The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bestmint574145224, 2022-01-30 23:03:51

โครงงานsteam ป.2

โครงงานsteam ป.2

โครงงานบูรณาการ STEAM

One Child One Dream

โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream

เร่ือง ขวดน้าแปลงร่าง

จดั ทำโดย นกั เรียนช้นั ประถมศึกษำปี ท่ี 2
ครูที่ปรึกษำ นำงสำวปำริตตำ ทองวสิ ุทธ์ิ
นำงสำวสุมิตตำ นำคทบั

โรงเรียนสำรสำสน์วเิ ทศท่ำมะกำ อ.ท่ำมะกำ จ.กำญจนบุรี

โครงงานบรู ณาการ STEAM One Child One Dream เรือ่ ง ขวดน้ำแปลงรา่ ง
รายช่อื นักเรยี นระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

เด็กชายธรี ภทั ร แสงสุวรรณ
เด็กชายอานนท์ เจริญวยั
เดก็ ชายวรวุฒิ แวสะแปอิง
เด็กชายณัฏฐกิตติ์ นพรตั น์
เด็กชายธนวฒั น์ เกตบุ ำรุง
เดก็ ชายพีรศิลป์ ยนิ ดี
เด็กชายคณัสนันท์ ชินนะรี
เดก็ ชายปณุ ณวิชญ์ ค้ิวองอาจ
เดก็ ชายวชั รากร อยพู่ ทิ กั ษ์
เดก็ ชายศุภณัฐ ค้มุ กนั
เดก็ ชายอธปิ ยิ้มพันธว์ งษ์
เดก็ ชายธนัยนนั ท์ ยงั สขุ
เดก็ ชายรัตนภทั ร สมรูป
เดก็ ชายเมธาสทิ ธิ์ จำปาไทย
เด็กชายคมปภพ อน้ พันธ์
เด็กหญงิ สุชาดา แสงมณี
เด็กหญงิ บารมิตา นุชติ ภาพ
เดก็ หญิงตริญชฎา จิรสขุ โภคนิ
เดก็ หญิงฉัตรปวีณ์ เรืองบญุ ส่ง
เด็กหญิงสชุ าดา สขุ สวา่ ง
เด็กหญงิ ชาลดิ า พานแก้ว
เด็กหญงิ หทยั รัตน์ หว่ งประเสริฐ
เดก็ หญงิ ฉัตรสุดา หว่ งประเสรฐิ
เด็กหญงิ ธิติมา นามไพร
เด็กหญิงปวรศิ า ผอ่ งใส
เด็กหญิงรชยา ป้อมอรินทร์
เด็กหญงิ ศริญภัสร์ นิตยผลนิ
เดก็ หญิงปาณสิ รา เซ่ียงหลวิ
เดก็ หญงิ ชนาภา ไกรนรา
เดก็ หญิงเพชรรนิ ทร์ เทพจนิ ดา
เดก็ หญิงฐติ ชิ ญา แผนสมบรู ณ์
เด็กหญิงดุสิตา สมทุ ระกพงศ์
เดก็ หญิงจริ ภทั ร์ จักรโชคอนนั ต์

โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream
เร่ือง ขวดนา้ แปลงร่าง

นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 2
โรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

บทที่ 1
บทนำ
ทีม่ าและความสำคญั
ส ะ เ ต็ ม ศึ ก ษ า (Science Technology Engineering and Mathematics Education: STEM
Education) คอื แนวทางการจัดการศกึ ษาทบ่ี ูรณาการความรูใ้ น 4 สหวทิ ยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร(์ Science – Technology – Engineering - Mathematics) โดยเนน้
การนำความรู้ไป ใชแ้ กป้ ัญหาในชีวติ จรงิ รวมทั้งการพฒั นากระบวนการหรือผลผลติ ใหม่ ท่ีเป็นประโยชน์ตอ่
การดำเนนิ ชีวติ และการทำงาน ชว่ ยนกั เรียนสรา้ งความเชื่อมโยงระหว่าง 4 สหวิทยาการ กับชีวิตจรงิ และการ
จดั การเรียนรแู้ บบ สะเต็มศึกษาเปน็ การจดั การเรยี นรู้ท่ีไม่เน้นเพียงการทอ่ งจำในบทเรยี น ทฤษฎีหรือกฎทาง
วิทยาศาสตร์ และคณติ ศาสตร์ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจทฤษฎีหรือกฎเหลา่ นัน้ ผา่ นการปฏบิ ตั ใิ ห้เหน็ จรงิ
ควบค่กู บั การพฒั นาทักษะการคิด ตั้งคำถาม แกป้ ัญหาและการหาข้อมูลและวเิ คราะหข์ ้อคน้ พบใหมๆ่ พร้อม
ทั้งสามารถนำข้อคน้ พบน้นั ไปใชห้ รือบูรณาการกบั ชวี ิตประจำวันได้
การจดั การเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มมีลักษณะ 5 ประการได้แก่
1) เปน็ การสอนทเ่ี น้นการบูรณาการ
2) ทา้ ทายความคดิ ของนกั เรียน
3) เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษท่ี 21
4) ชว่ ยนักเรียนสรา้ งความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวชิ าทง้ั 4 กับชวี ติ ประจำวันและการทำอาชีพ
5) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา
จดุ ประสงค์ของการจัดการเรยี นรตู้ ามแนวทางสะเตม็ ศึกษา คอื สง่ เสรมิ ใหผ้ ้เู รียนรกั และเห็นคุณคา่
ของการ เรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่านั้นเป็นเร่ือง
ใกล้ตัวท่ีสามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน สะเต็มศึกษาจึงส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานท่ีมุ่งแก้ไข
ปัญหาท่ีพบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้าง เสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้าง
นวัตกรรม ผู้เรียนท่ีมีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มจะมีความพร้อมท่ีจะไปปฏิบัติงานที่
ตอ้ งใชอ้ งคค์ วามรู้ และทกั ษะด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี นภาคการผลิต และการบริการท่ี
สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพื่อใหก้ ารทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มให้มีประสิทธภิ าพและเกิดความเข้าใจ
ท่ีตรงกัน ดังนั้นกิจกรรมหรือ โครงการที่จะเป็นสะเต็มนั้นจะไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพและ เทคโนโลยี เท่าน้ัน แต่สามารถนำความรู้ในวิชาอื่น เช่น ศิลปะ ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ สุขศึกษา พลศกึ ษา เป็นตน้ มาบูรณาการไดเ้ ชน่ กัน
จากแนวคดิ STEM ไปสู่ STEAM การเรียนแบบ STEM อาจจะขาดการสร้างจนิ ตนาการ และความคิด
สร้างสรรค์เลยทำให้มีการวิเคราะห์ ART เพ่ิมเติมเข้าไปใน STEM ทำให้เกิดเป็น STEAM โดยการเรียนผ่าน
ระบบ STEAM จะทำให้นักเรียนรู้จักการ รับมือกับความเสี่ยงโดยผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน เรียนรู้จาก
ประสบการณ์ มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา รู้จัก การทำงานเป็นทีมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซ่ึงนำพาไปสู่การ
เป็นนักประดิษฐ์ นักสร้างสรรค์นวัตกรรม ผู้ให้ ความรู้ หรือผู้นำในอนาคตกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายใน

การจดั การศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผเู้ รียนโดยให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถและทักษะในการ
ประกอบอาชีพ เป็นการแกป้ ญั หาการว่างงานและสง่ เสริมความเข้มแขง็ ให้แกเ่ ศรษฐกจิ ชมุ ชน

ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา จึงได้ดำเนินการประชุมขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการ
บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา และไดล้ งความเห็นการจดั สรรเงินอุดหนนุ กิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนให้กับผู้เรียนโครงการ 1 ผลงาน 1 นวัตกรรม One Child One Dream เพื่อสร้างเสริมลักษณะนิสัยท่ีดี
และคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ จัดทำ Boxset ให้ครอบคลมุ 4 รายวิชา ผู้จัดทำโครงการได้แนบรายละเอียดการ
ดำเนินโครงการเพอ่ื ประกอบการพิจารณาอนุมตั ิการดำเนนิ การต่อไป
วัตถุประสงค์

1. เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง และสรา้ งองค์ความร้เู องโดยมคี รผู ู้สอนเป็นผู้
อำนวยความสะดวกและให้ความรู้กบั นกั เรยี นจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรยี นรู้

2. เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้นักเรียนเกิดทกั ษะ กระบวนการคดิ และการลงมอื ปฏิบัติจรงิ จาก Boxset
3. เพอ่ื ให้เกิดการสร้างความสัมพนั ธร์ ะหว่างกลุม่ เพ่ือน โรงเรยี น ชมุ ชน และผู้ปกครอง
เป้าหมาย
เชงิ ปริมาณ
1. ผเู้ รยี นร้อยละ80 เข้าร่วมกิจกรรมแสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเอง และสร้างองค์ความรู้เองโดยมี
ครผู ูส้ อนเป็นผูอ้ ำนวยความสะดวกให้ความรู้กับนักเรยี นจากประสบการณ์ตรงและจากแหลง่ การเรยี น
2. ผเู้ รียนร้อยละ 90 ผา่ นการประเมนิ ผลงานการเรียนร้ทู ้งั ภายในหอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียน
สนกุ สนานกบั การเรยี นรู้ควบคคู่ ุณธรรมในการทำกจิ กรรม
เชิงคุณภาพ
ผเู้ รยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมแสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเอง และสรา้ งองคค์ วามรเู้ องโดยมคี รผู สู้ อนเป็น
ผู้อำนวยความสะดวกและให้ความรู้กับนักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรียนทั้งภายใน
ห้องเรยี นและนอกห้องเรยี น สนุกสนานกับการเรียนรู้ควบคูค่ ุณธรรมในการทำกิจกรรม
ประโยชน์ทไี่ ดร้ ับ
One Child One Dream เป็นกจิ กรรมการทำโครงงานบูรณาการ ฝึกฝนใหน้ ักเรยี นมีความรู้ ความมนั่ ใจ
ในการทำงานประดิษฐ์คิดคน้ หรือค้นควา้ ความรูต้ ่างๆ ด้วยตนเอง ดงั น้ี
1. สร้างจติ สำนึกและความรบั ผดิ ชอบในการเรียนรู้และพฒั นาดว้ ยตนเอง
2. เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศกั ยภาพของตนเอง
3. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษา คน้ คว้า และเรียนรเู้ รอ่ื งทน่ี กั เรยี นสนใจได้
4. ส่งเสริมและพฒั นากระบวนการคดิ การแกป้ ญั หา การตัดสินใจ รวมทง้ั การสือ่ สารระหวา่ งกัน
5. กระต้นุ ให้นกั เรียนมคี วามสนใจในการเรยี น และมีความสนใจทีจ่ ะประกอบอาชพี
6. สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชนใ์ นทางสร้างสรรค์
7. สร้างสมั พนั ธ์ระหวา่ งครู นักเรยี น และผ้ปู กครอง

บทที่ 2
เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง
ขวดพลาสติก
การประดิษฐ์
ความหมายของงานประดิษฐ์ งานประดิษฐ์ หมายถึง ส่ิงที่จัดทำข้ึน โดยใช้ความคิด สรา้ งสรรค์ให้เกิด
ความประณีต สวยงาม น่าสนใจ เพ่ือประโยชน์ที่พึงประสงค์ เช่น งานประดิษฐ์ดอกไม้ ผ้ารองจาน กระเป๋า
ตกุ๊ ตา ที่คั่นหนงั สอื กระทงใบตอง บายศรี พานดอกไม้ มาลยั แบบอน่ื ๆ
พลาสตกิ
พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มนุษย์รู้จักมานานกว่า 130 ปี และนำมาใช้ประโยชน์ แทนโลหะ ไม้
หรือวัสดุธรรมชาติอ่ืนๆ เช่น ทำเส้นใยสำหรับผลิตส่ิงทอ หล่อเป็นลำเรือ และชิ้นส่วนของยานยนต์ ภาชนะ
และวัสดุบรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมท้ังอุปกรณ์และเครื่องใช้อ่ืนๆ อีกมากปัจจุบันพลาสติกมีบทบาทอย่างยิ่งใน
ชีวิตประจำวัน เราจะพบเห็นพลาสติกในรูปของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ต้ังแต่ต่ืนนอนตอนเช้าจนกระทั่งเข้า
นอนในตอนกลางคืนเร่ิมต้ังแตแ่ ปรงสีฟัน หวี กลอ่ งใสส่ บู่ ขวด และกระปุกเคร่อื งสำอาง เคร่ืองประดบั ของสตรี
หัวก๊อกน้ำ ฝักบัวและสายยาง ประตู ห้องน้ำ เสื้อผ้า กระดุม ถุงเท้า รองเท้า เคร่ืองใช้ไฟฟ้า วิทยุ โทรทัศน์
ถ้วย จาน โต๊ะ เก้าอี้ เคร่ืองตกแต่งบ้าน สีทาบ้ากระเบื้องมุงหลังคาแบบโปร่งแสง ชิ้นส่วนรถยนต์และพาหนะ
อ่นื ๆ กระเปา๋ เคร่อื งใช้สำนักงานต่างๆ ตลอดจนอุปกรณ์การแพทย์และช้ินสว่ นอวัยวะเทียม อาจกล่าวได้วา่ ไม่
วา่ จะไปทแ่ี ห่งใดกจ็ ะพบเหน็ พลาสติกเสมอ
พลาสติกเปน็ วัสดุทม่ี นษุ ยป์ ระดษิ ฐข์ ้ึน โดยการนำวัตถดุ ิบท่ีไดจ้ ากธรรมชาติ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม มา
แยกเป็นสารประกอบบริสุทธิ์หลายชนิด ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นสารประกอบระหว่างคาร์บอน (ถ่าน) กับก๊าซ
ไฮโดรเจน เม่ือนำเอาสารประกอบแต่ละชนิดมาทำปฏิกิริยาให้มีลักษณะต่อ ๆ กันเป็นเส้นสายยาวมากๆ ก็จะ
ได้วัสดุที่มีสมบัติเป็นพลาสติก พลาสติกที่เกิดจากสารประกอบท่ีต่างกันจะมีสมบัติแตกต่างกันไปด้วย และ
พลาสตกิ บางชนดิ อาจเกดิ จากสารประกอบมากกวา่ 1 ชนิดก็ได้
ประวัตกิ ารทำพลาสตกิ
วัตถุดบิ จากธรรมชาติสำหรับการผลิตพลาสตกิ
มนุษยร์ ้จู ักใช้ประโยชน์จากปฏิกิริยาเคมี และทำพลาสตกิ ขึ้นมาใช้เปน็ คร้งั แรก เมื่อ ค.ศ. 1868 โดย
จอห์น เวสลยี ์ ไฮแอท (John wesley Hyatt) นกั วทิ ยาศาสตรช์ าวอเมริกนั ได้ทำการทดลองผลิตวัสดชุ นิดหนง่ึ
จากปฏิกิรยิ าของเซลลโู ลสไนเทรตกับการบรู ผลติ ภณั ฑ์ดังกลา่ วสามารถทำเปน็ แผ่นแบนบาง มีความใสคล้าย
กระจกแตม่ ว้ นหรืองอได้ และได้เรียกช่อื ตามวตั ถดุ ิบทใี่ ช้ว่า “เซลลูโลสไนเทรต” ต่อมาพลาสติกชนิดนไี้ ด้เป็นที่
ร้จู กั แพรห่ ลาย และเป็นที่นิยม เรยี กวา่ “เซลลูลอยด์” (Celluloid) การพัฒนาผลติ ภัณฑ์พลาสติกเชงิ
อตุ สาหกรรมไดด้ ำเนินไปอยา่ งรวดเร็วทำใหม้ ีพลาสติกชนดิ อืน่ ๆ เกดิ ข้ึนตามมาอีกมากมาย
อุตสาหกรรมพลาสติกโนประเทศไทยเร่ิมมีมาต้ังแต่ประมาณ พ.ศ. 2500 ในระยะแรกมีการนำเข้า
พลาสติกเรซินจากต่างประเทศ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกกันประปราย ต่อมาใน พ.ศ. 2506 จึงได้มีการ
ก่อต้ังโรงงานอุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังคงต้องนำเข้าเรซินจากต่างประเทศ

เช่นกันจนกระท่ังใน พ.ศ. 2514 ประเทศไทยจึงสามารถผลิตพลาสติกเรซิน คือ พีวีซี ได้เองเป็นชนิดแรก
ปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตพลาสติกได้อีกหลายชนิด เช่น พอลิเอทิลีน พอลิโพรไพลีน พอลิสไตรีน และ
พอลิเอสเทอร์

วัตถดุ บิ จากธรรมชาติสำหรบั การผลติ พลาสติก
วัตถดุ บิ ท่สี ำคัญทใ่ี ชส้ ำหรับการผลิตพลาสติกคือ ผลติ ภณั ฑ์ท่ไี ดจ้ ากปิโตรเลียมก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน
แรธ่ าตตุ ่างๆ เป็นสว่ นใหญ่ นอกจากนีอ้ าจผลิตจากน้ำมนั พืช และสว่ นต่างๆ ของพชื ไดเ้ ช่นกนั
– ปโิ ตรเลยี ม
ปิโตรเลียมเป็นแหลง่ วัตถุดิบที่สำคัญท่ีสดุ สำหรับอตุ สาหกรรมพลาสติกแทบทุกชนิด ประเทศไทยมี
แหลง่ ผลติ ปิโตรเลียมหลายแห่ง แตไ่ ม่มีการนำมาทำประโยชนใ์ นดา้ นผลติ ภัณฑพ์ ลาสติก มีเพียงการนำมาใช้
เปน็ เชื้อเพลิงเท่านน้ั ผลิตภณั ฑท์ ่ีไดจ้ ากการกลน่ั น้ำมันปิโตรเลยี ม และสามารถนำมาใช้ในอตุ สาหกรรมการ
ผลติ พลาสตกิ ทีส่ ำคัญ ไดแ้ ก่ สารในกลุ่มโอเลฟิน (Olefins) เชน่ มีเทน อเี ทน โพรเพน บิวเทนและเพนเทน
และสารในกล่มุ อะโรแมตกิ (Aromatics) เชน่ เบนซนี และอนุพนธ์ของเบนซีน สารทง้ั ๒ กลุ่มสามารถนำมา
ผลิตมอนอเมอร์ไดม้ ากมายหลายชนิด
– กา๊ ซธรรมชาติ
ก๊าซธรรมชาตทิ ่ีพบในประเทศไทยมีสว่ นประกอบเปน็ สารไฮโดรคารบ์ อน ทสี่ ำคัญคือ มเี ทน อเี ทน โพ
รเพน และบวิ เทนเปน็ ส่วนใหญ่ สารไฮโดรคาร์บอนเหลา่ น้ใี ชเ้ ปน็ วตั ถดุ ิบในการผลิตเอทิลีนมอนอเมอรแ์ ละโพร
ไพลนี มอนอเมอร์ ซึ่งเปน็ สารเร่มิ ตน้ สำหรบั การผลติ พลาสติกหลายชนิด
– ถา่ นหนิ และลิกไนต์
ประเทศไทยมีแหลง่ ลิกไนตส์ ำคัญ ๒ แหง่ คอื ทแี่ ม่เมาะ จงั หวัดลำปาง และท่ีจงั หวัดกระบ่ี ประโยชน์
ของลกิ ไนต์นอกจากใช้เปน็ เชื้อเพลงิ สำหรบั การผลติ กระแสไฟฟา้ แลว้ ยงั ใช้ผลิตเบนซนี และอนุพนั ธ์ของ
เบนซีน เช่น สไตรนี มอนอเมอร์ ไดด้ ว้ ย
– พชื และน้ำมนั พืช
วัตถดุ ิบท่ีใช้ในการผลิตพลาสตกิ บางชนดิ ได้แก่ สว่ นต่าง ๆ ของพชื และนำ้ มันพชื เช่น เซลลูโลส
เชลแล็ก และกรดไขมนั ตา่ งๆ
– แรธ่ าตุต่างๆ
สินแรบ่ างชนิด เชน่ ถา่ นโคก้ และหินปนู เป็นวัตถุดิบที่ใชผ้ ลิตแคลเซียมคาร์ไบด์ ซงึ่ ใชใ้ นอุตสาหกรรม
การผลติ อะเซทิลนี นอกจากนี้ คลอรีนท่ีผลติ ได้จากนำ้ ทะเล ตลอดจนแรใ่ ยหินไดน้ ำมาใช้สำหรบั ผลิตพลาสตกิ
เสริมแรง
วัตถุดิบที่ใช้เป็นสารเริ่มต้นสำหรับการผลิตพลาสติกท่ีได้จากแหล่งต่าง ๆ น้ันจะมีลักษณะเป็นสาร
ไฮโดรคาร์บอนโมเลกุลเด่ียว เรียกว่า มอนอเมอร์ ท่ีสำคัญ ได้แก่ เอทิลีน ไวนิลคลอไรด์ ไวนิลฟลูออไรด์
โพรไพลนี บวิ ทาไดอีน เบนซนี ไซลีน ฟนี อล ยูเรยี และฟอร์มาลตีไฮด์
ในปัจจุบันความนิยมในการใช้ขวดพลาสติกในการบรรจุอาหารและเคร่ืองดื่ม เป็นจำนวนมาก
เน่ืองจากหาง่ายและมีราคาถูกการทำกระถางต้นไม้จากขวดน้ำ ซ่ึงเป็นการประดิษฐ์สิ่งของโดยการนำมารี

ไซเคลิ ให้เกิดประโยชน์และสามารถใช้งานได้โดยการประดษิ ฐ์ทไี่ มต่ ้องลงทนุ มากและเป็นการใช้ทรพั ยากรอย่าง

คมุ้ คา่

สาระการเรียนรู้

1. ความรเู้ บือ้ งตน้ เกี่ยวกับขวดน้ำ

2. การออกแบบการทำกระถางต้นไม/้ กระปุกออมสิน จากขวดนำ้

3. การทำกระถา่ งต้นไมจ้ ากขวดนำ้

ทกั ษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21

1. ทกั ษะการเรยี นรแู้ ละนวัตกรรม การคิดอย่างสรา้ งสรรคแ์ ละคำนงึ ถึงประโยชน์

2. ทกั ษะชีวิตและอาชีพ ทำงานอย่างมีประสิทธภิ าพ และสามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้

3. ทักษะดา้ นสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี การใช้เคร่ืองมอื เทคโนโลยี

S: วทิ ยาศาสตร์ วสั ดุสงั เคราะหพ์ ลาสติก

T : เทคโนโลยี การค้นหาและรวบรวมข้อมลู -การใชโ้ ปรแกรม Photoshop ใน

การออกแบบจากขวดนำ้

E: วิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ -การวางแผน –การแก้ปัญหา

M: คณติ ศาสตร์ การวดั -การคำนวณ

A: ศลิ ปศึกษา สรา้ งสรรค์ผลงานใหส้ วยงาม

กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ชั่วโมง 1 – 2

1. ครูนำเข้าสบู่ ทเรียนโดยการแบง่ นักเรียนเปน็ 4 กลุ่ม จากนน้ั ครอู ธิบายถึงปัญหาขวดพลาสติก และ

การรไี ซเคลิ ขวดพลาสติกเป็นกระถางตน้ ไม/้ กระปกุ ออมสนิ

2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสบื ค้นข้อมลู ปัญหาขวดพลาสตกิ และส่ิงประดษิ ฐ์จากขวดน้ำ

3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอสงิ่ ท่ไี ด้สบื คน้ หนา้ ชั้นเรียน

4. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกแบบกระถางต้นไม/้ กระปุกออมสนิ ในโปรแกรม Photoshop หรือ

กระดาษ

ช่วั โมง 3 – 4

5. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มลงมือปฏิบัติในการทำกระถางต้นไม้/กระปกุ ออมสิน จากขวดนำ้ และ

ตกแตง่ ใหส้ วยงามตามแบบ

6. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ นำผลงานออกมานำเสนอ และบอกวสั ดอุ ปุ กรณ์ ขน้ั ตอนการทำ และมี

ประโยชน์ตอ่ ผใู้ ชอ้ ย่างไร

บทที่ 3
วิธกี ารจัดทำโครงงาน

1.กรรไกร/คัดเตอร์

2.ขวดพลาสตกิ

3.กาว
4. เชอื ก
5. ดินสอ , ปากกา , ไม้บรรทัด
วิธีดำเนนิ การศึกษา มีวธิ ีดังน้ี
1. รวมกลุม่ และกำหนดหวั ข้อในการทำโครงงาน
2. คน้ ควา้ เอกสารตำรา
3. ออกแบบผลิตภัณฑจ์ ากขวดพลาสติก จดั เตรยี มวสั ดุอปุ กรณ์ในการดำเนินงาน
4. ลงมอื ปฏิบตั ิตามโครงงาน โดยนำขวดพลาสติกท่ีไม่ใช้แล้วมาทำความสะอาด และตดั เปน็ รปู ทรง
ตามจนิ ตนาการ
5. เขยี นรายงานพร้อมสรปุ ผล และอภปิ รายผล

ตวั อย่างวธิ ีการทำกระถาง

ขน้ั ท1่ี เตรยี มขวดมา2ขวด

ขั้นท2ี่ นำปากกามามาร์คตามรปู ท่ีจะตดั
ขนั้ ที่3 ตดั ตามทม่ี าร์คไว้กจ็ ะได้รูปแบบน้ี

ขน้ั ที่4 นำมาเจาะรู
ขน้ ท่5ี นำขวดมาประกอบกัน
ข้นั ที6่ นำมาระบายสแี ล้วตกแตง่ ตามใจชอบกจ็ ะไดร้ ปู แบบน้ี

บทที่ 4
ผลการศกึ ษา

จากการศึกษาการประดิษฐ์ผลงานจากขวดนำ้ พลาสตกิ นักเรียนสามารถทำผลงานไดห้ ลากหลาย
ชิน้ งาน ไดแ้ ก่ กระปกุ ออมสินจากขวดพลาสติก กระถางตน้ ไม้รปู แบบต่าง ๆ ที่ใส่ดนิ สอ เป็นตน้ ในการ
จดั ทำโครงงานคร้ังน้ีนักเรียนไดจ้ ดั ทำตามทคี่ รแู นะนำ และนำไปปรกึ ษาผปู้ กครอง พรอ้ มออกแบบเพิ่มเติม
ตามความสนใจของตนเองต่อไป สามารถใชง้ านได้จรงิ สง่ ผลให้ผใู้ ชม้ ีความพงึ พอใจกับกระปุกออมสนิ จากขวด
พลาสตกิ หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ไี ด้

ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดีทีไ่ มน่ อ้ ยเกนิ ไปและไม่มากเกนิ ไปโดยไมเ่ บยี ดเบียนตนเองและ
ผู้อื่น เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคทีอ่ ยูใ่ นระดบั พอประมาณ

ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตัดสนิ ใจเกี่ยวกับระดบั ของความพอเพยี งนน้ั จะต้องเปน็ ไปอย่างมเี หตุผล
โดยพจิ ารณาจากเหตุปจั จัยทเี่ ก่ียวข้อง คำนึงถงึ ผลที่คาดว่าจะเกิดขึน้ จากการกระทำนน้ั ๆ อยา่ งรอบคอบ

การมภี มู ิคุ้มกนั ที่ดีในตวั หมายถึง การเตรยี มตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา้ นการ
ต่างๆ ทีจ่ ะเกิดขนึ้ โดยคำนงึ ถึงความเป็นไปได้ของสถานการณต์ า่ งๆ ที่คาดวา่ จะเกดิ ข้ึนในอนาคต
ส่วน 2 เงื่อนไข คือการตดั สนิ ใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยรู่ ะดบั พอเพียงนั้น ต้องอาศยั ทง้ั ความรู้และ
คณุ ธรรมเป็นพืน้ ฐาน ประกอบไปดว้ ย

– เงือ่ นไขความรู้ หมายถงึ ความรอบรเู้ กย่ี วกับวชิ าการต่างๆ ทเ่ี กีย่ วข้องอย่างรอบด้าน ความ
รอบคอบที่จะนำความรเู้ หล่านัน้ มาพิจารณาใหเ้ ช่อื มโยงกัน เพ่ือประกอบการ วางแผน และความระมัดระวังใน
ขัน้ ตอนปฏบิ ตั ิ

– เง่อื นไขคุณธรรม ทจี่ ะต้องเสริมสร้าง ประกอบดว้ ย มคี วามตระหนักในคุณธรรม มีความซ่ือสัตย์
สุจรติ และมคี วามอดทน มีความเพียร ใช้สติปญั ญาในการดำเนนิ ชวี ติ

บทท่ี 5
สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการศกึ ษา
จากการศึกษาการประดษิ ฐ์ผลงานจากขวดนำ้ พลาสติก นักเรยี นสามารถทำผลงานไดห้ ลากหลาย

ชนิ้ งาน ได้แก่ กระปกุ ออมสินจากขวดพลาสติก กระถางต้นไมร้ ูปแบบต่าง ๆ ท่ใี สด่ นิ สอ เปน็ ต้น ในการ
จดั ทำโครงงานครั้งน้ีนกั เรยี นไดจ้ ัดทำตามทค่ี รแู นะนำ และนำไปปรกึ ษาผูป้ กครอง พร้อมออกแบบเพ่มิ เติม
ตามความสนใจของตนเองต่อไป สามารถใช้งานไดจ้ รงิ สง่ ผลใหผ้ ้ใู ชม้ ีความพงึ พอใจกับกระปกุ ออมสนิ จากขวด
พลาสตกิ พร้อมได้เรยี นรหู้ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. ผเู้ รียนร้อยละ80 เข้ารว่ มกิจกรรมแสวงหาคำตอบไดด้ ว้ ยตนเอง และสร้างองค์ความรเู้ องโดยมี
ครผู สู้ อนเป็นผูอ้ ำนวยความสะดวกให้ความรู้กบั นักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรยี น

2. ผู้เรยี นร้อยละ 90 ผา่ นการประเมินผลงานการเรยี นรู้ทัง้ ภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
สนุกสนานกับการเรยี นรู้ควบค่คู ณุ ธรรมในการทำกจิ กรรม

3. ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกิจกรรมแสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเอง และสรา้ งองคค์ วามรเู้ องโดยมีครูผู้สอนเปน็
ผู้อำนวยความสะดวกและให้ความรู้กับนักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรียนท้ังภายใน
หอ้ งเรยี นและนอกหอ้ งเรียน สนกุ สนานกับการเรยี นรู้ควบคู่คณุ ธรรมในการทำกิจกรรม
ประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับ

One Child One Dream เป็นกจิ กรรมการทำโครงงานบรู ณาการ ฝึกฝนใหน้ ักเรยี นมีความรู้ ความมน่ั ใจ
ในการทำงานประดิษฐค์ ิดคน้ หรือค้นควา้ ความรตู้ า่ งๆ ดว้ ยตนเอง ดังน้ี

1. สร้างจติ สำนึกและความรบั ผดิ ชอบในการเรยี นรู้และพัฒนาด้วยตนเอง
2. เปดิ โอกาสให้นกั เรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศกั ยภาพของตนเอง
3. เปิดโอกาสให้นกั เรยี นไดศ้ ึกษา ค้นควา้ และเรียนรเู้ รอ่ื งทีน่ กั เรยี นสนใจได้
4. ส่งเสรมิ และพฒั นากระบวนการคดิ การแก้ปญั หา การตัดสนิ ใจ รวมท้งั การสอ่ื สารระหว่างกัน
5. กระต้นุ ใหน้ กั เรยี นมีความสนใจในการเรียน และมคี วามสนใจทีจ่ ะประกอบอาชีพ
6. สง่ เสริมให้นกั เรยี นใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นทางสร้างสรรค์
7. สร้างสัมพนั ธร์ ะหวา่ งครู นักเรียน และผ้ปู กครอง
ปัญหาในการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ
1. การใชอ้ ุปกรณใ์ นการตดั ขวดพลาสตกิ ไมเ่ หมาะสม ทำให้ตดั ไม่ได้ตามรูปทรงท่ตี ้องการ
2. ขวดพลาสตกิ บางชนิดมีความหนามากทำให้ตัดเปน็ รปู ทรงลำบาก การแก้ไขปญั หา โดยใช้อุปกรณ์
ทีห่ ลากหลาย ใหเ้ หมาะสมกับขวดพลาสตกิ
3. ขวดพลาสติกทใ่ี ช้แลว้ มาทำความสะอาดวาดลวดลายตามจนิ ตนาการลงบนขวดพลาสติกและตัด

ภาพประกอบกิจกรรมท่นี กั เรยี นสรา้ งสรรค์ผลงาน

ภาพประกอบกจิ กรรมท่นี กั เรยี นสร้างสรรคผ์ ลงาน

ภาพประกอ
บกจิ กรรมทนี่ ักเรียนสร้างสรรค์ผลงาน

ภาพประกอบกิจกรรมท่นี กั เรยี นสรา้ งสรรค์ผลงาน


Click to View FlipBook Version