The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วันสำคัญทางพระพุทธศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattagit Outmano, 2024-03-19 04:14:55

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วันสำคัญทางพระพุทธศ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วันสำคัญทางพระพุทธศ

หน่วยการเรียนรู้ที่3 วันส าคัญทางพระพุทธศาสนา และศาสนพิธี


เกมทายภาพ วันส าคัญทาพระพุทธศาสนา


ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ปัจฉิมโอวาท อริยสัจ 4 โอวาทปาติโมกข์ D A B C


ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ปัจฉิมโอวาท อริยสัจ 4 โอวาทปาติโมกข์ D A B C


วันอัฏฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา D A B C


วันอัฏฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา D A B C


วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันอัฏฐมีบูชา D A B C


วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันอัฏฐมีบูชา D A B C


โอวาทปาติโมกข์ ปัจฉิมโอวาท อริยสัจ 4 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร D A B C


โอวาทปาติโมกข์ ปัจฉิมโอวาท อริยสัจ 4 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร D A B C


วันเข้าพรรษา วันแรม 15 ค ่า เดือน 11 วันแรม 1 ค ่า เดือน 12 D วันออกพรรษา A B C


วันเข้าพรรษา วันแรม 15 ค ่า เดือน 11 วันแรม 1 ค ่า เดือน 12 D วันออกพรรษา A B C


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา วันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 3 เกิดเหตุการณ์ “จาตุรงคสันนิบาต” ณ เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์ 1. พระสาวก 1,250 รูป มาประชุมกัน ล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น 2. พระสาวกทั้ง 1,250 รูป ได้รับเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า 3. พระสาวกเหล่านั้น มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย 4. พระพุทธเจ้าทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา โอวาทปาติโมกข์ ท าบุญตักบาตร ฟังธรรม งดสุราและอบายมุข รักษาศีล 8 บ าเพ็ญประโยชน์ เวียนเทียน พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีตามประเพณี ประมวลหลักค าสอน 3 ประการ 1. การไม่ท าความชั่ว 2. การท าแต่ความดี 3. การท าจต ิใจใหส ้ ะอาดบรส ิ ท ุ ธ ิ์ ถือเป็น “วันพระธรรม”


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน วันขึ้น 15 ค ่า เดือน 6 เป็นวันคล้าย วันประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ เหตุการณ์ทั้ง 3 เกิดขึ้นในวันเดียวกัน


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา ทุกข์ ความทุกข์หรือ ปัญหาของชีวิตทั้งหมด สมุทัย สาเหตุของทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหาชีวิต มรรค ทางดับทุกข์ หรือแนวทางแก้ปัญหาชีวิต นิโรธ ความดับทุกข์ หรือภาวะหมดปัญหา วันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีตามประเพณี ช่วงเช้า ช่วงค ่า ท าบุญตักบาตร ฟังธรรม เวียนเทียน อริยสัจ 4


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันอัฏฐมีบูชา วันแรม 8 ค ่า เดือน 6 หรือเดือน 7 นับถัดจากวันวิสาขบูชาไป 7 วัน วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ของพระพุทธเจ้า หลักธรรมส าคัญ 1. อัปปมาทะ (ความไม่ประมาท) 2. การบูชา 2 ประการ อามิสบูชา (การบูชาด้วยวัตถุสิ่งของ) ปฏิบัติบูชา (การบูชาด้วยการประพฤติตนตามหลักธรรมค าสอน)


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา วันอาสาฬหบูชา วันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีใจความส าคัญกล่าวถึง มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง และอริยสัจ 4 เป็นวันที่พระสงฆ์ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน ควรบ าเพ็ญกุศลตามธรรมเนียมประเพณีเช่นเดียวกันกับวัน มาฆบูชา และวันวิสาขบูชา


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในธรรมสวนะและเทศกาลส าคัญ วันธรรมสวนะ วันธรรมสวนะ แปลว่า วันส าหรับฟังธรรม เรียกว่า วันพระ มีวันพระเล็กกับวันพระใหญ่ วันพระเล็ก ได้แก่ วันขึ้น วันแรม 8 ค่ า วันพระใหญ่ ได้แก่ วันขึ้น วันแรม 14 หรือ 14 ค่ า หลักธรรมส าคัญ กาเลนธัมมสากัจฉา (การสนทนาธรรมตามกาล) การฟังธรรมนิยมฟังกัน ในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะวันพระ และวันอื่นๆ


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในธรรมสวนะและเทศกาลส าคัญ วันเข้าพรรษา วันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค ่า เดือน 8 ถ้าปีใดมีอธิกมาส เลื่อนเป็นวันแรม 1 ค ่า เดือน 8 หลัง เป็นวันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่า จะอยู่ประจ าในอาวาสตลอด 3 เดือน โดยไม่ไปแรมคืนในที่อื่น เรียกว่า จ าพรรษา เพื่อศึกษา พระธรรมวินัย 3 หมวด เรียกว่า “สัทธรรม 3” ปริยัติสัทธรรม คือ การศึกษาเล่าเรียนพระพุทธพจน์ ปฏิบัติสัทธรรม คือ การปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักไตรสิกขา ปฏิเวธสัทธรรม คือ ข้อปฏิบัติที่จะพึ่งเข้าถึงได้ด้วย การปฏิบัติ ได้แก่ มรรคผลนิพพาน


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในธรรมสวนะและเทศกาลส าคัญ วันออกพรรษาและวันตักบาตรเทโวโรหณะ ตรงกับวันขึ้น 15 ค ่า เดือน 11 เป็นวันสิ้นสุดระยะการจ าพรรษา 3 เดือน เป็นวันที่พระสงฆ์พร้อมใจกันท า ปวารณากรรม เปิดโอกาสให้มีการแนะน า และตักเตือนระหว่างที่ประชุมสงฆ์ พุทธศาสนิกชน จะมีการท าบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสเป็นวันคล้ายวันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดา หลักธรรมส าคัญที่พระสงฆ์พึงปฏิบัติ เรียกว่า อริยวงศ์4 ได้แก่ จีวรสันโดษ พอใจในจีวร ปิณฑปาตสันโดษ พอใจในอาหาร เสนาสนสันโดษ พอใจในที่อยู่อาศัย ภานาปหานารามตา ยินดีในการท าบุญ


ศาสนพิธี ประเภทของพุทธศาสนพิธี กุศลพิธี บุญพิธี ทานพิธี ปกิณกพิธี พิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการอบรมความดีงาม ทางพระพุทธศาสนาเฉพาะตัวบุคคล แบ่งเป็น 2 อย่าง คือ พิธีกรรมที่พุทธบริษัทพึงปฏิบัติเบื้องต้นและพิธีกรรมที่พระสงฆ์พึงปฏิบัติ พิธีท าบุญหรือท าความดี แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. การท าบุญงานมงคล เป็นการท าบุญในโอกาสและงานวันส าคัญ 2. การท าบุญงานอวมงคล เป็นการท าบุญเกี่ยวกับการตาย พิธีถวายทานแด่พระสงฆ์ เรียกว่า ทานวัตถุ ได้แก่ 1. ปาฏิบุคลิกทาน คือ การถวายเจาะจงพระภิกษุ 2. สังฆทาน คือ การถวายไม่เจาะจงพระภิกษุ พิธีท าบุญบ าเพ็ญกุศลเนื่องในวันประเพณีต่าง ๆ เช่น การท าบุญในพระราชพิธีฉัตรมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์


ศาสนพิธี คุณค่าและประโยชน์ของศาสนพิธี เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของ ศาสนิกชนให้ใฝ่ในคุณงามความดี ทา ใหจ้ติใจบรสิท ุ ธิ์ไมฟ่ ุ้ งซ่าน ท าให้เกิดความสามัคคี ชาวบ้านจะร่วมกันท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามพิธีกรรม มีส่วนช่วยรักษาเอกลักษณ์ของชาติ มีการผนวกเอาขนบธรรมเนียมประเพณี และศิลปวัฒนธรรมไทยเข้าไปด้วย เช่น การแห่เทียนพรรษา ก่อให้เกิดความศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนา ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่น ในหลักการท าความดี 1 2 3 4


ศาสนพิธี ศาสนพิธีเนื่องด้วยพุทธบัญญัติ พิธีเวียนเทียน 1. เมื่อถึงเวลาทางวัดจะตีระฆังสัญญาณให้พุทธบริษัทมาประชุมพร้อมกัน ที่หน้าพระอุโบสถหรือลานพระเจดีย์ โดยภิกษุยืนแถวหน้า ถัดไปเป็นสามเณร ท้ายสุด คือ อุบาสกและอุบาสิกา โดยให้ ทุกคนถือดอกไม้ธูปเทียน 2. พระภิกษุผู้เป็นประธานน าจุดธูปเทียน และน ากล่าว “นโม…” พร้อมกัน 3 จบ และค าบูชาพระรัตนตรัยตามแบบที่ก าหนดไว้ 3. พระภิกษุผู้เป็นประธานเดินน าแถวไปทางขวามือของสถานที่เวียนเทียน ในการเดินเวียนเทียนแต่ละรอบควรร าลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัยตาม รอบที่ 1 ร าลึกถึงพระพุทธคุณ โดยการสวดบท “อิติปิโส ภควา…” รอบที่ 2 ร าลึกถึงพระธรรมคุณ โดยการสวดบท “สวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม…” รอบที่ 3 ร าลึกถึงพระสังฆคุณ โดยการสวดบท “สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ…” ระเบียบปฏิบัติ


ศาสนพิธี ศาสนพิธีเนื่องด้วยพุทธบัญญัติ พิธีถวายสังฆทาน ขั้นตอนการปฏิบัติ สังฆทาน (ทานที่อุทิศแก่พระสงฆ์โดยมิได้เจาะจงพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง) 1. เตรียมภัตตาหารและเครื่องไทยธรรมให้เรียบร้อย จะถวายกี่รูปก็ได้ตาม ความศรัทธา 2. นิมนต์พระภิกษุกี่รูปก็ได้ ที่ส าคัญคือ ต้องไม่เจาะจงพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง อาจจะเป็นพระภิกษุที่ก าลังออกบิณฑบาตอยู่ก็ได้ 3. การจัดสถานที่ ถ้าเป็นในบ้านควรจัดห้องใดห้องหนึ่งให้เรียบร้อย ถ้ามีพระพุทธรูป ควรตั้งที่บูชาด้วยพอสมควร เมื่อพระสงฆ์มาพร้อมกันแล้วให้น าภัตตาหารตั้งตรงหน้าพระสงฆ์อาราธนา ศีลแล้วกล่าวค าถวายสังฆทาน 4. ขณะกล่าวค าถวาย พระสงฆ์จะประนมมือ พอผู้ถวายกล่าวจบผู้ร่วมพิธีก็จะรับ “สาธุ” ต่อจากนั้นผู้ถวายจะ ประเคนภัตตาหารและของบริวาร (ถ้ามี) แด่พระสงฆ์ 5. พระสงฆ์สวดค าอนุโมทนา ขณะที่พระสงฆ์สวดว่า “ยถา…” ให้ผู้ถวายกรวดน ้ากะให้พอดีน ้าลื่นไหลหมด เมื่อพระสงฆ์สวด รับพร้อมกันว่า“สพฺพีติโย…” ก็ให้ผู้ถวายประนมมือรับพรไปจนจบเป็นอันเสร็จพิธี


ศาสนพิธี ศาสนพิธีเนื่องด้วยพุทธบัญญัติ พิธีถวายผ้าอาบน ้าฝน ผ้าอาบน ้าฝน ผ้าส าหรับผลัดเปลี่ยนอาบน ้าของพระสงฆ์ ก าหนดเวลาการถวายผ้าอาบน ้าฝน จะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค ่า เดือน 7 จนถึง วันขึ้น 15 ค ่า เดือน 8 แต่ส่วนมากนิยมถวายในวันขึ้น 15 ค ่า เดือน 8


ศาสนพิธี ศาสนพิธีเนื่องด้วยพุทธบัญญัติ พิธีทอดกฐิน จัดขึ้นวันแรม 1 ค ่า เดือน 11 ไปจนถึงกลางเดือน 12 การทอดกฐิน การน าผ้ากฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่างน้อย 5 รูป แล้วให้พระสงฆ์รูปหนึ่งที่ได้รับเลือกจากคณะสงฆ์โดยเอกฉันท์เป็นผู้รับผ้ากฐิน ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. เจ้าภาพผู้มีจิตศรัทธาหากประสงค์ที่จะทอดกฐินที่วัดใด ต้องไปกราบเรียนแสดงความจ านงต่อเจ้าอาวาสวัดนั้น ตกลงวันเวลาที่แน่นอน เพื่อการทอดกฐิน 2. เจ้าภาพเตรียมเครื่องกฐินให้พร้อม 3. เจ้าภาพน าเครื่องกฐินไปถวายพระสงฆ์ที่วัดตามวันเวลาที่ก าหนด เมื่อพระภิกษุสงฆ์ประชุมพร้อมกันแล้ว เริ่มถวายผ้ากฐินด้วยการกล่าว “นโม…” 3 จบ แล้วกล่าวค าถวายผ้ากฐิน 4. เมื่อกล่าวค าถวายจบแล้วพระสงฆ์รับพร้อมกันว่า “สาธุ” เจ้าภาพน าผ้ากฐินไปถวายพระสงฆ์รูปที่จะรับครองกฐิน ต่อจากนั้นจะ เป็นพิธีสังฆกรรมที่พระสงฆ์ปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยต่อไป


ศาสนพิธี ศาสนพิธีเนื่องด้วยพุทธบัญญัติ พิธีปวารณา วันขึ้น 15 ค ่า เดือน 11 การปวารณาการที่พระสงฆ์ เปิดโอกาสให้มีการว่ากล่าวตักเตือนกัน เมื่อได้ฟัง ได้เห็น หรือมีข้อรังเกียจ ในความประพฤติของกันและกัน เมื่อสงสัยในความประพฤติ ระหว่างที่อยู่ร่วมกันตลอดพรรษา ให้มีการว่ากล่าวตักเตือนกันได้ พุทธศาสนิกชน มีการท าบุญตักบาตร สมาทานศีลและฟังพระธรรมเทศนา เพื่ออบรมกาย วาจา และใจ


ศาสนพิธี ศาสนพิธีที่น าพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวเนื่อง การท าบุญเลี้ยงพระในงานมงคล มีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้ การเตรียมการ 1. อาราธนาพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ นิยมเป็นจ านวนคี่ 2. เตรียมที่ตั้งพระพุทธรูปพร้อมเครื่องบูชา 3. ตกแต่งสถานที่บริเวณพิธี 4. วงด้ายสายสิญจน์โดยรอบอาคารหรือวงที่ฐานพระพุทธรูป 5. อัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งบนที่บูชา 6. ปูอาสนะส าหรับพระสงฆ์ 7. เตรียมเครื่องรับรองพระสงฆ์ตามควรแก่ฐานะ 8. ตั้งภาชนะส าหรับท าน ้ามนต์


ศาสนพิธี ศาสนพิธีที่น าพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวเนื่อง การท าบุญเลี้ยงพระในงานมงคล ขั้นตอนในการปฏิบัติ การด าเนินพิธี 1. เมื่อพระสงฆ์มาถึงแล้ว นิมนต์พระสงฆ์นั่งบนอาสนะ แล้วประเคนเครื่องรับรอง 2. เจ้าภาพหรือผู้แทนจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา แล้วกราบเบญจางคประดิษฐ์ 3. อาราธนาศีลและรับศีล 4. อาราธนาพระปริตร 5. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ 6. ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เสร็จแล้วถวายเครื่องไทยธรรม 7. พระสงฆ์อนุโมทนา ขณะที่พระสงฆ์ว่าบท “ยถา…” ให้เริ่มกรวดน ้าให้เสร็จก่อนจบบท พอพระสงฆ์ว่าบท “สพฺพีติโย…” ให้นั่งประนมมือรับพรตลอดไปจนจบ 8. พระสงฆ์ประพรมน ้าพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี


ศาสนพิธี ศาสนพิธีที่น าพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวเนื่อง การท าบุญเลี้ยงพระในงานอวมงคล การท าบุญเกี่ยวกับเรื่องการตาย การท าบุญหน้าศพ หรือที่เรียกกันว่า ท าบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วัน การท าบุญอัฐิ การท าบุญในวันคล้ายวันตายของผู้ล่วงลับ มีขั้นตอนและการปฏิบัติเหมือนกับการท าบุญเลี้ยงพระในงานมงคล


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา การท าบุญเลี้ยงพระในงานอวมงคล การท าบุญงานอวมงคล 1. การอาราธนาพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ นิยมจ านวน 8 หรือ 10 รูป แล้วแต่กรณี แต่ต้องเป็นจ านวนคู่ และการอาราธนาพระสงฆ์ส าหรับท าบุญงานอวมงคลไม่ใช้ค าว่า “ขออาราธนาเจริญพระพุทธมนต์” เหมือนอย่างท าบุญงานมงคล แต่ใช้ค าว่า “ขออาราธนาสวดพระพุทธมนต์” 2. ไม่ต้องวงด้ายสายสิญจน์ และไม่ต้องตั้งภาชนะส าหรับท าน ้ามนต์ 3. เตรียมสายโยงหรือภูษาโยงต่อจากศพหรืออัฐิไว้เพื่อใช้บังสุกุล 4. เมื่อพระสงฆ์มาถึงตามก าหนดเวลา มีข้อพึงปฏิบัติพิเศษ คือ มีการจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชากับการจุดธูปเทียนที่หน้าศพ 5. วันเลี้ยงพระมีการปฏิบัติเช่นเดียวกับงานมงคล แต่หลังจากพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้วนิยมให้มีการบังสุกุลแล้วจึงถวายไทยธรรม เมื่อพระสงฆ์อนุโมทนา จึงกรวดน ้าอุทิศส่วนกุศลต่อไป


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา บทสวดมนต์ของนักเรียน บทสวดมนต์ไหว้พระประจ าวันทุกเช้าหลังเคารพธงชาติ ผู้น านักเรียนจะน าสวดมนต์ บท “อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา” จนจบถึงบท “สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ” บทสวดมนต์ไหว้พระก่อนเลิกเรียนในวันสุดสัปดาห์ 1. บทนมัสการพระรัตนตรัย “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” ว่า 3 ครั้ง 2. บทพระพุทธคุณ “อิติปิโส ภะคะวา” ไปจนจบถึง “พุทโธ ภะคะวาติ” 3. ค านมัสการพระพุทธคุณ “องค์ใดพระสัมพุท ธวิสุทธสันดาน” จนถึง “ญภาพนั้นนิรันดร” 4. บทพระธรรมคุณ “สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม” จนถึง “ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ” 5. ค านมัสการพระธรรมคุณ “ธรรมะคือคุณากร” จนถึง “ด้วยจิตและกายวาจา” 6. บทพระสังฆคุณ “สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ” จนถึง “อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ” 7. ค านมัสการพระสังฆคุณ “สงฆ์ใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา” จนถึง “จงช่วยขจัดโพยภัยอันตรายใดใด จงดับและกลับเสื่อมสูญ”


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีบรรพชาอุปสมบท การบรรพชา การบวชเป็นเณร เป็นการลาจากชีวิตฆราวาสแล้วหันมาด าเนินชีวิตแบบสันโดษตามหลัก อริยมรรคมีองค์ 8 เพื่อบรรลุถึงความหลุดพ้นจากกิเลส อันเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิต คุณสมบัติของผู้ที่จะบรรพชา 1. เป็นชายมีอายุไม่ต ่ากว่า 7 ปีบริบูรณ์ 2. ไม่เป็นโรคติดต่อ โรคร้ายแรง 3. เป็นผู้ที่มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ 4. ไม่เป็นผู้ต้องห้ามตามพระวินัย


หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีบรรพชาอุปสมบท การอุปสมบท การบวชเป็นพระด้วยวิธีญัตติจตุตถกรรมวาจา อุปสัมปทา คือ การอุปสมบทโดยสงฆ์สวดประกาศและยอมรับเข้าหมู่ในที่ประชุมสงฆ์ คุณสมบัติของผู้ที่จะอุปสมบท 1. เป็นชายมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ 2. ไม่เป็นบุคคลที่ห้ามบวช 3. ไม่เป็นโรคติดต่อ มีร่างกายสมบูรณ์ 4. ไม่ต้องโทษแผ่นดิน 5. ได้รับอนุญาตจากบิดามารดา 6. ถ้าเป็นข้าราชการต้องได้รับอนุญาตจากต้นสังกัด 7. มีคุณสมบัติตามการปกครองของคณะสงฆ์


Click to View FlipBook Version