คาํ ชแี้ จงสาํ หรบั ครูผูสอน
ในการใชช ุดการสอนวิชา พระพทุ ธศาสนา หนว ยพระพทุ ธ
เรื่อง “สรปุ วเิ คราะหพ ทุ ธประวัติ”
เพื่อพัฒนาความเช่ือและศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนา
ของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี ๑
ชดุ ท่ ี ๒ จาํ นวน ๒ ช่วั โมง
เปน ชุดการสอนใหนกั เรียนศกึ ษาเปน กลมุ กิจกรรมตามขัน้ ตอนและคําแนะนาํ ดังน้ ี
•ชุดการสอนน้ใี ชเ วลาเรยี นรวม ๒ ช่วั โมง นักเรียนตองปฏิบัตกิ จิ กรรมในเวลาทกี่ าํ หนดให
• ช่ัวโมงที่ ๑ ใหนักเรยี นศกึ ษาชุดการสอนตอนท่ี ๑
• ชวั่ โมงที่ ๒ ใหน กั เรยี นศึกษาชุดการสอนตอนท ี่ ๒
•ศึกษาคาํ แนะนาํ การใชช ดุ การสอน จุดประสงคก ารเรียนรู และระยะเวลาที่ใชในการ
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
•ศึกษาและปฏบิ ัติตามข้นั ตอนและกจิ กรรมทีก่ ําหนดไวในชุดการสอน
•ขณะศึกษาชดุ การสอน นกั เรยี นปรกึ ษากันภายในกลุมและขอคาํ แนะนําจากครู
•เมอื่ ศกึ ษาเสรจ็ แลว ใหจดั เกบ็ ชุดการสอนใหอ ยใู นสภาพทพ่ี รอมใชง าน
•ทําแบบทดสอบหลังเรียน
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๒
ชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรียนรทู ่ ี ๒
เรือ่ ง “สรปุ วเิ คราะหพุทธประวตั ”ิ
คําชแ้ี จง
๑. ชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๒ เรอื่ ง “สรุปวิเคราะหพ ทุ ธประวตั ิ “
๒. ภายในชดุ การสอนแตล ะชุดประกอบดว ยบตั รตา งๆ ดังนี้
๒.๑ บัตรคาํ ส่งั
๒.๒ บตั รความรู
๒.๓ บัตรงาน
๒.๔ บัตรคาํ ถาม
๒.๕ บตั รเฉลย
๓. ใหนกั เรยี นเลอื กประธานกลมุ เพื่อดูแลและควบคุมการทาํ งานของสมาชกิ ในกลมุ
และเลอื กเลขานกุ ารเพื่อบนั ทกึ ผลการทํากจิ กรรมของกลุม
๔. นักเรียนทกุ คนรวมปฏิบัตกิ จิ กรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรูร ว มกัน
จดุ ประสงคก ารเรียนร ู
เม่อื ทาํ กิจกรรมในชดุ การสอนนแี้ ลว
๑. อธบิ ายประวตั ิของพระพุทธเจาได
๒. สรปุ วิเคราะหพระจริยวตั รได
๓. นําคุณธรรมของพระพุทธเจา ไปใชใ นการดําเนินชวี ิต
พุทธประวัต ิ หมายถึงอะไร
ชุดการสอนหนวย พระพุทธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ ี ๒
เรอ่ื ง “สรุปวิเคราะหพ ุทธประวัต”ิ
บตั รคาํ สั่ง
ใหนักเรยี นแตละกลมุ ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
๑. ศกึ ษาจากบตั รความรูเร่อื ง “พทุ ธประวตั ”ิ ดวยวธิ กี ารตอไปน้เี พยี งวิธีเดียว
๑.๑ เลอื กตวั แทนอา นใหส มาชกิ ทุกคนในกลุม ฟง
๑.๒ สมาชิกแตล ะคนในกลุมศึกษาดวยตนเอง
๑.๓ วธิ ีการอ่ืนทส่ี มาชกิ ในกลมุ เสนอแนะ
๒. ทํากิจกรรมตามบตั รงาน
๓. ประธานอานคําถามในบตั รคําถาม สมาชกิ ตอบลงในสมดุ เปนการทดสอบหลงั จากไดทํา
กิจกรรมตา งๆเสร็จแลว หลงั จากน้นั อานคาํ เฉลยในบัตรเฉลย
ชดุ การสอนหนว ย พระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่ ๒
เร่ือง “สรุปวิเคราะหพทุ ธประวตั ”ิ ตอนท่ี ๑
บัตรความรู
พทุ ธประวัติ คอื ประวตั คิ วามเปน มาของพระพุทธเจา ต้ังแตป ระสูต ิ อภิเษกสมรส การแสวงหา
ความรู ออกผนวช ตรสั รู ประกาศพระศาสนา จนถงึ ปรนิ พิ พาน
ประสตู ิ
พระพุทธเจา ทรงพระนามเดมิ วา “สทิ ธัตถะ” พระราชบดิ า ทรงพระนามวา
พระเจา สุทโธทนะ ครองกรงุ กบลิ พัสด ุ แควน สกั กะ ปจ จุบนั อยทู างภาคใตของประเทศเนปาล
พระราชมารดาทรงพระนามวา พระนางสิริมหามายา เปนราชสกุลจากโกลยิ วงศ กรุงเทวทหะ
ตอ มา เมือ่ พระนางสริ ิมหามายาทรงพระครรภจ วนประสูต ิ พระนางมีความประสงคจ ะ
เสด็จกลับไปประสตู ิทเ่ี มอื งเทวทหะตาม ธรรมเนยี มอนิ เดยี สมยั กอนจึงทูลลาพระสวามี
เมือ่ ขบวนเสด็จถงึ สวนลมุ พนิ วี นั ซง่ึ เชือ่ มตอ กรุงกบลิ พสั ดกุ บั กรุงเทวทหะ ก็ทรงประชวร
พระครรภและประสตู ิพระโอรสในพระอิรยิ าบถยืนพระหตั ถเ หน่ียวกิ่งสาละ ซึง่ วนั นนั้ ตรง
กับวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๖
เมอ่ื ประสูติแลวขา ราชบรพิ ารจงึ เชิญเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดหุ ลังจากประสตู ิได
๕ วนั พระโอรสไดรับการขนานพระนามวา “สิทธตั ถะ”ซึง่ แปลวา ผูส ําเรจ็ ในสง่ิ ทีท่ รง
ประสงค และพราหมณ ๘ นาย ผูเ ชยี่ วชาญในการทํานายลกั ษณะ ไดพ ยากรณว า ถา
พระโอรสนที้ รงครอบครองบา นเมืองจะไดเ ปน พระจกั รพรรดิผยู ่งิ ใหญถาเสดจ็ ออกผนวช
จะไดเปน ศาสดาเอกของโลก แต โกณฑญั ญะ พราหมณผ มู อี ายนุ อยที่สดุ ยืนยันหนกั แนนวา
พระโอรสจะเสด็จออกบวชและไดเปน พระพทุ ธเจาแนนอน หลงั ประสูตไิ ด ๗ วนั
พระราชมารดาก็เสด็จสวรรคต พระเจาสทุ โธทนะ จงึ มอบพระสทิ ธัตถะพระราชกุมารใหอ ยู
ในการดูแลเล้ียงดูของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเปน นอ งสาวของพระนางสริ มิ หามายา
บตั รความรู
เรื่อง เทวทตู ๔
เมอื่ เจา ชายสิทธตั ถะทรงอยใู นวยั เยาว พระเจา สทุ โธทนะพระราชบิดาไดทรงพยายามทกุ วิถีทางให
เจา ชายสิทธตั ถะ อยคู รองราชยสืบตอจากพระองค โดยการผูกมัดดว ยความสุขในทางโลกเปนสาํ คญั มงุ ให
เจาชายสิทธตั ถะพบเห็นแตสง่ิ สวยงาม เชน การสรางปราสาทใหป ระทบั ทั้ง ๓ ฤดู จดั ใหท รงอภเิ ษกสมรส
แตดวยเหตุทเ่ี จา ชายสิทธตั ถะทรงเปน นกั คดิ มาตงั้ แตว ัยเยาว จึงไมอาจปด ก้ันความคดิ ของพระองคไดว ันหนึง่
เจา ชายสทิ ธตั ถะไดทลู ขอพระราชานุญาตเสด็จประพาสนคร พระองคไดท รงทอดพระเนตรเหน็ คนแก คนเจ็บ
คนตาย และสมณะ(นักบวช) เรยี กวา เทวทูต ๔ กท็ รงรสู กึ สลดหดหใู นพระทัยยงิ่ นัก
วเิ คราะห
เม่อื เจา ชายสิทธตั ถะไดท อดพระเนตรเห็นเทวทตู ๔ คอื ทตู ท่ีเทวดาเนรมิตเพอ่ื เปน แรงบนั ดาลใจ
ใหเ จาชายสิทธตั ถะทรงครุนคิดถงึ การออกผนวช ทัง้ นเี้ พราะเกรงวาเจาชายจะตดิ อยใู นกามสขุ จากการท่ีได
ทอดพระเนตรเหน็ เทวทตู ๔ ผนวกกับการไดท ราบขาวการประสูติของพระโอรส ทาํ ใหพระองคค ดิ เชอ่ื มโยง
กบั ความแก ความเจ็บ และความตายลวนเปน ผลสืบเนอ่ื งมาจากการเกดิ ทําใหต ดั สินพระทัยออกผนวชทนั ท ี
บตั รความรู
เร่ือง การแสวงหาความร ู
เจาชายสิทธตั ถะทรงเปนนักแสวงหาความรูผทู ่ไี มม ใี ครจะเปรียบเทยี บไดน ับจากพระองคท รงเยาวว ยั
ชีวิตความเปนอยขู องพระองคเพยี บพรอมดวยความสขุ นานบั ประการตามประวตั กิ ลา ววา เม่ือพระองค
พระชนมมายไุ ดเพยี ง ๗ พรรษาไดเ สด็จตามพระราชบดิ าไปในการพิธแี รกนาขวญั พระองคไ ดแสวงหาความ
สงบดวยการน่งั สมาธเิ ปน ทีน่ า อศั จรรยแ กพระบิดาและขา ราชบริพารทง้ั ปวง คร้นั พระองคเจริญวยั กไ็ ดทรงเขา
รับการศกึ ษาในสาํ นกั ของครวู ิศวามิตรและไดรับการศกึ ษาศลิ ปศาสตรถงึ ๑๘ ประการ เชน วิชานกั รบ วิชาการ
ปกครอง วชิ ากฎหมาย เปน ตน จนแตกฉานหมดสิ้นความรขู องอาจารยนบั วา เจาชายสทิ ธัตถะไดมีความร ู
ความสามารถในศาสตรสาขาตา งๆเปนอยา งมากถงึ แมวาเจา ชายสิทธตั ถะจะไดศ กึ ษาหาความรดู า นตา งๆจนจบ
กระบวนการศกึ ษาท่คี นในสมยั นนั้ จกั ตองศกึ ษาพรอมกบั มชี วี ิตความเปน อยูท่ีสุขสบายแลวแตพ ระทัยของ
พระองคก ลับนอ มนาํ ไปในทางทส่ี งบจนเมอื่ พระองคไดทอดพระเนตรเห็นเทวทตู ทง้ั ๔ คือ คนแก คนเจบ็
คนตาย และสมณะ ตามลําดับแลว พระองคท รงมพี ระทยั สงสารและทรงครนุ คดิ ถงึ วธิ กี ารแสวงหาความสิ้น
ทกุ ขข องชีวติ และตองการทจ่ี ะชวยใหม นษุ ยทั้งปวงไดห ลุดพน จากความทกุ ขนน้ั
เมือ่ พระชนมายไุ ด ๒๙ พรรษา พระนางพิมพาประสตู พิ ระราชโอรสนามวา “ราหลุ ” พระองคจ ึงตดั สนิ
พระทัยเด็ดขาดวา จะตอ งเสดจ็ ออกผนวช และในกลางดกึ คนื นนั้ พระองคเสดจ็ พรอมมหาดเลก็ คนสนทิ
ชอ่ื นายฉันนะ และมากณั ฐกะถงึ แควน โกศลและวัชชีริมฝงแมนํ้าอโนมาพระองคทรงใชพระขรรคตัด
พระเมาล(ี มวยผม)โกนหนวดเคราทง้ิ ทรงครองเพศเปน นกั บวชออกแสวงหาความรูซึ่งโมกธรรม คือ ธรรมท่ ี
ทําใหหลุดพนจากทุกขโ ดยการเดนิ ทางไปพบปะสนทนากบั นักบวชและคณาจารยตาง ๆ แตกไ็ มท รงเห็น
ทางทจี่ ะปฏิบตั ใิ หถึงความหลดุ พน ได หลงั จากนน้ั พระองคไ ดเ ดนิ ทางไปยังแควน มคธ เขา ศกึ ษาในสาํ นกั
ของอาฬารดาบสกาลามโคตร ฝก จิตจนไดฌานสมาบัติ ๗ และเรียนรูฌ านสมาบตั ิ ๘ จากสํานกั อุทกดาบส
รามบุตร เมื่อศกึ ษาแลว ทรงเห็นวา ไมใ ชห นทางพน ทกุ ขจ ึงตดั สินใจลาดาบสทั้งสองเสดจ็ ไปแสวงหาความร ู
และความจรงิ ท่จี ะทําใหพ น ทุกขตอ ไป
บตั รความรู
เร่ือง การบําเพญ็ ทุกรกิริยา
การบําเพญ็ ทกุ รกริ ยิ า คอื การทําความเพียรทที่ ําไดย าก มีชอ่ื เรยี กวา “อตั ตกลิ มถานโุ ยค” คอื การ
ทรมานตนเองใหล ําบาก พระองคทรงดํารวิ า บางทกี ารทรมานตนเองใหล ําบากจะเปนทางแหง การพน ทกุ ข
จึงตัดสนิ พระทยั บาํ เพญ็ ทุกรกิริยา โดยมีปญจวคั คยี ค อยดแู ลรับใชตลอดมา ในการบําเพ็ญทกุ รกิริยานนั้
พระองคทรงปฏบิ ตั ิทรมานพระองคด ว ยวธิ กี ารตาง ๆ ดังตอ ไปน ้ี คือ
๑. ลดพระกระยาหารใหน อยลงตามลําดับจนกระท่งั เหลอื เพียงเทา เมล็ดในของถัว่ พูเทา นน้ั ในหนึง่
ม้อื ของแตละวัน
๒. เสวยของโสโครก เชน เสวยมลู ของลกู โค หรอื พระบงั คลหนักของพระองคเ อง เปนตน
๓. เอาของโสโครก เชน ข้เี ถา ทาพระวรกายโดยไมท รงสนาน(อาบนํ้า)เลยเปน เวลานบั ปจ นกระทงั่
สิ่งโสโครกเหลา นั้นเกาะตดิ พระวรกายเปนแผน
๔. กลน้ั ลมหายใจโดยใชพ ระชวิ หากดเพดานปากจนหอู อื้ ตาลายเกิดอาการวงิ เวียนพระเศียร
วิเคราะห
การทีพ่ ระองคไ ดทรงกระทาํ ทกุ รกริ ิยาอยูถงึ ๖ ป จนทาํ ใหพ ระวรกายของพระองคลําบาก สกปรก
ซบู ผอม และออ นลา ในทส่ี ุดพระองคท รงระลึกไดว า เมือ่ คราวทีท่ รงพระชนมายุ ๗ ขวบนน้ั ทรงเจรญิ
อานาปานสติ คอื การกาํ หนดลมหายใจเขาออกจนไดบรรลปุ ฐมฌาน
บัตรความรู
เรือ่ ง การบาํ เพ็ญเพยี รทางจติ
พระองคท รงบาํ เพ็ญเพียรทางจติ แทนทางกาย เริ่มเสวยอาหาร ปญจวัคคียเขาใจผิดวาพระองคทรง
ละความพยายามท่จี ะตรสั รู จงึ พากันหนีเขาปาอิสปิ ตนมฤคทายวนั พระองคทรงบาํ เพญ็ สมถภาวนา แลวคิด
หาเหตแุ ละผลจนไดรูชดั แจงถึงความจริงอยางย่ิง ๔ ประการ ไดแก “อริยสัจ ๔” ซึ่งเปนหลักของการหลุด
พน จากความทุกขท้ังปวง และไดตรสั รเู ปน พระพทุ ธเจา จนทาํ ใหต รสั รูธรรม ใชเวลาปฏบิ ัตถิ ึง ๖ ป
เมอ่ื พระชนมายุ ๓๕ พรรษา
บําเพญ็ สมถภาวนา ประกาศศาสนา เสดจ็ ปรนิ พิ พาน
ชดุ การสอนหนว ยพระพุทธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท ่ ี ๒
เร่ือง “สรปุ วิเคราะหพ ทุ ธประวตั ”ิ ตอนท่ี ๑
บัตรงาน
หลงั จากศกึ ษาบตั รความร ู จบแลว
๑. ใหนักเรยี นแตล ะกลมุ ทาํ บัตรคําถามใหเสร็จในชว่ั โมง
๒. นกั เรยี นนําเสนอสรุปวเิ คราะหพ ทุ ธประวัต ิ หนาหอง โดยแตละกลุมสงตวั แทนนาํ เสนอ
กลุมละ ๑ พระจรยิ วตั ร
บตั รความรู ตอนท๒ี่
เรอ่ื ง คุณธรรมพื้นฐาน ๘ ประการและปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศนโยบายเรง รัดการปฏิรูปการศกึ ษา โดยยึดคณุ ธรรมนําความรสู รา งความ
ตระหนกั สาํ นกึ ในคณุ คา ของ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความสมานฉันท สันติวิธี วถิ ปี ระชาธิปไตย พฒั นาคนโดย
ใชค ณุ ธรรมเปนพนื้ ฐานของ กระบวนการเรยี นรทู เี่ ชอ่ื มโยง ความรว มมือของสถาบนั ครอบครัว ชุมชน สถาบัน
ศาสนาและสถาบนั การศกึ ษา โดยมีจดุ เนน เพ่อื พฒั นาเยาวชนใหเปนคนด ี มคี วามร ู และอยูดีมสี ขุ ดงั น้ัน เพอื่ ให
การขับเคลื่อนดงั กลา วมคี วามชัดเจน เกดิ ประสิทธิภาพสงู สุด และสามารถนาํ ไปสูการปฏิบตั ไิ ดอ ยา งเปนรูปธรรม"
๘ คุณธรรมพ้ืนฐาน" ท่ีควรเรง ปลูกฝง ประกอบดวย
๑. ขยนั คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทาํ หนาท่ีการงานอยา งตอเนอ่ื ง
สมํา่ เสมอ อดทน ความขยนั ตอ งปฏบิ ตั คิ วบคูกับการใชส ตปิ ญ ญา แกป ญ หาจน
เกิดผลสําเร็จ
ผูที่มีความขยนั คือ ผูท ี่ตงั้ ใจทําอยา งจรงิ จงั ตอ เนอื่ งในเรอื่ งท่ีถกู
ท่ีควรเปน คนสงู าน มีความพยายาม ไมท อถอย กลา เผชญิ อุปสรรค รกั งาน
ทีท่ ํา ตง้ั ใจทําหนาทอี่ ยางจริงจงั
๒. ซื่อสตั ย คอื ประพฤตติ รงไมเ อนเอยี งไมมเี ลห เหลยี่ ม
มีความจรงิ ใจ ปลอดจากความรสู ึกลาํ เอยี ง
ผทู ่มี คี วามซ่ือสตั ย คอื ผทู ี่มคี วามประพฤตติ รงทง้ั ตอ หนาท ่ี
ตอวิชาชีพ ตรงตอเวลา ไมใชเลห ก ล คดโกงทง้ั ทางตรงและทางออม
รับรูหนาทีข่ องตนเอง และปฏบิ ตั อิ ยางเต็มที่ถูกตอ ง
๓. ประหยัด คอื การรูจักเก็บออม ถนอมใชท รพั ยส นิ ส่งิ ของแต
พอควรพอประมาณ ใหเ กดิ ประโยชนคุมคา ไมฟุมเฟอย ฟงุ เฟอ
ผทู ม่ี คี วามประหยดั คือ ผทู ี่ดาํ เนนิ ชวี ติ ความเปนอยูทเี่ รยี บงา ย รูจกั
ฐานะการเงนิ ของตน คดิ กอ นใชคดิ กอนซ้ือ เกบ็ ออม ถนอมใชท รพั ยส นิ สง่ิ ของ
อยางคมุ คา รูจักทําบญั ชรี ายรับ-รายจา ยของตนเองอยเู สมอ
๔. มีวินยั คือ การยดึ มั่นใน
ระเบยี บแบบแผน ขอบังคบั และขอปฏิบตั ิ ซึง่ มที ัง้ วนิ ยั ในตนเองและวินยั ตอ
สงั คม
ผูท ีม่ ีวินยั คือ ผทู ป่ี ฏบิ ัตติ นในขอบเขต กฎระเบยี บของสถานศกึ ษา
สถาบัน/องคกร/ สงั คมและประเทศ
๕. สภุ าพ คือ เรียบรอย ออนโยน ละมนุ ละมอ ม มีกริ ิยามารยาททีด่ ี
งาม มีสัมมาคารวะ
ผูท มี่ ีความสภุ าพ คือ ผทู ่ีออนนอมถอ มตนตามสถานภาพ
และกาลเทศะ ไมก า ว-รา วรุนแรง วางอํานาจขม ผอู ่นื ทง้ั โดยวาจา
และทา ทาง แตใ นเวลาเดยี วกนั ยงั คงมคี วามมั่นใจในตนเอง
๖. สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองท้ังกาย ใจ และ
สภาพแวดลอ ม ความผอ งใสเปน ทีเ่ จรญิ ตาทาํ ใหเ กิดความสบายใจ
แกผูพบเห็น
ผูทมี่ ีความสะอาด คอื ผรู ักษารา งกาย ทอี่ ยอู าศัย สงิ่ แวดลอ ม
ถูกตองตามสุข-ลักษณะ ฝกฝนจติ ใจมิใหขุน มวั จึงมคี วามแจมใส
อยเู สมอ
๗. สามัคค ี คือ ความพรอมเพียงกนั ความกลมเกลยี วกัน ความ
ปรองดองกัน รว มใจกันปฏิบัตงิ านใหบ รรลุผลตามท่ีตอ งการเกิดงานการ
อยางสรางสรรคป ราศจากการทะเลาะววิ าท ไมเอารัด เอาเปรยี บกัน
การยอมรบั ความมเี หตผุ ล ยอมรบั ความแตกตา งหลากหลายทางความคิด
ความหลากหลายในเรอื่ งเชื้อชาต ิ ความกลมเกลยี วกันในลักษณะ
เชน น้ี เรียกอกี อยางวา
ความสมานฉนั ท
ผูท ม่ี ีความสามัคค ี คอื ผทู เ่ี ปด ใจกวางรับฟง ความคิดเห็นของผอู น่ื รบู ทบาทของตนทง้ั ในฐานะผูน าํ และผ ู
ตามทดี่ ี มคี วามมุงม่นั ตอการรวมพลงั ชวยเหลือเกอ้ื กูลกนั เพ่อื ใหก ารงานสําเร็จลลุ ว ง แกป ญ หาและขจัดความ
ขดั แยงได เปนผมู เี หตุผล ยอมรับความแตกตางหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชอ่ื พรอ มท่จี ะปรบั ตัวเพอ่ื
อยรู วมกนั อยา งสนั ติ
๘. มนี า้ํ ใจ คือ ความจรงิ ใจทีไ่ มเ หน็ แกเ พยี งตวั เองหรือเรอ่ื งของตวั เอง แตเ ห็นอกเหน็ ใจ เหน็ คณุ คา ใน
เพอ่ื นมนษุ ย มคี วามเออื้ อาทรเอาใจใส ใหค วามสนใจในความตอ งการ
ความจําเปน ความทกุ ขส ุขของผูอ่ืน และพรอมท่จี ะใหความชว ยเหลอื
เกอ้ื กลู กนั และกัน
ผูทม่ี นี าํ้ ใจ คอื ผูใหและผอู าสาชว ยเหลอื สงั คม
รูจกั แบง ปน เสยี สละความสขุ สวนตน เพอ่ื ทาํ ประโยชนแ กผ ูอนื่ เขา ใจ
เห็นใจ ผทู ่ีมคี วามเดือดรอน อาสาชว ยเหลือสังคมดว ยแรงกาย สตปิ ญ ญา
ลงมอื ปฏบิ ัตกิ ารเพ่ือบรรเทาปญหา หรือรวมสรางสรรคส งิ่ ดงี ามใหเ กิดข้นึ ในชมุ ชน
บตั รความรู ตอนที่ ๒
สรุปปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ท่ีชี้แนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติของ
ประชาชนในทุกระดับ ต้ังแตระดับครอบครัวไปจนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศ ให
ดาํ เนนิ ไปในทางสายกลาง มีความพอเพยี ง และมคี วามพรอมทจ่ี ะจดั การตอผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง
ท้ังภายนอกและภายใน ซึง่ จะตอ งอาศยั ความรอบร ู รอบคอบ และระมดั ระวัง ในการวางแผนและดาํ เนินการ
ทุกข้ันตอน เศรษฐกิจพอเพียงไมใชเ พียงการประหยัด แตเ ปนการดําเนินชวี ิตอยา งสมดลุ และยงั่ ยนื
เพ่อื ใหสามารถอยไู ดแ มใ นโลกโลกาภวิ ฒั นท ่มี ีการแขงขนั สงู
หลกั ปฏบิ ัตขิ องปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งทบี่ รู ณาการกับวชิ าพระพุทธศาสนา
สงเสริมพระพุทธศาสนาปลูกจิตสํานึกความรักชาต ิ ตระหนักถึงคุณคาของพระพุทธศาสนา
จงรกั ภกั ดีตอ พระมหากษตั รยิ
กจิ กรรมทางพระพุทธศาสนาที่ประยกุ ตใชก บั เศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. ใหค วามสาํ คญั กบั การรกั ษาศลี หรอื สวดมนตเ ปน ประจาํ
๒. สงเสรมิ การฝก อบรมสมาธิภาวนา ๓. รวมกันทะนุบาํ รุงศาสนา
ภาพครูและนักเรยี น ร.ร.ธัญรตั น ทําวตั รเชา น่ังสมาธ ิ และตักบาตร ณ ลานธรรมะ
\
บตั รคาํ ถาม
เรื่อง สรปุ วิเคราะหพ ทุ ธประวัต ิ
ใหน กั เรยี นเรยี งลําดบั ภาพพทุ ธประวตั ิตอไปนี้ใหถกู ตอ ง โดยนาํ หมายเลขในภาพ
ไปใสใ น ขางลาง
ตอบ
บตั รเฉลย
เรื่อง พทุ ธประวัติ
ใหนักเรยี นเรียงลําดบั ภาพพทุ ธประวัติตอ ไปนีใ้ หถ ูกตอง โดยนําหมายเลขในภาพไปใส
ใน ขางลา ง
ชดุ การสอนหนว ย พระพุทธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๒
เรือ่ ง “ เทวทตู ๔ ”
บัตรคําถาม
ภาพนีเ้ ปน ภาพของ................................................................................................
หมายถงึ ..................................................................................................................
ชดุ การสอนหนวย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู ่ ี ๒
เรอ่ื ง “เทวทูต ๔ ”
บตั รคําถาม
ภาพนเี้ ปน ภาพของ.................................................................................................
หมายถงึ ..................................................................................................................
ชดุ การสอนหนวย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๒
เรือ่ ง “เทวทตู ๔”
บัตรคําถาม
ภาพนเี้ ปน ภาพของ..................................................................................................
หมายถึง...................................................................................................................
ชุดการสอนหนวย พระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูที ่ ๒
เร่อื ง “ เทวทูต ๔ ”
บตั รคําถาม
ภาพน้ีเปน ภาพของ...............................................................................................
หมายถึง.................................................................................................................
ชุดการสอนหนวย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒
เรื่อง “ เทวทตู ๔ ”
บัตรเฉลย
ภาพนเี้ ปน ภาพของ คนแก
หมายถึง เรามคี วามแกเปน ธรรมดา ไมส ามารถลวงพน ความแกไปได
ชุดการสอนหนวย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ ี ๒
เร่อื ง “ เทวทูต ๔ ”
บัตรเฉลย
ภาพนเี้ ปน ภาพของ คนเจบ็
หมายถงึ เรามคี วามเจ็บเปน ธรรมดา ไมสามารถลว งพน ความเจบ็ ไปได
ชุดการสอนหนว ย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๒
เร่ือง “ เทวทตู ๔ ”
บตั รเฉลย
ภาพน้เี ปน ภาพของ คนตาย
หมายถงึ เรามีความตายเปนธรรมดา ไมสามารถลว งพนความตายไปได
ชดุ การสอนหนวย พระพุทธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒
เรือ่ ง “ เทวทตู ๔”
บตั รเฉลย
ภาพน้ีเปน ภาพของ สมณะ
หมายถึง ผอู อกบวช หรือนกั บวชทม่ี ีความสาํ รวม นา เลอ่ื มใส
ชุดการสอนหนวยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๒
เรื่อง “สรปุ วิเคราะหพ ทุ ธประวัต”ิ ตอนที่ ๑
บัตรงาน ตอนท่ี ๑
หลงั จากศึกษาบัตรความร ู จบแลว
๑. ใหนกั เรยี นแตล ะกลุมทาํ บตั รคําถามตอนที่ ๑ ใหเสร็จในชวั่ โมง
๒. นกั เรียนสงตวั แทนนาํ เสนอการคาํ ตอบในบตั รงานตอนท่ี ๑ หนาหอ งเรยี น
ชุดการสอนหนว ย พระพุทธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ ี ๒
เรือ่ ง “สรุปวิเคราะหพ ุทธประวัติ ตอนท่ี๑”
บัตรคําถาม ตอนที่ ๑
๑. ใหน กั เรยี นสรปุ วเิ คราะหจริยวัตรของพระพุทธเจาแลว นาํ เสนอหนาชั้นเรยี น
..................................................................................................................................
......…………………………………………………………………………………………….
..................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………...
..................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………...
๒. ใหนกั เรียนสรุปคณุ ธรรมของพระพุทธเจาทค่ี วรนําไปเปนแบบอยางในการดาํ เนนิ ชวี ิต
..................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………...
..................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………...
ชุดการสอนหนวยพระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๒
เร่ือง “สรปุ วิเคราะหพทุ ธประวัต”ิ ตอนท่ี ๒
บัตรงาน ตอนท่ี ๒
หลงั จากศกึ ษาบตั รความรู จบแลว
๑. ใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ ทาํ บัตรคาํ ถามตอนท่ี ๒ ใหเ สรจ็ ในชั่วโมง
๒. นกั เรยี นสง ตวั แทนนาํ เสนอการคาํ ตอบในบตั รงานตอนท่ี ๒ หนาหอ งเรยี น
ชุดการสอนหนวย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๒
เรื่อง “สรุปวิเคราะหพ ทุ ธประวัต ิ ตอนที่ ๒”
บตั รคําถาม ตอนท่ี ๒
๑. คณุ ธรรมของพระพุทธเจา สอดคลอ งกบั คณุ ธรรมพืน้ ฐาน ๘ ประการในขอใดบาง
ท่ีนักเรยี นสามารถนําไปใชใ นชวี ติ ประจําวัน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๒.นักเรยี นสามารถนาํ คุณธรรมของพระพุทธเจาไปประยกุ ตใชก ับหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงในเร่ืองใด
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ชุดการสอนหนวย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒
เรื่อง “สรปุ วเิ คราะหพุทธประวตั ”ิ ตอนท่ี๑
บัตรเฉลย ตอนท่ี ๑
แนวคําตอบ
๑. ใหน กั เรยี นสรุปวิเคราะหจ รยิ วตั รของพระพุทธเจา แลวนําเสนอหนาชัน้ เรยี น
ประสตู ิ มีประเดน็ สําคญั ท่ีควรวเิ คราะหด งั นี้
๑. กอนท่เี จาชายสิทธัตถะจะประสูติ พระนางสิริมหามายาไดทรงพระสุบินเห็นพญาชางเผือกเขา
สูพระครรภ วิเคราะหวาเปนนิมิตหมายแหงการเสด็จอุบัติขึ้นของพระมหาบุรุษผูมีบุญและมีปญญามาก
ซงึ่ จะเปนที่พง่ึ ของชาวโลก เพราะชางเผือกเปนสญั ลักษณแหงปญ ญาบารมี
๒. เมือ่ เจา ชายสิทธัตถะประสูต ิ พระองคไ ดเ สด็จพระดําเนิน ๗ กาว วิเคราะหไดวาเปนนิมิตหมาย
ใหร วู า พระองคจ ะไดโพชฌงค ๗ คอื สติ ธัมมวจิ ยะ วริ ยิ ะ ปต ิ ปส สัทธิ สมาธ ิ อเุ บกขา นอกจากน้ี ยงั หมายถึง
แควน ๗ แควน ทีพ่ ระพทุ ธองคไ ดเ สดจ็ ไปประกาศธรรม ไดแ ก แควน กาสกี บั
โกสะ แควน มคธกบั องั คะ แควน สักกะ แควนวชั ชี แควนมลั ละ แควนวังสะ และแควนกุรุ
๓. หลังจากเสด็จพระดําเนินไป ๗ กา วแลว ไดท รงเปลงอาสภิวาจา ประกาศวาพระองคคือผูเลิศใน
โลก ผูยิง่ ใหญในโลก ผูประเสรฐิ ทสี่ ดุ ในโลก วิเคราะหไดวา พระองคทรงเปนมหาบุรุษเอกของโลก ทรง
แสดงธรรมอยางอาจหาญเปนท่ียอมรับของเทวดาและมนุษยท้ังหลายไมมีใครเสมอเหมือนพระดํารัสของ
พระองคเปน หน่ึงไมมีสอง บคุ คลทฟ่ี งธรรมท่ีพระองคแสดงแลวสามารถนําไปปฏิบัติจะไดรับผลแหงการ
ปฏบิ ตั เิ ปนความสุขความเจริญและการรแู จงเหน็ จริงได
๔. ในวันประสูตมิ ีเทวดามาคอยรบั พรอ มทง้ั มีสายนา้ํ รอนนาํ้ เย็นตกมาจากอากาศสนานพระวรกาย
วิเคราะหไดว า เทวดานอกจากจะทูลเชิญพระองคใหเสด็จมาอุบัติในโลกมนุษยแลวยังตามอารักขาเพ่ือให
พระองคแ ละพระมารดาปลอดภยั ความตอนนีแ้ สดงใหเ หน็ วาการเสด็จอุบัติของพระองคนําความยินดีมาส ู
มนษุ ยและเทวดาเปน อันมาก
ชุดการสอนหนว ย พระพทุ ธ
ประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๒
เรอ่ื ง “สรุปวเิ คราะหพ ุทธประวัต”ิ ตอนท่ี ๑
บัตรเฉลย ตอนที่ ๑
แนวคาํ ตอบ
เทวทตู ๔ มปี ระเด็นสําคญั ท่คี วรวิเคราะหด ังน ี้
ตามประวัติกลาววา นับแตพราหมณทั้ง ๘ ไดพยากรณวา ถาเจาชายสิทธัตถะอยูครองเรือนจะได
เปนพระเจาจักรพรรดิ หากออกผนวชก็จะไดตรัสรูเปนพระสัมมาสัมพุทธเจา พระเจาสุทโธทนะมีพระ
ประสงคจะใหเจา ชายสิทธัตถะเปนพระเจาจักรพรรดิ จงึ พยายามทะนถุ นอมเจาชายอยางดี ใหประทับอยูใน
ปราสาท ๓ ฤด ู กดี กนั มใิ หเจา ชายพบเหน็ สงิ่ ที่ไมน าเพลิดเพลนิ เจรญิ ใจ
จนกระท่งั วนั หนง่ึ เจา ชายสทิ ธัตถะไดเสด็จประพาสอุทยานกบั นายฉันนะ เทวดาไดเนรมิตตนเปน
คนแก คนเจ็บ คนตาย และสมณะ แสดงตอหนาพระพักตรตามลําดับ เปนเหตุใหพระองคเกิดความสังเวช
และเมื่อทอดพระเนตรเหน็ สมณะกม็ พี ระทัยนอ มไปในการบรรพชา
การแสวงหาความร ู มีประเดน็ สําคัญท่ีควรวเิ คราะหด ังน้ ี
เจาชายสิทธตั ถะครั้นบรรพชาแลวทรงออกแสวงหาความรซู ง่ึ โมกธรรมคือธรรมทีท่ าํ ให
หลุดพน จากทกุ ขโดยการเดินทางไปพบปะสนทนากับนักบวชและคณาจารยต าง ๆ แตกไ็ มท รงเห็น
ทางทจ่ี ะปฏบิ ัติใหถงึ ความหลดุ พนได หลังจากนัน้ พระองคไดเดินทางไปยังสํานกั ของอาฬารดาบส
กาลามโคตร ฝก จติ จนไดบ รรลุฌาน ๗ แลว เหน็ วา ยงั ไมใ ชท างพนทกุ ข จึงเสดจ็ ไปศกึ ษากับ
อทุ ทกดาบส รามบุตร จนไดบรรลฌุ าน ๘ แตก็ทรงเห็นวายังไมใชทางพนทุกขได จึงตัดสินใจลาดาบสท้ัง
สองเสดจ็ ไปคนหาความรแู ละความจรงิ ที่จะทําใหพนทกุ ขต อไป
ชดุ การสอนหนวย พระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูที่ ๒
เรอ่ื ง “สรปุ วเิ คราะหพทุ ธประวัต”ิ ตอนที่ ๑
บตั รเฉลย ตอนท่ี ๑
แนวคาํ ตอบ
การบาํ เพญ็ ทกุ รกริ ิยา มีประเด็นสาํ คญั ทคี่ วรวิเคราะหด งั น้ี
การบําเพ็ญทกุ รกริ ยิ า คือ การทาํ ความเพียรที่ทําไดยาก มีชอื่ เรียกวา อัตตกลิ มถานโุ ยค
คอื การทรมานตนเองใหล าํ บาก พระองคทรงดาํ รวิ า บางทกี ารทรมานตนเองใหล ําบากจะเปน
ทางแหงการพน ทกุ ข จงึ ตัดสนิ พระทยั บําเพญ็ ทุกรกิรยิ า
การบําเพญ็ ทกุ รกริ ิยาเหลานีท้ ําใหพระวรกายของพระองคลาํ บาก สกปรก ซูบผอม และออ นลา
ในทส่ี ดุ พระองคทรงระลึกไดวา เม่ือคราวท่ีทรงพระชนมายุ ๗ พรรษานัน้ ทรงเจริญอานาปานสติ
คือ การกาํ หนดลมหายใจเขาออกจนไดบรรลปุ ฐมฌาน พระองคจ งึ ทรงหันมาบําเพ็ญเพยี รทางจิต
จนบรรลหุ ลักธรรม “อรยิ สัจ ๔”
๒. ใหน กั เรยี นสรปุ คณุ ธรรมของพระพทุ ธเจา ทค่ี วรนําไปเปนแบบอยา งในการดําเนนิ ชวี ติ
๑. ทรงเปนผใู ฝรใู ฝเ รยี นเปนอยา งมาก
๒. มนี ํา้ ใจเสียสละอยา งแทจ รงิ ยอ มเสียสละความสขุ สว นพระองค เสดจ็ ออกผนวช
เพ่ือแสวงหาทางพน ทกุ ข และชวยเหลือมนษุ ยโ ลกใหพน ทกุ ข
๓. ทรงมีความอดทนและความเพยี รพยายามเปน อยางย่ิง
ชุดการสอนหนว ย พระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๒
เรอื่ ง “สรปุ วเิ คราะหพ ุทธประวตั ิ ตอนท่ี ๒”
บัตรเฉลย
๑. คุณธรรมของพระพุทธเจาสอดคลองกับคณุ ธรรมพื้นฐาน ๘ ประการในขอ ใดบา ง
ท่ีนักเรียนสามารถนาํ ไปใชใ นชีวติ ประจาํ วนั
ขอ ท่ี ๑. ขยัน คือพระองคมคี วามต้งั ใจ เพียรพยายาม ทาํ หนา ท่ขี องพระองคอ ยางตอเนอ่ื ง
สมา่ํ เสมอ อดทนปฏิบัตคิ วบคูกบั การใชสติปญญาแกไขปญ หาจนเกดิ ผลสาํ เรจ็
ขอ ท่ี ๘. มีน้าํ ใจ คือ พระองคมคี วามจริงใจทไ่ี มเห็นแกเ พียงประโยชนสว นตนหรอื เร่อื งของ
ตวั เองเห็นคณุ คาในเพือ่ น มนุษย มีความเอือ้ อาทรเอาใจใส อยากให ผูอ่ืนพนจากความทกุ ข และพรอ ม
ที่จะใหค วามชวยเหลอื เกื้อกลู กนั และกนั เปน ผทู มี่ นี ํ้าใจทรง เสยี สละความสุขสวนตนเพ่อื ทํา
ประโยชนแ กม นษุ ยทกุ คนในโลก
๒.นักเรียนสามารถนําคณุ ธรรมของพระพทุ ธเจา ไปประยุกตใ ชก บั หลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียงในเรอ่ื งใด
เร่อื ง การเรียนและการทํางาน เศรษฐกิจพอเพยี งเปนปรัชญาชแ้ี นวทางการดํารงอยูและปฏิบตั ิ
ของประชาชนทกุ ระดับชนั้
๑.ขยัน ผทู ม่ี คี วามขยนั คือผูท ่ีตัง้ ใจทําอยางจริงจงั ตอ เนือ่ งในเรือ่ งท่ถี ูกควร เปน คนสูง าน มี
ความพยายามไมยอทอ และกลาเผชญิ หนา กับปญ หา อปุ สรรค รักงานทท่ี าํ ต้งั ใจทําหนา ทข่ี องตนเอง
อยา งจริงจงั จนประสบความสาํ เร็จ
๒.มนี าํ้ ใจ ผทู ่มี นี ้าํ ใจ คือผูท มี่ ีความจริงใจตอ กนั ไมเ ห็นแกตวั หรอื พวกพอ งของตวั เอง
มคี วามเห็นอกเหน็ ใจตอ เพ่ือนมนุษย
แบบทดสอบหลังเรยี นชดุ การสอนหนว ย พระพทุ ธ
เรื่อง “สรุปวิเคราะหพทุ ธประวัต”ิ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาศึกษาปท ี่ ๑ โรงเรยี นธญั รตั น อาํ เภอธญั บรุ ี จงั หวดั ปทมุ ธาน ี
คาํ ส่งั ใหน ักเรยี นกาเครือ่ งหมาย X หนา คาํ ตอบทถี่ ูกทส่ี ุด
๑. พุทธประวตั ิกลาวถึงเรอื่ งอะไร
ก. ความเปน ไปของสาวก
ข. ความเปน ไปของนกั บวช
ค. ความเปน ไปของพทุ ธบริษัท ๔
ง. ความเปนไปของพระพทุ ธเจา
๒. สถานทีป่ ระสูติของเจา ชายสทิ ธตั ถะ ปจจบุ ันคือประเทศอะไร
ก. เนปาล
ข. อินเดีย
ค. ศรลี ังกา
ง. ปากีสถาน
๓. คาํ วา ”สทิ ธตั ถะ” มีความหมายวา อยา งไร
ก. ผมู คี วามรู
ข. ผมู คี วามประพฤตดิ ี
ค. ผมู คี วามตองการสําเรจ็
ง. ผูม โี ภคะ
๔. คนแก คนเจบ็ และคนตาย เปนความหมายท่ีบง บอกถงึ เรอ่ื งใด
ก. เปน สง่ิ ที่เปน ไปโดยธรรมชาติ ไมมีใครหลดุ พน
ข. เปนส่งิ ท่หี ลกี เล่ยี งได
ค. เปน สิ่งทนี่ าเบือ่ หนาย ไมอ ยากใหเ กดิ ขึ้น
ง. เปนสิ่งที่เราตองระมดั ระวัง ไมใ หเกดิ ข้นึ
๕. เจาชายสทิ ธตั ถะเสดจ็ ออกบวช ดวยเหตุผลใด
ก. เพราะไมตอ งการเปนคนแก คนเจบ็ และคนตาย
ข. เพราะตองการหนีจากสภาพของคนแก คนเจ็บ และคนตาย
ค. เพราะตองการคงสภาพของวยั หนมุ ตลอดไป
ง. เพราะตอ งการแสวงหาทางพน ทกุ ข
๖. นกั เรยี นไดต ัวอยางจากการบาํ เพญ็ ทุกรกิรยิ าไปใชใ นการ
เรยี นในขอ ใดบาง
ก. การทรมาน การอดอาหาร การแสวงหาทางหลุดพน
ข. การทดลอง ความอดทน ความเพยี ร
ค. การแสวงหาความสุข การเสยี สละ
ง. การบําเพ็ญกุศล การแสวงหาความสงบ
๗. ขอ ใดไมใ ช หลกั การแสวงหาความรูของพระพุทธเจา
ก. ทรงเชอ่ื ทุกอยางทอ่ี าจารยส อน
ข. ทรงทดลองการบําเพญ็ เพียร
ค. ทรงคิดพิจารณาไตรตรอง
ง. ทรงศึกษาหาความรจู ากสาํ นกั อาจารย
๘. ทําไมพระเจาสุทโธทนะ จงึ ทรงปรนเปรอความสุขทกุ อยางแกเ จาชายสิทธัตถะ
ก. เพราะพระองคร ักเจาชายมากอยากใหเ จาชายมคี วามสขุ อยา งแทจริง
ข. เพราะตองการใหเจาชายทรงครองบานเมอื งตอจากพระองค
ค. เพราะเปน ความประสงคข องเจา ชายสิทธตั ถะ
ง. เพราะตองการใหเ จา ชายไดร ับความสขุ จากทางโลกเพื่อใหล มื การออกผนวช
๙. พระพทุ ธเจา ตรสั รูหลกั ธรรมในขอ ใด
ก. อรยิ สัจ ๔
ข. โลกธรรม ๘
ค. อทิ ธบิ าท ๔
ง. โอวาทปาฏิโมกข
๑๐. นักเรียนควรนาํ คณุ ธรรมขอใดของพระพทุ ธเจามาเปนแบบอยา งในการทํางาน
ใหบ รรลคุ วามสาํ เร็จ
ก. มคี วามเสยี สละและความอดทน
ข. ใฝรใู ฝเ รียน ใชส ตปิ ญ ญาในการแกป ญ หา
ค. มนี า้ํ ใจและความเพยี รพยายาม
ง. ถกู ทกุ ขอ
ชุดการสอนหนวย พระพุทธ
ประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู ี ่ ๒
เรื่อง “สรุปวเิ คราะหพุทธประวตั ”ิ
บตั รเฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
๑. ง
๒. ก
๓. ค
๔. ก
๕. ง
๖. ข
๗. ก
๘. ง
๙. ก
๑๐. ง