KUSK special content Economy The international
ผู้ช่ผู้ว ช่ ยศาสตราจารย์ณั ย์ ฐณั ฐิญฐิา จิตจิรฉ่ำ อาจารย์ปย์ระจำ วิชวิาเศรษฐศาสตร์ โรงเรียรีนสาธิตธิแห่งห่มหาวิทวิยาลัยลัเกษตรศาสตร์ วิทวิยาเขตกำ แพงแสน ศูนศูย์วิย์จัวิยจัและพัฒพันาการศึกศึษา ขอขอบคุณ คุ ผู้อำผู้ อำนวยการสร้า ร้ ง I couldn’t have done it without you
จากใจบรรณาธิธิ ธิ ก ธิ การ Cher Pichetvit บรรณาธิการ นางสาวเฌอ พิเชษฐวิทย์ CHER PICHETVIT สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ ปี 2023 นี้ก็เข้าสู่สถานการณ์โรคระบาด covid-19 เป็นปีที่3แล้ว ในระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ชีวิตประจำ วัน ของพวกเราผู้เขียนนิตยสาร Meow! Magazine ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย และหนึ่งในความเปลี่ยนแปลง เหล่านี้ก็ทำ ให้พวกเราได้รู้จักกับตัวเองมากขึ้น จนค้นพบความชอบและความสนใจใหม่ๆ ซึ่งพวกเราได้หยิบยก ขึ้นมานำ เสนอในนิตยสารฉบับนี้ค่ะ หัวข้อแรกเริ่มจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรฯ กำ แพงแสน โรงเรียนที่พวกเรากำ ลังศึกษาอยู่ ณ ปัจจุบันค่ะ ,หัวข้อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ,และหัวข้ออื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายตามความสนใจของพวก เราค่ะ สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านได้อ่านนิตยสารเล่มนี้อย่างมีความสุขและสนุกกับการอ่านค่ะ!
CON TENTS ToK U S pag K e.1 The international economy page. 15 P.135 ⋆ Food around the world P.143 ⋆ Best Vegan Dishes P.89 ⋆ FNC songs P.93 ⋆ Red velvet P.102 ⋆ 4eve P.113 ⋆ Trinity P.53 ⋆ Art terms P.57 ⋆ Pantone P.60 ⋆ Vtuber P.63 ⋆ Manhwa P.75 ⋆ Ikebana P.81 ⋆ Ear Piercing Introduction P.121 ⋆ Surreal places on earth P.126 ⋆ Sky of KPS เศรษฐกิจ ระหว่างประเทศ P.149 ⋆ Basketball P.156 ⋆ Badminton top5 players P.160 ⋆ Long doo di +แนะนำ ผู้เขียน ท้ายเล่ม!
K U S K Introduction to school
สีปสีระจำ โรงเรียรีน เขียว ม่วง คำ ขวัญวั การจัดการเรียนการสอนตามสมรรถฐาน ปฏิบัติการวิจัย ก้าวนำ ไกลด้านวิชาการ ปรัชรัญา สุวิชาโนภวํโหติ – ผู้มีความรู้ดี เป็นผู้เจริญ อัตอัลักลัษณ์ มุ่งมั่นศึกษา กล้าแสดงออก เอกลักลัษณ์ เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อจัดการเรียนรู้ มุ่งสู่ระดับอุดมศึกษา และฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู วิสัวิยสัทัศทัน์ จัดจัการศึกศึษาเพื่อ พื่ เป็นป็การสร้าร้งทางเลือลืกให้ผู้ห้เผู้รียรีนได้ พัฒพันาความรู้ มุ่งมุ่ สู่สสู่ ถาบันบัอุดอุมศึกศึษา โดยมีคมีวามเป็นป็ ผู้นำผู้ นำดำ รงคุณคุธรรมตามที่สั ที่ งสัคมต้อต้งการ 2
พันพัธกิจกิ 1. พัฒนาผู้เรียนให้เกิดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร และนำ มาใช้อย่างคุ้มค่า 2. พัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้นำ ที่ดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีศักยภาพพร้อมที่จะ ตัดสินใจและแสดงออกเพื่อมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 3. พัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการกลุ่ม เพื่อพัฒนากระบวนการคิด ให้ผู้เรียนมีศักยภาพในการแสวงหาความรู้ โดยใช้ภูมิปัญญาในมหาวิทยาลัย 4. พัฒนาผู้เรียนโดยส่งเสริมการออกกำ ลังกาย การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและสุนทรียศาสตร์ 5. พัฒนาคณาจารย์สู่มาตรฐานวิชาชีพขั้นสูง เป็นผู้นำ ด้านการศึกษาและวิจัย เพื่อผู้เรียน VOLUME II ปณิธณิาน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำ แพงแสนศูนย์วิจัยและ พัฒนาการศึกษามุ่งให้การสนับสนุนการผลิต บัณฑิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดการ ศึกษาเพื่อเป็นทางให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาส พัฒนาความรู้อันนำ ไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามที่ต้องการ โดยเน้นทักษะกระบวนการการ เรียนรู้ การฝึกปฏิบัติให้เกิดการคิดเป็น ทำ เป็น แก้ปัญหาได้ โดยมีนิสัยรักการอ่าน และแสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง 3
ตราสัญ สั ลัก ลั ษณ์ ประจำ โรงเรีย รี น : พระพิรุพิณ รุ ทรงนาค เริ่มจากสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ แต่สัญลักษณ์ของโรงเรียนจะ ไม่มีวงกลมซึ่งล้อมรอบกลีบดอกบัวและไม่มี คำ ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ. ศ. ๒๔๘๖ และมีสีม่วง ที่มาจากสีของ คณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็น ต้นสังกัดของโรงเรียน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตรา ร ร. ส. าธิต กเ ษต ฯร ตราร.ร.สาธิตธิเกษตรฯ กพส. ส่วนสัญลักษณ์ของโรงเรียน สาธิตเกษตรฯกพส.เรานั้น มาจากตราของมหาวิทยาลัย พร้อมมีป้ายด้านล่างกำ กับถึงโรงเรียน ซึ่งบนป้ายจะเป็นตัวหนังสือสีม่วง บนป้ายสีเทา 4
ในปี พ.ศ.2523 ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนโย บายที่จะเปิดดำ เนินการโรงเรียนสาธิตแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน เพื่อ จะได้สอดคล้องกับแผนพัฒนามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์และเป็นการส่งเสริมขยายงานทางด้าน การศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในชุมชน ด้วย ฉะนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้อนุมัติให้ เปิดโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้น ณ วิทยาเขตกำ แพงแสน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2523 โดยให้คณะศึกษาศาสตร์เป็นฝ่ายรับผิดชอบใน การจัดดำ เนินการเรียนการสอน ดังนั้นคณะศึกษา ศาสตร์จึงวางเป้าหมายที่จะให้โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ วิทยาเขตกำ แพงแสนเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาการ ศึกษาที่จะทำ การวิจัยการศึกษาในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาในเขตชนบทไปพร้อมกับการทดลอง จัดการเรียนการสอนแบบสมรรถฐานและการบริการ ทางวิชาการแก่ชุมชนด้วย ประวัติ วั โติ รงเรีย รี น เนื่องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีโครงการขยาย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้น ณ วิทยาเขต กำ แพงแสน อำ เภอกำ แพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อ เป็นแหล่งผลิตบุคลากรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาวิชาการเกษตรและอื่น ๆ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงกำ หนดเปิดใช้วิทยาเขต กำ แพงแสน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2522 เป็นต้นมา โดยมีคณะต่าง ๆ เริ่มเปิดดำ เนินการ คือ คณะเกษตรคณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ และบัณฑิต วิทยาลัย 5
เมื่อคณะศึกษาศาสตร์ได้รับคำ สั่งให้ดำ เนินการเปิดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาขึ้นที่วิทยาเขต กำ แพงแสน ในปี พ.ศ. 2523 นั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่ง เจนจิต คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ จึงได้ขออนุมัติ จากมหาวิทยาลัย เพื่อให้อาจารย์ของคณะศึกษาศาสตร์มาปฏิบัติราชการประจำ ที่โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ วิทยาเขตกำ แพงแสน ในระยะแรกมีทั้งหมด 11 ท่าน เพื่อเตรียมการก่อนเปิดการเรียนการสอนโดยมอบ หมายให้อาจารย์อุดร รัตนภักดิ์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่แทนอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์อีก 10 ท่าน คือ อาจารย์วังสรรค์ สุฉันทบุตร, อาจารย์ธาตรี แตงเที่ยง, อาจารย์นิตยา สอนอาจ, อาจารย์พงษ์ศิริ พานิช, อาจารย์โรจน์วงษ์ นุชสุวรรณ, อาจารย์ปัทมา โอสถเสน, อาจารย์สุนารี หวังไพบูลย์กิจ, อาจารย์สิทธิศักดิ์ นิรทัย, อาจารย์อรวรรณ์ พึ่งงาม และอาจารย์สมเกียรติ ศรีอนันตคม ปี พ.ศ.2523 โรงเรียนได้เปิดดำ เนินการจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 มีนักเรียน 12 คน โดยวางวัตถุประสงค์ของโรงเรียนดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาการศึกษาวิจัยและทดลองทฤษฎีทางการ ศึกษา และจิตวิทยาการศึกษาที่เหมาะสมสำ หรับเขต พื้นที่ชนบท เพื่อการพัฒนาการศึกษาชนบท 2. เพื่อการทดลองวิจัยเกี่ยวกับหลักสูตรในระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในการพัฒนาอาชีพ แขนงต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับพื้นภูมิประเทศ 3. เพื่อเป็นแหล่งสาธิตและเผยแพร่ผลงานการศึกษา เพื่อการพัฒนาการศึกษาชนบทให้มีประสิทธิภาพและ จะเป็นโรงเรียนที่เป็นพี่เลี้ยงสำ หรับโรงเรียนในชนบท ในพื้นที่ใกล้เคียง 4. เพื่อเป็นสถานที่สำ หรับฝึกปฏิบัติงานของ นิสิตคณะศึกษาศาสตร์ในการฝึกปฏิบัติงานครู ฝึกหัดการสอนทดลองวิจัยเกี่ยวกับแนวทางการ ปฏิบัติการเรียนการสอนตามหลักวิชา 5. เพื่อเป็นสถานที่สำ หรับกุลบุตร กุลธิดา ใน ท้องที่ชนบทที่จะศึกษาเล่าเรียนตามระดับความ สามารถทางสติปัญญา ความถนัด และความ สนใจ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคคลในชนบทให้ เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะนำ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจในการแก้ปัญหา เพื่อ เสริมสร้างชีวิตและสังคมให้ดีขึ้นอันเป็น รากฐานของพลเมืองดี 6
2532 Primary & Secondary โรงเรียนมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 2534 Nursery โรงเรียนได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้จัดการเรียนการสอนระดับอนุบาลศึกษาเพิ่มขึ้น 2546 Name Changing มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจากเดิมมาเป็นโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา (Kasetsart University Laboratory School, Kamphaeng Saen Campus, Educational Research and Development Center) โดยมีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะศึกษาศาสตร์ 2554 Science Program โรงเรียนได้รับอนุมัติจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ดำ เนินการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรห้องเรียน วิทยาศาสตร์ในโรงเรียน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการสนับสนุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน การกำ กับดูแลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน 2555 English Program มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อนุมัติให้โรงเรียนดำ เนินงานโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เป็นภาษาอังกฤษ (English Program) ปัจจุบันโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน จึงมีการ จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำ นวน 52 ห้องเรียน 7
เลขที่ 1 หมู่ 6 ตำ บลกำ แพงแสน อำ เภอกำ แพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140 โทรศัพท์: 034-351396 โทรสาร: 034-351909 เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา อีเมล: [email protected] เว็บไซต์: www.kus.kps.ku.ac.th 8
โครงการ วมว. เกษตรกำ แพงแสนฯ (SCiUS KU) โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำ กับ ดูแลของมหาวิทยาลัย หรือโครงการ วมว. เป็นโครงการจัดตั้ง ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนสำ หรับผู้เรียนที่มีความสามารถ พิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีมหาวิทยาลัย เป็นผู้กำ กับดูแลการดำ เนินการ การบริหาร จัดการหลักสูตรการ เรียนการสอนห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนซึ่งอาจเป็น โรงเรียนเครือข่ายหรือโรงเรียนในกำ กับของมหาวิทยาลัยโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) เป็นผู้ให้การสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน โครงการวมว. คือคือะไร ? สวัสดีนักอ่านทุกท่านครับ วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการวมว. สาธิตเกษตรกำ แพงแสนฯ (SCiUS KU) ในมุมมองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โครงการวมว. เกษตรฯ รุ่นที่ 11 ที่จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการนี้ในหลาก หลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การอยู่อาศัยชีวิตความเป็นอยู่ ประโยชน์ และข้อได้เปรียบที่จะได้รับ และ การรับสมัคร ทำ ไมต้อต้งเป็นป็วมว. เกษตรฯ ? ก่อนอื่นต้องขอบอกนักอ่านทุกท่านไว้ก่อนเลยว่าโครงการวมว.ทั่วประเทศไทย มีมากถึง19 คู่ศูนย์ มหาวิทยาลัยเลยทีเดียว ส่วนคำ ถามที่ว่าทำ ไมต้องเป็นลูกพระพิรุณ ทำ ไมต้องวมว. เกษตรฯ ก็เพราะว่าหลักสูตร ของโครงการวมว. เกษตรฯมุ่งพัฒนาให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี บูรณา การกับวิทยาการสาขาต่างๆ เพื่อให้มีความรู้และทักษะที่โดดเด่นทางด้านวิทยาศาสตร์เกษตรและอาหาร ก้าวไปสู่ เป็นนักวิจัยที่มีศักยภาพสูงในระดับสากล โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชาเลือกที่เปิดสอนจากคณะต่างๆใน วิทยาเขตกำ แพงแสนได้ตามความถนัดและความสนใจ ทางเราจึงได้รวบรวมจุดเด่นของทั้ง 19 ศูนย์มาให้นักอ่าน ได้พิจารณาอย่างหนำ ใจในนิตยสารฉบับนี้ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดเด่น: วิทยาศาสตร์-ธรรมชาติ, เรียนแบบ Problem based โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการวิจัย โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จุดเด่น: ห้องเรียน วิศว์-วิทย์, Story-based learning, อิสระ โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์ โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ-สุขภาพ 9
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีตามบริบทพื้นที่ เช่น การยาง อาหาร ฮาลาล เทคโนโลยีประมง เป็นต้น โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ แพงแสน จุดเด่น: วิทยาศาสตร์การเกษตรและอาหาร สัตวแพทยศาสตร์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ นาโนเทคโนโลยี และการวิจัย โรงเรียนสาธิต "พิบูลบำ เพ็ญ" มหาวิทยาลัยบูรพา โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยบูรพา จุดเด่น: ทักษะการคิดคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยานเรศวร จุดเด่น: นวัตกรรมชีวภาพการแพทย์ การพัฒนาเกษตรปลอดภัย โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาทักษิน จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ คณิตศาสตร์ พลังงานทดแทน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยพะเยา จุดเด่น: วิทยาศาสตร์การแพทย์ คณิตศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุดเด่น: วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เทคโนโลยีชีวภาพ โรงเรียนลือคำ หาญวารินชำ ราบ โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จุดเด่น: พลังงานและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนสวนกุหลาบรังสิต โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุดเด่น: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Project based learning โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยศิลปากร จุดเด่น: การบูรณาวิทยาศาสตร์และศิลป์ ศึกษาสสารและวัสดุ 10
ใช้หลักสูตรเดียวกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นอกจากนี้ยังมีการทำ สัมมนาทางวิทยาศาสตร์และทำ โครง งานวิทยาศาสตร์ เพื่อนำ เสนอในการประกวดโครงงาน SCiUS Forum เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน ให้มีความสามารถระดับสากล ยิ่งไปกว่านั้นยังมี ค่ายต่างที่บ่มเพาะให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความ สามารถ จากการเรียนที่เข้มข้น ควบคู่ไปกับการ ปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ ในโครงการวมว.เกษตรฯ นักเรียนจะต้องอยู่หอพักที่เรียกติดปาก กันว่า "หอเขียว" ในหอเขียวของเรานั้นก็จะมีสิ่งอำ นวยความสะดวก มากมาย ทั้งห้องประชุม ห้องฟิตเนส ห้องกิจกรรม ห้องสมุด ฯลฯ ซึ่ง ใน 1 ห้องนอนจะอยู่ด้วยกัน 3-4 คน ในส่วนของเรื่องชีวิตส่วนตัว แน่นอนว่าโครงการวมว. ขึ้นชื่อว่าเรียนหนักไม่เป็นสองรองใคร แต่ พวกเราที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การปั่น จักรยานเที่ยวในมหาวิทยาลัย เดินตลาดนัด เล่นดนดรี/เล่นกีฬาหน้า หอ เรียกได้ว่าใช้ชีวิตอย่างมี work-life balance สุดๆ ชีวิชีตวิการเรียรีน โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์ (มอ.สุราษฏร์ธานี) โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัยสงขลา จุดเด่น: ใช้ทักษะการปฏิบัติการวิจัย โรงเรียนสุรวิวัฒน์ โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี จุดเด่น: เน้นประสบการณ์ ด้านวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิตอิสลามศึกษาฯ โดยการกำ กับดูแล: มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จุดเด่น: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเรียนในโครงการนี้จะผสมผสานระหว่างการ เรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยโดย วิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ วิชาเลือกสาขาต่างๆ ได้แก่ สาขาเกษตร สาขาอาหาร และสาขาอืื่นๆ จะ เรียนกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยจากคณะต่างๆของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชีวิชีตวิ ในหอพักพั 11
สัังคมที่นี่ค่อนข้างจะอบอุ่นมากเลยทีเดียว เนื่องจากต้องอยู่ด้วย กันตลอด 24 ชั่วโมง ทำ ให้พวกเราชาววมว.ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ทั้งระหว่างนักเรียน รุ่นเดียวกันเอง หรือระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง เช่น กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมงานปีใหม่ กิจกรรมปัจฉิม เป็นต้น ในช่วงสอบก็จะมีการจัด ติวกันระหว่างนักเรียน เรียกได้ว่าเป็นสังคมที่ทุกคนช่วยกันเรียน ถามว่าทำ ไมสังคมในวมว.เกษตรถึงได้แน่นแฟ้นและต้องช่วยกันเรียนขนาดนี้ เพราะการจากลามันเจ็บปวดยังไงล่ะ... เนื่องจากนักเรียนโครงการ วมว. เป็น นักเรียนทุนเรียนฟรีและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จึงมีการพ้นสภาพการเป็น นักเรียนในโครงการ วมว. หรือที่เรียกสั้นๆว่า "ติดโปร" นักเรียนในโครงการ วมว. จะผ่านเกณฑ์การรักษาสภาพต้องได้คะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชา (GPAX) ไม่ต่ำ กว่า 2.50 และเกรดเฉลี่ยรวมวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไม่ต่ำ กว่า 3.00 หาก นักเรียนคนใดมีผลระดับคะแนนการเรียนต่ำ กว่าเกณฑ์ที่กำ หนดจะมีสภาพรอพินิจ (ติดโปร) ที่ต้องแก้ไขภายใน 1 ปีการศึกษา นักเรียนโครงการ วมว. จะได้ใช้สิ่งอำ นวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นห้อง ปฏิบัติการ เครื่องมือต่างๆ ของมหาวิทยาลัยในการสืบค้นเพิ่มเติมความรู้ของตน หลายๆคนบอกว่านักเรียนโครงการ วมว. คือนักเรียน 1% แรกของประเทศไทย แน่นอนว่าสิ่งนี้จะเป็นแต้มต่อให้กับพวกเราในการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะในรอบ 1 หรือ รอบ Portfolio จากกิจกรรมต่างๆที่โครงการจัดให้ นักเรียนโครงการ วมว. ได้ทำ ราวกับว่่านักเรียนโครงการ วมว. ได้สัมผัสชีวิตใน รั้วมหาวิทยาลัยไปก่อนล่วงหน้าแล้วเป็นเวลา 3 ปี รวมถึงมีโอกาสได้ทำ กิจกรรม ต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ เช่น การศึกษาดูงานทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ กีฬาสี ค่ายพัฒนาศักยภาพ เป็นต้น นอกจากนี้โครงการยังช่วย สนับสนุนในการแข่งขันภายนอกอีกด้วย สังสัคมในวมว. เกษตรฯ ข้อข้ได้เด้ปรียรีบและประโยชน์ที่น์ ไที่ ด้รัด้บรั 12
โครงการฯ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะดำ เนิน การรับสมัครนักเรียนในเดือนสิงหาคมของทุกปีทาง ระบบการรับสมัครนักเรียนของ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนทำ การตรวจสอบคุณสมบัติ เมื่อนักเรียนมีคุณสมบัติครบ ถ้วน จึงจะมีสิทธิ์ในการสอบคัดเลือก โครงการฯ โดยโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์จะเป็นผู้ดำ เนินการคัดเลือกนักเรียนใน รอบแรก โดยการสอบข้อเขียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในช่วงเดือน พฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือกโดยใช้คะแนนผลการสอบคัดเลือก โรงเรียนละ 150-300 อันดับแรก (ตามการรับของแต่ละศูนย์) โดยคะแนนลำ ดับที่ 150-300 (ตามการรับของแต่ละศูนย์) ให้คัดเลือกนักเรียนที่ได้คะแนนเท่ากันไว้ ทั้งหมด มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการแต่ละแห่งจะเป็นผู้ดำ เนินการสอบคัดเลือกรอบสอง โดยแยกกัน โดยอิสระในช่วงเดือนมกราคมของทุกปีโดยวิธีการสอบคัดเลือกใน ลักษณะเดียวกันกับการสอบรอบแรก มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกนักเรียนใน โครงการ วมว. แห่งละ 30 - 90 คน (ตามการรับของแต่ละศูนย์) พร้อมสำ รอง และ ส่งให้รายชื่อให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1. 2. 3. 4. 5. การรับ รั สมัค มั ร คุณคุสมบัติบัขติองนักนัเรียรีนผู้สผู้ มัคมัร กำ ลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าในปีการศึกษานั้น มีผลการเรียน ดังนี้ ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมทุกรายวิชาในชั้น ม.1 และ ม.2 ไม่ต่ำ กว่า 3.00 ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรายวิชาวิทยาศาสตร์ในชั้น ม.1 และ ม.2 ไม่ต่ำ กว่า 3.00 ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรายวิชาคณิตศาสตร์ในชั้น ม.1 และ ม.2 ไม่ต่ำ กว่า 3.00 มีสัญชาติไทย (มีเลขประจำ ตัวประชาชน) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการพักในหอพัก มีความขยันหมั่นเพียร มีความประพฤติดีและมีบุคลิกภาพเหมาะสม มีความตั้งใจเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในโครงการ และได้รับการสนับสนุน จากผู้ปกครอง สามารถพักอยู่ในโรงเรียนหรือสถานที่ที่โรงเรียนจัดไว้ให้ในลักษณะ โรงเรียนประจำ ได้ และสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือข้อบังคับของ หอพักหรือโครงการกำ หนดไว้ได้ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. ขั้นขั้ตอนการรับรั สมัคมัรและคัดคัเลือลืก 13
Scius Ku Vibe 14
เศรษฐกิจ ระหว่าง ประเทศ
การค้า การเงิน และการลงทุนระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศ เป็นการนำ เอาสินค้า ที่ผลิตได้ภายในประเทศเกินความต้องการส่งออกไป ขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้ากับประเทศอื่นที่ผลิตสินค้า ที่ภายในประเทศไม่สามารถผลิตได้ หรือต้องใช้ ต้นทุนในการผลิตสูงมาก ซึ่งแต่ละประเทศจะเลือก ผลิตสินค้าเฉพาะที่ตนถนัด และมีทรัพยากรที่เหมาะ สม เพื่อให้ได้ราคาต้นทุนที่ต่ำ สุด สาเหตุขตุองการค้าระหว่าว่งประเทศ เหตุผลที่แต่ละประเทศจำ เป็นต้องติดต่อ ค้าขายระหว่างกัน เพราะว่าไม่มีประเทศใดในโลกที่ สามารถผลิตสินค้าทุกอย่างได้ครบตามความ ต้องการของประชาชนในประเทศ แม้บางประเทศมีขีด ความสามารถทำ ได้ แต่อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน การที่แต่ละประเทศผลิตเฉพาะสินค้าที่ตนมีความ ถนัด หรือมีความได้เปรียบทางด้านต่าง ๆ จึงเป็นสิ่ง คุ้มค่าและเกิดประโยชน์แก่ทุก ๆ ประเทศร่วมกัน ดัง นั้น การค้าระหว่างประเทศถือเป็นการแบ่งงานกันทำ ระหว่างประเทศตามความชำ นาญและลักษณะของ ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ ซึ่งจะทำ ให้เกิดการใช้ ทรัพยากรของโลกให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การ ที่แต่ละประเทศมีความได้เปรียบหรือความถนัดใน การผลิตสินค้าหรือบริการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยต่อไปนี้ 1. ลักษณะทางภูมิศาสตร์ จากการที่ประเทศ ต่าง ๆ มีพื้นที่กระจายอยู่ในเขตต่าง ๆ ของโลกทำ ให้ เกิดความแตกต่างในสภาพภูมิอากาศ เช่น ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ พืชพันธุ์ธรรมชาติ และทรัพยากรอื่น ๆ จึงทำ ให้มีการผลิตที่แตก ต่างกัน เช่น บางประเทศมีที่ดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก หรือเน้นด้านสินค้า เกษตร บางประเทศอุดมด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ แหล่งน้ำ มัน เหล็ก ทองแดง บางประเทศอุดม ไปด้วยภูเขา ป่าไม้ หรือเป็นทะเลทรายที่แห้ง แล้ง บางประเทศอากาศหนาว ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ ทำ ให้แต่ละประเทศมีความชำ นาญในการผลิต สินค้าที่แตกต่างกันไป สำ หรับประเทศไทยมีอากาศร้อนและ ฝนตกชุก มีที่ดินเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชผล ทางการเกษตร เรามีความได้เปรียบในด้านการ ผลิตสินค้าเกษตร ขณะเดียวกัน ประเทศใน แถบตะวันออกกลางมีสภาพภูมิอากาศเป็น ทะเลทราย อากาศร้อนและแห้งแล้ง ไม่เหมาะ แก่การเพาะปลูก แต่ประเทศเหล่านี้มีแหล่ง น้ำ มันดิบจำ นวนมาก ฉะนั้นกลุ่มประเทศใน ตะวันออกกลางจึงเป็นแหล่งผลิตน้ำ มันที่สำ คัญ ของโลก 16
3. ความชำ นาญในการผลิต ในแต่ละประเทศ ประชากรมีความแตกต่างกันทางเชื้อชาติ รวมทั้งต่าง ทางด้านสภาพแวดล้อม สังคม เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา ประสบการณ์ ทำ ให้ประชาชนในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันและยังมีความชำ นาญในการผลิตที่ต่างกันตามที่มีการส่ง สมมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่น บางประเทศมีความชำ นาญด้านสินค้าหัตถกรรม บางประเทศมีการพัฒนา อุตสาหกรรมมาตั้งแต่อดีต จึงมีความชำ นาญในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม 4. นโยบายการลงทุนของรัฐบาล ในประเทศต่าง ๆ ที่มีการลงทุนเพื่อการผลิตสินค้าและบริการ ประเภทใดหนึ่งมาก อาจขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยสร้างศักยภาพทางการผลิตสินค้าประเภทนั้น ๆ การผลิตสินค้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการลงทุนทางด้านการวิจัยและพัฒนา โดยที่ประเทศซึ่งมีการลงทุนด้านนี้สูง มักจะได้เปรียบในการแข่งขันและการขยายตลาดสินค้า นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับนโยบายภาษีที่เอื้อต่อการ ลงทุนด้วย 2. ทรัพยากรธรรมชาติ สืบเนื่องจากการที่ แต่ละประเทศตั้งอยู่ในภูมิภาคโลกที่แตกต่างกัน ก่อ ให้เกิดความแตกต่างของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือว่า ทรัพยากรธรรมชาติเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ใช้ใน กระบวนการผลิตสินค้าและบริการ ผลของความแตก ต่างดังกล่าวทำ ให้แต่ละประเทศมีความสามารถหรือมี ความเหมาะสมในการผลิตสินค้าที่แตกต่างกันตาม ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น ประเทศที่ มีแร่เหล็กมากสามารถผลิตสินค้าที่ใช้เหล็กเป็น วัตถุดิบได้ดีกว่าหรือคุ้มทุนกว่าประเทศที่ไม่มีแร่เหล็ก การประสานประโยชน์ทางการค้า การที่แต่ละประเทศจำ เป็นต้องมีการติดต่อด้าขายกัน ก่อให้เกิดการประสานประโยชน์ทางการค้าที่ เอื้อต่อกันและกัน ดังนี้ 1. สินค้าประเภทที่ไม่อาจผลิตได้ในประเทศ เราอาจหาซื้อจากประเทศอื่น ๆ ทำ ให้มีสินค้าและ บริการต่าง ๆ ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น นั่นก็คือประชาชนมีโอกาส เลือกบริโภคสินค้าที่ตนเองพอใจได้มากประเภทขึ้น 2. สินค้าประเภทที่สามารถผลิตขึ้นได้ในประเทศแต่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการที่ สั่งซื้อสินค้ามาจากประเทศอื่น ดังนั้น การค้าระหว่างประเทศจึงทำ ให้ประชาชนสามารถบริโภคสินค้าในราคา ที่ถูกลงกว่าที่จะผลิตเองภายในประเทศ 3. สร้างความชำ นาญและการแบ่งงานกันระหว่างประเทศ ประเทศที่มีความชำ นาญหรือความถนัดใน การผลิตสินค้าชนิดใด จะสามารถผลิตสินค้าชนิดนั้นได้ตามความชำ นาญหรือตามความเหมาะสมของ ทรัพยากรธรรมชาติ สภาพภูมิศาสตร์และสภาพภูมิประเทศ ผลดังกล่าวจะทำ ให้เกิดความชำ นาญเฉพาะอย่าง ซึ่งก่อให้เกิดแรงกระตุ้นในการคิดค้น ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ เพื่อสนองตอบต่อ ความต้องการของประชากรโลก 17
การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จำ เป็น ต้องมีสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน นั่นคือ เงินตรา ต่างประเทศ จนพัฒนามาเป็นระบบการเงินระหว่าง ประเทศ โดยแต่ละประเทศจะกำ หนดสกุลเงินของ ตนเพื่อใช้กำ หนดค่าในการซื้อขายสินค้า อีกทั้งบาง ประเทศได้เล็งเห็นโอกาสในการที่จะไปลงทุนใน ประเทศอื่นเพื่อแสวงหาทรัพยากรหรือความได้ เปรียบในการแข่งขันทางการค้า ดังนั้น เราจำ เป็น ต้องศึกษาเรื่องการเงินระหว่างประเทศ เพื่อจะได้ เข้าใจกลไกการแลกเปลี่ยนซื้อขายระหว่างประเทศ ตลอดจนการกำ หนดนโยบายเกี่ยวกับอัตราแลก เปลี่ยน ดุลการชำ ระเงิน รวมทั้งการลงทุนระหว่าง ประเทศ การเงินระหว่างประเทศ กลไกการชำ ระเงินงิระหว่าว่งประเทศ ในแต่ละประเทศต่างกำ หนดสกุลเงินของตนเองเพื่อนำ ไปใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนของ ประเทศได้ เช่น ประเทศไทยใช้สกุลเงินบาท ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ประเทศญี่ปุ่นใช้ สกุลเงินเยน ดังนั้นในการค้าระหว่างประเทศ หากประเทศไทยต้องการซื้อสินค้าจากประเทศใด ประเทศไทย จะต้องนำ เงินบาทไปแลกเงินสกุลเดียวกันในประเทศนั้น เพื่อเป็นการชำ ระเงินค่าสินค้า เช่น ประเทศไทย ต้องการซื้อเครื่องจักรกลจากสหรัฐอเมริกา ผู้ซื้อชาวไทยต้องชำ ระค่าเครื่องจักรกลนั้นเป็นงินสกุลดอลลาร์ สหรัฐ แต่การจะนำ เงินสดไปนั้นเป็นเรื่องลำ บาก เพราะเแต่ละประเทศมีระยะทางที่ห่างไกลกัน เกิดปัญหา เรื่องการขนส่งสิ้นเปลืองเวลาและไม่สะดวก ดังนั้น เพื่อให้การค้าเพิ่มขึ้นและเพื่อลดปัญหาดังกล่าว การชำ ระ หนี้ระหว่างประเทศโดยทั่วไปจึงใช้สื่อกลางประเภทต่าง ๆ แทนเงินที่เรียกว่า ตราสารเครดิต (Credit Instruments) เช่น ดราฟต์ ตั๋วแลกเงินประเทศต่าง ๆ ซึ่งดราฟต์และตั๋วแลกเงินมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน 18
ดราฟต์ (Draft) จะใช้ในกรณีชำ ระหนี้ในวงเงิน น้อย ๆ โดยการซื้อดราฟต์ของธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ซึ่งมี สาขาอยู่ที่ประเทศที่เราต้องการชำ ระเงินค่าสินค้า จากนั้นก็ ส่งดราฟต์ไปที่เจ้าของสินค้าเพื่อชำ ระหนี้โดยตรง เมื่อ เจ้าของสินค้าได้รับการชำ ระเป็นดราฟต์ก็สามารถนำ ไป แลกเป็นเงินจากธนาคารตามที่ระบุไว้ในดราฟต์นั้น ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange) จะใช้สำ หรับการ ค้ารายใหญ่ ๆ เนื่องจากผู้ส่งสินค้าออกไม่จำ เป็นต้องเรียก เก็บเงินจากลูกหนี้ต่างประเทศโดยตรง แต่สามารถเรียก เก็บเงินผ่านธนาคารที่ลูกหนี้สั่งจ่ายได้ ซึ่งมีความสะดวก มาก ในทางปฏิบัติแล้ว การชำ ระเงินระหว่างประเทศอาจ ชำ ระด้วยเงินสกุลหลัก ๆ ที่ทั่วโลกยอมรับเป็นสื่อกลางใน การแลกเปลี่ยนได้ เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ เงินปอนด์ของ อังกฤษ เงินเยนของญี่ปุ่น ดังนั้น ในการเดินทางไปซื้อ สินค้าที่ต่างประเทศก็สามารถชำ ระค่าสินค้าได้ด้วยเงินตรา สกุลที่สำ คัญ ๆ ได้ โดยปกติการค้าระหว่างประเทศ คู่ค้ามักชำ ระเงินโดยผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงิน ดังนั้น ธนาคารต่าง ๆ จึงนิยมมีสาขาหรือตัวแทนอยู่ในเมืองสำ คัญ ๆ ในต่างประเทศ เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน เพื่อให้ บริการทางด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งธนาคารมีรายได้จากธุรกรรมประเภทนี้ด้วย อัตราแลกเปลี่ยนเงินงิตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (Exchange Rate) หมายถึง ราคาของเงินตราสกุลใดสกุล หนึ่งจำ นวน 1 หน่วย ที่นำ ไปคำ นวณเทียบกับหน่วยของเงินอีกสกุลหนึ่ง ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยน ระหว่างเงินสกุลดอลลาร์กับเงินบาท 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33 บาท อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่าง ประเทศ จะมีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบอัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละ ประเทศ 19
ดุลดุการชำ ระเงินงิ (Balance of Payment) ดุลการชำ ระเงิน หมายถึง บัญชีบันทึกการรับและการจ่ายเงินตราต่างประเทศของประเทศหนึ่งกับ ประเทศอื่น ๆ อันเนื่องมาจากการดำ เนินธุรกรรมแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในช่วงเวลาใดเวลา หนึ่ง ปกติกำ หนดไว้ 1 ปีตัวอย่างธุรกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น การค้าระหว่างประเทศ การลงทุน ระหว่างประเทศ การให้ความช่วยเหลือและการกู้ยืมเงินระหว่างประเทศ ลักษณะของดุลการชำ ระเงิน 1. ดุลการชำ ระเงินเกินดุล (Favorable Balance of Payments) หมายถึง การที่ประเทศมีรายรับ รวมมากกว่ารายจ่ายรวมจากการดำ เนินธุรกรรมแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2. ดุลการชำ ระเงินขาดดุล (Unfavorable Balance of Payments) หมายถึง ประเทศมีรายรับ รวมน้อยกว่ารายจ่ายรวมจากการดำ เนินธุรกรรมแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 3. ดุลการชำ ระเงินสมดุล (Equilibrium Balance of Payments) หมายถึง การที่ประเทศมีรายรับ รวมเท่ากับรายจ่ายรวมจากการดำ เนินธุรกรรมแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การบันทึกรายการในดุลการชำ ระเงิน แบ่งเป็น 4 บัญชีใหญ่ ๆ 1. บัญชีเดินสะพัด (Current Account) เป็นบัญชีที่บันทึกรายการซื้อขายสินค้าและบริการ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน - บัญชีการค้า (Balance of Trade) เป็นบัญชีที่แสดงให้เห็นถึงฐานะทางการ ค้าระหว่างประเทศของประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่ง ประกอบด้วยการส่งออกและการนำ เข้า - บัญชีบริการ (Services Account) เป็นบัญชีที่บันทึกรายรับและรายจ่าย ของบริการระหว่างประเทศ ประกอบด้วยค่าใช้จ่าย ในการเดินทางท่องเที่ยว ค่าขนส่ง ค่าระวาง ค่า ประกันภัย และอื่น ๆ ซึ่งรวมอยู่ในหมวดของการ บริการระหว่างประเทศ ดอกเบี้ยและเงินปันผล เป็นผลตอบแทนที่ประเทศต่าง ๆ ได้รับจากการนำ เงินทุนไปลงทุนยังต่างประเทศ - บัญชีเงินโอนและเงินบริจาค (Unrequited Transfer Account) เป็นบัญชีที่ บันทึกรายการเงินโอนหรือบริจาคระหว่างประเทศ เงินโอนหรือบริจาค หมายถึง เงินช่วยเหลือแบบให้ เปล่าโดยไม่ได้รับสินค้าบริการใด ๆ เป็นการ ตอบแทน ซึ่งมีทั้งเงินโอนของเอกชนและรัฐบาล ตัวอย่างเงินโอนของเอกชน ได้แก่ การส่งเงินไปให้ ญาติพี่น้องที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการส่ง ลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ ตัวอย่างเงินโอนจากรัฐบาล ได้แก่ การให้ความ ช่วยเหลือระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการ ให้ความช่วยเหลือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือ องค์กรระหว่างประเทศต่อรัฐบาล เช่น การให้ทุน ไปศึกษาหรือดูงานต่างประเทศ การส่งสิ่งของไป ช่วยผู้ประสบภัยต่าง ๆ ในต่างประเทศ 20
2. บัญชีทุนเคลื่อนย้าย (Capital Movement Account) เป็นบัญชีที่บันทึกรายการ การรับเช้าและจ่ายออกของเงินตราต่างประเทศ ทั้ง ของรัฐบาลและเอกชน เป็นเรื่องของการลงทุน ระหว่างประเทศ โดยแบ่งเป็น - การลงทุนโดยตรง (Direct Investment) เป็นการนำ เงินไปลงทุนโดยผู้ลงทุน จะเข้าไปดำ เนินกิจการ และมีการนำ เอาทรัพยากร ในการผลิต แรงงาน เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าไปยัง ประเทศที่จะเข้าไปลงทุน - การลงทุนทางอ้อม (Indirect Investment) เป็นการลงทุนที่นำ เพียงเงินทุน เข้าไปลงทุนเท่านั้น เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์ หรือตราสารการเงินต่าง ๆ การฝากเงินที่ธนาคาร ต่างประเทศ นอกจากนั้นบัญชีนี้ยังรวมรายการการ ให้กู้ยืมเงินระหว่างประเทศทั้งของรัฐบาลและ เอกชนด้วย 3. บัญชีทุนสำ รองระหว่างประเทศ (International Reserves Account) เรียกอีก อย่างหนึ่งว่า ทุนสำ รองทางการ (Official Reserves) ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงฐานะทางการเงิน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้า ประเทศมีทุนสำ รองทางการอยู่ในระดับสูง กล่าว ได้ว่า ประเทศนั้นค่อนข้างจะมีเสถียรภาพภายนอก ดี ตรงกันข้ามถ้าประเทศมีทุนสำ รองอยู่ในระดับ ต่ำ ก็จะมีเสถียรภาพภายนอกไม่ดี ตัวอย่างของ ทุนสำ รองระหว่างประเทศ ได้แก่ ทองคำ เงินตรา ต่างประเทศ หลักทรัพย์ต่างประเทศ สิทธิพิเศษ ถอนเงิน (Special Drawing Rights or SDRs) 4. บัญชีความผิดพลาดและคลาดเคลื่อน ทางสถิติ (Error and Omissions) บัญชีนี้เกิดขึ้น เพื่อเก็บตกข้อผิดพลาดและความคลาดเคลื่อนใน การจัดเก็บสถิติที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เกิดขึ้น ระหว่างประเทศ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วกับการ เปลี่ยนแปลงของระดับทุนสำ รองระหว่างประเทศ ในแต่ละช่วงเวลา กล่าวคือ บัญชีนี้เป็นตัวปรับ รายการความคลาดเคลื่อนทางสถิติ เพื่อให้ผลรวม ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น มีค่าเท่ากับการเปลี่ยนแปลงของทุนสำ รองระหว่าง ประเทศ การแก้ไขดุลการชำ ระเงิน ในกรณีประเทศมีดุลการชำ ระเงินขาดดุล คือ มียอดคงเหลือในบัญชีเดินสะพัดเทียบกับยอด คงเหลือของการลงทุนระยะยาวแล้วติดลบ ซึ่งถ้า ขาดดุลหลายปีติดต่อกันจะทำ ให้ประเทศต้องสูญ เสียทองคำ หรือเงินตราต่างประเทศไปมาก หรือมิ ฉะนั้นก็ตกเป็นหนี้สินมีภาระผูกพันกับต่างประเทศ มากขึ้น ประเทศที่ตกอยู่ในฐานะเช่นนี้จึงมัก พยายามหาทางแก้ไขปัญหาดุลการชำ ระเงินที่ขาด ดุลให้หมดสิ้นไป ซึ่งมักนิยมแก้ไขโดยการส่งเสริม การส่งสินค้าออกและจำ กัดปริมาณสินค้านำ เข้าให้ น้อยลง เช่น การลดราคาสินค้าส่งไปจำ หน่ายใน ตลาดต่างประเทศ การลดค่าอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ตรา การควบคุมสินค้าเข้า ส่งเสริมการส่งออกมาก ขึ้น ลดการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย 21
การลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment) หมายถึง การที่รัฐบาลหรือเอกชนของ ประเทศหนึ่ง นำ เงินไปลงทุนดำ เนินธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำ ไรในอีกประเทศหนึ่ง เดิมการลงทุนระหว่าง ประเทศส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโดยการซื้อหลักทรัพย์หรือพันธบัตรของต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศที่ขายหลัก ทรัพย์หรือพันธบัตรมีเงินสำ หรับขยายการผลิต ปัจจุบันการลงทุนระหว่างประเทศส่วนใหญ่มาในรูปแบบของ การดำ เนินงานโดยวิสาหกิจ และมีสถาบันทางการงินของเอกชนเป็นผู้จัดหาเงินทุนสำ หรับโครงการต่าง ๆ ทั้งนี้หากปริมาณเงินทุนภายในประเทศเพียงพอกับความต้องการของเงินทุนเพื่อการสะสมภายใน ประเทศก็ไม่มีความจำ เป็นที่รัฐบาลหรือเอกชนในประเทศนั้นจะต้องไปแสวงหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ แต่ถ้าปริมาณเงินทุนภายในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการเงินทุนในการสะสมทุนของรัฐบาลหรือ เอกชน ประเทศนั้นก็จำ เป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศ หรือรัฐบาลอาจต้องหามาตรการจูงใจให้นักลงทุนชาว ต่างประเทศมาลงทุนในประเทศมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าปริมาณเงินทุนหรือเงินออมภายในประเทศมี มากกว่าความต้องการของเงินทุนรัฐบาลหรือเอกชนของประเทศนั้น อาจทำ การปล่อยกู้ หรือนำ เงินไปลงทุน ในประเทศอื่น การลงทุนระหว่างประเทศ ลักษณะการลงทุนทุ 1. การลงทุนโดยตรง (Direct Investment) เป็นการใช้เงินไปลงทุนในโครงการที่คาดว่าจะสามารถ ทำ ประโยชน์หรือสามารถสร้างรายได้ในอนาคต ตัวอย่างเช่น การนำ เงินไปซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มกำ ลัง การผลิต การลงทุนทางตรง อาจเป็นการลงทุนภายในประเทศเองหรือเป็นการลงทุนจากต่างประเทศก็ได้ การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) เป็นการนำ เงินไป ลงทุนโดยผู้ลงทุนเข้าไปดำ เนินกิจการ มีการนำ ทรัพยากรการผลิต แรงงาน และเทคโนโลยีเข้าไปยังประเทศ ที่เข้าไปลงทุน การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศเป็นการลงทุนระยะยาว ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยนำ เงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ มีการจ้างแรงงาน และมีการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีให้ กับคนในประเทศที่เข้าไปลงทุน เช่น ผู้ลงทุนชาวญี่ปุ่นนำ เงินมาลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ทำ ให้มีการนำ เงินมาลงทุน มีการจ้างแรงงานเข้าทำ งานในโรงงาน และมีการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี การผลิตรถยนต์ให้คนไทย 2. การลงทุนทางอ้อม (Indirect Investment) เป็นการนำ เงินไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้นสามัญของบริษัท หุ้นกู้ หน่วยลงทุน หลังจากนั้นบริษัทผู้ระดมทุนจะนำ เงินไปลงทุนในโครงการของตน หรือเป็นผู้ตัดสินใจลงทุนแทนผู้ลงทุนอีกต่อหนึ่ง การนำ งินออมไปฝากไว้กับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร เพื่อให้ได้รับดอกเบี้ย ก็เป็นการลงทุนทางอ้อม เนื่องจากธนาคารจะนำ เงินฝากไปปล่อยกู้ให้กับผู้ลงทุนใน โครงการต่าง ๆ การลงทุนทางอ้อมอาจเป็นการลงทุนของนักลงทุนในประเทศหรือเป็นการลงทุนจากนักลงทุน ต่างประเทศก็ได้ แหล่งระดมเงินทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศที่สำ คัญ คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 22
ผลดี-ผลเสียสีของการลงทุนทุระหว่าว่งประเทศ ก่อให้เกิดการขยายตัวทางการค้าระหว่าง ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าที่ดำ เนินไป ระหว่างประเทศที่เข้าไปลงทุนกับประเทศที่รับ การลงทุนนั้น เปิดโอกาสให้ประเทศที่ขาดเงินทุนและ เทคโนโลยีสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมและ การใช้ทรัพยากรของตนเองได้ โดยอาศัย ความช่วยเหลือจากประเทศที่มีความสามารถ และมีความพร้อมมากกว่า เปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศที่ยังมี เทคโนโลยีที่ไม่ก้าวหน้าได้เรียนรู้วิทยาการ และประสบการณ์ท่างด้านอุตสาหกรรมและ การค้าเพิ่มขึ้นจากชาวต่างประเทศที่เข้าไป ลงทุน ส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจระหว่าง ประเทศที่มีการลงทุนและการค้าร่วมกัน ผลดีของการลงทุนระหว่างประเทศ ประเทศที่เข้าไปลงทุนอาจจะเอารัดเอา เปรียบประเทศที่รับการลงทุนในด้านของ การแบ่งปันผลประโยชน์ และการใช้ ประเทศที่รับการลงทุนมักตกเป็นเบี้ยล่าง ทรัพยากรธรรมชาติในทางเศรษฐกิจของ ประเทศที่เข้าไปลงทุนซึ่งมีอำ นาจเศรษฐกิจ สูงกว่า บางครั้งอาจเกิดการขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่รับการลงทุนเป็นประเทศที่เข้าไปลงทุน จนกลายเป็นกรณีพิพาททางการเมือง ผลเสียของการลงทุนระหว่างประเทศ 23
การเปิดปิเสรีท รี างเศรษฐกิจกิของประเทศ ในช่วง พ.ศ. 2500-2504 รัฐบาลมีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนเพื่อกิจการอุตสาหกรรม พ.ศ. 2503 เพื่อส่งเสริมให้ เอกชนไทยและต่างชาติเข้ามามีบทบาทด้านเศรษฐกิจมากขึ้น ในภาพรวมของเศรษฐกิจ ไทยภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ภาคกษตรได้ลดความสำ คัญลงเนื่องจาก สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ประสบปัญหาในการเพาะปลูก การแปรรูปม้สักลดลงเพราะนื้อที่ ป้าลดลง ยางพารามีปัญหาด้านการตลาดเพราะมีการผลิตยางสังเคราะห์ขึ้นมาใช้แทน ในขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมและบริการได้มีความสำ คัญเพิ่มขึ้น รัฐบาลได้ส่งเสริม ให้ภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่น มีการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจเป็นจำ นวน มาก การส่งเสริมอุตสาหกรรมของภาคเอกชทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และนับจาก พ.ศ. 2504ที่ประเทศไทยได้เริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นต้นมา รัฐบาลได้ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรี โดยให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ ส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ และให้ความสำ คัญกับทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศและ การค้าระหว่างประเทศ เน้นการจัดให้มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานางเศรษฐกิจและการ อำ นวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจเอกชน รวมทั้งเน้นการพัฒนา อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก วิวัวิฒวันาการของการเปิดปิเสรีทรีางเศรษฐกิจกิ ในยุคยุโลกาภิวัภิตวัน์ขน์องไทย โดยทั่วไปนักประวัติศาสตร์กำ หนดให้ช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2488) เป็นสมัยปัจจุบัน ซึ่งในสมัยนี้เป็นช่วงเวลาที่ทคโนโลยีก้าวหน้าสูงสุดทุกด้านทำ ให้ชาวโลก สามารถรับ ข่าวสารที่เกิดขึ้นในทุกจุดของโลกจัดเป็นยุค"โลกาภิวัตน์" (globalization) ที่ ชาวโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างไร้พรมแดน ในช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่2 สหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรรษฐกิจและเทคนิค แก่ไทย และการที่ไทยจะต้องลดการกีดขวางทางด้านการค้าระหว่างประเทศลง ซึ่งแสดงให้ เห็นว่าสหัฐอเมริกาค้องให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลกทุนนิยม แต่ข้อตกลง นี้ไม่ได้สอดคล้อง กับนโยบายเศรษฐกิจชาตินิยมของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม 24
ปัจปัจัยจัทางเศรษฐกิจกิที่ทำ ที่ ทำให้เห้กิดกิการเปิดปิเสรีทรีางเศรษฐกิจกิของประเทศไทย 1. ความสามารถในการผลิตมากขึ้น ประทศไทยสามารถผลิตสินคทมคุณภาพเพื่อการส่งออกได้อย่างหลากหลาย ทำ ให้สามารถกระจายการ ค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ในขณะเดียวกันก็มีความต้องการสินค้าที่ไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศ หรือใช้ทุนสูงในการผลิตจึงต้องมีการนำ เข้าจากต่างประเทศ 2. แรงงานที่มีคุณภาพและค่าจ้างแรงงานต่ำ ประเทศไทยมีแรงงานที่มีคุณภาพและค่าจ้างแรงงานยังแยู่ในระดับต่ำ ทำ ให้อุตสาหกรรมที่ค้องใช้แรงงาน ของไทยมีต้นทุนการผลิตต่ำ ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมของไทยและอุตสาหกรรมที่เกิดจากการลงทุน ระหว่างประเทศ 3. นโยบายเปิดเสรีทางเสรษฐกิจ รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ให้การสนับสนุนการเปิดการค้าเสรี 4. นโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ ประเทศมหาอำ นาทชจทางเศรษฐกิจหลายประเทศดำ เนินนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ เพื่อไม่ ให้สินค้าจากต่างประเทศมาแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตในประเทศตน จึงทำ ให้ประเทศไทยต้องแสวงหาตลาด ส่งออกแห่งใหม่ 5. การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในโลก ความต้องการสินค้าที่มีความหลากหลายในตลาดโลกเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ ประเทศต่างๆในโลก 6. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อไดค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนตัวลงก็จะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออก ถ้าค่าเงินบาทแข็งขึ้นการส่งออก ของไทยจะลดลง 25
ผลกระทบของการเปิดปิเสรีทรีางเศรษฐกิจกิของประเทศไทย ที่มี ที่ ต่มีอต่ภาคการเกษตร ภาคอุตอุสาหกรรม ภาคการค้าค้และบริหริาร 1. ผลกระทบที่มีต่อภาคการเกษตร ส่งผลให้มีการแข่งขันเพื่อพัฒนาและวิจัยค้นหา พันธ์ุพพืชและสัตว์ รวมถึงคิดค้นเทคโนโลยี ใหม่ๆซึ่งจะช่วยเพื่มความสามารถในการผลิต ทางด้านเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตที่ดี มี ปริมาณมากและหลากหลาย เพียงพอต่อ ความต้องการของประชาชน ช่วยให้ราคาของสินค้าเกษตรหลายชนิดใน ตลาดมีราคาไม่สูง ทำ ให้ประชาชนได้รับ ประโยชน์ ประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ด้านบวก 1. 2. อาจนำ ไปสู่การระบาดของโรคพืชและสัตว์ เนื่องจากจากการเปิดเสรประเภทเกษตร จะ ทำ ให้เกิดการขนส่งพืชและสัตว์เข้ามาจำ หน่าย ในประเทศคู่ค้าได้อย่างเสรี หากมีการระบาด ของโรคก็จะทำ ให้การระบาดนั้นเป็นไปอย่าง รวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นเหตุให้พืชและสัตว์พื้นเมืองบางชนิด ต้องสูญพันธ์ุเนื่องจากขาดการส่งเสริมให้เลี้ยง หรือไม่มีประโยชน์ทางเสรษฐกิจมาก ประชาชนจึงไม่เห็นคุรค่า หากประเทศคู่ค้ามีสินค้าเกษตรกรรมประเภท เดียวกันและส่งเข้ามาจำ หน่ายในประเทศไทย เป็นจำ นวนมากในราคาถูกกว่า อาจทำ ให้สิน เกษตรของไทยมีราคาต่ำ ลง ซึ่งอาจส่งผลโดย รวมต่อการพัมนาเศรษบกิจของไทย ด้านลบ 1. 2. 3. 26
ผลกระทบของการเปิดปิเสรีทรีางเศรษฐกิจกิของประเทศไทย ที่มี ที่ ต่มีอต่ภาคการเกษตร ภาคอุตอุสาหกรรม ภาคการค้าค้และบริหริาร 2. ผลกระทบที่มีต่อภาคอุตสาหกรรม ช่วยส่งเสริมให้มีการพัฒนาทางด้าน อุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้าน คุณภาพและปริมาณของสินค้า เพื่อให้สามรถ แข่งขันกับต่างประเทศได้ ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ เนื่องจากกราด เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมจะทำ มีความต้องการ แรงงานเป็นจำ นวนมาก จึงเกิดการจ้างงาน เพิ่มมากขึ้น มีการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างสม่ำ เสมอ เพื่อ ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ เทคโนโลยีต่างๆทำ ให้ประเทศมีแรงงานฝีมือดี เป็นที่ต้องการของตลาดแรงานทั่วโลก ด้านบวก 1. 2. 3. การเปิดเสรีทางการค้า จะส่งผลให้มีการขยาย การผลิตทางด้านอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีส่วนทำ ให้วิถีการดำ เนินชีวิตที่ดีงามของ ประชาชนในท้องถิ่นถูกละเลย การขยายตัวของการผลิตทางด้าน อุตสาหกรรมจะมีผลให้สิ่งแวดล้อมต่างๆถูก ทำ ลายไปด้วย ทำ ให้เกิดปัญหามลพิษซึ่งเป็น อันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ทำ ให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากการผลิตสินค้าทางด้านอุตสาหกรรม จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมาชาติเพื่อเป็นปัจจัย การผลิตเ)้นจำ นวนมาก ทำ ให้ปริมาณของ ทรัพยากรลดลงอย่างรวดเร็ว ด้านลบ 1. 2. 3. 27
ผลกระทบของการเปิดปิเสรีทรีางเศรษฐกิจกิของประเทศไทย ที่มี ที่ ต่มีอต่ภาคการเกษตร ภาคอุตอุสาหกรรม ภาคการค้าค้และบริหริาร 3. ผลกระทบที่มีต่อภาคการค้าและบริการ การเปิดเสรีทางการค้า ส่งผลทำ ให้มูลค่าการ ลงทุน การผลิตและการจ้างงานมีการขยายตัว เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบ เศรษฐกิจของประเทศที่มีอัตราการเจริญ เติบโตเพิ่มมากขึ้น ทำ ให้ประเทศได้รับความสะดวกทางด้าน การนำ เข้า-ส่งออกวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการ ค้าและการบริการต่างๆ รวมทั้งเพิ่มช่องทางใน การไปลงทุนในต่างประเทศ ทำ ให้ผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าและบริการ ต่างๆในราคาที่เป็นธรรม สินค้าและบริการมี ความหลากหลายและมีคุณภาพดีเนื่องจาก การเปิดเสรีทางด้านการค้าและบริการจะ ทำ ให้มีจำ นวนผู้ผลิตเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงต้อง แข่งขันกันอย่างมากในการพัฒนาสินค้าและ การตั้งราคาให้เป็นที่ดึงดูด เพื่อจำ หน่ายสินค้า และบริการของตน ด้านบวก 1. 2. 3. การเปิดเสรีทางด้านการค้าและบริการ อาจนำ ไปสู่การแสวงหาผลกำ ไนของนักลงทุนอย่าง ไม่สิ้นสุด ทำ ให้เกิการเอารัดเอาเปรียบกันของ คนในสังคม การเปิดเสรีทางการค้าและบริการอาจทำ ให้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ดีงามหายไป กิจการที่เป็นของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งมีเงิน ลงทุนน้ิยและมีการปรับตัวไม่ค่อยดี อาจถูก ครอบงำ โดยกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ที่เป็นชาว ต่างชาติ ส่งผลให้คนในท้องถิ่นไม่มีโอกาส เป็นเจ้อของกิจการ ด้านลบ 1. 2. 3. 28
ปัจจัยต่างๆที่นำ ไปสู่การพึ่งพา การแข่งขัน การขัดแย้ง การประสาน ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และวิธีการกีดกัน การค้าในการค้าระหว่างประเทศ INTERNATIONAL ECONOMY
1. ภาวะเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจที่แต่ละประเทศเผชิญอยู่จะส่งผลให้เกิดการกำ หนดนโยบายการ ค้าระหว่างประเทศว่าควรจะเป็นไปในทิศทางใด จึงนับได้ว่าเป็นปัจจัยที่นำ ไปสู่ การพึ่งพา การแข่งขัน การขัดแย้งและการประสานประโยชน์ทางเศรษฐกิจในการ ค้าระหว่างประเทศ 2. การรวมกลุ่มผลประโยชน์ทางการค้า โลกในปัจจุบัน เป็นโลกแห่งการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีการ กีดกันทางการค้ามากขึ้นต่อประเทศนอกกลุ่ม อีกทั้งยังมีรูปแบบของอุปสรรค ทางการค้าที่เป็นมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barrier) มากยิ่งขึ้น ทำ ให้ ประเทศต่างๆรวมถึงประเทศไทยจำ เป็นต้องแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ร่วมกัน ดังนั้น การรวมกลุ่มผลประโยชน์ทางการค้าจึงเป็นปัจจัยที่จะนำ ไปสู่การ พึ่งพาและการประสานประโยชน์กับประเทศสมาชิกของกลุ่มผลประโยชน์นั้นๆ 30
3. การกำ หนดแนวนโยบายการค้าระหว่างประเทศ การควบคุมสินค้า เป็นการควบคุมการส่งออกสินค้าและควบคุมการนำ เข้าสินค้าบางชนิด ดังนั้น หากต้องการนำ เข้าหรือส่งออกสินค้าชนิดนั้น จำ เป็นต้องขออนุญาตจากทางการก่อน หรืออาจเป็นการกำ หนดโควตาการนำ เข้าและส่งออกสินค้าบางชนิดไว้ การควบคุมสินค้า นโยบายการค้าระหว่างประเทศ หมายถึง นโยบายที่วางไว้เพื่อปฏิบัติ ต่อประเทศอื่นๆ ในการนำ เข้าหรือส่งออกสินค้าโดยมี 2 นโยบายที่ สำ คัญดังนี้ 1) นโยบายการค้าแบบเสรี (Free Trade Policy) ในหลักการของนโยบายการค้าเสรี คือ การไม่สนับสนุนให้มีการเก็บภาษีศุลกากร ในอัตราที่สูง และขจัดข้อบังคับต่างๆที่ กีดกันการค้าระหว่างประเทศ 2) นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน (Protective Policy) เนื่องจากประเทศต่างๆต้องการคุ้มครอง สินค้าที่ผลิตภายในประเทศโดยกีดกันมิให้ มีการนำ เข้าสินค้าประเภทนั้นๆจากต่าง ประเทศ เช่นการตั้งกำ แพงภาษี ทำ ให้สินค้า นำ เข้าจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้น ส่งผล ให้ปริมาณความต้องการบริโภคของสินค้า ชนิดนั้นลดลง โดยผู้บริโภคจะหันมาบริโภค สินค้าในประเทศที่สามารถทดแทนได้ 31
4. การเมืองการปกครองและสถานการณ์ทางการเมือง รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้เอกชนแข่งขันกัน ตามความรู้ความสามารถ และจะเข้าไปมี ส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจการค้าน้อย ที่สุด ระบบการเมืองการปกครอง รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองต่างๆที่ประเทศนั้นๆ เผชิญอยู่ จะเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่นำ ไปสู่การพึ่งพา การแข่งขันการขัดแย้งและการประสานประโยชน์ ทางเศรษฐกิจในการค้าระหว่างประเทศ โดยทั่วไปได้แบ่งลัทธิทางเศรษฐกิจเป็น 2 ระบบคือ ระบบทุนิยมหรือระบบเสรีนิยม ระบบสังคมนิยม ปัจจุบันฝ่ายโลกเสรีได้เปลี่ยนแปลงนโยบายมาใช้ระบบผสมระหว่างทุนนิยม กับสังคมนิยมมากยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลได้เข้ามามีบทบาทในการประกอบธุรกิจ การค้าและการผลิตสินค้าและบริการ ตรงข้ามกันกับระบบทุนิยมหรือระบบ เสรีนิยม กล่าวคือ รัฐบาลจะเข้ามาควบคุม การประกอบธุรกิจการค้าและเป็นเจ้าของ ปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่ 32
5. ลักษณะทางกายภาพและทรัพยากรธรรมชาติ ภัยธรรมชาติ และโรคระบาด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ จัดเป็นปัจจัยที่นำ ไปสู่ การพึ่งพา การแข่งขัน การขัดแย้งและการประสานประโยชน์ทางเศรษฐกิจใน ระหว่างประเทศ ประเทศต่างๆมีลักษณะทางกายภาพ และทรัพยากรที่แตกต่างกันไปตามถิ่นที่ ตั้งในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ความแตกต่างของปริมาณและชนิดของทรัพยากร การผลิตเป็นปัจจัยสำ คัญที่ก่อให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ ประเทศที่มี ทรัพยากรการผลิตชนิดใดมาก ประเทศนั้นก็มีแนวโน้มที่จะได้เปรียบในการผลิต สินค้าซึ่งต้องใช้ทรัพยากรชนิดนั้นเป็นปัจจัยสำ คัญในการผลิต 6. ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ 33
บทบาทขององค์การความร่ว ร่ ม มือทางเศรษฐกิจที่สำ คัญ ในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก และ บทบาทขององค์การระหว่าง ประเทศในเวทีการเงินโลก ที่มีผลกับประเทศไทย INTERNATIONAL ECONOMY
ความเป็นสากล และนานาชาติ ความสามารถของรัฐบาล การพัฒนาระบบการเงิน ความสามารถของภาคธุรกิจ ความสามารถในการ จัดการและบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ MEOW ! MAGAZINE 4. บทบาทขององค์ก ค์ ารความร่ว ร่ มมือ มื ทางเศรษฐกิจกิที่สำที่ สำคัญ คั ในภูมิ ภู ภมิาคต่า ต่ ง ๆ ของโลก และบทบาทขององค์ก ค์ ารระหว่า ว่ ง ประเทศในเวทีก ที ารเงินงิ โลกที่มี ที่ ผ มี ลกับ กั ประเทศไทย การค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน มีการใช้นโยบายกีดกัน ทางการค้าที่รุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ต้องการ ปกป้องและคุ้มครองเศรษฐกิจของประเทศตน จึงมีการแข่งขันกัน เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและพยายามที่จะดำ เนิน มาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของตน รวมทั้ง มีการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเป็นธรรม เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมี ระบบการค้าที่เป็นเสรีมากขึ้น การผลิตสินค้าและบริการกระจาย ไปยังแหล่งต่าง ๆ ได้กว้างขวางยิ่งขึ้นรวมทั้งทรัพยากรก็สามารถ เคลื่อนย้ายได้มากขึ้น และมีผลทำ ให้การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตใน ประเทศต่าง ๆ รุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านการค้า การผลิตสินค้า และบริการ ดังนั้นประเทศต่าง ๆ จึงต้องมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่ บนรากฐานของความได้เปรียบของตนเองตามความสามารถใน การแข่งขัน ซึ่งหมายถึง ความสามารถของประเทศในการเสริม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไว้โดยเปรียบเทียบกับประเทศคู่ แข่งขัน หลักเกณฑ์ในการวัด ความสามารถในการ แข่งขันทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานทาง เศรษฐกิจ 4.1) ความจำ เป็นป็และความสำ คัญคัของความร่วร่มมือมืทางเศรษฐกิจกิ 35
ตัวอย่างของข้อตกลงแบบทวิภาคี เช่น ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area หรือ FTA) ระหว่างไทยกับ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ข้อตกลงและการเจรจาการค้าหลายฝ่ายหรือพหุภาคี คือ ข้อตกลงและการเจรจาการค้า ระหว่างประเทศต่าง ๆ มากกว่าสองประเทศขึ้นไป ซึ่งพัฒนามาจากการเจรจาการ ค้าสองฝ่าย โดยปกติผลประโยชน์จากการเจรจามักไม่ค่อยสมดุลกัน ประเทศใหญ่มักจะได้เปรียบในการเจรจา มากกว่า ในขณะที่ข้อตกลงและการเจรจาการค้าหลายฝ่ายจะช่วยให้เกิดความสมดุล อีกทั้งเป็นการสร้างเครือ ข่าย ความสัมพันธ์ทางการค้าในระบบเศรษฐกิจโลกด้วย เช่น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกหรือเอเปก เขตการค้าเสรีอาเชียน หรืออาฟตา องค์การการค้าโลก 4.2) รูปรูแบบของความร่วร่มมือมืทาง เศรษฐกิจกิ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมีรูปแบบแตกต่างกันไป ในหลายรูปแบบ เช่น การเจรจาการค้า หรือทวิภาคี (Bilateral Trade Negotiation) ข้อตกลงและการเจรจา การค้าหลายฝ่ายหรือ พหุภาคี (Multilateral Trade Negotiation) ข้อตกลงและการเจรจากาค้าสงฝ่ายหรือ ทวิภาคี คือ การทำ ข้อตกลงระหว่างสองสิทธิประโยชน์ ทางการค้าและการลงทุนเป็นพิเศษระหว่างกัน โดยจะไม่ ให้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวกับประเทศอื่น สิทธิประโยชน์ดัง กล่าวมักจะอยู่ในรูปของการลดอัตราภาษีนำ เข้าระหว่าง กัน ข้อตกลงทวิภาคีสามารถทำ ได้ในเวลารวดเร็วกว่าแบบ พหุภาคี เนื่องจากเป็นการตกลงระหว่างสองประเทศ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีข้อตกลงแบบทวิภาคีมากขึ้น ในระยะยาวจะมีผลให้เกิดการจำ กัดหรือบิดเบือน การ เคลื่อนย้ายอย่างเสรีระหว่างประเทศ ในขณะที่ข้อตกลง แบบพหุภาคีไม่มีการเลือกปฏิบัติกับสมาชิกต่างๆ 36 MEOW ! MAGAZINE
4.3) องค์กค์ารความร่วร่มมือมืทางเศรษฐกิจกิที่สำที่ สำคัญคั การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนา หรือประเทศกำ ลังพัฒนามี ความก้าวหน้ามากขึ้นเป็นลำ ดับ ในปัจจุบันมีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจทั้งในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา และแคริเบียน ยุโรป เอเชีย รวมถึงแอฟริกา การรวมกลุ่มเหล่านี้มีความแน่นแฟ้นที่ แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับระดับความร่วมมือและการประสานนโยบายระหว่างกัน องค์การการค้าโลก เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีพัฒนาการ มาจากการทำ ความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า หรือแกตต์ (General Agreement on Tariffs and TradeGATT) เมื่อ พ.ศ. 2490 ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีสถานะเป็นสถาบัน องค์การการค้าโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2538 ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก WTO เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เป็นสมาชิก มีสถานะเป็นสมาชิกก่อตั้ง ทั้งนี้ ดร.ศุภชัย พาณิชภักดิ์ ดำ รงตำ แหน่งผู้อำ นวยการองค์การการค้าโลก ตั้งแต่ 1 กันยายน พ.ศ. 2545 ถึง สิงหาคม พ.ศ. 2548 มูลค่า การด้าระหว่างประเทศสมาชิก WTO ด้วยกัน คิดเป็นสัดส่วน ประมาณร้อยละ 90 ของการค้าโลก และการขยายตัวของ จำ นวนสมาชิกจะมีผลให้การค้าระหว่างประเทศสมาชิกขยายตัว เพิ่มขึ้นเป็นลำ วัดัวัตดับถุประสงค์ในการจัดตั้งองค์การการค้าโลก เพื่อเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศอย่างค่อย เป็นค่อยไป ตามความพร้อมของประเทศสมาชิก และระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิก การเป็น สมาชิกของ WTO ทำ ให้ประเทศสมาชิกมีสิทธิและข้อผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตาม ภายใต้ข้อตกลงต่าง ๆ ตามกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศของ WTO ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้การแข่งขันทางการค้ามี ความเป็นธรรมแล้ว ยังสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้ค้าและผู้ลงทุน ผู้ผลิตและส่งออก ช่วยให้สามารถคาด การณ์และวางแผนการค้าระหว่างประเทศล่วงหน้าได้ WTO ยังทำ หน้าที่เป็นองค์กรที่ช่วยระงับและเจรจา ข้อพิพาททางการค้าของประเทศต่างๆ เช่น ประเทศไทยเคยร้องขอให้ WTO เจรจาข้อพิพาททางการค้า ในเรื่องที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าไทยทุ่มตลาดสินค้าปลาทูนากระป๋องซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ ผลิต 1.) องค์กค์ารการค้าค้โลก (World Trade Organization -WTO) 37 MEOW ! MAGAZINE
ธนาคารโลกได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2487 มีสำ นักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา 2.1) บทบาทหลักของธนาคารโลกให้ความช่วยเหลือประเทศที่ยากจน โดยใช้ทุนทรัพย์ ทรัพยากรบุคคล รวมถึงความรู้และประสบการณ์ของธนาคารเพื่อช่วยเหลือประเทศกำ ลังพัฒนาในการลดความ ยากจน - ส่งเสริมให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกมาตรฐานการครองชีพของประชากรให้สูงขึ้น - ประเมินผลงานจากโครงการต่าง ๆ ที่ธนาคารให้การสนับสนุนในประเทศกำ ลังพัฒนาติดตาม ตรวจ สอบให้ผู้จัดการโครงการทราบว่าโครงการใดถึงผู้ที่ได้รับประโยชน์ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ และ โครงการ ใดไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้คำ ปรึกษาในการดำ เนินงานพัฒนา 2.) ธนาคารโลก (World Bank) 2.2) บทบาทของธนาคารโลกที่มีผลกับประเทศไทย ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกของธนาคารโลกเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2492 โดยธนาคารโลก อนุมัติ เงินกู้ครั้งแรกเป็นจำ นวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงการบูรณะรางรถไฟโครงการ ปรับปรุง ท่าเรือกรุงเทพฯ และโครงการพัฒนาระบบชลประทานของแม่น้ำ เจ้าพระยา ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วย เร่งฟื้นฟูและสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศภายหลังสิ้นสุดสงครามหลังจากนั้นมา ธนาคารโลกได้ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ประเทศไทยในการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมาย สำ คัญคือเพื่อรักษาเสถียรภาพและการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนทางเศรษฐกิจ การปรับปรุงความเป็นอยู่ ของประชาชน และการสร้างเสริมขีดความสามารถที่จำ เป็นในการบริหารและการจัดการแก่รัฐบาลและ หน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าในลักษณะกองทุน เพื่อการพัฒนาอีกด้วย 38 MEOW ! MAGAZINE
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2488 โดยมีประเทศต่าง ๆ สมัครเข้าเป็นสมาชิกด้วยความสมัครใจ วัตถุประสงค์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IME) คือ เพื่อเสริม สร้างด้านความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้การค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างสมดุล ส่ง เสริมให้อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น และให้ความช่วยเหลือในการจัดตั้งระบบการ ชำ ระเงินระหว่างประเทศ ทั้งยังให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาด้านดุลการชำ ระเงิน โดยการ ให้ยืมเงินกองทุนบทบาทของกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่มีผลกับประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกลำ ดับที่ 44 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศโดยมีธนาคารแห่ง ประเทศไทย (ธปท.) เป็นตัวแทนของประเทศไทย ตามข้อกำ หนดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประเทศ สมาชิกจะต้องยอมรับพันธกรณีต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่หลายประการ เช่น 3.) กองทุนทุการเงินงิระหว่าว่งประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ห้ามประเทศสมาชิก กำ หนดมาตรการใด ๆ ที่เป็นการ กีดกันการชำ ระค่าสินค้าและบริการตลอดจนการโอนเงิน เพื่อชำ ระค่าสินค้าและบริการระหว่างประเทศก่อนได้รับ การอนุมัติจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ห้ามหน่วยงานที่ทำ หน้าที่ควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินตรา ต่างประเทศของแต่ละประเทศ อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารกลาง กองทุนรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำ หนดมาตรการใด ๆ ที่ก่อให้ เกิดความไม่เท่าเทียมกันในด้านการแลกเปลี่ยนเงินหรือ ใช้อัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตรา ยกเว้นจะได้รับการ อนุมัติจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประเทศสมาชิกจะต้องยอมให้ประเทศสมาชิกอื่น ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นเป็นเงินสกุลอื่น เพื่อใช้ ในการปรับฐานะในดุลบัญชี ประเทศสมาชิกจะต้องรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำ คัญให้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศทราบทุกปี เช่น รายได้ ประชาชาติ ดุลการชำ ระเงิน อัตราดอกเบี้ย ดรรชนีราคา 39 MEOW ! MAGAZINE
4.) เขตการค้าค้เสรีอรีเมริกริาเหนือนื (North American Free Trade Area-NAFTA) เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือเป็นการจัดตั้งเขตการค้าเสรี โดยมีสมาชิก 3 ประเทศ คือ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กชิโก เพื่อส่งเสริมการลงทุนและยกเลิกการกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ ยังช่วยถ่วง ดุลอำ นาจและเพิ่มศักยภาพของประเทศสมาธิก ในกรแช่งชันกับสภพยุโซป (BU) วัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ คือ (1) เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งด้านสินค้าและบริการ (2) เพื่อส่งเสริมสภาวการณ์แข่งขันที่เป็นธรรม (3) เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนในประเทศสมาชิกด้วยกัน (4) เพื่อปกป้องในทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิก (5) เพื่อสร้างวิธีการที่มีประสิทธิผลในการระงับข้อพิพาท (6) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก (1) การรวมตัวด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ยุโรปตลาด เดียว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคล สินค้าและบริการ ทุนของบรรดาประเทศที่เป็นสมาชิกสามารถเคลื่อน ย้ายได้อย่างเสรี มีนโยบายร่วมกันในด้านการค้า การเกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อม ประมง และจัดตั้ง สหภาพเศรษฐกิจและการเงิน (Buropean Monetary Union-EMU) โดยให้มีการใช้เงินสกุล เดียวกัน คือ เงินยูโร หมุนเวียนใช้ในระบบเศรษฐกิจ ในสหกาพยุโรป ซึ่งเริ่มใช้เมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 และจัดให้มีธนาคารกลางของสหภาพยุโรป (2) การมีนโยบายร่วมด้านการต่งประเทศ ด้าน ความมั่นคงและการป้องกันประเทศ (3) ส่งเสริมความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรม และความมั่นคงภายในการ ปราบปรามอาชญากรรมและสารเสพติด 5.) สหภาพยุโยุรป (European Union-EU) วัตถุประสงค์ การรวมกลุ่มของสหภาพยุโรป มุ่งเน้นถึงวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 40 MEOW ! MAGAZINE
ปัจจุบันสหภาพยุโรปมีสมาชิกทั้งหมด 27 ประเทศ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปของประเทศใน ทวีปยุโรปจึงเป็นการจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงานได้อย่างมหาศาล เป็นการ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำ คัญในรูปแบบตลาดเดียว ซึ่งจะทำ ให้สถานภาพของสหภาพยุโรปมีความเข้ม แข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีอิทธิพลมากในเวทีการค้าโลก สมาชิกชิของสหภาพยุโยุรป ธนาคารพัฒนาเอเชีย เป็นสถาบันการเงินซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 โดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของ เอเชียตะวันออกไกลแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Economic Commission for Asia and the Far East-ECAFE) ซึ่งปัจจุบันคือ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ สำ หรับภูมิภาค เอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacifc-ESCAP) เพื่อส่ง เสริมการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ธนาคารพัฒนาเอเชีย ประกอบด้วยสมาชิกภายในภูมิภาคจำ นวน 48 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยและ ประเทศนอกภูมิภาคอีก 19 ประเทศ โดยมีสำ นักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 6.) ธนาคารพัฒพันาเอเชียชี (Asian Development Bank-ADB) MEOW! MAGAZINE 41
วัตวัถุปถุระสงค์ ของธนาคารพัฒพันาเอเชียชี ได้แก่ (1) นำ เงินทุนจากภาคเอกชนและรัฐบาลไปใช้ในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในภูมิภาค และเพื่อการพัฒนาประเทศที่ยังไม่พัฒนามากนัก (2) ให้ความร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการประสานนโยบายเพื่อการพัฒนาการค้าและ กิจกรรม ทั่วไปทางเศรษฐกิจ (3) ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในทุกขั้นตอนของโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น โครงการเกษตร โครงการอุตสาหกรรม ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารพัฒนาเอเชียทั้งทางด้าน เงินลงทุนและการส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ คำ แนะนำ เช่น ในเรื่องการประมง การพัฒนา พันธุ์ข้าว การพัฒนาข้าวโพด บทบาทของธนาคารพัฒพันาเอเชียชีที่มี ที่ ผมีลกับกั ประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชียมีหน้าที่สำ คัญในการให้เงินกู้ยืมแก่รัฐบาลในประเทศกำ ลังพัฒนาในแถบเอเชียและ แปซิฟิก เช่น การพัฒนาทางรถไฟ ท่าเรือ สนามบิน การสื่อสารโทรคมนาคม และการลงทุนด้านพลังงาน ระหว่างภูมิภาค ประเทศไทยเคยได้รับความช่วยเหลือด้านเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชียเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2511 ในโครงการความร่วมมือทางด้านการเงินเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมประเทศไทยเป็นจำ นวนเงิน 185 ล้านบาท ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจระหว่าง พ.ศ. 2540-2541 กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ระดมเงินกู้ จากธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย และธนาคารกลางจากอีกหลายประเทศให้ประเทศไทยกู้เพื่อใช้เป็น ทุนสำ รองเงินตราต่างประเทศ และปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ในช่วง พ.ศ. 2542-2544 ได้มีการประกาศแผนความ ช่วยเหลือประเทศไทยโดยธนาคารพัฒนาเอเชีย ซึ่งมีชื่อว่า แผนความช่วยเหลือประเทศ (Country Assistance Plan : CAP) แผนความช่วยเหลือนี้ประกอบด้วยเงินกู้ยืม 600 ล้าน เหรียญสหรัฐ พร้อมกับเงื่อนไขให้รัฐบาลไทยปรับโครงสร้าง ภาคการเงินให้มีการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ปรับ โครงสร้างภาคเกษตรเพื่อการส่งออก แปรรูประบบการศึกษา และระบบสาธารณสุขให้คุ้มกับกรลงทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งแผนปรับ โครงสร้างภาคเกษตรที่ธนาครพัฒนาเอเชียเสนอให้รัฐบาล ไทยดำ เนินการ เพื่อปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของไทยนั้นเกี่ยว กับโครงสร้างทั้งระบบ คือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่ดิน พื้นที่ต้นน้ำ ระบบสินเชื่อ การตลาด การวิจัยและการ ปรับบทบาทขององค์กรภาครัฐเพื่อนำ ไปสู่เป้าหมายการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต การเพิ่มขีดความสามารถด้านการส่ง ออกและขยายการเติบโตให้กับภาคเกษตรไทย 42 MEOW! MAGAZINE
7) กลุ่มลุ่ ประเทศผู้ส่ผู้ งส่น้ำ มันมัเป็นป็ สินสิค้าค้ออก (Organization of the Petroleum Exporting Countries-OPEC) เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2503 ประเทศผู้ผลิตน้ำ มันเป็นสินค้าส่งออกรายใหญ่ 5 ประเทศได้แก่ เวเนซุเอลา อิหร่าน อิรัก คูเวต และซาอุดีอาระเบีย ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำ มันเป็นสินค้าออก เพื่อเป็นศูนย์กลางในการ ให้คำ ปรึกษาและดำ เนินนโยบายโควตาการผลิตน้ำ มัน การกำ หนดราคาน้ำ มันในตลาดโลก และการต่อรองปัญหาราคา น้ำ มันในตลาดโลก โอเปกได้จดทะเบียนกับสำ นักงานเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ปัจจุบันโอเปกมีสมาชิกทั้งหมด 12 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศแถบตะวันออกกลาง ตามมาด้วยแพริกา อเมริกาใต้ และเอเชีย กลุ่มโอเปกมีบทบาทต่อการ เปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจ เพราะทุกประเทศจะต้องใช้น้ำ มันเพื่อผลิตสินค้าและบริการประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับ กลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำ มันเป็นสินค้าออกโดยที่ประเทศไทยต้องสั่งซื้อน้ำ มันในแต่ละปีเป็นจำ นวนมากเพื่อนำ มาใช้ในการผลิต สินค้า การใช้เป็นน้ำ มันเชื้อเพลิงในด้านคมนาคมขนส่ง 8) ความร่วร่มมือมืทางเศรษฐกิจกิแห่งห่ภูมิภูภมิาคเอเชียชี- แปซิฟิซิกฟิ (Asia-Pacifc Economic Co-operationAPEC) กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปก เป็นการรวมตัวระหว่างเขตเศรษฐกิจใน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทาง เศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศ ออสเตรเลีย ขณะนี้เอเปกมีสมาชิกรวม 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย จีน ชิลี เม็กชิโก ปาปัว นิวกินี เปรู รัสเซีย และเวียดนาม วัตถุประสงค์ของความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก1. พัฒนา และส่งเสริมระบบการค้าหลายฝ่าย 2. สนับสนุนการขยาย ตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก 3. เพื่อลดอุปสรรค และอำ นวยความสะดวกทางด้านการ ค้า การบริการและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก โดย ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก 4. ส่ง เสริมความร่วมมือทางด้านการเงินการคลังในการแก้ไข วิกฤตเศรษฐกิจ 43 MEOW! MAGAZINE
9) สมาคมประชาชาติแติห่งห่เอเชียชีตะวันวัออกเฉียฉีงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเชียน ได้จัดตั้ง ขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ณ วังสราญรมย์ ในกระทรวงการต่าง ประเทศ กรุงเทพมหานคร โดยมีประเทศสมาชิก เริ่มแรก 5 ประเทศ คือ อินโดนีเขีย มาเลเชีย ฟิสิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมาบรูไนดารุส ซาลามได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในวันที่ 8 มกราคม 2527 เวียดนามได้เข้า ร่วมเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2538 ลาวและเมียนมา เข้าร่วมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2540 และกัมพูชาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 รวมมีสมาชิก ทั้งสิ้น 10 ประเทศปัจจุบันนายเล เลือง มินห์ จากประเทศเวียดนาม ได้ ดำ รงตำ แหน่งเลขาธิการอาเชียน เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ซึ่งมี วาระ 5 ปีอาเซียนก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อสร้างสันติภาพ ในภูมิภาคเอเชีย-ตะวันออกเฉียงใต้ อันนำ มาซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และเมื่อการ ค้าระหว่างประเทศในโลกมีแนวโน้มกีดกันทางการค้ารุนแรงขึ้น ทำ ให้ อาเซียนได้หันมามุ่งเน้นกระชับและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการ ค้าระหว่างกันมากขึ้นอย่างไรก็ตามยังคงไว้ซึ่งวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ดังนี้ 1. ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาค 2. รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค 3. ใช้เป็นเวทีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในภูมิภาค จากปรากฏการณ์ของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ต่าง ๆ ของโลกและการแข่งชันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น เป็นปัจจัยสำ คัญที่ ผลักดันให้อาเซียนตระหนักถึงความจำ เป็นที่จะต้องรวมตัวกันให้แน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น เพื่อปรับแนวการดำ เนินนโยบายของตนให้สอดคล้องและเหมาะสม กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวใน พ.ศ. 253 อาเซียนจึงได้ตกลงจัดตั้งเขตการ ค้าเสรีอาเซียน (ASEAN FreeTrade Area : AFTA) ขึ้น เพื่อที่จะส่งเสริม การค้าระหว่างกัน และดึงดูดการลงทุนจากภายนอกภูมิภาคให้เข้ามาลงทุน ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อาเซียนยังได้มีมาตรการต่าง ๆ ในการส่ง เสริมการค้าการลงทุนและความร่วมมือกันในด้านอุตสาหกรรมการเงินและ การธนาคารและการบริการระหว่างกันทีสำ คัญได้แก่โครงการร่วมมือด้าน อุตสาหกรรมอาเชียน และเขตการลงทุนอาเซียน และเพื่อให้อาเซียนเติบโต มีความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงทางด้านเศษฐกิจ และมีความมั่งคั่ง ร่วมกัน อาเซียนได้มีข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration : IAI) ขึ้น เพื่อที่จะจดช่องว่างทางการพัฒนาระหว่าง สมาชิกเก่าและใหม่ของอาเซียนด้วย 44 MEOW! MAGAZINE
10) ความร่วร่มมือมืทางเศรษฐกิจกิระหว่าว่งไทยกับกั ประเทศเพื่อ พื่ นบ้าบ้น (1) หกเหลี่ย ลี่ มเศรษฐกิจกิ เป็นโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำ โขง 6 ประเทศ เกิดขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2535 ประกอบด้วย สมาชิกตามแนวแม่น้ำ โขง ได้แก่ไทย ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และมณฑลหยุนหนานของจีน วัตถุประสงค์ของกลุ่มหกเหลี่ยม เศรษฐกิจ คือส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมการเกษตร การค้า การลงทุน เพื่อให้เกิดการจ้างงานและยกระดับมาตรฐานการครองชีพ ของประชาชน 2) เขตสี่เ สี่ หลี่ย ลี่ มเศรษฐกิจกิ เป็นโครงการที่จะตอบสนองและสอดคล้องกับ แผนพัฒนามณฑลหยุนหนาน จึงได้ดำ เนินนโยบาย "มุ่งสูใต้" เพื่อหาทางออกสู่ทะเล ร่วมมือกับ ประเทศไทยในโครงการพัฒนาถนนเชื่อมมณฑลหยุ นหนานกับประเทศไทย พัฒนาการขนส่งตามแม่น้ำ โขง จากเชียงรุ้งมาถึงประเทศไทย มีโครงการผลิต กระแสไฟฟ้าเพื่อจำ หน่ายให้ประเทศไทย และ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับประเทศไทย ตลอดจนได้ตั้งเป้าหมายที่จะส่งสินค้าออกไปต่าง ประเทศโดยผ่านทางท่าเรือน้ำ ลึกแหลมฉบัง เช่น เดียวกันกับประเทศไทย ซึ่งปรารถนาที่จะขยายตลาด เข้าไปยังจีน รวมทั้งเข้าไปลงทุนด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ และการพัฒนาพลังงาน 45 MEOW! MAGAZINE
EXAMPLES OF EVENTS THAT LEAD TO ECONOMIC DEPENDENCE ตัวอย่างเหตุการณ์ที่นำ ไปสู่การพึ่งพาทางเศรษฐกิจ