The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการดำเนินงานของผู้พิพากษาสมทบรุ่น 15

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mingkaew58, 2024-04-05 03:31:25

สรุปผลการดำเนินงานของผู้พิพากษาสมทบรุ่น 15

สรุปผลการดำเนินงานของผู้พิพากษาสมทบรุ่น 15

37 ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีนำโดย นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบ ผู้อำนวยการ และข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมในหน่วยงาน จัดอบรมสัมมนาตามโครงการเพิ่มศักยภาพข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ หัวข้อ “เสริมสร้างทักษะความรู้ของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมในยุคดิจิทัล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างให้บุคลากรของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีมีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการ ปฏิบัติงานและเพื่อเป็นการเสริมสร้างด้านคุณธรรม จริยธรรม การทำงานเป็นทีมให้เกิดประโยชน์ต่อ องค์กร ณ ห้องประชุมบ้านนอกทุ่งโฮมสเตย์ตำบลหนองซิ่ม อำเภอแหลมสิงห์จังหวัดจันทบุรี โครงการเพิ่มศักยภาพข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗


15 โครงการ/กิจกรรมป้องกัน แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู


39 ๑. ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้และสร้างชีวิตใหม่ให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ ในกระบวนการยุติธรรม ๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี ๓. ระยะเวลาดำเนินโครงการ วันที่ ๒๑-๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ และ ๑-๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ๔. งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ ๖๖,๐๔๐ บาท งบประมาณที่ใช้จริง ๖๖,๐๔๐ บาท (จากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุบลราชธานี) ๕. กลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม จำนวน ๓๐ คน แบ่งเป็น ๓ กลุ่มอาชีพ (ช่างตัดผม ๑๐ คน ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ ๑๐ คน และช่างไฟฟ้า ๑๐ คน) ๖. วัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรม ๖.๑ เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะชีวิตด้านอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ๖.๒ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพเบื้องต้น นำความรู้ที่ได้ไป ประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ ๖.๓ เพื่อแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู สงเคราะห์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กและเยาวชนให้ดีขึ้น เกิดความภาคภูมิใจ ในตนเองและดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคงและมีความสุข ๗. ผลการดำเนินงาน ๑) เด็กและเยาวชนผ่านการฝึกอบรม ๒๓ คน (ร้อยละ ๗๖.๖๗) เยาวชน ๗ คน (ร้อยละ ๒๓.๓๓) มีเวลา ฝึกอบรมไม่ครบ ๑๐ ชั่วโมง (ขอลาสอบ ๑ คน อีก ๖ คน ถูกกักตัวเพราะติดเชื้อ/ครอบครัวติดเชื้อ โควิด-๑๙) และทั้ง ๗ คน เข้าร่วมกิจกรรมซ่อมเสริม เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่สวนสาธิต ศาลเยาวชน และครอบครัวฯ ๒) หลังการฝึกอบรมผู้พิพากษาสมทบทีมดูแล (CM Team) ติดตามเยี่ยมเด็กและเยาวชนและครอบครัว ๖ คน พบว่าเด็กและเยาวชนได้ช่วยงานของครอบครัวและมีเป้าหมายในชีวิต ผลการติดตามรับรายงานตัว เด็กและเยาวชนทุกคนปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลและไม่มีการกระทำความผิดซ้ำ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๘. ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ๘.๑ ปัญหาและอุปสรรค ๑) เด็กและเยาวชนมีข้อจำกัดในการเลือกหลักสูตรฝึกอบรม เพราะต้องเกลี่ยจำนวนเยาวชนให้สมดุล ๒) เด็กและเยาวชน/ครอบครัวติดเชื้อโควิด-๑๙ ต้องกักตัว ทำให้เวลาการฝึกอบรมไม่ครบตามเกณฑ์ ๘.๒ ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ๑) สำรวจความสนใจด้านอาชีพเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานพัฒนาตลอดระยะรายงานตัว ๒) เพิ่มเวลาฝึกอบรมเป็น ๓๐ ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อนำวุฒิบัตรไปสมัครงานได้ ๓) เลือกเยาวชนที่พักอาศัยใกล้เคียงอำเภอเมือง เพื่อสะดวกในการต่อยอดฝึกอบรม ตามบันทึก โครงการ "พัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้และสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม" ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีและวิทยาลัยเทคนิคนคร อุบลราชธานี


40 พิธีเปิดโครงการ "พัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้และ สร้างชีวิตใหม่ให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม" เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "พัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้าง รายได้และสร้างชีวิตใหม่ให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม" อันมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก และเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ได้เสริมสร้างความรู้และทักษะด้านอาชีพอันเป็นประโยชน์เพิ่ม โอกาสและทางเลือกให้แก่เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจและทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพส่งผล ให้เด็กและเยาวชน ได้รับการพัฒนาให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดี เกิดความภาคภูมิใจใน ตนเอง และดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคง และมีความสุข ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นางสุดารัตน์ อัศวจิตต์ภักดี ผู้พิพากษาสมทบในศาล เยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ วิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี


41 ภาพกิจกรรมโครงการ "พัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้และ สร้างชีวิตใหม่ให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม"


42 หน่วยงาน ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ผู้รับผิดชอบ คณะผู้พิพากษาสมทบและนักจิตวิทยา ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำและประสานการประชุม เพื่อแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและครอบครัว 1. ชื่อผลงานเด่น/โครงการ การให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเด็ก เยาวชนและครอบครัว อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 2. หลักการและเหตุผล ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีได้พัฒนาระบบการติดตามดูแลเด็ก เยาวชนและ ครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563-2564 ได้พัฒนาระบบการติดตามดูแลเด็ก เยาวชนและ ครอบครัวแบบมีส่วนร่วม ส่งผลให้เด็ก เยาวชนและครอบครัวได้รับการช่วยเหลือ แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู อย่างถูกต้องตรงตามสภาพของปัญหา และได้ส่งโครงการเข้าประกวดนวัตกรรมและการทำงานของศาล เยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 จากผลสำเร็จดังกล่าวคณะทำงานมี แนวคิดร่วมกันว่า ในช่วงเวลาที่เด็ก เยาวชนและครอบครัวอยู่ในเงื่อนไขของการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูนั้น หากเปลี่ยนวิธีการเสริมสร้างและพัฒนาทักษะในการดำรงชีวิตจากการมารายงานตัวแบบเดิม ซึ่งเด็ก เยาวชนมาพบผู้พิพากษาสมทบหลายคน สลับหมุนเวียนไปตามตารางปฏิบัติการ ซึ่งอาจไม่ใช่ผู้พิพากษา สมทบคนเดิม เป็นการดำเนินการโดยผ่านกิจกรรมที่ศาลจัดขึ้นและมีผู้พิพากษาสมทบผู้รับผิดชอบดูแล เฉพาะรายแทน โดยกิจกรรมการรับรายงานตัวเด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ศาลสั่งใช้มาตรการพิเศษแทนการ พิพากษาในคดีตามมาตรา 132 วรรคหนึ่ง และให้คุมประพฤติเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป จำนวน 24 คน นอกจากเด็กเยาวชนเหล่านี้จะต้องมารายงานตัวที่ศาลและเข้าร่วมกิจกรรมทุก 3 เดือน จำนวน 4 ครั้งแล้ว เด็กเยาวชนแต่ละคนจะมีผู้พิพากษาสมทบ 1 คน ในทีมผู้ดูแล (Case Manager Team : CM) เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ช่วยเหลือ ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ร่วม กิจกรรม 1 ปี โดย CM ซึ่งเป็นผู้ดูแล 1 คน จะพบเด็กเยาวชนคนเดียวตลอดโครงการ ซึ่งจะแตกต่างจาก การรายงานตัวแบบเดิมที่จะสลับหมุนเวียนไปตามตารางปฏิบัติการ ทำให้เกิดผลดีในด้านสัมพันธภาพ ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจและรับทราบปัญหาอย่างต่อเนื่อง สามารถประเมินปัญหา ติดตามการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและให้ความช่วยเหลือได้ตรงตามสภาพปัญหา การจัดกิจกรรมแต่ละครั้งจะเน้นให้ เด็ก เยาวชนและผู้ปกครองได้ทบทวนการกระทำและบทบาทของตนเองที่ผ่านมา การสร้างสัมพันธภาพ และการสื่อสารในครอบครัว การเสริมสร้างพลังบวก และแรงบันดาลใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งการวางแผนชีวิตอนาคตของตนเองได้ ด้วยวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้เด็ก เยาวชน และครอบครัวได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีผู้พิพากษาสมทบ เป็นแรงสนับสนุนทางสังคม (Social Supporter) ให้สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขและไม่ การประกวดนวัตกรรมศาลเยาวชนและครอบครัว ทั่วราชอาณาจักร ปี 2565 หัวข้อ การแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชน


43 หวนไปกระทำผิดซ้ำอีก ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวน่าจะทำให้เด็ก เยาวชนและครอบครัว ได้รับความรู้และ ประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันมากยิ่งขึ้น เกิดการพัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่าง ยั่งยืนได้ จึงได้จัดทำโครงการ “การให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเด็กเยาวชนและครอบครัว อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” ขึ้น 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อให้เด็กเยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในการดำรงชีวิตสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการใช้ชีวิตของตนเองไปในทางที่เหมาะสมเป็นบุคคลที่พึงประสงค์ของสังคม 3.2 เพื่อให้ผู้ปกครอง (ครอบครัว) ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในการเลี้ยงดูบุตรหลานให้สามารถ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการใช้ชีวิตของตนเองไปในทางที่เหมาะสมเป็นบุคคลที่พึงประสงค์ของสังคม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือและประคับประคองเด็กและเยาวชนให้สามารถก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.3 เพื่อลดการกระทำความผิดซ้ำของเด็กและเยาวชน 4. ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ได้รูปแบบการรายงานตัวเด็กและเยาวชนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 4.2 เด็ก เยาวชน ได้รับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูตามที่จัดให้อย่างเป็นรูปธรรมและเต็มศักยภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหาเป็นรายบุคคล 4.3 ผู้ปกครอง (ครอบครัว) ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในการเลี้ยงดูบุตรหลานให้สามารถ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปทางที่พึงประสงค์ในการใช้ชีวิตของตนเองไปในทางที่เหมาะสมเป็นบุคคลที่พึง ประสงค์ของสังคม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือและประคับประคองเด็กและเยาวชนให้สามารถก้าวข้าม ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. วิธีดำเนินการ 5.1 จัดทำโครงการและเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติจากผู้บริหาร 5.2 จัดประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อวางแผนการดำเนินงานและแนวทางการดำเนินโครงการ 5.2.1 กลุ่มเป้าหมาย เด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ศาลมีคำสั่งใช้มาตรการพิเศษแทนการ พิพากษาคดีตามมาตรา 132 วรรค หนึ่ง ให้คุมประพฤติเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป จำนวน 24 ครอบครัว เป็นเด็กเยาวชน จำนวน 24 คนและผู้ปกครองจำนวน 26 คน ซึ่งเด็กเยาวชนเหล่านี้จะต้องมารายงานตัว และร่วมกิจกรรมที่ศาลทุก 3 เดือน จำนวน 4 ครั้ง 5.2.2 ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2563 – วันที่ 31 ธันวาคม 2564 5.2.3 งบประมาณ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีจำนวน 35,400 บาท (สามหมื่นห้าพันสี่ร้อยบาทถ้วน) 5.2.4 เป้าหมายโครงการ ในระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล เด็กเยาวชน ได้รับการ แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู จำนวน 24 คน และกลับมากระทำผิดซ้ำ น้อยกว่าร้อยละ 20 5.2.5 การติดตามประเมินผล 5.2.5.1 การสังเกตความสนใจและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของเด็ก เยาวชนและ ผู้ปกครอง (ครอบครัว)


44 5.2.5.2 แบบประเมินผลเด็ก เยาวชนก่อน-หลังเข้าร่วมกิจกรรม แบบประเมินผลและ แบบสอบถามความคิดเห็น การสัมภาษณ์เด็ก เยาวชน ผู้ปกครองและผู้พิพากษาสมทบ (ทีม CM) ตรวจ และประเมินผลจากสมุดบันทึกกิจกรรม 5.2.5.3 ข้อสรุป การประชุมทบทวนข้อปฏิบัติหลังการทำกิจกรรม (AAR: After Action Review) 5.2.5.4 จากสถิติการกระทำผิดรายบุคคลของเด็กและเยาวชนทั้ง 24 ราย ตลอด ระยะเวลา 1 ปีและติดตามหลังจากยุติคดี 2 ปี 5.3 นักจิตวิทยาประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี คัดเลือกเด็กและเยาวชน กลุ่มเป้าหมายและ จัดทีมผู้พิพากษาสมทบผู้ดูแล (Case Manager Team: CM) 5.4 การจัดกิจกรรมแบ่งเป็น 4 ครั้ง โดย นักจิตวิทยาและผู้พิพากษาสมทบเป็นผู้ดำเนินกิจกรรม (รายละเอียดการดำเนินกิจกรรมและผลสัมฤทธิ์ของโครงการแสดงในแผนภูมิแนบท้าย) 5.5 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน และสรุปผลการดำเนินงานส่งผู้บังคับบัญชา 6. การเปรียบเทียบผลงานที่นำเสนอกับการดำเนินงานที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ก่อนการดำเนินการ การรับรายงานตัวแบบเดิม เด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ศาลมีคำสั่งใช้ มาตรการพิเศษแทนการพิพากษาคดีมาตรา 132 วรรค หนึ่ง ให้คุมประพฤติจะต้องปฏิบัติตนตาม เงื่อนไขของศาลและ มารายงานตัวที่ศาลทุก ๆ 3 เดือนตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเด็ก เยาวชนเหล่านี้จะ พบผู้พิพากษาสมทบสลับหมุนเวียนกันไปตามตารางปฏิบัติการ เด็ก เยาวชน จะไม่ได้รับการดูแล และ ติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้พิพากษาสมทบแต่ละท่านจะมีวิธีการให้คำปรึกษาและชี้แนะ แนวทางที่แตกต่างกัน หากเกิดปัญหาอาจจะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เด็ก เยาวชนมีโอกาสที่จะหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำได้อีก หลังดำเนินการตามโครงการฯ เด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ศาลมีคำสั่งใช้มาตรการพิเศษแทน การพิพากษาคดีมาตรา 132 วรรค หนึ่ง ให้คุมประพฤติเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป ที่เข้าร่วมโครงการฯ มารายงานตัวที่ศาลและเข้าร่วมกิจกรรมทุก 3 เดือน จำนวน 4 ครั้ง โดยเด็กเยาวชนแต่ละคนจะมี ผู้พิพากษาสมทบ 1 คน ในทีมผู้ดูแล (Case Manager Team : CM) เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ช่วยเหลือ ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ร่วมกิจกรรม 1 ปี โดย CM ซึ่งเป็น ผู้ดูแล 1 คน จะพบเด็กเยาวชนคนเดียวตลอดโครงการ ทำให้เกิดผลดีในด้านสัมพันธภาพ ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจและรับทราบปัญหาอย่างต่อเนื่อง สามารถประเมินปัญหา ติดตามการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมและให้ความช่วยเหลือได้ตรงตามสภาพปัญหา การจัดกิจกรรมแต่ละครั้งจะเน้นให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองได้ทบทวนการกระทำและบทบาทของตนเองที่ผ่านมา การสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสาร ในครอบครัว การเสริมสร้างพลังบวก และแรงบันดาลใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น รวมทั้งการวางแผนชีวิตอนาคตของตนเองได้ ด้วยวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้เด็ก เยาวชนและครอบครัว ได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพรวมทั้งได้รับความรู้และประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันมากยิ่งขึ้น เกิดการพัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนได้โดยมีผู้พิพากษา สมทบเป็นแรงสนับสนุนทางสังคม (Social Supporter) ให้สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และไม่หวนไปกระทำผิดซ้ำอีก


45 จากการดำเนินการตามโครงการฯดังกล่าวทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมคือ 1.) เด็ก เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตลอด 1 ปี จำนวน 24 คน เมื่อสิ้นสุดโครงการไม่กระทำ ความผิดซ้ำ 23 คนคิดเป็นร้อยละ 95.83 กระทำความผิดซ้ำ 1 คนคิดเป็นร้อยละ 4.17 ( แสดงใน แผนภูมิที่แนบ) 2.) ผลงานเชิงประจักษ์ ประโยชน์ต่อเด็กเยาวชน เด็ก เยาวชนและครอบครัวได้รับการเสริมสร้างศักยภาพอย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืนส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่เหมาะสม สามารถค้นพบศักยภาพของ ตนเองที่เริ่มต้นไปสู่อนาคตที่ดีงามและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก ประโยชน์ต่อศาล มีระบบการให้คำปรึกษาเด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ช่วยเสริมสร้าง ศักยภาพของเด็ก เยาวชนและครอบครัวให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของ ผู้พิพากษาสมทบและนักจิตวิทยาประจำศาลที่มีการติดตามดูแลเด็กเยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การกระทำผิดซ้ำของเด็กเยาวชนในระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล น้อยกว่าร้อยละ 20 ประโยชน์ต่อครอบครัว ผู้ปกครองได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการเลี้ยงดู บุตรหลานให้เป็นคนดีของสังคม ได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาความรู้และทักษะในการสื่อสาร และการ เสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวและดูแลบุตรหลานให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่าง เหมาะสมส่งผลต่อความสงบสุขของครอบครัว ประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม เด็กเยาวชนที่มีคุณภาพส่งผลให้สังคมมีความปลอดภัยและสงบสุข 7. การพัฒนาต่อยอดของผลงานและข้อเสนอแนะ 7.1 ควรมีการพัฒนารูปแบบการให้คำปรึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและหลากหลายรูปแบบ โดยทีมผู้พิพากษาสมทบผู้ดูแล (Case Manager Team: CM) ทั้งระบบ On Site และระบบ Online 7.2 ควรนำรูปแบบการให้คำปรึกษานี้ไปใช้พัฒนาเด็ก เยาวชนและครอบครัวที่กระทำผิดในคดี มาตราอื่น ๆด้วย 7.3 เด็กและเยาวชนที่ถูกคุมประพฤติมากกว่า 1 ปีขึ้นไป CM ทีมเดิมควรติดตามพฤติกรรมอย่าง ต่อเนื่องจนยุติคดี 7.4 ควรมีการพัฒนาเวทีวิชาการ การนำเสนอกรณีศึกษา เพื่อการแก้ปัญหาเด็กเยาวชน ใน สหวิชาชีพอย่างเป็นรูปธรรม


46 ภาพกิจกรรมการนำเสนอผลงาน วันที่ 28 สิงหาคม ๒๕๖๕ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฯ ผู้พิพากษาสมทบ และ นักจิตวิทยา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมนำเสนอผลงาน การประกวดนวัตกรรมศาลเยาวชนและครอบครัว ทั่วราชอาณาจักร ปี 2565 หัวข้อ การแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชน โดยการประกวดในครั้งนี้ศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีได้นำเสนอโครงการ “การให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้าง ศักยภาพของเด็ก เยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” ได้รับรางวัลชมเชย


47 1. ชื่อโครงการ โครงการขับขี่ปลอดภัย ครอบครัวอุ่นใจ เด็กและเยาวชนมีวินัย ใส่ใจกฎจราจร 2. ผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี 3. ระยะเวลาดำเนินโครงการ วันที่ 19-20 มกราคม และวันที่ 31 มกราคม 2566 4. งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ 24,480 บาท ใช้จริง 25,620 บาท ผู้พิพากษาสมทบอนุเคราะห์ เพิ่มเติม (นางรัตนา ศศิประภา ค่าตรวจใบรับรองแพทย์ 3,000 บาท นายสุมิตร เสนสม สนับสนุนส่วนเกิน 1,140 บาท นางออริตาร์ แสนทวีสุข ให้ที่พักเยาวชนและครอบครัว) และนายจำนงค์ งามบุญแถม สนับสนุนรถ กระบะรับส่ง) 5. กลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม จำนวน 25-30 คน บุคคลทั่วไป 10 คน 6. วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้เยาวชน 6.1 มีความรู้ความเข้าใจกฎหมายจราจรในการขับขี่รถจักรยานยนต์ 6.2 สามารถลงทะเบียนและสมัครสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี 6.3 สอบผ่านและได้รับบัตรประจำตัวขับขี่รถจักรยานตามเงื่อนไขศาล 7. ผลการดำเนินงาน 1) เยาวชนผ่านการอบรม 24 คน และบุคคลทั่วไป (บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาฝีกงาน) 10 คน 2) ผลการสอบรับบัตรประจำตัวขับขี่รถจักรยานยนต์ ครั้งที่ 1 (20 มกราคม 2566) เยาวชนสอบข้อเขียนผ่าน 0 คน สอบปฏิบัติการขับขี่รถจักรยานยนต์ ผ่าน ทุกคนบุคคลทั่วไป สอบข้อเขียนผ่าน 9 คน ไม่ผ่าน 1 คน ครั้งที่ 2 (31 มกราคม 2566) เยาวชนสอบข้อเขียนผ่าน 6 คน ที่เหลือขึ้นทะเบียนผ่านการอบรมไว้ 3 เดือน สามารถนำหลักฐาน Walkin เข้าสอบในสำนักงานขนส่งได้ 8. ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 8.1 ปัญหาและอุปสรรค 1) เยาวชนมีข้อจำกัดในการฟังการบรรยาย ไม่สนใจ นั่งหลับ ความจำไม่ดี สมาธิสั้น ต้องควบคุมตลอด 2) การอบรมครั้งที่ 1 ไม่ได้วางแผนเรื่องที่พักและรถรับส่งเยาวชนไปสอบ 3) หลังการสอบครั้งที่ 2 เยาวชนรับผิดชอบไปสอบที่สำนักงานขนส่งใกล้บ้าน จึงไม่สามารถติดตามสถิติ การสอบผ่านได้ทุกคน แต่พบว่าเยาวชนที่ศาลมีเงื่อนไขให้สอบบัตรประจำตัวขับขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านเงื่อนไขทุกคน 8.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 1) เป็นโครงการที่ดีที่ช่วยสนับสนุนเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการ อบรมและการสอบของสำนักงานขนส่งทุกแห่ง 2) ควรปรับแผนเรื่องการจัดที่พักและจัดอาหารเย็นให้เยาวชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน อื่น เช่น การขอควรมอนุเคราะห์ที่พักจากค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เพื่อให้เยาวชนได้มีเวลาอบรมภาคทฤษฎี โครงการ "ขับขี่ปลอดภัย ครอบครัวอุ่นใจ เด็กและเยาวชนมีวินัย ใส่ใจกฎจราจร" ภาคปฏิบัติ การสอบข้อเขียนและปฏิบัติให้ครบวงจร จะช่วยให้ผลการสอบผ่านได้เพิ่มขึ้นเยาวชนได้มีเวลาอบรม ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การสอบข้อเขียนและปฏิบัติให้ครบวงจร จะช่วยให้ผลการสอบผ่านได้เพิ่มขึ้น


48 วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด อุบลราชธานี มอบหมายให้นายปิติพัชญ์ สมจิตร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย ครอบครัวอุ่นใจ เด็กและเยาวชนมีวินัย ใส่ใจกฎจราจร"มีนางสุดารัตน์ อัศวจิตต์ภักดี ประธานผู้พิพากษาสมทบในศาลฯ กล่าวรายงาน โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนและ ครอบครัวกลางกับกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนของศาลเยาวชนและครอบครัว ขับขี่ ปลอดภัย ได้รับใบอนุญาตขับรถ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล ได้รับการ ฝึกอบรมให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก โดยมี คณะวิทยากรจากสำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานีและสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี ในการนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๓๑ ราย และได้รับเกียรติจากคณะผู้พิพากษาสมทบในศาลฯ เข้าร่วมโครงการ ณ ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ภาพกิจกรรมโครงการ


49 ภาพกิจกรรมโครงการ


50 วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๖ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ฝึกอบรมการปฏิบัติสมาธิเพื่อการเอาชนะใจตนเอง "หลักสูตรชินนสาสมาธิ” ตามแนวทาง สมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)โดยมี นายศิริพงษ์ สิ้นภัย ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวรายงาน การดำเนินกิจกรรมตามโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถ พัฒนาจิตใจ ปลูกจิตสำนึกและทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม เกิดกำลังใจด้วยการน้อมนำหลักธรรมไปสู่การปฏิบัติ มีแนวทาง ใน การดำเนินชีวิต ทำให้จิตใจผ่องใส โดยมีวิทยากรจากสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา ๐๔๔ วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร อ. เมือง จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ดำเนินการการอบรม และได้รับเกียรติจากคณะผู้พิพากษาสมทบฯ คณะผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว และบุคลากรในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมโครงการ ณ ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี โครงการฝึกอบรมการปฏิบัติสมาธิเพื่อการเอาชนะใจตนเอง "หลักสูตรชินนสาสมาธิ " ตามแนวทางสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)


51 โครงการสนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและครอบครัว กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์หลักสูตร " ครอบครัวคือหัวใจ " เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๖ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีโดยนายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและครอบครัว กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์หลักสูตร" ครอบครัวคือหัวใจ " โดยมี นายศิริพงษ์ สิ้นภัย ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าว รายงาน อันมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองรวมทั้งเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๒๐ ครอบครัว รวมจำนวน ๔๐ คน เข้าใจพัฒนาการตามวัยของวัยรุ่น สามารถเข้าใจและตระหนักถึงสภาพปัญหาใน ครอบครัว นำความรู้ไปปรับใช้ เพื่อให้เยาวชนสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางสร้างสรรค์ ในการนี้ได้รับ เกียรติจากคณะผู้พิพากษาสมทบฯ เข้าร่วมโครงการ ณ ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี


52 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ๒๕๖๖ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชน และครอบครัว กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์” หลักสูตร “ครอบครัวคือหัวใจ” ระยะที่ 1 โครงการ "พัฒนาระบบ การให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในคดียาเสพติดและคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบศาล "ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒5๖๖ กิจกรรมครอบครับครัวสัมพันธ์” หลักสูตร “ครอบครัวคือหัวใจ” ระยะที่ 1


53 เมื่อวันที่ ๒1 สิงหาคม ๒๕๖๖ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด อุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีปิดโครงการ “สนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชน และ ครอบครัว กิจกรรมครอบครับครัวสัมพันธ์” หลักสูตร “ครอบครัวคือหัวใจ” ระยะที่ 2 โครงการ "พัฒนาระบบ การให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในคดียาเสพติดและคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบศาล "ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒5๖๖ กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์” หลักสูตร “ครอบครัวคือหัวใจ” ระยะที่ 2


54 การประชุมคดี(Case Conference) โครงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในคดียาเสพติด และคดีอื่นที่เกี่ยวข้องในระบบศาล วันที่ 13 กันยายน 2566 นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิด “กิจกรรมการประชุมคดี( Case Conference ) ตามโครงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในคดียาเสพติดและคดีอื่นที่เกี่ยวข้องในระบบ ศาล โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง ยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ตัวแทนชุมชน เข้าร่วมประชุม ในการนี้มีคณะผู้พิพากษาสมทบผู้รับผิดชอบคดีและผู้สนใจเข้าร่วม ประชุมและร่วมสังเกตการณ์ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี


55 ๑. ชื่อโครงการ โครงการอบรมสมาธิเพื่อพัฒนาจิตใจตามแนวทางสมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร)สำหรับเด็ก หรือเยาวชน และผู้ปกครองของเด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ตามมาตรา 73 วรรคท้าย มาตรา 90 มาตรา 132 วรรคแรก และมาตรา 138 (5)(6) ในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี 3. ระยะเวลาดำเนินโครงการ ระยะที่ 1 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ระยะที่ 2 วันที่ 21 ธันวาคม 2566 4. งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ 20,000 บาท ใช้จริง 18,588 บาท คืนเงินคงเหลือ 1,412 บาท ผู้พิพากษาสมทบ บริจาคสิ่งของเป็นรางวัลให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ดังนี้ นางรอยพิมพ์ สายพันธ์ นางสุรีรัตน์ ศรีกฤษณรัตน์ นางทัศนวรรณ อึ้งสายเชื้อ นางปานจารีย์ ขันติวารี นางประไพ โรจน์ประทักษ์ นางสุภาพรรณ รุ่งพัฒนาชัยกุล นางรัตนา ศศิประภา นางวิภา เหล่าอยู่คง และนายสาธิต สีลวานิช 5. กลุ่มเป้าหมาย เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน 20 ครอบครัว รวมทั้งสิ้น 40 คน 6. วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง… 6.1 มีความรู้ความเข้าใจในหลักการทำสมาธิ ตามแนวทางของสมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ได้ 6.2 ปฏิบัติเดินจงกรมและนั่งสมาธิ ตามแนวทางของของสมเด็จพระญาณ วชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ได้ 6.3 นำแนวทางการเดินจงกรมและนั่งสมาธิไปปฏิบัติต่อที่บ้านได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดการรายงานตัว 6.4 ปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล ไม่กระทำความผิดซ้ำตลอดระยะเวลาที่รายงานตัว 7. ผลการดำเนินงาน ประเมินตามตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ ดังนี้ 7.1 เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ได้รับความรู้ความเข้าใจในการหลักการทำสมาธิ เดินจงกรมและนั่งสมาธิ ได้ถูกต้องร้อยละ 90 โดยเด็กและเยาวชนชอบการนั่งสมาธิมากกว่าการเดินจงกรม 7.2 เด็กและเยาวชนส่งสมุดบันทึกการทำสมาธิที่บ้าน จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 80 โดยมี 4 คน ที่ไม่ส่งสมุด บันทึก เนื่องจาก 2 คน ไม่เวลาทำ เพราะต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว (ขับรถแม็คโคร ทำงานรับจ้าง) ส่วนอีก 2 คน ไม่ได้เข้าอบรมระยะที่ 2 เพราะครบระยะการรายงานตัว ศาลสั่งยุติคดี 7.3 ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการสนับสนุนการทำสมาธิของเด็กและเยาวชนด้วยการลงนามในสมุดการทำสมาธิที่บ้าน และนำเสนอความเปลี่ยนแปลงของเด็กและเยาวชนหลังอบรมสมาธิ 8. ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 8.1 ปัญหาและอุปสรรค 1) เด็ก เยาวชนคุยกันขณะเดินจงกรม แต่นั่งสมาธิจะนิ่งสงบมากกว่า 2) การตรวจสมุดบันทึกการทำสมาธิ พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่บันทึกการทำสมาธิแบบรวบยอดหรือ บันทึกย้อนหลัง มากกว่าบันทึกครั้งต่อครั้ง 8.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 1) เป็นโครงการที่ดีที่ช่วยสนับสนุนเด็ก เยาวชน และผู้ปกครองได้เรียนรู้หลักการทำสมาธิอย่างง่ายๆ 2) ควรจัดกิจกรรมให้กับเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่มารายงานตัวในครั้งแรก จะทำให้ประเมินพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่อง โครงการอบรมสมาธิเพื่อพัฒนาจิตใจตามแนวทาง สมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร) 3) ควรสนับสนุนกิจกรรมการจัดให้เด็ก เยาวชนและผู้ปกครอง ทำสมาธิที่ศาลทุกครั้งที่มารายงานตัวจนกระทั่งศาลสั่งยุติคดี


56 วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมสมาธิเพื่อพัฒนาจิตใจ ตามแนวทางสมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร) สำหรับเด็กหรือเยาวชนและผู้ปกครองที่อยู่ใน กระบวนการยุติธรรม ตามมาตรา ๗๓ วรรคท้าย มาตรา ๙๐ มาตรา ๑๓๒ วรรคแรก และมาตรา ๑๓๘ (๕) ในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นางสุดารัตน์ อัศวจิตต์ภักดีประธานผู้พิพากษา สมทบ กล่าวรายงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก เยาวชนและผู้ปกครองจำนวน ๔๐ ราย สามารถพัฒนา จิตใจ ปลูกจิตสำนึกและทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม เกิดกำลังใจด้วยการน้อมนำ หลักธรรม ไปสู่การปฏิบัติ มี แนวทางในการดำเนินชีวิต เห็นความสำคัญและคุณค่าของการทำความดี ละทิ้งความชั่วทำจิตใจให้ผ่องใส เป็นคนดีของชาติสืบไป พิธีเปิดโครงการอบรมสมาธิเพื่อพัฒนาจิตใจ ตามแนวทางสมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร)


57 กิจกรรมวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 สมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริ ยังค์ สิรินฺธโร)


58 1. ชื่อโครงการ โครงการรับรายงานตัวเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราวตามคำสั่ง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีปี 2566 (โครงการต่อเนื่อง) 2. ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นักจิตวิทยาประจำศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำฯ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี 3. ระยะเวลาดำเนินโครงการ เดือนมกราคม – ธันวาคม 2566 (ทุกวันราชการ) 4. งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ ปีละ 150,000 บาท ใช้จริง 155,000 บาท (ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ดูแลในโครงการ เดือนละ 12,000-13,000 บาท ค่าสำเนาเอกสารปีละ 5,000 บาท) 5. กลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมตามมาตรา 73 วรรคท้าย มาตรา 90 มาตรา 132 วรรคแรก และมาตรา 138 (5)/(6) รายงานตัวตามเงื่อนไขของศาล รวมทั้งสิ้น 744 คน (เด็กและเยาวชนรายงานตัว ทุก 3-4 เดือน) 6. วัตถุประสงค์ของโครงการ 6.1 ติดตามเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมมารายงานตัวตามเงื่อนไขของศาลครบตามที่กำหนด 6.2 คัดกรองความเสี่ยงของเด็กและเยาวชนอยู่ในกระบวนการยุติธรรมได้ตรงตามสภาพปัญหา 6.3 เด็กและเยาวชนและผู้ปกครองได้รับการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ช่วยเหลือและสงเคราะห์ตรงตามสภาพปัญหา 6.4 เด็กและเยาวชนปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลไม่กระทำความผิดซ้ำตลอดระยะเวลาที่รายงานตัว 7. ผลการดำเนินงาน ผู้พิพากษาสมทบปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ตามตารางกิจกรรม ดังนี้ กิจกรรม/สถานที่รับรายงานตัว เด็กและเยาวชนและผู้ปกครอง พ.ศ. 2566 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. 1) ห้องให้คำปรึกษาแนะนำฯ ศย.อุบลฯ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.) ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์ 2) ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศย.อุบลฯ ทุกวันจันทร์ (๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.) ผู้ดูแล/CM ตามกลุ่ม 1-4 3) ห้องประชุม ศาลจังหวัดเดชอุดม วันพุธที่ ๒ ของทุกเดือน (๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.) ตามกลุ่ม 1-4 4) CM เยี่ยมที่สถานพินิจฯ/ศูนย์ฝึกฯเขต 5 วันพุธที่ ๓ ของทุกเดือน (๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น.) สลับตามกลุ่ม 1-4 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์เด็กและเยาวชนอยู่ในกระบวนการยุติธรรม.. 1) รายงานตัวตามเงื่อนไขของศาลกำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 2) ได้รับการคัดกรองด้านจิตสังคม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และได้รับการแก้ไขตามสภาพปัญหา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 3) เด็กและเยาวชนไม่กระทำความผิดซ้ำในช่วงรายงานตัวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 4) เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดเงื่อนไขของศาลและส่งเข้าศูนย์ฝึกฯ ได้รับการติดตามเยี่ยม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 8. ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา -เด็กและเยาวชนที่รับรายงานตัวที่ศาลจังหวัดเดชอุดม มีจำนวนน้อยเพราะบางส่วนขอเลื่อนและไม่มาตามนัด โครงการรับรายงานตัวเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราวตามคำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2566


59 กิจกรรมรับรายงานตัวเด็กและเยาวชนและผู้ปกครองที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี สำหรับเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ณ ห้องให้คำปรึกษา ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.) ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์และสำหรับเยาวชนที่มีผู้ดูแลติดตามเป็นรายบุคคล (CM) ณ ห้องประชุมรักษ์ ยางนาทุกวันจันทร์ (๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.) กลุ่มกิจกรรมกลุ่มที่ 1 กลุ่มกิจกรรมกลุ่มที่ 2


60 กลุ่มกิจกรรมกลุ่มที่ ๓ กลุ่มกิจกรรมกลุ่มที่ ๔


61 โครงการประสานความร่วมมือในการรับรายงานตัวเด็กและเยาวชนตามมาตรการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ในเขต อำนาจศาลจังหวัดเดชอุดม ระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีและศาลจังหวัดเดชอุดม โดย มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เด็กเยาวชนผู้กระทำความผิด พร้อมทั้งผู้ปกครองเข้ารับการรายงาน ตัวและเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็วขึ้นง่ายขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง ณ อาคารศาล จังหวัดเดชอุดม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ในการดำเนินการจะแบ่งผู้พิพากษาสมทบออกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละเดือนจะมอบหมายให้ผู้พิพากษาสมทบไปรับรายงานตัวเด็กและเยาวชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาล เดชอุดมทุกวันพุธที่ 2 ของเดือน โดยให้ผู้พิพากษาสมทบแต่ละกลุ่มหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งปี ผู้พิพากษาสมทบกลุ่มกิจกรรมที่ 3 ผู้พิพากษาสมทบกลุ่มกิจกรรมที่ 1 โครงการประสานความร่วมมือในการรับรายงานตัวเด็กและเยาวชนตามมาตรการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดชอุดม ระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานีและศาลจังหวัดเดชอุดม ผู้พิพากษาสมทบกลุ่มกิจกรรมที่ 2 ผู้พิพากษาสมทบกลุ่มกิจกรรมที่ 4


62 ๑. โครงการ/กิจกรรม พัฒนาระบบการให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู แบบองค์รวมและเสริมสร้างเครือข่าย ชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืนปี ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ ๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ/กิจกรรม ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี/ผู้พิพากษาสมทบกลุ่ม ๑ ๓. ระยะเวลาดำเนินโครงการ/กิจกรรม วันที่ มีนาคม ๒๕๖๕ - เมษายน ๒๕๖๖ ๔. งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ ระยะที่ ๑ อบรมเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน ๒๘,๓๐๐ บาท บริจาคเพิ่มเติม จำนวน ๑๑,๐๒๖ บาท ระยะที่ ๒ อบรมผู้นำชุมชน จำนวน ๑๔,๙๐๐ บาท บริจาคเพิ่มเติม จำนวน ๘,๗๕๐ บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๔๓,๒๐๐ บาท บริจาคเพิ่มเติม ๑๙,๗๗๖ บาท (ผู้บริจาคเพิ่มเติม) ประธานผู้พิพากษาสมทบ และผู้พิพากษาสมทบ กลุ่ม ๑ ๕. วัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรม เพื่อ ๕.๑ พัฒนาระบบให้คำปรึกษาเด็กและเยาวชน ๕.๒ แก้ไขปัญหาพฤติกรรมการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน ๕.๓ พัฒนาระบบการบำบัด ฟื้นฟู โดยครอบครัวและชุมชน ๕.๔ เสริมสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการกระทำผิดของเด็ก/ เยาวชน ๖. ผลการดำเนินงาน เป้าหมายเชิงปริมาณ ระยะที่ ๑ วันที่ ๒๘-๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ อบรมเด็กและเยาวชน ๒๓ คน ผู้ปกครอง เด็ก/เยาวชน ๒๔ คน ระยะที่ ๒ วันที่ ๒๑-๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ อบรมผู้นำชุมชน จำนวน ๓๐ คน ประเมินตามวัตถุประสงค์โครงการฯ ดังนี้ ๑) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีได้มีการพัฒนาระบบให้คำปรึกษาเด็กและ เยาวชนที่กระทำ ความผิด โดยมอบหมายให้ผู้พิพากษาสมทบเป็นผู้รับรายงานตัวเด็กและเยาวชนเป็น รายบุคคล (Case Manager)ในโครงการนี้เด็กและยาวชนทุกคนได้รับการดูแลจากผู้พิพากษาสมทบ คนเดิมทุกคน ๒) เด็กและเยาวชนที่ผ่านการอบรมในโครงการฯ จำนวน ๒๓ คน ยุติคดีแล้ว ๒๒ ราย คิดเป็น ร้อยละ ๙๕.๖๕ และอยู่ระหว่างรายงานตัว ๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๓๔ (นัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖) ๓) การพัฒนาระบบบำบัดฟื้นฟูโดยครอบครัว ประเมินผลจากกิจกรรมอบรมเด็กและเยาวชนและ พ่อแม่หรือผู้ปกครอง เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการอบรม พบว่า หลังการอบรมเด็กและเยาวชนมีความ เข้าใจพ่อ แม่ ผู้ปกครองมากขึ้น อยากเป็นคนดีของพ่อแม่ ไม่อยากกระทำความผิดซ้ำอีก ส่วนผู้ปกครองมี โครงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู แบบองค์รวม และเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืน ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖


63 ความเข้าใจลูกหลานมากขึ้นจะปรับปรุงตนเองและปรับปรุงการสื่อสารให้ดีขึ้น พร้อมที่จะสนับสนุนการศึกษา และการประกอบอาชีพอย่างเต็มที่ ๔) การเสริมสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนในการป้องกัน เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหาการกระทำ ความผิดของเด็กและเยาวชน หลังจากการอบรมวางแผนเก็บข้อมูลในชุมชนต้นแบบในเดือนเมษายน ๒๕๖๖ แต่เบื้องต้นผู้นำชุมชนรับรู้และตระหนักในปัญหาพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนและอยากเข้ามามีส่วนร่วมใน การแก้ปัญหา อยากเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายในโครงการด้วย 7. ปัญหาและอุปสรรค งบประมาณไม่เพียงพอโดยเฉพาะการอบรมผู้นำชุมชน เพราะการให้ผู้นำชุมชนเดินทางจาก ชุมชนเข้ามาสถานที่อบรมในระดับอำเภอ ต้องมีค่ายานพาหนะสนับสนุนด้วย โครงการนี้จึงใช้เงินบริจาคแทน 8.ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ๘.๑ ผู้นำชุมชนเสนอแนะให้ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ขับเคลื่อนโครงการฯ โดยจัดอบรมหรือชี้แจง รายละเอียด การดำเนินงานระดับตำบล โดยการจัดทำ MOU หรือบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ร่วมกัน ๘.๒ กิจกรรมในโครงการฯ การให้คำปรึกษาบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนแต่ละราย ผู้นำชุมชนเห็นว่าบาง รายบางกรณีไม่มีความรู้ความสามารถที่จะช่วยเหลือให้การดูแลเด็กและเยาวชน เพราะขาดองค์ความรู้ แต่ใน ส่วนกิจกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังนั้น ผู้นำชุมชนสามารถดำเนินการได้ โดยจะจัดทำแผนชุมชนและ ดำเนินการในภาพรวมของชุมชน เช่น โครงการชุมชนสีขาว โครงการโรงเรียนสีขาว เพื่อป้องกันปัญหายาเสพ ติด เป็นต้น ๘.๓ การเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืนในการป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ปัญหาการกระทำ ความผิดของเด็กและเยาวชน ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า ๓ ปี ซึ่งชุมชนมีต้นทุนในการดำเนิน กิจกรรมดังกล่าวอยู่แล้ว สามารถดำเนินการต่อได้ แต่ต้องมีการกระตุ้นและพัฒนาต่อยอดโดยภาครัฐจึง จะเกิดเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน


64 พิธีเปิดโครงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู แบบองค์รวม และเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืน ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ ระยะที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี เปิดโครงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู แบบองค์รวมและเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็ง และยั่งยืน ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ (ระยะที่ ๑) โดยมีนางสุดารัตน์ อัศวจิตต์ภักดี ประธานผู้พิพากษาสมทบในศาล เยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวรายงาน อันมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบให้คำปรึกษาเด็ก และเยาวชนที่กระทำความผิด แก้ไขปัญหาพฤติกรรมการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน และเพื่อ เสริมสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนในการป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดของ เด็กและเยาวชน ณ โรงพยาบาลตระการพืชผล อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี


65 วันที่ ๒๑ - 22 ธันวาคม ๒๕๖๕ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "พัฒนา ระบบการให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู แบบองค์รวมและเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืน ปี ๒๕๖๕- ๒๕๖๖” (ระยะที่ 2) เป็นการอบรมผู้นำชุมชนเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืนในการป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ผู้นำ ชุมชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลโนนกุง อำเภอตระการพืชผล ผู้นำชุมชนที่อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๑๑ ตำบลนา ตาล อำเภอนาตาล ผู้นำชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ ๖ ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี รวม ทั้งสิ้น จำนวน ๓๐ คน ในการนี้มี นายภัทรพล สารการ นายอำเภอตระการพืชผล นายไพรัช จันทพันธ์ สาธารณสุขอำเภอตระการพืชผล คณะผู้พิพากษาสมทบฯ และผู้อำนวยการฯ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ ดังกล่าว ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอตระการพืชผล อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี พิธีเปิดโครงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษา บำบัด ฟื้นฟู แบบองค์รวม และเสริมสร้างเครือข่ายชุมชน เข้มแข็งและยั่งยืน ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ ระยะที่ 2


66 1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการห่วงใยร่วมใจดูแลเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๕ จังหวัดอุบลราชธานี ๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ๓. ระยะเวลาดำเนินโครงการ เดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เดือนละ ๑ ครั้ง เป็นเวลา ๕ ครั้ง เดือนมกราคม – ธันวาคม 2566 (ทุกวันพุธที่ 3 ของทุกเดือน) ๔. งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ - ปี 2565 ๓๕,๐๐๐ บาท ใช้จริง ๘,๖๑๒ บาท (ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของเด็กและเยาวชน คนละ ๒๐ บาท ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกินครั้งละ ๗,๐๐๐ บาท) - ปี 2566 84,000 บาท ใช้จริง 46,046 บาท (ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของเด็กและเยาวชน คนละ 25 บาท ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกินครั้งละ 7,000 บาท) เงินบริจาค 3,000 บาท ซื้อพิซซ่า จากผู้พิพากษาสมทบ 2 ท่าน (นางมยุรี บุญเย็น และนายสาธิต สีลวานิช) 5. กลุ่มเป้าหมาย จำนวนเด็กและเยาวชน ครั้งละ 100-300 คน โดยแบ่งเป็น 5.1 เด็กและเยาวชนที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.อุบลราชธานี รวม 6 ครั้งรวมทั้งสิ้น 552 คน 5.2 เด็กและเยาวชนที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จ.อุบลราชธานี รวม 6 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1,046 คน 6. วัตถุประสงค์ของโครงการ/กิจกรรม 6.1 ผู้พิพากษาสมทบติดตามเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเสริมสร้างพลังบวกแก่เด็กและเยาวชน 6.2 เด็กและเยาวชนได้ผ่อนคลาย สนุกสนาน และได้ข้อคิดจากกิจกรรมสันฑนาการ 6.3 เด็กและเยาวชนได้รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม 7. ผลการดำเนินงาน ผู้พิพากษาสมทบทุกกลุ่มหมุนเวียนจัดกิจกรรมทุกบ่ายวันพุธที่ 3 ของทุกเดือน ครบทั้ง 12 เดือน โดยสลับกันระหว่างสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี และศูนย์ฝึกและ อบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี (โดยหมุนเวียนสลับเดือนไปตลอดปี ผู้พิพากษาสมทบแต่ละกลุ่มมีการสำรวจความต้องการของเด็กและเยาวชน และปรับเปลี่ยนชนิด ของอาหารว่างและเครื่องดื่มหลากหลายเพิ่มขึ้น เช่น ลูกชิ้น วุ้นมะพร้าว พิซซ่า การจัดกิจกรรมมี การบูรณาการใน 2 รูปแบบ คือ เดือนเมษายน 2566 บูรณาการกับกิจกรรมบายศรีผูกข้อมือเยาวชน ที่ผ่านการสมัครเป็นทหารเกณฑ์ที่ศูนย์ฝึกฯ เดือนมิถุนายน 2566 บูรณาการกับการเยี่ยมเด็กและ เยาวชนของคณะกรรมการผู้พิพากษาสมทบภาค 3 (8 ศย.) 8. ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 8.1 ปัญหาและอุปสรรค อาหารว่าง ขนมซ้ำๆ ควรเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 8.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 1) ควรบูรณาการกับโครงการอื่นให้มีความหลากหลายด้านกิจกรรมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน 2) เพิ่มการจัดอาหารว่างและเครื่องดื่มตามความต้องการของเด็กและเยาวชนภายใต้งบประมาณที่อนุมัติ โครงการห่วงใยร่วมใจดูเเลเด็กและเยาวชน ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต ๕ จังหวัดอุบลราชธานี


67 ภาพกิจกรรมโครงการห่วงใยร่วมใจดูเเลเด็กและเยาวชน ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี


68 ภาพกิจกรรมโครงการห่วงใยร่วมใจดูเเลเด็กและเยาวชน ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5


69 เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด อุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสนับสนุนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและครอบครัวกิจกรรม "ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน รุ่นที่ ๗" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ สิงหาคม - ๕ กันยายน ๒๕๖๕ โดยศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ ศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษและศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยโสธร อันมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่ กระทำความผิดในคดีอาญาที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวและอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลได้รับการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ สร้างจิตสำนึกและความเข้มแข็งทางด้านร่างกายและจิตใจไม่กลับไป กระทำผิดซ้ำ ในการนี้ คณะผู้พิพากษาสมทบ ผู้อำนวยการฯ ข้าราชการศาลยุติธรรมพนักงานราชการและลูกจ้างใน ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ ศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยโสธรร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีดังกล่าว ณ กองพัน ทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๖ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โครงการสนับสนุนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและครอบครัว กิจกรรม "ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน รุ่นที่ ๗"


70


71 เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาล อาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและ ครอบครัว " กิจกรรมครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน " รุ่นที่ ๘ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ - ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ โดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยโสธร และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ อันมีวัตถุประสงค์ เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กด้วยการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดได้ลูกหลานที่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อารมณ์ความคิดที่เหมาะสมคืนสู่ครอบครัว และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนา ความเข้มแข็งทางจิตใจ อารมณ์ ความคิดและมีทักษะการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม สามารถก้าวข้ามเหตุวิกฤตใน ชีวิตและพัฒนาศักยภาพตนเองในทางที่เหมาะสมไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ ในการนี้ คณะผู้พิพากษาสมทบ ผู้อำนวยการฯ และข้าราชการศาลยุติธรรมในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด ยโสธร ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีดังกล่าว ณ กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๖ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โครงการสนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและครอบครัว กิจกรรม "ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน " รุ่นที่ ๘


72


กิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนร่วมกับองค์กรเครือข่าย


74 วันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ"ตามรอยพ่อ สานต่อศาสตร์พระราชา”และ การแสดงผลงานวิชาการ" ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๔ อันมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร มาใช้ในการ ฝึกอบรมสร้างภูมิคุ้มกันสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนได้ฝึกวิชาชีพประกอบ หลักสูตรการเรียน การสอนของหน่วยเกษตรกรรม จัดแสดงผลงานทางวิชาการนิทรรศการผลงานเด็กและ เยาวชนที่เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยวิชาชีพต่างๆ และหน่วยงานภายนอกให้เด็กและเยาวชนมีทัศนคติ ที่ดีต่ออาชีพเกษตร และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพภายหลังการปล่อยตัว ในโอกาสนี้ คณะผู้พิพากษาสมทบ และผู้อำนวยการฯร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการ ณ หน่วยวิชาชีพเกษตรกรรม ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๕ จังหวัดอุบลราชธานี โครงการ"ตามรอยพ่อ สานต่อศาสตร์พระราชา” และการแสดงผลงานวิชาการ" ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๔ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๕ จังหวัดอุบลราชธานี


75 การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum Of Understanding : MOU) กับวิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย คณ ะผู้พิพากษาสมทบ เข้าร่วมพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum Of Understanding : MOU) ระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคนครอุบลราชธานี ร่วมกับ ศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมอินทนิล ๕ วิทยาลัยเทคนิค นครอุบลราชธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี


76 วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้นางรอยพิมพ์ สายพันธ์ รองประธานผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีปิดโครงการ "ค่ายวิวัฒน์พลเมือง ประจำปี ๒๕๖๕" เพื่อให้ เด็กและเยาวชนเข้ารับการฝึกอบรมด้านการเสริมสร้างระเบียบวินัยตามหลักวิชาทหารเบื้องต้น วิชาอุดมการณ์ประชาธิปไตย ในการนี้ คณะผู้พิพากษาสมทบฯ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีดังกล่าว ณ ศูนย์ฝึกและ อบรมเด็กและเยาวชน เขต ๕ จังหวัดอุบลราชธานี ตำบลหัวเรือ อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัด อุบลราชธานี พิธีเปิดโครงการ “ค่ายวิวัฒน์พลเมือง ประจำปี 2565 ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี


77 “วันแม่แห่งชาติ” ประจำปี 2565 ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด อุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "วันแม่แห่งชาติ" เพื่อเทิดพระเกียรติและระลึกถึงพระ มหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อ พสกนิกรชาวไทย และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ระลึกถึงพระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิด ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ ต่อครอบครัว ในการนี้ คณะผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วม เป็นเกียรติ ในพิธีดังกล่าว ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี


78 การประชุมปรึกษาแนวทางการดําเนินงานคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในระบบศาล ระหว่างโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์กับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๖ นายวัฒนา ภูชงค์ ผู้พิพากษาหัวหน้า ศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ นายศิริพงษ์ สิ้นภัย ผู้อํานวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี คณะผู้พิพากษาสมทบฯ ข้าราชการในหน่วยงานเข้าร่วมการประชุมปรึกษา แนวทางการดําเนินงานคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในระบบศาล ระหว่างโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กับศาลเยาวชนและครอบครัวอุบลราชธานีโดยมี นพ.ประภาส อุครานันท์เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมร่มโพธิ์ชั้น ๒ อาคารผู้ป่วยนอกและอํานวยการ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี


79 วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๖ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานีนำโดย นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกลาง ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมคณะผู้พิพากษาสมทบ จัดกิจกรรมเยี่ยมเด็กและเยาวชน โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน และติดตามผลงานการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ในการนี้ได้จัดให้มีพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อเป็นสิริมงคล และ เป็นขวัญกำลังใจแก่เยาวชนผู้สมัครเข้าร่วม "โครงการลูกผู้ชายเขต ๕ อาสารับใช้ชาติ" จำนวน ๒๕ คน ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๕ จังหวัดอุบลราชธานี โครงการลูกผู้ชายเขต ๕ อาสารับใช้ชาติ


80 + การประชุมการบูรณาการเครือข่ายทางสังคมเพื่อแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็ก เยาวชน และครอบครัว ด้านสุขภาพจิตและสารเสพติดระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวอุบลราชธานี ศาลแขวงอุบลราชธานี ร่วมกับ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด อุบลราชธานี เป็นประธานการประชุม การบูรณาการเครือข่ายทางสังคมเพื่อแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและ ครอบครัว ด้านสุขภาพจิตและสารเสพติดระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ศาลแขวงอุบลราชธานี ร่วมกับ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อันมีวัตถุประสงค์ในการประสานความร่วมมือการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ผู้กระทำผิด ในระบบศาล ด้านสุขภาพจิตและสารเสพติด รวมถึงการวางแผนการดำเนินงานร่วมกันในอนาคตในการนี้ มี นายปิติพัชญ์ สมจิตร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นายศิริพงษ์ สิ้นภัย ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นางไพวรรณ หน่อแก้ว ผู้อำนวยการ สำนักงานประจำศาลแขวงอุบลราชธานี ผู้แทนผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงอุบลราชธานี นายแพทย์ประภาส อุครานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ให้เกียรติเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี


81 วันศุกร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี โดย มี นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด อุบลราชธานี ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี โดย นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชธานี จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินกระบวนการยุติธรรมด้าน คดีเด็ก เยาวชนและครอบครัว มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ภารกิจของทั้งสองหน่วยงาน อันเป็นการบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานอำนวย ความยุติธรรมเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง และตรงจุด ร่วมมือกันกำกับ ดูแล เด็กและเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้รับการบำบัดแก้ไขได้อย่างเหมาะสม ช่วยแก้ไข บำบัดและฟื้นฟู ผู้เสียหายที่อยู่ในชุมชนให้ได้รับการดูแลคุ้มครองได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที และเพื่อประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชน ในการนี้ มีนายนพรัตน์ อภิวิมลลักษณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงอุบ ลราชธานี นายณัฎฐ์พงษ์ สมศักดิ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเดชอุดม นายนคร ศิริปริญญานันท์ ปลัดจังหวัด อุบลราชธานี และนางสุชาดา แก้วจงประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมรักษ์ยางนา ศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดอุบลราชธานี พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินกระบวนการยุติธรรมด้านคดีเด็ก เยาวชนและครอบครัว


82 วันศุกร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๗ นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในกิจกรรมโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๗ ในการนี้มีผู้พิพากษาสมทบให้เกียรติเข้าร่วมพิธี ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด อุบลราชธานี วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๗ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี


83 วันเสาร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๗ นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและ ครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว และข้าราชการศาล ยุติธรรมในหน่วยงาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๗ ณ โดมอเนกประสงค์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ อุบลราชธานี โดยมี นายศุภศิษย์กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ในการนี้ได้ร่วมออกร้านเพื่อสนับสนุนของขวัญ ของรางวัลเพื่อแจกเด็กที่ร่วมกิจกรรม และได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชนได้ทราบ เข้าใจ และตระหนักถึงคุณประโยชน์ของ การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐ ตามโครงการ “ไกล่เกลี่ยก่อน ฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน” วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๗ ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2 อุบลราชธานี


84 วันพุธที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ เป็นประธานในพิธีมอบเข็ม คณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำหรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และทำการ ฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมในการแสดงคอนเสิร์ต TO BE NUMBER ONE ซึ่งจะจัดให้ขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ โรงเรียนลือคำหาญ โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นประธานในการแสดงคอนเสิร์ต ในการนี้ มีนางสุดารัตน์ อัศวจิตต์ภักดีประธานผู้พิพากษาสมทบใน ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี และคณะ ให้เกียรติเข้าร่วมฝึกซ้อม ณ สถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี พิธีมอบเข็มคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน


85 ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว ผู้อำนวยการและข้าราชการศาลยุติธรรมในหน่วยงานออกหน่วยบริการ เคลื่อนที่เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐ ตาม โครงการ “ ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน ” อันเป็นการพัฒนาช่องทางที่ประชาชนสามารถ เข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อม เป็นที่พึ่งของประชาชนในโอกาสแรกที่ได้รับความเดือดร้อนหรือมีข้อพิพาท ตามนโยบายประธานศาลฎีกา โครงการ “ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องที่พึ่งแรกของประชาชน”


กิจกรรมการมีส่วนร่วมกับศาลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


Click to View FlipBook Version