วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
50 ป ชาวลาวคร่งั อําเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ใหสัมภาษณวา ปลายดายที่ยาวออกมานี้จะ
เอาไวส ําหรบั ผูกปลา กบหรือเขียดท่ีจับได ขณะออกไปทํานาทําไรและนํากลับมาประกอบเปน
อาหาร ปจ จบุ ันเส้ือจบุ หมอมหี ลากหลายสี มกั ตกแตง ดวยการปก ลวดลายดอกไม บรเิ วณปกเส้ือ
สาบหนา ปากกระเปา ปลายแขนและชายเสอื้ ดงั ภาพที่ 10 ง
(ก) (ข) (ค) (ง)
ภาพที่ 10 ลักษณะเสอื้ จุบหมอ (ก) เสอ้ื จุบหมอโบราณ (ข) การตกแตงชายเส้อื
(ค) การตกแตงปลายแขนเสอ้ื และ (ง) เส้อื จุบหมอปจ จุบนั
2. เคหะสิง่ ทอ
2.1 หมอนขวาน เปนหมอนรูปสามเหลี่ยมดานเทา ตกแตงตัวหมอนดวยการ
ทอขิดและจก (ภาพท่ี 11 ก) หุมริมผาท้ัง 2 ขางดวยผาสีแดง ดานหนาหมอนใชผาสามเหล่ียม
ดานเทาสีขาวและสีแดงเย็บสลับกัน กําหนดตําแหนงการเย็บตัวหมอนใหเปนชองเทา ๆ กัน
ทั้งหมด 9 ชอง เย็บประกบกับผาซับในสีขาวตามชองท่ีกําหนดไว ยัดไสหมอนดวยนุน แลว
นําหนา หมอนท่ีเตรียมไว มาเย็บปดดานหัว – ทายหมอนดวยวิธีการสอยพัน (Overcast stitch)
เปน หมอนท่ีใชสาํ หรับเปน ของรับไหวในงานมงคล เชน พธิ แี ตงงาน เปน ตน
2.2 หมอนหนาวัวหรือหมอนทาว เปนหมอนรูปสามเหลี่ยมหนาจ่ัว ซง่ึ มีลักษณะ
คลายหนาววั ตัวหมอนตกแตง ดวยลวดลายการทอขดิ และจก (ภาพที่ 11 ข) ดา นหนาหมอนเปน
ผาชน้ิ เดยี วจะเปนสีแดงหรือสีขาวกไ็ ด กําหนดตาํ แหนง การเย็บตัวหมอนเปน 5 - 6 ชอง สําหรับ
ยัดนุน โดยแตละชองจะกวางไมเทากัน ชองลางสุดจะมีความกวางมากที่สุด เพ่ือใหสวนท่ีเปน
ฐานหมอนสามารถรับน้ําหนักขณะนั่งพิงหรือทาวแขนได และความกวางของชองอื่นๆ จะ
ลดหลัน่ กันไปเรอื่ ยๆ โดยชองบนจะมีขนาดเลก็ สุด เปนหมอนทใี่ ชในงานประเพณตี า งๆ เชน งาน
แตงงาน สาํ หรบั รับไหวพ อแมของเจาบา วหรือเตรยี มไวส าํ หรบั ผกู ขอมือ เปนตน
2.3 หมอนหกหรอื หมอนสีเ่ หลยี่ ม เปน หมอนส่ีเหลี่ยมทรงสงู ตกแตง ตัวหมอนดวย
ลวดลายการทอขิดและจก (ภาพที่ 11 ค) หนาหมอนจะใชผาสีขาวหรือสีแดงก็ได แตจะเปนสี
ตรงกันขามกับสีของตัวหมอน เชน ถาตัวหมอนเปนสีขาวหนา หมอนก็จะใชผาสีแดง เปนตน ผา
ตวั หมอนจะเยบ็ ประกบกบั ผา ซับในสีขาว เปนชอ งสําหรบั ยดั นุนจาํ นวน 6 ชอง จึงเรยี กวาหมอน
หก เปนหมอนทใี่ ชเปนของรับไหวใ นงานมงคล เชน พิธแี ตง งาน เปน ตน
43 (ค)
(ก) (ข)
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
ภาพท่ี 11 หมอนลาวคร่งั (ก) หมอนขวาน (ข) หมอนหนา วัว และ (ค) หมอนหก
2.4 ผาหม ชาวลาวคร่ัง เรียกวา “ผาหมลาย” ทอจากดายฝายสีขาวและทอ
จกดวยดายฝายสีแดง สีเขียว สีดํา และสีสม (ภาพที่ 12 ก) ใชผ าทอขนาดกวาง 50 เซนติเมตร
ยาว 194 เซนติเมตร 2 ผนื เย็บตอเขา ดวยกันตามยาวดวยการสอยพัน เน่ืองจากกท่ี อผาในอดีต
จะทอไดเพียงผาหนาแคบ จึงตองนําผา 2 ผืนเย็บตอกันเพ่ือใหมีความกวางเพียงพอสําหรับหม
ในปจจุบันถึงแมจะสามารถทอผาใหมีความกวา งไดตามตองการแลว แตยังคงเย็บตอผาสําหรับ
ทําผาหมเหมือนกับที่บรรพบุรุษทําสืบตอกันมา ริมท้ัง 3 ดานเย็บหุมริมดวยผาสีแดงและเหลือ
ปลายผาไวท้ัง 2 ดาน เรียกวา “หางปลา” ผาหมของลาวคร่ังจะทอเปนสัญลักษณใหมีดานบน
และดานลาง โดยดานบนจะทอเปนลวดลายการจกขนาดใหญ ดานลางมีลวดลายการจกขนาด
เลก็ และเปนชายครุย โดยมีความหมายแฝงวาหากใครไมทําดานบนดานลางไว ก็จะไมรูจักวาผัว
ใครเมียใคร และมีทองผาอยูตรงกลางของผืนผา รมิ ของทองผาดานหนึ่งจะทอเปนลายตามยาว
กวา ง 15 เซนติเมตร เรียกวาลายขา งกระแต เมื่อเย็บตอเปนผาหมแลว ลายขา งกระแตก็จะอยูที่
รมิ ของผาหม ทงั้ 2 ดาน
2.5 ผาปูท่ีนอน ชาวลาวคร่ัง เรียกวา “ผาลอ” ทอจากดายฝายสีขาวและทอจก
ดวยดายฝายสีเหลอื ง สีสม สีฟา สีแดงและสีดาํ เย็บหุมรมิ ผา ท้งั 4 ดา นดว ยผา สีแดง (ภาพที่ 12
ข) โดยลวดลายดานลางจะทอเปนลวดลายจกขนาดใหญก วา ลายดานบน
2.6 ผาหนามุงมีลักษณะเปนส่ีเหล่ียมผืนผายาวเทากับความยาวหนามุง ทอจาก
ดา ยฝายสีขาวและการทอจก เย็บหุมริมดวยผา สีแดงทั้ง 3 ดาน สวนชายดา นลา งปลอ ยเปน ชาย
ครยุ (ภาพที่ 12 ค) เปนผาทใี่ ชทําหนามุงสําหรับเจา บาวเจาสาวในพิธแี ตง งาน นางทองล้ี ภูรผิ ล
กลาววา ลวดลายที่ใชสําหรับทําผาหนามุง จะใชลวดลายที่ทําเปนคู ๆ เชน ลายลูกมอมติดกัน
เพราะมคี วามเช่อื วา คูแตงงานจะไมหยา รา งแยกจากกนั และอยคู กู ันไปเหมอื นลวดลายท่ใี ช
(ก) (ข) (ค)
ภาพท่ี 12 เคหะสิง่ ทอลาวคร่ัง (ก) ผา หม (ข) ผาปทู ่ีนอน และ (ค) ผาหนามงุ
สีสนั ของผา ทอลาวครัง่
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
ผาทอลาวครั่งจะใชสีที่ทําใหเ กดิ ลวดลายทั้งหมด 6 สี โดยแตละสมี ีความหมายดงั นี้ สี
แดง หมายถึงลักษณะทองฟาในตอนกลางวัน สีแสดหรือสีสมหมากสุก หมายถึงลักษณะของ
ผลไมที่สุกงอม สีซิ่วหรือสีเขียว หมายถึงความชุมชื้นและความอุดมสมบูรณ สีเหลืองหมายถึง
พระจันทร สีดําหมายถึงกลางคืน และ สีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ ขณะท่ีองคการบริหารสวนจังหวัด
อทุ ัยธานี (2548) กลา ววา สขี าวหมายถงึ เมฆทอี่ ยูบ นทองฟา
4. สรปุ และอภิปรายผล
จากการศึกษาลวดลายและรูปแบบผาทอลาวคร่ัง พบวา ชาวลาวคร่ัง อําเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ยังคงสืบสานภูมิปญญาการทอผาแบบดั้งเดิมไวอยางเขมแข็ง มีการถายทอด
ประวัติความเปนมาของลวดลายจากรุนสูรุนจนถึงปจจุบัน ขณะเดียวกันมีการตอยอดการ
ออกแบบลวดลายผาจกลวดลายใหมๆ อยางตอเน่ือง นอกจากน้ียังมีผาเกาโบราณท่ีบรรพบุรุษ
ไดส ะสมสบื ทอดกนั มาไวใ หร ุน ลูกหลานไดภ าคภมู ิใจและใชเปน แหลง เรยี นรวู ัฒนธรรมการทอผา
ไดเปนอยางดี ในขณะที่ชาวลาวครั่ง อําเภอเนินขาม จงั หวัดชยั นาท ปจจุบันไมมีผูเฒาผูแกที่จะ
อธิบายถึงท่ีมาและความหมายของลวดลายท่ีปรากฏบนผืนผา ไดแลว และไดขายผาทอลาวครั่ง
โบราณไปเกือบท้ังหมด คงเหลือแตผาซ่ินเกาท่ีอยูในสภาพผุขาด ที่ยังคงใชเปนตนแบบสําหรับ
การแกะลวดลายเพื่อใชสําหรับทอผาจําหนายในปจจุบันเทาน้ัน ดังนั้นลวดลายผาทอของชาว
ลาวครั่ง อําเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี จึงมีทั้งลวดลายโบราณและลวดลายที่ออกแบบขึ้นมา
ใหมโ ดยชาวลาวคร่ังรุนใหม ทาํ ใหมลี วดลายหลากหลายกวา ลวดลายของชาวลาวครงั่ อาํ เภอเนนิ ขาม
จังหวดั ชัยนาท
ลักษณะลวดลายผาทอของลาวคร่ัง มีเทคนิคการทอใหเกิดลวดลาย 3 วิธี คือ การ
ทอจก การทอมัดหม่ีและการทอขิด ลวดลายสวนใหญไดแรงบันดาลใจจากส่ิงที่พบเห็นใน
ชีวิตประจําวัน ความเชื่อและจินตนาการ ไดแก 1) ลวดลายจากธรรมชาติ เชน ลวดลายสัตว
ลวดลายพืชและลวดลายดอกไม และ 2) ลวดลายสิ่งของเครื่องใช ไดแก ลายขอหรือลายตะขอ
รูปแบบส่งิ ทอของลาวคร่งั แบงออกเปน 1) เส้ือผาเครอ่ื งแตง กาย ไดแ ก ผา ซน่ิ เส้ือกัก๊ หรือเสอ้ื ตัว
ใน และเส้ือจุบหมอ จากการศกึ ษาจะเห็นวาเสือ้ ผาของลาวครั่ง ไมม ีการใชผ าทอท่ีมีลวดลายอ่ืน
มาตกแตงเส้ือผา จะใชเปนผาสีพื้นและตกแตงตัวเสื้อโดยการใชดายสีแดงที่ยอมดวยครั่ง มา
ตกแตงตะเข็บดว ยการเยบ็ เดินเสน และการเย็บพันริมเทานน้ั แตชาวลาวครัง่ จะสวมใสผาซนิ่ ท่ีมี
ลวดลายและสีสันสดใสสวยงามมาก มีเอกลักษณเฉพาะคือตัวซ่ินเปนลวดลายท่ีเกดิ จากเทคนิค
การมัดหม่แี ละตีนซ่ินเปนลวดลายการจก การตัดเย็บเส้ือผาเคร่อื งแตงกายใชวธิ ีการเย็บดว ยมือ
โดยใชตะเข็บคูพับริมในการเย็บประกอบตัวเส้ือ ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ สุธีลักษณ และ
คณะ (2553) ท่ีพบวาชนเผาไทดาํ เยาและมูเซอดํา ตัดเยบ็ เส้อื ผา เครอื่ งแตงกายดว ยการเย็บมือ
โดยใชตะเข็บคูพับริมเชนเดียวกัน และตะเข็บเส้ือผามีคาแรงดึงขาดของตะเข็บสูงกวาเกณฑ
มาตรฐาน ดังน้ันตะเข็บจึงมีความแข็งแรงเพียงพอสําหรับเครื่องแตงกายทั่วไป 2) เคหะสิ่งทอ
ไดแก หมอนขวาน หมอนหนาวัวหรือหมอนทาว หมอนหก ผาหม ผาปูที่นอน และผาหนามุง
โดยเคหะสิ่งทอของลาวคร่ังจะมีการกําหนดลวดลายการทอ สําหรับการทําเคหะส่ิงทอแตละ
ประเภทโดยเฉพาะ ซึง่ ลวดลายที่ใชทําเคหะสงิ่ ทอจะมีความหมายเปนคตคิ วามเชือ่ แฝงอยูเ สมอ
การตัดเย็บเสื้อผาเครื่องแตงกายและเคหะส่ิงทอของลาวคร่ังใชการเย็บดวยมือ โดยใชตะเข็บคู
45
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
พับริมและการเย็บพันริม สีที่ใชในการทําลวดลายประกอบดวย สีแดง สีหมากสุกหรือสีสม สี
ซ่ิวหรือสเี ขียว สีเหลอื ง สดี ําและสีขาว
ขอเสนอแนะ
1. ผาทอโบราณของชาวลาวคร่ังอําเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ไดหายสาบสูญไป
เกือบหมดแลว ไมมีผูที่สามารถใหขอมูลถึงที่มาและความหมายของลวดลายผาไดเลย ดังนั้น
หนวยงานที่เก่ียวของควรมีนโยบายเรงดวนในการฟนฟูเอกลักษณทางวัฒนธรรมลาวครั่งของ
จังหวัดชัยนาท เชน การจัดต้ังพิพิธภัณฑผาทอลาวครั่งโบราณ เพื่อเปนแหลงรวบรวมลวดลาย
และรูปแบบผาทอลาวครงั่ ใหเปนแหลงเรยี นรสู าํ หรับคนรนุ หลัง และผูทีส่ นใจไดศกึ ษาเรยี นรู ทํา
ใหเ กดิ การหวงแหนอนุรักษแ ละสืบทอดตอ ไป
2. ผาทอของกลุมคนไทยเช้ือสายลาวคร่ัง ในอําเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี ยังคงมี
กระบวนการผลิตที่แสดงถึงภูมิปญญา ที่สืบทอดกันมาต้ังแตสมัยบรรพบุรุษ จึงควรชวยกัน
ปลูกฝงใหบุคคลในทองถิ่นและเยาวชนรนุ หลัง ไดตระหนักถึงคุณคา และชว ยกันอนุรักษฟนฟูให
ผาทอโบราณยงั คงอยตู อไป
3. ควรศกึ ษาเปรียบเทียบลักษณะลวดลายและรูปแบบผาทอลาวครั่ง ในจงั หวัดอื่น ๆ
เพื่อประโยชนตอการพัฒนารูปแบบผาทอลาวคร่ังใหมีความทันสมัยและเปนการอนุรักษศิลปะ
ผาทอลาวคร่งั ใหอ ยสู บื ไป
4. ควรศึกษาภูมิปญญาและวิถีชีวิตของชาวลาวครั่งในดานอ่ืนๆ เพ่ือเขาถึงการ
ดาํ รงชีวติ ของชาวลาวคร่งั จนกลายมาเปน ทม่ี าของการทอผาและลวดลายตางๆ บนผนื ผา
5. กติ ติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณ นางสาวจุฑามาศ คงประเสรฐิ นางสาวชญั ญานชุ เชี่ยวพิมลพร นางสาว
ทิพวรรณ เมธาวรากลุ และ นางสาวยุวรี ทองวชิ ัย ที่ชวยเก็บรวบรวมขอ มลู ในการวจิ ยั ครัง้ นี้
6. เอกสารอา งอิง
กรมสง เสริมวัฒนธรรม. (ม.ป.ป.). ผาทอไทครั่ง. สบื คนจาก
http://ich.culture.go.th/index.php/th/ich/traditional-craftsmanship/242-cloths/373--m-s.
แกวกุด่ัน. (8 กันยายน 2557). ผาทอไทยครั่ง บานทัพหลวง อุทัยธานี. สกุลไทยออนไลน, 934. สืบคนจาก
https://www.sakulthaionline.com/node/12639
ดารณี บุณยประสพ. (บรรณาธิการ). (2543). ลวดลายและลีสันบนผาทอพื้นเมือง. กรุงเทพฯ: อัมรินทร พริ้น
ติง้ แอนพับลชิ ช่ิง จํากดั (มหาชน).
ทรงพล ตวนเทศ. (2555). การศึกษาภูมิปญญาการทอผาพ้ืนเมืองของคนไทยเชื้อสายลาวคร่ัง ในจังหวัด
สุพรรณบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี. (ปรญิ ญานิพนธปรญิ ญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทร
วโิ รฒ, คณะศกึ ษาศาสตร. สืบคนจาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Art_Ed/Songphol_T.pdf
สุธีลักษณ ไกรสุวรรณ, ขจีจรัส ภิรมยธรรมศิริ และอบเชย วงศทอง. (2553). เส้ือผาชนเผาไทย: คุณภาพของ
เสอ้ื ผา ไทดํา มงนาํ้ เงนิ กระเหรี่ยง เยาและมูเซอดาํ . วารสารคหเศรษฐศาสตร, 53(2) : 5-17.
องคก ารบรหิ ารสว นจังหวดั อุทัยธาน.ี (2548). เอกสารชดุ แหลง เรียนรูและภูมปิ ญ ญาเมืองอุทัยธานี ผาทอลาย
โบราณบา นไร. อทุ ยั ธาน:ี นงลกั ษณก ารพิมพ.
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
ความคาดหวังของผูปกครองท่มี ตี อคุณภาพของผูเรยี น
ในสาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารจัดการสนิ คา แฟช่นั คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
Expectations of Parents on the Quality of Students in the Division of
Fashion Merchandising Technology, Faculty of Home Economics
Technology, Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
ศรัทธา แขง เพ็ญแข1* จฑุ าทิพ รตั นะนราพนั ธ1 ไตรถิกา พชิ ติ เดช1 และ ณฐั ชยา เปย แกว1
Sattha Khaengpenkhae1*, Jutatip Rattananarapan1, Tritika Pichitdej1
and Nutchaya Piakaew1
บทคดั ยอ
งานวจิ ัยนีม้ วี ัตถุประสงคเ พื่อศึกษาและเปรยี บเทยี บระดับความคาดหวงั ขอผปู กครองที่มี
ตอคุณภาพของผูเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น คณะเทคโนโลยีคหกรรม
ศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ใน 3 ดาน คือ ดา นความรแู ละทักษะในงาน
อาชีพ ดานคุณธรรม จริยธรรม ทัศนคติและคานิยมที่เหมาะสม และดานความรับผิดชอบตอ
สังคม การมีสว นรวมและการปรับตัวอยูในสังคมไดอ ยางมีความสขุ เกบ็ ขอ มูลจากผปู กครองของ
นักศึกษาช้ันปที่ 1-4 สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟช่ัน โดยใชแบบสอบถามท่ีผูวิจัย
จัดทําขึ้น วิเคราะหขอมูลโดยใชคารอยละ คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คา t-test และ
f-test ผลการวิจัยพบวา ความคาดหวังขอผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียนสาขาวิชา
เทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น มีคาเฉล่ียอยูในระดับมาก (4.05) ผลการเปรียบเทียบความ
คาดหวังของผูปกครองท่ีมีตอคุณภาพของผูเรียน โดยจําแนกตามขอมูลสวนบุคคล พบวา
ผปู กครองทม่ี ีระดับการศกึ ษาตางกนั มคี วามคาดหวงั ตอ คุณภาพของผเู รียน สาขาวชิ าเทคโนโลยี
การจัดการสนิ คาแฟช่นั แตกตา งกนั อยางมีนัยสําคญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดบั 0.05
คาํ สําคญั : ความคาดหวงั คณุ ภาพของผเู รียน เทคโนโลยกี ารจัดการสนิ คา แฟช่นั
ABSTRACT
47
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
This research aims to study and compare the level of expectations
asked parents on the quality of the learners in division of Fashion Merchandising
Technology, Faculty of Home Economics Rajamangala University of Technology
Phra Nakhon in three aspects: Knowledge and professional skills, attitudes moral
and appropriate of value, and social responsibility, participation and adaptation
1 สาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารจดั การสนิ คา แฟชนั่ คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
1 Fashion Merchandising Technology Program, Faculty of Home Economics Technology, Rajamangala
University of Technology Pra nakhon
*ผปู ระสานงานนพิ นธ E-mai: [email protected]
in society happily. The population is parents of learners 1-4 at the Fashion
Merchandising Technology Program. Used questionnaire prepared. Data were
analyzed by using percentage, mean, standard deviation and the t-test, f-test.
The research found that Expectations of Parents on Quality of learners in the
Division of Fashion Merchandising Technology, with a high level of averaging
(4.05). The result of comparing the expectations of parents on the quality of
learners classified by personal data was found that parents with different
educational levels. There are expectations for the quality of learners in division
of Fashion Merchandising Technology. Differences were statistically significant at
the level of 0.05
Keywords: Expectations, Quality of students, Fashion merchandising
technology
1. บทนาํ
จากการศึกษาจุดมุงหมายของแนวทางการปฏิรูปการศึกษาชวงทศวรรษท่ีสอง (พ.ศ.
2552-2561) ดังวิสัยทัศน ที่ตองการเห็นคนไทยยุคใหม ไดเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ ที่
ตองการใหมีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรูอยางเปนระบบ (สํานักงานเลขาธิการสภา
การศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2552) และตามพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2552
และที่แกไขเพมิ่ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2545 กําหนดใหม ีระบบการประกันคณุ ภาพการศึกษา เพ่ือ
พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบดวย ระบบการประกันคุณภาพ
ภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก กําหนดใหมีการจัดทํากรอบมาตรฐานคุณวุฒิ
ระดับอุดมศึกษาแหงชาติข้ึน เพื่อใหเปนไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษา และเพื่อเปนการ
ประกันคุณภาพของบัณฑติ ในแตละระดับคุณวุฒิ และสาขาวิชา รวมทั้ง เพ่ือใชเปนหลกั ในการ
จัดทํามาตรฐานดานตางๆ เพื่อใหการจัดการศึกษามุงสูเปาหมายเดียวกันในการผลิตบัณฑิตได
อยางมีคุณภาพ (สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, 2558) ซึ่งตามประกาศดังกลาวได
กําหนดใหสถาบันอุดมศึกษา พัฒนาหรือปรับปรุงรายละเอียดของหลักสูตรตามประกาศ
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
กระทรวงศึกษาธิการ วาดวยมาตรฐานคุณวุฒิตามระดับคุณวุฒิของแตละสาขา/สาขาวิชา โดย
จัดทํารายละเอียดของหลักสูตร รายละเอียดของรายวิชา และรายละเอียดของประสบการณ
ภาคสนาม และรายงานผลการดําเนินการของหลักสูตร โดยมีหัวขออยางนอยตามท่ี
คณะกรรมการการอดุ มศกึ ษากําหนด และดาํ เนินการจัดการเรียนการสอนตลอดจนการวัดและ
การประเมินผลเพื่อใหมั่นใจวา บัณฑิตมีคุณภาพของทุกระดับคุณวุฒิและสาขาวิชาตองเปนไป
ตามมาตรฐานผลการเรียนรูท่ีกําหนดและตองครอบคลุม 5 ดาน คือ ดานคุณธรรม จริยธรรม
ดา นความรู ดา นทักษะทางปญญา ดานทักษะความสัมพันธร ะหวางบุคคลและความรับผิดชอบ
ดานทักษะการวิเคราะหเชิงตัวเลข การสื่อสารและการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการ
กําหนดใหสถาบันอุดมศึกษาพัฒนาหรือปรับปรุงรายละเอียดของหลักสูตร โดยมีตัวบงช้ีการ
ประกันคุณภาพของหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และเกณฑการประเมิน ตามประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ และใหสถาบันอุดมศึกษาจัดใหมีการประเมิน เพื่อพัฒนาหลักสูตรอยาง
ตอเน่ืองอยางนอยทุก 5 ป โดยใหสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เผยแพรหลักสูตรที่
ดําเนินการไดมาตรฐานตามประกาศนี้ ตอสาธารณะตามหลักเกณฑท่ีคณะกรรมการการ
อุดมศึกษากําหนด และจากการศึกษาถึงจุดมุงหมายของแนวทางการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา พบวา ตองการใหคนไทยยุคใหมในยุคของการปฏิรูปการศึกษาชวงทศวรรษที่สอง
(พ.ศ.2552-2561) ท่ีตองการเห็นคนไทยไดเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ โดยมุงปฏิรูปการ
เรยี นรูอ ยางเปน ระบบ 3 ประเด็นหลกั คอื
1) การพัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษา และการเรียนรูข องคนไทย
2) การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรูอ ยางท่วั ถึงและมีคณุ ภาพ
3) การสง เสรมิ การมีสว นรว มของทกุ ภาคสวนของสงั คม
การจัดการศกึ ษาดว ยหลกั การปฏริ ปู การศึกษาในทศวรรษท่ีสองนมี้ ีความสอดคลอ งกบั
เจตนารมณข องพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหงชาติ โดยเฉพาะหมวดทีว่ า ดว ยการประกันคณุ ภาพ
การศึกษา ซ่ึงแนวทางการปรับปรุงการศึกษานั้น มี 4 ประการดวยกัน คือ การพัฒนาคุณภาพ
คนไทยยุคใหม การพฒั นาคณุ ภาพครยู ุคใหม การพฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษาและแหลง เรยี นรยู ุค
ใหม และการพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การใหม โดยมกี ารกําหนดเปา หมาย ยุทธศาสตร และ
ตวั บง ช้ีความสําเร็จไว ดังน้ี
1) การศึกษาไทยมีคณุ ภาพและไดม าตรฐานระดบั สากล
2) คนไทยใฝรู สามารถเรียนรไู ดดว ยตนเอง รักการอา น และแสวงหาความรอู ยาง
ตอเน่อื ง
3) คนไทยใฝดี มีคุณธรรม มีจิตสํานึกและคานิยมท่ีพึงประสงค เห็นแกประโยชน
สวนรวม มจี ติ สาธารณะ มวี ัฒนธรรมประชาธิปไตย
4) คนไทย คิดเปน ทําเปน แกปญหาได มีทักษะในการคิดและปฏิบัติ มี
ความสามารถในการแกปญหา มีความคิดริเร่ิมสรางสรรค มีความสามารถในการสื่อสาร
(วราภรณ, 2557)
คณะผูวิจัย จึงมีความสนใจท่ีจะศึกษาถึงระดับความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอ
คุณภาพการเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟช่ัน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ใน 3 ดาน คือ ดานความรู และทักษะในงานอาชีพ
49
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
ดา นคุณธรรม จริยธรรม ทัศนคตแิ ละคานยิ มที่เหมาะสม และดานความรับผิดชอบตอ สังคม การ
มีสวนรวมและการปรับตัวอยูในสังคมไดอยางมีความสุข โดยมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาและ
เปรียบเทียบระดับความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยี
การจัดการสินคาแฟช่ัน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
พระนคร จําแนกตามขอมูลสวนบุคคลของผูปกครอง เพ่ือนําผลการวิจัยมาใชเปนขอมูลสําหรับ
การกําหนดกลยุทธ หรือ ยุทธศาสตรในการบริหารหลักสูตร รวมถึงนําไปใชเปนขอมูลเพ่ือการ
พัฒนาวิสัยทัศน พันธกิจ และเปาหมายของสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น ให
สอดคลองกับความคาดหวังของผูเรียน ผูปกครอง ชุมชน สังคมและประเทศชาติ เพราะ
ผูปกครองเกิดความเช่ือม่ันในการจัดกิจกรรมการศึกษาไดตรงกับความคาดหวังของตนเอง
รวมถึงการใหความรวมมือในการสนับสนุนขอมูลเพื่อใชในการพัฒนาหลักสูตรและการจัด
กิจกรรมการเรยี นการสอนตอไป
2. ระเบียบวธิ ีวจิ ัย
2.1 สมมุตฐิ านการวิจยั
1) ความคาดหวังของผูปกครองท่ีมีตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยี
การจัดการสนิ คาแฟช่ัน อยูในระดับปานกลาง
2) ผูปกครองที่ขอมูลสวนบุคคลตางกัน (เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได)
จะมีความคาดหวงั ตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารจัดการสินคาแฟช่นั แตกตาง
กัน
2.2 กลุมตัวอยา งทใี่ ชในการวิจยั
กลุมตัวอยางท่ีใชในการวิจัยครั้งน้ี คือ ผูปกครอง 1 คน ตอนักศึกษา 1 คน รวม
จํานวน 73 คน โดยผูวิจัยไดแจกแบบสอบถามความคิดเห็นใหกับผูปกครองของนักศึกษา
สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟช่ัน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร ทกี่ ําลงั ศึกษาอยูในชนั้ ปท ี่ 1-4
2.3 เครื่องมอื ที่ใชใ นการวจิ ัย
ผูวิจัยไดสรางแบบสอบถามเกี่ยวกับความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของ
ผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร แบงออกเปน 2 ตอน โดย
ตอนท่ี 1 ขอมูลสวนบุคคลของผูปกครอง เปนแบบเลอื กตอบ ประกอบดวย เพศ อายุ
การศึกษา อาชพี และรายได
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียน
สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งเปนแบบมาตราสวนประเมินคา 5 ระดับ คือ มากท่ีสุด มาก
ปานกลาง นอย และนอยท่ีสุด โดยแบงการศึกษาออกเปน 3 ดานดวยกัน คือ (1) ดานความรู
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
และทักษะในงานอาชีพ (2) ดานคุณธรรม จริยธรรม ทัศนคติและคานิยมท่ีเหมาะสม (3) ดาน
ความรับผิดชอบตอสงั คม การมีสวนรวมและการปรับตัวอยูในสงั คมไดอ ยา งมีความสขุ พรอมท้ัง
ขอเสนอแนะเพิ่มเตมิ ท่ีเปนแบบคําถามปลายเปด
2.4 การวเิ คราะหขอมูล
ผูว จิ ัยใชโปรแกรมสาํ เร็จรปู SPSS ในการคิดคํานวณ วิเคราะหขอ มลู เพื่อเปรียบเทียบ
และนาํ เสนอผลการศกึ ษา
2.5 สถิติท่ีใชใ นการวเิ คราะหข อ มลู
ขอมูลตอนที่ 1 ขอมลู สวนบุคคลกําหนดใหใชคาความถ่ี และคารอยละ ขอมูลตอนท่ี
2 เปรียบเทียบความคาดหวังกําหนดใหใชคาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t-test
และ f-test
3. ผลการวจิ ยั
คณะผูวิจัย ไดแสดงผลการวิจัยออกเปน 3 ตอน โดยตอนท่ี 1 เปนผลการวิเคราะห
ขอมูลสวนบุคคลของผูตอบแบบสอบถาม แสดงผลเปนคาความถี่ และคารอยละ ดังแสดงใน
ตารางท่ี 1 สวนตอนที่ 2 เปนผลการวิเคราะหระดับความคาดหวงั ของผูปกครองท่ีมตี อคุณภาพ
ของผูเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟช่ัน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร แสดงผลเปนคาเฉลี่ย คาสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ดัง
แสดงในตารางตารางท่ี 2 และตอนท่ี 3 เปนผลการวิเคราะหความแปรปรวน และการ
เปรียบเทียบความคาดหวังของผูปกครอง ท่ีมีตอคุณภาพของผูเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีการ
จดั การสนิ คา แฟชั่น คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
จําแนกตามขอมูลสวนบุคคล แสดงผลเปนคาเฉล่ีย คาสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คา t-test และ
f-test ดังแสดงในตารางที่ 3-8
ตารางท่ี 1 ผลการวิเคราะหขอ มลู สวนบุคคลของผูตอบแบบสอบถาม
รายการ ผตู อบแบบสอบถาม (N = 73)
รอยละ
จํานวนคน
1. เพศ
ชาย 21 28.77
หญิง 52 71.23
2. อายุ 7 9.59
ตาํ่ กวา 40 ป 34 46.57
40 - 50 ป 29 39.73
51 - 60 ป 3 4.11
61 ปข น้ึ ไป 22 30.14
3. การศกึ ษา 41 56.16
ตํา่ กวาปรญิ ญาตรี
ปรญิ ญาตรี
51
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
สูงกวา ปรญิ ญาตรี 10 13.70
4. อาชีพ 15 20.55
34 46.57
ขา ราชการ/รฐั วิสาหกจิ 18 24.66
พนักงานบรษิ ทั เอกชน 6 8.22
ธรุ กจิ สว นตัว 16 21.92
รบั จาง/อาชพี อิสระ 25 34.24
5. รายได/เดอื น 22 30.14
นอ ยกวา 15,000 บาท 10 13.70
15,001 - 20,000 บาท
20,001 - 25000 บาท
มากกวา 25,000 บาท
จากตารางท่ี 1 พบวา ผูตอบแบบสอบถามสวนมาก เปนเพศหญิง (รอยละ 71.23) มี
อายุระหวาง 40-50 ป (รอยละ 46.57) มีการศึกษาระดับปริญญาตรี (รอยละ 56.16) มีอาชีพ
พนักงานบริษัทเอกชน (รอยละ 46.57) และมีรายได/เดือน 15,001-20,000 บาท (รอยละ
34.24)
ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหระดับความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียน
สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารจดั การสนิ คาแฟชนั่
ระดบั ความคาดหวงั ของผปู กครองทีม่ ตี อ N = 73 แปลผล
คุณภาพของผเู รียนดา นตา งๆ x S.D
1. ดานความรูแ ละทกั ษะในงานอาชีพ 4.12 0.316 อยูในระดับมาก
2. ดาน คุณ ธรรม จริยธรรม ทั ศน คติและคานิย ม 4.12 0.210 อยใู นระดบั มาก
ท่เี หมาะสม
3. ดา นความรบั ผดิ ชอบตอ สงั คม การมสี ว นรว ม และการ 3.92 0.247 อยูใ นระดับมาก
ปรบั ตวั อยูใ นสงั คมไดอยา งมคี วามสุข
รวม 4.05 0.147 อยใู นระดบั มาก
จากตารางท่ี 2 พบวา คาเฉล่ียรวม ความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของ
ผเู รยี น สาขาวิชาเทคโนโลยีการจดั การสินคาแฟชน่ั อยูในระดับมาก (4.05) โดยดานท่ีมคี าเฉลี่ย
สูงสุดเทากัน 2 ดาน คือ ดานความรูและทักษะในงานอาชีพ และดานคุณธรรม จริยธรรม
ทศั นคติและคานิยมทเ่ี หมาะสม (4.12)
ตารางที่ 3 ผลวิเคราะหความแปรปรวนของความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของ
ผเู รยี นสาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารจดั การสินคา แฟช่นั จําแนกตามเพศ
ความคาดหวงั ของ
T-test for Equality of Means
ผปู กครองท่มี ตี อ
Sig.(2-
คณุ ภาพของผูเรียน เพศ จํานวน Mean S.D. t tailed)
สาขาวชิ าเทคโนโลยี
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
การจัดการสินคา แฟช่นั
(1) ชาย 21 4.06 0.101 0.271 0.788
(2) หญิง 52 4.05 0.162
จากตารางท่ี 3 ผลจากการทดสอบทางสถิติ พบวา ผูปกครองท่ีมีเพศตางกัน จะมี
ความคาดหวังของตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น ไม
แตกตางกัน
ตารางที่ 4 ผลวิเคราะหความแปรปรวนของความคาดหวังของผูปกครองท่ีมีตอคุณภาพของ
ผเู รียน สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจัดการสินคา แฟชนั่ จําแนกตามอายุ
ความแปรปรวน df SS MS F Sig.
ระหวางกลุม
ภายในกลมุ 3 0.139 0.046 2.265 0.089
69 1.408 0.020
รวม 72 1.546
จากตารางท่ี 4 ผลจากการทดสอบทางสถิติ พบวา ผูปกครองที่มีอายุตางกัน จะมี
ความคาดหวงั ตอคณุ ภาพของผเู รยี น สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารจดั การสนิ คา แฟชนั่ ไมแตกตางกนั
ตารางท่ี 5 ผลวิเคราะหความแปรปรวนของความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของ
ผเู รยี น สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจดั การสนิ คาแฟชนั่ จาํ แนกตามระดับการศกึ ษา Sig.
ความแปรปรวน df SS MS F
ระหวา งกลมุ 2 0.191 0.095 4.923 0.010 *
ภายในกลุม 70 1.356 0.019
72 1.546
รวม
* มนี ัยสาํ คัญทางสถิตทิ ่รี ะดบั 0.05
จากตารางที่ 5 ผลจากการทดสอบทางสถิติ พบวา ผูปกครองท่ีมีระดับการศึกษา
ตางกัน จะมีความคาดหวังของตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคา
แฟช่นั แตกตางกันอยา งมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ 0.05
ตารางที่ 6 เปรียบเทียบความคาดหวังของผูปกครองท่ีมีตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชา
เทคโนโลยีการจดั การสินคาแฟช่ัน จาํ แนกตามระดับการศกึ ษา
53
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
ความคาดหวงั ของผูป กครอง
ที่มตี อคุณภาพของผเู รียน
สาขาวชิ า ระดบั การศกึ ษา จํานวน Mean S.D. (1) (2) (3)
เทคโนโลยีการจดั การ
สินคาแฟช่ัน
(1) ต่ํากวา ปรญิ ญาตรี 22 4.07 0.136 *
(2) ปรญิ ญาตรี 41 4.02 0.138 *
(3) สงู กวา ปรญิ ญาตรี 10 4.17 0.152
* มีนยั สาํ คญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05
จากตารางที่ 6 ผลจากการเปรียบเทียบ พบวา ผูปกครองท่ีมีระดับการศึกษาระดับ
ปริญญาตรี และสูงกวาปริญญาตรี จะมีความคาดหวังตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชา
เทคโนโลยกี ารจดั การสนิ คา แฟชน่ั แตกตางกันอยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิที่ระดับ 0.05
ตารางท่ี 7 ผลวิเคราะหความแปรปรวนของความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของ
ผเู รยี น สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจัดการสินคา แฟชนั่ ทั้ง 3 ดาน จําแนกตามอาชีพ
ความแปรปรวน df SS MS F Sig.
ระหวางกลมุ 3 0.009 0.003 0.134 0.940
ภายในกลมุ 69 1.537 0.022
72 1.546
รวม
จากตารางที่ 7 ผลจากการทดสอบทางสถิติ พบวา ผูปกครองที่มอี าชีพตางกนั มคี วาม
คาดหวังของตอคุณภาพของผเู รยี น สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจดั การสนิ คา แฟชน่ั ไมแ ตกตา งกนั
ตารางท่ี 8 ผลวิเคราะหความแปรปรวนของความคาดหวังของผูปกครองท่ีมีตอคุณภาพของ
ผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจดั การสินคาแฟชั่น จําแนกตามรายได
ความแปรปรวน df SS MS F Sig.
ระหวางกลุม 3 0.120 0.040 1.935 0.132
ภายในกลมุ 69 1.426 0.021
72 1.546
รวม
จากตารางที่ 8 ผลจากการทดสอบทางสถติ ิ พบวา ผูป กครองท่ีมีรายไดต างกัน มีความ
คาดหวงั ของตอ คณุ ภาพของผูเรียน สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจัดการสนิ คา แฟชน่ั ไมแตกตางกนั
4. สรุปผลและอภิปรายผล
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
เมอื่ พจิ ารณาผลจากการวเิ คราะหท างสถิติ เก่ยี วกับความคาดหวงั ของผปู กครองท่มี ีตอ
คณุ ภาพของผเู รยี น สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจัดการสนิ คาแฟช่นั คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จําแนกตามขอมูลสวนบุคคล พบวา ระดับความ
คาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟช่ัน
อยูในระดบั มาก ซงึ่ สูงกวาสมมตุ ิฐานทค่ี ณะผวู ิจัยกาํ หนดไว สอดคลองกบั ผลงานวิจัยของ สเุ ทพ
(2554) เรอื่ งความคาดหวังของผปู กครองนักเรียน นกั ศึกษาโรงเรยี นดรุณาราชบรุ ีพณิชยการ ตอ
คุณภาพผูเรียนตามเปาหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษท่ีสอง ผลการวิจัยพบวา ความ
คาดหวังของผูปกครองนักเรียน นักศึกษา โรงเรียนดรุณาราชบุรีพณิชยการ ตอคุณภาพผูเรียน
ตามเปาหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษท่ีสอง โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เชนเดียวกับ
ผลงานวิจยั ของ สมหมาย (2549) เรื่องความคาดหวังของผูปกครอง ท่ีมีตอคณุ ภาพของผูเรียน
โรงเรียนดานมะขามเตีย้ วิทยาคม สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1 ซ่ึงผลการวิจัย
พบวา ความคาดหวงั ของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียน โรงเรียนดานมะขามเตี้ยวิทยาคม
ในภาพรวมอยูในระดบั มากเชน กนั และเม่ือพิจารณาผลจากการทดสอบทางสถิติ เก่ียวกบั ความ
คาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น
คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จําแนกตาม เพศ
อายุ อาชีพ และรายได พบวา ความคาดหวังของผูปกครองท่ีมตี อคุณภาพของผูเรียน สาขาวิชา
เทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น ไมแตกตางกัน ซ่ึงไมเปนไปตามสมมุติฐานท่ีคณะผูวิจัย
กําหนดไว และในสวนผูปกครองที่มีระดับการศึกษาตางกัน จะมีความคาดหวังตอคุณภาพของ
ผูเรียน สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร แตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ซึ่งเปนไปตามสมมุติฐานท่ีคณะผูวิจัยกําหนดสอดคลองกับผลงานวิจัยของ มาโนช และคณะ
(2553) เรอื่ งความตอ งการของผูป กครองดานคุณภาพผูเ รยี นตามมาตรฐานการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
โรงเรียนภัทรดล อําเภอโพธิ์ชัย จังหวัดรอยเอ็ด ผลการวิจัยพบวา ผูปกครองนักเรียนท่ีมีระดับ
การศึกษา และอาชีพตางกันมีความตองการดานคุณภาพผูเรียนตามมาตรฐานการศึกษาขั้น
พื้นฐานท้ังในภาพรวมและรายมาตรฐานแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
สอดคลองกับ ลักษณะดานประชากรศาสตรที่ กิติมา (2541) อธิบายไววา การศึกษา
(Education) เปนลักษณะประการหน่ึงท่ีมีอิทธิพลอยางมาก การท่ีบุคคลไดรับการศึกษาที่
ตางกัน ในยุคสมัยท่ีตางกัน ในระบบการศึกษาที่แตกตางกัน สงผลใหมีความรูสึกนึกคิด
อดุ มการณและความตอ งการท่ีแตกตางกัน จึงทาํ ใหความคาดหวังของแตละบุคคลน้ัน แตกตาง
กันดวย
5. กิตตกิ รรมประกาศ
งานวิจัยฉบับน้ีสําเร็จลุลวงดวยดี เน่ืองจากคณะผูวิจัยไดรับความรวมมืออยางดีจาก
งานวิจยั และพัฒนา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการสินคาแฟชั่น
คณะผูวิจัยขอขอบคุณผูทรงคุณวุฒิ ท่ีสละเวลาในการใหคําปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือและการ
ดําเนินงานวิจัยในข้ันตอนตางๆ ทายสุดน้ีคณะผูวิจัยขอขอบคุณ สถาบันวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ที่ชวยกํากับ ดูแล ประสานงานและอํานวยความ
55
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
สะดวกใหกับนกั วจิ ัยเปน อยางดี คณะผูวิจยั รูสกึ ซาบซ้งึ ในความปรารถนาดีของทุกทานเปน อยา ง
ยง่ิ จงึ ขอขอบคณุ ไว ณ โอกาสน้ี
6. เอกสารอา งอิง
กิติมา สุรสนธิ. (2541). ความรูท างการส่ือสาร. กรุงเทพฯ: คณะวารสารศาสตรแ ละสื่อสารมวลชน
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.
มาโนช จุลสุคนธ และคณะ. (2553). ความตองการของผูปกครองดานคุณภาพผูเรียนตามมาตรฐาน
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โรงเรียนภัทรดล อําเภอโพธ์ิชัย จังหวัดรอยเอ็ด. [Online] เขาถึงไดจาก
http://gs.rmu.ac.th/rmuj/book/j4_2_012.pdf
วราภรณ เฉิดดิลก. (2557). หมวดหมู คุณภาพของผูเรียนท่ีสังคมปจจุบันคาดหวัง. [Online] เขาถึงไดจาก
http://krujukjun.wordpress.com/2012/11/02/quality/
สมหมาย ปราบสุธา. (2549). ความคาดหวังของผูปกครองที่มีตอคุณภาพของผูเรียน โรงเรียนดานมะขาม
เต้ยี วิทยาคม สาํ นกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษากาญจนบุรี เขต1. [Online] เขา ถึงไดจ าก
http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/snamcn/Sommai_Prabsutha/Full
text.pdf
สุเทพ โคฮดุ . (2554). ความคาดหวังของผูปกครองนักเรียน นกั ศึกษา โรงเรียนดรุณาราชบรุ ีพณิชยการ ตอ
คณุ ภาพผูเรียนตามเปาหมายการปฏริ ูปการศึกษาในทศวรรษท่ี 2. [Online] เขาถึงไดจาก
http://www.pvca-ri.com/myfile/060913102858_1.pdf
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2558). กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแหงชาติ พ.ศ.
๒๕๕๒. [Online] เขาถงึ ไดจ าก http://www.mua.go.th/users/tqf-
hed/news/FilesNews/FilesNews3/News328072552.pdf
สาํ นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ืองกรอบ
มาตรฐานคุณวุฒิระดบั อดุ มศึกษาแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๕๒. [Online] เขาถึงไดจาก
http://graduateschool.bu.ac.th/tqf/images/pdf/announce.pdf
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
การพัฒนาผลติ ภณั ฑธ ปู หอมจากเปลอื กมะนาว
The Development of Incense Sticks Product from Lime Skin
ศกั รินทร หงสร ตั นาวรกจิ 1* และ สกุ ัญญา จนั ทกลุ 1
Sakarin Hongrattanavorakit1 and Sukunya Jhantakul1
บทคดั ยอ
การศึกษา เร่ือง การพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือกมะนาวมีวัตถุประสงคเพ่ือ
ศึกษาขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตธูปหอมจากเปลือกมะนาว ศึกษาคณุ ภาพของธูปหอมจากเปลอื ก
มะนาว โดยการทดสอบทางดานประสาทสัมผัส ศึกษาความพึงพอใจที่มีตอธูปหอมจากเปลือก
มะนาวโดยผูศึกษาไดดาํ เนินการศึกษารวบรวมขอมูลท่ีเกี่ยวของและไดทาํ การทดลอง จํานวน 3
สูตร นําไปสอบถามผูเช่ียวชาญ จํานวน 3 ทาน เพื่อพิจารณาคัดเลือกสูตรและปริมาณน้ํามัน
หอมระเหยกล่ินมะนาวในระดับที่ตางกัน จากน้ันนําสูตรที่ผูเชี่ยวชาญเลือกมากท่ีสุดมาพัฒนา
ผลติ ภณั ฑธูปหอมจากเปลอื กมะนาวและสํารวจความคิดเห็นของกลุมเปาหมายจํานวน 100 คน
นําขอมูลท่ีไดมาวิเคราะหโดยใชคาความถ่ี คารอยละ นําเสนอในรูปแบบตารางประกอบความ
เรียงโดยมีผลการวเิ คราะห ดงั น้ี ผลการศีกษาพบวา
1. ผูเช่ียวชาญสว นใหญเลือกสูตรที่ 2 เหน็ วา มีควันนอย ติดไฟงา ย การคงรูปดี และ
ปรมิ าณน้ํามนั หอมระเหยกลิน่ มะนาวสูตรท่ี 2 เหน็ วา มกี ล่นิ หอมสดช่ืน ไมฉ นุ จนเกนิ ไป
57
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
2. ความพึงพอใจท่ีมีตอการพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือกมะนาวโดยรวมอยูใน
ระดับปานกลาง คดิ เปน รอยละ 53
คาํ สาํ คัญ: การพัฒนาผลติ ภณั ฑธปู หอม เปลือกมะนาว
Abstract
The objectives of the research were firstly to study the process in
making incense sticks product from lime skin secondly to find out the product
quality from sense perceptual test and lastly to survey the product satisfaction
level towards the product from the target group. The researcher studied and
tried out 3 mixtures of incense stick and assigned 3 lime essential oil fragrances
for 3 experts to choose the best one mixture and fragrance . The incense sticks
were made and brought to inquire for the satisfaction level from 100 people.
The collected data was determined and presented by frequency and
percentage. And the results were as follows:
1 สาขาวชิ าการบริหารธรุ กจิ คหกรรมศาสตร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Home Economics Business Administration Program, Faculty of Home Economics Technology,
Rajamangala University of Technology Phra Nakhon
*ผูประสานงานนิพนธ E-mail: [email protected]
1. The experts selected the second formula mixture of lime- skin
incense stick owing to less smoke, simply flammable and better remain shape
moreover they choose the second lemon essential oil fragrance because of
sweet and lively smell.
2. The totally satisfaction on product aspect were in medium level at
53 percent.
Keywords: The Development of Incense Sticks, Lime Skin
1. บทนาํ
คนไทยนํามะนาวมาเปนสวนผสมของอาหาร และเครื่องด่ืมหลากหลายชนิด การนํามาใช
ประโยชนมีมากมายมะนาวเปนพืชท่ีมีวิตามินซีสูงมากโดยวิตามินชนิดนี้จะชวยในการปองกันโรค
ลักปดลักเปด โรคหวัด และยับย้ังการเจรญิ เติบโตของไวรสั ในรางกาย นํ้ามะนาวมีความเปร้ียวมาก
จึงมีฤทธ์ิเปนกรด โดยปกติมะนาวมีฤดูกาลออกผลในชวงฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม และ
ราคามะนาวตกตํ่าขายไมไดราคา ทําใหชาวสวนไมเก็บมะนาว เพราะราคาถูกไมคุมคา กับคาแรงใน
การเก็บ มะนาวจะมีราคาแพง ในฤดูแลง เปลือกชั้นนอกของผลมะนาวมีลักษณะเหนียว มีตอม
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
นํา้ มัน กระจายอยทู ั่วไปตามผิว นํ้ามนั หอมระเหยมะนาวมอี งคประกอบทางเคมีในการใหก ล่ินทีเ่ ปน
เอกลกั ษณเฉพาะของมะนาว (วรรณ,ี 2545)
ธูปเปนสอ่ื อยา งหนง่ึ ทม่ี นุษยใ ชในการติดตอกบั ส่งิ ศักด์ิสทิ ธิ์ท่ีแตละคนมีความเชอื่ ถอื หรือ
กราบไหวเพ่ือระลึกถึงบรรพบุรุษ ใชประกอบพิธีทางศาสนา ธปู ในปจจุบันไดมีการพัฒนาดานสีสัน
กล่ิน และรูปรางทําใหผูบริโภคไดเลือกใชมากมาย นันทวัน (2545) กลาววาปจจุบันมีการนําธูปมา
ประยุกตกระบวนการผลิตเพ่ือนําไปใชใหมคี วามเปนอเนกประสงคมากขึ้น เชน การนําไปใชในการ
สรางบรรยากาศในสถานบริการสปา มีการนํานํ้ามันหอมระเหยมาใชเพื่อสนองความพอใจของ
ผูบ ริโภค ซ่ึงความตองการและความพึงพอใจทห่ี ลากหลายจงึ ทําใหเกดิ การนําวสั ดนุ ้าํ มนั หอมระเหย
ท่ีไดจากกระบวนการสังเคราะหขึ้นมาใชเพื่อลดตนทุนการผลิต เนื่องจากน้ํามันหอมระเหยท่ีเกิด
จากการสกัดจากพรรณไมธรรมชาติมีราคาสูง สงผลใหผลิตภัณฑธูปมีราคาสูงตามไปดวย การวิจัย
ของปทุมทิพย และนันทวัน (2554) ไดศึกษาการผลิตธูปหอมจากสารธรรมชาติเพ่ือศึกษาสารกอ
มะเร็งในควันธปู พบวาการนาํ กาวยางบงใชส าํ หรับการผลติ ธูปทาํ ใหเนียนขึ้นรูปไดงายและธูปที่ผลิต
จากน้ํามนั หอมระเหยธรรมชาตมิ ีปริมาณสารกอมะเร็งตา่ํ กวา นา้ํ มันหอมระเหยสังเคราะห จึงทําให
ธูปที่ผลิตจากสารธรรมชาติมีความปลอดภัยตอผูใชและเปนมิตรกับส่ิงแวดลอมมากกวาธูปที่ผลิต
จากการสังเคราะห จากปญหาดังกลาวทางผูวิจัยไดมีแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจาก
เปลือกมะนาว โดยเนนความปลอดภัยของผูใชเปนสําคัญ คือการนําผิวมะนาวมาเปนสวนผสมใน
การทาํ ธปู เพื่อเพ่มิ มูลคาใหก ับผวิ มะนาว
ผูวิจัยมีแนวคิดในการนําผิวมะนาวท่ีเหลือทิ้งมาเพิ่มมูลคาใหกับผลิตภัณฑธูปหอมจาก
เปลือกมะนาวธูปหอมในรูปแบบตางๆ เพื่อลดตนทุนในการผลิต และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ
ธูปหอมใหมีคุณภาพตรงตามความตองการของผูบริโภค และสงเสริมชุมชนในการประกอบอาชีพ
เสริมรายได และใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนเปนการนําทรัพยากรท่ีมอี ยูมากในทองถ่ินมาแปรรปู ให
เปนไปตามนโยบายของรฐั คือหน่งึ ตําบล หน่งึ ผลติ ภัณฑ
2. ระเบยี บวธิ วี จิ ัย
2.1วตั ถปุ ระสงค
1 ศกึ ษาข้ันตอนกรรมวิธกี ารผลิตธปู หอมจากเปลือกมะนาว
2 ศึกษาคุณภาพของธูปหอมจากเปลือกมะนาวโดยการทดสอบทางดานประสาท
สมั ผสั
3 เพือ่ ศึกษาความพึงพอใจทม่ี ีตอธูปหอมจากเปลือกมะนาว
2.2 ขอบเขตของการวิจยั
การวจิ ัยคร้ังนี้ เปนการศึกษาข้ันตอนกรรมวิธกี ารผลิตธูปหอมจากเปลอื กมะนาว แลว
ทดสอบคุณภาพโดยการทดสอบดานประสาทสัมผัส และนําไปสอบถามความพึงพอใจท่ีมีตอ
ธูปหอมจากเปลอื กมะนาว
1. ตัวแปรตน ไดแ ก ข้นั ตอนกรรมวธิ กี ารผลติ ธูปหอมจากเปลอื กมะนาว
2. ตัวแปรตาม ไดแก ความพงึ พอใจท่ีมตี อธปู หอมจากเปลอื กมะนาว
2.3 การทดลองสตู รธปู หอมจากเปลอื กมะนาว
การศึกษาเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือกมะนาว ผูวิจัยไดกําหนดสูตร
จาํ นวน 3 สูตร โดยไดนําสูตรรูปหอมของ โสภาพรรณ (2536) เปน สตู รพื้นฐาน ดงั นี้
59
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
จันทนเทศ 3 ถวยตวง
จันทนข าว 3 ถว ยตวง
ชลดู ขาว 2 ถว ยตวง
อบเชย 1 ชอนชา
ผวิ มะกรดู 1 ชอ นชา
พมิ เสนปน ¼ ชอนช
กํายานปนละเอียด 3 ชอ นชา
หวั นํ้าหอมกลนิ่ กระดังงา 2 ชอ นชา
ชะมดเช็ดทฆี่ าแลว เทา หัวไมขดี 2 ชอนโตะ
นํา้ อบไทย
จนั ทนเหนียว
สยี อมผา
ตารางที่ 1 สูตรทใี่ ชในการปรบั ปรงุ ธปู หอมจากเปลอื กมะนาว
เคร่ืองปรุง สูตรท่1ี สตู รท่ี2 สตู รที3่
210 กรัม
1. จันทนเ ทศ 210 กรมั 210 กรมั 210 กรมั
2. จนั ทนข าว 210 กรมั 210 กรมั 140 กรัม
3. ชลดู ขาว 140 กรมั 140 กรัม 75 กรมั *
4. เปลอื กมะนาว 114 กรัม 93 กรัม 1 ชอนชา
5. ผิวมะกรดู 1 ชอ นชา 1 ชอ นชา ½ ชอนชา
6. พมิ เสนปน ½ ชอ นชา ½ ชอนชา 3 ชอ นชา
7. กํายานปนละเอียด 3 ชอ นชา 3 ชอ นชา 60 กรมั *
8. จันทนเ หนียว 40 กรมั 50 กรมั
9. น้ําอบไทย 4 ถว ย
10. ชะมดเชด็ ท่ฆี า แลวเทาหวั ไมข ีด 4 ถวย 4 ถวย
การศึกษาขอมูลครั้งท่ี 1จากการสรุปความคิดเห็นของผูเช่ียวชาญ ที่มีตอการการ
พฒั นาผลติ ภณั ฑธูปหอมจากเปลือกมะนาว พบวา ผเู ชี่ยวชาญสว นใหญ เห็นวาสูตรท่ี 2 มีความ
เหมาะสมที่จะนํามาประดิษฐเ ปน ชิ้นงานมากท่ีสุด โดยผูเชี่ยวชาญใหความเห็นวา ควันนอย ติด
ไฟงาย การคงรูปดี เหมาะกับการใชงาน สีสวนใหญเปนสีเคมี ควรเปนสีธรรมชาติ และปน
รูปแบบตวั สตั ว โดยผเู ชีย่ วชาญใหความเห็นวา เพราะดแู ปลกตา นารัก
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
การศกึ ษาเรือ่ งการพัฒนาผลิตภณั ฑธ ูปหอมจากเปลอื กมะนาว ผูวจิ ยั ไดน าํ สูตรที่ 2 มา
ทดลองใชน าํ้ มันหอมระเหยกลนิ่ มะนาวในระดบั ท่ตี างกนั
ตารางท่ี 2 การทดลองใชน ํา้ มนั หอมระเหยกลนิ่ มะนาวในระดับทตี่ า งกนั
เครื่องปรงุ สูตรที่ 1 สตู รที่ 2 สตู รท่ี 3
210 กรัม
1. จนั ทนเทศ 210 กรัม 210 กรัม 210 กรมั
2. จนั ทนข าว 210 กรัม 210 กรมั 140 กรัม
3. ชลดู ขาว 140 กรมั 140 กรมั 93 กรัม
4. เปลือกมะนาว 93 กรัม 93 กรมั 1 ชอนชา
5. ผวิ มะกรูด 1 ชอ นชา 1 ชอนชา ½ ชอ นชา
6. พมิ เสนปน ½ ชอ นชา ½ ชอนชา 3 ชอ นชา
7. กาํ ยานปน ละเอยี ด 3 ชอนชา 3 ชอนชา 50 กรมั
8. จนั ทนเ หนียว 50 กรมั 50 กรัม 4 ถว ย
9. นา้ํ อบไทย 4 ถว ย 4 ถว ย
10. ชะมดเช็ดทีฆ่ า แลวเทาหวั ไมขดี 2 ชอนชา 3 ชอนชา 4 ชอ นชา*
11. นํา้ มนั หอมระเหยกล่ินมะนาว
การศึกษาขอมูลคร้ังท่ี 2 จากการสรุปความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญ ที่มีตอการการพัฒนา
ผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือกมะนาว พบวาสูตรท่ี 2 มีความเหมาะสมท่ีจะนํามาประดิษฐเปน
ชิ้นงานและการทดลองใชนํ้ามันหอมระเหยกล่ินมะนาวสูตรที่ 2 กล่ินมะนาวหอมสดชื่น ไมฉุน
จนเกินไป
3. ผลการวิจยั
ขอ มลู ทั่วไปของผูตอบแบบสอบถามจาํ นวน 100 คน พบวาผูตอบแบบสอบถามสวน
ใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 66 เพศชายคิดเปนรอยละ 34 อยูในชวงอายุ 31-35 ป คิด
เปนรอยละ 41 ชวงอายุ 21-25 ป คิดเปนรอยละ 27 ชวงอายุ 26-30 คิดเปนรอยละ 18 และ
ชว งอายุ 41 ป ข้ึนไป คดิ เปนรอ ยละ 14 สวนใหญม ีการศกึ ษาระดับปริญญาตรี คิดเปนรอ ยละ
45 ระดับตาํ่ กวาระดับปริญญาตรี คิดเปนรอยละ 27 ระดับปริญญาโท คิดเปนรอ ยละ 18 และ
ระดับปริญญาเอกคดิ เปน รอ ยละ 10 สว นใหญป ระกอบอาชพี นกั เรยี น/นกั ศึกษา คิดเปน รอยละ
27 รับราชการ คดิ เปน รอยละ 26 ธุรกจิ สว นตัว คดิ เปน รอ ยละ 24 รบั ราชการ คิดเปนรอ ยละ
10 พนักงานบริษัทเอกชน คิดเปนรอยละ 12 และพนักงานรัฐวิสาหกิจ คิดเปนรอยละ 11
สวนใหญมีรายไดตอเดือนมากกวา 15,000 บาท คิดเปนรอยละ 67 รายไดต่ํากวา 5,000
บาท คิดเปนรอยละ 16 รายไดตอเดือน 10,001-15,000 บาท คิดเปนรอยละ 9 และ
รายได10,001-15,000 บาท คิดเปน รอยละ 10
ตารางที่ 3 แสดงคาความถี่ และคารอยละ ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามท่ีมีตอการ
พัฒนาผลิตภณั ฑธ ปู หอมจากเปลอื กมะนาว
61
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
ขอ คาํ ถาม ขอ มลู ความถ่ี รอยละ
96 96
การรจู ักธปู หอมท่มี ีจําหนา ยในตลาดของผทู ดสอบ รจู ัก 34 34
ไมร จู กั 100 100
82 82
รวม 12 12
100 100
การใชธูปหอมชนิดแทงทม่ี จี าํ หนายในตลาด เคยใช 10 10
ไมเคยใช 48 48
รวม 42 42
0 0
ระดับความชอบกลิ่นหอมกอนจุดของผูทดสอบ ชอบมาก 0 0
ท่มี ตี อ ธูปหอมจากเปลือกมะนาว ชอบปานกลาง 100 100
ชอบนอ ย 10 10
ไมช อบ 62 62
เฉยๆ 28 28
รวม 0 0
0 0
ความรูสึกของผูทดสอบท่ีมีตอกลิ่นหอมของธูปหอม ชอบมาก 100 100
จากเปลือกมะนาว ชอบปานกลาง 24 24
ชอบนอย 68 68
ไมช อบ 8 8
เฉยๆ 0 0
รวม 0 0
100 100
ผทู ดสอบชอบกลิ่นหอมของธูปหอมจากเปลือกมะนาว ชอบมาก
ในขณะจุดอยูในระดบั ใด ชอบปานกลาง
ชอบนอย
ไมช อบ
เฉยๆ
รวม
ตารางที่ 3 (ตอ )
ขอคาํ ถาม ขอ มลู ความถี่ รอ ยละ
ผู ท ด ส อ บ ช อ บ สี ข อ ง ธู ป ห อ ม จ า ก เป ลื อ ก ม ะ น า ว ชอบ 93 93
(สีนํ้าตาลเปนสธี รรมชาตเิ กิดจากสวนผสมของธปู ) ไมช อบ 7 7
100 100
รวม เลก็ กวา น้ี 53 53
คว าม รูสึ ก ข อ งผู ท ด ส อ บ ท่ี มี ต อ ข น าด ธูป ห อ ม ใหญก วาน้ี 47 47
จากเปลือกมะนาว 100 100
จุดตดิ งาย 100 100
รวม จุดติดยาก 0 0
ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร จุ ด ติ ด ข อ ง ธู ป ห อ ม 100 100
จากเปลอื กมะนาว เวลา 1-2 ชว่ั โมง 90 90
เวลา 2-3 ชว่ั โมง 10 10
รวม
ลักษณะของการเผาไหมธ ปู หอมจากเปลือกมะนาว
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
รวม สดชื่นมาก 100 100
ค ว า ม รู สึ ก ข อ งผู ท ด ส อ บ ที่ มี ต อ ก ลิ่ น ธู ป ห อ ม สดชน่ื ปานกลาง 0 0
จากเปลอื กมะนาว สดช่ืนเลก็ นอย 79 79
ไมแพ 21 21
รวม แพ 100 100
อ า ก า ร แ พ ข อ ง ผู ท ด ส อ บ ท่ี เกิ ด จ า ก ธู ป ห อ ม ซอ้ื 93 93
จากเปลือกมะนาว ไมซ อ้ื 7 7
ไมแ นใ จ 100 100
รวม พงึ พอใจมาก 72 72
ถามีธูปหอมจากเปลือกมะนาวจําหนายในทองตลาด พงึ พอใจปานกลาง 13 13
ผูทดสอบจะซือ้ หรือไม พงึ พอใจนอ ย 15 15
100 100
รวม 53 53
ความพึงพอใจโดยรวมของผูทดสอบที่มีตอธูปหอม 63 63
จากเปลือกมะนาว 11 11
100 100
รวม
จากตารางที่ 3 แสดงขอมูลความคิดเห็นเก่ียวกับความพึงพอใจของผูตอบ
แบบสอบถามที่มีตอการพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือกมะนาว พบวา ผูตอบ
แบบสอบถามมีความพึงพอใจตอการรูจักธูปหอมที่มีจําหนายในตลาดของผูทดสอบ สวนใหญ
รจู ัก คิดเปนรอยละ 96 ไมรูจัก คิดเปนรอยละ 34 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอ
การใชธูปหอมชนิดแทงท่ีมีจําหนายในตลาด สวนใหญเคยใชคิดเปนรอยละ 82 ไมเคยใช คิด
เปนรอยละ 12 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอระดับความชอบกลิ่นหอมกอนจุดของผู
ทดสอบท่มี ีตอธปู หอมจากเปลือกมะนาว สว นใหญช อบปานกลาง คิดเปนรอยละ 48 ชอบนอย
คิดเปนรอยละ 42 ชอบมาก คิดเปนรอยละ 10 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอ
ความรูสึกที่มีตอกล่ินหอมของธูปหอมจากเปลือกมะนาว สวนใหญชอบปานกลาง คิดเปน
รอยละ 62 ชอบนอย คิดเปนรอยละ 28 ชอบมาก คิดเปนรอยละ 10 ผูตอบ
แบบสอบถามมีความพึงพอใจตอกลน่ิ หอมของธูปหอมจากเปลือกมะนาวในขณะจุดอยูในระดับ
ใด สวนใหญชอบปานกลางคิดเปนรอยละ 68 ชอบมาก คิดเปนรอยละ 24 ชอบนอย คิด
เปนรอยละ 8 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอสีของธูปหอมจากเปลือกมะนาว (สี
น้ําตาลเปนสีธรรมชาติเกิดจากสวนผสมของธูป) สวนใหญชอบ คิดเปนรอ ยละ 93 ไมชอบคิด
เปน รอ ยละ 7 ผตู อบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจตอ ความรูสึกทีม่ ตี อ ขนาดธูปหอมจากเปลอื ก
มะนาว สวนใหญคิดเห็นวาควรเลก็ กวา นี้ คิดเปนรอยละ 53 และคิดเห็นวาควรใหญกวานี้ คิด
เปนรอยละ 47 ผูตอบแบบสอบถามมคี วามพึงพอใจตอลักษณะของการจุดติดของธูปหอมจาก
เปลือกมะนาว สวนใหญคิดวาจุดติดงาย คิดเปนรอยละ 100 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึง
พอใจตอลักษณะของการเผาไหมธูปหอมจากเปลือกมะนาว สวนใหญการเผาไหมใชเวลา 1-2
ช่ัวโมง คิดเปนรอยละ 90 การเผาไหมใชเวลา 2-3 ชั่วโมง คิดเปนรอยละ 10 ผูตอบ
แบบสอบถามมคี วามพึงพอใจตอ กลิ่นธูปหอมจากเปลือกมะนาว สวนใหญรูสึกสดชื่นปานกลาง
63
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
คดิ เปน รอยละ 79 สดชื่นเลก็ นอย คิดเปน รอ ยละ 21 ผูตอบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจตอ
อาการแพผูทดสอบท่ีเกิดจากธูปหอมจากเปลือกมะนาว สวนใหญไมแพคิดเปนรอยละ 93 แพ
คิดเปนรอ ยละ 7 ผตู อบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจตอ การจําหนา ยธปู หอมจากเปลอื กมะนาว
ในทองตลาดผูทดสอบจะซื้อหรือไม สวนใหญซื้อ คิดเปนรอยละ 72 ไมซื้อ คิดเปนรอยละ
13 ไมแนใจ คิดเปนรอยละ 15 ผูตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจตอธูปหอมจากเปลือก
มะนาว สวนใหญพึงพอใจอยูในระดับปานกลาง คิดเปนรอยละ 53 อยูในระดับมาก คิดเปน
รอยละ 36 อยใู นระดบั นอย คิดเปน รอยละ 11
4. สรุปผลและอภปิ รายผล
4.1 สูตรท่ีใชในการพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือกมะนาวโดยผานความคิดเห็น
จากผูเช่ียวชาญพบวา สตู รท่ี 2 มคี วามเหมาะสมที่จะนํามาประดษิ ฐเปน ช้ินงานมากทีส่ ุด เพราะ
ควันนอย ตดิ ไฟงาย การคงรปู ดี เหมาะกับการใชงาน ไมค วรผสมสเี พราะสีสว นใหญเ ปนสเี คมธี ปู
ควรเปนสีธรรมชาติ และปนรูปแบบตัวสัตว เพราะดูแปลกตา นารักและการทดลองใชนํ้ามัน
หอมระเหยกล่ินมะนาวสูตรท่ี 2 กล่นิ หอมสดช่ืน ไมฉุนจนเกินไป ท้ังน้ีอาจเนื่องมาจาก ในการ
กําหนดสูตรธปู หอมจากเปลอื กมะนาวผูวจิ ัยไดเ ลือกใชส ว นผสมท่ไี ดมาจากธรรมชาติซึ่งในแตละ
สูตรไดกําหนดใหแตละสูตรมีความแตกตางของเปลือกมะนาว จันทนเหนียว และน้ํามันหอม
ระเหยกลิ่นมะนาว หากมีการใชสวนผสมท่ีมากเกินไปหรือนอยเกินไปอาจจะทําใหกล่ินธูปหอม
จากเปลอื กมะนาวโดยการทดสอบทางดานประสาทสัมผัส ไมม ีคุณภาพเทาท่ีควร สอดคลองกับ
นันทวัน (2545) ไดกลาววาการผลิตธปู ในอดีตจะไมใชน้ํามันหอมในการผลิต จะใชผงเนื้อไมท่ีมี
ความหอมจากธรรมชาติ เชน ผงเนื้อไมกฤษณา ผงเถาชะลูด ผงจันทนหอม ผสมกับยางไมห อม
เชน กํายาน มาใชใ นการฟน ธูป โดยมีไมไ ผเ ปนแกนหลกั การเผาไหมข องธปู ควนั ท่ไี ดจ ะมแี ตส งิ่
ท่ีไดจากการเผาไหมจากวัสดุธรรมชาติ และยังสอดคลองกับ สํานักงานมาตรฐาน
ผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (2553) ไดกลาววา ธปู หอม เปนผลิตภัณฑทีม่ ีขเ้ี ล่ือยหรือผงไมท่ีมีกลิ่น
หอมเปนสวนประกอบหลัก อาจเติมสมุนไพรหรือสวนผสมอ่ืนเพ่ือชว ยในการยดึ ติดกันและแตง
กล่ิน นําไปข้ึนรปู ใหมีรูปทรงตามตอ งการ เชน กา น ขด แทง รปู กรวย โดยอาจมีกานหรือไมมีก็
ได แลวนําไปทําใหแหงโดยใชความรอนจากแสงอาทิตยหรือแหลงพลังงานอ่ืน เมื่อจุดไฟแลวมี
กลิ่นหอมตามธรรมชาตจิ ากวตั ถุดบิ ทใ่ี ชทาํ หรอื สารปรุงแตง กล่นิ
4.2 ความพึงพอใจของผูตอบแบบสอบถามที่มีตอการพัฒนาผลิตภัณฑธูปหอมจาก
เปลือกมะนาว พบวา ผตู อบแบบสอบถามสวนใหญ รูจักธูปหอมท่ีมีจําหนายในตลาด และเคยใช
ธูปหอมชนดิ แทงท่มี วี างจาํ หนายในตลาด
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีระดับความพึงพอใจของกล่ินหอมกอนจุด และในขณะ
จุดธูปหอมจากเปลือกมะนาว ท้ังนี้อาจเน่ืองมาจากสวนผสมของผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลือก
มะนาวมีเปลือกมะนาว และผิวมะกรูดจึงทําใหมีกลิ่นที่สดชื่น ซึ่งสอดคลองกับ คมสัน (2551)
กลาววานํ้ามันมะนาวเปนนํ้ามันที่มีสรรพคุณในการฆาเชื้อและกระตุนประสาทไดดี ใชบรรเทา
อาการไขหวัด และยังสอดคลองกับ นันทวัน (2545) ไดกลาววานํ้ามันหอมระเหยจากมะกรูดมี
สรรพคณุ ชว ยผอนคลายความเครียด คลายความกังวล ทําใหจิตใจสงบน่งิ
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีระดับความพึงพอใจลักษณะของการจุดติดของธูปหอม
และระยะเวลาการเผาไหมธูปหอมจากเปลือกมะนาว ท้ังนี้อาจเนื่องมาจากสวนผสมของธูปหอม
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท่ี 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
จากเปลือกมะนาว เชน จันทนเทศ จันทนขาว ชลูดขาว เปลือกมะนาว ผิวมะกรูด และจันทน
เหนียว เปนวัสดุธรรมชาติ กอนนํามาเปนสวนผสมของธูปจะมีการทําใหแหงสนิท และบดให
ละเอียดนํามาคลุกเคลา และปนออกมาเปนธูปและนําไปผานการอบลมรอนหรือตากแดดจนแหง
เพื่อใหธูปยึดติดกันอยางดี ไมมีรอยราวหรือแตกหัก และไมมีฝุนธูป ซึ่งสอดคลองกับสํานักงาน
มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (2553) คุณลักษณะของธูป ตองจุดติดไฟไดงาย สวนที่เปนเน้ือ
ธปู ตองเผาไหมต ดิ ตอกันไดจ นหมด และสอดคลองกับ นนั ทวัน (2554) กลาววาการผลิตธูปในอดีต
จะไมใชนํ้ามันหอมในการผลิต จะใชผงเนื้อไมที่มีความหอมจากธรรมชาติ เชน ผงเน้ือไมกฤษณา
ผงเถาชะลูด ผงจันทนหอม ผสมกับยางไมหอม เชน กํายาน มาใชในการฟนธูป โดยมีไมไผเปน
แกนหลัก การเผาไหมข องธปู ควันท่ีไดจ ะมีแตส ิง่ ท่ไี ดจ ากการเผาไหมจากวัสดุธรรมชาติ
ผตู อบแบบสอบถามสวนใหญมีระดับความพึงพอใจและคาดวาจะซ้อื ธปู หอมจากเปลือก
มะนาวถามีจําหนายในทองตลาด ท้ังน้ีอาจเน่ืองมาจากผูตอบแบบสอบถามสวนใหญคิดวา ธูปที่
ผลิตจากสารธรรมชาติมีความปลอดภัยตอผูใชและเปนมิตรกับส่ิงแวดลอมมากกวาธูปท่ีผลิตจาก
การสังเคราะห สอดคลองกับงานวจิ ัยของปทมุ ทิพย และนนั ทวนั (2554) ไดศึกษาเรื่อง การผลิต
ธูปหอมจากสารธรรมชาติเพื่อศึกษาสารกอมะเร็งในควันธูป พบวาธูปท่ีผลิตจากสารธรรมชาติมี
สารกอ มะเร็งนอ ยกวา ธปู ที่ผลติ จากสารสังเคราะห
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจตอธูปหอมจากเปลือกมะนาว สวนใหญ
พึงพอใจอยูในระดับปานกลาง ทั้งน้ีอาจเนื่องมาจาก ผูตอบแบบสอบถามบางคนอาจไมชอบกล่ิน
ธูปหอมจากเปลือกมะนาว ปริมาณขนาดธูปหอมจากเปลือกมะนาว และมีบางคนอาจจะแพกล่ิน
ดวยเหตุนอี้ าจสง ผลใหมคี วามพงึ พอใจตอ ธปู หอมจากเปลือกมะนาว อยใู นระดับปานกลาง
5. กิตติกรรมประกาศ
การศึกษาเร่ืองการพฒั นาผลิตภัณฑธูปหอมจากเปลอื กมะนาว สาํ เร็จลลุ วงดวยดีจาก
การสนับสนุนงบประมาณเงินรายไดคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลพระนคร ประจําป พ.ศ. 2559 และใหความอนุเคราะหในการใชสถานที่ เครื่องมือ
เครื่องใชอุปกรณตางๆ ขอขอบคุณผูตอบแบบสอบถามทุกคน รวมถึงคณาจารย นักศึกษา
สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร ทค่ี อยชว ยเหลือในการเกบ็ ขอ มลู เครอื่ งมือวจิ ยั
6. เอกสารอางองิ
คมสนั หุตะแพทย. (2551). การสกดั น้ํามันหอมระเหย การใชประโยชนแ ละการทาํ ผลติ ภัณฑนํ้ามนั หอมระเหย.
พิมพค รง้ั ท่ี 2. กรุงเทพฯ : สาํ นักพมิ พเ กษตรกรรมธรรมชาต.ิ
นันทวนั กล่ินจําปา. (2545). เครือ่ งหอมไทย ภมู ปิ ญ ญาไทย. กรุงเทพฯ : สํานกั พิมพซีเอด็ ยูเคชั่น.
ปทุมทิพย ตนทับทิมทอง และนันทวัน กลิ่นจําปา. (2554). การผลิตธูปหอมจากธรรมชาติเพื่อศึกษาสารกอ
มะเร็งในควนั ธปู . (งานวิจัย. มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ).
วรรณี มาวิมล. (2545). การพัฒนากรรมวิธีการผลิตมะนาวผงและการประเมินอายุการเก็บรักษา.
(วิท ย านิ พ น ธป ริญ ญ าโท . สาข าวิชาเท คโน โลยีชีวภ าพ ภ าควิชาเท คโน โลยีชีวภ าพ .
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร) .
สาํ นักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอ ุตสาหกรรม. (2553). มาตรฐานผลติ ภัณฑชุมชน ธูปหอม. กรงุ เทพฯ สํานักงาน
มาตรฐานผลติ ภณั ฑอตุ สาหกรรม.
โสภาพรรณ อมตะเดชะ. (2536). เคร่ืองหอมและของชํารว ย. กรุงเทพฯ : ศรสี ยามการพิมพ.
65
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
การออกแบบและพฒั นาผลิตภณั ฑจากผาใยกลว ยดว ยการพมิ พแบบกราฟก
และตกแตงนวตั กรรมนาโน สกู ารพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชงิ พาณชิ ย
Design and Development of Banana Fiber Textiles with Graphic
Printing and Decoration Nano Innovation to the Economic
Communities Commercial
ประพาฬภรณ ธีรมงคล1* อชั ชา หัทยานานนท1 บษุ รา สรอยระยา 2
ก่งิ กาญจน พิจักขณา3 และ ดรณุ รตั น พกิ ุลทอง3
Praparnporn Theeramongkol1*, Autcha Hattayananont1, Bussara Sioyraya2
Kingkarn Pijukkana3 and Darunrat Pigunthong3
บทคัดยอ
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
การวจิ ยั คร้ังนเี้ ปนการออกแบบและพฒั นาผลติ ภณั ฑจ ากผา ใยกลวยดวยการพมิ พแ บบ
กราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน สูการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชิงพาณิชย มีวัตถุประสงค 1)
ศึกษาขอมูลพ้ืนฐานของคุณสมบัติผาใยกลวยธรรมชาติ เทคโนโลยีนาโนและการออกแบบ
กราฟกบนผลิตภัณฑอุตสาหกรรม 2) เพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวย
ธรรมชาติ 3) เพื่อจัดทําตนแบบผลิตภัณฑจากผาใยกลวยธรรมชาติ 4) ประเมินความพึงพอใจ
ของผูบริโภคที่มีตอการใชงานของผลิตภัณฑจากผาใยกลวย 5) เพ่ือถายทอดการออกแบบ
ผลิตภัณฑจากผาใยกลวยธรรมชาติดวยการพิมพแบบกราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน สูการ
พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชงิ พาณิชย เพอ่ื เปน ประโยชนในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑต อไป
ผลการวิจัย ดังนี้ 1) ผาใยกลวยตกแตงนวัตกรรมนาโน สามารถตานเชื้อแบคทีเรีย
staphylococcus ไดท่ี 99.95 % และเช้ือแบคทีเรีย klebsiella pneumonia ไดที่ 99.93 %
และการสะทอนนํ้า / กันน้ํา ไดในระดับรอยละ 80 ซึ่งน้ําจะสามารถเปยกและซึมลงผาได
เล็กนอย 2) ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีความพึงพอใจของผูบริโภคท่ีมีตอการใชงานของ
ผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพแบบกราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน มีคาเฉล่ียรวมท่ี
4.91 คิดเปน รอยละ 98.24 ไดรับความพึงพอใจอยูในระดับมากที่สุด 3) ดําเนินการถายทอด
เทคโนโลยี โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการระยะเวลาในการอบรมเชิงปฏิบัติการ จํานวน 2 วัน ใน
วันที่ 17 – 18 กันยายน 2559 ณ สํานักงานเทศบาลตําบลเจดีย ตําบลเจดีย อําเภออูทอง
จังหวัดสุพรรณบุรี จํานวน 25 คน ไดแก วิสาหกิจชุมชน กลุมแมบานตางๆ และผูสนใจภายใน
พ้นื ทโ่ี ดยรอบ ผเู ขา อบรมสวนใหญมคี วามพงึ พอใจอยูในระดบั มากท่ีสดุ ในทุกประเด็นคําถาม
คําสาํ คัญ : การออกแบบผลติ ภัณฑ การพมิ พก ราฟก ผาจากใยกลวย นวตั กรรมนาโน
1 สาขาวชิ าออกแบบแฟช่ันผาและเคร่ืองแตง กาย คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
1 Fashion and Apparel Design Program, Home Economics, Rajamangala University of Technology Pra nakhon
2 สาขาวิชาคหกรรมศาสตร คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
2 Home Economics Program, Home Economics, Rajamangala University of Technology Pra nakhon
3 สาขาวชิ าการออกแบบผลิตภณั ฑอ ุตสาหกรรม คณะสถาปต ยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
3 Industrial Product Program, Architecture and Design, Rajamangala University of Technology Pra Nakhon
* ผปู ระสานงานนิพนธ E-mail: [email protected]
ABSTRACT
This research is design and development of banana fiber textiles with
graphic printing and decoration Nano innovation to the Economic Communities
Commercial. The results were found that Innovative nano-fiber cloth decorated
banana fabric can be antibacterial at 99.95% and staphylococcus bacteria
klebsiella pneumonia at 99.93% and water reflection / water level of 80
percent water, which can be absorbed into the cloth and wet it a bit. The
mostly respondents were all have been satisfied at maximum average and
highest level of satisfaction that with an average 4.91 percent to 98.24
satisfaction is at the highest level. Execution Technology, The workshop
schedule for the two days workshop on 17 - 18 September 2559 at the Chedi
67
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
district office in Suphanburi province, Thailand, 25 people. Most of the
participants were satisfied with the level, in graphics and decorative
nanotechnology innovation, most every question.
Keywords: Products Design, Graphic Printing, Banana Fabric, Nano Innovation
1. บทนาํ
งานวิจัยโครงการการออกแบบและพฒั นาผลติ ภณั ฑจากผาใยกลวยธรรมชาตสิ ูการพัฒนา
เศรษฐกิจชุมชนเชิงพาณิชยน้ี ผูวิจัยมีความตั้งใจในการนําผาทอจากใยกลวยน้ีไปสูการออกแบบ
และพัฒนาเปนผลิตภัณฑท่ีมีความพิเศษกวางานออกแบบทั่วๆ ไปคือ การนําลวดลายกราฟกสไตล
โมเดิรนมาพมิ พดว ยเคร่อื งพิมพเฉพาะทางในรูปแบบกราฟก ท่ีทันสมยั โดยการออกแบบและพฒั นา
รูปแบบภาพกราฟกใหม ีความนําสมยั นิยมในปจจุบนั เพ่ือสงเสริมภาพลักษณ และปรับโฉมของผา
เสน ใยธรรมชาตใิ หม ีสีสนั ทีน่ า สนใจกวาเดมิ ซ่งึ เปน การสง เสริมการขายเขาสกู ลุมผูซ ื้อไดห ลากหลาย
ทุกเพศทุกวัยไดอยางลงตัว ซึ่งการออกแบบกราฟกน้ัน เปนสวนหน่ึงของการออกแบบส่ือสาร
(Communication Design) หรือ การออกแบบทัศนศิลป (Visual Design) คือ การออกแบบที่
สอื่ สารขอมูลโดยมองเห็นโดยสายตา การประกาศสิ่งตางๆ ใหผูรบั สารรับรูไดโดยเรว็ กราฟกดีไซน
คือกระบวนการสรางสรรคอันเกิดจากการผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีเพื่อใชในการสื่อสาร
ความคิดออกไป องคประกอบหลักๆ ก็คือการใชภาพและตัวอักษร หากจะแบงประเภทของงาน
ออกแบบกราฟกแลวน้ันสามารถแบงเปนหลักๆ ไดคือ ส่ิงพิมพทั่วไป (Print) หนังสือ (Book)
นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ (Editorial Design) กราฟกบนผลิตภัณฑและบรรจุภัณฑ (Graphic
on Product and Packaging) งานออกแบบที่ เก่ี ยวกั บตั วอั กษร (Typographic Design,
Lettering, Type Design) ตราสัญลักษณ โลโก และเครื่องหมาย (Trademark, Logo, Symbol,
and Iconography) การออกแบบอัตลักษณ (Identity Design) กราฟกเพื่อสภาพแวดลอม
(Environmental Graphic Design) การออกแบบสื่อเคล่ือนไหว (Motion Graphic Design) การ
ออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ (New Media and Interactive) การออกแบบเชิงขอมูล (Information
Graphic Design) การออกแบบกราฟกส่ือผสมอื่นๆ ซึ่งในงานวิจัยน้ีมุงเนนเฉพาะการออกแบบ
กราฟกบนผลิตภัณฑเทานั้นเพื่อใหสอดคลองกับหัวขอและวัตถุประสงคของการวิจัยดังกลาวเพื่อ
เชื่อมโยงกับการออกแบบผลิตภัณฑอุตสาหกรรม และในการวิจัยน้ีผูวิจัยไดมีแนวคิดในการนํา
นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีเขามาผสมในเน้ือผาทอเพื่อแกไขปญหาเช้ือราหรือความช้ืนที่มักเกิด
ขน้ึ กับผาทอจากใยธรรมชาติ และเพ่ือเพ่ิมมูลคาใหกับผลิตภัณฑอีกดวย ท้ังน้ี นักวิจัยศึกษาขอมูล
พื้นฐานของคุณสมบัติผาใยกลวยธรรมชาติ เทคโนโลยีนาโนและการออกแบบกราฟกบน
ผลิตภณั ฑอุตสาหกรรม ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวยธรรมชาติ จดั ทําตนแบบ
ผลิตภัณฑจากผาใยกลวยธรรมชาติ และประเมินความพึงพอใจของผูบริโภคท่ีมีตอการใชงาน
ของผลติ ภัณฑจากผา ใยกลวย
2. ระเบียบวิธวี จิ ัย
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
การวิจัยเร่ืองการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพแบบ
กราฟกและตกแตง นวัตกรรมนาโน สูการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชงิ พาณชิ ย
2.1 เคร่ืองมอื ในการวจิ ยั
2.1.1 การสํารวจและศึกษารูปแบบกายภาพ คุณลักษณะของผาใยกลวย
ธรรมชาติ
2.1.2 ศกึ ษากระบวนการออกแบบลวดลายกราฟก และกรรมวิธกี ารพิมพล งบนผา
จากใยกลวยธรรมชาติ
2.1.3 สรา งผลติ ภณั ฑต นแบบ
2.1.4 การประเมินผลดานการออกแบบและความพึงพอใจของผูใชงานโดยใช
คา สถิติ รอ ยละ และคาเฉล่ีย ประกอบดวย
ตอนท่ี 1 ขอมลู พน้ื ฐานของผบู รโิ ภค เพศ อายุ อาชพี การศกึ ษา รายได
ตอนที่ 2 สอบถามความพงึ พอใจของผูบริโภค
2.1.5 ดําเนินการถา ยทอดแกช ุมชนทส่ี นใจ
2.1.6 การประเมินผลความพึงพอใจของผูเขารับการอบรมตอการออกแบบและ
พัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพแบบกราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน สูการ
พฒั นาเศรษฐกิจชุมชนเชงิ พาณชิ ย
3. ผลการวจิ ัย
3.1 กระบวนการออกแบบลวดลายกราฟกและกรรมวิธีการพิมพลงบนผาจากใย
กลว ยธรรมชาติ
คณะผูวิจัยลงพ้ืนท่ีเพ่ือเก็บขอมูลและตัวอยางผลิตภัณฑกระเปาท่ีมีจําหนายตาม
ทองตลาด เพื่อนํามาออกแบบกระเปา ออกแบบลวดลายกราฟกเพื่อใชพิมพลงบนผาใยกลวย
โดยมคี วามคิดจากการรอ ยเรยี งเสนมาตอ ๆ กันใหเ กิดความทันสมยั มีความพลิ้วไหวของเสน สาย
มีความเคลอื่ นไหวจากเสนโคง ทาํ ใหเมื่อมองแลวรสู ึกสบายตา เปรยี บเสมือนการนําเสน ใยกลว ย
มาเรยี งตอ กัน ถกั ทอจนเปนผนื ผา สีทน่ี ํามาใชนน้ั จะเปน สีโทนพาสเทล ตามแนวโนมสีป 2017
ซงึ่ สามารถนําเฉดสตี างๆ มาประยุกตใชกบั งานตา งๆ ได ตามทีไ่ ดอ อกแบบและลงสีใน
กระบวนการออกแบบมาแลวนั้น ทาํ ใหลวดลายกราฟกนสี้ ามารถดไู ดบอย ไมรสู ึกเบ่อื เมือ่ นํามา
พิมพลงบนผาและพัฒนาเปน ผลิตภัณฑ สงผลใหผลิตภัณฑน้ัน ดูทันสมัย เหมาะสมกับเพศและ
อายขุ องผูใ ชงาน รวมถงึ โอกาสการใชงานผลิตภณั ฑอีกดวย ดงั ภาพที่ 1
69
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
ภาพที่ 1 PANTONE แนวโนมสีป 2017
ที่มา: http://www.fashiontrendsetter.com/
3.1.1 แบบรางลวดลายสาํ หรบั พิมพ ออกแบบโดยใชโปรแกรมสาํ เรจ็ รปู และแบบ
รางการลงสีลวดลายกราฟก ตนแบบโดยใชแ นวโนมสี 2017 ดังภาพท่ี 2 – 3
ภาพท่ี 2 แบบรางลวดลายกราฟก และลายกราฟกตน แบบท่ลี งสี สาํ หรบั พิมพลงบนผา ใยกลวย
ภาพที่ 3 สที คี่ ัดเลือกแลว สาํ หรบั ใชพ ิมพล งบนผาใยกลว ย
3 .1.2 ก ารพิ ม พ แ บ บ Sublimation ห รือ Transfer จําเป น ต องใชห มึ ก
Sublimation คือ หมึกสีที่เกิดจากการสังเคราะห สามารถดูดซับไดดีในผาท่ีมีสวนผสมของ
เสนใยสังเคราะหรวมอยู เชน ผา TC (cotton ผสม poly) ผา TK (poly100%) รวมไปถึงผา
กีฬาทผ่ี ลิตจากเสน ใยสังคราะห polyester โดยตรง ย่งิ ผาที่มี poly มากจะสามารถดดู ซบั สจี าก
หมึก sublimation ไดดี โดยงานวิจัยนี้ผูวิจัยใชผาใยกลวย ซึ่งเปนผา ใยธรรมชาติจงึ มคี ุณสมบัติ
เหมาะสมกบั การพิมพ ดังภาพท่ี 4
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
เครอ่ื งพิมพก ระดาษ Sublimation หรือ Transfer
เครอื่ งพมิ พผ า แบบ Sublimation หรือ Transfer และ นํ้าหมึก Sublimation
ภาพท่ี 4 กระบวนการพิมพล ายกราฟก ดวยเครือ่ งพิมพแบบ Sublimation หรือ Transfer
ท่ีมา: http://www.27begin.com/pinncreativespace/
3.1.3 กระบวนการออกแบบกระเปาจากผา ใยกลวย
จากท่ีไดลงพื้นท่ีสํารวจรูปแบบกระเปาที่มีจําหนายตามทองตลาด ไดรวบรวม
ขอมูลและออกแบบ จากน้ันใหผูเช่ียวชาญคัดเลือกแบบท่ีมีความเปนไปไดในการเขาสู
กระบวนการผลิต และเพิ่มชองทางในการสรางมูลคาใหแกผาใยกลวย จํานวน 5 แบบราง คือ
กระเปาถือสตรี จํานวน 4 แบบ (กระเปาสะพายขาง กระเปาสะพายหลัง กระเปาคลองแขน
และกระเปา ถือ) และ กระเปา เดินทาง จํานวน 1 แบบ ดังภาพท่ี 5
แบบที่ 1 แบบที่ 2 แบบที่ 3 แบบท่ี 4 แบบท่ี 5
ภาพท่ี 5 แบบรา งกระเปา
3.1.4 การตกแตงผา ใยกลวยดว ยนวตั กรรมนาโน
71
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
ในงานวิจัยนี้ไดนําผาใยกลวยพิมพลายกราฟกแลวนั้นไปเคลือบสารนาโนดวย
เครื่องบีบอัดสารตกแตงสําเร็จ ที่ชวยยึดสารยับย้ังเช้ือแบคทีเรีย (Anti-Bacterial) และการ
สะทอนน้ํา/กันนํ้า ใหติดกับผืนผาดขี ึ้น กอนนําไปผลิตเปน ผลิตภัณฑกระเปาถือสตรี จากน้ันจึง
นําไปทดสอบประสิทธิภาพของการยับยั้งเช้ือแบคทีเรีย (Anti-Bacterial) และการสะทอนน้ํา/
กันนํ้า ดังภาพท่ี 6 – 8
ภาพที่ 6 เครื่องบีบอดั สารตกแตง สําเร็จ
ภาพที่ 7 ปฏิกิรยิ าการสะทอ นนํ้า / กนั นาํ้
ท่มี า : https://startupfashion.com/tag/textile-sourcing/jessica bucci, 2013
ภาพท่ี 8 ภาพจําลองปฏกิ ริ ิยาการยับยัง้ เชือ้ แบคทีเรีย
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
ทีม่ า :
https://stonybrook.digication.com/michael_santana/Final_Paper_Antimicrobial_Effects_of_Silve
r_Nanopa,2016
3.1.5 สรางผลติ ภัณฑตน แบบ
จากแบบรางทไ่ี ดร ับการออกแบบและคัดเลอื กมาแลว จึงนาํ ไปผลติ เปนผลติ ภณั ฑ
ตน แบบ โดยใชผา ใยกลว ยพิมพล ายกราฟก ตกแตงดวยนวตั กรรมนาโน ดังภาพที่ 9
ภาพท่ี 9 ผา ใยกลวยพมิ พล ายกราฟก ตกแตงดว ยนวตั กรรมนาโน
นําผาที่ผานการตกแตงดวยนวัตกรรมนาโน และการพิมพลายกราฟกดวย
นวัตกรรม Sublimation ไปผลิตเปนผลิตภัณฑผาใยกลวยตนแบบพิมพลายกราฟก จํานวน 5
แบบ คือ กระเปาถือสตรี จํานวน 4 แบบ (กระเปาสะพายขาง กระเปาสะพายหลัง กระเปา
คลอ งแขน และกระเปา ถือ) และ กระเปา เดนิ ทาง จํานวน 1 แบบ ดงั ภาพท่ี 10–14
ดา นหนา ดานขาง ดา นหลงั
ภาพที่ 10 กระเปา ถอื สตรี แบบกระเปาสะพายขา ง
73
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
ดานหนา ดานขาง ดานหลงั
ภาพที่ 11 กระเปา ถือสตรี แบบกระเปา สะพายหลงั
ดานหนา ดานขาง ดานหลงั
ภาพที่ 12 กระเปา ถือสตรี แบบกระเปาคลองแขน
ภาพที่ 13 กระเปาถอื สตรี แบบกระเปาถอื
ภาพท่ี 14 กระเปาเดนิ ทาง
3.2 ประเมนิ ความพงึ พอใจของผบู ริโภคที่มีตอ การใชงานของผลิตภณั ฑจ ากผา ใยกลว ย
ดว ยการพิมพแบบกราฟกและตกแตง นวัตกรรมนาโน
3.2.1 ผลการวเิ คราะหข อ มูล
จากการวิจัยเร่ืองการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพ
แบบกราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน สูการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชิงพาณิชย ผูวิจัยทําการ
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปที่ 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
ออกแบบลวดลายกราฟก และออกแบบกระเปา จํานวน 5 รูปแบบ จากน้ันจึงสอบถามความ
พึงพอใจของผูบริโภคท่ีมีตอการใชงานของผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพแบบกราฟก
และตกแตงนวตั กรรมนาโน ผลการวจิ ยั ออกเปน 2 ตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ขอมลู พ้ืนฐานของผบู รโิ ภค
จากการวเิ คราะหขอ มูลท่ัวไปของผูบรโิ ภคท่ีเปนกลุมตัวอยาง แบบบังเอญิ จํานวน
25 คน โดยแสดงการแจกแจงความถ่ี และการหาคารอยละ นําเสนอในรูปแบบตารางประกอบ
ความเรยี ง ดังตารางท่ี 1 – 5
ตารางที่ 1 เพศของผูบรโิ ภค
(n=25)
เพศ จาํ นวน (คน) รอ ยละ
หญงิ 20 80.00
ชาย 5 20.00
ตารางท่ี 2 อายขุ องผบู ริโภค จาํ นวน (คน) (n=25)
14
อายุ 2 รอ ยละ
21 - 25 ป 7
26 - 30 ป 2 56.00
31 - 45 ป 8.00
46 ปข้นึ ไป 28.00
8.00
จากตารางที่ 2 อภปิ รายผลไดวา ผูบริโภคสวนใหญมอี ายุ 21 - 25 ป จํานวน 14
คน คิดเปนรอยละ 56.00 รองลงมามีอายุระหวาง 31 - 45 ป จํานวน 7 คน คิดเปนรอยละ
28.00 และสวนนอยมีอายุระหวาง 26 - 30 ป จํานวน 2 คน คิดเปนรอยละ 8.00 และอายุ
ระหวาง 46 ปข้ึนไป จํานวน 2 คน คดิ เปนรอ ยละ 8.00
ตารางท่ี 3 อาชีพของผูบรโิ ภค จาํ นวน (คน) (n =25)
75
อาชีพ รอยละ
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถนุ ายน 2562
นสิ ติ นกั ศกึ ษา 14 56.00
เจา หนา ทีข่ องรัฐ 2 8.00
พนักงานบริษทั เอกชน 7 28.00
อนื่ ๆ 2 8.00
จากตารางท่ี 3 อภิปรายผลไดวาผูบริโภคสวนใหญเปนนิสิต นักศึกษา จํานวน
14 คน คิดเปนรอยละ 56.00 รองลงมามีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน จํานวน 7 คน คิดเปน
รอ ยละ 28.00 และสวนนอยมีอาชีพเจาหนาที่ของรัฐ จาํ นวน 2 คน คิดเปนรอยละ 8.00 และ
อนื่ ๆ (รบั จาง) จาํ นวน 2 คน คดิ เปนรอ ยละ 8.00
ตารางท่ี 4 รายไดของผบู ริโภค จํานวน (คน) (n =25)
12
รายได 1 รอ ยละ
ตาํ่ กวา 15, 000 บาท 9
15,001 – 20,000 บาท 3 48.00
20,001 – 25,000 บาท 4.00
30,001 ขน้ึ ไป 36.00
2.00
จากตารางที่ 4 อภิปรายผลไดวาผบู ริโภค สวนใหญมรี ายไดต ํ่ากวา 15,000 บาท
จํานวน 12 คน คิดเปนรอยละ 48.00 รองลงมาคือมีรายไดตอเดือนต้ังแต 20,001 – 25,000
บาท จํานวน 9 คน คิดเปนรอยละ 36.00 มีรายไดตอเดือนอยูที่ 30,001 บาทข้ึนไป จํานวน
3 คน คิดเปนรอยละ 2.00 และนอ ยทีส่ ุดมรี ายไดตอเดือนอยูในระดับ 15,001 – 20,000 บาท
จํานวน 1 คน คดิ เปน รอ ยละ 4.00
ตารางท่ี 5 ระดับการศึกษาของผบู ริโภค
ระดบั การศึกษา จาํ นวน (คน) (n =25)
ตํา่ กวา อนปุ ริญญา 14
อนปุ รญิ ญา 1 รอยละ
ปริญญาตรี 7
สูงกวา ปรญิ ญาโท 3 56.00
4.00
28.00
12.00
จากตารางที่ 5 อภิปรายผลไดวาผูบริโภคสวนใหญมีระดับการศึกษาตํ่ากวา
อนุปริญญา จาํ นวน 14 คนคิดเปน รอ ยละ 56.00 รองลงมาจบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี
จํานวน 7 คน คิดเปนรอยละ 28.00 สูงกวาปริญญาโทจํานวน 3 คน คิดเปนรอยละ 12.00
และสวนนอยอนุปรญิ ญา จาํ นวน 1 คนคิดเปนรอยละ 4.00
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
ตอนที่ 2 ขอมูลความพึงพอใจที่มีตอ การใชงานของผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวย
การพิมพแบบกราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน การวิเคราะหขอมูลทั่วไปของผูบรโิ ภคท่ีเปน
กลุมตัวอยาง แบบบังเอิญจํานวน 25 คน โดยแสดงการแจกแจงความถ่ี และการหาคารอยละ
นําเสนอในรูปแบบตารางประกอบความเรยี ง ดงั ตารางท่ี 6
ตารางท่ี 6 ประเดน็ คาํ ถามความพึงพอใจทม่ี ตี อ การใชง าน
(n =25)
ประเดน็ คําถามความพึงพอใจท่มี ตี อ การใชงาน x ระดบั ความพึงพอใจ
1 มรี ปู แบบ และลวดลายท่สี วยงาม ตรงกบั ความ 4.88 มากที่สุด
ตอ งการของผบู ริโภค
มีรปู ทรง ท่สี วยงาม แข็งแรง สอดคลองกบั ความ มากที่สุด
2 ตองการของผูบรโิ ภค 4.96
มากทส่ี ุด
3 มีรปู แบบของกระเปา มีความทันสมยั เหมาะสมกับวยั 4.92
ของผบู รโิ ภค มากท่ีสดุ
ลวดลายมีความทันสมัย สามารถใชไ ดกบั ทุกวยั ของ มากทส่ี ุด
4 ผูบริโภค 4.80 มากทส่ี ดุ
5 มีการเลอื กใชว สั ดุประกอบ เหมาะสมกบั การใชงาน 4.96 มากทสี่ ดุ
การใชส ีเหมาะสมกับรปู แบบกระเปา และมีความ
6 ทันสมัย 4.92 มากที่สุด
มากทสี่ ดุ
7 อปุ กรณทนี่ ํามาตกแตง กระเปามคี วามเหมาะสมและ 4.88 มากที่สุด
สวยงาม
กระเปาสามารถ เปด -ปด ไดส ะดวกและเหมาะสมกับ
8 การใชงาน 4.92
9 มีความทนทานตอ การใชง าน 4.92
10 งายตอการทําความสะอาด และการซอมแซม เม่ือ
เกิดการชาํ รดุ 4.96
คาเฉลี่ยรวม 4.91 ระดบั ความพึงพอใจมากท่สี ุด
คดิ เปนรอ ยละ 98.24
จากตารางที่ 6 การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพ
แบบกราฟกและตกแตงนวัตกรรมนาโน สูการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนเชิงพาณิชย ผูวิจัยทําการ
ออกแบบลวดลายกราฟก และออกแบบกระเปา จํานวน 5 รูปแบบ จากน้ันจึงสอบถามความ
พึงพอใจของผูบริโภคท่ีมีตอการใชงานของผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพแบบกราฟก
และตกแตง นวัตกรรมนาโน โดยมีประเด็นคาํ ถามทส่ี อดคลองกับวัตถุประสงค ผลการวิจยั พบวา
ผูใชงานมีความพึงพอใจ ดานรูปแบบ และลวดลายท่ีสวยงาม และตรงกับความตองการของ
ผูบริโภค มีคาเฉล่ียท่ี 4.88 ไดรับความพึงพอใจอยูในระดับมากท่ีสุด ดานรูปทรง ที่สวยงาม
แข็งแรง สอดคลองกับความตองการของผูบริโภค มีคาเฉลี่ยที่ 4.96 ไดรับความพึงพอใจอยูใน
ระดับมากที่สุด ดานมีรูปแบบของกระเปามีความทันสมัย เหมาะสมกับวัยของผูบริโภค มี
77
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ี่ 1 ฉบับท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
คาเฉล่ยี ที่ 4.92 ไดร บั ความพึงพอใจอยูในระดับมากทสี่ ดุ ดานลวดลายมีความทันสมยั สามารถ
ใชไดกับทุกวัยของผูบริโภคมีคาเฉล่ียท่ี 4.80 ไดรับความพึงพอใจอยูในระดับมากที่สุด ดานมี
การเลือกใชวัสดุประกอบ เหมาะสมกับการใชงานมีคาเฉลี่ยท่ี 4.96 ไดรับความพึงพอใจอยูใน
ระดบั มากท่สี ดุ ดา นการใชสีเหมาะสมกับรูปแบบกระเปา และมีความทนั สมัยมีคา เฉลยี่ ท่ี 4.92
ไดรับความพึงพอใจอยใู นระดับมากที่สุด ดานอุปกรณท่ีนํามาตกแตงกระเปามีความเหมาะสม
และสวยงามมีคาเฉลย่ี ท่ี 4.88 ไดรับความพึงพอใจอยใู นระดับมากท่ีสดุ กระเปาสามารถ เปด-
ปด ไดสะดวกและเหมาะสมกับการใชง านมีคา เฉลยี่ ท่ี 4.92 ไดรับความพึงพอใจอยูในระดบั มาก
ท่ีสุด มีความทนทานตอการใชงานมีคาเฉล่ียท่ี 4.92 ไดรับความพึงพอใจอยูในระดับมากท่ีสุด
งา ยตอการทําความสะอาด และการซอมแซม เม่ือเกิดการชํารุด มีคาเฉลี่ยท่ี 4.96 ไดรับความ
พงึ พอใจอยูในระดับมากท่สี ุด โดยมีคา เฉลีย่ รวมที่ 4.91 คิดเปนรอ ยละ 98.24
4. สรุปผลและอภปิ รายผล
4.1 จากการวิจัยน้ีผาใยกลวยที่ผานการตกแตงนวัตกรรมนาโนท่ีชวยยับย้ังเช้ือ
แบคทีเรีย และการสะทอ นน้าํ /กันน้าํ สามารถสะทอนนาํ้ ได บริเวณทท่ี ดสอบเปยกและน้ําซมึ ลง
ผาไดเ ล็กนอ ย
4.2 การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑและจัดทําตนแบบผลิตภัณฑจากผาใยกลวย
ธรรมชาติดว ยการพิมพแ บบกราฟกและตกแตง นวตั กรรมนาโน จากน้ันจงึ ประเมินความพึงพอใจ
ของผูบ รโิ ภคทม่ี ตี อ การใชงานของผลติ ภณั ฑจ ากผา ใยกลวยดวยการพมิ พแ บบกราฟก และตกแตง
นวตั กรรมนาโน จากบุคคลท่ัวไป จํานวน 25 คน ผลการประเมิน พบวา สวนใหญเห็นดวยกับ
การออกแบบ เพราะสามารถตอบสนองความตองการใชงานไดเปนอยางดี ไมวาจะเปนดาน
รูปทรง ทส่ี วยงาม แข็งแรง สอดคลองกับความตองการของผบู ริโภค ดานมีรปู แบบของกระเปา
มีความทันสมยั เหมาะสมกบั วัยของผูบริโภค ดา นลวดลายมีความทันสมัย สามารถใชไดกบั ทุก
วัยของผูบริโภค ดา นมีการเลือกใชว ัสดุประกอบ เหมาะสมกบั การใชง าน ดา นการใชส เี หมาะสม
กับรูปแบบกระเปา และมีความทันสมัย ดานอุปกรณที่นํามาตกแตงกระเปามีความเหมาะสม
และสวยงาม กระเปาสามารถ เปด-ปด ไดสะดวกและเหมาะสมกับการใชงาน มีความทนทาน
ตอการใชง าน งา ยตอการทาํ ความสะอาด และการซอ มแซม เม่อื เกดิ การชํารุด
5. กิตตกิ รรมประกาศ
งานวิจัยเร่ืองการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑจากผาใยกลวยดวยการพิมพแบบ
กราฟก และตกแตงนวัตกรรมนาโน สูการพฒั นาเศรษฐกจิ ชุมชนเชงิ พาณิชย สามารถดาํ เนนิ การ
สําเร็จลุลวงดวยดี ดวยความกรุณาของสํานักงานคณะกรรมการการวิจัยแหงชาติท่ีไดใหความ
เห็นชอบสนับสนุนใหผานการประเมินขอเสนอวิจัย ทําใหคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ไดรับงบประมาณ คณะผูวิจัย ขอขอบพระคุณ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ท่ีมอบโอกาสและทุนสนับสนุน การวิจัยน้ี แก
คณะผูวิจัย บุคลากรทุกทานในคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลพระนคร ท่ใี หก ารสนบั สนนุ ชว ยเหลือและเปน กําลงั ใจตลอดการทําวิจัย
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธนั วาคม 2562
ทา ยสุดคุณคาและประโยชนอันพึงมีจากงานวิจัยเลมน้ี ผูว ิจัยขอมอบใหเปนแนวทาง
เกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาผลิตภณั ฑจากผา ใยกลวยดว ยการพิมพแบบกราฟกและตกแตง
นวัตกรรมนาโนสกู ารพฒั นาเศรษฐกิจชุมชนเชิงพาณิชย และใชประโยชนจากงานวิจัยน้ีเพือ่ เปน
การสรา งความเขม แข็งของชมุ ชน ชวยกระตุน เศรษฐกิจในภาพรวมอกี ดว ย โดยผลของการวิจยั นี้
อาจเปน การสรา งผลิตภณั ฑใ หกับชุมชนไดอีกทางหนึ่งดว ย
6. เอกสารอางองิ
สถาพร ดีบุญมี ณ ชุมแพ. การศึกษาการออกแบบผลิตภัณฑอุตสาหกรรม. กรุงเทพ ฯ : โอ เอส พริ้นติ้ง
เฮา ส. 2550.
Yi-Lin Lo and Chang-Franw Lee/ Melaka, 7 – 10 December 2010, A Study of Text and Icon
on Drug Bag Design.
Aspelund, Kari. The Design Procress. New York : Fairchild Publications, Inc. 2006.
Verlag/Bangert Publications, 1988.
นิรชั สดุ สังข. ออกแบบอตุ สาหกรรม. กรุงเทพ ฯ : สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลา เจา คณุ ทหารลาดกระบงั ,
2543.
บษุ รา สรอยระยา. การพัฒนาผลติ ภัณฑเสน ใยกลวยในเชงิ อตุ สาหกรรมและการพัฒนาเสนดายตน แบบจาก
ใยปอและใยกฤษณา, รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ ปงบประมาณ 2550.
79
วารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท่ี 1 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม-มิถุนายน 2562
............ชอื่ เรื่อง Template บทความวิจยั …………
.………...Title Template Research Article………….
ผเู ขยี น1* และ ผูเขยี น2
Name Author1 and Name Author2
1* หนวยงานในสังกัด เชน คณะ และมหาวิทยาลัย (TH SarabunPSK 14 ตวั ธรรมดา)
Department, Faculty, University
2 หนวยงานในสังกัด เชน คณะ และมหาวทิ ยาลยั
Department, Faculty, University
e-mail: ระบุ e-mail ผูประสานงานนิพนธ
บทคดั ยอ
บทคัดยอ (Abstract) ตองมีท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยใหนําบทคัดยอภาษาไทยขึ้นกอน
ภาษาอังกฤษ ตองมีเนื้อหาตรงกัน ใหพิมพคอลัมนเดียว ยอหนา 1.25 ซม. เน้ือหาในบทคัดยอควรระบุ
วตั ถปุ ระสงค ระเบียบวิธวี ิจัย และสรปุ ผลการวิจัยโดยยอ หัวขอ บทคัดยอ ใหใชอกั ษรตัวหนา ขนาด 16 โดยพมิ พ
ไวตรงกึ่งกลางหนากระดาษ และเน้ือหาใหใชอักษรตัวธรรมดา พิมพชิดขอบทั้งสองดาน โดยมีความยาวไมเกิน
250 คํา สําหรับบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ตองมีความยาวไมเกิน 10 หนากระดาษ A4 การต้ังคา
หนากระดาษขอบดานบน ดานลาง และดา นขวา 2.5 ซม. ขอบดานซาย 3 ซม. พมิ พ 1 คอลมั น กวา ง 7.25 ซม.
ระยะหาง 1 ซม.
คําสําคญั : ระบุ 3-5 คํา
ABSTRACT
Keywords: 3-5 words
1. บทนาํ (TH SarabunPSK 16 ตวั หนา)
บทนํา (Introduction) บอกความสําคัญหรือท่ีมาของปญหาท่ีนําไปสูการศึกษา วัตถุประสงค สมมติฐาน
และอาจรวมถึงการทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) ที่เกี่ยวของ (TH SarabunPSK 16 ตัวธรรมดา)
สําหรบั การจดั รูปแบบการพิมพใ หพมิ พค อลัมนเ ดียวตลอดท้งั บทความ
2. ระเบยี บวิธวี ิจัย
วารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ปท ่ี 1 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2562
ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) ใหบอกวัสดุอุปกรณและวิธีการวิจัย (Materials and
Methods) บอกรายละเอยี ดการศกึ ษา การวิเคราะห และการดาํ เนนิ การท่กี ระชบั และชัดเจน
3. ผลการวจิ ัย
ผลการวิจัย (Research Results) บอกผลท่ีพบอยางชัดเจน สมบูรณ มีรายละเอียดครบถวน อาจมีแผนภูมิ
รูปภาพ หรอื ตารางประกอบคําอธิบาย
3.1 การพิมพตาราง (Table) การพิมพตารางตองมีหมายเลขกํากับใชคําวา “ตารางท่ี...” และมี
คาํ อธิบายไวเ หนือตาราง โดยทกุ ตารางทใี่ สไ วใ นบทความจะตองมีการกลาวอางในเน้ือบทความ
3.2 รปู ภาพ (Figure) การพิมพรปู ภาพตอ งมีหมายเลขกํากบั ใชค ําวา “ภาพท่.ี ..” และมีคาํ อธิบายใส
ไวใ ตร ูป (รูปภาพใหบนั ทึกในรูปแบบของ .jpg แนบเพ่ิมมาพรอมกับไฟลบทความดวย) โดยทกุ รูปภาพท่ใี สไ วใน
บทความจะตองมกี ารกลา วอา งในเนอื้ บทความ
3.3 สมการ (Equation) การพิมพใหพิมพก่ึงกลางคอลัมน และตองมีหมายเลขกํากับอยูภายใน
วงเล็บ หมายเลขสมการอยูชิดขอบดา นขวาสุดของคอลมั น
4. สรุปผลและอภิปรายผล
สรุปผลและอภิปรายผล (Conclusion and Discussion) อาจเขียนรวมกับผลการวิจัยได เปนการ
ประเมินการตีความ และการวิเคราะหในแงมุมตางๆ ควรมีการอางหลักการ แนวคิด หรือทฤษฎีมาสนับสนุน
หรอื หกั ลางอยา งเปนเหตุเปนผล และอาจมีขอเสนอแนะท่ีจะนาํ ผลวิจยั ไปใชป ระโยชน
5. กติ ติกรรมประกาศ (ถา ม)ี
ระบุส้ันๆ วา ไดร บั การสนบั สนนุ ทนุ วิจยั และความชว ยเหลือจากแหลงใดบาง
6. เอกสารอา งอิง
เอกสารอางอิง (References) การอา งองิ ในบทความใชก ารอา งอิงแบบ APA ทกุ การอางองิ ทป่ี รากฏใน
เน้อื หาตองมีในเอกสารอา งองิ ทายบทความ ซึ่งการอางอิงในเน้อื หาและเอกสารอางองิ ทง้ั บทความจะตอ งตรงกัน
โดยหามใสเอกสารอางอิงบทความโดยปราศจากการอางอิงในเน้ือบทความ และตองมีการอางอิงท่ีถูกตองตาม
หลักวิชาการ รายละเอยี ดของเอกสารอางอิง ประกอบดวยชื่อ-สกุลผูเขียน ชอ่ื หนังสือหรือชอื่ ของบทความ ช่ือ
ของเอกสารท่ีพมิ พ สํานกั พมิ พหรอื สถานทพี่ ิมพ ปท่ี (ฉบับท่ี) พิมพ และเลขหนาของบทความทีอ่ างอิง ทั้งนี้การ
เขยี นใหเ ปน ไปตามรูปแบบของชนดิ ของเอกสารทอี่ า งอิง
การสงตนฉบบั สงบทความวจิ ยั ฉบบั สมบูรณจํานวน 5 ชุด พรอ มแผน บนั ทึกขอมูล (CD)
จํานวน 1 แผนท่ีกองบรรณาธกิ ารวารสารเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
พรอมทงั้ สถานท่ีตดิ ตอ และหมายเลขโทรศัพทของผเู ขยี น
ตดิ ตอ สอบถามเพิม่ เตมิ ไดท ี่
กองบรรณาธิการวารสารเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
168 ถนนศรอี ยธุ ยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรงุ เทพฯ 10300
E-mail: [email protected] และ [email protected]
โทร: 0-2665-3777 ตอ 5234, 5236
81