๒หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
โดย : ครูณฐั กฤต อตุ มะโน
ครูสปุ รียา คาโมนะ
หลักฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทย
หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ (Historical Sources)
หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ หมายถึง รอ่ งรอยการกระทา การพดู การเขยี น การ
ประดิษฐ์ การอย่อู าศยั ของมนุษย์ หรือลกึ ไปกว่าท่ีปรากฏอยภู่ ายนอก คอื ความคิดอา่ น โลกทัศน์
ความรูส้ ึก ประเพณีปฏบิ ัตขิ องมนุษยใ์ นอดีต ความรสู้ ึกของคนในปจั จบุ นั ส่ิงทีม่ นุษย์จบั ต้องและทิ้ง
รอ่ งรอยไว้ กล่าวได้ว่าอะไรก็ตามท่ีมาเก่ียวพันกบั มนุษย์ หรือมนษุ ย์เขา้ ไปเกย่ี วพนั สามารถใชเ้ ป็น
หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ดท้ ั้งส้ิน
หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทย
ประโยชนข์ องหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
เปน็ เครอ่ื งมือในการสืบคน้ ร่องรอยของอดีต เป็นแหลง่ ค้นควา้ ขอ้ เท็จจรงิ เกี่ยวกบั เรอื่ ง
ใดเร่อื งหนึ่ง โดยนาเอาไปประกอบกบั วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ เพ่อื สรา้ งความเข้าใจ ในเหตกุ ารณ์
ตา่ ง ๆ ทง้ั ในอดตี และปัจจบุ นั
หลกั ฐานทางประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทย
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรใ์ นประเทศไทยแบง่ ออกเปน็ 2 คือ
- หลกั ฐานทเ่ี ป็นลายลักษณอ์ กั ษร
- หลักฐานทไี่ มเ่ ป็นลายลกั ษณ์อักษร
หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย
ลักษณะของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย
หลักฐานท่เี ปน็ ลายลักษณ์อักษร
• จารกึ หรอื จาร มีหลายลกั ษณะ ทีส่ ลกั ลงบนแทง่ หนิ หรือแผน่ หิน เรยี ก ศลิ าจารกึ จารึกลงแผ่น
ทองคา เรียก จารึกลานทอง จารกึ ลงแผน่ เงิน เรยี ก จารึกลานเงนิ ทจี่ ารลงใบลาน เรยี ก
หนงั สอื ใบลาน และยงั มกี ารพบจารึกทฐ่ี านพระพุทธรูปอกี ด้วย ซึ่งจารกึ ทมี่ อี ยหู่ ลายลกั ษณะ
นน้ั จารกึ บนแทง่ หนิ หรอื ศิลาจารกึ มีความคงทนมากทสี่ ดุ
จารกึ ลานทอง พบทวี่ ัดส่องคบ อาเภอเมอื ง จังหวัดชยั นาท
จารกึ ดว้ ยอกั ษรขอม - อักษรไทยสมัยอยธุ ยา พ.ศ. ๑๙๕๑
พระราชพงศาวดาร
• เป็นการจดบันทึกเร่อื งราวเกยี่ วกบั พระมหากษัตรยิ ์
• เขยี นลงบนสมุดไทย
• เรม่ิ เขยี นข้นึ ในสมัยอยุธยาเรอื่ ยมาจนกระทง่ั สมยั รชั กาลท่ี ๕
• พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ ถอื เป็นพระราชพงศาวดารที่เก่าแกท่ สี่ ุดท่มี เี หลืออยู่
จนถงึ ปจั จบุ ัน
ปกพระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รชั กาลท่ี ๒ พระนพิ นธ์สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
และปกพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขาในรัชกาลท่ี ๔ จัดพมิ พโ์ ดยกรมศิลปากร
ตานาน
• เป็นการเล่าเรือ่ งราวประวตั ิความเป็นมาของบคุ คล โบราณสถาน โบราณวตั ถสุ ืบทอดกนั มา
• เป็นการบอกเลา่ จดจา และบนั ทกึ
• จดั ว่ามีคณุ ค่าทางประวตั ศิ าสตรน์ ้อย เพราะไม่ทราบวา่ ใครแตง่ แตง่ เมอื่ ใด และมีหลักฐาน
อ้างองิ อยา่ งไร
ชินกาลมาลีปกรณ์และตานานพ้ืนเมอื งเชียงใหม่ เป็นตานานเกย่ี วกบั พระพุทธศาสนาและ
ประวตั ศิ าสตร์ลา้ นนา
เอกสารส่วนบุคคล
• เปน็ บนั ทึกสว่ นตวั ของผทู้ ่ีเกี่ยวข้องหรอื ผูท้ ีร่ ู้เหน็ เก่ียวกบั เหตุการณน์ น้ั ๆ
• เช่น จดหมายเหตพุ ระราชกิจรายวันในรัชกาลที่ ๕ จดหมายเหตุความทรงจาของกรมหลวงนริ
นทรเทวี และบนั ทึกของคณะราษฎรหลายทา่ นที่เก่ยี วข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
พ.ศ. ๒๔๗๕ เปน็ ตน้
เอกสารส่วนบุคคล (จากภาพ) ลายพระราชหตั ถเลขาของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว
ทรงพระราชทานแกน่ างแอนนา เลียวโนเวนส์
หนังสอื ราชการ
• เปน็ เอกสารเกย่ี วข้องกับการบริหารราชการด้านจดั การปกครองที่รัฐมีตอ่ ส่วนกลางและสว่ นภูมภิ าค
• มีความสาคัญ เพราะเป็นบนั ทกึ ของผู้ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั เหตุการณ์โดยตรง
• ส่วนใหญเ่ ป็นของสมยั รตั นโกสนิ ทร์ ท่ีมมี าแต่คร้งั โบราณได้สญู หายเกือบหมดแล้ว
ตวั อยา่ งหนังสอื ราชการ
บนั ทึกของชาวตา่ งชาติ
• เป็นเอกสารของชาวต่างชาติทีเ่ ขยี นหรอื บนั ทกึ เกีย่ วกบั เมอื งไทย
• อาจอยใู่ นรปู ของบนั ทกึ ประจาวนั การเล่าเรือ่ ง หรือจดหมายเหตุ
• มคี ุณคา่ มากในทางประวัตศิ าสตร์ โดยบางเร่อื งอาจให้ขอ้ มลู นอกเหนือจากทม่ี อี ย่แู ล้ว หรือบางเรื่อง
อาจเป็นการเสรมิ ข้อมลู ที่ไทยมอี ยู่ เช่น จดหมายเหตุลาลแู บร์ ของซิมง เดอ ลาลแู บร์ ราชทูตฝร่ังเศส
สมยั สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
จดหมายเหตลุ าลูแบร์ ของซิมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทตู ฝรั่งเศสในสมยั อยธุ ยา
หลกั ฐานทไ่ี มเ่ ป็นลายลกั ษณอ์ ักษร
• ส่วนใหญเ่ ปน็ หลกั ฐานประเภทโบราณสถาน โบราณวัตถุ เชน่ โบสถ์ วหิ าร โครงกระดูกมนษุ ย์
เครอื่ งมือเครือ่ งใชต้ า่ งๆ ปัจจุบันมีการบันทึกเหตุการณ์ สถานที่ ท้งั ท่ีเป็นภาพเสียง หรือท้งั ภาพและ
เสียง เชน่ ภาพถ่าย แถบบนั ทกึ เสียง วีดทิ ศั น์ รายงานขา่ วของสอ่ื มวลชน
ประเภทของของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรเ์ ปน็ ร่องรอยของมนุษยท์ ี่หลงเหลืออยู่จากอดีต หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรม์ ที ัง้
วัตถุ เอกสาร จารึก โดยแบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท
หลักฐานช้นั ต้น • หรือหลกั ฐานปฐมภมู ิ คือ หลกั ฐานท่ีเป็นของร่วมสมัย เช่น เอกสาร
หรอื บันทึกที่เขียนขน้ึ โดยบคุ คลทีเ่ กี่ยวข้องหรอื รเู้ หน็ เหตุการณ์ เช่น
ภาพถา่ ย วตั ถรุ ว่ มสมยั เช่น โบราณวตั ถุ เคร่อื งมือเครื่องใช้ จารึก
ผูศ้ ึกษาควรมคี วามระมัดระวัง เน่อื งจากหลักฐานบางอย่างมกั จะ
กล่าวถึงแต่เรอ่ื งราวในดา้ นดีหรือไม่เปน็ กลาง เพ่อื ให้เร่อื งราวมีความ
น่าเชือ่ ถอื ยิ่งขึ้น จงึ ตอ้ งมีการตรวจสอบ ประเมนิ หลักฐาน โดยใช้
วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
ประเภทของของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทย
หลักฐานชน้ั รอง • หรือหลักฐานทุติยภูมิ คือ หลกั ฐานทเี่ ขยี นขนึ้ ภายหลงั จากเหตกุ ารณ์นนั้
เกดิ ขน้ึ โดยผบู้ นั ทกึ อาจได้ยนิ คาบอกเลา่ ผา่ นบุคคลอ่นื หรือเป็น
หลักฐานท่เี ขยี นข้นึ โดยบคุ คลทอี่ าศัยขอ้ มูลจากหลักฐานชน้ั ต้น เช่น
หนังสือ งานวิจัย บทความ รวมทงั้ หลักฐานทีไ่ ม่เป็นลายลักษณ์อกั ษร
เชน่ ภาพยนตร์ ละคร ขา่ วโทรทัศน์
ความสาคญั ของของหลกั ฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทย
มีความสาคญั ต่อการศกึ ษาประวัตศิ าสตรไ์ ทยมาก เพราะหลกั ฐานขอ้ มูลทง้ั หลายทา
๑ หรอื เขียนขึ้นโดยผูเ้ ก่ยี วข้องโดยตรง หรอื มคี วามใกลช้ ดิ กบั เหตุการณห์ รือเร่อื งราว
ท้งั หลายทีเ่ กดิ ขน้ึ
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์สะทอ้ นให้เห็นโลกทัศน์ วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจน
๒ ความเชอ่ื ของคนในสมยั กอ่ น
๓ หลกั ฐานควรได้รับเกบ็ รักษาให้ดี เพ่ือจะไดน้ ามาศึกษาค้นควา้ เผยแพร่ตอ่ ไป อันจะชว่ ย
ใหป้ ระวตั ศิ าสตร์ไทยมคี วามชัดเจน ถูกต้องมากข้ึน
๔ การใช้หลกั ฐานของชาวต่างชาติ ผูศ้ กึ ษาควรมีความระมดั ระวงั เน่ืองจากชาวตา่ งชาติ
มพี ้ืนฐานความคิดและวฒั นธรรมท่ีแตกตา่ งจากคนไทย
แหลง่ รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทยท่สี าคญั
สานักหอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ
พิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ
หอสมุดกลางของมหาวิทยาลยั ต่างๆ
ตวั อย่างการนาวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรม์ าใช้ในการศกึ ษาประวัตศิ าสตร์ไทย
๑ การกาหนดหวั เรือ่ งทจ่ี ะศึกษา
• หัวขอ้ ที่สนใจ คอื การฟื้นฟูบ้านเมอื งในสมัยรัชกาลท่ี ๑
๒ การรวบรวมหลักฐาน
หลกั ฐานช้นั ต้น หลักฐานชนั้ รอง
• พระราชพงศาวดารกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ รชั กาลที่ ๑ • หนงั สอื หรือบทความท่เี ขยี นขึ้นเกีย่ วกับ
• จดหมายเหตุความทรงจาของกรมหลวงนรินทรเทวี สมัยรัชกาลท่ี ๑ หรือสมยั รัตนโกสนิ ทร์
• พระราชนพิ นธ์ในรชั กาลท่ี ๑ เช่น กลอน เพลงยาว ตอนต้น
นิราศ เรื่องรบพมา่ ทท่ี ่าดินแดง
๓ การประเมินคุณคา่ ของหลกั ฐาน
• ตรวจสอบความน่าเชือ่ ถอื ของเร่อื งราวทีป่ รากฏในพระราชพงศาวดาร โดยเปรียบเทียบ
กบั พระราชพงศาวดารของรัฐเพ่อื นบา้ นทมี่ ฉี บบั แปลเป็นภาษาไทย เชน่ พระราช
พงศาวดารลาว เขมร พม่า หรือตรวจสอบกบั หลักฐานไทยรว่ มสมยั เช่น จดหมายเหตุ
ความทรงจาของกรมหลวงนรนิ ทรเทวี ตรวจสอบ พระบรมราชโองการในพระราช
พงศาวดารกบั กฎหมายที่ออกในสมัยรชั กาลท่ี ๑
๔ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจดั หมวดหมขู่ ้อมลู
• ศึกษาจดุ มุ่งหมายเบ้อื งต้นและจดุ มงุ่ หมายแฝงของหลกั ฐาน เชน่ จดุ มงุ่ หมายเบอื้ งตน้ คือ
พระราชพงศาวดารตอ้ งการบอกใหท้ ราบเรือ่ งราวการทาสงครามกบั เพ่ือนบ้านในสมัย
รัชกาลที่ ๑ ส่วนจดุ มุ่งหมายแฝง คอื การยกย่องเชิดชู พระปรชี าสามารถทาง
การทหารของรัชกาลท่ี ๑ ความเปน็ ผู้นาและสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ เป็นตน้
• นอกจากนี้ยังตอ้ งคานึงวา่ ขอ้ มูลในหลกั ฐานนัน้ มีความเปน็ กลางหรือไม่ เช่น พระราช
พงศาวดารเปน็ หนงั สอื ทเี่ ขยี นข้ึนเพอื่ ยกย่องพระมหากษัตรยิ ์ จงึ มเี นอื้ หาเชิดชูยกย่อง
พระมหากษัตรยิ ์ ขณะเดยี วกันกอ็ าจใหข้ ้อมูลด้านลบเกีย่ วกับข้าศึกศตั รู ในการเลอื กใช้
ขอ้ มูลต่าง ๆ จงึ ควรพิจารณาถึงประเด็นเหลา่ น้แี ละควรศกึ ษาคน้ ควา้ จากหลกั ฐานท่ี
หลากหลาย เพอ่ื ให้ได้ขอ้ มูลครบถ้วน จะทาใหเ้ รอ่ื งราวประวัตศิ าสตร์ทคี่ น้ ควา้ มคี วาม
นา่ เชือ่ ถอื และใกลเ้ คียงความจริงมากทสี่ ดุ
๕ การเรยี บเรียงและนาเสนอข้อมลู
• นาข้อมูลทีต่ ีความได้มานาเสนอ โดยมกี ารเรียบเรยี งอยา่ งเปน็ ระบบ เช่น มีหัวขอ้ ใหญ่
หวั ข้อยอ่ ย มีการลาดบั หัวขอ้ การใช้หลักฐานประกอบการอ้างอิง การอธิบายตามลาดบั
เหตุการณห์ รืออธบิ ายตามประเดน็ เช่น อธิบายการฟน้ื ฟบู า้ นเมอื งของรชั กาลท่ี ๑ เรยี ง
ตามปี หรอื อธบิ ายการฟืน้ ฟบู ้านเมอื งของรชั กาลที่ ๑ ตามประเดน็ เช่น ด้านการเมอื ง
การปกครอง ด้านสงั คมและวฒั นธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศ เป็นต้น
จารกึ ลานทอง พบท่วี ัดสอ่ งคบ อาเภอเมอื ง จงั หวัดชยั นาท จารึกดว้ ยอักษรขอม - อกั ษรไทยสมยั อยุธยา พ.ศ. ๑๙๕๑
คาถามขอ้ คิด สะกดิ ใจ
เฉลย คาถามข้อคดิ สะกดิ ใจ
คาถามขอ้ คิด สะกดิ ใจ
เฉลย คาถามข้อคิด สะกิดใจ
ตอบ 5 ผ้าเขยี นภาพพระพุทธเจ้า
พระบฏ คือผืนผา้ เขยี นรูปพระพทุ ธเจา้ หรอื เรอ่ื งราวเกี่ยวกบั
พระพทุ ธเจา้ เช่นพระพุทธประวัตหิ รอื ชาดก คาว่า "บฏ" มรี ากศพั ทใ์ น
ภาษาบาลีว่า ปฏ (อา่ นว่า ปะ - ตะ) หมายถึง ผ้าทอ ผนื ผ้า