ก
ก
คำนำ
การจกั สานจากไม้ไผ่มีทำกันมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย โดยอาศยั ไม้ไผ่ที่ขึ้นอยู่ท่ัวไปในป่า
ในหมู่บ้านซึ่ง มีอยู่ประมาณ 100 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาจักสานกัน ได้แก่ ไม้ไผ่ใหญ่ ที่คนนิยมนำมา
ปลูกไว้รอบ ๆ หมู่บ้าน เพื่อใช้หน่อเป็นอาหารและใช้ลำต้นมาดัดแปลงทำเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็น
ภายในครอบครัวเช่น ตะกร้า ชะลอม กระออม กระด้ง ตะแกรง กระเชอ ลอบ ไซ กระติบข้าว หวด
หรือมวยนึ่งข้าว เป็นต้น เครื่องใช้ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นในหมู่บ้านใหม่ราษฎร์บำรุง อำเภอดอก
คำใต้ นิยมทำใช้กันเองภายในครอบครัว ตามความจำเปน็ ของแตล่ ะครอบครัว และการจกั สานแต่ละ
อย่างมีกรรมวิธีที่แตกต่างกัน ดังนั้นแต่ละคนจึงมีความถนัดในการทำไม่เหมือนกนั จึงได้เกิดมีการ
ผลติ เพือ่ แลกเปล่ียนกันขึ้น ในชว่ งหลงั ไมไ้ ผห่ ายากขนึ้ และชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพอื่นที่ทำรายได้
ได้ดีกว่าจึงหันไปทำอาชีพอื่นแทน จึงยังคงเหลืออยู่เพียงบางคนหรือบางกลุม่ เท่านั้นที่มีความถนัด
ทางจักสานเป็นพิเศษหันมายึดอาชีพทางการจักสานเป็นอาชีพหลัก บางคนก็ยึดเป็นอาชีพรองจาก
การทำไร่ ทำนา โดยอาศัยทำในเวลาว่าง ตอนเย็นหรือกลางคืนที่กลับจากไร่นาแล้ว เพื่อหารายได้
มาจุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง การจักสานจากไม้ไผ่นั้นสามารถ นำมาดัดแปลงทำเครื่องใช้ได้
หลายอย่าง ดังที่กล่าวมาแล้ว สาเหตุสำคัญที่นิยมนำเอาไม้ไผ่มาจักสานก็เพราะว่าไม้ไผ่หาง่าย
แปรรูปได้ง่ายมีความเหนียวสามารถจักเหลา แต่งได้หลายขนาด ง่ายแก่การตัดแต่ง ง่ายต่อการ
นำมาประกอบกนั เป็นรูปทรงตามทีต่ ้องการ
กศน.อำเภอดอกคำใต้ เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว ในการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพการจัก
สานไม้ไผ่ หลักสูตร 35 ชั่วโมง ซึ่งมีขอบข่ายเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการจักสานไม้ไผ่ การ
บริหารจัดการและการตลาด และคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการจดั
การศึกษาวิชาชีพให้กบั ผู้เรียน มุง่ พฒั นาคนให้ได้รับการศึกษา สามารถสร้างรายได้อาชีพให้มีความ
มั่นคง สอดคลอ้ งกับศกั ยภาพ พัฒนาตนเอง สงั คม ชุมชน
กศน.อำเภอดอกคำใต้ ขอขอบคุณอาจารย์อัญชลี ธรรมะวิธีกุล ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
สำนักงาน กศน. และคณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อำเภอดอกคำใต้ ที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษา
ในการจัดทำหลักสูตรมา ณ โอกาสนี้ และหวังว่าเอกสารหลักสูตรวิชาชีพการจักสานไม้ไผ่ฉบับนี้
จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร และผู้เกี่ยวข้องในการนำไปใช้ในการจัดการการศึกษาตอ่ เนื่องรปู แบบ
ชั้นเรียนวิชาชีพให้กบั กล่มุ เป้าหมายตอ่ ไป
( นายถนอม โยวงั )
ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอดอกคำใต้
มกราคม 2564
สารบญั ข
หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
หลกั สตู รวิชาชีพ การจกั สานไมไ้ ผ่
ความสำคัญ…………………………………………………………………………………………………………. 3
จดุ มงุ่ หมาย………………………………………………………………………………………………………….. 3
วัตถุประสงค์………………………………………………………………………………………………………… 3
เนอื้ หาของหลกั สตู ร……………………………………………………………………………………………… 4
ระยะเวลาเรียน……………………………………………………………………………………………………. 4
สื่อประกอบการเรียนและแหล่งเรียนรู้……………………………………………………………………. 4
การวัดผลประเมินผล……………………………………………………………………………………………. 4
ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รบั ……………………………………………………………………………………. 4
โครงสร้างหลักสูตร……………………………………………………………………………………………….. 5
แผนการจดั การเรียนรู้…………………………………………………………………………………………… 30
คณะผจู้ ดั ทำ………………………………………………………………………………………………………… 35
1
กจิ กรรมที่ 2 เขียนผังหลักสูตรวิชาชีพ ชือ่ หลกั สูตรการจักสานไม้ไผ่
หัวเร่อื งหลัก หวั เร่อื งย่อย หวั เรอ่ื งยอ่ ย หัวเร่อื งยอ่ ย หัวเร่อื งยอ่ ย
(Theme) ความสำคญั ลกั ษณะ การนำไมไ้ ผ่ ประโยชน์
(ค(Tวhามeรmทู้ eวั่ )ไ(ปTเhกeี่ยmวกeบั ) ของไมไ้ ผ่ และการ มาใช้ ของการ
(Tกheารmจeกั )ส(Tานhไeมmไ้ ผe่) จำแนกไม้ จกั สานไม้ไผ่
ประโยชน์
การจักสานกระติบ ไผ่
การจกั สานไม้ไผ่
- การสานกระตบิ
- การสานตะกร้า
- การสานกระดง้
- การสานหวดนึง่
วสั ด/ุ อปุ กรณ์ ขั้นตอนการออกแบบ การดแู ลรักษา
และวิธีการทำ
การจักสานตะกรา้ วสั ด/ุ อปุ กรณ์ ข้ันตอนการออกแบบ การดูแลรกั ษา
และวิธกี ารทำ
การจักสานกระด้ง วสั ด/ุ อปุ กรณ์ ขั้นตอนการออกแบบ การดูแลรักษา
และวิธกี ารทำ
การจักสานหวดนง่ึ วัสดุ/อุปกรณ์ ข้ันตอนการออกแบบ การดูแลรกั ษา
และวิธกี ารทำ
2
การบรหิ ารจดั การ การวางแผน การวางแผน การกำหนด การทำบญั ชี
และการตลาด การผลติ การจำหนา่ ย ราคาขาย รายรับ -รายจ่าย
คณุ ธรรม จริยธรรม การค้าออนไลน์
ในการประกอบ
อาชีพ ความหมายและ คุณธรรม และ
ความสำคญั ของ จริยธรรมในการ
คุณธรรม จริยธรรมใน ประกอบอาชีพ
การประกอบอาชีพ - ความขยนั
- ความอดทน
- ความซือ่ สัตย์
3
หลักสูตรการจักสานไม้ไผ่
ความสำคญั
เคร่อื งใช้ทีท่ ำดว้ ยไม้ไผ่จากฝีมือ ความคิด ภูมิปญั ญาของชาวบ้านมลี ักษณะรูปทรงแตกต่าง
กันไปตามแต่ละท้องถิ่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ วัสดุ อุปกรณ์ คตินิยม และอาชีพของคนใน
ท้องถิ่นนั้นๆ คำว่า “จักสาน” คำว่า จัก คือการทำให้เป็นแฉก เป็นหยักๆ ด้วยฟันเลื่อย
หรืออีกวิธีการหนึ่ง การที่ชาวบ้านใช้คมมีดผ่าไม้ไผแ่ ล้วทำให้เป็นเส้นบางๆ วิธีการอย่างนี้กเ็ รยี กวา่
จัก เชน่ กนั ส่วนไมไ้ ผ่ หรือ หวาย ที่จักออกมาเปน็ เสน้ บางๆ นั้นเรียกว่า ตอก การที่ชาวบ้านนำตอก
ที่ได้มาขัดกันจนเกิดลวดลายที่ต้องการ เรียกว่า สาน ต่อจากนั้นก็จะเป็นการสร้างสรรค์ให้เกิด
รูปทรงต่างๆ จนท้ายที่สุดเป็นภาชนะสามารถนำไปใช้สอยได้ตามต้องการ จักสาน ถือได้ว่าเป็นอีก
หนึ่งภูมิปัญญาที่สำคัญของประเทศไทย มีการทำสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต ลักษณะของการจัก
โดยทั่วไปน้ันขนึ้ อยู่กบั ลักษณะของวัสดุ แตล่ ะชนิดซึ่งจะมีวิธีการเฉพาะที่แตกตา่ งกันไป การจักสาน
สานลายใดนั้นขนึ้ อยู่กับความเหมาะสมในการใช้สอย
การจักสานจากไม้ไผ่มีทำกันมาต้ังแตส่ มัยปู่ ย่า ตา ยาย โดยอาศัยไม้ไผ่ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในปา่
ในหมู่บ้าน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาจักสานได้แก่ ไม้ไผ่ใหญ่ ที่คนนิยมนำมาปลูก
ภายในหมบู่ ้าน เพือ่ ใช้หนอ่ เป็นอาหารและใช้ลำตน้ มาดดั แปลงทำเป็นเคร่อื งใช้ตา่ ง ๆ ทีจ่ ำเปน็ ภายใน
ครอบครัว เช่น ตะกร้า ชะลอม กระด้ง ตะแกรง ไซ กระติบข้าว หวด หรือมวยนึ่งข้าว เป็นต้น
เครอ่ื งใช้ต่างๆ การจักสานจากไม้ไผน่ นั้ สามารถ นำมาดัดแปลงทำเครอ่ื งใช้ไดห้ ลายอยา่ ง ดังที่กล่าว
มาแล้ว สาเหตุสำคัญที่นิยมนำเอาไม้ไผ่มาจักสานก็เพราะว่าไม้ไผ่หาง่าย แปรรูปได้ง่าย มีความ
เหนียวสามารถจักเหลา แต่งได้หลายขนาด ง่ายแก่การตัดแต่ง ง่ายต่อการนำมาประกอบกันเป็น
รูปทรงตามที่ต้องการ
ดงั นั้นการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ การจกั สานไม้ไผ่ เพือ่ นำมาใช้ในการจัดการศึกษาวิชาชีพ
ให้กับผู้เรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการพัฒนาอาชีพการจักสานไม้ไผ่
นำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
จดุ มุ่งหมาย
มุ่งให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการพฒั นาอาชีพการจักสานไม้ไผ่ นำความรู้ไปใช้
ในการประกอบอาชีพ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั
วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจและมีทกั ษะในการจกั สานไม้ไผ่
2.เพือ่ ให้นำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพการจกั สานไม้ไผ่ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
4
เนอ้ื หาของหลกั สูตร
1. ความรู้ทว่ั ไปเกีย่ วกบั การจกั สานไม้ไผ่
2. การสานกระตบิ
3. การสานตะกร้า
4. การสานกระดง้
5. การสานหวดนึง่
6. การบรหิ ารจดั การและการตลาด
7. คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
ระยะเวลาเรยี น จำนวน 35 ชว่ั โมง
ภาคทฤษฎี 5 ช่วั โมง
ภาคปฏิบัติ 30 ชวั่ โมง
สื่อประกอบการเรยี นและแหลง่ เรียนรู้
1. ใบความรู้
2. แหลง่ เรียนรู้
2.1 กลุ่มแมบ่ ้านเกษตรกรบ้านใหม่ราษฎรบ์ ำรงุ หมู่ที่ 5 ตำบลสนั โค้ง อำเภอดอกคำใต้
จงั หวัดพะเยา
2.2 กลุ่มจักสานไม้ไผ่บ้านใหม่ราษฎร์บำรุง หมู่ที่ 5 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้
จงั หวัดพะเยา
3. ภูมิปัญญาท้องถิน่
3.1 นางสาวต้อย อารมณ์สวะ บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 5 ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้
จังหวัดพะเยา
4. ใบงาน/แบบฝึกหัด
การวดั ผลประเมินผล
1. สงั เกตการเข้ารว่ มกิจกรรมของผู้เรยี น
2. การทำแบบฝึกหดั
3. การทำแบบทดสอบ
4. ประเมินชิน้ งาน
ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รับ
1. ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจและมที ักษะในการจักสานไม้ไผ่
2. ผู้เรยี นนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพการจกั สานไม้ไผ่ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
5
โครงสรา้ งหลกั สตู ร
1. ความรทู้ วั่ ไปเกีย่ วกับการไผ่ จำนวน 3 ชวั่ โมง
1.1 ความสำคัญของไมไ้ ผ่
1.2 ลกั ษณะ และการจำแนกไม้ไผ่
1.3 การนำไมไ้ ผ่มาใช้ประโยชน์
1.4 ประโยชน์ของการจกั สานไม้ไผ่
2. การสานกระติบ จำนวน 10 ช่วั โมง
2.1 วัสดแุ ละอุปกรณ์ในการสานกระตบิ
2.2 ข้ันตอนการออกแบบและการวิธกี ารทำ
2.3 การดแู ลรกั ษา
3. การสานตะกรา้ จำนวน 10 ชว่ั โมง
3.1 วัสดแุ ละอปุ กรณใ์ นการสานตะกร้า
3.2 ข้ันตอนการออกแบบและการวิธกี ารทำ
3.3 การดูแลรักษา
4. การสานกระด้ง จำนวน 5 ชว่ั โมง
4.1 วัสดแุ ละอปุ กรณใ์ นการสานกระดง้
4.2 ขั้นตอนการออกแบบและการวิธกี ารทำ
4.3 การดูแลรักษา
5. การสานหวดนง่ึ จำนวน 5 ชัว่ โมง
5.1 วัสดแุ ละอปุ กรณใ์ นการสานหวดนึง่
5.2 ขั้นตอนการออกแบบและการวิธกี ารทำ
5.3 การดูแลรกั ษา
6. การบรหิ ารจัดการและการตลาด จำนวน 1 ชว่ั โมง
6.1 การวางแผนการผลติ
6.2 การวางแผนการจำหนา่ ย
6.3 การกำหนดราคาขาย
6.4 การทำบญั ชีรายรบั – รายจา่ ย
6.5 การค้าออนไลน์
6
7. คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ จำนวน 1 ชว่ั โมง
7.1 ความหมายและความสำคัญของคณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
7.2 คณุ ธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชีพ
7.2.1 ความขยนั
7.2.2 ความอดทน
7.2.3 ความซือ่ สตั ย์
7
ใบความรูท้ ี่ 1
ความรทู้ วั่ ไปเกี่ยวกบั ไม้ไผ่
ความสำคญั ของไม้ไผ่
ไผ่ เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มลี ำต้นสงู และมกั อยู่รวมกันเป็นกอขนาดใหญ่ ไผอ่ ยู่ในพืชตระกูลหญ้า
และถือได้ว่าเป็นต้นหญ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั่วโลกมีไผ่มากกว่า 1,000 ชนิด ในประเทศไทย
พบไผ่มากกว่า 60 ชนิด ไผ่สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ หน่ออ่อนของไผ่เป็นอาหารของสัตว์ป่าหลาย
ชนิดรวมทั้งมนษุ ย์ นอกจากส่วนหน่อมนษุ ย์ยงั นำส่วนใบมาห่อขนม ลำต้นสร้างบ้านทำหลังคา ตอ่ แพ
หรือแม้แต่ทำข้าวหลาม ไผแ่ ตล่ ะกอมีอายปุ ระมาณ 50 - 60 ปี สัตว์หลายชนิด เชน่ หมู เม่น อ้น เก้ง
กวาง กระทิง ชอบกินรากไผ่ ส่วนใบไผ่และยอดอ่อนเป็นอาหารหลักของช้าง เมื่อกอไผ่ออกดอก
หรือทีเ่ รยี กกนั ว่าไผอ่ อกขุย แสดงวา่ ไผ่จะตายลง เมลด็ ไผจ่ ะดึงดดู บรรดาสัตว์กินเมล็ดให้มารวมกัน
โดยเฉพาะไก่ป่าและไกฟ่ ้ารวมถึงกระรอก เมื่อเมลด็ ไผ่ลงสูพ่ นื้ ดนิ ไผท่ ้ังกอจะค่อย ๆ เหี่ยวและตายลง
ท้ังหมด และบรเิ วณนั้นจะเต็มไปด้วยกล้าไผ่ขนาดเล็กขึ้นกันอย่างหนาแน่นซึง่ เป็นอาหารของสัตว์กิน
พืชหลายชนิด เช่น ววั แดง เก้ง กวาง และต้องใช้เวลาอีกหลายสบิ ปีกว่าไผต่ ้นเลก็ ๆ จะเติบโตขึ้นเป็น
แหลง่ อาหารสำหรับสตั วป์ า่
ในปัจจุบันไผ่เป็นทรัพยากรป่าไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน
ของต้น ตั้งแต่หน่อ ลำต้น ใบ ดอกและผล (เมล็ด) เช่น หน่อไม้ใช้เป็นอาหาร ลำไม้ไผ่ใช้สร้าง
ที่พักอาศัย ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนเครื่องมือจับสัตว์น้ำหลายชนิด ใช้ในอุตสาหกรรม
โดยปลูกไผ่ เพือ่ สง่ อตุ สาหกรรมกระดาษ และยงั ชว่ ยให้ดินมีความอุดมสมบรู ณ์มากยิ่งข้ึน ไผ่เป็นพืช
ที่เติบโตได้ในดนิ ทกุ ประเภท แตท่ ีเ่ หมาะสมคือดนิ ร่วนปนทราย
ลกั ษณะของไผ่
ลำไผ่ (culms) อาจสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนถึง 40 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ตั้งแต่ 1 มิลลเิ มตรจนถึง 30 เซนติเมตร แต่ละลำไผ่มีขอ้ และปล้อง ทีข่ ้อมีใบหนึ่งใบแต่อาจมีหนึ่งหรือ
หลายกิ่งแขนง ในหนึ่งต้นอาจมีไผ่นับพันลำ ไผ่ไม่ได้มีลักษณะแบบเนื้อไม้ ไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
(monocotyledons) เช่นเดยี วกับพวกปาลม์ แต่ทวั่ ไปมักเรียกวา่ ไมไ้ ผ่
ลำไผ่มีความแข็งแกร่งมากโดยเฉพาะเมื่อผ่านการอบแห้งอัดน้ำรักษาเนื้อไม้แล้ว สามารถ
นำมาสร้างบ้าน ทำรั้ว ทำสะพานเดน เครอ่ื งเรือน ของเดก็ เล่น น่ังร้านก่อสร้าง หมวก เครื่องดนตรี
หลายชนิด พื้นบ้าน การใช้ลำไผ่จำเป็นต้องคัดเลือกไผ่ที่มีอายุหลายปีเพือ่ ให้ได้เนื้อไม้ เราสามารถ
ดัดลำไผ่ให้เป็นเหลี่ยมได้ด้วยการครอบท่อเหลี่ยมบงั คับ ซึ่งจะต้องค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปตามลำไผ่ที่โต
หรือสูงข้นึ สำหรบั การทำกระดาษนั้นจีนเป็นชาติแรกที่คิดประดษิ ฐ์ ซึ่งทำดว้ ยมือมีคุณภาพสูงแต่ได้
จำนวนน้อย ปจั จบุ ันยงั คงผลติ กระดาษไหว้เจ้าจากไผ่เพื่อใช้อยู่ในสงั คมจีน
8
การจำแนกพันธ์ุไผ่
การจำแนกพันธุ์ไผ่อาศัยลักษณะของการเจริญเติบโตของเหง้า รูปลักษณะของกาบหุ้มลำ
และส่วนต่างๆ ของดอกเป็นเกณฑ์ ที่สำคัญคือเหง้าซึ่งเป็นส่วนของลำต้นที่อยู่ใต้ดิน มีหน้าที่เก็บ
สะสมอาหารและส่งอาหารไปเลี้ยงลำไผ่ ตาข้ออยู่ข้างๆ เหง้าจะพัฒนาเป็นหน่อและลำไผ่ในที่สุด
โดยมีการจำแนกไผต่ ามการเจริญเติบโตของเหง้า 3 ลกั ษณะ คือ
- ระบบเหง้ากอ (sympodial หรือ pachymorph rhizome) หน่ออ่อนจะแทงยอด
ออกมาจากตาเหง้าที่มีอยู่หลายตาแตจ่ ะมีเพียงหน่อเดียวที่เจริญเติบโตต่อไป เหง้าใต้ดินจะมีขนาด
ใหญ่และสั้น หน่อออ่ นทีแ่ ทงออกมาจะเบียดกนั ดา้ นนอกกอทีแ่ นน่ ทึบโดยมีลำแก่อยขู่ ้างในกอ
- ระบบเหง้าลำเดี่ยว (monopodial หรือ leptomorph rhizome) ลำอ่อนแตกมาจาก
ตาของเหง้าใต้ดินเพียงบางตา ตรงส่วนของปลายเหง้าที่เจริญออกเป็นหน่อใหญ่ เหง้ามีระยะยาว
แตกออกเป็นลำใหญใ่ นปีต่อไปเร่อื ยๆ เหง้าและลำจึงไมอ่ ยู่รว่ มกนั
- ระบบเหง้าผสม (intermediate หรือ metamorph rhizome) ในระบบนี้จะมีทั้ง
2 แบบ ดังกลา่ วข้างต้น ทั้งนีข้ นึ้ อยู่กบั สภาพความผันแปรของสิง่ แวดล้อมเปน็ หลัก
การนำไม้ไผ่มาใชป้ ระโยชน์
1. ใช้ในงานก่อสร้าง ไผ่ที่มีลำต้นขนาดใหญ่เนื้อไม้หนา ปล้องสั้นมักถูกนำมาใช้ใน
การก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรง คงทน และรับน้ำหนักมาก เช่น เสา ฝาผนัง หลังคา
และพื้นมีการนำในมาใช้ก่อสร้างสะพาน และทำนั่งร้าน ใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านแบบต่าง ๆ
ของชนพื้นเมืองที่มีรูปแบบและรูปทรงแตกต่างกันไป ตามสภาพภูมิอากาศและวัฒนธรรม เช่น
บ้านในจีน ไทย อินเดีย และแอฟริกา มีการปลูกสร้างบ้านจากไม้ไผ่ที่มีรูปทรงแตกต่างกัน
มีการใช้ไม้ไผ่ทั้งลำในการก่อสร้างหรืออาจผ่าครึ่ง หรือผ่าซีกให้เป็นขนาดต่าง ๆ กัน แล้วนำมา
จกั สานเป็นแผน่
2. ใช้ทำตะกร้า มีการนำไม้ไผ่มาผ่าครึ่ง และผ่าซีกเป็นชิ้นขนาดต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้เป็น
โครงของหีบหรือตะกร้าหรือกล่องหรือกระจาด แล้วนำชิ้นที่แบนบางมาสานเป็นลวดลายต่าง ๆ
สำหรับทำภาชนะบรรจุสิ่งของ รวมทั้งกระด้งทีใ่ ช้สำหรับตากอาหาร หรือผัดแยกเมล็ดพืชที่มีขนาด
และคุณภาพดตี ามต้องการออกจากส่วนที่ไม่ต้องการ นอกจากนยี้ งั ถูกนำมาใช้ในการสานเข่งใส่ผัก
ผลไม้ เขง่ ขนาดเลก็ ใส่ปลาทู รวมท้ังสุม่ สำหรบั เล้ยี งเปด็ ไก่
3. ใช้เป็นอาหารจำพวกผัก หน่ออ่อนที่เจริญจากตาข้างของเหง้าที่อยู่ใต้ดิน ถูกนำมาใช้
บริโภคเป็นอาหารจำพวกผกั ที่เรียกว่า หน่อไม้ โดยการขุดหน่ออ่อนแล้วแยกออกมาจากต้นแมเ่ ดมิ
ลอกกาบหุ้มที่แข็งและเต็มไปด้วยขนหรือหนามออก ห่นั ให้เป็นชนิ้ เลก็ ๆ หรือเป็นเสน้ ฝอย แล้วนำไป
ต้มในน้ำเดือดจนกระทั่งสุก สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารต่าง ๆ ได้หลายประเภท เช่น หน่อไม้ดอง
ผัดกบั เนือ้ สตั ว์ แกงจืด หรือแกงกะทิ แต่หน่อไมม้ กั จะเจริญเติบโตออมาจากเหง้าใต้ดินในช่วงฤดูฝน
จึงมกี ารถนอมอาหารไว้ในรปู ของหน่อไมด้ อง เพื่อสามารถรบั ประทานไดต้ ลอดปี ในปัจจุบันประเทศ
9
ไทยเป็นผู้ส่งออกหน่อไม้ไผ่บง หรือไผ่ตงรายใหญ่ที่สุดของโลก เนื่องจากเป็นไผ่ทีรสหวาน กรอบ
อร่อย ไม่ขม จนกระทั่งมีชื่อเรียกท้องถิ่นว่า ไผ่หวาน นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีหน่อไม้ไผ่รวก
ทีน่ ิยมนำมาบริโภคและเกบ็ รักษาไว้ในรปู ของหน่อไมอ้ ัดป๊บี หรืออดั กระป๋อง
4. ใช้ผลิตกระดาษ เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วที่ชาวจีนมีการประดิษฐ์กระดาษจาก
ไม้ไผ่ และชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้รับความรู้นี้มาจากประเทศจีน ไผ่ที่ใช้ทำกระดาษได้แก่
ไผ่ปา่ หรือไผห่ นาม ไผ่สีสุกและไผซ่ าง
5. ใช้ทำเครือ่ งดนตรี การนำไมไ้ ผ่มาทำเครือ่ งดนตรีน้ัน ถอื เปน็ ศิลปวัฒนธรรมด้ังเดิมของ
ชนชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเครื่องดนตรีที่ใช้ไม้ไผ่เป็นโครงสร้างหลัก หรือเป็น
ส่วนประกอบได้แก่ เครื่องตีหรือเครื่องเขย่า เช่น ลูกระนาดเอก ลูกระนาดทุ้ม จากไผ่ตงหรือไผ่บง
อังกะลุง ขนาดต่าง ๆ จากไผ่ดำและไผ่ชนิดอื่น ๆ ที่อยู่ในสกุลเดียวกัน นอกจากนี้ไผ่ดำที่มีขนาด
เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นขนาดใหญ่ยังถูกนำมาใช้ประดิษฐ์เป็นกลองด้วย เครื่องเป่าลมได้แก่ แตร
ที่ให้เสียงต่ำซึ่งประดิษฐ์จากไม้ไผ่มาเชือ่ มตอ่ กัน แคนที่ทำขึ้นจากไผ่เฮียะหรือไผ่โป ขลุ่ยแบบต่าง ๆ
ของเอเชียที่ประดิษฐจ์ ากไม้ไผ่ นอกจากนยี้ ังมีเครือ่ งสายชนิดต่าง ๆ ที่ประดิษฐ์ขนึ้ จากไม้ และมีไม้ไผ่
เปน็ ส่วนประกอบ เชน่ จะเข้ พณิ ซึง และซอ
6. งานศิลปหตั ถกรรม ในปัจจุบนั งานศิลปหัตถกรรมถือเป็นงานอุตสาหกรรมในครัวเรือน
ที่เป็นที่นิยมชมชอบ และสามารถจำหน่ายได้มากขึ้น งานที่ประดิษฐ์จาก ไม้ไผ่ ได้แก่ เสื่อปูโต๊ะ
กันความร้อนจากชาม บรรจุอาหาร กระเป๋าถือ หมวก และเครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้สำหรับทอผ้า
งานส่วนใหญ่ถกู สร้างขนึ้ จากไม้ไผ่ที่ถูกผา่ เปน็ ซีก หรือผา่ แล้วเหลาเกลาให้เป็นชนิ้ บาง ๆ ก่อนนำมา
ประกอบเป็นโครงหรือจักสานเป็นลวดลายต่าง ๆ แต่งานบางอย่างอาจใช้ลำต้นและลำต้นใต้ดิน
ทั้งหมดมาประดษิ ฐ์ตกแตง่ แทน เชน่ แจกัน ทีเ่ ขี่ยบหุ รี่ กล่องบรรจขุ องขนาดต่าง ๆ
7. เครื่องเรือน มีการนำไม้ไผม่ าทำเครือ่ งเรือนตา่ ง ๆ ภายในบ้านเรือน ได้แก่ ตู้ เตียง โต๊ะ
เก้าอี้ ชั้นวางของ ตา่ ง ๆ ซึ่งนิยมใช้ไม้ไผ่ที่มลี ำใหญ่ตรง แขง็ แรง
8. การปลูกเพ่อื ใช้เป็นแนวรั้วบอกเขต แนวป้องกนั ลมและปลกู ประดับ ไผ่หลายชนิดมี
ลักษณะกอและทรงพุ่มเหมาะสมต่อการนำมาปลูกเป็นรั้วและแนวป้องกันลม ได้แก่ ไผ่รวกและ
ไผ่เลี้ยง ไผ่หลายชนิดมีทรงพุ่มสวยงามนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ได้แก่ ไผ่เลี้ยง ไผ่เหลือง
ไผ่เกรียบ ไผท่ ีม่ หี นามแหลมคม เชน่ ไผ่หนาม เปน็ ไผ่ทีน่ ิยมปลกู เปน็ แนวร้ัวกันขโมยให้แก่บริเวณบ้าน
หมู่บ้าน และสวนผลไม้ รวมท้ังป้องกนั สตั ว์ปา่ เข้ามาทำรา้ ยหรือทำลายทรพั ย์สนิ
ประโยชน์ของการจักสานไมไ้ ผ่
1. สร้างเป็นรายได้ และลดรายจ่ายภายในครัวเรือน ถ้าเรามีความชำนาญมากขึ้น
และสามารถเอาไปเปน็ อาชีพเสริมให้ตวั เองได้
10
2. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การจักสาน ถอื เป็นการใช้เวลาวา่ งที่ดี ทำเกิดประโยชน์หลาย
ดา้ นจะทำให้เราไดช้ ิน้ งานมาใช้เอง หรือมอบให้คนที่เรารกั ประหยัดคา่ ใช้จ่าย และมีคณุ คา่ ทางจิตใจ
ท้ังผู้ให้และผู้รับ
3. สร้างทักษะและสมาธิ งานจักสานทุกอย่าง เป็นงานที่ต้องฝึกเพื่อใช้ทักษะ เป็นงาน
ละเอียด ทำให้เรามีสมาธิ การที่เราทำบ่อย ๆ เป็นการสร้างทักษะเพิ่มขึ้น ฝีมือก็พัฒนาจิตใจสงบ
มีสมาธิมากข้ึน
11
ใบความรู้ที่ 2
การสานกระติบ
วสั ดแุ ละอุปกรณ์ในการสานกระติบ
1. ไมไ้ ผบ่ ้าน
2. ดา้ ยไนลอ่ น
3. เขม็ เยบ็ ผ้าขนาดใหญ่
4. กรรไกร
5. มีดโต้
6. เล่อื ย
7. เหลก็ หมาด (เหลก็ แหลม)
8. ก้านตาล
9. เครอ่ื งขูดตอก
10. เคร่อื งกรอดา้ ย
ข้นั ตอนการออกแบบและการวิธีการทำ
1. นำปล้องไม้ไผ่มาตัดหัวท้าย ตัดเอาข้อออก ผ่าเป็นซีกทำเส้นตอกกว้างประมาณ 2 - 3 มม.
ขูดให้เรียบและบาง
2. นำเสน้ ตอกทีไ่ ดม้ าสานเปน็ รปู ร่างกระตบิ ข้าว หนึง่ ลูกมี 2 ฝา มาประกอบกนั
3. นำกระตบิ ข้าวทีไ่ ดจ้ ากข้อ (2) มาพับครึ่งให้เทา่ ๆ กนั พอดี เรียกวา่ 1 ฝา
4. ข้ันตอนการทำฝาปิด โดยจกั เส้นตอกทีม่ ีความกว้าง 1 นวิ้ สานเปน็ ลายตามะกอก
และลายขดั
5. นำฝาปิดหวั ท้ายมาตัดเปน็ วงกลม มาใสเ่ ข้าที่ปลายท้ังสองข้าง
6. ใช้ด้ายไนลอ่ น และเข็มเยบ็ เข้าด้วยกันรอบฝาปิดหัวท้าย
7. นำก้านตาลทีม่ ว้ นไว้มาเย็บตดิ กบั ฝาลา่ ง ทีเ่ ปน็ ตวั กระติบข้าว
8. นำกระติบข้าวที่ได้ไปรมควันจากฟางข้าว เพื่อกันแมลงเจาะ และเพื่อความสวยงาม
ทนทาน ไม่เกิดราดำ
9. นำไมม้ าเหลาเป็นเสน้ ตอก กลมยาวเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 2 - 3 ม.ม. ความยาวรอบ
บางเทา่ กับฝากระตบิ พนั ดว้ ยด้ายไนลอ่ น แล้วเยบ็ ตดิ ฝาขอบบน เพื่อความสวยงาม
10. เจาะรทู ีเ่ ชงิ กระตบิ ข้าว ดว้ ยเหล็กแหลม 2 รู ให้ตรงข้ามกัน แล้วทำหทู ี่ฝาด้านบน
ตรงกบั รทู ่เี จาะเชิงไว้
11. ใช้ด้ายไนล่อนสอดเข้าเป็นสายไว้สะพายไปมาได้สะดวก จะได้กระติบข้าวที่สำเร็จ
เรียบรอ้ ย สามารถนำมาใช้และจำหน่ายได้
12
การดูแลรักษา
หลังจากทำความสะอาดแล้ว ควรเก็บรักษาเครื่องจักสานไว้ในที่ที่ปราศจากฝุ่นละออง
หากเปน็ ไปได้ควรเก็บรกั ษาในตู้ทีป่ ิดมิดชิด
13
ใบความรู้ที่ 3
การสานตะกร้า
วัสดุและอุปกรณใ์ นการสานตะกรา้
1. ไมไ้ ผท่ ีเ่ หลาเป็นเสน้ ตอก
2. ไมไ้ ผท่ ีเ่ หลาเป็นแทง่ ๆ ยาวประมาณ 5 - 8 นวิ้ ประมาณ 4 อัน
3. เชือก
4. มีด
5. ตะปู
6. ใช้ครง่ั หรือ ถงุ พลาสติกลนไฟหยอดใสท่ างมะพร้าวเพือ่ กันหลดุ ได้
ขน้ั ตอนการออกแบบและการวิธีการทำ
1. ตัดไม้ไผ่แกม่ าผา่ ซีกและผา่ แบง่ เป็นเส้ียวเลก็ ๆ ขนาดประมาณ 1 ซม. และอีกส่วนหนึ่งผ่า
ประมาณ 1 นิว้ เพื่อใช้ทำขอบปากตะกร้าและมือจบั
2. นำแต่ละชิ้นที่ผ่าไว้ ลอกใช้แต่ส่วนเปลือก โดยใช้มีดคม ๆ เหลาหรือขูดเนื้อไม้ออก
และเหลอื แตส่ ว่ นเปลอื กบาง ๆ และเหนียว
3. เริ่มต้นสานตะกร้า โดยเริ่มที่ก้นก่อน โดยใช้ส่วนที่แข็งกว่าและหนากว่าสานที่ก้น
ความยาวของไม้ตามขนาดของตะกร้า เส้นที่แข็งกว่าสานขึ้นตามแนวตั้ง ความห่างเท่า ๆ กัน
ส่วนเส้นไม้ไผ่ที่บาง นิ่ม สานตามขวางชั้นมาเรื่อย ๆ แน่น มีลักษณะเป็นวงกลมแต่ปากตะกร้าจะ
กว้างกว่าก้นตะกร้า พอได้ขนาดตามต้องการใช้ไม้ไผ่ขนาด 1 นิ้ว ทำให้เป็นวงกลมและวางไว้ที่ขอบ
ปากตะกร้า ใช้ไม้ไผ่ส่วนที่ต้ังขึ้นพัน หรือบิดลงไปด้านลา่ ง สานลงไปประมาณ 1 นิ้ว จนแน่นไมห่ ลุด
ตดั เศษที่เหลอื ทิ้งตกแต่งให้สวยงาม
4. ใสห่ ูหรือทีห่ ิว้ ซึ่งทำจากไมไ้ ผ่และโค้งงอได้ ใช้เชอื กหรือหวายพันให้แน่น หรือใช้เชือกที่เป็น
สพี นั ทีม่ ือจับจนมิด
5. หากต้องการเก็บไว้ใช้งานได้นาน ทาเลก็ เกอร์เคลอื บไม้ไผท่ ั้งด้านในและดา้ นนอก แล้วนำไป
ตากแดดให้แห้ง
การดแู ลรักษา
1. หลงั จากทำความสะอาดแลว้ ควรเก็บรักษาเคร่อื งจกั สานไว้ในที่ทีป่ ราศจาก ฝ่นุ ละออง
หากเปน็ ไปได้ควรเก็บรกั ษาในตู้ทีป่ ิดมิดชิด
2. ทาเล็กเกอร์เคลือบไม้ไผ่ทั้งด้านในและด้านนอก แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง เพื่อเป็นการ
ยืดอายุการใช้งาน
14
ใบความรู้ที่ 4
การสานกระดง้
วัสดแุ ละอุปกรณ์ในการสานกระดง้
1. มีด
2. เล่อื ย
3. คีม
4. ไมไ้ ผ่
5. ลวด
6. เชือก
7. เหลก็
ข้ันตอนการออกแบบและการวิธีการทำ
1. เลาไม้ไผ่ให้แบนกว้าง ประมาณ 2 ซม.
2. จัดวางรูปแบบในลักษณะการสาน 2 แถว วางเรียงกนั 8 เสน้ นำไมไ้ ผม่ าสานกนั
เป็นลายขดั กนั 2 เสน้
3. สานต่อไปเร่อื ย ๆ จนกว่าจะได้ตามขนาดที่ต้องการ
4. เตรียมขอบกระดง้ ใช้ไม้ไผห่ นาๆ มาดัดให้เปน็ วงกลม
5. นำไมไ้ ผ่ที่สานแล้วมาเข้ารปู
การดแู ลรกั ษา
หลงั จากทำความสะอาดแลว้ ควรเก็บรักษาเครื่องจกั สานไว้ในทีท่ ี่ปราศจาก ฝ่นุ ละออง หาก
เปน็ ไปได้ควรเกบ็ รักษาในตู้ที่ปิดมิดชิด
15
ใบความรูท้ ี่ 5
การสานหวดนง่ึ
วสั ดแุ ละอุปกรณ์ในการสานหวดนง่ึ
1. พร้า
2. เลอ่ื ย
3. ไมไ้ ผ่
4. เชือกมัด
ข้ันตอนการออกแบบและการวิธีการทำ
1. ใช้ไม้ไผ่ที่เหลาเป็นเส้นตอก และไม้ไผ่ที่เหลาเป็นทรงกลมยาวขนาด 6 - 8 นิ้ว นำไม้ที่
เหลาเปน็ ทรง กลม หรือแบน ที่มีความแข็งแรงตามขนาด 6 - 8 นวิ้ มาสานแทรกรวมกับเส้นตอกที่
สานเตรียมไว้ นำไมไ้ ผม่ าจักเปน็ เสน้ ตามขนาด ให้ได้เสน้ บาง อ่อน และไมค่ มเพื่อเหมาะสมตอ่ การใช้
2. สานสว่ นฐานของตะกร้าไม้ไผใ่ ห้ไดค้ วามกว้างตามขนาดความตอ้ งการ (บางรายอาจจะให้
มีความถี่ บางรายอาจจะให้เป็นลกั ษณะทึบ) แล้วแตค่ วามตอ้ งการนำไปใช้งาน
3. ส่วนลำตัวตะกร้าให้ดัดขึ้นเป็นเกรียวและใช้เส้นตอกสานต่อให้ได้ตามความต้องการ
ตามขนาด เมื่อได้ขนาดตามตอ้ งการให้สานพบั ขอบของหวดนึง่ ขา้ วไมไ้ ผไ่ มบ่ าดมอื ขณะใช้งาน
4. สามารถสาน หรือดัดแปลงหวดนึง่ ขา้ วไมไ้ ผ่ไดห้ ลากหลายลวดลายตามความถนัด
หรือตามความต้องการ
การดแู ลรักษา
หลงั จากทำความสะอาดแลว้ ควรเกบ็ รักษาเครื่องจักสานไว้ในที่ทีป่ ราศจาก ฝุ่นละออง หาก
เป็นไปได้ควรเก็บรักษาในตู้ที่ปิดมิดชิด
16
ใบความรทู้ ี่ 6
การบรหิ ารจดั การและการตลาด
การวางแผนการผลิต
ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนนิ ธุรกิจการจกั สานไม้ไผ่จะต้องคำนงึ ถึงสิง่ ต่อไปนี้ คือ
1. ทุน ถ้าไม่มีทุนเป็นของตนเองต้องอาศัยแหล่งเงินกู้ จะต้องพิจารณาวา่ แหล่งเงินกู้นั้นมา
จากไหนถ้ากู้จากเอกชนกต็ ้องเสยี ดอกเบี้ยแพงกว่าสถาบันการเงิน ถ้าเสยี ดอกเบี้ยแพงจะคุ้มกับการ
ลงทุนหรือไม่
2. แรงงาน ถ้าสามารถใช้แรงงานในครอบครวั ได้กจ็ ะสามารถลดรายจ่ายลงได้
3. วัตถุดิบ สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นหรือไม่ หากไม่มีท้องถิ่นจะมีปัญหาเรื่องราคา
และการขนส่งหรือไม่
4. การจัดการ หมายถึง การจัดการด้านตลาด การจัดจำหน่ายก่อนอื่นต้องคำนึงถึง
กล่มุ เป้าหมายทีจ่ ะนำผลิตภณั ฑไ์ ปจำหน่ายการกำหนดราคาขาย ราคาตน้ ทุน กำไรและการลงบัญชี
เบื้องต้น สง่ิ เหล่านีจ้ ำเป็นอยา่ งยิง่ ในการประกอบธรุ กิจ
การวางแผนการจำหน่าย
1. ประเภทของการจดั จำหน่าย มี 2 แบบ คือ
1.1. การจำหน่ายแบบสน้ั คือ การนำสนิ ค้าจากผู้ผลิตสู่ร้านค้าปลกี หรือร้านค้าย่อยถึงผู้ซื้อ
หรือผู้บรโิ ภคโดยตรง
1.2. การจัดจำหน่ายแบบยาว คือ การนำสินค้าจากผู้ผลิต (บ้าน) ถึงร้านค้าขายส่ง
แล้วร้านค้าขายส่งจำหน่ายต่อไปยังร้านค้าขายปลีก ร้านค้าขายปลีกจำหนา่ ยตอ่ ไปยังผู้บรโิ ภค
สรปุ การทำให้สนิ ค้าที่ผลิตขนึ้ สามารถขายได้จำนวนมาก มีวิธดี ำเนนิ การได้หลายรูปแบบ คือ
1. จากผู้ผลิต ถึง ร้านขายสง่ ถึง ร้านขายปลกี ถึง ผู้ซ้ือหรือผู้บรโิ ภค
2. จากผู้ผลิต ผา่ น นายหน้า ถึง ร้านค้าปลกี ถึง ลูกค้า
3. จากผู้ผลิต ผา่ น นายหน้า ลกู ค้า (ผู้บรโิ ภค) โดยตรง โดยระบบการขายฝากแล
สร้างภาพพจน์ของสินค้า จูงใจผู้ซื้อด้วยวิธีการต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีวิธีการส่งเสริมการ
จำหน่ายที่ได้ผลอีก 2 ประการ คือ
1. การให้ข้อมูลจูงใจผู้ซ้ือและภาพพจนข์ องสินค้าทีผ่ ู้ซอื้ ต้องการ
2. ภาพพจนข์ องสินค้าที่ผู้ซือ้ ต้องการ และพอใจทำให้สนิ ค้านนั้ มีค่าและมรี าคาใน
ตวั เองมากกว่า
17
การกำหนดราคาขาย
เมื่อทำการจักสานไม้ไผ่ขึ้นมาเพื่อการจำหน่าย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการกำหนดราคาขาย
ทีผ่ ู้ซ้ือสามารถซือ้ ได้ในราคาไม่แพงจนเกินไปและผู้ขายก็พอใจที่จะขายเพราะได้กำไรตามที่ต้องการ
การกำหนดราคาขายทำได้ดังนี้
1. ติดตามความต้องการของลูกค้า ลกู ค้าเปน็ ผกู้ ำหนดราคาขาย ถ้าลูกค้ามีความตอ้ งการ
และสนใจมากกจ็ ะสามารถตั้งราคาได้สงู
2. ต้ังราคาขายโดยบวกราคาตน้ ทุนกับกำไรที่ต้องการก็จะเป็นราคาขาย ในกรณีเช่นนี้
จะต้องรรู้ าคาตน้ ทุนมาก่อนจงึ จะสามารถบวกกำไรลงไปได้ การต้ังราคาขายนี้ จะมีผลตอ่ ปริมาณ
การขาย ถ้าตั้งราคาขายไม่แพง หรือต่ำกว่าราคาตลาดกส็ ามารถขายได้จำนวนมาก ผลทีไ่ ดร้ ับคือ
ได้กำไรเพิม่ มากข้ึนดว้ ยการกำหนด ราคาขายมีหลายรปู แบบ แตส่ ิ่งทีส่ ำคญั คือ ต้องคำนงึ ถึงราคาที่
สูงทีส่ ดุ ทผ่ี ู้ซ้ือสามารถซอื้ ได้และราคาตำ่ สดุ ทจ่ี ะได้เงินทุนคืน
หลกั เกณฑ์ในการกำหนดราคาขาย มีดังน้ี
1. ได้ผลตอบแทนจากการลงทนุ ตามเป้าหมาย
2. เพือ่ รกั ษาเสถียรภาพดา้ นราคาไมถ่ กู หรือแพงจนเกินไป
3. เพื่อรักษาหรือปรับปรุงสว่ นแบ่งของการตลาด กล่าวคือ ต้ังราคาขายสง่ ถูกกว่าราคา
ขายปลกี เพือ่ ให้ผู้รบั ซือ้ ไปจำหน่ายปลกี จะได้บวกกำไรได้ด้วย
4. เพื่อแขง่ ขนั หรือป้องกนั คแู่ ข่งขันหรือผู้ผลติ รายอืน่
5. เพือ่ ผลกำไรสงู สดุ
การกำหนดราคาขาย มีหลกั สำคัญ คือ ราคาต้นทนุ + กำไรที่ต้องการ ดังน้ัน จึงจำเปน็ ต้องศึกษา
เรื่องราวการคิดราคาตน้ ทนุ ให้เข้าใจก่อน
การคิดราคาตน้ ทนุ
การคิดราคาตน้ ทนุ หมายถึง การคิดคำนวณราคาวัตถดุ ิบที่ใช้ในการผลิต มีค่าแรงคา่ ใช้จ่าย
ในการผลติ ประกอบดว้ ย คา่ เชา่ สถานท่ี คา่ ไฟฟ้า ค่าขนส่ง ฯลฯ การคิดราคาตน้ ทนุ มปี ระโยชน์ คือ
1) สามารถตั้งราคาขายได้โดยรู้ว่าจะได้กำไรเทา่ ไร
2) สามารถรู้วา่ รายการใดที่กอ่ ให้เกิดต้นทุนสูง หากต้องการกำไรมากก็สามารถลดต้นทุน
นั้น ๆ ลงได้
3) รู้ถงึ การลดต้นทนุ ในการผลติ แล้วนำไปปรับปรงุ และวางแผนการผลิตเพิ่มข้นึ ได้
ต้นทุนการผลิตมี 2 อยา่ ง คือ
1. ต้นทุนทางตรง หมายถึง ต้นทุนในการซือ้ วตั ถุดิบรวมท้ังค่าขนสง่
2. ต้นทุนทางอ้อม หมายถึง ต้นทนุ ทจี่ า่ ยเปน็ คา่ บริการต่าง ๆ เชน่ ค่าแรงงาน คา่ ไฟฟ้า ค่า
เชือ้ เพลงิ ทั้งนี้ ให้คิดเฉพาะสว่ นที่เกี่ยวกับการผลติ โดยตรง แล้วนำตน้ ทนุ ทั้งสองอยา่ งมาคิดรวมกัน
กจ็ ะได้เปน็ ราคาตน้ ทุนรวม
18
การกำหนดราคาขาย จะตอ้ งคำนงึ ถึง
1. ต้นทนุ ทางตรง + ต้นทนุ ทางอ้อม คือ ต้นทนุ รวม
2. การหากำไรที่เหมาะสม ทำได้โดยเพิ่มต้นทุนรวมขึ้นอีก 20-30%
ตัวอยา่ ง ต้นทุนรวมในการทำดอกไมจ้ ากกระดาษสา 500 บาท
บวกกำไร 30% ของ 500 จะได้ = 150 บาท
ฉะน้ัน ราคาขาย คือ ต้นทุน + กำไร
คือ 500 + 150 เท่ากับ 650 บาท
โดยทั่วไปร้านค้าปลีกจะกำหนดราคาขาย โดยการบวกกำไรที่ต้องการเข้ากับราคาต้นทุน
การผลิตสินค้านั้น ๆ แต่บางรายก็กำหนดราคาสูง สำหรับการผลิตระยะเริ่มแรก เพราะความ
ต้องการของตลาดค่อนข้างสูงในระยะเวลาอันสนั้ การเปล่ยี นแปลงราคาขายอาจมีผลให้ยอดลดหรือ
เพิ่มขึ้นแล้วแต่ภาวะแวดล้อม จึงต้องคำนึงถึงเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงสามารถคิดราคาขายได้ง่าย ๆ
ดงั นี้
ราคาขาย = ราคาทนุ (ต้นทุน + ค่าแรง) + กำไรที่ต้องการ
การทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย
หมายถึง การจดบันทึกรายการข้อมูลด้านการเงินของการปฏิบตั ิงาน ทั้งที่เกี่ยวกับรายการ
ที่รับเข้ามาและรายการทีต่ ้องจ่ายออกไป เพือ่ ให้มขี ้อมูลทีเ่ กี่ยวข้องทางด้านการเงิน ตลอดจนผลของ
การดำเนนิ งานนั้นไว้ว่าคงเหลอื เงินหรือไม่ จำนวนเท่าไร และเปรยี บเทียบผลการดำเนินกิจการว่าได้
กำไร หรือขาดทนุ เพียงไร
ประโยชนข์ องการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
1. ทำให้ทราบฐานะทางการเงินในการปฏิบตั งิ าน
2. ใช้ประกอบการวางแผนในการทำงานหรอื ในการใช้จ่ายเงิน
3. ใช้ในการติดตามการทำงานด้านตา่ ง ๆ
4. ทำให้ทราบปัญหาในการทำงานและแก้ไขทัน
5. ใช้รายงานผลการดำเนนิ งาน
6. ใช้เปน็ ข้อมูลรายจา่ ยปรับลดคา่ ใช้จา่ ยเพื่อให้เหลอื เงินหรือได้กำไรเพิม่ ข้นึ
7. นำวิธกี ารจัดทำบญั ชีไปใช้ในชีวิตประจำวัน
หลกั การจดั ทำบญั ชีรายรบั - รายจา่ ย มีดงั น้ี
1. รายรบั เปน็ ข้อมลู ท้ังหมดที่ไดร้ บั เงินเข้ามา เช่น คา่ หุ้น เงินกู้ คา่ ขายของ ค่าขายผลผลิต
2. รายจา่ ย เปน็ ข้อมลู ราจ่ายทั้งหมดในการประกอบกิจการน้ัน ๆ เชน่ ค่าขนส่ง ค่าซือ้
วตั ถดุ ิบ ค่าจ้างแรงงาน
3. เงินคงเหลอื ได้ ผลต่างระหว่างรายรับกับรายจ่ายท้ังหมด
19
การคา้ ออนไลน์
E-Commerce คือ การประยุกตส์ อ่ื อินเตอรเ์ น็ตมาใช้ในการดำเนินธรุ กิจการค้า หรือเรียกว่า
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่นิยมกันมาก ณ ปัจจุบันคือ การซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การหันมาใช้เวบ็ สอ่ื กลางทางการค้ามากยิง่ ข้นึ เปน็ สื่อกลางในการรวบรวมสินค้าและผู้ซอื้ ผู้ขายไว้ใน
เว็บไซต์เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อซื้อ-ขาย ทำให้การค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องที่ง่าย
และสามารถจำกัดขอบเขตข้อมูลให้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น ตามการจัดกลุ่มสินค้าของ
ผู้ให้บริการแหล่งข้อมลู ออนไลนน์ ้ัน ๆ
E-Commerce จึงเปน็ เสมอื นสอ่ื กลางในการโฆษณาและเช่อื มโยงข้อมลู หรือความต้องการของ
ผู้ใช้งาน ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายโดยตรง พร้อมทั้งสามารตอบสนองต่อความต้องการของ
ตลาด ย่นเวลาในการนำสนิ ค้าเข้าสู่ตลาด ทำให้สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเรว็ ทวีคณู
ประโยชน์ของ E-commerce
1. เพ่ิมโอกาสทางการตลาด
ขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาด เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายมากยิ่งขึ้นสนองความต้องการ
ของตลาด และขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วนำเทคโนโลยีมาใช้ สร้างผลกำไรแก่องค์กร ตามทันสื่อ
การตลาดยุคใหม่เพิ่มโอกาสโลกตลาดออนไลน์ รู้ทันพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน สามารถเก็บ
ข้อมูลลูกค้าเพื่อการทำการตลาดทางตรง สร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว ย่นระยะเวลาการนำ
สนิ ค้าเข้าสู่ตลาดเปิดบรกิ ารตลอด 24 ช่วั โมง 7 วนั สะดวกในการค้นหาข้อมูล และติดตอ่ ซือ้ - ขาย
นำเสนอข้อมูลสินค้าได้เป็นจำนวนมาก และสามารถสื่อสารกับลูกค้า ได้ในลักษณะ Interactive
Market (การตลาดเชิงตอบโต้)เพิ่มโอกาสทางการตลาดในการบริหารข้อมูลลูกค้าจากระบบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ปรบั ปรงุ หรือ Update ข้อมูลเกีย่ วกบั สนิ ค้าและบริการได้ตลอดเวลา
2. ลดต้นทุนในการจัดซื้อ
ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้า ตลอดจน
ค่าใช้จ่ายในกระบวนการซื้อที่ลดลงสามารถควบคุมขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
สะดวกและรวดเร็วขึ้นสามารถเลือก ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าและบริการได้อย่างหลากหลาย
20
ประหยัดเวลาในการเปรียบเทียบสินค้าและผู้ขายเป็นผลให้ได้สินค้าคุณภาพดี และราคาเป็น
ทีน่ า่ พอใจ ตรงกบั ความต้องการทีส่ ุด
3. สนับสนุนการซื้อ - ขาย
มีระบบค้นหาสินค้าจาก “คำค้นหาสินค้า” และช่องทางการเข้าถึงข้อมูลทาง
“สารบัญขอ้ มูล” แบ่งออกเปน็ หมวดหม่แู ละประเภทอย่างชดั เจน เพือ่ ความสะดวกในการค้นหาเลอื ก
ดูสินค้า หรือบริษัท ได้ตามความต้องการระบบผู้ติดต่อ และระบบข้อความทางหน้าเว็บไซต์
เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลของผู้เข้าชม
เว็บไซต์จำนวนมาก สามารถมองเห็นสินค้าและบริษัทของคุณได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางหน้า
เว็บไซต์ สามารถทำกำไรได้มากกว่าระบบการซื้อ - ขายแบบเดิม เนื่องจากต้นทุนการจัดซื้อ
และจดั จำหน่ายต่ำกวา่ ทำให้ต้นทุนตอ่ หน่วยลดลงและ กำไรจากการขายตอ่ หนว่ ยเพิ่มข้นึ
4. ส่งเสริมการขายการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
ลดต้นทุนการส่งเสริมการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ เช่น ลดต้นทนุ การโฆษณาผ่าน
สอ่ื ปกติอื่น ๆ ลดต้นทุนการจัดกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งสามารถใช้สือ่ อิเลก็ ทรอนิกสบ์ รหิ ารจัดการ
ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กบั ธุรกิจหรือองค์กร ในเรื่องของความทันสมัย และเป็นโอกาสที่จะทำให้
สนิ ค้าหรือบริการเปน็ ทีร่ ู้จักอยา่ งรวดเรว็ ในวงกว้าง
5. ลดการใช้ทรัพยากร
ลดเวลาในการหาข้อมูลสินค้าหรือผู้ขาย และย่นเวลาในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดลดข้ันตอน
ทางการตลาดลดพลังงานในการเดินทางลดการใช้ทรัพยากรด้านองค์ประกอบทางธุรกิจ เช่น พื้นที่
การขาย อาคารประกอบการ ทำเลที่ตั้ง โกดังเก็บสินค้า เป็นต้นลดต้นทุนด้านช่องทางจำหน่ายใน
รูปแบบร้านค้า, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมทั้งค่าเช่าพื้นที่ขายหรือการลงทุนในการ
สร้างร้านค้าซึ่งจะชว่ ยให้ต้นทุนของธรุ กิจตำ่ ลง
Credit : คณุ สุดารัตน์ เพง็ ขนุ ทด
Credit : http://about.b2bthai.com/ArticleInfo.aspx?ArticleTypeID=78&ArticleID=74
21
ใบความรู้ที่ 7
คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
ความสำคญั ของคณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
จริยธรรมเป็นมาตรฐานความประพฤติของมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความสัมพันธ์
ระหวา่ งจรรยาคือความประพฤติ และธรรม คือเครอ่ื งรักษาความประพฤติ การประกอบอาชีพใด ๆ
ก็ตามผู้ประกอบอาชีพจะต้องคำนึกถึงผลกระทบต่อสังคมภายนอกเสมอ ทั้งนี้ก็คือจะต้องไม่ใช้
ความรคู้ วามสามารถในทางที่ผิด หากประกอบอาชีพโดยไร้จริยธรรมผลเสียหายจะตกอยู่กับสังคม
และประเทศชาติฉะนั้นจริยธรรมจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
ความสำคัญของจรยิ ธรรมในการประกอบอาชีพ มีดงั นี้
1. ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพแต่ละสาขาได้ใช้วิชาชีพในทางที่ถูกต้องเหมาะสม และเป็น
ประโยชนต์ อ่ สังคมและประเทศชาติ
2. ชว่ ยควบคมุ และสง่ เสริมให้ผู้ประกอบอาชีพทำงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยมีความสำนึก
ในหน้าที่และมีความรับผิดชอบในงานของตน
3. ช่วยส่งเสริมและควบคุมการผลิต และการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพเป็นที่เชื่อถือและ
ไว้วางใจไดใ้ นเรือ่ งของความปลอดภัยและการบรกิ ารทีด่ ี
4. ชว่ ยสง่ เสริมให้ผู้ประกอบอาชีพไม่เอารดั เอาเปรยี บผู้บริโภค และไมเ่ ห็นแก่ตัว ทั้งนตี้ ้องยึด
หลักโดยคำนึกถึงผลกระทบทีจ่ ะเกิดแก่ผู้บรโิ ภคเสมอ
5. ช่วยให้วงการธรุ กิจของผู้ประกอบอาชีพมีความซื่อสตั ย์ ยุติธรรม และมีความเอื้อเฟื้อต่อ
สงั คมสว่ นรวมมากขนึ้
หลกั ในการยึดถอื ปฏิบตั ขิ องผู้ประกอบอาชีพท่ัวไปพึงกระทำเพือ่ ความเจริญก้าวหน้า
ในอาชีพของตน และร่วมรับผิดชอบในสงั คม ควรมีดงั นี้
1. ความซื่อสัตยส์ ุจริต และมีความรับผิดชอบตอ่ สังคม
2. การมีจริยธรรมต่อส่งิ แวดล้อม
3. ความน่าเช่อื ถอื และความปลอดภยั ในบรกิ าร
4. การมีจรรยาอาชีพและดำเนนิ กิจการอยา่ งมีคุณภาพ
5. การสร้างสัมพนั ธภาพทีด่ ีตอ่ ลูกค้า
6. การเคารพสทิ ธิและรักษาผลประโยชน์ของผู้อื่น
7. การใช้จริยธรรมในการติดตอ่ ส่อื สาร
8. การสร้างสมั พนั ธภาพกบั ชมุ ชน
9. การสร้างวินัยในการประกอบอาชีพ
22
10. การดำเนนิ งานอยา่ งถูกต้องตามกฎหมาย
11. การให้แหล่งข้อมูลขา่ วสารอยา่ งถูกต้อง
12. การประกอบอาชีพดว้ ยความขยนั หมั่นเพียร
ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งมีคณุ ธรรมประจำใจที่สำคญั 7 ประการ
1. ซื่อสัตย์สุจริต
2. ขยนั หมนั่ เพียร
3. มีความรบั ผิดชอบ
4. มีความละเอียดรอบคอบ
5. ตดั สินใจอยา่ งฉลาดและมีเหตผุ ล
6. ตรงต่อเวลา
7. เห็นแกป่ ระโยชน์สว่ นรวม
ผทู้ ี่มีคุณลักษณะที่ดีเหมาะสมกับการประกอบอาชีพ ต้องมีจริยธรรมดังน้ี
1. ทำงานเต็มความรู้ความสามารถและอทุ ิศเวลาให้กบั งาน
2. ไม่แก่งแยง่ ชงิ ดีชิงเดน่
3. ไมค่ ดโกงเอาเปรยี บเพื่อนรว่ มงานและผู้บรโิ ภค
4. ไม่หลอกลวงโดยการโฆษณาชวนเช่อื
5. เลอื กประกอบอาชีพทีไ่ มข่ ัดกบั กฎหมายและศีลธรรม
6. เสยี ภาษีอากร ภาษีเงินได้จากการประกอบอาชีพตามความเป็นจริง
23
ใบงานที่ 1
เร่อื ง ความรทู้ ่ัวไปเกี่ยวกบั การจักสานไม้ไผ่
จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1.จงบอกความสำคัญของไมไ้ ผ่ มาพอสังเขป
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………......……………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………
………………………………………………………………………………………………………………………...…………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………......……………………………………
2. จงบอกลกั ษณะและการจำแนกไมไ้ ผ่ มาพอสังเขป
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………......……………………………………
………………………………………………………………………………………………………...…………………………………………………
…………………………………………………………………………………………...………………………………………………………………
………………………………………………………………………………...…………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………......……………………………………
3. จงอธบิ ายประโยชนข์ องไมไ้ ผ่ในดา้ นการจักสาน มาพอสงั เขป
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………......……………………………………
………………………………………………………………………………………………………...…………………………………………………
…………………………………………………………………………………………...………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………......……………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………......……………………………………
24
ใบงานที่ 2
เร่อื ง การสานกระติบ
คำชี้แจง ให้ผู้เรยี นศกึ ษาการสานกระติบ ต่อไปนี้
1. ศึกษาใบความรู้เรอ่ื งการสานกระตบิ
2. ศึกษาการสานกระตบิ จากภูมิปัญญาท้องถิน่ แล้วให้ฝึกทักษะการสานกระตบิ
3. ให้ผู้เรยี นเตรียมวัสดุ อปุ กรณ์ในการสานกระตบิ ดังนี้
1. ไมไ้ ผ่บ้าน
2. ดา้ ยไนลอ่ น
3. เข็มเยบ็ ผ้าขนาดใหญ่
4. กรรไกร
5. มีดโต้
6. เล่อื ย
7. เหลก็ หมาด (เหลก็ แหลม)
8. ก้านตาล
9. เคร่อื งขดู ตอก
10. เครอ่ื งกรอดา้ ย
4. ให้ผู้เรยี นปฏิบัตกิ ารสานกระตบิ ตาม ข้ันตอนในใบความรทู้ ี่ 2
25
ใบงานที่ 3
เร่อื ง การสานตะกร้า
คำชีแ้ จง ให้ผู้เรยี นศกึ ษาการสานตะกร้าต่อไปนี้
1. ศึกษาใบความรู้เรอ่ื งการสานตะกร้า
2. ศึกษาการสานตะกร้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น แล้วให้ฝึกทกั ษะการสานตะกร้า
3. ให้ผู้เรยี นเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการสานตะกร้าดงั นี้
1. ไมไ้ ผ่ทีเ่ หลาเปน็ เสน้ ตอก
2. ไมไ้ ผท่ ี่เหลาเปน็ แทง่ ๆ ยาวประมาณ 5 - 8 นวิ้ ประมาณ 4 อัน
3. เชือก
4. มีด
5. ตะปู
6. ใช้คร่ัง หรือ ถุงพลาสติกลนไฟหยอดใสท่ างมะพร้าวเพื่อกนั หลุดได้
4. ให้ผู้เรยี นปฏิบัติการสานตะกร้า ตามขั้นตอนในใบความรทู้ ี่ 3
26
ใบงานที่ 4
เรอ่ื ง การสานกระด้ง
คำชี้แจง ใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาการสานกระด้งตอ่ ไปนี้
1. ศึกษาใบความรู้เรอ่ื งการสานกระดง้
2. ศึกษาการสานกระดง้ จากภูมิปญั ญาท้องถิ่น แล้วให้ฝึกทักษะการสานกระดง้
3. ให้ผู้เรยี นเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ในการสานกระดง้ ดังนี้
1. มีด
2. เล่อื ย
3. คีม
4. ไมไ้ ผ่
5. ลวด
6. เชือก
7. เหลก็
4. ให้ผู้เรยี นปฏิบัติการสานกระดง้ ตามข้ันตอนในใบความรู้ที่ 4
27
ใบงานที่ 5
เรอ่ื ง การสานหวดนง่ึ
คำชีแ้ จง ใหผ้ ู้เรยี นศกึ ษาการสานหวดน่งึ ต่อไปนี้
1. ศึกษาใบความรู้เรอ่ื งการสานหวดนึง่
2. ศึกษาการสานหวดนึง่ จากภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น แล้วให้ฝึกทกั ษะการสานหวดนึ่ง
3. ให้ผู้เรยี นเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการสานหวดนึ่งดังนี้
1. พร้า
2. เลอ่ื ย
3. ไมไ้ ผ่
4. เชือกมดั
4. ให้ผู้เรยี นปฏิบัตกิ ารสานหวดนึง่ ตามขั้นตอนในใบความรทู้ ี่ 5
28
ใบงานที่ 6
เร่อื ง การบรหิ ารจัดการและการตลาด
จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. จงบอกความหมายของการวางแผนการผลติ มาพอสังเขป
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
2. จงบอกประเภทของการจัดจำหนา่ ย มาพอสังเขป
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
3. จงบอกประโยชนข์ องการทำบญั ชีรายรบั – รายจา่ ย มาพอสงั เขป
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
4. จงบอกความหมายของการค้าออนไลน์ มาพอสงั เขป
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
29
ใบงานที่ 7
เรอ่ื ง คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ
จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. ความสำคญั ของคุณธรรม จริยธรรม ในการประกอบอาชีพ จงอธิบายมาพอสังเขป
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
2. คุณธรรมสำหรับผู้ประกอบการ 7 ประการ คือ
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
30
แผนการจดั การเรียนรู้ แบบ กศ.ตน.12
วิทยากร..........................................................................................................................................
หลกั สูตร.....การจกั สานไมไ้ ผ่.....จำนวน ...35...ช่วั โมง (เรียนวนั ละ...................................ชั่วโมง)
ระหวา่ งวนั ที่.............................................................................เวลาเรียน ............................... น.
สถานทจ่ี ัดการเรียน........................................................................................................................
วนั /เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจัดการเรียนรู้ หมายเหตุ
1. วิทยากรบรรยายถึงความเป็นมาและความสำคัญของ 3 ช่วั โมง
การจักสานไม้ไผ่ ความสำคญั ของไม้ไผ่ ลักษณะของไม้ไผ่
การจำแนกพันธุ์ไม้ไผ่ การนำไม้ไผ่มาใช้ประโยชน์
และประโยชน์ของการจักสานไม้ไผ่ และให้ผู้เรียนศึกษา
เพิม่ เตมิ จากใบความรทู้ ี่ 1
2. วิทยากรบรรยายถึงการเตรียมวสั ดุและอุปกรณ์ที่ใช้ใน
การจกั สานไม้ไผ่ พร้อมท้ังแสดงตวั อยา่ งของวสั ดุ
และอปุ กรณ์
3. วิทยากรบรรยายถึงการจักสานไม้ไผ่
- การสานกระตบิ
- การสานตะกร้า
- การสานกระดง้
- การสานหวดนึ่ง
1. วิทยากรให้ผู้เรยี นเตรียมวสั ดุ อปุ กรณก์ ารสานกระตบิ 10 ชั่วโมง
2. วิทยากรสาธติ ขั้นตอนการสานกระตบิ และให้ผู้เรียน
ฝึกปฏิบตั ิตาม
2.1 นำปลอ้ งไมไ้ ผม่ าตดั หวั ท้าย ตัดเอาข้อออก
ผ่าเปน็ ซกี ทำเสน้ ตอกกว้างประมาณ 2 - 3 ม.ม.
ขดู ให้เรียบและบาง
2.2 นำเสน้ ตอกทีไ่ ดม้ าสานเป็นรปู รา่ งกระตบิ ข้าว
หนึ่งลกู มี 2 ฝา มาประกอบกัน
2.3 นำกระติบข้าวที่ได้จากข้อ (2) มาพับครึ่งให้เท่า ๆ
กันพอดี เรียกว่า 1 ฝา
2.4 ขั้นตอนการทำฝาปิด โดยจักเส้นตอกที่มีความกว้าง
1 นิว้ สานเป็นลายตามะกอก และลายขัด
31
วัน/เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจัดการเรียนรู้ หมายเหตุ
2.5 นำฝาปิดหัวท้ายมาตัดเป็นวงกลม มาใส่เข้าที่ปลาย
ท้ังสองข้าง
2.6 ใช้ด้ายไนล่อน และเข็มเยบ็ เข้าด้วยกันรอบฝาปิดหัว
ปิดท้าย
2.7 นำก้านตาลที่ม้วนไว้มาเย็บติดกับฝาล่าง ที่เปน็ ตัวกระติบ
ข้าว
2.8 นำกระติบข้าวที่ได้ไปรมควันจากฟางข้าว เพื่อกัน
แมลงเจาะ และเพื่อความสวยงาม ทนทาน ไม่เกิดราดำ
2.9 นำไมม้ าเหลาเป็นเสน้ ตอก กลมยาว
เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 2 - 3 ม.ม. ความยาวรอบ บางเท่ากบั
ฝากระติบพนั ดว้ ยดา้ ยไนล่อน แลว้ เย็บตดิ ฝาขอบบน
เพือ่ ความสวยงาม
2.10 เจาะรูที่เชิงกระติบข้าว ด้วยเหล็กแหลม 2 รู
ให้ตรงข้ามกนั แล้วทำหทู ี่ฝาด้านบน ตรงกับรทู ่เี จาะเชิงไว้
2.11 ใช้ด้ายไนล่อนสอดเข้าเป็นสายไว้สะพายไปมาได้
สะดวก จะได้กระตบิ ข้าวทีส่ ำเรจ็ เรียบรอ้ ย
3. วิทยากรให้คำปรกึ ษา/แนะนำขั้นตอนการทำให้กบั
ผู้เรยี น
4. วิทยากรอธิบายข้ันตอนการดแู ลรกั ษา
1. วิทยากรให้ผู้เรยี นเตรียมวสั ดุ อุปกรณใ์ นการ 10 ชว่ั โมง
สานตะกร้า
2. วิทยากรสาธติ ข้ันตอนการสานกระกร้าและให้ผู้เรียน
ฝึกปฏิบัติตาม
2.1 ตัดไม้ไผ่แก่มาผ่าซีกและผ่าแบ่งเป็นเสี้ยวเล็ก ๆ
ขนาดประมาณ 1 ซม. และอีกส่วนหนึ่งผ่าประมาณ 1 นิ้ว
เพื่อใช้ทำขอบปากตะกร้าและมือจับ
2.2 นำแตล่ ะชนิ้ ที่ผา่ ไว้ ลอกใช้แตส่ ว่ นเปลอื ก โดยใช้มีด
คม เหลาหรือขูดเนื้อไม้ออกและเหลือแต่ส่วนเปลือก
บาง ๆ และเหนียว
2.3 เริ่มต้นสานตะกร้า โดยเริ่มสานก้นตะกร้าก่อน
โดยใช้สว่ นที่แขง็ กว่าและหนากวา่ สานทีก่ น้ ความยาวของ
ไมต้ ามขนาดของตะกร้า เสน้ ที่แขง็ กว่าสานขนึ้ ตามแนวตงั้
32
วัน/เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจดั การเรียนรู้ หมายเหตุ
ความห่างเทา่ ๆ กัน ส่วนเสน้ ไมไ้ ผ่ทีบ่ าง นิม่ สานตาม
ขวางชนั้ มาเรือ่ ย ๆ จนแนน่ มีลกั ษณะเปน็ วงกลมแตป่ าก
ตะกร้าจะกว้างกว่าก้นตะกร้า พอได้ขนาดตามต้องการใช้
ไมไ้ ผข่ นาด 1 นวิ้ ทำให้เปน็ วงกลมและวางไว้ทขี่ อบปาก
ตะกร้า ใช้ไมไ่ ผ่ส่วนที่ต้ังข้นึ พนั หรือ บิดลงไปด้านลา่ ง
สานลงไปประมาณ 1 นวิ้ จนแนน่ ไม่หลุด ตดั เศษที่เหลอื ทิ้ง
ตกแตง่ ให้สวยงาม
2.4 ใสห่ ูหรือทีห่ วิ้ ซึ่งทำจากไมไ้ ผ่และโค้งงอได้ ใช้เชือก
หรือหวายพันให้แน่น หรือใช้เชือกที่เป็นสีพันที่มือจับ
จนมิด นำไปใช้งานหรือขายได้
2.5 หากต้องการเกบ็ ไว้ใช้งานได้นาน ทาเล็กเกอร์เคลอื บ
ไม้ไผ่ทั้งดา้ นในและดา้ นนอก แลว้ นำไปตากแดดให้แห้ง
3. วิทยากรให้คำปรึกษา/แนะนำขั้นตอนการทำให้กับ
ผู้เรยี น
4. วิทยากรอธิบายขั้นตอนการดูแลรกั ษา
1. วิทยากรให้ผู้เรียนเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการสาน 5 ช่วั โมง
กระดง้
2. วิทยากรสาธติ ขั้นตอนการสานกระตบิ และให้ผู้เรียนฝึก
ปฏิบัตติ าม
2.1 เลาไม้ไผ่ให้แบนกว้าง ประมาณ 2 ซม.
2.2 จัดวางรปู แบบในลักษณะการสาน 2 แถว วางเรียง
กัน 8 เสน้ นำไมไ้ ผ่มาสานกัน เป็นลายขัดกนั 2 เสน้
2.3 สานตอ่ ไปเรอ่ื ยๆ จนกวา่ จะได้ตามขนาดทีต่ ้องการ
2.4 เตรียมขอบกระดง้ ใช้ไม้ไผ่หนาๆมาดดั ให้เปน็
วงกลม
2.5 นำไมไ้ ผ่ที่สานแล้วมาเข้ารปู
3. วิทยากรให้คำปรึกษา/แนะนำขั้นตอนการทำให้กับ
ผู้เรยี น
4. วิทยากรอธิบายขั้นตอนการดแู ลรักษา
33
วัน/เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจดั การเรียนรู้ หมายเหตุ
1. วิทยากรให้ผู้เรยี นเตรียมวัสดุ อปุ กรณใ์ นการสาน 5 ชั่วโมง
หวดนึ่ง
2. วิทยากรสาธติ ขั้นตอนการสานกระตบิ และให้ผู้เรียนฝึก
ปฏิบตั ติ าม
2.1 ใช้ไม้ไผ่ที่เหลาเป็นเส้นตอก และ ไม้ไผ่ที่เหลาเป็น
ทรงกลมยาวขนาด 6 - 8 นิ้ว นำไม้ที่เหลาเป็นทรง กลม
หรือแบน ที่มีความแข็งแรงตามขนาด 6 - 8 นิ้ว มาสาน
แทรกรวมกับเส้นตอกที่สานเตรียมไว้ นำไม้ไผ่มาจักเป็น
เส้นตามขนาด ให้ได้เส้นบาง อ่อน และไม่คมเพื่อ
เหมาะสมตอ่ การใช้
2.2 สานส่วนฐานของตะกร้าไม้ไผ่ให้ได้ความกว้างตาม
ขนาดความตอ้ งการ (บางรายอาจจะให้มคี วามถี่ บางราย
อาจจะให้เปน็ ลักษณะทึบ) แล้วแต่ความตอ้ งการนำไป
ใช้งาน
2.3 สว่ นลำตัวตะกร้าให้ดัดขนึ้ เปน็ เกรียวและใช้เส้นตอก
สานต่อให้ได้ตามความต้องการตามขนาด เมื่อได้ขนาด
ตามต้องการให้สานพับขอบของหวดนึ่งข้าวไม้ไผ่ไม่บาด
มือขณะใช้งาน
2.4 สามารถสาน หรือดัดแปรงหวดนึ่งข้าวไม้ไผ่ได้
หลากหลายลวดลายตามความถนัด หรือตอ้ งการ
3. วิทยากรให้คำปรึกษา/แนะนำขั้นตอนการทำให้กับ
ผู้เรยี น
4. วิทยากรอธิบายขั้นตอนการดูแลรักษา
4
1. วิทยากรบรรยายการบริหารจัดการและการตลาดการ
จักสานไม้ไผ่
1.1 การวางแผนการผลิต พิจารณา เงินทุน แรงงาน
วตั ถดุ ิบ และการจดั การ
1.2 การวางแผนการจำหน่าย ประกอบด้วย การจัด
จำหน่าย ช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการ
จำหน่าย
34
วนั /เดอื น/ปี เวลา กระบวนการจัดการเรียนรู้ หมายเหตุ
2.3 การกำหนดราคาขาย ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ใน
การกำหนดราคาขาย การคิดราคาตน้ ทุน
2.4 การทำบญั ชีรายรับ – รายจา่ ย ประกอบดว้ ย
ประโยชน์ของการทำบัญชีรายรับ-รายจา่ ย หลักการ
จดั ทำบัญชีรายรบั - รายจ่าย
2.5 การค้าออนไลน์ ประกอบด้วย E-Commerce
ประโยชนข์ อง E-commerce
1. วิทยากรและผู้เรียนร่วมกนั แลกเปล่ยี นเรียนรู้ เรื่อง 1 ชั่วโมง
คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ หัวเรือ่ ง
ความหมายและความสำคญั ของคณุ ธรรม จริยธรรมใน
การประกอบอาชีพ และศึกษาเพิม่ เตมิ จากใบความรทู้ ี่ 7
เรือ่ ง คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ 7.
วิทยากรและผู้เรียนรว่ มกนั แลกเปล่ียนเรียนรู้ เรื่อง
คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ หัวเรือ่ ง
คุณธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชีพ
- ความขยนั
- ความอดทน
- ความซื่อสตั ย์
ลงชื่อ.................................................วิทยากร
(..........................................)
วันที่......../............../...........
หมายเหตุ สถานศึกษาสามารถปรบั เปล่ยี นได้ตามความเหมาะสม
35
คณะผูจ้ ดั ทำ
ที่ปรึกษา
นางมีนา กิติชานนท์ ผู้อำนวยการสำนกั งาน กศน. จังหวัดพะเยา
นางอัญชลี ธรรมะวิธกี ุล ศึกษานิเทศก์เชย่ี วชาญ สำนกั งาน กศน.
นายถนอม โยวงั ผอู้ ำนวยการ กศน. อำเภอดอกคำใต้
คณะกรรมการสถานศึกษา กศน. อำเภอดอกคำใต้
ผูจ้ ัดทำ
นายถนอม โยวัง ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอดอกคำใต้
นางอารยี า ไชยชนะ ครผู ู้ช่วย
นางสาวอรุณศรี นามสาร ครอู าสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน
นางสนธยา กาศสนกุ ครูอาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน
นางวนั ทนา โยวงั ครู กศน. ตำบล
นางสาวละอองดาว วรรณสมพร ครู กศน. ตำบล
นางสาวภคั นันท์ ปัญโญ ครู กศน. ตำบล
นางสาวสุวิมล สมวงค์ ครู กศน. ตำบล
นายมงคล แก้วเทพ ครู กศน. ตำบล
นางสาวนันทนา ใจสมคั ร ครู กศน. ตำบล
นางสาวอญั ชลี วรรณชยั ครู กศน. ตำบล
นายกฤษกร พรหมมา ครู กศน. ตำบล
นางสาวกนกกาญจน์ บตุ รดี ครู กศน. ตำบล
นางสาวดวงดาว อุปพรรณ์ ครู กศน. ตำบล
นางสาวมัธยา วนั เปีย้ ครู กศน. ตำบล
นายคมสัน แปงศรี ครผู ู้สอนคนพิการ
นางสาวเพชรรัตน์ ใชสงคราม บรรณารกั ษ์
นางสาวปิยากร ปักษา นักวิชาการศึกษา
บรรณาธิการ
นางวนั ทนา โยวงั ครู กศน.ตำบล
นางสาวเพชรรัตน์ ใชสงคราม บรรณารักษ์
ผรู้ ับผดิ ชอบ ครูอาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน
นางสาวอรุณศรี นามสาร
36