เร่ือง ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์
จัดทาโดย
1 นาย ราชนั ย์ วรามิตร ปวส.2/2 รหสั นกั ศึกษา 64309010013
2 นาย จกั รพล ไชยวงศ์ ปวส.2/2 รหสั นกั ศึกษา 64309010018
3 นาย ณฐั ดนยั สารักษ์ ปวส.2/2 รหสั นกั ศึกษา 64309010015
4 นาย ณฐั วฒุ ิ คาวเิ ศษ ปวส.2/2 รหสั นกั ศึกษา 64309010016
เสอน
คุณครู จนั ทร์วลยั สนั ตะเลขวงศ์
รายงานเร่ืองน้ีเป็นส่วนในการศึกษาตามหลกั สูตรเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
สาชาวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
ภาคเรียนที่ 1 การศึกษาปี 2565
วทิ ยาลยั เทคนิคบึงกาฬ
คานา
รายงานเล่มน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของรายวิชาการจดั การระบบเครือข่ายดว้ ยคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาและปฏิบตั ิ
เก่ียวกบั พ้ืนฐานของการส่ือสารขอ้ มูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของการส่ือสารขอ้ มูลมีความรู้
ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การสื่อสารขอ้ มูลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถใชง้ านในระบบเรือข่ายเห็นคุณค่าใน
เร่ืองการส่ือสารขอ้ มูลบนระบบเครือข่ายและการศึกษาเก่ียวกบั มาตรฐานการส่ือสารขอ้ มูล โครงสร้างของ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ โปรโตคอล ระบบเครือขา่ ยบนอินเตอร์เน็ต
หากรายงานฉบบั น้ีมีขอ้ ผดิ พลาดประการใดทางผจู้ ดั ทาขออภยั มา ณ ท่ีน้ีดว้ ย
สารบัญ หน้าท่ี 1-5
หน้าท่ี 2-3
1 ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ี 3
1.1 LAN (Local Area Network) หน้าท3ี่ -5
1.2 MAN (Metropolitan Area Network) หน้าท่ี 6-7
1.3 WAN (Wide Area Network) หน้าที่ 6
หน้าท่ี 7
2 ประเภทของระบบเครือข่าย หน้าท่ี 8-9
2.1 Peer To Peer หน้าท่ี 8
2.1 Peer To Peer หน้าที่ 8-9
3 รูปแบบการเช่ือมต่อของระบบเครือข่าย LAN Topology หน้าท่ี 9
3.1 แบบBus หน้าที่ 10
3.2 แบบ Ring หน้าท่ี 10-15
3.3 แบบ Star หน้าที่ 10-11
3.4 แบบ Hybrid
4 อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการสื่อสารข้อมูลคอมพวิ เตอร์ หน้าท่ี 11
4.1 โมเด็ม (Modem) หน้าท่ี 12
4.2 การ์ดเครือขา่ ย (Network Adapter) หรือ การ์ด LAN หน้าท่ี 12
4.3 เกตเวย์ (Gateway) หน้าที่ 13
4.4 เราเตอร์ (Router) หน้าที่ 13
4.5 บริดจ์ (Bridge) หน้าที่ 13
4.6 รีพตี เตอร์ (Repeater)
4.7 สายสัญญาณ
4.7.1 สาย Coax หน้าที่ 14
4.7.2 สาย UTP (Unshied Twisted Pair) หน้าที่ 14
4.8 ฮบั (HUB) หน้าท่ี 15
5 ระบบเครือข่ายไร้สาย หน้าที่ 15-17
5.1 ระยะทางการเช่ือมตอ่ ของระบบ Wireless LAN หน้าท่ี 16
5.1.1 ภายในอาคาร หน้าท่ี 16
5.1.2ภายนอกอาคาร หน้าที่ 16
5.2การเช่ือมต่อของระบบเครือขา่ ย Wireless LAN มี 2 ลกั ษณะ หน้าที่ 16-17
5.2.1 การเช่ือมโยงระบบแบบ Ad-hoc (Peer to Peer) หน้าที่ 16-17
5.2.2 การเชื่อมโยงระบบแบบ Infrastructure (Client/Server) หน้าท่ี 17
6 ประโยชน์ของอนิ เทอร์เน็ต หน้าท่ี 17-18
6.1 ดา้ นธุรกิจและการพาณิชย์ หน้าที่ 17
6.2 ดา้ นการบนั เทิง หน้าท่ี 18
6.3 ดา้ นสนบั สนุนการศึกษา หน้าที่ 18
7 การเรียนการสอนเก่ยี วกบั อินเตอร์เน็ต หน้าที่ 18-19
8 ประโยชน์ของการใช้อนิ เตอร์เน็ตกบั การศึกษา หน้าที่ 19-20
9 ข้อพงึ ระวงั ในการใช้อนิ เตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา หน้าท่ี 20
9.1 การสืบคน้ ขอ้ มูล หน้าที่ 20
9.2 การติดตอ่ สื่อสาร หน้าที่ 20
9.3 การเผยแพร่ขอ้ มูล หน้าท่ี 20
หนา้ ท่ี 1
ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์
1.ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์
ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ หรือระบบเน็ตเวริ ์ก คือ กลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ
ที่ถูกนามาเชื่อมต่อกนั เพอื่ ใหผ้ ใู้ ชใ้ นเครือข่ายสามารถติดต่อส่ือสาร แลกเปล่ียนขอ้ มูล และใช้
อุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่ายร่วมกนั ได"้ เครือข่ายน้นั มีหลายขนาด ต้งั แต่ขนาดเลก็ ท่ีเชื่อมต่อกนั ดว้ ย
คอมพิวเตอร์เพยี งสองสามเครื่อง เพื่อใชง้ านในบา้ นหรือในบริษทั เลก็ ๆ ไปจนถึงเครือข่ายขนาด
ใหญ่ท่ีเชื่อมต่อกนั ทวั่ โลก ส่วน Home Network หรือเครือข่ายภายในบา้ น ซ่ึงเป็นระบบ LAN (
Local Area Network) เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเลก็ ๆ หมายถึง การนาเคร่ือง
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ มาเชื่อมต่อกนั ในบา้ น ส่ิงที่เกิดตามมากค็ ือประโยชนใ์ นการใช้
คอมพิวเตอร์ดา้ นต่างๆ เช่น
1. การใชท้ รัพยากรร่วมกนั หมายถึง การใชอ้ ุปกรณ์ต่างๆ เช่น เคร่ืองพิมพร์ ่วมกนั กล่าวคือ
มีเคร่ืองพิมพเ์ พยี งเคร่ืองเดียว ทุกคนในเครือข่ายสามารถใชเ้ คร่ืองพิมพน์ ้ีได้ ทาใหส้ ะดวกและ
ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย เพราะไม่ตอ้ งลงทุนซ้ือเคร่ืองพิมพห์ ลายเคร่ือง (นอกจากจะเป็นเครื่องพมิ พค์ นละ
ประเภท)
2. การแชร์ไฟล์ เมื่อคอมพวิ เตอร์ถูกติดต้งั เป็นระบบเน็ตเวริ ์กแลว้ การใชไ้ ฟลข์ อ้ มูลร่วมกนั
หรือการแลกเปล่ียนไฟลท์ าไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเร็ว ไม่ตอ้ งอุปกรณ์เกบ็ ขอ้ มูลใดๆ ท้งั สิ้นในการ
โอนยา้ ยขอ้ มูลตดั ปัญหาเร่ืองความจุของส่ือบนั ทึก ยกเวน้ อุปกรณ์ในการจดั เกบ็ ขอ้ มูลหลกั อยา่ ง
ฮาร์ดดิสก์ หากพ้นื ท่ีเตม็ กค็ งตอ้ งหามาเพ่ิม
3. การติดต่อสื่อสาร โดยคอมพวิ เตอร์ท่ีเช่ือมต่อเป็นระบบเนต็ เวริ ์ก สามารถติดต่อพดู คุยกบั
เคร่ืองคอมพวิ เตอร์อื่น โดยอาศยั โปรแกรมส่ือสารที่มีความสามารถใชเ้ ป็นเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ได้
เช่น เดียวกนั หรือการใชอ้ ีเมลภ์ ายในก่อใหเ้ ครือข่าย Home Network หรือ Home Office จะเกิด
ประโยชนน์ ้ีอีกมากมาย
หนา้ ท่ี 2
4. การใชอ้ ินเทอร์เนต็ ร่วมกนั คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องท่ีเช่ือมต่อในระบบเนต็ เวิร์กสามารถใช้
งานอินเทอร์เน็ตไดท้ ุกเคร่ือง โดยมีโมเดม็ ตวั เดียว ไม่วา่ จะเป็นแบบอนาลอ็ กหรือแบบดิจิตอลอยา่ ง
ADSL ยอดฮิตในปัจจุบนั
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไดก้ ลายเป็นส่วนหน่ึงขององคก์ ร สถาบนั การศึกษาและบา้ นไป
แลว้ การใชท้ รัพยากรร่วมกนั ไดท้ ้งั ไฟล์ เครื่องพิมพ์ ตอ้ งใชร้ ะบบเครือข่ายเป็นพ้ืนฐาน ระบบ
เครือข่ายจะหมายถึง การนาคอมพิวเตอร์ต้งั แต่ 2 เครื่องข้ึนไปมาเช่ือมต่อกนั เพ่อื จะทาการแชร์ขอ้ มูล
และทรัพยากรร่วมกนั เช่น ไฟลข์ อ้ มูลและเครื่องพมิ พ์ ระบบเครือข่ายสามารถแบ่งออกเป็น 3
ประเภท ดว้ ยกนั คือ
1.1 LAN (Local Area Network)
ระบบเคร่ืองข่ายทอ้ งถ่ิน เป็นเน็ตเวริ ์กในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ไม่ตอ้ งใชโ้ ครงข่าย
การสื่อสารขององคก์ ารโทรศพั ท์ คือจะเป็นระบบเครือข่ายท่ีอยภู่ ายในอาคารเดียวกนั หรือต่าง
อาคาร ในระยะใกลๆ้ พฒั นาการของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เกิดจากการเช่ือมต่อเทอร์มินอล
(Terminal)เขา้ กบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์เมนเฟรม (Mainfram Computer) หรือเชื่อมต่อกบั
มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) ซ่ึงการควบคุมการสื่อสารและการประมวลผลต่างๆจะถูก
ควบคุมและดาเนินการโดยเคร่ืองเมนเฟรมหรือมินิคอมพวิ เตอร์ซ่ึงอาจเรียกอีกอยา่ งวา่ โฮสต์ (Host)
โดยมีการเช่ือมโยงระหวา่ งโฮสตก์ บั เทอร์มินอล ส่วนเทอร์มินอลทาหนา้ ที่เป็นเพียงจุดรับขอ้ มูล
และ แสดงขอ้ มูลเท่าน้นั
สาหรับเครือข่ายในปัจจุบนั มีการทางานท่ีมีประสิทธิภาพและคล่องตวั มากยง่ิ ข้ึน ท้งั การ
เขา้ ถึงและการใชง้ านทรัพยากรท่ีมีอยบู่ นเครือข่าย เช่น เคร่ืองพิมพ์ ดิสก์ หรืออุปกรณ์อ่ืน ๆ ซ่ึง
ปัจจุบนั เรียกเทอร์มินอลท่ีมีความสามารถเล่าน้ีวา่ โหนด(Node)ลกั ษณะการกระจายการทางานแบบ
การกระจายศูนย์ (Distributed System) ซ่ึงเป็นการกระจายภาระ และหนา้ ท่ีการทางานไปโหนดบน
เครือข่ายท้งั ภายใน และภายนอกหน่วยงาน ซ่ึงจะช่วยลดภาระการทางาน ของโฮสตล์ งไดเ้ ป็นอยา่ ง
มาก
หนา้ ท่ี 3
ปัจจุบนั มีการใชง้ านเครือข่ายระยะใกล้ หรือเรียกอีกอยา่ งวา่ เครือข่ายทอ้ งถิ่น (LAN หรือ
Local Area Network) อยา่ งแพร่หลายในเกือบทุกหน่วยงาน จนเปรียบเสมือนปัจจยั ในการทางาน
ของสานกั งานทว่ั ๆ ไป เช่นเดียวกบั เคร่ืองพมิ พด์ ีด หรือเคร่ืองถ่ายเอกสารบุคคลากรเกือบทุกคนใน
หน่วยงานจะมี เคร่ืองคอมพวิ เตอร์อยา่ งนอ้ ย 1 เครื่อง เพ่ือใชง้ านในดา้ นต่างๆ นอกจากน้ีอาจจะมี
การเช่ือมโยงกบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ทางคอมพวิ เตอร์กบั ระบบงานอ่ืน ภายใน
หน่วยงานเดียวกนั ภายในตึกเดียวกนั หรือภายในองคก์ รเดียวกนั การเชื่อมโยงในลกั ษณะน้ี
เปรียบเสมือนการเช่ือมโยงประสานการทางานของหน่วยงานหรือ องคก์ รเขา้ ดว้ ยกนั ซ่ึงเรียกการ
เช่ือมโยงลกั ษณะน้ีวา่ เครือข่ายทอ้ งถิ่น
สรุปแลว้ เครือข่ายระยะใกล้ หรือเครือข่ายทอ้ งถ่ิน (LAN)เป็นรูปแบบการทางานของระบบ
เครือข่ายแบบหน่ึง ท่ีช่วยใหเ้ ครื่องคอมพวิ เตอร์ (Computer) เครื่องพิมพ์ (Printer) และอุปกรณ์ใช้
งานทางคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สามารถเช่ือมโยงเอกสาร ส่งขอ้ มูลติดต่อใชง้ านร่วมกนั ได้ การ
ติดต่อส่ือสารของอุปกรณ์ จะอยใู่ นบริเวณแคบ โดยทวั่ ไปมีระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร เช่น
ภายในอาคารสานกั งานภายในคลงั สินคา้ โรงงาน หรือระหวา่ งตึกใกล้ ๆ เช่ือมโยงดว้ ย สายสื่อสาร
จึงทาใหม้ ีความเร็วในการสื่อสารขอ้ มูลดว้ ยความเร็วสูงมาก และมีความผดิ พลาดของขอ้ มูลต่า
1.2 MAN (Metropolitan Area Network)
ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเนต็ เวริ ์กที่จะตอ้ งใชโ้ ครงข่ายการส่ือสารขององคก์ ารโทรศพั ท์
หรือการส่ือสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกนั ในเมือง เช่น เครื่องเวริ ์กสเตชนั่ อยทู่ ่ีสุขมุ วทิ มี
การติดต่อส่ือสารกบั เครื่องเวริ ์กสเตชนั่ ท่ีบางรัก
1.3 WAN (Wide Area Network)
ระบบเครือข่ายกวา้ งไกล หรือเรียกไดว้ า่ เป็น World Wide ของระบบเน็ตเวริ ์ก โดยจะเป็น
การสื่อสารในระดบั ประเทศ ขา้ มทวปี หรือทวั่ โลก จะตอ้ งใชม้ ีเดีย(Media) ในการสื่อสารของ
องคก์ ารโทรศพั ท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศพั ท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line
/ ISDN) (lntegrated Service Digital Network สามารถส่งไดท้ ้งั ขอ้ มูล เสียง และภาพในเวลา
เดียวกนั )ระบบเครือข่ายระยะไกล หรือ Wide Area Network เป็นระบบเครือข่ายท่ีติดต้งั ใชง้ านอยู่
หนา้ ท่ี 4
ในบริเวณกวา้ ง โดยมีการส่งขอ้ มูลในลกั ษณะเป็นแพค็ เกต็ (Packet) ซ่ึงตอ้ งเดินทางจากเครื่อง
คอมพิวเตอร์ตน้ ทางไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง แพก็ เกต็ น้ีถูกส่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์หน่ึง
ไปยงั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์อีกเครื่องหน่ึง โดยมีสายสื่อสารหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นในการเช่ือมต่อถึง
กนั ในลกั ษณะเป็นลูกโซ่ หรือเป็นทอดๆอาศยั เครื่องคอมพวิ เตอร์ท่ีอยรู่ ะหวา่ งทางแต่ละตวั จะรับ
ขอ้ ความน้นั เกบ็ จาเอาไว้ และส่งต่อใหเ้ ครื่องคอมพิวเตอร์ถดั ไปในเส้นทางที่สะดวก รูปแบบของ
เครือข่ายที่แตกต่างกนั ไปตามลกั ษณะของอลั กอริทึมสาหรับการคานวณในการส่งแพค็ เกต็ โดยแบ่ง
ออกไดเ้ ป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ แบบดาตาแกรม (Datagram) และแบบเวอร์ชวลเซอร์กิต (Virtual
Circuit)หรือแบบวงจรเสมือน ระบบดาตาแกรมพจิ ารณาแต่ละแพค็ เกต็ แยกออกจากกนั แพค็ เกต็
ต่างๆของขอ้ ความเดียวกนั อาจถูกส่งไปในเส้นทางท่ีต่างกนั ไดข้ ้ึนอยกู่ บั ปริมาณข่าวสารในเครือข่าย
ในแต่ละขณะเวลาที่ผา่ นไป และรวมถึงการเปล่ียนแปลงลกั ษณะของเครือข่ายเนื่องจากเครื่อง
คอมพิวเตอร์บางตวั "เสีย"(คือไม่อาจร่วมในการส่งผา่ นข่าวสารในเครือข่ายได)้ ดงั น้นั การจดั
เส้นทางจึงทาอยตู่ ลอดเวลาเพื่อปรับใหเ้ ขา้ กบั สภาวะเครือข่าย ขอ้ เสียของระบบเช่นน้ีคือ แพค็ เกต็
อาจไปถึงจุดหมายโดยไม่ไดเ้ รียงลาดบั (Out of Order) จึงตอ้ งถูกจดั เรียงใหม่ก่อนท่ีจะส่งต่อใหผ้ รู้ ับ
ปลายทาง เครือข่ายที่ใชร้ ะบบน้ีรู้จกั กนั ดีคือ อาร์พาเนต็ (ARPARNET)ยอ่ มาจาก (Advanced
Research Projects Agency Network) ของสหรัฐอเมริกา ซ่ึงเป็นจุดกาเนิดแม่แบบเครือข่ายสากล
หรืออินเตอร์เน็ตดว้ ย (Internet) ดว้ ยส่วนระบบเครือข่ายเวอร์ชวลเซอร์กิตใชร้ หสั ของตน้ ทางและ
ปลายทางในแพค็ เกต็ แรก เพือ่ จดั เสน้ ทางผา่ นระบบเครือข่ายสาหรับขอ้ ความที่ตอ้ งการส่งในชุดน้นั
ท้งั หมด ขอ้ ดีของวธิ ีน้ีคือ ส่วนหวั สาหรับแพค็ เกต็ ถดั ๆไปมีขนาดลดลงไดเ้ พราะแพค็ เกต็ หลงั ๆ
เพยี งแต่ตามหลงั แพค็ เกต็ หนา้ ไปจึงไม่จาเป็นตอ้ งมีรหสั ตน้ ทางปลายทางอีก และอลั กอริทึมสาหรับ
จดั เสน้ ทางน้นั จะทากนั เพยี งคร้ังเดียวต่อขอ้ ความท้งั ขอ้ ความ แทนท่ีจะตอ้ งคานวณใหม่สาหรับทุกๆ
แพค็ เกต็ ขอ้ เสียสาหรับวิธีการน้ี คือ คอมพวิ เตอร์ตามท่ีกาหนดเส้นทางข้ึนน้นั ตอ้ งเกบ็ ขอ้ มูล
เก่ียวกบั เสน้ ทางน้ีไวจ้ นกวา่ แพค็ เกต็ สุดทา้ ยจะผา่ นไปแลว้ ในกรณีน้ีตอ้ งใชท้ ี่เกบ็ ขอ้ มูลมากสาหรับ
ท้งั เครือข่าย และก่อใหเ้ กิดปัญหาใหญ่หากคอมพวิ เตอร์เครื่องใดในเส้นทางเกิดเสีย และขอ้ เสียอีก
ประการ คือสมรรถนะของเครือข่ายไม่อาจเปล่ียนแปลงตามสภาพการใชง้ านไดง้ ่าย เพราะเส้นทาง
ถูกกาหนดตายตวั ต้งั แต่แพค็ เกต็ แรกหากสภาวะของเครือข่ายระหวา่ งที่มีการส่ือสารขอ้ มูลกนั อยมู่ ี
หนา้ ท่ี 5
การเปล่ียนแปลงไป แพก็ เกต็ หลงั ๆกไ็ ม่อาจเปล่ียนแปลงหรือปรับเสน้ ทางในการสื่อสารท่ีเหมาะสม
ได้ ตวั อยา่ งของเครือข่ายแบบน้ีคือ TRANSPAC ในฝรั่งเศสและ TYMNET ในสหรัฐอเมริกาหลงั
จากน้นั กม็ ีการพฒั นาระบบเครือข่ายข้ึนเร่ือยๆ จนในปัจจุบนั ประมาณการวา่ เครื่องคอมพวิ เตอร์ที่
เชื่อมต่อกนั ในโลกของอินเตอร์เน็ตมีมากกวา่ 30 ลา้ นเครื่องเลยทีเดียว โดยมีขอ้ กาหนดวา่ ทุก
เครือข่ายท่ีเชื่อมต่อถึงกนั จะตอ้ งอยภู่ ายใตม้ าตรฐานของการเช่ือมต่อหรือโปรโตคอล ที่ถูกสร้าง
ข้ึนมาเพ่อื ใชง้ านบนเครือข่ายแบบน้ีโดยเฉพาะซ่ึงเรียกวา่ TCP/IP เหมือนกนั หมดทุกเคร่ืองจาก
มาตรฐานการเช่ือมต่อแบบเดียวกนั น้ีจะมีผลทาใหเ้ ครือข่ายคอมพวิ เตอร์ สามารถติดต่อส่ือสารกนั
ไดป้ ัจจุบนั มีจานวนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเขา้ กบั อินเตอร์เนต็ มากกวา่ 5 หมื่นเครือข่าย
และนบั วนั จะเพ่มิ มากข้ึนเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่เคร่ืองคอมพวิ เตอร์กลางท่ีคอยใหบ้ ริการขอ้ มูลหรือ
เซิร์ฟเวอร์ที่ต่อเขา้ กบั อินเตอร์เนต็ 5 ลา้ นเครื่อง และยงั ประมาณกนั วา่ จะมีผขู้ อใชอ้ ินเตอร์เนต็ ต
(ไคลเอนต)์ ในเวลาน้ีมากกวา่ 30 ลา้ นคน กระจายการใชง้ านมากกวา่ 84 ประเทศในทว่ั ทุกมุมโลก
ดว้ ยการออกแบบที่ชาญฉลาดของผพู้ ฒั นาเครือข่าย โดยไม่มีขอ้ จากดั ทางฮาร์ดแวร์ เพียงแต่ใช้
มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ TCP/IP เท่าน้นั ทาใหอ้ ินเตอร์เนต็ สามารถเติบโตไปอยา่ งไม่มีขอบเขต
และขีดจากดั โดยไม่มีใครสามารถเขา้ มาควบคุมการผกู ขาดทางเทคโนโลยซี ่ึงเป็นเอกลกั ษณ์
เฉพาะตวั ของเครือข่ายอินเตอร์เนต็ อินเตอร์เน็ตเปิ ดใหบ้ ริการเครือข่ายท่ีสามารถใหผ้ ใู้ ชเ้ ขา้ ถึงขอ้ มูล
ดว้ ยรูปแบบการนาเสนอขอ้ มูลท่ีเป็นแบบมลั ติมีเดียซ่ึงประกอบไปดว้ ยภาพกราฟิ ก เสียง ขอ้ มูล และ
สญั ญาณวดิ ีโอที่ช่ือวา่ World Wide Web ที่ทาใหก้ ารคน้ หาขอ้ มูลบนอินเตอร์เนต็ มีความง่ายและ
สะดวกต่อการใชง้ านมากนอกน้นั อินเตอร์เนต็ ยงั กลายเป็นเครือข่ายที่เปิ ดกวา้ งสาหรับทุกๆเรื่อง
ต้งั แต่การแสดงออกทางความคิดเห็นจนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจสาหรับผลิตภณั ฑแ์ ละบริการ
ใหม่ๆอยา่ งไร้ขอ้ จากดั โดยไม่มีใครไดเ้ ปรียบเสียเปรียบใครในโลกอภิมหาเครือข่าย
หนา้ ท่ี 6
2.ประเภทของระบบเครือข่าย
2.1 Peer To Peer
เป็นระบบที่เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ทุกเคร่ืองบนระบบเครือข่ายมีฐานเท่าเทียมกนั คือทุก
เคร่ืองสามารถจะใชไ้ ฟลใ์ นเครื่องอ่ืนได้ และสามารถใหเ้ คร่ืองอ่ืนมาใชไ้ ฟลข์ องตนเองไดเ้ ช่นกนั
ระบบ Peer To Peerมีการทางานแบบดิสทริบิวท(์ Distributed System) โดยจะกระจายทรัพยากร
ต่างๆ ไปสู่เวริ ์กสเตชนั่ อื่นๆ แต่จะมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภยั เน่ืองจากขอ้ มูลท่ีเป้นความ
ลบั จะถูกส่งออกไปสู่คอมพิวเตอร์อ่ืนเช่นกนั โปรแกรมท่ีทางานแบบ Peer To Peer คือ Windows for
Workgroup และ Personal Netware
หนา้ ท่ี 7
2.2 Client / Server
เป็นระบบการทางานแบบ Distributed Processing หรือการประมวลผลแบบกระจาย
โดยจะแบ่งการประมวลผลระหวา่ งเครื่องเซิร์ฟเวอร์กบั เคร่ืองไคลเอน็ ต์ แทนที่แอพพลิเคชน่ั จะ
ทางานอยเู่ ฉพาะบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ กแ็ บ่งการคานวณของโปรแกรมแอพพลิเคชน่ั มาทางานบน
เคร่ืองไคลเอน็ ตด์ ว้ ย และเม่ือใดที่เครื่องไคลเอน็ ตต์ อ้ งการผลลพั ธข์ องขอ้ มูลบางส่วน จะมีการ
เรียกใชไ้ ปยงั เคร่ืองเซิร์ฟเวอร์ใหน้ าเฉพาะขอ้ มูลบางส่วนเท่าน้นั ส่งกลบั มาใหเ้ ครื่องไคลเอน็ ตเ์ พอื่
ทาการคานวณขอ้ มูลน้นั ต่อไป
หนา้ 8
3.รูปแบบการเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย LAN Topology
3.1 แบบBus
การเช่ือมต่อแบบบสั จะมีสายหลกั 1 เสน้ เครื่องคอมพวิ เตอร์ท้งั เซิร์ฟเวอร์ และ
ไคลเอน็ ตท์ ุกเคร่ืองจะตอ้ งเชื่อมต่อสายเคเบิ้ลหลกั เสน้ น้ี โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกมองเป็น Node
เม่ือเครื่องไคลเอน็ ตเ์ คร่ืองท่ีหน่ึง (Node A) ตอ้ งการส่งขอ้ มูลใหก้ บั เคร่ืองท่ีสอง (Node C) จะตอ้ ง
ส่งขอ้ มูล และแอดเดรสของ Node C ลงไปบนบสั สายเคเบิล้ น้ี เม่ือเคร่ืองที่ Node C ไดร้ ับขอ้ มูลแลว้
จะนาขอ้ มูล ไปทางานต่อทนั ที
3.2 แบบ Ring
หนา้ ที่ 9
การเช่ือมต่อแบบวงแหวน เป็นการเช่ือมต่อจากเครื่องหน่ึงไปยงั อีกเคร่ืองหน่ึง จน
ครบวงจร ในการส่งขอ้ มูลจะส่งออกที่สายสญั ญาณวงแหวน โดยจะเป็นการส่งผา่ นจากเครื่องหน่ึง
ไปสู่เคร่ืองหน่ึงจนกวา่ จะถึงเครื่องปลายทาง ปัญหาของโครงสร้างแบบน้ีคือ ถา้ หากมีสายขาดใน
ส่วนใดจะทา ใหไ้ ม่สามารถส่งขอ้ มูลได้ ระบบ Ring มีการใชง้ านบนเคร่ืองตระกลู IBM กนั มาก
เป็นเครื่องข่าย Token Ring ซ่ึงจะใชร้ ับส่งขอ้ มูลระหวา่ งเคร่ืองมินิหรือเมนเฟรมของ IBM กบั เคร่ือง
ลูกข่ายบนระบบ
3.3 แบบ Star
การเชื่อมต่อแบบสตาร์น้ีจะใชอ้ ุปกรณ์ Hub เป็นศูนยก์ ลางในการเชื่อมต่อ โดยท่ีทุก
เคร่ืองจะตอ้ งผา่ น Hub สายเคเบิ้ลที่ใชส้ ่วนมากจะเป็น UTP และ Fiber Optic ในการส่งขอ้ มูล Hub
จะเป็นเสมือนตวั ทวนสญั ญาณ (Repeater) ปัจจุบนั มีการใช้ Switch เป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อซ่ึงมี
ประสิทธิภาพการทางานสูงกวา่
หนา้ ท่ี 10
3.4 แบบ Hybrid
เป็นการเช่ือมต่อท่ีผสมผสานเครือข่ายยอ่ ยๆ หลายส่วนมารวมเขา้ ดว้ ยกนั เช่น นาเอา
เครือข่ายระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มาเชื่อมต่อเขา้ ดว้ ยกนั เหมาะสาหรับบาง
หน่วยงานที่มีเครือข่ายเก่าและใหม่ใหส้ ามารถทางานร่วมกนั ได้ ซ่ึงระบบ Hybrid Network น้ีจะมี
โครงสร้างแบบ Hierarchical หรือ Tre ท่ีมีลาดบั ช้นั ในการทางาน
4.อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการสื่อสารข้อมูลคอมพวิ เตอร์
4.1 โมเด็ม (Modem)
ท่ีมารูปภาพ: http://www.buycoms.com/buyers-guide/modem/index.asp
หนา้ ท่ี 11
โมเดม็ เป็นฮาร์ดแวร์ท่ีทาหนา้ ที่แปลงสญั ญาณแอนะลอ็ กใหเ้ ป็นสัญญาณดิจิตลั เม่ือขอ้ มูล
ถูกส่งมายงั ผรู้ ับละแปลงสัญญาณดิจิตลั ใหเ้ ป็นแอนะลอ็ ก เม่ือตอ้ งการส่งขอ้ มูลไปบน
ช่องส่ือสาร กระบวนการที่โมเดม็ แปลงสัญญาณดิจิตลั ใหเ้ ป็นสญั ญาณแอนะลอ็ ก เรียกวา่ มอดูเล
ชนั (Modulation) โมเดม็ ทาหนา้ ท่ี มอดูเลเตอร์ (Modulator) กระบวนการท่ีโมเดม็ แปลงสญั ญาณแอ
นะลอ็ ก ใหเ้ ป็นสัญญาณแอนะลอ็ ก ใหเ้ ป็นสัญญาณดิจิตลั เรียกวา่ ดีมอดูเลชนั (Demodulation)
โมเดม็ หนา้ ที่ ดีมอดูเลเตอร์ (Demodulator)โมเดม็ ที่ใชก้ นั อยา่ งแพร่หลายในปัจจุบนั มี 2 ประเภทโม
เดก็ ในปัจจุบนั ทางานเป็นท้งั โมเดม็ และ เคร่ืองโทรสาร เราเรียกวา่ Faxmodem
4.2 การ์ดเครือข่าย (Network Adapter) หรือ การ์ด LAN
ท่ีมารูปภาพ: http://www.itdestination.com/articles/lancard1000base/
เป็นอุปกรณ์ทาหนา้ ท่ีสื่อสารระหวา่ งเคร่ืองต่างกนั ไดไ้ ม่จาเป็นตอ้ งเป็นรุ่นหรือยหี่ อ้ เดียวกนั
แต่หากซ้ือพร้อมๆกนั กแ็ นะนาใหซ้ ้ือรุ่นและยหี อ้ เดียวกนั จะดีกวา่ และควรเป็น การ์ดแบบ PCI
เพราะสามารถส่งขอ้ มูลไดเ้ ร็วกวา่ แบบ ISAและเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆมกั จะไม่มี Slot ISA ควรเป็น
การ์ดที่มีความเร็วเป็น 100 Mbpsซ่ึงจะมีราคามากกวา่ การ์ดแบบ 10 Mbps ไม่มากนกั แต่ส่งขอมูลได้
เร็วกวา่ นอกจากน้ีคุณควรคาหนึงถึงข้วั ต่อหรือคอนเน็กเตอร์ของการ์ดดว้ ยโดยทว่ั ไปคอนเน็กเตอร์
ของการ์ด LAN จะมีหลายแบบ เช่น BNC , RJ-45 เป็นตน้ ซ่ึงคอนเน็กเตอร์แต่ละแบบกจ็ ะใชส้ ายที่
แตกต่างกนั
หนา้ ท่ี 12
4.3 เกตเวย์ (Gateway)
ที่มารูปภาพ:
http://www3.ipst.ac.th/research/assets/web/mahidol/computer(10)/network/net_wan9.htm
เกตเวย์ เป็นอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์อีกอยา่ งหน่ึงที่ช่วยในการส่ือสารขอ้ มูลคอมพวิ เตอร์
หนา้ ที่หลกั คือช่วยใหเ้ ครือข่ายคอมพวิ เตอร์ 2 เครือข่ายหรือมากกวา่ ซ่ึงมีลกั ษณะไม่เหมือนกนั
สามารถติดต่อสื่อสารกนั ไดเ้ หมือนเป็นเครือข่ายเดียวกนั
4.4 เราเตอร์ (Router)
ที่มารูปภาพ: http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?t=417552
เราเตอร์เป็นอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายที่ทาหนา้ ที่เป็นตวั เชื่อมโยงใหเ้ ครือข่ายท่ีมีขนาดหรือ
มาตรฐานในการส่งขอ้ มูลต่างกนั สามารถติดต่อแลกเปลี่ยนขอ้ มูลระหวา่ งกนั ได้ เราเตอร์จะทางาน
อยชู่ ้นั Network หนา้ ท่ีของเราเตอร์กค็ ือ ปรับโปรโตคอล (Protocol) (โปรโตคอลเป็นมาตรฐานใน
การส่ือสารขอ้ มูลบนเครือข่ายคอมพวิ เตอร์) ท่ีต่างกนั ใหส้ ามารถส่ือสารกนั ได้
หนา้ ที่ 13
4.5 บริดจ์ (Bridge)
บริดจม์ ีลกั ษณะคลา้ ยเครื่องขยายสญั ญาณ บริดจจ์ ะทางานอยใู่ นช้นั Data Link บริดจท์ างาน
คลา้ ยเคร่ืองตรวจตาแหน่งของขอ้ มูล โดยบริดจจ์ ะรับขอ้ มูล จากตน้ ทางและส่งใหก้ บั ปลายทาง โดย
ที่บริดจจ์ ะไม่มีการแกไ้ ขหรือเปลี่ยนแปลงใดๆแก่ขอ้ มูลบริดจท์ าใหก้ ารเชื่อมต่อระหวา่ งเครือข่ายมี
ประสิทธิภาพลดการชนกนั ของขอ้ มูลลง บริดจจ์ ึงเป็นสะพานสาหรับขอ้ มูลสองเครือข่าย
4.6 รีพตี เตอร์ (Repeater)
รีพีตเตอร์ เป็นเครื่องทบทวนสญั ญาณขอ้ มูลในการส่งสญั ญาณขอ้ มูลในระยะทางไกลๆ
สาหรับสัญญาณแอนะลอ็ กจะตอ้ งมีการขยายสญั ญาณขอ้ มูลท่ีเริ่มเบาบางลงเนื่องจากระยะทาง และ
สาหรับสญั ญาณดิจิตลั กจ็ ะตอ้ งมีการทบทวนสัญญาณเพอื่ ป้องกนั การขาดหายของสัญญาณเนื่องจาก
การส่งระยะทางไกลๆเช่นกนั รีพีตเตอร์จะทางานอยใู่ นช้นั Physical
4.7 สายสัญญาณ
เป็นสายสาหรับเช่ือมต่อเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ต่างๆในระบบเขา้ ดว้ ยกนั หากเป็นระบบท่ีมี
จานวนเครื่องมากกวา่ 2 เครื่องกจ็ ะตอ้ งต่อผา่ นฮบั อีกทีหน่ึง โดยสายสญั ญาณสาหรับเชื่อมต่อเคร่ือง
ในระบบเครือข่าย จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
หนา้ ที่ 14
4.7.1 สาย Coax
ท่ีมารูปภาพ: http://en.wikipedia.org/wiki/Coaxial_cable
สาย Coax มีลกั ษณะเป็นสายกลม คลา้ ยสายโทรทศั น์ ส่วนมากจะเป็นสีดาสายชนิดน้ีจะใช้
กบั การ์ด LAN ที่ใชค้ อนเนก็ เตอร์แบบ BNC สามารถส่งสัญญาณไดไ้ กลประมาณ 200 เมตร สาย
ประเภทน้ีจะตอ้ งใชต้ วั T Connector สาหรับเช่ือมต่อสายสญั ญาณกบั การ์ด LAN ต่างๆในระบบ
และตอ้ งใชต้ วั Terminator ขนาด 50 โอห์ม สาหรับปิ ดหวั และทา้ ยของสาย
4.7.2 สาย UTP (Unshied Twisted Pair)
เป็นสายสาหรับการ์ด LAN ท่ีใชค้ อนเนก็ เตอร์แบบ RJ-45 สามารถส่งสัญญาณไดไ้ กล
ประมาณ 100 เมตร หากคุณใขส้ ายแบบน้ีจะตอ้ งเลือกประเภทของสายอีก โดยทวั่ ไปนิยมใชก้ นั 2
รุ่น คือ CAT 3 กบั CAT5 ซ่ึงแบบ CAT3 จะมีความเร็วในการส่งสัญญาณ10 Mbps และแบบ CAT
5 จะมีความเร็วในการส่งขอ้ มูลที่ 100 Mbps แนะนาวา่ ควรเลือกแบบ CAT 5 เพื่อการอพั เกรดใน
ภายหลงั จะไดไ้ ม่ตอ้ งเดินสายใหม่ ในการใชง้ านสายน้ี สาย 1 เสน้ จะตอ้ งใชต้ วั RJ - 45 Connector
จานวน 2 ตวั เพื่อเป็นตวั เช่ือมต่อระหวา่ งสายสญั ญาณจากการ์ด LAN ไปยงั ฮบั หรือเครื่องอ่ืน
เช่นเดียวกบั สายโทรศพั ท์ ในกรณีเป็นการเชื่อมต่อเครื่อง 2 เครื่องสามารถใชต้ ่อผา่ นสายเพียง
เสน้ เดียไดแ้ ต่ถา้ มากกวา่ 2 เคร่ือง กจ็ าเป็นตอ้ งต่อผา่ นฮบั
หนา้ ที่ 15
ท่ีมารูปภาพ: http://www.digitalfocus.co.th/network.php
4.8 ฮับ (HUB)
ท่ีมารูปภาพ: http://it.stoulaws.com/2008/12/hub/
เป็นอุปกรณ์ช่วยกระจ่ายสญั ญาณไปยงั เคร่ืองต่างๆท่ีอยใู่ นระบบ หากเป็นระบบเครือข่ายท่ี
มี 2 เครื่องกไ็ ม่จาเป็นตอ้ งใชฮ้ บั สามารถใชส้ ายสญั ญาณเช่ือมต่อ ถึงกนั ไดโ้ ดยตรง แต่หากเป็น
ระบบที่มีมากกวา่ 2 เคร่ืองจาเป็นตอ้ งมีฮบั เพอื่ ทาหนา้ ที่เป็นตวั กลาง ในการเลือกซ้ือฮบั ควรเลือกฮบั
ที่มีความเร็วเท่ากบั ความเร็ว ของการ์ด เช่น การ์ดมีความเร็ว 100 Mbps กค็ วรเลือกใชฮ้ บั ท่ีมี
ความเร็วเป็น 100 Mbps ดว้ ย ควรเป็นฮบั ท่ีมีจานวนพอร์ตสาหรับต่อสายท่ีเพียงพอกบั เคร่ืองใชใ้ น
ระบบ หากจานวนพอร์ตต่อสายไม่เพยี งพอกส็ ามารถต่อพ่วงได้ แนะนาวา่ ควรเลือกซ้ือฮบั ที่
สามารถต่อพว่ งได้ เพือ่ รองรับการขยายตวั ในอนาคต
5.ระบบเครือข่ายไร้สาย
ระบบเครือข่ายไร้สาย หรือ ระบบเครือข่ายแบบ Wireless LAN หรือ WLAN เป็นการ
เชื่อมต่อคอมพวิ เตอร์เป็นเครือข่ายแบบไร้สาย (ไม่จาเป็นตอ้ งเดินสายเคเบิ้ล) เหมาะสาหรับการ
ติดต้งั ในสถานท่ีที่ไม่สะดวกในการเดินสาย หรือในสถานท่ีที่ตอ้ งการความสวยงาม เรียบร้อย และ
เป็นระเบียบ เช่น สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร เป็นตน้ หลกั การทางานของระบบ Wireless LAN
การทางานจะมีอุปกรณ์ในการส่งสญั ญาณ และกระจายสัญญาณ หรือที่เราเรียกวา่ Access Point และ
หนา้ ที่ 16
มี PC Card ที่เป็น LAN card สาหรับในการเช่ือมกบั access point โดยเฉพาะ การทางานจะใช้
คลื่นวทิ ยเุ ป็นการรับส่งสัญญาณ โดยมีใหเ้ ลือกใชต้ ้งั แต่ 2.4 to 2.4897 Ghzและสามารถเลือก config
ใน Wireless Lan (ภายในระบบเครือข่าย Wireless Lanควรเลือกช่องสัญญาณเดียวกนั )
5.1ระยะทางการเช่ือมต่อของระบบ Wireless LAN
5.1.1ภายในอาคาร
1. ระยะ 50 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 11 Mbps
2. ระยะ 80 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 5.5 Mbps
3. ระยะ 120 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 2 Mbps
4. ระยะ150 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 1 Mbps
5.1.2ภายนอกอาคาร
1. ระยะ 250 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 11 Mbps
2. ระยะ 350 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 5.5 Mbps
3. ระยะ 400 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 2 Mbps
4. ระยะ 500 เมตร ไดค้ วามเร็วประมาณ 1 Mbps
5.2การเชื่อมต่อของระบบเครือข่าย Wireless LAN มี 2 ลกั ษณะ
5.2.1 การเช่ือมโยงระบบแบบ Ad-hoc (Peer to Peer)
โครงสร้างการเช่ือมโยงระบบแบบ Ad-hoc หรือ Peer to Peer เป็นการส่ือสารขอ้ มูลระหวา่ ง
เครื่องคอมพวิ เตอร์ไร้สายและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้งั แต่สองเคร่ืองข้ึนไป โดยท่ีไม่มีศูนยก์ ลางควบคุม
อุปกรณ์ทุกเครื่องสามารถส่ือสารขอ้ มูลถึงกนั ไดเ้ อง ตวั ส่งจะใชว้ ธิ ีการแพร่กระจายคลื่นออกไปใน
ทุกทิศทุกทางโดยไม่ทราบจุดหมายปลายทางของตวั รับวา่ อยทู่ ่ีใด ซ่ึงตวั รับจะตอ้ งอยใู่ นขอบเขต
พ้ืนที่ใหบ้ ริการท่ีคล่ืนสามารถเดินทางมาถึงแลว้ คอยเชค็ ขอ้ มูลวา่ ใช่ของตน หรือไม่ ดว้ ยการ
หนา้ ที่17
ตรวจสอบค่า Mac Address ผรู้ ับปลายทางในเฟรมขอ้ มูลที่แพร่กระจายออกมา ถา้ ใช่ขอ้ มูลของตนก็
จะนาขอ้ มูลเหล่าน้นั ไปประมวลผลต่อไปการเช่ือมโยงเครือข่ายไวร์เลสแลนท่ีใชโ้ ครงสร้างการ
เช่ือมโยงแบบ Ad-hoc ไมส่ ามารถเช่ือมโยงเขา้ สู่ระบบเครือข่ายอีเธอร์เน็ตได้ เน่ืองจากบนระบบไม่
มีการใชส้ ญั ญาณเลย
5.2.2 การเช่ือมโยงระบบแบบ Infrastructure (Client/Server)
โครงสร้างการเชื่อมโยงระบบแบบ Infrastructure หรือ Client / Server มีขอ้ พิเศษกวา่ ระบบ
แบบ Ad-hoc ตรงที่มีแอก็ เซสพอยนเ์ ป็นศนู ยก์ ลางการเช่ือมโยง (ทาหนา้ ที่คลา้ ยฮบั ) และเป็น
สะพานเชื่อมเครื่องคอมพวิ เตอร์ไร้สายอุปกรณ์ไวร์เลสแลนเขา้ สู่เคลือข่ายอีเธอร์เน็ตแลนหลกั
(Ethernet Backbone) รวมถึงการควบคุมการส่ือสารขอ้ มูลอุปกรณ์ไวร์เลสแลน
6.ประโยชน์ของอนิ เทอร์เน็ต
ปัจจุบนั อินเทอร์เน็ต มีความสาคญั ต่อชีวติ ประจาวนั ของคนเรา หลายๆ ดา้ น ท้งั การศกึ ษา
พาณิชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอ่ืนๆ ดงั น้ี
6.1 ด้านธุรกจิ และการพาณชิ ย์
• คน้ หาขอ้ มูลต่าง ๆ เพ่อื ช่วยในการตดั สินใจทางธุรกิจ
• สามารถซ้ือขายสินคา้ ผา่ นระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต็
• ผใู้ ชท้ ่ีเป็นบริษทั หรือองคก์ รต่าง ๆ กส็ ามารถเปิ ดใหบ้ ริการ และสนบั สนุนลูกคา้ ของตน
ผา่ นระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การใหค้ าแนะนา สอบถามปัญหาต่าง ๆ ใหแ้ ก่ลูกคา้
แจกจ่ายตวั โปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นตน้
หนา้ ที่ 18
6.2 ด้านการบันเทงิ
• การพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ สนั ทนาการ เช่น การคน้ หาวารสารต่าง ๆ ผา่ นระบบเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต ท่ีเรียกวา่ Magazine online รวมท้งั หนงั สือพมิ พแ์ ละข่าวสารอ่ืนๆ โดยมี
ภาพประกอบ ท่ีจอคอมพิวเตอร์เหมือนกบั วารสาร ตามร้านหนงั สือทวั่ ๆ ไป
• สามารถฟังวทิ ยผุ า่ นระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
• สามารถดึงขอ้ มูล (Download) ภาพยนตร์ตวั อยา่ งท้งั ภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้
6.3 ด้านสนับสนุนการศึกษา
การใชอ้ ินเตอร์เน็ตเพือ่ การติดต่อสื่อสาร เป็นการใชอ้ ินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสาร
ระหวา่ งคณาจารยแ์ ละนกั ศกึ ษาสถาบนั การศึกษาระดบั อุดมศกึ ษา ไม่วา่ จะเป็นการส่งการบา้ น นดั
หมาย อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ รวมท้งั การแจกจ่ายที่อยทู่ างไปรษณียอ์ ิเลคทรอนิคส์
หรือท่ีอยบู่ นเวลิ ดไ์ วดเ์ วบ็ เน่ืองจากมีความสะดวก คือใชเ้ วลาเพยี งไม่กี่นาทีเท่าน้นั ผรู้ ับไม่
จาเป็นตอ้ งรอรับขอ้ มูลอยเู่ หมือนการใชโ้ ทรศพั ท์
นอกจากน้ี ยงั มีบริการทางอินเตอร์เน็ต ซ่ึงเป็นท่ีนิยมในหมู่นกั การศึกษาอีกประเภท คือ
LISTSERV ซ่ึงเป็นบริการที่อนุญาตใหน้ กั การศึกษาสามารถสมคั รเป็นสมาชิก ของกลุ่มสนทนา
(Discussion Group) ที่มีความสนใจในเร่ืองเดียวกนั โดยผสู้ นใจจะตอ้ งส่งอีเมลไ์ ปยงั ที่อยขู่ องกลุ่ม
สนทนา ซ่ึงจะนาท่ีอยอู่ ีเมลข์ องผสู้ นใจไปใส่ไวใ้ น ลิสตร์ ายช่ือสมาชิก (Mailing list) เมื่อมีผสู้ ่ง
ขอ้ ความมายงั กลุ่ม เคร่ืองคอมพิวเตอร์ กจ็ ะทาการคดั ลอกและจดั ส่งขอ้ มูลน้ีไปตามลิสตร์ ายช่ือ
สมาชิกท่ีมีอยู่ จะทาใหเ้ รารับทราบขอ้ มูลท่ีทนั สมยั ตลอดเวลา
7. การเรียนการสอนเกยี่ วกบั อนิ เตอร์เน็ต
ในประเทศไทยการเรียนการสอนเกี่ยวกบั อินเตอร์เนต็ ส่วนใหญ่เป็นในลกั ษณะของการเปิ ด
อบรมหลกั สูตรระยะส้ัน ใหแ้ ก่สมาชิกเครือข่าย หรือประชาชนผสู้ นใจทวั่ ไป แต่อยา่ งไรกต็ ามมี
หนา้ ที่ 19
สถาบนั การศึกษาหลายแห่งไดจ้ ดั ใหม้ ีการเรียนการสอนเกี่ยว กบั อินเตอร์เน็ต โดยจดั ใหเ้ ป็นส่วน
หน่ึงของการศึกษารายวชิ าต่างๆ ใหแ้ ก่นกั ศึกษา ท้งั น้ีกเ็ พื่อเป็นการเตรียมใหม้ ีความพร้อมในการที่
จะนาความรู้ไปประยกุ ตใ์ น การคน้ ควา้ วจิ ยั หรือทารายงาน ในรายวชิ าต่าง ๆและที่สาคญั เป็นการ
เรียนรู้ดว้ ยตนเอง
นอกจากน้ี การจดั การเรียนการสอนเก่ียวกบั อินเตอร์เนต็ ยงั เป็นการส่งเสริมใหน้ กั ศึกษา ไดม้ ี
โอกาสแสดงความคิดเห็นผา่ นส่ือ ในลกั ษณะที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น จากการอภิปรายผา่ นอีเมล์
การเสนอความคิดเห็นในกลุ่มสนทนา หรือการนาเสนอขอ้ มูลบนเวบ็ เป็นตน้
8. ประโยชน์ของการใช้อนิ เตอร์เน็ตกบั การศึกษา
1. การใชเ้ ป็นระบบส่ือสารส่วนบุคคล บนอินเตอร์เนต็ มีอิเลก็ ทรอนิกส์เมลห์ รือเรียกยอ่ ๆ วา่
อีเมล์ (E-mail) เป็นระบบท่ีทาใหก้ ารส่ือสารระหวา่ งกนั เกิดข้ึนไดง้ ่าย แต่ละบุคคลจะมีตูจ้ ดหมาย
เป็นของตวั เองสามารถส่งขอ้ ความถึงกนั ผา่ นในระบบน้ีโดยส่งไปยงั ตูจ้ ดหมายของกนั และกนั
นอกจากน้ียงั สามารถประยกุ ตไ์ ปใชท้ างการศึกษาได้
2. ระบบข่าวสารบนอินเตอร์เนต็ มีลกั ษณะเหมือนกระดานข่าวที่เช่ือมโยงถึงกนั ทว่ั โลก
ทุกคนสามารถเปิ ดกระดานข่าวที่ตนเองสนใจหรือสามารถส่งข่าวสารผา่ นกลุ่มข่าวบนกระดานน้ี
เพอื่ โตต้ อบข่าวสารกนั ได้
3. การใชเ้ พ่ือสืบคน้ ขอ้ มูลข่าวสารต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตมีแหล่งขอ้ มูลขนาดใหญ่ที่เช่ือมโยง
กนั และติดต่อกบั หอ้ งสมุดทว่ั โลกทาใหก้ ารคน้ หาขอ้ มูลข่าวสารต่างๆ ทาไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและมี
ประสิทธิภาพหมายถึงสามารถคน้ หาและไดม้ าซ่ึงขอ้ มูลโดยใชเ้ วลาอนั ส้นั โดยเฉพาะบน
อินเตอร์เนต็ จะมีคาหลกั (Index) ไวใ้ หส้ าหรับการสืบคน้ ที่รวดเร็ว
4. ฐานขอ้ มูลเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web) เป็นฐานขอ้ มูลแบบเอกสาร
(Hypertext) และแบบมีรูปภาพ (Hypermedia) จนมาปัจจุบนั ฐานขอ้ มูลเหล่าน้ีไดพ้ ฒั นาข้ึนจนเป็น
แบบมลั ติมีเดีย (Multimedia) ซ่ึงมีท้งั ขอ้ ความ รูปภาพวดี ิโอทศั น์ และเสียงผใู้ ชเ้ ครือข่ายน้ีสามารถ
สืบคน้ กนั ไดจ้ ากท่ีต่างๆ ทวั่ โลก
หนา้ ที่20
5. การพูดคุยแบบโตต้ อบหรือคุยเป็นกลุ่ม บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสามารถเชื่อมต่อกนั และ
พูดคุยกนั ไดด้ ว้ ยเวลาจริง ผพู้ ูดสามารถพิมพข์ อ้ ความโตต้ อบกนั ไดไ้ ม่วา่ จะอยทู่ ่ีใดบนเครือข่าย
6. การส่งถ่ายขอ้ มูลระหวา่ งกนั แบบ FTP (Files Transfer Protocol) คือสามารถที่จะโอนยา้ ย
ถ่ายเทขอ้ มูลระหวา่ งกนั เป็นจานวนมากๆ ได้ โดยส่งผา่ นระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต็ ซ่ึงทาให้
สะดวกต่อการรับ-ส่งขอ้ มูลข่าวสารซ่ึงกนั และกนั โดยไม่ตอ้ งเดินทางและข่าวสารถึงผรู้ ับไดอ้ ยา่ ง
รวดเร็วยงิ่ ข้ึน
7. การใชท้ รัพยากรท่ีห่างไกลกนั ผเู้ รียนอาจเรียนอยทู่ ่ีบา้ นและเรียกใชข้ อ้ มูลท่ีเป็นทรัพยากรการ
เรียนรู้ของมหาวิทยาลยั ได้ และยงั สามารถขอใชท้ รัพยากรคอมพวิ เตอร์ในต่างมาวทิ ยาลยั ได้
9.ข้อพงึ ระวงั ในการใช้อนิ เตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา
9.1 การสืบค้นข้อมูล เนื่องจากขอ้ มูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นขอ้ มูลที่ไม่ไดม้ ีการ
รับรองจากผเู้ ชี่ยวชาญ องคก์ ร หรือสถาบนั ใด และเป็นขอ้ มูลที่ผใู้ ชเ้ ครือข่ายทุกคนมีสิทธิที่นาเสนอ
ความคิดเห็น เผยแพร่ขา่ วสารอยา่ งเป็นอิสระ ดงั น้นั ผใู้ ชจ้ ึงจาเป็นตอ้ งตรวจสอบขอ้ มูลและใช้
วจิ ารณญาณในการเลือกสรรเอาเอง
9.2 การตดิ ต่อส่ือสาร แมว้ า่ การส่งอีเมลจ์ ะเป็นวธิ ีการติดต่อสื่อสารท่ีแสนสะดวกสบาย แต่ก็
มีขอ้ จากดั บางอยา่ ง คือ ผรู้ ับไม่สามารถสงั เกตการแสดงออกทางสีหนา้ ท่าทาง หรือน้าเสียง
ประกอบของผสู้ ่งไดเ้ ลย ดงั น้นั การเขียน หรือ พมิ พข์ อ้ ความใด ๆ ในอีเมลจ์ ึงจาเป็นตอ้ งเขียนให้
ชดั เจน กระชบั และถูกกาลเทศะ เพอื่ ป้องกนั ความเขา้ ใจผดิ ท่ีอาจเกิดข้ึนได้
9.3 การเผยแพร่ข้อมูล เนื่องจากอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายไร้พรหมแดน ท่ีไม่มีเจา้ ของ และ
ไม่ข้ึนกบั กฎระเบียบขององคก์ รใดองคก์ รหน่ึง ดงั น้นั ผใู้ ชเ้ ครือข่ายที่ตอ้ งการเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสาร
หรือนาเสนอขอ้ คิดเห็นใด ๆ บนเครือข่ายจึงจาเป็นจะตอ้ งมีจรรยาบรรณในการใชอ้ ินเตอร์เนต็ โดย
ตระหนกั ถึงความรับผดิ ชอบต่อผอู้ ่ืน และหลีกเล่ียงการนาเสนอขอ้ มูลที่ไม่เหมาะสม คลาดเคล่ือน
หรือท่ีอาจกระทบกระเทือน หรือสร้างความเสียหายต่อผอู้ ่ืนได้
อ้างองิ …
http://csmju.jowave.com/cs100_v2/lesson4.html