The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปวิเคราะห์พุทธประวัติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by somkuan, 2022-06-12 04:38:01

สรุปวิเคราะห์พุทธประวัติ

สรุปวิเคราะห์พุทธประวัติ

คาํ ชแี้ จงสาํ หรบั ครูผูสอน 
ในการใชช ุดการสอนวิชา พระพทุ ธศาสนา หนว ยพระพทุ ธ 

เรื่อง “สรปุ วเิ คราะหพ ทุ ธประวัติ” 
เพื่อพัฒนาความเช่ือและศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนา 

ของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๑ 

ชดุ ท่ ี ๒  จาํ นวน  ๒ ช่วั โมง 
เปน ชุดการสอนใหนกั เรียนศกึ ษาเปน กลมุ กิจกรรมตามขัน้ ตอนและคําแนะนาํ ดังน้ ี
•ชุดการสอนน้ใี ชเ วลาเรยี นรวม ๒ ช่วั โมง นักเรียนตองปฏิบัตกิ จิ กรรมในเวลาทกี่ าํ หนดให 
•  ช่ัวโมงที่ ๑ ใหนักเรยี นศกึ ษาชุดการสอนตอนท่ี  ๑ 
•  ชวั่ โมงที่ ๒ ใหน กั เรยี นศึกษาชุดการสอนตอนท ี่ ๒ 
•ศึกษาคาํ แนะนาํ การใชช ดุ การสอน จุดประสงคก ารเรียนรู และระยะเวลาที่ใชในการ 
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 
•ศึกษาและปฏบิ ัติตามข้นั ตอนและกจิ กรรมทีก่ ําหนดไวในชุดการสอน 
•ขณะศึกษาชดุ การสอน นกั เรยี นปรกึ ษากันภายในกลุมและขอคาํ แนะนําจากครู 
•เมอื่ ศกึ ษาเสรจ็ แลว ใหจดั เกบ็ ชุดการสอนใหอ ยใู นสภาพทพ่ี รอมใชง าน 
•ทําแบบทดสอบหลังเรียน

แผนการจัดการเรยี นรทู  ่ี ๒ 

ชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรียนรทู ่ ี ๒ 
เรือ่ ง  “สรปุ วเิ คราะหพุทธประวตั ”ิ  

คําชแ้ี จง 

๑.  ชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๒ เรอื่ ง “สรุปวิเคราะหพ ทุ ธประวตั ิ “ 
๒.  ภายในชดุ การสอนแตล ะชุดประกอบดว ยบตั รตา งๆ  ดังนี้ 

๒.๑ บัตรคาํ ส่งั  
๒.๒ บตั รความรู 
๒.๓ บัตรงาน 
๒.๔ บัตรคาํ ถาม 
๒.๕ บตั รเฉลย 
๓.  ใหนกั เรยี นเลอื กประธานกลมุ   เพื่อดูแลและควบคุมการทาํ งานของสมาชกิ ในกลมุ  
และเลอื กเลขานกุ ารเพื่อบนั ทกึ ผลการทํากจิ กรรมของกลุม 
๔.  นักเรียนทกุ คนรวมปฏิบัตกิ จิ กรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรูร ว มกัน

จดุ ประสงคก ารเรียนร ู

เม่อื ทาํ กิจกรรมในชดุ การสอนนแี้ ลว  
๑. อธบิ ายประวตั ิของพระพุทธเจาได 
๒. สรปุ วิเคราะหพระจริยวตั รได 
๓. นําคุณธรรมของพระพุทธเจา ไปใชใ นการดําเนินชวี ิต 

พุทธประวัต ิ หมายถึงอะไร

ชุดการสอนหนวย  พระพุทธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ ี ๒ 
เรอ่ื ง “สรุปวิเคราะหพ ุทธประวัต”ิ  

บตั รคาํ สั่ง 

ใหนักเรยี นแตละกลมุ ปฏบิ ตั ดิ ังนี้ 
๑. ศกึ ษาจากบตั รความรูเร่อื ง “พทุ ธประวตั ”ิ ดวยวธิ กี ารตอไปน้เี พยี งวิธีเดียว 

๑.๑ เลอื กตวั แทนอา นใหส มาชกิ ทุกคนในกลุม ฟง  
๑.๒ สมาชิกแตล ะคนในกลุมศึกษาดวยตนเอง 
๑.๓ วธิ ีการอ่ืนทส่ี มาชกิ ในกลมุ เสนอแนะ 
๒. ทํากิจกรรมตามบตั รงาน 
๓. ประธานอานคําถามในบตั รคําถาม สมาชกิ ตอบลงในสมดุ เปนการทดสอบหลงั จากไดทํา 
กิจกรรมตา งๆเสร็จแลว หลงั จากน้นั อานคาํ เฉลยในบัตรเฉลย

ชดุ การสอนหนว ย พระพุทธ 
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่  ๒ 
เร่ือง  “สรุปวิเคราะหพทุ ธประวตั ”ิ ตอนท่ี ๑ 

บัตรความรู

พทุ ธประวัติ คอื  ประวตั คิ วามเปน มาของพระพุทธเจา  ต้ังแตป ระสูต ิ อภิเษกสมรส การแสวงหา 
ความรู ออกผนวช ตรสั รู ประกาศพระศาสนา จนถงึ ปรนิ พิ พาน 

ประสตู  ิ

พระพุทธเจา ทรงพระนามเดมิ วา “สทิ ธัตถะ” พระราชบดิ า ทรงพระนามวา 
พระเจา สุทโธทนะ ครองกรงุ กบลิ พัสด ุ แควน สกั กะ ปจ จุบนั อยทู างภาคใตของประเทศเนปาล 
พระราชมารดาทรงพระนามวา  พระนางสิริมหามายา เปนราชสกุลจากโกลยิ วงศ  กรุงเทวทหะ 

ตอ มา เมือ่ พระนางสริ ิมหามายาทรงพระครรภจ วนประสูต ิ พระนางมีความประสงคจ ะ 
เสด็จกลับไปประสตู ิทเ่ี มอื งเทวทหะตาม  ธรรมเนยี มอนิ เดยี สมยั กอนจึงทูลลาพระสวามี 
เมือ่ ขบวนเสด็จถงึ สวนลมุ พนิ วี นั ซง่ึ เชือ่ มตอ กรุงกบลิ พสั ดกุ บั กรุงเทวทหะ  ก็ทรงประชวร 
พระครรภและประสตู ิพระโอรสในพระอิรยิ าบถยืนพระหตั ถเ หน่ียวกิ่งสาละ ซึง่ วนั นนั้ ตรง 
กับวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๖ 

เมอ่ื ประสูติแลวขา ราชบรพิ ารจงึ เชิญเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดหุ ลังจากประสตู ิได 
๕ วนั  พระโอรสไดรับการขนานพระนามวา “สิทธตั ถะ”ซึง่ แปลวา ผูส ําเรจ็ ในสง่ิ ทีท่ รง 
ประสงค และพราหมณ ๘ นาย ผูเ ชยี่ วชาญในการทํานายลกั ษณะ ไดพ ยากรณว า ถา 
พระโอรสนที้ รงครอบครองบา นเมืองจะไดเ ปน  พระจกั รพรรดิผยู ่งิ ใหญถาเสดจ็ ออกผนวช 
จะไดเปน ศาสดาเอกของโลก แต   โกณฑญั ญะ พราหมณผ มู อี ายนุ อยที่สดุ ยืนยันหนกั แนนวา 
พระโอรสจะเสด็จออกบวชและไดเปน พระพทุ ธเจาแนนอน หลงั ประสูตไิ ด ๗ วนั  
พระราชมารดาก็เสด็จสวรรคต พระเจาสทุ โธทนะ จงึ มอบพระสทิ ธัตถะพระราชกุมารใหอ ยู 
ในการดูแลเล้ียงดูของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเปน นอ งสาวของพระนางสริ มิ หามายา

บตั รความรู
เรื่อง เทวทตู ๔ 

เมอื่ เจา ชายสิทธตั ถะทรงอยใู นวยั เยาว  พระเจา สทุ โธทนะพระราชบิดาไดทรงพยายามทกุ วิถีทางให 
เจา ชายสิทธตั ถะ อยคู รองราชยสืบตอจากพระองค  โดยการผูกมัดดว ยความสุขในทางโลกเปนสาํ คญั มงุ ให 
เจาชายสิทธตั ถะพบเห็นแตสง่ิ สวยงาม เชน การสรางปราสาทใหป ระทบั ทั้ง ๓ ฤดู จดั ใหท รงอภเิ ษกสมรส 
แตดวยเหตุทเ่ี จา ชายสิทธตั ถะทรงเปน นกั คดิ มาตงั้ แตว ัยเยาว จึงไมอาจปด ก้ันความคดิ ของพระองคไดว ันหนึง่  
เจา ชายสทิ ธตั ถะไดทลู ขอพระราชานุญาตเสด็จประพาสนคร พระองคไดท รงทอดพระเนตรเหน็  คนแก  คนเจ็บ 
คนตาย และสมณะ(นักบวช) เรยี กวา เทวทูต ๔ กท็ รงรสู กึ สลดหดหใู นพระทัยยงิ่ นัก 

วเิ คราะห

เม่อื เจา ชายสิทธตั ถะไดท อดพระเนตรเห็นเทวทตู ๔ คอื   ทตู ท่ีเทวดาเนรมิตเพอ่ื เปน แรงบนั ดาลใจ 
ใหเ จาชายสิทธตั ถะทรงครุนคิดถงึ การออกผนวช ทัง้ นเี้ พราะเกรงวาเจาชายจะตดิ อยใู นกามสขุ  จากการท่ีได 
ทอดพระเนตรเหน็ เทวทตู ๔ ผนวกกับการไดท ราบขาวการประสูติของพระโอรส ทาํ ใหพระองคค ดิ เชอ่ื มโยง 
กบั ความแก ความเจ็บ และความตายลวนเปน ผลสืบเนอ่ื งมาจากการเกดิ  ทําใหต ดั สินพระทัยออกผนวชทนั ท ี

บตั รความรู

เร่ือง การแสวงหาความร ู

เจาชายสิทธตั ถะทรงเปนนักแสวงหาความรูผทู ่ไี มม ใี ครจะเปรียบเทยี บไดน ับจากพระองคท รงเยาวว ยั  
ชีวิตความเปนอยขู องพระองคเพยี บพรอมดวยความสขุ นานบั ประการตามประวตั กิ ลา ววา  เม่ือพระองค 
พระชนมมายไุ ดเพยี ง ๗ พรรษาไดเ สด็จตามพระราชบดิ าไปในการพิธแี รกนาขวญั  พระองคไ ดแสวงหาความ 
สงบดวยการน่งั สมาธเิ ปน ทีน่ า อศั จรรยแ กพระบิดาและขา ราชบริพารทง้ั ปวง คร้นั พระองคเจริญวยั กไ็ ดทรงเขา  
รับการศกึ ษาในสาํ นกั ของครวู ิศวามิตรและไดรับการศกึ ษาศลิ ปศาสตรถงึ ๑๘ ประการ เชน  วิชานกั รบ วิชาการ 
ปกครอง วชิ ากฎหมาย เปน ตน จนแตกฉานหมดสิ้นความรขู องอาจารยนบั วา  เจาชายสทิ ธัตถะไดมีความร ู
ความสามารถในศาสตรสาขาตา งๆเปนอยา งมากถงึ แมวาเจา ชายสิทธตั ถะจะไดศ กึ ษาหาความรดู า นตา งๆจนจบ 
กระบวนการศกึ ษาท่คี นในสมยั นนั้ จกั ตองศกึ ษาพรอมกบั มชี วี ิตความเปน อยูท่ีสุขสบายแลวแตพ ระทัยของ 
พระองคก ลับนอ มนาํ ไปในทางทส่ี งบจนเมอื่ พระองคไดทอดพระเนตรเห็นเทวทตู ทง้ั ๔ คือ คนแก  คนเจบ็  
คนตาย และสมณะ ตามลําดับแลว พระองคท รงมพี ระทยั สงสารและทรงครนุ คดิ ถงึ วธิ กี ารแสวงหาความสิ้น 
ทกุ ขข องชีวติ และตองการทจ่ี ะชวยใหม นษุ ยทั้งปวงไดห ลุดพน จากความทกุ ขนน้ั  

เมือ่ พระชนมายไุ ด ๒๙ พรรษา พระนางพิมพาประสตู พิ ระราชโอรสนามวา “ราหลุ ” พระองคจ ึงตดั สนิ  
พระทัยเด็ดขาดวา จะตอ งเสดจ็ ออกผนวช และในกลางดกึ คนื นนั้  พระองคเสดจ็ พรอมมหาดเลก็ คนสนทิ  
ชอ่ื นายฉันนะ และมากณั ฐกะถงึ แควน โกศลและวัชชีริมฝงแมนํ้าอโนมาพระองคทรงใชพระขรรคตัด 
พระเมาล(ี มวยผม)โกนหนวดเคราทง้ิ  ทรงครองเพศเปน นกั บวชออกแสวงหาความรูซึ่งโมกธรรม คือ ธรรมท่ ี
ทําใหหลุดพนจากทุกขโ ดยการเดนิ ทางไปพบปะสนทนากบั นักบวชและคณาจารยตาง ๆ แตกไ็ มท รงเห็น 
ทางทจี่ ะปฏิบตั ใิ หถึงความหลดุ พน ได หลงั จากนน้ั  พระองคไ ดเ ดนิ ทางไปยังแควน มคธ เขา ศกึ ษาในสาํ นกั  
ของอาฬารดาบสกาลามโคตร ฝก จิตจนไดฌานสมาบัติ ๗ และเรียนรูฌ านสมาบตั ิ ๘ จากสํานกั อุทกดาบส 
รามบุตร เมื่อศกึ ษาแลว ทรงเห็นวา ไมใ ชห นทางพน ทกุ ขจ ึงตดั สินใจลาดาบสทั้งสองเสดจ็ ไปแสวงหาความร ู
และความจรงิ ท่จี ะทําใหพ น ทุกขตอ ไป 

บตั รความรู

เร่ือง การบําเพญ็ ทุกรกิริยา 

การบําเพญ็ ทกุ รกริ ยิ า คอื  การทําความเพียรทที่ ําไดย าก มีชอ่ื เรยี กวา “อตั ตกลิ มถานโุ ยค” คอื การ 
ทรมานตนเองใหล ําบาก พระองคทรงดํารวิ า บางทกี ารทรมานตนเองใหล ําบากจะเปนทางแหง การพน ทกุ ข 
จึงตัดสนิ พระทยั บาํ เพญ็ ทุกรกิริยา โดยมีปญจวคั คยี ค อยดแู ลรับใชตลอดมา ในการบําเพ็ญทกุ รกิริยานนั้  
พระองคทรงปฏบิ ตั ิทรมานพระองคด ว ยวธิ กี ารตาง ๆ ดังตอ ไปน ้ี คือ 

๑. ลดพระกระยาหารใหน อยลงตามลําดับจนกระท่งั เหลอื เพียงเทา เมล็ดในของถัว่ พูเทา นน้ั ในหนึง่  
ม้อื ของแตละวัน 

๒. เสวยของโสโครก เชน เสวยมลู ของลกู โค หรอื พระบงั คลหนักของพระองคเ อง เปนตน 
๓. เอาของโสโครก เชน  ข้เี ถา ทาพระวรกายโดยไมท รงสนาน(อาบนํ้า)เลยเปน เวลานบั ปจ นกระทงั่  
สิ่งโสโครกเหลา นั้นเกาะตดิ พระวรกายเปนแผน 
๔. กลน้ั ลมหายใจโดยใชพ ระชวิ หากดเพดานปากจนหอู อื้ ตาลายเกิดอาการวงิ เวียนพระเศียร 

วิเคราะห 

การทีพ่ ระองคไ ดทรงกระทาํ ทกุ รกริ ิยาอยูถงึ ๖ ป  จนทาํ ใหพ ระวรกายของพระองคลําบาก สกปรก 
ซบู ผอม และออ นลา  ในทส่ี ุดพระองคท รงระลึกไดว า เมือ่ คราวทีท่ รงพระชนมายุ ๗ ขวบนน้ั  ทรงเจรญิ  
อานาปานสติ คอื  การกาํ หนดลมหายใจเขาออกจนไดบรรลปุ ฐมฌาน 

บัตรความรู

เรือ่ ง การบาํ เพ็ญเพยี รทางจติ  

พระองคท รงบาํ เพ็ญเพียรทางจติ แทนทางกาย เริ่มเสวยอาหาร ปญจวัคคียเขาใจผิดวาพระองคทรง 
ละความพยายามท่จี ะตรสั รู จงึ พากันหนีเขาปาอิสปิ ตนมฤคทายวนั  พระองคทรงบาํ เพญ็ สมถภาวนา  แลวคิด 
หาเหตแุ ละผลจนไดรูชดั แจงถึงความจริงอยางย่ิง ๔ ประการ ไดแก “อริยสัจ ๔” ซึ่งเปนหลักของการหลุด 
พน จากความทุกขท้ังปวง และไดตรสั รเู ปน พระพทุ ธเจา จนทาํ ใหต รสั รูธรรม ใชเวลาปฏบิ ัตถิ ึง ๖ ป 
เมอ่ื พระชนมายุ ๓๕ พรรษา 

บําเพญ็ สมถภาวนา  ประกาศศาสนา  เสดจ็ ปรนิ พิ พาน 

ชดุ การสอนหนว ยพระพุทธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท ่ ี ๒ 
เร่ือง “สรปุ วิเคราะหพ ทุ ธประวตั ”ิ   ตอนท่ี ๑ 

บัตรงาน 

หลงั จากศกึ ษาบตั รความร ู จบแลว  

๑.  ใหนักเรยี นแตล ะกลมุ ทาํ บัตรคําถามใหเสร็จในชว่ั โมง 

๒.  นกั เรยี นนําเสนอสรุปวเิ คราะหพ ทุ ธประวัต ิ  หนาหอง  โดยแตละกลุมสงตวั แทนนาํ เสนอ 
กลุมละ  ๑  พระจรยิ วตั ร

บตั รความรู ตอนท๒ี่

เรอ่ื ง คุณธรรมพื้นฐาน ๘ ประการและปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 
กระทรวงศึกษาธิการ  ประกาศนโยบายเรง รัดการปฏิรูปการศกึ ษา  โดยยึดคณุ ธรรมนําความรสู รา งความ 
ตระหนกั สาํ นกึ ในคณุ คา ของ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความสมานฉันท  สันติวิธี วถิ ปี ระชาธิปไตย พฒั นาคนโดย 
ใชค ณุ ธรรมเปนพนื้ ฐานของ  กระบวนการเรยี นรทู เี่ ชอ่ื มโยง  ความรว มมือของสถาบนั ครอบครัว  ชุมชน  สถาบัน 
ศาสนาและสถาบนั การศกึ ษา  โดยมีจดุ เนน เพ่อื พฒั นาเยาวชนใหเปนคนด ี มคี วามร ู และอยูดีมสี ขุ   ดงั น้ัน  เพอื่ ให 
การขับเคลื่อนดงั กลา วมคี วามชัดเจน  เกดิ ประสิทธิภาพสงู สุด  และสามารถนาํ ไปสูการปฏิบตั ไิ ดอ ยา งเปนรูปธรรม" 
๘ คุณธรรมพ้ืนฐาน" ท่ีควรเรง ปลูกฝง ประกอบดวย 

๑.  ขยนั   คือ  ความตั้งใจเพียรพยายามทาํ หนาท่ีการงานอยา งตอเนอ่ื ง 
สมํา่ เสมอ  อดทน  ความขยนั ตอ งปฏบิ ตั คิ วบคูกับการใชส ตปิ ญ ญา  แกป ญ หาจน 
เกิดผลสําเร็จ

ผูที่มีความขยนั คือ ผูท ี่ตงั้ ใจทําอยา งจรงิ จงั ตอ เนอื่ งในเรอื่ งท่ีถกู  
ท่ีควรเปน คนสงู าน มีความพยายาม ไมท อถอย กลา เผชญิ อุปสรรค รกั งาน 
ทีท่ ํา ตง้ั ใจทําหนาทอี่ ยางจริงจงั  
๒. ซื่อสตั ย คอื  ประพฤตติ รงไมเ อนเอยี งไมมเี ลห เหลยี่ ม 
มีความจรงิ ใจ ปลอดจากความรสู ึกลาํ เอยี ง 
ผทู ่มี คี วามซ่ือสตั ย  คอื   ผทู ี่มคี วามประพฤตติ รงทง้ั ตอ หนาท ่ี
ตอวิชาชีพ  ตรงตอเวลา  ไมใชเลห ก ล  คดโกงทง้ั ทางตรงและทางออม 
รับรูหนาทีข่ องตนเอง และปฏบิ ตั อิ ยางเต็มที่ถูกตอ ง

๓.  ประหยัด  คอื   การรูจักเก็บออม  ถนอมใชท รพั ยส นิ   ส่งิ ของแต 
พอควรพอประมาณ ใหเ กดิ ประโยชนคุมคา  ไมฟุมเฟอย ฟงุ เฟอ  

ผทู ม่ี คี วามประหยดั   คือ  ผทู ี่ดาํ เนนิ ชวี ติ ความเปนอยูทเี่ รยี บงา ย  รูจกั  
ฐานะการเงนิ ของตน คดิ กอ นใชคดิ กอนซ้ือ เกบ็ ออม ถนอมใชท รพั ยส นิ สง่ิ ของ 
อยางคมุ คา รูจักทําบญั ชรี ายรับ-รายจา ยของตนเองอยเู สมอ 

๔.  มีวินยั   คือ  การยดึ มั่นใน 
ระเบยี บแบบแผน ขอบังคบั และขอปฏิบตั ิ ซึง่ มที ัง้ วนิ ยั ในตนเองและวินยั ตอ  
สงั คม 

ผูท ีม่ ีวินยั คือ ผทู ป่ี ฏบิ ัตติ นในขอบเขต กฎระเบยี บของสถานศกึ ษา 
สถาบัน/องคกร/ สงั คมและประเทศ 

๕. สภุ าพ คือ เรียบรอย ออนโยน ละมนุ ละมอ ม มีกริ ิยามารยาททีด่ ี 
งาม มีสัมมาคารวะ 

ผูท มี่ ีความสภุ าพ คือ ผทู ่ีออนนอมถอ มตนตามสถานภาพ 
และกาลเทศะ ไมก า ว-รา วรุนแรง วางอํานาจขม ผอู ่นื ทง้ั โดยวาจา 
และทา ทาง แตใ นเวลาเดยี วกนั ยงั คงมคี วามมั่นใจในตนเอง 

๖. สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองท้ังกาย ใจ และ 
สภาพแวดลอ ม ความผอ งใสเปน ทีเ่ จรญิ ตาทาํ ใหเ กิดความสบายใจ 
แกผูพบเห็น 

ผูทมี่ ีความสะอาด คอื  ผรู ักษารา งกาย ทอี่ ยอู าศัย สงิ่ แวดลอ ม 
ถูกตองตามสุข-ลักษณะ ฝกฝนจติ ใจมิใหขุน มวั  จึงมคี วามแจมใส 
อยเู สมอ 

๗. สามัคค ี คือ ความพรอมเพียงกนั  ความกลมเกลยี วกัน ความ 
ปรองดองกัน รว มใจกันปฏิบัตงิ านใหบ รรลุผลตามท่ีตอ งการเกิดงานการ 
อยางสรางสรรคป ราศจากการทะเลาะววิ าท ไมเอารัด          เอาเปรยี บกัน 
การยอมรบั ความมเี หตผุ ล ยอมรบั ความแตกตา งหลากหลายทางความคิด 
ความหลากหลายในเรอื่ งเชื้อชาต ิ            ความกลมเกลยี วกันในลักษณะ 
เชน น้ี เรียกอกี อยางวา  
ความสมานฉนั ท 
ผูท ม่ี ีความสามัคค ี คอื  ผทู เ่ี ปด ใจกวางรับฟง ความคิดเห็นของผอู น่ื  รบู ทบาทของตนทง้ั ในฐานะผูน าํ และผ ู
ตามทดี่  ี มคี วามมุงม่นั ตอการรวมพลงั  ชวยเหลือเกอ้ื กูลกนั  เพ่อื ใหก ารงานสําเร็จลลุ ว ง แกป ญ หาและขจัดความ 
ขดั แยงได เปนผมู เี หตุผล ยอมรับความแตกตางหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชอ่ื  พรอ มท่จี ะปรบั ตัวเพอ่ื  
อยรู วมกนั อยา งสนั ติ 
๘. มนี า้ํ ใจ คือ ความจรงิ ใจทีไ่ มเ หน็ แกเ พยี งตวั เองหรือเรอ่ื งของตวั เอง แตเ ห็นอกเหน็ ใจ เหน็ คณุ คา ใน 
เพอ่ื นมนษุ ย  มคี วามเออื้ อาทรเอาใจใส  ใหค วามสนใจในความตอ งการ 
ความจําเปน  ความทกุ ขส ุขของผูอ่ืน และพรอมท่จี ะใหความชว ยเหลอื  
เกอ้ื กลู กนั และกัน 
ผูทม่ี นี าํ้ ใจ คอื ผูใหและผอู าสาชว ยเหลอื สงั คม 
รูจกั แบง ปน เสยี สละความสขุ สวนตน เพอ่ื ทาํ ประโยชนแ กผ ูอนื่  เขา ใจ 
เห็นใจ ผทู ่ีมคี วามเดือดรอน อาสาชว ยเหลือสังคมดว ยแรงกาย สตปิ ญ ญา 
ลงมอื ปฏบิ ัตกิ ารเพ่ือบรรเทาปญหา หรือรวมสรางสรรคส งิ่ ดงี ามใหเ กิดข้นึ ในชมุ ชน

บตั รความรู ตอนที่ ๒ 

สรุปปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 

เศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ท่ีชี้แนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติของ 
ประชาชนในทุกระดับ ต้ังแตระดับครอบครัวไปจนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศ ให 
ดาํ เนนิ ไปในทางสายกลาง มีความพอเพยี ง และมคี วามพรอมทจ่ี ะจดั การตอผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง 
ท้ังภายนอกและภายใน ซึง่ จะตอ งอาศยั ความรอบร ู รอบคอบ และระมดั ระวัง ในการวางแผนและดาํ เนินการ 
ทุกข้ันตอน เศรษฐกิจพอเพียงไมใชเ พียงการประหยัด แตเ ปนการดําเนินชวี ิตอยา งสมดลุ และยงั่ ยนื  
เพ่อื ใหสามารถอยไู ดแ มใ นโลกโลกาภวิ ฒั นท ่มี ีการแขงขนั สงู  
หลกั ปฏบิ ัตขิ องปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งทบี่ รู ณาการกับวชิ าพระพุทธศาสนา 

สงเสริมพระพุทธศาสนาปลูกจิตสํานึกความรักชาต ิ ตระหนักถึงคุณคาของพระพุทธศาสนา 
จงรกั ภกั ดีตอ พระมหากษตั รยิ  
กจิ กรรมทางพระพุทธศาสนาที่ประยกุ ตใชก บั เศรษฐกิจพอเพยี ง 
๑. ใหค วามสาํ คญั กบั การรกั ษาศลี  หรอื สวดมนตเ ปน ประจาํ  

๒. สงเสรมิ การฝก อบรมสมาธิภาวนา  ๓. รวมกันทะนุบาํ รุงศาสนา 

ภาพครูและนักเรยี น  ร.ร.ธัญรตั น  ทําวตั รเชา  น่ังสมาธ ิ  และตักบาตร  ณ  ลานธรรมะ



บตั รคาํ ถาม 

เรื่อง  สรปุ วิเคราะหพ ทุ ธประวัต ิ
ใหน กั เรยี นเรยี งลําดบั ภาพพทุ ธประวตั ิตอไปนี้ใหถกู ตอ ง  โดยนาํ หมายเลขในภาพ 
ไปใสใ น  ขางลาง 

ตอบ

บตั รเฉลย 

เรื่อง  พทุ ธประวัติ 
ใหนักเรยี นเรียงลําดบั ภาพพทุ ธประวัติตอ ไปนีใ้ หถ ูกตอง    โดยนําหมายเลขในภาพไปใส 
ใน  ขางลา ง

ชดุ การสอนหนว ย  พระพุทธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๒ 

เรือ่ ง  “  เทวทตู ๔ ” 

บัตรคําถาม 

ภาพนีเ้ ปน ภาพของ................................................................................................ 
หมายถงึ ..................................................................................................................

ชดุ การสอนหนวย  พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู ่ ี ๒ 

เรอ่ื ง  “เทวทูต ๔ ” 

บตั รคําถาม 

ภาพนเี้ ปน ภาพของ................................................................................................. 
หมายถงึ ..................................................................................................................

ชดุ การสอนหนวย  พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู  ่ี ๒ 

เรือ่ ง  “เทวทตู ๔” 

บัตรคําถาม 

ภาพนเี้ ปน ภาพของ.................................................................................................. 
หมายถึง...................................................................................................................

ชุดการสอนหนวย  พระพุทธ 
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูที ่ ๒ 

เร่อื ง  “ เทวทูต ๔ ” 

บตั รคําถาม 

ภาพน้ีเปน ภาพของ............................................................................................... 
หมายถึง.................................................................................................................

ชุดการสอนหนวย  พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู  ี่ ๒ 

เรื่อง  “  เทวทตู ๔ ” 

บัตรเฉลย 

ภาพนเี้ ปน ภาพของ คนแก 
หมายถึง เรามคี วามแกเปน ธรรมดา ไมส ามารถลวงพน ความแกไปได

ชุดการสอนหนวย  พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ ี ๒ 

เร่อื ง  “ เทวทูต ๔ ” 

บัตรเฉลย 

ภาพนเี้ ปน ภาพของ คนเจบ็  
หมายถงึ เรามคี วามเจ็บเปน ธรรมดา  ไมสามารถลว งพน ความเจบ็ ไปได

ชุดการสอนหนว ย พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่  ๒ 

เร่ือง  “  เทวทตู ๔ ” 

บตั รเฉลย 

ภาพน้เี ปน ภาพของ คนตาย 
หมายถงึ เรามีความตายเปนธรรมดา ไมสามารถลว งพนความตายไปได

ชดุ การสอนหนวย พระพุทธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู  ี่ ๒ 

เรือ่ ง  “ เทวทตู ๔” 

บตั รเฉลย 

ภาพน้ีเปน ภาพของ สมณะ 
หมายถึง ผอู อกบวช  หรือนกั บวชทม่ี ีความสาํ รวม  นา เลอ่ื มใส

ชุดการสอนหนวยพระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๒ 
เรื่อง “สรปุ วิเคราะหพ ทุ ธประวัต”ิ   ตอนที่ ๑ 

บัตรงาน  ตอนท่ี ๑ 

หลงั จากศึกษาบัตรความร ู จบแลว  
๑.  ใหนกั เรยี นแตล ะกลุมทาํ บตั รคําถามตอนที่ ๑ ใหเสร็จในชวั่ โมง 
๒.  นกั เรียนสงตวั แทนนาํ เสนอการคาํ ตอบในบตั รงานตอนท่ี ๑ หนาหอ งเรยี น

ชุดการสอนหนว ย  พระพุทธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ ี ๒ 
เรือ่ ง  “สรุปวิเคราะหพ ุทธประวัติ  ตอนท่ี๑” 

บัตรคําถาม ตอนที่ ๑ 

๑. ใหน กั เรยี นสรปุ วเิ คราะหจริยวัตรของพระพุทธเจาแลว นาํ เสนอหนาชั้นเรยี น 
.................................................................................................................................. 
......……………………………………………………………………………………………. 
.................................................................................................................................. 
………………………………………………………………………………………………... 
.................................................................................................................................. 
………………………………………………………………………………………………... 
๒. ใหนกั เรียนสรุปคณุ ธรรมของพระพุทธเจาทค่ี วรนําไปเปนแบบอยางในการดาํ เนนิ ชวี ิต 
.................................................................................................................................. 
………………………………………………………………………………………………... 
.................................................................................................................................. 
………………………………………………………………………………………………...

ชุดการสอนหนวยพระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ี  ๒ 
เร่ือง “สรปุ วิเคราะหพทุ ธประวัต”ิ   ตอนท่ี ๒ 

บัตรงาน  ตอนท่ี ๒ 

หลงั จากศกึ ษาบตั รความรู จบแลว 
๑. ใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ ทาํ บัตรคาํ ถามตอนท่ี ๒ ใหเ สรจ็ ในชั่วโมง 
๒. นกั เรยี นสง ตวั แทนนาํ เสนอการคาํ ตอบในบตั รงานตอนท่ี ๒ หนาหอ งเรยี น

ชุดการสอนหนวย พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี  ๒ 
เรื่อง  “สรุปวิเคราะหพ ทุ ธประวัต ิ ตอนที่ ๒” 

บตั รคําถาม  ตอนท่ี ๒ 
๑.  คณุ ธรรมของพระพุทธเจา สอดคลอ งกบั คณุ ธรรมพืน้ ฐาน ๘ ประการในขอใดบาง 
ท่ีนักเรยี นสามารถนําไปใชใ นชวี ติ ประจําวัน 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
๒.นักเรยี นสามารถนาํ คุณธรรมของพระพุทธเจาไปประยกุ ตใชก ับหลักปรัชญาเศรษฐกิจ 
พอเพียงในเร่ืองใด 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
.................................................................................................................................................. 
..................................................................................................................................................

ชุดการสอนหนวย  พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูท่ี  ๒ 
เรื่อง  “สรปุ วเิ คราะหพุทธประวตั ”ิ ตอนท่ี๑ 

บัตรเฉลย ตอนท่ี ๑ 
แนวคําตอบ 
๑. ใหน กั เรยี นสรุปวิเคราะหจ รยิ วตั รของพระพุทธเจา แลวนําเสนอหนาชัน้ เรยี น 
ประสตู  ิ มีประเดน็ สําคญั ท่ีควรวเิ คราะหด งั นี้ 
๑. กอนท่เี จาชายสิทธัตถะจะประสูติ พระนางสิริมหามายาไดทรงพระสุบินเห็นพญาชางเผือกเขา 
สูพระครรภ วิเคราะหวาเปนนิมิตหมายแหงการเสด็จอุบัติขึ้นของพระมหาบุรุษผูมีบุญและมีปญญามาก 
ซงึ่ จะเปนที่พง่ึ ของชาวโลก เพราะชางเผือกเปนสญั ลักษณแหงปญ ญาบารมี 
๒. เมือ่ เจา ชายสิทธัตถะประสูต ิ พระองคไ ดเ สด็จพระดําเนิน ๗ กาว วิเคราะหไดวาเปนนิมิตหมาย 
ใหร วู า พระองคจ ะไดโพชฌงค ๗ คอื  สติ ธัมมวจิ ยะ วริ ยิ ะ ปต  ิ ปส สัทธิ สมาธ ิ อเุ บกขา นอกจากน้ี ยงั หมายถึง 
แควน ๗ แควน ทีพ่ ระพทุ ธองคไ ดเ สดจ็ ไปประกาศธรรม ไดแ ก  แควน กาสกี บั  
โกสะ แควน มคธกบั องั คะ แควน สักกะ แควนวชั ชี แควนมลั ละ แควนวังสะ และแควนกุรุ 
๓. หลังจากเสด็จพระดําเนินไป ๗ กา วแลว ไดท รงเปลงอาสภิวาจา ประกาศวาพระองคคือผูเลิศใน 
โลก  ผูยิง่ ใหญในโลก ผูประเสรฐิ ทสี่ ดุ ในโลก วิเคราะหไดวา พระองคทรงเปนมหาบุรุษเอกของโลก ทรง 
แสดงธรรมอยางอาจหาญเปนท่ียอมรับของเทวดาและมนุษยท้ังหลายไมมีใครเสมอเหมือนพระดํารัสของ 
พระองคเปน หน่ึงไมมีสอง บคุ คลทฟ่ี งธรรมท่ีพระองคแสดงแลวสามารถนําไปปฏิบัติจะไดรับผลแหงการ 
ปฏบิ ตั เิ ปนความสุขความเจริญและการรแู จงเหน็ จริงได 
๔. ในวันประสูตมิ ีเทวดามาคอยรบั  พรอ มทง้ั มีสายนา้ํ รอนนาํ้ เย็นตกมาจากอากาศสนานพระวรกาย 
วิเคราะหไดว า เทวดานอกจากจะทูลเชิญพระองคใหเสด็จมาอุบัติในโลกมนุษยแลวยังตามอารักขาเพ่ือให 
พระองคแ ละพระมารดาปลอดภยั  ความตอนนีแ้ สดงใหเ หน็ วาการเสด็จอุบัติของพระองคนําความยินดีมาส ู
มนษุ ยและเทวดาเปน อันมาก

ชุดการสอนหนว ย  พระพทุ ธ 
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี  ๒ 

เรอ่ื ง  “สรุปวเิ คราะหพ ุทธประวัต”ิ ตอนท่ี ๑ 

บัตรเฉลย ตอนที่ ๑ 
แนวคาํ ตอบ 

เทวทตู ๔ มปี ระเด็นสําคญั ท่คี วรวิเคราะหด ังน ี้
ตามประวัติกลาววา นับแตพราหมณทั้ง ๘ ไดพยากรณวา ถาเจาชายสิทธัตถะอยูครองเรือนจะได 

เปนพระเจาจักรพรรดิ หากออกผนวชก็จะไดตรัสรูเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา พระเจาสุทโธทนะมีพระ 
ประสงคจะใหเจา ชายสิทธัตถะเปนพระเจาจักรพรรดิ จงึ พยายามทะนถุ นอมเจาชายอยางดี ใหประทับอยูใน 
ปราสาท ๓ ฤด ู กดี กนั มใิ หเจา ชายพบเหน็ สงิ่ ที่ไมน าเพลิดเพลนิ เจรญิ ใจ 

จนกระท่งั วนั หนง่ึ  เจา ชายสทิ ธัตถะไดเสด็จประพาสอุทยานกบั นายฉันนะ เทวดาไดเนรมิตตนเปน 
คนแก  คนเจ็บ คนตาย และสมณะ แสดงตอหนาพระพักตรตามลําดับ เปนเหตุใหพระองคเกิดความสังเวช 
และเมื่อทอดพระเนตรเหน็ สมณะกม็ พี ระทัยนอ มไปในการบรรพชา 
การแสวงหาความร ู มีประเดน็ สําคัญท่ีควรวเิ คราะหด ังน้ ี

เจาชายสิทธตั ถะครั้นบรรพชาแลวทรงออกแสวงหาความรซู ง่ึ โมกธรรมคือธรรมทีท่ าํ ให 
หลุดพน จากทกุ ขโดยการเดินทางไปพบปะสนทนากับนักบวชและคณาจารยต าง ๆ แตกไ็ มท รงเห็น 
ทางทจ่ี ะปฏบิ ัติใหถงึ ความหลดุ พนได หลังจากนัน้  พระองคไดเดินทางไปยังสํานกั ของอาฬารดาบส 
กาลามโคตร ฝก จติ จนไดบ รรลุฌาน ๗ แลว เหน็ วา ยงั ไมใ ชท างพนทกุ ข จึงเสดจ็ ไปศกึ ษากับ 
อทุ ทกดาบส รามบุตร จนไดบรรลฌุ าน ๘ แตก็ทรงเห็นวายังไมใชทางพนทุกขได จึงตัดสินใจลาดาบสท้ัง 
สองเสดจ็ ไปคนหาความรแู ละความจรงิ ที่จะทําใหพนทกุ ขต อไป

ชดุ การสอนหนวย  พระพุทธ 
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูที่  ๒ 

เรอ่ื ง  “สรปุ วเิ คราะหพทุ ธประวัต”ิ ตอนที่ ๑ 

บตั รเฉลย ตอนท่ี ๑ 

แนวคาํ ตอบ 
การบาํ เพญ็ ทกุ รกริ ิยา มีประเด็นสาํ คญั ทคี่ วรวิเคราะหด งั น้ี 

การบําเพ็ญทกุ รกริ ยิ า คือ การทาํ ความเพียรที่ทําไดยาก มีชอื่ เรียกวา อัตตกลิ มถานโุ ยค 
คอื การทรมานตนเองใหล าํ บาก พระองคทรงดาํ รวิ า บางทกี ารทรมานตนเองใหล ําบากจะเปน 
ทางแหงการพน ทกุ ข  จงึ ตัดสนิ พระทยั บําเพญ็ ทุกรกิรยิ า 

การบําเพญ็ ทกุ รกริ ิยาเหลานีท้ ําใหพระวรกายของพระองคลาํ บาก สกปรก ซูบผอม และออ นลา 
ในทส่ี ดุ พระองคทรงระลึกไดวา  เม่ือคราวท่ีทรงพระชนมายุ ๗ พรรษานัน้  ทรงเจริญอานาปานสติ 
คือ การกาํ หนดลมหายใจเขาออกจนไดบรรลปุ ฐมฌาน พระองคจ งึ ทรงหันมาบําเพ็ญเพยี รทางจิต 
จนบรรลหุ ลักธรรม “อรยิ สัจ ๔” 
๒.  ใหน กั เรยี นสรปุ คณุ ธรรมของพระพทุ ธเจา ทค่ี วรนําไปเปนแบบอยา งในการดําเนนิ ชวี ติ  

๑. ทรงเปนผใู ฝรใู ฝเ รยี นเปนอยา งมาก 
๒. มนี ํา้ ใจเสียสละอยา งแทจ รงิ  ยอ มเสียสละความสขุ สว นพระองค เสดจ็ ออกผนวช 

เพ่ือแสวงหาทางพน ทกุ ข และชวยเหลือมนษุ ยโ ลกใหพน ทกุ ข 
๓. ทรงมีความอดทนและความเพยี รพยายามเปน อยางย่ิง

ชุดการสอนหนว ย พระพุทธ 
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๒ 
เรอื่ ง  “สรปุ วเิ คราะหพ ุทธประวตั ิ  ตอนท่ี ๒” 

บัตรเฉลย 

๑. คุณธรรมของพระพุทธเจาสอดคลองกับคณุ ธรรมพื้นฐาน ๘ ประการในขอ ใดบา ง 
ท่ีนักเรียนสามารถนาํ ไปใชใ นชีวติ ประจาํ วนั  

ขอ ท่ี ๑. ขยัน คือพระองคมคี วามต้งั ใจ เพียรพยายาม ทาํ หนา ท่ขี องพระองคอ ยางตอเนอ่ื ง 
สมา่ํ เสมอ อดทนปฏิบัตคิ วบคูกบั การใชสติปญญาแกไขปญ หาจนเกดิ ผลสาํ เรจ็  

ขอ ท่ี ๘. มีน้าํ ใจ คือ พระองคมคี วามจริงใจทไ่ี มเห็นแกเ พียงประโยชนสว นตนหรอื เร่อื งของ 
ตวั เองเห็นคณุ คาในเพือ่ น มนุษย  มีความเอือ้ อาทรเอาใจใส อยากให ผูอ่ืนพนจากความทกุ ข และพรอ ม 
ที่จะใหค วามชวยเหลอื เกื้อกลู กนั และกนั เปน ผทู มี่ นี ํ้าใจทรง เสยี สละความสุขสวนตนเพ่อื ทํา 
ประโยชนแ กม นษุ ยทกุ คนในโลก 

๒.นักเรียนสามารถนําคณุ ธรรมของพระพทุ ธเจา ไปประยุกตใ ชก บั หลักปรัชญา 
เศรษฐกจิ พอเพียงในเรอ่ื งใด 

เร่อื ง  การเรียนและการทํางาน  เศรษฐกิจพอเพยี งเปนปรัชญาชแ้ี นวทางการดํารงอยูและปฏิบตั  ิ
ของประชาชนทกุ ระดับชนั้  

๑.ขยัน  ผทู ม่ี คี วามขยนั   คือผูท ่ีตัง้ ใจทําอยางจริงจงั ตอ เนือ่ งในเรือ่ งท่ถี ูกควร  เปน คนสูง าน  มี 
ความพยายามไมยอทอ และกลาเผชญิ หนา กับปญ หา  อปุ สรรค  รักงานทท่ี าํ   ต้งั ใจทําหนา ทข่ี องตนเอง 
อยา งจริงจงั จนประสบความสาํ เร็จ 

๒.มนี าํ้ ใจ ผทู ่มี นี ้าํ ใจ คือผูท มี่ ีความจริงใจตอ กนั ไมเ ห็นแกตวั หรอื พวกพอ งของตวั เอง 
มคี วามเห็นอกเหน็ ใจตอ เพ่ือนมนุษย

แบบทดสอบหลังเรยี นชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ 

เรื่อง  “สรุปวิเคราะหพทุ ธประวัต”ิ  

ช้นั มธั ยมศกึ ษาศึกษาปท ี่  ๑ โรงเรยี นธญั รตั น  อาํ เภอธญั บรุ  ี จงั หวดั ปทมุ ธาน ี
คาํ ส่งั   ใหน ักเรยี นกาเครือ่ งหมาย  X หนา คาํ ตอบทถี่ ูกทส่ี ุด 

๑.  พุทธประวตั ิกลาวถึงเรอื่ งอะไร 

ก.  ความเปน ไปของสาวก 
ข.  ความเปน ไปของนกั บวช 
ค.  ความเปน ไปของพทุ ธบริษัท ๔ 
ง.  ความเปนไปของพระพทุ ธเจา  

๒.  สถานทีป่ ระสูติของเจา ชายสทิ ธตั ถะ ปจจบุ ันคือประเทศอะไร 

ก.  เนปาล 
ข.  อินเดีย 
ค.  ศรลี ังกา 
ง.  ปากีสถาน 

๓.  คาํ วา ”สทิ ธตั ถะ” มีความหมายวา อยา งไร 

ก.  ผมู คี วามรู 
ข.  ผมู คี วามประพฤตดิ  ี
ค.  ผมู คี วามตองการสําเรจ็  
ง.  ผูม โี ภคะ 
๔.  คนแก คนเจบ็  และคนตาย เปนความหมายท่ีบง บอกถงึ เรอ่ื งใด 
ก.  เปน สง่ิ ที่เปน ไปโดยธรรมชาติ ไมมีใครหลดุ พน  
ข.  เปนส่งิ ท่หี ลกี เล่ยี งได 
ค.  เปน สิ่งทนี่ าเบือ่ หนาย ไมอ ยากใหเ กดิ ขึ้น 
ง.  เปนสิ่งที่เราตองระมดั ระวัง ไมใ หเกดิ ข้นึ  
๕.  เจาชายสทิ ธตั ถะเสดจ็ ออกบวช ดวยเหตุผลใด 
ก.  เพราะไมตอ งการเปนคนแก คนเจบ็  และคนตาย 
ข.  เพราะตองการหนีจากสภาพของคนแก  คนเจ็บ และคนตาย 
ค.  เพราะตองการคงสภาพของวยั หนมุ ตลอดไป 
ง.  เพราะตอ งการแสวงหาทางพน ทกุ ข

๖. นกั เรยี นไดต ัวอยางจากการบาํ เพญ็ ทุกรกิรยิ าไปใชใ นการ 
เรยี นในขอ ใดบาง 
ก.  การทรมาน การอดอาหาร การแสวงหาทางหลุดพน 
ข.  การทดลอง ความอดทน ความเพยี ร 
ค.  การแสวงหาความสุข การเสยี สละ 

ง.  การบําเพ็ญกุศล การแสวงหาความสงบ 
๗. ขอ ใดไมใ ช หลกั การแสวงหาความรูของพระพุทธเจา  

ก.  ทรงเชอ่ื ทุกอยางทอ่ี าจารยส อน 
ข.  ทรงทดลองการบําเพญ็ เพียร 
ค.  ทรงคิดพิจารณาไตรตรอง 
ง.  ทรงศึกษาหาความรจู ากสาํ นกั อาจารย 
๘. ทําไมพระเจาสุทโธทนะ จงึ ทรงปรนเปรอความสุขทกุ อยางแกเ จาชายสิทธัตถะ 
ก.  เพราะพระองคร ักเจาชายมากอยากใหเ จาชายมคี วามสขุ อยา งแทจริง 
ข.  เพราะตองการใหเจาชายทรงครองบานเมอื งตอจากพระองค 
ค.  เพราะเปน ความประสงคข องเจา ชายสิทธตั ถะ 
ง.  เพราะตองการใหเ จา ชายไดร ับความสขุ จากทางโลกเพื่อใหล มื การออกผนวช 
๙. พระพทุ ธเจา ตรสั รูหลกั ธรรมในขอ ใด 
ก.  อรยิ สัจ  ๔ 
ข.  โลกธรรม  ๘ 
ค.  อทิ ธบิ าท  ๔ 
ง.  โอวาทปาฏิโมกข 
๑๐. นักเรียนควรนาํ คณุ ธรรมขอใดของพระพทุ ธเจามาเปนแบบอยา งในการทํางาน 
ใหบ รรลคุ วามสาํ เร็จ 
ก. มคี วามเสยี สละและความอดทน 
ข. ใฝรใู ฝเ รียน ใชส ตปิ ญ ญาในการแกป ญ หา 
ค. มนี า้ํ ใจและความเพยี รพยายาม 
ง.  ถกู ทกุ ขอ

ชุดการสอนหนวย  พระพุทธ 
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู ี ่ ๒ 
เรื่อง  “สรุปวเิ คราะหพุทธประวตั ”ิ  

บตั รเฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 

๑.  ง 
๒.  ก 
๓.  ค 
๔.  ก 
๕.  ง 
๖.  ข 
๗.  ก 
๘.  ง 
๙.  ก 
๑๐. ง


Click to View FlipBook Version