The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bestmint574145224, 2022-01-31 22:37:21

โครงงานsteam ป.3(1)

โครงงานsteam ป.3(1)

โครงงานบูรณาการ STEAM
One Child One Dream

โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เรื่องเล่าเช้านี้

จดั ทำโดย นกั เรียนช้นั ประถมศึกษำปี ท่ี 3
ครูท่ีปรึกษำ นำงขวญั ใจ วรอำตมพทิ กั ษ์
นำงสำวสุมิตตำ นำคทบั

ปี กำรศึกษำ 2564
โรงเรียนสำรสำสน์วิเทศท่ำมะกำ อ.ท่ำมะกำจ.กำญจนบุรี

โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เรื่องเล่าเช้านี้

รายชอ่ื นักเรยี นระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2564

เดก็ ชายศตธนัญ ธนกลุ ศรสี ขุ
เดก็ ชายชัยวิชญ์ ปุญสิริ
เดก็ ชายธนเดช เกดิ จรัส
เด็กชายณดล สงั วาลย์ทอง
เด็กชายธนภัทร คำ่ เกลี้ยง
เดก็ ชายเกรียงไกร เจรญิ วยั
เดก็ ชายเสกสรร พวงพันธ์
เดก็ ชายนนทวิ รรธน์ ดษิ ยะผาภูมิ
เดก็ ชายภูวกร ปูวเิ มฆ
เดก็ ชายฐิติวัทน์ เจนเจรญิ โภไคย
เด็กชายภาคภูมิ ผิวผ่อง
เด็กหญงิ เตชติ า จริ สุขโภคนิ
เด็กหญิงธนพตั นาคทับ
เด็กหญงิ พัทธธ์ ีรา จือประสิทธ์ิ
เดก็ หญิงพาขวญั หนกู รุด
เดก็ หญงิ อชั ราห์ ทองศรี
เดก็ หญิงอารดา บญุ คมุ้
เด็กหญงิ นิรดา เสาะหายิ่ง
เด็กหญิงอณกิ า สมรปู

โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream

เรื่องเล่าเช้านี้

นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3
ปี การศึกษา 2564

โรงเรียนสารสาสน์วเิ ทศท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี





บทที่ 1
บทนำ

ทมี่ าและความสำคญั

ภาษาไทยเป็นทักษะท่ีต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ในการใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสารการเรียนรู้อย่าง
มีประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยคการอ่านบทร้อยแก้ว
คำประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่าน ในใจเพื่อสร้างความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความรู้จากส่ิงที่
อ่าน เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธีการเขียนสื่อสาร โดยใช้
ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆ ของการเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การ
เขยี นตามจินตนาการ วเิ คราะหว์ ิจารณ์และเขยี นเชิงสร้างสรรค์ การสอนภาษาไทยให้บรรลุวัตถปุ ระสงคแ์ ละ
มปี ระสทิ ธิภาพน้นั จำเปน็ ต้องฝึกทักษะต่างๆ ให้ สัมพันธก์ นั ท้งั การรับเข้ามา คือ การอ่านและการฟังกบั ทักษะ
การถ่ายทอดออกไป คือ การพูดและการเขียน ในด้านการเขียน ถือเป็นทักษะท่ียุ่งยากซับซ้อนและเป็นทักษะ
ถ่ายทอดท่ีสำคัญต่อการส่ือสารอย่างย่ิง ควรจะมีการหาวิธีปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มี
ประสิทธิภาพ ให้ท้ังความรู้ทักษะการคิด ความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน มีเทคนิคการสอนท่ี
หลากหลาย ทำให้เกดิ การเรียนรเู้ กดิ ความแม่นยำ จดจำง่าย และเข้าใจอย่างลกึ ซ้งึ

นักเรียนหลายคนท่ียังมีปัญหาในเร่ืองการฟัง พูด อ่าน เขียน และการนำเสนอ(เล่าเร่ือง) ครูมี
ต้องการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีความสามารถในด้านภาษาไทยดีขึ้น เพ่ือนักเรียนจะได้เป็นบุคคลท่ีพึง
ประสงค์และบรรลุมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนตอ่ ไป จงึ จดั ทำโครงการพัฒนาเสรมิ ทักษะพลังการเรียนรู้
5 ด้าน คือ พลังการอ่าน พลังการใช้สมอง พลังการพูด พลังการเขียน และพลังการนำเสนอ ในการเรียนการ
สอนให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถเต็มตามศักยภาพ โดยการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการผสานกับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ เสริมกิจกรรม เร่ืองเล่าเช้านี้ ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง
สะเตม็ มลี ักษณะ 5 ประการไดแ้ ก่

1) เปน็ การสอนทเี่ น้นการบรู ณาการ
2) ท้าทายความคิดของนักเรียน
3) เน้นการพฒั นาทักษะในศตวรรษที่ 21
4) ช่วยนักเรยี นสรา้ งความเชื่อมโยงระหวา่ งเนื้อหาวชิ าท้งั 4 กับชวี ิตประจำวนั และการทำอาชพี
5) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจท่ีสอดคล้องกับเน้ือหาท้ัง 4 วิชา
จุดประสงคข์ องการจดั การเรยี นรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนรักและเหน็ คุณค่า
ของการ เรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่านั้นเป็นเรื่อง
ใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน สะเต็มศึกษาจึงส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานท่ีมุ่งแก้ไข
ปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้าง เสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้าง
นวัตกรรม ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่
ตอ้ งใชอ้ งค์ความรู้ และทกั ษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี นภาคการผลิต และการบรกิ ารท่ี

สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เพ่ือใหก้ ารทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มใหม้ ีประสทิ ธิภาพและเกิดความเข้าใจ
ที่ตรงกัน ดังน้ันกิจกรรมหรือ โครงการท่ีจะเป็นสะเต็มน้ันจะไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพและ เทคโนโลยี เท่านั้น แต่สามารถนำความรู้ในวิชาอื่น เช่น ศิลปะ ภาษาไทย
ภาษาองั กฤษ สขุ ศึกษา พลศึกษา เป็นต้น มาบูรณาการไดเ้ ชน่ กนั

ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา จึงได้ดำเนินการประชุมขอความเห็นชอบกับคณะกรรมการ
บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสารสาสน์วิเทศท่ามะกา และได้ลงความเห็นการจดั สรรเงินอุดหนุนกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนให้กับผู้เรียนโครงการ 1 ผลงาน 1 นวัตกรรม One Child One Dream เพ่ือสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดี
และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จัดกจิ กรรมเรอ่ื งเช้าเลา่ น้ี ในเวลา 20 นาที เชิญชวนนักเรยี นเล่านิทานคุณธรรม
ทส่ี นใจ เลา่ ข่าว วเิ คราะหข์ ่าว
วตั ถปุ ระสงค์

1. เพ่อื ส่งเสริมให้นักเรียนแสวงหาคำตอบดว้ ยตนเอง และสรา้ งองค์ความร้เู องโดยมีครูผ้สู อนเป็นผู้
อำนวยความสะดวกและใหค้ วามรกู้ บั นักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหลง่ การเรยี นรู้

2. เพ่ือสง่ เสรมิ ให้นักเรยี นเกดิ ทักษะ กระบวนการคิดและการลงมือปฏิบตั จิ ริงจากการเล่าเรอ่ื ง ได้แก่
นทิ าน ขา่ ว ประสบการณ์

3. เพือ่ ให้เกดิ การสร้างความสัมพันธร์ ะหวา่ งกลุ่มเพ่ือน โรงเรียน ชุมชน และผปู้ กครอง
เปา้ หมาย

เชิงปริมาณ
1. ผู้เรียนร้อยล ะ80 เข้าร่วมกจิ กรรมแสวงหาคำตอบได้ดว้ ยตนเอง และสร้างองค์ความรู้เองโดยมี
ครผู ู้สอนเปน็ ผอู้ ำนวยความสะดวกให้ความรกู้ บั นักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหลง่ การเรียน
2. ผเู้ รียนร้อยละ 90 ผา่ นการประเมินผลงานการเรยี นร้ทู ้ังภายในหอ้ งเรยี นและนอกห้องเรียน
สนกุ สนานกบั การเรยี นรู้ควบคู่คุณธรรมในการทำกจิ กรรม
เชงิ คณุ ภาพ
ผู้เรยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมแสวงหาคำตอบได้ด้วยตนเอง และสร้างองค์ความร้เู องโดยมคี รผู ู้สอนเปน็
ผู้อำนวยความสะดวกและให้ความรู้กับนักเรียนจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรียนท้ังภายใน
ห้องเรียนและนอกหอ้ งเรียน สนกุ สนานกับการเรียนร้คู วบค่คู ุณธรรมในการทำกิจกรรม
ประโยชน์ที่ได้รับ
One Child One Dream เป็นกิจกรรมการทำโครงงานบรู ณาการ ฝกึ ฝนให้นกั เรยี นมีความรู้ ความมนั่ ใจ
ในการทำงานประดิษฐค์ ิดค้นหรอื ค้นคว้าความรตู้ า่ งๆ ด้วยตนเอง ดังน้ี
1. สรา้ งจิตสำนกึ และความรบั ผดิ ชอบในการเรยี นรู้และพฒั นาดว้ ยตนเอง
2. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศกั ยภาพของตนเอง
3. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนได้ศึกษา คน้ ควา้ และเรียนร้เู รื่องท่นี ักเรยี นสนใจได้
4. ส่งเสรมิ และพัฒนากระบวนการคิด การแกป้ ญั หา การตัดสนิ ใจ รวมท้ังการสอ่ื สารระหวา่ งกัน
5. ส่งเสริมใหน้ กั เรียนใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ สร้างสมั พันธร์ ะหว่างครู นักเรียน และผูป้ กครอง

บทท่ี 2
เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ้ ง

การพูดเลา่ เรื่องหรือเล่าเหตุการณต์ ่างๆ
การเลา่ เรื่องเปน็ การนำความรูแ้ ละประสบการณ์ต่าง ๆ มาถ่ายทอดสผู่ ้ฟู ังโดยมีจุดประสงค์เพ่อื สรา้ ง

ความรู้ ความเข้าใจ ความเพลิดเพลิน เปน็ การให้ความรู้ หรือผอ่ นคลายอารมณ์แล้วแตโ่ อกาส การพดู เลา่ เร่ือง
อาจเป็นการเลา่ นิทาน นิยาย ประวตั ิความเป็นมา ประสบการณข์ องผู้เลา่ เป็นต้น การเล่าเรือ่ งมีหลักและ
วิธีการ ดงั นี้

1. หลกั ในการเล่านทิ าน
1.1 ผู้เล่าตอ้ งมีความชอบและความต้ังใจท่ีจะเล่าเรือ่ ง
1.2 ผู้เลา่ เรอื่ งได้ดี ต้องเป็นนกั ฟังท่ดี ี หดั อ่าน ค้นคว้า เพ่ือจะได้มีเรอ่ื งราวแปลกใหม่นำมาเล่า
1.3 ใชภ้ าษาง่าย ๆ เหมาะกบั ผู้ฟงั ใชป้ ระโยคสน้ั ๆ
1.4 เตรยี มหัวเรอ่ื งและวางโครงเรอ่ื งทจี่ ะเล่า
1.5 ก่อนเลา่ เรื่อง ตอ้ งแนะนำตนเองตอ่ ผู้ฟงั ช้ีแจงว่าจะเลา่ เร่อื งอะไร มีความสำคญั อยา่ งไร
1.6 เล่าเรื่องตามลำดับเร่ือง
1.7 สอดแทรกข้อคดิ เห็นตอนท้ายเร่ือง
1.8 ขอบคุณผู้ฟงั

2. วธิ กี ารเล่าเรอ่ื ง
2.1 การเล่านทิ าน หรือนิยาย เลา่ เรอื่ งตามลำดบั เหตกุ ารณ์ต้งั แตต่ ้นจนจบ ใชถ้ อ้ ยคำงา่ ย

นำ้ เสยี ง สีหน้า ท่าทาง เปน็ ธรรมชาติสอดคล้องกับเร่ือง อาจมีการเลียนเสียงตัวละครบ้าง เพือ่ ให้สมจริง
เชน่ เสยี งเดก็ คนชรา เสยี งสตั ว์ คนเดิน ถ้าเรอ่ื งทีเ่ ล่ายาวมากควรแบง่ เล่า เปน็ ตอน ๆ และในตอนทา้ ยควร
สรุปเรือ่ งพร้อมท้ังแสดงข้อคิด คติเตอื นใจ

2.2 การเล่าชวี ประวตั ขิ องบคุ คล การเลา่ ถึงประเด็นที่นา่ ยกย่อง ผลงานดเี ด่น โดยเรม่ิ จากประวัติ
โดยย่อ เหตุการณ์บางตอนในชีวติ ท่ีจะนำมาเลา่ เปน็ ตวั อยา่ ง เพ่อื นำเสนอ รายละเอยี ดท่ีมีประโยชนแ์ ละน่ายก
ย่อง พร้อมทั้งสรปุ ขอ้ คดิ และแนวทางทคี่ วรนำไป เปน็ แบบอยา่ งในการปฏิบัติตน

2.3 การเลา่ เหตกุ ารณ์ การเลา่ เหตุการณ์ควรเลอื กเล่าเหตุการณส์ ำคัญ ทนี่ า่ ประทบั ใจ อาจเปน็
เหตกุ ารณ์ เก่ียวกับการเมือง สงั คม สถานท่ีทอ่ งเทีย่ วต่าง ๆ เรือ่ งน่าตื่นเตน้ โดยอาจเกิดข้นึ กับผเู้ ล่าเอง
โดยตรง หรือเปน็ เรอ่ื งท่ไี ด้ยินไดฟ้ ังมา หรอื อ่าน จากหนังสือแล้วนำมาเล่าต่อโดยมีสาระของเหตุการณ์ทีค่ วร
เลา่ ดังนี้

1. เหตุผลท่ีนำมาเลา่
2. สถานท่แี ละเวลาทีเ่ กดิ ขนึ้
3. ผเู้ ก่ียวขอ้ งในเหตกุ ารณ์
4. เหตุการณ์ท่เี กดิ ข้ึนตงั้ แตต่ น้ จนจบ

5. ผลอนั เนือ่ งมาจากเหตกุ ารณซ์ ง่ึ กระทบต่อคนสว่ นใหญ่ ท้ังอดตี ปจั จบุ ันและอนาคต
2.4 การใช้ภาษาในการเล่าเร่ืองและเหตกุ ารณ์ ภาษาทใี่ ชค้ วรใชภ้ าษางา่ ย ๆ กะทัดรัดชัดเจน
นำ้ เสียงชัดเจนปรับเปลย่ี นระดับเสยี งเหมาะสมกบั เรื่องราวและเหตุการณ์ เพื่อสร้างความสนใจโดยเฉพาะเรื่อง
ในแนว บันเทิงคดี เชน่ ประสบการณห์ รือการท่องเทีย่ ว และในตอนทา้ ย ควรมสี รปุ ทใี่ ห้แง่คดิ เปน็ คติสอนใจ
หรอื สรุปดว้ ยสุภาษิตสำนวน คำประพันธ์ เพอื่ เพิ่มความน่าฟังย่ิงขนึ้
2.5 มารยาทในการพูด การพูดท่ีดีไมว่ ่าจะเปน็ การพูดในโอกาสใด ผู้พูดตอ้ งคำนึง ถึงมารยาทใน
การพดู ซึ่งจะชว่ ยสร้างความชื่นชมจากผูฟ้ งั ส่งผลให้การพูดแตล่ ะครง้ั ประสบความสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์
ท่ีตั้งไว้ มารยาทในการพดู สรุปไดด้ ังน้ี

1. เร่อื งทพ่ี ูดนั้นควรเปน็ เรือ่ งท่ีท้ังสองฝ่ายสนใจร่วมกัน หรอื อยู่ในความสนใจของคนทั่วไป
2. พูดให้ตรงประเดน็ จะออกนอกเรื่องบ้างกเ็ พยี งเล็กน้อย
3. ไมถ่ ามเร่ืองสว่ นตัว ซง่ึ จะทำให้อีกฝ่ายหนงึ่ รสู้ ึกอดึ อดั ใจหรือลำบาก ใจในการตอบ
4. ตอ้ งคำนึงถงึ สถานการณ์และโอกาส เช่น ไม่พูดเร่ืองเศร้า เรอื่ งท่ี น่ารงั เกียจใน
ขณะที่ รับประทานอาหารหรือในงานมงคล
5. สร้างบรรยากาศที่ดี ยิ้มแยม้ แจม่ ใสและสนใจเรอ่ื งทีก่ ำลงั พดู
6. ไมแ่ สดงกิรยิ าอนั ไม่สมควรในขณะท่ีพูด เชน่ ล้วง แคะ แกะ เกา ส่วนใด สว่ นหนึ่งของ
รา่ งกาย
7. หลกี เลยี่ งการกลา่ วร้าย การนนิ ทาผู้อ่นื ไมย่ กตนข่มทา่ น
8. พดู ให้มเี สียงดังพอได้ยินกนั ท่ัว ไม่ควรพดู ตะโกนหรือเบาจนกลายเปน็ กระซิบกระซาบ
9. พดู ดว้ ยถอ้ ยคำ วาจาท่ีสภุ าพ
10. พยายามรกั ษาอารมณ์ในขณะพูดให้เปน็ ปกติ
11. หากนำคำกลา่ วหรอื มีการอ้างองิ คำพูดของผ้ใู ด ควรระบุนามหรือแหล่ง ทีม่ าเพื่อให้เปน็
เกยี รตแิ ก่บุคคลท่ีกลา่ วถึง
12. หากพูดในขณะที่ผอู้ น่ื กำลังพดู อยู่ควรกลา่ วคำขอโทษ
13. ไม่พดู คุยกนั ขา้ มศรี ษะผอู้ น่ื
การอ่าน
ปัจจุบนั เป็นยุคของข้อมลู ขา่ วสาร ซึ่งต้องใช้ทักษะการอ่านเพ่ือรับสารให้มากขนึ้ ทง้ั การอ่านส่งิ พิมพ์ท่ี
เปน็ รูปเล่ม ข้อความต่างๆทีพ่ ิมพล์ งในวสั ดหุ บี ห่อต่างๆ
ความสำคญั ของการอ่าน
นอกจากคนเราจะฟังเพื่อรับข้อมูลขา่ วสารแล้วการ"อ่าน"ยังเป็นการรบั รขู้ ้อมูลขา่ วสารอีกทางหนง่ึ ดว้ ย
จะเห็นว่าชาติทเี่ จริญคือชาตทิ ่ีมีคนรกั การอ่าน ส่วนประเทศท่ีดอ้ ยพฒั นา พบว่าคนในชาติน้นั อ่านหนงั สือไม่ได้
ดังนน้ั เราจึงควรพฒั นาการอ่านใหม้ ากๆ

การพฒั นาทักษะการอา่ น
1. ใช้กระบวนการอ่าน ต้องเขา้ ใจความหมายต่างๆในบทที่เราจะอา่ น
2. รจู้ ักสำรวจและเลือกอา่ น รจู้ ักสว่ นประกอบต่างๆของหนงั สอื ตัง้ แตป่ กหนา้ จนถงึ ปกหลัง
3. ฝกึ อ่านเพื่อนำไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวัน

ประเภทของการอา่ น
1. อ่านในใจและการอา่ นออกเสยี ง
2. อ่านเพื่อจบั ใจความและแสดงความคิดเหน็
3. การอา่ นคำประพนั ธแ์ ละท่องจำ

มารยาทในการอ่าน
คณุ สมบตั ิของนักอ่านท่ีดีคืออ่านเก่ง อ่านเป็น มีมารยาทในการอา่ น
1. แสดงกิรยิ า มารยาทในการอา่ นได้เหมาะสม
2. ปฏบิ ตั ิตัวตามระเบียบการใช้หอ้ งสมุด
3. ไมข่ ีดเขยี น พับหน้ากระดาษตดั ฉีก
ทกั ษะการอ่านมีความสำคัญต่อชวี ิต ควรฝกึ อา่ น รู้จักลกั ษณะการอา่ นและวิธีการอ่านลกั ษณะตา่ งๆ

ชว่ ยใหก้ ารอา่ นมีประสิทธภิ าพ
การเขียน

การเขียนเปน็ การถา่ ยทอดเรื่องราวเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ความสำคัญของการเขยี นเป็น การบอก
กลา่ วเร่อื งราวตา่ งๆ มีขอ้ จำกัดในการสื่อสารแตข่ ้อความทเี่ ป็นลายลักษณ์อกั ษร เคร่ืองหมาย หรือรหสั ตา่ งๆ
จะทำให้สามารถรับรเู้ รื่องราวไดช้ ดั เจนย่งิ ขน้ึ

การพฒั นาทกั ษะการเขยี นมีดังน้ี
1. สำรวจทัศนคติของตนว่าชอบเขยี นหรือไม่
2. ใชก้ ระบวนการเขยี น ตง้ั แต่ถ้อยคำ ประโยค โวหาร การเขยี น นำมาเรยี บเรียงเปน็ เน้ือหาต่างๆ
3. สะสมความรแู้ ละทักษะตา่ งๆจากการฟงั ดู และการอ่าน
4. ศกึ ษาแนวการเขียนของนักเขียนต่างๆ
ประเภทของการเขียน
1. การเขยี นเล่าเรือ่ งและแสดงความคดิ เห็น
2. การเขยี นจดหมายส่วนตัว
3. การเขยี นย่อความหรือสรุปประเดน็
4. การเขยี นรายงาน
5. การเขียนโครงงาน
มารยาทในการเขยี น
1. การใชภ้ าษาถอ้ ยคำใหเ้ กียรติและยอมรบั เจ้าของข้อมลู
2. เลอื กใช้สื่อท่ีถูกต้องเหมาะสม

ประโยชน์ของการเล่านทิ าน (เกริก ยุ้นพนั ธ.์ 2539)
1. เดก็ ๆ หรือผูฟ้ ังจะเกิดความรสู้ กึ อบอนุ่ หรือใกล้ชิดเป็นกันเองกับผเู้ ลา่
2. เด็ก ๆ หรือผฟู้ งั จะเกิด ความรสู้ ึกร่วมในขณะฟงั ทำใหเ้ ขาเกดิ ความเพลดิ เพลนิ ผ่อนคลาย และสด

ชื่นแจ่มใส
3. เดก็ ๆ หรอื ผ้ฟู ังจะมีสมาธิหรอื ความต้งั ใจทมี่ ีระยะเวลานานข้ึนหรือยาวขึน้ โดยเฉพาะผเู้ ล่าทมี่ ี

ความสามารถในการตรงึ ให้ผ้ฟู งั หรือเด็กๆใจจดจ่ออยู่กบั เรื่องราวทผ่ี ูเ้ ล่าเลา่ เรอื่ งทม่ี ีขนาดยาว
4. เด็กหรอื ผู้ฟังจะถูกกล่อมเกลาดว้ ยนิทานทีม่ เี น้ือหาส่งเสรมิ คุณธรรมและจริยธรรม ทำใหเ้ ดก็ ๆและ

ผฟู้ ังเขา้ ใจในความดี และความงามยงิ่ ขนึ้
5. นทิ านจะทำให้เด็กๆ หรือผ้ฟู งั มีความละเอียดอ่อนรจู้ กั การรับและการให้ มองโลกใน แงด่ ี
6. นิทานจะทำใหเ้ ด็กหรือผฟู้ ังสามารถใช้กระบวนการคดิ ในการพิจารณาแก้ปัญหาได้
7. นิทานสามารถสรา้ งความกลา้ ใหก้ ับเดก็ ๆ หรือผูฟ้ งั โดยการแสดงออกผ่านกระบวนการคิดที่มี

ประสิทธภิ าพ
8. เดก็ ๆ และผฟู้ ังจะได้ความรู้ที่เปน็ ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวติ ประจำวันได้
9. นิทานชว่ ยเสริมสรา้ งจินตนาการทกี่ ว้างไกลไรข้ อบเขตให้กบั เด็กหรือผฟู้ งั
10. นิทานสามารถช่วยเดก็ ๆและผฟู้ ังไดร้ ู้จกั การใช้ภาษาที่ถูกตอ้ ง
สรุปได้วา่ นทิ านมีคุณคา่ และประโยชนค์ อื เปน็ วธิ ีการให้ความรู้ท่ีจะทำใหเ้ ด็กสนใจเรยี นรู้ สามารถ

จดจำและกล้าแสดงออก ปลูกฝงั นิสยั รักการอ่าน แก้ไขพฤติกรรมที่ไมพ่ ึงประสงค์ของเด็กจากตวั แบบในนิทาน
ท่ีเด็กประทบั ใจ สรา้ งสมาธิ ผ่อนคลายอารมณ์ สรา้ งความสัมพนั ธใ์ กล้ชดิ ระหวา่ งผเู้ ล่าและผฟู้ งั

นิทานคุณธรรม หมายถงึ นิทานท่แี ตง่ ข้ึนเพื่อสอดแทรกแนวคิด คติสอนใจในเรื่องความดีสงู สุดที่
ปลูกฝังอยู่ในอุปนสิ ยั อนั ดีงาม อยใู่ นจิตสำนึก อยู่ในความรู้สกึ ผิดชอบชวั่ ดี เช่น ความซือ่ สตั ย์ ความขยัน
ความมีนำ้ ใจ เป็นต้น

คณุ ธรรมพืน้ ฐาน 9 ประการ หมายถงึ คุณธรรมพื้นฐานที่นักเรยี นพงึ ปฏิบัติ ประกอบด้วย
ขยัน คอื ความตั้งใจเพยี รพยายามทำหน้าท่ีการงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยนั ต้อง
ปฏบิ ตั ิควบคูก่ บั การใช้สตปิ ญั ญาแกป้ ญั หาจนเกดิ ผลสำเร็จ
ประหยดั คอื การร้จู ักเกบ็ ออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน ส่ิงของแต่พอควรพอประมาณใหเ้ กิดประโยชน์
คุ้มค่าไม่ฟมุ่ เฟือย ฟงุ้ เฟ้อ
ซอ่ื สัตย์ คือ ประพฤตติ รงไม่เอนเอียง ไม่มเี ลห่ ์เหลีย่ ม มีความจรงิ ใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง
หรอื อคติ
มีวินัย คือ การยึดมน่ั ในระเบียบแบบแผน ขอ้ บังคับและข้อปฏบิ ัตซิ ึง่ มที ัง้ วนิ ัยในตนเองและวนิ ัยตอ่
สงั คม
สภุ าพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมนุ ละม่อม มีกริ ยิ ามารยาทที่ดีงาม มีสมั มาคารวะ
สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองท้ังกาย ใจ และสภาพแวดลอ้ ม ความผ่องใสเป็นท่เี จริญตา ทำให้
เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเหน็

สามัคคี คือ ความพรอ้ มเพรยี งกนั ความกลมเกลยี วกนั ความปรองดองกัน รว่ มใจกันปฏิบตั ิงานให้
บรรลุผลตามทีต่ ้องการปราศจากการทะเลาะววิ าท ไมเ่ อารดั เอาเปรียบเปน็ การยอมรับความมีเหตผุ ล ยอมรบั
ความแตกตา่ งหลากหลายความคิดความหลากหลายในเรื่องเช้ือชาติ ความกลมเกลียวกันในลกั ษณะเช่นนีเ้ รียก
อกี อยา่ งวา่ สมานฉนั ท์

มนี ำ้ ใจ คอื ความจริงใจท่ีไมเ่ หน็ แกเ่ พียงตวั เอง หรือเรอ่ื งของตัวเอง แต่เหน็ อกเหน็ ใจเห็นคุณค่าใน
เพอื่ นมนุษยม์ ีความเอื้ออาทรเอาใจใสใ่ ห้ความสนใจในความตอ้ งการความจำเป็น ความทุกขส์ ขุ ของผู้อ่นื

กตญั ญู คือ การรู้จักการตอบแทนผ้มู ีพระคุณ คอยเก้ือหนุนดูแลเอาใจใส่

บทท่ี 3
วธิ กี ารจัดทำโครงงาน

วิธีการดำเนนิ การ โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เรอ่ื งเล่าเช้าน้ี

1. จดั กจิ กรรม Showtime ช่วงเวลา 07.30 – 07.50 น.
2. เชิญชวนใหน้ กั เรียนเขา้ ร่วมกจิ กรรม โดย

- ครแู นะนำกจิ กรรมการเล่านทิ านคุณธรรม เลา่ ข่าวเชา้
- นักเรยี นเลือกสงิ่ ที่ตนเองสนใจ 1 อย่าง นำไปศกึ ษาค้นควา้ เพ่มิ เตมิ
3. กิจกรรมท่นี ักเรียนเลอื กนำมาเล่า ใหผ้ ูฟ้ งั มีสว่ นรว่ มฟัง ซักถาม ตง้ั คำถาม วเิ คราะห์
4. นักเรียนร่วมสร้างสอ่ื นำมาใชป้ ระกอบการเล่า ต่อยอดของตนเองหรอื จากเพอื่ น เชน่ หุ่นมอื ข่าว
อุปกรณ์สิง่ ประดิษฐ์ ภาพวาด
5. จัดกิจกรรมเชงิ ลุก โดยให้นกั เรียนแต่ละคนไดป้ ระดิษฐ์หุ่นมือ เล่าเร่อื งจากภาพโดยการแต่งเร่ือง
เอง เพ่ือใชเ้ ลา่ นทิ านคุณธรรมพ้ืนฐานทัง้ 9ประการ
6. จัดตารางเวยี นกันเลา่ เรือ่ ง
7. ประเมนิ ความสนใจ และฝกึ ทกั ษะการเรยี นรู้ พลงั การเรยี นรู้ 5 พลัง ได้แก่ พลังการอา่ น พลงั การ
ใช้สมอง พลังการพูด พลงั การเขยี น และพลงั การนำเสนอ

หมายเหตุ จากการเกดิ สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา(โควดิ 19) ทำให้การเรียนการ
สอนปรบั เปลี่ยนรปู แบบเป็นแบบ Online และแบบ Clinic นักเรยี นไม่สามารถมาเรียนทีโ่ รงเรยี นได้ 100 %
จึงมกี ารเปลี่ยนแปลงกจิ กรรมเป็นแบบ Online ด้วย

บทท่ี 4
ผลการศกึ ษา

โครงงานบูรณาการ STEAM One Child One Dream เรอื่ งเล่าเช้านี้ ดำเนนิ การดงั นี้
ผลการดำเนินการ

จากการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา(โควดิ 19) ทำใหก้ ารเรียนการสอน
ปรับเปล่ยี นรูปแบบเป็นแบบ Online และแบบ Clinic นกั เรียนไม่สามารถมาเรียนท่ีโรงเรยี นได้ 100 % จงึ มี
การเปล่ียนแปลงกจิ กรรมเป็นแบบ Online ด้วย

1. จัดกิจกรรม Showtime ช่วงเวลา 07.30 – 07.50 น. แตใ่ นชว่ งสถานการณโ์ ควดิ 19 จงึ ปรับเวลา
เปน็ เวลา 08.00 -08.20 น.

2. เชญิ ชวนให้นกั เรียนเข้าร่วมกิจกรรม โดย
- ครแู นะนำกิจกรรมการเลา่ นทิ านคุณธรรม เลา่ ขา่ วเช้า
- นกั เรียนเลือกส่ิงทต่ี นเองสนใจ 1 อย่าง นำไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเตมิ

3. กจิ กรรมทีน่ ักเรียนเลอื กนำมาเลา่ ใหผ้ ู้ฟังมสี ่วนร่วมฟัง ซักถาม ตัง้ คำถาม วิเคราะห์
4. นักเรียนรว่ มสร้างสอื่ นำมาใชป้ ระกอบการเลา่ ต่อยอดของตนเองหรอื จากเพือ่ น เช่น หุน่ มือ ขา่ ว
อุปกรณส์ ิ่งประดิษฐ์ ภาพวาด
5. จดั กจิ กรรมเชิงลกุ โดยให้นักเรียนแต่ละคนไดป้ ระดิษฐ์หุ่นมือ เล่าเรื่องจากภาพโดยการแตง่ เร่ือง
เอง เพ่ือใชเ้ ลา่ นิทานคณุ ธรรมพื้นฐานทั้ง 9ประการ
6. จดั ตารางเวียนกันเลา่ เร่ือง
7. ประเมินความสนใจ และฝกึ ทกั ษะการเรยี นรู้ พลงั การเรียนรู้ 5 พลงั ไดแ้ ก่ พลงั การอา่ น พลังการ
ใช้สมอง พลงั การพูด พลังการเขียน และพลังการนำเสนอ

บทที่ 5
สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการศึกษา
1. ไดส้ ง่ เสรมิ ให้นักเรยี นแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง และสร้างองค์ความรู้เองโดยมีครผู สู้ อนเป็นผู้

อำนวยความสะดวก
2. ใหค้ วามร้กู บั นักเรยี นจากประสบการณ์ตรงและจากแหล่งการเรียนรู้
3. ส่งเสริมให้นกั เรียนเกิดทักษะ กระบวนการคิดและการลงมือปฏบิ ัตจิ ริงจากการเลา่ เร่ือง ไดแ้ ก่

นทิ าน ขา่ ว ประสบการณ์
4. เกิดการสรา้ งความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกลุม่ เพื่อน โรงเรียน ชมุ ชน และผ้ปู กครอง
5. นักเรียนหลายคนท่ียังมีปัญหาในเรื่องการฟัง พูด อ่าน เขียน และการนำเสนอ(เล่าเร่ือง) ได้

พัฒนาตนเองขึ้น
6. กิจกรรมที่จัดตอบสนองพัฒนาเสริมทักษะพลังการเรียนรู้ 5 ด้าน คือ พลังการอ่าน พลังการใช้

สมอง พลังการพูด พลังการเขียน และพลังการนำเสนอ ในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ
เต็มตามศกั ยภาพ

7. กิจกรรมสามารถบูรณาการผสานกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ เสริมกิจกรรม เร่ืองเล่าเช้า
น้ี ในรปู แบบการจัดการเรียนรูต้ ามแนวทางสะเตม็ มีลกั ษณะ 5 ประการไดแ้ ก่

1) เปน็ การสอนทเ่ี น้นการบูรณาการ
2) ทา้ ทายความคิดของนกั เรียน
3) เนน้ การพฒั นาทักษะในศตวรรษที่ 21
4) ชว่ ยนักเรียนสร้างความเช่ือมโยงระหวา่ งเน้ือหาวชิ าทง้ั 4 กบั ชีวิตประจำวนั และการทำอาชพี
5) เปดิ โอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเหน็ และความเขา้ ใจท่ีสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาทงั้ 4 วชิ า
ประโยชนท์ ไี่ ด้รบั
One Child One Dream เปน็ กิจกรรมการทำโครงงานบรู ณาการ ฝกึ ฝนให้นักเรียนมีความรู้ ความมน่ั ใจ
ในการทำงานประดิษฐค์ ดิ ค้นหรอื คน้ คว้าความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง ดงั นี้
1. สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการเรยี นรู้และพฒั นาดว้ ยตนเอง
2. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศกั ยภาพของตนเอง
3. เปดิ โอกาสให้นักเรยี นได้ศึกษา ค้นคว้า และเรียนร้เู รอ่ื งทีน่ กั เรียนสนใจได้
4. ส่งเสรมิ และพฒั นากระบวนการคดิ การแกป้ ญั หา การตัดสินใจ รวมทั้งการสอื่ สารระหว่างกัน
5. สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ สร้างสัมพันธร์ ะหว่างครู นักเรยี น และผู้ปกครอง



นิทาน 4 ช่อง เรอ่ื ง ปลาบู่ทอง ดูภาพเลา่ เรอื่ ง ระบายสี และบอกคณุ ธรรมท่ไี ด้
ศกึ ษาเรอื่ งจากการสืบค้น โดยเลา่ เร่อื งไม่ตอ้ ง เหมอื นต้นฉบบั ได้ สามารถบรู ณาการได้

นทิ าน เรอ่ื ง มดกับตั๊กแตน ดูภาพเลา่ เรือ่ ง ระบายสี และบอกคุณธรรมท่ีได้
ศกึ ษาเรอื่ งจากการสืบค้น โดยเลา่ เรื่องไม่ต้อง เหมอื นตน้ ฉบับได้ สามารถบรู ณาการได้

โดยการวาดรปู เพ่มิ เตมิ วาดรูปเองตามจินตนาของเรอ่ื งทีเ่ ลา่

เล่าขา่ วเช้า โดยนกั เรียนหาขา่ วจากหนงั สอื พมิ พ์ ทวี ี อินเตอรเ์ น็ต
อา่ น ดู ฟัง จบั ประเด็น นำภาพข่าวมาเล่าใหเ้ พื่อนสมาชิกฟัง บอกข้อคดิ ทไ่ี ด้

ช่วยกนั ต้ังประเดน็ หรอื วิเคราะห์เน้อื ข่าว




Click to View FlipBook Version