The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานนำเสนอ วิชาโครงการ (พาณิชยกรรม)สำนักพิมพ์ พว.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by K.NUN, 2021-11-07 06:24:03

งานนำเสนอ วิชาโครงการ (พาณิชยกรรม)

งานนำเสนอ วิชาโครงการ (พาณิชยกรรม)สำนักพิมพ์ พว.

โครงการ
(พาณิชยกรรม)

ผู้แต่ง

ศษิ ฎีพร อาพนั เงิน

คาอธิบายรายวชิ า

รหสั วชิ า 220X-8501 ช่อื วชิ า โครงการ (อุตสาหกรรม) * - * - 4

จุดประสงค์รายวชิ า เพ่ือให้
1. เข้าใจหลกั การและกระบวนการวางแผนจดั ทาโครงการสร้างหรือพฒั นางาน
2. ประมวลความรู้และทักษะในการสร้ างและหรือพัฒนางานในสาขาวิชาชีพตาม

กระบวนการวางแผน ดาเนินงาน แก้ไขปัญหา ประเมนิ ผล ทารายงานและนาเสนอผลงาน
3. มีเจตคติและกิจนิสยั ในการทา งานด้วยความรับผิดชอบ มีวินยั คุณธรรม จริยธรรม

ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถทางานร่วมกบั ผ้อู ่ืน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั การจดั ทาโครงการ และนาเสนอผลงาน
2. ดาเนินการจดั ทาโครงการ
3. รายงานผลการปฏิบตั งิ าน

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบตั ิเก่ียวกับ หลกั การจัดทา โครงการ การวางแผน การดา เนินงาน การ

แก้ไขปัญหาการประเมินผล การจดั ทา รายงานและการนา เสนอผลงาน โดยปฏิบตั ิจดั ทา โครงการ
สร้างและหรือพฒั นางานท่ีใช้ความรู้และทกั ษะในระดบั ฝี มือสอดคล้องกบั สาขาวิชาชีพท่ีศึกษา ดา
เนินการเป็ นรายบคุ คลหรือกลมุ่ ตามลกั ษณะของงานให้แล้วเสร็จในระยะเวลาท่ีกาหนด



สาระสาคัญ
วิชาโครงการในหลกั สตู รของอาชีวศึกษาระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ นิยม

จดั ทาเป็ นโครงการประเภทสงิ่ ประดิษฐ์เพื่อให้สอดคล้องกบั แนวคิดและหลกั การ โดยมี
จดุ ม่งุ หมายเพื่อให้ผ้เู รียนได้นาความรู้และทกั ษะจากรายวิชาต่างๆ มาประยกุ ต์ใช้ใน
การสร้างผลงานอยา่ งเป็นระบบ

โครงการ ตามพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายถึง แผน
หรือเค้าโครงตามที่กะกาหนดไว้

โครงการ มีแผนปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่เป็ นขัน้ ตอนชัดเจน มี
ความสาคญั ตอ่ แผนการปฏิบตั งิ าน ดงั นี ้

1. เป็นเครื่องชีใ้ ห้เหน็ ถงึ ปัญหา ภมู ิหลงั และท่ีมาของการดาเนนิ งาน
2. เป็นแนวทางที่ช่วยให้การปฏิบตั ิงานเป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
3. เป็ นการสร้ างความชัดเจนในการดาเนินงาน โดยบุคคลท่ีเกี่ยวข้องมีความ
เข้าใจและรับรู้ถงึ ปัญหาในการปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั
4. เป็นการสร้างความมนั่ ใจในการดาเนินงานให้กบั ผ้มู ีหน้าที่รับผดิ ชอบ
5. ชว่ ยลดความขดั แย้งและขจดั ความซา้ ซ้อนในหน้าที่ความรับผดิ ชอบ
6. เป็ นการเสริมสร้างความสามคั คี ความรับผิดชอบร่วมกัน รวมทงั้ ช่วยพฒั นา
ความสามารถและศกั ยภาพของแตล่ ะบคุ คลอยา่ งเตม็ ที่

1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ บูรณาการความรู้ ความสามารถ
ทกั ษะและประสบการณ์เพ่ือสร้างงาน ประดิษฐ์คิดค้น การบริหารจดั การ
การให้บริการ และสามารถปฏบิ ตั ิงานได้จริง

2. เพ่ือสง่ เสริมการทางานอยา่ งมีระบบและสามารถตรวจสอบได้
3. เพื่อสง่ เสริมให้ผ้เู รียนมคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ สามารถ
แก้ปัญหาและอปุ สรรคที่เกิดขนึ ้ ได้
4. เพ่อื สร้างความเช่ือมนั่ ให้ผ้เู รียนสามารถนาความรู้ไปใช้ในการ
ประกอบอาชีพเมื่อสาเร็จการศกึ ษาได้

1. เพอื่ ให้ผ้เู รียนนาความรู้และทกั ษะไปบรู ณาการสร้างงานและปฏิบตั ิ
จริงได้

2. เพื่อให้ผู้เรียนฝึ กวางแผนการทางานอย่างเป็ นระบบและสามารถ
ตรวจสอบได้

3. เพ่ือให้ผู้เรียนฝึ กกระบวนการทางานด้วยตนเองหรือการทางาน
ร่วมกนั เป็นกลมุ่

4. เพ่อื ให้ผ้เู รียนมคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5. เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึน้ จากการ
ทางานได้

การจดั ทาโครงการสามารถแบง่ ออกได้เป็ น 3 ประเภท ดงั นี ้
1. โครงการเกี่ยวกบั สงิ่ ประดิษฐ์หรือผลิตผลผลิต
2. โครงการเกี่ยวกบั การจดั ทาธรุ กิจหรือบริการ
3. โครงการทดลองและวจิ ยั

การทดลองและวิจัย

การดาเนินงานของโครงการมี 3 ขนั้ ตอน ดงั นี ้
1. การวางแผนในชนั้ เรียน
2. ดาเนนิ งานตามโครงการ
3. การตรวจสอบและกากบั งาน



สาระสาคัญ
การจัดทาโครงการเป็ นพืน้ ฐานท่ีผู้เรียนสามารถเสริมสร้ างประสบการณ์

เพื่อให้เกิดแนวความคิดและทกั ษะ รวมทงั้ ตระหนกั ถึงสภาพการทางาน มีเจตคติและ

กิจนิสยั ที่ดีในการทางาน

การวางแผนการจดั ทาโครงการเป็ นการกาหนดแนวทางการปฏิบตั ิงานตงั้ แตเ่ ริ่ม
โครงการท่ีเหมาะสมและสามารถปฏิบตั ิได้ โดยการเขียนโครงร่างให้ชดั เจนเป็ นรูปธรรม ซง่ึ
มีรายละเอียด ดงั นี ้

1. การกาหนดโครงการ
2. การเขียนโครงร่างโครงการ





การขออนุมัติโครงการ
จากอาจารย์ผู้สอนประจาวิชา
อ า จ า ร ย์ ท่ี ป รึ ก ษ า แ ล ะ
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล
โ ค ร ง ก า ร โ ด ย ก า ร ร่ ว ม กั น
พิจารณาอนุมัติโครงการจาก
เกณฑ์การประเมิน “โครงร่าง
โครงการ”

ตวั อย่าง แบบขออนุมัตโิ ครงการ

การดาเนินงานตามโครงการ มีขนั้ ตอน ดงั นี ้
1. การปฏบิ ตั ิงานตามโครงการ
2. การประเมินผ้ปู ฏิบตั งิ าน



การจัดทารายงานเป็ นขัน้ ตอนท่ีต้องให้ความสาคัญ เพื่อ
สือ่ สารให้ผ้เู กี่ยวข้องได้ทราบผลการจดั ทาโครงการอย่างชดั เจน โดยการ
จดั ทารายงานมีรายละเอียด ดงั นี ้

1. การวเิ คราะห์และสรุปผลการประเมนิ
2. การเขียนรายงาน

การประเมินผลโครงการของผู้เรียน ควรพิจารณาประเมินเป็ น
ระยะ โดยกาหนดสดั สว่ นการให้คะแนนที่เหมาะสม ดงั นี ้

1. ระยะท่ี 1 โครงร่างโครงการ (10%)
2. ระยะที่ 2 การดาเนินงานตามโครงการ (70%)
3. ระยะท่ี 3 ผลของโครงการและการรายงาน (20%)



สาระสาคัญ
การเลือกโครงการขึน้ อยู่กับความต้องการของผู้เรียน อาจเริ่มจากการมอง

ปัญหาในระบบงานว่ามีปัญหาอะไร ตรงจุดใด และควรแก้ไขอย่างไร เพ่ือออกแบบ

ระบบงานให้ตรงกบั ความต้องการของผ้ใู ช้ให้มากท่ีสดุ

การพจิ ารณาเลือกโครงการควรพจิ ารณา ดงั นี ้
1. ผ้จู ัดทา โครงการมีความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์ และความสนใจในโครงการท่ี

เลอื ก
2. พิจารณาโครงการว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกบั หลกั สตู ร สามารถนา

ความรู้จากการเรียนมาบรู ณาการ และสามารถแก้ไขปัญหาในระหวา่ งการทา โครงการได้
3. พิจารณาโครงการว่ามีความเหมาะสมกับสภาพท้องถ่ินหรือชุมชนของตนเอง

สามารถนา ผลงานหรือพฒั นางานไปสกู่ ารประกอบอาชีพหรือใช้ในชีวติ ประจา วนั ได้
4. พิจารณาโครงการว่ามีความเหมาะสมกบั กา ลงั ความสามารถและงบประมาณ

ตลอดจนสถานท่ีดา เนินการท่ีเหมาะสมหรือไม่
5. พิจารณาช่วงระยะเวลาในการดา เนินโครงการไมค่ วรสนั้ เกินไปและนานเกินไป

(ไมเ่ กิน 1 ภาคเรียน)
6. ผ้จู ดั ทา โครงการสามารถค้นหาข้อมลู เพิ่มเติมจากแหล่งข้อมลู หรือแหลง่ เรียนรู้

ตา่ งๆ ได้

แนวทางในการเลือกโครงการส่ิงประดษิ ฐ์มรี ายละเอยี ด ดงั นี ้
1. พิจารณาความถนดั และความสนใจของบคุ คลหรือกลมุ่
2. การทา สิ่งประดิษฐ์ควรบูรณาการความรู้ ประสบการณ์ และ

ทกั ษะการปฏบิ ตั งิ าน
3. การออกแบบสิ่งประดิษฐ์ขึน้ ใหม่ควรคา นึงถึงรูปแบบ ความ

เหมาะสม ความสวยงามและประโยชน์ในการใช้งาน
4. การทาสงิ่ ประดษิ ฐ์ควรเกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพ

แนวทางในการเลือกโครงการประเภทธุรกจิ หรือบริการ ได้แก่
1. ควรพจิ ารณาความเหมาะสมของขนาดธรุ กิจและเงินทนุ
2. ควรเลือกธุรกิจที่ก่อให้เกิดรายได้และคานึงถึงความเจริญเติบโต

ของธุรกิจ
3. ควรพจิ ารณาความเสีย่ งหรือการแขง่ ขนั
4. ควรพิจารณาเป้ าหมายในการประกอบธรุ กิจ
5. ทศั นคติ บคุ ลกิ ภาพ และความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกบั ธุรกิจ

โครงการทดลองและวิจยั มีข้อควรพิจารณา ดงั นี ้
1. พจิ ารณาความถนดั และความสนใจของบคุ คลหรือกลมุ่
2. ควรมีแผนการทดลองและวจิ ยั ได้แก่ ท่ีมาของปัญหาหรือภมู ิหลงั

สมมติฐาน ขนั้ ตอนการทดลองและวิจยั ระยะเวลาท่ีใช้ งบประมาณ และผล
ที่คาดวา่ จะได้รับจากการทดลองและวิจยั

3. ควรเป็ นงานที่สร้างสรรค์และพฒั นาความรู้ให้เกิดประโยชน์ตอ่
การนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั หรือการประกอบอาชีพ

เม่ือวางแผนและเขียนเค้าโครงของโครงการแล้วควรนา ข้อมูล
หรือรายละเอียดที่ได้ ศึกษามานาเสนอต่อผู้สอนประจาวิชาและ
คณะกรรมการโครงการ เพื่อพจิ ารณาขออนมุ ตั ิดาเนินงานโครงการ



สาระสาคัญ
การเขียนโครงการควรเขียนให้ถกู ต้อง ใช้ภาษาให้ถูกต้อง รวมทงั้ ประมวล

ความคิดในการเรียงลาดับเรื่องราวให้สัมพันธ์กันและถ่ายทอดเป็ นภาษาเขียนที่

กะทดั รัดเพ่ือให้ผ้อู า่ นเข้าใจได้ชดั เจน

การเขียนโครงการควรเขียนตามลาดับขัน้ ตอน โดย
สว่ นประกอบหลกั ของโครงการมีดงั นี ้

1. สว่ นนา
2. สว่ นเนือ้ หา
3. บรรณานกุ รม

การเขียนโครงการมขี นั้ ตอนตา่ งๆ ดงั นี ้
1. ชื่อโครงการ
2. หลกั การและเหตผุ ลหรือความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา
3. วตั ถปุ ระสงค์
4. เป้ าหมายหรือขอบเขตของโครงการ
5. วธิ ีดาเนินโครงการ
6. ระยะเวลาและสถานท่ีในการดาเนินโครงการ
7. งบประมาณในการดาเนนิ งาน
8. ผลท่ีคาดวา่ จะได้รับ
9. การตดิ ตามและประเมนิ ผล
10. ปัญหาหรืออปุ สรรคที่คาดวา่ อาจเกิดขนึ ้
11. ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ 12. ที่ปรึกษาโครงการ

1. ควรใช้ภาษาให้ถกู ต้อง ตรงตามความหมายและตามอกั ขรวิธี ทงั้
พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์

2. ควรใช้ภาษาให้กะทัดรัดได้ใจความสมบูรณ์ ใช้ถ้อยคากระชับ
รัดกมุ ไมเ่ ยิ่นเย้อ

3. ควรใช้ภาษาให้ชดั เจน ใช้ถ้อยคาท่ีมีความหมายตรงไปตรงมาทา
ให้ผ้รู ับสารเข้าใจทนั ที ไมใ่ ช้ถ้อยคาคลมุ เครือหรือกากวม

4. ควรใช้ภาษาให้เหมาะสมกบั เนือ้ ความหรือเหมาะสมกบั กาลเทศะ
5. ควรใช้ภาษาให้สุภาพมีแบบแผน ไม่ใช้ภาษาพูดในการเขียน
โครงการ



สาระสาคัญ
สงิ่ ประดิษฐ์เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขนึ ้ ใหม่ อาจเป็ นผลิตภณั ฑ์ ผลผลิต แนวคิด หรือ

วิธีในการพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึน้ ทนั สมัยขึน้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึน้ การคิดค้นทา
ส่ิงประดิษฐ์มีมาตัง้ แต่สมัยโบราณและพัฒนาเร่ือยมาในแต่ละยุค แต่ละสมัย จนถึง
ปัจจบุ นั โครงการส่ิงประดิษฐ์เป็ นการส่งเสริมให้ผ้เู รียนนาความรู้ที่ได้เรียนมาบูรณาการ
ประดิษฐ์ส่ิงใหม่ๆ หรือพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่มีอยู่เดิมให้ดีขึน้ มีประโยชน์ในการใช้งาน
เพิ่มขนึ ้

ประดิษฐ์ ตามความหมายของพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2554
หมายถงึ ตงั้ ขนึ ้ จดั ทาขนึ ้ คิดทาขนึ ้ สร้างขนึ ้ แตง่ ขนึ ้ จดั ทาขนึ ้ ให้เหมือนของจริง เช่น ดอกไม้
ประดษิ ฐ์ ที่คิดทา ขนึ ้ ไมเ่ หมือนธรรมชาติ เชน่ ลายประดษิ ฐ์ เป็นต้น

สิ่งประดิษฐ์เป็ นผลงาน
ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี
กระบวนการ วิธี การ ระบบ
รวมทัง้ การออกแบบผลิตภัณฑ์
ตลอดจนการใช้ วิทยาการต่างๆ
สร้ างสรรค์สิ่งของ เครื่องจักร
เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ขนึ ้ มาใหมโ่ ดย
มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม
และเป็นประโยชน์แกส่ งั คมโลก

การประดิษฐ์อยู่คู่กับมนุษย์มาโดยตลอดตงั้ แต่อดีต โดยการค้นพบ
หลกั ฐานในถา้ เก่าแก่ เช่น เครื่องมือท่ีใช้ทา มาหากินหรือล่าสตั ว์ที่มีอายนุ าน
นบั พนั ๆ ปี การค้นพบวตั ถโุ บราณทา ให้ทราบถึงวิวฒั นาการของมนษุ ย์ในยคุ
อดีตว่าสามารถประดิษฐ์ส่ิงต่างๆ ได้การประดิษฐ์สามารถแบ่งออกได้เป็ น 3
ชว่ งเวลา ดงั นี ้

1. ชว่ งก่อนคริสต์ศกั ราช – ต้นปี ค.ศ.500
2. ชว่ งกลาง ค.ศ. 500 – ค.ศ. 1350
3. ยคุ ปัจจบุ นั ค.ศ.1350 - ปัจจบุ นั

ส่งิ ประดษิ ฐ์ยุคปัจจุบัน

ผ้ทู ี่เลือกทาโครงการประเภทสิ่งประดิษฐ์ ควรพิจารณาความพร้อม
ของตนเองหรือทีมงาน เพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพ คณุ ลกั ษณะของผ้ทู ่ี
ควรเลอื กทา โครงการส่งิ ประดษิ ฐ์ มดี งั นี ้

1. การมีความรู้ทางด้านวชิ าการ
2. การมที กั ษะในการปฏบิ ตั งิ าน
3. การมีจรรยาบรรณ
4. การมีเจตคติที่ดี



สาระสาคัญ
การจดั ทาโครงการธุรกิจและบริการเหมาะสาหรับผ้ทู ่ีมีความพร้อม มีความมน่ั ใจ

ว่าจะสามารถสร้างแรงดึงดดู ใจให้ผ้อู ่ืนสนใจ และตดั สินใจซือ้ สินค้าหรือเลือกใช้บริการได้
โครงการจดั ทาธุรกิจและบริการเป็นโครงการที่กอ่ ให้เกิดรายได้ตอ่ ผ้จู ดั ทาโครงการ ลกั ษณะ
เด่นของโครงการประเภทนี ้ คือการผลิตสินค้าเพื่อการจาหน่าย การซือ้ สินค้าเพ่ือการ
จาหน่าย หรือการให้บริการต่างๆ การทาโครงการให้สาเร็จและบรรลุผลตามเป้ าหมาย
โครงการจะต้องสารวจทงั้ สภาพแวดล้อมภายในกล่มุ และสภาพแวดล้อมภายนอกท่ีอาจ
สร้างคณุ ประโยชน์ หรืออาจเป็นภยั คกุ คามทาให้การดาเนินงานล้มเหลวได้

ธุรกจิ หมายถงึ การดาเนินกิจกรรมไม่วา่ จะเป็ นการผลติ การจดั สินค้าหรือ
บริการมาเพื่อจาหนา่ ยไปยงั กลมุ่ ผ้ซู ือ้ โดยมีจดุ ประสงค์เพื่อให้ได้มาซงึ่ รายได้หรือผล
กาไรจากการดาเนินกิจกรรมนนั ้

การประกอบธุรกจิ นนั้ เก่ียวข้องกบั การผลติ หรือจาหนา่ ยสนิ ค้าหรือบริการ
ให้แก่กลมุ่ ผ้ซู ือ้ ทงั้ สนิ ค้าและบริการ

สินค้า หมายถึง ผลิตภัณฑ์ท่ีมองเห็นและจับต้องได้ เช่น เสือ้ ผ้า รองเท้า
นาฬิกา วทิ ยโุ ทรศพั ท์เคล่ือนท่ี โทรทศั น์ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ เป็ นต้น

บริการ หมายถึง ผลติ ภณั ฑ์ท่ีไมส่ ามารถจบั ต้องได้ ผ้ซู ือ้ จะได้รับในรูปของ
ความสะดวกสบาย ความบันเทิง ความสวย หรือความพึงพอใจ ตัวอย่างธุรกิจ
บริการ ได้แก่ ธุรกิจด้านความงาม ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจรับตกแต่งสวนหย่อม ธุรกิจ
เสอื ้ ผ้าเคร่ืองประดบั เป็ นต้น

เมื่อเลือกทาโครงการการจัดทาธุรกิจและบริการแล้ว ผู้จัดทา
โครงการควรมีความรู้และทกั ษะที่จะผลติ สนิ ค้าหรือให้บริการ โดยมีแนวทาง
ในการเลือกทาโครงการการจดั ทาธุรกิจและบริการ ดงั นี ้

1. การผลติ สนิ ค้าเพือ่ การจาหน่าย
2. การซอื ้ สนิ ค้ามาเพอ่ื จาหนา่ ย
3. การบริการ

แนวทางการสร้ างรายได้ แก่ โครงการการจัดทาธุรกิจและ
บริการ มีดงั นี ้

1. วิเคราะห์สถานการณ์

2. การสร้างข้อได้เปรียบ



สาระสาคัญ

การทดลองและวิจยั เกิดขึน้ จากการท่ีผ้วู ิจยั ต้องการหาความรู้ใหม่ หาคาตอบ
ใหม่ เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์ในการตดั สินใจเรื่องใดเร่ืองหน่ึง การทดลองและการวิจยั นนั้
จะต้องปฏิบตั ิตามกระบวนการหรือขนั้ ตอนที่ถกู ต้อง ตงั้ แตเ่ ริ่มต้นจนถึงขนั้ สดุ ท้าย หาก
ไม่ปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนจะทาให้การทดลองและวิจยั ไม่ได้คาตอบที่ชดั เจนหรือไม่ประสบ
ผลสาเร็จ ผ้ทู ี่ทาโครงการทดลองและวิจยั จะต้องศกึ ษารายละเอียด กระบวนการของการ
ทดลองและวิจยั อยา่ งถอ่ งแท้



การทดลองและการวจิ ัยเป็นกระบวนการในการคดิ ค้นหาความรู้ใหมห่ รือคาตอบ
ใหม่ เพื่อนาไปใช้ประโยชน์ในการตดั สินใจเร่ืองใดเรื่องหน่ึงการวิจัย หมายถึง การค้นหา
ความรู้ใหมๆ่ หรือหาคาตอบใหมๆ่ เพื่อนาคาตอบนนั้ มาใช้งานหรือแก้ไขปัญหา

ประโยชน์ของการวจิ ัย มีดงั นี ้
1. ช่วยให้เกิดความรู้ใหม่ เป็ นการเพ่ิมพนู วิทยาการของศาสตร์ต่างๆ ให้กว้างมาก
ยง่ิ ขนึ ้
2. ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ หากบุคคลหรือธุรกิจมีปัญหาต้องการทราบคาตอบ
สามารถใช้วิธีวจิ ยั หาคาตอบทีส่ งสยั ได้
3. ชว่ ยให้องค์กรสามารถปรับปรุงการทางานให้มีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขนึ ้
4. ชว่ ยพยากรณ์สถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกบั การดาเนินธรุ กิจ
5. ชว่ ยให้ธรุ กิจสามารถตดั สินใจด้านตา่ งๆ ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

ผลของการวิจยั เป็ นแนวทางในการดาเนินงานด้านตา่ งๆ ดงั นี ้

1. ด้านการจดั การ 2. ด้านบญั ชี

3. ด้านการเงนิ 4. ด้านการตลาด

5. ด้านการผลติ 6. ด้านเศรษฐศาสตร์ธรุ กิจ

7. การวิจยั ด้านสงั คมและอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวข้องกบั ธรุ กิจ

การวิจัยทุกประเภทมีขัน้ ตอนและแนวทางปฏิบัติในรายละเอียดที่

แตกต่างกันออกไปแต่มกั มีขนั้ ตอนท่ัวไปหรือขนั้ ตอนพืน้ ฐานที่ไม่แตกต่างกัน

โดยขนั้ ตอนของการวจิ ยั มีดงั นี ้

1. การเลอื กหวั ข้อที่จะทาการวจิ ยั

2. การกาหนดปัญหาของการวจิ ยั

3. การกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ 4. การตงั้ สมมตฐิ าน

5. การออกแบบการวจิ ยั 6. การรวบรวมข้อมลู

7. การวิเคราะห์ข้อมลู

8. การแปลความหมายหรือการตคี วามข้อมลู

9. การอภปิ รายผล 10. สรุปผลการวิจยั

การเก็บรวมรวมข้อมูลเป็ นกิจกรรมท่ีเกิดขึน้ หลังจากท่ีผู้วิจัยได้
ออกแบบการวิจัยเสร็จสิน้ แล้ วแหล่งของข้ อมูลมี 2 แหล่งด้ วยกัน คือ
แหลง่ ข้อมลู ปฐมภมู ิเป็ นการหาข้อมลู จากต้นกาเนิด และแหล่งข้อมลู ทตุ ิยภมู ิ
เป็ นการคดั ลอกข้อมูลจากเอกสารต่างๆ ท่ีมีผู้อื่นเรียบเรียงไว้แล้ว การเก็บ
รวบรวมข้อมลู ปฐมภมู ทิ ่ีนิยมมี 3 วธิ ี คอื

1. การเก็บรวบรวมข้อมลู โดยวธิ ีทดลอง
2. การเก็บรวบรวมข้อมลู โดยวิธีสงั เกตการณ์
3. การเก็บข้อมลู โดยวิธีสารวจ

การประมวลผลข้อมูล เป็ นการนาข้อมลู ท่ีรวบรวมจากแหล่งต่างๆ
มาจดั แยกหมวดหมู่ และคานวณเพื่อให้ได้ข้อมลู ท่ีเหมาะสม สามารถนาไปใช้
งานได้ตามวตั ถปุ ระสงค์ การประมวลผลข้อมลู มีหลายวิธี แตว่ ิธีท่ีนิยมใช้อย่าง
แพร่หลาย ได้แก่ การประมวลผลข้อมลู ด้วยมือ และการประมวลผลข้อมลู ด้วย
เคร่ืองคอมพิวเตอร์

การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมลู ที่ทาการแจงนบั ผ่านขนั้ ตอนการประมวล
ข้อมลู ในตารางข้อมลู แล้ว จะนาไปวิเคราะห์ด้วยการคานวณหาคา่ ต่างๆ ทาง
สถิติ สถิติเชิงบรรยายท่ีใช้กันโดยท่ัวไป ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่ามธั ยฐาน ค่าฐาน
นิยม คา่ ร้อยละ อตั ราสว่ น

การแปลผล เป็ นการนาผลการวิเคราะห์ข้อมูลซ่ึงเป็ นค่าสถิติต่างๆ
มาอธิบายในลกั ษณะของการบรรยายที่ผ้ใู ช้ประโยชน์สามารถอา่ นและเข้าใจได้

การทางานวิจัยจะต้องมีการศึกษาข้อมูลและเอกสารอ้างอิง ซ่ึงเป็ นเรื่องราวที่
เก่ียวข้องกบั งานวิจยั ข้อมลู เหลา่ นีส้ ามารถค้นคว้าได้จากเอกสาร ตารา บทความ สื่อสิ่งพิมพ์
ตลอดจนงานวิจยั ต่างๆ ท่ีมีผ้อู ่ืนศกึ ษาไว้และเป็นเรื่องท่ีเก่ียวข้องกบั เรื่องที่ผ้วู ิจยั กาลงั ศกึ ษา

ประโยชน์ของการค้นคว้าข้อมูลและเอกสารอ้างองิ
1. ทาให้เข้าใจแนวคดิ ทฤษฎี ตลอดจนแนวทางการดาเนินการวิจยั ชดั เจนขนึ ้
2. ทาให้ทราบว่างานวิจยั ท่ีกาลงั ทานนั้ มีใครเคยทาไว้อย่างไร ลกั ษณะใด และควร
จะทาตอ่ ในลกั ษณะใด
3. ทาให้มองเห็นปัญหาการวิจัยชัดเจนมากย่ิงขึน้ และนาปัญหาที่พบมาหาแนว
ทางการแก้ไขปัญหา
4. ทาให้กาหนดกรอบความคิดในงานวิจยั ได้ชดั เจนมากย่ิงขนึ ้
5. ทาให้สร้างเครื่องมือในงานวิจยั ท่ีมีความเที่ยงตรงหรือตรงกบั สิ่งที่ต้องการทราบ
มากยง่ิ ขนึ ้
6. ทาให้ได้ข้อมลู สนบั สนนุ ในการอภิปรายงานวจิ ยั ซงึ่ จะทาให้ผลงานวิจยั มี
ความน่าเช่ือถือมากยง่ิ ขนึ ้


Click to View FlipBook Version