เครื่องมอื ประเมนิ
สรปุ รายงานผลการจดั กิจกรรม
สรปุ และรายงานผลการปฏิบตั งิ าน
1. ลักษณะโครงการ เป็นโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาสมาชิกให้เป็น “คนเก่งและ
2. วัตถปุ ระสงค์
มีความสุข” ตามแผนส่งเสริมการเรียนรู้บูรณาการ
3. วนั ทจ่ี ัดทำโครงการ 2.1 เพื่อให้นักศึกษาแสดงความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานจริง
สถานประกอบการด้วยการอบรมมาตรฐานการใชค้ อมพิวเตอร์
2.2 เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนและแสดงทักษะการใช้งาน
คอมพิวเตอร์
2.3 เพื่อให้นักศึกษาได้นำความรู้ความสามารถจากการเรียนการ
สอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาใช้ในการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใชค้ อม
3.1 วันท่ี 29-30 สิงหาคม 2563
4. สถานท่ดี ำเนนิ โครงการ 4.1 หอ้ ง 925 และ926 ช้นั 2 อาคาร 9 วิทยาลัยเทคนิคระยอง
5. งบประมาณท่ีใชใ้ นการจดั 5.1 ยอดเงนิ ท่ีไดร้ บั จัดสรร 10,000 บาท
6. จำนวนผู้เขา้ รว่ มกิจกรรม 6.1 นักศกึ ษาสาขาคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ จำนวน 68 คน
6.2 เขา้ รว่ มโครงการ 68 คน
6.3 ผเู้ ข้ารว่ มโครงการ คิดเปน็ รอ้ ยละ 100
7. ผลการดำเนินการ 7.1 อยูใ่ นระดับดี
8. ข้อเสนอแนะ 8.1 เป็นโครงการที่ดีทำใหไ้ ด้พัฒนาทกั ษะ
8.2 การทดสอบยากไป
8.3 มเี วลาในการเตรียมตัวสอบน้อย
8.4 อยากให้จดั ทดสอบทกุ ปี
ข
บทคัดยอ่
การจัดทำโครงการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อให้นักศึกษาแสดงความพร้อมก่อนการ
ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการด้วยการอบรมมาตรฐานการใชค้ อมพิวเตอร์ (2) เพื่อให้นักศึกษา
ได้ฝึกฝนและแสดงทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์ (3) เพ่ือให้นักศึกษาได้นำความรู้ความสามารถจาก
การเรยี นการสอนทงั้ ภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัตมิ าใช้ในการอบรมทดสอบมาตรฐานการใชค้ อม
ตามท่ยี ุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในเรอื่ งของการสร้างความสามารถในการแขง่ ขันและการพฒั นา
และเสริมสร้างศักยภาพคนอีกท้ังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้กำหนดมาตรฐานการ
อาชีวศึกษา มาตรฐานที่ 3 ด้านการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตัวบ่งช้ีท่ี 3.3 ระดับ
คุณภาพในการจัดการศึกษา ประเด็นพิจารณาท่ี 4 สถานศึกษา จัดให้ผู้เรียนได้รับการประเมิน
มาตรฐานวิชาชีพ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินมาตรฐานวิชาชีพที่สำนักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากำหนด น้ัน ทางวทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง จงึ มนี โยบายการสรา้ งผู้เรยี นให้
มีคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมทักษะวิชาชีพเพื่อเป็นมืออาชีพ อันเน่ืองมาจากจากผลของนักเรียน -
นักศึกษาที่ไปฝึกงานตามแผนการเรียนที่ทางวิทยาลัยจัดหาให้ แล้วได้มีการฝึกงานตามสถาน
ประกอบการนั้น ๆ มีนักเรียน-นักศกึ ษาบางส่วนไมส่ ามารถทำหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมายได้ อัน
เนื่องมาจากขาดประสบการณ์ การฝึกฝน และการแก้ปญั หาในการทำงาน
ผลของโครงการในการประเมินความพึงพอใจจากการเข้าร่วมโครงการทดสอบมาตรฐานการ
ใชค้ อมพิวเตอร์ ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไป ผลคะแนนทีไ่ ดค้ ือจำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบประเมินจำแนก
ตามเพศ เพศชายจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 35 เพศหญิงจำนวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 65 ของ
ประชากรทั้งหมด จำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบประเมิน จำแนกตามระดับช้ัน ปวช.จำนวน 49 คน คิด
เป็นร้อยละ 49 ระดับชั้น ปวส.จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 51 ระดับช้ันปริญญาตรีจำนวน 0 คน
คิดเปน็ ร้อยละ 0 ของประชากรท้ังหมด จำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบประเมนิ จำแนกตามอายุ15-20ปี
จำนวน 62 คน คิดเป็นร้อยละ 91 อายุ 21-25 ปีจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 9 อายุ26 ปีขึ้นไป
จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ของประชากรทั้งหมด จำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบประเมินจำแนก
ตามสถานะ นักเรียน-นักศึกษาจำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ครู-อาจารย์จำนวน 0 คน คิดเป็น
ร้อยละ 0 ของประชากรท้ังหมด ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจในด้านต่างๆของโครงการ โดยด้านการ
ดำเนินการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.52) ด้านความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
( =4.24)และด้านผลสมั ฤทธ์ิในภาพรวมอยู่ในระดับมาก( = 4.10)ภาพรวมความพงึ พอใจอย่ใู นระดับมาก ( =4.28)
ค
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงการน้ีสำเร็จได้ด้วยดี เน่ืองจากได้รบั ความเมตตา การช่วยเหลอื อย่างดียิ่งของอาจารย์
อุทัย ศรีษะนอก หัวหน้าสาขาวชิ าเทคโนโลยีธรุ กิจดิจิทัลทใ่ี ห้การสนับสนนุ ในการจดั ทำโครงการ และ
แนะนำขอ้ คดิ เห็นต่าง ๆ จึงใครข่ อกราบขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสงู ณ โอกาสน้ี
ขอขอบพระคุณท่าน อาจารย์วิทูล เยื่องอย่าง ครูผู้สอนรายวิชาโครงการท่ีปรึกษาด้าน
วิชาการและการจัดทำโครงการใหค้ ำแนะนำและข้อคดิ เห็นต่าง ๆ ของการทำงานมาโดยตลอด
ขอขอบพระคุณท่าน อาจารย์อัจฉราภรณ์ เกลยี้ งพรอ้ ม ครูท่ีปรกึ ษาโครงการดา้ นการ
จัดทำโครงการและให้ความรู้เกย่ี วกับการทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์
สุดท้ายน้ีผู้จัดทำมีความซาบซึ้งในความกรุณาอันย่งิ ใหญ่จากทกุ ท่าน ท่ีให้คำแนะนำในด้าน
การจัดกิจกรรม และด้านเอกสาร ตลอดจนโครงการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และขอขอบพระคุณ
มา ณ โอกาสน้ี
คณะผู้จัดทำ
บทที่ 1
บทนำ
1
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ความเป็นมาของโครงการ
ตามท่ียทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี ในเร่ืองของการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั และการพัฒนา
และเสริมสร้างศักยภาพคนอีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้กำหนดมาตรฐานการ
อาชวี ศกึ ษา มาตรฐานท่ี 3 ด้านการจดั การเรียนการสอนที่เน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญ ตัวบง่ ชท้ี ี่ 3.3 ระดับ
คุณภาพในการจัดการศึกษา ประเด็นพิจารณาที่ 4 สถานศึกษา จัดให้ผู้เรียนได้รับการประเมิน
มาตรฐานวิชาชีพ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินมาตรฐานวิชาชีพที่สำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด นั้น ทางวิทยาลัยเทคนิคระยอง จึงมีนโยบายการสร้างผู้เรียน
ให้มีคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมทักษะวิชาชีพเพื่อเป็นมืออาชีพ อันเนื่องมาจากจากผลของนักเรียน-
นักศึกษาที่ไปฝึกงานตามแผนการเรียนที่ทางวิทยาลัยจัดหาให้ แล้วได้มีการฝึกงานตามสถาน
ประกอบการนัน้ ๆ มีนักเรียน-นกั ศึกษาบางสว่ นไม่สามารถทำหนา้ ที่การงานท่ีได้รับมอบหมายได้ อัน
เนือ่ งมาจากขาดประสบการณ์ การฝกึ ฝน และการแก้ปญั หาในการทำงาน
ดังนั้นทางองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย จึงจัดทำโครงการทดสอบมาตรฐาน
การใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อให้นักเรียน-นักศึกษาได้แสดงความรู้และความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์
จากการศึกษาเรียนรู้ ฝึกทักษะทางคอมพิวเตอร์ มีประสบการณ์ในการทำงานที่ดีขึ้น สามารถ
แก้ปัญหาในการทำงานได้ ถือเป็นการพัฒนาทักษะของตนเองและนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้ในทาง
การศึกษาและอาชพี ในอนาคต ใหม้ ากยิ่งขน้ึ
1.2 วตั ถปุ ระสงค์
1.2.1 เพื่อให้นักศึกษาแสดงความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการด้วยการ
อบรมมาตรฐานการใชค้ อมพวิ เตอร์
1.2.2 เพอื่ ให้นกั ศึกษาไดฝ้ กึ ฝนและแสดงทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์
1.2.3. เพื่อให้นกั ศึกษาไดน้ ำความรคู้ วามสามารถจากการเรยี นการสอนทง้ั ภาคทฤษฎแี ละ
ภาคปฏิบตั ิมาใช้ในการอบรมทดสอบมาตรฐานการใชค้ อม
2
1.3 เป้าหมาย
1.3.1 เชงิ ปรมิ าณ
- นักเรยี นระดบั ปวช.3 ชมรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธุรกจิ จำนวน 33 คน
- นักศกึ ษาระดบั ปวส. 1 ชมรมวิชาชีพคอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ จำนวน 35 คน
1.3.2 เชิงคณุ ภาพ
- นกั เรยี น นกั ศกึ ษาทเ่ี ข้าร่วมสามารถผ่านการอบรมมาตรฐานการใชค้ อมพวิ เตอร์และยัง
สามารถนำไปปฏิบัติงานจริงได้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ยา่ งชำนาญและสามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างน้อยร้อยละ 80
1.4 ผลท่คี าดว่าจะได้รับ
1.4.1 นกั ศึกษาแสดงความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการดว้ ยการอบรม
มาตรฐานการใชค้ อมพิวเตอร์ได้
1.4.2 นกั ศกึ ษาได้ฝึกฝนและแสดงทักษะการใชง้ านคอมพิวเตอร์ได้
1.4.3 นกั ศกึ ษาได้นำความรู้ความสามารถจากการเรียนการสอนท้ังภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ
มาใชใ้ นการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอรไ์ ด้
1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ
1.5.1 วชิ าชีพ หมายความว่า ความรู้ ความสามารถและทักษะในการทำงานของบุคคลซึง่ ต้อง
อาศยั ความเชี่ยวชาญและความชำนาญเฉพาะด้าน ทงั้ นี้ ไม่หมายความรวมถึงวิชาชีพขององค์กร
วิชาชพี ที่มีกฎหมายจัดตง้ั ขน้ึ เป็นการเฉพาะ
1.5.2 มาตรฐานอาชีพ (Occupational Standard) จึงเป็นการกำหนดมาตรฐานของ
สมรรถนะรวมทั้งความรู้และความเข้าใจที่คาดหวังว่าบุคลากรจะบรรลุสำหรับอาชีพหนึ่ง โดยใช้เป็น
ฐานในการกำหนดและประเมินเพื่อให้ได้คุณวุฒิวิชาชีพ ( Vocational Qualifications - VQ)
มาตรฐานอาชีพทำโดยกลุ่มอาชีพเฉพาะนัน้ ๆ หรอื เรียกวา่ มาตรฐานสมรรถนะ
1.5.3 มาตรฐานฝีมือแรงงาน เป็น ข้อกำหนดทางวิชาการที่ใช้เป็นเกณฑ์วัดระดับความรู้
ความสามารถ และทัศนคติ ในการทำงานของผู้ประกอบอาชีพในสาขาต่างๆ
1.5.4 คอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ประกอบด้วย
ฮาร์ดแวร์ (ส่วนตัวเครื่องและอุปกรณ์) และซอฟต์แวร์ (ส่วนชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมที่สั่งให้
คอมพิวเตอร์ทำงาน) สามารถทำงานคำนวณผล และเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็ วสูง
อย่างต่อเนอ่ื ง และอตั โนมัติ
บทที่ 2
เอกสำรและทฤษฎที เี่ กยี่ วขอ้ ง
3
บทท่ี 2
เอกสารและทฤษฎีทีเ่ กยี่ วข้อง
ในการจัดทำโครงการการทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ผู้จัดทำได้จัดทำขึ้นเพื่อให้
นักศึกษาได้ทดสอบความรู้ความสามารถในด้านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และได้มีทักษะการ ใช้
งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ และสามารถนำไปประกอบอาชพี ในอนาคตได้
ครั้งนี้ผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสาร และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงการครั้งนี้ และได้
ทำการศึกษาหาความรู้จากอินเตอร์เน็ต และบทความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการฝึกวิชาชีพพัฒนาฝีมือ
แรงงานโดยมีหัวข้อต่างๆ ดังนี้ (1) มาตรฐานวิชาชีพ (2) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (3) นโยบายของ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา และ (4) PDCA
2.1 มาตรฐานวชิ าชีพ
2.1.1 ความหมายมาตรฐานวชิ าชพี
มาตรฐานวิชาชีพ หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลกั ษณะและคุณภาพทีพ่ ึงประสงค์
ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซงึ่ ผปู้ ระกอบการวชิ าชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตาม
เพื่อให้เกิดคุณภาพในการประกอบวิชาชีพสามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่ผู้รับบริการจาก
วิชาชีพได้ว่าเป็นบริการที่มีคุณภาพ ตอบสังคมได้ว่าการที่กฎหมายให้ความสำคัญกับวิชาชีพทางการ
ศึกษา และกำหนดให้เป็นวิชาชีพควบคุมนั้น เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่มีลักษณะเฉพาะต้องใช้ความรู้
ทักษะ และความเชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา พ.ศ. 2546
2.1.2 ประเภทมาตรฐานวิชาชีพ
2.1.2.1 มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หมายถึง ข้อกำหนดสำหรับผู้ท่ี
จะเข้ามาประกอบวิชาชีพ จะต้องมีความรู้และมีประสบการณ์วิชาชีพเพียงพอท่ีจะประกอบวิชาชีพจึง
จะสามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพื่อให้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้
ความสามารถ และมปี ระสบการณ์พร้อมทจ่ี ะประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้
2.1.2.2 มาตรฐานการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานใน
วชิ าชพี ให้เกดิ ผลเป็นไปตามเปา้ หมายท่ีกำหนด พรอ้ มกบั มีการพฒั นาตนเองอย่างต่อเน่ือง เพื่อให้เกิด
ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ ทั้งความชำนาญเฉพาะด้านและความชำนาญตามระดบั คณุ ภาพ
ของมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน หรอื อยา่ งน้อยจะต้องมกี ารพัฒนาตามเกณฑ์ที่กำหนดว่ามีความสามารถ
และความชำนาญเพียงพอที่จะดำรงสถานภาพของการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตอ่ ไปได้หรอื ไม่ นั่นก็คือ
การกำหนดใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชพี จะต้องต่อใบอนญุ าตทกุ ๆ 5 ปี
4
2.1.2.3 มาตรฐานการปฏิบัติตน หมายถึง ข้อกำหนดปฏิบัติเกี่ยวกับการประพฤติ
ตนของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมีจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติ
ปฏิบัติ เพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียง ฐานะ เกียรติ และศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ตามแบบแผนพฤติกรรม ตาม
จรรยาบรรณของวชิ าชีพท่คี รุ สุ ภาจะกำหนดเปน็ ขอ้ บังคับต่อไป หากผู้ประกอบวิชาชพี ผใู้ ดประพฤติ
ผดิ จรรยาบรรณของวิชาชีพทำใหเ้ กดิ ความเสียหายแก่บคุ คลอน่ื จนได้รับการร้องเรียนถึงครุ สุ ภาแล้ว ผู้
นั้นอาจถูกคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) ยกข้อ
กล่าวหา (2) ตักเตอื น (3) ภาคทณั ฑ์ (4) พกั ใชใ้ บอนญุ าตมกี ำหนดเวลาตามทเ่ี ห็นสมควรแต่ไมเ่ กิน
5 ปี (5) เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (มาตรา 54) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้รับความ
เห็นชอบจากคณะกรรมการคุรุสภาในคราวประชุมครั้งที่ 5/2548 วันที่ 21 มีนาคม 2548 และท่ี
ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 6/2548 วันที่ 18 เมษายน 2548 ได้อนุมัติให้ออกข้อบังคับคุรุ
สภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นที่เรียนร้อยแล้วมาตรฐานวิชาชีพทาง
การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งจะต้องประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลดีต่อ
ผู้รับบริการ อันถือเป็นเป้าหมายหลักของการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพ
จะต้องศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้สามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพให้สม
กบั การเปน็ วชิ าชีพชั้นสงู และได้รบั การยอมรบั ยกย่องจากสงั คม
2.2 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
หน่วยงานที่ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานในด้านต่างๆ ผู้ที่ต้องการพัฒนาฝีมือแรงงาน
จะต้องเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อประเมินความรู้ ความสามารถ และ
ทัศนคติในการทำงานของตน สามารถขอรับการทดสอบฯ ได้ที่หน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือ
แรงงานทวั่ ประเทศ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอืน่ ๆ ท่ีได้รบั อนุญาตจากกรมพฒั นาฝีมือแรงงาน
จดั ต้งั เปน็ ศนู ย์ทดสอบมาตรฐานฝมี อื แรงงาน
2.2.1 ประวตั ิกรมพัฒนาฝมี ือแรงงาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.
2545 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2546 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สถาน
ประกอบกิจการภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการพฒั นาฝีมือแรงงานใหม้ ากยิ่งขึ้น โดยการใช้มาตรการจงู
ใจในด้านการยกเว้นภาษีอากร รวมทั้งการให้สิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ และปรับปรุงสิทธิและ
ประโยชน์ให้มีความเหมาะสมและเพิ่มมากยิง่ ขึ้น ในกรณีที่สถานประกอบกิจการจัดให้มีการฝึกอบรม
ฝีมือแรงงานให้กับบุคคลที่จะเข้ารับทำงาน โดยการฝึกเตรียมเข้าทำงาน การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน
ให้แก่ ลูกจ้างของตน โดยการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน และการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ซึ่งในขณะน้ี
โดยเฉพาะด้านภาษีมีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนร้อยละร้อยของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝึกอบรม
และกำหนดให้มีการส่งเสริมในเรื่องมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กว้างขวาง นอกจากนี้ให้มีการจัดต้ัง
5
กองทุนพฒั นาฝมี อื แรงงานข้ึน เพื่อเปน็ ทนุ หมุนเวียนสำหรับใชจ้ า่ ยเก่ียวกบั การสง่ เสริมการพฒั นาฝีมือ
แรงงาน โดยกำหนดให้ผูป้ ระกอบกจิ การในประเภท ชนิด ขนาด รวมท้งั สัดส่วนจำนวนผู้รับการฝึกต่อ
จำนวนลูกจ้างทั้งหมดในเขตพื้นที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด มีหน้าที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุน
พัฒนาฝีมือแรงงานในอตั ราไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 1ของค่าจ้างทผี่ ปู้ ระกอบกิจการจา่ ยใหแ้ กล่ ูกจ้างในปีสุดท้าย
ปีที่มีการส่งเงินสมทบ เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งจาก
การท่ีพระราชบญั ญัตสิ ง่ เสรมิ การพัฒนาฝีมอื แรงงาน พ.ศ. 2545 มผี ลบังคับใชต้ ัง้ แต่วันที่ 29 มกราคม
2546 เป็นต้นมา ทำให้มีกระบวนการที่จะต้องดำเนินการ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตาม
กฎหมายกำหนดหลายประการ เช่น แต่งตั้งและจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือ
แรงงาน ให้ความเหน็ ชอบเก่ยี วกบั การฝึกอบรมฝมี ือแรงงาน ข้ึนทะเบียนผปู้ ระกอบกจิ การท่ีอยู่ในข่าย
บังคับเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน รับและตรวจสอบแบบแสดงการจ่ายเงินสมทบกองทุน
พัฒนาฝีมือแรงงานประเมินเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน รับชำระเงินสมทบกองทุนพัฒนา
ฝีมือแรงงาน ตรวจสอบ และติดตามเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนา
ฝีมือแรงงานกระบวน ช่วยเหลือและอุดหนุนเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งชำระหนี้เงินกอง ทุน
พัฒนาฝีมือแรงงาน จัดตั้งบัญชีเงิน กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดทำงบดุลและรายงาน การรับ-จ่าย
เงินกองทนุ พัฒนาฝมี ือแรงงาน เป็นต้น
2.2.2 อำนาจหนา้ ที่
2.2.2.1 ดำเนินงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
และกฎหมายทเ่ี กีย่ วข้อง (ยกเวน้ งานมาตรฐานฝมี อื แรงงาน)
2.2.2.2 ทำหนา้ ที่เลขานกุ ารคณะกรรมการสง่ เสรมิ การพัฒนาฝีมอื แรงงานโดย
ดำเนินการจดั ประชมุ คณะกรรมการ รับและกลัน่ กรองเรอ่ื งท่ีจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ
คณะกรรมการตามอำนาจหน้าทท่ี ่กี ฎหมายกำหนด
2.2.2.3 รบั คำขอและพจิ ารณาดำเนนิ การออกหนงั สือรับรองหรือใบอนญุ าต
เก่ยี วกบั การใหค้ วามเหน็ ชอบหลักสตู รฝึกอบรมฝมี ือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสรมิ การพัฒนา
ฝมี อื แรงงาน พ.ศ. 2545 เพอ่ื ขอรับสทิ ธแิ ละประโยชน์ตามท่ีกฎหมายกำหนด
2.2.2.4 เปน็ ศนู ย์กลางข้อมลู ในการส่งเสริมการพฒั นาฝีมือแรงงาน และเผยแพร่
สทิ ธิ และประโยชน์ตามพระราชบญั ญตั ิสง่ เสรมิ การพฒั นาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545
2.2.2.5 ศึกษา วเิ คราะห์ ข้อมลู และปัจจยั ที่เกีย่ วขอ้ ง รวมท้งั ดำเนนิ การจัดทำ
หลักเกณฑ์การขอรบั สิทธปิ ระโยชน์ และเสนอแนวทางในการส่งเสรมิ การพฒั นาฝีมือแรงงานแก่
ภาคเอกชน
6
2.2.2.6 รับแบบและพิจารณาการประเมนิ เงนิ สมทบ จัดเกบ็ ข้อมลู ผปู้ ระกอบ
กิจการท่ีอยใู่ นขา่ ยบงั คบั กองทุนพฒั นาฝมี ือแรงงาน ตรวจสอบตดิ ตามและเร่งรัดการชำระเงนิ สมทบ
รวมท้งั รับเรอื่ งอทุ ธรณเ์ งนิ สมทบ
2.2.2.7 รับคำขอและพจิ ารณาการขอกยู้ มื เงนิ กองทนุ การขอรบั เงินกองทุนเพ่ือ
ช่วยเหลือหรืออดุ หนนุ กิจการทเ่ี ก่ียวกับการส่งเสรมิ การพฒั นาฝีมือแรงงานจัดทำนติ ิกรรมสัญญากยู้ ืม
เงนิ และตรวจสอบติดตามเรง่ รัดหน้เี งินกยู้ ืม
2.2.2.8 จดั ทำงบประมาณกองทนุ ดำเนนิ การด้านการเงินกองทุนและบริหาร
กองทุนจดั ทำบัญชีกองทุน งบดุลและรายงานการรับจา่ ยเงินกองทนุ ตามท่กี ฎหมายกำหนด
2.2.2.9 ติดตามและประเมินผลเก่ียวกบั การฝึกอบรมฝมี ือแรงงาน การใชส้ ทิ ธิ
ประโยชนแ์ ละกองทนุ พฒั นาฝีมือแรงงาน
2.2.2.10 ปฏิบตั ิงานอ่ืนท่ีเกี่ยวขอ้ งหรือที่ไดร้ ับมอบหมาย
2.2.3 การเปิดการทดสอบมาตรฐานฝมี อื แรงงาน
ผู้ที่สนใจเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อประเมินความรู้
ความสามารถ และทัศนคติในการทำงานของตน สามารถขอรับการทดสอบฯ ได้ที่หน่วยงานในสังกดั
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตจากกรม
พัฒนาฝีมือแรงงานจัดตั้งเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยมีอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
หรอื คา่ เปิดการทดสอบ ดงั นี้
2.2.3.1 หน่วยงานภายใต้สังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถเรียกเก็บ
คา่ ธรรมเนยี มการทดสอบในอตั รา ดงั น้ี
1) ระดบั 1 จำนวน 100 บาท
2) ระดบั 2 จำนวน 150 บาท
3) ระดบั 3 จำนวน 200 บาท
2.2.3.2 หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอื่นที่ได้รับอนุญาตเป็นศูนย์ทดสอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถเรียกเก็บค่าทดสอบฝีมือ ในอัตรา 500 -
2,000 บาท ในแต่ละสาขาอาชีพ และแต่ละระดบั ตามประกาศของคณะกรรมการสง่ เสริมการพัฒนา
ฝมี อื แรงงาน
2.3 นโยบายของสำนกั งานคณะกรรมการอาชวี ศึกษา
ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กำหนดให้ผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาต้อง
ผ่านการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ดังนั้นสถานศึกษาจึงจัดให้มีการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพระหว่าง
ช่วงชั้นชั้นปีสำหรับนักเรียนนักศึกษาชั้น ปวช. และ ปวส. การทดสอบมาตรฐานคอมพิวเตอร์สำหรบั
นักเรียนที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา และเพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีมาตรฐานผ่านเกณฑ์ที่สำนักงาน
7
คณะกรรมการอาชีวศึกษากำหนด และเป็นที่พึงพอใจของสถานประกอบการตลอดจนเพื่อให้
สอดคล้องนโยบายดังกล่าว งานวัดผลและประเมินผล จึงได้จัดทำการทดสอบมาตรฐานคอมพิวเตอร์
เพื่อผลักดันการดำเนินการดา้ นการศึกษาของประเทศไทยให้สอดคล้องรับต่อการเป็นประชาอาเซียน
และพฒั นานกั เรียนใหม้ สี มรรถนะทีส่ ำคญั สำหรับการดำเนินชีวติ ในประชาคมอาเซยี น
2.4 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer network)
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ ระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดย
ใช้ส่ือกลาง และสามารถสอ่ื สารข้อมลู กันได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ซ่ึงทำใหผ้ ใู้ ชค้ อมพิวเตอร์แต่ละเคร่ือง
สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครือข่าย
ร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น การใช้ทรัพยากรเหล่านี้ผ่านเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ ช่วยให้ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายได้มาก เมอื่ มกี ารเชื่อมต่อกับเครือข่ายอนื่ ๆ ที่อย่หู า่ งไกล เช่น
ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ก็ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมลู
ขา่ วสาร ไดก้ บั คนทว่ั โลก โดยใช้แอพพลิเคชนั่ เช่น เว็บ อีเมลล์ เป็นต้น
การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีที่มาจากผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
และรวดเร็ว คอมพิวเตอร์นั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประมวลข้อมูลในปริมาณมากได้
อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อเสียคือ ผู้ใช้ไม่สามารถแชร์ข้อมลู กับคนอืน่ ๆได้ ดังนั้น ก่อนมีการสร้างเครอื ข่าย
คอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะแลกเปลี่ยนขอ้ มูลกนั โดยการ พิมพ(์ print) ขอ้ มูลออกมาเปน็ เอกสารก่อนแล้วค่อย
นำไปให้ผู้ใช้ที่ต้องการใช้หรือแก้ไขข้อมูลอีกคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เสียเวลาและเป็นวิธีที่ยุ่งยากมากเม่ือ
เปรยี บเทยี บกบั ปจั จบุ ันที่มกี ารใช้เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรแ์ ล้ว
ลักษณะของเครือข่ายจึงเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อาจจะอยู่บนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เดียวกัน
ขยายตัวใหญ่ขึ้นเป็นระบบท่ีทำงานรว่ มกันในห้องทำงาน ในตึก ระหว่างตึก ระหว่างสถาบัน ระหว่าง
เมือง ระหว่างประเทศ การจัดแบ่งรูปแบบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงแยกตามขนาดของเครือข่าย
ดงั ตารางดงั ต่อไปน้ี
ตารางที่ 2-1 การแบ่งแยกลักษณะของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามระยะทางระหว่างโพรเซสเซอร์
ระยะทางระหวา่ ง ลักษณะท่ีตั้งของ ชื่อเรยี กเครือขา่ ย
โพรเซสเซอร์ โพรเซสเซอร์
0.1 เมตร แผงวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์ เครอื่ งจักรชนดิ ดาตา้ โฟลว์
1 เมตร ระบบเดยี วกนั มัลตโิ พรเซสเซอร์
10 เมตร ห้อง มัลตโิ พรเซสเซอร์
100 เมตร ตวั อาคาร เครอื ข่ายท้องถ่ิน
1 กิโลเมตร หนว่ ยงานเดียวกัน เครือข่ายทอ้ งถนิ่
10 กโิ ลเมตร เมือง เครอื ข่ายท้องถิน่
8
100 กโิ ลเมตร ประเทศ เครอื ข่ายระยะไกล
1000 กิโลเมตร ระหว่างประเทศ เครือข่ายระยะไกล
10000 กโิ ลเมตร ระหว่างดวงดาว เครือข่ายระยะไกลมาก
2.4.1 รปู แบบการใชเ้ ครือขา่ ย
การติดต่อแบบถาวร หรือ Permanent Connection การติดต่อแบบนี้เป็นแบบที่
รวดเร็วท่ีสดุ แตก่ ็สนิ้ เปลอื งคา่ ใชจ้ ่ายมากท่ีสุดด้วยเชน่ กัน ระบบเครือข่ายที่เรยี กว่า Ethernet ซ่ึงเป็น
ระบบ ฮาร์ดแวร ์ของเครือข่ายที่ใช้กันมากที่สุด สายที่เชื่อมต่อจากแม่ข่ายมายังอาคารอบรมนี้เป็น
สายใยแก้วนำแสง ซึ่งให้ความเรว็ ข้อมูลสูงมาก
การติดต่อโดยตรงเมื่อต้องการ หรือการติดต่อโดยตรงผ่านสายโทรศัพท์ (On
Demand Permanent Connection) การติดต่อแบบนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดถ้าเครื่องของเราไม่ได้ติดต่อ
โดยตรงโดยเครือข่าย แบบ Ethernet วิธีการก็คือเราใช้สายโทรศัพท์ธรรมดาที่เราใช้กันอยู่เป็น
เส้นทาง ในการเช่อื มโยงข้อมูลแทน การที่คอมพวิ เตอรต์ ิดตอ่ กันโดยผา่ นสายโทรศพั ทจ์ ำเป็น ทีจ่ ะต้อง
มีอุปกรณ ์อันหนึง่ เรียกว่า "โมเด็ม" (modem) ซึ่งทำหน้าที่แปรข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูล
แบบดิจิตัล เป็นสัญญาณโทรศัพท์ซึ่งเป็นสัญญาณแบบอนาล็อก และนอกจากโมเด็มแล้วก็จะต้องมี
โปรแกรมพิเศษ อีกโปรแกรมหนึ่งเพือ่ ทำใหเ้ คร่ืองของเราทำงานเป็นสว่ นหนึง่ ของอินเทอร์เน็ตจรงิ ๆ
2.4.2 องคป์ ระกอบของระบบเครอื ข่าย
ระบบเครือขา่ ย คอมพวิ เตอร์ มอี งค์ประกอบทสี่ ำคญั เพ่ือการเช่ือมต่อเปน็ เครือขา่ ย
คอมพวิ เตอร์ ได้แก่ คอมพวิ เตอรแ์ ม่ขา่ ย (File Server) ช่องทางการส่ือสาร (Communication
Chanel) สถานีงาน (Workstation or Terminal) และ อุปกรณใ์ นเครือข่าย (Network Operation
System)
1. คอมพวิ เตอร์แม่ขา่ ย
คอมพวิ เตอร์ แมข่ า่ ย หมายถึงคอมพวิ เตอร์ ท่ีทำหนา้ ทีเ่ ป็นผู้ใหบ้ ริการทรัพยากร
(Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ หนว่ ยประมวลผล หนว่ ยความจำ หน่วยความจำสำรอง ฐานข้อมลู
และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นตน้ ในระบบเครือข่ายทอ้ งถ่นิ (LAN) มกั เรยี กวา่ คอมพวิ เตอร์แม่ข่าย ใน
ระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใชเ้ มนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินคิ อมพิวเตอร์เป็นศูนยก์ ลางของ
เครือข่าย เรานิยมเรยี กวา่ Host Computer และเรยี กเคร่ืองทรี่ อรบั บรกิ ารว่าลูกขา่ ยหรือสถานีงาน
2. ชอ่ งทางการส่ือสาร
ช่อง ทางการสือ่ สาร หมายถงึ สื่อกลางหรือเสน้ ทางที่ใชเ้ ป็นทางผา่ น ในการรับส่ง
ข้อมูล ระหว่างผู้รับ (Receiver) และผู้ส่งข้อมูล (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสาร สำหรับ
การเชื่อมตอ่ เครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม
9
(UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหมุ้ (STP) สายโคแอคเชยี ล สายใยแกว้ นำแสง คลนื่ ไมโครเวป และ
ดาวเทียม เปน็ ตน้
3. สถานีงาน
สถานี งาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่อง
ไมโครคอมพิวเตอร์ ทีเ่ ช่ือมต่อ กับเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ทำหนา้ ท่เี ป็นสถานปี ลายทางหรือสถานีงาน
ท่ไี ด้รบั การบริการจากเคร่อื ง คอมพิวเตอรแ์ มข่ ่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลกู ขา่ ย (Workstation) ใน
ระบบเครอื ข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซพี ียูของตนเอง ในระบบท่ีใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล (Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและ
แป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์
ศนู ยก์ ลางหรอื Host
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สถานงี าน
4. อปุ กรณใ์ นเครอื ขา่ ย
- การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC) หมายถึง แผงวงจร
สำหรับ ใช้ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่าย ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่
ข่าย และเครื่องที่เป็นลูกข่าย หน้าที่ของการ์ดนี้คือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตาม
สายสญั ญาณ ทำใหค้ อมพิวเตอรใ์ นเครอื ข่ายแลกเปลย่ี นข้อมลู ขา่ วสารกันได้
- โมเด็ม ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อุปกรณ์สำหรับการ
แปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผู้ส่ง เพื่อส่งไปตามสายสัญญาณข้อมูลแบบ
อนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์ด้านผู้รับ โมเด็มก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็น
ดิจิตอลนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการประมวลผล โดยปกติจะใช้โมเด็มกับระบบเครือข่าย
ระยะไกล โดยการใช้สายโทรศัพท์เป็นสอื่ กลาง เช่น เครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต เป็นตน้
- ฮับ ( Hub) คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพื่อให้
เกิดความสะดวก ในการเชื่อมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เป็นจุดรวมการเชื่อมต่อ
สายสัญญาณระหว่าง File Server กบั Workstation ตา่ ง ๆ
5. ซอฟต์แวรร์ ะบบปฏิบตั ิการเครือข่าย
ซอฟตแ์ วร์ระบบปฏบิ ตั กิ ารเครือข่าย หมายถึง ซอฟต์แวร์ทีท่ ำหน้าท่ี จัดการระบบ
เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย สามารถติดต่อสื่อสาร
แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่จัดการด้านการรักษาความ
ปลอดภยั ของระบบเครอื ขา่ ย และยงั มหี นา้ ท่ีควบคุม การนำโปรแกรมประยุกต์ ด้านการติดต่อสอ่ื สาร
มาทำงานในระบบเครือข่ายอีกด้วย นับว่าซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย มีความสำคัญต่อ
10
เครือข่ายคอมพิวเตอรอ์ ย่างย่ิง ตัวอย่าง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Windows NT ,
Linux , Novell Netware , Windows XP ,Windows 2000 , Solaris , Unix เป็นต้น
2.4.3 รูปแบบของเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์
2.4.3.1 LAN (Local Area Network)
ระบบเครื่องข่ายท้องถิ่น เป็นเน็ตเวิร์กในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ไม่
ตอ้ งใชโ้ ครงข่ายการสื่อสารขององคก์ ารโทรศัพท์ คือจะเปน็ ระบบเครือข่ายท่ีอยภู่ ายในอาคารเดียวกัน
หรือต่างอาคาร ในระยะใกล้ๆพัฒนาการของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เกิดจากการเชื่อมต่อ
เทอร์มินอล (Terminal)เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม (Mainfram Computer) หรือเชื่อมต่อ
กับมินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) ซึ่งการควบคุมการสื่อสารและการประมวลผลต่างๆจะถูก
ควบคุมและดำเนินการโดยเครื่องเมนเฟรมหรือมินิคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจเรียกอีกอย่างว่าโฮสต์ (Host)
โดยมีการเชื่อมโยงระหว่างโฮสต์กับเทอร์มินอล ส่วนเทอร์มินอลทำหน้าที่เป็นเพียงจุดรับข้อมูล และ
แสดงข้อมูลเท่านั้น สำหรับเครือข่ายในปัจจุบันมีการทำงานที่มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ท้งั การเขา้ ถงึ และการใชง้ านทรพั ยากรที่มอี ยู่บนเครือข่าย เช่น เครื่องพมิ พ์ ดิสก์ หรอื อปุ กรณ์อนื่ ๆ ซงึ่
ปัจจุบันเรียกเทอร์มินอลที่มีความสามารถเล่านี้ว่าโหนด(Node)ลักษณะการกระจายการทำงานแบบ
การกระจายศูนย์ (Distributed System) ซ่ึงเปน็ การกระจายภาระ และหน้าที่การทำงานไปโหนดบน
เครือข่ายทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระการทำงาน ของโฮสต์ลงได้เป็นอย่าง
มากปัจจุบันมีการใช้งานเครือข่ายระยะใกล้ หรือเรียกอีกอย่างว่าเครือข่ายท้องถิน่ (LAN หรือ Local
Area Network) อย่างแพร่หลายในเกือบทุกหน่วยงาน จนเปรียบเสมือนปัจจัยในการทำงานของ
สำนักงานทั่ว ๆ ไป เช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์ดีด หรือเครื่องถ่ายเอกสารบุคคลากรเกือบทุกคนใน
หนว่ ยงานจะมี เครื่องคอมพวิ เตอรอ์ ยา่ งนอ้ ย 1 เคร่ือง เพอ่ื ใชง้ านในดา้ นต่างๆ นอกจากนี้อาจจะมีการ
เชื่อมโยงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์กับระบบงานอื่น ภายในหน่วยงาน
เดียวกันภายในตึกเดียวกัน หรือภายในองค์กรเดียวกัน การเชื่อมโยงในลักษณะนี้เปรียบเสมือนการ
เชื่อมโยงประสานการทำงานของหนว่ ยงานหรอื องค์กรเข้าด้วยกัน ซึ่งเรียกการเช่ือมโยงลักษณะนีว้ า่
เครือขา่ ยท้องถิ่น
สรุปแล้วเครือข่ายระยะใกล้ หรือเครือข่ายท้องถิ่น (LAN)เป็นรูปแบบการ
ทำงานของระบบเครอื ข่ายแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้เครื่องคอมพวิ เตอร์ (Computer) เครื่องพิมพ์ (Printer)
และอุปกรณ์ใช้งานทางคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงเอกสาร ส่งข้อมูลติดต่อใช้งานร่วมกันได้
การติดต่อสื่อสารของอุปกรณ์ จะอยู่ในบริเวณแคบ โดยทั่วไปมีระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร เช่น
ภายในอาคารสำนักงานภายในคลังสินคา้ โรงงาน หรือระหวา่ งตึกใกล้ ๆ เช่ือมโยงดว้ ย สายสื่อสารจึง
ทำให้มคี วามเรว็ ในการส่ือสารขอ้ มลู ด้วยความเร็วสงู มาก และมีความผิดพลาดของข้อมูลต่ำ
11
2.4.3.2 MAN (Metropolitan Area Network)
ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเน็ตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่ายการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือ
การสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกันในเมือง เช่น เครื่องเวิร์กสเตชั่นอยู่ที่สุขุมวิท มี การ
ตดิ ตอ่ สือ่ สารกบั เครอื่ งเวิรก์ สเตชั่นทบ่ี างรัก
2.4.3.3 WAN (Wide Area Network)
ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือเรียกได้ว่าเป็น World Wide ของระบบเน็ต
เวิร์ก โดยจะเป็นการสื่อสารในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย(Media) ในการ
สื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า
Leased line / ISDN) (lntegrated Service Digital Network สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และ
ภาพในเวลาเดียวกัน)ระบบเครือข่ายระยะไกล หรือ Wide Area Network เป็นระบบเครือข่ายท่ี
ติดตั้งใช้งานอยู่ในบริเวณกว้าง โดยมีการส่งข้อมูลในลักษณะเป็นแพ็คเก็ต (Packet) ซึ่งต้องเดินทาง
จากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทางไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง แพ็กเก็ตนี้ถูกส่งจากเครื่อง
คอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง โดยมีสายสื่อสารหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นใน
การเชื่อมต่อถึงกันในลักษณะเป็นลูกโซ่ หรือเป็นทอดๆอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระหว่างทางแต่
ละตัวจะรับข้อความนั้นเก็บจำเอาไว้ และส่งต่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ถัดไปในเส้นทางที่สะดวก
รูปแบบของเครอื ขา่ ยทแ่ี ตกต่างกนั ไปตามลกั ษณะของอัลกอริทมึ สำหรบั การคำนวณในการสง่ แพ็คเก็ต
โดยแบ่งออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ แบบดาตาแกรม (Datagram) และแบบเวอร์ชวลเซอร์กิต
(Virtual Circuit)หรือแบบวงจรเสมือน ระบบดาตาแกรมพิจารณาแต่ละแพ็คเก็ตแยกออกจากกัน
แพ็คเก็ตต่างๆของข้อความเดียวกันอาจถูกส่งไปในเส้นทางที่ต่างกันได้ขึ้นอยู่กับปริมาณข่าวสาร ใน
เครือข่ายในแต่ละขณะเวลาที่ผ่านไป และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงลักษณะของเครือข่ายเนื่องจาก
เครื่องคอมพิวเตอร์บางตัว"เสีย"(คือไม่อาจร่วมในการส่งผ่านข่าวสารในเครือข่ายได้) ดังนั้นการจัด
เส้นทางจึงทำอยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับให้เข้ากับสภาวะเครือข่าย ข้อเสียของระบบเช่นนี้คือ แพ็คเก็ต
อาจไปถึงจุดหมายโดยไม่ได้เรียงลำดับ(Out of Order) จึงต้องถูกจัดเรียงใหม่ก่อนที่จะส่งต่อให้ผู้รับ
ปลายทาง เครือข่ายที่ใช้ระบบนี้รู้จักกันดีคือ อาร์พาเน็ต(ARPARNET)ย่อมาจาก (Advanced
Research Projects Agency Network) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแม่แบบเครือข่ายสากล
หรืออินเตอร์เน็ตด้วย (Internet) ด้วยส่วนระบบเครือข่ายเวอร์ชวลเซอร์กิตใช้รหัสของต้นทางและ
ปลายทางในแพ็คเก็ตแรก เพื่อจัดเส้นทางผ่านระบบเครือข่ายสำหรับข้อความที่ต้องการส่งในชุดน้ัน
ทง้ั หมด ขอ้ ดีของวธิ ีนี้คือ ส่วนหวั สำหรับแพ็คเกต็ ถัดๆไปมีขนาดลดลงได้เพราะแพ็คเก็ตหลังๆเพียงแต่
12
ตามหลังแพ็คเก็ตหนา้ ไปจงึ ไมจ่ ำเป็นต้องมรี หัสต้นทางปลายทางอีก และอัลกอริทึมสำหรับจัดเส้นทาง
นั้นจะทำกันเพียงครั้งเดียวต่อข้อความทั้งข้อความ แทนที่จะต้องคำนวณใหม่สำหรับทุกๆแพ็คเก็ต
ข้อเสียสำหรบั วิธีการนี้ คือ คอมพิวเตอร์ตามทีก่ ำหนดเส้นทางขึน้ นัน้ ต้องเก็บขอ้ มูลเกี่ยวกบั เส้นทางน้ี
ไว้จนกว่าแพ็คเก็ตสุดท้ายจะผ่านไปแล้ว ในกรณีนี้ต้องใช้ที่เก็บข้อมูลมากสำหรับท้ังเครือข่าย และ
ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่หากคอมพิวเตอร์เครื่องใดในเส้นทางเกิดเสีย และข้อเสียอีกประการ คือ
สมรรถนะของเครือข่ายไม่อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพการใช้งานได้ง่าย เพราะเส้นทางถูกกำหนด
ตายตัวตั้งแต่แพ็คเก็ตแรกหากสภาวะของเครือข่ายระหว่างที่มีการสื่อสารข้อมูลกันอยู่ มีการ
เปลี่ยนแปลงไป แพ็กเก็ตหลังๆก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือปรับเส้นทางในการสื่อสารที่เหมาะสมได้
ตัวอยา่ งของเครือข่ายแบบนี้คือ TRANSPAC ในฝรงั่ เศสและ TYMNET ในสหรฐั อเมริกาหลังจากนั้นก็
มีการพัฒนาระบบเครือข่ายข้ึนเรื่อยๆ จนในปัจจุบันประมาณการว่าเครือ่ งคอมพิวเตอร์ท่ีเชื่อมต่อกนั
ในโลกของอินเตอรเ์ น็ตมีมากกว่า 30 ลา้ นเครื่องเลยทเี ดียว โดยมขี ้อกำหนดว่าทุกเครือข่ายท่ีเช่ือมต่อ
ถึงกันจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานของการเชื่อมต่อหรือโปรโตคอล ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานบน
เครือข่ายแบบนี้โดยเฉพาะซึ่งเรียกว่า TCP/IP เหมือนกันหมดทุกเครื่องจากมาตรฐานการเชื่อมต่อ
แบบเดียวกันนี้จะมีผลทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ปัจจุบันมีจำนวน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตมากกว่า 5 หมื่นเครือข่าย และนับวันจะเพิ่มมาก
ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่เครื่องคอมพิวเตอร์กลางท่ีคอยให้บริการข้อมูลหรือเซิร์ฟเวอร์ที่ต่อเข้ากับ
อินเตอร์เน็ต 5 ล้านเครื่อง และยังประมาณกันว่าจะมีผู้ขอใช้อินเตอร์เน็ต (ไคลเอนต์) ในเวลาน้ี
มากกว่า 30 ล้านคน กระจายการใช้งานมากกว่า 84 ประเทศในทั่วทุกมุมโลก ด้วยการออกแบบที่
ชาญฉลาดของผู้พัฒนาเครือข่าย โดยไม่มีข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ เพียงแต่ใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อ
แบบ TCP/IP เท่านั้น ทำให้อินเตอร์เน็ตสามารถเติบโตไปอย่างไม่มีขอบเขตและขีดจำกดั โดยไม่มีใคร
สามารถเขา้ มาควบคุมการผูกขาดทางเทคโนโลยีซ่ึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเครือขา่ ยอินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ตเปดิ ใหบ้ ริการเครือข่ายทส่ี ามารถให้ผู้ใช้เขา้ ถึงข้อมลู ด้วยรูปแบบการนำเสนอข้อมูลท่ีเป็น
แบบมัลติมีเดียซึ่งประกอบไปด้วยภาพกราฟิก เสียง ข้อมูล และสัญญาณวิดีโอที่ชื่อว่า World Wide
Web ที่ทำให้การค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมีความง่ายและสะดวกต่อการใช้งานมากนอกน้ัน
อินเตอร์เน็ตยังกลายเป็นเครือข่ายที่เปิดกว้างสำหรับทุกๆเรื่อง ตั้งแต่การแสดงออกทางความคิดเห็น
จนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆอย่างไร้ข้อจำกัด โดยไม่มีใคร
ไดเ้ ปรียบเสียเปรยี บใครในโลกอภมิ หาเครือขา่ ย
บทท่ี 3
กำรดำเนนิ โครงกำร
13
บทที่ 3
วธิ กี ารดำเนนิ การ
การจัดทำโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาความพึงพอใจจากโครงการอบรม
ทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ของนักศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิค
ระยอง เพอ่ื ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผวู้ จิ ัยได้กำหนดวิธีการดำเนินการวจิ ัยไว้อย่างมีข้ันตอน
ดังนี้
3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งน้ี คือ นักเรียน นักศึกษา ระดับปวช.3 และ ปวส.2 สาขาวิชา
คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง จำนวน 70 คน
กลุ่มตวั อย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียน นักศึกษา ระดับปวช.3 และ ปวส.2
สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธุรกจิ วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง จำนวน 68 คน
การคำนวณหาประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
รายงานวิจัยฉบับนี้ใช้การสุ่มตัวอย่างตามหลักทฤษฎีของเครซี่และมอร์แกนสำหรับตาราง
ของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) ตารางนี้ใช้ในการประมาณค่าสัดส่วนของประชากร
เช่นเดียวกันและกำหนดให้สัดส่วนของลักษณะที่สนใจในประชากร เท่ากับ 0.5 ระดับความคลาด
เคลื่อนที่ยอมรับได้ 5% และระดับความเชื่อมั่น 95% สามารถคำนวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างกับ
ประชากรที่มีขนาดเล็กได้ตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ดังตารางที่ 2 วิธีการอ่านตารางผู้วิจัยต้องทราบขนาดของ
ประชากร
14
ตารางที่ 3-1 ขนาดของกลุ่มตัวอยา่ งของเครซีแ่ ละมอร์แกน
สูตรของเครซ่แี ละมอรแ์ กน
3.2 ตัวแปรการศกึ ษา
ตวั แปรทศี่ กึ ษาได้แก่ การสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ
3.3 เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามของโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้
คอมพิวเตอร์ของนกั เรียน นกั ศึกษา วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง ซึง่ ประกอบดว้ ยไปดว้ ย 3 สว่ น ดังน้ี
15
3.3.1 ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ท่ัวไป แบบสอบถามโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์
ของนกั เรยี นนักศึกษา วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง ประกอบดว้ ย เพศ ระดับช้ัน อายุ สถานะ
3.3.2 สว่ นท่ี 2 ขอ้ มลู ของนักศึกษาในการได้เล่นเกม เปน็ แบบสอบถามโครงการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ของนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระยอง แบ่งออกเป็น 3 ด้าน
ไดแ้ ก่
3.3.2.1 ดา้ นการดำเนนิ การ
3.3.2.2 ดา้ นความพึงพอใจ
3.3.2.3 ด้านความผลสมั ฤทธิ์โครงการ
ลักษณะคำถามเปน็ ข้อคำถามแบบเลือกตอบและอธิบายโดยให้ผู้ตอบแบบสอบถาม
เลอื กตอบให้ตรงกับข้อท่ีปฏบิ ัติจริงมากท่ีสุด
3.3.3 สว่ นที่ 3 ส่วนที่ใหผ้ ู้ตอบแบบสอบถามแสดงข้อเสนอแนะทม่ี ตี ่อโครงการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใชค้ อมพวิ เตอร์
3.4 วธิ กี ารสร้างเครอื่ งมือ
การสรา้ งแบบสอบถามในงานวจิ ยั มขี ัน้ ตอนดงั นี้
3.4.1 ศกึ ษาวตั ถปุ ระสงค์ของงานวิจัย
3.4.2 กำหนดหวั ข้อประเดน็ และตัวบ่งช้ีทตี่ อ้ งการถามตามวตั ถปุ ระสงค์
3.4.3 รวบรวมข้อคำถาม ข้อความ หรอื พฤติกรรมจากตัวบ่งช้ีทกี่ ำหนดไว้ให้ไดม้ ากที่สดุ
3.4.4 พจิ ารณาแตล่ ะข้อคำถามวา่ มคี วามเป็นปรนัยหรือความชัดเจนทางภาษา เหมาะท่ีจะ
ใช้กบั กลุม่ ตวั อย่าง/ผู้ใชข้ ้อมูลท่ีจะไปสอบถามหรอื ไม่
3.4.5 กำหนดสเกล หรือคำตอบ ที่เหมาะสม
3.4.6 นำข้อคำถาม/ข้อความ ไปหาความเทยี่ งตรงเชิงเน้ือหาของข้อคำถาม โดยนำไปให้
ผู้เชี่ยวชาญในเร่ืองนัน้ ตรวจสอบวา่ ขอ้ คำถาม/ข้อความแต่ละขอ้ วัดได้ตรงกับ ประเดน็ /ตัวบ่งช้ีที่เรา
ตอ้ งการศกึ ษาและข้อคำถาม/ขอ้ ความทงั้ หมดวดั ได้ครอบคลมุ สงิ่ ทตี่ ้องการ ศึกษาท้งั หมดหรอื ยงั
3.4.7 ปรับขอ้ คำถาม/ขอ้ ความตามท่ีผู้เช่ียวชาญแนะนำ
3.4.8 นำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับกล่มุ ตวั อย่างท่มี ีลักษณะใกล้เคยี งกันกับกล่มุ ตัวอยา่ ง
ในการวจิ ยั เพื่อหาคุณภาพแบบสอบถาม เชน่ หาคา่ ความเช่ือมนั่ ค่าอำนาจจำแนก
3.4.9 วเิ คราะห์ผลการทดลองใช้
3.4.10 ปรับปรุงข้อความ และเลือกเฉพาะขอ้ ทีด่ ีไว้
3.4.11 จดั พิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์
16
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมลู
3.5.1 ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มประชากรจากนักศึกษาที่ได้ ทำ
กิจกรรมของนักเรยี นนักศึกษา วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง
3.5.2 ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของแบบสอบถาม
ความเรียบรอ้ ยของแบบสอบถามท้งั หมดอกี คร้ัง และเกบ็ รวบรวม เพอ่ื นำมาวิเคราะห์ข้อมูลตอ่ ไป
3.6 การวเิ คราะห์ข้อมูล
พิจารณาจากคะแนนตามเกณฑ์เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถาม เพ่ือ
สอบถามเกี่ยวกับโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ของนักเรียนนักศึกษา
วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง กล่มุ ตัวอยา่ งงานวิจยั มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
สรา้ งแบบสอบถาม ซึ่งมีมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating scale) 5 ระดับ
5 หมายถึง มากทส่ี ดุ
4 หมายถึง มาก
3 หมายถึง ปานกลาง
2 หมายถงึ น้อย
1 หมายถึง นอ้ ยท่สี ุด
การวิเคราะห์แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาเรื่อง เพื่อสอบถามเกี่ยวกับ
โครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ของนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระยอง
กำหนดช่วงของค่าเฉลี่ยตามแนวของ จอห์น ดับบลิว เบสท์และเจมส์วีคาห์น (Best, John W. and
Kahn, James V. 1993,PP.181-182) ดงั นี้
คา่ เฉล่ยี ความหมาย
4.50 - 5.00 หมายถึง มีความพฤติกรรมอยู่ในระดบั มากท่ีสดุ
3.50 - 4.49 หมายถึง มีความพฤติกรรมอยู่ในระดบั มาก
2.50 - 3.49 หมายถึง มีความพฤตกิ รรมอยู่ในระดับปานกลาง
1.50 - 2.49 หมายถึง มคี วามพฤติกรรมอยู่ในระดับน้อย
1.00 - 1.49 หมายถงึ มคี วามพฤตกิ รรมอยู่ในระดบั นอ้ ยท่สี ดุ
17
3.7 สถิติทใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
3.7.1 คา่ สถิตริ ้อยละ (Percentage) มสี ตู รดงั นี้
สูตร = F 100
N
เมอ่ื กำหนดให้
แทน คา่ ร้อยละ
แทน จำนวนหรือความถ่ที ่ตี ้องการหาคา่ รอ้ ยละ
แทน จำนวนขอ้ มูลทัง้ หมด
3.7.2 การหาค่าเฉลย่ี (X )
สตู ร (X ) = x
เม่อื กำหนดให้ N
(X ) แทน คะแนนเฉลี่ย
x แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน
แทน จำนวนคะแนนในขอ้ มูลนนั้
3.7.3 การหาคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D. Standard Deviation)
สูตร S.D. = N x2 ( x2 )
N(n −1)
เมื่อกำหนดให้
. . คือ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของกลมุ่ ตวั อยา่ ง
x2 คอื ผลรวมยกกำลงั สองของคะแนนทกุ จำนวน
ผลรวมคะแนนทกุ จำนวนยกกำลังสอง
( x2 ) คอื
คือ จำนวนผตู้ อบแบบสอบถามทั้งหมด
บทที่ 4
ผลกำรดำเนนิ โครงกำร
18
บทที่ 4
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
จากการติดตามประเมินผลผูป้ ระเมินผลดำเนินการวเิ คราะห์ข้อมูลและแปลความตามลำดับดงั น้ี
4.1 ผลการดำเนนิ งาน
การวเิ คราะหข์ ้อมูลท่วั ไปจากการติดตามประเมินผลผ้ปู ระเมินดำเนินการวเิ คราะห์ข้อมลู และแปล
ความหมายตามลำดับ ดังนี้ ผู้ตอบแบบประเมิน จำนวน 68 คน แสดงผู้ตอบแบบประเมินที่ได้เข้าร่วม
โครงการ ผลดังตารางที่ 4-1
ตอนท่ี 1 ข้อมูลทวั่ ไป
ตารางท่ี 4-1 การวิเคราะหข์ ้อมลู แสดงเพศของผตู้ อบแบบประเมนิ ที่ได้เข้ารว่ มโครงการคดิ
เปน็ รอ้ ยละจำแนกตามเพศ
ลำดับท่ี เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ
1 ชาย 24 35
2 หญิง 44 65
รวมทั้งส้ิน 68 100
จากตารางที่ 4-1 พบว่าการวเิ คราะห์ข้อมลู กลมุ่ ตัวอย่างของ นกั ศกึ ษาทเี่ ขา้ ร่วมโครงการทดสอบ
มาตรฐานการใชค้ อมพิวเตอร์ เป็นเพศชายคดิ เปน็ รอ้ ยละ 35% ของประชากรท้งั หมดและเป็นเพศหญงิ คิด
เป็นร้อยละ 65% ของประชากรท้งั หมด
แสดงเพศของผ้ตู อบแบบประเมินทไี่ ด้เข้าร่วมโครงการ
ชาย
35%
หญิง
65%
ชาย หญงิ
ภาพที่ 4-1 แผนภมู ิแสดงเพศของนักเรียนนักศึกษาที่ได้เข้ารว่ มโครงการคิดเป็นร้อยละจำแนกตามเพศ
19
ตารางที่ 4-2 แสดงระดับชั้นของผู้ตอบแบบประเมินที่ได้เข้าร่วมโครงการคิดเป็นร้อยละจำแนกตาม
ระดบั ชัน้
ลำดับท่ี ระดับชั้น จำนวน (คน) ร้อยละ
1 ปวช. 33 49
2 ปวส. 35 51
3 ปริญญาตรี 0 0
รวมทง้ั ส้ิน 68 100
จากตารางที่ 4-2 แสดงจำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามระดับชั้นที่เข้าร่วม
โครงการทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ และส่งแบบประเมินกลับคืน ดังนี้ ปวช. คิดเป็นร้อยละ
49% ของประชากรทั้งหมดและ ปวส. คิดเป็นร้อยละ 51% ของประชากรทั้งหมดและ ปริญญาตรี
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0% ของประชากรท้ังหมด
แสดงระดับชัน้ ของผตู้ อบแบบประเมินทไ่ี ดเ้ ข้าร่วมโครงการ
ปรญิ ญาตรี ปวช.
0% 49%
ปวส.
51%
ปวช. ปวส. ปรญิ ญาตรี
ภาพท่ี 4-2 แผนภูมแิ สดงระดับช้นั ของนักเรียน นักศึกษาท่ีเข้ารว่ มโครงการ
ตารางที่ 4-3 แสดงอายุของผตู้ อบแบบประเมินท่ีได้เข้ารว่ มโครงการคดิ เป็นร้อยละจำแนกตามอายุ
ลำดับท่ี อายุ จำนวน (คน) ร้อยละ
1 15-20 ปี 62 91
2 21-25 ปี 69
3 26 ปีข้ึนไป 0 0
รวมท้ังส้ิน 68 100
20
จากตารางท่ี 4-3 แสดงจำนวนร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุของผ้ทู ่ีเข้าร่วม
โครงการอบรมทดสอบมาตรฐานวชิ าชีพการใชค้ อม และส่งแบบสอบถมกลับคืน ดังนี้ อายุ 15-20 ปี คิด
เป็นร้อยละ 91% ของประชากร และอายุ 21-25 ปี คิดเปน็ ร้อยละ 9% ของประชากรและอายุ 26 ปีข้ัน
ไป คิดเปน็ ร้อยละ 0% ของประชากร
แสดงอายุของผ้ตู อบแบบประเมนิ ทไ่ี ด้เข้าร่วมโครงการ
21-25 ปี
9% 26 ปี ขึ้นไป
0%
15-20 ปี
91%
15-20 ปี 21-25 ปี 26 ปี ขนึ้ ไป
ภาพท่ี 4-3 แผนภมู ิแสดงอายุของนักเรียน นักศึกษาทเี่ ข้าร่วมโครงการ
ตารางที่ 4-4 แสดงสถานะของผู้ตอบแบบประเมินท่ีได้เข้ารว่ มโครงการคิดเปน็ ร้อยละจำแนกตามสถานะ
ลำดับท่ี สถานะ จำนวน (คน) ร้อยละ
1 นักเรียน-นักศึกษา 68 100
2 ครู-อาจารย์ 0 0
รวมทั้งสิ้น 68 100
จากตารางที่ 4-4 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามสถานะของผู้ทเ่ี ขา้
รว่ มโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานวชิ าชีพการใช้คอม และส่งแบบสอบถามกลบั คนื ดังน้ี สถานะ
นักเรยี น-นักศึกษา คิดเปน็ ร้อยละ 100% ของประชากร และสถานะครู-อาจารย์ คดิ เป็นร้อยละ 0%
ของ ของประชากร
21
แสดงสถานะของผ้ตู อบแบบประเมนิ ทไี่ ด้เข้าร่วมโครงการ
0%
100%
นักเรียน-นักศกึ ษา ครู-อาจารย์
ภาพที่ 4-4 แผนภมู แิ สดงสถานะของนักเรียน นักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการ
ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ
จากแบบประเมนิ จำนวน 68 ชุด พบว่าผเู้ ข้ารว่ มโครงการต้องการให้ทำโครงการนี้ข้นึ
ตารางท่ี 4-5 แสดงระดับความพงึ พอใจของนักเรยี น นักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ดา้ นการดำเนินการ
เรอื่ งการประเมิน ̅ S.D. ความพึง
พอใจ
1.1 สถานท่ีในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม 4.78 0.87 มาก
1.2 การประชาสัมพันธ์โครงการล่วงหน้า 4.53 0.77 มาก
1.3 เวลาในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม 4.25 0.75 มาก
4.52 0.79 มากที่สุด
ค่าเฉล่ียรวม
จากตารางที่ 4-5 พบว่าระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ด้านการดำเนินการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.52) เม่ือ
พจิ ารณารายชื่อจากการประมวลผล 3 ข้อพบวา่ สถานที่ในการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม( ̅=4.78)
การประชาสัมพันธโ์ ครงการล่วงหน้า ( ̅=4.53) เวลาในการดำเนนิ โครงการมีความเหมาะสม( ̅=4.25)
22
แผนภูมแิ สดงด้านการดาเนินการ
5
4
3
2
1
0
1.1 1.2 1.3
ค่าเฉลย่ี ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ภาพที่ 4-5 แสดงแผนภูมิระดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการต่อด้านดำเนนิ การ
ตารางที่ 4-6 แสดงระดบั ความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้
คอมพิวเตอร์ ด้านความพึงพอใจ
เรอ่ื งการประเมนิ ̅ S.D. ความพึงพอใจ
2.1 ความพรอ้ มของการจดั โครงการ
2.2 ความน่าสนใจในการเขา้ รว่ มโครงการ 4.25 0.67 มาก
2.3 การจัดโครงการมีความราบร่ืน
4.28 0.72 มาก
ค่าเฉลี่ยรวม
4.20 0.70 มาก
4.24 0.69 มาก
จากตารางที่ 4-6 พบว่าระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบมาตรฐาน
การใช้คอมพิวเตอร์ ด้านความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.24) เมื่อพิจารณารายชื่อจากการ
ประมวลผล 3 ข้อพบว่า ความพร้อมของการจัดโครงการ ( ̅=4.25) ความน่าสนใจในการเข้าร่วมโครงการ
( ̅=4.28) การจัดโครงการมีความราบรน่ื ( ̅=4.20)
23
แผนภูมแิ สดงด้านความพงึ พอใจ
5
4
3
2
1
0
2.1 2.2 2.3
ค่าเฉลี่ย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน
ภาพที่ 4-6 แสดงแผนภมู ิระดับความพงึ พอใจของนักเรียนนักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการการทดสอบมาตรฐาน
การใช้คอมพวิ เตอร์ ด้านความพงึ พอใจ
ตารางที่ 4-7 แสดงระดับความพงึ พอใจของนักศึกษาท่เี ข้ารว่ มโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้
คอมพิวเตอร์
ดา้ นผลสัมฤทธิ์
เรอ่ื งการประเมนิ ̅ S.D. ความพึงพอใจ
3.1 นักศึกษามีความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานจริงใน 4.09 0.67 มาก
สถานประกอบการหลังจากการอบรมทดสอบมาตรฐาน
การใชค้ อมพิวเตอร์ 4.12 0.72 มาก
3.2 นักศึกษาได้ฝึกฝนและแสดงทักษะการใช้งาน 4.10 0.70 มาก
คอมพิวเตอร์
3.3 นกั ศึกษาได้นำความรู้ความสามารถจากการเรียนการ 4.10 0.69 มาก
สอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาใช้ในการอบรม
ทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์
ค่าเฉล่ียรวม
จากตารางท่ี 4-7 พบวา่ ระดับความพงึ พอใจของนักศึกษาทเี่ ขา้ ร่วมโครงการการทดสอบมาตรฐานการ
ใช้คอมพิวเตอร์ ด้านผลสัมฤทธ์ิในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.10) นักศึกษามีความพร้อมก่อนการ
ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการหลังจากการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ( ̅=4.09) นักศึกษา
24
ได้ฝกึ ฝนและแสดงทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์( ̅=4.12) นักศึกษาได้นำความรู้ความสามารถจากการเรียนการ
สอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ตั ิมาใช้ในการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์ ( ̅ =4.10)
แผนภูมแิ สดงด้านผลสัมฤทธ์ิ
5
4
3
2
1
0
3.1 3.2 3.3
คา่ เฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน
ภาพท่ี 4-7 แสดงแผนภมู ิระดับความพงึ พอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการการทดสอบมาตรฐาน
การใช้คอมพวิ เตอร์ ด้านผลสัมฤทธิ์
ตารางที่ 4-8 แสดงสถติ ิระดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์
เร่ืองการประเมนิ ̅ SD ระดับการประเมนิ
1.ด้านการดำเนนิ การ 4.78 0.87 มาก
1.1 สถานท่ใี นการดำเนินโครงการมคี วามเหมาะสม 4.53 0.77 มาก
1.2 การประชาสัมพันธโ์ ครงการล่วงหน้า 4.25 0.75 มาก
1.3 1.3 เวลาในการดำเนนิ โครงการมคี วามเหมาะสม
๒. 2.ด้านความพึงพอใจ 4.25 0.67 มาก
2.1 ความพร้อมของการจัดโครงการ 4.28 0.72 มาก
2.2 ความน่าสนใจในการเข้ารว่ มโครงการ 4.20 0.70 มาก
2.3 การจัดโครงการมีความราบรื่น
25
3.ด้านผลสัมฤทธ์ิ 4.09 0.67 มาก
3.1 นักศึกษามีความพร้อมก่อนการปฏิบัติงานจริงในสถาน
ประกอบการหลังจากการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้ 4.12 0.72 มาก
คอมพิวเตอร์ 4.10 0.70 มาก
3.2 นกั ศกึ ษาไดฝ้ ึกฝนและแสดงทักษะการใช้งานคอมพวิ เตอร์
3.3 นักศึกษาได้นำความรู้ความสามารถจากการเรียนการสอน 4.28 0.73 มาก
ท้งั ภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ตั ิมาใช้ในการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์
ค่าเฉลี่ยรวม
จากตารางที่ 4-8 พบว่าระดบั ความพึงพอใจของนักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้
คอมพิวเตอร์ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.28) โดยมีความพึงพอใจสูงสุดในหัวข้อเรื่องสถานที่ในการดำเนิน
โครงการมีความเหมาะสม ( ̅=4.53) และมีความพึงพอใจต่ำสุดในหัวข้อเรื่องนักศึกษามีความพร้อมก่อนการ
ปฏบิ ตั ิงานจรงิ ในสถานประกอบการหลังจากการอบรมทดสอบมาตรฐานการใชค้ อมพิวเตอร์( ̅=4.09)
แสดงสถิตริ ะดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนนักศึกษาทเ่ี ข้าร่วมโครงการอบรม
ทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์
5
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
1.1 1.2 1.3 2.1 2.2 2.3 3.1 3.2 3.3
ค่าเฉลยี่ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน
ภาพที่ 4-8 แสดงสถิติระดับความพึงพอใจของนักเรียน นักศึกษาทเ่ี ข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการ
ใชค้ อมพิวเตอร์
บทท่ี 5
สรปุ ผล กำรอภปิ รำยผลและขอ้ เสนอแนะ
27
บทท่ี 5
สรุปผล การอภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ
5.1 สรปุ ผลโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใชค้ อมพวิ เตอร์
5.1.3 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
การดำเนินโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ได้ดำเนินการเพื่อให้
ได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยการฝึกทดสอบความรู้ ความสามารถด้านการใช้
โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพือ่ เสริมความรู้ให้นักศึกษาได้มีทักษะความรู้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากในตาราง
เรียน เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่รับไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและเป็น
ทรัพยากรทมี่ คี ุณภาพของสังคมต่อไป
5.1.4 เครื่องมือใชใ้ นการสร้างความพงึ พอใจ
จดั ทำแบบสอบถามความพงึ พอใจ โครงการทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์
5.1.5 สถานนะภาพทั่วไปของผูต้ อบแบบประเมิน
จากการประเมินโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ในสาขา
คอมพิวเตอร์ธุรกิจและส่งแบบประเมินกลับคืน ดังนี้ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ พบว่าการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างของ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
ทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นเพศชายคิดเป็นร้อยละ 35% ของประชากรทั้งหมดและเป็นเพศ
หญิงคิดเป็นร้อยละ 65% ของประชากรทง้ั หมด แสดงจำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตาม
ระดับชนั้ ท่เี ขา้ รว่ มโครงการทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์ และส่งแบบประเมินกลับคืน ดังน้ี ปวช.
คิดเป็นร้อยละ 49% ของประชากรทั้งหมดและ ปวส. คิดเป็นร้อยละ 51% ของประชากรทั้งหมดและ
ปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 0% ของประชากรทั้งหมด แสดงจำนวนร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม
จำแนกตามอายุของผู้ท่ีเข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานวิชาชีพการใช้คอม และส่งแบบสอบถาม
กลับคืน ดังนี้ อายุ 15-20 ปี คิดเป็นร้อยละ 91% ของประชากร และอายุ 21-25 ปี คิดเป็นร้อยละ
9% ของประชากรและอายุ 26 ปีขั้นไป คิดเปน็ รอ้ ยละ 0% ของประชากร แสดงจำนวนร้อยละของผู้ตอบ
แบบสอบถามจำแนกตามสถานะของผู้ที่เข้าร่วมโครงการอบรมทดสอบมาตรฐานวิชาชีพการใช้คอม และ
ส่งแบบสอบถามกลับคืน ดังนี้ สถานะนักเรียน-นักศึกษา คิดเป็นร้อยละ 100% ของประชากร และ
สถานะครู-อาจารย์ คดิ เป็นร้อยละ 0% ของ ของประชากร
27
5.2 อภปิ รายรายงานผลการประเมนิ
การประเมนิ คร้งั นี้พบวา่ โครงการอบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพวิ เตอร์ ในสาขา
คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ ระดบั ความพึงพอใจของผ้ปู ระเมินกลมุ่ ตวั อย่าง จำนวน 68 คน คดิ เป็นคะแนน
เฉลยี่ พบประเดน็ ที่สมควรนำมาพิจารณา ดงั น้ี
5.2.1 ด้านการดำเนินการ พบว่าระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
อบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ด้านการดำเนินการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
( ̅=4.52) เมื่อพิจารณารายชื่อจากการประมวลผล 3 ข้อพบว่าสถานที่ในการดำเนินโครงการมีความ
เหมาะสม( ̅=4.78) การประชาสัมพันธ์โครงการล่วงหน้า ( ̅=4.53) เวลาในการดำเนินโครงการมีความ
เหมาะสม( ̅=4.25)
5.2.2 ดา้ นความพึงพอใจ พบวา่ ระดบั ความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
อบรมทดสอบมาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ด้านความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.24)
เมื่อพิจารณารายชื่อจากการประมวลผล 3 ข้อพบว่า ความพร้อมของการจัดโครงการ ( ̅=4.25) ความ
น่าสนใจในการเข้าร่วมโครงการ ( ̅=4.28) การจัดโครงการมีความราบรื่น ( ̅=4.20)
5.2.3 พบว่าระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการการทดสอบ
มาตรฐานการใช้คอมพิวเตอร์ ด้านผลสัมฤทธิ์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.10) นักศึกษามีความ
พร้อมก่อนการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการหลังจากการอบรมทดสอบมาตรบานการใช้
คอมพิวเตอร์ ( ̅=4.09) นักศึกษาได้ฝึกฝนและแสดงทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์( ̅=4.12) นักศึกษา
ได้นำความรู้ความสามารถจากการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาใช้ในการอบรมทดสอบ
มาตรฐานการใชค้ อมพิวเตอร์ ( ̅ =4.10)
5.3 ข้อเสนอแนะ
- เปน็ โครงการทด่ี ีทำให้ได้พฒั นาทักษะ
- การทดสอบยากไป
- มเี วลาในการเตรียมตัวสอบน้อย
- อยากให้จดั ทดสอบทุกปี
บรรณานุกรม
มาตรฐานวชิ าชีพURL : https://sites.google.com/site/careerknowledge1/bth-thi-2-matra-
than-xachiph/khwam-hmay-khxng-matrthan-xachiph
[วนั ที่ 03 พฤศจิกายน 2563]
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานURL : https://www.egov.go.th/th/government-agency/361/
[วนั ที่ 03 พฤศจกิ ายน 2563]
นโยบายของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาURL : http://www.vec.go.th/
Default.aspx?tabid=87
[วนั ท่ี 03 พฤศจกิ ายน 2563]