The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanthima3375, 2021-10-05 22:31:16

พาฟลอฟ

พาฟลอฟ

การวางเงอื่ นไขแบบคลาสสกิ
(classical conditioning)

ประวตั พิ าฟลอฟ

ชื่อ: อวี าน เปโตรวชิ พาฟลอฟ
เกิด: 14 กนั ยายน ค.ศ. 1849
เมอื งรซี าน จกั รวรรดริ สั เซยี
สาขาวิชา: สรรี วทิ ยา จติ วทิ ยา การแพทย์
ผลงาน: รางวลั โนเบล จากการวจิ ยั เรอ่ื ง สรรี วทิ ยา
ของการยอ่ ยอาหาร เมอ่ื ปี ค.ศ 1904
พาฟลอฟ (Ivan Petrovich Pavlov) เสียชีวิต: 27 กุมภาพนั ธ์ ค.ศ 1936 (86 ปี)

ทฤษฏกี ารวางเงอ่ื นไขแบบคลาสสกิ ของพาฟลอฟ
(Classical Conditioning Thoery )

เน้นการเรยี นรทู้ จ่ี ะตอบสนองทางอารมณ์หรอื สรรี ะโดยไมส่ มคั รใจ เชน่ ความกลวั
ความเครยี ดของกลา้ มเน้อื น้าลายไหล หรอื เหงอ่ื ออก บางครงั้ จงึ เรยี กพฤตกิ รรมเหล่าน้วี า่
การตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ภายนอก (respondents) เน่อื งจากเป็นการตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ โดย
อตั โนมตั ิ เราสามารถนาเอากระบวนการวางเงอ่ื นไขแบบคลาสสกิ ไปฝึกมนุษยแ์ ละสตั ว์ ให้
ตอบสนอง (โดยไมส่ มคั รใจ) ตอ่ สง่ิ เรา้ ทไ่ี มเ่ คยมอี ทิ ธพิ ลมาก่อน (หรอื อาจจะมอี ทิ ธพิ ลดา้ นอ่นื )
ทาใหส้ ง่ิ เรา้ นนั้ กระตนุ้ การตอบสนองไดโ้ ดยอตั โนมตั ิ

การทดลองของพาฟลอฟ การทดลองแบ่งเป็ น 3 ขน้ั ตอน

1.ก่อนการเรียนรู้ 2.การวางเงอ่ื นไข

3.การตอบสนองทว่ี างเงอ่ื นไข

1.กอ่ นการเรยี นรู ้

เสยี งกระดงิ่ (UCS) ==== ส่ายหวั และกระดกิ หาง (UCR)
ผงเน้ือบด (UCS) ==== น้าลายไหล (UCR)

2.การวางเงื่อนไข

เสยี งกระดงิ่ (CS) + ผงเน้ือบด (UCS) ==== น้าลายไหล (UCR)

3.การตอบสนองทวี่ างเงื่อนไข

เสยี งกระดง่ิ (CS) ==== น้าลายไหล (CR)

3.1การตอบสนองทไี่ ม่วางเงื่อนไข
ผงเน้อื บด (UCS) ==== สา่ ยหวั และกระดกิ หาง (UCR)

กฎการเรยี นรู ้

1.กฎแห่งการลดภาวะ (Law of extinction)

ความเข้มข้นของการตอบสนอง จะลดน้อยลงเร่อื ย ๆ ถ้าอินทรียไ์ ด้รบั ส่ิง
เร้าท่ีวางเงอ่ื นไขเพียงอย่างเดียว หรอื ความมีสมั พนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงเรา้ ที่วาง
เงื่อนไขกบั สิ่งเรา้ ท่ีไม่วางเงือ่ นไขห่างออกไปมากขึน้

2.กฎแห่งการฟื้ นคืนสภาพ (Law of spontaneous recovery)

เมอ่ื วางเง่ือนไขท่ีลดลงจะกลบั ปรากฏขึ้นอีกกจ็ ะสามารถตอบสนอง
โดยไมจ่ าเป็นต้องวางเง่อื นไข

3.กฎแหง่ การสรปุ กฎเกณฑโ์ ดยทว่ั ไป (Law of generalization)

อินทรยี ม์ อี าการตอบสนองจากส่ิงเร้าอื่นที่มคี ณุ สมบตั ิคล้ายคลึง
กบั ส่ิงเร้าที่วางเงือ่ นไขเดิม

สนั่ ระฆงั

4.กฎแหง่ ความแตกต่าง (Law of discrimination)

อินทรยี จ์ ะไม่ตอบสนองต่อส่ิงเรา้ ท่ีแตกต่าง

ปื น+ประทดั

ทฤษฏกี ารวางเงอ่ื นไขในการใชใ้ นการเรยี นและการสอน

การเรยี กเขา้ แถวโดยใชส้ ญั ญาณ เพลงหรอื กระดงิ่

จดั ทาโดย

นกั ศกึ ษาสาขาการศกึ ษาปฐมวยั คณะครศุ าสตร ์มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครราชสมี า

01 02 03

นางสาวกญั ญารตั น์ ศรรี กั สงู เนิน นางสาวจนั ทมิ า ธรรมกนั หา นางบวั ชมพู เกษรมทรพั ยท์ วี

6340101102 6340101104 6340101112


Click to View FlipBook Version