มหาชาติ
มหาเวสสันดร
ชาดก
คำนำ
หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๓๑๑๐๒
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษามหาชาติ เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก ซึ่ง
เป็นชาดกเรื่องหนึ่งในทศชาติชาดก กล่าวถึงพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ใน
การบำเพ็ญทานบารมี ก่อนจะทรงอุบัติเป็นพระโคตมพุทธเจ้า
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
คณะผู้จัดทำ
ก
เรื่อง สารบัญ หน้ า
คำนำ ข ก
สารบัญ ข-ง
ผู้แต่ง ๑-๕
ที่มา ๖
ลักษณะคำประพันธ์ ๗
จุดประสงค์ ๘
เรื่องย่อ ๙ - ๒๑
๙
กัณฑ์ที่ ๑ ๑๐
กัณฑ์ที่ ๒
เรื่อง สารบัญ หน้ า
กัณฑ์ที่ ๓ ค ๑๑
กัณฑ์ที่ ๔ ๑๒
กัณฑ์ที่ ๕ ๑๓
กัณฑ์ที่ ๖ ๑๔
กัณฑ์ที่ ๗ ๑๕
กัณฑ์ที่ ๘ ๑๖
กัณฑ์ที่ ๙ ๑๗
กัณฑ์ที่ ๑๐ ๑๘
กัณฑ์ที่ ๑๑ ๑๙
เรื่อง สารบัญ หน้ า
กัณฑ์ที่ ๑๒ ง ๒๐
กัณฑ์ที่ ๑๓ ๒๑
วิจารณ์ตัวละคร ๒๒ - ๒๖
ฝนโบกขรพรรษ ๒๗ - ๒๘
ทศชาติชาดก ๒๙ - ๓๐
คำศั พท์ที่ปรากฎ ๓๑ - ๓๖
ข้อคิด ๓๗
บรรณานุกรม ๓๘
ผู้แต่ง
๑. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
ทรงนิ พนธ์ ๔ กัณฑ์ คือ ทศพร หิมพานต์ มหาราช
ฉกษัตริย์ นครกัณฑ์
เป็ นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ า
จุฬาโลกฯ ประสูติเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๓ เมื่อพระชนมายุ
๑๒ พรรษา ได้ผนวชเป็ นสามเณร ประทับ ณ พระ
ตำหนั กท่าวาสุกรี วัดพระเชตุพนฯ ในรัชกาลที่ ๖
โปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็ นสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม
พระยาปรมานุชิตชิโนรส สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๖
รวมพระชนมายุ ๖๔ พรรษา
๑
ผู้แต่ง
๒. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชนิ พนธ์ ๓ กัณฑ์ คือ วนปเวสน์ จุลพน
สั กกบรรพ
พระราชโอรสองค์ที่ ๔๓ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เมื่อพระองค์มี
พระชนมายุครบ ๑๔ พรรษา จึงทรงออกผนวชเป็ นสามเณร
พระองค์ทรงลาผนวชเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๙๔
ซึ่งตรงกับวันจักรี และทรงรับการบรมราชาภิเษกเมื่อ
วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๙๔
๒
ผู้แต่ง
๓. พระเทพโมลี (กลิ่น)
ทรงนิ พนธ์ ๑ กัณฑ์ คือ มหาพน
เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๒๘๓ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีเชื้อสายรามัญ
ต่อมาอุปสมบทวัดตองปุ อยุธยา เมื่อกรุ งศรีอยุธยาแตกศึ กษาสำเร็จแล้ว
ท่านได้ออกธุ ดงค์ สมัยต่อมาท่านได้นำเอาประสบการณ์การออกสัญจร
จาริกธุ ดงค์ ในปี พ.ศ.๒๓๖๘ ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็ นเจ้าอาวาส
วัดราชสิทธาราม พ.ศ.๒๓๖๙ หลังเป็ นเจ้าอาวาสมาประมาณ ๑ ปี ท่านก็
มรณะภาพลงในปลายปี นั้ นด้วยโรคชรา สิริอายุได้ ๘๖ ปี
๓
ผู้แต่ง
๔. เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ประพันธ์ ๒ กัณฑ์ คือ กุมาร มัทรี
เป็ นบุตรของเจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทร์ฦๅไชย (บุญมี)
เจ้าเมืองกำแพงเพชรในสมัยกรุ งธนบุรี ซึ่งเป็ นต้นสกุล
"บุญหลง" รับราชการครั้งแรกในสมัยธนบุรีเป็ นหลวง
สรวิชิต นายด่านเมืองอุทัยธานี ในพ.ศ.๒๓๑๘ ต่อมาใน
ช่วงปลายรัชกาลที่ ๑ พระยาพระคลัง (หน) ได้เลื่อนขึ้น
เป็ นเจ้าพระยาพระคลัง เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ถึงแก่
อสัญกรรมในรัชกาลที่ ๑ เมื่อปี ฉลู พ.ศ.๒๓๔๘
๔
ผู้แต่ง
๔. กวีสำนั กวัดถนน
นิ พนธ์ ๑ กัณฑ์ คือ ทานกัณฑ์
๕. กวีสำนั กวัดสังข์กระจาย
นิ พนธ์ ๑ กัณฑ์ คือ ชูชก
๕
ที่มาของเรื่อง
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก มีความเป็ นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ใน
รัชกาลของพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้แต่งเรื่องเวสสันดรชาดกเป็ น
คำประพันธ์ สำหรับราชบัณฑิตใช้สวดในเทศกาลเข้าพรรษา ประกอบ
ด้วยร่าย และกาพย์ ปะปนกันเป็ นวรรณคดีเรื่องสำคัญ เรียกว่า กาพย์
มหาชาติ ซึ่งไม่ได้ใช้สำหรับการเทศน์ มหาชาติอย่างในปั จจุบัน
จนมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลที่ ๒ มีพระราชดำริให้แต่งเรื่องมหาชาติ สำหรับพระสงฆ์ใช้
แสดงพระธรรมเทศนาที่เรียกว่า เทศน์ มหาชาติ ทรงเห็นว่า กาพย์
มหาชาติที่แต่งในรัชกาลพระเจ้าทรงธรรม และบทเทศน์ มหาชาติแบบ
ร่ายยาวสำนวนอื่นๆ ในสมัยอยุธยา คงสูญหายหรือกระจัดกระจายไป
ก็โปรดฯให้มีการประชุมกวี เพื่อประพันธ์บทเทศน์ มหาชาติทำนอง
หลวง ซึ่งต้องอาศั ยความรู้เกี่ยวกับพุทธประวัติเป็ นอย่างดี
๖
ลักษณะคำประพันธ์
ลักษณะคำประพันธ์ประเภทร่ายยาว ขึ้นต้นด้วยคำภาษาบาลีเดิม
และประพันธ์ร่ายยาวภาษาไทยขยายความ โดยในแต่วรรคสามารถ
มีได้ตั้งแต่ ๕-๑๒ คำ และไม่จำกัดจำนวนวรรค ซึ่งวรรคสุดท้าย
ต้องสัมผัสคำใดก็ได้ในวรรคถัดไป ยกเว้นกรณีคำสุดท้ายเป็ นคำสร้อย
๗
จุดประสงค์การประพันธ์
เพื่อใช้เทศน์ ให้ประชาชนฟั ง มหาเวสสันดรชาดก แต่งขึ้นเพื่อใช้
เทศน์ มหาชาติ เนื่ องจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกเป็ นชาดกเรื่องใหญ่
ที่สุด เป็ นชาติที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็ นพระเวสสันดรซึ่งเป็ น
พระชาติสุดท้ายก่อนจะประสูติเป็ นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วเสด็จออกผนวช
กระทั่งได้ตรัสรู้เป็ นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็ นเรื่องราวในพระชาติที่เป็ น
พระเวสสันดรได้ทรงบำเพ็ญทศบารมี ครบทั้ง ๑๐ ประการ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ทานบารมี ซึ่งทรงบริจาคบุตรทารทาน คือ บริจาคพระชาลี พระ
กัณหา และพระนางมัทรี จึงเป็ นชาติที่สำคัญและยิ่งใหญ่ เรียกว่า
“มหาชาติ” หรือ “มหาเวสสันดรชาดก”
๘
กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร
พระนางผุสดี เทพอัปสรสิ้นบุญ พระอินทร์จึง
มอบพร ๑๐ ประการแก่พระนาง คือ ขอให้ได้อยู่ใน
ปราสาทสิริราชแห่งนครสีพี จักษุดุจนั ยน์ ตาเนื้ อ
คิ้วดำสนิ ท มีพระนามว่าผุสดีและมีโอรสประเสริฐ
เหนื อกษัตริย์ทั้งหลายมีใจบุญ พระอุทรแบนราบ
เมื่อทรงครรภ์ มีถันงามอย่ารู้ดำหย่อนยาน
และได้ปลดปล่อยนั กโทษ
ข้อคิด : การทำบุญจัดให้สำเร็จสมประสงค์ต้อง
อธิษฐานตั้งเป้ าชีวิตตนปรารถนาไว้จะสำเร็จดัง
ตั้งใจ ผู้นั้ นต้องมี ศี ลสมบูรณ์ ทำดีรักษาดี
เพิ่มพูนความดี จะไม่มีตกต่ำ
๙
กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์
พระนางผุสดีได้จุติมาเกิดเป็ น
พระธิดาท้าวมัททราช และได้อภิเษกสมรส
กับท้าวสญชัยแห่งนครสีพี ประสูติพระโอรส
นามว่า "เวสสันดร" เมื่ออายุได้ ๑๖ ชันษา
พระบิดาได้ยกราชสมบัติให้ครอบครองและ
ได้อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรีมีพระโอรส
คือ พระชาลี พระธิดา คือ พระกัณหา ซึ่ง
พระเวสสั นดรได้ ให้ ทานจำนวนมากและได้ มอบ
ช้างปั จจัยนาคให้กับเมืองกาลิงรัฐ จึงถูกขับไล่
ข้อคิด : การทำดีมักมีอุปสรรคเพื่อนำความ
ร่มเย็นมาสู่ โลก ๑๐
กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์
หลังพระเวสสันดรถูกขับไล่ออกจากนครสีพี ได้บริจาคทานครั้งใหญ่ คือ สัตสดกมหาทาน
คือ ช้าง ม้า โคนม ทาสี ทาสา ขัตติยนารี เสื้อผ้า
สุราบาน อย่างละ ๗๐๐ ชิ้น จากนั้ นจึงเดินทาง
ออกจากนครสีพี พร้อมพระนางมัทรีและโอรสธิดา
ระหว่างชายแดนนครสีพี พระเวสสันดรได้ให้รถม้า
ที่ประทับอยู่แก่พราหมณ์ที่ทูลขอ จากนั้ นสี่ กษัตริย์
จึงเดินเท้าไปยังเขาวงกต
ข้อคิด : เพื่อประโยชน์ สุขของส่วนรวม
พึงยอมเสียสละประโยชน์ สุขส่วนตัว
๑๑
กัณฑ์ที่ ๔ วนปเวสน์
เมื่อทั้งสี่ กษัตริย์ได้เดินทางมาถึงนครเจตรัฐ
เจ้าเมืองออกมาต้อนรับและทูลเชิ ญพระเวสสั นดร
ครองเมืองร่วมกัน แต่พระเวสสันดรหมายมั่น
ในพระโพธิญาณจึงปฏิเสธ เจ้านครเจตรัฐ
จึงมอบหมายให้พรานเจตบุตรอารักขาสี่ กษัตริย์
ตลอดเวลา ๗ เดือนไม่ให้ผู้ใดมารบกวน
การบำเพ็ญภาวนาในอาศรมซึ่ งพระวิษณุ กรรมเนรมิต
ข้อคิด : การเป็ นคนดี มีจิตเมตตาต่อผู้อื่น
ยามยากลำบากย่อมมีผู้ค้ำจุนช่วยเหลือ
๑๒
กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก
ชูชก พราหมณ์ผู้มีอาชีพขอทาน ได้นาง
อมิตตดาบุตรสาวของเพื่อนเป็ นภรรยา นาง
ใช้ให้ชูชกไปขอสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบ
ข่าวในแคว้นสีวีราษฎร์ สามารถหลบหลีกการ
ทำร้ายของชาวเมือง เดินทางไปเขาวงกตจน
พบสุนั ขของพรานเจตบุตรผู้คอยเฝ้ าอารักขา
อยู่ปากทางเข้าป่ าหิมะพานต์ ฝูงสุนั ขไล่กัด
ชูชก จนชูชกหนี ขึ้นไปหลบบนต้นไม้
ข้อคิด : ไม่ควรฝากของสำคัญใดๆก็ตามไว้
กับผู้อื่น
๑๓
กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน
พรานเจตบุตร เห็นท่าไม่ดี เกรงพราหมณ์
เฒ่าจะเข้าไปรบกวนพระเวสสันดร จึงยกหน้ าไม้
จะยิงชูชกให้ตาย แต่ชูชกหลอกลวงพราน
เจตบุตรให้บอกทางไปเขาวงกต ว่าตนเป็ น
ราชทูตของพระเจ้ากรุ งสญชัย กำลังจะเข้าไปเชิญ
พระเวสสันดรกลับเมือง เพราะพระเจ้ากรุ งสญชัย
ทรงอภัยโทษแล้ว พรานเจตบุตรหลงเชื่อ จึงบอก
ทางและมอบเสบียงทางให้อีกด้วย
ข้อคิด : ไม่ควรเชื่อคำคนง่ายๆ หากไม่มีหลักฐาน
ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนคิดทำสิ่ งใด
๑๔
กัณฑ์ที่ ๗ มหาพน
เมื่อชู ชกเดิ นทางไปถึงอาศรมของจุตฤๅษี ก็
ขอให้จุตฤๅษีบอกทางไปเขาวงกต จุตฤๅษีไม่
พอใจ แต่ชูชกหลอกล้อจนจุตฤๅษีให้ที่พักหนึ่ ง
คืน เลี้ยงต้อนรับและรุ่งเช้าก็บอกเส้นทางไปยัง
เขาวงกต
ข้อคิด : ไม่ควรเชื่อคำพูดผู้อื่นง่ายๆ
ต้องมีความฉลาดและเฉลียว
๑๕
กัณฑ์ที่ ๘ กุมาร
เมื่อชูชกมาถึงอาศรมของพระเวสสันดร ได้
เห็นพระนางมัทรีจึงยังไม่เข้าไปขอกุมารทั้งสอง
และในคืนนั้ นพระนางมัทรีได้ฝั นเหมือนเป็ นราง
บอกเหตุเแห่งการพลัดพราก พระนางมัทรีจึงขอ
ให้พระเวสสันดรทำนายให้ แต่พระเวสสันดร
ทำนายเลี่ยง เมื่อนางมัทรีเข้าป่ าไปหาอาหาร
ชูชกจึงเข้าไปทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพากัน
ไปซ่อนที่สระบัว พระเวสสันดรจึงติดตามสอง
กุมารและมอบให้ แก่ชู ชก
ข้อคิด : ควรพูดความจริง และซื่อตรงต่อผู้อื่น
๑๖
กัณฑ์ที่ ๙ มัทรี
เมื่อพระนางมัทรีกลับจากป่ าหาผลไม้ ไม่เห็นพระ
กัณหาชาลี จึงทูลอ้อนวอนถามพระเวสสันดร แต่พระ
เวสสันดรไม่ทรงตอบ เพราะเห็นว่าพระนางกำลังเหนื่ อย
มา พอทราบว่าพระลูกรักพลัดพรากจากไป เกรงว่าจะเป็ น
อันตรายที่เกิดขึ้นจากความโศกเศร้า
พระนางมัทรีออกตามหากัณหาชาลีตลอดคืนยันรุ่งจน
รู้สึกเหน็ ดเหนื่ อยเป็ นอย่างที่สุดจนสลบไป พระเวสสันดร
จึงยกพระเศี ยรนางขึ้นวางบนตัก แล้วเอาน้ำรดพระอุระ
เมื่อพระนางฟื้ นคืนมาจึงตรัสบอกความจริงและ ขอให้
พระนางอนุโมทนาสาธุ การในปุตตทานครั้งนี้ ด้วย
ข้อคิด : ความรักของพ่อแม่เป็ นความรักที่
บริสุทธิ์เหนื อเหตุผลใด
๑๗
กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ
กล่าวถึงท้าวสักกเทวราช คือ พระอินทร์ เกรงว่าถ้ามี
ใครมาขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรก็จะประทานให้อีก
จึงจำแลงกายเป็ นพราหมณ์มาขอไว้ก่อน
เมื่อพระเวสสันดรหลั่งน้ำให้แล้ว พราหมณ์จึงขอฝาก
ไว้ก่อนพระนางมัทรีก็อนุโมทนาจัดว่าเป็ นทานบารมีอัน
ยิ่งใหญ่ เป็ นเหตุให้เกิดปฐพีสั่ นไหวไปทั่วท้าวสักกเทว
ราชจึงสำแดงกายให้ ปรากฏและให้ พระเวสสั นดรขอพร
ได้ ๘ ประการ
ข้อคิด : การทำกิจการทำกิจใดๆ ให้สำเร็จ
ผู้บริหารย่อมต้องมีผู้ช่วยที่เฉลียวฉลาด
๑๘
กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช
เมื่อเดินทางผ่านป่ าใหญ่ ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่
โคนต้นไม้ ส่วนตนปื นขึ้นไปนอนบนต้นไม้ เหล่าเทวดาจึง
แปลงร่างลงมาปกป้ องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุ งสีพีเกิด
นิ มิตฝั นตามคำทำนายยังความปิ ติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลง
หน้ าลานหลวงตอนรุ่งเช้า ทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารทั้ง
สองพระองค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน
ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจึง
ได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิ วัติพระนคร ในขณะ
เดียวกันเจ้านครกาลิงครัฐได้โปรดคืนช้างปั จจัยนาคแก่นครสีพี
ข้อคิด : คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
ย่อมได้รับความปกป้ องคุ้มครองภัยในที่ทุกสถาน
๑๙
กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์
กล่าวถึงพระเจ้าสญชัยที่สั่ งให้พระชาลีทรงช้าง
ปั จจัยนาค นำกองทัพมารับพระเวสสันดร เมื่อหก
กษัตริย์ ได้พบกันก็บังเกิดความรู้สึกทั้งดีพระทัยและ
เศร้าโศรก จากนั้ นทรงกรรแสงสุดประมาณจนสลบไป
ทำให้ป่ าใหญ่สนั่ นครั่นครืน
พระอินทร์ได้ทรงบันดาลฝนโบกขรพรรประพรม
ทั้งหกกษัตริย์ และเหล่าทหารของกองทัพให้หายเศร้า
ข้อคิด : การข่มใจเป็ นคุณธรรมของผู้ใหญ่ที่ควรมี
แม้ว่าพระเวสสั นดรจะยินดี ว่าพระราชบิดามารับ
กลับพระนครแต่พระองค์ก็คงจิตให้สงบได้
๒๐
กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์
กล่าวถึงพระเวสสันดรได้รับคำทูลเชิญให้ลาผนวช (สึก)
เพื่อรับราชสมบัติและให้ทำพิธีราชาภิเษกในบริเวณพระ
อาศรมแล้วจึงทรงช้างปั จจัยนาค เดินทางกลับนครสีพี
บรรดาสัตว์น้ อยใหญ่ที่เคยได้อาศั ยร่มบารมี คุ้มครองป้ องกัน
อันตรายภัยพิบัติต่างพากันเศร้าโศกเสี ยใจ
เมื่อพระเวสสั นดรกลับมาครองพระนครก็มีห่ าฝนสั ตตรัตน
มาศตกไปทั่วพระนคร ให้เป็ นทานแก่ชนทั้งหลาย
พระเวสสันดรครองนครสีพีจนพระชนมายุ ๑๒๐ พรรษา
ก็สวรรคต ไปบังเกิดในดุสิตเทวโลก
ข้อคิด : การทำความดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน
การใช้ธรรมะในการปกครองย่อมทำให้
เกิดความสงบร่มเย็น
๒๑
วิจารณ์ตัวละคร
๑. พระเวสสันดร
พระเวสสันดรเป็ นพระโอรสของพระเจ้ากรุ งสญชัยและพระนางผุสดี
แห่งเมืองสีพีมีอุปนิ สัยและพฤติกรรมที่สำคัญคือ การบริจาคทานเมื่อ
มีพระชนมายุ ๑๖ พรรษาก็แตกฉานในศิ ลปวิทยา ๑๘ แขนงได้เสวย
ราชสมบัติและอภิเษกกับพระมัทรีพระราชโอรสและพระราชธิดาคือ
พระชาลีกุมารและพระกัณหา
๒. พระนางมัทรี
พระนางมัทรีเป็ นพระราชธิดาแห่งกษัตริย์มัทราช อภิเษกสมรสกับ
พระเวสสันดร เมื่อพระนางมัทรีตามเสด็จไปเขาวงกต พระนางได้
ปฏิบัติต่อพระสวามีและสองกุมารพระนางได้ปรนนิ บัติรับใช้และทำ
ตามหน้ าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
๒๓
๓. พระชาลี
พระชาลีเป็ นพระราชโอรสของพระเวสสันดรกับพระนางมัทรีเป็ น
พระเชษฐาของพระกัณหา เมื่อเวลาประสูติพระประยูรญาติได้ทรง
นำตาข่ายทองมารองรับ จึงได้รับพระราชทานนามว่า ชาลี แปลว่า
ผู้มีตาข่าย เมื่อพระบิดายกตนให้ชูชกจึงหนี ไปซ่อนองค์ในสระบัว
เมื่อพระบิดาตรัสเรียกพระชาลีก็ขึ้นจากสระโดยคิดว่าจักให้พระบิดา
เรียกถึงสองครั้งมิบังควร
๔. พระกัณหา
พระกัณหาเป็ นพระธิดาพระกัณหาเป็ นผู้ที่มีความกตัญญูเชื่อฟั งคำสั่ ง
สอนและมีความเฉลียวฉลาดของพระเวสสั นดรและพระนางมัทรี
เป็ นพระกนิ ษฐาของพระชาลี เมื่อถูกยกให้แก่ชูชกก็หาทางหลบหนี
๒๔
๕. ชูชก
ชูชกเกิดในวรรณะพราหมณ์ แต่ยากจนมีรู ปร่างหน้ าตาน่ าเกลียด
เช่น อ้วนพุงโต ปลีน่ องทู่ เขี้ยวยาวพ้นปาก น้ำลายยืด จมูกหัก
มีความโลภ โกรธ หลง ฉลาาดขออาหาร มีไหวพริบสติปั ญญา
รักและหลงเมีย ใจอโหดร้าย ฉลาดในกลอุบาย
๖. ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์)
เป็ นพระราชสวามีของพระนางผุสดีขณะสถิตอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
และได้ประทานพรให้แก่พระนางผุสดี รวมทั้งได้ให้ความช่วยเหลือ
พระเวสสั นดรในเหตุารณ์ ต่างๆ
๒๕
๗. พระนางผุสดี
เดิมเป็ นพระราชธิดาของพระเจ้าพันธุ มราชชื่อสุธัมมา ต่อมาได้
บังเกิดเป็ นอัครมเหสีของสมเด็จพระอมรินทราธิราชชื่อผุสดี เมื่อ
จุติจากสวรรค์ได้ถือกำเนิ ดเป็ นพระราชธิดาของพระเจ้ามัททราช
ครั้นเจริญวัยก็ได้อภิเษกเป็ นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุ งสญชัยและ
เป็ นพระมารดาของพระเวสสันดร
๘. พระเจ้ากรุ งสญชัย
พระเจ้ากรุ งสญชัย เป็ นพระราชาแห่งกรุ งสีพีราษฎร์พระราชบิดาของ
พระเวสสันดร เมื่อพระโอรสมีพระชนมายุสมควรจะสืบราชสมบัติแล้ว
ก็ทรงสละราชสมบัติให้ทรงปกครองต่อไปพระองค์ทรงเป็ นกษัตริย์ที่
เห็นแก่ประโยชน์ ของบ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ ส่วนพระองค์เอง
๒๖
ฝนโบกขรพรรษ
เป็ นฝนมหัศจรรย์ปรากฏในกัณฑ์ "ฉกษัตริย์" ซึ่งพระอินทร์
ได้บันดาลให้ตกลงเพื่อฟื้ นสติให้กลับทั้ง ๖ กษัตริย์ที่สลบไป
ลักษณะพิเศษของฝนโบกขรพรรษ
มีสีแดงดั่งเท้านกพิราบ หลั่งไหลเสียงสนั่ นลั่นไกลเหมือนสายฝนธรรมดา
ผู้ใดปราถนาให้เปี ยกจึงเปี ยก หากมิปราถนาแม้เม็ดหนึ่ งก็ไม่เปี ยก
เมื่อถูกกายจะหล่นสู่พื้น เสมือนหยาดน้ำตกจากใบบัว
ไม่เจิ่นองพื้น ซึมหายทันที
จะเกิดฝนโบกขรพรรษกับเหตุการณ์เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าเท่านั้ น
๒๗
ฝนโบกขรพรรษ
ในพุทธประวัติ ปรากฏฝนโบกขรพรรษตก ๓ ครั้ง
พระพุทธเจ้าเสด็จแสดงธรรมโปรดพระประยูรญาติ
เมื่อพระเวสสันดร พระนางมัทรี พระชาลี พระกัณหา พระเจ้ากรุ งสญชัย
พระนางผุสดี พบกัน
พระพุ ทธเจ้าเสด็ จแคว้นเวสาลีแสดงธรรมจักกัปปวัฒนสู ตร
๒๘
ทศชาติชาดก
ชาดก เสวยพระชาติ ทรงบำเพ็ญ
เตมียชาดก พระเตมีย์ใบ้ เนกขัมบารมี
มหาชนกชาดก พระมหาชนก วิริยบารมี
สุ วรรณสามชาดก สุ วรรณสาม
เนมิราชชาดก เนมิราช เมตตาบารมี
มโหสถชาดก มโหสถ อธิษฐานบารมี
ปั ญญาบารมี
๒๙
ทศชาติชาดก
ชาดก เสวยพระชาติ ทรงบำเพ็ญ
ภูริทัตชาดก ท้าวภูริทัต ศี ลบารมี
ขันติบารมี
จันทชาดก จันทกุมาร อุเบกขาบารมี
สั จจบารมี
นารทชาดก พระนารท ทานบารมี
วิฑูรชาดก พระวิฑูรบัณฑิต
มหาเวสสั นดรชาดก พระเวสสั นดร
๓๐
คำศัพท์ที่ปรากฏในเรื่อง
คำศั พท์ - คำแปล
เข็ญใจ - ยากจนมาก
เคหา - บ้าน เรือน ที่อยู่
คำลวง - ทำให้หลงผิด
จุติ - ตาย
ช้างปั จจัยนาค - ช้างที่ท่องไปในอวกาศ
ดวงเนตร - ดวงตา
ดำริ - คิด ไตร่ตรอง
ตกระกำลำบาก - ความลำบาก ความตรอมใจ ความทุกข์
๓๑
คำศัพท์ที่ปรากฏในเรื่อง
คำศั พท์ - คำแปล
ทิฐิ - ความอวดดื้อถือดี
ทศพิธราชธรรม - จริยวัตร 10 ประการที่พระเจ้าแผ่นดิน
ทรงประพฤติเป็ น หลักธรรม ประจำพระองค์ หรือเป็ นคุณธรรม
ประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ได้แก่ ทาน ศี ล บริจาค
อาชชวะ มัททวะ ตบะ อักโกธะ อวิหิงสา ขันติ อวิโรธนะ
เนรเทศ - ขับไล่ให้ออกไปจากถิ่น
๓๒
คำศัพท์ที่ปรากฏในเรื่อง
คำศั พท์ - คำแปล
บรรทม - นอน
ปฏิสันดาร - การต้อนรับแขก
ประวิง - ถ่วงเวลาให้นานออกไป
ปราโมทย์ - ความยินดี ความปลื้มใจ
ปรนนิ บัติ - คอยดูแลรับใช้
ฝนโบกขรพรรษ - น้ำฝนวิเศษ จะไม่เปี ยกผู้ที่ไม่ต้องการให้เปี ยก
๓๓
คำศัพท์ที่ปรากฏในเรื่อง
คำศั พท์ - คำแปล
พระกรรณ - หู
พระเกศา - ผม
พระครรภ์ - ตั้งครรภ์
พระฉวีวรรณ - ผิวหนั ง
พระชนนี - แม่
พระถัน - นม
พระนาสา - จมูก
พระภัสดา - สามี
๓๔
คำศัพท์ที่ปรากฏในเรื่อง
คำศั พท์ - คำแปล
พรรณนา - การบรรยายโดยละเอียดเพื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ฟั งเห็นภาพ
พงไพร - ดงหญ้าหรือดงไม้ที่รวมกันเป็ นผืนป่ า
ราตรี - กลางคืน
วิสัญญี - สิ้นสติ หมดความรู้สึก
วิปโยค - ความพลัดพราก ความจากกัน
โศกศั ลย์ - ทุกข์โศกมาก
สัตตสดกมหาทาน - มหาทานอย่างละ ๑๐๐ จำนวน ๗ หมวด
ได้แก่ ช้าง ม้า โคนม รถ นางสนม ทาสชาย ทาสหญิง
๓๕
คำศัพท์ที่ปรากฏในเรื่อง
คำศั พท์ - คำแปล
สุบิน - ความฝั น
สรวล - หัวเราะ
สำแดง - แสดง ทำให้เห็น
อารักขา - ป้ องกัน ดูแล คุ้มครอง
อาราธนา - เชื้อเชิญ นิ มนต์ อ้อนวอน
(ใช้กับพระภิกษุสามเณร และสิ่ งศั กดิ์สิทธิ์)
อาศรม - ที่อยู่ของนั กบวช นั กพรตต่างๆ
๓๖
ข้อคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้
๑.การเป็ นคู่สามีภรรยาที่ดี การซื่อสัตย์ เสียสละ
๒.การเลือกคู่ครองที่ดี ไม่หลงระเริงในยามสุข ไม่ละเลยคู่ทุกข์ในยามยาก
๓.ความรักของแม่ ความห่วงใยของเมีย ยิ่งใหญ่กว่ารักของใครๆ ในโลก
๔.ชีวิตเป็ นอนิ จจัง อย่าจริงจัง จนเกินไปนั ก
๕.ความผิดพลาดเป็ นเรื่องของมนุษย์ การให้อภัยเป็ นวิสัยทัศน์ ของเทวดา
การรู้จักปรับปรุ งแก้ไขเป็ นวิสัยทัศน์ ของบัณฑิต
๖.ควรพิจารณาไตร่ตรองสิ่ งต่างๆ ก่อนการตัดสินใจทำสิ่ งใดก็แล้วแต่
๗.ไม่ควรเชื่อผู้อื่นโดยง่าย หากปราศจากห ลักฐานที่เห็นได้ชัด
๓๗
บรรณานุกรม
อารมณ์ มงคลลักษณ์. (๒๕๔๕). ทศชาติ ๑๐ เวสสันดรชาดก. สืบค้น ๒๕ พฤศจิกายน
๒๕๖๕, จาก https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-
w eb/10000/religion/10000-6053.html
มหาเวสสันดรชาดก. (ม.ป.ป.) สำนั กงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม. สืบค้น ๒๗
พ ฤศจิกายน ๒๕๖๕, จาก https://www.—
culture.go.th/mahasarakham/more_news.php?cid=81&filename=index
อีสานร้อยแปด. (๒๕๖๑). เวสสันดรชาดก ๑๓ กัญฑ์. สืบค้น ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕,
จาก https://esan108.com/%.html
๓๘
ผลงานนี้ เป็ นส่วนหนึ่ งของการเรียนรู้รายวิชา ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒
เสนอ
คุณครู สุชาติ พิบูลย์วรศั กดิ์
คุณครู ประจำรายวิชา
จัดทำโดย
นายชยพล ทรงเจริญ เลขที่ ๑
นายยศกร ภูมิภมร เลขที่ ๒
นายวรัญญู พลอยเพ็ชร เลขที่ ๓
นางสาวณัฐกฤตา ธรรมศรีทิพย์ เลขที่ ๑๓
นางสาวกรพินธุ์ ศรีศศิ นานนท์ เลขที่ ๑๕
นางสาววชิรญาณ์ ทองพิมพ์ เลขที่ ๒๕
นางสาวอรปรียา บุญจันทร์ เลขที่ ๒๘
นางสาวอักษราภัค เจตนเสน เลขที่ ๓๐
ม.๔/๓