สำนกั งำนพฒั นำเทคโนโลยอี วกำศและภมู ิสำรสนเทศ
(องค์กำรมหำชน)
ควำมเปน็ มำ GISTDA
ประเทศไทยไดเ้ ขำ้ รว่ มโครงกำร NASA ERTS-1 ซึง่ เป็นดำวเทยี มสำรวจทรัพยำกรดวงแรกของโลก เม่ือ
วนั ที่ 14 กนั ยำยน พ.ศ.2514 ภำยใตก้ ำรดำเนนิ งำนของโครงกำรสำรวจทรัพยำกรธรรมชำตดิ ว้ ยดำวเทยี ม
สำนักงำนคณะกรรมกำรวจิ ยั แหง่ ชำติ โดย ทำหนำ้ ที่ ประสำนงำน จัดหำข้อมลู ดำวเทียม ดำเนินกำรวิเครำะห์
ข้อมลู ถ่ำยทอดเทคโนโลยี ตลอดจนจดั หำทนุ ฝึกอบรม ดงู ำน และกำรประชุม ท้ังระดบั ประเทศและนำนำชำติ
กระทรวงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีและสงิ่ แวดล้อมไดจ้ ดั ตั้งหน่วยงำนใหม่โดยรวมกองสำรวจทรัพยำกรธรรมชำตดิ ว้ ย
ดำวเทยี ม สำนกั งำนคณะกรรมกำรวิจยั แหง่ ชำติ และ ฝำ่ ยประสำนงำนและส่งเสริมกำรพัฒนำระบบสำรสนเทศ
ภูมศิ ำสตร์ ศนู ย์ขอ้ มูลขอ้ สนเทศ สำนกั งำนปลดั กระทรวงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดล้อม ตำมพระรำช
กฤษฎกี ำ เมื่อวันท่ี 2 พฤศจิกำยน พ.ศ.2543 ในนำมของ " สำนักงำนพัฒนำเทคโนโลยีอวกำศและภูมิ
สำรสนเทศ (องคก์ ำรมหำชน) " ต้งั แต่วันท่ี 3 พฤศจกิ ำยน พ.ศ.2543
ขอ้ มูลดำวเทียมสำรวจทรพั ยำกรโลกของ GISTDA
1. ดำวเทียม LANDSAT
Landsat เป็นชื่อของชดุ ดำวเทียมสำรวจทรัพยำกรธรรมชำตทิ ่ขี ้ึนส่วู งโคจร และทำกำรบันทึกขอ้ มลู
พืน้ ผิวโลกมำเกือบ 3 ทศวรรษ ปัจจุบนั ดำวเทียม Landsat ทท่ี ำงำนอยู่คอื Landsat 5 และ Landsat 7
ภำระกิจของ Landsat คือกำรสำรวจขอ้ มูล และเผยแพรเ่ พ่อื กำรใชป้ ระโยชน์ของพลเรือน
2. ดำวเทียม SPOT (Satellites Pour l’Observation de la Terre)
ดำวเทยี ม SPOT ของศนู ยศ์ กึ ษำอวกำศแหง่ ชำติฝร่งั เศส ร่วมกบั ประเทศในกลุ่มยุโรป เพื่อประโยชนใ์ นกำร
ตดิ ตำมพน้ื ทีเ่ กษตรกรรมสำหรบั ศกึ ษำพืชพรรณ
3. ดำวเทียม MOS (Marine Observation Satellite)
องคก์ ำรพัฒนำอวกำศแห่งชำตญิ ่ปี นุ่ สร้ำงข้ึนเพ่อื ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกับอุณหภูมิตำ่ ง ๆ ในทะเลเป็นประโยชน์ต่อ
กำรประมงและขอ้ มูลกำรปกคลมุ ของเมฆและไอนำ้ ซงึ่ เป็นประโยชน์ในกำรพยำกรณ์อำกำศและใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั
ปริมำณไอนำ้ ปรมิ ำณนำ้ ลมทะเล กำรแผค่ ลมุ ของหมิ ะ และน้ำแข็งในทะเล
4. ดำวเทยี ม ERS (European Remote Sensing Satellite)
พฒั นำโดยองคก์ ำรอวกำศแหง่ ยุโรปเพือ่ ถ่ำยภำพในทุกสภำพอำกำศ ทะลเุ มฆและหมอก นอกจำกนัน้ ยัง
สำมำรถบันทกึ ข้อมลู ในเวลำกลำงคนื ปจั จุบันดำวเทยี มชดุ นี้ปฏบิ ตั กิ ำรอยู่ 2 ดวง คือ ERS 1 และ ERS 2
5. ดำวเทียม ENVISAT (Environmental Satellite)
เป็นดำวเทยี มสำรวจทรพั ยำกรท่ใี หญส่ ุด ข้ึนส่วู งโคจรเมอื่ พ.ศ. 2545 โดย ESA มเี ครอื่ งรบั รรู้ ะบบแพส
ซฟิ และระบบแอ็กทฟิ ซ่งึ มีประสทิ ธภิ ำพสูงกวำ่ ERS 1 และ ERS 2 ใชบ้ นั ทึกสภำวะข้อมลู ทำงทะเล คลอโรฟลิ ล์
ตะกอนแขวนลอย เคมใี นบรรยำกำศ และสภำพแวดล้อมทำงทวีป
6. ดำวเทียม JERS (Japanese Earth Resources Satellite)
องคก์ ำรพัฒนำอวกำศแหง่ ชำติญป่ี ุน่ (NASDA) ได้พัฒนำโครงกำรระบบดำวเทียมท่ถี ่ำยภำพทะลุเมฆไดโ้ ดย
ใช้เรดำร์ ชื่อวำ่ ดำวเทียม JERS-1
นบั เป็นดำวเทียมรนุ่ ใหม่ที่มสี มรรถนะสงู โดยมีอปุ กรณ์ถำ่ ยภำพทะลเุ มฆทเ่ี รยี กว่ำ Synthetic Aperture Radar
(SAR)
7. ดำวเทียม NOAA (U.S. National Oceanic and Atmospheric Administration)
เปน็ ดำวเทยี มอุตนุ ยิ มวทิ ยำ ใช้ตดิ ตำมกลุม่ เมฆ ประมำณพื้นทีป่ กคลุมดว้ ยหิมะและวัดอณุ หภูมิผิวน้ำทะเล
ภำยหลงั สำมำรถประยกุ ตใ์ ชใ้ นกำรศึกษำพชื พรรณครอบคลุมโลกไดร้ ำยวัน มวี งโคจรแบบสัมพนั ธ์กับดวงอำทติ ย์
ประโยชนท์ ่ไี ด้รบั คอื ใช้ในกำรสำรวจดำ้ นอตุ ุนยิ มวทิ ยำสมทุ รศำสตร์ อทุ กศำสตร์ และอน่ื ๆ ในระดับพ้นื ท่ีกว้ำงขวำง
8. ดำวเทียม IRS (Indian Remote Sensing Satellite)
เปน็ ดำวเทยี มพัฒนำขน้ึ เพอื่ ประโยชน์ในกำรสำรวจทรัพยำกรโดยประเทศอนิ เดีย ดำวเทียมชดุ แรกได้แก่
IRS 1A ไดส้ ง่ ขนึ้ สวู่ งโคจร และไดส้ ง่ ข้ึนไปเลอื่ ยๆ ต่งั แต่ IRS 1B,IRS P2,IRS 1C, IRS 1D สำหรับข้อมูลจำก
ดำวเทียมท่นี ำมำใช้ในปจั จบุ ัน ไดแ้ ก่ ดำวเทียม IRS 1C,1D ซง่ึ มเี คร่อื งรับรทู้ ส่ี ำคัญ ได้จำก ระบบ (LISS III)
บนั ทกึ ขอ้ มูล ช่วงคลนื่ ตำมองเห็นและอนิ ฟรำเรด
9. ดำวเทียม CARTOSAT
ดำวเทยี ม CARTOSAT 1 ถูกส่งข้ึนส่วู งโคจรเม่ือเดือนพฤษภำคม พ.ศ. 2548 เปน็ ดำวเทยี มดวงท่ี 11
ของชดุ ดำวเทยี ม IRS ในกำรประยกุ ตด์ ำ้ นแผนที่ดว้ ยกล้องขำวดำ 2 กลอ้ ง เพือ่ ถ่ำยภำพสำมมิติในช่วงคลน่ื ตำ
มองเหน็ สำมำรถประยุกต์ใชข้ อ้ มูลเพื่อในกำรออกแบบรังวดั ท่ดี ิน ดำ้ นผงั เมอื ง และกำรพัฒนำโครงสร้ำงพนื้ ฐำน
10. ดำวเทยี ม RADARSAT
ดำวเทยี ม RADARSAT 1 เปน็ ดำวเทยี มสำรวจทรพั ยำกรพฒั นำโดยองค์กำรอวกำศแคนำดำซ่งึ มวี ัตถุประสงคเ์ พ่อื
ศกึ ษำและตดิ ตำมทรพั ยำกรบนพื้นโลกเช่น กำรเกษตรป่ำไม้ สภำพนำ้ แข็งบนพ้นื โลกธรณีวิทยำและทรัพยำกรทำงทะเล (กำร
ประมงกำรเดินเรือกำรสำรวจแหล่งนำ้ มัน)
11. ดำวเทียม ADEOS (Advanced Earth Observing Satellite)
ดำวเทียม ADEOS เปน็ ดำวเทยี มขององคก์ ำรพัฒนำอวกำศแห่งชำติญีป่ นุ่ ทีม่ ีขนำดใหญ่ท่ีสดุ พฒั นำโดยควำม
ร่วมมอื กับประเทศสหรฐั อเมรกิ ำ เพือ่ ใช้ประโยชนใ์ นกำรสำรวจทรัพยำกรและสง่ิ แวดล้อม กำรตดิ ตำมกำรเปลี่ยนแปลงของ
สภำวะเรือนกระจก และโอโซนในบรรยำกำศ
12. ดำวเทียม IKONOS
ดำวเทยี ม IKONOS เปน็ ดำวเทยี มเชงิ พำณชิ ย์ดวงแรกของบริษทั Space Imaging ประเทศ
สหรัฐอเมริกำ ภำพดำวเทียมที่มีรำยละเอียด และควำมถกู ต้องสูงน้นั เป็นทีต่ อ้ งกำรของตลำดเป็นอยำ่ งมำก
เนื่องจำกสำมำรถนำไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้กับงำนดำ้ นต่ำงๆ เชน่ กำรทำแผนที่ กำรเกษตรกรรม และ กำรวำงผัง
เมอื ง
13. ดำวเทียม QuickBird
ดำวเทียม QuickBird เปน็ ดำวเทียมเชิงพำณชิ ย์รุ่นทส่ี องของบรษิ ทั Digital Globe ประเทศ
สหรฐั อเมริกำ
14. ดำวเทียม TERRA
ดำวเทียม TERRA เป็นดำวเทยี มสำรวจทรพั ยำกรขนำดใหญเ่ ปน็ ควำมร่วมมอื ด้ำนอวกำศระหว่ำงชำติ
คอื องค์กำร NASA องค์กำรสำรวจทรพั ยำกรแหง่ ชำตญิ ป่ี นุ่ บันทกึ ขอ้ มลู ซึ่งเออื้ ประโยชน์ในกำรทำภำพสำมมติ ิ
เพื่อกำรสำรวจทรพั ยำกรรวมทง้ั ตดิ ตำมและแกไ้ ขปญั หำสิ่งแวดล้อมจะเป็นประโยชนอ์ ยำ่ งย่ิงในกำรศึกษำทง้ั บน
พื้นดิน ทะเลบรรยำกำศ และสง่ิ แวดล้อมโลกอ่นื ๆ
15. ดำวเทยี ม AQUA
ดำวเทยี ม AQUA เป็นดำวเทยี มสำรวจชดุ เดยี วกับดำวเทียม TERRA
16. ดำวเทยี ม ALOS (Advanced Land Observing Satellite)
ดำวเทียม ALOS พัฒนำโดย Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA) ประเทศญป่ี ุน่
โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ใช้ในกำรทำแผนท่ี กำรติดตำมภยั พบิ ัติ และกำรสำรวจทรัพยำกร
17. ดำวเทยี ม THEOS (Thailand Earth Observation Satellite)
ดำวเทยี ม THEOS เปน็ ดำวเทยี มสำรวจทรพั ยำกรดวงแรกของไทยทเ่ี กดิ ขึ้นจำกควำมร่วมมอื ด้ำน
เทคโนโลยอี วกำศ ระหวำ่ งรฐั บำลไทยและรฐั บำลฝรง่ั เศสโดยมีสำนักงำนพฒั นำเทคโนโลยีอวกำศและภูมสิ ำรสนเทศ
(องค์กำรมหำชน) เป็นระบบทสี่ ำมำรถสำรวจครอบคลมุ ทว่ั โลก สำมำรถบนั ทึกข้อมลู ภำพไดท้ ัง้ ในช่วงคลน่ื ตำ
มองเหน็ และช่วงคล่ืนอนิ ฟรำเรดใกล้
โครงสร้ำงองค์กร Organization Chart
รฐั มนตรวี ่ำกำรกระทรวงกำรอุดมศึกษำ คณะกรรมกำร สทอภ. สำนกั ตรวจสอบภำยใน
วิทยำศำสตร์วิจยั และนวัตกรรม
ผู้อำนวยกำร
รองผู้อำนวยกำร อธกิ ำรสถำบัน ผ้ชู ว่ ยผอู้ ำนวยกำร สำนักโครงกำรออส 2
สำนกั ปฏิบัติกำรดำวเทียม สำนกั บรหิ ำรกลำง กลมุ่ วชิ ำกำร ฝำ่ ยกฎหมำยและสญั ญำ
สำนักผลิตภัณฑภ์ ูมิสำรสนเทศ สำนักยทุ ธศำสตร์ ฝ่ำยพฒั นำโครงสรำ้ งพ้ืนฐำน
สำนักพฒั นำและถำ่ ยทอด
องคค์ วำมรู้
สำนกั พฒั นำอุทยำน สำนกั ประยกุ ตแ์ ละ สำนกั พัฒนำธุรกิจและ ฝ่ำยเลขำนกุ ำรคณะกรรมกำรบรหิ ำร
รงั สรรค์นวตั กรรมอวกำศ บรกิ ำรภมู สิ ำรสนเทศ เครือข่ำยพันธมติ ร
GISTDA ผู้นำด้ำนกำรพฒั นำและประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกำศและภูมิสำรสนเทศอยำ่ งยัง่ ยืน
GISTDA ดำเนนิ งำนมำกว่ำ 15 ปีบนพ้ืนฐำนของกำรใช้ศกั ยภำพดำ้ นเทคโนโลยีอวกำศและภมู ิสำรสนเทศเพื่อพฒั นำ
และประยุกตใ์ หเ้ กิดประโยชนต์ ่อสังคมโดยใหส้ อดรับกับควำมตอ้ งกตอ้ งกำรของผ้รู ับบรกิ ำรทั้งภำครฐั และเอกชนรวมไปถงึ ชมุ ชน
สงั คมและประเทศชำติ GISTDA กอ่ ตั้งขึน้ เม่อื วนั ท่ี 3 พฤศจกิ ำยน 2543 โดยดำเนินงำนตำมพันธกจิ ทสี่ ำคัญ
6 ดำ้ น ได้แก่
1. พฒั นำเทคโนโลยอี วกำศและภมู สิ ำรสนเทศให้เป็นควำมรทู้ ไ่ี รพ้ รมแดนและเกดิ ประโยชน์แก่สว่ นรวม
2. ศึกษำวิเครำะห์ขอ้ มลู จำกภำพถ่ำยดำวเทยี มและเปน็ ศนู ยข์ ้อมูลดำ้ นทรพั ยำกรธรรมชำตจิ ำกขอ้ มูลดำวเทยี ม
3. ใหบ้ ริกำรขอ้ มลู ทไ่ี ด้จำกเทคโนโลยีอวกำศและภูมสิ ำรสนเทศ
4. ใหบ้ รกิ ำรให้คำปรึกษำและพัฒนำบคุ ลำกร
5. ศกึ ษำคน้ คว้ำวิจัยพัฒนำและดำเนนิ กำรอ่ืนทีเ่ ก่ยี วขอ้ งหรอื ต่อเน่ืองกับเทคโนโลยีอวกำศ
6. เปน็ หน่วยงำนหลักกำหนดมำตรฐำนกลำงสำหรบั ระบบสำรวจข้อมลู ระยะไกล
วัตถุประสงค์
พัฒนำเทคโนโลยีอวกำศและภมู สิ ำรสนเทศใหเ้ ปน็ ควำมรู้ไรพ้ รมแดนเพือ่ เปน็ ประโยชนต์ อ่ กำรพฒั นำประเทศ
นโยบำย
ต้องกำรปฏริ ูปประเทศเพื่อเปล่ยี นผ่ำนประเทศไทยให้มคี วำมพร้อมไปสู่ศตวรรษท่ี 21 ซงึ่ ในช่วงเวลำทผ่ี ่ำนมำได้
ดำเนนิ กำรสะสำงปัญหำ ซงึ่ เริม่ คล่คี ลำย เศรษฐกิจเร่ิมดีข้นึ และต่อจำกนี้จะเป็นชว่ งเวลำท่ขี บั เคล่ือนประเทศไปขำ้ งหนำ้ โดยมี
ตวั ขับเคล่ือนที่สำคญั 2 เร่อื งหลัก คือ กำรพัฒนำคน และเทคโนโลยีในกำรขับเคลอ่ื นโมเดลดังกล่ำว เพ่ือตอบโจทย์นโยบำย
ไทยแลนด์ 4.0 ในเร่อื งควำมมนั่ คง มั่งคง่ั ยงั่ ยืน จะใหค้ วำมสำคัญกับ 6 เรอื่ ง ดงั นี้
1. เช่อื มโยง วทน. กับกลมุ่ เป้ำหมำยอยำ่ งใกล้ชิด
2. ทำงำนบนเครอื ขำ่ ยควำมรว่ มมือแบบเปิด
3. มคี วำมเชย่ี วชำญเฉพำะด้ำน ในเชิงลกึ อย่ำงถงึ ท่ีสุด
4. นอ้ มนำปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งมำใชใ้ นกำรขบั เคลื่อนยทุ ธศำสตร์
5. เดนิ หน้ำไปด้วยกันไม่ทอดทิ้งใครไว้ขำ้ งหลัง โดยใช้ วทน. ในกำรลดควำมเหลอื่ มล้ำ เสรมิ สร้ำงศกั ยภำพคนทกุ กลุ่ม
6. ผลักดันกลไกกำรขบั เคล่อื น วทน. โดยปรบั ปรุงระบบกำรบริหำรงำน
วสิ ยั ทศั นข์ ององคก์ ร
นำคณุ ค่ำจำกอวกำศเพือ่ พัฒนำชำติอยำ่ งยงั่ ยนื ทไี่ ด้จำกกำรศึกษำคน้ คว้ำวจิ ยั และพฒั นำมำประยกุ ต์ใชต้ ำมนโยบำย
และภำรกจิ ท่สี ำคัญของประเทศเพอ่ื สร้ำงควำมม่ังคงม่งั คงั่ และยั่งยนื
1. มงุ่ พัฒนำนวัตกรรมอวกำศ
บรหิ ำรจดั กำรทรัพยำกรและสถำนีรถไฟดำ้ นขำ้ งเทคโนโลยีอวกำศและกำรตรวจสอบจำกระยะไกลกำรควบคุมกำร
ปฏบิ ตั กิ ำรของเจ้ำหนำ้ ทไี่ ทยโซตและสำรวจโลกของประเทศในรบั สญั ญำณดวงอื่นเพอ่ื ผลิตข้อมลู ใหไ้ ด้ตรวจสอบ
2. มงุ่ ประยุกต์และบรกิ ำรภูมิสำรสนเทศ
เพอ่ื สนบั สนุนกำรบริหำรจดั กำรทรัพยำกรธรรมชำติสิ่งแวดลอ้ มภัยพิบัตเิ ศรษฐกจิ สังคมควำมมนั่ คงและคุณภำพชวี ติ
ท้งั ภำยในและภำยนอกองคก์ ร
3. มงุ่ กำรวิจยั และถ่ำยทอดองคค์ วำมรู้
เพอ่ื กำรวจิ ัยกำรพฒั นำนวัตกรรมและถ่ำยทอดควำมรดู้ ำ้ นเทคโนโลยอี วกำศสรำ้ งควำมตระหนกั และสง่ เสริมกำรใช้
ประโยชนอ์ ย่ำงแพร่หลำยและตอ่ เนือ่ งรวมท้ังพฒั นำและบริหำรแหล่งเรยี นร้ภู มู สิ ำรสนเทศสำธำรณะ
4. มุ่งขับเคลือ่ นองค์กรเพอ่ื บรรลเุ ป้ำหมำยตำมวสิ ยั ทศั น์
เพ่ือขบั เคลอ่ื นตำมนโยบำยและควำมสอดคลอ้ งกับยทุ ธศำสตร์ทเ่ี กย่ี วข้องท้งั ระดบั ประเทศภมู ภิ ำคและนำนำชำติ ให้
เปน็ ไปตำมยทุ ธศำสตรพ์ ฒั นำองคก์ รและทรพั ยำกรบคุ คลใหม้ ศี กั ยภำพเพอื่ กำรขบั เคลอ่ื นองคก์ รให้บรรลเุ ป้ำหมำย
5. มุ่งบรกิ ำรสังคม
ช่วยเหลือพัฒนำและแกไ้ ขปัญหำใหก้ บั ชมุ ชนทอ้ งถิน่ ให้สำมำรถมีชวี ติ ควำมเปน็ อยทู่ ี่ดีขนึ้ สรำ้ งกำรมีส่วนร่วมกับทุกภำคสว่ นใน
ชุมชนเพือ่ ควำมตระหนักควำมเขำ้ ใจและเห็นประโยชนข์ องกำรนำเทคโนโลยีมำใช้ให้เกิดประโยชน์
กำรประยุกตใ์ ช้ขอ้ มูลดำวเทยี มและภูมสิ ำรสนเทศเพอ่ื พฒั นำประเทศในดำ้ นตำ่ ง ๆ
1.ด้ำนกำรเกษตร
ขอ้ มลู จำกดำวเทียมสำมำรถนำไปใชใ้ นกำรศกึ ษำหำพ้ืนทเ่ี พำะปลกู พชื เศรษฐกจิ ตำ่ ง ๆ
2.ดำ้ นอุทกวิทยำและแหลง่ น้ำ
ข้อมลู จำกดำวเทยี มสำมำรถนำไปใช้ในกำรศึกษำหำพื้นทแี่ หลง่ น้ำผวิ ดินของอำ่ งเกบ็ น้ำเป็นข้อมลู ในกำรวำงแผนกำร
จดั กำรทรัพยำกรนำ้
3.ดำ้ นกำรทำแผนที่
ขอ้ มูลจำกดำวเทยี มสำมำรถนำไปใชใ้ นกำรปรบั ปรุงแผนทีภ่ ูมปิ ระเทศทงั้ พนื้ ทีต่ ัวเมืองทม่ี ีกำรขยำยอย่ำงรวดเรว็
4.ดำ้ นภัยพบิ ตั ิ
ขอ้ มูลจำกดำวเทียมสำมำรถนำไปใช้ในกำรตดิ ตำมสถำนกำรณภ์ ยั ธรรมชำติทีเ่ กดิ ข้นึ ไดอ้ ยำ่ งชัดเจน
5.ดำ้ นปำ่ ไม้
ขอ้ มลู จำกดำวเทียมสำมำรถนำไปใช้ประโยชน์ในกำรศึกษำและตดิ ตำมกำรเปลยี่ นแปลงพ้นื ทป่ี ่ำไม้ไดอ้ ย่ำงต่อเนอ่ื ง
6.ด้ำนสมทุ รศำสตรแ์ ละทรพั ยำกรชำยฝ่ัง
ขอ้ มูลจำกดำวเทยี มสำมำรถนำไปใช้ในกำรศกึ ษำด้ำนสมทุ รศำสตร์และทรพั ยำกรชำยฝ่ัง
7.ดำ้ นควำมม่ันคง
ขอ้ มูลจำกดำวเทียมสำมำรถนำไปใชป้ ระโยชน์ดำ้ นควำมมน่ั คงของประเทศไดอ้ ย่ำงมีประสิทธิภำพ
ผลติ ภณั ฑ์
สทอภ. เป็นหน่วยงำนเดียวในประเทศไทยที่ใหบ้ ริกำรข้อมลู จำกดำวเทียมแบบครบวงจร กล่ำวคอื
• มีสถำนีรบั สญั ญำณโดยตรงจำกดำวเทียม
• มีคลงั ข้อมูลดำวเทยี มท้งั รำยละเอียดสูง ปำนกลำง และต่ำ
• มีกำรดำเนนิ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู และผลติ เปน็ แผนที่เฉพำะกจิ
• มีศนู ย์บริกำรขอ้ มลู ทท่ี ำหนำ้ ทใ่ี นกำรจัดหำและใหบ้ ริกำรขอ้ มูลจำกดำวเทยี มสำรวจทรพั ยำกรแก่หน่วยงำนตำ่ ง ๆ
• มกี ำรจดั ฝึกอบรม สนับสนุนทนุ วิจยั ดงู ำน ประชุม สมั มนำ ทัง้ ในระดบั ประเทศ และนำนำชำติ โดยใหบ้ รกิ ำรใน 2
ลักษณะ คอื
ผลิตภณั ฑ์พื้นฐำน ผลิตภณั ฑ์เพมิ่ ค่ำ
ข้อมลู เชงิ เลข (digital) สทอภ.ใหบ้ ริกำรในรูปแบบ CD- มที ัง้ ในรูปแบบข้อมลู เชิงเลขและภำพพมิ พ์ เชน่ ภำพโมเสก
ROM และ DVD โดยใช้กับโปรแกรมทำงรโี มตเซนซิง ผ้ใู ช้สำมำรถ ประเทศไทย, แผนทภ่ี ำพถำ่ ยจำกดำวเทยี ม (Image Map) ซงึ่ นำ
ปรับแตง่ เน้นข้อมลู ผสมสี และซ้อนทับกับข้อมลู GIS อันเปน็ ขอ้ มูลจำกดำวเทยี มมำปรบั แก้ไขใหม้ คี วำมถกู ตอ้ งเชงิ ตำแหน่ง
ประโยชน์ต่อกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มูล
ฝึกอบรม
GISTDA TRAINING CENTER
เรำคือมอื อำชีพดำ้ นกำรถำ่ ยทอดควำมรู้ ทำงด้ำนภูมิสำรสนเทศ เพ่ือกำร
พฒั นำบคุ ลำกร ดำ้ นเทคโนโลยีสำรวจโลกและภูมิสำรสนเทศ ท้ังในและ
ต่ำงประเทศ
บริกำรให้คำปรึกษำ
สำนกั พัฒนำธรุ กิจและเครือข่ำยพนั ธมติ ร บริกำรให้คำปรกึ ษำกำรจัดทำ
โครงกำรและบรกิ ำรดำ้ นผลิตภัณฑ์ รวมถงึ กำรลงนำมควำมร่วมมือระหว่ำง
หน่วยงำน
- ฝำ่ ยกำรตลำด
- ฝำ่ ยพัฒนำธุรกิจ
- ฝ่ำยพันธมิตร
ปัญหำและอุปสรรค
กำรประเมนิ ประสิทธิภำพของเทคนคิ กำรรงั วัดดำวเทยี มแบบจลน์โดยอำศยั เครอื ข่ำยสถำนี GNSS แบบต่ำง ๆ ในประเทศไทย
ผสู้ ร้ำง : สมเกียรติ ทิพย์สุมณฑำ
ในเรอ่ื ง : ดำวเทียมในกำรรังวดั
ปัจจุบนั กำรรังวดั ดำวเทยี มจีเอ็นเอสเอสหรือ GNSS (Global Navigation Satellite System) ได้
ใช้กันอย่ำงกว้ำงขวำงในประเทศไทย กำรรงั วดั แบบจลน์หรอื RTK (Real Time Kinematic) ซึง่ ให้ควำมถูกตอ้ งอยใู่ น
ระดบั เซนตเิ มตรและตอ้ งกำรเวลำในกำรรงั วัดในสนำมไม่นำน อยำ่ งไรก็ตำมกำรรงั วัดแบบ RTK ยงั มขี อ้ จำกดั อยู่ (ระยะทำง
จำกสถำนีฐำนโดยปกตนิ ้อยกวำ่ 20 ก.ม.)
กำรจำลองสภำพน้ำท่วมดว้ ยแบบจำลอง MIKE FLOOD กรณีศึกษำลมุ่ น้ำลำตะคอง
ผ้สู ร้ำง :ภำนุพงษ์ ทฆี บุญญำ
ผูส้ รำ้ ง : ปรยี ำพร โกษำ
องคก์ ร : มหำวทิ ยำลัยเทคโนโลยสี รุ นำร.ี สำนักวิชำวศิ วกรรมศำสตร์
ในเรือ่ ง : พยำกรณ์นำ้ ทว่ ม ลุ่มน้ำลำตะคองและแบบจำลองทำงชลศำสตร์
ลมุ่ น้ำลำตะคองเปน็ พื้นทต่ี น้ นำ้ ของตวั เมอื งจังหวัดนครรำชสมี ำ ปรมิ ำณนำ้ ท่ำที่สงู จำกล่มุ นำ้ ส่งผลตอ่ กำร
เกดิ นำ้ ทว่ มในเขตพืน้ ท่เี มอื ง ดงั นน้ั งำนวิจยั น้จี งึ มวี ตั ถุประสงค์ เพอ่ื จำลองสภำพกำรเกิดนำ้ ทว่ มในเขตพ้นื ทีล่ ุ่มน้ำลำตะคอง
ดว้ ย แบบจำลอง MIKE FLOOD ซงึ่ เป็นแบบจำลองที่จำลองสภำพกำรไหลในลำน้ำแบบหนึง่ มติ ิ (MIKE 11) และกำรจำลอง
สภำพพ้ืนท่ีน้ำทว่ มแบบสองมติ ิ (MIKE 21) แบบจำลองน้ำท่วมทีไ่ ด้จำกกำรศึกษำทำให้สำมำรถนำไปประยกุ ตใ์ ช้เพือ่ เตรียม
ควำมพรอ้ มในกำร เกดิ นำ้ ท่วมในอนำคตได้
กำรจำลองกำรรวั่ ไหลของน้ำมันบรเิ วณชำยฝงั่ ทะเลระยอง
ผ้สู รำ้ ง : พงษ์สิทธ์ิ ผลสมบรู ณ์
ในเรอ่ื ง : นำ้ มนั รั่วไหล แบบจำลอง , กระแสนำ้ แบบจำลองไทย บริเวณชำยฝง่ั ทะเลระยองและคลน่ื มหำสมทุ ร
แบบจำลองไทย บรเิ วณชำยฝ่งั ทะเลระยอง
กำรรั่วไหลของนำ้ มนั ในทะเลสง่ ผลกระทบต่อเศรษฐกจิ และส่ิงแวดลอ้ ม กำรคำดกำรณก์ ำรเคลอ่ื นตวั ของ
นำ้ มันที่รัว่ ไหลในทะเล จำเป็นตอ้ งทรำบกำรไหลเวียนของกระแสน้ำจงึ จะทำให้กำรคำดกำรณ์ตำแหนง่ ที่นำ้ มนั จะเคล่ือนทไ่ี ปได้
อยำ่ งถูกตอ้ งโดยในเดอื นพฤษภำคมจะมีควำมเสย่ี งทกี่ ำรรวั่ ไหลของน้ำมันเคลือ่ นตัวกระทบชำยฝัง่ ระยองเร็วที่สุดในรอบปี จงึ
ควรมกี ำรเฝำ้ ระวังเปน็ พเิ ศษ
สรุป
เป็นฐำนกำรพฒั นำตอ่ ยอดเพือ่ สร้ำงควำมเจริญเพม่ิ ของผลิตภณั ฑ์ดำ้ นเทคโนโลยอี วกำศและภมู สิ ำรสนเทศในเชงิ พำณชิ ยใ์ ห้
ขยำยไปยงั ภำคธรุ กจิ
เปน็ แหล่งขอ้ มลู กำรศึกษำเทคโนโลยแี ละภูมิสำรสนเทศสู่ภำคอุตสำหกรรม
และกำรพฒั นำตอ่ ยอดงำนวิจยั ด้ำนเทคโนโลยดี ้ำนและภูมดิ ำ้ นขำ้ งทง้ั ด้ำนซอฟตแ์ วร์กำรพัฒนำผลิตภณั ฑ์เชิงพำณชิ ยก์ ำรสอนใช้
ประโยชนบ์ นฐำนของควำมสะดวกดำ้ นกำรวิจยั
ขอ้ เสนอแนะ
อยำกให้ชว่ ยจัดกำรเรอ่ื งให้เรอื่ งคำปรึกษำอธบิ ำยรำยละเอียดใหเ้ ข้ำใจงำ่ ยข้ึน สว่ นมกี ำรใหส้ ่วนลดสำหรับคนท่มี ี
ควำมสำมำรถแตไ่ มม่ ีทรพั ยส์ นิ พอต่อกำรเข้ำฝึกอบรมหลกั สูตรเทคโนโลยอี วกำศและภูมิสำรสนเทศ ส่วนในเรอ่ื งปัญหำและ
อปุ สรรคอยำกให้เพ่ิมกำรดูแลตรวจสอบอย่ำงเข้มงวดเพ่ือเตรยี มตวั ป้องกันภยั ทีจ่ ะเกดิ และกำรคำดกำรควำมเสียหำยในพ้นื ทีเ่ พื่อ
ควำมเสย่ี งในเขตชุมชนท่จี ะเกิดภัย