ท่องจำบทอาขยาน
และบทร้อยกรอง
การท่องจำบทประพันธ์
การท่องจำบทประพันธ์ จะมีประโยชน์ต่อชีวิตมาก
หากบุคคลนั้นเห็นความสวยงาม ความไพเราะของภาษา
เกิดความซาบซึ้ง ได้ความหมาย ข้อคิดที่มีคุณค่า
ประทับใจได้แนวทางในการแต่งคำประพันธ์ที่ชอบและ
ภูมิใจในภาษาไทย
สาระสำคัญ
การจำท่องบทอาขยาน เป็นการอ่านออกเสียงที่
อาศัยความจำโดยไม่ดูบทอ่าน ต้องใช้ความสามารถใน
การจำบทท่องจำ อ่านให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์และ
ทำนองเสนาะของบทร้อยกรองนั้น ๆ สอดคล้องกับ
อารมณ์ในบทเรียน โดยอ่านให้ไพเราะถูกต้อง
คล่องแคล่วเกิดภาพพจน์ได้รสได้อารมณ์
ความหมาย
บทอาขยานคือ บทท่องจำ การเล่า การสวด เรื่อง นิทาน
ซึ่งเป็นการท่องจำข้อความหรือคำประพันธ์ที่ชอบ บทร้อยกรองที่
ไพเราะ โดยอาจตัดตอนมาจากหนังหสือวรรณคดีเพื่อให้ผู้ท่องจำ
ได้ เห็นความงามของบทร้อยกรองทั้งในด้านวรรณศิลป์ การใช้
ภาษา เนื้อหา และวิธีการประพันธ์ สามารถนำไปใช้เป็นแบบ
อย่างในการแต่งบทร้อยกรอง หรือนำไปใช้เป็นข้อมูล ในการ
อ้างอิงในการพูดและการเรียนได้เป็นอย่างดี
วิธีปฏิบัติการท่องจำ
ทำความเข้าใจ คำศัพท์และความหมายของเรื่องในบทที่ท่อง
อ่านเป็นทำนองเสนาะ เพื่อให้ได้ความไพเราะของบทร้อยกรอง
ถ้าเป็นร้อยแก้ว อ่านโดยใช้น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติ มีการเว้น
จังหวะ การเน้นเสียง เพื่อให้ได้อารมณ์และความรู้สึก หาแนวคิด
หรือข้อคิดจากบทประพันธ์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
ท่องบ่อย ๆ เพื่อให้จำได้ขึ้นใจ เกิดจินตนาการและมี
ความสุขขณะท่อง ในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยนั้น
มีทั้งบทอาขยานหลักและบทอาขยานรอง
บทอาขยานหลัก
บทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดให้นักเรียน
ท่องจำเหมือนกันทั่วประเทศ
บทอาขยานรอง
บทอาขยานที่ครูผู้สอนหรือสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดให้
นักเรียนท่องจำเสริมจากบทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการ
กำหนด (บทหลัก) เป็นบทร้อยกรองที่มีลักษณะตรงตามเกณฑ์
การคัดเลือกบทอาขยาน อาจเป็นบทร้อยกรองที่แสดงภูมิปัญญา
ท้องถิ่น เช่น เพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ค่าวซอ ผญา เพลง
ชาน้อง เพลงเรือ บทกวีร่วมสมัยที่มีคุณค่า เป็นต้น โดยกำหนด
ให้ท่องจำภาคเรียนละ ๑ บท เป็นอย่างน้อย
บทอาขยานเลือก
บทอาขยานที่นักเรียนเลือกท่องตามความสนใจมิได้บังคับ
โดยอาจเลือกท่องจากบทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการคัดเลือก
ไว้ หรือบทประพันธ์ที่ครูผู้สอนแนะนำเพิ่มเติม หรือเป็นบท
อาขยานที่นักเรียนชอบ นักเรียนแต่งเอง หรือผู้ปกครอง ผู้มี
ความสามารถในท้องถิ่นแต่งขึ้นก็ได้
๑. เปล่งเสียงดัง ๒. ท่องด้วยเสียง
พอประมาณ ที่ชัดเจน
หลักการ
ท่องอาขยาน
๔. ออกเสียงคำควบกล้ำ ๓. ออกเสียงถูกต้อง
ให้ถูกต้อง ตามอักขรวิธี
ตัวอย่างการท่องอาขยาน
บทอาขยานหลัก
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการะเวก
การแบ่งวรรค
/ แทนจังหวะเสริม // แทนจังหวะหลัก
การหยุดอ่านภายในวรรค การหยุดอ่านเสียง
เมื่อจบวรรค เป็นช่วงยาว
กว่าจังหวะเสริม
เช่น ๗ คำ จะแบ่งเป็น ๒ / ๒ / ๓
๘ คำ จะแบ่งเป็น ๓ / ๒ / ๓
๙ คำ จะแบ่งเป็น ๓ / ๓ / ๓
ตัวอย่างการแบ่งวรรค
วิธีปฏิบัติในการท่องจำ
ทำความเข้าใจคำศัพท์และความ
หมายของเรื่องในบทที่ท่อง
ฝึกท่องเป็นจังหวะธรรมดา
ให้ได้ก่อน
อ่านเป็นทำนองเสนาะเพื่อให้ได้
ความไพเราะของบทร้อยกรอง
หาแนวข้อคิดจากบทอาขยาน
เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
ท่องบ่อย ๆ เพื่อให้จดจำได้ขึ้นใจ
เกิดจินตนาการ และมีความสุข
คุณค่าที่ได้รับ
เป็นการฝึกความจำซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
๑ เพราะมนุษย์ต้องอาศัยความจำเพื่อเป็นเครื่องมือ
ในการคิดวิเคราะห์ และคิดสังเคราะห์
เป็นการฝึกวินัย เพราะการจะท่องให้จำได้ ๒
ต้องมีวินัย หมั่นฝึก หมั่นท่องอยู่เสมอ
๓ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ๔
ทางด้านภาษาให้คงอยู่ตลอดไป
ได้รับคติสอนใจ
๕ จากบทประพันธ์ต่างๆ ที่ท่อง
ทำให้เป็นคนอารมณ์ดี ๖
จากความงามของบทประพันธ์ที่ท่อง
เพื่อตระหนักในคุณค่าของภาษาไทย
๗ และซาบซึ้งในความไพเราะของบทร้อยกรอง
เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ๘
ในความสามารถของกวีไทย
๙ เพื่อเป็นพื้นฐานในการแต่งคำประพันธ์
เพื่อใช้เป็นสื่อถ่ายทอดคุณธรรมจริยธรรม และนำ
๑๐ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
บทอาขยานหลัก
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
พระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการะเวก
บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้ใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
จงสู้ตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี
พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา