The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความหมาย ประโยชน์และประวัติความเป็นมาของการพิสูจน์หลักฐาน การตรวจพิสูจน์หลักฐานจากพยานวัตถุ สถานที่เกิดเหตุ ประเภทของวัตถุพยานทางวิทยาศาสตร์ การตรวจเอกลักษณ์บุคคล การรักษาสถานที่เกิดเหตุ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานสืบสวนสอบสวน งานสืบสวนปราบปราม งานปกครองและป้องกัน และงานจราจร ได้แก่ เครื่องตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ พยานหลักฐานจากลายพิมพ์นิ้วมือแฝง เส้นผม เส้นขน รอยเท้า อวัยวะต่าง ๆ ของผู้ต้องสงสัยและผู้เสียหาย วัตถุพยานอื่น ๆในสถานที่เกิดเหตุ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Book27 นิติวิทยาศาสตร์

ความหมาย ประโยชน์และประวัติความเป็นมาของการพิสูจน์หลักฐาน การตรวจพิสูจน์หลักฐานจากพยานวัตถุ สถานที่เกิดเหตุ ประเภทของวัตถุพยานทางวิทยาศาสตร์ การตรวจเอกลักษณ์บุคคล การรักษาสถานที่เกิดเหตุ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนการปฏิบัติงานสืบสวนสอบสวน งานสืบสวนปราบปราม งานปกครองและป้องกัน และงานจราจร ได้แก่ เครื่องตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ พยานหลักฐานจากลายพิมพ์นิ้วมือแฝง เส้นผม เส้นขน รอยเท้า อวัยวะต่าง ๆ ของผู้ต้องสงสัยและผู้เสียหาย วัตถุพยานอื่น ๆในสถานที่เกิดเหตุ

๑๔๒

๔.๓.๖.๒ กอ นการตรวจเกบ็ ตอ งถา ยภาพระยะไกล ระยะกลาง ระยะใกล
และระยะใกลแบบมสี เกล

๔.๓.๖.๓ ตองสเก็ตชภาพสถานท่ีเกิดเหตุ และรองรอยวัตถุพยาน
หลกั ฐาน ในสถานที่เกิดเหตถุ ึงความสมั พนั ธก ัน

õ. ¡Òöҋ ÂÀҾ㹧ҹʶҹ·èàÕ ¡´Ô àËμØ

เปนการบรรยายลักษณะสถานท่ีเกิดเหตุโดยใชภาพถายเพ่ือบันทึกสิ่งที่ตามองเห็น
และอาจลมื ได เพอ่ื แสดงทตี่ งั้ ของพยานหลกั ฐาน ทาํ ใหศ าลมองเหน็ ภาพอยา งชดั เจน หลกั การเบอ้ื งตน
ในการถายภาพสถานท่ีเกิดเหตุ มดี งั น้ี

๕.๑ การถา ยภาพระยะไกล เปน การถา ยภาพรวมแสดงใหเ หน็ ถงึ ตาํ แหนง ทต่ี งั้ ของสถานท่ี
เกดิ เหตุ เชน ถา ยภาพใหเ หน็ ปา ยชอ่ื ถนน ชอื่ ซอย ลกั ษณะอาคารหรอื สงิ่ กอ สรา งทอ่ี ยขู า งเคยี ง เปน ตน

๕.๒ การถายภาพระยะกลาง เปนการถายภาพใหเห็นพยานหลักฐานโดยรวมที่อยูใน
ตําแหนงท่ีต้ังภายในสถานท่ีเกิดเหตุ แสดงใหเห็นความสัมพันธกับพ้ืนที่โดยรอบ ถายภาพทั้งกอน
และหลงั วางปา ยหมายเลข ระบุตําแหนงหลักฐาน

๕.๓ การถายภาพระยะใกล เปนการถา ยภาพหลกั ฐานช้นิ ตาง ๆ ในระยะใกล
๕.๔ การถา ยภาพระยะใกลแ บบมสี เกล เปน การถา ยภาพหลกั ฐานชน้ิ ตา ง ๆ ในระยะใกล
และมสี เกลกํากับไว
¡Òöҋ ÂÀÒ¾ã¹Ã»Ù ẺÍè¹× æ ·àèÕ »š¹»ÃÐ⪹μ‹Í¡ÒÃμÃǨʶҹ·àÕè ¡´Ô àËμØ
๑. การถายภาพในมุมสูง เพื่อใหเห็นรายละเอียดและความเชื่อมโยงของเหตุการณ
และหลักฐาน
๒. การถา ยภาพคนจาํ นวนมาก ทมี่ งุ ดเู หตอุ าชญากรรมทเ่ี กดิ ขนึ้ โดยถา ยภาพจากหลาย ๆ
มมุ ของสถานทเ่ี กิดเหตุ เผ่อื มคี นรา ยยนื ปะปนอยกู ับคนจํานวนมากดงั กลา ว

ö. ¡ÒÃà¡çºÃǺÃÇÁáÅÐÃÑ¡ÉÒÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹ (Collection and Preservation of
Physical Evidence)

สงิ่ สาํ คญั ทจ่ี ะตอ งรวบรวมและระบรุ ายการของหลกั ฐาน รวมไปถงึ การรกั ษาหว งโซห ลกั ฐาน
ทเี่ หมาะสม กด็ ว ยเหตุผลสองประการ ประการแรก คือ ตองสามารถทจ่ี ะพิสูจนว าวตั ถุพยานรายการ
ที่นํามาใชในศาล เปนรายการเดียวกันที่ถูกเก็บรวบรวมไวในสถานท่ีเกิดเหตุ ประการท่ีสอง คือ
ตอ งใหแ นใ จวา รายการจะไมถ กู เปลย่ี นแปลง หรอื การปนเปอ นระหวา งเวลาทเี่ กบ็ รวบรวมและเวลาทถี่ กู
ตรวจสอบ หรือเขามาเปนหลักฐาน วัตถุประสงคท้ังสองประการ จะประสบความสําเร็จไดดี
ก็ดวยบรรจภุ ณั ฑทเ่ี หมาะสม และการปด ผนึกของหลกั ฐาน และทส่ี าํ คญั คอื การรักษาหวงโซข องวตั ถุ
พยานทเี่ หมาะสม

๑๔๓

หลักการเบอ้ื งตน ในการเก็บรวบรวมวัตถพุ ยาน
๑. ตองเกบ็ วตั ถพุ ยานซงึ่ี จะสูญหายหรือเสยี หาย เปนลําดบั แรก
๒. ในกรณีท่ีมีวัตถุพยานหลายชนิด ไมควรเก็บไวในท่ีเดียวกัน เพราะอาจทําใหเกิด
การสบั สน ปนเปอน และอาจทาํ ใหวตั ถพุ ยานเสียสภาพไป
๓. การตรวจเก็บวัตถุพยาน ควรกระทาํ โดยผทู ม่ี ีอาํ นาจหนา ทีโ่ ดยตรงเทาน้ัน
๔. กระบวนการเก็บวัตถุพยาน จนถึงขั้นตอนการตรวจพิสูจนหลักฐาน วัตถุพยาน
ควรผา นมอื คนใหนอยท่ีสดุ
๕. ควรมลี ูกโซข องการครอบครองหลกั ฐาน
การเกบ็ รวบรวมและรักษาวตั ถพุ ยาน ควรดาํ เนินการตามหลักการขางตน และจะมคี วาม
แตกตางกนั ไป ขึน้ กับประเภทหลกั ฐาน ดงั นี้
ö.ñ ¡ÒÃμÃǨࡺç ÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹»ÃÐàÀ·ÅÒ¹ÔéÇÁÍ× ½Ò† Á×Í áÅн†Òà·ŒÒ

ควรเกบ็ ในลกั ษณะทไ่ี มค วรใหส มั ผสั กบั วตั ถอุ น่ื ไมค วรใชห รอื กระดาษหอ วตั ถพุ ยาน
ท่ีตองนํามาตรวจลายนิ้วมือ ฝามือ หรือฝาเทา เพราะอาจทําใหลายนิ้วมือ หรือฝามือแฝงถูกลบได
ในหัวขอนี้จะนําเสนอการตรวจเก็บลายน้ิวมือ ฝามือ และฝาเทาในสถานที่เกิดเหตุ ตามท่ีไดทราบ
มาแลววาเราจะพบลายน้ิวมอื ฝา มอื และฝาเทา ในสถานท่ีเกิดเหตุ ได ๒ ลักษณะ คือ ลายนว้ิ มอื
ที่มองดวยตาเปลาเหน็ และลายนวิ้ มือทมี่ องดวยตาเปลาไมเ หน็ หรือเห็นไมชัด

การตรวจหาลายนวิ้ มอื ในสถานทเี่ กดิ เหตุ ในสว นนเี้ ราจะกลา วถงึ การตรวจหารอย
ลายนวิ้ มอื แฝง ฝา มอื แฝง และฝา เทา แฝง ในสถานทเี่ กดิ เหตุ ซง่ึ เปน การตรวจหาดว ยตาเปลา ในบรเิ วณ
ที่สงสัยวาจะมีลายนิ้วมือประทับและตรวจเก็บลายนิ้วมือที่มองไมเห็นดวยตาเปลา ทําใหมองเห็น
โดยการใชผ งฝุน บรเิ วณทีต่ อ งสงสัยวา จะมีลายน้วิ มอื ปรากฏ เชน ทางเขา - ออกของคนราย, บริเวณ
ที่มกี ารรอื้ คนทรัพยสนิ , บริเวณอาวุธที่ใช, บริเวณทม่ี ีการขยับหรอื เคลอื่ นยายส่งิ ของ เปนตน

ö.ñ.ñ ¡ÒÃμÃǨà¡çºÃÍÂÅÒ¹éÔÇÁ×Í ½†ÒÁÍ× áÅн†Òà·ÒŒ á½§
วธิ ีการตรวจเกบ็ ลายนิว้ มอื ฝามอื และฝาเทา แฝง สามารถแยกได ๘ วธิ ี

ไดแก ๑.วิธแี หงหรอื ผงฝุน ๒.วิธเี ปย ก ๓.วิธีกาซ ๔.วธิ ีลอกลายนว้ิ มือ ๕.วิธีการถา ยภาพ ๖.วิธใี ชแสง
๗.วธิ หี ลอ รอ งรอย และ ๘.ใชเคร่ืองมือ Dust Print Lifter Electrostatic ในสว นน้ีจะกลา วไวเพียง
วิธีแหงหรือการใชปด ผงฝนุ ดํา

วธิ ปี ด ผงฝนุ เปน วธิ พี น้ื ฐานทใี่ ชใ นการปด เกบ็ ลายนวิ้ มอื แฝงหรอื ลายนว้ิ มอื
ทมี่ องไมเ หน็ และใชเ ทปลอกตดิ บนกระดาษรองรบั หรอื โดยการถา ยภาพ วธิ นี ไ้ี ดผ ลกบั การเกบ็ ลายนวิ้ มอื
ทมี่ องไมเ หน็ หรอื ไมช ดั บนพนื้ ผวิ ทเ่ี รยี บ เชน กระจก แกว กระเบอื้ ง วตั ถทุ าสี โลหะตา ง ๆ พลาสตกิ ฯลฯ
วธิ ีน้เี ปน วธิ ที างฟส กิ ส เพือ่ ใหไดล ายนวิ้ มอื ทีม่ ีสีแตกตา ง โดยการใชผงฝนุ ปด ผงฝนุ จะตดิ กับความช้นื
และไขมนั ของสารทข่ี บั ถา ยออกทางนิ้วมือ มอี ุปกรณทีใ่ ชแ ละรายละเอยี ด ดังนี้

๑๔๔

ÍØ»¡Ã³· ãèÕ ªŒ
๑. แปรง แปรงสาํ หรบั ใชใ นการปด ฝนุ มหี ลายชนดิ เชน แปรงขนกระตา ย
แปรงขนอูฐ หรือแปรงขนกระรอก แปรงแมเ หลก็ แปรงขนนก
๒. ผงฝนุ
๓. เทปใสหรือเจลลาติน สาํ หรบั ใชใ นการลอกลายนว้ิ มือ
๔. กระดาษแผนเก็บลายน้ิวมือแฝง ซึ่งตองเลือกใชสีที่ตรงกันขามกับสี
ของผงฝุน
๕. กรรไกรตดั เทป
วธิ ปี ฏบิ ตั ิในการปด ฝุน ใชแปรงขนอูฐ (ขนกระรอกหรอื ขนกระตา ย) จมุ ลง
ในผงฝนุ เลก็ นอย สะบัดแปรงเพอ่ื ใหผงฝุนติดอยปู ลายแปรง แลว ปดแปรงเบา ๆ ไปยงั บริเวณพ้ืนท่ีผวิ
ทเ่ี ราตอ งการหารอยลายนวิ้ มอื แฝง ถา บรเิ วณดงั กลา วมลี ายนว้ิ มอื ผงฝนุ ทปี่ ลายแปรงกจ็ ะไปตดิ ลายนว้ิ มอื
เมื่อเห็นลายเสนแลวใหใชแปรงปดไปตามลักษณะของลายเสนจนมีความคมชัด เพื่อเอาฝุนสวน
ท่ีเกินออกไป หลังจากน้ันใหใชเทปใสมาลอกรอยลายนิ้วมือดังกลาว นําไปติดบนกระดาษแผนเก็บ
ลายนิ้วมือแฝง จากนนั้ ใหเ ขยี นรายละเอยี ดคดีลงบนดานหลังของกระดาษแผน เก็บลายนิ้วมือแฝง
ö.ñ.ò ¡ÒÃËŋͻٹ¾ÅÒÊàμÍÏ
ö.ñ.ò.ñ Í»Ø ¡Ã³ : ๑.ปูนพลาสเตอร, ๒.น้าํ สะอาด, ๓.ภาชนะสาํ หรบั
ผสมปนู เชน ถัง, ๔.อุปกรณส ําหรบั คน เชน แทงแกว, ๕.ไม และ ๖.โครงเหล็กสาํ หรับหลอ ปูน
ö.ñ.ò.ò Ç¸Ô Õทํา

- วางโครงเหล็กสาํ หรบั หลอ ปูนรอบรอยประทับ
- ผสมปูนพลาสเตอรอัตราสวน ๑ สวนตอนํา้ ๑ สวน ในถงุ
พลาสตกิ แบบมซี ปิ หรอื ถงั คนใหเขากนั จนสว นผสมเหนยี วขน (คอ ย ๆ คน อยาใหเ กิดฟองอากาศ)
- เทปูนอยางชา ๆ ลงบนแทนคนบริเวณขางรอยประทับ
หา มเทลงบนรอยประทับโดยตรง โดยเทปนู ลงไปประมาณคร่ึงหนงึ่ ใหเสมอกนั ท่วั ทั้งรอย
- นําไมท ่เี ตรียมไววางเสริมตรงกลางประมาณ ๓ - ๔ อัน
- เทปนู สว นทเี่ หลอื ลงไปใหห มดตง้ั ทงิ้ ไวป ระมาณ ๑๐ - ๑๕ นาที
- เขียนรายละเอียดของคดีไวดานหลังแบบพิมพกอนที่ปูน
จะแขง็ ตัว หรอื ใชป ากกาเขยี นเมื่อปนู แขง็ ตัวแลว
- ทงิ้ แบบพิมพไ วป ระมาณ ๑ ช่ัวโมง เพ่ือใหป นู แขง็ ตัว (ขึ้นกบั
อณุ หภมู )ิ ปลอยใหแ หง ประมาณ ๔๘ ชั่วโมง
ö.ò ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹»ÃÐàÀ·àÍ¡ÊÒÃ
ในการตรวจพิสูจนเอกสารนั้น บางประเด็นเราสามารถตรวจพิสูจนจากเอกสาร
ปญหาไดโดยตรง แตบางประเด็นจะตองมีการตรวจเปรียบเทียบเอกสารปญหากับเอกสารตัวอยาง
ท่ีทราบแหลง ที่มาดวย ซ่งึ เอกสารตัวอยา งนี้จะตอ งมกี ารคัดเลือกและจดั เตรยี มอยางเหมาะสม ดงั นน้ั
การตรวจเกบ็ เอกสารเพ่อื เตรียมสงตรวจพสิ ูจนควรปฏบิ ัตดิ ังน้ี

๑๔๕

๖.๒.๑ สวมถุงมือขณะเก็บเอกสาร เพื่อปองกันการทําลายเอกสาร
และหา มขีดเขยี น หรือขดี เขียนบนซองที่มีเอกสารของกลางบรรจอุ ยู

๖.๒.๒ ควรเก็บเอกสารไวในของกลางท่ีเหมาะสม โดยหา มพบั เอกสาร และหา ม
ขีดเขียน หรอื ขีดเขยี นบนซองท่มี เี อกสารบรรจอุ ยู

๖.๒.๓ หา มขดี เขยี น หรอื ขดู ลบขอ ความ หรอื ทาํ เครอื่ งหมายสญั ลกั ษณใ ด ๆ บน
เอกสารของกลาง หากมีความจําเปน ตอ งทาํ เคร่อื งหมายลงบนพื้นท่วี า ง หลกี เลย่ี งการทาํ เครอ่ื งหมาย
ซอ นทับขอความใด ๆ บนเอกสาร

๖.๒.๔ หา มตัด ฉีก เจาะรู เย็บดวยลวดเยบ็ กระดาษ เขม็ หรอื ตัวหนีบกระดาษ
หรอื พบั เอกสารของกลางตรงบรเิ วณทตี่ อ งการตรวจพสิ จู น รวมถงึ หา มทาํ การซอ มแซมรอยตดั หรอื ตดั
ตกแตงขอบกระดาษ

๖.๒.๕ หา มขดู ลบขอ ความหรอื บรเิ วณใด ๆ บนเอกสารของกลาง
๖.๒.๖ หามทําใหเกิดรอยกดใด ๆ บนเอกสารของกลาง
๖.๒.๗ หามตัดเอกสารของกลางทเี่ ปน ช้ินสว นลงบนแผน กระดาษอ่นื ควรเก็บไว
ในซองปดผนึก
๖.๒.๘ ระวังมิใหเอกสารของกลางเปยกน้ํา ถูกความช้ืน ความรอน สารเคมี
แสงสวางมากเกินไป ตอ งเก็บเอกสารไวในทีท่ เี่ หมาะสม
๖.๒.๙ ควรถือหรือจับเอกสารของกลางใหนอยคร้ังที่สุด และจับอยางเบามือ
เพ่อื หลีกเลย่ี งการทําลายเอกสารใด ๆ ท้ังสิน้
๖.๒.๑๐ หา มบรรจเุ อกสารของกลางที่เปนสาํ เนาภาพถา ยในซองพลาสตกิ
๖.๒.๑๑ หากมคี วามจาํ เปน ตอ งถา ยสาํ เนาเอกสารของกลาง ตอ งระวงั มใิ หเ กดิ การ
ทําลายเอกสารใด ๆ ท้งั สน้ิ
๖.๒.๑๒ หามมใิ หผ ตู อ งสงสัย หรอื บุคคลอนื่ ใดจับตอ งหรือเหน็ เอกสารของกลาง
๖.๒.๑๓ ในกรณีท่ีตองตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝง หรือตรวจพิสูจนทางชีววิทยา
หรอื รอยกดบนเอกสารของกลาง ใหส วมถงุ มอื และควรจบั อยา งเบามอื โดยใชด า นขา งของนวิ้ จบั เอกสารในซอง
และระบุหนาซองใหชัดเจนวาตองการตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝง หรือตรวจพิสูจนทางชีววิทยา
หรอื รอยกด
๖.๒.๑๔ ในกรณเี อกสารไหมไ ฟ ใหเ ก็บเอกสารดงั นี้

๖.๒.๑๔.๑ ถายภาพเอกสารไหมไ ฟ ท่มี มี าตราสว นกํากับไว
๖.๒.๑๔.๒ สอดกระดาษแขง็ ลงใตเ อกสารทไ่ี หมไ ฟดว ยความระมดั ระวงั
๖.๒.๑๔.๓ ยกเอกสารไหมไฟขึ้น พรอมทั้งสอดแผนไมหรือโลหะใต
กระดาษแข็งอกี ชั้นหนง่ึ
๖.๒.๑๔.๔ ยกแผนไมพรอมกับวางกระดาษ และเอกสารไหมไฟลงใน
กลอ งกระดาษ หรอื วางตรงกลางแผน กระดาษหอ ของแผน ใหญ แลวนํามมุ กระดาษท้งั ส่ีมุมมากลดั ตดิ
กันไว เพือ่ ปองกันเอกสารไหมไ ฟโดนลม และกระทบกระเทือนอืน่ ๆ

๑๔๖

๖.๒.๑๔.๕ นาํ หบี หอ เอกสารไหมไ ฟ มาสง ทหี่ อ งปฏบิ ตั กิ ารดว ยตวั เอง
๖.๒.๑๕ ควรจัดเตรียมและหารายละเอียดตาง ๆ ของเอกสารไวใหครบถวน
สมบรู ณ เชน วันท่ี และแหลงที่มาของเอกสาร เปนตน
ö.ó ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹»ÃÐàÀ·ÍÒÇØ¸»¹„ áÅÐà¤ÃèÍ× §¡ÃÐÊ¹Ø »„¹
๖.๓.๑ กรณีเปนอาวุธปนใหใชลวดหรือเชือกสอดเขาไปในโกรงไกปนแลวยกข้ึน
หา มใชไ มห รอื ของแขง็ อน่ื ใดสอดเขา ไปทปี่ ากลาํ กลอ งแลว งดั ขน้ึ โดยเดด็ ขาด ควรเกบ็ ใสใ นหบี หอ ทแ่ี ขง็ แรง
เชน กลอ งไม โดยไมใ ชว ตั ถใุ ดหอ หมุ ซงึ่ อาจทาํ ใหร อยลายนว้ิ มอื แฝงทอ่ี าจตดิ อยทู อี่ าวธุ ปน สญู หายได

ÀÒ¾·Õè ó.ñ กลองเกบ็ วตั ถพุ ยานประเภทอาวุธปน
·ÁÕè Ò : การเก็บวตั ถพุ ยานประเภทอาวธุ ปน เขาถึงเม่ือ ๑ พ.ย. ๒๕๕๙ เขาถึงไดจ าก

http://projects.nfstc.org/firearms/module15/images/fir_m15_t07_01.jpg

๖.๓.๒ กรณีเปนปลอกกระสุนปนหรือลูกกระสุนปน ควรเก็บแยกจากกันใสถุง
พลาสติกถงุ ละชน้ิ เพื่อไมใหเกิดรอยครดู หรือบุบยบุ ทีป่ ลอกกระสุนปนหรอื ลูกกระสุนปน

ÀÒ¾·èÕ ó.ò การเกบ็ วตั ถพุ ยานประเภทปลอกกระสนุ ปนและหวั กระสนุ ปน

๑๔๗

ö.ô ¡ÒÃμÃǨà¡çºÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹»ÃÐàÀ·ªÕÇÇ·Ô ÂÒ
วัตถุพยานทางชีววิทยา เปนวัตถุพยานท่ีไดมาจากสวนตาง ๆ ของรางกายคน

ซง่ึ เปน สว นทที่ าํ ใหไ ดด เี อน็ เอ เชน นาํ้ ลาย อสจุ ิ ฟน กระดกู สารคดั หลงั่ จากชอ งคลอด เนอื้ เยอื่ อวยั วะ
ภายใน ผมทม่ี รี ากผม เซลลผ ิวหนงั และเหง่อื ท่ซี มึ ผานเสอื้ ผาสวมใส น้ํามกู โลหิต อาเจยี น อุจจาระ
และปสสาวะ เปน ตน

หลักการเก็บรวบรวมวัตถุพยานประเภทชีววิทยาและดีเอ็นเอ คือ วัตถุพยาน
ท่ีตรวจเกบ็ ตองอยูใ นสภาพแหงและเย็น เชน เสื้อผาของผูตอ งสงสยั หรือเสื้อผา ในสถานทีเ่ กดิ เหตุทีม่ ี
คราบโลหติ หรือมคี ราบอสุจิตดิ อยู ควรผงึ่ ลมใหแ หงแลวเกบ็ ใสในถงุ กระดาษ เพ่อื ปอ งกันไมใ หค ราบ
ดังกลา วเส่อื มสภาพหรอื สญู เสียไป

ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´·Õ¤è Çú¹Ñ ·¡Ö 㹡ÒÃࡺç ÇÑμ¶¾Ø ÂÒ¹
การบันทึกรายละเอียดหากเปนไปไดควรบันทึกไวบนภาชนะท่ีใชในการบรรจุ
วัตถพุ ยานโดยรวมรายละเอียดตาง ๆ ท่คี วรบนั ทกึ ไวด งั นี้
๑. ช่ือผเู กบ็ วตั ถุพยาน และชอื่ บุคคลตา ง ๆ ทเี่ กย่ี วของในการเก็บวตั ถพุ ยาน
๒. วัน เดือน ป และเวลาที่เกิดเหตุ
๓. วนั เดือน ป และเวลาท่ีเก็บวัตถพุ ยาน
๔. ประเภทของคดี
๕. ลกั ษณะของวัตถพุ ยานที่เก็บ และตําแหนง ทีพ่ บ
๖. รายละเอยี ดโดยยอ ของคดี
๗. ทีต่ งั้ ของสถานที่เกิดเหตุ
ö.õ ¡ÒÃμèà¡çºÇÑμ¶Ø¾ÂÒ¹»ÃÐàÀ·¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏáÅÐÍØ»¡Ã³ÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʏ
วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ อ ของกลางประเภทอปุ กรณค อมพวิ เตอร และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ ส
เพอื่ นาํ สงตรวจพสิ ูจน มีรายละเอียดดังนี้
๖.๕.๑ คอมพิวเตอรส วนบคุ คล

๖.๕.๑.๑ ถา ยภาพใหไ ดอ ปุ กรณข องกลางครบทกุ ชน้ิ และจดบนั ทกึ แผนผงั
ของการเชอ่ื มตอ อปุ กรณต า ง ๆ และกอ นทาํ การปลดสายไฟ หรอื สายเชอ่ื มตอ อปุ กรณต า ง ๆ ออกจาก
ตวั เคร่อื ง ควรติดฉลากหมายเลขอางอิงจุดทถี่ อดสายออก

๖.๕.๑.๒ ตรวจสอบในชอ ง DVD, CD, Floppy disk, Card Reader
หรอื ชองตอ USB ตาง ๆ วามแี ผนซดี ี Thumb Drive หรอื อปุ กรณใ ด ๆ คางอยหู รือไม และควรนํา
สงไปพรอมคอมพิวเตอรข องกลางดวย

๖.๕.๑.๓ การนาํ สง ของกลางตรวจพสิ จู นค วรใชผ า เทปคาดกนั้ ฝาปด ชอ ง
ตอ อปุ กรณต า ง ๆ เชน ฝาปด เครอ่ื ง ชอ งใส DVD หรอื USB พรอ มเซน็ ชอ่ื กาํ กบั แลว จงึ บรรจลุ งกลอ งกระดาษ
หรอื ถุงกระดาษซ่งึ มีวสั ดุกนั กระแทกใหเรียบรอย

๑๔๘

๖.๕.๒ คอมพวิ เตอรโนต บุค
๖.๕.๒.๑ หากเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุกอยูในสภาพ “ปดทํางาน”

หามทําการเปดเครื่อง หากเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุกอยูในสภาพ “เปดทํางาน” ใหถายภาพส่ิงที่
ปรากฏบนหนาจอ โปรแกรมท่ีถูกยออยูท่ี Task bar และเวลาที่มุมดานลางขวาของหนาจอ
หากโปรแกรมรกั ษาหนา จอเปด ทาํ งานอยู (หนา จอมดื ) ใหเ คลอื่ นยา ยเมาสห รอื กดแปน พมิ พ Spacebars
เพ่อื ใหปรากฏภาพบนหนา จอแลวจึงถายภาพ

๖.๕.๒.๒ ถอดแบตเตอร่ีออกจากเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุก (ปองกัน
การ Remote เขามาลบขอ มูล)

๖.๕.๒.๓ ถอดสายปลั๊กไฟของเครื่องคอมพิวเตอรโนตบุกออกจาก
ตัวเคร่ือง

๖.๕.๒.๔ การนําสงตรวจพิสูจน ควรใสเคร่ืองคอมพิวเตอรโนตบุก
ของกลางในกระเปากันกระแทก หากบรรจุกลองอ่ืน ๆ ควรใสสายชารจ หรืออุปกรณเสริมอ่ืน ๆ
แยกจากกนั เพือ่ ปองกันการกดทบั ซง่ึ อาจทาํ ใหเกิดความเสยี หายกบั ตวั เครือ่ งคอมพิวเตอรโนตบุกได

๖.๕.๓ อาชญากรรมคอมพวิ เตอรใ นระบบเครอื ขา ย หรอื เครอื่ งแมข า ย (Server)
๖.๕.๓.๑ ขอคําปรึกษาจากเจาหนาท่ีกองพิสูจนหลักฐานกลางในการ

เขาไปยังสถานท่ีเกิดเหตุ และแยกผูตองสงสัยออกจากคอมพิวเตอรในทันที เนื่องจากผูตองสงสัย
อาจสามารถเขา ลบขอ มลู ทบ่ี นั ทกึ อยใู นคอมพวิ เตอรข องกลาง โดยใชค าํ สง่ั ผา นอปุ กรณพ กพาขนาดเลก็
เชน โทรศัพทม อื ถือไดอยา งรวดเร็ว

๖.๕.๓.๒ กรณีเครื่องคอมพิวเตอรของผูตองสงสัยเปนระบบเครือขาย
หามตัดไฟจากแหลงจายไฟ หรือกระทําการอ่ืนใด เพราะการกระทําเชนน้ันอาจทําใหระบบไดรับ
ความเสยี หายสญู เสียขอมลู สาํ คัญและทาํ ใหเ จา หนาที่ตาํ รวจตองรับผิดชอบตอความเสียหาย

๖.๕.๔ ฮารดดิสก
กรณีท่ีเปนฮารดดิสกท้ังแบบบรรจุกลองหรือแบบเปลือย ถายภาพ

ภายนอกของอุปกรณ และหมายเลขเครื่อง (SN) จดบันทึกรายละเอยี ดตางๆ เชน ย่ีหอ ความจุ และ
หมายเลขอื่น ๆ ที่ปรากฏ และหยิบจับอุปกรณดวยความระมัดระวัง เนื่องจากเปนอุปกรณท่ีไดรับ
ความเสียหายไดงาย การนําสงตองบรรจุใสกลองกระดาษหรือหอกระดาษแบบมีวัสดุกันกระแทก
กอนปดผนึกใหเรียบรอ ยพรอมทัง้ เซ็นชือ่ กํากบั แลวจึงนําสง ตรวจพสิ จู น

๖.๕.๕ โทรศพั ทมอื ถือ แท็บเล็ต สมารทโฟน
๖.๕.๕.๑ หากโทรศพั ทม อื ถอื อยใู นสภาพ “ปด ทาํ งาน” ใหป ลอ ยไวใ นสภาพ

“ปดทาํ งาน” หา มทาํ การเปดเครอื่ งหรือถอดแบตเตอร่ี เพื่อดซู มิ การด ดว ยตวั เองเดด็ ขาด
๖.๕.๕.๒ หากโทรศัพทม อื ถืออยูในสภาพ “เปดทาํ งาน”
- ถายภาพท่ปี รากฏบนหนาจอรวมถึงวันที่ เวลา ของเครื่อง

และบรรจุไวใ นถุงกนั คลื่นแมเ หลก็ ไฟฟา

๑๔๙

- หากไมมีถุงกันคล่ืนแมเหล็กไฟฟา ใหถายภาพที่ปรากฏ
บนหนา จอ รวมถงึ วนั ที่ เวลา ของเครอ่ื งโทรศพั ทก อ นปด เครอื่ ง (ปอ งกนั การ Remote เขา มาลบขอ มลู )

๖.๕.๕.๓ ถายภาพ และจดบันทกึ รายละเอยี ด เชน ยห่ี อ รนุ กอ นบรรจุ
ลงใสก ลอ ง หรอื หอ กระดาษ แลว ปด ผนกึ ลงลายมอื ชอื่ กาํ กบั แลว นาํ สง ตรวจพสิ จู น ถา เปน ไปไดใ หแ ยก
๑ เครือ่ งตอ ๑ หอ หากมีสง อุปกรณส ายชารจ แบตเตอรี่ หรือสายเชอ่ื มตอขอ มูลใหน าํ สงมาพรอ มดว ย

๖.๕.๖ แผนซดี ี ดวี ดี /ี บัตรอเิ ล็กทรอนกิ ส
ถา ยภาพแผน ดา นหนา /ดา นหลงั ของบตั รและถา เปน แผน ซดี ี หากของกลาง

มีมากกวา ๑ รายการ ควรระบุลําดับ หรือขอความท่ีเขียนอยูบนแผน เพ่ือใชอางอิงกับรายละเอียด
ในหนังสือนําสง ควรจะบรรจุในซองบรรจุแผนซีดีหรือซองกระดาษ เชนเดียวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส
ปด หีบหอ ใหเ รียบรอยกอนนําสง ตรวจพิสูจน

๖.๕.๗ อุปกรณไ ฟฟา หรืออปุ กรณอิเล็กทรอนกิ สอ ื่น ๆ
ถายภาพ บรรจุกลองกระดาษ/ซองกระดาษ แยกรายการใหชัดเจน

หากเปน อปุ กรณข นาดเลก็ ใหป ด ผนกึ ดว ยซองกนั กระแทกใหเ รยี บรอ ย ลงลายมอื ชอื่ กาํ กบั นาํ สง ตรวจพสิ จู น
ในทุกกรณี ถาเปนไปไดควรมีวัสดุรองรับแรงกดทับ หรือแรงกระแทกเพื่อหลีกเล่ียงความเสียหาย
และควรหลกี เล่ยี งความชื้นและแสงแดด

๖.๕.๘ ส่อื บันทกึ ขอ มูลดจิ ิทลั อ่ืน ๆ ท่ีไมไ ดเชือ่ มตอ กบั เครอื่ งคอมพวิ เตอร
สอ่ื บนั ทกึ ขอ มลู ดจิ ทิ ลั อนื่ ๆ เชน แผน ซดี ี ดวี ดี ี ฟลอปปด สิ ก/ Thumb Drive

/Sd Card /MicroSD สามารถนาํ สงโดยบรรจอุ ยใู นซองพลาสติกเดียวกนั หรือถงุ เก็บพยานหลักฐาน
รวมในใบเดยี วกนั ได และควรมวี สั ดุรองรับการกดทับ หรอื แรงกระแทกหอ หุมไว และควรตดิ ฉลากระบุ
ย่ีหอ รนุ ขนาด หรอื จํานวนของกลางแตล ะรายการใหชัดเจน
ËÁÒÂàËμØ ควรบนั ทึกรายละเอยี ดเก่ียวกบั ของกลาง เชน จาํ นวน ยี่หอ หรอื รนุ ใหชัดเจนกอนนําสง

ตรวจพสิ จู น และควรมลี ายมอื ชอ่ื ผนู าํ สง เซน็ กาํ กบั ทห่ี บี หอ ดว ยทกุ ครง้ั กรณคี อมพวิ เตอร
หรือโทรศัพทมือถือที่เปดอยูตองใหแนใจกอนวาไมมีการใสรหัสผาน หากใสรหัสผาน
ใหข อรหสั ผา นหรอื ปลดลอ็ กรหัสผาน
ö.ö ¡ÒÃμÃǨࡺç ÇμÑ ¶¾Ø ÂÒ¹»ÃÐàÀ·Íè×¹ æ

ö.ö.ñ ÇμÑ ¶Ø¾ÂÒ¹ª¹éÔ àÅç¡ æ (Trace Evidence)
เชน เสนผม เสนขน เสนใย หรือเศษแกว ใชปากคีบจับข้ึนมา บรรจุ

ใสถุงกระดาษ ปดปากถุงดวยเทปใส และลงชื่อกํากับ (ปกติใชหอในกระดาษขาวสะอาดแลวพับ
หา มใสภ าชนะทมี่ กี าวแมแ ตซ องหรอื ถงุ แลว จงึ นาํ ไปใสใ นซองหรอื ถงุ อกี ชนั้ หนงึ่ ทาํ เครอื่ งหมายกาํ กบั ไว
นอกซองหรือถุงน้นั ดวยนา้ํ หมกึ ทีไ่ มล ะลายนํา้ )

๑๕๐

ö.ö.ò ÇÑμ¶ÊØ §Ôè ¢Í§Í×è¹ æ
๖.๖.๒.๑ เครื่องมือท่ีคนรายใชในการกระทําความผิด ถาเปนโลหะ

ควรเกบ็ ไวโ ดยปอ งกนั ความชื้น
๖.๖.๒.๒ เศษอาหาร หรือของเหลวท่ีอาเจียนออกมาจากรางกาย

เพ่อื ตรวจพสิ ูจนสารพษิ ตอ งเกบ็ ไวในขวดแกวท่ปี ด สนิท
๖.๖.๒.๓ ยาท้ังชนิดเม็ด และชนิดแคปซูล ควรเก็บไวในหลอดแกว

อยางหนา แลว ใชฟองนํา้ หรือสําลหี อหุม ไว เพือ่ ปองกันไมใหก ระทบแตกเสียหาย
๖.๖.๒.๓ พวกสารระเหย เชน นา้ํ มันเชื้อเพลิง ควรเก็บไวในหลอดแกว

ท่ีมีปากขวดกวาง และมีฝาปดเปนเกลียว หรือเก็บไวในกระปองโลหะ และมีฝาปดสนิทเพื่อปองกัน
การระเหย ไมค วรเกบ็ ไวใ นถงุ พลาสตกิ เพราะอาจเกดิ การละลาย และทาํ ใหม สี ารอน่ื เจอื ปน การเกบ็ วตั ถุ
พยานควรหลกี เลย่ี งการสมั ผสั ถกู วตั ถพุ ยานโดยตรง และควรใสถ งุ มอื ขณะปฏบิ ตั กิ ารกบั วตั ถพุ ยานทกุ ครง้ั

÷. Ẻ¿ÍÃÁ ºÑ¹·Ö¡ÃÒ¡ÒúÞÑ ªÕÇμÑ ¶Ø¾ÂÒ¹ ËÃ×Íˋǧâ«á‹ Ë‹§¡ÒÃÃÑ¡ÉÒÇÑμ¶¾Ø ÂÒ¹
(Evidence Log / Chain of Custody)

คอื เอกสารทใี่ ชบ นั ทกึ รายการ/บญั ชวี ตั ถพุ ยานทเี่ จา หนา ทต่ี รวจสถานทเี่ กดิ เหตไุ ดท าํ การ
จดบันทึกจํานวนวัตถุพยานท่ีตรวจเก็บไดจากสถานที่เกิดเหตุ ซ่ึงวัตถุพยานบางอยางอาจเก็บไวเปน
หลกั ฐาน แตว ตั ถพุ ยานบางอยา งจะตอ งดาํ เนนิ การสง ตรวจพสิ จู นต อ ไป ซงึ่ บญั ชวี ตั ถพุ ยานในคดอี าญา
ดังกลาว มีความสําคัญอยางยิ่งต้ังแตขั้นการตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ การสืบสวนสอบสวนและใชเปน
หลักฐานสําคญั ซ่งึ ตองนาํ แสดงตอ ศาลในชัน้ พิจารณาคดี ไมใชเ ฉพาะขนั้ สบื สวนสอบสวนเทา นั้น

การตรวจเกบ็ จะตอ งบนั ทกึ วนั เวลา ทเ่ี กบ็ จาํ นวน สถานทเี่ กบ็ ผตู รวจเกบ็ ผคู รอบครอง
ผดู แู ลรกั ษาวตั ถพุ ยาน ผรู บั ชว งการดแู ลรกั ษาวตั ถพุ ยาน แลว นาํ ไปตรวจพสิ จู น ตลอดจนผตู รวจพสิ จู น
ดานตาง ๆ ซ่ึงสามารถตรวจสอบยอนหลังความถูกตองของวัตถุพยาน หรือเสนทางการดําเนินการ
ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั วตั ถพุ ยานดงั กลา วไดอ ยา งถกู ตอ งตามกฎหมาย (Legal Valid) มกี ารรกั ษาควบคมุ ดแู ล
เปน อยา งดี ไมส ามารถสับเปล่ยี น เปลี่ยนแปลง แกไ ข หรือทําใหเส่ือมคากอนจะมกี ารตรวจพิสูจนฯ

การปฏิบัติการตรวจสถานที่เกิดเหตุถือเปนหัวใจสําคัญในการคลี่คลายคดีอาชญากรรม
โดยเฉพาะคดที ไ่ี มม ปี ระจกั ษพ ยานหรอื หาพยานบคุ คลไมไ ด หากสถานทเ่ี กดิ เหตไุ มม กี ารปอ งกนั รกั ษา
ท่ีดี การตรวจสถานที่เกดิ เหตไุ มล ะเอียดรอบคอบ ยอมสง ผลใหข อ เทจ็ จรงิ บิดเบือนไป ทาํ ใหผูสืบสวน
คดเี กดิ ความสบั สน การสบื สวนตดิ ตามผกู ระทาํ ความผดิ กระทาํ ไดย ากยงิ่ ขน้ึ หรอื อาจปลอ ยใหค นรา ย
ลอยนวลไปได หากการตรวจพสิ จู นมคี วามเหน็ วา เปน การฆา ตัวตาย แตข อ เทจ็ จรงิ เปนการฆาตกรรม
ผูกระทําความผิดน้ันก็จะกลายเปนผบู ริสทุ ธ์ิทนั ที โดยไมต อ งถูกดาํ เนินคดีตามกฎหมายแตอ ยา งใด

๑๕๑

º··Õè ô

¹μÔ àÔ ÇªÈÒÊμÏ

ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤

๑. เพื่อใหท ราบถึงความหมายและขอบเขตงานสวนตา ง ๆ ของนติ ิเวชศาสตร
๒. เพื่อใหมีความรูความเขาใจถึงการนําความรูทางนิติเวชศาสตรมาใชในงานสืบสวน
สอบสวนคดอี าชญากรรม
นิติเวชศาสตรเปนสาขาหนึ่งของนิติวิทยาศาสตร ซ่ึงเปนความรูที่เก่ียวกับการชันสูตร
พลกิ ศพ และการวเิ คราะหศ พ หรือช้ินสว นของศพ เพือ่ พสิ จู นวา ผตู ายคือใคร ตายเพราะเหตใุ ด และ
นาํ มาใชป ระโยชนใ นงานทเ่ี กยี่ วกบั กฎหมาย หรอื กระบวนการยตุ ธิ รรม เพราะปฏกิ ริ ยิ าของรา งกายกอ น
และหลงั การตาย จะเปน ปรากฏการณธ รรมชาติ เปน วทิ ยาศาสตร เปน เหตผุ ล สามารถพสิ จู นย นื ยนั ได

ñ. ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧ¹ÔμÔàǪÈÒÊμÏ

¹ÔμÔàǪÈÒÊμÏ หมายถึง วิชาแพทยที่นาํ มาใชห รอื เก่ียวของกับงานทางดา นกระบวนการ
ยุติธรรม ในพจนานุกรมกฎหมายของแบลค (Black’s Law Dictionary) ใหความหมายของคําวา
Forensic Medicine ดังน้ี “That science which teaches the application of medical
knowledge to the puropse of law” น่ันหมายความถึงการนําความรูทางการแพทยมาใช
เพื่อตอบสนองวัตถุประสงคของกฎหมาย เชน การตรวจผูบาดเจ็บเพื่อใหความเห็นทางคดีตาม
กฎหมายทเี่ กยี่ วขอ งกบั ชวี ติ หรอื การตรวจศพหาสาเหตกุ ารตาย อนั มาจากเหตอุ นั ไมเ ปน ธรรมชาติ เชน
ฆาตวั ตาย ถกู ฆา ตาย อบุ ัติเหตุ ไมทราบเหตุ หรอื การตายในระหวางคุมขงั

¹μÔ àÔ ÇªÈÒÊμÏ อาจถกู เรยี กชอ่ื วา “นติ เิ วชวทิ ยา” แปลมาจากคาํ ภาษาองั กฤษวา forensiec
medicine (forensic มาจากภาษาละตินวา forensis หมายความถึง ขอตกลงที่พพิ าททางกฎหมาย
สว น medicine ในท่ีนห้ี มายถงึ วิชาแพทย แปลวา แพทยศาสตรหรอื เวชศาสตร)

¹ÔμàÔ ÇªÇÔ·ÂÒ ËÃ×Í ¹μÔ àÔ ÇªÈÒÊμÏ (Forensic Medicine) จึงเปนวชิ าแพทยสาขาหนง่ึ
ทีเ่ ก่ยี วของกับกฎหมาย ซ่งึ นาํ เอาความรขู องวชิ าแพทย รวมทั้งวทิ ยาศาสตรส าขาตา ง ๆ ไปประยกุ ต
เพือ่ ประโยชนแ กก ระบวนการยุตธิ รรม นํามาอธิบายเรื่องราวทีเ่ กีย่ วของกบั กฎหมายหรือกระบวนการ
ยุติธรรม ในดา นตาง ๆ ดงั น้ี

๑๕๒

ò. ¡ÒþÊÔ ¨Ù ¹º¤Ø ¤Å

การพิสูจนบุคคลหรือหลักฐานท่ีเก่ียวกับบุคคล เปนการใชขอมูลหลักฐานท่ีตรวจพบ
ใหเกิดประโยชนตอการสันนิษฐานวาบุคคลหรือศพน้ันคือใคร รวมไปถึงกรณีที่ตองการเปรียบเทียบ
เพ่ือพิสูจนเพิ่มเติมตอไปอีกวาบุคคลหรือศพน้ัน คือ คนเดียวกันกับบุคคลที่ตองสงสัยหรือไม นับวา
เปน หวั ใจสาํ คญั ของวทิ ยาการตาํ รวจ และงานดา นนติ เิ วชศาสตรก ว็ า ได การพสิ จู นบ คุ คลมคี วามสาํ คญั
มากในผทู ่ตี ายไปแลว ถา ทราบวาบุคคลทตี่ ายไปแลวเปนใครถือวา การสบื สวนหาตัวผูกระทาํ ความผิด
ไดเสรจ็ ส้นิ ไปถึงคร่ึงหน่งึ แลวทีเดียว

ò.ñ ¡ÒþÔÊÙ¨¹ºØ¤¤Å ÍҨẋ§ä´Œà»¹š ¡ÅØ‹Á æ ¨Ò¡ÅѡɳÐÃٻẺ·èÕ¾º ´Ñ§¹éÕ
๒.๑.๑ บุคคลมีชีวิต การตรวจพิสูจนบุคคลมีชีวิต มีความประสงคเพ่ือยืนยัน

ตัวบุคคล เพื่อทราบอายุ หรอื เพื่อทราบวา บรรลุนติ ิภาวะแลวหรือยัง
๒.๑.๒ ศพทัง้ ยังไมเ นาและที่เนาแลว
- เพอ่ื ใหท ราบวา เปน ผใู ด เวลาการตายและสาเหตขุ องการตาย ซง่ึ ถอื เปน

จุดสาํ คัญที่สุดของวิชานติ ิเวชวิทยา และมีความสาํ คญั เกย่ี วกับการดําเนินคดีเปนอยางมาก
- ยืนยนั ตัวบคุ คลกรณีตายหมู ทาํ อยางไรจงึ จะรวู า เปน ศพใคร

๒.๑.๓ เศษชิ้นสวนของศพ
เศษกระดูก เศษผม รอยเลือด เศษชนิ้ เนอื้ ประการแรกตอ งพิสจู นวาเปน

ของผูใด กรณีพบเพียงเศษช้ินสวนใดชิ้นสวนหนึ่งตองพิสูจนวาเปนของคนหรือสัตว และถาเปนคน
ตองพสิ ูจนว าเปนของใคร

ผลการพิสูจนศพ หรอื เศษชิน้ สวนศพ ใชไดทง้ั คดอี าญาและคดีแพง ฉะนน้ั แมเ ปน
เศษซากศพจงึ ไมควรละเลยความสนใจ เม่อื ผลการพสิ ูจนทราบวาผตู ายหรือชิน้ สว นศพเปนใคร ก็นับ
เปนกา วแรกทีจ่ ะนําไปสูความคล่คี ลายของคดี

ò.ò ËÅ¡Ñ °Ò¹μÒ‹ § æ ·èÕãªãŒ ¹¡ÒÃμÃǨ¾ÊÔ ¨Ù ¹ºØ¤¤Å
ò.ò.ñ Êμ»Ô Þ˜ ÞÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ บคุ ลกิ ลกั ษณะแตล ะบคุ คลยอ มเกยี่ วพนั ถงึ การศกึ ษา

อบรมจงึ เกดิ สตปิ ญ ญาของผนู น้ั จากการไดศ กึ ษาอบรมมานส้ี ามารถนาํ มาใชพ สิ จู นบ คุ คลไดเ ปน อยา งดี
ซึ่งใชต รวจสอบจับเทจ็

ò.ò.ò ¡Òþ´Ù áÅÐàÊÂÕ § คนปกตโิ ดยทว่ั ไปการพดู ของแตล ะบคุ คล กเ็ ปน ลกั ษณะ
ประจําตัว โดยเฉพาะไมเหมือนกัน และเสียงยอมเปลี่ยนไปตามวัยเด็กยอมมีเสียงแหลมเล็ก คนแก
เสยี งแหบ เสยี งผหู ญงิ แหลมกวา ผชู าย การพดู และเสยี งสามารถใชเ ปน หลกั ในการตรวจพสิ จู นบ คุ คลได

ò.ò.ó ·‹Ò·Ò§áÅСÒÃà´Ô¹ ทาทางของบุคคลหน่ึงเปนสิ่งท่ีบุคคลนั้นไดรับการ
ฝกหัด ตลอดจนลักษณะท่ีติดตัวตลอดไปไมคอยเปลี่ยนแปลงไปงาย ๆ แตอาจเปล่ียนไปไดบาง
ข้ึนอยูกับการฝกหัดและอาชีพ ดังนั้น หลายคนอาจจะจําทาทางการเดินของบุคคลไดต้ังแตอยู
ในระยะไกล ๆ ยังไมเหน็ ใบหนา ชดั เจน

๑๕๓

ò.ò.ô ¼ÔÇà¹é×Í ผิวเนื้อของแตละบุคคลที่มีชีวิตอาจบอกถึงลักษณะของแตละ
บุคคลได หรือแยกเชอ้ื ชาตไิ ดพ อประมาณ เชน บุคคลทม่ี ผี วิ เน้ือขาวเหลอื ง ผมดาํ ไดแก ชนชาวเอเชีย
ò.ò.õ ¤ÇÒÁ¤ÅÒŒ ¤ÅÖ§ วทิ ยาศาสตรก ารแพทย ศัลยกรรมประดิษฐ ตกแตง
ò.ò.ö ËͧÃÍÂÍÒªÕ¾ จะเกิดกับบุคคลบางอาชีพเทาน้ัน อาจแบงไดเปน ๒
ประเภท
- อาชพี ทต่ี ดิ ตวั เปน เวลานาน เชน ชา งกอ สรา งมกั นยิ มคาบตะปไู วร ะหวา ง
ฟนกับปาก นานเขา จะเกดิ ลักษณะกรอนของฟน หนา สว นบน
- อาชพี ทต่ี ดิ ตวั ชวั่ คราว เชน ชา งทาสี ชา งซอ มรถ จะพบเศษสี และนา้ํ มนั
ตดิ อยูตามซอกเลบ็
ò.ò.÷ àÊ×éͼŒÒà¤Ã×èͧáμ‹§¡Ò ¢Í§ãªŒÊ‹Ç¹μÑÇ เส้ือผาและเคร่ืองแตงกายทําให
ทราบถึงฐานะ อาชพี รสนิยม เปน ตน
ò.ò.ø àªé×ͪÒμÔ การระบุเชื้อชาติของศพคอนขางจะกระทําไดงาย โดยแบง
ออกเปน ๓ เชือ้ ชาติใหญ ๆ คือ มองโกลอยด (Mongoloid), นกิ รอยด (Negroid), คอเคซอยด
(Caucasoid) ตามลกั ษณะทเี่ ห็นภายนอก
ò.ò.ù ¤ÇÒÁ¾Ô¡ÒâͧËҧ¡Ò เชนความพิการของการเดิน อาจเกิดได ๓
สาเหตุใหญ คือ ๑.โดยกาํ เนิด, ๒.เปนโรคท่ีสมอง และ ๓.โรคของกระดูก
แผลผาตัด ๕ - ๖ วัน แผลติดกัน และประมาณ ๑๔ วัน จะเปน
รอยแผลเปนเห็นชัดในแผลกระดูกหัก ภายใน ๔ - ๘ ชั่วโมงแรกจะมีกอนเลือดมาหุมรอยหัก และ
ภายหลัง ๓ วัน จะมีกระดกู ออนเขา มาเกาะรอบ ๆ รอยตอและกระดูกจะเริ่มแขง็ ภายหลงั ๑ สัปดาห
เมือ่ ถงึ ๖ - ๗ สัปดาห จะเปน กระดกู แข็งเหมือนเดิม
รอยสกั รอยแผลเปน เปนเคร่อื งหมายพสิ จู นบ ุคคลอยางดี
ò.ò.ñð ¤ÇÒÁÊÙ§áÅйéíÒ˹ѡ มนุษยเราเม่ือคลอดออกจากครรภมารดาจะมี
ความสูงประมาณ ๕๐ เซนตเิ มตร หรอื ๒๐ นิ้วฟตุ น้ําหนกั เฉล่ยี ๓,๐๐๐ กรมั ความสูงและนาํ้ หนกั
จะเพิ่มขึน้ เรอ่ื ย ๆ จนกระท่ังอายุ ๒๕ ป จะไมส ูง ผทู ่ีสงู หรอื เต้ยี ขึ้นอยูก บั กรรมพนั ธุ อาหาร การกิน
การพักผอนหลับนอน ตลอดจนการออกกําลังกายควบคูกันไป จะเห็นวาความสูงและนํ้าหนัก
จะใชควบคูก ันกบั ขนาดของบคุ คลได
ÊμÙ ÃËÒ¤ÇÒÁÊÙ§¢Í§ÊÁ¸Ô
ความสูง ๑ ระยะความยาวที่สุดของชวงแขนเหยยี ดยาวทั้งสองขา ง
ความสูง ๒ ระยะความยาวของแขนขา งหนงึ่ x ๒ + ๑๒ น้ิว + ๑.๕ น้ิว
ÊμÙ ÃÈÒÊμÏËÒ¤ÇÒÁÂÒǢͧ·Òá㹤ÃÃÀÁ ÒôÒ
๑ เดอื น ยาว ๑ ซม. ๖ เดอื น ยาว ๓๐ ซม.
๒ เดอื น ยาว ๔ ซม. ๗ เดอื น ยาว ๓๕ ซม.

๑๕๔

๓ เดอื น ยาว ๙ ซม. ๘ เดอื น ยาว ๔๐ ซม.
๔ เดอื น ยาว ๑๖ ซม. ๙ เดือน ยาว ๔๖ ซม.
๕ เดือน ยาว ๒๕ ซม. ๑๐ เดอื น ยาว ๕๐ ซม.
ò.ò.ññ ¿¹˜ การเจริญเติบโตของฟนในคนเราเรม่ิ ตัง้ แต ๖ เดือน จนถึง ๒๕ ป
หลงั จากนน้ั แลว เรมิ่ มกี ารเปลยี่ นแปลงในทางเสอ่ื มลง ฟน ของแตล ะคนมรี ปู รา งและลกั ษณะทไ่ี มเ หมอื น
กันเลย คุณลักษณะน้ีสามารถนํามาใชพ ิสจู นตัวบุคคลไดเปน อยา งดี
¿˜¹นาํ้ ¹Á
ฟนหนาซ่แี รกแถวลา ง ๖-๖ เดอื น
ฟนหนา ซแี่ รกแถวบน ๗-๙ เดือน
ฟน หนาซี่ทส่ี อง ๑๐ เดือน
ฟน กรามซีแ่ รก ๑๒ เดอื น
เขี้ยว ๑๘ เดอื น
ฟนกรามซ่ที ี่สอง ๒๔ เดือน
¿˜¹¶ÒÇÃ
ฟนกรามซ่แี รก ๖ ป
ฟนหนาซ่แี รก ๗ ป
ฟน หนา ซ่ที ี่สอง ๘ ป
ฟนกรามปรโี มลารซี่แรก ๙ ป
ฟนกรามปรโี มลารซ ีท่ ่ีสอง ๑๐ ป
เข้ียว ๑๑ ป
ฟนกรามแทซ ่ีทส่ี อง ๑๒ ป
ฟนกรามแทซที่ สี่ าม ๑๗-๒๕ ป
ÀÒ¾·èÕ ô.ñ ลกั ษณะฟน
·èÁÕ Ò : http://whryfiles.org/shorties/147tooth/

images/teeth.jpg

ò.ò.ñò à¾È ปจจุบันวิทยาศาสตรการแพทยทางดานศัลยกรรมตบแตงมี
ความกา วหนา สามารถผา ตดั เปลย่ี นแปลงอวยั วะเพศทอี่ วยั วะสบื พนั ธุ และผา ตดั เพมิ่ เตา นมตลอดจน
ฉีดฮอรโมนเขารางกายเพื่อใหสะโพกมีไขมันเพ่ิมข้ึน เพื่อใหมีลักษณะคลายเพศหญิงมากข้ึน บางคร้ัง
การพจิ ารณาเพียงภายนอกไมส ามารถบอกเพศได แตอ าจใชหลกั บางอยา งในการบอกเพศ คือ

- ฟล ม ทถี่ า ยรงั สบี รเิ วณกระดกู เชงิ กราน เพศหญงิ จะมกี ระดกู เชงิ กราน
กลมและกวางกวาเพศชาย

- เย่ือบุในชองปากตรงกระพุงแกม ยอมดวยวิธีพิเศษตรวจจาก
กลองจุลทรรศน ถาเปนเพศหญงิ จะพบโครมาตินเลก็ ๆ เพศชายจะไมพ บ

๑๕๕

- ตรวจเม็ดเลือดขาว โดยยอมวิธีธรรมดาบนกระจกแลวดูดวยกลอง
จลุ ทรรศน ถา พบเมด็ เลือดขาวคลา ยไมต ีกลอง คอื หวั โตกานยาวบอกไดว าผนู ้นั เปน หญิงเชนกัน

ò.ò.ñó àʹŒ ¼Á àʹŒ ¢¹ ใชต รวจพิสจู นบ คุ คลไดใ นเชิงปฏิเสธ
- เสนผม เสน ขน แบงออกเปน ๓ สว น
๑. เปลอื กนอก เยอื่ บางรปู สเี่ หลีย่ ม
๒. สว นนอก มสี บี อกเช้ือชาติ
๓. ไสกลาง มคี วามสําคัญมาก ใชแ ยกคนหรอื สัตว ไสกลางของคน

มีขนาดเล็กกวาครง่ึ หน่ึงของเสนผม
- ลักษณะของเสน ผม ทโ่ี คนเสน ผมจะบอกไดว ามาอยางไร
- โดยปกตเิ สนผมจะงอกขึ้นประมาณ ๐.๒-๐.๕ มลิ ลเิ มตร/วนั
- ปญ หาเกยี่ วกบั การสง ตรวจตอ งถามวา
๑. เปน เสน ผมใชห รอื ไม
๒. เปน เสนผมของคนหรือสตั ว
๓. เปน เสน ผมทค่ี ลา ยของผตู อ งหาหรอื ไม (ผลการตรวจในเชงิ

สนบั สนุนเปน การชวยเหลอื พยานแวดลอม)
ò.ò.ñô ÍÒÂØ
- การตรวจหาอายุในบุคคล อาจมีไดในกรณีที่ไดแยงอายุในคนมีชีวิต

หรอื เพื่อสนบั สนนุ เร่ืองอายุศพ
- ตรวจจากอายกุ บั ความสงู เดก็ คลอดใหมต รวจจากสายสะดอื จะหลดุ

ในวนั ที่ ๔-๕
- การตรวจรอยตอของอายุกระดูกดวยรังสีเอ็กซ ดูความเจริญ

เติบโตของรอยตอ
- การตรวจศพหรือเศษศพ

ò.ò.ñõ ¡Ãд١
- ปญ หาเกี่ยวกับการสงตรวจ (ตองถามเปนกระดูกมนุษยหรือสตั ว)
- กรณีเปนเถาถา น ตรวจทางเคมีดว ยการแยกธาตุ
- ตรวจลักษณะของกระดกู ชายหรือหญิง
- การถา ยภาพเชงิ ซอ น (ใชถ า ยภาพหรอื เอกซเรยแ ละอดั ทบั กบั ภาพถา ย)

ò.ó ¡ÒÃทาํ ÅÒÂȾ
วัตถปุ ระสงคของคนรา ยในการทําลายศพ มดี ังนี้
- เพอ่ื ปกปดการตาย โดยการทําลายใหหมดไปดวยวิธกี ารตา ง ๆ
- เพอ่ื ทาํ ลายหลกั ฐานวา ผตู ายเปน ใคร โดยการทาํ ลายสว นของลายนวิ้ มอื และฟน
- เพอื่ ปกปด สาเหตทุ แี่ ทจริงของการตาย

๑๕๖

โดยการทําใหตํารวจเขาใจวาเปนการตายโดยธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือฆาตัวตาย
โดยอาศัยสิ่งแวดลอมและความชํานาญของคนราย ดวยวิธีการตาง ๆ ดงั นี้

- การใชไ ฟเผา ตอ งมเี ขมา ควนั ไฟอยใู นปอด หลอดลม ถา เปน การตายจากไฟไหม
- การใชวธิ ฝี ง ตองพิสูจนห าสาเหตุการตายจากศพ และสงิ่ แวดลอ ม
- การใชว ธิ ที งิ้ ลงนาํ้ ภายในหลอดลม ปอด กระเพาะอาหาร ถา จมนาํ้ ตายตอ งมนี าํ้
เศษโคลน หรอื อน่ื ๆ อยใู นอวัยวะดงั กลาว
- การใชสารเคมี ตองตรวจทางเคมแี สดงวากอนนั้นเปนเศษรางกายมนุษย
- การหั่นศพ ตอ งตรวจชิน้ สว นศพ ภาพเชิงซอ น และอนื่ ๆ
- การท้ิงทะเลไกล ๆ ตอ งตรวจหลายวธิ จี ากขางตน
อยางไรก็ตาม การตรวจพิสูจนศพจากเศษช้ินสวนของศพ สามารถทําไดไมวา
เศษศพจะเหลอื นอ ยเพียงใด

ó. ¡ÒÃμÒÂáÅÐà»ÅÂÕè ¹á»Å§ËÅѧ¡ÒÃμÒÂ

ó.ñ ¡ÒÃμÒÂ คือ การสิ้นสภาพบุคคลตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
มาตรา ๑๕ บญั ญัตวิ า “สภาพบุคคลยอ มเรมิ่ แตเ ม่อื คลอด แลวอยูรอดเปนทารก ส้ินสดุ ลงเม่อื ตาย”
พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙ ใหคําจํากัดความไววา “คนตายหมายความวา
คนสนิ้ ชีวิตเทา นน้ั ลูกตายในทอ งหมายถงึ ลกู ทอี่ ยใู นครรภม ารดาเปน เวลานานเกินกวา ๒๘ สัปดาห
และคลอดออกมาโดยไมมีชีวติ ”

แฮลเลย ไดใ หคาํ จาํ กัดความการตายไวด งั นี้
- Death is the irreversible cessation of total cerebral function.
- Spontaneous function of respiratory system and spontaneous.
- Function of circulatory system
จะเห็นวาแฮลเลย ไดเนนถึงหนาท่ีของสมองเปนสําคัญวาไมสามารถกลับคืน
เปนปกติขึ้นมาได โดยไมถือเอาการหายใจ และการเตนของหัวใจเปนสําคัญเหมือนกอน ทั้งน้ีเพราะ
ตราบใดท่สี มองยงั สามารถทาํ งานได ถงึ แมก ารหายใจและหัวใจจะหยุดเตน ไปแลว ก็คงจะชวยชีวิตได
โดยใชเคร่ืองชวยกระตุนการเตนของหัวใจและการหายใจ คนนั้นยังมีโอกาสจะฟนคืนชีพมาไดน่ันเอง
ในทางตรงกันขามถาสมองหยุดทํางานโดยแทแลว ถึงแมจะชวยใหผูน้ันมีหัวใจเตนและหายใจได
กเ็ พยี งระยะหนง่ึ แตไมม โี อกาสจะฟน คนื สตขิ ้นึ มาได
ó.ò ¡ÒÃμÒÂáÅСÒÃà»ÅèÂÕ ¹á»Å§ËÅѧ¡ÒÃμÒ Á¡Õ ÒÃÈÖ¡ÉÒ¡¹Ñ ´Ñ§¹éÕ
È¡Ö ÉÒÇÒ‹ ´ÇŒ ÂËÅ¡Ñ ã¹¡ÒÃμ´Ñ Ê¹Ô ÇÒ‹ μÒÂËÃÍ× Â§Ñ : หลกั การตดั สนิ การตาย ๒ ประการ
คือ
๑. การเตนของหัวใจ (เดก็ ๑๓๐ ครงั้ /นาที, ผูใหญ ๗๐ ครง้ั /นาที (โดยสมาคม
โรคหัวใจ USA.) เมื่อคนตายหัวใจจะหยุดเตน สามารถตรวจสอบไดโดยจับชีพจรท่ีขอมือ จับไมได,
ฟง เสยี งหัวใจไมไ ด และใชเคร่อื งตรวจหวั ใจไมม ีการสนองตอบ

๑๕๗

๒. การหายใจ (เดก็ ๒๐ - ๒๕ ครั้ง/นาท,ี ผูใหญ ๑๒ - ๒๐ ครงั้ /นาที) เมอ่ื คนตาย
การหายใจจะหยดุ สามารถตรวจสอบโดยดกู ารเคลอ่ื นไหวของทรวงอกและทอ ง, ดกู ารเคลอ่ื นไหวของ
สาํ ลหี รอื ดกู ารเกดิ ฝา ทกี่ ระจกเงาทว่ี างไวบ รเิ วณจมกู และใชเ ครอ่ื งฟง เสยี งหายใจเขา - ออกบรเิ วณปอด
ไมน อยกวา ๑๐ นาที

ดงั นั้น การตัดสินการตายจะตอ งใชหลัก ๒ ประการ คือ หวั ใจหยดุ เตน และหยดุ
หายใจ ภายในเวลา ๑ ๑/๒ นาที

ó.ó ¡ÒÃà»ÅÂèÕ ¹á»Å§¢Í§Ã‹Ò§¡ÒÂÁ¹ØÉàÁ×Íè μÒÂáÅÇŒ
ó.ó.ñ ¡Ò֍μÇÑ ËÃÍ× ¤ÇÒÁÃÙÊŒ ¡Ö เมอ่ื คนตายแลว สมองและกลามเนอ้ื หยดุ สงั่

และหยดุ รบั คําสงั่ สภาพการทรงตวั ก็หมดสภาพลง ความรูส กึ ตาง ๆ สน้ิ สุดลง
ó.ó.ò μÇÑ à¹ç โดยปกติอณุ หภูมิในรา งกายมนษุ ยคงทอ่ี ยทู ่ี ๓๗ องศาเซลเซยี ส

เม่อื ตายแลวอณุ หภูมจิ ะลดลง ๑ ชวั่ โมง ตอ ๑ องศาเซลเซียส ในคนปกติ (ในกรณี คนชรา เดก็ คนปวย
และประกอบดวยส่ิงแวดลอ มใหน ํามาประกอบการพิจารณาดว ย)

ó.ó.ó ¡ÒÃà»ÅÕÂè ¹á»Å§¢Í§¼ÔÇ˹§Ñ เมอื่ คนตายแลวผวิ หนังจะเห่ยี วยน ไมม ี
ปฏิกิริยาโตตอบ

ó.ó.ô ¡ÒÃà»ÅÂèÕ ¹á»Å§¢Í§´Ç§μÒ ตอ มในตาหยดุ ทาํ งาน จาํ นวนนา้ํ หลอ เลย้ี ง
ลดลง ทําใหลูกตาออนลงตาขาวจะเปนฝาขุน มานตาไมทํางาน (ยกเวนคนหมดสติ เสนเลือด
ในสมองแตก ดมยาสลบ หรือถกู ยาพิษ)

ó.ó.õ ¡ÒÃà»ÅèÕ¹á»Å§¢Í§àÅ×Í´ เม่ือคนตายแลวหัวใจหยุดทํางาน
เลือดหยุดไหลเวียนก็จะเกิดการแข็งตัวในสวนตาง ๆ ของรางกาย สีแดงของเลือดก็สลายตัวออก
และตกตะกอนภายในเวลาอันส้ัน และจะตกลงเบ้ืองต่ํา โดยวิถีการดึงดูดของโลกและจะเกิด
ไลวอรมอรต ิส (Livor Mortis) ในศพทกุ ศพและมสี ดี าํ เตม็ ท่ี ทปี่ ระมาณ ๑๒ ชั่วโมง ภายหลังการตาย
(มีขอควรสังเกตไลวอรมอรติสเหมือนกับรอยฟกชํ้าที่ถูกทุบตีมา จึงควรสังเกตศพท่ีถูกทํารายรางกาย
มากอน บาดแผลฟกช้ํามักจะมีรอยผิวหนงั ขาดเล็ก ๆ และจะมีรอยบวมสงู ขนึ้ ๆ)

ÀÒ¾·èÕ ô.ò สภาพการตายของเมด็ เลือด (Livor Mortis)
·èÁÕ Ò : https://uncensoredspeechworldwide.files.wordpress.com/2015/10/wpid-

screenshot_2015-10-08-09-55-46-1.jpg

๑๕๘

ó.ó.ö ¡ÒÃà»ÅÕÂè ¹á»Å§¢Í§¡ÅŒÒÁà¹×éÍ มนุษยเ มื่อตายแลวตวั จะออนลงทันที
เพราะขาดการบงั คับของกลา มเนอ้ื และหลังจากตายไปแลว ประมาณ ๕-๖ ช่วั โมง กลามเนือ้ จะแขง็ ข้ึน
อกี ครง้ั และเปน อยปู ระมาณ ๑๖-๒๔ ชว่ั โมง จงึ ออ นตวั อกี เปน ครง้ั สดุ ทา ย และเปลยี่ นแปลงเปน การเนา
อาการแขง็ ของศพเมอ่ื ตายแลวน้ีเรียกวา “ไรกอรม อรตสิ ” (Rigor Mortis)

ในจําพวกโปรตีนของกลามเน้ือมีสารประกอบท่ีสําคัญอยู ๒ ชนิด คือ
ไมโอซิน และแอกติน ในคนท่ีมีชีวิตไมโอซินจะรวมกับแอกตินเปนแอกโตไมโอซิน มีคุณสมบัติ
ยืดหดตัวได และคุณสมบัตินี้จําเปนตองอาศัยสารอะดีโนซิลไตรฟอตเฟต (A.T.P.) ในคนที่ตายแลว
จะไมมี A.T.P. จึงทําใหแอกตินและไมโอซินแข็งตัว เกิดอาการแข็งตัวของศพ “ไรกอรมอรติส”
(Rigor Mortis) การแข็งตัวของศพจงึ เปน ปรากฏการณธ รรมชาติทางเคมไี มเก่ียวกับระบบประสาท

อาการเร่ิมแข็งและออน จะเริ่มเหมือนกัน คือ ขากรรไกร หนังตา
และแผข นึ้ ไปสว นบนและสว นลาง คือ ใบหนา คอ แขน ลาํ ตวั และขา จนแข็งหมดท้งั ตวั สวนเวลา
หมดลงของไรกอรมอรติส ก็จะเริ่มที่คอและแผไปที่หนาลงไปที่แขน ลําตัว และขาจนหมดทั้งตัว
เปน อนั วา เริม่ เนา

เหตแุ วดลอ มทท่ี าํ ใหไ รกอรม อรต สิ เกดิ เรว็ ขน้ึ หรอื ชา ลง ในเดก็ ออ น คนชรา จะ
เกดิ ขนึ้ เรว็ กวา คนหนมุ สาว และในคนออกกาํ ลงั กายหรอื ทาํ งานหนกั สาร A.T.P. ลดนอ ยลงจะแขง็ ตวั เรว็
และในที่อณุ หภูมิของอากาศผดิ ปกติมาก ยอมทาํ ใหเกดิ อาการชาหรอื เร็ว คือ อากาศหนาวจะเกดิ ชา
อากาศรอ นจะเกดิ เร็ว

ÊÀҾ͋ҧÍ×è¹·ÕèÁÕÅѡɳÐá¢ç§μÑǢͧȾ·èÕÁÕ¤ÇÒÁ¤ÅŒÒÂäáÍÏÁÍÏμÔÊ
ઋ¹

๑. ศพทตี่ ายในไฟ ความรอ นสงู จะทาํ ใหโ ปรตนี ในกลา มเนอื้ แขง็ ตวั ทนั ที
ในกรณนี จี้ ะไมม ีการเกิดไรกอรม อรต สิ อีก

๒. ในอากาศหนาวจัดจนกลายเปนน้ําแข็ง ศพจะกลายเปนนํ้าแข็ง
เมื่อหมดสภาพนํ้าแขง็ ศพก็จะเกดิ ไรกอรม อรติสเชน ปกติ

๓. คาดาเวอริกสปาสซัม่ (Cadaveric Spasm) คือ การแขง็ เกร็งของศพ
เนอ่ื งจากศนู ยก ลางใชส มองถกู ทาํ ลายตายทนั ที จะมกี ารแขง็ เกรง็ ทนั ทเี มอื่ ตาย แตจ ะแขง็ เฉพาะกลา ม
เนื้อทใ่ี ชง านเทา นั้น และภายหลัง ๖ ช่วั โมง กจ็ ะกลายเปนไรกอรมอรติส

ËÅѡࡳ±¡ÒÃà¡Ô´¡ÒÃá¢ç§à¡Ã秢ͧ¡ÅŒÒÁà¹×éÍ ตองประกอบดวย
หลักเกณฑ ๓ ประการ จงึ จะเกดิ ขนึ้ ได ถาขาดประการใดประการหน่ึงจะไมเ กดิ ขึ้น ดังนี้

๑. ตองมีการทําลายศูนยกลางบันทึกการเคล่ือนไหว และศูนยกลาง
บงั คบั การหยอนคลาย

๒. ตอ งตายทนั ทีเวลาเดยี วกันกับการถูกทําลาย
๓. ตอ งมีการใชก ลา มเน้อื ขณะตาย

๑๕๙

»ÃÐ⪹¢Í§¡ÒÃμÃǨäáÍÏÁÍÃμ ÊÔ
ชว ยบอกลกั ษณะและเวลาตายของศพ และใชร ว มกบั อาการตวั เยน็ ของศพ
เชน ถาพบศพตัวออ นและอนุ อยกู ็แสดงวา เพิ่งตาย แตถา ตัวแขง็ มีไรกอรมอรตสิ แลวกแ็ สดงวา ตายมา
อยางนอ ย ๖ ช่วั โมง หรอื ถา เนา แลวเน้ือตัวออ นกแ็ สดงวาตายมาเกิน ๒๔ ชั่วโมง
ó.ó.÷ ¡ÒÃ๋Ò
ภายหลงั การตายสว นตา ง ๆ ของรางกาย ซงึ่ โดยมากเปนจาํ พวกเนอ้ื ก็จะ
สลายตวั มีการเปล่ียนแปลงทางเคมี เมื่อตายผานไป ๒๔ ชั่วโมง รา งกายจะเร่มิ เนา โดยเชอื้ แบคทีเรยี
ทาํ ใหเ นา แบคทีเรียมีอยูแลวในลําไส ปอด ผิวหนัง นอกจากนนั้ ในอากาศทอี่ ยูรอบ ๆ ศพ ก็มเี ชือ้
แบคทีเรีย
ลํา´Ñº¢Í§¡ÒÃà¹‹Ò สารแอกตินและไมโอซิน ท่ีแข็งตัวอยูในกลามเน้ือ
ของรางกาย ศพจะเริ่มออนตัวลง ทําใหศพเริ่มออนตัวลงอีกครั้งตามลําดับที่เริ่มเกิดไรกอรมอรติส
ศพจงึ มอี าการเร่ิมเนา ลกั ษณะของการเนาจะสังเกตเหน็ ได ดังน้ี
๑. ผิวหนังจะกลายเปนสีคล้าํ ปนนํา้ เงิน
๒. จะเห็นรอยเสนโลหติ ไดช ดั เจนเปน สีแดง
๓. ผวิ หนงั โดยทวั่ ไปจะหนาขึน้
๔. ชัน้ ของผวิ ชน้ั นอกจะลอกออก
๕. อวัยวะบางช้นิ จะเบงพองหนามากขนึ้
๖. อวยั วะจะมีการเคลื่อนออกมาภายนอก
ลาํ ดับอวยั วะทเ่ี นา นนั้ แลว แตสว นประกอบของอวยั วะนั้น ๆ วา เปนเนื้อ
หรือเปนพงั ผดื เพียงใด
ลาํ ดับการเนา ของอวยั วะภายใน ดงั น้ี กระบอกเสยี ง หลอดลม กระเพาะ
อาหาร ลาํ ไส มาม ตับ สมอง หวั ใจ ปอด หลอดอาหาร กะบังลม เสนเลือด และมดลูก
ลําดับการเนา ของอวยั วะภายนอก ดังน้ี กลา มเน้อื ไขมนั ผิวหนงั จะเนา
ชา กวา อวยั วะภายใน
¢ŒÍÊѧà¡μ :
- อวัยวะบางอยางคงทนไมเ นา เชน ผม เล็บ กระดกู
- อณุ หภูมิในอากาศเปน เหตุใหศพเนาเรว็ หรอื ชา ได
- สารเคมีทําใหการเนาชาลง หรือหยดุ การเนา
- การฝง ศพในดนิ จะทําใหเ นาชา

๑๖๐

ó.ó.ø ¡ÒÃคํา¹Ç³àÇÅÒ¡ÒÃμÒÂμÒÁลํา´ºÑ ¡ÒÃà»ÅÕè¹á»Å§μÒÁÃÐÂÐàÇÅÒ
ชัว่ โมงแรก การเปลีย่ นแปลงของการทรงตัว ผิวหนัง ดวงตา
จะปรากฏทนั ทภี ายหลงั เลอื ดแขง็ ตวั แลว ภายใน
๑ ชวั่ โมง อาการตวั เย็นเริ่มเล็กนอย
ภายหลงั ๖ ช่ัวโมง ตัวเย็นลงไปมาก ไรกอรมอรติสเริ่มบาง หรือ
อาจเต็มท่ีแลว ไลวอรมอรติสมีเริ่มตน
แตย งั ไมม าก
ภายหลัง ๑๒ ชว่ั โมง ตวั เยน็ เทา กบั อณุ หภมู ทิ างอากาศ ไรกอรม อรต สิ
และไลวอรมอรติสเกิดเต็มท่ี
ภายหลัง ๒๔ ช่วั โมง ตวั เยน็ เทา กบั อณุ หภมู ทิ างอากาศ และไลวอรม อรต สิ
เกดิ เตม็ ที่ ไรกอรม อรต สิ อาจเรม่ิ คลายหรอื หมดไป
และถาไรกอรมอรติสหมดแลว คือ การออนตัว
อกี ครั้งก็อาจจะเกดิ อาการเนา
ภายหลัง ๔๘ ชวั่ โมง มอี าการเนาเตม็ ที่

μÒÃÒ§áÊ´§¡ÒÃà¨ÃÔÞàμÔºâμ¢Í§Ë¹Í¹áÁÅ§Ç¹Ñ ·ÍèÕ Ø³ËÀÙÁÔ óð ͧÈÒà«Åà«ÕÂÊ ¤ÇÒÁª×é¹ øð%

Çѹ·Õèทาํ ¡Ò÷´Åͧ ¤ÇÒÁÂÒǢͧμÇÑ Ë¹Í¹ การเคลื่อนไหวของตัวหนอน หมายเหตุ
(ÁÅÔ ÅàÔ ÁμÃ)
๑ ๑.๕ เรม่ิ เคล่อื นไหว ๒๐% ดกั แด
๒ ๔ เคลือ่ นไหวมาก ๑๐๐% ดกั แด
๓ ๘ เคลื่อนไหวมาก
๔ ๑๕ เคลอ่ื นไหวมาก
๕ ๑๗ เคลือ่ นไหวลดลง
๖ ๑๔ เร่มิ กลายเปนดกั แด
๑๐ ๑๐
เปน ดกั แด

๑๕ ๕ เร่ิมเปนแมลงวนั ๒% ดกั แด

๑๖๑

ÀÒ¾·Õè ô.ó ¡ÒÃàμÔºâμ¢Í§Ë¹Í¹áÁŧ
·èÁÕ Ò : https://naturescrusaders.files.wordpress.com

/2009/05/flies-house-fly-life-cycle-
pest-cemetery1.jpg

ô. ÊÒàËμØ¡ÒÃμÒÂ

การตรวจหรอื พสิ จู นเ หตทุ ที่ าํ ใหต าย เปน จดุ ประสงคส าํ คญั ทส่ี ดุ ของนติ เิ วชวทิ ยา และมอี ยู
วธิ เี ดยี ว คอื การผา ศพออกตรวจ กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญาไดบ ญั ญตั ถิ งึ วธิ กี ารชนั สตู รพลกิ ศพไว
และแบง การตายออกเปน ๒ ชนดิ คอื ตายโดยธรรมชาติ และการตายผิดธรรมชาติ

การตายผดิ ธรรมชาติ กฎหมายไดบัญญตั ิไว ดังนี้
๑. ฆา ตัวตาย
๒. ถกู ผอู ่ืนทํารา ยใหต าย
๓. ถูกสัตวทาํ รายตาย
๔. ตายโดยอุบตั เิ หตุ
๕. ตายโดยยังไมป รากฏเหตุ
โดยการตายท้ัง ๕ ประเภทน้ีใหมีการชันสูตรพลิกศพโดยพนักงานสอบสวนและแพทย
เพ่อื หาสาเหตกุ ารตายใหแ นช ดั
¡ÒÃÈÖ¡ÉÒÊÒàËμØ¡ÒÃμÒÂã¹·Ò§¹ÔμÔàÇªÇ·Ô ÂÒ : Á‹§Ø ÈÖ¡ÉÒÇÔ¸·Õ íÒãËŒμÒ «è§Ö ¨Ñ´áº§‹ ä´Œ
´§Ñ ¹éÕ
๑. การตายโดยบาดแผลทุกชนดิ รวมทงั้ การตายโดยตกจากทส่ี งู
๒. ตายเพราะถูกความหนาวและความรอ น
๓. ตายโดยถูกกระแสไฟฟา รวมทง้ั ฟา ผา
๔. อดอาหารตาย
๕. ตายเพราะขาดอากาศหายใจ คือ ทางหายใจถูกอุด ถูกรัดคอ แขวนคอ และ
จมนํา้ ตาย
๖. ตายเพราะยาพิษ

๑๖๒

»Þ˜ ËÒ´ÒŒ ¹á§¡‹ ®ËÁÒÂÇÒ‹ ¡ÒÃμÒ¹¹Ñé ¼´Ô ¡®ËÁÒÂËÃÍ× äÁ‹ โดยมหี ลกั เกณฑใ นการพจิ ารณา
บทบญั ญัติของกฎหมาย ดังน้ี

๑. เปนการกระทําโดยผอู ่นื ซึ่งกฎหมายบญั ญัตไิ วเปน ความผิด
๒. เปน การกระทําของตนเอง ซงึ่ ไมผดิ กฎหมาย
๓. เปนอุบัติเหตุ สุดวสิ ัย หรือบงั เอิญ
การตายบางวิธีเปนอุบัติเหตุโดยแท แตบางวิธีอาจเปนการทําตนเองหรือผูอ่ืนทํา
จึงตองพจิ ารณาตรวจสอบใหแนช ดั เพ่อื ดาํ เนินคดีตอ ไป
ô.ñ ¡ÒÃμÒÂÍѹà¹×èͧÁÒ¨Ò¡ºÒ´á¼Å

ºÒ´á¼Å (WOUND) หมายถึง การที่ผิวหนังของรางกายสวนใดสวนหนึ่ง
ไดรับอันตรายอาจเกิดการค่ังของเลือดหรือผิวหนังแยกออกจากกัน ซึ่งเกิดจากไดรับแรงกระแทก
ดังน้ัน บาดแผลจึงมีความสําคญั ในทางกฎหมายบาดแผลอาจเปน หลักฐานที่แสดงวา มีการทาํ รายกัน
แสดงถึงเจตนาของผูทําราย ประเภทหรือชนิดของอาวุธที่ใชในการทํารายดวย เราจึงควรจะเขาใจ
เพ่อื ประโยชนท ง้ั การปองกนั รกั ษา และการพจิ ารณาในเชงิ คดี ทั้งแพงและอาญา

¡ÒÃμÒÂÍ¹Ñ à¹è×ͧÁÒ¨Ò¡ºÒ´á¼Å ÁÕÃÒÂÅÐàÍÕ´ ´§Ñ ¹Õé
๑. ตายเพราะถูกอวยั วะสาํ คัญ
๒. ตายเพราะอาการชอ็ ก
๓. ตายเพราะโรคแทรกซอน
๔. ตายเพราะบาดแผลใด
๕. ถูกทํารา ยดว ยอาวธุ อะไร
๖. ถกู ทาํ รายดวยอาวุธอนั นห้ี รอื ไม
ºÒ´á¼Åà¡´Ô ¢¹Öé ¡Í‹ ¹μÒÂËÃÍ× ËÅ§Ñ μÒ สามารถพจิ ารณาจากหลกั เกณฑ ๔ ประการ
ดังนี้
๑. เลือดออก
๒. ขอบบาดแผลในคนมีชวี ิต
๓. การอกั เสบ
๔. การหาย
จากหลักเกณฑทง้ั ๔ ประการขา งตน จะตอบปญหาไดว า บาดแผลทศ่ี พนัน้ เกดิ ข้ึน
ขณะศพนั้นยังมีชีวิตอยูหรือเสียชีวิตไปแลว และจากลักษณะของบาดแผลอาจบอกไดวาบาดแผลน้ัน
ถกู ทาํ รายมานานเทา ไร โดยใชหลกั ปฏกิ ิริยาของรา งกายในการรกั ษาบาดแผลใหห าย
ô.ñ.ñ ª¹Ô´¢Í§ºÒ´á¼Åμ‹Ò§ æ

ô.ñ.ñ.ñ ºÒ´á¼Å¶ÅÍ¡ (Abrasion) เปนบาดแผลที่เกิดที่ผิวหนัง
ชน้ั นอก โดยการฉกี ขาดของหนงั กาํ พรา ลกั ษณะเปน ขยุ สขี าวทผ่ี วิ หนงั และอาจมนี าํ้ เหลอื งหรอื เลอื ดซมึ

๑๖๓

ออกมาภายหลัง ๒๔ ชั่วโมงไปแลว สาเหตุของบาดแผลชนิดน้ีเกิดจากการเสียดสีระหวางผิวหนัง
กับของแขง็ ที่หยาบ หรือการขีดขว นของของแหลมกไ็ ด

ô.ñ.ñ.ò ºÒ´á¼Å¿¡ชํ้า (Contusion or Bruise) เปนบาดแผล
ทเ่ี กดิ จากการฉกี ขาดของเนอ้ื เยอื่ ใตผ วิ หนงั ทาํ ใหเ ลอื ดออกแทรกอยใู นเนอ้ื เยอ่ื ใตผ วิ หนงั ลกั ษณะของ
บาดแผลฟกช้ําจะมรี อยสีแดง แดงปนมว ง หรือเขียวออนบนชนั้ ผิวหนงั อาจมแี ผลถลอกรว มอยดู วย
สาเหตุเกดิ จากการกระแทกกับของแข็ง

กรณบี าดแผลฟกชา้ํ วนั แรกจะเปน สแี ดง วนั รงุ ขน้ึ จะเปน สดี าํ และประมาณ
๓ - ๗ วนั รอยฟกชา้ํ จะหายไป

๔.๑.๑.๓ บาดแผลถกู แทง (Stab Wound) เปน บาดแผลท่ีมีการฉีกขาด
ของผวิ หนงั เปน รลู กึ ลงไป ทาํ ใหอ วยั วะภายในไดร บั อนั ตราย มกั เปน แผลทมี่ คี วามลกึ มากกวา ความยาว
ของแผล สาเหตุเกดิ จากการทิ่มแทงของของแขง็ ทม่ี ีลักษณะเปน แทง

๔.๑.๑.๔ บาดแผลฉีกขาดขอบเรียบ (Cut or incised Wound) เปน
บาดแผลท่มี ลี ักษณะการฉกี ขาดของผิวหนงั โดยขอบของบาดแผลน้ันมีลกั ษณะเปนแนวเรยี บ ผวิ หนัง
ขาดทกุ ชนั้ แผลอาจลกึ จากผวิ หนงั ลงไปทาํ ใหก ลา มเนอ้ื และเยอ่ื เกย่ี วพนั ขาดเปน รอยเรยี บ เชน เดยี วกบั
สาเหตเุ กดิ จากของมีคม

บาดแผลลักษณะนี้หลังเกิด ๑ วัน จะเกิดเนื้อเย่ือบาง ๆ ประสานกัน,
ประมาณ ๓ - ๔ วนั ปากแผลจะเรมิ่ ติดกนั แตไมแ นน และประมาณ ๗ - ๑๐ วนั บาดแผลประสาน
สนทิ เกดิ เปนแผลเปน

๔.๑.๑.๕ บาดแผลฉกี ขาดขอบไมเ รยี บ (Lacerated Wound) เปน บาดแผล
ผิวหนังขาดท่ีมีลักษณะขอบแผลกะรุงกะริ่งหรือแผลไมเรียบ แผลอาจลึกจากผิวหนังลงไปทําให
กลา มเนือ้ และเยอ่ื เกี่ยวพนั ฉีกขาด สาเหตเุ กดิ จากของแข็งไมม ีคมกระแทกทําใหผิวหนงั ฉีกขาด

๔.๑.๑.๖ บาดแผลถกู กระสนุ ปน (Gunshot Wound) เปนบาดแผลทีเ่ ปน
รลู กึ เขา ไปในรา งกายนนั่ เอง แตม ลี กั ษณะพเิ ศษอกี หลายอยา ง ถา จะเรยี กตามลกั ษณะบาดแผลวา เปน รู
อาจทาํ ใหคิดวาเปนบาดแผลถกู แทง จึงตอ งเรียกตามวตั ถุทเ่ี ปนสาเหตุ

แรงดันของกาซในกระสุนปน เมื่อระเบิดออกจะเกิดแรงดันใหหัวกระสุน
วิ่งออกไปดวยความเร็ว กรณีปนพกธรรมดา ความเร็ว ๖๐๐ ฟุต/วินาที สวนปนไรเฟล ความเร็ว
๓,๐๐๐ ฟตุ /วนิ าที

การทําลายของหัวกระสุนปนมี ๒ ประเภท คือ ๑.ทําลายดวยแรงดัน
และ ๒.ทาํ ลายดว ยแรงหมนุ

บาดแผลถูกระสุนปน อาจบอกไดวาวิถีกระสุนเขาทางใด ออกทางใด
ลกั ษณะบาดแผลแบง ออกเปน ๒ ตอน คอื บาดแผลทางเขา (บาดแผลหวั กระสนุ เขา จะเทา หรอื เลก็ กวา
ลูกกระสนุ ) และบาดแผลทางออก (บาดแผลหัวกระสุนออกจะใหญกวาหวั กระสุนและทางเขา )

๑๖๔

ขอ ยกเวน : ขนาดบาดแผลทางเขา ในกรณยี ิงในระยะกระช้นั ชิดมากไมเกนิ ๕ เซนตเิ มตร หรอื เรยี กวา
ระยะเผาขน หรือจอ ยิง ผิวหนังทางเขา ของหัวกระสนุ จะฉกี ขาดออกไปเปนแฉก

การตรวจบาดแผลเพื่อบอกเวลาถูกยิง ดูจากปฏิกิริยาของรางกายตอ
บาดแผล หรอื เชอ้ื โรค บาดแผลกระสนุ ปน เปน บาดแผลทสี่ ะอาดปราศจากเชอ้ื โรค เชอ้ื หนองจะเรม่ิ เหน็
ภายหลงั ๒๔ ชว่ั โมง ถา รกั ษาแผลสะอาดหรอื เยบ็ ไวส ะอาดประมาณ ๕-๖ วนั แผลจะหายเปน แผลเปน
เพ่ือสนับสนุนประกอบเวลายิง ควรจะไดตรวจลํากลองปนทางเคมี เพื่อหาเกลือไนเตรท ซึ่งจะบอก
ไดวา ปนกระบอกนใ้ี ชย งิ มาแลวประมาณกว่ี ัน

การพิจารณาวาถูกยิงเมื่อตายแลวหรือยังมีชีวิตอยู คนที่ตายแลวจะ
ไมมีปฏิกิริยาทางรางกายตอบาดแผลและเช้ือโรค เชื้อหนอง บาดแผลจึงไมแสดงอาการอักเสบ
คนทต่ี ายแลว เม่อื ถกู ยงิ จะทาํ ไมใ หเ ลือดออกมาก

ระยะยิง จะชวยบอกสาเหตุวาเปนการทําตนเองหรือผูอ่ืนทํา ลักษณะ
บาดแผลถูกยิงกบั ระยะยิง มขี อ พจิ ารณา ดงั นี้

๑. บาดแผลถกู ยงิ ในระยะใกล คอื จอ ผิวหนัง หรอื ไมเ กิน ๕ เซนตเิ มตร
บาดแผลจะฉกี ขาดเปนแฉก และอาจพบรอยไหมต ามผิวหนงั หรือเสือ้ ผา

๒. ถาระยะไกลออกไมเกิน ๓๐ เซนติเมตร แรงระเบิดของกาซอาจมา
ไมถงึ ผวิ หนัง

๓. สาํ หรบั ปน ลกู ซอง การกระจายของกระสนุ ลกู ปรายจะแสดงวา ยงิ ไกล
เทา ใด

วิถีของกระสุนก็เปนเรื่องสําคัญท่ีจะบอกสาเหตุวาเปนการทําตนเอง
หรอื ผอู น่ื ทาํ และควรระลกึ ถงึ ขอ เทจ็ จรงิ กรณกี ระสนุ ไปถกู ของแขง็ แลว จงึ แฉลบมาโดนคนภายหลงั กไ็ ด
ทา ทางของศพอาจบอกไดว า ทาํ ตนเองหรอื ผอู น่ื ทาํ ไดเ ชน กนั หรอื ในรายทถ่ี กู ยงิ แลว เกดิ อาการแขง็ เกรง็ ของ
คาดาเวอริกสปาสซม่ั ก็จะบอกไดว า ขณะเกิดเหตุนน้ั ผตู ายกาํ ลงั ทาํ อะไรอยู หลกั ทั่วไปมอี ยูวา คนที่ทาํ
ตนเองตองเปน ทาท่ีมีความถนดั และสามารถกระทําได ตําแหนง ของบาดแผล วิถกี ระสุน และระยะยงิ
เปน หลักสาํ คญั ท่จี ะตอ งคาํ นึงถึงในการพิจารณาดงั กลา ว
¢ŒÍ椄 à¡μ à¡èÕÂǡѺºÒ´á¼Å

๑. บาดแผลประเภททต่ี ายทนั ทหี รอื เกอื บทนั ที เปน บาดแผลทที่ าํ ลายหวั ใจ สมอง ปอด
๒. บาดแผลประเภทตายเร็ว เชน บาดแผลของอวัยวะสําคัญ, บาดแผลเลือดออก
กับอาการช็อก, บาดแผลที่ตายชาเกิน ๒๔ ชั่วโมง เน่ืองจากโรคแทรกซอน บาดแผลประเภทนี้
จะทําใหเสยี โฉมหรอื ทพุ พลภาพหรอื พกิ าร

๑๖๕

๓. บาดแผลสาหสั ทางการแพทย บาดแผลสาหสั หมายถงึ บาดแผลทอ่ี าจเปน อนั ตราย
รนุ แรงถึงชวี ติ

๔. ปญหาสาํ คญั ท่ีสุดของเรอื่ ง คือ บาดแผลนั้นเปน การทาํ ตนเองหรือผูอนื่ ทํา หรือเปน
อุบตั ิเหตุ การตรวจคนเร่ิมต้ังแตท าทางของศพ เสอื้ ผา รองรอยการตอสู และเหตุจูงใจตา ง ๆ

ô.ò μÒÂà¾ÃÒж¡Ù ¤ÇÒÁ˹ÒÇáÅФÇÒÁÌ͹
๔.๒.๑ การตายเพราะถูกความหนาว หรือความเย็น ตายเพราะอวัยวะท่ีถูก

ความเย็นจัดหยุดการทํางานและขาดเลือดไปหลอเล้ียงจึงตาย การถูกความหนาวเย็นจัดทั่วรางกาย
อาจทาํ ใหถ ึงตายได อาการในตอนแรกมผี ิวหนงั ซดี กลา มเนอ้ื แขง็ เคล่ือนไหวไมไ ด ชาหมดความรูสกึ
หมดสติแลวหลับไปจนปลุกไมตื่น เหตุท่ีตายเพราะถูกความเย็นจัด ศูนยกลางตาง ๆ เสีย จึงทําให
การหายใจและหวั ใจหยุดทาํ งาน

๔.๒.๒ การตายเพราะถูกความรอน อันตรายจากความรอนมี ๒ ชนิด
ความรอนแหงคือไฟ ความรอ นเปย กคือนํา้ รอน

การตรวจวาตายเพราะไฟไหม โดยการนํานํ้ามูก น้ําลาย และเลือด
ในหลอดลมไปสองกลองจุลทรรศน ถาพบเศษของเขมาหรือเถาถานแสดงวาเม่ือไฟไหมผูตาย
ยงั มชี ีวิตอยู และการตรวจเลอื ดสนบั สนุนวาตายในไฟไหมจรงิ

การถูกกระแสไฟฟา ช็อตตาย มีหลายสาเหตุ คอื ตั้งใจฆาตัวตายโดยจับ
สายไฟ โดยพลั้งเผลอไปจับ หรือไฟฟาร่ัว เมื่อคนไปถูกกระแสไฟฟาจะมีอาการสะดุงตกใจ ทําใหมี
อาการมาถึงตายได

การตรวจภายนอก รางกายของศพภายนอกจะพบรอยไหมตรงท่ีกระแส
ไฟฟาแลนเขา เชน พบรอยไหมท่ีฝามือ แตถาเปนไฟฟาแรงสูง กระแสไฟฟาทําหนาที่เหมือนมีด
ผานอวัยวะใดก็จะตัดขาดเปนรอยไหม กรณีกระแสไฟฟาเขาท้ังตัวจะไมพบรอยไหม เชน สายไฟ
ขาดตกไปแชในบอ นา้ํ เด็กลงไปเกบ็ ลูกฟตุ บอล ถูกไฟฟา ชอ็ ตตาย จะไมพบรอยไหมท่เี ปน ทางกระแส
ไฟฟา เขาประสานเพราะในน้ํากระแสไฟฟาจะเขา หาตวั

การตายเพราะถกู อบความรอ น พสิ จู นไ ดจ ากการตรวจศพ ตรวจสภาพศพ
ภายนอก หนา และผวิ หนงั จะมีสคี ลา้ํ เพราะหายใจไมพอหรอื ไมมอี อกซิเจนเพยี งพอ ผวิ หนังอาจเปน
รอยแดง ๆ จ้าํ ๆ เหตตุ ายเพราะชอ็ ก (จอดรถขังเดก็ ไวกลางแดดประมาณ ๑ - ๒ ช่วั โมงกต็ าย)

การพิจารณาวาเปนการกระทําตนเอง หรือผูอื่นทํา หรืออุบัติเหตุ
หลักการตรวจ คือ ตองตรวจสาเหตุวาตายเพราะถูกกระแสไฟฟา พบรอยไหมเปนทางกระแสไฟฟา
เขา รา งกายของศพ แตบ างรายอาจไมพ บดงั กรณที บ่ี รรยายไวข า งตน แตส าระสาํ คญั การตดั สนิ การตาย
ไมพบสาเหตุการตายอยางอื่น และตองอาศัยท่ีเกิดเหตุสนับสนุนดวย การตายจากไฟฟาสวนใหญ
เปนอบุ ัตเิ หตุ เปนการฆาตกรรมมนี อ ยมาก

๑๖๖

ô.ó ä¿¿Ò‡
การตายโดยกระแสไฟฟา เปนการตายที่รวดเร็ว สวนมากเปนการตายทันที

ปราศจากการทรมาน เหตุการณต ายจากกระแสไฟฟา แบงออกไดเปน ๒ ชนดิ
๔.๓.๑ ไฟฟาแรงสูงมาก ไดแก ฟา ผา
การตรวจศพ จงึ เปน เพียงวา ศพนต้ี ายดว ยฟาผาไมใ ชต ายดวยเหตอุ น่ื
การตรวจภายนอก การตรวจควรรวมถึงสถานที่เกิดเหตุ ซ่ึงแสดงวา

ไดม ีฟาผาจรงิ เชน รอยไหม ตนไมห ัก บานพงั เคร่อื งแตงตัวของผตู ายมรี อยไหม เสอื้ กางเกง หมวก
รองเทา อาจกระเดน็ หลดุ จากตัวไปไกล หรือมีรอยฉีกขาด เนื่องจากแรงผลกั ดนั ผิวหนังอาจมีรอยไหม
เกรียม ตรวจใหละเอียด บางโอกาสพบรอยกระแสไฟฟาวงิ่ เขา รางกาย

การตรวจกรณฟี า ผาเปนเรอ่ื งงา ย คือ ทกุ รายเปน อบุ ตั เิ หตุ ความสาํ คัญ
จึงอยูตรงที่ตรวจหาวาตายโดยฟาผาหรือไม การตรวจศพสิ่งท่ีสําคัญ (การพบโลหะเปนแมเหล็ก
เปนขอท่สี ําคัญมาก)

๔.๓.๒ ไฟฟาแรงตํ่าที่ใชแ รงงานทั่วไป
ไฟฟา ทใ่ี ชท ว่ั ไปสาํ หรบั ใหแ สงสวา ง และแรงงานเปน ไฟชนดิ ออ นลงมา คอื

ประมาณ ๑๑๐ - ๒๒๐ โวลต นอกจากสายไฟฟา แรงสูง เชน สายสงกระแสไฟใหญ จงึ มีกาํ ลงั โวลตสงู
การทาํ ตนเอง จํานวนบาดแผลหลายแผล แตเปน แผลชนดิ ไมรนุ แรง
กรณีถูกผูอ่ืนทํา จํานวนบาดแผลอาจมีแผลเดียวหรือหลายแผล เส้ือผา

มีรองรอยฉีกขาดจากการตอสู บาดแผลมีหลายชนิดปนกัน
กรณเี ปนอุบตั ิเหตุ บาดแผลจากอุบตั ิเหตเุ ปนแบบใดกไ็ ด แลว แตตน เหตุ

ซึ่งตอ งพจิ ารณาเปน ราย ๆ ไป จะไมพ บรองรอยการตอสู แตจะพบเศษดนิ เศษกระจก เศษผา และ
อ่ืน ๆ ในบาดแผลได

บาดแผลเกย่ี วกบั สมองมคี วามสาํ คญั มาก เพราะสว นมากจะถงึ แกค วามตาย
บาดแผลทที่ รวงอกมีอวยั วะสาํ คัญอยูสองชนิด คอื หวั ใจและปอด
บาดแผลทชี่ อ งทอ ง อวยั วะในชอ งทอ งมคี วามสาํ คญั อยา งมากตอ รา งกาย
การทาํ ลายอวยั วะ โดยปกตไิ มไ ดเ ปน สาเหตทุ าํ ใหต ายแตต ายเพราะเลอื ดออกมาก หรอื เยอื่ บชุ อ งทอ ง
อักเสบเปนอันตรายถงึ ตาย
ô.ô μÒÂà¾ÃÒТҴÍÒ¡ÒÃËÒÂã¨
¡ÒÃμÒÂà¾ÃÒТҴÍÒ¡Òȹ¹éÑ หมายถงึ การทรี่ า งกายไมส ามารถเอาอากาศเขา ไป
ในปอดดว ยประการใดกต็ าย อาจเปนเพราะทางเดนิ อากาศถูกอดุ ถกู รัด หรอื มีนา้ํ เขา ไปแทนท่ี
¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒầ‹ ÊÒàËμ¢Ø ͧ¡ÒâҴÍÒ¡ÒÈ ´§Ñ ¹éÕ
๑. ถูกอุด คือ ทางเดินอากาศถกู อุด โดยการเอาผาอุดปาก อดุ จมกู หรือมวี ตั ถุ
ตกลงไปอดุ เชน ถว่ั ตดิ หลอดลมเด็ก

๑๖๗

๒. จมนํา้ แทนทหี่ ายใจเอาอากาศเขาไป กลับหายใจเอานํา้ เขาไป
๓. รดั คอตาย โดยใชเ ชอื กหรอื วตั ถใุ ดรดั คอภายนอกและใชน าํ้ หนกั ถว งใหร ดั แนน ขนึ้
·ÄɮաÒÃËÒÂ㨠มนุษยทุกคนนั้นตองการออกซิเจนเขาไปบํารุงเล้ียงรางกาย
โดยเฉพาะอยา งยง่ิ อวยั วะทสี่ าํ คญั ทส่ี ดุ คอื สมอง กบั การหายใจมคี วามสมั พนั ธก นั อยา งมาก ถา สมอง
ขาดออกซิเจนมาเล้ียงเพียงเวลา ๔๕ วนิ าที มนุษยจ ะหมดสติ หมดความรสู กึ
ตายเพราะทางเดนิ หายใจถกู อดุ เปน แบบอยา งอนั หนง่ึ ของการตายโดยขาดอากาศ
และอาจเกดิ ขึน้ โดยใชผ า อดุ ปาก อดุ จมูก ใชมอื อดุ ปาก หรือของบางอยา งตกลงไปในหลอดลม
¡ÒÃμÃǨȾ การตรวจศพภายนอกจะพบสาเหตุ หรือวัตถุอุดอยู และสภาพศพ
ทพ่ี บรมิ ฝป ากคล้ํา ผวิ หนงั เปนรอยจา้ํ ๆ ของไลวอรมอรต ิสเดน ชดั
ทําตนเอง ผูอื่นทํา หรืออุบัติเหตุ การตายจากการขาดอากาศหายใจโดยถูก
อุดทางเดินหายใจสวนใหญจะเปนอุบัติเหตุ กรณีการฆาผูอ่ืนตายโดยการอุดปากอุดจมูกทําไดยาก
และถาเปนการฆาดวยวิธีดังกลาว ก็จะตรวจพบรองรอยการตอสูเสมอ ท้ังที่เกิดเหตุ ตัวคนราย
และผตู าย
¡ÒèÁนํ้าμÒ การตายจากการจมนํ้าสวนมากเปนการฆาตัวตายหรืออุบัติเหตุ
แตบางกรณีอาจเปนการสรางสถานการณอําพรางคดี หรือกําจัดศพใหสูญหายไป จมน้ํานานเทาใด
จึงตาย การตายจากนํ้าเขาปอด ทําใหรางกายขาดออกซิเจนเปนเหตุทําใหตาย คนธรรมดากลั้น
หายใจไดไมเกินหน่ึงนาทีครึ่ง ฉะน้ัน คนจมน้ําถาไมเกินเวลาหนึ่งนาทีคร่ึงยังสามารถชวยชีวิตได
แตทงั้ นี้ ขนึ้ อยกู บั ความแข็งแรง ประสบการณของแตล ะบคุ คลดวย อยางไรกต็ ามถา เกินหน่งึ นาทคี รึ่ง
กจ็ ะถงึ แกความตาย
การตรวจศพทเี่ พงิ่ งมขนึ้ มาจากน้ําใหม ๆ สภาพภายนอก กรณศี พทจี่ มนา้ํ อยเู ปน
เวลานานศพจะตัวเย็นมาก ศพจะซีด ขุมขนจะนูนข้ึนมา มือเทาจะซีดเปนรองเหมือนคนซักผา
เมื่อนําศพขึ้นมาวางท้ิงไวสักครูที่ปากและจมูกจะมีฟองนํ้า เมือก และอาจมีเลือดออกมาติดที่ปาก
และจมูกภายนอก บางรายอาจพบรอยขีดขวนตามมือ แขน หรือเทา และบางรายอาจเกดิ คาดาเวอริก
สปาสซมั่ (Cadaveric Spasm) ฉะน้นั ในมือศพอาจพบเศษหญา เศษดิน หรอื อืน่ ๆ กาํ ตดิ มอื อยู
กรณศี พจมนาํ้ จนเนา แลว ศพจมนาํ้ อยปู ระมาณ ๒๔ ชว่ั โมงจะลอยขนึ้ ใหต รวจหา
สาเหตอุ ืน่ ในการตายดว ย เชน รองรอยบาดแผล อาวธุ ปน มีด และอนื่ ๆ กอน หากไมพ บหลกั ฐาน
การตายก็ยังสันนิษฐานวาจมน้ําตายไวเบื้องตน และสงตรวจนิติเวชตอไป และตองตรวจหาสาเหตุ
การตายเพราะอุบตั ิเหตุ ทาํ ตนเอง หรอื ผอู น่ื ทําตอ ไป
¡ÒÃá¢Ç¹¤ÍμÒ การตายจากการแขวนคอตายเพราะขาดอากาศหายใจ ขาดเลอื ด
ไปเลย้ี งสมอง วิถีประสาทถกู กดแลว บังคบั หวั ใจ และคอหักวิถปี ระสาทไขสนั หลงั เสยี
การตรวจศพ สภาพภายนอก หนาซดี ริมฝปากเขม คล้าํ มา นตาขยาย ใตร อยเชือก
ลงมาตามตัวศพพบรอยเลือดเปนจ้ํา ๆ ถาเชือกรัดแรงจะทําใหน้ําลายไหล ลิ้นอาจแลบ หรือหอย

๑๖๘

ออกมา อวัยวะสืบพันธุชายอาจแข็งมีน้ําอสุจิไหลออกมา และบางรายอาจพบอุจจาระ ปสสาวะ
ไหลออกมาดวย รอยเชอื กรดั ท่คี อจะปรากฏใหเ ห็น

การชว ยเหลอื : เมือ่ พบคนแขวนคอ ถา เชือกยังตดิ แขวนคออยูใหรีบอมุ ตวั คนไว
อยาใหเชือกรัดคออีก แลวรีบแกเชือกนําลงมานอนหงาย รีบชวยโดยการผายปอดชา ๆ ประมาณ
๑๕-๒๐ คร้ัง/นาที พยายามใหอยูในที่อากาศโปรง อยาใหคนมุง และควรฉีดยาบํารุงหัวใจจะชวย
ใหฟ น เรว็ ขึ้น

การตัดสินของเจาหนาที่ตํารวจสืบสวนสอบสวนตองหาคําตอบใหไดวาตาย
โดยอุบัติเหตุ ฆาตัวตาย หรือผูอ่ืนทํา กรณีแขวนคอตายตองตรวจอยางพิถีพิถันโดยหาสาเหตุ
การตายอยา งอนื่ ๆ กอ นอยา งละเอยี ดจนแนใ จวา ไมไ ดต ายดว ยสาเหตอุ นื่ จรงิ แลว จงึ คอ ยลงความเหน็
วา แขวนคอตาย

¡ÒÃÃÑ´¤ÍμÒ เปนแบบหนึ่งของการตายโดยขาดอากาศหายใจ ซงึ่ คลา ยคลงึ กบั
การแขวนคอตายมาก ตางกันตรงใชน ้าํ หนกั ตัวถว งกับไมใชน ้ําหนกั ตวั ถวง

เหตุการณตายเหมือนกับการแขวนคอตาย เมื่อตรวจศพจะพบรอยรัดเสมอ
(ตอ งตรวจเสน เลือดคารอติกวา มีรอยขาดภายในหรอื ไม)

การพิจารณาวาเปนการทําตนเอง ผูอื่นทําหรืออุบัติเหตุนั้น อุบัติเหตุก็มีอยูบาง
สวนมากจะเปนการทาํ ตนเอง การฆา ผอู น่ื โดยรดั คอยอมทํายาก เม่อื ตรวจศพจะพบรอ งรอยการตอ สู
เสมอ

ô.õ àËμμØ Ò¨ҡÂÒ¾ÔÉ
เหตุการณตายจากยาพิษมีจํานวนมาก บางครั้งอาจไมถึงตายก็มีมากเหมือนกัน

การนาํ ยาพษิ เขา รา งกายอาจเปน เพราะตง้ั ใจทาํ ตนเอง ผอู น่ื ทาํ หรอื เปน อบุ ตั เิ หตุ ระยะเวลาทที่ าํ ใหเ กดิ อาการ
มีทั้งอาการทันที และเปนเวลานาน ในรายที่แสดงพิษทันที จํานวนยาพิษมากพอจึงเกิดอาการเร็ว
สว นในระยะเวลานานจะใหย าพษิ ทลี ะนอ ยแตบ อ ยครงั้ ใหบ า งหยดุ บา ง จนสะสมไวใ นรา งกาย จงึ มอี าการ
มากถงึ ตาย หรอื เปน อบุ ตั เิ หตุ โดยพษิ เขา รา งกายทลี ะนอ ย ๆ ทกุ ๆ วนั กรณกี ารประกอบอตุ สาหกรรม

Ç¸Ô ÕทําãËàŒ ¢ŒÒÊË٠‹Ò§¡ÒÂ
๑. ใหท างปาก ไซยาไนดต ายภายใน ๓ นาที ทงั้ นขี้ น้ึ อยกู บั ปรมิ าณดว ย ตรวจพบ
ไดในกระเพาะอาหาร
๒. ฉดี เขา ทางผิวหนัง หรอื กลา มเนือ้ จะแสดงอาการเรว็ กวา การกนิ
๓. ฉีดเขาทางเสนเลอื ด จะแสดงอาการเร็วที่สดุ
๔. ทางภายนอกหรอื ผวิ หนงั มหี ลายอยา งดดู ซมึ เขา ทางผวิ หนงั เชน ปรอท ตะกวั่
๕. ทางทวารหนกั ชอ งคลอด และกระเพาะปส สาวะ ตวั ยาตอ งใชม ากเปน สองเทา
๖. ทางปอด จําพวกกาซพิษตา ง ๆ

๑๖๙

¢ŒÍ¾Ô¨ÒóÒÇ‹ÒÍÂÒ‹ §äè§Ö ʧÊÂÑ ÇÒ‹ ໚¹ÂÒ¾ÔÉ
๑. อาการจะปรากฏอยา งรวดเรว็
๒. อาการจะปรากฏขึ้นขณะท่ีสุขภาพสมบูรณ
๓. อาการปรากฏขน้ึ ภายหลงั อาหาร เครอ่ื งดม่ื หรอื ยา ¢ÍŒ ¹สÕé าํ ¤ÞÑ ÁÒ¡ สอบถาม
ประวตั ิ
๔. อาการเกิดกับคนหมูมากพรอ มกันหลายราย
๕. พบยาพิษในอาหาร เครื่องดื่ม หรืออาเจียน การตรวจของกลางจะพบยาพษิ
เชนเดียวกนั
¤Çû¯ÔºμÑ ÍÔ ÂÒ‹ §äÃ㹤¹¶Ù¡ÇÒ§ÂÒ¾ÔÉ
๑. คนมชี ีวิตนาํ สงแพทย ตรวจภายใน เลือด และปส สาวะ
๒. ในศพเพอ่ื ตรวจหาวา ถูกยาพิษอะไร โดยนําของกลางทเ่ี กย่ี วของรวมตรวจ
ทําμ¹àͧ ¼ÙŒÍè¹× ทาํ ËÃ×Í꼯 μÑ ÔàËμØ
ปญหาการถูกวางยาพิษเปนปญหาท่ียากที่สุด เพราะเหตุจูงใจถูกปดบังไวมิดชิด
ดกี วาการประทุษกรรมอยางอื่น ๆ
สวนมากการกินยาพิษเปนการฆาตัวตาย โดยตองมีข้ันตอนสืบหาท่ีซ้ือยาพิษ
เอาชนดิ ทที่ รมานนอ ยทส่ี ดุ และมกี ารจดั หามาครอบครอง อาจมกี ารเขยี นจดหมายลาตาย หรอื เตรยี ม
สาํ หรบั จดั งานศพ แลวจึงเร่มิ ดาํ เนินการฆา ตัวตาย โดยสวนใหญจะกินยาในชว งกลางคนื ยานอนหลับ
เปนยาพษิ ท่ีฆาคนตายมากทสี่ ดุ
อุบัติเหตจุ ากยาพษิ อาจเปน ไปไดทกุ กรณี เชน หยิบยาผดิ ใชยาผิดวิธี
การไดรับยาพิษ สารพิษในการประกอบอาชีพ เชน โรคเคซองจากพิษตะกั่ว
โรคพษิ ปรอทจากชางทํากระจกเงา โรคปอดหายใจเอาเศษแรเ ขา ไปในปอด เปนตน

ÊûØ

การพิสูจนบุคคล การวินิจฉัยการตายและการเปล่ียนแปลงหลังการตาย การวิเคราะห
หาสาเหตุของการตายในรูปแบบตาง ๆ เปนสวนหนึ่งของนิติเวชศาสตรซ่ึงเปนวิชาท่ีวาดวยการใช
ความรูทางการแพทยในการแกไขปญหาทางกฎหมาย และการพิสูจนขอเท็จจริงเก่ียวกับคดีความ
งานนิติเวชจึงไมใชงานของแพทยผูชันสูตรพลิกศพเพียงฝายเดียว เจาหนาท่ีตํารวจผูเกี่ยวของกับ
สถานท่เี กิดเหตุควรจะตอ งมคี วามรูและเขา ใจในสวนนด้ี วย เพอื่ ประโยชนตอ การปอ งกนั รักษาสถานท่ี
เกิดเหตุและวัตถุพยานในสถานที่เกิดเหตุ ทําใหวัตถุพยานและรองรอยท่ีพบในสถานที่เกิดเหตุ
มีคุณคา ในการท่จี ะนาํ เสนอขอเทจ็ จรงิ ตอ ศาล และนาํ มาถงึ ความเปนธรรมในสังคมตอไป

๑๗๐

๑๗๑

º··Õè õ

à¤ÃÍè× §Á×ÍÇÔ·ÂÒÈÒÊμ÷ èÊÕ ÒÁÒöนาํ ÁÒʹºÑ ʹ¹Ø §Ò¹Êº× ÊǹÊͺÊǹ

ÃкºμÃǨÅÒ¾ÔÁ¾¹ÇéÔ ÁÍ× ÍμÑ â¹ÁÑμÔ
(AUTOMATED FINGERPRINT IDENTIFICATION SYSTEM : AFIS)

ในปจจุบันน้ีเม่ือเกิดคดีตางๆ ข้ึน จะมีเจาหนาที่ไปตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ เพื่อรวบรวม
พยานหลักฐานตางๆ โดยเฉพาะวัตถุพยานท่ีสําคัญอยางหนึ่งซ่ึงนาจะตรวจพบในสถานที่เกิดเหตุ
เกอื บทกุ คดี คอื ลายนว้ิ มอื แฝง (LATENT FINGERPRINT) ซง่ึ สามารถนาํ มาตรวจเปรยี บเทยี บกบั
ลายพมิ พน วิ้ มอื ๑๐ นวิ้ ของผตู อ งสงสยั เพอื่ ยนื ยนั ผกู ระทาํ ความผดิ ได แตใ นคดสี ว นมาก เชน คดลี กั ทรพั ย
พนักงานสอบสวน ไมทราบผูกระทําความผิดคือใคร จึงไมสามารถสงลายพิมพน้ิวมือ ๑๐ นิ้ว
ของผูตองสงสัยมาใหกองพิสูจนหลักฐานตรวจพิสูจนเปรียบเทียบ ทําใหลายน้ิวมือแฝงท่ีเก็บมา
ไมส ามารถนาํ มาใชป ระโยชนใ นทางคดไี ด ดงั นนั้ การเกบ็ ประวตั ขิ องลายพมิ พน ว้ิ มอื ๑๐ นวิ้ ของอาชญากร
ทเ่ี คยกระทาํ ความผดิ มา กอ นเกบ็ ไวใ นฐานขอ มลู คอมพวิ เตอรเ พอื่ นาํ มาเปรยี บเทยี บกบั ลายนว้ิ มอื แฝง
ท่พี บในสถานทีเ่ กิดเหตเุ พือ่ ยืนยนั บุคคลท่ีกระทําความผิด ซึง่ เปนอีกวธิ ีหนึ่งในการชวยเหลอื พนักงาน
สอบสวนติดตามตวั ผกู ระทําความผิด

ดวยเหตุน้ี กองพิสูจนหลักฐาน จึงไดจัดต้ังระบบตรวจสอบลายพิมพนิ้วมืออัตโนมัติ
(AUTOMATED FINGERPRINT IDENTIFICATION SYSTEM (AFIS)) ขน้ึ ภายในระบบนี้
มีเคร่ืองมือที่ใชตรวจเปรียบเทียบลายน้ิวมือแฝงท่ีเก็บไดจากสถานที่เกิดเหตุกับแผนลายพิมพน้ิวมือ
อาชญากรจํานวน ๕๐๐,๐๐๐ แผน ท่ีเก็บไวในฐานขอมูลของเคร่ืองคอมพิวเตอร ซึ่งการตรวจสอบ
สามารถกระทําไดดีดวยความรวดเรว็ และถูกตอง
¢Íº¢Ò‹ ¡ÒÃทาํ §Ò¹¢Í§à¤Ãè×ͧμÃǨÅÒ¾ÁÔ ¾¹ éÇÔ Á×ÍÍÑμâ¹ÁÑμÔ (AFIS)

๑. ตรวจเปรียบเทียบลายน้ิวมือแฝงท่ีเก็บไดจากสถานที่เกิดเหตุกับลายพิมพน้ิวมือ
๑๐ นิ้วของอาชญากรท่ีเก็บไวในสารบบ เปนงานในหนาที่ของศูนยพิสูจนหลักฐาน เปนจุดประสงค
สําคญั ในการใชง านของ AFIS วิธีการนเี้ รยี กวา Latent to Tenprint Inquiry (LI)

๒. ตรวจเปรยี บเทยี บลายนวิ้ มอื ๑๐ นว้ิ ของอาชญากรหรอื ผตู อ งสงสยั กบั ลายนว้ิ มอื แฝง
ทเี่ กบ็ ไวใ นสารบบ เปน งานสาํ คญั อกี สว นหนงึ่ ของกองพสิ จู นห ลกั ฐาน วธิ นี เ้ี รยี กวา Tenprint to Latent
Inquiry (TLI)

๓. ตรวจเปรียบเทียบลายพมิ พนิว้ มือ ๑๐ นิว้ ของอาชญากรในสารบบเปนการตรวจ
ยนื ยนั ตวั บุคคล วธิ กี ารนเี้ รยี กวา Tenprint to Tenprint Inquiry (TI)

๔. ตรวจเปรียบเทียบลายน้ิวมือแฝงในคดีหนึ่งกับลายน้ิวมือแฝงในคดีอ่ืนๆ ที่เก็บ
ไวในสารบบ เนื่องจากยังไมสามารถระบุตัวผูกระทําความผิดได เพ่ือทราบวาคดีตางคดีกันไดเกิดข้ึน

๑๗๒

โดยบคุ คลเดยี วกันหรอื ไม วธิ ีการน้ีเรียกวา Latent to Latent Inquiry (LLI) ประโยชนท ่ีจะไดรับ
ในการตรวจสอบประเภทนี้ยงั มนี อย เนอ่ื งจากเปนวธิ ีการซึ่งยงั ไมส ามารถระบุตัวผูกระทาํ ความผดิ ได
แตอยางใด
»ÃÐ⪹¢Í§à¤Ãè×ͧμÃǨÅÒ¾ÔÁ¾¹éÇÔ Á×ÍÍÑμâ¹ÁμÑ Ô (AFIS)

เคร่ืองตรวจลายพิมพน้ิวมืออัตโนมัติ จัดวาเปนเคร่ืองมือที่สามารถทําประโยชน
อยางมากใหแกเจาหนาที่ตํารวจในการสืบสวนสอบสวนติดตามผูกระทําความผิด โดยเฉพาะคดีที่ยัง
หาตวั ผตู อ งสงสยั ไมไ ด และคาดวา ผตู อ งสงสยั นน้ั นา จะเคยกระทาํ ความผดิ มากอ น โดยลายนว้ิ มอื แฝง
ท่ีเก็บไดจากที่เกิดเหตุสามารถนํามาตรวจเปรียบเทียบกับขอมูลลายพิมพนิ้วมือของอาชญากรท่ีเก็บ
ไวในสารบบไดดวยความรวดเร็วและถูกตอง ซึ่งผลของการปฏิบัติงานมีผลงานที่ชวยเจาหนาที่ตรวจ
ตดิ ตามตัวผกู ระทาํ ความผดิ ไดเ ปนจาํ นวนมาก

นอกจากการตรวจเปรียบเทียบลายพิมพนิ้วมือแฝงท่ีตรวจพบในสถานท่ีเกิดเหตุกับ
ลายพมิ พน วิ้ มอื ของอาชญากรแลว ยงั สามารถใชป ระโยชนใ นการตรวจเปรยี บเทยี บแผน พมิ พล ายพมิ พ
นิ้วมือ ๑๐ น้ิวกับลายพิมพน้ิวมือ ๑๐ นิ้วในสารบบ เพื่อยืนยันตัวบุคคล เพ่ือการตรวจสอบประวัติ
และตรวจเปรยี บเทยี บลายนิว้ มือแฝงในคดหี น่ึงกบั ลายน้วิ มือแฝงในคดอี ืน่ ๆ ทเ่ี ก็บไวในสารบบ
à¤ÃÍ×è §μÃǨà»ÃÂÕ ºà·ÂÕ ºÅ¡Ù ¡ÃÐÊ¹Ø »¹„ áÅлÅ͡š٠¡ÃÐÊ¹Ø »¹„ áÅлÅÍ¡¡ÃÐÊ¹Ø »¹„ ÍμÑ â¹ÁμÑ Ô (IBIS)

การตรวจเปรยี บเทียบลกู กระสุนปน และปลอกกระสนุ ปนอตั โนมตั ิ (IBIS = Integrated
Ballistic Identification System) เมอ่ื มกี ารใชอ าวธุ ปน ยงิ กนั ในคดตี า งๆ หากพนกั งานสอบสวนไดล กู กระสนุ ปน
หรอื ปลอกกระสนุ ปน จากบาดแผลศพ ผตู าย หรอื ทเี่ กดิ เหตุ และตอ งการทราบวา ยงิ มาจากปน กระบอกใด
พนกั งานสอบสวนตอ งนาํ ปน ทต่ี อ งสงสยั กระบอกนนั้ สง มาดว ยจงึ จะทาํ การตรวจเปรยี บเทยี บใหท ราบได
หรือพนักงานสอบสวนตองการทราบวาเปนลูกกระสุนปนหรือปลอกกระสุนปนที่ใชยิงมาจากปน
กระบอกเดียวกันกับลูกกระสุนปนหรือปลอกกระสุนปนของกลางในคดีอ่ืนๆ หรือไม ก็ตองนํา
ลูกกระสุนปนหรือปลอกกระสุนปนของกลางในคดีอื่นๆ นั้นสงตรวจเปรียบเทียบดวย ซ่ึงเปนปญหา
อยางยิ่งของพนักงานสอบสวนท่ีไมอาจหาปนของกลางท่ีตองสงสัยไดหรือไม อาจหาลูกกระสุนปน
หรือปลอกกระสุนปนของกลางในคดีอ่ืนๆ ได ปญหาเหลานี้ทางกองพิสูจนหลักฐานพยายามแกไข
โดยจดั หาเครอื่ งตรวจเปรยี บเทยี บลกู กระสนุ ปน หรอื ปลอกกระสนุ ปน อตั โนมตั มิ าใช เครอื่ งตรวจเปรยี บเทยี บ
ลกู กระสนุ ปน หรอื ปลอกกระสนุ ปน อตั โนมตั ิ (IBIS) เปน เครอ่ื งมอื ทส่ี ามารถบนั ทกึ ภาพตาํ หนิ รอยลายเสน
ของลูกกระสุนปน รอยเข็มแทงชนวน และรอยลายเสนท่ีทายปลอกกระสุนปนเก็บไวในรูปของขอมูล
คอมพิวเตอร และนาํ มาใชใ นการตรวจเปรยี บเทยี บในภายหลังได

๑๗๓

à¤ÃÍè× §á¡Ê â¤ÃÁÒâμ¡ÃÒ¿ (GAS CHROMATOGRAPH) ËÃÍ× GC
GAS CHROMATOGRAPHY เปนการแยกสารอีกวิธีหนง่ึ โดยใหสารทตี่ องการแยก

กระจายไประหวา ง ๒ สว น PHASE คอื สว นท่ีเคล่อื นท่ี (MOBILE PHASE) ซ่งึ เปนแกส และสว น
ทอี่ ยนู งิ่ (STATIONARY PHASE) ซง่ึ เปน ของเหลวหรอื ของแขง็ ในกรณที ่ี STATIONARY PHASE
เปน ของแข็ง เรียกวา GAS-SOLID CHROMATOGRAPHY (GSC) แตถ า STATIONARY
PHASE เปนของเหลว เรยี กวา GAS-LIQUID CHROMATOGRAPHY (GLC) การแยกสาร
โดยวิธีน้ี สารนั้นจะตองสามารถระเหยได ถาเปน GSC คุณสมบัติในการแยกจะข้ึนอยูกับ
ADSORPTIVITY และสารทใ่ี ชเ ปน STATIONARY PHASE เชน SILICA GEL, CHARCOAL
แตถาเปน GLC คุณสมบัติในการแยกจะข้ึนกับ PARTITION ระหวางแกสและของเหลวที่เคลือบ
เชน CARBOWAX SILICONE เปน ตน โดยทว่ั ไปเมอื่ กลา วถงึ GC สว นมากจะหมายความถงึ GLC
ซึง่ นยิ มใชกนั ท่ัวไป
¡ÅÍŒ §¨ÅØ ·ÃÃȹ͏ àÔ Å¡ç μÃ͹ẺÊ᡹¹§èÔ (SCANNING ELECTRONMICROSCOPE (SEM))

กลองจุลทรรศนอิเล็กตรอนแบบสแกนนิ่ง (SEM) เปนเคร่ืองมือวิทยาศาสตรชนิดหน่ึง
ที่มีประโยชนเหนือกวากลองจุลทรรศนแบบธรรมดา ในขณะที่กลองจุลทรรศนแบบธรรมดาตองใช
แสงสวางและเลนสแกวเปนสวนประกอบ เพ่ือใหเห็นภาพของวัตถุที่ตองการขยาย แต SEM อาศัย
ลําแสงของอิเล็กตรอนและสนามแมเหล็กแทน อีกทั้งสามารถสองกราดไปบนพ้ืนผิวของวัตถุท่ีทําการ
ศกึ ษา ไดภ าพทเี่ กดิ จาก SEM จะมรี ายละเอยี ดเปน สามมติ ิ กาํ ลงั ขยายและการแจกแจงสงู มาก สามารถ
บันทึกและพิมพภาพนั้นเพ่ือประกอบการพิจารณาได ซึ่งมีประโยชนตอการตรวจพิสูจนเปรียบเทียบ
วัตถุพยานตา งๆ เปน อยา งมาก

นอกจาก SEM จะมขี อ ไดเ ปรยี บกวา กลอ งจลุ ทรรศนแ บบธรรมดาดงั กลา วมาแลว ขา งตน
ภายในบริเวณท่ีวางวัตถุพยานของเคร่ืองเดียวกัน สามารถติดต้ังอุปกรณพิเศษเพื่อวิเคราะหธาตุ
เชงิ คณุ ภาพ เรยี กวา เอเนอรย ี ดสิ เพอซพี ซสี เตม็ (Energy Dispersive System (EDS)) ผตู รวจพสิ จู น
ไมจําเปนตองนําวัตถุพยานมาทําการทดลองในหองปฏิบัติการเพื่อวิเคราะหธาตุใหยุงยากอีกตอไป
ไมวาวัตถุพยานน้นั จะชิน้ เล็กขนาดเทา ใด EDS จะสามารถวเิ คราะหธ าตุเชิงคุณภาพไดอ ยา งแมนยาํ
à¤ÃèÍ× §â¾ÅÕ¡ÃÒ¿ (à¤Ã×Íè §¨ºÑ à·ç¨) (POLYGRAPH)

เคร่อื งโพลกี ราฟ (Polygraph) หรือที่รูจักกันทว่ั ไปในชื่อเครอ่ื งจับเท็จ (Lie Detector)
หมายถงึ เครอ่ื งมอื ทางวทิ ยาศาสตรท ต่ี รวจและบนั ทกึ การเปลย่ี นแปลงบางอยา งทางสรรี ะทไ่ี มส ามารถ
สังเกตจากภายนอกได ซ่ึงจะบันทึกออกมาในรูปกราฟที่สามารถนํามาประเมินผลวิเคราะหถึงความ
เปนไปไดใ นเร่ืองการพูดหรอื พดู เท็จ

๑๗๔

à¤ÃèÍ× §â¾ÅÕäÅ· (POLYLIGHT)
ประโยชน เพื่อใชคนหาวัตถพุ ยาน
๑. หาลายนวิ้ มือแฝง รอยน้ิวมอื ทเ่ี กิดจากโลหติ
๒. คราบเลือด คราบอสุจิ ส่งิ คัดหล่งั จากรางกาย
๓. เสน ผม เสน ขน เสนใย
๔. การแกไขเอกสารดวยหมกึ
๕. หมกึ ปากกาบนเอกสาร
๖. เศษสี เศษดนิ ทราย พลาสติก

à¤ÃÍ×è §μÃǨà¢Á‹Ò»„¹ (ATOMIC ABSORBTION)
ประโยชน ใชต รวจพสิ ูจน
๑. หมกึ ปากกาบนเอกสาร
๒. เขมา ปน
๓. สารเคมีบางอยาง
๔. เศษกระจก ดนิ ทราย พลาสตกิ
๕. เศษสี

à¤Ã×èͧμÃǨ¾Ôʨ٠¹àÍ¡ÊÒà (DOCUBOX)
ตรวจหารองรอยการเปลี่ยนแปลงแกไขบนเอกสาร และตรวจเปรียบเทียบเอกสาร

โดยใชแสงท่ีมีความถ่ีตางๆ กัน ต้ังแตยูวีถึงอารไอ เพ่ือตรวจดูการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นเม่ือเปล่ียน
แสงในความถต่ี างๆ
à¤ÃÍè× §μÃǨÇÔà¤ÃÒÐËˏ ÁÖ¡

ตรวจพสิ จู นเ ปรยี บเทยี บชนดิ ของหมกึ และกระดาษ โดยอาศยั หลกั การวเิ คราะหส เปกตรมั
ของแสง
à¤Ã×èͧμÃǨËÒÃÍ¡´ (ESDA)

ตรวจพิสูจนหารอยกดบนกระดาษ โดยการเพิ่มประจุไฟฟาลงบนเอกสาร เพ่ือให
ผงคารบอนจับตวั ท่บี รเิ วณรอยกด ทําใหสามารถอานเอกสารได
à¤ÃèÍ× §μÃǨนํ้าÁ¹Ñ àª×Íé à¾Å§Ô áÅÐÇμÑ ¶ØÃÐàºÔ´

ตรวจสอบชนดิ ของนา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ ของกลาง โดยเปรยี บเทยี บกบั นา้ํ มนั เชอื้ เพลงิ มาตรฐาน
ตางๆ และใชต รวจหาชนดิ ของเขมา ของวตั ถรุ ะเบิด

๑๗๕

à¤ÃÍè× §¶‹ÒÂÀҾʶҹ·èàÕ ¡Ô´àËμáØ ººÊÒÁÁÔμÔ (LEICA GEOSYSTEMS SCANSTATIONS)
เปนเครื่องจําลองภาพสถานที่เกิดเหตุแบบ ๓ มิติ โดยใชแสงเลเซอรในการสแกนเก็บ

รายละเอียดของสถานท่ีเกิดเหตุ เพ่ือชวยในการวัดระยะ กําหนดตําแหนงวัตถุพยาน ทําแผนผัง
และบันทึกภาพ ๓ มิติ สภาพสถานท่ีเกิดไวไมวาเวลาจะผานไปนานเทาไร สามารถนํามาดูทบทวน
วเิ คราะห ไดต ลอดเวลา เสมือนอยใู นสถานทเี่ กิดเหตจุ ริงเสมอ

๑๗๖

àÍ¡ÊÒÃ͌ҧÍÔ§

การตรวจสถานท่ีเกดิ เหตุเบือ้ งตน แหลง ท่มี า :
www.nstda.or.th/sciencecamp/th/file/3566669XWL4PYMGKE.pdf เขาถึงเมื่อวันท่ี
๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๐

การปอ งกันรักษาสถานทเ่ี กดิ เหตุ คณะนิติวิทยาศาสตร โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ. แหลงทมี่ า
www.forensicrpca.com เขา ถึงเมอ่ื วันที่ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๖๐

ขน้ั ตอนการตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ ตามระบบ FBI แหลง ทีม่ า :
http://div1.forensic.police.go.th/FBI.html เขา ถึงเมือ่ วันท่ี ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๐

คูมอื เรียนหลักสูตร นสต.ของ บช.ศ. ประจําป ๒๕๕๘.
นิติวิทยาศาสตร. แหลงทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki และ

http://www.barascientific.com/article/forensice/forensic.php เขาถึงเมื่อวันที่ ๓๐
สิงหาคม ๒๕๖๐
ประโมทย จารุนลิ , การสบื สวนและสอบสวน พิมพครงั้ ที่ ๕ มหาวทิ ยาลัยรามคําแหง, ๒๕๕๖.
พัชรา สินลอยมา, ความรูท่ัวไปเกี่ยวกบั นิตเิ วชศาสตร. แหลง ทม่ี า :
www.ajarnpat.com/data Silpakorn University/Forensic laboratory2553-01.doc
เขาถงึ เม่อื วันที่ ๗ ก.ย. ๒๕๖๐
สํานักยาและวัตถุสารเสพติด กรมวิทยาศาสตรการแพทย คูมือทดสอบสารเสพติดในปสสาวะ
โรงพิมพคงเกยี รติการพิมพ, ๒๕๕๙ แหลง ทม่ี า
http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/drug/narcotic/doc/narcoticUrineTesting
Manual_2559.pfd เขา ถงึ เม่ือวันที่ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๖๐
หลักฐานทางนติ วิ ิทยาศาสตรก บั กระบวนการยตุ ธิ รรม, แหลง ทีม่ า
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000087821
เขาถึงเมือ่ วันท่ี ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๐
อรรถพล แชมสุวรรณวงศ, พล.ต.อ., นติ วิ ทิ ยาศาสตร ๒ เพอื่ การสืบสวนสอบสวน, พมิ พค รัง้ ที่ ๓
บรษิ ทั ทซี จี พี ริ้นติ้ง. ๒๕๔๖.
อรรถพล แชม สุวรรณวงศ, พล.ต.อ., นิตวิ ิทยาศาสตร ๓ เพื่อการสบื สวนสอบสวน, พิมพค รง้ั ที่ ๓
บรษิ ัททซี จี ีพรน้ิ ติ้ง. ๒๕๔๖.
เอกสารคําสอนวชิ านติ ิเวชศาสตรและการปฏิบตั ,ิ คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเชยี งใหม.
เอกสารประกอบการบรรยายนิติวิทยาศาสตร หลักสูตรการฝกอบรมขาราชการตํารวจชั้นประทวน
ยศ จ.ส.ต., ด.ต. เพื่อพิจารณาแตงต้ังเปนขาราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรสายวิทยาการ
ประจําป ๒๕๓๕ ของสาํ นกั งานวทิ ยาการตาํ รวจ

๑๗๗

เอกสารประกอบการบรรยายหลักสูตรวิทยาการและการสืบสวนสอบสวนโดยใชเทคโนโลยีสมัยใหม
ประจําป ๒๕๔๒ ของกองพสิ จู นหลักฐาน สํานักงานนิติวิทยาศาสตรต ํารวจ

Physical Evidence Training Manual [Online]]. Accessed 31 October 2016. Available from
http://www.ohioattorneygeneral.gov/Files/Publications-Files/Publications-for-Law-
Enforcement/Bureau-of-Criminal-Investigation-Publications.

๑๗๘

จัดพมิ พโ ดย
โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘

“เปนหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพยสินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล”

พลตํารวจเอก จักรทิพย ชัยจินดา
ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ


Click to View FlipBook Version