Beauty
Standard
BEAUTY STANDARD
คืออะไร ?
Beauty Standard
มาตรฐานความงาม...ที่ผู้คนในสังคมกำหนดขึ้นมาและยอมรับว่าเป็นความสวยงามอย่าง
อุดมคติหรือยกย่องว่าผู้หญิงรูปร่างหน้าตาแบบไหนคือผู้หญิงสวยโดยรูปแบบความงามนั้นอาจ
รับเอามาจากวัฒนธรรมอื่ นหรือเพศตรงข้ามกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมาจนเกิดความนิยมจนเป็นที่
ยอมรับและแพร่หลาย จึงทำให้แต่ละวัฒนธรรมมีค่ามาตรฐานความงานที่ต่างหรืออาจจะ
คล้ายคลึงกัน แต่มาตรฐานความงามเหล่านี้ไม่สามารถชั่งตวงหรือพิสูจน์ได้ว่าที่แท้จริงแค่ไหน
แต่ผู้คนก็ยังยึดค่ามาตรฐานเหล่านี้เพื่อให้ได้การยอมรับจากสังคมหรือเพศตรงข้าม ซึ่ง
มาตรฐานความงามนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ตามยุคสมัย
BEAUTY STANDARD
ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม?
01 เกิดการเปรียบเทียบ
เมื่อใดก็ตราบที่มีการก าหนดมาตรฐาน กำหนดตัวชี้วัดอะไร
ในสังคม คนในสังคมจะข้อเปรียบเทียบ ได้ อย่างเช่น กรณี
พี่สาวกับน้องสาว คนมีหน้าตาด้อยกว่า คนในสังคมก็จะ
เปรียบเทียบว่าทำไมคนนี้สวยกว่า คนนี้หุ่นดีกว่า ขนาด
ฝาแฝดยังมีรูปร่างหรือจุดที่ แตกต่างกัน แล้วทำไมคนใน
สังคมถึงนำประเด็นเหล่านี้มาเป็นข้อเปรียบเทียบได้
BEAUTY STANDARD 02 เกิดการ BULLY
ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมได้ ดังนี้ ข้อนี้เป็นปัญหาที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมเลย เพราะเมื่อใด
ก็ตามที่มีผู้หญิงคนใดรูปร่างหน้าตาไม่ถูกใจ ตามที่
สังคมกำหนดเกณฑ์มาตรฐานความงามไว้ ผู้หญิงคน
นั้นก็จะถูกสังคม bully เพราะเธอมีหน้าตาไม่สวยไม่งาม
ไม่ได้ตามมาตรฐานความงามที่สังคมกำหนด
03 เกิดความลำเอียง การเลือกปฏิบัติ
แน่นอนว่าหากมีคนที่รูปร่างหน้าตาสวยงามตรงมาตรฐาน
ความงามที่สังคมกำหนด คนในสังคม จะต้องอยากเข้าหา
อยากทำความรู้จัก หรือการ สมัครงานผู้หญิงที่มีรูปร่าง
หน้าตาดีมักจะเข้าตาคนอื่นอยู่เสมอ ท าให้เป็นที่โดดเด่น
และอาจได้ คะแนนความสนใจเป็นพิเศษ เป็นต้น
ผลกระทบของ
BEAUTY STANDARD
ผลกระทบด้านจิตใจ
Beauty Standard ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก ครั้งหนึ่ง
เคยมีการวิจัยในประเทศไทยว่าผู้หญิงไทยถึง66%มีความ
กดดันและกังวลในรูปลักษณ์ภายนอกของตนเองและปัจจุบันมี
เพียง 1% ของผู้หญิงไทยที่มีความมั่นใจ ในความสวยงามของ
ตนเองและกล้านิยามว่าตนเองดูดี
ผลกระทบการทำลายความมั่นใจ
ผลกระทบของ Beauty Standard ที่ใหญ่ที่สุดเลยคือการ
ทำลายความมั่นใจของใครสักคน กังวลและไม่เชื่อมั่นในตนเอง
ไม่พอใจในตัวเองสักที เกิดการเปรียบเทียบและกดตัวเองว่าตัว
เองสวยไม่พอ ผลกระทบ ตามมาจากการเปรียบเทียบคือ กา
รบูลลี่ อย่างที่คนฝั่ งเอเชียมักชอบคนขาวและเหยียดคนผิว
แทน ผิวเข้ม
การรับมือจากการโดน
ผลกระทบจาก BEAUTY
STANDARD
01 ไล่ตามความสุขในความงาม หลีกเลี่ยงความเจ็บปวด
ความงามทำให้เรามีความสุขได้ แต่เราต้องระวังอย่าให้มันเป็นนายเรา เช่น
การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักแต่หักโหมเกิน หมกหมุ่นกับมันจนเกินไป
ไม่มีความพอดีก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้
02 สร้างความรู้สึกดี ๆ พลังบวกให้กับตัวเอง
เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกแย่จากการโดนเหยียดเรื่องความงามเราอาจจะ เราก็ไปทำอะไร
ที่ชอบหรือสบายใจเพื่อเติมกำลังใจให้กับตนเอง ไม่ต้องไปสนใจคำพูดจากคนรอบข้าง
ที่พูดไม่ดีต่อเรา
03 มุ่งเน้นที่จะเป็นตัวของตัวเอง
วิธีทำให้รู้สึกสวย คือการรู้จักตัวเอง ความสามารถ ความสนใจ คุณสมบัติทั้งหมดของ
ตัวเอง สรุปคือ ถ้าคุณรู้สึกชอบอะไรทำอะไรแล้วทำให้ตัวคุณรู้สึกมั่นใจและเป็นตัวเอง
มากที่สุด ให้เชื่อมั่นและทำมันอย่างมั่นใจ ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของผู้อื่น และไม่ต้อง
พยายามเป็นเหมือนใคร แต่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อเป็นตัวเองได้
04 ห ลี ก เ ลี่ ย ง สื่ อ โ ฆ ษ ณ า ที่ มีก า ร นำ เ ส น อ เ กี่ ย ว กั บ เ รื่ อ ง ค ว า ม ง า ม
05
สื่อโฆษณาเรื่องความงามรู้ดีว่าวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างผลกำไร คือการทำให้ผู้หญิงไม่
ปลอดภัยทางจิตใจ ไม่พอใจในตัวเอง ดังนั้นเวลาในการเสพสื่อต่าง ๆ เราควรที่จะมีสติและ
หลีกเลี่ยง ไม่ควรไปหลงกล หรือนำสิ่งที่เสพมาบั่นทอดตัวเองทั้งทางกายและทางจิตใจ
ปรับเปลี่ยนความคิดเชิงลบเกี่ยวกับร่างกายตัวเอง
เราควรที่จะคิดเกี่ยวกับร่างกายตนเองในเชิงบวกเพื่อเพิ่มการรักตนเอง เช่น ทุกครั้งที่เรามอง
ตัวเองในกระจกเราควรคิดว่าร่างกายของตัวเราเองนั้นดีอยู่แล้ว ไม่ควรที่จะนำตัวเองไปเปรียบ
เทียบกับร่างกายของผู้อื่ นเพื่ อให้ตัวเองมีความคิดเชิงลบกับร่างกายของตนเอง
06 มีสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงคนอื่ น
ความงามเป็นคำที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกเจ็บปวด ดังนั้นควรที่จะอ่อนโยนและเข้าใจกันกับผู้
หญิงทุกคนที่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องรูปร่างหน้าตา เราควรที่จะเป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกัน
07 รักในตัวเอง อย่าได้ไปสนใจคนอื่ น
รักในสิ่งที่ตัวเองทำ รักในสิ่งที่ตัวเองเป็น รักในร่างกายตนเอง ไม่ต้องไปสนใจในคำพูด หรือการก
ระทำของผู้อื่นที่เขาเข้ามาทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับตนเอง เดินหน้าต่อไปและรักตัวเองก็เพียงพอแล้ว
วิวัฒนาการ
BEAUTY STANDARD
วิวัฒนาการbeauty standard
ยุคหินเก่า (Paleolithic Era) สะท้อนผ่านงาน ประติมากรรม Venus of Willendorf เป็นสัญลักษณ์แทนความงาม
กรีซโบราณ (Ancient Greece) ของผู้หญิงในช่วงแรกของโลก ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกับภาพจำในปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย
ยุคเรอเนซองซ์ (Renaissance เพราะหญิงสาวในยุคนั้นมักมีรูปร่างหนักไป ทางอวบอ้วน หน้าอกใหญ่ สะโพก
era) ผาย สื่อถึง ‘ร่างกายที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการตั้งครรภ์’ ร่างกายที่อุดมสมบูรณ์
ต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญ
การเกิดเป็นหญิง (ในยุค) นั้นยากลำบาก วลี Kalon Kakon ถูกสร้างขึ้นเพื่อระบุว่าความ
สวยนั้นเป็นบาป และเพราะเป็นคนบาปจึงเต็มไปด้วยความสวย ประติมากรรมหญิง
สาวของกรีก จึงเป็นผู้หญิงสะโพกผาย หน้าอกใหญ่ มีหน้าท้องเล็กน้อยและมีแรงดึงดูด
ทางเพศสูง โดยการระบุว่า ‘ผู้หญิงสวยหน้าต้องมีความกว้าง 2/3 เท่าของ ความยาว
และสมมาตรกันทุกส่วน’
ยุคทองของความงามทุกประเภท หญิงสาวในจิตรกรรมช่วงเรอเนซองซ์จึงถูกวาดออก
มาในลักษณะ ‘เปลือยหน้าอกพร้อม สัญลักษณ์และแรงดึงดูดทางเพศ’Birth of Venus
จึงเป็นหญิงสาวผิวซีดขาว แต่แก้มแดง มีหุ่น เว้าโค้ง และใบหน้ากลม แสดงให้เห็นถึง
ค่านิยมของความงามที่ดีไม่ใช่เพียงความสมบูรณ์ของ ร่างกาย แต่เป็นความงามที่เร้า
ตัณหาของผู้พบเห็น
วิวัฒนาการbeauty standard
ยุคของควีนอลิซาเบธ ‘ยุคแรกของการแต่งหน้า’ ใช้คำว่ายิ่งแต่งเต็มยิ่งดูดี ยิ่งผิวซีดยิ่งสูงศักดิ์ ชนชั้น
(Elizabethan era) สูงในยุคนั้นต้อง แต่งหน้าให้ขาวด้วยแป้งพร้อมสีลิปสติกแดงฉูดฉาดตามแบบอย่าง
ของควีนอลิซาเบธ
การปฏวิัติฝรั่งเศสจนถึงปลาย
ศตวรรษที่ 18 (French หญิงสาวมากมายเลือกจะลดทอนขั้นตอนการใส่ชุดให้น้อยลงแต่เน้นสัดส่วนเพื่อให้
Revolution into the late 18th ฝ่ายชายเกิดความหลงใหล เรียกว่าเป็นยุคที่เน้นความสวยงามมากขึ้น ผู้หญิงเริ่ม
century) แสดงออกซึ่งสัดส่วนตามเพศสภาพ
ยุควิคตอเรีย (Victorian era) ยุคที่อันตรายที่สุดทั้งต่อสุขภาพกายและจิตใจของหญิง สาว ในยุควิคตอเรียความสวยงาม
ทั้งหมดของผู้หญิงอยู่ที่ภาพลกัษณ์ทั้งสิ้น ตั้งแต่กระโปรงบานพร้อมสุ่มและคอร์เซ็ทเพื่อให้ดู
ตัวเล็กอ่อนแอหญิงสาวมากมายทำทุกวิถีทางเพื่อให้พวกเธอดู เปราะบาง แต่น่ารัก เครื่อง
สำอางของยุควิคตอเรียยังมีส่วนประกอบอันตรายที่ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย
เรียกว่าเป็น ‘ยุคของความสวยที่มาพร้อมความอันตราย’
วิวัฒนาการbeauty standard
เริ่มศตวรรษใหม่ (Turn of the ค่านิยมความงามหญงิสาวยุคใหม่ได้รับอิทธิพลจากภาพ Gibson Girl ของชาลส์ กิ๊ป
century) ในปี 1890 หรือช่วง สัน (Charles Gibson) สร้างภาพจำของหญิงสาว ‘ผอมบาง’ ใส่คอร์เซ็ทรัดรูปใน
สงครามโลกครั้งที่ 1 ชุดสั้นอวดเรือนร่าง ที่มีสะโพก ผายและหน้าอกสวย
1920’s หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
30’s และ 40’s มาตรฐานร่างกายที่ดีในตอนนั้นจึงเป็นแบบบอยอิช (Boyish)’ หญิงสาวร่างกายผอม
ตรง ไม่มีส่วนเว้าโค้ง ตัดผมสั้นสวมชุดที่เรียกว่าแฟลปปี้ เดรส (ยุคเดียวกับศิลปะแบบ Art
Deco และภาพยนตร์ the Great Gatsby) ซึ่งชุดมีความยาวเหนือเข่า หญิงสาวมากมาย
พยายามผอมให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้อง กังวลกับภาพลักษณ์ของตน
ในช่วงปลายยุค 20’s ความคลั่งผอมเริ่มกลายเป็นโรคร้าย ผู้คนมากมายหญิงสาวมากมายจึง
ต้องพยายามทำตัวให้ดูสุขภาพดีด้วยหุ่นที่ดูอวบอิ่มมากขึ้น เสื้อผ้าทั้งหลายถูกดัดแปลง จาก
เสื้อผ้าของผู้ชายให้รับกับรูปร่างของผู้หญิง สูทเริ่มมีการใช้ตัวเสริมไหล่ (จุดเริ่มต้นของแฟชั่น ใน
ยุค80’s) เป็นยุคที่ ‘ความยั่วยวนเป็นเรื่องเกินความคาดหวังและนอกเหนือความต้องการ
ของ สังคม’
วิวัฒนาการbeauty standard
เริ่มศตวรรษใหม่ (Turn of the ค่านิยมความงามหญงิสาวยุคใหม่ได้รับอิทธิพลจากภาพ Gibson Girl ของชาลส์ กิ๊ป
century) ในปี 1890 หรือช่วง สัน (Charles Gibson) สร้างภาพจำของหญิงสาว ‘ผอมบาง’ ใส่คอร์เซ็ทรัดรูปใน
สงครามโลกครั้งที่ 1 ชุดสั้นอวดเรือนร่าง ที่มีสะโพก ผายและหน้าอกสวย
1920’s หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
30’s และ 40’s มาตรฐานร่างกายที่ดีในตอนนั้นจึงเป็นแบบบอยอิช (Boyish)’ หญิงสาวร่างกายผอม
ตรง ไม่มีส่วนเว้าโค้ง ตัดผมสั้นสวมชุดที่เรียกว่าแฟลปปี้ เดรส (ยุคเดียวกับศิลปะแบบ Art
Deco และภาพยนตร์ the Great Gatsby) ซึ่งชุดมีความยาวเหนือเข่า หญิงสาวมากมาย
พยายามผอมให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้อง กังวลกับภาพลักษณ์ของตน
ในช่วงปลายยุค 20’s ความคลั่งผอมเริ่มกลายเป็นโรคร้าย ผู้คนมากมายหญิงสาวมากมายจึง
ต้องพยายามทำตัวให้ดูสุขภาพดีด้วยหุ่นที่ดูอวบอิ่มมากขึ้น เสื้อผ้าทั้งหลายถูกดัดแปลง จาก
เสื้อผ้าของผู้ชายให้รับกับรูปร่างของผู้หญิง สูทเริ่มมีการใช้ตัวเสริมไหล่ (จุดเริ่มต้นของแฟชั่น ใน
ยุค80’s) เป็นยุคที่ ‘ความยั่วยวนเป็นเรื่องเกินความคาดหวังและนอกเหนือความต้องการ
ของ สังคม’
วิวัฒนาการbeauty standard
50’s และตอนต้น 60’s - 80's ผู้หญิงมากมายจึงเริ่มปล่อย เนื้อปล่อยตัวมากขึ้น ร่างกายแบบ ‘นาฬิกาทรายที่เอวคอด’ หน้าอก
2010’s ถึงปัจจุบัน ใหญ่สะโพกผายกลับมาได้รับ ความนิยม ภาพจำSex Symbol ของ มาริลีน มอนโรว์ ในช่วง 50’s ถูก
มองว่าเป็นความงามแบบ plus sized ทั้งที่ความเป็นจริงพวกเธอไม่ได้อ้วนเลย เพียงแค่มีหน้าอก
เท่านั้น ในช่วงปลายของยุค 60’s มีการประกวด Miss Fat and Beautiful และสาวๆมากมายเริ่ม
เรียกตัวเองว่าเป็นคนอ้วน ทั้งที่พวกเธอตัวเล็กมาก ๆ แสดงถึงค่านิยมความผอมที่เริ่มเข้มข้น
มากขึ้น 80’s จุดเริ่มต้นของยุคนางแบบ หญิงสาวถูกปักป้ายบนมาตรฐานความสวยแบบสูง ผอม
ผิวแทน แต่เฟิร์มแบบนักกีฬา สะโพกต้องเล็กลงและหน้าอกใหญ่
ถึงยุคสมัยใหม่ที่สื่อและสังคมก้าวผ่านมาตรฐานความ สวยงามอันแสนเจ็บปวด สู่ยุคที่
ความหลากหลายทางความงามนั้นได้รับการยอมรับ มาตรวัดความสวยเกิดขึ้นจาก
ความต้องการของฝ่ายชายเป็นส่วน ใหญ่ ปัจจุบันสื่อยังคงถ่ายทอดความงามด้วย
Photoshop เพื่อให้ความสวยนั้นเพอร์เฟคที่สุด
**สรุปหากมองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์คุณจะเห็นว่ามาตรฐานความสวยนั้นเป็นเพียงความชอบที่ไม่มั่นคง
BEAUTY STANDARD ในไทยกับสื่อโฆษณา
โฆษณาผลิตมายาคติมากมายให้
ความงามกลายเป็นสิ่งที่บิดเบี้ยว
สื่ อโฆษณาเป็นสื่ อที่เข้าถึงง่ายกว่าสื่ ออื่ นๆจึงทำให้คนนั้นเสพ
ข้อมูลจากสื่อชนิดนี้ได้เร็วกว่าทำให้สื่อโฆษณาอาจกลายเป็นตัว
ผลิตซ้ำค่านิยมบางอย่างให้ผู้คนโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยการ
บิดเบือนภาพลักษณ์ของผู้หญิงให้มีลักษณะที่เกินจริงดูเพ
อร์เฟคเเละจับต้องยาก เช่น โฆษณาครีมทาให้หน้าให้หน้าขาวอม
ชมพูของผลิตภัณฑ์บางเเบรนด์ซึ่งถ้ามองจากความเป็นจริง
เเล้วผู้หญิงไทยหรือผู้หญิงเอเชียส่วนใหญ่เเต่เดิมเเล้วจะมีโทน
สีผิวที่ออกไปทางผิวสีเหลืองหรือผิวสีน้ำผึ้งเเต่ทำไมสื่อโฆษณา
ยังพยายามยัดเยียดขายความอมชมพูให้พวกเขา
สื่อโฆษณาตั้งใจพยายามนำเสนอว่าผู้หญิงควรจะต้องเป็น
ยังไงจนลืมมองไปว่าความเป็นจริงมันเป็นอย่าง
ซึ่งในปัจจุบันมาตรฐานความงามที่แพร่หลายได้รับอิทธิพล
มาจากสื่อโฆษณาเป็นส่วนใหญ่
***
บุคคลตัวอย่างจากเรื่อง BEAUTY STANDARD
WINNIE HARLOW ANCHILEE SCOTT-KEMMIS
นางฟ้าจากเวที Victoria Secret ผู้มีความสามารถ “แอนชิลี” “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021” ได้นำเสนอความสวย
และประสบการณ์ในการเดินแบบมานับไม่ถ้วนเป็น แบบ“เรียลไซส์บิวตี้”มีอาชีพเป็นนางแบบCurve Model หรือ นาง
ป่วยเป็นโรคผิวด่างขาวแต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคใน การ แบบพลัสไซส์ซึ่งเธอภูมิใจในเรือนร่างของตัวเองและมีมุมมองที่
เดินตามความฝันของเธอ อยากจะให้คนทุกคนยอมรับในความแกต่างที่หลากหลายของ
ขนาดร่างกายและรูปร่างเพราะนั่นคือความงามที่แท้จริง
บุคคลตัวอย่างจากเรื่อง BEAUTY STANDARD
SILVY HWASA (MAMAMOO)
ผู้ที่มีประสบการณ์โดนมาตรฐานความงามกดดันจน ผู้ที่มีประสบการณ์โดนตำหนิเรื่องรูปร่างหน้าตามา
รู้สึกไม่รักตัวเอง จึงเขียนเพลง XL เพื่อให้กำลังใจ ยาวนาน แต่เธอเอามาเป็นแรงผลักดันโดยใช้เสียง
สาวทุก size ไม่ว่า size ไหนก็สวยงาม เพลงเป็นสื่อกลางในการสร้างกำลังใจให้ผู้คนมั่นใจ
ในตัวเอง
“DON’T CHANGE YOUR BODY TO GET RESPECT FROM
SOCIETY. INSTEAD LET’S CHANGE SOCIETY TO RESPECT OUR
BODIES.
“อย่าเปลี่ยนร่างกายของเราเพื่อให้สังคมยอมรับ เรามาเปลี่ยนสังคมให้เคารพร่างกายของเรา กัน
เถอะ” – GOLDA PORETSKY
THANK YOU