The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by praparnporn theeramongkol, 2020-10-02 04:37:06

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร พระนคร

วารสาร ปีที่ 1 ฉบับที่ 1

Keywords: Journal

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

Journal of Home Economics Technology, RMUTP

คณะกรรมการจัดทาวารสาร

ที่ปรกึ ษากองบรรณาธิการ

รองศาสตราจารย์สภุ ัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
พระนคร
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์เฟือ่ งฟ้า เมฆเกรียงไกร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการวิจัยและบริการ
วิชาการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชญาภัทร์ ก่ีอาริโย ผชู้ ว่ ยอธิการบดี
คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
นางปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล
ผู้ชว่ ยคณบดคี ณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
บรรณาธกิ าร ธรี มงคล
ภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
นางสาวประพาฬภรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สาขาวชิ าการพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ภูมิปญั ญาไทย
กองบรรณาธิการ จวิ เจรญิ สกลุ คณะศิลปศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ
ผ้ทู รงคณุ วฒุ ภิ ายนอกสถาบนั ภาค วิ ช าวิท ยาศ า ส ตร์ แ ล ะเ ท ค โน โล ยี
การอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร
รองศาสตราจารย์ ดร.สุรชยั มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์
ภาควชิ าคหกรรมศาตร์ คณะเกษตร
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.อมรรัตน์ อนันต์วราพงษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผ้ชู ่วยกรรมการผ้จู ัดการใหญ่
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.อทุ ยั กล่ินเกษร ฝา่ ยพัฒนาทรัพยากรบคุ คล
บรษิ ัท เซ็นทรัล เรสเตอรองกรุ๊ป จากดั
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ศริ พิ ร เรยี บร้อย คมิ
ดร.วชิ ัย เจรญิ ธรรมานนท์ สาขาวชิ าออกแบบแฟช่ันและเครอื่ งแตง่ กาย
สาขาวชิ าอาหารและโภชนาการ
ผทู้ รงคณุ วฒุ ิภายในสถาบัน คงคาฉุยฉาย สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์

ผชู้ ่วยศาสตราจารยเ์ สาวลักษณ์ สทุ ธา
ดร.วไลภรณ์ สุธบี ุตร
ดร.นอ้ มจิตต์

ผ้ทู รงคณุ วฒุ ผิ ้ปู ระเมินบทความ (Peer Review)

รองศาสตราจารย์ ดร.เมธนิ ี วงศว์ านชิ รัมภกาภรณ์ คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.จริ าพทั ธ์ แกว้ ศรที อง
คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รัตนพล มงคลรตั นาสิทธิ์ มหาวิทยาลัยราชภฏั พบิ ูลสงคราม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทักษิณา เครือหงส์ คณะอตุ สาหกรรมส่ิงทอและออกแบบแฟชน่ั
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พสิ ทุ ธิ หนกั แน่น
คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เปรมฤทัย แยม้ บรรจง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุวรรณภูมิ

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.นทตั อศั ภาภรณ์ คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์
การเกษตร มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.พรอ้ มลักษณ์ สรรพอ่ คา้
คณะการจดั การธุรกจิ อาหาร
ดร.สมภพ สวุ รรณรฐั สถาบนั การจัดการปญั ญาภิวฒั น์

Associate Professor Zhen Bo Xu คณะศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
รองศาสตราจารย์ ดร.จฑุ ามาศ พีรพชั ระ
รองศาสตราจารย์บษุ รา สรอ้ ยระยา้ คณะสาธารณสขุ ศาสตร์
รองศาสตราจารย์สุนีย์ สหสั โพธ์ิ มหาวิทยาลยั มหิดล
รองศาสตราจารยจ์ อมขวญั สวุ รรณรักษ์
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ธนพรรณ บุณยรัตกลิน คณะศกึ ษาศาสตร์
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ศรทั ธา แข่งเพญ็ แข มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.วรลักษณ์ ปญั ญาธิติพงษ์
ดร.ธนภพ โสตรโยม School of Food Science and
Engineering
South China University of Technology
คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

คณะกรรมการจัดทาเล่มวารสาร ธีรมงคล ออกแบบรูปเล่ม และตรวจสอบความสมบูรณ์
นางสาวประพาฬภรณ์ สุฐาปัญณกุล พสิ ูจน์อกั ษรภาษาองั กฤษ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รพพี รรณ กรเ่ี งิน พิสจู นอ์ ักษรภาษาไทย
ดร.เกศทพิ ย์ ปอ้ มเย็น ประสานงาน
นางสาววรธร กล่นิ มาลยั ประสานงาน
นางสาวลดั ดาวัลย์ เสวกฉมิ ประสานงานและเลขานกุ าร
นางสาวฉววี รรณ

ติดตอ่ กองบรรณาธิการ
“กองบรรณาธิการวารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร”

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
168 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรงุ เทพ 10300
เวบ็ ไซต์: http://www.hec.rmutp.ac.th/
โทรศพั ท์: 02-655-3777 ต่อ 5234, 5236
E-mail: [email protected]

พิมพ์ทโ่ี รงพิมพ์
“บริษัท โอ.เอส.พรนิ้ ต้ิง เฮา้ ส์ จากดั ”
113/13 ซอยวดั สวุ รรณคีรี ถนนบรมราชชนนี แขวงอรณุ อมรนิ ทร์ เขตบางกอกนอ้ ย กรุงเทพ 10700

โทรศัพท์: 02-424-6944, 02-424-7292

คานยิ มจากคณบดี

ดว้ ยโอกาสทคี่ ณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้จัดทาวารสารเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และเผยแพร่
บทความวิจัยและวิชาการในฉบับปฐมฤกษ์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 และ 2
โดยวารสารฉบบั นี้มีวตั ถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมให้นักวิจัย นักวิชาการ
นักศึกษาและผู้ท่ีสนใจ ท้ังภายในและภายนอกหน่วยงาน ได้มี
ช่องทางในการนาเสนอผลงานวิชาการ ซึ่งเป็นภารกิจสาคัญอย่าง
หนึ่งในการเผยแพร่และแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ด้านวิชาการทางคหกรรม
ศาสตร์

โอกาสนดี้ ฉิ ันขอแสดงความยินดี และขอขอบคุณผสู้ ง่ บทความวิจยั และวชิ าการทุกท่าน
ท่ีให้ความสนใจในการส่งบทความทางวิชาการเข้าร่วมตีพิมพ์ รวมท้ังขอขอบคุณบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ และคณะกรรมการดาเนินงานทุกท่าน ที่ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ
วารสารฉบับปฐมฤกษ์นี้ ตลอดจนการคัดกรองบทความ การพจิ ารณาเพื่อตีพิมพ์บทความ และ
การตรวจสอบความถูกต้องทุกบทความ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ลง
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครจะเป็นประโยชน์
สูงสดุ ตอ่ ผอู้ ่าน และนักวจิ ัยทุกท่าน รวมท้ังเปน็ แหล่งองค์ความรูใ้ นด้านคหกรรมศาสตรส์ ืบตอ่ ไป

นางปิยะธิดา สีหะวฒั นกุล
คณบดคี ณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

บทบรรณาธิการ

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ฉบับน้ี
เปน็ ฉบับปฐมฤกษ์ กาหนดการเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบบั ท่ี 1 เดอื นมกราคม-มิถุนายน และ
ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ในการตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย และบทความทาง
วิชาการ ท่ีจะเผยแพร่องค์ความรู้ กระบวนการทางความคิด และการพัฒนาต่อยอดวิจัยต่างๆ
อนั ได้จากการศึกษา ค้นคว้าวจิ ัย ตลอดจนแง่มุมต่างๆ ของคหกรรมศาสตร์ รวมทง้ั วิทยาการอัน
หลากหลายซึ่งจะเป็นประโยชน์สงู สุดต่อกระบวนการวจิ ัย ทางบรรณาธิการหวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ ว่า
บทความวิจัย และบทความวิชาการท่ีผ่านการพจิ ารณาและการกล่ันกรอง จากผ้ทู รงคุณวุฒิท้ัง
ภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ได้เผยแพร่ในวารสารฉบับนี้จะกอ่ ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการ
วิชาการ สังคม และชุมชน ทั้งยังช่วยในการต่อยอดงานวิจัย และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
ทางคหกรรมศาสตรแ์ กส่ งั คมในอนาคต

บรรณาธกิ าร

สารบัญ หนา้
1
บทความวิจยั 11
1.การพัฒนาผลิตภณั ฑ์ดอกไมป้ ระดษิ ฐจ์ ากผา้ ขาวม้าเชงิ สร้างสรรค์
ปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล, อารยะ ไทยเที่ยง, กิตติ ยอดอ่อน, 22
อนสุ รณ์ ใจทน และ อมั พวนั ยนั เสน1 33

2. ปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ 43
ธนภพ โสตรโยม, ชญาภัทร์ ก่ีอาริโย, นพพร สกุลยืนยงสุข, 55
น้อมจิตต์ สุธีบุตร, ดวงกมล ต้ังสถิตพร, ดวงรัตน์ แซ่ตั้ง และ 62
สุมภา เทดิ ขวัญชัย 72

3. การประดษิ ฐ์โคมศรีล้านนาดว้ ยเทคนคิ การรอ้ ยลูกปดั
ศักรนิ ทร์ หงส์รตั นาวรกิจ, พชรพงษ์ โพธิ์นอ้ ย และ ชชั ฎา จมุ่ ก๋า

4. การพัฒนาผลิตภณั ฑ์ของตกแต่งบ้านด้วยการย้อมสธี รรมชาตจิ าก
ใบตน้ คนู
ประพาฬภรณ์ ธรี มงคล, อชั ชา หทั ยานานนท์, นวลแข ปาลวิ นชิ และ
จุฑาทิพ รัตนะนราพันธ์

5. ความพึงพอใจของผู้บริโภคท่ีมีต่อการให้บริการของภัตตาคาร
เชียงการีลา สาขาเยาวราช
จอมขวญั สุวรรณรักษ์, กมลลักษณ์ นาคแสง และ นิศาชล คงเหล็ก

6. วนุ้ โภชนาการพลังงานสงู
ลัดดาวัลย์ กลิ่นมาลัย, วรัชพล บริบูรณ์ธนกุล และ สัพปัญญา
สุวรรณวงศ์

7. การพัฒนาผลิตภณั ฑเ์ ยลลก่ี งึ่ สาเร็จรปู จากหญา้ หวาน
ดวงกมล ตัง้ สถติ พร, ปญั จพล อะโสต และ ณัฐนรี ประดิษฐ์

บทความวชิ าการ
1. เทคนิคการแตง่ กายดว้ ยตนเอง
ธนพรรณ บุณยรัตกลนิ

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ดอกไม้ประดษิ ฐ์ จากผา้ ขาวมา้ เชิงสรา้ งสรรค์
Creative Development of Artificial Flower Products
from Loincloth

ปยิ ะธิดา สหี ะวฒั นกุล1 อารยะ ไทยเทยี่ ง1 กิตติ ยอดอ่อน1*
อนสุ รณ์ ใจทน1 และ อัมพวัน ยันเสน1

Piyathida Srihawattanakul1, Araya Thaitiang1, Kitti Yordon1*, Anusorn Jaiton1
and Ampawan Yunsan1

บทคดั ย่อ
การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาการพัฒนาดอกไม้
ประดิษฐจ์ ากผ้าขาวมา้ เชงิ สรา้ งสรรค์ และเพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของกลุม่ เป้าหมายท่ีมีตอ่ การ
พัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ ที่ออกแบบพัฒนาข้ึนใหม่
กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยจานวน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในการประเมินลักษณะของ
ดอกไม้ท่ีเหมาะสมในการประดิษฐ์ จานวน 5 คน โดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง
(Purposive Sampling) และกลุ่มผู้ประเมินความพึงพอใจ คือ บคุ คลท่ัวไปจานวน 50 คน โดย
สมุ่ แบบตามชนั้ (Stratified random sampling) เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ คอื แบบสอบถามความคิดเห็น
ของผู้เช่ียวชาญ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉล่ีย ผลการวิจัยผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าดอกไมป้ ระดิษฐ์จากผ้าขาวม้าที่เปน็ ดอกหลัก ในลักษณะ
กลีบดอกช้ันเดียว กลีบซ้อน ดอกช่อ ดอกกลมุ่ ดอกทรงกรวย เลือกดอกลลิ ล่ี ดอกกุหลาบ ดอก
แกลดิโอลสั ดอกว่านส่ีทิศ ดอกคาร่าลิลลี่ ส่วนดอกไม้ประดิษฐ์จากผา้ ขาวม้าท่ีเป็นดอกตกแต่ง
ในลกั ษณะดอกแซม และดอกกล้วยไม้ เลอื กดอกเฟื่องฟ้า และดอกแคทลียา วา่ เหมาะสมในการ
พัฒนา ส่วนความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์ จาก
ผา้ ขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ จานวน 3 รูปแบบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ตกแตง่ บ้าน อยู่ในระดับมากท่ีสุด
(4.89) ผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก อยู่ในระดับมาก (3.97) และผลิตภัณฑ์เคร่ืองประดับ
ตกแตง่ รา่ งกาย อยใู่ นระดบั มาก (3.70)

คาสาคญั : ผ้าขาวม้า ดอกไม้ประดิษฐ์ ดอกไมเ้ ชงิ สร้างสรรค์

1 สาขาวิชาการบรหิ ารธรุ กจิ คหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration, Faculty of Home Economics Technology, Rajamangala
University of Technology Phra Nakhon
*ผูป้ ระสานงานนพิ นธ์ E-mail: [email protected]

1

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปีท่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

ABSTRACT
This research is a study and development which has the objectives of
examining the creative development of artificial flower products from loincloth
and studying satisfaction among the target group for the creative development
of artificial flower products from loincloth. The target group consists of 2 units
comprising 5 experts, who have expertise in assessing the flowers that are
suitable for invention by Purposive Sampling and a satisfaction assessment
group comprised of 50 people chosen by Stratified random sampling. The tools
in this study include questionnaires of expert opinion and satisfaction. The data
analysis was done by frequency, percentage, and mean. From the study, experts
observed that artificial flowers from loincloth were mainly flowers with features
including single-layer petals, stacked petals, inflorescence flowers, aggregate
flowers, and oneflower, which should be lilies, roses, gladiolus, hippeastrum,
and calla lily. For artificial flowers from loincloth, decorative flowers with the
features of inserted flowers should be orchid, bougainvillea, and cattleya. For
the satisfaction of the target group towards the developed creative artificial
flower products from loincloth in 3 forms, home decoration product was the
highest (4.89), souvenir product was high (3.97), and body jewelry product was
high (3.70).

Keywords: Loincloth, Artificial flower, Creative flowers

1. บทนา
ในท่ามกลางผ้าทอพ้ืนเมืองทั้งหลาย ผ้าขาวม้า เป็นหน่ึงในผ้าทอที่มีความเป็น

เอกลักษณ์อย่างชัดเจน ด้วยลวดลายท่ีคุ้นตาและประโยชน์ใช้สอยในฐานะผ้าอเนกประสงค์ ท่ี
สารพัดประโยชน์ เข้าถงึ งา่ ย และบอกเล่าถึงวิถีชีวิตคนไทยได้อย่างหลากหลายมติ ิ แมว้ ่าปจั จุบัน
บทบาทการเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ของผา้ ขาวม้าจะลดลงจากเดมิ เพราะความเปลี่ยนแปลงใน
วถิ ีชีวติ ความเป็นอยู่ของผู้คน แตภ่ าพอดีตของผ้าขาวม้ายงั คงแจ่มชัดหากจาลองภาพครอบครัว
ในอดีตล้วนมีผ้าขาวม้าอยู่ในวิถีชีวติ ตั้งแต่เกิด ต้ังแต่แม่บ้านมีการเตรียมผ้าขาวม้าทาเป็นเบาะ
รองเด็กทารก หรือแขวนเป็นเปลเด็ก ส่วนพ่อบ้านใช้ผ้าขาวม้าในการนุ่งอาบน้า เช็ดตัว เวลา
ออกจากบ้านนาผ้าขาวม้ามาคาดเอวแทนเข็มขัด นาไปโพกศีรษะกันแดดแทนหมวก หรือซับ
เหง่ือไคล ปัดไล่ยุงแมลงต่าง ๆ เป็นต้น เป็นภาพที่เคยพบเห็นเสมอในอดีต ส่วนปัจจุบัน
ผ้าขาวม้ามีบทบาทลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา คนรุ่นใหม่อาจมองไม่เห็นภาพในอดีต
เหล่านั้นอีกแล้ว เม่ือสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป อาจกล่าวได้ว่าคุณค่าของผ้าขาวม้า ได้ถูก
ลดทอนลงอันเนื่องมาจากภาพลักษณ์ของการนาไปใช้น่ันเอง อยา่ งไรกต็ าม ในปจั จุบันผ้าขาวม้า
ในยุคสมัยใหม่มีการปรับเปลย่ี นภาพลักษณ์ไปจากเดิม กลา่ วคือจากการทอแบบลวดลายด้ังเดิม
มาเป็นลายที่ทันสมัยขึ้น รวมท้ังพัฒนาคุณภาพและแปรรูปให้ใช้ประโยชน์ ได้อย่างหลากหลาย

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที ่ี 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

มากข้ึน อีกทั้งกระบวนการผลิตมีการพัฒนาข้ึนตามยุคสมัยจากผืนผ้าขาวม้าที่ได้รับการทอ

ออกมาเป็นลายตารางหลากหลายสีและขนาด สามารถนามาสรา้ งสรรค์เป็นผลิตภณั ฑ์แปรรูปได้
มากมาย ไม่วา่ จะเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งหม่ หรือขา้ วของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจาวันท่ีอยรู่ อบตัวเรา
ข้ึนอยู่กับการออกแบบให้มีความเหมาะสมกับการใช้งาน และมีความสวยงามด้วยใน
ขณะเดียวกัน เชน่ กระเป๋าสะพายจากผ้าขาวม้า หมอนอิงจากผ้าขาวมา้ สมดุ โน้ตจากผ้าขาวม้า
เส้ือ กระโปรง กางเกงจากผา้ ขาวมา้ และอน่ื ๆ (พิชามญชแุ์ ละปารมี, 2560)

การทาดอกไม้ประดิษฐ์เป็นการทาวัสดุต่าง ๆ ให้มีลักษณะคล้ายรูปดอกไม้ จาก
แรงงานฝีมือมนุษย์หรือเคร่ืองจักร โดยใช้วัตถุดิบในการผลิตจากธรรมชาติหรือที่เกิดจากการ
สังเคราะห์มาผลิต โดยผ่านขั้นตอนการดัดแปลง การอบ การย้อม การเผา หรือการเคลือบ
สารเคมี เพื่อกอ่ ให้เกดิ ความสวยงาม โดยดอกไม้ที่ประดิษฐ์ขึ้นอาจจะมีความเหมือนธรรมชาติ

หรือดัดแปลงดอกไม้ท่ีประดิษฐ์ให้เกิดความสร้างสรรค์ ข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน โดย
ดอกไม้ท่ีประดิษฐ์ข้ึนต้องมีคุณสมบัติท่ีสาคัญคือ ความคงทน ง่ายต่อการเคล่ือนย้าย การดูแล
รกั ษา และสามารถนาไปใช้ในการประดับในสถานท่ี หรือเป็นของที่ระลึกในโอกาสตา่ งๆ (สมพร,
2545) ผ้าขาวม้าเป็นวัตถุดิบที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยในการทอผ้าพื้นบ้านที่มีความงาม
จากการทอสลับสี คณะผู้วิจัยจึงมีแนวความคิดที่จะพัฒนาประดิษฐ์เป็นดอกไม้เชิงสร้างสรรค์
ด้วยต้องการให้คนไทยหันกลับมามองผ้าขาวม้าด้วยมุมมองใหม่ที่ต่างไปจากเดมิ เพอ่ื เพิ่มมลู ค่า
ให้กับวัสดุท่ีเป็นทรัพยากรท้องถ่ินเป็นสินคา้ ของที่ระลกึ ของตกแต่งบ้าน หรือใช้ในการประดับ
ร่างกาย เพ่ือเป็นแนวทางให้คนในท้องถ่ิน หรือผู้สนใจเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพได้อีกทาง
หนึง่

วตั ถุประสงค์

1. เพ่ือศกึ ษาการพัฒนาดอกไม้ประดิษฐจ์ ากผ้าขาวมา้ เชิงสร้างสรรค์
2. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายท่ีมีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้
ประดษิ ฐจ์ ากผ้าขาวม้าเชิงสรา้ งสรรค์

ขอบเขตการวิจัย

การวิจัยน้ีเป็นการศึกษาเพ่ือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิง

สร้างสรรคโ์ ดยมีขอบเขตการศึกษา ดงั นี้

1. กลุ่มผู้เช่ียวชาญในการพิจารณาความเหมาะสมของลักษณะดอกไม้ท่ีนามาพัฒนา

ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิงสรา้ งสรรค์ จานวน 5 คน โดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง

(Purposive sampling)

2. กลมุ่ ผู้ประเมินความพึงพอใจต่อการพัฒนาผลติ ภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐจ์ ากผ้าขาวม้า

เชิงสร้างสรรค์ โดยมีการเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบสุ่มตามชั้น (Stratified random sampling)

จานวน 50 คน (สุทติ ิและวิไลลักษณ์, 2554) ได้แก่

1) นกั วชิ าการ 5 คน

2) กลมุ่ ธุรกิจงานประดษิ ฐ์ 10 คน

3) บคุ คลทวั่ ไป 35 คน

3

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีที่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

กรอบแนวความคิด ตัวแปรตาม
ตวั แปรต้น
ความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์
ผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิง จากผา้ ขาวมา้ เชิงสรา้ งสรรค์
สรา้ งสรรค์ 3 รูปแบบ
- ผลติ ภัณฑ์ตกแต่งบา้ น
- ผลิตภณั ฑข์ องฝากของท่รี ะลกึ
- ผลติ ภณั ฑเ์ ครื่องประดับตกแตง่ ร่างกาย

ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะไดร้ บั
1. ทราบกระบวนการประดิษฐ์ดอกไมป้ ระดษิ ฐจ์ ากผา้ ขาวมา้ เชงิ สร้างสรรค์

2. ทราบความพึงพอใจท่ีมีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิง
สรา้ งสรรค์

3. เพมิ่ มูลคา่ ใหก้ บั ผ้าขาวม้า
4. เปน็ การส่งเสริมผลิตภัณฑผ์ ้าขาวม้าให้แกบ่ คุ คลทวั่ ไปในสังคมปจั จบุ นั

2. ระเบยี บวิธวี จิ ยั

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ัยครัง้ น้ีประกอบดว้ ย

1. ผลติ ภัณฑ์ดอกไมป้ ระดษิ ฐ์จากผา้ ขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ จานวน 3 รูปแบบ

2. แบบสอบถามจาแนกได้ ดังน้ี

1) แบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ท่ี

เหมาะสมกับการประดิษฐ์ จานวน 5 คน

2) แบบสอบถามกลุ่มเป้าหมายต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ประดิษฐ์จาก

ผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ จานวน 50 คน ไดแ้ ก่

นกั วิชาการ 5 คน

ผู้ประกอบการ 10 คน

บุคคลทวั่ ไป 35 คน

วธิ ีการดาเนินการวจิ ยั
1. ศึกษาแหล่งผลิต และคุณลักษณะของผ้าขาวม้า จากน้ันศึกษาข้อมูลเก่ียวกับการ

ประดิษฐ์ดอกไม้ และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์จากดอกไม้ เพื่อให้สามารถ
ประดษิ ฐ์ชน้ิ งานทสี่ วยงาม เหมาะสมกับสมัยนิยม

2. ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์ และการจัดจาหน่าย พิจารณารูปแบบลักษณะท่ี

เหมาะสมของดอกไมท้ ี่จะประดิษฐ์เพื่อนามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ โดยดอกไม้มี 2 ประเภท คือ
ดอกหลักและดอกแซม จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทาดอกไม้ประดิษฐ์จึงได้คัดเลือกดอก
หลัก คือ ดอกกลีบช้ันเดียว กลีบซ้อน ดอกช่อ ดอกกลุ่ม ดอกทรงกรวย ส่วนประเภทดอกแซม
กาหนดให้ผู้เชย่ี วชาญเลอื ก จานวน 2 ชนิดซ่งึ ดอกไม้ทผ่ี ูเ้ ช่ยี วชาญเลือกจะให้พิจารณาจากความ
สวยงาม คงทน ขั้นตอนการทาไม่ยุ่งยากซับซ้อนเป็นหลัก เม่ือได้ลักษณะดอกไม้ดังที่กล่าวมา
ผวู้ จิ ัยจงึ ประดษิ ฐ์ดอกไม้แล้วนามาสร้างเปน็ ผลิตภัณฑ์ จานวน 3 รปู แบบ คือ ผลิตภัณฑ์ตกแต่ง

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ่ี 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

บ้าน จานวน 1 ช้ิน ผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก จานวน 1 ชิ้น และผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ

ตกแตง่ ร่างกาย 1 ช้นิ
3. ศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายที่มีต่อการพัฒนาผลติ ภัณฑด์ อกไม้ประดษิ ฐ์

จากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ โดยกาหนดผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจเป็นนักวิชาการ
จานวน 5 คน ผู้ประกอบการ จานวน 10 คน และบุคคลทั่วไป จานวน 35 คน ด้วยผู้วิจัยมี
ความเห็นว่าผลจากข้อมูลจะเกิดมุมมองการตอบแบบสอบถามครอบคลุมในแต่ละมิติของการ
พัฒนา สอบถามความพึงพอใจแบบประเมินคา่ (Rating Scale)

การเก็บรวบรวมขอ้ มลู

ผู้วจิ ยั ดาเนินการเก็บข้อมลู ดงั น้ี

1. ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยทาการแจกแบบสอบถาม และเก็บ

แบบสอบถามกลับคนื ด้วยตนเอง

2. ทาการเก็บรวบรวมแบบสอบถามแล้วนามาตรวจสอบความสมบูรณ์ของ

แบบสอบถามเพอื่ นาไปวิเคราะหข์ ้อมลู ทางสถติ ิ การวเิ คราะห์ขอ้ มูล โดยดาเนินการตามข้ันตอน

ดงั น้ี

1) วิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถามโดยค่าแจกแจงความถี่ และค่า

รอ้ ยละ

2) วิเคราะห์ข้อมูลจากการประเมินความพึงพอใจท่ีมีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ดอกไม้ประดษิ ฐจ์ ากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ โดยวเิ คราะห์หาค่าเฉลยี่ และแปลความหมายของ

ค่าเฉล่ีย มเี กณฑก์ ารใหค้ ะแนน 5 ระดับ ดังน้ี (สทุ ติ แิ ละวไิ ลลักษณ์, 2554)

แปลความหมายของระดับค่าเฉลยี่ มเี กณฑก์ ารใหค้ ะแนน 5 ระดบั ดังน้ี

คะแนน ความหมาย

5 เหมาะสมมากทสี่ ุด

4 เหมาะสมมาก

3 เหมาะสมปานกลาง

2 เหมาะสมนอ้ ย

1 เหมาะสมน้อยทสี่ ุด

เกณฑข์ องการแปลความหมายของค่าเฉลยี่ แบ่งเปน็ 5 ระดบั ดงั น้ี

คา่ เฉลย่ี ระหว่าง 4.50-5.00 พงึ พอใจมากที่สดุ

ค่าเฉลย่ี ระหวา่ ง 3.50-4.49 พงึ พอใจมาก

ค่าเฉลี่ยระหวา่ ง 2.50-3.49 พึงพอใจปานกลาง

คา่ เฉลี่ยระหวา่ ง 1.50-2.49 พงึ พอใจนอ้ ย

ค่าเฉลย่ี ระหว่าง 1.00-1.49 พงึ พอใจน้อยท่ีสดุ

5

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปที ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

3. ผลการวิจัย
การพฒั นาดอกไมป้ ระดษิ ฐ์จากผา้ ขาวม้าเชิงสรา้ งสรรค์ ไดผ้ ลดาเนินการดังน้ี
1. ผลศึกษาการประดิษฐ์ดอกไมจ้ ากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ จานวน 2 ประเภท คือ

ดอกเด่น และดอกตกแต่ง โดยนาขอ้ มูลท่ีได้มาประเมินความถขี่ องผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน ใน
การเลอื กดอกไมป้ ระดิษฐ์ที่เหมาะสม ดงั นี้

1) ดอกเด่น
ดอกเดน่ ที่ผเู้ ชยี่ วชาญเลือกลักษณะดอกกลีบชั้นเดียว กลีบซอ้ น ดอกช่อ ดอกกลุ่ม
ดอกทรงกรวย ดงั นี้

กลบี ชัน้ เดยี ว กลบี ซ้อน ดอกช่อ ดอกกลุ่ม ทรงกรวย

ดอกลลิ ล่ี ดอกกหุ ลาบ ดอกแกลดิโอลัส ดอกวา่ นสท่ี ศิ ดอกคารา่ ลลิ ล่ี

ภาพที่ 1 ดอกไม้ประดิษฐจ์ ากผ้าขาวม้า ประเภทดอกเด่น

2) ดอกตกแตง่
ดอกตกแต่งท่ีผูเ้ ชยี่ วชาญเลอื กลักษณะ ดอกแซม ดอกกลว้ ยไม้ ดงั นี้

ดอกแซม ดอกกลว้ ยไม้

ดอกเฟอ่ื งฟา้ ดอกกล้วยไมแ้ คทลียา

ภาพที่ 2 ดอกไม้ประดิษฐจ์ ากผ้าขาวมา้ ประเภทดอกตกแตง่

2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายท่ีมีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้
ประดษิ ฐ์จากผ้าขาวมา้ เชิงสร้างสรรค์

นาผลศึกษาการประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ จัดทา
ผลิตภัณฑ์ จานวน 3 ช้ิน คือ ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์ของฝากของท่ีระลึก และ
ผลิตภัณฑเ์ ครอ่ื งประดบั ตกแต่งร่างกาย จากนั้นสอบถามความพงึ พอใจ จานวน 50 คน ดังน้ี

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ผลิตภัณฑต์ กแต่งบา้ น ผลติ ภัณฑเ์ ครอื่ งประดับตกแต่งร่างกาย ผลติ ภัณฑข์ องฝากของทีร่ ะลกึ

ภาพท่ี 3 ผลิตภณั ฑด์ อกไมป้ ระดิษฐ์จากผา้ ขาวม้าเชงิ สร้างสรรค์

ผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม มีความ
พึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (3.97) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้ตอบ
แบบสอบถามมีความพึงพอใจหัวข้อรายการประเมินความเหมาะสมในการนาดอกไม้เชิง

สร้างสรรค์มาประดษิ ฐ์เป็นกรอบรปู 3 มิติ (4.45) การจัดองค์ประกอบดอกไม้เชงิ สร้างสรรค์ใน
กรอบรูป 3 มติ ิ (4.10) ความประณีตสวยงาม (4.00) การใช้โทนสีมคี วามเหมาะสม (3.82) และ
ความคิดสรา้ งสรรค์ (3.50) ดังแสดงในตารางท่ี 1

ตารางที่ 1 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามทีม่ ีต่อผลิตภัณฑ์ของตกแต่ง

บ้าน

รายการประเมนิ ระดบั ความพึงพอใจ

ค่าเฉลย่ี แปลความหมาย

ผลติ ภัณฑข์ องตกแต่งบ้าน

1. ความคิดสรา้ งสรรค์ 3.50 มาก

2. การใช้โทนสมี ีความเหมาะสม 3.82 มาก

3. การจดั องค์ประกอบดอกไม้เชงิ สรา้ งสรรค์ในกรอบรูป 3 มติ ิ 4.10 มาก

4. ความประณตี สวยงาม 4.00 มาก

5. ความเหมาะสมในการนาดอกไม้เชงิ สร้างสรรค์มาประดิษฐ์ 4.45 มาก

เป็นกรอบรูป 3 มิติ

รวมคา่ เฉล่ยี 3.97 มาก

ผลิตภัณฑ์เคร่อื งประดับตกแต่งรา่ งกาย จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม
มีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (3.70) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจหัวข้อรายการประเมินการจัดองค์ประกอบดอกไม้เชิง
สร้างสรรค์ในชุดเคร่ืองประดับ (4.50) ความเหมาะสมในการนาดอกไม้เชิงสร้างสรรค์มา

ประดษิ ฐ์เป็นชุดเครื่องประดับ (4.10) ความคดิ สรา้ งสรรค์ (3.40) การใชโ้ ทนสมี ีความเหมาะสม
(3.30) และความประณีตสวยงาม (3.20) ดงั แสดงใน ตารางท่ี 2

7

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ตารางท่ี 2 ผลการประเมินความพึงพอใจของผ้ตู อบแบบสอบถามทม่ี ตี ่อผลิตภัณฑเ์ ครื่องประดับ

ตกแต่งรา่ งกาย

รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ

ค่าเฉลีย่ แปลความหมาย

ผลติ ภัณฑเ์ คร่อื งประดับตกแต่งร่างกาย

1. ความคิดสร้างสรรค์ 3.40 มาก

2. การใชโ้ ทนสมี ีความเหมาะสม 3.30 มาก

3 . ก ารจัดอ งค์ป ระก อบ ด อก ไม้ เชิ งส ร้างส รรค์ ใน ชุ ด 4.50 มากทส่ี ดุ

เคร่ืองประดบั

4. ความประณตี สวยงาม 3.20 มาก

5. ความเหมาะสมในการนาดอกไม้เชิงสร้างสรรค์มาประดิษฐ์ 4.10 มาก

เป็นชดุ เคร่ืองประดับ

รวมคา่ เฉลย่ี 3.70 มาก

ผลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
พึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด (4.89) และเม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าผู้ตอบ
แบบสอบถามมีความพึงพอใจหัวข้อรายการประเมินความเหมาะสมในการนาดอกไม้เชิง

สร้างสรรค์มาประดิษฐ์เป็นแจกันดอกไม้ (4.35) ความประณีตสวยงาม (4.30) ความคิด
สร้างสรรค์ (4.10) การจัดองคป์ ระกอบดอกไมเ้ ชงิ สร้างสรรคใ์ นแจกันดอกไม้ (4.00) และการใช้
โทนสมี คี วามเหมาะสม (3.98) ดงั แสดงใน ตารางที่ 3

ตารางที่ 3 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามทีม่ ีตอ่ ผลิตภัณฑ์ของฝากของ

ทรี่ ะลกึ

รายการประเมิน ระดบั ความพึงพอใจ

ค่าเฉลีย่ แปลความหมาย

ผลิตภัณฑข์ องฝากของทร่ี ะลึก

1. ความคิดสรา้ งสรรค์ 4.10 มาก

2. การใชโ้ ทนสีมีความเหมาะสม 3.98 มาก

3. การจดั องค์ประกอบดอกไม้เชงิ สรา้ งสรรคใ์ นแจกนั ดอกไม้ 4.00 มาก

4. ความประณีตสวยงาม 4.30 มาก

5. ความเหมาะสมในการนาดอกไม้เชงิ สร้างสรรค์มาประดิษฐ์ 4.35 มาก

เป็นแจกันดอกไม้

รวมค่าเฉลีย่ 4.89 มากท่ีสุด

4. อภิปรายผลการวจิ ยั
การพัฒนาดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ เป็นการสร้างมูลค่าเพ่ิม

ผลผลิตให้กับผ้าขาวม้า อีกท้ังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการทอผ้าขาวม้า ควบคู่ไปกับ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการนาผ้าขาวม้ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์
ของขวัญของที่ระลึก 3 รูปแบบตามสมัยนิยม คือ ผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์
เครื่องประดับตกแตง่ รา่ งกาย และผลิตภัณฑข์ องฝากของทีร่ ะลกึ ตามสมัยนยิ มจากลวดลายและ
สีสันที่หลากหลายของผ้าขาวม้าทาให้เกิดเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ สอดคล้องกับนันทิยา

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

(2560) ที่กล่าวว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควรประยุกต์ และผสมผสานให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน
เพ่อื ให้ส่ือถึงเอกลักษณผ์ ้าจากท้องถิ่น อกี ทง้ั ยังเป็นแนวทางการอนุรกั ษ์การใชผ้ ้าขาวม้า เพ่ือให้
ภมู ปิ ัญญาการทอผา้ ที่สบื ทอดมาจากบรรพบรุ ุษได้มกี ารสืบสานและพัฒนา

ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ป ระดิษฐ์จาก
ผ้าขาวม้าเชิงสร้างสรรค์ โดยผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของผลิตภัณฑท์ ี่ออกแบบทั้ง 3
ประเภทซึ่งผลิตภัณฑ์ของฝากของท่ีระลึก มคี า่ เฉลย่ี โดยรวมอยู่ในระดับมากท่สี ุด ส่วนผลติ ภัณฑ์
ของตกแต่งบา้ น และผลิตภัณฑเ์ ครือ่ งประดับตกแตง่ ร่างกาย มคี ่าเฉล่ยี ในระดบั มาก โดยเห็นว่า
มีความเหมาะสมในการนามาประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ มีการจัดองค์ประกอบ มีความประณีต
สวยงาม และมคี วามคดิ สร้างสรรค์ เปน็ สิ่งท่คี วรคานึงถึงในการออกแบบผลิตภัณฑส์ อดคล้องกับ
ปวีณา (2552) ที่ศึกษาการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดอกไม้ที่ผู้ผลิต ผู้จาหน่ายมีความ
พึงพอใจมากในเรื่องของรูปแบบความแปลกใหม่ สีสัน รายละเอียด รวมถึงความสวยงาม
ประณีตของงาน อันเป็นส่ิงสาคัญในการผลิตเพื่อจาหน่ายเป็นการสร้างความหลากหลายของ
สนิ ค้าประเภทดอกไม้ประดิษฐ์ ด้วยในปัจจุบันสินค้าดังกล่าวมกี ารแข่งขันกันสงู ท้งั ด้านรูปแบบ
และความสวยงาม

ขอ้ เสนอแนะในการวิจยั
1. ผ้าขาวม้าเป็นผ้าท่ีมีการทอเป็นลายตาราง ดังนั้นการเลือกชนิดดอกไม้ท่ีจะนามา

ประดิษฐ์ควรเลือกลักษณะดอกไม้ท่ีมีกลีบไม่ซับซ้อน กลีบลักษณะดังกล่าวจะโชว์ลายของ
ผา้ ขาวมา้ ได้เปน็ อยา่ งดี

2. ผ้าขาวม้าในแต่ละชนิดมีความแตกต่างของการใช้เส้นใยในการทอ ในการรีดกลีบ
ดอกไมค้ วรคานงึ ถงึ การใช้ความร้อนในการรดี ให้เหมาะสมกับผา้ ขาวม้า

3. การใช้สารเคลือบบนผ้าขาวม้าในข้ันตอนการทาผ้าให้แข็งเป็นรูปทรง ควรใส่ใน
ปริมาณมากกว่าการเคลือบผา้ ชนดิ อื่น ๆ จงึ จะทาใหผ้ า้ สามารถคงรูปทรงได้

5. กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงการวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑด์ อกไม้ประดิษฐจ์ ากผ้าขาวมา้ เชิงสร้างสรรค์ ครง้ั น้ี

เกดิ ขึ้นและสาเร็จได้เพราะได้รับการสนบั สนุนงบประมาณจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
พระนคร ทัง้ น้ีคณะผวู้ จิ ัยขอขอบคุณคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตรท์ ไ่ี ด้ให้การสนับสนุน รวมทง้ั
ให้ความอนุเคราะห์ในการใช้สถานที่ เคร่ืองมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงบุคลากร และ
คณะผู้เชี่ยวชาญที่มีความชานาญและประสบการณ์ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้
ขอขอบพระคณุ คณะผู้บรหิ าร คณาจารย์ บุคลากร และนักศกึ ษาของคณะเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร์ ที่มีส่วนร่วมในการดาเนินงานให้ความอนุเคราะห์ประสานงาน และสถานท่ี ให้ความ
ร่วมมอื จนสาเรจ็ ไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการทกุ ประการ

9

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

6. เอกสารอา้ งอิง

นันทิยา ดอนเกิด, 2560, การออกแบบเครื่องแต่งกายจากผ้าขาวม้าของตาบลนาข่า อาเภอนาข่า จังหวัด
อดุ รธานีสาหรับสตรีวัยรุ่น, วิทยานิพนธ์ สาขาศิลปะและการออกแบบ คณะมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เพชรบรุ ี.

ปวีณา บุญปาน, 2552, การออกแบบและพัฒนาผลิตภณั ฑ์โดยใช้ดอกไม้ดินไทยและดินญ่ีปุ่นตกแต่ง เพ่ือ
สร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์, คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี.

พชิ ามญชุ์ ชัยดรุณ และปารมี โปร่งเฉลยลาภ, 2560, ผ้าขาวมา้ ท้องถิ่นหตั ถศิลป์ไทย คุณค่าและภูมิปัญญา
จากอดตี ถงึ ปัจจบุ ัน, กรุงเทพฯ : บรษิ ัทอมรินทรพ์ ริ้นตงิ้ แอนด์พบั ลชิ ช่งิ จาากัด (มหาชน).

สมพร ยิ่งเจรญิ , 2545, ดอกไม้ประดิษฐ,์ กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พด์ า่ นสทุ ธา.
สุทิติ ขัตติยะ และวิไลลักษณ์ สุวจิตตานนท์, 2554, แบบแผนการวิจัยและสถิติ, พิมพ์ครั้งท่ี 2, กรุงเทพฯ :

ประยรู วงศ์พร้นิ ทต์ ิ้ง.

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ปลาแผน่ อบกรอบจากปลาซัคเกอร์
Fish Crisp from Sucker Mouth Fish

ธนภพ โสตรโยม1* ชญาภทั ร์ กอ่ี าริโย2 นพพร สกลุ ยืนยงสขุ 1 นอ้ มจิตต์ สธุ บี ตุ ร1
ดวงกมล ตัง้ สถติ พร1 ดวงรัตน์ แซต่ ้งั 1 สมุ ภา เทิดขวญั ชยั 3 และ Zhenbo Xu4
Thanapop Soteyome1*, Chayapat Kee-ariyo2, Nopporn Sakulyunyongsuk1,
Nomjit Suteebut1, Duangkamol Tubgsatitporn1, Duangrat Saetang1,

Sumapar Thedkwanchai3 and Zhenbo Xu4

บทคดั ยอ่
ปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ มีวัตถุประสงค์เพอ่ื ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของ
ปลาซัคเกอร์ ศึกษาสตู รพ้ืนฐานและกรรมวธิ ีการผลิตปลาแผ่นอบกรอบ ศึกษาปรมิ าณเน้ือปลา
ซัคเกอร์ที่เหมาะสมท่ีใช้ในการผลิตปลาแผ่นจากปลาซัคเกอร์ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพ
ของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ระหวา่ งการเก็บรักษาที่อณุ หภูมหิ ้อง และได้ผลการวจิ ัย
ดังน้ี ปริมาณความช้ืน โปรตีน ไขมัน เส้นใยหยาบ เถ้า และคาร์โบไฮเดรต มีค่า 83.20±0.24,
14.63±0.51,.48±0.16, 0.16±0.03, 1.40±0.20 และ 0.11±0.02 ตามลาดับ การศึกษาสูตร
พนื้ ฐานและกรรมวธิ กี ารผลติ ปลาแผน่ อบกรอบพบว่าสูตรที่ 2 ผู้ทดสอบชิมให้คะแนนความชอบ
เฉลีย่ ในทุกด้านมากท่ีสุด และนาปลาแผ่นอบกรอบสูตรท่ี 2 มาศึกษาปลานิล : ปลาซัคเกอร์ ที่
ระดับ 100 : 0, 25 : 75, 50 : 50, 75 : 25 และ 0 : 100 ผู้ทดสอบชิมให้คะแนนความชอบท่ี
ระดับ 0 : 100 มากท่ีสุดในทุกด้าน คุณภาพทางกายภาพ พบว่าค่าความสว่าง (L*), ค่าสีแดง
(a*) และค่าสเี หลือง (b*) เท่ากับ 43.11±0.30, 15.70±0.30 และ 18.96±0.48 ตามลาดับ ค่า
aw เท่ากับ 0.41±0.00 และค่าความกรอบเท่ากับ 7.08±1.10 ซึ่งอยู่ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์
มผช. การศึกษากล่ินหืนโดยบรรจุผลิตภัณฑ์ในถุงอลูมิเนียมฟอยล์พร้อมสารดูดความชื้นเก็บ
รักษาท่ีอุณหภูมิหอ้ งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ดว้ ยวิเคราะห์ทางประสาทสัมผัสพบว่าผู้ทดสอบชิมให้
คะแนนด้านกลนิ่ (ไม่หืน) ไม่มคี วามแตกต่างกันอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติ (p>0.05)

คาสาคญั : ปลาซคั เกอร์ ปลาแผน่ อบกรอบ อบกรอบ

1 สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ารอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Food Science and Technology, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
2 สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
2 Master of Home Economics, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
3 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ มหาวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
3 Foods and Nutrition, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
4 School of Food Science and Engineering, Guangdong Province Key Laboratory for Green Processing of
Natural Products and Product Safety, South China University of Technology, Guangzhou, China
*ผปู้ ระสานงานนพิ นธ์ E-mail: [email protected]

11

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปที ่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ABSTRACT
Fish Crisp from Sucker Mouth Fish is to analyse their chemical
components. The aim is to develop the standard formula and process of baked
sliced fish; to study the quantity of sucker mouth fish used in the produchon of
baked slice fish as well as the maintaining the product quality at room
temperature. The findings showed moisture level, protein, fat, crude fiber, and
carbohydrate were 83.20±0.24, 14.63±0.51, 0.48±0.61, 0.61±0.03, 1.40±0.20 and
0.11±0.12 respectively. The study of standard formula and the process of baked
slice fish production found that the testers preferred the second formula and a
higher average score in all aspects. Therefore here the second formula was used
in the study of Different ratios were used by the testers to test their palatability
by using 100 : 0, 25 : 75, 50 : 50, 75 : 25 and 0 : 100 All the testers gave 0:100
The physical quality were analysed using lightness condition (L*), red value (a*)
and yellow Value (b*) which result in 43.11±0.3, 15.70±0.30 and 18.96±0.48
respectively. The aw showed 0.41±0.00 and crispiness level was 7.08±1.10 which
was within the standardized value. Rancidity of the package of foil bag and
absorbent were kept at room temperature for 2 weeks. It was analysed by using
sensory. The result showed no significant difference (p>0.05).

Keywords: Sucker Mouth Fish, Fish Crisp, Crisp

1. บทนา
ปัจจุบันการบริโภคอาหารว่างขนมขบเค้ียวมีปริมาณเพ่ิมสูงข้ึน โดยในเด็กและเยาวชนมี

แนวโน้มให้ความสาคัญอาหารม้ือหลักนอ้ ยลง การบริโภคขนมขบเคี้ยวทาใหเ้ กิดความเพลิดเพลิน
แต่อาหารเหล่านี้มักมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย เพราะส่วนใหญ่ทาจากแป้ง น้าตาล และไขมัน
เป็นจานวนมาก มีปริมาณโปรตีนต่า ถ้ารับประทานเป็นประจาส่งผลให้เด็กมีน้าหนักร่างกายเกิน
และมีโอกาสเป็นโรคอ้วน การที่โรคอ้วนในเด็กอุบัติสูงข้ึนมากในเวลาอันส้ัน น่าจะเป็นผลมาจาก
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของวิถีชวี ิตของผู้คนในสังคม กระตุ้นให้พันธุกรรมที่ผิดปกติอยู่แล้ว
กลายเป็นโรคชัดเจนมากข้ึนและในเด็กอายนุ ้อยลงด้วย สะท้อนถึงความสาคัญของปัจจัยแวดล้อม
ในปัจจุบันที่ส่งเสริมการบริโภคอาหารท่ีทาลายสุขภาพและขัดขวางการมกี ิจกรรมทางกายของเด็ก
(วนั ชัย, 2550) ปลาแผ่นเป็นผลิตภณั ฑ์ท่ีทาจากปลาเป็นส่วนประกอบหลัก ปลาแผ่นเป็นอาหารที่
รบั ประทานได้งา่ ย สะดวกต่อการพกพา และมีรสชาติให้เลอื ก มีผนู้ ิยมบรโิ ภคกนั มากขณะเดนิ ทาง
ท่องเท่ียวหรือใช้เป็นกับแกล้ม ทาให้ปรมิ าณการบริโภคเพิ่มข้นึ ทุกปี อาหารวา่ งประเภทที่ทาจาก
ปลามียอดการจาหนา่ ยเปน็ อนั ดบั สองรองจากมนั ฝรั่งทอดกรอบ (ประวีณา, 2546)

ปลาซัคเกอรเ์ ป็นปลาท่ีนาเข้ามาจากต่างประเทศ สามารถปรบั ตัวตามสภาพแวดลอ้ มได้ดี
หากินเกง่ เลี้ยงง่ายและสามารถขยายพันธไ์ุ ด้อย่างรวดเร็ว ด้วยรปู ร่างทแ่ี ปลกและมีหน้าตาน่ากลัว

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ปที ี่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ทาให้ไม่มีใครกล้านาปลาชนิดน้ีมาบริโภค จากเหตุผลท่ีกล่าวมาทาให้ปลาซัคเกอร์มีอยู่ทุกที่ใน
แมน่ า้ ของไทย (สิทธพิ ฒั น์, 2550)

ดงั นั้นจงึ เกิดความสนใจแปรรปู ปลาซัคเกอร์ เนื่องจากปลาซัคเกอร์มีโปรตีนสูง เป็นแหล่ง
โปรตีนท่ีหาง่ายมีอยู่ใกล้ตัว สามารถนามาประกอบอาหารได้และมีราคาถูก ช่วยลดต้นทุนในการ
ผลิต อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณและรณรงค์ให้ประชาชนหันมาบริโภคปลาซัคเกอร์ จึงได้นาปลา
ซัคเกอร์มาแปรรูปเป็นปลาแผน่ อบกรอบซึ่งเป็นขนมขบเค้ียวที่มีคุณค่าทางโปรตีนสูงและมีคุณค่า
ทางโภชนาการต่อสุขภาพ จึงเป็นแนวทางในการควบคุมและปอ้ งกนั โภชนาการเกินในเด็ก นาไปสู่
การส่งเสริมสุขภาพเดก็ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารเพื่อสุขภาพ

2. ระเบียบวธิ ีวิจัย
ทาการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของปลาซัคเกอร์ โดยนาตวั อย่างเนื้อปลาซัคเกอร์ท่ี

ปั่นละเอียดแล้วมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ ปริมาณความชื้น ปริมาณโปรตีน
ปริมาณไขมัน ปรมิ าณเสน้ ใยหยาบ ปรมิ าณเถ้า และปรมิ าณคารโ์ บไฮเดรต

2.1 การวิเคราะห์องคป์ ระกอบทางเคมี
1. การวเิ คราะห์ปริมาณความชน้ื ด้วยวธิ ีการอบตัวอย่างใหแ้ ห้งจนได้น้าหนักคงที่ใน

ตู้อบลมรอ้ นดว้ ยวธิ กี าร AOAC (2000)
2. การวิเคราะห์ปริมาณโปรตีน ด้วยวิธีการ Kjeldahl method และคานวณ

ปริมาณโปรตนี จากคา่ ไนโตรเจนทีม่ อี ยู่ในตัวอย่าง
3. การวิเคราะหป์ รมิ าณไขมัน โดยใช้ ether extraction ด้วยวิธกี าร AOAC (2000)
4. การวิเคราะห์ปริมาณเส้นหยาบ ด้วยการยอ่ ยตัวอยา่ งด้วยกรดและด่างดว้ ยวิธกี าร

(AOAC, 2000)
5. การวิเคราะห์ปริมาณเถ้า ด้วยการเผาตัวอย่างท่ีอุณหภูมิ 500-600 องศา

เซลเซยี ส ดว้ ยวิธกี าร AOAC (2000)
6. การวิเคราะห์ปริมาณคาร์โบไฮเดรต ด้วยวิธีการคานวณหาโดยใช้ความแตกต่าง

ของน้าหนกั ตัวอย่างแหง้ และปรมิ าณองค์ประกอบอื่นๆ จากผลรวมของปริมาณเปอร์เซ็นต์ของ
ความช้นื โปรตนี ไขมนั เส้นใยหยาบ และเถ้า

2.2 ศกึ ษาสตู รพืน้ ฐานและกรรมวธิ ีการผลิตปลาแผน่ อบกรอบ
ศึกษาสูตรพ้ืนฐานและกรรมวธิ ีการผลิตปลาแผ่นอบกรอบ และคัดเลือกสูตรพื้นฐานเพ่ือ
เป็นต้นแบบในการผลิตปลาแผน่ อบกรอบ โดยการศึกษาสตู รพ้ืนฐานจานวน 3 สตู ร
2.3 ศึกษาปริมาณเนื้อปลาซัคเกอร์ท่ีเหมาะสมที่ใช้ในการผลิตปลาแผ่นอบกรอบจาก
ปลาซัคเกอร์
นาสูตรท่ีดีที่สุดจากข้อ 2.2 มาศึกษาปริมาณเนื้อปลาซัคเกอร์ท่ีเหมาะสมในการผลิต
ปลาแผน่ อบกรอบ ซึง่ มีผลต่อคุณภาพทางประสาทสมั ผัส โดยทาการวางแผนการทดลองแบบสุ่ม
สมบูรณ์ในบล็อก (Randomized Complete Block Design – RCBD) โดยทาการศึกษา
อตั ราส่วนปริมาณปลานลิ ต่อปลาซคั เกอร์ จานวน 5 ระดบั คอื 100 : 0, 75 : 25, 50 : 50, 25 :
75 และ 0 : 100
2.4 ศึกษาการเปล่ยี นแปลงคุณภาพของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซคั เกอร์

13

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

นาปลาแผน่ อบกรอบจากปลาซัคเกอร์ที่ผทู้ ดสอบชิมให้คะแนนความชอบมากท่ีสุดจาก

ข้อ 2.3 มาทาการศึกษากลิ่นหืนโดยเก็บรักษาปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ โดยนาปลา
แผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์บรรจุลงถุงอลูมิเนียมฟอยล์แบบซิปล็อคขนาด 6×9 น้ิว บรรจุ
น้าหนัก 30 กรัม พร้อมสารดูดความชื้นน้าหนัก 2 กรัม ทาการเก็บรักษาท่ีอุณหภูมิห้อง สุ่ม
ตรวจทุกสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์หรือจนกว่าค่าปริมาณน้าอิสระในอาหาร (Water
Activity) จะมากกว่า 0.6 จึงหยุดทาการศกึ ษากลนิ่ หนื

3. ผลการวิจัย

3.1 ผลการศึกษาองค์ประกอบทางเคมขี องปลาซัคเกอร์
ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของปลาซัคเกอร์ โดยนาตัวอย่างเนื้อปลาซัคเกอร์ที่ป่ัน
ละเอยี ดแล้วมาวิเคราะห์องคป์ ระกอบทางเคมี ได้แก่ ปรมิ าณความชื้น ปริมาณโปรตนี ปรมิ าณ
ไขมัน ปริมาณเสน้ ใยหยาบ ปรมิ าณเถ้า และปริมาณคาร์โบไฮเดรต

ตารางท่ี 1 องค์ประกอบทางเคมขี องปลาซคั เกอร์ ปริมาณ (รอ้ ยละ)

องคป์ ระกอบทางเคมี 83.20±0.24
14.63±0.51
ความชนื้ 0.48±0.16
โปรตนี 0.16±0.03
ไขมนั 1.40±0.20
เส้นใยหยาบ 0.11±0.02
เถา้
คารโ์ บไฮเดรต

จากตารางท่ี 1 ศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของปลาซัคเกอร์ โดยนาปลาซัคเกอร์มา

วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ ปริมาณความชื้น โปรตีน ไขมัน เส้นใยหยาบ เถ้า และ
คาร์โบ ไฮเดรต มีค่าดังนี้ ร้อยละ 83.20±0.24, 14.63±0.51, 0.48±0.16, 0.16±0.03,
1.40±0.20, และ 0.11±0.02 ตามลาดับ ส่วนปลานิลมีองค์ประกอบทางเคมี ดังนี้ ร้อยละ
81.6±0.23, 15.5±0.14, 1.2±0.10, 0.1±0.11, 1.5±0.21 แ ล ะ 0.1±0.09 ต า ม ล า ดั บ
(บุณฑริกา, 2559) ซึ่งปลาซัคเกอร์และปลานิลมีองค์ประกอบทางเคมีใกล้เคียงกัน ด้วยปลา
ซัคเกอรม์ โี ปรตนี สงู เป็นแหลง่ โปรตีนท่ีหาง่ายราคาถกู กวา่ ทาให้ปลาซัคเกอรเ์ ปน็ ที่น่าสนใจและ
เปน็ แหลง่ โปรตีนอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนามาบริโภคหรือแปรรูปแทนปลานลิ หรือปลาชนิด
อนื่ ได้ (สทิ ธิพัฒน์, 2550)

3.2 ผลการศึกษาสตู รพน้ื ฐานและกรรมวิธกี ารผลิตปลาแผน่ อบกรอบ
จากการศึกษาสูตรพืน้ ฐานและกรรมวิธีการผลติ ที่เหมาะสมในการผลติ ปลาแผ่นอบกรอบ

โดยมีสูตรในการผลิตที่แตกต่างกัน 3 สูตร โดยนาไปศึกษาลักษณะปรากฏด้วยการทดสอบทาง
ประสาทสัมผัสเพ่ือทาการศกึ ษาสตู รพ้ืนฐานและกรรมวิธที ี่เหมาะสม

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

ตารางที่ 2 ลกั ษณะของปลาแผน่ อบกรอบ โดยมสี ูตรทแี่ ตกตา่ งกันจานวน 3 สูตร

ลกั ษณะของ สูตรพ้นื ฐานปลาแผน่ อบกรอบ

ผลิตภณั ฑ์ 1 23

มสี ีน้าตาลเข้ม มสี ีน้าตาลเข้ม มสี นี า้ ตาลเข้มมาก
เนอ้ื สัมผัสกรอบ เน้ือสัมผสั กรอบ เนอื้ สมั ผัสแข็ง
เหนียว ไมพ่ องฟู แผน่ ไมพ่ องฟู
แผ่นพองฟู

ทม่ี า : สตู รท่ี 1 ประวณี า (2545), สูตรที่ 2 กองพัฒนาอตุ สาหกรรมสตั ว์นา้ (2552), สตู รที่ 3 วณิศรา (2531)

ตารางท่ี 3 การวิเคราะหค์ ณุ สมบตั ขิ องปลาแผน่ อบกรอบสตู รพ้นื ฐาน

คณุ ภาพ สูตรพนื้ ฐานปลาแผน่ อบกรอบ

12 3

ค่า awns 0.41±0.03 0.41±0.00 0.45±0.00
คา่ ความชน้ื (IR) (%) 2.92±0.36b 3.70±0.48a 2.06±0.25c

ค่าสี

ความสว่าง (L*) 40.37±0.21b 41.43±0.15a 34.75±1.49ab

สแี ดง (a*) 14.15±0.30b 14.88±0.13a 12.96±0.65ab

สีเหลือง (b*)ns 15.80±0.27 17.24±0.23 11.80±1.09

คา่ เนอื้ สัมผสั (ความกรอบ) 6.68±0.93b 8.16±1.02a 6.26±1.03c

หมายเหตุ: ตัวอักษรในแนวนอนทตี่ ่างกัน หมายถงึ คา่ ท่มี คี วามแตกต่างกนั อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถติ ิ (p≤0.05)
ตวั อักษรns หมายถงึ คา่ เฉลยี่ ไมม่ คี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p>0.05)

จากตารางที่ 2 และ 3 ลักษณะปรากฏของปลาแผ่นอบกรอบ โดยมวี ตั ถดุ ิบในการผลิตที่
แตกต่างกัน 3 สูตร พบว่าสูตรท่ี 1 และ 3 มีลักษณะปรากฏใกล้เคียงกัน คือเม่ือทอดแล้วปลา
แผ่นไม่พองฟู แข็งกระด้าง ไม่กรอบ มีสีน้าตาลอมแดง มีสีขาวของแป้งปะปนอยู่ทาให้ดูไม่น่า
รับประทาน ส่วนสตู รท่ี 2 มีสีน้าตาลอมแดงจะมีสสี วยกว่าทั้ง 2 สูตร ลกั ษณะกรอบและไม่แข็ง
เมอ่ื ทอดแล้วแผน่ พองฟู

ดังนั้นจากการดูลักษณะปรากฏของปลาแผ่นอบกรอบท่ีมีวัตถุดิบในการผลิตที่แตกต่าง
กัน พบว่าสูตรที่ 2 มีลักษณะที่ดีกว่า มีความกรอบและพองฟู สีดูน่ารับประทานมากที่สุด
เนื่องจากเน้ือปลามีโครงสร้างเป็นแผ่นๆ เส้นใยส้ัน มีเนื้อเยื่อเก่ียวพันน้อย ทาให้โครงสร้างถูก
ทาลายได้ง่าย (Nanavdo, 2558) เมื่อนาเนื้อปลามาทาลายโครงสร้างโดยการแปรรูปแบบ
บดละเอียด ทาให้แหง้ ด้วยกระบวนการอบลมร้อน จากน้ันนามาทอดทาใหเ้ น้ือปลาขยายตัวและ
พองฟู ส่วนสตู รที่ 1 และ 3 มสี ่วนผสมของแปง้ มันสาปะหลัง ซึง่ แป้งมนั สาปะหลังเหมาะกับการ

15

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

นาไปทาอาหารทีม่ ีความเหนียว ถา้ ใช้ไปทอดอาหารจะไม่กรอบ (มะนาว, 2560) และท้ัง 2 สตู ร

ไม่ได้ทาให้แป้งมันสกุ โดยการผ่านกระบวนการให้ความร้อนด้วยการน่ึงกอ่ นจึงทาให้แป้งไมเ่ กิด
เจลาติไนเซชนั โครงสร้างผลึกยงั ไม่ถูกทาลาย โมเลกุลของแป้งยังจัดเรียงตัวกันอย่างหนาแน่น
(มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์, ม.ป.ป.) จึงทาให้ปลาแผ่นมลี ักษณะทีไ่ มพ่ องฟู

ตารางท่ี 4 คะแนนความชอบของปลาแผ่นอบบกรอบ โดยมีสูตรพนื้ ฐานท่ีแตกต่างกันจานวน 3

สูตร

คณุ ลักษณะผลิตภัณฑ์ สตู รพน้ื ฐานปลาแผน่ อบกรอบ

12 3

ลกั ษณะทป่ี รากฏ 694±0.84b 7.88±0.96a 6.50±1.23c

สี 6.90±0.93b 7.82±1.04a 6.94±1.42b

กล่นิ 6.92±1.14b 8.00±0.86a 6.56±1.30c

กล่นิ รส 6.80±1.03b 8.00±0.86a 6.44±1.63c

รสชาติ 6.78±1.00b 8.22±0.68a 6.26±1.01c

เน้อื สัมผสั (ความกรอบ) 6.76±1.12b 8.18±0.75a 6.30±1.25c

ความชอบโดยรวม 6.80±1.07b 8.34±0.74a 6.34±0.87c

หมายเหตุ : ตัวอกั ษรในแนวนอนทต่ี ่างกนั หมายถงึ คา่ ทมี่ คี วามแตกตา่ งกนั อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิ (p≤0.05)

จากตารางท่ี 4 การประเมินคณุ ภาพทางประสาทสัมผัสของสูตรพืน้ ฐานโดยมีวัตถดุ ิบใน
การผลิตที่แตกต่างกัน 3 สูตร พบว่าผู้ทดสอบให้คะแนนสูตรท่ี 2 มากกว่าสูตรท่ี 1 และ 3 ใน
ทุกด้าน โดยผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบในปัจจัยด้านลักษณะที่ปรากฏ สี กล่ิน กล่ินรส
รสชาติ เน้ือสัมผัส (ความกรอบ) และความชอบโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ
(p≤0.05)

ดังน้ัน จึงเลือกสูตรพ้ืนฐานสูตรท่ี 2 มาศึกษาและพัฒนาต่อไป เนื่องจากสูตรพ้ืนฐานมี
วัตถุดิบในการผลิตท่ีแตกต่างกัน 3 สูตร พบว่าผู้ทดสอบชิมให้คะแนนความชอบสูตรท่ี 2 มาก
ทีส่ ุด คอื มีค่าเฉล่ยี ด้านลกั ษณะท่ีปรากฏ สี กลิ่น กลิ่นรส รสชาติ เนื้อสัมผัส (ความกรอบ) และ
ความชอบโดยรวมอยู่ระดับชอบมากท่ีสุด ซึ่งมีความแตกต่างจากสูตรท่ี 1 และ 3 แตกต่างกัน
อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p≤0.05) เน่ืองจากสูตรท่ี 1 และ 3 มีลักษณะเนื้อสัมผัสท่ีแข็ง ไม่
กรอบ เพราะมีส่วนผสมของแป้งมันสาปะหลัง ซึ่งแป้งมันสาปะหลังเหมาะกับการนาไป
ทาอาหารท่ีมีความเหนยี ว ถา้ ใช้ไปทอดอาหารจะไม่กรอบ (มะนาว, 2560) และสตู รที่ 3 มกี ลิ่น
คาวของเน้ือปลา เพราะไม่มีวัตถุดิบจากเคร่ืองเทศท่ีใช้ดับกลิ่นคาว ดังนั้นจึงนาสูตรท่ี 2 มา
ทาการศกึ ษาต่อไป

3.3 ผลการศึกษาปริมาณเนื้อปลาซัคเกอร์ที่เหมาะสมท่ีใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ปลา
แผ่นอบกรอบจากปลาซคั เกอร์

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีที่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

ตารางท่ี 5 การวิเคราะห์คุณสมบัติของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ โดยมปี ริมาณปลา

ซัคเกอร์ท่ีแตกตา่ งกัน จานวน 5 ระดับ

คณุ ภาพ 100 : 0 ปริมาณปลานิล : ปริมาณปลาซคั เกอร์ 0 : 100
25 : 75 50 : 50 75 : 25

ค่า aw 0.43±0.07b 0.38±0.03b 0.50±0.01a 0.39±0.00b 0.41±0.00b
คา่ ความชื้น (IR) (%) 4.48±0.18a 4.02±0.23b 3.59±0.12c 3.38±0.24c 3.38±0.29c

ค่าสี

ความสวา่ ง (L*) 43.89±0.45bc 44.66±0.48ab 45.35±0.66a 38.83±0.38d 43.11±0.30c

สีแดง (a*) 15.29±0.67ab 16.04±0.10a 15.59±0.65ab 15.00±0.20b 15.70±0.30ab
สีเหลือง (b*) 19.69±0.73c 23.63±0.26a 21.18±0.22b 16.87±0.40d 18.96±0.48c

ค่าเน้ือสัมผสั 6.78±1.05 7.20±1.05 7.14±1.37 7.04±1.48 7.08±1.10
(ความกรอบ)ns

หมายเหต:ุ ตัวอักษรในแนวนอนที่ตา่ งกัน หมายถงึ คา่ ท่ีมคี วามแตกต่างกันอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิ (p≤0.05)

ตัวอกั ษรns หมายถงึ คา่ เฉลี่ยไม่มคี วามแตกตา่ งกนั อย่างมีนยั สาคญั ทางสถติ ิ (p>0.05)

ตารางที่ 6 คะแนนความชอบของปลาแผ่นอบบกรอบจากปลาซัคเกอร์ โดยมีปริมาณปลา

ซคั เกอรท์ แ่ี ตกตา่ งกนั จานวน 5 ระดบั

คุณลักษณะ ปริมาณปลานลิ : ปริมาณปลาซคั เกอร์

ผลติ ภณั ฑ์ 100 : 0 25 : 75 50 : 50 75 : 25 0 : 100

ลักษณะที่ปรากฏ 7.14±1.12ab 6.86±1.26bc 7.24±1.02a 6.80±1.31c 7.36±1.06a

สี 7.18±1.34a 6.72±1.32b 7.24±1.04a 6.76±1.45b 7.30±1.18a

กลิน่ 6.98±1.35a 6.68±1.38ab 6.82±1.30ab 6.50±1.40b 6.62±1.41ab
กลิน่ รสns
6.36±2.00 6.40±1.68 6.76±1.61 6.58±1.47 6.68±1.58

รสชาติ 6.08±2.24b 6.34±1.81ab 6.80±1.59a 6.40±1.87ab 6.60±1.64ab

เนื้อสัมผัส 6.70±1.62ab 6.96±1.56a 7.20±1.38a 6.32±1.86b 7.08±1.35a
(ความกรอบ)

ความชอบโดยรวม 6.40±1.82b 6.50±1.61b 7.06±1.43a 6.48±1.66b 7.06±1.22a

หมายเหต:ุ ตัวอกั ษรในแนวนอนทีต่ า่ งกัน หมายถึง ค่าท่มี คี วามแตกตา่ งกันอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติ (p≤0.05)

ตัวอกั ษรns หมายถึง คา่ เฉล่ยี ไมม่ ีความแตกตา่ งกนั อย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิติ (p>0.05)

จากตารางท่ี 5 และ 6 การประเมินคุณภาพทางกายภาพและทางประสาทสัมผัสของ

ปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ จานวน 5 สูตร พบว่าตารางที่ 5 ค่าทางกายภาพ ร้อยละ
ปริมาณปลานลิ : ปลาซัคเกอร์ ท่ีระดบั 100 : 0, 25 : 75, 50 : 50, 75 : 25 และ 0 : 100 ค่า
เนอ้ื สัมผสั ไม่มีความแตกต่างกันอยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) ส่วนค่า aw ค่าความชื้น และ
ค่าสีมีความแตกตา่ งกันอยา่ งมนี ยั สาคัญทางสถิติ (p≤0.05) และจากตารางท่ี 6 คุณลักษณะทาง
ประสาทสัมผสั ในดา้ นลักษณะทป่ี รากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส (ความกรอบ) และความชอบ
โดยรวม ที่ร้อยละปริมาณปลานิล : ปลาซัคเกอร์ ที่ระดับ 100 : 0, 25 : 75, 50 : 50, 75 : 25
และ 0 : 100 มีความแตกตา่ งกนั อย่างมีนยั สาคัญทางสถติ ิ (p≤0.05) สว่ นดา้ นกล่ินรสไมม่ คี วาม
แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) โดยคะแนนเฉล่ียคุณภาพทางประสาทสัมผัสที่ดี
ที่สดุ ของทงั้ หมด คือท่ีระดับ 50 : 50 รองลงมาคือ 0 : 100 ซึ่งรอ้ ยละปริมาณปลานิล : ปลาซัค
เกอรท์ ั้ง 2 ระดับ คือ 50 : 50 และ 0 : 100 ผลค่าเฉลย่ี คุณภาพทางประสาทสัมผสั ทั้งหมดไม่มี

17

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มถิ ุนายน 2562

ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) จึงเลือกปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัค

เกอร์ท่มี รี อ้ ยละปริมาณปลานลิ : ปลาซัคเกอร์ท่ีระดับ 0 : 100 เนอื่ งจากมีปริมาณปลาซคั เกอร์ท่ี
มากกวา่ มาศึกษาและพัฒนาตอ่ ไป

3.4 ผลการเปล่ียนแปลงคณุ ภาพของปลาแผน่ อบกรอบจากปลาซคั เกอรร์ ะหว่างการเก็บ
รักษาที่อณุ หภมู หิ ้อง

นาปลาแผน่ อบกรอบจากปลาซคั เกอร์บรรจใุ นถุงอลมู ิเนยี มฟอยลพ์ รอ้ มสารดดู ความชื้น
วเิ คราะหค์ ุณภาพของผลิตภณั ฑท์ ่เี กบ็ ไวเ้ ป็นเวลา 2 สปั ดาห์ แสดงผลดังตารางท่ี 7

ตารางที่ 7 คุณภาพของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ในระหว่างการเก็บรักษาที่

อุณหภมู หิ อ้ งเปน็ เวลา 2 สัปดาห์

คณุ ภาพทางกายภาพ ระยะเวลาการเก็บรกั ษา (สัปดาห)์

01 2

คา่ awns 0.32±0.00 0.30±0.00 0.30±0.00
คา่ ความช้นื ns (IR) (%) 2.06±0.11 2.02±0.37 2.00±0.21

คา่ สี 40.17±0.93 38.99±0.44 38.85±0.58
ความสวา่ ง (L*)ns 13.90±0.17c 15.59±0.12a 14.84±0.47b
สแี ดง (a*) 17.40±0.83b 19.67±0.19a 18.05±0.47b
สีเหลือง (b*) 8.20±0.76a 8.17±0.81a 8.03±1.01ab

ค่าเนอ้ื สัมผัส (ความกรอบ)

หมายเหตุ: ตวั อกั ษรในแนวนอนที่ตา่ งกัน หมายถงึ คา่ ทมี่ ีความแตกตา่ งกันอยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ิ (p≤0.05)
ตวั อกั ษรns หมายถึง คา่ เฉล่ยี ไมม่ คี วามแตกต่างกันอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถติ ิ (p>0.05)

จากตารางที่ 7 การศึกษากล่ินหืนของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ พบว่าการ
เปล่ียนแปลงค่า aw จะลดลงและคงท่ีในช่วง 1-2 สัปดาห์ เน่ืองจากการบรรจุในถุงอลูมิเนียม

ฟอยล์ ไม่มีการซึมผ่านของความช้ืนจากภายนอกและบรรจุพร้อมสารดูดความช้ืนจะทาให้
ความช้ืนและออกซิเจนในอากาศตา่ ดังน้นั ความชืน้ ในปลาแผน่ อบกรอบจากปลาซคั เกอรจ์ ึงคาย
ออกมาเขา้ ส่สู ภาวะสมดุลทาใหม้ คี ่า aw ต่า และสามารถเกบ็ ไว้ได้นาน

การเปลี่ยนแปลงค่าความชื้นของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ พบว่ามีปริมาณ
ความชน้ื ลดลง เนือ่ งจากสารดูดความช้นื มีผลทาใหส้ ภาวะภายในภาชนะบรรจุมีปรมิ าณความชืน้
ต่า จึงมีการปรับสภาวะบรรยากาศภายในภาชนะบรรจุ ดังนั้นปลาแผ่นอบกรอบจากปลา
ซัคเกอรจ์ งึ มีการคายความช้ืนเกดิ ขึน้ อยา่ งช้าๆ (ณฎั ฐา, 2547)

การเปล่ียนแปลงค่าสี พบว่าค่า L*, a* และ b* ค่อนข้างคงท่ี เน่ืองจากถุงอลูมิเนียม
ฟอยล์ป้องกันแสงท่ีเป็นตัวกระตุ้นในการเกิดปฏิกิริยาสีน้าตาลได้ดี ซึ่งปฏิกิริยาสีน้าตาลที่ไม่
อาศัยเอนไซม์สามารถเกิดได้ดีที่สุดในช่วง aw 0.65-0.85 (ไพโรจน์, 2539) ซ่ึงค่า aw ของปลา

แผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ต่ากวา่ 0.65 ดังนั้นปฏิกิรยิ าสีนา้ ตาลทีไ่ ม่อาศัยเอนไซมจ์ ึงเกิดข้ึน
อยา่ งช้าๆ ส่งผลให้ค่าสที ี่แสดงเปลย่ี นแปลงอย่างช้าๆ

การวัดค่าเนือ้ สัมผัส พบว่าค่าความกรอบ (Crispness) มีค่าไม่ต่างกนั มากนกั เนือ่ งจาก
การบรรจใุ นถุงอลูมเิ นียมฟอยล์ไม่มีการซึมผ่านของความช้ืนจากภายนอก และการบรรจุพร้อม
สารดดู ความช้นื ทาให้ผลิตภัณฑ์ยงั กรอบอยู่

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

จากการศึกษากลิ่นหืนของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซคั เกอร์ ท่ีสัปดาห์ท่ี 0, 1, และ 2

ซ่ึงมีผลต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัสของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ในด้านลักษณะ
ปรากฏ สี กล่ิน กล่ินรส เนื้อสัมผัส (ความกรอบ) รสชาติ และความชอบโดยรวม โดยนาไป
ทดสอบทางประสาสัมผัสเพื่อตอ้ งการวัดระดับกลน่ิ หนื ของผลติ ภณั ฑ์ทไี่ ดจ้ ากอายุการเกบ็ รกั ษา

ตารางท่ี 8 คะแนนความชอบของปลาแผ่นอบกรอบจากปลาซัคเกอร์ที่สัปดาห์ท่ี 0, 1 และ 2

คณุ ลกั ษณะผลิตภัณฑ์ ระยะเวลาการเกบ็ รักษา (สัปดาห์)
0 12

ลักษณะที่ปรากฏns 7.85±1.00 7.55±0.69 7.45±0.75

สี 7.95±0.69a 7.55±0.61ab 7.20±0.95ab

กลิ่นns 7.75±0.68 7.69±0.54 7.61±0.44

กลนิ่ รส 8.20±0.67a 8.04±0.61a 7.81±0.50ab

รสชาติns 8.10±0.65 8.03±0.58 7.91±0.54

เน้ือสัมผัส (ความกรอบ) 8.25±0.64a 7.99±0.63a 7.78±0.50b

ความชอบโดยรวมns 8.30±0.73 8.11±0.68 8.09±0.65

หมายเหต:ุ ตัวอักษรในแนวนอนทต่ี ่างกนั หมายถึง ค่าทมี่ ีความแตกต่างกนั อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ิ (p≤0.05)
ตวั อกั ษรns หมายถึง คา่ เฉล่ยี ไม่มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิติ (p>0.05)

จากตารางท่ี 8 การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของปลาแผ่นอบกรอบจากปลา
ซัคเกอร์ พบว่าคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสในด้านลักษณะท่ีปรากฏ กลิ่น รสชาติ และ
ความชอบโดยรวมที่อายุการเก็บรักษาสัปดาห์ที่ 0, 1 และ 2 ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) แสดงให้เห็นว่าด้านกล่ินหืนของผลิตภัณฑ์ที่อายุการเก็บรักษา
สปั ดาหท์ ี่ 0, 1 และ 2 ไม่มีผลต่อผทู้ ดสอบชิม สว่ นปัจจัยดา้ นสี กลิ่นรส เนอ้ื สัมผัส (ความกรอบ)
มคี วามแตกตา่ งกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ิ (p≤0.05) เนื่องจากอายุการเก็บรกั ษาสัปดาห์ที่ 0,
1 และ 2 ทาให้สี กลนิ่ รส และเนื้อสัมผสั อาจมีการเปลีย่ นแปลงอยา่ งช้าๆ แตจ่ ากการบรรจุในถุง
อลูมเิ นียมฟอยล์ไม่มกี ารซึมผ่านของความชนื้ จากภายนอกและการบรรจุพร้อมสารดดู ความชื้น
ทาให้ผลิตภัณฑ์ยงั กรอบอยู่

4. สรุปผลและอภปิ รายผล
4.1 ผลการศกึ ษาองค์ประกอบทางเคมขี องปลาซคั เกอร์
จากผลการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของปลาซัคเกอร์ พบว่ามีปริมาณความช้ืน

ปริมาณโปรตนี ปริมาณไขมัน ปรมิ าณเส้นใยหยาบ ปรมิ าณเถา้ และปริมาณคารโ์ บไฮเดรต มีค่า
ดังน้ี ร้อยละ 83.20±0.24, ร้อยละ 14.63±0.51, ร้อยละ 0.48±0.16, ร้อยละ 0.16±0.03,
รอ้ ยละ 1.40±0.20 และรอ้ ยละ 0.11±0.02 ตามลาดบั

4.2 ผลการศกึ ษาสูตรพ้ืนฐานและกรรมวธิ ีการผลิตปลาแผ่นอบกรอบ
จากผลการศกึ ษาสูตรพืน้ ฐานและกรรมวธิ กี ารผลติ ปลาแผ่นอบกรอบท่เี หมาะสม พบว่า
สตู รพ้ืนฐานสูตรท่ี 2 ผู้ทดสอบชมิ ให้คะแนนความชอบมากท่สี ุด เน่ืองจากเป็นสูตรที่ใช้เน้ือปลา
ทัง้ หมดไม่มีวตั ถุดบิ ที่มีส่วนผสมของแป้ง ซง่ึ ผทู้ ดสอบให้คะแนนสตู รที่ 2 มากทสี่ ุดในทุกๆ ด้าน
โดยผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบในปัจจัยด้านลักษณะท่ีปรากฏ สี กล่ิน กลิ่นรส รสชาติ เน้ือ
สัมผัส (ความกรอบ) และความชอบโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนยั สาคญั ทางสถติ ิ (p≤0.05)

19

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปที ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มถิ ุนายน 2562

4.3 ผลการศกึ ษาปริมาณปลาซัคเกอรท์ ี่เหมาะสมทใ่ี ช้ในการผลิตปลาแผ่นอบกรอบจาก
ปลาซัคเกอร์

จากการศกึ ษาปรมิ าณปลาซคั เกอร์ท่เี หมาะสมทใ่ี ชใ้ นการผลติ ปลาแผ่นอบกรอบจากปลา
ซคั เกอร์ พบว่า ผู้ทดสอบชิมให้คะแนนความชอบทางประสาทสัมผัสท่ดี ีท่ีสุดคือ ร้อยละปริมาณ
ปลานลิ : ปลาซคั เกอร์ ท่รี ะดบั 50 : 50 และ 0 : 100 ซ่งึ ผลค่าเฉลยี่ คุณภาพทางประสาทสมั ผัส
ในด้านลักษณะที่ปรากฏ สี กลิ่น กล่ินรส รสชาติ เน้ือสัมผัส (ความกรอบ) และความชอบ
โดยรวมไมม่ คี วามแตกตา่ งกันอยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) จงึ เลือกปลาแผ่นอบกรอบจาก
ปลาซคั เกอรท์ ี่มีรอ้ ยละปริมาณปลานิล : ปลาซัคเกอร์ที่ระดับ 0 : 100 เนื่องจากมปี ริมาณปลา
ซคั เกอรท์ ีม่ ากกว่า

4.4 ผลการศึกษากลนิ่ หืนของปลาแผน่ อบกรอบจากปลาซัคเกอร์
จากการศกึ ษากลิ่นหืนโดยการวเิ คราะหค์ ณุ ภาพทางกายภาพของปลาแผน่ อบกรอบจาก
ปลาซัคเกอร์ พบว่าระยะเวลาการเก็บรกั ษาสัปดาห์ที่ 0 ถึงสปั ดาห์ท่ี 2 ค่าความชื้นลดลง ทาให้
ค่าปริมาณน้าอิสระ (aw) ลดลงไปด้วย ในสัปดาห์ที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.30 ค่าสีเกิดการ
เปลยี่ นแปลงอยา่ งช้าๆ และค่าเน้ือสัมผัสลดลงเลก็ น้อยแต่ผลติ ภณั ฑ์ยงั คงกรอบอยู่ ผลิตภณั ฑ์จึง
สามารถเก็บรักษาไดน้ าน และจากการวิเคราะห์ทางประสาทสมั ผสั ผูท้ ดสอบให้คะแนนด้านกล่ิน
(หนื ) ไมม่ ีความแตกต่างกนั อย่างมนี ัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) แสดงให้เห็นว่าด้านกลิ่นหืนของ
ผลิตภัณฑท์ ี่อายกุ ารเกบ็ รักษาสปั ดาห์ที่ 0, 1 และ 2 ไม่มีผลตอ่ ผ้ทู ดสอบ

5. กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณ ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดี หัวหน้าสาขา ทุกท่านที่

ช่วยให้คาแนะนาตลอดจนข้อเสนอแนะในการทางานวิจัยคร้ังน้ีให้แล้วเสร็จ และขอขอบคุณ
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนครที่เอ้ือเฟ้ือเวลาและสถานท่ใี นการทาวิจยั ในครงั้ น้ี

6. เอกสารอา้ งองิ

ก อ ง พั ฒ น าอุ ต ส าห ก ร รม สั ต ว์ น้ า . 2 5 5 2 . ป ล า แ ผ่ น อ บ ก รอ บ . [อ อ น ไล น์ ] เข้ าถึ ง ได้ จ าก ;
https://www.fisheries.go.th/industry/ (วนั ทสี่ บื ค้นข้อมูล 3 ตลุ าคม 2561)

ณัฎฐา. 2547. การเลอื กใช้สารดูดความช้ืน. [ออนไลน์] เขา้ ถงึ ไดจ้ าก;
http://www.tanapolvanich.com/dry-bag. (วันทสี่ ืบคน้ ข้อมูล 3 มกราคม 2561)

บุณฑริกา. 2559. การประเมินคุณค่าทางโภชนะในอาหารท่ีผลิตจากสัตว์น้าจืด. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก;
https://www.tci-thaijo.org/index.php/vrurdistjournal. (วนั ทีส่ บื ค้นข้อมลู 5 มกราคม 2561)

ป ร ะ วี ณ า . 2 5 4 5 . ป ล า บ ด แ ผ่ น . [ อ อ น ไ ล น์ ] เข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก ; https://www.ku.ac.th/e-
magazine/june45/agri/fish.html. (วันท่ีสบื คน้ ขอ้ มูล 30 กนั ยายน 2561)

ประวีณา. 2546. ปลาแผ่น. [ออนไลน์] เขา้ ถงึ ได้จาก; https://www.thaihealth.or.th/Content (วนั ที่สืบค้น
ขอ้ มลู 29 กันยายน 2561)

ไ พ โ ร จ น์ . 2 5 3 9 . Water activity / แ อ ค ติ วิ ตี ข อ ง น้ า . [ อ อ น ไ ล น์ ] เ ข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก ;
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0551/water-activity. (วันทส่ี ืบค้นขอ้ มูล 3
มกราคม 2561)

มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์. ม.ป.ป. การเกิดเจลาตไิ นเซชันของแป้งมนั . [ออนไลน]์ เข้าถงึ ไดจ้ าก;
http://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2010/7717/6/Chapter2.pdf. (วันที่สืบค้นข้อมูล 6
มกราคม 2561)

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ ุนายน 2562

ม ะ น า ว . 2 5 6 0 . แ ป้ ง ท า อ า ห า ร แ ต่ ล ะ ช นิ ด ต่ า ง กั น อ ย่ า ง ไร . [อ อ น ไล น์ ] เข้ าถึ ง ไ ด้ จ า ก ;
https://maanow.com. (วนั ท่ีสืบค้นข้อมลู 3 มกราคม 2561)

วณศิ รา. 2531. ปลาบดแผน่ . [ออนไลน์] เขา้ ถึงได้จาก; http://eatalongsea.blogspot.com/2009/06/blog-
post_2344.html. (วันทีส่ บื คน้ ขอ้ มูล 2 ตุลาคม 2561)

วั น ชั ย . 2 5 5 0 . อั น ต ร า ย จ า ก ข น ม ข บ เ ค้ี ย ว . [ อ อ น ไ ล น์ ] เ ข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก ;
http://www.edtechcreation.com/th/articles. (วันทสี่ ืบค้นข้อมูล 29 กันยายน 2561)

สิ ท ธิ พั ฒ น์ . 2 5 5 0 . ภั ย จ า ก " ป ล า ซั ค เ ก อ ร์ " . [ อ อ น ไ ล น์ ] เ ข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก ;
https://www.posttoday.com/social. (วนั ที่สบื คน้ ข้อมูล 29 กันยายน 2561)

Nanavdo. 2558. เนื้อปลา ทาไมยอ่ ยงา่ ยกว่าเนือ้ หม.ู [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ได้จาก; https://nanavdo.com.
(วันทส่ี บื คน้ ขอ้ มลู 30 กันยายน 2561)

21

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

การประดษิ ฐโ์ คมศรลี ้านนาดว้ ยเทคนิคการร้อยลกู ปดั
Inventing Srilanna Lamp by Beads Embroidery Technique

ศักรินทร์ หงส์รัตนาวรกิจ1* พชรพงษ์ โพธิ์น้อย1 และ ชชั ฎา จุ่มก๋า1
Sakarin Hongrattanavorakit1*, Patcharapong Ponoy1 and Chatchada Jumka1

บทคัดยอ่
การศึกษาการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด มีวัตถุประสงค์เพ่ือ
ศกึ ษากระบวนการประดิษฐ์ และความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายที่มีต่อการกระบวนประดิษฐ์
โดยศึกษา และรวบรวมข้อมูลทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ และวัฒนธรรม มาออกแบบ
โครงร่างโคม เสนอต่อผูเ้ ช่ียวชาญด้านผลิตภณั ฑ์ และกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้แบบสอบถามเป็น
เครื่องมือในการสารวจระดับความพึงพอใจต่อโคมศรีล้านนา จากการวิเคราะห์ข้อมูลทไ่ี ดพ้ บว่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายมีค่าเฉล่ียระดับความพึงพอใจด้านผลิตภัณฑ์คือ
4.40 (มาก) ด้านการใช้ประโยชน์คือ 4.43 (มากท่ีสุด) ด้านความเหมาะสมของราคาคือ 3.63
(มาก) และด้านชอ่ งทางการจาหนา่ ยคือ 3.84 (มาก)

คาสาคญั : โคมศรลี า้ นนา เทคนคิ การร้อยลกู ปัด

ABSTRACT
The study of Inventing Srilanna lam by Beads embroidery technique,
were studied the inventing process and satisfactions of product specialist and
target group. Collected data of product design and Thai culture used to lamp
pattern layout design, there presented to product specialist and target group.
The questionnaires methods were used to surveyed satisfaction levels of
Srilanna lam. Results indicate that at the average of product specialist and target
group has the satisfaction levels of product at 4.40 (most), utilization at 4.43
(maximum), price at 3.63 (most) and place at 3.84 (most).

Keywords: Srilanna lamp, Beads embroidery technique

1 สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration, Faculty of Home Economics Technology, Rajamangala
University of Technology Phra Nakhon
*ผู้ประสานงานนิพนธ์ E-mail: [email protected]

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ปีท่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มถิ ุนายน 2562

1. บทนา
ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมคี วามเจรญิ รุ่งเรืองทางด้านศลิ ปวฒั นธรรมและประเพณอี ันดี

งามมาตัง้ แต่สมยั โบราณเป็นมรดกสบื ทอดกันจนกระทั่งถึงปัจจุบันน้ี ศลิ ปวัฒนธรรมและประเพณี
อันดงี ามในแต่ละภาคมีความสวยสดงดงามแตกต่างกันไปตามอารยธรรมและประเพณีนิยมของคน
ในท้องถิ่น เช่นเดียวกับท้องถิ่นล้านนาของภาคเหนือในประเทศไทยที่มีความเจริญรุ่งเรืองด้าน
ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามอย่างมากมาย เป็นมรดกตกทอดกันมาต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และ
ดินแดนล้านนาถือเป็นดินแดนท่ีมีความงามด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ต้ังแต่บริเวณพ้ืนที่
จงั หวัดทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซ่ึงประชากรภาคเหนอื เรยี กตนเองวา่ “ชาวล้านนา”
ได้มีการสืบสานภูมิปัญญาด้านต่างๆ เช่น เคร่ืองจักสาน เครื่องแต่งกาย โคม ฯลฯ โดยเฉพาะ
การทาโคมซ่ึงมีความเช่ือว่า เพ่ือถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “โคม”
สาหรับภาคเหนอื จะเรียกว่า “โกม” ภาษาบาลเี ดิมโคมมีความหมายสองอย่างคอื เป็นเครอ่ื งสกั การะ
และเปน็ เครือ่ งส่องสว่างทาให้ชีวิตร่มเยน็ เป็นสุขตามพงศาวดารโยนกและหนังสือจามเทวีวงศ์ โคม
ศรลี ้านนามีความสวยงามและมกี ารสบื ทอดภูมปิ ัญญาจนเป็นสัญลกั ษณท์ ี่เกยี่ วขอ้ งกับวิถชี วี ติ และ
สร้างช่ือเสียงจนกลายเป็นเอกลักษณ์คือ โคมแปดหรือในปัจจุบันเรียกว่า “โคมศรีล้านนา”
โครงสร้างของโคมศรีล้านนาโดยท่ัวไปประกอบด้วยโครงไม้ไผ่และบุด้วยกระดาษสาท่ีมีสีสัน
คอ่ นขา้ งสดใส เช่น สีส้ม สแี ดง สีทอง สเี หลอื ง สีเขยี ว ฯลฯ โดยตดั เป็นรูปดอกไม้ใหญเ่ ลก็ ตัดเป็น
ชน้ิ ๆ ประกอบเป็นโคมและข้นั ตอนสุดท้ายคือการใส่หางเพ่ือความสวยงาม ใช้กระดาษย่นตัดเป็น
ชายยาวนามาติดกบั โคมเพ่อื ความพลิ้วไหวออ่ นหวานงดงาม การสืบทอดองคค์ วามรดู้ ้านการทาโคม
เป็นการสร้างช่ือเสียงให้กับชุมชนเป็นวิถีแห่งการอนุรักษ์สืบสานศิลปหัตถกรรมไทยให้สืบทอด
ตอ่ ไป เป็นภูมิปัญญาท่ีสะท้อนวฒั นธรรมของชาวล้านนา ซึง่ การสรา้ งสรรค์ผลงานศิลปะที่สอดใส่
จิตวญิ ญาณแหง่ ความรักและบชู าลงไปในผลงาน เพ่อื ตอบสนองความศรทั ธาอนั สงู สุดของชาวพทุ ธ
โดยเฉพาะความเช่ือในการใช้วัตถุที่ดีมีคุณค่าเป็นเคร่ืองบูชา สักการะในงานบุญ งานกุศลต่างๆ
ตามประเพณีล้านนา (สรุ ยิ พนั ธ์ุและคณะ, 2553)

ปัจจุบันน้ีโลกเราได้มีการพัฒนาทาให้ความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางด้านเทคโนโลยีก้าวไปไกล
ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ผู้คนรวมถึงความเปลี่ยนแปลงของความเชื่อทางวัฒนธรรมที่เข้าสู่
ชุมชนมากข้ึน ทาให้วิถีการดารงชีวิตเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปท้ังทางด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม
และส่ิงแวดลอ้ ม เพ่ือให้เป็นการอนุรักษศ์ ิลปะโคมศรีล้านนาให้สืบทอดตอ่ ไป โดยใช้วสั ดุลกู ปัดที่มี
ความคงทนถาวรและเก็บรกั ษาไวไ้ ดน้ าน แทนกระดาษสาหรอื ผ้าที่เคยใช้ในการทาโคมศรลี ้านนา

ลูกปัดเป็นสิ่งประดิษฐ์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ทาขึ้นมาเน่ืองจากมีความเชื่อตามคตินิยมและ
รสนิยมเรื่องความงาม และมีการพัฒนารูปแบบให้หลากหลาย และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
รวมทั้งลกั ษณะการใช้งานด้วย นามาห้อยคอหรือนามาใช้เป็นสร้อยข้อมือ ข้อเท้า หอ้ ยกับตัว หรือ
นามาห้อยทาตุ้มหูนามาร้อยคาดเอว คาดหวั หรือทาเป็นพวงกุญแจ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้ศึกษาจึง
เล็งเห็นถึงความสาคัญและความแปลกใหม่ของการเพ่ิมมูลค่าของการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วย
เทคนคิ การร้อยลูกปดั เพอื่ ทดแทนกระดาษสาและผา้ ท่มี อี ยใู่ นปจั จุบัน เพือ่ ให้เกดิ ความน่าสนใจมาก
ยิง่ ขน้ึ และสรา้ งมลู ค่าเพ่ิม โดยการประดิษฐโ์ คมศรลี า้ นนาดว้ ยเทคนคิ การรอ้ ยลกู ปดั ให้สามารถเก็บ
ได้และยงั เปน็ การอนรุ กั ษ์ศิลปประดษิ ฐ์แบบลา้ นนาใหเ้ ปน็ มรดกสืบทอดตอ่ ไป

23

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ศกึ ษากระบวนการประดษิ ฐ์โคมศรลี ้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลกู ปดั
2. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายท่ีมีต่อการประดิษฐ์โคมศรลี ้านนาด้วย

เทคนิคการร้อยลูกปดั
2. ระเบยี บวิธวี ิจัย

ขอบเขตการวิจัย
ออกแบบการประดิษฐโ์ คมศรีลา้ นนาดว้ ยเทคนิคการร้อยลูกปัด ซึง่ หลงั จาการไดศ้ กึ ษา
ค้นคว้าขอ้ มูลทเี่ กย่ี วข้องกับการประดิษฐ์โคมศรีลา้ นนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด ผู้ศกึ ษาได้ทา
การออกแบบ (SKETCH DESIGN) โคมศรีลา้ นนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด ออกแบบลวดลาย
การร้อยลูกปัดและการร้อยตาข่ายเช่นเดยี วกบั ดอกไมส้ ด กาหนดโทนสีเพอ่ื ให้เกิดความสมบรู ณ์
และเหมาะสมกับช้ินงานที่ประดิษฐ์เป็นการสืบสานอนุรักษ์การประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วย
เทคนิคการร้อยลูกปัด ใหส้ ืบทอดประเพณีและวฒั นธรรมอันดีงามของชาวล้านนายาวนานสืบไป

แบบโคมศรลี า้ นนาด้วยเทคนคิ การรอ้ ยลกู ปดั (SKETCH DESIGN)

ภาพท่ี 1 แสดงสว่ นประกอบของโคมศรลี ้านนาด้วยเทคนิคการรอ้ ยลกู ปัด

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

ตารางที่ 1 แสดงส่วนประกอบของแบบ (SKETCH DESIGN) โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการ

ร้อยลกู ปดั

หมาย ตาแหน่ง ต้นแบบ ตวั อยา่ งการร้อยลกู ปดั
เลข

ลายตอก ช้นั ท่ี 1
1 ส่วนบนและ

สว่ นลา่ ง

2 พ้นื ชั้นที่ 1 ส่วนบน
และส่วนล่าง

3 ช้นั ที่ 1 สว่ นบน
และสว่ นล่าง

ลายตอก ชัน้ ที่ 2
4 สว่ นบนและ

ส่วนล่าง

5 พน้ื ชนั้ ที่ 2 สว่ นบน
และสว่ นลา่ ง

6 ชน้ั ที่ 2 สว่ นบน
และส่วนล่าง

25

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ตารางท่ี 1 (ต่อ)

หมาย ตาแหน่ง ตน้ แบบ ตวั อย่างการรอ้ ยลกู ปดั
เลข

ปกี กาเหลี่ยม

7 สว่ นบนและ
ส่วนลา่ ง

สว่ นประดบั
8 ตกแต่งโคมศรี

ล้านนา

หนา้ บันสว่ นบน
9 และสว่ นล่าง

10 ลายตอกตัวโคม
ชนั้ ที่ 2

สว่ นประดับ
11 ตกแตง่ ของชาย

โคมดา้ นล่าง(พ)ู่

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที ่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

กาหนดผเู้ ช่ยี วชาญ สร้างแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล
การศึกษาเร่ือง การประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด ผู้ศึกษาได้

กาหนดกลุ่มผเู้ ชี่ยวชาญด้านงานประณีตศิลป์ เพ่ือขอรับความคิดเห็นตามแบบสอบถาม โดยมี
ปราชญ์ชาวบ้านทเ่ี ป็นภมู ิปัญญาของทอ้ งถิ่นท่ีมีความเช่ียวชาญและผเู้ ชีย่ วชาญทีม่ ีความชานาญ
จากสถาบันการศึกษาตา่ งๆ จานวน 7 คน

1.1 ผู้เชย่ี วชาญ 7 คนมีความเห็นว่าการประดิษฐ์โคมศรลี ้านนาดว้ ยเทคนคิ การร้อย
ลูกปดั มคี วามน่าสนใจ โดยให้เหตุผลวา่ มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ รจู้ ักสรา้ งผลิตภณั ฑ์ใหมท่ ดแทน
การใช้วสั ดุเดิม และการนาลูกปัดมาใช้ประดษิ ฐม์ ีความทนทานคุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ประดิษฐ์เป็น
การอนุรักษ์การประดิษฐ์โคมศรีล้านนา และลูกปัดโทนสีเอกรงค์เหมาะกับการนามาประดิษฐ์
โคมศรลี ้านนาที่ใช้ในการประดับตกแต่งอาคาร สถานที่ ทาให้ชิ้นงานดูมีมิติและสวยงามมาก
ย่ิงขน้ึ

1.2 สรุปได้วา่ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าในสว่ นของหมายเลข 1 ตาแหน่ง
ลายตอก ชนั้ ที่ 1 ส่วนบนและส่วนล่าง มีความเหมาะสมและมีข้อเสนอแนะวา่ ควรเพิ่มลวดลาย
ช้ันบนจะทาให้งานดูมีรายละเอียดมากขึ้น หมายเลข 2 ตาแหน่ง พื้นชั้นท่ี 1 ส่วนบนและ
ส่วนล่าง มีความเหมาะสม หมายเลข 3 ตาแหน่ง ช้ันท่ี 1 ส่วนบนและส่วนล่าง มีความ
เหมาะสมและมขี ้อเสนอแนะวา่ ควรเพิ่มสีดอกตรงกลางให้เดน่ ชัดขึ้น หมายเลข 4 ตาแหน่ง ลาย
ตอก ชัน้ ที่ 2 ส่วนบนและสว่ นลา่ ง มีความเหมาะสมและมีข้อเสนอแนะว่าให้เพิม่ สีดา้ นบน เพื่อ
ความเด่นชัดและควรรอ้ ยลูกปัดเป็น 2 ชั้น เนอ่ื งจากตัวอย่างลายการรอ้ ยเกิดชอ่ งว่างมากเกินไป
หมายเลข 5 ตาแหน่ง พ้ืนชั้นที่ 2 ส่วนบนและส่วนล่าง มีความเหมาะสม หมายเลข 6
ตาแหน่ง ชน้ั ท่ี 2 ส่วนบนและส่วนลา่ ง มคี วามเหมาะสมและมีข้อเสนอแนะว่าควรเพิม่ สดี อกตรง
กลางให้เด่นชัด หมายเลข 7 ตาแหน่ง ปีกกาเหลี่ยมส่วนบนและส่วนล่าง มีความเหมาะสม
หมายเลข 8 ตาแหน่ง ส่วนประดับตกแต่งโคมศรีล้านนา มีความเหมาะสม หมายเลข 9
ตาแหน่ง หน้าบันส่วนบนและส่วนล่าง มคี วามเหมาะสม หมายเลข 10 ตาแหน่ง ลายตอกตัว
โคม ชั้นท่ี 2 มีความเหมาะสม หมายเลข 11 ตาแหน่ง สว่ นประดับตกแต่งของชายโคมดา้ นล่าง
(พ่)ู มีความเหมาะสม

ภาพที่ 2 โคมศรลี ้านนาด้วยเทคนคิ การร้อยลูกปดั

27

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

3. ผลการวิจัย

3.1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จานวน 50 คน พบว่าผู้ตอบ
แบบสอบถามสว่ นใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 62 เพศชายคิดเป็นร้อยละ 38 ส่วนใหญ่
อยู่ในช่วงวัย 30 - 39 ปี คิดเป็นร้อยละ 42 รองลงมาเป็นช่วงอายุ 40 - 49 ปี คิดเป็น
ร้อยละ 40 ชว่ งอายุ 20 - 29 ปี และช่วงอายุ 50 - 59 ปี คิดเป็นร้อยละ 8 และช่วงอายุ
60 ปีข้นึ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ 2 วฒุ ิการศึกษาส่วนใหญ่อยใู่ นระดบั ปรญิ ญาตรี คดิ เป็นรอ้ ยละ 66
รองลงมาเป็นวุฒิระดับปริญญาโท คิดเป็นร้อยละ 22 และวุฒิต่ากว่าปริญญาตรี คิดเป็น
ร้อยละ 12 อาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชพี ข้าราชการ คดิ เปน็ ร้อยละ 32 รองลงมาเป็นพนกั งาน
บริษัทเอกชน คิดเป็นร้อยละ 28 ประกอบธุรกิจส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ 26 นักเรยี น/นักศึกษา
และแม่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 6 และประกอบอาชีพอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 2 รายได้ส่วนใหญ่มี

รายได้/เดือน 20,001 - 30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 44 รายได้ 30,001 - 40,000 บาท
คิดเป็นร้อยละ 42 รายได้ 10,000 - 20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 8 และรายได้มากกว่า
40,000 บาทข้ึนไป คิดเป็นรอ้ ยละ 6

3.2 คาถามเกี่ยวกับความพึงพอใจท่ีมีต่อการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการ
รอ้ ยลูกปดั จานวน 5 ดา้ น ได้แก่ ดา้ นผลติ ภัณฑ์ ดา้ นประโยชน์ ดา้ นราคา ด้านช่องทางการ
จาหน่าย และดา้ นอน่ื ๆ

ตารางที่ 2 ค่าเฉลี่ยและระดับความพึงพอใจทมี่ ีต่อการประดิษฐ์โคมศรลี ้านนาด้วยเทคนิคการ

รอ้ ยลกู ปดั ดา้ นผลิตภัณฑ์

ข้อมูลดา้ นผลติ ภณั ฑ์ คา่ เฉล่ีย ( x ) ระดบั ความพงึ พอใจ

วสั ดุทน่ี ามาใช้มีความเหมาะสม 4.40 มากที่สดุ

วสั ดมุ ีความนา่ สนใจ 4.30 มากทีส่ ุด

ผลติ ภณั ฑม์ ขี นาดและสดั ส่วนทเ่ี หมาะสม 4.32 มากท่สี ุด

ผลติ ภัณฑร์ ูปแบบนา่ สนใจ 4.40 มากท่ีสุด

ผลติ ภัณฑ์สอ่ื ถงึ ความเปน็ วัฒนธรรมลา้ นนาได้อยา่ งชัดเจน 4.56 มากท่สี ดุ

ผลิตภัณฑม์ ีความประณตี สวยงาม 4.46 มากทีส่ ุด

ผลิตภณั ฑม์ สี ีสนั สวยงาม 4.36 มากท่ีสดุ

รวม 4.40 มากทสี่ ดุ

จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่าผูต้ อบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อการประดิษฐ์
โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัดด้านผลิตภัณฑ์ โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด มี
คา่ เฉล่ียเท่ากับ 4.40 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยูใ่ นระดบั มากทสี่ ุดทกุ ข้อ โดยมีค่าเฉลี่ย
เรียงลาดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ผลิตภัณฑ์สื่อถึงความเป็นวัฒนธรรมล้านนาได้
อยา่ งชัดเจน มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.56 ผลิตภัณฑ์มีความประณีตสวยงาม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.46
วสั ดทุ ี่นามาใช้มคี วามเหมาะสม และผลิตภัณฑร์ ูปแบบน่าสนใจ มีค่าเฉลย่ี เทา่ กบั 4.40 และขอ้ ที่
มคี า่ เฉล่ียอนั ดบั สุดทา้ ย คอื วสั ดุมีความน่าสนใจ มีค่าเฉลย่ี เท่ากับ 4.30

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ตารางท่ี 3 ค่าเฉล่ียและระดับความพึงพอใจทม่ี ีต่อการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการ

รอ้ ยลกู ปัด ดา้ นประโยชน์

ข้อมลู ดา้ นประโยชน์ ค่าเฉลี่ย ( x ) ระดบั ความพงึ พอใจ

ผลิตภณั ฑม์ ีความคงทน แขง็ แรง 4.40 มากทส่ี ดุ

ผลติ ภัณฑ์มีความเหมาะสมท่ีจะนาไปประดับตกแต่งอาคารสถานที่ 4.60 มากทส่ี ดุ

แสงสวา่ งของโคมศรีล้านนาเหมาะสม 4.30 มากท่สี ดุ

รวม 4.43 มากทส่ี ดุ

จากตารางที่ 3 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อการประดิษฐ์
โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด ดา้ นประโยชน์ โดยรวมพบว่าอยู่ในระดบั มากท่ีสดุ มี
คา่ เฉลยี่ เท่ากับ 4.43 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบวา่ อย่ใู นระดับมากท่ีสดุ ทุกข้อ โดยมีค่าเฉลี่ย
เรียงลาดับจากมากไปหาน้อย คือ ผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสมท่ีจะนาไปประดับตกแต่งอาคาร
สถานท่ี มคี ่าเฉลี่ยเทา่ กบั 4.60 ผลติ ภัณฑ์มีความคงทนแข็งแรง มีคา่ เฉลี่ยเทา่ กับ 4.40 และแสง
สว่างของโคมศรีลา้ นนาเหมาะสม มีคา่ เฉลย่ี เท่ากบั 4.30

ตารางท่ี 4 ค่าเฉล่ียและระดับความพึงพอใจที่มีต่อการประดิษฐโ์ คมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการ

ร้อยลกู ปัด ดา้ นราคา

ขอ้ มูลด้านราคา ค่าเฉลี่ย ( x ) ระดบั ความพงึ พอใจ

ราคา 20,000 บาท 4.28 มากท่ีสดุ

ราคา 25,000 บาท 3.66 มาก

ราคา 30,000 บาท 2.96 ปานกลาง

รวม 3.63 มาก

จากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อการประดิษฐ์
โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัดด้านราคา โดยรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 3.63 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าราคา 20,000 บาท อยู่ในระดับมากที่สุด มี
ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.28 ราคา 25,000 บาท อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.66 และข้อที่
คา่ เฉล่ียท่ีอนั ดับน้อยสดุ คือ ราคา 30,000 บาท อยู่ในระดบั ปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.96

ตารางท่ี 5 ค่าเฉล่ียและระดับความพึงพอใจทีม่ ีต่อการประดิษฐโ์ คมศรลี ้านนาด้วยเทคนิคการ
รอ้ ยลูกปดั ด้านชอ่ งทางการจาหนา่ ย

ข้อมูลด้านชอ่ งทางการจาหน่าย คา่ เฉล่ีย ( x ) ระดบั ความพึงพอใจ

ขายทางออนไลน์ 3.52 มาก
ขายทหี่ ้างสรรพสนิ ค้า 4.16 มาก
ขายทสี่ วนจตจุ ักร 3.38 ปานกลาง
ขายที่ร้านขายของทรี่ ะลกึ สินคา้ OTOP ในท้องถ่นิ 3.02 ปานกลาง

รวม 3.84 มาก

จากตารางที่ 5 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อการประดิษฐโ์ คมศรี
ล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัดด้านช่องทางการจาหนา่ ย โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย

29

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

เท่ากับ 3.84 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าขายที่ห้างสรรพสินค้า อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 4.16 ขายทางออนไลน์ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.52 ขายที่สวนจัตุจักร อยู่ใน
ระดับปานกลาง มคี ่าเฉล่ียเท่ากับ 3.38 และข้อที่ค่าเฉล่ียที่อันดบั น้อยสุด คือ ขายท่รี ้านขายของที่
ระลึกสินคา้ OTOP ในท้องถนิ่ อยใู่ นระดับปานกลาง มีคา่ เฉลย่ี เทา่ กับ 3.02

ตารางท่ี 6 ค่าเฉล่ียและระดับความพึงพอใจทมี่ ีต่อการประดิษฐโ์ คมศรลี ้านนาด้วยเทคนิคการ

ร้อยลกู ปัด ด้านอื่นๆ

ขอ้ มลู ด้านอนื่ ๆ คา่ เฉล่ีย ( x ) ระดับความพงึ พอใจ

ใชเ้ ปน็ ของฝากของท่รี ะลกึ 4.00 มาก

สามารถสร้างรายได้ให้กบั ทอ้ งถนิ่ 4.26 มากทส่ี ุด

รวม 4.13 มาก

จากตารางที่ 6 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อการประดิษฐ์
โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัดด้านอื่นๆ โดยรวม พบว่าอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 4.13 เม่ือพจิ ารณาเป็นรายข้อ พบว่า สามารถสรา้ งรายได้ให้กับท้องถ่ิน อยู่ในระดบั มากที่สุด
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 และข้อท่ีค่าเฉล่ียท่ีอันดับน้อยสุด คือ ใช้เป็นของฝากของท่ีระลึกอยู่ใน
ระดับมาก มคี ่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.00

4. สรปุ ผลและอภปิ รายผล
4.1 เพ่ือศึกษากระบวนการประดษิ ฐ์โคมศรีล้านนาดว้ ยเทคนคิ การรอ้ ยลูกปัด ผศู้ ึกษาได้

ศึกษาข้อมูลท่ีเกี่ยวกับการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด และออกแบบภาพ
โครงร่างความคิดโคมศรีล้านนาจานวน 1 รูปแบบ เสนอต่อผู้เช่ียวชาญจานวน 7 คน พิจารณา
ชิ้นส่วนองค์ประกอบโคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัดแทนกระดาษของเดิม จานวน 11
ช้ินส่วน พบว่า ผู้เช่ียวชาญมีความเห็นว่าการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนคิ การร้อยลูกปัดมี
ความน่าสนใจ โดยให้เหตุผลว่ามีความคิดสร้างสรรค์ รู้จกั สร้างผลติ ภณั ฑ์ใหม่ทดแทนการใช้วัสดุ
เดิม และการนาลูกปัดมาใช้ประดิษฐ์มีความทนทานคุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ประดิษฐ์ และเป็นการ
อนุรกั ษ์การประดษิ ฐโ์ คมศรีล้านนา และผเู้ ชี่ยวชาญเลือกโทนสีในการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วย
เทคนิคการร้อยลูกปัดเป็นโทนสีเอกรงค์ โดยให้เหตุผลว่า โคมศรีล้านนาใช้ในการประดับตกแต่ง
อาคาร สถานท่ี โทนสเี อกรงค์จะเป็นโทนสเี ดยี วกันด้วยการไล่เฉดสีออ่ น–แก่ ทาให้ชิ้นงานดูมีมิติ
และสวยงามมากย่ิงขนึ้ เหมาะสมกบั การใชป้ ระดับตกแต่งอาคาร สถานที่

4.2 เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อการประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วย
เทคนิคการรอ้ ยลูกปดั

1. ด้านผลิตภัณฑ์ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พึงพอใจผลติ ภณั ฑ์ถึงความ
เปน็ วัฒนธรรมล้านนาได้อยา่ งชัดเจน อยู่ในระดบั มากท่ีสดุ ทีค่ า่ เฉลี่ยเท่ากบั 4.56 ทงั้ นี้เนือ่ งจาก
โคมศรีล้านนามีเอกลักษณ์เฉพาะ ผู้ศึกษาได้ประดิษฐ์โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด
โดยยังคงรกั ษาเอกลกั ษณ์ของความเป็นล้านนาของโคมเอาไว้ ซ่ึงสอดคล้องกบั สุริยพันธุ์และคณะ
(2553) ท่ีได้กลา่ วถึง การสืบทอดองค์ความร้ดู ้านการทาโคมเป็นการสรา้ งช่ือเสียงให้กับชุมชนเป็น
วถิ แี ห่งการอนุรกั ษ์สืบสานศลิ ปหตั ถกรรมไทยให้สืบทอดต่อไป เป็นภูมิปัญญาที่สะท้อนวัฒนธรรม
ของชาวล้านนา

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

2. ดา้ นประโยชน์ พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่พงึ พอใจในผลิตภัณฑ์มคี วาม
เหมาะสมท่ีจะนาไปประดับตกแต่งอาคารสถานที่ อยู่ในระดับมากท่ีสุด ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60
ทั้งนี้เนือ่ งมาจากโคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการรอ้ ยลูกปัดบง่ บอกถึงความเปน็ วฒั นธรรมของทอ้ งถ่ิน
ล้านนาที่นามาใช้ในการประดับตกแต่งอาคารสถานที่ซึ่งสอดคล้องกับ วิบูลย์ (2527) ท่ีกล่าวว่า
โคม เป็นเคร่อื งตามไฟที่มีบงั ลมโปร่งแสง อาจทาเป็นรปู สี่เหล่ียม รูปแปดเหล่ียม รปู กลม หรอื ทรง
อ่นื ๆ ที่หิว้ หรือแขวน ตามที่ต่างๆ ทั้งเพื่อให้แสงสวา่ งโดยตรง และให้เป็นเคร่ืองบูชาส่งิ ท่ีเคารพนับ
ถือ เช่น แขวนบูชาพระพุทธรูป แขวนไว้ในศาสนสถาน และสถานท่ีสาคัญในงานพิธีต่างๆ
นอกจากน้ันอานนท์ (2555) ได้กลา่ วว่าโคมเมอ่ื ถูกจุดแล้วกจ็ ะนาไปแขวนหรือตงั้ ไว้หนา้ บ้าน หรือ
ตามชายคาของเรือนให้เป็นท่ีสวยงาม ส่องแสงสว่าง และเพื่อเป็นการบูชาเทพยดาอารักษ์ผู้รักษา
หอเรือนอกี ดว้ ย

3. ด้านราคา พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พึงพอใจในราคาจาหน่าย 20,000
บาท อยู่ในระดับมากท่ีสุด ที่คา่ เฉล่ยี เท่ากับ 4.28 ท้ังนเ้ี นื่องจากช้ินงานเป็นงานฝีมือและต้องใช้
ความสามารถและความพยายามอย่างประณีตบรรจง ประดิษฐ์ช้ินงานด้วยวัสดุประเภทลูกปัดท่ี
หลากหลายขนาดและหลายหลากสีมาถักรอ้ ยเรยี งสร้างลวดลายและสีสันให้สวยสดงดงามและต้อง
ใช้เวลามากในการประดษิ ฐ์ช้นิ งาน ทาให้ผลงานแต่ละชนิ้ ที่สาเร็จแลว้ จะราคาที่ค่อนข้างสูง

4. ด้านชอ่ งทางการจาหน่าย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พึงพอใจในการประดิษฐ์
โคมศรีล้านนาด้วยเทคนิคการร้อยลูกปัด อยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.16 ทั้งนี้
เนือ่ งมาจากในข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เปน็ เพศหญิง อาชพี ข้าราชการ สามารถพบ
เหน็ ผลิตภณั ฑ์ประเภทโคมไฟที่มีมูลคา่ อยใู่ นห้างสรรพสินค้าในหมวดของตกแตง่ บ้าน

5. ดา้ นอ่นื ๆ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่พึงพอใจผลิตภัณฑ์สามารถสร้าง
รายไดใ้ ห้กบั ท้องถิ่น ท่ีคา่ เฉลยี่ เท่ากับ 4.26 ท้ังน้เี น่อื งมาจากผลิตภัณฑโ์ คมศรีลา้ นนาด้วยเทคนิค
การร้อยลูกปัด เป็นงานท่ีใช้ฝีมือและความประณีตบรรจง หากมีการผลิตจาหน่ายโดยบุคคลใน
ท้องถนิ่ กจ็ ะเป็นการสร้างรายไดใ้ หก้ ับคนในทอ้ งถน่ิ

5. กิตตกิ รรมประกาศ
การศึกษาเรอ่ื งการประดิษฐ์โคมศรีลา้ นนาด้วยเทคนคิ การรอ้ ยลูกปัด ไดร้ บั ทุนอดุ หนุน

งบประมาณจากโครงการส่งเสริมส่ิงประดษิ ฐ์และนวัตกรรมเพื่อคนรนุ่ ใหม่ ประจาปีงบประมาณ
พ.ศ.2560 มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ขอบพระคุณท่านผู้เช่ียวชาญท้ัง 7 ท่าน ที่เสียสละเวลาอันมีค่าให้คาแนะนาและ
ขอ้ เสนอแนะในการประดษิ ฐโ์ คมศรีลา้ นนาด้วยเทคนคิ การรอ้ ยลูกปัด

ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์สาขาวชิ าการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตรท์ ุกท่านท่ีได้
ประสิทธป์ิ ระสาทวิชาความร้แู ละให้คาปรึกษา ตลอดจนข้อคิดตา่ งๆ อนั ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ต่อ
การศกึ ษาค้นคว้าและเปน็ แนวทางในการศกึ ษาจนสาเร็จ

31

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

6. เอกสารอ้างอิง

วิบลู ย์ ลีส้ วุ รรณ. (2527). ศลิ ปหตั ถกรรมพน้ื บา้ น. กรงุ เทพฯ : พิมพ์ลกั ษณ.์
สรุ ยิ พนั ธุ์ ยอดดี จตรุ งค์ เลาหเพญ็ แสง และอุดมศกั ด์ิ สารบิ ุตร. (2553). การศกึ ษาผลิตภัณฑห์ ัตถกรรมโคมศรี

ลา้ นนา จังหวัดลาปาง. วารสารศลิ ปกรรมบรู พา, ปีที่ 13, 89-96.
อานนท์ พรหมศิริ. (2555). การศึกษาโคมผัดล้านนาสู่การออกแบบศูนย์นาฏกรรมแสงเงาร่วมสมัย.

วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาโท. ภาควชิ าออกแบบตกแตง่ ภายใน. มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีท่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

การพฒั นาผลิตภัณฑข์ องตกแต่งบ้านด้วยการย้อมสีธรรมชาตจิ ากใบต้นคนู
Home Decorative Product Development by Dyeing with Natural

Dye from Klun Leaves (Golden shower: Cassia fistula)

ประพาฬภรณ์ ธีรมงคล1* อชั ชา หัทยานานนท์1 นวลแข ปาลิวนชิ 2 และ
จฑุ าทิพ รตั นะนราพันธ์3

Praparnporn Theeramongkol1*, Autcha Hattayananont1, Nualkhae Palivanich2
and Jutatip Rattnananrapan3

บทคัดยอ่
งานวิจัยน้ีเป็นการศึกษาการย้อมผ้าไหมด้วยสธี รรมชาติจากใบต้นคูน มีวัตถุประสงค์
เพ่ือศึกษาผลของการย้อมสีและการใช้สารช่วยติดในการย้อมผ้าไหมด้วยสี จากใบต้นคูน เพื่อ
ทดสอบความคงทนต่อการซักของผ้าไหมท่ีย้อมด้วยสี ใบต้นคูน และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้
และเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบา้ นด้วยการยอ้ มสีธรรมชาติแก่บุคคลทว่ั ไป ผล
การย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติจากใบต้นคูน โดยใช้สารช่วยติดจานวน 5 ชนิด โดยใช้ความ
เขม้ ขน้ 20 เปอร์เซ็นต์ และเพื่อทดสอบความคงทนต่อการซักและทนต่อแสงแดด ดว้ ยมาตรฐาน
AATCC สรุปผลไดด้ ังนี้
1. ผลการศึกษา พบว่าจากการสกัดสีจากใบต้นคูน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง น้าสีท่ี
สกดั ไดจ้ ากใบตน้ คนู มสี ีน้าตาล และเมื่อทิง้ ไว้ 24 ช่ัวโมง จะไดน้ ้าสีเปน็ สีน้าตาลเขม้ และในวิจัย
คร้งั น้ีใช้วิธกี ารย้อมร้อน
2. ผลการย้อมผ้าไหมด้วยสีธรรมชาติจากใบต้นคูน โดยไม่ใช้สารช่วยติดพบว่า ให้สี
เหลืองทอง แต่หลังการซักความเข้มของสบี นผนื ผา้ ซดี จางลงเล็กน้อย และเมื่อใช้สารชว่ ยตดิ คือ
นา้ ส้มสายชู น้ามะนาว น้าสนิม น้าปูนใส และน้าเกลอื พบว่า หลงั การซกั ความเข้มของสบี น
ผนื ผ้าซดี จางลงคอ่ นขา้ งมาก
3. ดาเนินการถา่ ยทอดเทคโนโลยี โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการระยะเวลาในการอบรม
เชิงปฏิบัติการ จานวน 2 วัน ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดในทุก
ประเด็นคาถาม

คาสาคญั : ของตกแตง่ บา้ น สีธรรมชาติ ใบตน้ คนู

1 สาขาวิชาออกแบบแฟชนั่ ผ้าและเคร่ืองแต่งกาย คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Fashion and Apparel Design Program, Faculty of Home Economics Technology, Rajamangkala University of
Technology Pra Nakhon
2 สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
2 Home Economics Program, Faculty of Home Economics Technology, Rajamangkala University of Technology
Pra Nakhon
3 สาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารจัดการสินคา้ แฟชั่น คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
3 Fashion merchandising program, Faculty of Home Economics Technology, Rajamangkala University of
Technology Pra Nakhon
*ผูป้ ระสานงานนพิ นธ์ E-mail: [email protected]

33

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปที ี่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

ABSTRACT
The proposes of this research were to Home Decorative Product
Development by Dyeing with Natural Dye from Klun Leaves (Golden shower:
Cassia fistula). The effects of dye and mordant in dyeing silk fabric with Natural
Dyestuff from Klun Leaves (Golden shower: Cassia fistula and textile testing
standard AATCC in colour fastness: washing. The researcher used 20 percent of
concentration and Textile Testing standard AATCC as follows.
1. The result showed that the extraction of color from Klun Leaves
(Golden shower: Cassia fistula. Dye extracted from the leaves of brown. The
second night, it will be a dark brown color. In this study, using hot-dyed water.
When left for 24 hours, the water is dark brown. In this research,
The silk is dyed with natural dyestuff from Klun Leaves (Golden shower:
Cassia fistula without mordant. There is light yellow colour.
2. The effect of dyeing silk with natural color from Klun leaves without
mordant was found that there is yellow colour but after washing, the intensity
of the color on the cloth fades a little and then using five types of mordant
were added at 20 percent concentration, namely, vinegar, lemon juice, water,
rust, lime, and saline. The results showed that all five mordants were effective
after washing the color intensity on the fabric.
3. Conducting technology transfer. Most of the participants were
satisfied with the highest level of satisfaction in all questions.

Keywords: Home Decor, Natural Dyed, Klun Leaves (Golden shower: Cassia
fistula)

1. บทนา
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

สยามบรมราชกมุ ารี ได้เรม่ิ ต้นข้ึนราวปี พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นการส่งเสรมิ ให้สถาบันต่างๆ ท่ีมีหน้าที่
ในการศึกษาพชื พรรณ และบุคคลท่ีสนใจได้มีโอกาสปฏบิ ัติงานที่ศึกษาพืชพรรณต่างๆ ที่มอี ยู่มาก
ในประเทศไทย มีการใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ และรวบรวมเป็นหลักฐานไว้ เพ่ือเป็นส่ือระหว่าง
สถาบัน สามารถท่จี ะใชใ้ หก้ า้ วหน้าและเปน็ ประโยชน์สบื ไป การสร้างผลงานผลผลิตของผลติ ภัณฑ์
สมุนไพรแปรรปู ผลติ ภณั ฑผ์ ้าและเส้นใย ผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์ และรวมถงึ ผลงานวิจยั เชงิ อนุรกั ษ์
พันธุกรรมพืช เผยแพร่สู่ชุมชนและสามารถสรา้ งรายได้ มีผลงานเชิงประจักษ์ สมุนไพรเป็นพืชท่ีมี
มากมายหลากหลายชนิดในประเทศไทย นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอดตี ในระยะตอ่ มาสมุนไพร
ไม่ได้รบั ความนิยมจากคนไทยเน่ืองจากการบริโภคทไ่ี ม่สะดวกทัง้ มียาแผนปัจจบุ ันเข้ามาแทนที่ ซึ่ง
ได้รับความสะดวกในการบริโภคและมีผลในการรักษาโรคได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันสมุนไพรได้รับ
การฟ้ืนฟูข้ึนมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อการสืบทอดภูมิปัญญาของคนไทย และเพื่อสนองพระราชดาริ ใน

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ปีท่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

การเรียนร้ทู รพั ยากร การใช้ประโยชน์ การสร้างจิตสานึกรักษ์ในทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่าง
คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด เพื่อน้อมสนองพระราชดาริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน
เนื่องมาจากพระราชดาริฯ (อพ.สธ.) การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมพืช ซ่ึง
นอกเหนือจากการอนุรกั ษ์ ตอ้ งมีการรู้จกั ใชป้ ระโยชน์ตามความหลากหลายทางชีวภาพอย่างย่งั ยืน
การเข้าถึงทรัพยากรพันธุกรรม และความปลอดภัยทางชีวภาพควบคู่ไปด้วย อีกท้ังยังได้ประโยชน์
ในการค้นคว้าวิจัยและเก็บข้อมูลเพ่ือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในหลากหลายแขนง อาทิ อาหาร งาน
ประดิษฐ์ และรวมไปถึงเครอื่ งแต่งกายไม่ว่าจะเป็นการนาเส้นใยมาทอเป็นผืนผ้า และการเพ่ิมสีสัน
ให้กับเส้นใยและผืนผ้านั้นก็คือการย้อมสีด้วยพืชพันธ์ุต่างๆ ในปัจจุบันสีที่ได้จากธรรมชาติได้รับ
ความนยิ มมาก ทงั้ ยงั เป็นการรักษาส่ิงแวดล้อมด้วย ดังน้ันจงึ หันมาใชว้ ัสดุท่มี ีอยใู่ นธรรมชาติท่ีมอี ยู่
ให้เกิดคุณค่า ทั้งยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ขึ้นได้ สามารถนาส่วนต่างๆ ของพืชท่ี
ต้องการมาใชไ้ ด้ ซ่ึงแต่ละส่วนจะใหส้ ที ่ีแตกตา่ งกัน เนื่องจากสีธรรมชาตมิ ีลักษณะสีพิเศษอยู่ในตัว
คือ มีโทนสีอ่อนและสีเข้ม ดูแล้วสบายตา ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้สวมใส่ เพราะวัตถุดิบ
ต่างๆ ท่ีนามาเป็นสารให้สที มี่ อี ยู่ในทอ้ งถ่ินและหาได้ง่าย เช่น แก่นกาแล แก่นขนนุ และขมิ้นที่ให้สี
เหลือง คร่ัง ฝาง รากยอท่ีให้สีแดง ต้นครามท่ีให้สีน้าเงิน ผลมะเกลือท่ีให้สีดา และใบหูกวาง
เปลือกผลทับทิม และใบกระถินท่ีให้สีเขียว ท้ังน้ีหากมีกรรมวิธีสกัดสีและกระบวนการย้อมท่ี
แตกต่างกัน ทาให้สีสันท่ีได้มีความสวยงามและหลากหลาย (เทียนศักด์ิ, 2547) จากแนวความคิด
ดงั กล่าว เพ่ือเป็นการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท่ีมีอยู่ทั่วประเทศ และเล็งเห็นถึงความสาคัญของพืช
สมนุ ไพร และพืชพันธ์ุอน่ื ๆ ผูว้ จิ ยั จงึ ศึกษาถึงกระบวนการยอ้ มผา้ ดว้ ยวิธที างธรรมชาติ ด้วยการนา
วัตถดุ ิบจากธรรมชาติท่ีมีอยู่ในทอ้ งถ่ินมาทาให้เกดิ ประโยชนแ์ ละแปรรปู เป็นผลติ ภัณฑ์ท่ีใช้ภายใน
บ้านทเ่ี ปน็ มิตรตอ่ สง่ิ แวดล้อม

วตั ถปุ ระสงคข์ องการศึกษา
1. ศึกษาผลของการย้อมสีและการใช้สารชว่ ยติดในการย้อมดว้ ยสีธรรมชาตจิ ากใบตน้ คนู
2. เพ่อื พัฒนาผลติ ภัณฑ์ของตกแต่งบา้ นด้วยการยอ้ มด้วยสีธรรมชาติจากใบตน้ คูน

2. ระเบียบวิธวี ิจัย
2.1 เครอ่ื งมือและอปุ กรณ์ในการย้อมสี
1. ผ้าไหมทใี่ ช้ยอ้ มเปน็ ผา้ ไหมทอลายขัด ผ่านการทาความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
2. ใบตน้ คูณแหง้
3. น้าถวั่ เหลือง ใช้สาหรบั แช่ผา้ ไหมเป็นสารช่วยติดก่อนกระบวนการย้อม สัดสว่ น

1:1
4. สารเคมีที่ใช้เป็นสารช่วยติดท่ีใช้ขณะกระบวนการย้อมผ้ามี 5 ชนิด ความ

เข้มข้น 20 เปอรเ์ ซน็ ต์ คือ น้าสม้ สายชู นา้ มะนาว นา้ สนิม น้าปูนใส เกลือ
5. เคร่ืองมือทดสอบความคงทนของสี (Testing LAB) เครื่องซัก (Launder-o

meter) และ ผงชกั ฟอกมาตรฐาน AATCC Reference Detergent WOB
2.2 วิธกี ารดาเนนิ งาน
1. การทาความสะอาดผา้ ไหม ต้มน้าสบู่ เป็นเวลา 30 นาที ล้างผา้ ไหมให้สะอาด

ดว้ ยนา้ เปลา่ 1-2 คร้งั นาไปตากในที่ร่มหรอื ทีท่ ม่ี ีแสงแดดออ่ น ๆ

35

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

2. การสกดั นา้ สแี ละการเตรียมสารชว่ ยติด
การสกัดน้าสีย้อม นาใบต้นคูณแห้ง จานวน 5 กิโลกรัม ทาความสะอาด และต้ม
น้า สดั สว่ น 1:1 เป็นเวลา 2 ชัว่ โมง กรองดว้ ยผา้ ขาวบาง นาน้าทไี่ ด้จากการตม้ กรองใส่ภาชนะ
ทง้ิ ไว้ให้ตกตะกอน เปน็ เวลา 24 ช่วั โมง ตามลาดบั ดงั ภาพท่ี 1

ใบตน้ คูณแห้งนามาทาความสะอาด ต้มนา้ สดั สว่ น 1:1 เป็นเวลา 2 ช่ัวโมง

นานา้ ทไ่ี ด้จากการต้ม กรองดว้ ยผา้ ขาวบางใส่ภาชนะ ท้ิงไวใ้ ห้ตกตะกอน เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ภาพท่ี 1 ขัน้ ตอนการสกดั น้าสี
การเตรียมสารช่วยติด สารช่วยติดก่อนกระบวนการย้อม คือ โปรตีนจากน้า
ถ่ัวเหลอื ง นาถ่วั เหลอื งจานวน 2 กโิ ลกรมั ล้างน้าใหส้ ะอาด นามาแช่น้าไว้ 24 ช่ัวโมง จากนน้ั ปั่น
ถั่วเหลืองจนละเอียดกับน้า 6,000 มิลลิลิตร สัดส่วน 1:2 กรองด้วยผ้าขาวบาง ต้ม ค้ัน และ
กรองใส่ภาชนะสาหรับแช่ผ้าไหมท่ีผ่านการทาความสะอาดแลว้ เพ่อื ช่วยให้ติดสีดียงิ่ ขึ้น โดยแช่
ผา้ ทิง้ ไว้เปน็ เวลา 24 ชั่วโมง ดังภาพที่ 2 – 3

ภาพท่ี 2 ปัน่ ถั่วเหลอื งจนละเอียดกับน้า 6,000 มลิ ลกิ รัม สดั สว่ น 1:2

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีที่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มถิ นุ ายน 2562

ภาพที่ 3 ต้ม ค้ัน และกรองดว้ ยผา้ ขาวบาง ใสภ่ าชนะ และแช่ผา้ ในน้าถั่วเหลอื งเปน็ เวลา 24

ช่ัวโมง

สารช่วยติดขณะกระบวนการย้อม นาสารช่วยติด 5 ชนิดละลายน้า อัตราส่วน
นา้ 1,000 มิลลลิ ติ ร ตอ่ สารชว่ ยติด 50 กรมั ดงั ภาพที่ 4

1) น้าสม้ สายชู 2) น้ามะนาว 3) นา้ สนิม 4) นา้ ปูนใส 5) เกลือ

ภาพท่ี 4 สารชว่ ยติดขณะกระบวนการยอ้ ม

การเตรียมผ้าสาหรบั ทดลองยอ้ ม นาผ้าที่ผา่ นการทาความสะอาดเรียบร้อยแลว้ ตัด
ให้ได้ขนาด 10 × 10 เซนติเมตร

กระบวนการยอ้ ม
1. ชั่งน้าหนักผ้าไหม นามาคานวณปริมาณน้าย้อมจากนา้ สีที่ผสมได้ในอัตราส่วน
นา้ หนักผ้าไหม 1 กรมั ต่อ น้าสียอ้ ม 30 มลิ ลลิ ติ ร ใชค้ วามเขม้ ข้นของสารช่วยติดที่ 20%

2. วิธีย้อมด้วยสีใบต้นคูณ ใช้วิธีการย้อมแบบร้อน เป็นเวลา 60 นาที โดยใช้น้า
ย้อมที่สกัดได้ และทิ้งไว้ให้ตกตะกอนเป็นเวลา 24 ช่ัวโมง แล้วจึงนาผ้าไหมที่ผ่านการแช่น้า
ถัว่ เหลอื ง ลา้ งนา้ ให้สะอาด ใส่ลงถังน้ายอ้ ม ตม้ ดว้ ยความรอ้ นอณุ หภมู ิ 90°C ดาเนินการยอ้ มต่อ
30 นาที ที่อุณหภูมิ 100 °C ใช้ไม้พายกดให้ผ้าจมน้าและคนตลอดเวลา กลับผ้าทุก 10 นาที
โดยมีอตั ราสว่ น ผา้ ไหม 1 กรัม ต่อน้าย้อม 30 มิลลกิ รมั

3. การทดลองย้อมผ้าไหมโดยใช้สารช่วยติด อัตราส่วน 20% โดยใช้สูตรคานวน
ดงั นี้

สูตรหาปริมาณสารช่วยติด = ปริมาณของน้าสีที่คานวณได้ × เปอรเ์ ซ็นต์ของสารชว่ ยติด
100

4. การย้อมผ้าไหมด้วยสีจากใบคูณ ใช้สารช่วยติดด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ

จานวน 5 ชนิด ปริมาณความเข้มข้นของสารช่วยติดท่ี 20 เปอร์เซ็นต์ เตรียมน้าย้อม 30
มิลลิลติ ร ผสมสารช่วยตดิ ดงั น้ี

1) ผา้ ทดลองช้นิ ท่ี 1 นา้ ส้มสายชู 20 มลิ ลิลิตร+เกลือ 20 มิลลลิ ติ ร
2) ผา้ ทดลองชิ้นที่ 2 นา้ มะขามเปยี ก 20 มิลลิลติ ร+เกลอื 20 มลิ ลิลิตร

37

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

3) ผา้ ทดลองช้ินที่ 3 นา้ ขเี้ ถ้า 20 มลิ ลลิ ติ ร+เกลอื 20 มิลลลิ ิตร
4) ผา้ ทดลองชนิ้ ที่ 4 นา้ ปนู ใส 20 มิลลลิ ิตร+เกลอื 20 มิลลิลิตร
5) ผ้าทดลองช้ินท่ี 5 เกลือ 20 มิลลลิ ติ ร
5. สารช่วยติด ปริมาณตามท่ีคานวณมา ท้ัง 5 ชนิด ลงในบีกเกอรท์ ่ีเตรียมไว้ 5
ใบ โดยระวงั ไม่ให้โดนผ้าทก่ี าลังย้อมอยู่ ย้อมตอ่ อีก 30 นาที ที่อณุ หภูมิ 100 °C คนและกลับ
ผ้าทกุ ๆ 10 นาที เป็นเวลา 30 นาที จนครบ 60 นาที ดงั ภาพท่ี 5

ภาพท่ี 5 การทดลองยอ้ มโดยสารชว่ ยติดขณะกระบวนการยอ้ มผา้ ไหม
6. เม่ือครบ 1 ชั่วโมง นาผ้าออกจากภาชนะ ล้างในน้าสะอาด เพื่อให้น้าสีท่ีย้อม
ส่วนที่ไมต่ ิดผ้าออกใหห้ มด แล้วนามาผง่ึ ลมให้แหง้ ดังภาพที่ 6

สารช่วยตดิ น้าส้มสายชู สารช่วยติดนา้ มะนาว สารช่วยตดิ น้าปนู ใส สารชว่ ยตดิ น้าสนิม สารชว่ ยตดิ เกลอื

ภาพท่ี 6 ผลของการย้อมสีและการใชส้ ารชว่ ยตดิ ในการยอ้ มผา้ ไหมด้วยสีจากใบตน้ คูณ
3. ผลการวจิ ยั

3.1 ศกึ ษาผลของการยอ้ มสีและการใชส้ ารชว่ ยตดิ ในการย้อมผ้าไหมด้วยสจี ากใบตน้ คูณ
จากการสกัดสีจากใบต้นคูณ โดยการนาใบต้นคูณแห้ง จานวน 5 กิโลกรัม ต้มกับน้าท่ี
ปริมาตร 6,000 มิลลิลิตร แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง และใส่ภาชนะท้ิงไว้ให้ตกตะกอน เป็น
เวลา 24 ช่ัวโมง น้าสีท่ีสกัดได้จากใบต้นคูณแห้งมีสีน้าตาล และเม่ือทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จะได้น้า
ยอ้ มสนี า้ ตาลเข้ม และตกตะกอนเล็กนอ้ ย
ในการวิจัยคร้ังนี้ผู้วจิ ัยได้ทดลองการใชส้ ารชว่ ยติดก่อนกระบวนการย้อม โดยนาผา้ ไหม
ท่ีทาความสะอาดเรยี บร้อยแล้ว แชน่ ้าถวั่ เหลืองเพ่ือช่วยให้สามารถย้อมสีติดได้ดขี ้ึน แช่นาน 24
ชวั่ โมง จนครบเวลา นาขนึ้ จากภาชนะ ล้างน้าให้สะอาด จากนนั้ ทาการย้อมผ้าไหมด้วยน้าสีสกัด
จากใบต้นคูณแห้ง โดยไม่ใช้สารช่วยติดและใช้สารช่วยติดความเข้มข้น 20% เป็นเวลา 60
นาที ท่ีอณุ หภูมิ 100 °C จานวน 5 ชนิด จากการศึกษาพบว่า ผ้าไหมที่ผ่านการย้อมโดยไม่ใช้
สารชว่ ยติดสีทไี่ ด้ คือ สีเหลืองทองเข้ม และเม่ือซักแลว้ พบว่าสีตกเลก็ น้อย และกรณีทยี่ ้อมโดย
ใช้สารช่วยติด พบวา่ สีของผืนผ้าที่ใชส้ ารช่วยติดทุกชนิดใหผ้ ลหลังการย้อมและผลหลังการซัก
ดว้ ยมาตรฐาน AATCC จากหอ้ งปฏิบัตกิ ารทดสอบสิ่งทอ ไดผ้ ลแสดงดังตารางท่ี 1

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปีที่ 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ตารางท่ี 1 ผลการย้อมผ้าไหมด้วยน้าสีจากใบต้นคูณ โดยไม่ใช้สารช่วยติด และใช้สารช่วยติด
ชนดิ ต่างๆ ท่ีความเข้มข้น 20%

สารช่วยตดิ สีของผืนผ้าทไี่ ดจ้ ากการย้อม สีทไ่ี ดห้ ลังจากการซัก

ไมใ่ ชส้ ารช่วยตดิ สีเหลืองทอง ไมต่ ดิ สี

นา้ ส้มสายชู 1 สีซดี จางเล็กน้อย
สีเหลืองทองเขม้ สซี ดี จางเลก็ น้อย

2

นา้ มะนาว สเี หลืองอมน้
สม้ หม่น3

น้าปนู ใส สเี หลืองทองนอ้ ม สซี ีดจางเลก็ นอ้ ย
ชมพู สีซีดจางเล็กน้อย

น้าสนิม 4
สเี หลอื งน้
ทองอมเขียว

น้าเกลอื สีน้าตาลเหลนือง สีซีดจางเลก็ นอ้ ย
อมอ่อน

39

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มถิ ุนายน 2562

3.2 ผลการทดสอบความคงทนของสีต่อการซักโดยมาตรฐานของ AATCC test
method จากทไี่ ด้แสดงผลการทดลองยอ้ มโดยการใชส้ ารช่วยตดิ ทงั้ ก่อนกระบวนการยอ้ มและ
ในขณะกระบวนการย้อม จานวน 5 ชนิด ดังท่ีปรากฏข้างตน้ ผวู้ ิจยั ได้ทดสอบความคงทนของสี
ตอ่ การซัก เพื่อให้เกดิ ความเชือ่ ม่นั ของกระบวนการยอ้ มด้วยสธี รรมชาติจากใบต้นคณู

1. ผลการทดสอบความคงทนของสีต่อการซักของผ้าไหมย้อมด้วยน้าสีจากใบต้น
คูณตามวิธีการ และมาตรฐานของ AATCC test method 61-2007 Test No.1 ดังตารางท่ี 2

ตารางที่ 2 ผลการเปล่ียนแปลงของสีหลังการทดสอบความคงทนของสีต่อการซักผ้าไหมย้อม

ดว้ ยนา้ สจี ากใบตน้ คณู

ความคงทนของสีต่อการซัก

สารชว่ ยตดิ ท่คี วามเข้มขน้ 20% ระดบั สเี ปล่ยี นจากเดิม

นา้ ส้มสายชู 1.5

นา้ มะนาว 1.5

นา้ ปูนใส 2.0

น้าสนมิ 1.0

เกลือ 1.5

จากตารางที่ 2 การทดสอบความคงทนต่อการซัก โดยใช้ผ้าหลายเส้นใยเป็นตัว
ทดสอบ ความแตกต่างความเข้มของสีระหว่างผ้าไหมกับเกรย์สเกล ผลการย้อมผ้าไหมโดยใช้

สารช่วยตดิ ที่ความเขม้ ข้น 20% พบวา่ ผ้าไหมทย่ี ้อมและใช้สารชว่ ยติดน้าสม้ สายชู สีเปล่ียนจาก
เดิมหลังการซักอยู่ระดับท่ี 1.5 คือ สีเปลี่ยนจากเดิมมาก ผลการย้อมผ้าไหมโดยใช้น้ามะนาว
พบว่าสีเปลี่ยนจากเดิมหลงั การซักอย่รู ะดับท่ี 1.5 พบว่ามีสีเปลยี่ นจากเดิมค่อนข้างมาก และมี
ความคงทนต่อการซักน้อย และผลการย้อมผ้าไหมโดยใช้น้าปูนใส พบว่ามีสีเปลี่ยนจากเดิม
ค่อนขา้ งมาก และผลการย้อมผ้าไหมโดยใช้น้าสนมิ พบวา่ มสี ีเปลี่ยนจากเดิมค่อนข้างมาก และ
น้าเกลือ ท่ีความเข้มข้น 20% เป็นสารช่วยติด พบว่าสีเปล่ียนจากเดิมหลังการซักอยู่ระดับท่ี
1.5 พบว่ามสี ีเปลย่ี นแปลงจากเดิมมาก และมีความคงทนต่อการซักนอ้ ยท่สี ุด

3.3 พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ของตกแต่งบา้ นด้วยการยอ้ มดว้ ยสีธรรมชาติจากใบตน้ คนู
จ าก ก า ร ศึ ก ษ าผู้ วิจั ย ท าร่ า ง อ อ ก แ บ บ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ขอ งต ก แ ต่ งบ้ า น จ า ก ผ้ า ที่ ย้ อ ม สี
ธรรมชาติ จากนนั้ จดั ทาผลิตภัณฑเ์ พ่ือใชต้ กแต่งบ้านจากผ้ายอ้ มสีธรรมชาติ จานวนผลิตภัณฑ์ 5

ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ละ 2 แบบ คือ ผ้าคาดโต๊ะ ท่ีแขวนผ้าเช็ดมือ กล่องใส่ของอเนกประสงค์
ปลอกหมอนอิง ทใี่ สก่ ระดาษทิชชู ดังภาพที่ 7

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

ผลติ ภณั ฑข์ องตกแตง่ บา้ น ทแี่ ขวนผา้ เช็ดมือ ผ้าคาดโตะ๊

หมอนองิ กลอ่ งอเนกประสงค์ กล่องทิชชู

ภาพท่ี 7 ผลติ ภัณฑ์ของตกแต่งบา้ นดว้ ยการย้อมด้วยสธี รรมชาตจิ ากใบต้นคนู

4. สรุปผลและอภปิ รายผล
4.1 สรุปผลการสกัดน้าสีจากใบต้นคูณ โดยไม่ใชส้ ารช่วยติด และใช้สารช่วยตดิ ชนิด

ต่างๆ ความเข้มข้นที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ย้อมนาน 60 นาที ที่อุณหภูมิ 100 °C พบว่า น้าสีที่
สกัดได้จากใบต้นคูณแห้ง มสี ีนา้ ตาล เมอื่ นาไปย้อมกับผ้าไหมดว้ ยวิธกี ารย้อมรอ้ น ท้งั ไม่ใช้สาร
ชว่ ยติด ใช้น้าถ่ัวเหลืองแช่ผ้าก่อนกระบวนการย้อม และใช้สารช่วยติด 5 ชนิด คือน้าส้มสายชู
นา้ สนิม น้าปูนใสน้ามะนาว และน้าเกลือ ทคี่ วามเขม้ ขน้ 20% ด้วยวิธกี ารย้อมร้อน ผลที่ได้จาก
การย้อม ผ้าไหมมีสีเหลืองอ่อน และเมอ่ื นาผนื ผ้าไหมไปซกั สีบนผนื ผ้าซดี จางลง ใชส้ ารช่วยติดสี
บนผืนผา้ ซดี จางลงค่อนขา้ งมาก

1. การย้อมผ้าไหมดว้ ยน้าสีท่ีสกัดจากใบต้นคูณ โดยใช้น้าถั่วเหลืองเป็นสารช่วย
ติดก่อนกระบวนการย้อม และไม่ใช้สารช่วยติด พบว่า น้าส้มสายชูในกระบวนการย้อม พบว่า

ผืนผ้าไหมมีสีเหลืองอ่อน สีเหลืองอมส้มหม่น สีเหลืองทอง สีเหลืองทองอมชมพู และ
สีเหลืองอมน้าตาลอ่อน ตามลาดับ และเมื่อนาผืนผ้าไหมไปซัก สีบนผืนผ้าซีดจางลงเล็กน้อย
จนถึงคอ่ นข้างมาก

2. ผลการทดสอบความคงทนของสีต่อการซัก โดยมาตรฐานของ AATCC test
method พบว่า การทดสอบความคงทนตอ่ การซัก โดยใช้ผา้ หลายเส้นใยเป็นตัวทดสอบ ความ
แตกต่างความเข้มของสีระหวา่ งผ้าไหมกับเกรย์สเกล ผลการย้อมผา้ ไหมโดยใช้น้าข้เี ถา้ ที่ความ
เข้มขน้ 20% เปน็ สารช่วยติด พบวา่ สเี ปลี่ยนจากเดิมหลงั การซกั อยรู่ ะดบั ที่ 1.5 มสี ีเปลย่ี นจาก
เดิมคอ่ นขา้ งมาก

41

วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร

ปที ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562

5. กติ ตกิ รรมประกาศ
การวิจัยน้ีเกิดข้ึนเพอ่ื ศึกษาผลของการยอ้ มสีและการใช้สารช่วยติดในการย้อมผา้ ไหม

ด้วยสีจากใบต้นคูน และเพ่ือทดสอบความคงทนต่อการซักผ้าไหมที่ย้อมด้วยสีใบต้นคูน เกิด
อนุกรมเฉดสี (pantone) ของสีย้อมธรรมชาตใิ หม่เพ่ิมข้ึน และเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุง
และพัฒนาการย้อมผ้าไหมด้วยสีจากใบต้นคูน คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีจากงานวิจัยเล่มนี้
ผู้วิจัยขอมอบให้เป็นแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาสีจากวัสดุธรรมชาติท่ีมีอยู่ท่ัวไป เพื่อเป็น
ทางเลือกในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ท้ังยังเป็นมิตรต่อ
สิง่ แวดลอ้ ม คณะผวู้ ิจยั ขอขอบคุณคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลยั เทคโนโลยี
ราชมงคลพระนคร ที่สนบั สนุนงบประมาณวิจัยในครงั้ นี้

6. เอกสารอา้ งองิ

ช ล ธิช า โม ช ฏ าพ ร. 2546. ก าร ย้อ ม ผ้ าไห ม ด้ ว ย สี จาก ใบ หู ก ว าง. วิท ย านิ พ น ธ์ป ริญ ญ าโท
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ กรุงเทพฯ.

จารุวรรณ ดิศวัฒน์. 2544. การย้อมผ้าไหมดว้ ยผงขม้นิ ชัน. ปัญหาพเิ ศษปรญิ ญาโท, มหาวทิ ยาลัย
เกษตรศาสตร์.

จันทนี จันทรศร. 2547. การย้อมผ้าไหมด้วยสีจากเปลือกมะพร้าวแก่. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท.
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, กรงุ เทพฯ.

เทียนศักดิ์ เมฆพรรณโอภาส. 2547. เคมีสีธรรมชาติกับการย้อม. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
กรงุ เทพฯ.

นวลแข ปาลวิ นชิ . 2542. ความรเู้ รอ่ื งผ้าและเสน้ ใย (ฉบับปรบั ปรุง). บรษิ ัท ซเี อ็ดยูเคชั่นจากัด, กรงุ เทพฯ.

วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562

ความพงึ พอใจของผบู้ ริโภคทีม่ ตี ่อการใหบ้ รกิ ารของภัตตาคารเชียงการีลา
สาขาเยาวราช

Consumer Satisfaction with Service Grand Shangarila Restaurant
Chinatown Branch

จอมขวัญ สวุ รรณรกั ษ์1* กมลลกั ษณ์ นาคแสง1 และ นศิ าชล คงเหลก็ 1
Jomkhwun Suwannarak1* Kamonlak Narksaeng1 and Nisachon Konglak1

บทคดั ยอ่
การศึกษาคร้ังน้ีมีวัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศึกษาพฤติกรรมของผบู้ รโิ ภคที่มาใชบ้ รกิ ารภตั ตาคารเชยี ง
การีลา สาขาเยาวราช ศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อการให้บรกิ ารของภัตตาคารเชยี งการีลา
สาขาเยาวราช และเปรียบเทยี บความพึงพอใจของผูบ้ ริโภคต่อการให้บรกิ ารของภัตตาคารเชยี งการลี า
สาขาเยาวราช จาแนกตามปัจจัยส่วนบคุ คล กล่มุ ตัวอย่าง คือ ผู้ใช้บริการภัตตาคารเชียงการีลา สาขา
เยาวราช เฉพาะคนไทย จานวน 360 คน เครือ่ งมอื ที่ใช้ คือ แบบสอบถาม สถิติท่ีใช้ ได้แก่ คา่ ความถี่ ค่า
รอ้ ยละ ค่าเฉลย่ี คา่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ค่า t-test และ ค่า F-test
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช้บริการภัตตาคารเชียงการีลา สาขาเยาวราช ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ
ระหว่าง 25 ปี ไม่เกนิ 35 ปี ประกอบอาชีพธรุ กจิ ส่วนตวั มีสถานภาพสมรส และมีรายได้เฉลย่ี ต่อเดือน
40,001 บาทข้ึนไป พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้บริการภัตตาคารเชียงการีลา สาขาเยาวราช พบว่า
เหตผุ ลทใี่ ชบ้ รกิ าร คือ พบปะครอบครัวเพอื่ นฝูง ช่วงเวลาทม่ี าใช้บรกิ าร คือ 13.01 - 16.00 น. จานวน
เงนิ ทีใ่ ช้ในแตล่ ะครั้ง 1,000 – 2,000 บาท การตัดสินใจเลือกอาหารทีร่ ับประทานส่วนใหญ่ เลอื กจาก
เมนูอาหาร ผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ คือ เพื่อน ส่วนใหญ่ผู้ใช้บรกิ ารเลือกที่จะกลับมาใช้บริการซ้า
และความถ่ใี นการใชบ้ ริการ คือ ไม่แน่ใจ ผลการศึกษาความพงึ พอใจของผู้บริโภคต่อการให้บรกิ ารของ
ภตั ตาคารเชยี งการีลา สาขาเยาวราช โดยภาพรวม อยูใ่ นระดบั มาก และผลการเปรียบเทยี บความพึง
พอใจของผู้บริโภคทม่ี ตี ่อการให้บรกิ ารของภัตตาคารเชียงการีลา สาขาเยาวราช จาแนกตามปัจจยั สว่ น
บคุ คล พบวา่ เพศมผี ลตอ่ ความพงึ พอใจในการใหบ้ ริการของภัตตาคารเชยี งการลี า สาขาเยาวราช สว่ น
อายุ พบว่า ด้านช่องทางการจัดจาหน่าย ดา้ นการส่งเสรมิ การตลาด ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการ
ให้บริการ และด้านลักษณะทางกายภาพ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อาชีพ
พบว่า ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจาหน่าย ด้านการส่งเสริมก ารตลาด ด้านบุคลากร ด้าน
กระบวนการให้บริการ และด้านลักษณะทางกายภาพ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ
0.05 สถานภาพ พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจาหน่าย และด้านบุคลากร
แตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติทรี่ ะดบั 0.05 และรายได้เฉลี่ยต่อเดอื นพบวา่ ดา้ นช่องทางการจัด
จาหน่าย และด้านลกั ษณะทางกายภาพ แตกตา่ งกันอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ 0.05

คาสาคัญ: ความพึงพอใจ ผู้บริโภค ภตั ตาคารเชียงการลี า สาขาเยาวราช

1 สาขาวชิ าอตุ สาหกรรมการบริการอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Food Service Industry, Faculty of Home Economics, Rajamangala University of Technology Phra
Nakhon
*ผปู้ ระสานงานนิพนธ์ E-mail: [email protected]

43


Click to View FlipBook Version