืองระนอง ระนอง 080-7008603
เปอร์ กะเปอร์ ระนอง 081-9781598
งหนิ กะเปอร์ ระนอง -
-
-

78 นายวริ ิยะ แยม้ แก้ว 79 3 บางพ
79 นายสุคนธ์ แซ่อ๋ยุ 14
80 นายชัยวัฒน์ ตะโกนอก 214/1 4 ละอุ่น
81 นายรณชัย แสงทอง 6 จ.ป
82 นางประไพพรรณ พรหมคง 56/1 5 ม
83 นายจรญู รัตน์ เทยี มประทีป 53/2 1
84 นางอญั ชลี บารมีรงุ่ เรือง 6 บางพร
85 นายทวี เพชรชู 5 5 คลอ
86 นางทับทมิ ใจซ่ือ 2 9 ทา่ อ
87 นางสาวปราณตี เก้ือด้วง 168/2 1 ปา่ ร
88 นายวทิ ยา เกอ้ื ดว้ ง 85/1 1 หนา้
89 นางเสาวณี ทับทอง 87 7 ท่ากร
90 นายถาวร สุขกิจ 90 2 ท่ากร
91 นางพรทิพย์ วงศจ์ นิ ดา 70 4 ท่า
92 นางอุไรวรรณ สมบัตแิ ก้ว 44 7 ทุง่ เต
93 นายปิยะนันทร์ รกั กลัด 52 3
94 นายเอกพร พรหมมณี 136/6 5 พ
95 นายปิยะรกั ล้ิมวงศ์ 13 26 ทา่ โร
96 นายโชติ ไทยเกิด ๑๒๔/๓๗๕ 2 บาง
97 นายสุนทร ทองผ้ึง 56 10 ประ
98 นายรังสิต ภิรมย์ 207 6 ไท
148 14 บางส
90 คลอง
บา้ น

พระใต้ ละอุน่ ระนอง -
-
นเหนือ ละอนุ่ ระนอง -
ป.ร. กระบุรี ระนอง -
มะมุ กระบุรี ระนอง -
ระเหนือ ละอุ่น ระนอง 096-7965994
องน้อย เมอื งสรุ าษฎรธ์ านี สุราษฎร์ธานี 093-7458652
อแุ ท กาญจนดิษฐ์ สุราษฎรธ์ านี 080-8897311
รอ่ น กาญจนดษิ ฐ์ สุราษฎร์ธานี 081-6765485
าเมอื ง เกาะสมุย สรุ าษฎรธ์ านี 084-9685132
ระดาน คีรรี ัฐนคิ ม สรุ าษฎร์ธานี 089-8741519
ระดาน ครี รี ฐั นคิ ม สุราษฎร์ธานี 095-0399935
าฉาง ทา่ ฉาง สรุ าษฎร์ธานี 087-2804474
ตาใหม่ บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี 087-2803007
พรพุ ี บ้านนาสาร สุราษฎร์ธานี 080-5198882
รงช้าง พุนพนิ สรุ าษฎรธ์ านี 095-2698915
งงอน พุนพนิ สรุ าษฎรธ์ านี ๐๖๔-๔๘๒๗๗๖๔
ะสงค์ ทา่ ชนะ สรุ าษฎรธ์ านี 089-0560901
ทรขึง พระแสง สรุ าษฎร์ธานี 085-4727189
สวรรค์ พระแสง สุราษฎรธ์ านี 095-5500477
งชะอนุ่ พนม สุราษฎรธ์ านี 061-2242859
นส้อง เวยี งสระ สุราษฎรธ์ านี

99 นางราไพพรรณ ชูแสง 40/8 15 ปากแ
100 นายกิจจา ขุนพัฒนากุล 39 13 บา้ น
101 นายวชั รนิ ทร์ มกุ ดา 19/2 6 พะ
102 นายจงจิตต์ มีแสง 51/4 3 เกาะ
103 นายวัฒนา ศรีสมทรัพย์ 111/1 4 ทรัพ
104 นายอทุ ัย ธรฤทธ์ิ 66/1 6 สองแ
105 นายการัญ อินทรมณี 44 3 ตะกุก

แพรก ดอนสัก สรุ าษฎร์ธานี 081-6769275
นเสด็จ เคยี นซา สุราษฎรธ์ านี 096-6109355
ะแสง บา้ นตาขุน สรุ าษฎรธ์ านี 098-0569597
ะพะงัน เกาะพะงัน สรุ าษฎร์ธานี 081-3700441
พย์ทวี บา้ นนาเดมิ สรุ าษฎรธ์ านี 087-2727287
แพรก ชัยบุรี สุราษฎร์ธานี 087-4647616
กเหนือ วิภาวดี สรุ าษฎรธ์ านี 093-7603157

ตำรำงกำรฝกึ
โครงกำรศูนย์ศึกษำและพัฒนำชมุ ชนตำม
กิจกรรมที่ 3 ฝกึ อบรมเชิงปฏิบัตกิ ำรหลักสูตรกำรพฒั นำกสกิ รร
ณ ศนู ย์ศึกษำและพัฒนำชมุ ชนนครศรธี รรมรำชและศ

วัน เวลำ 05.00-๐7.๐๐ น. 08.๐๐- ๐๙.๐๐- 10.30- 11.00- ๑๒.๐
09.๐๐ น. ๑๐.30 น. 11.00 น. ๑๒.๐๐ น. ๑๓.๐
27 ม.ค.
63 รำยงำนตวั พิธเี ปดิ “กิจกรรมกลมุ่
ลงทะเบยี น ชยั วฒุ ิ/นิรญั / สมั พันธ์”
(ทมี ศพช.) มรสิ า นรากร/นริ ัญ/

พรพรรณ

วนั เวลำ 05.00-๐7.๐๐ น. ๐๙.๐๐-๑2.00 น.

“3 ขมุ พลงั /สื่อ/ “จลุ นิ ทรยี ์/ปำ่ 3 อย่ำง
28 ม.ค. ลงแปลง” ประโยชน์ 4 อย่ำง”

63 วรการ/จนั ทิพย์/สริ ิ ด.ต.นริ นั ดร์
มาศ/สุภาพ/เฉลมิ พล/ (บรรยาย)
สูเปียน/มรสิ า/ทนง เคำรพธงชำ ิต/ ัพกรับประทำนอำหำรเช้ำ
ศกั ด์ิ/สทุ นิ /ประสิทธิ์ ัพกรับประทำนอำหำรกลำง ัวน
(แบง่ กลมุ่ ) ๐9.0๐-๑๐.30 น. ๑๐.30-๑๒.๐๐ น.

วัน เวลำ 05.00-๐7.๐๐ น. “ฐำนคนเอำถ่ำน” “ฐำนคนรักษ์สขุ ภำพ”

“3 ขมุ พลัง/สื่อ/ ด.ต.โชคชัย/วา่ ท่ี ร.ต. พรพรรณ/
29 ม.ค. ลงแปลงห่มดนิ ”
สมโชค รตั นาภรณ/์ มญั ลกิ า
63 วรการ/จนั ทพิ ย์/สริ ิ
มาศ/สภุ าพ/เฉลมิ พล/ (แบง่ กลุ่ม) (แบง่ กลุ่ม)
ชัยวุฒิ/ทวศี กั ด์/ิ ทนง
ศักดิ/์ สทุ นิ /ประสิทธิ์
(แบ่งกล่มุ )

กอบรม
มหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
รมสูร่ ะบบเศรษฐกิจพอเพยี ง ประจำปีงบประมำณ 2563
ศนู ย์กสิกรรมธรรมชำตทิ ุ่งสง จ.นครศรีธรรมรำช

๐๐- ๑๓.๐๐-16.00 น. ๑6.0๐-17.00 น. 17.00- 19.00-21.00 น.
๐๐ น. 19.00 น.
“เปิดสมอง
“หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ “นำ้ มนั มะพร้ำวสกัด บง่ หนองควำมคดิ ”
นรากร/วา่ ท่ี ร.ต.สม
พอเพียง/ คนื ชีวิตให้ เย็น”
โชค/พรพรรณ
แผน่ ดิน” ด.ต.โชคชัย (แบ่งกลุ่ม)

ด.ต.นริ นั ดร์ (บรรยาย)

(บรรยาย)

๑๓.๐๐-15.00 น. 15.00-17.00 น. 19.00-21.00 น.

“ฐำนคนรักษ์แมธ่ รณี/ “ฐำนคนมนี ำ้ ยำ” เคำรพธงชำ ิต/ ัพกรับประทำนอำหำรเ ็ยน “สรปุ บทเรยี น/ หลัก
คนรักษน์ ำ้ ” พรพรรณ/ กสกิ รรมธรรมชำติ”

ด.ต.โชคชัย/สทุ นิ / รัตนาภรณ/์ มญั ลิกา นรากร/
ทนงศกั ด์ิ/ประสทิ ธ์ิ (แบ่งกลมุ่ ) วา่ ที่ ร.ต.สมั พนั ธ์/
รศั มณ์ ศิ ชาช์/พรพรรณ
(แบง่ กลมุ่ )
(แบ่งกลุ่ม)

๑๓.๐๐-15.30 น. 15.30-17.00 น. 19.00-21.00 น.

“กำรออกแบบพนื้ ที่ “แลกเปลี่ยน “สรุปบทเรยี น/บญั ชี
โคกหนองนำโมเดล” ประสบกำรณก์ บั ครัวเรือน”
ปรำชญช์ ำวบำ้ น”
ผศ.พิเชฐ สมชาย/สิรมิ าศ/ไววทิ ย์
(บรรยาย) (เชาวรตั น)์ (บรรยาย)
(บรรยาย)

ตำรำงกำรฝกึ อบ
โครงกำรศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชุมชนตำม
กิจกรรมที่ 3 ฝกึ อบรมเชิงปฏิบตั กิ ำรหลกั สตู รกำรพัฒนำกสิกรร
ณ ศูนยศ์ ึกษำและพัฒนำชมุ ชนนครศรธี รรมรำชและศ

วัน เวลำ 05.00-๐7.๐๐ น. 08.๐๐-09. ๐๙.๐๐-๑2.00 น. ๑๒.๐
๐๐ น. ๑๓.๐

“ลงแปลง “ลงแปลงปฏิบตั ิโคกหนองนำโมเดล”

30 ม.ค. โคกหนองนำ” นรากร/วรการ/จนั ทพิ ย/์ สริ มิ าศ/สภุ าพ/

63 นรากร/จันทิพย์/สริ ิ ไววิทย/์ สเู ปยี น/ทนงศกั ด์/ิ สทุ นิ /ประสทิ ธิ์

มาศ/สภุ าพ/เฉลมิ พล/ (แบง่ กล่มุ )
เคำรพธงชำ ิต/ ัพกรับประทำนอำหำรเ ้ชำ
ไววิทย/์ สเู ปียน/ทนง ัพกรับประทำนอำหำรกลำงวัน

ศกั ด์ิ/สุทนิ /ประสทิ ธ์ิ

(แบง่ กลุ่ม)

วัน เวลำ 05.00-๐7.๐๐ น. ๐๙.๐๐-๑2.00 น.

“หลกั กำรทรงงำน/ “ยทุ ธศำสตร์กำรขับเคลอื่ นหลกั ปรัชญำของ

31 ม.ค. กตัญญตู ่อสถำนท”ี่ เศรษฐกจิ พอเพยี งส่กู ำรปฏิบตั จิ รงิ ”

63 วรการ/จนั ทพิ ย/์ พรพรรณ

สริ ิมาศ/สุภาพ/เฉลมิ (บรรยาย)

พล/ไววิทย/์ สเู ปียน/

ทนงศักดิ์/สทุ ิน/

ประสทิ ธ์ิ

(แบง่ กลมุ่ )

หมำยเหตุ : กาหนดการอาจปรับเปลย่ี นตามความเหมาะสม
- ออกกาลังกาย เวลา 05.00 น.
- เข้าแถวเคารพธงชาติ เวลา 07.45 น.
- อาหารเช้า เวลา 08.00 น. อาหารเยน็ เวลา 18.00 น.
- พักรบั ประทานอาหารว่างและเครือ่ งด่ืม เวลา 10.30 – 10.45 น. และ เวลา 15

บรม (ต่อ)
มหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง
รมส่รู ะบบเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมำณ 2563
ศนู ย์กสกิ รรมธรรมชำตทิ ุ่งสง จ.นครศรธี รรมรำช

๐๐- ๑๓.๐๐-15.00 น. ๑5.0๐-17.00 น. 17.00- 19.00-21.00 น.
๐๐ น. 19.00 น.
“ภมู ิปญั ญำไทย
“ดงู ำน/ศึกษำจุด กบั กำรพึ่งพำตนเอง” เคำรพธงชำ ิต/ ัพก “ยุทธศำสตรก์ ำร
รับประทำนอำหำรเ ็ยน
เรยี นรู้” ด.ต.นิรันดร/์ นริ ญั บรหิ ำรจัดกำรในภำวะ
(แบง่ กลมุ่ )
ชัยวุฒ/ิ นริ ัญ/ทวศี ักดิ์/ วิกฤต”

กาญจนา/ทนงศักด/ิ์ นรากร/รัตนาภรณ์/มญั

ประสทิ ธ์ิ ลิกา/มรสิ า/พรพรรณ

(แบง่ กลมุ่ ) (แบง่ กลุม่ )

๑๓.๐๐-15.00 น.

พธิ ปี ิด
ทีมวิทยากร

เดนิ ทำงกลบั


5.00 – 15.15 น.


Click to View FlipBook Version