The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมพลศึกษา ได้แก่ การวิ่ง 50 เมตร ยืนกระโดไกล ลุกนั่ง 30 วินาที วิ่งเก็บของ ววดความอ่อนตัว ดึงข้อ และวิ่ง 1,000 เมตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book36 การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

การทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมพลศึกษา ได้แก่ การวิ่ง 50 เมตร ยืนกระโดไกล ลุกนั่ง 30 วินาที วิ่งเก็บของ ววดความอ่อนตัว ดึงข้อ และวิ่ง 1,000 เมตร

วชิ า พล. (PE) ๒๑๗๐๖

การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

ตาํ ราเรยี น

หลกั สูตร นกั เรยี นนายสิบตาํ รวจ

วชิ า พล. (PE) ๒๑๗๐๖ การทดสอบสมรรถภาพรา งกาย

เอกสารนี้ “เปนความลับของทางราชการ” หา มมิใหผ หู น่งึ ผใู ดเผยแพร คัดลอก ถอดความ
หรอื แปลสว นหน่ึงสว นใด หรอื ทั้งหมดของเอกสารนี้เพ่ือการอยางอน่ื นอกจาก “เพอ่ื การศกึ ษาอบรม”
ของขาราชการตํารวจเทานั้น การเปดเผยขอความแกบุคคลอื่นที่ไมมีอํานาจหนาท่ีจะมีความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา

กองบัญชาการศกึ ษา สํานกั งานตํารวจแหงชาติ
พ.ศ.๒๕๖๑



คํานาํ

หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย
เพ่ือเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ
ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ
ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี
จติ สาํ นึกในการใหบ รกิ ารเพ่อื บาํ บดั ทุกขบาํ รงุ สขุ ของประชาชนเปนสําคัญ

กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ
ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙
และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน
หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซง่ึ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ
ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ
การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย
และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม
ความตอ งการอยา งแทจ รงิ และมีความพรอ มในการเขา สูประชาคมอาเซียน

ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ท่ีไดรวมกันระดมความคิด
ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู
ที่เปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี
ซ่ึงกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางยิ่งวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน
การสอนและการจัดการฝกอบรมของครู อาจารย และครูฝก รวมตลอดถึงใชเ ปนคมู อื การปฏบิ ัตงิ าน
ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา
และความผาสุกใหแ กประชาชนไดอยา งแทจรงิ

พลตํารวจโท ( รอย อิงคไพโรจน )
ผูบ ญั ชาการศึกษา



สารบญั หนา

คาํ จํากดั ความและความหมายของการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๑
ประโยชนข องการมสี มรรถภาพทางกายดี ๖
ขอควรปฏิบตั ิในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๗
แนวทางการจัดการทดสอบสมรรถภาพรางกาย นกั เรยี นนายสิบตาํ รวจ ๘
วิธกี ารทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๗ สถานี
๑๐
๑. วง่ิ ๕๐ เมตร (๕๐ Meter Sprint) ๑๑
๒. ยืนกระโดดไกล (Standing Jump) ๑๒
๓. ลุก-นั่ง ๓๐ วินาที (Seconds Sit-Up) ๑๓
๔. วิ่งเก็บของ (Shuttle run) ๑๔
๕. งอตัวขา งหนา (Trunk Forward Flexion) ๑๕
๖. ดงึ ขอ สําหรับชาย (Pull-up) ๑๖
๗. ว่งิ ระยะไกล ๑,๐๐๐ เมตร (Distance Run) ๑๗
แบบบนั ทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๑๘
เกณฑก ารทดสอบสมรรถภาพ นักเรียนนายสบิ ตํารวจ



วิชา พล. (PE) ๒๑๗๐๖
การทดสอบสมรรถภาพรางกาย

คณะผจู ัดทาํ

๑. พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน ผบช.ศ. ท่ีปรกึ ษา

๒. พล.ต.ต.ศรกฤษณ แกวผลกึ รอง ผบช.ศ. ท่ีปรึกษา

๓. ร.ต.อ.ฉัตรชนก หาญเชิงคา อาจารย (สบ ๑) กอจ.ศฝร.ภ.๑





สมรรถภาพทางกาย (Physical fitness)

คําจํากัดความและความหมายของการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

การมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ (Healthy) หมายถึง การมีสุขภาพทางกาย (Physical Health)
และสุขภาพจิต (Mental Health) ท่ีดี สมรรถภาพทางกายมีความสําคัญอยางยิ่งสําหรับการมีคุณภาพ
ชีวิตที่ดี เพราะไมเพียงจะบงบอกถึงความสามารถของรางกายในการใชชีวิตประจําวันตามปกติแลว
ยังมีความหมายรวมไปถึงสมรรถภาพของรางกายที่จะใชในภาวะฉุกเฉินไดอยางมีประสิทธิภาพ
(Reserve Function) สํานักงานตํารวจแหงชาติ เปนหนวยงานท่ีมีภารกิจหลากหลายท้ังดาน
การปราบปราม การปองกันประเทศ (ซึ่งตองใชกําลังพลท่ีมีสมรรถภาพทางรางกายสูงกวาผูอ่ืน)
ตลอดไปจนถึงงานดานการจราจร งานธุรการ ฯลฯ ภารกิจของตํารวจมีความหลากหลาย มีงานฉุกเฉิน
บางครั้งงานตอเน่ือง ทําใหขาดการพักผอนและการออกกําลังกายไมเพียงพอ ทําใหสมรรถภาพ
ทางรางกายออนแอ

การทดสอบสมรรถภาพ เปนเครื่องชี้วัดสมรรถภาพทางกาย ทําใหเกิดประโยชนตอตนเอง
เพื่อทราบถึงระดับสมรรถภาพทางรางกายตนเอง และนําไปใชพัฒนาสุขภาพของตนเองใหดีขึ้น เปนการ
กระตุนใหเกิดการพัฒนาศักยภาพทางรางกาย กระตุนใหมีการออกกําลังกาย มีการตรวจเช็คสุขภาพ
และดูแลสุขภาพของตนเองอยางสมํ่าเสมอและตอเน่ือง จึงเปนการเพิ่มประสิทธิภาพของขาราชการ
ตํารวจใหสามารถปฏิบัติราชการไดอยางเต็มท่ี

ความหมายของสมรรถภาพทางกาย

คําวา สมรรถภาพทางกาย (Physical fitness) หมายถึง สภาวะความสมบูรณของรางกาย
ท่ีจะประกอบกิจกรรมทางกายตาง ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ และมีพลังงานเหลือไวใชในสภาวะ
ที่จําเปนขององคประกอบของสมรรถภาพทางกาย



การท่ีคนเราจะทราบไดวา สมรรถภาพทางกายของตนจะดีหรือไมนั้นจะตองพิจารณา
ท่ีองคประกอบตาง ๆ ของสมรรถภาพทางกาย ดังนี้

๑. ความแข็งแรงของกลามเน้ือ หมายถึง ความสามารถในการหดตัวหรือการทํางาน
ของกลามเน้ือท่ีจะทําอยางใดอยางหนึ่งไดสูงสุดในแตละคร้ัง เชน ความสามารถในการ
ยกของหนัก ๆ ได มีพลังบีบมือไดเหนียวแนน และสามารถออกแรงผลักของหนัก ๆ ใหเคล่ือนท่ีได
เปนตน

๒. ความทนทานของกลามเนื้อ หมายถึง ความสามารถของกลามเน้ือในการทํางาน
อยางใดอยางหนึ่งไดติดตอกันเปนเวลานาน ๆ ไดงานมาก แตเหนื่อยนอย ตัวอยาง การทํางาน
ท่ีแสดงถึงความทนทานของกลามเนื้อ เชน การแบกของหนักไดเปนเวลานาน ๆ การว่ิงระยะไกล
การถีบจักรยานทางไกล การงอแขนหอยตัวเปนเวลานาน ๆ เปนตน



๓. ความทนทานของระบบหมุนเวียนโลหิต หมายถึง ความสามารถในการทํางานของ
ระบบหมุนเวียนโลหิต ซึ่งประกอบดวย หัวใจ ปอด และเสนเลือดท่ีจะทํางานไดนาน เหน่ือยชา
ในขณะที่บุคคลใชกําลังกายเปนเวลานาน และเม่ือรางกายเลิกทํางานแลว ระบบหมุนเวียนโลหิต
จะสามารถกลับคืนสูสภาพปกติไดในเวลารวดเร็ว เชน การวายน้ําระยะไกล การวิ่งระยะไกล โดยการ
ทํางานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจไมผิดปรกติ

๔. พลังกลามเน้ือ หมายถึง ความสามารถของกลามเนื้อในการทํางานในคร้ังหนึ่งอยางแรง
และรวดเร็ว จนทําใหวัตถุหรือรางกาย เคลื่อนไหวอยางเต็มท่ี การทํางานของรางกายที่ใชพลัง
กลามเนื้อ จะเปนกิจกรรมประเภทการดึง ดัน ทุม พุง ขวาง และกระโดด ดังตัวอยาง การกระโดดสูง
การทุมน้ําหนัก พุงแหลน ขวางจักร และการยืนกระโดดไกล เปนตน



๕. ความออนตัว หมายถึง การประสานงานระหวา งกลามเน้ือ เอน็ พังผดื และขอตอตา ง ๆ
ที่มีความยืดหยุนในขณะทํางาน หรืออาจกลาวไดวาเปนความสามารถในการเหยียดตัวของ
ขอตอสวนตาง ๆ ของรางกายในขณะทํางาน เชน การกมตัวใชมือแตะพื้นโดยไมงอเขา การแอนตัว
ใชมือแตะขาพับไดโดยไมงอเขา เปนตน

๖. ความเร็ว หมายถึง ความสามารถของรางกายในการเคลื่อนที่ในลักษณะเดียวกัน
จากท่ีหน่ึงไปอีกท่ีหน่ึงในแนวเดียวกัน หรือในแนวตรงในระยะเวลาที่สั้นท่ีสุด เชน การวิ่งระยะสั้น



๗. การทรงตัว หมายถึง การประสานงานระหวางระบบของประสาทกับกลามเนื้อท่ีทําให
รางกายสามารถทรงตัวอยูในตําแหนงตาง ๆ อยางสมดุลตามความตองการ กิจกรรมท่ีเปนการ
ทรงตัว เชน การเดินตามเสนตรงดวยปลายเทา การยืนดวยเทาขางเดียวกางแขน การเดินตอเทา
บนสะพานไมแผนเดียว เปนตน

๘. ความวองไว หรือความคลองตัว หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนทิศทาง
หรือเปลี่ยนตําแหนงการเคลื่อนไหวของรางกายอยางรวดเร็ว และตรงเปาหมายตามที่ตองการ
ดังตัวอยางท่ีแสดงถึงความวองไว เชน การวิ่งเก็บของ วิ่งออมกรวย เปนตน



๙. การประสานงานของประสาทกับกลามเนื้อ หมายถึง ความสามารถที่จะทําการเคลื่อนไหว
มือและเทาไดสัมพันธกับตาในขณะทํางาน เชน การจับ การปาเปา การยิงประตูฟุตบอล การสงลูกบอล
กระทบฝาผนังแลวรับ เปนตน

ประโยชนของการมีสมรรถภาพทางกายดี

การมสี มรรถภาพทางกายทดี่ นี นั้ จะกอ ใหเ กดิ ประโยชนห ลายประการพอสรปุ สว นทส่ี าํ คญั ได
ดังน้ี

๑. กลามเนื้อมีความสามารถในการทํางานไดดียิ่งข้ึน กลาวคือ กลามเนื้อท่ีใชในการออก
กําลังกายหรือทํางานจะมีขนาดใหญแข็งแรงมากขึ้น

๒. กลามเน้ือหัวใจจะมีความแข็งแรงสามารถหดบีบตัวไดแรงข้ึน ชวยใหการไหลเวียนของ
โลหิตดีขึ้น หัวใจสามารถรับออกซิเจนไดมากข้ึน

๓. ระบบประสาทสามารถควบคุมการทํางานของรางกายไดดีข้ึน จะชวยใหประกอบกิจกรรม
ตาง ๆ ดวยความชํานาญ

๔. รางกายเจริญเติบโตไดอยางเต็มท่ี กลามเนื้อตาง ๆ ของรางกายเจริญเติบโตไดสัดสวน
สามารถทํางานอยางมีประสิทธิภาพ

๕. รางกายมีภูมิตานทานโรคสูง และลดการเจ็บปวยเนื่องจากผูท่ีมีสมรรถภาพทางกายดี
ยอมมีสุขภาพดีไมมีโรคเบียดเบียน

๖. มีบุคลิกดี ผูที่มีสมรรถภาพทางกายดีรางกายจะมีการทรงตัวดี มีทรวดทรงที่สงางาม
เปนการชวยเสริมบุคลิกภาพไดทางหน่ึง



๗. เกิดความม่ันใจในตนเองในการปฏิบัติงานหรือประกอบกิจกรรมตาง ๆ
๘. เกิดการเรียนรูในเร่ืองตาง ๆ ไดดี เพราะผูท่ีมีสมรรถภาพทางกายดี ยอมมีสุขภาพดี
การที่สุขภาพที่ดี สมบูรณ แข็งแรงชวยใหจิตใจแจมใส เม่ือจิตใจแจมใส ยอมมีสมาธิเรียนรู
ในเรื่องตาง ๆ ไดอยางเต็มความสามารถ

ขอควรปฏิบัติในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

๑. การแตงกายใหเหมาะสม ควรเลือกเส้ือผาใหมีขนาดพอเหมาะกับขนาดรางกาย
และเลือกรองเทาใหเหมาะสมในการทดสอบ

๒. วันกอนการทดสอบสมรรถภาพ งดการออกกําลังกายหนัก อาหารไมควรเปล่ียนแปลง
จากเดิมมากนัก งดการกินยากระตุนรางกายหรือยานอนหลับ พักผอนใหเพียงพอ

๓. วันท่ีทดสอบสมรรถภาพรางกาย ควรรับประทานอาหารกอนการทดสอบอยางนอย
๒-๓ ชั่วโมง งดรับประทานอาหารที่มีสารกระตุน เชน กาแฟ บุหร่ี ชา งดใชยากระตุน

๔. การทดสอบ ถารูสึกไมสบายหรือมีอาการบาดเจ็บ ควรแจงเจาหนาที่ท่ีควบคุม
การทดสอบ และมีสมาธิ และความต้ังใจในการทดสอบอยางเต็มท่ี



แนวทางการจัดการทดสอบสมรรถภาพรางกาย นักเรียนนายสิบตํารวจ

การทดสอบสมรรถภาพนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ เพอื่ ใหไ ดป ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ ควรจดั การทดสอบ
สมรรถภาพรางกาย จํานวน ๑๖ ช่ัวโมง ดังน้ี

ครั้งท่ี ๑ กอนการเรียนในเทอม ๑ จํานวน ๔ ชั่วโมง

คร้ังที่ ๒ กอนการสอบปลายภาคเรียนที่ ๑ จํานวน ๔ ชั่วโมง

คร้ังที่ ๓ กอนการเรียนในเทอม ๒ จํานวน ๔ ช่ัวโมง

คร้ังที่ ๔ กอนการสอบปลายภาคเรียนที่ ๒ จํานวน ๔ ช่ัวโมง

เพ่ือความปลอดภัย เพ่ือใหเกิดประโยชนสูงสุดในการทดสอบ นักเรียนนายสิบตํารวจ
ที่เขารับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย คณะกรรมการจัดทดสอบควรปฏิบัติ ดังนี้

๑. จัดพิมพคูมือ คําแนะนํา ใหผูเขารับการทดสอบอาน ใหเขาใจถึงประโยชน วิธีการทดสอบ
การเตรียมตัวกอนวันทดสอบ และวิธีการพัฒนาสมรรถภาพทางกายใหดีขึ้น ควรติดประกาศ
กอนทําการทดสอบไมเกิน ๑ สัปดาห และคณะกรรมการจัดการทดสอบตองอานใหเขาใจ เพื่อปฏิบัติ
ตรงตามกัน

๒. คณะกรรมการจัดการทดสอบควรเตรียมการในเร่ืองสถานท่ี อุปกรณ ผูชวย สิ่งอํานวย
ความสะดวกแบบฟอรมประเมินผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย เปนตน รายละเอียดมีดังน้ี

๒.๑ การเตรียมสถานท่ี ตองพิจารณาใหพอเพียงตอกลุมที่จะทดสอบแตละคร้ัง
และชนิดการทดสอบที่จะนํามาทดสอบ แสงสวางเพียงพอ มีโตะเกาอ้ีท่ีวางของ สถานท่ีดังกลาว
จัดไวเพื่อใชตรวจดรรชนีมวลกาย ความทนทานของกลามเนื้อ ความออนตัวของรางกาย นอกจากนี้
การตรวจความทนทานระบบหัวใจ และปอด ตองอาศัยลูว่ิงสนามกีฬา ระยะทางรอบละ ๔๐๐ เมตร
เปนอยางนอย เวลาท่ีใชทดสอบควรเปนชวงเชาหรือเย็น สภาพอากาศไมรอนจัด ไมอบอาว
ไมมีฝนฟาคะนอง

๒.๒ การเตรียมอุปกรณและสิ่งอานวยความสะดวกตางๆ แบงเปน

๒.๒.๑ อุปกรณในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ไดแก นาฬกาจับเวลา
ชนิดเข็ม หรือชนิดตัวเลข นกหวีดเปาเพื่อใหสัญญาณ และเครื่องวัดน้ําหนัก สวนสูง ใหพอเพียงตอ
ปริมาณการทดสอบแตละคร้ัง

๒.๒.๒ อปุ กรณอ าํ นวยความสะดวก นา้ํ ดม่ื ผา ขนหนู เกา อนี้ ง่ั อปุ กรณป ฐมพยาบาล
ในกรณีฉุกเฉินหรือเตรียมรถพยาบาลใหพรอมระหวางการทดสอบ

๒.๒.๓ แบบฟอรมประเมินผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ดินสอ ปากกา
ยางลบที่เพียงพอ



๒.๓. ควรแนะนําผูเขารับการทดสอบใหอบอุนรางกาย ยืดเหยียดกลามเน้ือ กอนการ
ทดสอบประมาณ ๑๐ – ๑๕ นาที

๓. จัดเตรียมแพทยหรือพยาบาล เพื่อตรวจรางกายกอนทดสอบสมรรถภาพทางรางกาย
มีรายละเอียดท่ีแพทยตองคํานึงถึงแตกตางไปจากการตรวจรางกายตามปกติ เนื่องจากผูเขารับ
การตรวจจะตองออกกําลังกายเกินกวาสภาวะปกติ

๔. การหาดรรชนีมวลกาย BMI คํานวณไดจาก การชั่งน้ําหนัก หนวยเปนกิโลกรัม
วัดสวนสูง หนวยเปนเมตร

ดรรชนีมวลกาย = นํ้าหนักตัว (กิโลกรัม)
สวนสูง (เมตร)๒

๑๐

วิธีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ๗ สถานี

๑. ว่ิง ๕๐ เมตร (๕๐ Meter Sprint)

วตั ถปุ ระสงค วัดความเร็ว
อปุ กรณ

๑. นาฬกาจับเวลา ชนิดอานละเอียด ๑/๑๐๐ วินาที

๒. ลูวิ่ง หรือสนามที่มีขนาด ระยะ ๕๐ เมตร มีเสนเริ่มและเสนชัย

๓. สัญญาณปลอยตัว ที่ผูจับเวลาไดยินหรือมองเห็น (ปน, นกหวีด, การตบมือ, ผืนธง)
วธิ ที ดสอบ

๑. ใหผูเขารับการทดสอบยืนท่ีหลังเสนเริ่ม (ไมตองยอตัวในทาออกว่ิง)

๒. เม่ือผูเขารับการทดสอบพรอมแลว ใหสัญญาณปลอยตัว

๓. ผูจับเวลาอยูท่ีเสนชัยจับเวลาเมื่อไดยินหรือเห็นสัญญาณการปลอยตัว

๔. ผูเขารับการทดสอบวิ่งเต็มท่ีไปตามเสนทางที่กําหนดจนเสนชัย ระยะ ๕๐ เมตร
เจา หนา ท่ี ปลอยตัว ๑ นาย, จับเวลา ๑ นาย, บันทึกผล ๑ นาย
การบนั ทกึ บันทึกเวลาเปนวินาทีและทศนิยมสองตําแหนง

เกณฑการทดสอบสมรรถภาพ ว่ิง ๕๐ เมตร

คะแนน ๑๐ ๙ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๐

วนิ าที ๖.๘๔ ๖.๘๕- ๗.๔๐- ๗.๖๘- ๗.๙๕- ๘.๒๓- ๘.๗๙- ๙.๐๖- ๙.๓๔- ๙.๖๑- ๑๐.๑๖
ลงมา ๗.๓๙ ๗.๖๗ ๗.๙๔ ๘.๒๒ ๘.๗๘ ๙.๐๕ ๙.๓๓ ๙.๖๐ ๑๐.๑๕ ขนึ้ ไป

เกณฑ ดมี าก ดี ปานกลาง ตาํ่ ตา่ํ มาก

๑๑

๒. ยืนกระโดดไกล (Standing Jump)

วตั ถปุ ระสงค วัดความแข็งแรงและพลังกลามเนื้อขาและสะโพก
อปุ กรณ

๑. พื้นไมเรียบไมล่ืน

๒. เทปวัดระยะทาง

๓. ขงึ เทปวดั ระยะทางไวท พี่ น้ื ขา งทจ่ี ะทดสอบ เพอื่ อา นระยะทผี่ เู ขา รบั การทดสอบกระโดดได

๔. แปรงปดฝุนหรือผาเช็ดหนา เพื่ออํานวยความสะดวก ปองกันไมใหพ้ืนลื่น
วธิ ที ดสอบ

๑. ใหผูเขารับการทดสอบยืนดวยปลายเทาทั้งสองหลังเสนเริ่ม

๒. ยอเขาและเหว่ียงแขนทั้งสองขางไปขางหลัง กมตัวไปขางหนา

๓. เม่ือไดจังหวะใหผูเขารับการทดสอบเหวี่ยงแขนท้ังสองขางไปขางหนาอยางแรง
พรอมกับกระโดดดวยเทาทั้งสองไปขางหนาใหไดไกลท่ีสุด

๔. การวัดระยะ ใหวัดระยะจากเสนเร่ิมไปยังจุดท่ีสนเทาตกลงบนพ้ืน ขางท่ีไกลที่สุด

๕. ถาผูเขารับการทดสอบเสียหลัก หงายหลัง มือแตะพื้น ใหทดสอบใหม
เจา หนา ที่ วัดระยะทาง ๑ คน, จุดกระโดด ๑ คน, บันทึกผล ๑ คน
การบนั ทกึ บันทึกระยะทางท่ีกระโดดไดเปนเซนติเมตร

ตารางแสดงเกณฑม าตรฐานของการทดสอบ ยนื กระโดดไกล (ระยะทางทไ่ี ด (เซนตเิ มตร) / สว นสงู ของตนเอง)

คะแนน อายุ ๑๖ - ๑๙ ป อายุ ๒๐ - ๒๙ ป เกณฑการทดสอบ
๕ ๑.๓๖ ขึ้นไป ๑.๔๕ ข้ึนไป ดีมาก
๔ ๑.๒๘ - ๑.๓๕ ๑.๓๗ - ๑.๔๔ ดี
๓ ๑.๑๓ - ๑.๒๗ ๑.๒๐ - ๑.๓๖ ปานกลาง
๒ ๑.๐๑ - ๑.๑๒ ๑.๑๒ - ๑.๑๙ ต่ํา
๑ ๑.๐๐ ลงมา ๑.๑๑ ลงมา ต่ํามาก

๑๒

๓. ลุก-น่ัง ๓๐ วินาที (Seconds Sit-Up)

วตั ถปุ ระสงค วัดความแข็งแรงและทนทานของกลามเนื้อทอง
อปุ กรณ

๑. นาฬกาจับเวลา

๒. เบาะรอง
วธิ ที ดสอบ

๑. จับคูกันสองคน เขารับการทดสอบนอนหงายบนเบาะหรือพื้นราบ งอเขาต้ังเปนมุมฉาก
และวางเทาหางกันประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ใหนิ้วมือสอดประสานกันท่ีทายทอย

๒. ผูที่เปนคู ใหคุกเขาระหวางเทาของผูเขารับการทดสอบ โดยกดที่ขอเทาทั้งสอง
ของผูเขารับการทดสอบ เพ่ือใหเทาของผูเขารับการทดสอบติดกับพ้ืนหรือเบาะ

๓. เม่ือพรอมแลวใหสัญญาณ “เร่ิม”

๔. ผูเขารับการทดสอบ ลุกขึ้นสูทาน่ัง พรอมกับกมศีรษะลงในระหวางเขาท้ังสองขาง
ของตนเอง ขณะเดียวกันใหหุบศอกไปขางหนา ผูเปนคูนับ “หนึ่ง”

๕. จากน้ันใหผูเขารับการทดสอบนอนลงใหหลังจรดพ้ืนหรือเบาะ แลวรีบลุกข้ึน
สูทานั่ง กระทําติดตอกันไปอยางรวดเร็ว ใหไดจํานวนคร้ังมากท่ีสุด ภายในเวลา
๓๐ วินาที

เจา หนา ท่ี จับเวลา ๑ คน, บันทึกผล ๑ คน
การบนั ทกึ บันทึกจํานวนคร้ังของการลุก-นั่ง ท่ีถูกตอง ภายในระยะเวลา ๓๐ วินาที

เกณฑก ารทดสอบสมรรถภาพ ลกุ -นงั่ ๓๐ วนิ าที

คะแนน ๑๐ ๙ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๐

จาํ นวน ๓๐ ๒๙ ๒๗- ๒๖ ๒๕ ๒๔ ๒๑- ๒๐ ๑๙ ๑๗- ๑๖
ขนึ้ ไป ๒๘ ๒๓ ๑๘ ลงไป

เกณฑ ดมี าก ดี ปานกลาง ตา่ํ ตา่ํ มาก

๑๓

๔. ว่ิงเก็บของ (Shuttle run)

วตั ถปุ ระสงค วัดความคลองแคลววองไว
อปุ กรณ

๑. นาฬกาจับเวลา ชนิดอานละเอียด ๑/๑๐๐ วินาที

๒. ทางว่ิงจากเสนเร่ิมถึงเสนชัย ระยะ ๑๐ เมตร

๓. หลังเสนเร่ิมและเสนชัยมีวงกลมขนาดเสนผาศูนยกลาง ๕๐ เซนติเมตร

๔. ทอนไมรูปส่ีเหลี่ยมผืนผาขนาด ๕×๕×๑๐ เซนติเมตร จํานวน ๒ ทอน
วธิ ที ดสอบ

๑. วางทอนไมท้ังสองทอนกลางวงกลมดานเสนชัย

๒. ผูเขารับการทดสอบยืนหลังเสนชัย เม่ือไดยินเสียงสัญญาณ “เร่ิม” ใหผูเขารับการทดสอบ
ออกวิ่งไปยังเสนชัยท่ีมีทอนไมวางอยู

๓. หยิบไมในวงกลม ๑ ทอน ว่ิงกลับหลังหันนํามาวางในวงกลมท่ีเสนเร่ิม

๔. แลววิ่งกลับตัวไปเสนชัย และหยิบไมที่เหลืออีก ๑ ทอน วิ่งกลับหลังหันนําไมมาวาง
ในวงกลมที่เสนเริ่ม พรอมกับว่ิงผานเลยเสนเร่ิมไป

เจา หนา ท่ี จับเวลา ๑ คน, บันทึกผล ๑ คน
การบนั ทกึ บันทึกเวลาตั้งแตเร่ิมออกว่ิง จนถึงขณะที่นําทอนไมทอนท่ีสองมาวางไวในวงกลม

เกณฑการทดสอบสมรรถภาพ ว่ิงเก็บของ

คะแนน ๑๐ ๙ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๐

วนิ าที ๙.๗๓ ๙.๗๔- ๑๐.๒๕- ๑๐.๕๑- ๑๐.๗๗- ๑๑.๐๒- ๑๑.๕๕- ๑๑.๘๑- ๑๒.๐๖- ๑๒.๓๒- ๑๒.๘๔
ลงมา ๑๐.๒๔ ๑๐.๕๐ ๑๐.๗๖ ๑๑.๐๑ ๑๑.๕๔ ๑๑.๘๐ ๑๒.๐๕ ๑๒.๓๑ ๑๒.๘๓ ขน้ึ ไป

เกณฑ ดมี าก ดี ปานกลาง ตาํ่ ตาํ่ มาก

๑๔

๕. งอตัวขางหนา (Trunk Forward Flexion)

วตั ถปุ ระสงค วัดความออนตัว
อปุ กรณ

๑. เคร่ืองวัดความออนตัว (Flexibility meter) สามารถอานคาบวกและคาลบได
๒. เกาอ้ีหรือมาน่ังยาวรูปสี่เหล่ียม
วธิ ที ดสอบ
๑. วางเคร่ืองมือวัดความออนตัวลงบนพื้นราบ

๒. ผูเขารับการทดสอบนั่งบนฐานเครื่องวัดความออนตัว ในลักษณะเขาตึง ปลายเทา
จรดขอบเคร่ืองวัดความออนตัว

๓. เมื่อพรอมแลวใหกมตัว เหยียดแขนตรงปลอยมือทั้งสองขางหนา ใหหัวแมมือเกี่ยวกัน
ในลักษณะควํ่ามือ

๔. ขณะเดียวกันใหปลายนิ้วกลางกดหรือดันสลักเล่ือนของเคร่ืองมือวัดความออนตัว
ไปตามแนวของแกนเครื่องวัด

เจา หนา ที่ ใหสัญญาณเร่ิม ๑ คน, บันทึกผล ๑ คน
การบนั ทกึ บันทึกระยะเปนเซนติเมตร

- ถาปลายน้ิวกลางเหยียดต่ําเลยปลายเทา บันทึกคาเปนบวก ( + )

- ถาปลายนิ้วกลางเหยียดไมถึงปลายเทา บันทึกคาเปนลบ ( - )

เกณฑก ารทดสอบสมรรถภาพ งอตวั ขา งหนา

คะแนน ๑๐ ๙ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔๓ ๒๑๐
๔.๕- ๓.๐- ๒.๐- ๑.๐- ๐.๙
ระยะ ๑๖.๕ ๑๓.๕- ๑๒.๕- ๑๐.๕- ๙.๕- ๖.๐- ๕.๙ ๔.๔ ๒.๙ ๑.๙ ลงมา
ทาง ขน้ึ ไป ๑๖.๔ ๑๓.๔ ๑๒.๔ ๑๐.๔ ๙.๔
ตาํ่ ตา่ํ มาก
เกณฑ ดมี าก ดี ปานกลาง

๑๕

๖. ดึงขอ สําหรับชาย (Pull-up)

วตั ถปุ ระสงค วัดความแข็งแรงของแขนและหัวไหล
อปุ กรณ

๑. ราวเดี่ยวหรือไมพาด ที่มีเสนผาศูนยกลางระหวาง ๒-๔ เซนติเมตร

๒. มาน่ัง สําหรับข้ึนจับราวไดสะดวก

๓. ผงแมกนีเซียมคารบอเนต ปองกันการลื่น
วธิ ปี ฏบิ ตั ิ

๑. ผูเขารับการทดสอบจับราวเด่ียวดวยทาจับคว่ํามือ มือหางกันเทาชวงไหล

๒. แขนเหยียดตรง เทาพนพื้น เปนทาเร่ิมตน

๓. เมื่อไดยินสัญญาณ “เร่ิม” ผูเขารับการทดสอบออกแรงโดยงอแขนดึงตัวใหคางพน
ระดับราว แลวปลอยตัวลงสูทาต้ังตน

๔. ทําอยางนี้ตอไป ใหไดมากที่สุด โดยไมตองหยุดพัก
เจา หนา ที่ ใหสัญญาณเร่ิมและนับจํานวนครั้ง ๑ คน, บันทึกผล ๑ คน
การบนั ทกึ บันทึกจํานวนคร้ังที่ดึงข้ึน และคางพนราว

คะแนน ๑๐ เกณฑก ารทดสอบสมรรถภาพ ดงึ ขอ ๒๑๐
ระยะ ๑๒ ๓๒๑
ทาง ขน้ึ ไป ๙๘๗๖๕๔๓
เกณฑ ดมี าก ๑๑ ๑๐ ๙ ๘ ๖ - ๗ ๕ ๔ ตาํ่ มาก

ดี ปานกลาง ตาํ่

๑๖

๗. ว่ิงระยะไกล ๑,๐๐๐ เมตร (Distance Run)

วตั ถปุ ระสงค วัดความอดทนของระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิต
อปุ กรณ

๑. นาฬกาจับเวลา ชนิดอานละเอียด ๑/๑๐๐ วินาที

๒. สนามท่ีมีระยะทางว่ิง ๔๐๐ เมตร
วธิ ปี ฏบิ ตั ิ

๑. ผูเขารับการทดสอบยืนหลังเสนเร่ิม เม่ือไดยินสัญญาณ “ไป” ใหผูเขารับการทดสอบ
ออกว่ิงไปตามเสนทางที่กําหนดใหเร็วที่สุดเทาท่ีจะทําได

๒. อนุญาตใหเดินได แตยังคงเนนเร่ืองการรักษาเวลาและระดับความเร็ว
เจา หนา ที่ ปลอยตัว ๑ นาย, จับเวลา ๑ นาย, บันทึกผล ๑ นาย
การบนั ทกึ บันทึกเวลาเปนนาทีและวินาที

เกณฑก ารทดสอบสมรรถภาพ วง่ิ ๑,๐๐๐ เมตร (ชาย)

คะแนน ๑๐ ๙ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๐

ระยะ ๓.๓๗ ๓.๓๘ ๓.๔๕- ๓.๕๒- ๓.๕๙- ๔.๐๖- ๔.๑๓- ๔.๒๐- ๔.๒๗- ๔.๓๔- ๔.๕๗
เวลา ลงมา ๓.๔๔ ๓.๕๑ ๓.๕๘ ๔.๐๕ ๔.๑๒ ๔.๑๙ ๔.๒๖ ๔.๓๓ ๔.๕๖ ข้ึนไป

เกณฑ ดมี าก ดี ปานกลาง ตาํ่ ตาํ่ มาก

๑๗

แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

นักเรียนนายสิบตํารวจ ครั้งที่________________
วันที่ทําการทดสอบ__________________________________________________

ช่ือ - ชื่อสกุล นสต.____________________________________________ อายุ _______________

เพศ ชาย โรคประจําตัว _____________________________________________________

น้ําหนัก _______________________ กิโลกรัม สวนสูง ______________________ เซนติเมตร

ดัชนีมวลกาย (BMI)......................... ตํ่ากวาเกณฑ อยูในเกณฑ เกินเกณฑ อวน

ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

กิจกรรม สถิติ / จํานวนครั้ง คะแนน เจาหนาท่ี
๑. ว่ิง ๕๐ เมตร
๒. ยืนกระโดดไกล
๓. Sit - up ๓๐ วินาที
๔. ว่ิงเก็บของ
๕. วัดความออนตัว
๖. ดึงขอ
๗. ว่ิง ๑,๐๐๐ เมตร

ลงช่ือ
( __________________________ )
ผูควบคุมการปฏิบัติ

เกณฑการทดสอบสมรรถภาพ นักเรียนนายสิบตํารวจ ๑๘

คะแนน เกณฑก ารทดสอบ ลกุ -นงั่ ๓๐ วนิ าที วง่ิ เกบ็ ของ วงิ่ ๕๐ เมตร วดั ความออ นตวั ดงึ ขอ วงิ่ ๑,๐๐๐ เมตร ยนื กระโดดไกล
สมรรถภาพ (จาํ นวนครง้ั ) (วนิ าท)ี
(วนิ าท)ี (เซนตเิ มตร) (จาํ นวนครง้ั ) (นาท)ี (เมตร)

๑๐ ดมี าก ๓๐ ๙.๗๓ ลงมา ๖.๘๔ ลงมา ๑๖.๕ ข้นึ ไป ๑๒ ๓.๓๗ ลงมา
๙ ๒๙ ๙.๗๔ - ๑๐.๒๔ ๖.๘๕ - ๗.๓๙ ๑๓.๕ - ๑๖.๔ ๑๑ ๓.๓๘ - ๓.๔๔
๘ ดี ๒๗ ๑๐.๒๕ - ๑๐.๕๐ ๗.๔๐ - ๗.๖๗ ๑๒.๕ - ๑๓.๔ ๑๐ ๓.๔๕ - ๓.๕๑

๗ ๒๖ ๑๐.๕๑ - ๑๐.๗๖ ๗.๖๘ - ๗.๙๔ ๑๐.๕ - ๑๒.๔ ๙ ๓.๕๒ - ๓.๕๘ เกณฑก ารทดสอบ
๖ ปานกลาง ๒๕ ๑๐.๗๗ - ๑๑.๐๑ ๗.๙๕ - ๘.๒๒ ๙.๕ - ๑๐.๔ ๘ ๓.๕๙ - ๔.๐๕ สมรรถภาพ
๕ ๒๔ ๑๑.๐๒ - ๑๑.๕๔ ๘.๒๓ - ๘.๗๘ ๖.๐ - ๙.๔ ๖ ๔.๐๖ - ๔.๑๒ ๑.๔๕ ขน้ึ ไป ดมี าก
๔ ต่ํา ๒๑ ๑๑.๕๕ - ๑๑.๘๐ ๘.๗๙ - ๙.๐๕ ๔.๕ - ๕.๙ ๕ ๔.๑๓ - ๔.๑๙ ๑.๓๗ - ๑.๔๔ ดี
๓ ๒๐ ๑๑.๘๑ - ๑๒.๐๕ ๙.๐๖ - ๙.๓๓ ๓.๐ - ๔.๔ ๔ ๔.๒๐ - ๔.๒๖ ๑.๒๐ - ๑.๓๖ ปานกลาง
๒ ๑๙ ๑๒.๐๖ - ๑๒.๓๑ ๙.๓๔ - ๙.๖๐ ๒.๐ - ๒.๙ ๓ ๔.๒๗ - ๔.๓๓ ๑.๑๒ - ๑.๑๙ ตา่ํ
๑ ตา่ํ มาก ๑๗ ๑๒.๓๒ - ๑๒.๘๓ ๙.๖๑ - ๑๐.๑๕ ๑.๐ - ๑.๙ ๒ ๔.๓๔ - ๔.๕๖ ๑.๑๑ ลงมา ตํา่ มาก

๐ ๑๖ ๑๒.๘๔ ข้ึนไป ๑๐.๑๖ ขึน้ ไป ๐.๙ ลงมา ๑ ๔.๕๗ ขึ้นไป

เกณฑการคิดคะแนนรวม ๗ สถานี

ดีมาก ๖๑-๖๕ คะแนน

ดี ๕๑-๖๐ คะแนน

ปานกลาง ๔๑-๕๐ คะแนน

ต่ํา ๓๑-๔๐ คะแนน

ต่ํามาก ๓๐ ลงไป คะแนน



๒๑๖

จัดพมิ พโ ดย
โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘

“เปนหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพยสินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล”

พลตํารวจเอก จักรทิพย ชัยจินดา
ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ


Click to View FlipBook Version