โครงการ 1 ผลงาน 1 นวัตกรรม One Child One Dream
นโยบาย
มาตรฐานการศกึ ษา พฒั นางานทักษะวิชาการ
ลักษณะโครงการ ปฐมวัย ข้อท.ี่ ..1.4........ และ....3.1..……..
วตั ถุประสงคข์ องโครงการ
ผู้รับผดิ ชอบโครงการ ข้ันพื้นฐาน ข้อที่...1.2..และ...3.1......
หน่วยงานทร่ี ับผดิ ชอบ
ระยะเวลาดำเนนิ การ ใหม่ ตอ่ เนอ่ื ง
เพือ่ การแก้ไข เพ่ือการพัฒนา เพ่อื การปอ้ งกัน
นางสาวอรญา เซี่ยงจง๊
งานวชิ าการ
ตลอดปีการศึกษา 2564
1. หลักการและเหตุผล
STEM Education คือการสอนแบบบูรณาการข้าม กลุ่มสาระวิชา (Interdisciplinary Integration)
ระหว่าง ศาสตร์สาขาต่างๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science: S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์
(Engineer: E) และ คณิตศาสตร์(Mathematics: M) โดยนำจุดเด่นของธรรมชาติตลอดจนวิธีการสอนของแต่
ละสาขาวิชามาผสมผสานกันอย่างลงตัว เพ่ือให้ผู้เรียนนำความรู้ทุกแขนงมาใช้ในการแก้ปัญหา การค้นคว้า
และการพัฒนาสิ่งตา่ งๆ ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ซ่ึงอาศัยการจัดการเรียนรูท้ ่ีครผู ู้สอนหลายสาขาร่วมมือกัน
เพราะในการทำงานจริงหรือในชีวิตประจำวันน้ันต้องใช้ความรู้หลายด้านในการทำงานท้ังส้ิน ไม่ได้แยกใช้
ความรู้เปน็ ส่วนๆ นอกจากนี้ STEM Education ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนา ทักษะสำคัญในโลกโลกาภิวัตน์
หรือทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 อีกด้วย จึงทำการออกแบบการสอน ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหา
คำตอบด้วยตนเอง เพ่ือสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง การเรียนการสอนแบบโครงการ STEM Education จะ
เน้นให้นักเรียนเป็นผู้กระทำด้วยตนเอง ลงมือกระทำส่ิงต่างๆ เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้และการค้นหาคำตอบ โดย
มคี รผู สู้ อนเป็นผู้อำนวยความสะดวกและใหค้ วามร้กู ับนกั เรียนจากประสบการณต์ รงและจากแหลง่ การเรยี นรู้
ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา จึงได้ดำเนินการประชุมขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการ
บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา และได้ลงความเห็นการจัดสรรเงินอดุ หนนุ กิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนให้กับผู้เรียนโครงการ 1 ผลงาน 1 นวัตกรรม One Child One Dream เพื่อสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดี
และคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ จัดทำ Boxset ใหค้ รอบคลมุ 4 รายวิชา ผู้จัดทำโครงการได้แนบรายละเอียดการ
ดำเนินโครงการเพอ่ื ประกอบการพิจารณาอนุมัตกิ ารดำเนนิ การต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพอ่ื ส่งเสริมให้นกั เรยี นแสวงหาคำตอบดว้ ยตนเอง และสร้างองค์ความรู้เองโดยมคี รูผู้สอนเปน็ ผู้
อำนวยความสะดวกและให้ความร้กู บั นักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรยี นรู้
2.2 เพื่อสง่ เสรมิ ให้นกั เรียนเกิดทักษะ กระบวนการคิดและการลงมอื ปฏิบตั จิ ริงจาก Boxset
2.3 เพอ่ื ใหเ้ กดิ การสร้างความสัมพันธ์ระหวา่ งกลุ่มเพื่อน โรงเรยี น ชุมชน และผ้ปู กครอง
3. เป้าหมาย
3.1 เชงิ ปรมิ าณ
3.1.1 ผเู้ รียนรอ้ ยละ80 เข้าร่วมกิจกรรมแสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเอง และสรา้ งองค์ความรู้
เองโดยมีครผู สู้ อนเปน็ ผูอ้ ำนวยความสะดวกให้ความรู้กบั นักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหลง่ การเรยี น
3.1.2 ผู้เรียนร้อยละ 90 ผ่านการประเมินผลงานการเรียนรู้ท้ังภายในห้องเรียนและนอก
ห้องเรียน สนกุ สนานกบั การเรียนรู้ควบคคู่ ุณธรรมในการทำกจิ กรรม
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมแสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเอง และสร้างองค์ความร้เู องโดยมคี รผู สู้ อนเปน็
ผอู้ ำนวยความสะดวกและให้ความรูก้ บั นักเรยี นจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรยี นทงั้ ภายในห้องเรยี นและ
นอกหอ้ งเรยี น สนุกสนานกบั การเรียนรู้ควบคู่คณุ ธรรมในการทำกิจกรรม
สถานทดี่ ำเนนิ งาน
โรงเรยี นสารสาสนว์ เิ ทศท่ามะกา อ.ทา่ มะกา จ.กาญจนบรุ ี
4. การวางแผนดำเนินงาน
ระยะเวลา
ท่ี กจิ กรรม/สถานท่ีดำเนินการ (ระบุ วันท่/ี เดือน/ ผูร้ ับผดิ ชอบ
ป)ี
1. ข้ันเตรยี มการ : เสนอโครงงานเพ่ือขออนมุ ตั ิ 1 ก.ค. 2564 นางสาวอรญา เซย่ี งจง๊
2. ขนั้ ดำเนนิ การ :
2.1 แตง่ ตง้ั คณะกรรมการดำเนินงาน 12 ก.ค. 2564 ผอ.เบญจ ใหญแ่ กว้
2.2 ประชมุ วางแผนการดำเนนิ งาน 15 ก.ค. 2564
2.3 ดำเนนิ ตามโครงการ 1 พ.ย.2564 นางสาวอรญา เซี่ยงจง๊
1.การอภิปรายกลมุ่ ในงานโครงการครสู ามารถแนะนำการเรยี นรู้ ครูผสู้ อนทุกคน
2.ท้าทายผูเ้ รยี นใหไ้ ดแ้ กป้ ัญหาหรือ สถานการณ์ที่ผสู้ อนกำหนด ครผู สู้ อนทุกคน
3.มกี ิจกรรมกระตุน้ การเรยี นรแู้ บบแอกทีฟ (active learning) ครูผู้สอนทกุ คน
4.ทบทวนประสบการณเ์ ดิมเร่ืองท่ีสนใจ อภปิ รายแลกเปลยี่ นข้อมูล ครผู ู้สอนทกุ คน
5.สืบคน้ ข้อมลู อย่างหลากหลายตามหวั เร่อื งท่นี กั เรียนสนใจและ ครูผสู้ อนทุกคน
ออกแบบชนิ้ งานแบบโครงร่าง
6.จัดนำเสนอแสดงผลงาน โดยใช้ชิน้ งานตนเองหรือปา้ ยจัดแสดง 18 ก.พ.2565 ครูผ้สู อนทกุ คน
ผลงาน
3. ข้นั สรปุ /ประเมนิ ผล นางสาวอรญา เซีย่ งจง๊
3.1 เกบ็ รวมรวมข้อมลู /ภาพถา่ ย ก.พ.65 ครูผสู้ อนทุกคน
3.2 วเิ คราะหผ์ ลข้อมูล/สำรวจความพึงพอใจ ก.พ.65 นางสาวอรญา เซย่ี งจง๊
3.3 จัดทำรูปเล่ม/รายงานผล มี.ค.65 นางสาวอรญา เซย่ี งจง๊
5. รายละเอยี ดการใชง้ บประมาณ รวมทั้งส้นิ .......... 4,901........ บาท ดังนี้
ที่ รายการ ราคา จำนวน รวมท้งั สน้ิ
1 แม็กเย็บ No.23/10 339 1 339
2 แม็กเยบ็ No.3 85 2 170
3 สต้กิ เกอร์เคลือบ 5 30 150
4 กระดาษแข็งโปรเตอร์ 12 36 432
5 กระดาษกาว 2 หน้าบาง 25 10 250
6 ฟิวเจอร์บอร์ด 25 60 1500
7 ทรายสี คละสี 10 50 500
8 ขวดแก้ว 10 40 400
9 ดินเพาะปลูก 50 20 1000
10 กระดาษปริ้นสว์ ุฒิบัตร 80 2 160
รวมทั้งสน้ิ 4901
6. การติดตามและประเมนิ ผล (สนับสนุนทกั ษะข้อที่ 1 , 2 , 3 , 4 และ 5)
ที่ ตัวบ่งช้สี ภาพความสำเร็จ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมอื ท่ใี ช้
ประเมิน แบบประเมนิ
1 ผู้เรียนรอ้ ยละ 80 แสวงหาคำตอบด้วยตนเอง สรา้ งองคค์ วามรเู้ อง
จากประสบการณต์ รงและจากแหล่งการเรียนรู้ ประเมนิ แบบบนั ทึก
คณุ ลักษณะ
2 ร้อยละ 80 ของผู้เรยี น ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ การกิจกรรมเกดิ
ทกั ษะ กระบวนการคิดและการลงมอื ปฏบิ ัติจริง
7. ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ
7.1 STEM Education เป็นการสอนที่ทำให้นกั เรยี นเรยี นรู้ด้วยตนเอง ตามหัวข้อเรอ่ื งท่ตี นเองสนใจ
อย่างมีความสขุ สนกุ สาน ผลงานสรา้ งความภาคภูมิใจให้ตนเอง
7.2 นกั เรียนไดเ้ รียนรู้การทำงานอยา่ งมีแบบแผน มโี อกาสที่จะประยุกตใ์ ชท้ ักษะท่ีมีอยู่ เกิดแรงจูงใจ
ภายในและความสามารถท่เี กิดจากตัวนกั เรยี นในการทำกจิ กรรม
ผู้เสนอโครงการ
(นางสาวอรญา เซี่ยงจง๊ )
ตำแหน่ง ครผู ู้สอน
ผู้เหน็ ชอบโครงการ ผู้อนมุ ัตโิ ครงการ
(นางปราณตี อ่อนแปน้ ) (นางเบญจ ใหญแ่ ก้ว)
ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยการ ผู้อำนวยการโรงเรยี นสารสาสนว์ ิเทศทา่ มะกา
โรงเรยี นสารสาสน์วิเทศท่ามะกา
โครงการ1 ผลงาน 1 นวัตกรรม One Child One Dream ปกี ารศึกษา 2564
สรุปการคา่ บำรงุ รายหัวนักเรียนและคา่ ใชจ้ ่ายการจดั กจิ กรรม ปกี ารศึกษา 2564
รายรบั
จากเงินตามนโยบายเรียนฟรี 15ปอี ย่างมีคุณภาพ(กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น) จำนวน 4,901 บาท
จำนวนนกั เรยี นประถมศกึ ษา ป.1-5 จำนวน 123 คน เบกิ รายหัว 23 บาท (122 22 = 2,806)
รวมทงั้ สิ้น 7,583 บาท รับ 7,540
รายจา่ ย
รายละเอยี ดคา่ ใชจ้ า่ ย(ประมาณการ)
รายการค่าใช้จ่าย รวมเป็นเงนิ
1. ป้ายกจิ กรรมต่างๆ 600 –
2. อุปกรณ์กิจกรรมการเรียนรู้ = 2615+352+370+181
3,518 –
(สพี่ ันหน่งึ ร้อยสิบแปดบาทถว้ น)
รวมท้งั สิ้น 4,118 -
สรุปรายจา่ ยทงั้ สนิ้ = 4,118 บาท
รายรับ = 4,117 บาท
**ส่วนเกนิ = 1 บาท ( ค่าใช้จ่ายทางโรงเรียนออก)
ลงชอื่ ......................................................ผู้สรุปค่าใชจ้ า่ ย
(นางปราณีต อ่อนแป้น)
ลงชื่อ…………………………………………………ผูร้ บั รอง
(นางเบญจ ใหญแ่ กว้ )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นสารสาสน์วเิ ทศท่ามะกา
คำสั่งโรงเรยี นสารสาสน์วิเทศท่ามะกา
ท.่ี ........ /2565
เรือ่ ง แต่งต้ังคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการวนั วิชาการวนั แห่งความภาคภมู ิใจ ปีการศึกษา 2564
****************************************************************************
ฝ่ายวิชาการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ได้จัด
โครงการวันวิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจของโรงเรียน ประจำปีการศกึ ษาขึ้น ในรูปแบบของการจัดกิจกรรม
แสดงผลงานของครูและนักเรียนตลอดในปีการศึกษา 2564 ท่ีมีช่ือว่า “วันวิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจ”
เพ่ือให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม นักเรียน
รจู้ ักการวางแผน และการบริหารจัดการในการเข้าร่วมกิจกรรม ได้รบั ความรู้และประสบการณ์ตรงจากการเข้า
ร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและระดับของผู้เรียน อีกท้ังยังตอบสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.
2542 ที่กล่าวไว้ว่า “ให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้เกิดข้ึนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่” นอกจากน้ียังเป็นการ
แสดงความสามารถของนกั เรยี น นักเรียนได้แสดงออกในสิ่งที่ตนเองถนัด ชอบ เกิดเป็นความภาคภูมใิ จ ดังน้ัน
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ร่วมกับคณะครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงได้จัดโครงการวัน
วชิ าการวันแห่งความภาคภูมิใจในลักษณะของการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและนำเสนอผลงานทางวิชาการ
เพ่ือให้นักเรียนได้แสดงออกถึงการเรียนรู้จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน และได้รับความรู้จากประสบการณ์
ตรง รวมทั้งไดร้ ับความสนุกสนานจากการเข้าร่วมกจิ กรรมของกลุ่มสาระ ด้วยสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของ
โรคโควิด 19 ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอน แบบ Online เพ่อื ให้การดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ จงึ ขอ
แตง่ ตงั้ คณะกรรมการดำเนินการดังนี้
1. ท่ปี รึกษา
นางเบญจ ใหญ่แก้ว ผอู้ ำนวยการ
มหี นา้ ท่ี
-ให้คำปรึกษาปรกึ ษาหารือ และคำแนะนำในเรือ่ งทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การดำเนินงาน
2. ฝ่ายสถานท่ี
2.1 นางปราณตี อ่อนแปน้ หัวหนา้
2.2 นางสาววรรณกาญจน์ จักร์กาย
2.3 นางสาวจุฑารตั น์ แก้วสุกใส
2.4 นางสาวสมุ ติ ตา นาคทบั
2.5 ครปู ระจำชั้นทุกระดับชนั้
มหี นา้ ที่
- จดั เตรียมสถานท่ใี หเ้ หมาะสมตามบรรยากาศของกจิ กรรม กำหนดกิจกรรมและอปุ กรณ์
- ส่งเสริมสนบั สนนุ ข้อมลู ให้กบั ครูประจำช้นั และครูตา่ งชาตใิ นการจดั ทำบอรด์ ป้ายตา่ งๆ
3. ฝา่ ยกิจกรรมฐานการเรียนรู้
3.1 นางสาวปยิ ะวรรณ วิมานประทานพร หัวหนา้
3.2 นางสาวชลุ พี ร เมฆบตุ ร
3.3 นางสาวเสาวลกั ษณ์ อารมณช์ น่ื
3.4 นางสาวอรญา เซี่ยงจ๊ง
3.5 นางขวัญใจ วรอาตมพทิ กั ษ์
3.6 นางสาวปาริตตา ทองวสิ ทุ ธิ์
3.7 นางสาวสุมติ ตา นาคทับ
3.8 Mr.Raymart Salamanes
3.9 Mr.Neptali Layaog
3.10 นางสาวดวงดาว ชว่ ยเล
3.11 นายสรุ ศกั ด์ิ เถียรประภากลุ
การดำเนินกจิ กรรมตามโครงการ
ท่ี กจิ กรรม ผ้รู บั ผิดชอบกจิ กรรม
1 งานจดั ทำปา้ ยนเิ ทศเพื่อสรา้ งบรรยากาศทางการเรียนรู้ ครูกลมุ่ สาระ
2 กจิ กรรมทกั ษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ นางสาวอรญา เซยี่ งจง๊
3 กิจกรรมแสดงผลงานด้านคณิตศาสตร์ นางสาวปิยะวรรณ วิมานประทานพร
4 กจิ กรรมฐานการเรียนรดู้ า้ นภาษาองั กฤษ นางสาวชุลีพร เมฆบุตร
5 กจิ กรรมบทสนทนาภาษาอังกฤษเกย่ี วกับการเรียนรู้ ครตู ่างชาติ
6 กิจกรรมทักษะทางดา้ นภาษาไทย นางขวญั ใจ วรอาตมพิทักษ์
7 กจิ กรรมความสามารถของนกั เรียนเกีย่ วกับร่างกายพลศึกษา นายสุรศักด์ิ เถยี รประภากุล
8 กจิ กรรมโครงงาน นางสาวปาริตตา ทองวสิ ทุ ธ์ิ
มหี น้าท่ี
- กำหนดรูปแบบกจิ กรรมและกำหนดบคุ ลากรในการทำกจิ กรรม
- เป็นทปี่ รึกษาและดำเนินการตามกจิ กรรมท่ีกำหนด
- จดั ทำป้ายและส่ือการสอน อปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการทำกจิ กรรม
- กำหนดระยะเวลาในการทำกิจกรรม ประเมินผลการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ
4. ฝา่ ยการเงิน
4.1 นางสาวจิราภรณ์ ภู่เอยี่ ม หัวหนา้
4.2 นางสาวจุฑารตั น์ แกว้ สุกใส
มีหนา้ ที่
- จดั สรรงบประมาณเพ่อื เปน็ คา่ ใช้จ่ายในเร่อื งที่เก่ยี วข้องตามความเหมาะสม
- สรุปค่าใช้จา่ ยภายหลังส้ินสุดการดำเนินงาน
5. ฝ่ายช่างภาพ
5.1 นางสาวปารติ ตา ทองวสิ ทุ ธ์ิ
5.2 นางสาววรรณกาญจน์ ขจักร์กาย
5.3 ครูประจำชั้น
มีหน้าท่ี
1. ถ่ายภาพกจิ กรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสมตลอดงาน
2. พรอ้ มรวบรวมภาพนำสง่ ต่อคณะกรรมการประเมินผลกิจกรรม
6. ฝา่ ยประเมินผล
6.1 นางสาวปัทมวรรณ ยิ่งตระกลู หวั หน้า
6.2 นางปราณตี อ่อนแป้น
6.3 นางขวญั ใจ วรอาตมพิทักษ์
6.4 นางสาวปารติ ตา ทองวสิ ุทธ์ิ
6.5 นางสาวสมุ ิตตา นาคทับ
6.6 นางสาวปยิ ะวรรณ วิมานประทานพร
6.7 นางสาวกิตตยิ า ศรีรม่ เย็น
มีหน้าที่
- ประเมนิ ผลการดำเนินงาน เพอื่ นำผลการประเมินไปใชใ้ นปรบั ปรุง พัฒนางานตอ่ ไป
อน่ึงขอให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวปฏิบัติงานตามท่ีมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และหากพบ
ปัญหาใดทเี่ กีย่ วข้องกับการดำเนินงานให้ปรกึ ษาหารือกบั ทป่ี รึกษาเพื่อแกไ้ ขต่อไป
สงั่ ณ วันที่ 18 กมุ ภาพันธ์ 2565
ลงชอื่ ……………………….…………………………….
(นางเบญจ ใหญ่แกว้ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสารสาสนว์ ิเทศท่ามะกา
ภาคผนวก
โรงเรียนสารสาสนว์ เิ ทศท่ามะกา
โครงการวนั วชิ าการวนั แห่งความภาคภมู ใิ จ ปกี ารศกึ ษา 2564
สรุปการคา่ บำรงุ รายหัวนกั เรียนและคา่ ใชจ้ า่ ยการจัดกจิ กรรม ปกี ารศึกษา 2564
วนั ท่ี 21-28 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.2565
รายรับ
จากเงินตามนโยบายเรียนฟรี 15ปีอย่างมคี ุณภาพ(กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น) จำนวน 4,117 บาท
จำนวนนกั เรียนประถมศึกษา ป.1-5 จำนวน 122 คน เบิกรายหวั 23 บาท (122 22 = 2,806)
จำนวนนักเรียนปฐมวยั อ.1-3 จำนวน 69 คน เบิกรายหัว 19 บาท (6919 = 1,311)
รวมทั้งส้นิ 7,583 บาท รบั 7,540
รายจ่าย
รายละเอยี ดคา่ ใชจ้ ่าย(ประมาณการ)
รายการคา่ ใช้จ่าย รวมเป็นเงนิ
1. ป้ายกิจกรรมตา่ งๆ 600 –
2. อุปกรณ์กิจกรรมการเรียนรู้ = 2615+352+370+181
3,518 –
(ส่พี นั หนึง่ ร้อยสบิ แปดบาทถว้ น)
รวมทั้งส้ิน 4,118 -
สรุปรายจา่ ยท้ังสิ้น = 4,118 บาท
รายรับ = 4,117 บาท
**ส่วนเกิน = 1 บาท ( คา่ ใชจ้ ่ายทางโรงเรยี นออก)
ลงช่ือ......................................................ผูส้ รุปค่าใช้จา่ ย
(นางปราณตี อ่อนแป้น)
ลงช่ือ…………………………………………………ผรู้ บั รอง
(นางเบญจ ใหญ่แก้ว)
ผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสนว์ เิ ทศทา่ มะกา
คำสั่งโรงเรยี นสารสาสน์วิเทศทา่ มะกา
ท.่ี ........ /2565
เร่อื ง แต่งต้ังคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการวนั วิชาการวนั แหง่ ความภาคภมู ิใจ ปีการศึกษา 2564
****************************************************************************
ฝ่ายวิชาการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ได้จัด
โครงการวันวิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจของโรงเรียน ประจำปีการศกึ ษาขึ้น ในรูปแบบของการจัดกิจกรรม
แสดงผลงานของครูและนักเรียนตลอดในปีการศึกษา 2564 ท่ีมีชื่อว่า “วันวิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจ”
เพ่ือให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม นักเรียน
รู้จักการวางแผน และการบริหารจดั การในการเข้าร่วมกิจกรรม ได้รบั ความรู้และประสบการณ์ตรงจากการเข้า
ร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและระดับของผู้เรียน อีกท้ังยังตอบสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.
2542 ที่กล่าวไว้ว่า “ให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้เกิดข้ึนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่” นอกจากนี้ยังเป็นการ
แสดงความสามารถของนกั เรยี น นักเรียนได้แสดงออกในสิ่งที่ตนเองถนัด ชอบ เกิดเป็นความภาคภูมิใจ ดังนั้น
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ร่วมกับคณะครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงได้จัดโครงการวัน
วิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจในลักษณะของการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและนำเสนอผลงานทางวชิ าการ
เพ่ือให้นักเรียนได้แสดงออกถึงการเรียนรู้จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน และได้รับความรู้จากประสบการณ์
ตรง รวมทั้งไดร้ ับความสนุกสนานจากการเข้าร่วมกจิ กรรมของกลุ่มสาระ ด้วยสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของ
โรคโควิด 19 ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอน แบบ Online เพ่อื ให้การดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ จึงขอ
แตง่ ตั้งคณะกรรมการดำเนนิ การดงั นี้
1. ทป่ี รกึ ษา
นางเบญจ ใหญ่แกว้ ผอู้ ำนวยการ
มหี น้าท่ี
-ใหค้ ำปรึกษาปรกึ ษาหารือ และคำแนะนำในเรือ่ งทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การดำเนินงาน
2. ฝ่ายสถานท่ี
2.1 นางปราณีต อ่อนแปน้ หัวหนา้
2.2 นางสาววรรณกาญจน์ จักร์กาย
2.3 นางสาวจุฑารัตน์ แก้วสุกใส
2.4 นางสาวสุมิตตา นาคทบั
2.5 ครูประจำชัน้ ทุกระดับชนั้
มหี น้าท่ี
- จัดเตรยี มสถานท่ใี หเ้ หมาะสมตามบรรยากาศของกจิ กรรม กำหนดกิจกรรมและอปุ กรณ์
- ส่งเสรมิ สนับสนุนข้อมลู ให้กบั ครูประจำช้นั และครูต่างชาตใิ นการจดั ทำบอร์ด ป้ายตา่ งๆ
3. ฝา่ ยกิจกรรมฐานการเรียนรู้
3.1 นางสาวปยิ ะวรรณ วิมานประทานพร หัวหนา้
3.2 นางสาวชลุ พี ร เมฆบตุ ร
3.3 นางสาวเสาวลกั ษณ์ อารมณช์ น่ื
3.4 นางสาวอรญา เซี่ยงจ๊ง
3.5 นางขวัญใจ วรอาตมพทิ กั ษ์
3.6 นางสาวปาริตตา ทองวสิ ทุ ธิ์
3.7 นางสาวสุมติ ตา นาคทับ
3.8 Mr.Raymart Salamanes
3.9 Mr.Neptali Layaog
3.10 นางสาวดวงดาว ชว่ ยเล
3.11 นายสรุ ศกั ด์ิ เถียรประภากลุ
การดำเนินกจิ กรรมตามโครงการ
ท่ี กจิ กรรม ผ้รู บั ผิดชอบกจิ กรรม
1 งานจดั ทำปา้ ยนิเทศเพื่อสรา้ งบรรยากาศทางการเรียนรู้ ครูกลมุ่ สาระ
2 กจิ กรรมทกั ษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ นางสาวอรญา เซยี่ งจง๊
3 กิจกรรมแสดงผลงานด้านคณิตศาสตร์ นางสาวปิยะวรรณ วิมานประทานพร
4 กจิ กรรมฐานการเรยี นรดู้ า้ นภาษาองั กฤษ นางสาวชุลีพร เมฆบุตร
5 กจิ กรรมบทสนทนาภาษาอังกฤษเกย่ี วกับการเรียนรู้ ครตู ่างชาติ
6 กิจกรรมทักษะทางดา้ นภาษาไทย นางขวญั ใจ วรอาตมพิทักษ์
7 กจิ กรรมความสามารถของนกั เรียนเกีย่ วกับร่างกายพลศึกษา นายสุรศักด์ิ เถยี รประภากุล
8 กจิ กรรมโครงงาน นางสาวปาริตตา ทองวสิ ทุ ธ์ิ
มหี น้าท่ี
- กำหนดรูปแบบกจิ กรรมและกำหนดบคุ ลากรในการทำกจิ กรรม
- เป็นท่ปี รึกษาและดำเนินการตามกจิ กรรมท่ีกำหนด
- จดั ทำปา้ ยและส่ือการสอน อปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการทำกจิ กรรม
- กำหนดระยะเวลาในการทำกิจกรรม ประเมินผลการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ
4. ฝา่ ยการเงิน
4.1 นางสาวจิราภรณ์ ภู่เอยี่ ม หัวหนา้
4.2 นางสาวจุฑารตั น์ แกว้ สุกใส
มีหนา้ ที่
- จดั สรรงบประมาณเพ่อื เปน็ คา่ ใช้จ่ายในเร่อื งท่ีเกย่ี วข้องตามความเหมาะสม
- สรุปค่าใชจ้ า่ ยภายหลังส้ินสุดการดำเนินงาน
5. ฝ่ายช่างภาพ
5.1 นางสาวปารติ ตา ทองวสิ ทุ ธ์ิ
5.2 นางสาววรรณกาญจน์ ขจักร์กาย
5.3 ครูประจำชั้น
มีหน้าท่ี
1. ถ่ายภาพกิจกรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสมตลอดงาน
2. พรอ้ มรวบรวมภาพนำสง่ ต่อคณะกรรมการประเมินผลกิจกรรม
6. ฝา่ ยประเมินผล
6.1 นางสาวปัทมวรรณ ยิ่งตระกลู หวั หน้า
6.2 นางปราณตี อ่อนแป้น
6.3 นางขวญั ใจ วรอาตมพิทักษ์
6.4 นางสาวปารติ ตา ทองวสิ ุทธ์ิ
6.5 นางสาวสมุ ิตตา นาคทับ
6.6 นางสาวปิยะวรรณ วิมานประทานพร
6.7 นางสาวกิตตยิ า ศรีรม่ เย็น
มีหน้าที่
- ประเมนิ ผลการดำเนินงาน เพอื่ นำผลการประเมินไปใชใ้ นปรบั ปรุง พัฒนางานตอ่ ไป
อน่ึงขอให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวปฏิบัติงานตามท่ีมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และหากพบ
ปัญหาใดทเี่ กีย่ วข้องกับการดำเนินงานให้ปรกึ ษาหารือกบั ทป่ี รึกษาเพื่อแกไ้ ขต่อไป
สงั่ ณ วันที่ 18 กมุ ภาพันธ์ 2565
ลงชอื่ ……………………….…………………………….
(นางเบญจ ใหญ่แกว้ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนสารสาสนว์ ิเทศท่ามะกา
ภาคผนวก
โรงเรียนสารสาสนว์ เิ ทศทา่ มะกา
โครงการวันวชิ าการวันแหง่ ความภาคภูมิใจ ปีการศกึ ษา 2564
สรุปการคา่ บำรงุ รายหัวนกั เรียนและค่าใช้จ่ายการจดั กจิ กรรม ปีการศึกษา 2564
วนั ที่ 21-28 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ.2565
รายรบั
จากเงนิ ตามนโยบายเรยี นฟรี 15ปีอยา่ งมคี ุณภาพ(กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน) จำนวน 4,117 บาท
จำนวนนกั เรียนประถมศึกษา ป.1-5 จำนวน 122 คน เบิกรายหวั 23 บาท (122 22 = 2,806)
จำนวนนักเรียนปฐมวัย อ.1-3 จำนวน 69 คน เบกิ รายหัว 19 บาท (6919 = 1,311)
รวมท้งั ส้นิ 7,583 บาท รบั 7,540
รายจ่าย
รายละเอยี ดค่าใชจ้ ่าย(ประมาณการ)
รายการค่าใช้จ่าย รวมเปน็ เงิน
1. ป้ายกจิ กรรมตา่ งๆ 600 –
2. อปุ กรณ์กจิ กรรมการเรยี นรู้ = 2615+352+370+181
3,518 –
(สพี่ ันหนง่ึ รอ้ ยสบิ แปดบาทถว้ น)
รวมท้งั สนิ้ 4,118 -
สรปุ รายจา่ ยทงั้ ส้ิน = 4,118 บาท
รายรับ = 4,117 บาท
**ส่วนเกิน = 1 บาท ( ค่าใช้จ่ายทางโรงเรยี นออก)
ลงชอื่ ......................................................ผู้สรปุ คา่ ใชจ้ ่าย
(นางปราณีต ออ่ นแป้น)
ลงชื่อ…………………………………………………ผรู้ บั รอง
(นางเบญจ ใหญ่แก้ว)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศทา่ มะกา
คำสั่งโรงเรยี นสารสาสน์วิเทศท่ามะกา
ที่......... /2565
เร่อื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการวนั วชิ าการวนั แหง่ ความภาคภมู ใิ จ ปีการศึกษา 2564
****************************************************************************
ฝ่ายวิชาการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ได้จัด
โครงการวันวิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจของโรงเรียน ประจำปีการศึกษาข้ึน ในรูปแบบของการจัดกิจกรรม
แสดงผลงานของครูและนักเรียนตลอดในปีการศึกษา 2564 ที่มีชื่อว่า “วันวิชาการวันแห่งความภาคภูมิใจ”
เพ่ือให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม นักเรียน
รู้จักการวางแผน และการบริหารจดั การในการเข้าร่วมกิจกรรม ได้รบั ความรู้และประสบการณ์ตรงจากการเข้า
ร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและระดับของผู้เรียน อีกทั้งยังตอบสนองต่อพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ.
2542 ที่กล่าวไว้ว่า “ให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่” นอกจากนี้ยังเป็นการ
แสดงความสามารถของนกั เรยี น นักเรียนได้แสดงออกในส่ิงที่ตนเองถนัด ชอบ เกิดเป็นความภาคภูมิใจ ดังน้ัน
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ ร่วมกับคณะครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงได้จัดโครงการวัน
วชิ าการวันแห่งความภาคภูมิใจในลักษณะของการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและนำเสนอผลงานทางวชิ าการ
เพ่ือให้นักเรียนได้แสดงออกถึงการเรียนรู้จากส่ิงที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน และได้รับความรู้จากประสบการณ์
ตรง รวมทั้งไดร้ ับความสนุกสนานจากการเข้าร่วมกจิ กรรมของกลุ่มสาระ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคโควิด 19 ทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอน แบบ Online เพอื่ ให้การดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ จงึ ขอ
แตง่ ตั้งคณะกรรมการดำเนนิ การดงั นี้
1. ทป่ี รกึ ษา
นางเบญจ ใหญ่แกว้ ผอู้ ำนวยการ
มหี นา้ ท่ี
-ใหค้ ำปรึกษาปรกึ ษาหารอื และคำแนะนำในเร่อื งทเี่ กย่ี วข้องกบั การดำเนนิ งาน
2. ฝ่ายสถานท่ี
2.1 นางปราณีต อ่อนแป้น หัวหน้า
2.2 นางสาววรรณกาญจน์ จกั ร์กาย
2.3 นางสาวจุฑารัตน์ แกว้ สุกใส
2.4 นางสาวสุมิตตา นาคทับ
2.5 ครปู ระจำชัน้ ทุกระดับชน้ั
มหี นา้ ท่ี
- จัดเตรยี มสถานท่ใี หเ้ หมาะสมตามบรรยากาศของกิจกรรม กำหนดกิจกรรมและอปุ กรณ์
- ส่งเสรมิ สนับสนุนข้อมลู ให้กับครูประจำช้ันและครูตา่ งชาติในการจดั ทำบอรด์ ป้ายตา่ งๆ
3. ฝ่ายกิจกรรมฐานการเรียนรู้
3.1 นางสาวปิยะวรรณ วิมานประทานพร หวั หน้า
3.2 นางสาวชลุ พี ร เมฆบุตร
3.3 นางสาวเสาวลักษณ์ อารมณ์ชนื่
3.4 นางสาวอรญา เซ่ยี งจ๊ง
3.5 นางขวัญใจ วรอาตมพทิ กั ษ์
3.6 นางสาวปารติ ตา ทองวิสุทธ์ิ
3.7 นางสาวสุมิตตา นาคทับ
3.8 Mr.Raymart Salamanes
3.9 Mr.Neptali Layaog
3.10 นางสาวดวงดาว ชว่ ยเล
3.11 นายสุรศกั ด์ิ เถียรประภากุล
การดำเนนิ กจิ กรรมตามโครงการ
ท่ี กิจกรรม ผูร้ ับผดิ ชอบกิจกรรม
1 งานจดั ทำปา้ ยนิเทศเพื่อสรา้ งบรรยากาศทางการเรียนรู้ ครกู ล่มุ สาระ
2 กิจกรรมทกั ษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ นางสาวอรญา เซี่ยงจ๊ง
3 กจิ กรรมแสดงผลงานดา้ นคณติ ศาสตร์ นางสาวปยิ ะวรรณ วมิ านประทานพร
4 กจิ กรรมฐานการเรยี นรดู้ า้ นภาษาอังกฤษ นางสาวชลุ พี ร เมฆบุตร
5 กิจกรรมบทสนทนาภาษาอังกฤษเก่ียวกับการเรียนรู้ ครตู ่างชาติ
6 กิจกรรมทักษะทางดา้ นภาษาไทย นางขวัญใจ วรอาตมพทิ ักษ์
7 กิจกรรมความสามารถของนักเรยี นเกย่ี วกับรา่ งกายพลศึกษา นายสรุ ศักดิ์ เถยี รประภากลุ
8 กิจกรรมโครงงาน นางสาวปาริตตา ทองวิสุทธิ์
มหี น้าที่
- กำหนดรปู แบบกิจกรรมและกำหนดบุคลากรในการทำกจิ กรรม
- เปน็ ทีป่ รกึ ษาและดำเนนิ การตามกจิ กรรมที่กำหนด
- จัดทำป้ายและสือ่ การสอน อปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการทำกิจกรรม
- กำหนดระยะเวลาในการทำกจิ กรรม ประเมินผลการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ
4. ฝ่ายการเงิน
4.1 นางสาวจิราภรณ์ ภเู่ อีย่ ม หวั หนา้
4.2 นางสาวจุฑารัตน์ แกว้ สกุ ใส
มีหน้าที่
- จัดสรรงบประมาณเพ่อื เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายในเร่ืองทีเ่ กีย่ วข้องตามความเหมาะสม
- สรุปคา่ ใช้จา่ ยภายหลังสนิ้ สดุ การดำเนินงาน
5. ฝ่ายชา่ งภาพ
5.1 นางสาวปาริตตา ทองวิสุทธิ์
5.2 นางสาววรรณกาญจน์ ขจกั ร์กาย
5.3 ครปู ระจำชน้ั
มหี นา้ ท่ี
1. ถา่ ยภาพกจิ กรรมต่างๆ ตามความเหมาะสมตลอดงาน
2. พรอ้ มรวบรวมภาพนำสง่ ต่อคณะกรรมการประเมนิ ผลกิจกรรม
6. ฝา่ ยประเมนิ ผล
6.1 นางสาวปัทมวรรณ ยิ่งตระกูล หวั หน้า
6.2 นางปราณตี ออ่ นแปน้
6.3 นางขวญั ใจ วรอาตมพิทักษ์
6.4 นางสาวปารติ ตา ทองวิสทุ ธิ์
6.5 นางสาวสมุ ติ ตา นาคทับ
6.6 นางสาวปยิ ะวรรณ วมิ านประทานพร
6.7 นางสาวกิตตยิ า ศรรี ่มเย็น
มหี นา้ ท่ี
- ประเมินผลการดำเนนิ งาน เพอื่ นำผลการประเมินไปใช้ในปรับปรงุ พัฒนางานต่อไป
อน่ึงขอให้ผู้มีรายชื่อดังกล่าวปฏิบัติงานตามท่ีมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และหากพบ
ปัญหาใดทเ่ี กยี่ วข้องกบั การดำเนนิ งานใหป้ รึกษาหารือกับทีป่ รึกษาเพ่ือแก้ไขต่อไป
สั่ง ณ วันที่ 18 กมุ ภาพันธ์ 2565
ลงชอ่ื ……………………….…………………………….
(นางเบญจ ใหญ่แก้ว)
ผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศทา่ มะกา
ภาคผนวก
โครงงานบูรณาการ STEAM
One Child One Dream
โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เรื่องเล่าเช้านี้
จดั ทำโดย นกั เรียนช้นั ประถมศึกษำปี ที่ 3
ครูท่ีปรึกษำ นำงขวญั ใจ วรอำตมพิทกั ษ์
นำงสำวสุมิตตำ นำคทบั
ปี กำรศึกษำ 2564
โรงเรียนสำรสำสน์วเิ ทศท่ำมะกำ อ.ท่ำมะกำจ.กำญจนบุรี
โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เร่ืองเล่าเช้านี้
รายชื่อนกั เรียนระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2564
เด็กชายศตธนญั ธนกุลศรสี ขุ
เด็กชายชัยวชิ ญ์ ปุญสิริ
เดก็ ชายธนเดช เกดิ จรสั
เดก็ ชายณดล สงั วาลยท์ อง
เด็กชายธนภทั ร ค่ำเกลยี้ ง
เด็กชายเกรยี งไกร เจริญวัย
เดก็ ชายเสกสรร พวงพนั ธ์
เดก็ ชายนนทิวรรธน์ ดิษยะผาภูมิ
เดก็ ชายภวู กร ปวู เิ มฆ
เดก็ ชายฐิติวัทน์ เจนเจรญิ โภไคย
เดก็ ชายภาคภูมิ ผวิ ผอ่ ง
เด็กหญิงเตชิตา จริ สุขโภคิน
เด็กหญงิ ธนพตั นาคทบั
เด็กหญิงพัทธ์ธีรา จือประสิทธิ์
เดก็ หญงิ พาขวญั หนูกรุด
เดก็ หญิงอชั ราห์ ทองศรี
เดก็ หญิงอารดา บุญคุ้ม
เด็กหญงิ นิรดา เสาะหาย่ิง
เด็กหญงิ อณิกา สมรปู
โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream
เรื่องเล่าเช้านี้
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3
ปี การศึกษา 2564
โรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
บทที่ 1
บทนำ
ทมี่ าและความสำคญั
ภาษาไทยเป็นทักษะท่ีต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารการเรียนรู้อย่าง
มีประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยคการอ่านบทร้อยแก้ว
คำประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่าน ในใจเพื่อสร้างความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความรู้จากสิ่งท่ี
อ่าน เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธีการเขียนส่ือสาร โดยใช้
ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆ ของการเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การ
เขยี นตามจินตนาการ วเิ คราะห์วิจารณ์และเขยี นเชงิ สร้างสรรค์ การสอนภาษาไทยให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์และ
มปี ระสทิ ธิภาพน้นั จำเป็นตอ้ งฝึกทักษะต่างๆ ให้ สัมพนั ธ์กนั ทั้งการรับเขา้ มา คอื การอ่านและการฟังกับทักษะ
การถ่ายทอดออกไป คือ การพูดและการเขียน ในด้านการเขียน ถือเป็นทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนและเป็นทักษะ
ถ่ายทอดท่ีสำคัญต่อการสื่อสารอย่างยิ่ง ควรจะมีการหาวิธีปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มี
ประสิทธิภาพ ให้ท้ังความรู้ทักษะการคิด ความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน มีเทคนิคการสอนท่ี
หลากหลาย ทำให้เกดิ การเรียนรเู้ กิดความแม่นยำ จดจำง่าย และเข้าใจอยา่ งลึกซง้ึ
นักเรียนหลายคนท่ียังมีปัญหาในเรื่องการฟัง พูด อ่าน เขียน และการนำเสนอ(เล่าเรื่อง) ครูมี
ต้องการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความสามารถในด้านภาษาไทยดีขึ้น เพ่ือนักเรียนจะได้เป็นบุคคลที่พึง
ประสงค์และบรรลุมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนตอ่ ไป จงึ จดั ทำโครงการพฒั นาเสริมทักษะพลังการเรียนรู้
5 ด้าน คือ พลังการอ่าน พลังการใช้สมอง พลังการพูด พลังการเขียน และพลังการนำเสนอ ในการเรียนการ
สอนให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถเต็มตามศักยภาพ โดยการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการผสานกับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ เสริมกิจกรรม เรื่องเล่าเช้านี้ ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง
สะเตม็ มลี ักษณะ 5 ประการไดแ้ ก่
1) เป็นการสอนท่ีเนน้ การบรู ณาการ
2) ท้าทายความคิดของนกั เรียน
3) เน้นการพฒั นาทักษะในศตวรรษท่ี 21
4) ช่วยนักเรยี นสรา้ งความเชื่อมโยงระหว่างเน้ือหาวิชาทงั้ 4 กับชีวติ ประจำวนั และการทำอาชพี
5) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจท่ีสอดคล้องกับเน้ือหาทั้ง 4 วิชา
จุดประสงคข์ องการจดั การเรียนร้ตู ามแนวทางสะเตม็ ศกึ ษา คอื ส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนรักและเห็นคณุ ค่า
ของการ เรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่าน้ันเป็นเรื่อง
ใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน สะเต็มศึกษาจึงส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานท่ีมุ่งแก้ไข
ปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพ่ือสร้าง เสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้าง
นวัตกรรม ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่
ตอ้ งใชอ้ งค์ความรู้ และทกั ษะด้านวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยใี นภาคการผลติ และการบริการที่
สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพ่ือใหก้ ารทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มใหม้ ีประสทิ ธิภาพและเกิดความเข้าใจ
ที่ตรงกัน ดังน้ันกิจกรรมหรือ โครงการท่ีจะเป็นสะเต็มน้ันจะไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพและ เทคโนโลยี เท่าน้ัน แต่สามารถนำความรู้ในวิชาอื่น เช่น ศิลปะ ภาษาไทย
ภาษาองั กฤษ สขุ ศึกษา พลศึกษา เป็นตน้ มาบรู ณาการได้เช่นกนั
ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา จึงได้ดำเนินการประชุมขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการ
บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา และได้ลงความเห็นการจดั สรรเงินอุดหนุนกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนให้กับผู้เรียนโครงการ 1 ผลงาน 1 นวัตกรรม One Child One Dream เพ่ือสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดี
และคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ จัดกิจกรรมเรอ่ื งเช้าเลา่ นี้ ในเวลา 20 นาที เชิญชวนนักเรยี นเล่านิทานคุณธรรม
ท่ีสนใจ เลา่ ข่าว วเิ คราะหข์ ่าว
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่อื ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหาคำตอบดว้ ยตนเอง และสรา้ งองค์ความร้เู องโดยมีครูผ้สู อนเป็นผู้
อำนวยความสะดวกและใหค้ วามรกู้ บั นักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหลง่ การเรยี นรู้
2. เพ่ือสง่ เสรมิ ให้นักเรยี นเกิดทกั ษะ กระบวนการคิดและการลงมอื ปฏบิ ตั จิ ริงจากการเล่าเรอ่ื ง ได้แก่
นิทาน ขา่ ว ประสบการณ์
3. เพือ่ ให้เกดิ การสร้างความสัมพันธ์ระหวา่ งกล่มุ เพ่ือน โรงเรียน ชุมชน และผปู้ กครอง
เปา้ หมาย
เชิงปริมาณ
1. ผู้เรียนร้อยล ะ80 เข้าร่วมกิจกรรมแสวงหาคำตอบได้ดว้ ยตนเอง และสร้างองคค์ วามรู้เองโดยมี
ครผู ู้สอนเปน็ ผอู้ ำนวยความสะดวกให้ความรกู้ บั นักเรียนจากประสบการณต์ รงและจากแหลง่ การเรยี น
2. ผเู้ รียนร้อยละ 90 ผา่ นการประเมินผลงานการเรยี นร้ทู ้ังภายในหอ้ งเรยี นและนอกหอ้ งเรยี น
สนกุ สนานกบั การเรยี นรู้ควบคู่คุณธรรมในการทำกิจกรรม
เชงิ คณุ ภาพ
ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมแสวงหาคำตอบได้ดว้ ยตนเอง และสร้างองค์ความร้เู องโดยมคี รผู ู้สอนเปน็
ผู้อำนวยความสะดวกและให้ความรู้กับนักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรียนทั้งภายใน
ห้องเรียนและนอกหอ้ งเรียน สนกุ สนานกับการเรยี นรูค้ วบคู่คุณธรรมในการทำกจิ กรรม
ประโยชน์ที่ได้รับ
One Child One Dream เปน็ กจิ กรรมการทำโครงงานบรู ณาการ ฝึกฝนให้นกั เรยี นมีความรู้ ความมนั่ ใจ
ในการทำงานประดิษฐค์ ิดค้นหรอื ค้นควา้ ความรตู้ า่ งๆ ดว้ ยตนเอง ดังน้ี
1. สรา้ งจิตสำนกึ และความรับผิดชอบในการเรียนรู้และพฒั นาดว้ ยตนเอง
2. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
3. เปดิ โอกาสให้นักเรียนได้ศึกษา คน้ ควา้ และเรียนร้เู รื่องท่นี ักเรยี นสนใจได้
4. ส่งเสรมิ และพัฒนากระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสนิ ใจ รวมท้งั การสอ่ื สารระหวา่ งกัน
5. ส่งเสริมใหน้ กั เรียนใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ สร้างสมั พันธ์ระหว่างครู นักเรยี น และผ้ปู กครอง
บทท่ี 2
เอกสารท่ีเกย่ี วขอ้ ง
การพูดเล่าเร่ืองหรือเลา่ เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ
การเล่าเร่ืองเปน็ การนำความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ มาถา่ ยทอดสผู่ ฟู้ ังโดยมีจดุ ประสงคเ์ พื่อสรา้ ง
ความรู้ ความเข้าใจ ความเพลิดเพลนิ เปน็ การให้ความรู้ หรอื ผ่อนคลายอารมณแ์ ลว้ แตโ่ อกาส การพูดเล่าเรือ่ ง
อาจเปน็ การเลา่ นิทาน นยิ าย ประวัตคิ วามเป็นมา ประสบการณข์ องผเู้ ล่า เปน็ ตน้ การเล่าเรือ่ งมีหลักและ
วธิ กี าร ดังน้ี
1. หลกั ในการเล่านิทาน
1.1 ผ้เู ลา่ ตอ้ งมีความชอบและความตั้งใจท่จี ะเลา่ เรอ่ื ง
1.2 ผ้เู ลา่ เรื่องได้ดี ต้องเป็นนกั ฟงั ท่ีดี หดั อา่ น ค้นควา้ เพอ่ื จะได้มเี ร่อื งราวแปลกใหม่นำมาเลา่
1.3 ใช้ภาษางา่ ย ๆ เหมาะกบั ผู้ฟงั ใช้ประโยคสั้น ๆ
1.4 เตรยี มหัวเรอ่ื งและวางโครงเรอ่ื งทจ่ี ะเล่า
1.5 ก่อนเล่าเร่ือง ตอ้ งแนะนำตนเองต่อผู้ฟัง ชแ้ี จงวา่ จะเล่าเร่อื งอะไร มีความสำคัญอยา่ งไร
1.6 เลา่ เรือ่ งตามลำดบั เรื่อง
1.7 สอดแทรกข้อคิดเหน็ ตอนทา้ ยเร่ือง
1.8 ขอบคุณผูฟ้ งั
2. วิธกี ารเล่าเรือ่ ง
2.1 การเลา่ นทิ าน หรือนยิ าย เล่าเร่อื งตามลำดับเหตุการณต์ ้งั แต่ตน้ จนจบ ใชถ้ ้อยคำงา่ ย
น้ำเสยี ง สีหน้า ทา่ ทาง เปน็ ธรรมชาติสอดคล้องกับเร่ือง อาจมีการเลยี นเสยี งตวั ละครบ้าง เพ่อื ให้สมจรงิ
เชน่ เสียงเด็ก คนชรา เสียงสัตว์ คนเดนิ ถา้ เร่อื งท่เี ลา่ ยาวมากควรแบง่ เลา่ เปน็ ตอน ๆ และในตอนทา้ ยควร
สรปุ เร่อื งพร้อมทั้งแสดงข้อคิด คติเตอื นใจ
2.2 การเลา่ ชีวประวตั ิของบคุ คล การเล่าถงึ ประเดน็ ทีน่ า่ ยกยอ่ ง ผลงานดเี ด่น โดยเร่ิมจากประวตั ิ
โดยย่อ เหตกุ ารณบ์ างตอนในชีวติ ที่จะนำมาเลา่ เปน็ ตัวอย่าง เพ่อื นำเสนอ รายละเอียดท่ีมปี ระโยชน์และน่ายก
ยอ่ ง พร้อมท้ังสรุปข้อคดิ และแนวทางทค่ี วรนำไป เปน็ แบบอยา่ งในการปฏิบตั ิตน
2.3 การเลา่ เหตกุ ารณ์ การเลา่ เหตุการณ์ควรเลอื กเล่าเหตกุ ารณส์ ำคัญ ทน่ี า่ ประทับใจ อาจเป็น
เหตุการณ์ เก่ยี วกบั การเมือง สังคม สถานที่ท่องเท่ยี วต่าง ๆ เรือ่ งน่าตืน่ เตน้ โดยอาจเกดิ ขนึ้ กับผู้เล่าเอง
โดยตรง หรือเป็นเร่ืองท่ไี ด้ยนิ ได้ฟงั มา หรืออ่าน จากหนงั สือแลว้ นำมาเลา่ ต่อโดยมสี าระของเหตุการณ์ทีค่ วร
เล่าดังน้ี
1. เหตผุ ลท่นี ำมาเล่า
2. สถานทีแ่ ละเวลาทเ่ี กิดขนึ้
3. ผเู้ กี่ยวข้องในเหตุการณ์
4. เหตกุ ารณ์ท่เี กดิ ขึ้นตง้ั แต่ตน้ จนจบ
5. ผลอันเนอื่ งมาจากเหตกุ ารณ์ซึ่งกระทบตอ่ คนส่วนใหญ่ ทงั้ อดีต ปัจจุบันและอนาคต
2.4 การใชภ้ าษาในการเลา่ เรอ่ื งและเหตุการณ์ ภาษาที่ใชค้ วรใชภ้ าษางา่ ย ๆ กะทัดรดั ชดั เจน
นำ้ เสียงชดั เจนปรบั เปลยี่ นระดบั เสยี งเหมาะสมกบั เรื่องราวและเหตกุ ารณ์ เพ่ือสรา้ งความสนใจโดยเฉพาะเร่ือง
ในแนว บนั เทงิ คดี เช่น ประสบการณ์หรือการท่องเทย่ี ว และในตอนท้าย ควรมสี รปุ ท่ใี ห้แงค่ ิดเป็นคติสอนใจ
หรอื สรุปดว้ ยสุภาษติ สำนวน คำประพนั ธ์ เพอ่ื เพ่ิมความนา่ ฟังยิง่ ข้นึ
2.5 มารยาทในการพูด การพูดทด่ี ีไมว่ ่าจะเป็นการพดู ในโอกาสใด ผพู้ ูดต้องคำนึง ถึงมารยาทใน
การพูด ซ่งึ จะช่วยสร้างความชนื่ ชมจากผฟู้ ัง ส่งผลใหก้ ารพูดแตล่ ะครัง้ ประสบความสำเร็จตามวตั ถุประสงค์
ทต่ี ้ังไว้ มารยาทในการพูดสรุปได้ดังน้ี
1. เรื่องทพ่ี ูดนนั้ ควรเป็นเรื่องที่ท้ังสองฝา่ ยสนใจรว่ มกนั หรืออยู่ในความสนใจของคนทั่วไป
2. พูดใหต้ รงประเด็นจะออกนอกเรื่องบ้างก็เพียงเล็กน้อย
3. ไม่ถามเร่ืองสว่ นตัว ซ่ึงจะทำให้อีกฝา่ ยหนงึ่ รสู้ ึกอึดอัดใจหรือลำบาก ใจในการตอบ
4. ตอ้ งคำนงึ ถึงสถานการณ์และโอกาส เชน่ ไมพ่ ดู เร่ืองเศร้า เร่อื งท่ี น่ารังเกยี จใน
ขณะท่ี รบั ประทานอาหารหรือในงานมงคล
5. สรา้ งบรรยากาศท่ีดี ย้ิมแยม้ แจ่มใสและสนใจเรือ่ งท่ีกำลังพูด
6. ไม่แสดงกริ ยิ าอันไมส่ มควรในขณะท่ีพดู เชน่ ล้วง แคะ แกะ เกา สว่ นใด สว่ นหนึ่งของ
รา่ งกาย
7. หลกี เลย่ี งการกลา่ วร้าย การนนิ ทาผู้อนื่ ไม่ยกตนข่มท่าน
8. พูดให้มเี สียงดงั พอได้ยินกนั ทวั่ ไม่ควรพูดตะโกนหรือเบาจนกลายเป็น กระซิบกระซาบ
9. พดู ดว้ ยถ้อยคำ วาจาทส่ี ภุ าพ
10. พยายามรกั ษาอารมณใ์ นขณะพดู ใหเ้ ป็นปกติ
11. หากนำคำกล่าวหรือมีการอา้ งองิ คำพูดของผ้ใู ด ควรระบุนามหรือแหลง่ ท่ีมาเพื่อให้เปน็
เกียรติแก่บุคคลท่ีกล่าวถึง
12. หากพูดในขณะท่ผี ูอ้ ืน่ กำลงั พดู อยู่ควรกลา่ วคำขอโทษ
13. ไม่พูดคุยกันข้ามศรี ษะผู้อื่น
การอ่าน
ปจั จุบนั เปน็ ยคุ ของข้อมลู ข่าวสาร ซึ่งต้องใชท้ ักษะการอา่ นเพ่ือรับสารให้มากข้นึ ทัง้ การอา่ นส่งิ พมิ พท์ ่ี
เป็นรปู เล่ม ขอ้ ความตา่ งๆท่ีพิมพล์ งในวสั ดหุ บี ห่อต่างๆ
ความสำคัญของการอ่าน
นอกจากคนเราจะฟังเพ่ือรับข้อมูลข่าวสารแลว้ การ"อ่าน"ยงั เปน็ การรบั ร้ขู ้อมูลข่าวสารอีกทางหน่งึ ด้วย
จะเห็นวา่ ชาติทีเ่ จรญิ คือชาตทิ ี่มีคนรักการอา่ น ส่วนประเทศทีด่ ้อยพฒั นา พบว่าคนในชาตินนั้ อ่านหนงั สอื ไม่ได้
ดงั นนั้ เราจงึ ควรพัฒนาการอ่านใหม้ ากๆ
การพฒั นาทักษะการอา่ น
1. ใช้กระบวนการอ่าน ต้องเขา้ ใจความหมายต่างๆในบทที่เราจะอา่ น
2. รจู้ ักสำรวจและเลือกอา่ น รจู้ ักสว่ นประกอบต่างๆของหนงั สอื ตัง้ แตป่ กหนา้ จนถงึ ปกหลัง
3. ฝกึ อ่านเพื่อนำไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวัน
ประเภทของการอา่ น
1. อ่านในใจและการอา่ นออกเสยี ง
2. อ่านเพื่อจบั ใจความและแสดงความคิดเหน็
3. การอา่ นคำประพนั ธแ์ ละท่องจำ
มารยาทในการอ่าน
คณุ สมบตั ิของนักอ่านท่ีดีคืออ่านเก่ง อ่านเป็น มีมารยาทในการอา่ น
1. แสดงกิรยิ า มารยาทในการอา่ นได้เหมาะสม
2. ปฏบิ ตั ิตัวตามระเบียบการใช้หอ้ งสมุด
3. ไมข่ ีดเขยี น พับหน้ากระดาษตดั ฉีก
ทกั ษะการอ่านมีความสำคัญต่อชวี ิต ควรฝกึ อา่ น รู้จักลกั ษณะการอา่ นและวิธีการอ่านลกั ษณะตา่ งๆ
ชว่ ยใหก้ ารอา่ นมีประสิทธภิ าพ
การเขียน
การเขียนเปน็ การถา่ ยทอดเรื่องราวเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ความสำคัญของการเขยี นเป็น การบอก
กลา่ วเร่อื งราวตา่ งๆ มีขอ้ จำกัดในการสื่อสารแตข่ ้อความทเี่ ป็นลายลักษณ์อกั ษร เคร่ืองหมาย หรือรหสั ตา่ งๆ
จะทำให้สามารถรับรเู้ รื่องราวไดช้ ดั เจนย่งิ ขน้ึ
การพฒั นาทกั ษะการเขยี นมีดังน้ี
1. สำรวจทัศนคติของตนว่าชอบเขยี นหรือไม่
2. ใชก้ ระบวนการเขยี น ตง้ั แต่ถ้อยคำ ประโยค โวหาร การเขียน นำมาเรยี บเรียงเปน็ เน้ือหาต่างๆ
3. สะสมความรแู้ ละทักษะตา่ งๆจากการฟงั ดู และการอ่าน
4. ศกึ ษาแนวการเขียนของนักเขียนต่างๆ
ประเภทของการเขียน
1. การเขยี นเล่าเรือ่ งและแสดงความคดิ เห็น
2. การเขยี นจดหมายส่วนตัว
3. การเขยี นย่อความหรอื สรุปประเดน็
4. การเขยี นรายงาน
5. การเขียนโครงงาน
มารยาทในการเขยี น
1. การใชภ้ าษาถอ้ ยคำใหเ้ กียรติและยอมรบั เจ้าของข้อมลู
2. เลอื กใช้สื่อท่ีถูกต้องเหมาะสม
ประโยชน์ของการเล่านทิ าน (เกริก ยุ้นพนั ธ.์ 2539)
1. เดก็ ๆ หรอื ผู้ฟงั จะเกิดความรสู้ กึ อบอุน่ หรอื ใกล้ชดิ เป็นกันเองกับผเู้ ลา่
2. เด็ก ๆ หรือผูฟ้ งั จะเกิด ความรสู้ ึกร่วมในขณะฟงั ทำใหเ้ ขาเกดิ ความเพลดิ เพลนิ ผ่อนคลาย และสด
ชื่นแจ่มใส
3. เดก็ ๆ หรอื ผู้ฟังจะมีสมาธิหรอื ความต้งั ใจทมี่ ีระยะเวลานานข้ึนหรือยาวข้นึ โดยเฉพาะผเู้ ล่าทมี่ ี
ความสามารถในการตรึงให้ผ้ฟู งั หรือเด็กๆใจจดจ่ออยกู่ บั เร่ืองราวที่ผูเ้ ล่าเล่าเรอื่ งทม่ี ีขนาดยาว
4. เด็กหรอื ผฟู้ งั จะถูกกล่อมเกลาดว้ ยนิทานท่มี เี นื้อหาส่งเสรมิ คุณธรรมและจริยธรรม ทำใหเ้ ดก็ ๆและ
ผฟู้ ังเขา้ ใจในความดี และความงามยงิ่ ขนึ้
5. นทิ านจะทำใหเ้ ด็กๆ หรือผ้ฟู งั มีความละเอียดอ่อนรจู้ ักการรับและการให้ มองโลกใน แงด่ ี
6. นิทานจะทำให้เด็กหรือผฟู้ ังสามารถใช้กระบวนการคดิ ในการพิจารณาแก้ปัญหาได้
7. นิทานสามารถสรา้ งความกลา้ ใหก้ ับเดก็ ๆ หรือผูฟ้ งั โดยการแสดงออกผ่านกระบวนการคิดที่มี
ประสิทธภิ าพ
8. เดก็ ๆ และผฟู้ ังจะได้ความรู้ที่เปน็ ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวันได้
9. นิทานชว่ ยเสริมสรา้ งจินตนาการทกี่ วา้ งไกลไรข้ อบเขตให้กบั เดก็ หรือผฟู้ งั
10. นิทานสามารถช่วยเดก็ ๆและผฟู้ ังไดร้ จู้ กั การใช้ภาษาที่ถูกต้อง
สรุปได้วา่ นทิ านมีคุณคา่ และประโยชนค์ อื เปน็ วธิ ีการใหค้ วามรู้ท่ีจะทำใหเ้ ด็กสนใจเรยี นรู้ สามารถ
จดจำและกล้าแสดงออก ปลูกฝงั นิสยั รักการอ่าน แก้ไขพฤติกรรมที่ไมพ่ ึงประสงค์ของเด็กจากตวั แบบในนิทาน
ท่ีเด็กประทบั ใจ สรา้ งสมาธิ ผ่อนคลายอารมณ์ สรา้ งความสัมพนั ธใ์ กล้ชดิ ระหวา่ งผเู้ ล่าและผฟู้ งั
นิทานคุณธรรม หมายถงึ นิทานท่แี ตง่ ขน้ึ เพ่ือสอดแทรกแนวคิด คติสอนใจในเรื่องความดีสงู สุดที่
ปลูกฝังอยู่ในอุปนสิ ัยอันดีงาม อยใู่ นจิตสำนึก อยู่ในความรู้สกึ ผิดชอบชวั่ ดี เช่น ความซือ่ สตั ย์ ความขยัน
ความมีนำ้ ใจ เป็นตน้
คณุ ธรรมพ้นื ฐาน 9 ประการ หมายถงึ คุณธรรมพ้ืนฐานที่นักเรยี นพงึ ปฏิบัติ ประกอบด้วย
ขยัน คอื ความต้ังใจเพยี รพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยนั ต้อง
ปฏบิ ตั ิควบคูก่ บั การใชส้ ตปิ ญั ญาแกป้ ญั หาจนเกดิ ผลสำเร็จ
ประหยดั คือ การร้จู ักเกบ็ ออม ถนอมใชท้ รัพย์สิน ส่ิงของแต่พอควรพอประมาณใหเ้ กิดประโยชน์
คุ้มค่าไม่ฟมุ่ เฟือย ฟ้งุ เฟ้อ
ซอ่ื สัตย์ คอื ประพฤตติ รงไม่เอนเอียง ไม่มเี ลห่ ์เหลีย่ ม มีความจรงิ ใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง
หรอื อคติ
มีวินัย คือ การยดึ มน่ั ในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏบิ ัตซิ ึง่ มที ัง้ วนิ ัยในตนเองและวนิ ัยตอ่
สงั คม
สภุ าพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมนุ ละม่อม มีกริ ยิ ามารยาทที่ดีงาม มีสมั มาคารวะ
สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองท้ังกาย ใจ และสภาพแวดลอ้ ม ความผ่องใสเป็นท่เี จริญตา ทำให้
เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเหน็
สามัคคี คือ ความพรอ้ มเพรยี งกนั ความกลมเกลยี วกนั ความปรองดองกัน รว่ มใจกันปฏิบตั ิงานให้
บรรลุผลตามทีต่ ้องการปราศจากการทะเลาะวิวาท ไมเ่ อารดั เอาเปรียบเปน็ การยอมรบั ความมีเหตผุ ล ยอมรบั
ความแตกตา่ งหลากหลายความคิดความหลากหลายในเรื่องเช้ือชาติ ความกลมเกลยี วกนั ในลกั ษณะเชน่ นีเ้ รียก
อกี อยา่ งวา่ สมานฉนั ท์
มนี ำ้ ใจ คอื ความจริงใจท่ีไมเ่ หน็ แกเ่ พยี งตวั เอง หรือเรอ่ื งของตัวเอง แต่เหน็ อกเหน็ ใจเห็นคณุ ค่าใน
เพอื่ นมนุษยม์ ีความเอื้ออาทรเอาใจใสใ่ ห้ความสนใจในความตอ้ งการความจำเป็น ความทุกขส์ ุขของผู้อื่น
กตญั ญู คือ การรู้จักการตอบแทนผู้มีพระคุณ คอยเก้ือหนุนดูแลเอาใจใส่
บทที่ 3
วธิ ีการจัดทำโครงงาน
วิธีการดำเนินการ โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เร่อื งเลา่ เช้านี้
1. จดั กจิ กรรม Showtime ช่วงเวลา 07.30 – 07.50 น.
2. เชญิ ชวนให้นักเรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรม โดย
- ครแู นะนำกิจกรรมการเลา่ นทิ านคณุ ธรรม เล่าข่าวเชา้
- นักเรียนเลือกสิ่งทีต่ นเองสนใจ 1 อยา่ ง นำไปศกึ ษาค้นควา้ เพิม่ เติม
3. กจิ กรรมท่นี ักเรียนเลอื กนำมาเล่า ใหผ้ ฟู้ ังมสี ว่ นรว่ มฟัง ซักถาม ตง้ั คำถาม วิเคราะห์
4. นักเรยี นร่วมสร้างส่อื นำมาใชป้ ระกอบการเล่า ต่อยอดของตนเองหรอื จากเพือ่ น เช่น หนุ่ มือ ข่าว
อุปกรณส์ ่งิ ประดิษฐ์ ภาพวาด
5. จัดกิจกรรมเชิงลกุ โดยให้นกั เรียนแตล่ ะคนไดป้ ระดิษฐ์หุ่นมือ เล่าเรื่องจากภาพโดยการแต่งเรื่อง
เอง เพื่อใชเ้ ลา่ นทิ านคุณธรรมพื้นฐานท้ัง 9ประการ
6. จดั ตารางเวียนกันเล่าเรื่อง
7. ประเมินความสนใจ และฝึกทักษะการเรยี นรู้ พลังการเรยี นรู้ 5 พลัง ได้แก่ พลังการอา่ น พลงั การ
ใชส้ มอง พลงั การพูด พลังการเขยี น และพลังการนำเสนอ
หมายเหตุ จากการเกิดสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา(โควิด 19) ทำให้การเรยี นการ
สอนปรบั เปลย่ี นรปู แบบเปน็ แบบ Online และแบบ Clinic นักเรยี นไม่สามารถมาเรยี นทีโ่ รงเรยี นได้ 100 %
จึงมกี ารเปล่ยี นแปลงกิจกรรมเปน็ แบบ Online ด้วย
บทที่ 4
ผลการศึกษา
โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เรอ่ื งเลา่ เช้าน้ี ดำเนินการดงั นี้
ผลการดำเนินการ
จากการเกดิ สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา(โควดิ 19) ทำให้การเรยี นการสอน
ปรับเปลย่ี นรูปแบบเป็นแบบ Online และแบบ Clinic นกั เรียนไมส่ ามารถมาเรียนที่โรงเรยี นได้ 100 % จงึ มี
การเปล่ียนแปลงกจิ กรรมเปน็ แบบ Online ดว้ ย
1. จดั กิจกรรม Showtime ช่วงเวลา 07.30 – 07.50 น. แตใ่ นช่วงสถานการณโ์ ควิด 19 จงึ ปรบั เวลา
เป็น เวลา 08.00 -08.20 น.
2. เชิญชวนให้นักเรยี นเข้าร่วมกจิ กรรม โดย
- ครแู นะนำกิจกรรมการเลา่ นิทานคณุ ธรรม เล่าข่าวเชา้
- นกั เรยี นเลอื กสง่ิ ทตี่ นเองสนใจ 1 อย่าง นำไปศึกษาค้นควา้ เพมิ่ เตมิ
3. กจิ กรรมทน่ี ักเรยี นเลือกนำมาเลา่ ใหผ้ ฟู้ งั มีสว่ นรว่ มฟัง ซกั ถาม ต้ังคำถาม วิเคราะห์
4. นักเรียนรว่ มสร้างสอ่ื นำมาใช้ประกอบการเล่า ต่อยอดของตนเองหรอื จากเพ่ือน เช่น หุ่นมือ ขา่ ว
อุปกรณ์ส่งิ ประดิษฐ์ ภาพวาด
5. จดั กจิ กรรมเชงิ ลกุ โดยให้นกั เรียนแตล่ ะคนได้ประดิษฐห์ ุ่นมือ เลา่ เรอ่ื งจากภาพโดยการแต่งเร่ือง
เอง เพ่ือใช้เลา่ นิทานคณุ ธรรมพื้นฐานทัง้ 9ประการ
6. จดั ตารางเวียนกันเลา่ เร่ือง
7. ประเมินความสนใจ และฝกึ ทักษะการเรยี นรู้ พลงั การเรยี นรู้ 5 พลงั ไดแ้ ก่ พลังการอา่ น พลงั การ
ใชส้ มอง พลงั การพูด พลังการเขยี น และพลงั การนำเสนอ
บทที่ 5
สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการศึกษา
1. ไดส้ ง่ เสรมิ ให้นกั เรียนแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง และสร้างองคค์ วามรู้เองโดยมีครผู สู้ อนเป็นผู้
อำนวยความสะดวก
2. ใหค้ วามรูก้ บั นกั เรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรียนรู้
3. ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะ กระบวนการคิดและการลงมือปฏบิ ัติจรงิ จากการเลา่ เร่ือง ไดแ้ ก่
นทิ าน ขา่ ว ประสบการณ์
4. เกิดการสร้างความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกลุม่ เพื่อน โรงเรียน ชุมชน และผู้ปกครอง
5. นักเรียนหลายคนท่ียังมีปัญหาในเรื่องการฟัง พูด อ่าน เขียน และการนำเสนอ(เล่าเร่ือง) ได้
พัฒนาตนเองขนึ้
6. กิจกรรมท่ีจัดตอบสนองพัฒนาเสริมทักษะพลังการเรียนรู้ 5 ด้าน คือ พลังการอ่าน พลังการใช้
สมอง พลังการพูด พลังการเขียน และพลังการนำเสนอ ในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ
เต็มตามศกั ยภาพ
7. กิจกรรมสามารถบูรณาการผสานกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ เสริมกิจกรรม เรื่องเล่าเช้า
น้ี ในรปู แบบการจัดการเรยี นร้ตู ามแนวทางสะเตม็ มีลกั ษณะ 5 ประการไดแ้ ก่
1) เปน็ การสอนท่ีเน้นการบูรณาการ
2) ทา้ ทายความคดิ ของนักเรียน
3) เนน้ การพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21
4) ชว่ ยนักเรยี นสรา้ งความเช่ือมโยงระหวา่ งเน้ือหาวชิ าทง้ั 4 กบั ชีวติ ประจำวนั และการทำอาชพี
5) เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นได้แสดงความคิดเหน็ และความเขา้ ใจท่ีสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาทงั้ 4 วิชา
ประโยชนท์ ไี่ ด้รบั
One Child One Dream เปน็ กิจกรรมการทำโครงงานบรู ณาการ ฝกึ ฝนให้นักเรียนมีความรู้ ความมน่ั ใจ
ในการทำงานประดิษฐ์คดิ ค้นหรอื คน้ คว้าความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง ดงั นี้
1. สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการเรยี นรู้และพฒั นาดว้ ยตนเอง
2. เปดิ โอกาสให้นกั เรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศกั ยภาพของตนเอง
3. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นได้ศึกษา ค้นคว้า และเรียนร้เู รอ่ื งทีน่ กั เรียนสนใจได้
4. ส่งเสรมิ และพัฒนากระบวนการคดิ การแกป้ ญั หา การตัดสินใจ รวมทั้งการสอื่ สารระหว่างกัน
5. สง่ เสริมใหน้ กั เรียนใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ สร้างสัมพันธร์ ะหวา่ งครู นักเรยี น และผ้ปู กครอง
นทิ าน 4 ช่อง เร่อื ง ปลาบ่ทู อง ดภู าพเล่าเร่อื ง ระบายสี และบอกคณุ ธรรมท่ไี ด้
ศกึ ษาเรอ่ื งจากการสบื ค้น โดยเล่าเรอ่ื งไม่ต้อง เหมอื นต้นฉบบั ได้ สามารถบรู ณาการได้
นทิ าน เรือ่ ง มดกับตก๊ั แตน ดูภาพเลา่ เร่ือง ระบายสี และบอกคุณธรรมทีไ่ ด้
ศกึ ษาเรอื่ งจากการสบื ค้น โดยเล่าเร่อื งไมต่ อ้ ง เหมอื นต้นฉบบั ได้ สามารถบรู ณาการได้
โดยการวาดรปู เพ่มิ เตมิ วาดรูปเองตามจินตนาของเร่อื งท่ีเล่า
เล่าข่าวเช้า โดยนกั เรียนหาขา่ วจากหนงั สือพมิ พ์ ทีวี อินเตอร์เน็ต
อา่ น ดู ฟงั จบั ประเด็น นำภาพข่าวมาเล่าให้เพ่อื นสมาชกิ ฟัง บอกขอ้ คิดทไ่ี ด้
ชว่ ยกนั ตั้งประเดน็ หรือวเิ คราะห์เน้อื ข่าว