The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจราจรทางบก เช่น พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book30 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจราจรทางบก เช่น พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535

วชิ า จร. (TC) ๒๒๖๐๒

กฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับงานจราจร

ตาํ ÃÒàÃÂÕ ¹

ËÅÑ¡ÊμÙ Ã ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¹ÒÂÊºÔ ตําÃǨ

ÇªÔ Ò ¨Ã. (TC) òòöðò ¡®ËÁÒ·àÕè ¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡Ñº§Ò¹¨ÃÒ¨Ã

เอกสารน้ี “໹š ¤ÇÒÁÅѺ¢Í§·Ò§ÃÒª¡ÒÔ หา มมใิ หผูหน่งึ ผูใ ดเผยแพร คดั ลอก ถอดความ
หรอื แปลสว นหนง่ึ สว นใด หรอื ทง้ั หมดของเอกสารนเ้ี พอ่ื การอยา งอน่ื นอกจาก “à¾Íè× ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒͺÃÁ”
ของขาราชการตํารวจเทานั้น การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนท่ีไมมีอํานาจหนาที่จะมีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา

¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ¾ÃÇ.¨Èá.òË‹§õªöÒñμÔ

1

คํานาํ

หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย
เพ่ือเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ
ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ
ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี
จติ สาํ นึกในการใหบ รกิ ารเพ่อื บาํ บดั ทุกขบาํ รงุ สขุ ของประชาชนเปนสําคัญ

กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ
ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙
และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน
หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซง่ึ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ
ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ
การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย
และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม
ความตอ งการอยา งแทจ รงิ และมีความพรอ มในการเขา สูประชาคมอาเซียน

ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ท่ีไดรวมกันระดมความคิด
ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู
ที่เปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี
ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางยิ่งวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน
การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเ ปนคมู อื การปฏบิ ัตงิ าน
ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา
และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอยา งแทจรงิ

พลตํารวจโท ( รอย อิงคไพโรจน )
ผูบ ญั ชาการศึกษา

1

ÊÒúÑÞ Ë¹ÒŒ

ÇÔªÒ ¡®ËÁÒ·àÕè ¡ÂèÕ Ç¢ŒÍ§¡ºÑ §Ò¹¨ÃҨà ñ
õ
º··Õè ๑ º·นํา ôó
º··Õè ò öáÅÐãºÍ¹ÞØ Òμ¢ÑºÃ¶ ๔๓
º··èÕ ó á¹Ç·Ò§»¯ºÔ μÑ ãÔ ¹¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒ¨ÃÒ¨Ã
๖๔
๓.๑ การแจง ขอ กลา วหา และการออกใบสั่งจราจร ๘๖
๓.๒ มาตรการเพ่ิมประสิทธภิ าพการบังคับใชกฎหมายวาดว ยการจราจร ø÷
๘๗
ตามคําสั่งหัวหนาคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ท่ี ๑๔/๒๕๖๐ ๙๓
วนั ที่ ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๐ ๑๑๕
๓.๓ สรุปแนวทางการปฏิบัตคิ วามผดิ กฎหมายจราจร ññù
º··èÕ ô ¡Òú§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒÂà¾×èÍ¡ÒûÅÍ´ÀÂÑ ·Ò§¶¹¹ ๑๑๙
๔.๑ ความเขา ใจเบ้อื งตน เกยี่ วกบั อบุ ตั เิ หตุทางถนน ๑๖๕
๔.๒ การบงั คับใชก ฎหมายเพื่อความปลอดภัยทางถนน ๑๗๕
๔.๓ การบงั คบั ใชก ฎหมายท่ีเกย่ี วขอ งกับความเร็ว ๑๘๑
º··èÕ õ °Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¡®ËÁÒ·èÕà¡ÂèÕ Ç¢ŒÍ§¡Ñº¡Òû¯ºÔ μÑ ËÔ ¹ÒŒ ·Õè¨ÃҨà ๑๘๖
๕.๑ พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
๕.๒ พระราชบัญญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒
๕.๓ พระราชบญั ญตั ิขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
๕.๔ กฎหมายอ่นื ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ ง
ºÃóҹءÃÁ

1

ÇÔªÒ ¨Ã. (TC) òòöðò
¡®ËÁÒ·èàÕ ¡ÕÂè Ç¢ŒÍ§¡ºÑ §Ò¹¨ÃÒ¨Ã

¤³Ð¼Ù¨Œ Ñ´ทาํ

ñ. ¾Å.μ.·.ÃÍ ÍÔ§¤ä¾â蹏 ¼ºª.È. ·èÕ»ÃÖ¡ÉÒ
ò. ¾Å.μ.μ.ÈáÄɳ á¡ŒÇ¼Å¡Ö Ãͧ ¼ºª.È. ·»èÕ Ã¡Ö ÉÒ
ó. ¾.μ.Í.ËÞÔ§ ¨¹Ô ´Ò ¡ÅѺ¡ÅÒ ÍÒ¨ÒÏ (ʺ õ) ¡Í¨.ºª.È.
ô. ¾.μ.·.à¡ÂÕ ÃμÈÔ ¡Ñ ´Ôì ÁμÔ Ã»ÃÒÊÒ· Ãͧ ¼¡¡.». ÊÀ.à¢ÁÃÒ° ¨Ç.꼯 ÅÃÒª¸Ò¹Õ
õ. ¾.μ.·.ÊÃ䏪Ѡ⾸ÊÔ ØÇÃó ÍÒ¨ÒÏ (ʺ ó) ÃÃ.¹Ãμ.
ö. Ã.μ.Í.àÊ¡ÊÃÃ μ¹ªÑÂÀÁÙ Ô ÍÒ¨ÒÏ (ʺ ñ) ¡Í¨.ȽÃ.À.ô
÷. Ã.μ.Í.ÊÁÃѡɏ ÊØμÃÐ ÍÒ¨ÒÏ (ʺ ñ) ¡Í¨.ȽÃ.À.ø
ø. Ã.μ.·.¾Ù¹ ·ÈÑ ¹Ð ÍÒ¨ÒÏ (ʺ ñ) ¡Í¨.ȽÃ.À.ñ

1



º··Õè ñ

º·นํา

กฎหมายท่ีมีอยูทั่วไปน้ัน เปนกลไกการบริหารประเทศของรัฐท่ีสรางข้ึน เพ่ือรักษา
ความสงบเรียบรอยของบานเมือง โดยควบคุมพฤติกรรมของประชาชนใหเปนไปในทางเดียวกัน
การฝา ฝน กฎหมายยอ มมบี ทลงโทษ กฎจราจรเปน กฎหมายเพอ่ื ความปลอดภยั ทบ่ี ญั ญตั ขิ น้ึ เพอ่ื ควบคมุ
ผูใชรถ ใชถนน ใหถือปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน จุดมุงหมายสําคัญในการบังคับใชกฎหมายจราจร
ก็เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ปุระชัย เปยมสมบูรณ (๒๕๒๖) กลาววา
ในการบังคับใชกฎหมายจราจร เปนเพียงการขมขวัญ ผูละเมิด หรือผูมีแนวโนมจะละเมิดกฎหมาย
หรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจร แนวทางสําหรับการบังคับใชกฎหมายจราจรของเจาหนาที่ตํารวจ
ระดบั ปฏบิ ตั ิ จึงควรครอบคลุมสาระสาํ คัญ ดงั ตอไปน้ี

๑. การใชด ลุ ยพนิ จิ ของตาํ รวจ เจา หนา ทต่ี าํ รวจไมค วรเครง ครดั ในการบงั คบั ใชก ฎหมาย
จราจรในลกั ษณะตคี วามตามตวั อกั ษร หมายความวา ในการบงั คบั ใชก ฎหมายจราจร เจา หนา ทตี่ าํ รวจ
ควรผอนปรนโดยตระหนักถึงโอกาสความผิดพลาด คลาดเคลื่อน ทั้งที่เกี่ยวของกับมนุษยและหรือ
เครื่องยนตกลไกท่ีอาจเกิดขึ้น นักบริหารงานตํารวจควรกําหนดนโยบายเพ่ือยอมรับการใชดุลยพินิจ
ของเจา หนา ทตี่ ํารวจผปู ฏิบัตกิ ารในระดับและขอบเขตทเ่ี หมาะสม ซึง่ เปนเจตนารมณของกฎหมาย

๒. การวากลาวตักเตือน ซ่ึงเปนมาตรการจําเปนอันหนึ่งในการบังคับใชกฎหมาย
แตอยา งไรก็ดี มาตรการนย้ี อมคลายความศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ หากใชก นั พราํ่ เพร่อื โดยไมค ํานึงถึงสถานการณ

๓. การจบั ผลู ะเมดิ กฎหมายโดยไมไ ดต งั้ ใจ การบงั คบั ใชก ฎหมายจราจรควรมจี ดุ มงุ หมาย
เพ่ือการขมขวัญ ยับย้ังและเพ่ือใหการศึกษาแกผูละเมิดกฎหมายมิใชเพ่ือจุดมุงหมายอื่น ดังน้ัน
นกั บรหิ ารงานตาํ รวจจงึ มนี โยบายทแี่ นน อนในการหลกี เลย่ี งการจบั ผดิ ผลู ะเมดิ กฎหมายโดยไมไ ดต ง้ั ใจ
เพราะนอกจากจะไมกอใหเกิดผลดีตอการควบคุมการจราจรแลวยังสรางความเกลียดชังตอเจาหนาท่ี
ตํารวจอีกดวย

๔. การเลอื กบงั คบั ใชก ฎหมายซง่ึ นบั วา เปน ความจาํ เปน ทห่ี ลกี เลย่ี งไมไ ด เพราะหนว ยงาน
ตาํ รวจ ไมม อี ตั รากาํ ลงั เพยี งพอทจี่ ะบงั คบั ใชก ฎหมายทกุ บททกุ มาตราทวั่ ทกุ มมุ เมอื ง ตลอด ๒๔ ชวั่ โมง
การเลอื กบงั คบั ใชก ฎหมายจราจรทเี่ หมาะสมตอ งอาศยั ขอ มลู และการวางแผนโดยอาศยั ผลการวเิ คราะห
เพอ่ื จดั วางกาํ ลงั ตาํ รวจอยา งเหมาะสม รวมทง้ั กาํ หนดการแกไ ขสาเหตขุ องความไมค ลอ งตวั ในการจราจร
และสาเหตุของการเกิดอบุ ตั ิเหตจุ ราจร

ในการบังคับใชกฎหมายในปจจุบันตํารวจจราจรมักจะถูกกลาวหาในเร่ืองไมมีความ
เปนธรรม จับกุมโดยไมมีความรู กล่ันแกลงจับกุม การทํายอดเรียกผลประโยชน เปนตน ดังน้ัน
การปฏบิ ตั ขิ องตาํ รวจจราจรตอ งปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี กยี่ วกบั การบงั คบั ใชก ฎหมายใหม คี วามโปรง ใสและเปน ธรรม
โดยตอ งมหี ลกั ๓ ศ. ไดแก ศาสตร ศิลป และศลี ธรรม ศาสตร หมายถงึ ระบบวิชาความรู ในบทบาท



อาํ นาจและหนา ทขี่ องตนเอง สว นศลิ ป ในทน่ี หี้ มายถงึ ฝม อื ในการจดั การทใี่ หค วามสนใจปจ จยั ทางดา น
สงั คม อารมณแ ละความรสู กึ มาเปน องคป ระกอบในการตดั สนิ ใจดว ย การทาํ งานหรอื การแกป ญ หาตา ง ๆ
จะใชแตศาสตร (วชิ าความรู) อยางเดยี วไมพอกค็ งตอ งใชท ้ังศาสตรแ ละศิลปใ นการทํางาน ศิลปใ นการ
ทํางาน คือ การรูจักนําศาสตรความรูมาใชใหเกิดประโยชนเปนท่ีพอใจของประชาชน และประการ
สดุ ทายทสี่ าํ คญั ทสี่ ุด คอื ศลี ธรรม ตามจริยธรรมและจรรยาบรรณของผปู ฏบิ ัติหนาทจ่ี ราจร กฎหมาย
ทเ่ี กี่ยวขอ งกบั การปฏบิ ตั ิหนาท่ีดา นการจราจร มจี าํ นวนมากหลายฉบบั ดวยกนั การบรู ณาการความรู
ในการบังคับใชกฎหมายกับผูกระทําผิดกฎหมายจราจร จึงตองอาศัยความรูจากกฎหมายหลายๆ
เรื่องดว ยกัน

¡®ËÁÒ·Õèà¡ÂèÕ Ç¢ÍŒ §¡Ñº§Ò¹´ŒÒ¹¡ÒèÃҨ÷ÕÁè ¼Õ Åº§Ñ ¤ÑºãªãŒ ¹»˜¨¨ØºÑ¹
ปจ จบุ ันมีกฎหมายท่ีเกี่ยวขอ งกับงานดานการจราจรหลายฉบับท่ีสาํ คัญ ๆ มดี งั น้ี
๑) พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนกฎหมายท่ีมีหลักการเก่ียวกับรถ
การใชร ถใชถ นนและการจราจร จึงใชบังคบั กับเจาของรถ ผขู บั ข่ี คนเดินเทา และผูใ ชรถใชถนนทกุ คน
โดยไดบ ญั ญตั เิ กย่ี วกบั ลกั ษณะของรถทใี่ ชใ นทาง การใชไ ฟหรอื เสยี งสญั ญาณของรถ การบรรทกุ สญั ญาณ
จราจรและเครื่องหมายจราจร การใชทางเดินรถ และไดกําหนดรายละเอียดในการขับรถ การขับแซง
และผา นขน้ึ หนา การออกรถ การเลีย้ วรถ และการกลับรถ ฯลฯ นอกจากนยี้ ังไดก ําหนดอํานาจหนาที่
ของเจาพนักงานจราจรและพนกั งานเจา หนา ทใี่ นการควบคุม ดแู ล และการจัดการจราจร
๒) พระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เปน กฎหมายทต่ี ราขนึ้ โดยมเี จตนารมณ
เพอื่ จดั ระเบยี บและควบคมุ กาํ กบั ดแู ลการขนสง ทางถนน ใหม คี วามสะดวก รวดเรว็ ปลอดภยั ประหยดั
เปนธรรม และเกิดความคุมคาทางเศรษฐกจิ โดยมคี ณะกรรมการนโยบายการขนสง ทางบก ทาํ หนาท่ี
กาํ หนดนโยบายและมาตรการดา นการขนสง และมคี ณะกรรมการควบคมุ ขนสง ทางบกทาํ หนา ทก่ี าํ หนด
รายละเอยี ดเกยี่ วกบั การขนสง ใหเ ปน มาตรฐาน นอกจากนี้ กฎหมายยงั ไดก าํ หนดลกั ษณะการประกอบ
การขนสง การชดใชคาเสียหายท่ีเกิดจากการขนสง การรับจัดการขนสง มีบทบัญญัติรถ ผูประจํารถ
ผูโดยสารตลอดจนสถานขี นสง
๓) พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนกฎหมายท่ีตราข้ึนโดยมีเจตนารมณ
เพื่อควบคุมการจดทะเบียนรถและการเสียภาษีประจําป โดยมีการกําหนดประเภทและลักษณะของ
รถยนตท สี่ ามารถใชว ง่ิ บนทาง ตลอดจนใบอนญุ าตขบั ขเ่ี พอื่ ใหเ กดิ ความปลอดภยั ในการใชท างรว มกนั
๔) พระราชบัญญตั ิทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ เปน กฎหมายทตี่ ราขึน้ เพอื่ บังคับกบั กจิ การ
หรือกระทําใด ๆ ท่ีเกี่ยวของบนทางหลวง โดยกําหนดประเภทของทางหลวง การกํากับตรวจตรา
และควบคมุ ทางหลวง และงานทาง ตลอดจนการควบคมุ การรกั ษา การขยายและสงวนเขตทางหลวง
และทางหลวงพิเศษ ทง้ั น้ี เพ่ือใหส ภาพการใชท างหลวงเกิดความสะดวก ฯลฯ
๕) กฎหมายอนื่ ๆ เชน กฎหมายขององคก รสว นทอ งถน่ิ พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองประกนั ภยั
จากรถ เปน ตน



การกระทําความผิดกฎหมายเก่ียวกับการจราจรเปนการกระทําผิดที่มีโทษทางอาญา
ประเภท Mala Prohibita ซ่ึงหมายถงึ การกระทําผดิ ท่ีกฎหมายไดบญั ญัติไววา เปน ความผิด กลาวคอื
การกระทํานั้น ๆ ไมไดเปนความชั่วหรืออาชญากรรมดวยตัวของมันเองแตอยางใด อยางไรก็ตาม
เม่ือกฎหมายบัญญัติความผิดเก่ียวกับการจราจร ผูบังคับใชกฎหมายก็จะตองบังคับใชกฎหมาย
อยา งเสมอภาคและเปน ธรรมตอ ทกุ คน ดงั นัน้ ผูบ ังคับใชกฎหมายทกุ ฝายจะตองมคี วามรู ความเขาใจ
ในกฎหมายทเ่ี ก่ยี วกบั การจราจรเปน อยา งดี

â·ÉáÅÐÁÒμáÒú§Ñ ¤ºÑ μÒÁ¡®ËÁÒ·Õèà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ºÑ §Ò¹´ŒÒ¹¡ÒèÃÒ¨Ã
กฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ งกบั งานดา นการจราจรประกอบดว ยพระราชบญั ญตั หิ ลายฉบบั ดว ยกนั
ในพระราชบญั ญตั แิ ตล ะฉบบั ตา งกไ็ ดบ ญั ญตั ถิ งึ โทษและสภาพบงั คบั ทคี่ ลา ยคลงึ กนั ซง่ึ ไดแ ก โทษจาํ คกุ
โทษปรบั และมาตรการบังคับทางปกครอง ดังนี้
๑) โทษจาํ คกุ หมายถงึ การนาํ ตวั ผกู ระทาํ ผดิ ซง่ึ ศาลพพิ ากษาลงโทษจาํ คกุ ไปควบคมุ ตวั
ในเรอื นจาํ หรอื ทณั ฑสถาน การลงโทษจาํ คกุ ไมว า จะเปน การจาํ คกุ ตลอดชวี ติ หรอื การจาํ คกุ ทมี่ กี าํ หนด
เวลาก็ตาม เปนมาตรการการลงทัณฑที่ทําใหผูไดรับโทษขาดเสรีภาพซึ่งนิยมใชกันอยางแพรหลาย
ในการลงโทษผูกระทําผิด ท้ังนี้โทษจําคุกจะทําใหผูตองโทษสํานึกในการกระทํา ซ่ึงมีลักษณะทั้ง
การแกแคน การยบั ยงั้ การปองกนั และการแกไขผกู ระทาํ ความผิด เปนตน แมวา ในปจจบุ นั จะไดมกี าร
ปรบั ปรงุ ใหม คี วามกา วหนา ทงั้ ในดา นสถานท่ี การจดั ระบบในการปกครอง การฝก อบรม การใหก ารศกึ ษา
การใหก ารรกั ษาพยาบาล โดยมงุ แกไ ขความประพฤตขิ องผกู ระทาํ ผดิ ใหไ ดป รบั ตวั เปน คนดกี ต็ าม แตโ ดย
ลกั ษณะของโทษจาํ คกุ แลว ไมเ หมาะกบั ผกู ระทาํ ความผดิ เลก็ ๆ นอ ย ๆ ซง่ึ การเขา ไปอยรู ว มกบั ผกู ระทาํ
ผิดอื่น อาจทําใหไดรับผลรายจากการจําคุกได เชน มีพฤติกรรมการเลียนแบบของผูถูกจําคุกรายอื่น
หรอื ไดร บั การแนะนาํ จากผถู กู จาํ คกุ ไปในทางทผ่ี ดิ การลงโทษสาํ หรบั ผฝู า ฝน กฎหมายจราจรในปจ จบุ นั
แมก ฎหมายจะกาํ หนดโทษจําคุกไวใ นความผดิ บางมาตรากต็ าม แตศาลมักไมใ ชโทษจําคกุ แกผกู ระทาํ
ความผดิ กฎหมายจราจร ดวยเหตผุ ลดงั กลาว
๒) โทษปรับ เปนโทษที่ใชสําหรับกรณีความผิดเล็กนอย โดยผูกระทําความผิดจะตอง
ชําระเงินตามจํานวนที่กําหนดไวในคําพิพากษาของศาล หรือตามที่เจาพนักงานเปรียบเทียบปรับ
โทษปรับเปนโทษที่ใชกันมาก นอกจากจะเปนการลงโทษเพ่ือมิใหผูถูกลงโทษกระทําความผิดน้ันอีก
และใหผ อู นื่ เหน็ เปน ตวั อยา งและเกดิ ความเกรงกลวั ไมก ลา กระทาํ ผดิ เชน นนั้ ในภายหนา อกี และนอกจากนี้
การลงโทษปรบั เงนิ คาปรับยงั เปนรายไดของรฐั อีกดว ย
จากการท่ีไดศึกษามาตรการลงโทษตอผูกระทําผิดกฎหมายท่ีเก่ียวของกับงานดานการ
จราจร โดยสวนใหญจะเปนโทษปรับมากกวาโทษจําคุก ดวยเหตุผลท่ีเปนที่ยอมรับในนานาประเทศ
มาเปนเวลานานแลววา การกระทําความผิดทางอาญาในคดีเล็กนอยท่ีผูกระทําผิดไมควรจะตอง
รับโทษถึงจําคกุ โทษปรับเปนการลงโทษในทางทรัพยสินท่ีดที ่สี ดุ ทางหนึ่ง และจะหลกี เลย่ี งการลงโทษ
จาํ คกุ ระยะสน้ั ซงึ่ ไมม ีประโยชนต อ ตัวผกู ระทําผิดไมว ากรณใี ด



๓) มาตรการทางปกครอง ไดแ ก การยดึ ใบอนญุ าตขบั ขี่ การสงั่ พกั การใชใ บอนญุ าต หรอื
การสง่ั เพกิ ถอนใบอนุญาตขับขขี่ องผกู ระทาํ ผิด โดยเจา พนักงานหรือโดยคําพพิ ากษาของศาล แลวแต
กรณี ซงึ่ มจี ดุ ประสงคเ พอื่ ลงโทษ และเปน สภาพบงั คบั เพอ่ื ใหเ กดิ ความปลอดภยั โดยการทาํ ใหไ มม สี ทิ ธิ
ในการใชร ถ



º··Õè ò

öáÅÐãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ Ã¶

ËÑÇ¢ŒÍสํา¤ÑÞ·èÕ¼ÙŒºÑ§¤ÑºãªŒ¡®ËÁÒÂà¡ÕèÂǡѺ¡ÒèÃҨ÷ء¤¹¨ÐμŒÍ§ÁÕ¤ÇÒÁÃÙŒáÅÐࢌÒã¨
㹡®ËÁÒ·Õàè ¡èÕÂǢ͌ §à»š¹ÍÂÒ‹ §´Õ 䴌ᡋ

ñ. ö
เรือ่ งของ “ö” กฎหมายทเ่ี กยี่ วกับการจราจรไดใ หความหมายไว ดังน้ี
ก. พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ (มาตรา ๔ (๑๕ - ๒๖)) “รถ” หมายความวา

ยานพาหนะทางบกทกุ ชนิด เวนแต รถไฟ และรถราง (ชนิดของรถ ยังแยกออกเปน ชนิดตาง ๆ อกี เชน
รถยนต รถจกั รยานยนต รถจกั รยาน รถฉกุ เฉนิ รถบรรทกุ รถบรรทกุ คนโดยสาร รถโรงเรยี น รถโดยสาร
ประจําทาง รถแทก็ ซ่ี รถลากจูง รถพว ง ซ่งึ มีหมายความหรอื คําจาํ กดั ความตางกนั ไป

ข. พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ “รถ” หมายความวา รถยนต รถจักรยานยนต
รถพวง รถบดถนน รถแทรกเตอร และรถอ่ืนตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง (รถยนต รถยนตส าธารณะ
รถยนตบ รกิ าร รถยนตส ว นบคุ คล รถจกั รยานยนต รถพว ง รถบดถนน รถแทรกแตอร กม็ คี าํ จาํ กดั ความ
ตา งกนั ออกไปอกี )

ค. พ.ร.บ.การขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “รถ” หมายความวา ยานพาหนะทกุ ชนดิ
ทใ่ี ชใ นการขนสง ทางบก ซงึ่ เดนิ ดว ยกาํ ลงั เครอ่ื งยนต กาํ ลงั ไฟฟา หรอื พลงั งานอนื่ และหมายความรวม
ตลอดถึงรถพว งของรถนนั้ ดวย ทง้ั น้ี เวน แตร ถไฟ

¢ŒÍÊѧà¡μ คําวา “รถ” ตามหมายความของกฎหมายแตละฉบับน้ันมีความหมาย
ไมเหมอื นกนั

ปจจุบันลักษณะของรถ เครื่องอุปกรณและสวนควบของรถ ถูกกําหนดไวตาม
พระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก สาํ หรบั ผบู งั คบั ใชก ฎหมาย
เมื่อพบเห็น “รถ” อันดับแรก ควรพิจารณาใหไดวา เปนรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต
พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือตามพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยพิจารณาจากลักษณะรถ
และปา ยทะเบยี น หลงั จากนนั้ ตอ งพจิ ารณาวา คนขบั รถมใี บอนญุ าตขบั รถถกู ตอ งตามประเภทรถหรอื ไม
มกี ารใชร ถตรงตามประเภททจ่ี ดทะเบยี นไวห รอื ไม และพจิ ารณาวา รถคนั ดงั กลา วนนั้ ดาํ เนนิ การถกู ตอ ง
ตามทก่ี ฎหมายกําหนดไวหรอื ไม เชน การจดทะเบยี น การเสยี ภาษปี ระจาํ ป และการมีเครอ่ื งอุปกรณ
สวนควบครบถูกตองตามกฎหมาย หรือเปนรถท่ีไดรับการยกเวนตามขอกฎหมายหรือไม (พ.ร.บ.
รถยนตฯ มาตรา ๘, ๙)



ñ.ñ “ö” μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔÃ¶Â¹μ ¾.È. òõòò
รถตามพระราชบญั ญตั ริ ถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ สามารถแบง ตามลกั ษณะและการ

ใชง านของรถไดเปนประเภท ดังน้ี
๑. รถยนตน ่งั สวนบุคคลไมเกนิ ๗ คน (รย. ๑)
๒. รถยนตน ่ังสวนบคุ คลเกนิ ๗ คน (รย. ๒)
๓. รถยนตบรรทุกสวนบุคคล (รย. ๓)
๔. รถยนตส ามลอสว นบุคคล (รย. ๔)
๕. รถยนตรบั จางระหวา งจังหวดั (รย. ๕)
๖. รถยนตร ับจางคนโดยสารไมเ กิน ๗ คน (รย. ๖)
๗. รถยนตส่ลี อเล็กรับจา ง (รย. ๗)
๘. รถยนตร บั จา งสามลอ (รย. ๘)
๙. รถยนตบ รกิ ารธรุ กิจ (รย. ๙)
๑๐. รถยนตบ รกิ ารทศั นาจร (รย. ๑๐)
๑๑. รถยนตบริการใหเชา (รย. ๑๑)
๑๒. รถจกั รยานยนต (รย. ๑๒)
๑๓. รถแทรกเตอร (รย. ๑๓)
๑๔. รถบดถนน (รย. ๑๔)
๑๕. รถใชงานเกษตรกรรม (รย. ๑๕)
๑๖. รถพว ง (รย. ๑๖)
๑๗. รถจักรยานยนตสาธารณะ (รย. ๑๗)



ÀÒ¾ÅѡɳТͧöáμÅ‹ лÃÐàÀ·μÒÁ ¾.Ã.º.Ã¶Â¹μ ¾.È. òõòò
ñ. Ã¶Â¹μ¹ ѧè ÊÇ‹ ¹º¤Ø ¤ÅäÁà‹ ¡¹Ô ÷ ¤¹ (ÃÂ. ñ)

๑.๑ เกงตอนเดยี ว ๑.๒ เกงสองตอน ๑.๓ เกงสองตอนแวน

๑.๔ เกงสามตอน ๑.๕ เกงสามตอนแวน ๑.๖ น่งั สองตอน

๑.๗ น่ังสองตอนแวน ๑.๘ นงั่ สามตอน ๑.๙ นั่งสามตอนแวน

๑.๑๐ นัง่ สองแถว ๑.๑๑ นง่ั สองตอนสองแถว ๑.๑๒ นง่ั สองตอนทา ยบรรทกุ

๑.๑๓ ประทนุ ตอนเดียว ๑.๑๔ ประทุนสองตอน ๑.๑๕ ตูนง่ั สามตอน
๑.๑๖ รถเฉพาะกิจ

รถเฉพาะกจิ (มอเตอรโฮม) รถเฉพาะกิจ (ถา ยทอดสญั ญาณ) รถเฉพาะกิจ (พยาบาล)
๑.๑๗ รถลักษณะอน่ื



ò. Ã¶Â¹μ¹ è§Ñ ʋǹºØ¤¤Åà¡Ô¹ ÷ ¤¹ (ÃÂ. ò)

๒.๑ เกง สามตอน ๒.๒ เกง สามตอนแวน ๒.๓ เกงสามตอน

๒.๔ นัง่ สามตอนแวน ๒.๕ นงั่ สองตอนสองแถว ๒.๖ นัง่ สองแถว

๒.๗ ตูน ัง่ สามตอน ๒.๘ ตนู ่ังสต่ี อน
๒.๙ รถเฉพาะกิจ

รถเฉพาะกิจ (ตูพ ยาบาล) รถเฉพาะกิจ (มอเตอรโ ฮม)
๒.๑๐ รถลกั ษณะอื่น



ó. Ã¶Â¹μºÃ÷¡Ø ʋǹº¤Ø ¤Å (ÃÂ. ó)

๓.๑ เกงทึบบรรทุก ๓.๒ กระบะบรรทกุ พน้ื เรยี บ ๓.๓ กระบะบรรทกุ (ไมม หี ลงั คา)

๓.๔ กระบะบรรทกุ ๓.๕ กระบะบรรทกุ ๓.๖ กระบะบรรทุก
(มีหลังคา) (เสรมิ กระบะขา ง) (มหี ลงั คาฝาปด ดา นขา ง-ทา ย)

๓.๗ ตูบรรทุก ๓.๘ รถดบั เพลงิ
๓.๙ รถเฉพาะกิจ

รถเฉพาะกจิ (ขยะมลู ฝอย) รถเฉพาะกิจ (ขยะมูลฝอย) รถเฉพาะกจิ (คอนกรีต)

รถเฉพาะกจิ (นํา้ อดั ลม) รถเฉพาะกจิ (น้าํ ) รถเฉพาะกิจ (ซเี มนตผง)
๓.๑๐ รถลักษณะอ่ืน

๑๐

ô. ö¹μʏ ÒÁÅÍŒ ʋǹºØ¤¤Å (ÃÂ. ô)

๔.๑ ประทนุ สองตอน ๔.๒ ประทุนสามตอน ๔.๓ ประทุนสองแถว

๔.๔ กระบะบรรทุกพ้นื เรยี บ ๔.๕ กระบะบรรทุก (ไมม ีหลังคา) ๔.๖ กระบะบรรทกุ (มหี ลงั คา)

๔.๗ กระบะบรรทกุ ๔.๘ กระบะบรรทกุ ๔.๙ ตูบรรทุก
(เสริมกระบะขา ง) (มหี ลงั คาปด ดา นขา ง-ทาย)

๔.๑๐ ลกั ษณะอื่น

õ. ö¹μÃºÑ ¨ŒÒ§ÃÐËNjҧ¨§Ñ ËÇÑ´ (ÃÂ. õ)

๕.๑ เกงสองตอน ๕.๒ เกงสองตอนแวน ๕.๓ เกง สามตอน

๕.๔ เกง สองตอนแวน ๕.๕ นัง่ สองตอน ๕.๖ นัง่ สองตอนแวน

๕.๗ นง่ั สามตอน ๕.๘ น่งั สามตอนแวน

๑๑

ö. ö¹μÃºÑ ¨ŒÒ§ºÃ÷ء¤¹â´ÂÊÒÃäÁ‹à¡Ô¹ ÷ ¤¹ (ÃÂ. ö)

๖.๑ เกง สองตอน ๖.๒ เกงสองตอนแวน ๖.๓ เกง สามตอน

๖.๔ เกงสามตอนแวน ๖.๕ นง่ั สองตอน ๖.๖ นั่งสองตอนแวน

๖.๗ น่งั สามตอน ๖.๘ นง่ั สามตอนแวน

÷. ö¹μʏ ÅÕè ÍŒ àÅ¡ç ÃºÑ ¨ÒŒ § (ÃÂ. ÷)

น่งั สองตอน

ø. ö¹μÃºÑ ¨ÒŒ §ÊÒÁÅŒÍ (ÃÂ. ø)

๘.๑ ประทุนสองตอน ๘.๒ ประทุนสองแถว

๑๒

ù. Ã¶Â¹μº ÃÔ¡ÒøØÃ¡Ô¨ (ÃÂ. ù)

๙.๑ เกงสองตอน ๙.๒ เกง สองตอนแวน ๙.๓ เกง สามตอน

๙.๔ เกงสามตอนแวน ๙.๕ นง่ั สองตอน ๙.๖ นั่งสองตอนแวน

๙.๗ นง่ั สามตอน ๙.๘ นง่ั สามตอนแวน

ñð. Ã¶Â¹μº Ã¡Ô Ò÷ÑȹҨà (ÃÂ. ñð)

๑๐.๑ เกงสองตอน ๑๐.๒ เกงสองตอนแวน ๑๐.๓ เกง สามตอน

๑๐.๔ เกง สามตอนแวน ๑๐.๕ นั่งสองตอน ๑๐.๖ น่ังสองตอนแวน

๑๐.๗ น่งั สามตอน ๑๐.๘ นง่ั สามตอนแวน

๑๓

ññ. Ã¶Â¹μº Ã¡Ô ÒÃãËŒàªÒ‹ (ÃÂ. ññ)

๑๑.๑ เกง สองตอน ๑๑.๒ เกง สองตอนแวน ๑๑.๓ เกงสามตอน

๑๑.๔ เกง สามตอนแวน ๑๑.๕ นั่งสองตอน ๑๑.๖ น่งั สองตอนแวน

๑๑.๗ นง่ั สามตอน ๑๑.๘ นงั่ สามตอนแวน

ñò. ö¨Ñ¡ÃÂҹ¹μÊÇ‹ ¹ºØ¤¤Å (ÃÂ. ñò)

๑๒.๑ จักรยานยนต ๑๒.๒ จักรยานยนตพว งขาง (มีหรือไมม ีหลงั คา)

ñó. öá·Ã¡àμÍÏ (ÃÂ. ñó) กํา˹´ÅѡɳÐμÒÁ¡ÒÃ㪧Œ Ò¹

๑๓.๑ รถขดุ ตกั ๑๓.๒ รถแทรกเตอร ๑๓.๓ รถแทรกเตอรท ใี่ ชใ นการเกษตร

ñô. öº´¶¹¹ (ÃÂ. ñô) äÁμ‹ ÍŒ §กํา˹´ÅѡɳÐ

๑๔

ñõ. ö㪌§Ò¹à¡ÉμáÃÃÁ (ÃÂ. ñõ) äÁμ‹ ŒÍ§กํา˹´ÅѡɳÐ

ñö. ö¾‹Ç§ (ÃÂ. ñö) äÁ‹μÍŒ §กํา˹´Å¡Ñ ɳÐ

ñ÷. ö¨¡Ñ ÃÂҹ¹μʏ Ò¸ÒóР(ÃÂ. ñ÷) äÁ‹μŒÍ§กาํ ˹´ÅѡɳÐ

ที่มา : กรมการขนสง ทางบก
»Ò‡ ·ÐàºÂÕ ¹Ã¶ ตาม พ.ร.บ.รถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ ทะเบียนรถถอื เปน หลักฐานสําคญั
ในการระบุตัวตนของรถที่ถูกตองตามกฎหมาย และใชในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎหมายจงึ กาํ หนดใหต อ งมกี ารตดิ แผน ปา ยทะเบยี นรถไวใ นตาํ แหนง ทส่ี ามารถเหน็ ไดช ดั เจน และหา ม
เปลย่ี นแปลงหรอื นาํ วสั ดใุ ด ๆ มาปด บงั ทง้ั หมดหรอื บางสว น โดยในกรณแี ผน ปา ยทะเบยี นรถชาํ รดุ หรอื
ลบเลือน ตองมาย่ืนขอรับใหมโดยเร็ว มิฉะนั้นจะมีความผิด อยางไรก็ตามสําหรับปายทะเบียนท่ีถูก
กฎหมายนน้ั กรมการขนสง ทางบก ซงึ่ เปน ผคู วบคมุ ดแู ลรถตามกฎหมาย ๒ ฉบบั คอื พระราชบญั ญตั ริ ถยนต
พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบญั ญัตกิ ารขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กําหนดแผน ปา ยทะเบียนรถโดยแบง
ตามประเภทของรถ ดังนี้
แผน ปา ยทะเบยี นรถตามกฎหมายวา ดวยรถยนตมี ๑๗ ลักษณะ ดังนี้
๑. รถยนตนั่งสวนบคุ คลไมเ กิน ๗ คน ปา ยสขี าวอกั ษรดํา
๒. รถยนตน ัง่ สวนบคุ คลเกนิ ๗ คน ปายขาวอกั ษรฟา
๓. รถยนตบ รรทุกสวนบคุ คล ปายสีขาวอักษรสีเขยี ว
๔. รถยนตสามลอสวนบคุ คล ปายสีขาวอักษรสแี ดง
๕. รถยนตรับจา งระหวา งจังหวดั ปา ยสเี หลืองอักษรสแี ดง
๖. รถยนตร ับจา งบรรทุกคนโดยสารไมเ กนิ ๗ คน ปายสีเหลืองอักษรสดี ํา
๗. รถยนตส ี่ลอเล็กรับจาง ปา ยสเี หลอื งอกั ษรสีฟา
๘. รถยนตรบั จา งสามลอ ปายสีเหลอื งอักษรสเี ขียว
๙. รถยนตบรกิ ารธุรกิจ ปา ยสเี ขียวอกั ษรสขี าว

๑๕

๑๐. รถยนตบ รกิ ารทัศนาจร ปายสีเขียวอกั ษรสีขาว
๑๑. รถยนตบ ริการใหเชา ปา ยสเี ขยี วอักษรสขี าว
๑๒.รถจกั รยานยนต ปายสีขาวอักษรสีดาํ
๑๓.รถแทรกเตอร ปา ยสีแสดอกั ษรสดี าํ
๑๔.รถบดถนน ปา ยสีแสดอักษรสีดาํ
๑๕.รถใชง านเกษตรกรรม ปา ยสแี สดอักษรสดี าํ
๑๖. รถพว ง ปายสแี สดอักษรสีดาํ
๑๗.รถจกั รยานยนตรบั จาง ปา ยสเี หลืองอกั ษรสีดาํ

นอกจากน้ยี งั มปี ายแสดงเครอ่ื งหมายพิเศษอ่ืนๆ เชน

ปายแดง สําหรับติดรถเพอ่ื ขายหรอื เพ่ือซอม
ปา ยทะเบียนรถทูต ปายสีขาวอกั ษรสีดาํ
ปา ยทะเบยี นกราฟก สาํ หรบั เลขทะเบยี นทเี่ ปน ทต่ี อ งการหรอื เปน ทน่ี ยิ มทน่ี าํ ออกประมลู
พนื้ แผน ปา ยเปนรูปสถานทีส่ ําคญั หรือเอกลกั ษณแ ตล ะจงั หวัด ตวั อักษรสดี าํ

»ÃÐàÀ·Ã¶ Å¡Ñ É³Ð»‡Ò áÅÐÍμÑ ÃÒÀÒÉÕ สําหรับรถท่ีจดทะเบยี นตามกฎหมายวา ดวย
รถยนต มีดังตอไปนี้

๑. รถยนตนง่ั สวนบุคคลไมเกนิ ๗ คน (รย.๑)
ความยาวไมเ กนิ ๑๒.๐๐ เมตร ความกวา งไมเ กนิ
๒.๕๕ เมตร ความสูงไมเกิน ๔.๐๐ เมตร
กรณคี วามกวา งไมเ กนิ ๒.๓๐ เมตร สูงไดไมเกนิ
๓.๒๐ เมตร

ÍμÑ ÃÒÀÒÉÕ»ÃÐจํา»à‚ ¡çºμÒÁ CC ö

๒. รถยนตน ั่งสวนบคุ คลเกนิ ๗ คน (รย.๒)

ÍÑμÃÒÀÒÉ»Õ ÃÐจํา»‚ࡺç μÒÁนํ้า˹¡Ñ ö ความยาวไมเ กนิ ๑๒.๐๐ เมตร ความกวา งไมเ กนิ
๒.๕๕ เมตร ความสงู ไมเ กนิ ๔.๐๐ เมตร ความสงู
ภายในตองไมนอยกวา ๑.๖๐ เมตร เวนแต
รถนั้นมีความยาวตลอดชองทางเดินไมเกิน
๒ เมตร ความสงู ภายในจะนอ ยกวา ๑.๖๐ เมตร
ก็ได แตต อ งไมนอ ยกวา ๑.๒๐ เมตร
กรณกี วา งไมเ กนิ ๒.๓๐ เมตร สงู ไดไ มเ กนิ ๓.๒๐ เมตร

๑๖

๓. รถยนตบรรทกุ สวนบุคคล (รย. ๓)

อตั ราภาษปี ระจําปเ กบ็ ตามนา้ํ หนักรถ ความยาวไมเ กนิ ๑๒.๐๐ เมตร ความกวา งไมเ กนิ
๒.๕๕ เมตร ความสูงไมเ กิน ๔.๐๐ เมตร
กรณีกวางไมเกิน ๒.๓๐ เมตร สูงไดไมเกิน
๓.๐๐ เมตร

๔. รถยนตส ามลอ สวนบุคคล (รย. ๔)

ความกวางไมเกนิ ๑.๕๐ เมตร ความยาวไมเ กนิ
๔.๐๐ เมตร ความสงู ๒.๐๐ เมตร

อัตราภาษปี ระจาํ ปเ กบ็ ตาม CC
๕. รถยนตร ับจา งระหวางจงั หวดั (รย. ๕)
บรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคน ความกวาง
ไมเ กนิ ๒.๕๐ เมตร ยาวไมเ กนิ ๖ เมตร สงู ไมเ กนิ
๒ เมตร เคร่ืองยนตตองมีความจุกระบอกสูบ
เครอื่ งยนตไ มต าํ่ กวา ๑,๕๐๐ ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร

อตั ราภาษีประจําปเ ก็บตามน้าํ หนกั รถ

๖. รถยนตรับจา งบรรทุกคนโดยสารไมเกนิ ๗ คน (รย. ๖)

อัตราภาษปี ระจําปเ ก็บตามน้ําหนักรถ บรรทกุ คนโดยสารไมเ กนิ เจด็ คน ความกวา งไมเ กนิ
๒.๕๐ เมตร ยาวไมเ กนิ ๖ เมตร สงู ไมเ กนิ ๒ เมตร
เคร่ืองยนตตองมีความจุกระบอกสูบเคร่ืองยนต
ไมต ่ํากวา ๑,๕๐๐ ลกู บาศกเซนตเิ มตร
- กรณเี ปน รถแทก็ ซี่ท่ตี ดิ ตง้ั GPS (Taxi OK)
ตองมคี วามกวางไมน อ ยกวา ๑.๗๕ เมตร แตไ ม
เกิน ๒.๕๐ เมตร ยาวไมนอ ยกวา ๔.๕๐ เมตร
แตไ มเ กนิ ๖ เมตร สงู ไมเ กนิ ๒ เมตร และมกี าํ ลงั
ของเครอื่ งยนตหรอื มอเตอรไฟฟา ดังนี้

(๑) กรณใี ชเ ครอ่ื งยนต ตอ งมกี าํ ลงั เครอ่ื งยนต
ไมน อ ยกวา ๘๐ กโิ ลวตั ต

๑๗

(๒) กรณีใชเคร่ืองยนตและมอเตอรไฟฟา
ตองมกี าํ ลงั รวมไมน อ ยกวา ๘๐ กิโลวตั ต

(๓) กรณีใชมอเตอรไฟฟาตองมีกําลังพิกัด
ของม อเตอรไฟฟาไมนอยกวา ๑๕ กิโลวัตต
และส ามารถขับเคล่ือนรถใหมีความเร็วสูงสุด
ไมนอยกวา ๙๐ กม./ชม.
- กร ณีเปนรถ Taxi VIP ตองมีความกวาง
ไมนอยกวา ๑.๘๐ เมตร แตไ มเ กิน ๒.๕๐ เมตร
แตไ มเ กนิ ๖ เมตร สงู ไมเ กนิ ๒ เมตร และมกี าํ ลงั
ของเคร่ืองยนตหรอื มอเตอรไฟฟา ดงั น้ี

(๑) กรณใี ชเ ครอื่ งยนต ตอ งมกี าํ ลงั เครอื่ งยนต
ไมนอยกวา ๑๐๐ กโิ ลวตั ต

(๒) กรณีใชเคร่ืองยนตและมอเตอรไฟฟา
ตองมกี าํ ลังรวมไมน อ ยกวา ๑๐๐ กิโลวัตต

(๓) กรณใี ชม อเตอรไ ฟฟา ตอ งมกี าํ ลงั พกิ ดั ของ
มอเตอรไฟฟาไมน อยกวา ๑๐๐ กโิ ลวตั ต

๗. รถยนตสี่ลอ เลก็ รบั จาง (รย. ๗)

อัตราภาษปี ระจาํ ปเกบ็ ตามนํ้าหนกั รถ ความกวางไมเ กนิ ๑.๕๐ เมตร ความยาวไมเกิน
๔ เมตร ความสูงไมเกนิ ๒ เมตร ความสูงภายใน
ไมนอยกวา ๑.๒๐ เมตร เครื่องยนตมีความจุ
ในกระบอกสูบรวมกันไมเกิน ๘๐๐ ลูกบาศก
เซนตเิ มตร

๘. รถยนตร บั จางสามลอ (รย. ๘)

ความกวางไมเกิน ๑.๕๐ เมตร ความยาวไมเกนิ
๔ เมตร ความสงู ไมเ กิน ๒ เมตร ความสงู ภายใน
ไมนอยกวา ๑.๒๐ เมตร เครอ่ื งยนตม ีความจใุ น
กระบอกสบู รวมกนั ไมเ กนิ ๖๖๐ ลกู บาศกเ ซนตเิ มตร

อัตราภาษปี ระจาํ ปเก็บตามน้ําหนกั รถ

๑๘

๙. รถยนตบริการธรุ กจิ (รย. ๙)
ความกวางไมเกนิ ๒.๕๐ เมตร ความยาวไมเ กนิ
๖ เมตร ความสูงไมเกิน ๒ เมตร เครื่องยนต
ตองมีความจุกระบอกสูบเคร่ืองยนตไมตํ่ากวา
๑,๕๐๐ ลูกบาศกเ ซนตเิ มตร

อัตราภาษีประจาํ ปเก็บตามนา้ํ หนกั รถ
๑๐. รถยนตบ ริการทัศนาจร (รย. ๑๐)
ความกวา งไมเ กนิ ๒.๕๐ เมตร ความยาวไมเกนิ
๖ เมตร ความสงู ไมเ กนิ ๒ เมตร เครอื่ งยนตข นาด
ความจกุ ระบอกสูบเครอ่ื งยนตไ มต ํา่ กวา ๑,๕๐๐
ลกู บาศกเซนติเมตร

อตั ราภาษปี ระจาํ ปเก็บตามนํ้าหนกั รถ
๑๑. รถยนตบรกิ ารใหเ ชา (รย. ๑๑)
ความกวา งไมเกิน ๒.๕๐ เมตร ความยาวไมเกิน
๖ เมตร ความสูงไมเกิน ๒ เมตร เคร่ืองยนต
มีขนาดความจุกระบอกสูบเครื่องยนตไมตํ่ากวา
๑,๕๐๐ ลกู บาศกเ ซนติเมตร

อตั ราภาษปี ระจําปเ ก็บตามนาํ้ หนกั รถ
๑๒. รถจกั รยานยนตสว นบคุ คล (รย. ๑๒)
กวางไมเกิน ๑.๑๐ เมตร ความยาวไมเกิน
๒.๕๐ เมตร ความสูงไมเกิน ๒ เมตร กรณีท่ี
เครอื่ งยนตม คี วามจใุ นกระบอกสบู รวมกนั เกนิ กวา
๒๕๐ ลูกบาศกเซนติเมตร ใหมีความยาวได
ไมเกิน ๓ เมตร

อตั ราภาษเี ก็บเปน รายคัน คนั ละ ๑๐๐ บาท

๑๙

๑๓. รถแทรกเตอร (รย. ๑๓)
กวางไมเกิน ๒.๕๕ เมตร ความยาวไมเกิน
๑๒ เมตร ความสูงไมเกิน ๔ เมตร
กรณีที่รถมีความกวางไมเกิน ๒.๓๐ เมตร ใหมี
ความสูงไดไ มเกนิ ๓ เมตร

อัตราภาษีประจาํ ป
- ไมไดใ ชในการเกษตรเก็บตามนา้ํ หนกั รถ
- ใชใ นการเกษตรเกบ็ เปน รายคนั คนั ละ ๕๐ บาท

๑๔. รถบดถนน (รย. ๑๔)
กวางไมเกิน ๒.๕๕ เมตร ความยาวไมเกิน
๘ เมตร ความสูงไมเ กิน ๔ เมตร

อตั ราภาษีประจําปเกบ็ เปนรายคนั
คันละ ๒๐๐ บาท
๑๕. รถใชง านเกษตรกรรม (รย. ๑๕)
น้ําหนักรถไมเกิน ๑,๖๐๐ กก. ขนาดกวา งไมเ กนิ
๒ เมตร ยาวไมเ กิน ๖ เมตร เคร่อื งยนตต องมี
ความจุกระบอกสูบไมเ กิน ๑,๒๐๐ CC

ไดร ับยกเวนภาษปี ระจําป

๒๐

๑๖. รถพว ง (รย. ๑๖)
กวางไมเกิน ๒.๕๕ เมตร ความยาวไมรวม
แขนพวงไมเกิน ๘ เมตร สูงไมเกิน ๔ เมตร
เวนแตรถมีความกวางไมเกิน ๒.๓๐ เมตร
ใหมคี วามสงู ไดไมเ กนิ ๓ เมตร

ภาษปี ระจาํ ปค นั ละ ๑๐๐ บาท
๑๗. รถจกั รยานยนตส าธารณะ (รย. ๑๗)
กวางไมเกิน ๑.๑๐ เมตร ความยาวไมเกิน
๒.๕๐ เมตร ความสูงไมเกิน ๒ เมตร ความจุ
ในกระบอกสูบรวมกันไมเกิน ๑๒๕ ลูกบาศก
เซนตเิ มตร

อตั ราภาษปี ระจาํ ปจดั เกบ็ เปน รายคนั
คนั ละ ๑๐๐ บาท

อางอิง :
- กฎกระทรวงกําหนดลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเคร่ืองยนตและของรถที่จะรับจดทะเบียน

เปน รถประเภทตางๆ พ.ศ. ๒๕๔๘
- พระราชบญั ญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ (อัตราคา ธรรมเนยี ม)

ขอ มลู จาก : กรมการขนสง ทางบก

ñ.ò “ö” μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ¢¹Ê§‹ ¾.È. òõòò
ประเภทรถทอี่ ยใู นบงั คบั พระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มดี งั น้ี
๑) รถโดยสารรับจางทุกชนิดที่บรรทุกคนโดยสารไดเกิน ๗ คน (แผนปาย

ทะเบยี นทม่ี ีพื้นเปนสีเหลือง ตวั อกั ษรและตัวเลขเปน สดี าํ )
๒) รถยนตบรรทุกรับจางทุกขนาดน้ําหนัก (แผนปายทะเบียนท่ีมีพื้นเปน

สีเหลอื ง ตวั อกั ษรและตวั เลขเปน สดี ํา)
๓) รถโดยสารสว นบคุ คลมนี า้ํ หนกั รถเกนิ ๒,๒๐๐ กโิ ลกรมั (แผน ปา ยทะเบยี น

ทม่ี พี ื้นเปนสีขาว ตัวอักษรและตัวเลขเปน สีดํา)
๔) รถบรรทกุ สว นบคุ คลทม่ี นี าํ้ หนกั รถเกนิ ๒,๒๐๐ กโิ ลกรมั (แผน ปา ยทะเบยี น

ที่มพี ้นื เปนสีขาว ตวั อักษรและตวั เลขเปนสีดาํ )

๒๑

แบง ตามลักษณะของรถท่ีใชมี ๒ ประเภท คอื รถทใี่ ชในการขนสงผูโ ดยสาร
และรถท่ีใชใ นการขนสง สัตวหรอื สิ่งของ
๑. ลักษณะของรถที่ใชในการขนสงผูโดยสาร แบงออกเปน ๗ มาตรฐาน
ตามกฎกระทรวงฉบบั ที่ ๔ พ.ศ.(๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรฐาน ๑ รถปรับอากาศพเิ ศษ
มาตรฐาน ๒ รถปรบั อากาศ
มาตรฐาน ๓ รถท่ไี มมีเครอ่ื งปรบั อากาศ
มาตรฐาน ๔ รถสองช้นั
มาตรฐาน ๕ รถพวง
มาตรฐาน ๖ รถกง่ึ พวง
มาตรฐาน ๗ รถโดยสารเฉพาะกจิ
๒. ลักษณะของรถที่ใชในการขนสงสัตวหรือสิ่งของ แบงเปน ๙ ลักษณะ
ตามกฎกระทรวงฉบบั ที่ ๔ พ.ศ.(๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบญั ญตั กิ ารขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
ลักษณะ ๑ รถกระบะบรรทุก
ลกั ษณะ ๒ รถตูบรรทกุ
ลกั ษณะ ๓ รถบรรทุกของเหลว
ลักษณะ ๔ รถบรรทกุ วัตถอุ นั ตราย
ลกั ษณะ ๕ รถบรรทุกเฉพาะกิจ
ลักษณะ ๖ รถพวง
ลกั ษณะ ๗ รถกึ่งพว ง
ลกั ษณะ ๘ รถก่งึ พวงบรรทุกวสั ดุยาว
ลกั ษณะ ๙ รถลากจงู
¡ÒÃ椄 à¡μ ประเภทของรถที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.การขนสงทางบกฯ สามารถสงั เกต
ไดจาก รหสั ตวั เลข ๒ ตัว จะแสดงประเภทการขนสง แลว ตามดว ยตวั เลขอกี ๔ ตัว ซงึ่ เลขรหัส ๒ ตัว
ขางหนาน้ันมกี ารใชแสดงประเภทของรถขนสง ดังน้ี
๑. รถโดยสารประจาํ ทาง ใชห มายเลขต้งั แต ๑๐ ถึง ๑๙
๒. รถขนาดเล็ก ใชหมายเลขต้งั แต ๒๐ ถงึ ๒๙
๓. รถโดยสารไมประจําทาง ใชห มายเลขต้ังแต ๓๐ ถงึ ๓๙
๔. รถโดยสารสวนบคุ คล ใชหมายเลขตง้ั แต ๔๐ ถึง ๔๙
๕. รถบรรทุกไมป ระจําทาง ใชหมายเลขตงั้ แต ๖๐ ถึง ๖๙ และ ๗๐ ถงึ ๗๙
๖. รถบรรทกุ สวนบคุ คล ใชหมายเลขตง้ั แต ๕๐ ถึง ๕๙ และ ๘๐ ถงึ ๙๙

๒๒

»‡Ò·ÐàºÕ¹ แบงออกเปน รถโดยสารและรถบรรทุก โดยใชแผน ปา ยทะเบยี นดังน้ี
รถโดยสาร
๑. รถโดยสารประจาํ ทาง เลขทะเบยี นขน้ึ ตน ดว ยเลข ๑๐-๑๙ ปา ยสเี หลอื งอกั ษรสดี าํ
๒. รถโดยสารขนาดเล็ก เลขทะเบียนขนึ้ ตนดว ย ๒๐-๒๙ ปา ยสีเหลืองอักษรสีดาํ
๓. รถโดยสารไมป ระจาํ ทาง เลขทะเบยี นข้นึ ตนดวย ๓๐-๓๙ ปา ยสเี หลอื งอักษรสดี าํ
เวนแตรถโดยสารไมประจําทางชนิดพิเศษ (VIP) จะใชเลขทะเบียนขึ้นตนดวย ๓๖ พื้นแผนปาย
เปน สีขาวตัวอักษรสีฟา
๔. รถโดยสารสวนบคุ คล เลขทะเบยี นขน้ึ ตนดวย ๔๐-๔๙ ปา ยสขี าวอกั ษรสีฟา

รถบรรทุก
๑. รถบรรทกุ ไมประจําทาง พื้นแผนปายสเี หลอื ง เลขทะเบยี นขน้ึ ตน ดว ย ๗๐-๗๙
๒. รถบรรทุกสวนบุคคล พ้ืนแผนปายสีขาว เลขทะเบียนขึ้นตนดวย ๕๐ - ๖๙
และ ๘๐ - ๙๙
หมายเหตุ ปจ จบุ ันยังไมมีการจดทะเบียนรถบรรทุกประเภทประจําทาง

ประเภทรถ ลักษณะแผน ปายทะเบยี น สาํ หรับรถตามกฎหมายวาดว ยการขนสงทางบก

มาตรา ๔(๑) การขนสง หมายความวา การขน คน สัตว หรอื สิ่งของ โดยทางบกดวยรถ

ประเภทการขนสง ผูโดยสาร ประเภทการขนสงสัตวและส่ิงของ

ประเภท ตวั อยา งปายทะเบียน ประเภท ตวั อยางปา ยทะเบยี น

๑. การขนสงประจําทาง ๑. การขนสง ไมป ระจาํ ทาง
หมายความวา การขนสง หมายความวา การขนสง
เพื่อสินจางตามเสนทาง เพ่ือสินจางโดยไมจํากัด
ที่คณะกรรมการกาํ หนด เสนทาง

๒. การขนสง ไมป ระจาํ ทาง ๒. การขนสง สว นบคุ คล
หมายความวา การขนสง หมายความวา การขนสง
เพื่อสินจางโดยไมจํากัด เพ่ือการคาหรือธุรกิจ
เสน ทาง ของตนเองดวยรถท่ีมี
นํ้ า ห นั ก เ กิ น ส อ ง พั น
สองรอยกิโลกรัม

๒๓

มาตรา ๔(๑) การขนสง หมายความวา การขน คน สัตว หรอื ส่งิ ของ โดยทางบกดว ยรถ

ประเภท ตวั อยางปายทะเบียน ประเภท ตวั อยางปายทะเบียน

๓. การขนสงโดยรถ ๔. การขนสง สว นบคุ คล
ขนาดเลก็ หมายความวา หมายความวา การขนสง
การขนสงคนหรือสิ่งของ เพื่อการคาหรือธุรกิจ
หรอื คนและสง่ิ ของรวมกนั ของตนเองดวยรถที่มี
เพื่อสินจางตามเสนทาง นํ้ า ห นั ก เ กิ น ส อ ง พั น
ที่คณะกรรมการกําหนด สองรอยกโิ ลกรัม
ดวยรถท่ีมีน้ําหนักรถ
และนา้ํ หนกั บรรทกุ รวมกนั
ไมเกินสี่พนั กิโลกรัม

öμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ¡Ô Òâ¹Ê‹§·Ò§º¡
»ÃСͺ´ÇŒ  (ñ) ö·ãèÕ ªãŒ ¹¡Òâ¹Ê‹§¼ŒÙâ´ÂÊÒÃ/(ò) ö·èÕ㪌㹡Òâ¹Ê§‹ ÊμÑ ÇᏠÅÐʧèÔ ¢Í§/

(ó) ö¢¹Ò´àÅç¡

(๑) รถท่ใี ชในการขนสงผูโดยสาร มี ๗ มาตรฐาน

มาตรฐาน (หลัก)/ มาตรฐาน (ยอย)/ ตัวอยา งรถ
ความหมาย ความหมาย

(๑) มาตรฐาน ๑ คอื (ก) หอ งผโู ดยสารแยกจากหอ ง
รถปรบั อากาศพิเศษ ผูขับรถมีเคร่ืองปรับอากาศ

มีหองสุขภัณฑ มีที่เก็บ
สมั ภาระเฉพาะจดั วางทน่ี งั่ ตาม
ความกวา งตวั รถสะดวกสบาย
กวาแบบ (ข) แถวละไมเกิน
๓ ทนี่ ง่ั มอี ปุ กรณป ระชาสมั พนั ธ

(ข) มเี ครอื่ งปรบั อากาศ มหี อ ง
สขุ ภณั ฑ มที เี่ กบ็ สมั ภาระเฉพาะ
จัดวางท่ีนั่งตามความกวาง
ตวั รถ มอี ปุ กรณป ระชาสมั พนั ธ

๒๔

(๑) รถท่ีใชในการขนสงผูโดยสาร มี ๗ มาตรฐาน

มาตรฐาน (หลัก)/ มาตรฐาน (ยอ ย)/ ตวั อยางรถ
ความหมาย ความหมาย

(๒) มาตรฐาน ๒ คอื (ก) จดั วางทนี่ งั่ ผโู ดยสาร เกนิ
รถปรับอากาศ ๓๐ ทน่ี งั่ มเี ครอ่ื งปรบั อากาศ

ไมก าํ หนดทสี่ าํ หรบั ผโู ดยสาร
ยนื

(ข) จดั วางทนี่ ง่ั ผโู ดยสารเกนิ
๓๐ ทน่ี งั่ มเี ครอื่ งปรบั อากาศ
กาํ หนดทสี่ าํ หรบั ผโู ดยสารยนื

(ค) จดั วางทนี่ ง่ั ผโู ดยสารตง้ั แต
๒๑-๓๐ ท่ีน่ัง มีเครื่องปรับ
อากาศ ไมกําหนดที่สําหรับ
ผูโ ดยสารยนื

(ง) จัดวางท่ีนั่งผูโดยสาร
ตง้ั แต ๒๑-๓๐ ทน่ี ง่ั มเี ครอ่ื ง
ปรบั อากาศ กาํ หนดทส่ี าํ หรบั
ผูโดยสารยนื

(จ) จัดวางท่ีนั่งผูโดยสาร
ไมเ กนิ ๒๐ ทนี่ งั่ มเี ครอ่ื งปรบั
อากาศ ไมกําหนดท่ีสําหรับ
ผูโ ดยสารยืน

๒๕

(๑) รถทีใ่ ชใ นการขนสงผูโดยสาร มี ๗ มาตรฐาน

มาตรฐาน (หลัก)/ มาตรฐาน (ยอ ย)/ ตวั อยา งรถ
ความหมาย ความหมาย

(๓) มาตรฐาน ๓ คอื (ก) จดั วางทน่ี งั่ ผโู ดยสารเกนิ
รถไมมีเคร่ืองปรับ ๓๐ ท่ีนงั่ กําหนดที่สาํ หรับ
อากาศ ผูโ ดยสารยืน

(ข) จดั วางทน่ี งั่ ผโู ดยสารเกนิ
๓๐ ทนี่ ง่ั ไมก าํ หนดทสี่ าํ หรบั
ผโู ดยสารยนื

(ค) จัดวางที่นั่งผูโดยสาร
ตง้ั แต ๒๑-๓๐ ทน่ี ง่ั กาํ หนด
ทีส่ ําหรบั ผูโดยสารยนื
(ง) จดั วางทนี่ งั่ ผโู ดยสารตงั้ แต
๒๑-๓๐ ท่ีน่ัง ไมกําหนดท่ี
สําหรับผูโดยสารยืน
(จ) จดั วางทน่ี งั่ ผโู ดยสารตงั้ แต
๑๓-๒๔ ทน่ี งั่ กาํ หนดทส่ี าํ หรบั
ผโู ดยสารยนื หรอื ไมก ็ได

๒๖

(๑) รถทีใ่ ชใ นการขนสงผูโดยสาร มี ๗ มาตรฐาน

มาตรฐาน (หลัก)/ มาตรฐาน (ยอ ย)/ ตัวอยา งรถ
ความหมาย ความหมาย

(ฉ) จัดวางที่นั่งผูโดยสาร
ไมเ กนิ ๑๒ ที่นงั่ ไมก ําหนด
ที่สาํ หรับผโู ดยสารยนื

(๔) มาตรฐาน๔คอื รถ (ก) รถ ๒ ช้ันปรับอากาศ
๒ ชนั้ มหี อ งผโู ดยสาร พิเศษ ท่ีมีแบบ และการจัด
ทง้ั ชนั้ บนและชนั้ ลา ง ที่นั่งผูโดยสารสะดวกสบาย
โดยพนื้ ของผโู ดยสาร กวา (ข) โดยไมกําหนด
ท้งั สองชั้น แยกออก ทส่ี าํ หรบั ผโู ดยสารยนื มเี ครอื่ ง
จากกนั เดด็ ขาด มที าง ปรบั อากาศ มที เ่ี กบ็ สมั ภาระไว
ขน้ึ - ลง ชั้นลา งอยู โดยเฉพาะ มที ส่ี าํ หรบั อาหาร
ดา นขา ง และ มีทาง และเครื่องดื่ม มีอุปกรณ
ขึน้ - ลง ช้ันบน อยู ใหเสียงและประชาสัมพันธ
ภายในตวั รถ อยา งนอ ย และมีหองสุขภัณฑ
๑ ทาง

(ข) รถ ๒ ช้ันปรับอากาศ
ไมก าํ หนดทส่ี าํ หรบั ผโู ดยสารยนื
มีเครื่องปรบั อากาศ มที เ่ี ก็บ
สมั ภาระไวโ ดยเฉพาะ มที ส่ี าํ หรบั
อาหารและเครอ่ื งดมื่ มอี ปุ กรณ
ใหเสียงและประชาสัมพันธ
และมหี องสขุ ภณั ฑ
(ค) รถ ๒ ชั้นปรับอากาศ
ไมก าํ หนดทส่ี าํ หรบั ผโู ดยสาร
ยืนมีเครื่องปรับอากาศแต
ไมมีหองสุขภัณฑ (ท่ีเก็บ
สมั ภาระทสี่ าํ หรบั อาหารและ
เครอื่ งดม่ื อปุ กรณใ หเ สยี งและ
ประชาสมั พนั ธม หี รอื ไมก ไ็ ด)

๒๗

(๑) รถทีใ่ ชใ นการขนสง ผูโดยสาร มี ๗ มาตรฐาน

มาตรฐาน (หลัก)/ มาตรฐาน (ยอ ย)/ ตัวอยา งรถ
ความหมาย ความหมาย

(ง) รถ ๒ ชั้น ปรับอากาศ
ช้ันลาง กําหนดท่ีสําหรับ
ผูโดยสารยืนมีเครื่องปรับ
อากาศแตไมมีหองสุขภัณฑ
และท่ีสําหรับอาหารและ
เครื่องด่ืม (ที่เก็บสัมภาระ
อุ ป ก ร ณ  ใ ห  เ สี ย ง แ ล ะ
ประชาสมั พนั ธม หี รอื ไมก ไ็ ด)

(จ) รถ ๒ ช้ัน ไมมีเคร่ือง
ปรบั อากาศชน้ั ลา ง กาํ หนดที่
สาํ หรับผูโดยสารยืน แตไมมี
หองสุขภัณฑและท่ีสําหรับ
เตรียมอาหารและเครือ่ งดม่ื

(ฉ) รถ ๒ ชนั้ ไมม เี ครอ่ื งปรบั
อากาศ ไมกําหนดท่ีสําหรับ
ผโู ดยสารยนื มที เ่ี กบ็ สมั ภาระ
แตไมมีหองสุขภัณฑและ
ที่สําหรับเตรียมอาหารและ
เครื่องดื่ม

(๕) มาตรฐาน ๕ คอื (ก) รถพวงปรับอากาศ ที่
รถพวง ซ่ึงไมมีแรง สําหรับผูโดยสารยืน ที่เก็บ
ขับเคล่ือนในตัวเอง สัมภาระ ท่ีสําหรับเตรียม
จําเปนตองใชรถอื่น อาหารและเครอ่ื งดมื่ อปุ กรณ
ลากจงู และนา้ํ หนกั รถ ใหเสียงและประชาสัมพันธ
รวมน้ําหนักบรรทุก หรือไมก็ได และสุขภัณฑ
ทั้งหมด ลงบนเพลา หรอื ไมก ไ็ ด
ลอสมบูรณในตัวเอง
มที างขน้ึ -ลงดา นขา ง

๒๘

(๑) รถท่ีใชในการขนสงผโู ดยสาร มี ๗ มาตรฐาน

มาตรฐาน (หลัก)/ มาตรฐาน (ยอ ย)/ ตวั อยางรถ
ความหมาย ความหมาย

(ข) รถพวงไมมีเครื่องปรับ
อากาศ ทส่ี าํ หรบั ผโู ดยสารยนื
ทเ่ี กบ็ สมั ภาระ ทสี่ าํ หรบั เตรยี ม
อาหารและเครอ่ื งดมื่ อปุ กรณ
ใหเสียงและประชาสัมพันธ
หรือไมก็ได และสุขภัณฑ
หรือไมก ็ได

(๖) มาตรฐาน ๖ คอื (ก) รถก่ึงพวงปรับอากาศ
รถกง่ึ พว ง ซง่ึ มี ๒ ตอน ทส่ี ําหรบั ผโู ดยสารยนื ทีเ่ กบ็
ตอนทายมีเพลาลอ สมั ภาระ ทสี่ าํ หรบั เตรยี มอาหาร
ชดุ เดยี ว นาํ มาตอ พว ง และเครอื่ งดมื่ อปุ กรณใ หเ สยี ง
กบั ตอนหนา ทาํ ใหมี และประชาสมั พนั ธห รอื ไมก ไ็ ด
ทางเดินตอถึงกันได และสุขภัณฑห รอื ไมก็ได

(ข) รถกง่ึ พว งไมม เี ครอื่ งปรบั
อากาศ ทส่ี าํ หรบั ผโู ดยสารยนื
ทเ่ี กบ็ สมั ภาระ ทส่ี าํ หรบั เตรยี ม
อาหารและเครอ่ื งดม่ื อปุ กรณ
ใหเสียงและประชาสัมพันธ
หรือไมก็ได และสุขภัณฑ
หรอื ไมกไ็ ด

(๗) มาตรฐาน ๗ คอื
รถโดยสารเฉพาะกิจ
ซ่ึงหมายความวา
รถท่ีใชในการขนสง
ผโู ดยสาร มีลกั ษณะ
พิเศษ เพ่ือใชใน
กจิ การใดกจิ การหนง่ึ
โดยเฉพาะ เชน
รถพยาบาล รถใน
การซอมบํารุงรักษา
รถบริการธนาคาร
เปนตน

๒๙

(๒) รถทใ่ี ชใ นการขนสงสตั วและสิ่งของมี ๙ ลกั ษณะ ไดแ ก

ลักษณะรถทีใ่ ชในการบรรทุกสัตวหรอื สิง่ ของ ภาพตัวอยา ง

(๑) ลกั ษณะ ๑ คอื รถกระบะบรรทกุ ซงึ่ หมายความวา กระบะบรรทุกพน้ื เรียบ กระบะบรรทุกติดตงั้ เครอ่ื งทนุ แรง
รถ ซงึ่ สว นที่ใชใ นการบรรทกุ มีลกั ษณะเปนกระบะ
โดยจะมีหลังคาหรือไมก็ได รถที่มีเครื่องทุนแรง
สาํ หรบั ยกสงิ่ ของที่จะบรรทกุ ในกระบะนัน้ ๆ รถท่ีมี
กระบะบรรทุกสามารถยกเทและใหหมายความ
รวมถงึ รถซง่ึ สว นทใ่ี ชบ รรทกุ ไมม ดี า นขา งหรอื ดา นทา ย

(๒) ลกั ษณะ ๒ คอื รถตบู รรทกุ หมายความวา รถซง่ึ
สว นทใ่ี ชใ นการบรรทกุ มลี กั ษณะเปน ตทู บึ มหี ลงั คา
ถาวร ตัวถังบรรทุก กับหองผูขับรถ จะเปนตอน
เดียวกนั หรอื แยกกนั และจะมีบานประตู ปด -เปด
สาํ หรับการบรรทกุ ทดี่ า นขา ง หรือดานทายกไ็ ด

(๓) ลกั ษณะ ๓ คอื รถบรรทกุ ของเหลว ซงึ่ หมายความ
วา รถซ่ึงสวนท่ีใชในการบรรทุก มีลักษณะเปนถัง
สําหรับบรรทุกของเหลวตามความเหมาะสมกับ
ของเหลวท่ีบรรทุกนน้ั

(๔) ลักษณะ ๔ คือ รถบรรทุกวัสดุอันตราย ซึ่ง
หมายความวา รถซง่ึ สว นทใ่ี ชใ นการบรรทกุ มลี กั ษณะ
เฉพาะ เพอื่ ใชใ นการบรรทกุ วสั ดอุ นั ตราย เชน นาํ้ มนั
เชือ้ เพลงิ กา ซเหลว สารเคมี เปนตน

(๕) ลกั ษณะ ๕ คอื รถบรรทกุ เฉพาะกจิ ซง่ึ หมายความ รถบรรทุกถังผสมคอนกรีต รถบรรทกุ เครอ่ื งทนุ แรง
วา รถซึ่งสวนท่ีใชในการบรรทุก มีลักษณะพิเศษ
เพื่อใชในกิจการใดกิจการหน่ึงโดยเฉพาะ เชน
รถบรรทกุ ขวดเครื่องด่ืม รถผสมซเี มนต เปน ตน

๓๐ ภาพตัวอยา ง

(๒) รถท่ใี ชใ นการขนสงสตั วและสิง่ ของมี ๙ ลักษณะ ไดแก

ลกั ษณะรถที่ใชใ นการบรรทุกสตั วห รอื สิ่งของ
(๖) ลักษณะ ๖ คอื รถพว ง ซ่งึ หมายความวา รถที่
ไมมีแรงขับเคล่ือนในตัวเอง จําเปนตองใชรถอื่น
ลากจูง และน้ําหนักรถรวมนํ้าหนักบรรทุกทั้งหมด
ลงบนเพลาลอ สมบรู ณใ นตวั เอง

(๗) ลักษณะ ๗ คือ รถกึ่งพวง ซึ่งหมายความวา
รถทไ่ี มม แี รงขบั เคลอื่ นในตวั เอง จาํ เปน ตอ งใชร ถอนื่
ลากจูง และนาํ้ หนกั รถ รวมนํา้ หนกั บรรทกุ บางสว น
เฉลี่ยลงบนเพลาลอของรถคนั ลากจงู
(๘) ลักษณะ ๘ คือ รถกึ่งพวงบรรทุกวัสดุยาว
ซง่ึ หมายความวา รถกงึ่ พว งทมี่ ลี กั ษณะ เพอื่ ใชบ รรทกุ
สง่ิ ของทม่ี คี วามยาว โดยมโี ครงโลหะทส่ี ามารถปรบั
ความยาวของชว งลอ ระหวา งรถลากจงู กบั รถกงึ่ พว งได

(๙) ลักษณะ ๙ คือ รถลากจูง ซ่ึงหมายความวา
รถทมี่ ลี กั ษณะเปน รถสาํ หรบั ลากจงู รถพว ง รถกง่ึ พว ง
และรถก่งึ พวงบรรทุกวสั ดุยาวโดยเฉพาะ

(๓) รถขนาดเลก็ ภาพตวั อยา ง

รถขนาดเล็ก
(๑) รถขนาดเลก็ ไดแ ก (เปน รถมาตรฐาน ๓ จ หรือ
๓ ฉ กไ็ ด) รถทใ่ี ชใ นการขนสงผโู ดยสาร และสิ่งของ
รว มกัน มกี ารขนึ้ ลง ดา นขางหรือท่ดี านทา ยของรถ
ทนี่ ง่ั จาํ นวนไมเ กนิ ๒๐ ทน่ี ง่ั และไมก าํ หนดทส่ี าํ หรบั
ผูโดยสาร และมีท่ีสําหรับบรรทุกส่ิงของรวมไปกับ
ผูโดยสาร (น้ําหนักรถรวมน้ําหนักบรรทุกไมเกิน
ส่ีพนั กโิ ลกรัม)

๓๑

อา งอิง : ๑. พระราชบัญญตั ิการขนสง ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
๒. กฎกระทรวงฉบับท่ี ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนสงทางบก

พ.ศ.๒๕๒๒

ò. ãºÍ¹ØÞÒμ¢ÑºÃ¶ã¹»ÃÐà·Èä·Â
ระบบกฎหมายวาดวยใบอนุญาตขับรถของไทยในปจจุบัน พระราชบัญญัติรถยนต

พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติการขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งกําหนดใหผูที่ขับรถจะตองมี
ใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเปนผูขับรถ เวนแต ผูฝกหัดขับรถยนตตามพระราชบัญญัติรถยนต
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงมผี ูไดร บั อนญุ าตขบั รถยนตม าแลวไมนอยกวา ๓ ป ควบคุมอยู

ò.ñ ãºÍ¹ÞØ Òμ¢ºÑ Ã¶ μÒÁ ¾.Ã.º.Ã¶Â¹μ ¾.È. òõòò
มาตรา ๔๒ แหงพระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติใหผูขับรถ

ตองไดรับใบอนุญาตขับรถ โดยชนิดของใบอนุญาตขบั รถตามกฎหมายวาดวยรถยนต มีดงั น้ี
๑. ใบอนญุ าตขับรถชนิดชวั่ คราว มอี ายุการใชง าน ๒ ป
- ใบอนญุ าตขบั รถยนตช่ัวคราว
- ใบอนุญาตขับรถยนตส ามลอ ชั่วคราว
- ใบอนญุ าตขบั รถจักรยานยนตสว นบุคคลช่ัวคราว
๒. ใบอนุญาตขับรถยนตส ว นบคุ คล มอี ายกุ ารใชง าน ๕ ป
๓. ใบอนญุ าตขับรถยนตสามลอ สวนบุคคล มีอายกุ ารใชง าน ๕ ป
๔. ใบอนุญาตขับรถยนตส าธารณะ มีอายุการใชงาน ๓ ป
๕. ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสาธารณะ มอี ายกุ ารใชง าน ๓ ป
๖. ใบอนุญาตขบั รถจักรยานยนตสวนบุคคล มอี ายกุ ารใชง าน ๕ ป
๗. ใบอนญุ าตขับรถจกั รยานยนตส าธารณะ มีอายุการใชง าน ๓ ป
๘. ใบอนุญาตขบั รถบดถนน มีอายกุ ารใชง าน ๕ ป
๙. ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร มอี ายกุ ารใชงาน ๕ ป
๑๐. ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ อื่นนอกจาก (๑) ถงึ (๙)
๑๑. ใบอนญุ าตขบั รถตามความตกลงระหวา งประเทศทป่ี ระเทศไทยเปน ภาคี

(ใบอนุญาตขบั รถระหวางประเทศ) มีอายกุ ารใชง านไมเกนิ ๑ ป

๓๒

รายละเอียด ลักษณะใบอนุญาตขบั รถ แตละประเภท ดังน้ี

มาตรา ๔๓ ใบอนุญาตขับรถ มีดงั นี้

ชนิดใบอนญุ าต ตัวอยาง

(๑) ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ว นบคุ คล รถยนต
สามลอ สว นบคุ คล หรอื รถจกั รยานยนต
สวนบคุ คลชั่วคราว

(๒) ใบอนญุ าตขบั รถยนตสว นบคุ คล

(๓) ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอ
สวนบุคคล

(๔) ใบอนุญาตขบั รถยนตสาธารณะ

๓๓

ชนิดใบอนญุ าต ตัวอยา ง

(๕) ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ามลอ สาธารณะ

(๖) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต
สวนบุคคล

(๗) ใบอนญุ าตขบั รถจกั รยานยนตส าธารณะ

(๘) ใบอนุญาตขับรถบดถนน
(๙) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร
หมายเหตุ :
• ใบอนุญาตเปนผูขับรถในประเภท การขนสงประจําทาง การขนสงไมประจําทาง การขนสงโดยรถ

ขนาดเลก็ ตามกฎหมายวา ดว ยการขนสง ทางบกใหใ ชแ ทนใบอนญุ าตขบั รถยนตส ว นบคุ คลและใบอนญุ าต
ขับรถยนตส าธารณะได
• ใบอนุญาตเปนผูขับรถในประเภท การขนสงสวนบุคคลตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกใหใชแทน
ใบอนญุ าตขบั รถยนตส ว นบุคคลได
อางองิ : พระราชบญั ญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒
ท่มี า : ขอ มลู จากกรมการขนสง ทางบก

๓๔

ò.ò ãºÍ¹ØÞÒμ໚¹¼ÙŒ¢ÑºÃ¶μÒÁ ¾.Ã.º.¢¹Ê‹§·Ò§º¡ ¾.È. òõòò แบงเปน
๔ ชนดิ

ชนดิ ที่ ๑ ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับขับรถบรรทุกท่ีมีนํ้าหนักรถ และน้ําหนัก
บรรทกุ รวมกนั ไมเ กนิ สามพนั หา รอ ยกโิ ลกรมั หรอื สาํ หรบั ขบั รถโดยสารทใี่ ชข นสง ผโู ดยสารไมเ กนิ ยสี่ บิ คน

ชนิดที่ ๒ ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับขับรถบรรทุกที่มีน้ําหนักรถและนํ้าหนัก
บรรทกุ รวมกนั เกนิ สามพนั หา รอ ยกโิ ลกรมั หรอื สาํ หรบั ขบั รถโดยสารทใี่ ชข นสง ผโู ดยสารเกนิ กวา ยสี่ บิ คน

ชนิดท่ี ๓ ใบอนุญาตเปนผูขับรถสําหรับขับรถซึ่งโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอ่ืน
หรอื ลอ เลือ่ นท่บี รรทกุ สงิ่ ใด ๆ บนลอเลื่อนน้นั

ชนดิ ท่ี ๔ ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถสําหรบั ขบั รถที่ใชขนสงวตั ถุอันตรายตามประเภท
หรอื ชนิด และลกั ษณะการบรรทุกตามทอ่ี ธิบดีกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

ใบอนญุ าตแตละชนดิ ใชส บั เปลยี่ นกันไมไ ด เวน แต
(๑) ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ ท่ี ๒ ชนดิ ที่ ๓ และชนดิ ท่ี ๔ ใชเ ปน ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ ที่ ๑ ได
(๒) ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ ท่ี ๓ และชนดิ ที่ ๔ ใชเ ปน ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ ท่ี ๑ และชนดิ ที่ ๒ ได
(๓) ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ ที่ ๔ ใชเ ปน ใบอนญุ าตขบั รถชนดิ ที่ ๑ ชนดิ ที่ ๒ และชนดิ ที่ ๓ ได
ใบอนุญาตขบั รถแตล ะชนิดขางตน ยังแบง ยอ ยออกเปน ๒ ประเภท คือ
(๑) สว นบคุ คล (บ.) ใชสาํ หรบั ขบั รถเฉพาะประเภทการขนสงสวนบคุ คลเทาน้ัน
(๒) สาธารณะทุกประเภท (ท.) ใชสําหรับขับรถประเภทการขนสงประจําทาง
การขนสงไมประจําทาง การขนสงโดยรถขนาดเล็ก และยังสามารถขับรถในประเภทการขนสง
สว นบุคคลไดอีกดวย

๓๕

แตล ะชนิด ดงั น้ี รายละเอียด ลักษณะใบอนุญาตขับรถ ตาม พ.ร.บ.ขนสงทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

ชนิดใบอนญุ าต ตัวอยางใบอนุญาต

(๑) ชนิดท่ีหนึ่ง ใบอนุญาตเปนผูขับรถ
สําหรับรถที่มีน้ําหนักรถ และนํ้าหนัก
บรรทุกรวมกันไมเกิน ๓,๕๐๐ กิโลกรัม
ที่ไมไดใชขนสงผูโดยสาร หรือสําหรับ
รถขนสง ผูโ ดยสารไมเ กิน ๒๐ คน

(๒) ชนิดท่ีสอง ใบอนุญาตเปนผูขับรถ
สาํ หรบั รถทมี่ นี าํ้ หนกั รถ และนา้ํ หนกั บรรทกุ
รวมกันเกินกวา ๓,๕๐๐ กิโลกรัม ท่ีไม
ไดใชขนสงผูโดยสารและสําหรับรถขนสง
ผโู ดยสารเกิน ๒๐ คน

(๓) ชนิดที่สาม ใบอนุญาตเปนผูขับรถ
ซึ่งโดยสภาพใชสําหรับลากจูงรถอ่ืน
ลอ เลอื่ นทบี่ รรทกุ สง่ิ ใดๆ บนลอ เลอ่ื นนนั้

(๔) ชนดิ ทสี่ ่ี ใบอนญุ าตเปน ผขู บั รถ สาํ หรบั
รถท่ีใชขนสงวัสดุอันตราย ตามประเภท
ชนดิ และลกั ษณะการบรรทกุ ตามทอี่ ธบิ ดี
กําหนด

¢ŒÍ¤ÇÃจาํ
- ใบอนุญาตเปนผูขับรถ ประเภทสวนบุคคล ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก

สามารถใชแ ทน ใบอนุญาตขบั รถยนตส วนบุคคลตามกฎหมายวาดว ยรถยนตได
- ใบอนุญาตเปนผูขับรถ ประเภททุกประเภท ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก

สามารถใชแทน ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล และใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะตามกฎหมาย
วา ดว ยรถยนตได

๓๖

μÑÇÍ‹ҧãºÍ¹ØÞÒμ¢ºÑ Ã¶Â¹μᏠÅШ¡Ñ ÃÂҹ¹μã¹»˜¨¨ºØ ¹Ñ

ภาพใบอนญุ าตขับรถยนต
ที่มา : โครงการศกึ ษาเพอื่ พัฒนาระบบใบอนุญาตขับรถใหเหมาะสมกับประเทศไทย หนา ๒-๒, ๒-๓

๓๗

ภาพใบอนญุ าตขบั รถจักรยานยนต

๓๘

ที่มา : สนั่น จาํ ปา, กรมการขนสง ทางบก, ๒๕๖๐

๓๙

ทมี่ า : สน่ัน จําปา, กรมการขนสง ทางบก, ๒๕๖๐

๔๐

ที่มา : สนั่น จาํ ปา, กรมการขนสง ทางบก, ๒๕๖๐

๔๑

ทมี่ า : สน่ัน จําปา, กรมการขนสง ทางบก, ๒๕๖๐


Click to View FlipBook Version