สมุดบันทึกรักการอ่าน ด.ญ วิมพ์วิภา ธรรมสมบูรณ์ ชั้น ม.1/6 เลขที่31 รหัสประจำ ตัว 38318 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสารวิทยา
คำ นำ สมุดเล่มเล็กเล่มนี้จัดทำ มาเพื่อให้ผู้อ่าน ได้หาแนวหนังสือที่จะอ่าน หรือ แนวหนังสือที่ตนเองชอบได้ สมุดเล่มเล็กเล่มนี้ประกอบไปด้วย แนวหนังสือ สารคดี และ วรรณกรรม
สารบัญ สารคดี เมื่อโลกไม่มีเรา (The World Without Us) หน้าที่ 1 ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น (Reality is not What It Seems) หน้าที่ 2 หลุดกรอบบุคลิกภาพ (Personality Isn’t Permanent) หน้าที่ 3 หน้าที่ 1-3
สารบัญ วรรณกรรม หน้าที่ 4-10 ลูกหมู 3ตัว หน้าที่4 ลูกเป็ดขี้เหร่ หนูน้อยหมวกแดง หน้าที่5 หน้าที่ 6 กากับเหยือกน้ำ หน้าที่7 กบเลือกนาย หน้าที่ 8 อึ่งอ่างกับวัว หน้าที่ 9 หมีกับฝูงผึ้ง หน้าที่ 10
ชื่อหนังสือ : เมื่อโลกไม่มีเรา (The World Without Us) ผู้แต่ง : แอลัน ไวส์แมน (Alan Weisman) จำ นวนหน้า : 448 หน้า สำ นักพิมพ์ : Salt Pubilshing หน้าตาของโลกทั้งใบจะเป็นอย่างไร หากเราทุกคนหายไปตลอดกาล จากคำ ถามชวนคิด สู่การค้นหาสารพัดคำ ตอบที่เป็นไปได้อย่างแน่นอน โดยอาศัยมุมมองและองค์ความรู้วิทยาศาสตร์เข้า มาอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับธรรมชาติและสรรพสิ่งบนโลกในวันที่ทุกอย่างเป็นอิสรภาพจากการควบคุมและ ครอบครองของมนุษย์ ภายใน 2 วัน ทางรถไฟใต้ดินในมหานครนิวยอร์คจะจมน้ำ ภายใน 1 สัปดาห์ เตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะ ระเบิด ภายใน 3 ปี แมลงสาบจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศที่มีอากาศหนาว ภายใน 10 ปี บ้านจะเริ่มผุ ภายใน 100 ปี แมวจะกลายเป็นนักล่า ภายใน 300 ปี สะพานและเขื่อนจะทรุดพัง ภายใน 500 ปี เมืองใหญ่จะกลายเป็นป่ารก ยิ่งผ่าน ไปนาน โลกยิ่งเปลี่ยน เมื่อโลกไม่มีเรา จึงเป็นสารคดีในรูปแบบหนังสือที่ตั้งใจฉายภาพความต่างให้ผู้อ่านเห็นโลกในแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิด มาก่อน เพื่อกระตุ้นทุกคนตระหนักถึงการกระทำ ของตัวเอง เพราะทุกสิ่งที่มนุษย์สร้าง ย่อมทิ้งร่องรอยและส่งผลกระทบ ต่อโลกใบนี้เสมอ ข้อคิด : “การเปลี่ยนแปลงคือคุณลักษณ์ของธรรมชาติ ไม่มีอะไรคงอยู่เหมือนเดิมตลอดไป” แหล่งเรียนรู้ :ห้องสมุดโรงเรียน 1
ชื่อหนังสือ : ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น (Reality is not What It Seems) ผู้แต่ง : คาร์โล โรเวลลี (Carlo Rovelli) จำ นวนหน้า : 236 สำ นักพิมพ์ : Salt Pubilshing ยิ่งมนุษย์มีความรู้มากขึ้นเท่าไหร่ กลับยิ่งรู้ว่า รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองน้อยลงเท่านั้น และองค์ความรู้เดียวที่ถอนรากถอนโคนความจริงได้ถึงแก่นที่สุด คือฟิสิกส์ควอนตัม หรือเม็ดเล็กจิ๋วจิ๋ที่หายวับ ได้ ไม่อาจทำ นาย ในเวลาเดียวกันบางครั้งอยู่ได้สองสถานที่ บางครั้งก็ไม่อยู่ที่ไหนเลย เป็นองค์ประกอบของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์รู้จัก รวมถึงตัวมนุษย์เอง เป็นความจริงที่สุดเท่าที่ปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจได้ในตอน นี้ และจะมีอยู่จริงก็ต่อเมื่อมีความสัมพันธ์กับสิ่งอื่นเท่านั้น มนุษย์มักจะคิดว่าตัวเองอธิบายทุกอย่างได้หมดแล้ว จนกระทั่งทั่มีเม็ดเล็กจิ๋วจิ๋โผล่เข้ามาในความรู้ของมนุษย์ ความจริงของโลกย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความจริงไม่ใช่อย่างที่เห็น จะตีแผ่เม็ดเล็กจิ๋วจิ๋เหล่านั้น โดยเริ่มตั้งแต่ความสงสัยแรกของมนุษย์สมัยโบราณ การตั้งคำ ถามถึงสรรพสิ่งบนท้องฟ้า สู่จุดกำ เนิดสมการที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดแห่งศตวรรษ แล้วความ อัศจรรย์มากมายในเอกภพที่ปรากฏในเล่มจะกลายมาเป็นความเข้าใจของทุกคน ข้อคิด : “เรากำ ลังนับเม็ดของอวกาศที่ประกอบเป็นเอกภพ แต่ก็มีขนาดจำ กัด ที่เป็นอนันต์อย่างจริงแท้แน่หนอ คือความโง่งมงายของเรา” แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 2
ชื่อหนังสือ :หลุดกรอบบุคลิกภาพ (Personality Isn’t Permanent) ผู้แต่ง : เบนจามิน ฮาร์ดี (Benjamin Hardy) จำ นวนหน้า : 279 สำ นักพิมพ์ : Salt Pubilshing บุคลิกภาพไม่ใช่สิ่งคงทนที่เป็นเหมือนเดิมตั้งแต่เกิดจนตาย หากเคยทำ แบบทดสอบบุคลิกภาพในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาอาจเกิดเหตุการณ์สำ คัญๆ ในชีวิต แล้วกลับมาทำ ซ้ำ อีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์ย่อมมีแนวโน้มว่าไม่เหมือนเดิม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คนจำ นวนไม่น้อยรู้สึกเพลิดเพลินกับ การค้นหาลักษณะบุคลิกภาพของตนจากแบบทดสอบต่างๆ แล้วยึดผลลัพธ์ที่ได้เป็นสรณะ ทั้งๆ ที่บุคลิกภาพเป็นสิ่งลื่น ไหล และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การรู้จักตัวเองมากขึ้นจึงเป็นที่ถูกที่ควร ส่วนการหยุดตัวเองไว้กับคำ ตอบบุคลิกภาพ เช่น ใช้เป็นข้ออ้างว่า ‘ทำ ไม่ได้ หรอก มันขัดกับบุคลิก’ หรือ ‘นี่ไม่ใช่ตัวฉันเลย’ อาจเป็นดาบสองคมที่ขัดขวางโอกาสพัฒนาทักษะอื่นๆ ซึ่งเป็นโยชน์ ต่อชีวิตและการทำ งาน เพราะบุคลิกภาพเกิดขึ้นทั้งจากประสบการณ์ที่สั่งสั่สมไว้และการรู้จักปรับแต่งด้วยตัวเองผ่านการ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรื่องควรรู้และแง่คิดเกี่ยวกับบุคลิกใน หลุดกรอบบุคลิกภาพ จะทำ ให้ผู้อ่านเปิดกว้างตัวเองไปสู่พื้นที่แห่งการแสดงออก ตัวตนใหม่ ซึ่งอาจอยู่เหนือความคาดหมายของใครหลายคน ข้อคิด : “เหล็กจะอยู่ในรูปร่างไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ ถ้าคุณมีทักษะมากพอ และจะอยู่ในรูปร่างไหนก็ได้แต่ไม่ใช่แบบที่คุณต้องการ หากคุณมีทักษะไม่มากพอ” แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 3
ชื่อหนังสือ : ลูกหมู 3ตัว ผู้แต่ง : นงนุช ปรีชาว่องไวกุล จำ นวนหน้า : 21 หน้า สำ นักพิมพ์ : GMS Book. นิทานเริ่มเรื่องที่ลูกหมูสามตัวถูกแม่หมูส่งออกไปเผชิญโลกภายนอก ลูกหมูตัวแรกสร้างบ้านทีทำ จากฟาง แต่หมาป่าได้ เป่าบ้านจนพังแล้วกินลูกหมู ลูกหมูตัวที่สองสร้างบ้านที่ทำ จากไม้ซึ่งก็ถูกหมาป่าเป่าจนพังเช่นกัน แล้วลูกหมูตัวที่สองก็ ถูกกินเช่นกัน ลูกหมูตัวที่สามสร้างบ้านที่ทำ จากอิฐ หมาป่าพยายามเป่าบ้านให้พังแต่ไม่สำ เร็จ จึงพยายามหลอกให้หมูออกจากบ้าน โดยบอกจะขอพบในสถานที่ต่างๆแต่ก็ถูกรู้ทันทุกครั้ง ท้ายที่สุดหมาป่าจึงเข้าไปในบ้านโดยลงมาทางปล่องไฟ จึงตกลง ไปหม้อน้ำ เดือดที่ลูกหมูเตรียมไว้ ลูกหมูปิดฝาหม้อ จากนั้นจึงปรุงหมาป่ามากินเป็นอาหาร ในนิทานบางรูปแบบลูกหมู ตัวที่หนึ่งและตัวที่สองไม่ได้ถูกหมาป่ากินหลังจากพังบ้าน แต่ได้หนีมาหลบภัยที่บ้านของลูกหมูตัวที่สาม และเมื่อ หมาป่าเข้ามาทางปล่องไฟจะถูกต้มจนตายเหมือนนิทานดั้งเดิม หรืออาจจะวิ่งหนีไปแล้วไม่กลับมากินลูกหมูสามตัวอีก เลย ซึ่งลูกหมูทั้งสามตัวรอดชีวิตในทั้งสองกรณี ข้อคิด : การเกียจคร้านไม่ได้ทำ ให้เราสบายได้จริง แต่จะนำ ทุกข์ภัยมาสู่ตน" แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 4
ชื่อหนังสือ : ลูกเป็ดขี้เหร่ ผู้แต่ง : จำ นวนหน้า : 19 หน้า สำ นักพิมพ์ : สำ นักพิมพ์แสงดาว พัชรี มีสุคนธ์ ณ ป่าแห่งหนึ่งมีแม่เป็ดตัวหนึ่ง ฟักไข่อยู่เป็นเวลานาน จนกระทั่งทั่วันหนึ่ง ลูกเป็ดตัวน้อย ๆ ก็เริ่มเจาะเปลือกไข่ออกมาที ละตัว ๆ จนเกือบหมด ในที่สุด ไข่ใบสุดท้ายก็แตกออก ลูกเป็ดโผล่ออกมาจากไข่ ตัวโต คอยาว ขนสีเทา รูปร่างน่า เกลียด จึงทำ ให้แม่เป็ดรู้สึกสงสัยในตัวลูกเป็ดตัวนี้มากต่อมาวันรุ่งขึ้น แม่เป็ดพาลูกเป็ดน้อย ๆ ไปว่ายน้ำ ที่สระ เพื่อจะได้ ทดสอบว่า ลูกเป็ดขี้เหร่ตัวใหญ่ จะว่ายน้ำ ได้หรือไม่ ลูกเป็ดวิ่งแข่งขันลงไปลอยคออยู่ในน้ำ และว่ายได้อย่างสวยงาม ลูก เป็ดขี้เหร่ไม่มีความสุขเลย เพราะลูกเป็ดตัวอื่น ๆ รุมจิกตีวันหนึ่งลูกเป็ดขี้เหร่จึงหนีไปอยู่หนองน้ำ ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเกิด ความน้อยใจที่พี่น้องไม่รักและรังเกียจตน ทำ ให้ต้องอยู่คนเดียวเร่ร่อนเรื่อยไป แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ก็ได้มีคุณยายได้เก็บลูกเป็ดขี้เหร่มาเลี้ยง แล้วเอาไปไว้ในเล้าไก่ จึงทำ ให้พวกไก่ในเล้ารุมจิกและ รังแกเพราะเห็นว่าลูกเป็ดนั้นขี้เหร่และแปลกปลาดเป็นอย่างมาก ลูกเป็ดขี้เหร่จึงได้หนีออกจากเล้าไก่มาอยู่ที่ป่าละเมาะ ริมสระน้ำ เป็นเวลานาน แล้วลูกเป็ดก็โตขึ้นกว่าเดิมมาก จากการพัฒนาตัวเองและดูแลตัวเองมาตลอด แล้วอยู่ดีๆลูกเป็ดก็ มีปีกใหญ่ และแข็งแรง และสามารถบินได้ในที่สุดวันหนึ่งลูกเป็ดบินเที่ยวเล่นรอบ ๆ สระ เผอิญเหลือบไปเห็นนกสีขาว2 ตัวบินลงไปเล่นอยู่ในสระน้ำ ลูกเป็ดนึกในใจว่า ถ้าเราบินลงไปเล่นในสระน้ำ ให้นกแสนสวย 2 ตัวนั้น จิกเราเสีย จะดีกว่า อยู่ต่อไป เพราะมีรูปร่างน่าเกลียดอย่างนี้ แต่แล้วลูกเป็ดขี้เหร่ก็ก้มลงดูเงาของตัวเองในน้ำ แล้วก็ต้องแปลกใจ ที่เห็นเงา เป็นหงส์แสนสวย จึงทำ ให้ลูกเป็ดดีใจเป็นอย่างมากและทำ ให้เขามีเพื่อนใหม่เป็นหงส์และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความ สุข ข้อคิด : เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะเป็น ได้จากการพัฒนาตัวเอง แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 5
ชื่อหนังสือ : หนูน้อยหมวกแดง ผู้แต่ง : ปิติพร วทาทิยาภรณ์ จำ นวนหน้า : 26 หน้า สำ นักพิมพ์ : เก้าแต้ม/Kao Taem. กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านที่แสนอบอุ่น มีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักนั่งนั่เล่นดูคุณแม่ทำ อาหารอยู่ในครัว เพื่อนบ้านทุกคนต่างพากันเรียกเธอว่า "หนูน้อยหมวกแดงตามสีของหมวกที่เธอใส่เป็นประจำ และวันนี้เธอก็ได้รับคำ สั่งสั่จากคุณแม่ ให้นำ อาหารและขนมไปเยี่ยมคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆ "เอาตะกร้านี้ไปส่งให้ถึงมือคุณยายนะจ๊ะ แล้วก็รีบไปรีบกลับ อย่าไปเที่ยวเล่น เถลไถล ที่ไหนไกล อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้าด้วยล่ะ เข้าใจไหม คุณแม่คนสวยกำ ชับด้วยความเป็นห่วง ลูกสาวตัวน้อยก็ตอบรับและสัญญา แล้วออกจากบ้านไปอย่างร่าเริงระหว่างทางไปบ้านคุณยาย บังเอิญมีหมาป่าเจ้าเล่ห์เดินมาพบกับหนูน้อยหมวกแดง จึงเข้าไปทักทายหวังจับเด็กหญิงทำ เป็นอาหารมื้อเย็นสวัสดีจ้ะสาวน้อย มาทำ อะไรในป่าตรงนี้คนเดียวเหรอจ๊ะ ?"หนูกำ ลังไปเยี่ยมคุณ ยายที่หมู่บ้านใกล้ ๆ นี้เองค่ะ" หนูน้อยหมวกแดงตอบอย่างเป็นมิตร แต่กลับทำ ให้เจ้าหมาป่าคิดอุบายหลอกล่อ หวังจับคุณยายของเธอมาเป็นเหยื่อด้วยอีกคน "แต่ว่าสาวน้อย.. เอาตะกร้าเล็ก ๆ ไปแค่นี้ คุณยายเสียใจแย่เลย ฉันว่าเราไปเก็บดอกไม้สวย ๆ มาเป็นของขวัญเพิ่มกันเถอะ" หมาป่าชักชวนให้หนูน้อยหมวกแดงออกนอกเส้นทาง มันจะได้รีบตรงไปจับคุณยายกินก่อน แล้วดักรอหนูน้อยหมวกแดงที่บ้านนั้นเลยโชคไม่ดีที่หนูน้อยหมวกแดงหลงเชื่อคำ ชวน แล้วหันไป เก็บดอกไม้ และเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินจนลืมทั้งเวลา ทั้งคำ ตักเตือนของคุณแม่ไปหมดสิ้น กระทั่งทั่เจ้าหมาป่าเดินทางไปถึงหมู่บ้านข้าง ๆ แล้วจับตัวคุณยายซ่อนเอาไว้ในตู้ ก่อนนำ เสื้อผ้ามาใส่ เพื่อปลอมตัวเป็นคุณยายนอนป่วยอยู่บนเตียงรอให้หนูน้อยหมวกแดงมาถึงแล้วจับกินทั้ง ยายทั้งหลานพร้อมกันทีเดียว เมื่อหนูน้อยหมวกแดงรู้ตัวว่าทำ ผิดคำ สั่งสั่คุณแม่ ก็รีบวิ่งไปหาคุณยายที่บ้านทันที แต่กลับพบว่าคุณยายของเธอนั้นมีท่าทางและหน้าตาแปลกประหลาดไปจากเดิม คุณยายคะ ทำ ไมคุณยายต้องนอนคลุมโปงด้วยล่ะคะ ?" หนูน้อยถามด้วยความสงสัย"ยายเป็นไข้ไม่สบาย ยายเลยหนาวจ้ะหลาน" หมาป่าดัดเสียงตอบ"คุณยายคะ ทำ ไมเสียงของคุณยายแปลก จังเลยคะ ?" หนูน้อยถามอีกครั้ง"ยายเจ็บคอ ไอหนักมาก เสียงเลยเพี้ยนไปหน่อยจ้ะหลาน" หมาป่าตอบพร้อมแกล้งทำ เป็นไอค่อกแค่ก ทำ ให้หนูน้อยหมวกแดงสังเกตเห็นเขี้ยวแหลมในปาก "คุณยายคะ ทำ ไมคุณยายถึงมีเขี้ยวยาวขนาดนั้นล่ะคะ ?" หนูน้อยหมวกแดงถาม แล้วค่อย ๆ เดินถอยออกมา เพราะเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งคู "ยายไม่โกรธอะไรหรอกจ้ะ แค่หนูไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว แต่ต้องสัญญากับยายก่อนนะว่าจะไม่เชื่อฟังคนแปลกหน้า ไม่เล่นซนจนลืมเวลาแบบคราวนี้อีก" หนูน้อยหมวกแดงพยักหน้า รับคำ พอคุณยายเห็นดังนั้นก็ยิ้มรับ แล้วเลี้ยงอาหารมื้ออร่อยให้นายพรานแทนคำ ขอบคุณ ก่อนทั้งสองจะพาหนูน้อยหมวกแดงกลับสู่อ้อมกอดของคุณแม่ที่บ้านโดยสวัสดิภาพ.. ข้อคิด : เด็ก ๆ ควรมีวินัยในตนเอง และเชื่อฟังคำ สั่งสั่สอน รวมถึงคำ แนะนำ ของคุณพ่อคุณแม่ ถ้าได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกแล้ว ก็ไม่ควร เถลไถลไปไหนไกลจนมืดค่ำ และควรกลับบ้านให้ตรงเวลาที่กำ หนด ที่สำ คัญต้องพยายามหลีกเลี่ยง ไม่พูดคุย หรือรับของจากคนแปลก หน้าโดยเด็ดขาด เพราะพวกเขาอาจเป็นคนไม่ดีที่หวังขโมยทรัพย์สิน เงินทอง หรือทำ ร้ายร่างกาย แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 6
ชื่อหนังสือ : กากับเหยือกน้ำ ผู้แต่ง : อนันต์ ประจิตร จำ นวนหน้า : 17 หน้า สำ นักพิมพ์ :บีเวลพับลิชชิ่ง ในวันที่อากาศร้อนจัด เจ้ากาน้อยตัวหนึ่งกำ ลังกระหายน้ำ อย่างมาก ปีกของมันเริ่มอ่อนแรงลงทุกที มันจึงหยุดพักใต้ต้นไม้ มันหันไปเห็น เหยือกน้ำ ขนาดใหญ่วางอยู่แต่ในน้ำ นั้นมีอยู่แค่ก้นเหยือก ซึ่งมันไม่ สามารถเอาจะงอยปากของมันลงไปกินน้ำ ได้ ระหว่างที่เจ้ากากำ ลังคิด หาวิธีที่จะกินน้ำ ในเหยือกนั้น สายตาของมันก็เหลือบไปเห็นก้อนกิน มากมายบนพื้น มันจึงค่อย ๆ คาบก้อนหินใส่ลงไปในเหยือกน้ำ น้ำ ก็ ค่อย ๆ สูงขึ้น ๆ จนมาถึงปากเหยือก เจ้ากาน้อยแสนฉลาดจึงได้กิน น้ำ อย่างง่ายดาย ข้อคิด :ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำ เร็จอยู่ที่นั่นนั่ แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 7
ชื่อหนังสือ : กบเลือกนาย ผู้แต่ง : อภิศักดิ์ พอควร จำ นวนหน้า : 29 สำ นักพิมพ์ :คลื่นอักษรจูเนียร์ ณ ทะเลสาบแห่งหนึ่งอันอุดมสมบูรณ์ มีกบฝูงหนึ่งอาศัยอยู่อย่างมีความสุข วันหนึ่ง พวกมันปรึกษากันว่าน่าจะมีกษัตริย์มาปกครอง พวกมันจึงไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์ เทพจูปิเตอร์จึงได้โยนขอนไม้ก้อนหนึ่งลงมาในทะเลสาบแห่งนี้ พวกกบต่างตื่นเต้น ดีใจพากันขึ้นไปร้องเพลงเต้นระบำ กันอยู่บนท่อนไม้นั้น หลายวันต่อมาพวกกบต่างเบื่อราชาขอนไม้ที่ได้แต่ลอยน้ำ ไปมา จึงไปวิงวอนขอให้ เทพจูปิเตอร์ส่งกษัตริย์มาให้ใหม่อีกครั้ง เทพจูปิเตอร์จึงได้ส่งปลาไหลลงมา แต่ปลา ไหลก็เอาแต่มุดอยู่ในรูพวกมันจึงได้ไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง คราวนี้เทพจูปิเตอร์ได้ส่งนกกระสาลงมา นกกระสาได้ไล่จิกกินกบไปทีละตัวๆ ทุก วันจนกบแทบไม่เหลือ ส่วนกบที่เหลือก็ไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง เทพจูปิ เตอร์นั้นด้วยความรำ คาญพวกกบจึงกล่าวว่า “หากพวกเจ้าไม่พอใจในความเป็นอยู่ แบบเดิม พวกเจ้าก็จงทนเผชิญกับหายนะที่ร้องขอกันต่อไปเถอะ” ข้อคิด : การไม่รู้จักพอในสิ่งที่มีอยู่ย่อมเกิดผลร้าย ตามมา 8 แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน
ชื่อหนังสือ : อึ่งอ่างกับวัว ผู้แต่ง : รัตนา คชนาท จำ นวนหน้า : 17 หน้า สำ นักพิมพ์ :ห้องเรียน/Class Publishing ณ หนองน้ำ ริมทุ่งนา วัวตัวหนึ่งเดินมากินน้ำ และเหยียบโดนลูกอึ่งอ่างตายไป หลายตัว เมื่อแม่อึ่งอ่างกลับมา ลูก ๆ ก็รีบเล่าให้แม่ฟังด้วยความตื่นกลัวว่า " แม่ จ๋าเมื่อกี้มีตัวอะไรไม่รู้ สูงใหญ่ทะมึนเหยียบพวกเราตายไปตั้งหลายตัว น่ากลัวมาก เลยจ๊ะ " แม่อึ่งอ่างได้ฟังก็สูดลมพองตัวให้ใหญ่ขึ้นแล้วถามด้วยความอยากรู้ว่า " ตัว ใหญ่เท่านี้ไหม? " ลูกอึ่งอ่างบอกว่า " ใหญ่กว่านี้อีกจ้ะแม่ " แม่อึ่งอ่างจึงพอง ตัวขึ้นอีก ลูก ๆ ก็ตอบว่า " ยังใหญ่ไม่ถึงครึ่งเลยแม่ " แม้ว่าแม่อึ่งอ่างจะพยายาม พองตัวขึ้นเท่าไร แต่ลูก ๆ ก็ยังส่ายหน้าว่ายังใหญ่ไม่ถึงครึ่ง แม่อึ่งอ่างนึก ฉุนเฉียวจึงพองตัวขึ้นสุดแรงเกิดจนตัวเองทนไม่ไหว ท้องแตกตายที่ริมหนองน้ำ แห่งนั้น. ข้อคิด :เมื่อทำ สิ่งใดควรรู้จักประมาณตนให้เหมาะสม แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 9
ชื่อหนังสือ : หมีกับฝูงผึ้ง ผู้แต่ง :อีสป จำ นวนหน้า : - สำ นักพิมพ์ :- ณ ป่าแห่งหนึ่งมีหมีตัวหนึ่งกำ ลังหิวเนื่องจากไม่ได้กินอาหารมาหลาย วัน ทันใดนั้นมันหันไปเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่บนต้นไม้ จึงหันไปฉีกกิน อย่างตะกละตะกลาม มันเพลิดเพลินกับการกินจนไม่ทันระวังตัวจึง ถูกผึ้งต่อย "โอ๊ย เจ้าผึ้งพวกนี้ ข้าจะทำ ลายพวกเจ้าให้หมดเลย" เจ้า หมีพูดด้วยความโกรธแค้น มันออกทำ ลายรังผึ้งทั้งป่าเพื่อเป็นการ ระบายอารมณ์ เมื่อฝูงผึ้งทั้งหลายเห็นพฤติกรรมของเจ้าหมีก็รวมตัว กันบินเข้าไปรุมต่อยเจ้าหมีอันธพาล สร้างความเจ็บปวดให้มันเป็น อย่างมาก เจ้าหมีได้แต่ร้องโอดครวญกับตัวเองว่า "เพราะความ อารมณ์ร้ายขาดสติของตัวข้าเองแท้ ๆ ที่ทำ ให้ต้องมานั่งนั่เจ็บปวดเช่น นี้" ข้อคิด : ควรฟังคำ เตือนของผู้อื่นก่อนที่ภัยจะมาถึงตัว แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน 10
และแล้ว เนื้อหาในสมุดบันทึกการอ่านเล่มเล็ก ก็จบลงแล้ว ขอให้ คุณครูที่ได้ชมผลงาน ของหนูชื่นชอบนะคะ