The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) วิชา การสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Peerapong Wongwichai, 2023-09-26 03:17:55

การสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) วิชา การสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) วิชา การสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล รหัสวิชา 30308 - 2204 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 จัดท าโดย นายพีรพงษ์ วงค์วิชัย ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการ แผนกวิชาดิจิทัลกราฟิก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 1 ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


ค าน า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) วิชา การสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล รหัสวิชา 30308 - 2204 เล่ม นี้ เรียบเรียงขึ้นตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 ของส านักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้จัดท าได้ล าดับเนื้อหาอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ผู้จัดท าได้แบ่งเนื้อหาไว้4 เรื่อง ประกอบด้วย 1. ความหมายและความเป็นมาของสื่อสิ่งพิมพ์ 2. ประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์3. หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์และ 4. การจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์โดยในแต่ละเรื่องได้ จัดท าสรุปเนื้อหาในรูปแบบของ Infographic ไว้ด้วย ผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อครู นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดท าขออภัยมา ณ ที่นี้ พีรพงษ์ วงค์วิชัย


สารบัญ หน้า 1. ความหมายและความเป็นมาของสื่อสิ่งพิมพ์ 1 2. ประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ 3 3. หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ 8 4. การจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ 12


1 1. ความหมายและความเป็นมาของสื่อสิ่งพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายค าที่เกี่ยวกับ “สื่อสิ่งพิมพ์” ไว้ดังนี้ ค าว่า “สิ่งพิมพ์” หมายถึงสมุด แผนกระดาษหรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ขึ้น รวมตลอดทั้งบทเพลง แผนที่ แผนผัง ภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบประกาศ แผ่นเสียง หรือสิ่งอื่นใดอันมีลักษณะเช่นเดียวกัน “สิ่งพิมพ์” หมายถึง ข้อความ ข้อเขียน หรือภาพที่เกี่ยวกับแนวความคิด ข้อมูล สารคดีบันเทิง ซึ่ง ถ่ายทอดด้วยการพิมพ์ลงบนกระดาษ ฟิล์ม หรือวัสดุพื้นเรียบ “สื่อ” หมายถึง การติดต่อให้ถึงกันชักน าให้รู้จักกัน หรือตัวกลางที่ท าการติดต่อให้ถึงกัน “พิมพ์” หมายถึง ถ่ายแบบ ใช้เครื่องจักรกดตัวหนังสือหรือภาพ ให้ติดบนวัตถุ เช่น แผ่นกระดาษ ผ้า ท าให้เป็นตัวหนังสือ หรือรูปรอยอย่างใด ๆ โดยการกดหรือการใช้พิมพ์ หินเครื่องกลวิธีเคมีหรือวิธีอื่นใด อัน อาจให้เกิดเป็นสิ่งพิมพ์ขึ้นหลายส าเนา รูปร่าง ร่างกาย แบบ ดังนั้น “สื่อสิ่งพิมพ์” จึงมีความหมายว่าจะเป็นแผ่นกระดาษหรือวัตถุใด ๆ ด้วยวิธีต่าง ๆ อันเกิดเป็น ชิ้นงานที่มีลักษณะเหมือนต้นฉบับขึ้นหลายส าเนา ในปริมาณมากเพื่อเป็นสิ่งที่ท าการติดต่อหรือชักน าให้บุคคล อื่นให้เห็นหรือทราบข้อมูลต่าง ๆ” สิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสารหนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ ประวัติสื่อสิ่งพิมพ์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ศิลปะได้ปรากฏบนผนังถ้ าอัลตามิรา (Altamira) ในสเปนและถ้ า ลาสควักซ์ (Lascaux) ในฝรั่งเศส มีผลงานแกะสลักหิน แกะสลักผนัง ถ้าเป็นรูปสัตว์ลายเส้นจึงเป็นหลักฐานใน การแกะพิมพ์ เป็นครั้งแรกของมนุษย์หลังจากนั้นได้มีบุคคลคิดวิธีการท ากระดาษขึ้นมาจนมาเป็นการพิมพ์ใน ปัจจุบันนั่นคือไชลั่น ซึ่งมีเชื้อสายจีน ชาวจีนได้ผลิตท าหมึกแท่งซึ่งเรียกว่า “บั๊ก” ประวัติการพิมพ์ในประเทศไทย ในสมัยสมเด็จพระนารายมหาราช กรุงศรีอยุธยา ได้เริ่มแต่ง และพิมพ์หนังสือค าสอนทาง ศาสนาคริสต์ขึ้น และหลังจากนั้นหมอบรัดเลย์เข้ามาเมืองไทย และได้เริ่มด้านงานพิมพ์จนสนใจเป็นธุรกิจด้าน การพิมพ์ ในเมืองไทย พ.ศ. 2382 ได้พิมพ์เอกสารทางราชการเป็นชิ้นแรกคือหมายประกาศห้ามสูบฝิ่น ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้จ้างพิมพ์จ านวน 9,000 ฉบับ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2387 ได้ออกหนังสื่อฉบับแรกขึ้น คือ บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (Bangkok Recorder) เป็นจดหมายเหตุอย่างสั้น ออก เดือนละ 2 ฉบับและใน 15 มิ.ย. พ.ศ. 2404 ได้พิมพ์หนังสือเล่มออกจ าหน่ายโดยซื้อลิขสิทธิ์จาก หนังสือนิราศ ลอนดอนของหม่อมราโชทัย และได้เริ่มต้นการซื้อขายลิขสิทธิ์จ าหน่ายในเมืองไทย หมอบรัดเลย์ได้ถึงแก้กรรม ในเมืองไทย กิจการการพิมพ์ของไทยจึงได้เริ่งเป็นต้นของไทย หลังจากนั้นใน พ.ศ. 2500 ประเทศไทยจึงน า เครื่องพิมพ์แบบโรตารี ออฟเซต (Rotary off set) มาใช้เป็นครั้งแรก โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชน าเครื่องหล่อ เรียงพิมพ์ (Monotype) มาใช้กับตัวพิมพ์ภาษาไทยธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดโรงพิมพ์ธนบัตรในเมืองไท ขึ้นใช้เอง


2 Infographic ความหมายและความเป็นมาของสื่อสิ่งพิมพ์


3 2. ประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ ในปัจจุบันสามารถแบ่งประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ได้มากมายหลายประเภท โดยทั้งสิ่งพิมพ์2 มิติ และ สิ่งพิมพ์3 มิติ คือ สิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นเรียบ ใช้วัสดุจ าพวกกระดาษและมีเป้าหมายเพื่อน าเสนอเนื้อหา ข่าวสารต่าง ๆ เช่น หนังสือ นิตยสาร จุลสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ โบชัวร์ ใบปลิว นามบัตร แมกกาซีน พ็อก เก็ตบุ๊ค เป็นต้น รูปภาพสิ่งพิมพ์ประเภท 2 มิติ ส่วนสิ่งพิมพ์3 มิติ คือ สิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะพิเศษที่ต้องอาศัยระบบการพิมพ์แบบพิเศษ และส่วนใหญ่ จะเป็นการพิมพ์โดยตรงลงบนผลิตภัณฑ์ที่สร้างรูปทรงมาแล้ว ส าหรับตัวอย่างการพิมพ์แบบ 3 มิติได้แก่ การ พิมพ์สกีนบนภาชนะต่าง ๆ เช่น แก้ว กระป๋อง พลาสติก การพิมพ์ระบบแพดบนภาชนะที่มีผิวต่างระดับ เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ไฟฟ้า การพิมพ์ระบบพ่นหมึก เช่น การพิมพ์วันหมดอายุของอาหารกระป๋องต่าง ๆ โดยสามารถจ าแนกประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ได้ ดังนี้ รูปภาพสิ่งพิมพ์3 มิติ โดยทั่วไปแล้วสื่อสิ่งพิมพ์จะมีทั้งหมด 6 ประเภท ดังนี้ 1. สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือ 1.1 หนังสือสารคดีต ารา แบบเรียน เป็นหนังสือสิ่งพิมพ์ที่แสดงเนื้อหาวิชาการ ศาสตร์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อสื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายด้านความรู้ที่เป็นจริง จึงเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เน้นความรู้อย่างถูกต้อง


4 1.2 หนังสือบันเทิงคดีเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้เรื่องราวสมมติ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับความ เพลิดเพลิน สนุกสนาน มักมีขนาดเล็ก เรียกว่า หนังสือฉบับกระเป๋า หรือ Pocket Book ได้ 2. สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร 2.1 หนังสือพิมพ์ (Newspapers) เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นโดยน าเสนอเรื่องราวข่าวสารภาพ และ ความคิดเห็น ในลักษณะของแผ่นพิมพ์ แผ่นใหญ่ ที่ใช้วิธีการพับรวมกับ ซึ่งสื่อสิ่งพิมพ์ชนิดนี้ได้พิมพ์ออก เผยแพร่ทั้งลักษณะหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน 2.2 วารสาร นิตยสาร เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นโดยน าเสนอสาระข่าว ความบันเทิง ที่มีรูปแบบการ น าเสนอ ที่โดเด่น สะดุดตา และสร้างความสนใจให้กับผู้อ่าน ทั้งนี้การผลิตนั้น มีการก าหนดระยะเวลาการ ออกแบบเผยแพร่ที่แน่นอน ทั้งลักษณะวารสาร นิตยสารรายปักษ์ (15 วัน) และรายเดือน 2.3 จุลสาร เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นแบบไม่มุ่งหวังผลก าไร เป็นแบบให้เปล่าโดยให้ผู้อ่านศึกษาหา ความรู้ ที่ก าหนดออกแบบเผยแพร่เป็นครั้ง ๆ หรือล าดับต่าง ๆ ในวาระพิเศษ


5 2.4 สิ่งพิมพ์โฆษณา 2.4.1 โบชัวร์ (Brochure) เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะเป็นสมุดเล่มเล็ก ๆ เย็บติดกันเป็นเล่ม จ านวน 8 หน้า เป็นอย่างน้อยมีปกหน้า และปกหลัง ซึ่งในการแสดงเนื้อหาจะเกี่ยวกับโฆษณาสินค้า 2.4.2 ใบปลิว (Leaflet, Handbill) เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ใบเดียว ที่เน้นการประกาศ มักมีขนาด A4 เพื่อง่ายในการแจกจ่าย ลักษณะการแสดงเนื้อหาเป็นข้อความที่ผู้อ่านแล้วเข้าใจง่าย 2.4.3 แผ่นพับ (Folder) เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เน้นการผลิตโดยเน้นการเสนอเนื้อหา ซึ่งเนื้อหาที่ น าเสนอนั้นเป็นเนื้อหาที่สรุปใจความส าคัญ ลักษณะเป็นการพับเป็นรูปเล่มต่าง ๆ 2.4.4 ใบปิด (Poster) เป็นสื่อสิ่งพิมพ์โฆษณา โดยใช้ปิดตามสถานที่ต่าง ๆ มีขนาดใหญ่เป็น พิเศษซึ่งเน้นการน าเสนออย่างโดเด่นดึงดูดความสนใจ


6 3. สิ่งพิมพ์เพื่อการบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งพิมพ์ที่ใช้ในการห่อหุ้มผลิตภัณฑ์การค้าต่าง ๆ แยกเป็นสิ่งพิมพ์หลัก ได้แก่สิ่งพิมพ์ที่ใช้ปิดรอบ ขวด หรือกระป๋องผลิตภัณฑ์การค้า สิ่งพิมพ์รอง ได้แก่ สิ่งพิมพ์ที่เป็นกล่องบรรจุหรือลัง 4. สิ่งพิมพ์มีค่า เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เน้นการน าไปใช้เป็นหลักฐานส าคัญต่าง ๆ ซึ่งก าหนดตามกฎหมาย เช่น ธนาณัติ บัตรเครดิต เช็คธนาคาร ตั๋วแลกเงิน หนังสือเดินทาง โฉนด เป็นต้น 5. สิ่งพิมพ์ลักษณะพิเศษ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์มีการผลิตขึ้นตามลักษณะพิเศษแล้วแต่การใช้งาน ได้แก่นามบัตร บัตรอวยพร ปฏิทิน ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน สิ่งพิมพ์บนแก้ว สิ่งพิมพ์บนผ้า เป็นต้น 6. สิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผลิตขึ้นเมื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้แก่ Document Formats, E-book for Palm/PDA เป็นต้น


7 Infographic ประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์


8 3. หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ สิ่งพิมพ์ที่พบเห็นโดยทั่วไปประกอบด้วยองค์ประกอบส าคัญหลายอย่าง ได้แก่ ตัวอักษรหรือข้อความ ภาพประกอบเนื้อที่ว่าง และส่วนประกอบอื่น การออกแบบสิ่งพิมพ์ที่ต้องค านึงถึงการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ดังกล่าวเข้าด้วยกัน โดยใช้หลักการ 6 ข้อดังนี้ 1. ทิศทางและการเคลื่อนไหว (Direction & Movement) เมื่อผู้รับสารมองดูสื่อสิ่งพิมพ์ การรับรู้ เกิดขึ้นเป็นล าดับตามการมองเห็น กล่าวคือ เกิดตามการวาดสายตาจากองค์ประกอบหนึ่งไปยังอีก องค์ประกอบหนึ่ง จึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการด าเนินการวางแผน ก าหนดและชักจูงสายตาผู้รับ สารให้เคลื่อนไหวในทิศทางที่ถูกต้อง ตามล าดับขององค์ประกอบที่ต้องการให้รับรู้ก่อนหลัง โดยทั่วไปหากไม่มี การสร้างจุดเด่นขึ้นมา สายตาของผู้รับสารจะมองดูหน้ากระดาษที่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ในทิศทางที่เป็นตัวอักษร (Z) ในภาษาอังกฤษ คือ จะเริ่มที่มุมบนด้านขวาตามล าดับการจัดองค์ประกอบที่สอดคล้องกับธรรมชาติการมองนี้ เป็นส่วนช่วยให้เกิดการรับรู้ตามล าดับที่ต้องการ 2. เอกภาพและความกลมกลืน (Unity & Harmony) เอกภาพคือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่ง ในการจัดท าเลย์เอาต์หมายถึงการเอาองค์ประกอบที่แตกต่างกันมาวางไว้ในพื้นที่หน้ากระดาษเดียวกันอย่าง กลมกลืน ท าหน้าที่สอดคล้องและส่งเสริมกันและกันในการสื่อสารความคิดรวบยอด และบุคลิกภาพของสื่อ สิ่งพิมพ์นั้น ๆ การสร้างเอกภาพนี้สามารถท าได้หลายวิธีเช่น


9 - การเลือกใช้องค์ประกอบอย่างสม่ าเสมอ เช่น การเลือกใช้แบบตัวอักษรเดียวกัน การ เลือกใช้ภาพขาว ด าทั้งหมด เป็นต้น - การสร้างความต่อเนื่องกันให้องค์ประกอบ เช่น การจัดให้พาดหัววางทับ ลงบนภาพการ ใช้ตัวอักษรที่เป็นข้อความ ล้อตามทรวดทรงของภาพ เป็นต้น - การเว้นพื้นที่ว่างรอบองค์ประกอบทั้งหมด ซึ่งจ าท าให้พื้นที่ว่างนั้นท าหน้าที่เหมือนกรอบสี ขาวล้อมรอบองค์ประกอบทั้งหมดไว้ภายใน ช่วยให้องค์ประกอบทั้งดูเหมือนว่าอยู่กันอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อน 3. ความสมดุล (Balance) หลักการเรื่องความสมดุลนี้เป็นการตอบสนองธรรมชาติของผู้รับสาร ใน เรื่องของแรงโน้มถ่วง โดยการจัดวางองค์ประกอบทั้งหมดในพื้นที่หน้ากระดาษ จะต้องไม่ขัดกับความรู้สึกนี้ คือ จะต้องไม่ดูเองเอียงหรือหนักไปด้านใดด้านหนึ่ง โดยไม่มีองค์ประกอบมาถ่วงในอีกด้าน การจัดองค์ประกอบให้ เกิดความสมดุลแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะดังนี้ - สมดุลแบบสมมาตร (Symmetrical Balance) เป็นการจัดวางองค์ประกอบโดยให้ องค์ประกอบในด้านซ้ายและด้านขวาพื้นที่หน้ากระดาษมีลักษณะเหมือนกันทั้งสองข้าง ซึ่งองค์ประกอบที่ เหมือนกันในแต่ละด้านนี้จะถ่วงน้ าหนักกันและกันให้ความรู้สึกสมดุล - สมดุลแบบอสมมาตร (Asymmetrical Balance) เป็นการจัดวางองค์ประกอบโดยให้ องค์ประกอบในด้านซ้ายและด้านขวาพื้นที่หน้ากระดาษมีลักษณะไม่เหมือนกันทั้งสองข้าง แม้องค์ประกอบจะ ไม่เหมือนกันในแต่ละด้านแต่ก็จะถ่วงน้ าหนักกันและกันให้เกิดความสมดุล - สมดุลแบบรัศมี(Radial Balance) เป็นการจัดวางองค์ประกอบ โดยให้องค์ประกอบแผ่ ไปทุกทิศทางจากจุดศูนย์กลาง 4. สัดส่วน (Proportion) การก าหนดสัดส่วนนี้เป็นการก าหนดความสัมพันธ์ในเรื่องของขนาดซึ่งมี ความสัมพันธ์โดยเฉพาะในหน้ากระดาษของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องการให้มีจุดเด่น เช่น หน้าปกหนังสือ เป็นต้น


10 เพราะองค์ประกอบที่มีสัดส่วนแตกต่างกันจะดึงดูดสายตาได้ดีกว่าการใช้องค์ประกอบทั้งหมดในสัดส่วนที่ ใกล้เคียงกัน ในการก าหนดสัดส่วนจะต้องก าหนดองค์ประกอบทั้งหมดในพื้นที่หน้ากระดาษไปพร้อม ๆ กันว่า ควรจะเพิ่มหรือลดองค์ประกอบใดไม่ใช่ค่อย ๆ ท าไปทีละองค์ประกอบ 5. ความแตกต่าง (Contrast) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด โดยการเน้นให้องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง เด่นขึ้นมาด้วยการเพิ่มขนาดใหญ่กว่าองค์ประกอบอื่น ๆ โดยรอบ เช่น พาดหัวขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งโดย ธรรมชาติแล้วผู้ดูจะเลือกดูองค์ประกอบใหญ่ก่อน - ความแตกต่างโดยขนาด เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด โดยการเน้นให้องค์ประกอบใด องค์ประกอบหนึ่ง เด่นขึ้นมาด้วยการเพิ่มขึ้นมาด้วยการเพิ่มขนาดใหญ่กว่าองค์ประกอบอื่น ๆ โดยรอบ เช่น พาดหัวขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วผู้ดูจะเลือกดูองค์ประกอบใหญ่ก่อน - ความแตกต่างโดยรูปร่าง เป็นวิธีที่เน้นองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเด่นขึ้นมาด้วยการ ใช้รูปร่างที่แตกต่างกันออกไปจากองค์ประกอบอื่นในหน้ากระดาษ เช่น การได้ตัดภาพคนตามรูปร่างของ ร่างกายแล้วน าไปวางที่หน้ากระดาษที่มีภาพแทรกเล็ก ๆ ที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม เป็นต้น - ความแตกต่างโดยความเข้ม เป็นวิธีการที่เน้นให้องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเด่น ขึ้นมาด้วยการใช้เพิ่มหรือลดความเข้มหรือน้ าหนักขององค์ประกอบนั้นให้เข้มหรืออ่อนกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ ที่อยู่รวมกันในหน้ากระดาษ เช่น การใช้ตัวอักษรที่เป็นตัวหนาในย่อหน้าที่ต้องการเน้นเพียงย่อหน้าเดียวใน หน้ากระดาษ เป็นต้น 6. จังหวะ ลีลา และการซ้ า (Rhythm & Repetition) การจัดวางองค์ประกอบหลาย ๆ ชิ้นโดย ก าหนดต าแหน่งให้เกิดมีช่องว่างเป็นช่วง ๆ ตอน ๆ อย่างมีการวางแผนล่วงหน้า จะท าให้เกิดลีลาขึ้น และหาก องค์ประกอบหลาย ๆ ชิ้นนั้นมีลักษณะซ้ ากันหรือใกล้เคียงกัน ก็จะยิ่งเป็นการเน้นให้เกิดจังหวะลีลา ได้ชัดเจน ยิ่งขึ้น ลักษณะตรงข้ามกับแบบแรก จังหวะและลีลาลักษณะนี้จะก่อให้เกิดความรู้สึก ที่ตื่นเต้นดูเคลื่อนไหวและ มีพลัง


11 Infographic หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์


12 4. การจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ การจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นการก าหนดจัดวางต าแหน่งของข้อความและรูปภาพให้อยู่ในต าแหน่งที่ เหมาะสมตามรูปแบบของการจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์รูปแบบการจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์แบ่งออกได้ดังนี้ 1. รูปแบบการจัดหน้าแบบแบ่งออกเป็นส่วน คือ การแบ่งหน้าออกเป็น 4 ส่วนโดยใช้เส้นตามรอย พับครึ่งตามแนวนอนและแนวตั้งแต่ละส่วนมีจุดส าคัญในตัวเอง ให้ด้านซึ่งอยู่ตรงข้ามกันตามเส้นทแยงมุมมี ความสมดุล รูปแบบการจัดหน้าแบบแบ่งออกเป็นส่วน 2. รูปแบบการจัดหน้าแบบสมดุล เป็นการจัดส่วนประกอบในหน้ากระดาษ เช่น หัวเรื่องภาพล้อม กรอบ เนื้อเรื่องจะให้อยู่ในต าแหน่งสมดุล เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้ 2.1 รูปแบบสมรูป คือ การสมดุลแบบซ้ายขวาเท่ากัน รูปแบบการจัดหน้าแบบสมรูป 2.2 รูปแบบอสมรูป คือ การสมดุลแบบซ้ายและขวาไม่เท่ากัน รูปแบบการจัดหน้าแบบอสมรูป


13 3. รูปแบบการจัดหน้าตามแนวนอน (Horizontal) คือการวางหัวเรื่องหลาย ๆ คอลัมน์ตามขวาง ของหน้ากระดาษเนื้อหาส่วนใหญ่จะจัดเป็นคอลัมน์สั้น ๆ เข้ากันภายใต้หัวเรื่อง 4. รูปแบบการจัดหน้าตามแนวติ่ง (Vertical) หรือตามความยาวของคอลัมน์เนื้อหาเรียงตามเป็น ความยาวของคอลัมน์ภายใต้หัวข้อนั้น ๆ รูปแบบการจัดหน้าตามแนวดิ่ง 5.รูปแบบการจัดหน้าตามความนิยม 5.1 แบบมอนเดรียน (Mondrian) มีจุดเด่นที่มีการน ารูปทรงเลขาคณิตมาประกอบให้เป็น สัดส่วน นิยมใช้รูปทรงเนื้อที่แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปแบบการจัดหน้าแบบมอนเดรียม 5.2 แบบการเน้นภาพ (Picture window Layout) เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากโดยมีจุดเด่น อยู่ที่ภาพเพราะเป็นการใช้ภาพที่มีขนาดใหญ่เพียงภาพเดียวโดยกินเนื้อที่เกือบทั้งหมดและมีข้อความเกือบ เล็กน้อยอยู่เบื้องล่างซึ่งคล้ายกับการจ้องมองไปที่หน้าต่างและมองบนภาพ รูปแบบการจัดหน้าแบบการเน้นภาพ


14 5.3 แบบเนื้อกรอบภาพ เป็นการน าส่วนประกอบต่าง ๆ วางไว้ภาพใต้กรอบภาพเพื่อให้รู้ว่า เป็นเรื่องราวของชิ้นงาน รูปแบบการจัดหน้าแบบเน้นกรอบภาพ 5.4 แบบตัวอักษรใหญ่ (Big Type Layout) จัดหน้าโดยน าภาพที่ผู้อ่านสงสัยเพื่อจะได้ แสวงหาค าตอบเกี่ยวกับสิ่งที่เสนอ รูปแบบการจัดหน้าแบบตัวอักษรใหญ่ 5.5 แบบละครสัตว์(Circus Layout) เป็นการจัดวางหน้าสิ่งพิมพ์ตามที่ผู้ออกแบบเห็นว่ามี ความสวยงามด้วยการบรรจุสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันโดยวางกระจัดกระจายระเกะระกะเหมือนละครสัตว์ที่มีสัตว์ หลายชนิดอยู่ด้วยกัน รูปแบบการจัดหน้าแบบละครสัตว์


15 5.6 แบบช่องแถบซ้อน (Multipanel Layout) เป็นการวางหนังสือการ์ตูนที่แบ่งเป็นช่องๆ และมีข้อความแทรกไว้ใต้ภาพหรือแจ้งเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการจัดหน้าแบบช่องแถบซ้อน 5.7 แบบเข้าโค้งเงาทึบ (Silhouette Layout) การจัดหน้าโดยการค านึงถึงเงาเค้าโครง ของภาพวัตถุที่ต้องน ามาวางบนงานพิมพ์โดยมีส่วนประกอบอื่น ๆ เป็นองค์ประกอบ รูปแบบการจัดหน้าแบบเค้าโครงเงาทึบ


16 Infographic การจัดหน้าสื่อสิ่งพิมพ์


Click to View FlipBook Version