1. การรดี ขน้ึ รปู (Rolling)
การรีดข้ึนรูป หมายถึง กรรมวิธีการรีดข้ึนรูปโลหะด้วยลูกกลิ้ง โดยการ
นาโลหะท่ีร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิวิกฤตของโลหะ แต่ไม่ถึงจุด
หลอมเหลว อุณหภูมิขึ้นอยกู่ ับโลหะชนิดนั้นๆ เช่น เหล็กใช้อุณหภูมิประมาณ
1,100-1,250 เซลเซยี ส นามาเขา้ เคร่ืองรีด ซ่ึงเป็นลูกกล้ิงตามรูปทรงท่ีต้องการ
กรณตี ้องการีดเป็นแผ่นเรียบ ลูกกล้ิงจะเป็นรูปทรงกระบอกตรง การรีดอาจจะ
ต้องทาการรีดหลายคร้ังจนได้ขนาดตามท่ีต้องการ เพ่ือลดขนาดลงเป็นขั้นตอน
เชน่ การนาเหลก็ แท่ง(Ingot) ที่ได้จากการหลอ่ มารีดเป็นเหล็กขนาดตา่ งๆ
เหลก็ แบบแสลบ เหล็กแบบบลมู
เหล็กแบบบลิ เลท
แสลบ บลมู บิลเลท
เหล็กแผน่ เหลก็ โครงสรา้ ง รางรถไฟ เหลก็ แทง่
เหลก็ แผ่น ทอ่ กลม เหล็กเส้น
ลวด
เหลก็ แผ่นยาว
หลอดและท่อ
ทอ่ ขนาดใหญ่ เหลก็ เคลอื บดบี กุ ท่อไรต้ ะเขบ็ เหล็กดึงเยน็
2. การตขี ึน้ รปู (Forging)
การตีข้ึนรูป หมายถึง กรรมวิธีการผลิตที่นาโลหะที่เผาให้
ร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิวิกฤติของโลหะ แต่ยังไม่ถึงจุด
หลอมเหลว อุณหภูมิขึ้นอยู่กับโลหะชนิดน้ันๆ เช่น เหล็กใช้
อุณหภูมิประมาณ 1,100-1,250 เซลเซียส แล้วนาโลหะ มาตี ทุบ
หรือ กระแทก เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างตามต้องการ เช่น ประแจ
มดี ตะขอ วงล้อ เป็นต้น การตีขึ้นรูปทาให้โลหะมีคุณสมบัติท่ีดีข้ึน
คือ ทาให้รูพรุนในเน้ือโลหะมีขนาดเล็กลง มีเน้ือโลหะละเอียดข้ึน
การตีข้นึ รูปมีหลายชนดิ ดงั นี้
2.1 การตดี ว้ ยคอ้ นโดยแรงงานคน หรอื ช่างตีเหลก็
(Hammer or Smith Forging)
การตีดว้ ยคอ้ นโดยแรงงานคน
การใชเ้ ครื่องจกั รมาชว่ ยในการตชี ้นิ งาน
2.2 การทุบกระแทกขึ้นรูป (Drop Forging) เป็นกรรมวิธีการตีข้ึนรปู ช้ินงานที่ยุ่งยาก
ซับซ้อนขึ้นกว่าแบบตีด้วยค้อน โดยมีแม่พิมพ์ในการข้ึนรูป เพื่อให้ได้ขนาดและรูปร่าง
ชิ้นงานตามต้องการ โดยแม่พิมพ์ส่วนล่างจะติดอยู่กับที่บนโต๊ะงานของเคร่ือง และ
แม่พิมพ์ส่วนบนจะติดอยู่กับค้อนกระแทก ซึ่งจะเคลื่อนที่ข้ึน-ลง เพื่อทาการกระแทก
โดยทาการกระแทกหลายๆ ครั้ง โดยชิ้นงานจะต้องเข้าในเตาให้ความร้อนก่อน แล้ว
นามาวางบนแม่พมิ พ์ส่วนล่าง เพ่อื ทาการกระแทก
แรม ดายตวั บน
ชนิ้ งานท่รี อ้ น ดายตัวลา่ ง
ท่งั
การทบุ กระแทกข้นึ รปู
ก า ร ทุ บ ก ร ะ แ ท ก ข้ึ น รู ป แ บ บ
แม่พมิ พเ์ ปิด (Open Die Drop
Forging)
ดายตัวบน ดายตัวบน
ครีบชืน้ งาน
ครบี ช้ืนงาน ดายตัวลา่ ง
ดายตัวล่าง
การทบุ กระแทกขนึ้ รูปแบบแมพ่ ิมพ์ปดิ
2.3 การตีอัดข้นึ รูป (Press Forging) เปน็ กรรมวิธกี ารขึน้ รูปชิ้นงานทเ่ี ปน็ ลักษณะของ
การให้แรงกดอัดบนชนิ้ งานคร้งั เดยี วจนเสร็จ เปน็ การค่อยๆ เพ่ิมแรงกดลงบนชน้ิ งาน
ขณะร้อน ดว้ ยระบบไฮดรอลิกส์ เพ่ือเปลยี่ นแปลงรูปรา่ ง ให้ได้รปู ร่างและขนาดตาม
แบบแม่พิมพ์ ทรี่ องรับอยดู่ า้ นล่าง ทาให้ไดผ้ ิวงานทเี่ รยี บดีกว่าการตดี ้วยค้อนและการ
ทบุ กระแทกขึ้นรปู
การตอี ัดข้ึนรูป
2.4 การตีหมนุ ขึ้นรูป (Roll Forging) เป็นกรรมวธิ กี ารข้นึ รปู ช้ินงาน
โดยการนาช้นิ งานท่รี ้อนไดอ้ ุณหภูมทิ ตี่ ้องการ มาเขา้ เครื่องตหี มุนโดย
ลูกกลิ้งทาใหไ้ ดร้ ูปรา่ งและขนาดที่ตอ้ งการ เช่น การทาวงลอ้ ต่างๆ
เปน็ ต้น
การตีหมนุ ขึ้นรปู รูปทรงต่างๆ
3. การอัดรดี ขน้ึ รปู (Extrusion)
การอดั รดี ขึน้ รปู เปน็ กรรมวิธีการออกแรงดันที่แทง่ ดนั (Ram)
ให้ดันโลหะผ่านแม่พิมพ์ (Die) ที่มีรูปทรงแบบต่างๆ ท่ีต้องการออกมา
โดยจะมีโลหะท่ีให้ความร้อนก่อนอัดรีดข้ึนรูปและโลหะที่อัดรีดขึ้นรูปใน
สภาพเย็น เคร่ืองอัดรีดนิยมใช้แรงดันที่ได้จากไฮดรอลิกส์ ช้ินงานท่ีได้ขึ้น
รูปจากกรรมวิธนี ี้โดยท่ัวๆ ไปจะมีผิวเรียบไดข้ นาดแน่นอน การอัดรีดข้ึน
รปู มวี ธิ ตี า่ งๆ คอื
3.1 การอัดรีดข้ึนรูปโดยตรง (Direct Extrusion) เป็นกรรมวิธี
การอัดรดี ขึน้ รปู โดยการนาโลหะให้ความร้อนแล้วนาเข้ากระบอกรีด แล้ว
ออกแรงให้แท่งดัน (Ram) ให้โลหะไหลผา่ นแม่พมิ พ์ (Die) จะได้รูปทรง
ตามต้องการ
หอ้ งอดั ดาย
แรม แรงอดั ชน้ิ งาน ทศิ ทางการไหล
งานทถ่ี กู อดั รดี ขน้ึ รปู
การอดั รีดขึ้นรปู โดยตรง
แผน่ รองกด หอ้ งอดั
แรม แรงอดั ชน้ิ งาน ดาย
ทศิ ทางการไหล
งานทถ่ี กู อดั รดี ขน้ึ รปู
การอดั รีดขนึ้ รปู โดยตรงโดยมแี ผ่นรองกด
3.3 การอดั รดี แบบกระแทก (Impact Extrusion) เปน็
กรรมวิธกี ารอดั รดี ข้ึนรปู โดยการกระแทกอดั รีดข้ึนรูปโดย นา
โลหะให้ความร้อนแล้วนาเขา้ แม่พิมพ์ (Die) แลว้ ปล่อยให้
พันซ์ (Punch) ลงมากระแทก จนได้รปู ทรงตามตอ้ งการ ซง่ึ
มรี ูปแบบต่างๆ ดงั น้ี
พนั ซ์
วสั ดุทน่ี ามาอดั ชน้ิ งาน
รดี ทไ่ี ด้
ดาย
การอัดรดี แบบกระแทก
3.3.2 การอัดรดี แบบกระแทกไปขา้ งหน้า เป็นกรรมวิธกี ารอัดรีด
ข้ึนรปู โดยการกระแทกอดั รีดขน้ึ รปู โดยกระแทกในแนวดิ่ง
พนั ซ์
วสั ดทุ น่ี ามา
อดั รดี
ดาย ชน้ิ งานทไ่ี ด้
การอัดรดี แบบกระแทกไปข้างหน้า
3.3.3 การอัดรดี แบบกระแทกแบบผสม
วสั ดุท่ี พนั ซ์
ดาย ชน้ิ งานทไ่ี ด้
นามาอดั
รดี
การอดั รีดแบบผสม
3.4 การอดั รีดแบบไฮโดรสแตติก
แผน่ รองกด หอ้ งอดั
แรม แรงอดั ชน้ิ งาน ดาย
ทศิ ทางการไหล
งานทถ่ี กู อดั รดี ขน้ึ รปู
ของเหลวแรงดนั สงู
การอดั รีดแบบไฮโดรสแตติก
ตัวอย่างชิ้นงานทไ่ี ดจ้ ากการอดั รดี แบบไฮโดรสแตตกิ
4. การผลิตท่อ กรรมวิธีการผลติ ทอ่ สามารถทาได้หลายวธิ ี เชน่
การผลิตทอ่ โดยการเชอื่ ม(Welding) การแทงทะลุ (Piercing)
การอดั ขนึ้ รูป (Extrusion) ในกรรมวิธีการผลิตแต่ละวิธีทาใหไ้ ด้
ท่อแบบมตี ะเข็บ และทอ่ แบบไร้ตะเขบ็