คําช้แี จงสําหรบั ครผู สู อน
ในการใชชุดการสอนวชิ า พระพุทธศาสนา หนว ยพระพุทธ
เรือ่ ง “ชาดก”
เพือ่ พัฒนาความเชอ่ื และศรัทธาในพระพทุ ธศาสนา
ของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๑
เปน ชุดการสอนใหน กั เรยี นศกึ ษาเปน กลุมกจิ กรรมตามขน้ั ตอนและคําแนะนําดังน ี้
• ชดุ การสอนนีใ้ ชเวลาเรยี นรวม ๖ ช่วั โมง นกั เรยี นตองปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในเวลาท่กี าํ หนดให
ชุดที่ ๑ ประวตั ิและความสําคัญของพระพุทธศาสนา จํานวน ๖ ช่ัวโมง
• ในชัว่ โมงที่ ๑ใหน กั เรยี นศึกษาชดุ การสอนใน หวั ขอ เร่อื ง “การสงั คายนา”
ช่วั โมงท่ี ๒ -๔ ใหน ักเรยี นศกึ ษาชดุ การสอนใน หวั ขอเรื่อง “การเผยแผพระพทุ ธศาสนาเขา สู
ประเทศไทย
ชั่วโมงท่ี ๕-๖ ใหน ักเรียนศกึ ษาชุดการสอนใน หัวขอ เรื่อง “ความสาํ คญั ของพระพทุ ธศาสนาตอ
สงั คมไทย”
• ศกึ ษาคาํ แนะนาํ การใชช ุดการสอน จดุ ประสงคก ารเรียนร ู และระยะเวลาทใ่ี ชใ นการ
ปฏิบตั ิกิจกรรม
• ศกึ ษาและปฏิบัติตามขนั้ ตอนและกจิ กรรมทก่ี ําหนดไวในชุดการสอน
• ขณะศกึ ษาชุดการสอน นักเรยี นปรึกษากนั ภายในกลมุ และขอคําแนะนาํ จากคร ู
• เม่ือศกึ ษาเสร็จแลว ใหจดั เกบ็ ชุดการสอนใหอ ยูในสภาพท่ีพรอ มใชง าน
• ทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น
ชุดการสอนหนวยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๓
เร่ือง “ชาดก”
คาํ ช้แี จง
๑. ชุดการสอนหนว ย พระพุทธ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๓ เรอื่ ง “ชาดก”
๒. ภายในชดุ การสอนแตละชุดประกอบดวยบตั รตา งๆ ดงั น้ี
๒.๑ บัตรคําส่ัง
๒.๒ บตั รความรู
๒.๓ บตั รงาน
๒.๔ บัตรคําถาม
๒.๕ บตั รเฉลย
๓. ใหน กั เรยี นเลอื กประธานกลมุ เพ่อื ดแู ลและควบคมุ การทาํ งานของสมาชิกในกลมุ และเลอื ก
เลขานกุ ารเพือ่ บนั ทกึ ผลการทํากิจกรรมของกลมุ
๔. นักเรยี นทกุ คนรว มปฏิบัตกิ จิ กรรมและแลกเปลย่ี นเรียนรูรว มกนั
จดุ ประสงคการเรียนร ู
เมอื่ ทํากิจกรรมในชดุ การสอนนแ้ี ลว
๑. มคี วามรคู วามเขา ใจชาดก
๒. สรุปวเิ คราะหชาดก
๓. สามารถนาํ ขอคิดท่ีไดจ ากชาดกไปเปน แบบอยา งในการดาํ เนนิ ชวี ติ ได
ชาดกหมายถงึ อะไร
ชุดการสอนหนว ย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๓
เรอ่ื ง “ชาดก”
บัตรคําสั่ง
ใหน กั เรียนแตล ะกลุมปฏบิ ัตดิ ังน ี้
๑. ศึกษาจากบตั รความรูเ รือ่ ง “ชาดก” ดวยวิธีการตอ ไปนเ้ี พยี งวธิ เี ดยี ว
๑.๑ เลือกตวั แทนอา นใหส มาชิกทุกคนในกลมุ ฟง
๑.๒ สมาชิกแตล ะคนในกลุมศกึ ษาดวยตนเอง
๑.๓ วธิ ีการอน่ื ทีส่ มาชิกในกลมุ เสนอแนะ
๒. ทาํ กจิ กรรมตามบตั รงาน
๓. ประธานอานคาํ ถามในบตั รคําถาม สมาชิกตอบลงในสมดุ เปน การทดสอบ หลงั จากไดท าํ
กจิ กรรมตางๆเสร็จแลว หลังจากนั้นอานคําเฉลยในบตั รเฉลย
ชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๓
เรือ่ ง “ชาดก”
บัตรความรู
ชาดก หมายถึง เรอ่ื งราวเก่ยี วกบั พระพทุ ธเจาในชาติกอนๆ
(อดตี ชาตขิ องพระพุทธเจา) พระพุทธเจาตรสั เลาไวอ ยูในสตุ นั ตปฏ ก
มที งั้ หมด 547 เรอ่ื ง การศึกษาชาดกมปี ระโยชนคอื ทาํ ใหเ กิดขอคดิ คตธิ รรม
และหลกั ธรรมตางๆ ซึ่งเราสามารถนําไปเปน แนวทางในการดําเนินชีวิต
ไดเ ปนอยางดีในทน่ี ้จี ะไดศกึ ษาชาดกเรื่อง อัมพชาดก และตติ ตริ ชาดก
อมั พชาดก
(มนตเสกมะมว ง)
ชดุ การสอน หนว ยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๓
เรอ่ื ง “ชาดก”
อมั พชาดก เร่ืองนี ้ พระพุทธเจาแสดงไว โดยปรากฏ
อยใู น หมวดเตรสกนบิ าต ขทุ ทกนิกาย แหง พระ
สตุ ตนั ตปฎ ก พระไตรปฎกเลมท ี่ ๒๗ เหตเุ กดิ ของชาดก
เรอ่ื งนีม้ อี ยูวา
สมัยหนึง่ พระพทุ ธเจา ประทบั อยูใ น
วดั พระเชตวนั เมืองสาวัตถี ทรงทราบเร่อื งทีพ่ ระภกิ ษุ
สงฆสนทนากันในศาลาทปี่ ระชุม เกยี่ วกบั ความ
ประพฤตขิ องพระเทวทัต เรื่องมอี ยวู า
พระเทวทตั ไดป ระกาศตนแยกการปกครอง
สงฆออกจากพระพุทธเจา พระสงฆทง้ั หลายตกั เตอื น แต
พระเทวทัตไมเช่อื ฟง อกี ทัง้ ยงั ปฏเิ สธดว ยวา พระพทุ ธเจา
ไมใ ชอ ุปช ฌาอาจารยข องตน ไมจําเปนตอ งเคารพ
การปฏเิ สธนท้ี าํ ใหพ ระเทวทัตเส่ือมจากฌานท่ตี นมอี ยทู ันท ี
นอกจากจะเสอ่ื มจากฌานแลว พระเทวทตั ยงั ถกู แผน ดินสบู ถงึ มรณภาพอกี ดว ย พระพทุ ธเจาจึงไดเ สดจ็ มายงั ที่
ประชุมสงฆ แลว ตรัสแกพระภกิ ษสุ งฆวา พระเทวทัตเปน คนอกตัญแู ละเสื่อมเสยี จากความด ี ไมใ ชแ ตป จจุบนั น้ี
เทานน้ั แมใ นอดตี กเ็ คยเปนอยางน้ีมาแลว จากนั้นจงึ ตรสั ชาดกเรอ่ื งนวี้ า
บตั รความร ู
เอ!.ตาเขมน โอมเพยี้ ง
อยากกินจงั !
กาลครง้ั หนง่ึ นานมาแลว พระโพธสิ ตั วเ กดิ ในตระกลู ของคนวรรณะจัณฑาล อาศยั อยใู นนครตกั ศิลาซง่ึ เปน
ผูรูมนตวเิ ศษสามารถเสกมะมว งใหม ีผลนอกฤดูกาลไดแ ละใชมนตวเิ ศษนเ้ี ปน เคร่อื งเล้ียงชพี ตลอดมา
บตั รความรู
มคี นอยไู หมครบั ? โปรดรับขา
เปน ศษิ ยด วย
เถิด
โฮง ..โฮง..
วันหน่งึ ไดมีบตุ รชายของปโุ รหติ คนหนง่ึ ซ่ึงไปเรยี นมนตศลิ ปวทิ ยาจากอาจารยทศิ าปาโมกขไ ดเ ขา มา
หมบู า นคนจัณฑาล เมื่อไดร ขู า วเร่ืองราวของพระโพธิสตั วจงึ สนใจที่จะเรียนมนตน ้ี แตพระโพธิสตั วไ มส อนให
เพราะเกรงวา จะรกั ษามนตนไ้ี วไ มไ ด แตช ายหนุม ต้งั ใจจะเรียนใหไ ดจึงยอมลดศกั ดศิ์ รีวรรณะพราหมณมารบั ใชพ ระ
พระโพธสิ ตั วแ ละภรรยาซ่ึงเปนวรรณะจณั ฑาล และกลาวขอรองพระโพธสิ ัตวห ลายครั้งหลายครา
บัตรความร ู โอม...
มสี มาธิตงั้ จิตใหม่นั
รกู ตญั ูครูอาจารย
จงจาํ เอาไว…..
จนพระโพธิสตั วใ จออ นยอมใหเ รยี นมนตแ ตก ําชบั วา “มนตน เี้ ปน มนตวิเศษสามารถทําใหผ ูเรยี นมีวาสนา
สูงสง ได ผเู รยี นมนตต อ งไมล บหลบู ุญคณุ ครอู าจารย” มิฉะนนั้ มนตจะเสอ่ื ม ชายหนมุ ผูนนั้ กย็ นื ยนั รบั คาํ
หลงั จากเรียนมนตจบแลว ชายหนมุ ผนู นั้ กก็ ลบั มายังกรงุ พาราณส ี ไดทําการทดสอบมนต ปรากฏวา
ไดผ ล
บัตรความรู อศั จรรย
จรงิ ๆ
มะมวงสกุ พะยะคะ
คนเฝาสวนเหน็ เขาจึงไดซ ือ้ ไปทูลเกลาฯ ถวายพระเจาพรหมทัต กษัตรยิ ผคู รองกรงุ พาราณสี เสวยแลว
ทรงพอพระทยั ในรสอันหวานหอมของมะมว ง ไดต รสั ถามและรบั สงั่ ใหชายหนุม ผนู น้ั เขา เฝา แลว โปรด
เกลาฯใหพักอยใู นราชสาํ นกั ตอ ไป อยูมาวนั หนง่ึ พระเจา พรหมทัตมีพระราชประสงคจะทอดพระเนตร
วิธกี ารเสกมะมวง จงึ ใหช ายหนมุ รา ยมนตเ สกมว งและไดท อดพระเนตรต้ังแตต น จนจบ พระองคท รงพอ
พระทยั ในตัวเขามาก จงึ ตรสั ถามถงึ ผปู ระสิทธปิ์ ระสาทวชิ ามนตว เิ ศษนใ้ี ห เขาไมก ลาท่จี ะทลู ความจรงิ
จงึ ทูลเท็จไปวาเรียนมาจากอาจารยท ิศาปาโมกข
บัตรความรู
ไอค นเนรคณุ …พาตวั ออกไป
เจา กลับไป
เถดิ
วนั ตอ มา
พระเจา พรหมทัตมีพระราชประสงคอ ยากทอดพระเนตรอกี ครัง้ แตไ มเ หน็ ผลจงึ ตรัสถาม เขาจึงกลา วทลู
เทจ็ วา ยงั ไมไ ดฤ กษยาม และในที่สดุ เขากก็ ลา วความจริงแตมนตข องเขากเ็ ส่อื มเสยี แลวเมอ่ื ทรงสดบั ฟง
เชน นน้ั พระเจา พรหมทตั ทรงตาํ หน ิ และรบั สง่ั ใหล งอาญาและขับไลอ อกจากเมอื ง เขากลายเปน คน
อนาถาซมซานกลบั ไปยังหมบู า นคนจัณฑาล ขอเรียนมนตอีกครั้งแตพ ระโพธสิ ัตวไ มส อนให และสอนวา
เราใหท านเรียนมนตดวยชอบธรรม ทานกเ็ รยี นมนตด ว ยชอบธรรม หากทานต้ังใจรักษามนตไ วมนตก จ็ ะ
ไมเสอ่ื มไปจากทา น เราไมน า ใหมนตนแี้ กทานเลย จงไปเสียเถดิ
บตั รความรู
ใครกัน……..?????
ชายหนมุ ไดฟง เชน น้นั กเ็ สยี ใจและละอายใจยิ่งนกั จงึ เดนิ ทางจากบา นพระโพธิสัตวบ า ย
หนาเขาปา ตอ มามีผพู บศพเขาอยใู นปา แหง นั้น
เคา โครงเรือ่ ง ; นางน้ําทพิ ย ขาววลิ าศ
ภาพโดย ; นายวฑิ ิตทรงชยั ทรงมะลิ
บัตรความรู
ชาดกเรื่องน้สี อนใหรวู า
- การยอมรบั ความจริงต้ังแตแ รก ผลที่จะไดร ับยอ มแตกตางจากการยอมรบั ความจริง
เมอื่ ถกู ซักไซไ ลเลยี ง หรือคาดคน้ั
- คนเราไมค วรลบหลูครูอาจารย ควรมคี วามสาํ นกึ และกตัญูรูคณุ ทาน ผทู มี่ คี วาม
กตัญรู คู ุณคนอื่นยอมเจรญิ กาวหนา
ชดุ การสอนหนว ยพระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๓
เรือ่ ง “ชาดก”
บัตรงาน
หลงั จากศกึ ษาบตั รความรู จบแลว
๑. ใหนกั เรยี นแตละกลมุ ทําบตั รคําถามใหเสรจ็ ในชว่ั โมง
๒. นักเรยี นนาํ เสนอขอคิดท่ีไดจ าการศกึ ษาชาดกหนา หองเรียนเปนกลมุ
ชุดการสอน หนวยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๓
เรือ่ ง “ชาดก”
บัตรคาํ ถาม
นักเรียนไดศึกษาบตั รความรแู ลว ตอบคาํ ถามชาดกเร่อื ง มนตเ สกมะมว ง
๑. จากการศกึ ษาอัมพชาดก นกั เรียนไดข อ คดิ หรือ คติธรรมอะไรบาง
๒. คนกตญั ูรคู ุณอาจารยย อ มเปน คนเจริญในทกุ สถานในทกุ กาลทุกเมอ่ื นักเรยี น
จะปฏบิ ตั ติ นอยา งไรจึงจะสอดคลอ งกบั ขอความนี้
ทําบตั รคาํ ถามหรอื ยงั ครบั
ชดุ การสอน หนวยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู ี ่ ๓
เรอ่ื ง “ชาดก”
บตั รเฉลย
แนวคําตอบ
นักเรียนไดศึกษาบตั รความรูแลว ตอบคําถามชาดกเรอ่ื ง มนตเสกมะมวง
๑. จากการศึกษาอัมพชาดก นกั เรียนไดข อ คดิ หรอื คติธรรมอะไรบาง
- การยอมรับความจริงตง้ั แตแรก ผลที่จะไดรบั ยอ มแตกตางจากการยอมรับความจรงิ
เม่อื ถกู ซักไซไ ลเ ลียง หรือคาดคั้น
- คนเราไมค วรลบหลูครูอาจารย ควรมคี วามสาํ นกึ และกตญั ูรคู ณุ ทาน ผูที่มีความ
กตญั ูรคู ุณคนอ่นื ยอ มเจรญิ กา วหนา
๒. คนกตญั ูรคู ณุ อาจารยย อมเปน คนเจรญิ ในทกุ สถานในทกุ กาลทุกเมอ่ื นักเรยี นจะ
ปฏบิ ัติตนอยางไรจงึ จะสอดคลองกบั ขอความน้ ี
การปฏิบัติตนใหสอดคลอ งกับขอ ความน้ี ตามหลักพระพทุ ธศาสนาไดเ สนอแนะ
แนวทางไวใ นหลักทศิ ๖ ดงั น้ ี
๑. แสดงความเคารพทงั้ ตอ หนา และลบั หลัง
๒. หม่ันไปเยย่ี มเยียนทาน แมทานไมไ ดสอนแลวกต็ าม
๓. ชว ยเหลอื รบั ใช และปรนนิบตั ทิ า นตามสมควร
๔. ตง้ั ใจศกึ ษาเลาเรียน
๕. ศึกษาเลาเรียนดวยความเคารพ
บตั รคาํ ถาม
อัมพชาดก เร่ือง มนตเ สกมะมว ง
ใหนกั เรยี นตอบคําถามและระบายสภี าพใหส วยงาม
ภาพประกอบชาดก เร่ือง ....................................................................................................................
ขอ คิดจากชาดกเรื่องนี้ คือ...................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
แนวทางการนาํ ไปปฏบิ ตั ิ คือ .............................................................................................................
.
บตั รเฉลย
อัมพชาดก เร่อื ง มนตเ สกมะมว ง
ใหนกั เรียนตอบคําถามและระบายสภี าพใหสวยงาม
ภาพประกอบชาดก เรอ่ื ง มนตเ สกมะมว ง
ขอคิดจากชาดกเรื่องนี้ คือ ไมค วรพดู โกหก มคี วามกตญั ูกเวทีตอ ผมู ีพระคณุ เคารพยกยอ งครูอาจารย
แนวทางการนาํ ไปปฏบิ ัติ คือ พดู แตความจริง แสดงความกตัญูและเคารพครูอาจารยและผูมพี ระคณุ
ตติ ติรชาดก
(สัตวสามสหาย)
ชุดการสอน หนว ยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๓
เร่ือง “ชาดก”
เมอ่ื อนาถบณิ ฑิกเศรษฐี สรา งพระวิหาร
เชตวนั ทเี่ มืองสาวัตถีเสรจ็ แลว กก็ ราบทลู อญั เชญิ
พระพุทธเจาและภกิ ษุสงฆเสดจ็ ไปประทบั ในระหวา ง
ทาง ทพี่ ระพทุ ธเจาเสด็จไปไดพ กั คางแรมที่เมืองไพศาลี
ณ ท่ีนนั้ พระฉพั พคั คยี (กลุมพระ ๖ รปู ) ตา ง จับจองท ่ี
พักไวเพ่อื ตนเอง และ อุปชฌาจารยจ นพระสารีบตุ ร
ไมมีทพี่ ัก ทา นจึงเดินจงกรมอยูตลอดคนื ในตอนใกลร ุง
พระพทุ ธองคเ สด็จออกมาพบพระสารีบุตร ตรัสถาม
ไดความวา พระสารีบุตรไมม ที พี่ ักจงึ ไดเดนิ จงกรม
ตลอดคนื พระพุทธเจาจึงสงั่ ใหม กี ารประชุมสงฆ
ตรัสถามวา ภิกษุชนดิ ใดควรจะไดทพี่ ักอนั เลิศ ขาวและ
น้าํ อันเลศิ บางจาํ พวกบอกวาพระภกิ ษุทมี่ าจากตระกูล
พราหมณ กษัตรยิ คหบด ี เปนตน บางจาํ พวกบอกวา
พระภิกษุผไู ดฌ าน ภกิ ษผุ ูบรรลุโสดาปตติผลจนบรรลุ
พระอรหนั ต ควรจะไดท ่พี ักอนั เลศิ
พระพทุ ธเจา ตรัสวา ภกิ ษุทกี่ ลา วนน้ั หาใชผทู ค่ี วรไดท พ่ี ักอนั เลศิ ขา วและน้ําอันเลศิ ไม ภิกษุผูเจริญดว ย
วยั วุฒิเทานน้ั ทคี่ วรได แลว ทรงสอนภิกษทุ ัง้ หลายวา “ พวกเธออยูด ว ยกนั จาํ นวนมากไมรจู กั เคารพยาํ เกรง
ไมกราบไหวผ ูเจรญิ วัยดวยแลวจะอยรู ว มกนั อยา งไร ” จงึ ตรสั เลา ตติ ตริ ชาดก ความวา
บตั รความรู
เจ๊ยี ก…ครอ ก…ครอก.
เจย๊ี ก..ครอก…ครอ ก
โดเรมี….โดเรมี… ลน้ั ลา
หนขู อเวลาซัก 3 นาท ี
ครอ ก…..ฟ ครอ ก…… ฟ………
กาลคร้ังหนง่ึ นานมาแลว ณ บริเวณปาหิมพานต มีตน ไทรใหญอ ยูต น หนึง่ มสี ตั วสามสหาย คอื
นกกระทา ลงิ และชา ง อาศยั อยูดวยกนั สตั วแ ตละตัวตางถือด ี ไมเคารพยาํ เกรงซง่ึ กนั และกนั
บตั รความรู
เดอื นเพญ็ สวยเยน็ เห็นอราม
เจา ชางไมมมี ารยาท
มาเกาใหขา ราํ คาญ
อูย….คนั ตอ งเกาหนอยแลว แกรก…
โดยชางสําคญั ตนวาเปน สตั วใ หญ เมอื่ เกดิ อาการคันลําตวั กเ็ อาสขี า งถตู น ไทรจนสะเทือน หรอื ไมก ็
ใชง วงจบั ตน ไมเ ขยาเลน บาง เมอ่ื อยากรอ งกแ็ ผดเสยี งดงั ลน่ั ปาจนนกกระทาและลงิ สะดงุ ตกใจ สวนลงิ กค็ ดิ
วาตนคลอ งแคลว วองไวปนตน ไมเกง ชา งไลจ บั ไมท นั จงึ ชอบแกลง ชางโดยการหกั กง่ิ ไมทมี่ รี ังมดแดงโยน
ใสช า งบาง หรอื นึกสนกุ ก็รื้อรงั นกกระทาทงิ้ เสยี บาง สวนนกกระทาแมจ ะตวั เลก็ สดุ แตถอื วาตัวเองบนิ ได จึง
ถา ยมูลรดหวั ลงิ และชางบาง อยากจะขนั ขน้ึ มาเมอื่ ใดก็สง เสยี งข้นึ มาทนั ทโี ดยไมเลือกเวลา สัตวทง้ั สาม
จึงหาความสงบไมไ ด ตา งมคี วามรสู ึกโกรธเคอื งกนั อยเู นืองๆ
บตั รความรู
ไง….ลูก สนกุ ไหม แปรน…
แปรน ….
แมค รับ….ตนไทรนีต่ นเลก็ จัง
เลยนะครบั เเม แปรน…
แปรน…….
แมจ ะอาศยั อยดู ว ยกันแตส ัตวท งั้ สามกไ็ มวายทะเลาะกันเปน ประจํา และสัตวทั้งสามไมมคี วาม
เคารพยาํ เกรงกนั จงึ หาความสงบสขุ ไมไ ด จนอยูมาวันหนง่ึ สตั วท ง้ั สามครนุ คดิ หาวธิ นี บั อายขุ องพวกตนอย ู
หลายวัน จนในทสี่ ุด ชา งกลา วขึ้นวา สมัยฉนั ยงั หนมุ ๆฉนั เคยเอาทอ งของฉนั ถกู ับยอดไทรน ี้ มนั ทาํ ใหฉนั รู
วา นอกจากรางกายทใ่ี หญโ ตของฉนั แลว ฉนั ยงั เปนพวกทเ่ี จาทง้ั สองควรนอบนอมยําเกรงและใหความ
เคารพ
บตั รความรู
เจ๊ยี ก…ครอ ก…เจย๊ี ก… ครอก…
เจย๊ี ก…เจี๊ยก…ครอก……
เจาไทรนี่ตน เลก็
มากเจีย๊ ก…เจย๊ี ก…
ลิงไดฟง เชน น้ันจึงกลา วขึ้นทันทีวา สมยั ฉนั ยงั เล็กฉันกเ็ คยตรวจดตู น ไทรทกี่ าํ ลงั งอกและเตบิ โต
จากเมลด็ บางครง้ั ฉนั ยงั เคยโนม ยอดไทรมาแทะเลนเลย เมอื่ กลา วจบชา งและลงิ ถามนกกระทาวา ตอนทา น
เกดิ ตนไทรนใ้ี หญแ คไหนแลว
บตั รความร ู
อวู … จริงหรอื เจี๊ยก…
โอ. .ทานนกกระทาผูอ าวโุ ส ขาจะให
ความเคารพ แกท า น
นกกระทาฟงสตั วทั้งสองกลา วจบ นกกระทาจึงกลาววา สมยั ฉนั เปนหนุมฉันเทย่ี วหาผลไมก นิ พบ
ผลของลกู ไทรสีแดงฉนั จึงโฉบบนิ ลงกนิ และในเวลาตอ มากไ็ ดถายออกมาเเละกเ็ ปน ตนไทรที่พวกเราอาศยั
อยูนแ่ี หละ เพราะฉะนน้ั ฉนั จงึ เปน ผูทอ่ี าวุโสทีส่ ดุ
บตั รความร ู
ไปไหนกันดีพนี่ กกระทา
งนั้ …ไปหาอะไรกินกันดีกวา...
เดีย่ วนอ งพาซ่ิง… บรอ๋ื
เมอ่ื รูวา ใครแกกวา กันแลว นกกระทาซงึ่ ตวั เล็กทีส่ ุดจึงเปน พ่ีใหญ ลิงเปน พี่รอง สว นชางตวั ใหญเปน
นอ งเลก็ สตั วท ้ังสามตา งเคารพกันตามลําดบั อาวโุ ส เลิกกลนั่ แกลง รงั แกกนั มีอะไรกห็ ันหนาเขา ปรึกษาหารอื
กนั แมเมอื่ จะออกไปหาอาหารกินก็ไปดวยกนั นกกระทาขหี่ ลังชางไป ลงิ กโ็ หนตามก่ิงไมบา ง ขี่หลงั ชา งบา ง
เมื่อไปถงึ ตน ไมที่ตอ งการ ลงิ กจ็ ะปน ขึ้นไปเกบ็ ผลไมแ ลวสง ใหช างนํามากินดว ยกนั อยางอม่ิ หนําสาํ ราญทง้ั
สามพนี่ อ ง นกกระทาผูเปน พี่ใหญน ัน้ เปนผูมีความรคู วามคิดดี จงึ คอยใหโ อวาทแกนอ งทงั้ ๒ เสมอ ทงั้ ยงั
ชกั ชวนใหร ักษาศลี ๕ อกี ดว ยสตั วท ั้ง ๓ จึงอยูดวยกันอยางผาสกุ ตลอดชีวิต ครน้ั ส้นิ ชีวติ ไปแลว ไดไปเกดิ
เปน เทวดาบนสวรรคดวยกนั ท้งั หมด
เคาโครงเรือ่ ง ; นางนา้ํ ทพิ ย ขาววลิ าศ
ภาพโดย ; นายวฑิ ิตทรงชัย ทรงมะลิ
บัตรความรู
ชาดกเร่อื งนสี้ อนใหร วู า
๑. บุคคลท่จี ัดวา เปนผูใหญ ควรแกก ารเคารพกราบไหว
๒. วธิ แี สดงความเคารพตอผูใหญ เชน ไหว กราบ แสดงกิริยาออ นนอ มใหเกยี รติ ฯ
๓. สิ่งทผ่ี ูนอยไดร บั จากการปฏบิ ตั ิตอ ผใู หญด ว ยความเคารพ ไดแ ก ไดร บั การถายทอดวชิ าความรู
ไดฟงสง่ิ ท่ีไมเคยฟง
๔. ความเคารพ ออนนอ มถอมตน เปน บอ เกดิ ของความสขุ
ชดุ การสอน หนวยพระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๓
เรือ่ ง “ชาดก”
บตั รงาน
๑. หลังจากศกึ ษาบัตรความรจู บแลวใหน กั เรยี นแตล ะกลุมทําบตั รคาํ ถามใหเสรจ็ ในชว่ั โมง
๒. นกั เรียนนาํ เสนอการตอบคําถามเร่อื งสัตวสามสหายหนาหองเปนกลุม
ชุดการสอน หนว ยพระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท่ ี ๓
เรอื่ ง “ชาดก”
บัตรคาํ ถาม
นกั เรยี นไดศกึ ษาบัตรความรแู ลว ตอบคําถามชาดกเร่ือง สัตวส ามสหาย
๑. พระพทุ ธเจา สอนใหพ ระภกิ ษรุ ูจกั เคารพยําเกรงแกผมู วี ยั วฒุ ิ
มากกวา โดยยกตวั อยา งจากชาดกเร่อื งใด
๒. ตวั ละครในนิทานชาดกเรอื่ ง “สัตวสามสหาย” มีสัตวอ ะไรบาง
๓. จากนิทานชาดกสัตวแตละตวั มนี สิ ัยอยา งไร
๔. สตั วทัง้ สามมวี ธิ กี ารนบั อายุอยางไร
๕. ขอ คดิ จากนทิ านชาดกเรอื่ งนี้ใหข อคดิ ในเร่ืองใด
ทาํ บตั รคําถามหรอื ยังครับ
ชุดการสอน หนว ยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๓
เรื่อง “ชาดก”
บัตรเฉลย
แนวคําตอบ
๑. พระพุทธเจาสอนใหพ ระภกิ ษรุ จู กั เคารพยําเกรงแกผมู วี ยั วุฒิ
มากกวา โดยยกตวั อยา งจากชาดกเรอื่ งใด
ตติ ตริ ชาดก
๒. ตัวละครในนิทานชาดกเรือ่ ง “สตั วสามสหาย” มสี ัตวอ ะไรบาง
นกกระทา, ลงิ , ชา ง
๓. จากนิทานชาดกสตั วแ ตล ะตวั มีนิสยั อยา งไร
สัตวแตล ะตวั มนี ิสยั ชอบทะเลาะกนั
๔. สตั วท้งั สามมวี ิธกี ารนับอายุอยา งไร
นับอายเุ ปรยี บเทยี บกับการเจริญเติบโตของตน ไทร
๕. ขอคิดจากนิทานชาดกเรอื่ งนี้ใหขอคิดในเรอื่ งใด
การใหค วามเคารพผทู ่ีอาวโุ สกวา
บัตรคาํ ถาม
ติตตริ ชาดก เรอื่ ง สัตวสามสหาย
ใหน กั เรยี นตอบคําถามและระบายสภี าพใหส วยงาม
ภาพประกอบชาดก เรอ่ื ง ...............................................................................................................................
ขอ คิดจากชาดกเรอื่ งนี้ คือ..............................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
แนวทางการนําไปปฏบิ ตั ิ คือ ............................................................................................................................
บตั รเฉลย
ติตติรชาดก เร่ือง สตั วสามสหาย
ใหน กั เรยี นตอบคําถามและระบายสภี าพใหสวยงาม
ภาพประกอบชาดก เร่อื ง สตั วส ามสหาย
ขอ คิดจากชาดกเร่ืองนี้ คือ การเคารพผูทอ่ี าวโุ สกวา และ เรื่องความสามัคค ี
แนวทางการนาํ ไปปฏบิ ัติ คือ ใหความเคารพผทู ี่อาวโุ สกวา และรรู ักสามคั คีในหมคู ณะ
บตั รคาํ ถาม
ใหน กั เรยี นพิจารณาขอ ความในกรอบวา เกย่ี วขอ งกบั ชาดกเร่อื งใด แลวนําตวั เลขหนา ขอ ความมาใส
ในชาดกเร่อื งน้นั ใหถ กู ตอ ง
~ อมั พชาดก~ ~ ตติ ตริ ชาดก~
___________________________ ___________________________
๑. พระสงฆสนทนากนั เรื่องความประพฤตขิ อง ๒. พระโพธสิ ัตวเ กดิ ในตระกูลของคนวรรณะ
พระเทวทัต จัณฑาล เปนผูร มู นตว เิ ศษ
๓. ขอขอบคุณในไมตรจี ิตของพวกทา นเราขอ ๔. เมือ่ ใดไดฤ กษย ามดีแลว ขาพระพทุ ธเจา จะ
สญั ญาวา จะรกั ษาเกียรติอนั นจี้ นกวา ชวี ิตจะ รบี นํามะมวงมาถวายพระองค
หาไม
๖. นรชนเหลาใดฉลาดในธรรม มคี วามนอบ
๕. พระโพธิสัตวเ กดิ เปนนกกระทาอาศัยอยทู ี่ นอ มตอ ผูใ หญ นรชนเหลานน้ั ยอมไดร ับความ
ตนไทรใหญ ในปา หิมพานต พรอมเพื่อนลงิ สรรเสริญ
(พระสารีบตุ ร) และชาง(พระโมคคัลลานะ)
๘. พระเจาพรหมทตั รับส่งั ใหล งอาญาชายหนมุ
๗. ทา นเปนคนพาล หลงงมงาย อกตัญ ู ผูน น้ั และใหขับไลออกจากราชสาํ นกั
พดู เทจ็ .... เราไมพอใจทา นเลย
๙. ภิกษทุ ง้ั หลายควรกระทาํ อภวิ าทอัญชลีกรรม ๑๐. ทานแกก วา เราทงั้ หมด ตง้ั แตบดั นีเ้ ปน ตน
และสามีจกิ รรมตอผอู าวโุ ส ไป พวกเราท้ังสองจะใหท านเปนพใี่ หญ
บัตรเฉลย
ใหนกั เรยี นพจิ ารณาขอ ความในกรอบวา เกยี่ วขอ งกับชาดกเรอื่ งใด แลว นาํ ตวั เลขหนา ขอ ความมาใส
ในชาดกเร่ืองนัน้ ใหถ กู ตอง
~ อมั พชาดก~ ~ ติตติรชาดก~
๑ , ๒ , ๔ , ๗ , ๘ ๓ , ๕ , ๖ , ๙ , ๑๐
๑. พระสงฆสนทนากนั เรอื่ งความประพฤตขิ อง ๒. พระโพธิสัตวเ กดิ ในตระกลู ของคนวรรณะ
พระเทวทัต จณั ฑาล เปน ผรู มู นตว เิ ศษ
๓. ขอขอบคณุ ในไมตรีจิตของพวกทานเราขอ ๔. เมื่อใดไดฤ กษย ามดแี ลว ขา พระพทุ ธเจาจะ
สญั ญาวาจะรกั ษาเกียรติอนั นจ้ี นกวาชีวติ จะ รบี นาํ มะมวงมาถวายพระองค
หาไม
๖. นรชนเหลา ใดฉลาดในธรรม มคี วามนอบ
๕. พระโพธิสัตวเกิดเปนนกกระทาอาศยั อยูท่ี นอมตอผูใหญ นรชนเหลา นั้นยอ มไดรับความ
ตน ไทรใหญ ในปาหมิ พานต พรอมเพือ่ นลิง สรรเสริญ
(พระสารบี ตุ ร) และชา ง(พระโมคคลั ลานะ)
๘. พระเจาพรหมทตั รบั สง่ั ใหลงอาญาชายหนมุ
๗. ทา นเปน คนพาล หลงงมงาย อกตัญู ผนู ้ันและใหขบั ไลอ อกจากราชสํานกั
พูดเทจ็ .... เราไมพอใจทา นเลย
๙. ภกิ ษุทั้งหลายควรกระทําอภวิ าทอัญชลีกรรม ๑๐. ทานแกก วา เราทง้ั หมด ตง้ั แตบ ัดนี้เปน ตน
และสามีจิกรรมตอผอู าวโุ ส ไป พวกเราท้ังสองจะใหท านเปน พใ่ี หญ
แบบทดสอบหลังเรียนหนว ยพระพทุ ธ
เร่ือง “ชาดก”
ชัน้ มัธยมศกึ ษาศกึ ษาปท ่ ี ๑ โรงเรยี นธญั รตั น อาํ เภอธัญบุร ี จังหวัดปทุมธาน ี
คําส่ัง ใหนกั เรียนกาเคร่อื งหมาย X หนา คําตอบที่ถูกที่สดุ
๑. อัมพชาดก เปนชาดกทสี่ อนเกยี่ วกบั เรอื่ งใด
ก. เรื่องของความกตญั ตู อครูอาจารย
ข. เรอ่ื งของความเมตตากรณุ าตอสงั คม
ค. เร่ืองการแสดงความเคารพออนนอ มตอ ผูใหญ
ง. เร่อื งของความเสยี สละและความมีมานะ
๒. เพราะเหตใุ ดชายจณั ฑาลจึงยอมทจี่ ะถา ยทอดวิชาเสกมะมวงแกหนุม นกั ศกึ ษา
ก. เพราะชายหนมุ ชว ยทํามาหากนิ
ข. เพราะไดร บั คาจา งเปนการตอบแทน
ค. เพราะชายหนมุ เปน คนดแี ละมกี ารศกึ ษาสงู
ง. เพราะชายหนุม คอยปรนนบิ ตั ริ ับใชโดยไมรังเกยี จ
๓. หนุม นกั ศกึ ษาไดเขา ไปรบั ราชการในเมอื งพาราณสไี ดอ ยางไร
ก. เขา ไปสมคั รงานในเมือง
ข. เสกมะมวงแลว ใหเจา หนาท่นี าํ ไปถวายพระราชา
ค. เสกมะมวงนอกฤดกู าล มีรสชาตดิ ี พระราชาไดเสวยกท็ รงพอพระทยั
ง. ชายจัณฑาลนาํ ไปถวายตัวในเมอื ง พระราชาทรงพอพระทัย
๔. มนตเ สกมะมว งใหสกุ กอ นเวลาในอัมพชาดกนน้ั เสื่อมลงเพราะเหตใุ ด
ก. เพราะชายหนุมเสกบอ ยเกนิ ไป
ข. เพราะชายหนุมโกหกวา ไมไ ดเรียนมนตม าจากจณั ฑาล
ค. เพราะชายหนุม ลืมมนตทเ่ี รยี นมา
ง. เพราะชายหนุมไมตอ งการเสกมะมวงอีกตอ ไป
๕. หากนกั เรยี นเปน ชายหนุมบตุ รปโุ รหิตในอัมพชาดกนักเรียนจะปฏบิ ัตอิ ยา งไร
ก. นําเวทมนตท ี่เรียนมาเสกมะมว งใหแ มเ อาไปขาย
ข. นําเวทมนตใ หสอนแกค นอื่น
ค. บอกความจรงิ ต้งั แตแรกวาเรยี นมาจากคนจณั ฑาล
ง. ไมค วรบอกความจรงิ แกก ษตั รยิ เลยเพราะอาจไดอ ยูในวังตอ
๖. จากติตตริ ชาดก สัตวท ้ัง ๓ คือ นกกระทา ลิง และชาง เปนตัวแทนของอะไร
ก. ความพยายาม
ข. การทําความเพียร
ค. การรจู กั เออื้ เฟอ เผ่ือแผก ัน
ง. การเคารพยาํ เกรงกนั
๗. จากตติ ตริ ชาดก บคุ คลใดทีจ่ ะสมควรแกเสนาสนะอนั ลาํ้ เลิศ
ก. พระวินัยธร พระธรรมกถึก และพระท่ไี ดปฐมญาณ
ข. พระที่บรรลุโสดาบนั พระสกทาคาม ี และพระอรหนั ต
ค. พระภกิ ษุผเู จริญโดยลาํ ดบั (พระผเู จรญิ เรียงลําดบั อาวโุ ส)
ง. พระผทู ี่ไดไ ตรวิชาและอภิญญาหก
๘. สิ่งท่ีนาช่ืนชม ตวั ละคร “ลิง” และ “ชา ง” จากการศกึ ษาตติ ตริ ชาดก คอื ขอใด
ก. การมีน้ําใจ เอ้ือเฟอสมกบั การท่เี ปน มิตรสหายกัน
ข. การมสี ัมมาทิฐ ิ ยอมรับผูอาวโุ สกวา แมจ ะเปนเพื่อนกัน
ค. ความซ่อื สัตยท ีช่ างและลิงมอบใหนกกระทา
ง. ความกตัญตู อนกกระทาผูมพี ระคณุ ตอ ชางและลงิ
๗. ใครนาํ แนวคดิ ท่ีไดจ ากเร่ือง “สัตวสามสหาย” ไปปฏบิ ตั ิ
ก. อัม้ สวสั ดีรุนพ่ีทกุ ครงั้ ทเ่ี จอ
ข. อน พยายามพูดไกลเกล่ยี
ค. อัน๋ คอยใหค วามชว ยเหลือเพื่อนเสมอ
ง. ออยไมยอมใหการบานเพื่อนลอก เพราะตอ งการใหเ พอื่ นฝกทําเอง
๑๐. ผลดขี องการศกึ ษาเกย่ี วกบั ชาดก คอื ขอ ตอ ไปน้ี ยกเวน ขอ ใด
ก. เกดิ ความสนกุ สนาน
ข. ไดขอ คดิ คตเิ ตือนใจ
ค. เขาใจหลกั ธรรมคําสอนตางๆงา ยขนึ้
ง. ไดรับการยกยอ งวา เปน ผูม คี วามรเู รือ่ งชาดก
ชุดการสอน หนวยพระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๓
เร่อื ง “ชาดก”
บตั รเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
๑. ก
๒. ง
๓. ค
๔. ข
๕. ค
๖. ง
๗. ค
๘. ข
๙. ง
๑๐. ง
“ตติ ติรชาดก
วาดวยความเคารพ”