The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rapeepath Konghom, 2020-10-28 01:14:02

เชียงราย

เชียงราย

เชยี งราย

จดั ทาโดย
นายรพีพฒั น์ คงหอม ม.4/7 เลขท่9ี

เสนอโดย
คณุ ครู สวุ ารีย์ ยี่ภู

คานา

รายงานเลม่ นีเ้ป็นสว่ นหนงึ่ ของวิชาคอมพิวเตอร์จดั ทาเพื่อ
ผ้สู นใจในจงั หวดั เชียงรายได้ศกึ ษาหาความรู้ผ้จู ดั ทาหวงั ว่า
รายงานเลม่ นีจ้ ะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ตอ่ ผ้ทู สี่ นใจหากมี
การผิดพลาดประการใดผ้จู ดั ทาต้องขออภยั ณ ท่ีนี ้

สารบญั หน้า
ภาษาท้องถิ่น 1
การแตง่ กายท้องถิ่น 2-5
สถานที่ทอ่ งเทย่ี ว 6-31
ของฝาก 32-34

คาขวญั ประจาจงั หวดั เชียงราย

เหนือสดุ ในสยาม ชายแดนสามแผน่ ดนิ ถ่ินวฒั นธรรมล้านนา ลา้ คา่ พระธาตดุ อยตงุ ผดงุ วฒั นธรรม รสลา้
ข้าวสาร หอมหวานลนิ ้ จ่ี สตรีโสภา ชาเลศิ รส สบั ปะรดนางแล แหลง่ แพร่ปลาบกึ

คำเมือง (คาเมือง: ) [กาเมือง]) หรือชื่ออย่างเป็นทางการวา่ ภำษำถ่นิ ภำคพำยพั [2] เป็นภาษาถิ่นของชาวไทย

วนทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึง่ เป็นอาณาจกั รล้านนาเดมิ ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, อตุ รดติ ถ์, แพร่, นา่ น

, แมฮ่ อ่ งสอน, ลาพนู , ลาปาง, พะเยา และยงั มกี ารพดู และการผสมภาษากนั ในบางพนื ้ ที่ของจงั หวดั ตาก, สโุ ขทยั และ

เพชรบรู ณ์ ปัจจบุ นั กลมุ่ คนไทยวนได้กระจดั กระจายและมถี น่ิ ท่ีอย่ใู นจงั หวดั สระบรุ ี, จงั หวดั ราชบรุ ี และอาเภอของจงั หวดั

อ่ืนท่ีใกล้เคียงกบั ราชบรุ ีอีกด้วย

คาเมืองยงั สามารถแบง่ ออกเป็นสาเนียงล้านนาตะวนั ตก (ในจงั หวดั เชียงใหม่, ลาพนู และแมฮ่ ่องสอน) และสาเนียง
ล้านนาตะวนั ออก (ในจงั หวดั เชียงราย, พะเยา, ลาปาง, อตุ รดติ ถ์, แพร่ และน่าน) ซงึ่ จะมคี วามแตกตา่ งกนั บ้าง คือ
สาเนียงล้านนาตะวนั ออกสว่ นใหญ่จะไมพ่ บสระเอือะ เอือ แตจ่ ะใช้สระเอียะ เอียแทน (มีเสยี งเอือะและเอือเพียงแตค่ นตา่ ง
ถ่นิ ฟังไมอ่ อกเอง เน่ืองจากเสียงท่ีออกมาจะเป็นเสยี งนาสกิ ใกล้เคยี งกบั เอียะ เอีย)

สว่ นคนในจงั หวดั ลาพนู มกั จะพดู สาเนียงเมืองยอง เพราะชาวลาพนู จานวนมากสบื เชือ้ สายมาจากชาวยองในรัฐฉาน จึงมี
สาเนียงที่เป็นเอกลกั ษณ์

คาเมืองมีไวยากรณ์คล้ายกบั ภาษาไทยกลางแตใ่ ช้คาศพั ท์ไมเ่ หมอื นกนั และไวยากรณ์ที่แตกตา่ งกนั อย่บู ้าง แตเ่ ดมิ ใช้คู่
กบั อกั ษรธรรมลา้ นนา ซึ่งเป็นตวั อกั ษรของอาณาจกั รล้านนาที่ใช้อกั ษรมอญเป็นต้นแบบ

ชดุ แตง่ กาย จงั หวดั เชียงราย

กำรแต่งกำยของคนล้ำนนำ
การแตง่ กายของชาวล้านนา
เพือ่ เพม่ิ อรรถรสควรเปิดเสยี งบรรเลงไปด้วยครับ http://www.youtube.com/watch?v=r1SoaEVAeEU

เป็นที่ทราบกนั โดยท่ัวไปแล้ววา่ กลมุ่ ชนท่ีอาศยั อยใู่ นดนิ แดนล้านนามอี ย่หู ลายกลมุ่ หลากเชือ้ ชาติ คนล้านนาและ
เชียงใหมจ่ ะเรียกตนเองวา่ เป็นคนไทหรือคนไต บางคนกเ็ รียกตนเองวา่ คนเมอื ง ซ่งึ สนั นิษฐานวา่ สมยั ก่อนดนิ แดนล้านนา
เคยตกเป็นเมืองขนึ ้ ของพมา่ ครัน้ เม่ือมคี นพมา่ เข้ามาปะปนอย่มู าก ชาวพนื ้ เมืองเชียงใหมเ่ ดมิ จึงได้คดิ คาเรียกตนเองใหม่
วา่ เป็น คนเมือง บางท่านก็วา่ คาวา่ คนเมอื ง เป็นการประกาศยืนยนั วา่ ตนเองเป็นคนในเมอื งท่ีมีความเจริญทางวฒั นธรรม
หลงั จากที่ล้านนาได้กลบั ฟืน้ คืนชีวติ อีกครัง้ หลงั การกอบก้บู ้านเมืองของพระเจ้ากาวลิ ะ ในยคุ นีน้ บั วา่ เป็นการรวบรวมผ้คู น
จากตา่ งถิน่ ให้เข้ามาอาศยั อยใู่ นเชียงใหม่ อนั ถือเป็นยคุ ท่ีวา่ เก็บผกั ใสซ่ ้า เกบ็ ข้าใสเ่ มอื ง พระเจ้ากาวลิ ะได้กวาดต้อนผ้คู น
จากภาคเหนือของพมา่ ทงั้ จากเมอื งลอื ้ เมืองเขนิ เมืองยอง เมอื งไตและยงั รวมไปถึงบางสว่ นของสบิ สองปันนาให้เข้ามาอยู่
ในเชียงใหมแ่ ละลาพนู ในยคุ นีเ้ องทาให้ผ้คู นในเชียงใหมม่ หี ลายเชือ้ ชาตพิ นั ธ์ุ คนพนื ้ เมอื งเชียงใหมเ่ ดมิ ท่ีมเี ชือ้ ชายมา
จากลวั ะและไทยวนคอ่ ยๆ หายไปจากสงั คมเมอื ง แตย่ งั มีบางสว่ นหลงเหลอื อย่ตู ามหมบู่ ้านในชนบทแถบอาเภอแมแ่ จม่
คนเมอื งที่อาศยั อยใู่ นตวั เมืองเชียงใหมเ่ องกลบั ไม่ใชค่ นพนื ้ เมอื งดงั้ เดมิ ทว่าเป็นกลมุ่ ชนท่ีอพยพเข้ามาอยทู่ ีหลงั อนั ได้แก่
ชาวลอื ้ ชาวไต ชาวเขนิ ชาวยอง เป็นต้นหลงั การเปล่ียนแปลงการปกครองปี พ.ศ.2475 ประชาชนชาวเชียงใหมห่ นั มา
สนใจวฒั นธรรมจากตะวนั ตกกนั มากขนึ ้ จะสงั เกตได้ว่าชว่ งเวลานีม้ กี ารปฏริ ูปการเมอื งการปกครอง ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ
และสงั คมใหม่ ขณะเดียวกนั มีชาวตา่ งชาตเิ ดินทางเข้ามายงั เชียงใหม่มากขนึ ้ ดงั นนั้ ร้านค้าของคนเมืองท่ีเป็นอาคารไม้สกั
ตา่ งๆ ได้แปรเปลยี่ นเป็นอาคารพาณิชย์รูปทรงแบบฝร่ังมากยิง่ ขนึ ้ การแตง่ กายของชาวเชียงใหมจ่ ากที่เคยน่งุ ซิ่นก็หนั มา
นิยมสวมใสก่ ระโปรงและเสอื ้ ผ้ารูปทรงตะวนั ตก
ทิศทางการเจริญเตบิ โตของเมืองเชียงใหมร่ ุดหน้าไปอยา่ งรวดเร็วเพียงไมก่ ี่สบิ ปี ให้หลงั มีอาคารพาณิชย์สงู นบั สบิ ชนั้ ผดุ
เกิดขนึ ้ ราวกบั ดอกเหด็ นกั วชิ าการหลายท่านได้แสดงความคดิ เห็นวา่ เชียงใหมใ่ นอีก 20 ปีก็คงไมต่ า่ งกบั
กรุงเทพมหานคร และที่สาคญั อนาคตของเชียงใหมท่ ่ีรุดหน้าจนแทบจะฉดุ ไมอ่ ย่นู ีก้ าลงั ทาให้วฒั นธรรมบางอย่างของเมอื ง
สญู หายไปด้วย นนั่ กค็ อื การดารงชีวติ และการแตง่ กายที่นบั วนั จะหดหายไปจากความทรงจา
การแตง่ กายของชาวล้านนา แม้จะเป็นชนกลมุ่ ใดก็ตาม กจ็ ะมีลกั ษณะร่วมกนั อย่โู ดยเฉพาะ จะประกอบด้วยเครื่องนงุ่ และ
เครื่องหม่ ซึง่ แม้วา่ เวลาจะผา่ นเลย นบั ตงั้ แตส่ มยั ของพญามงั รายมาจนถงึ สมยั เชือ้ สายของพระเจ้ากาวลิ ะแล้วก็ตามก็
ยอ่ มจะมลี กั ษณะ

……………………………………………………………………………………………………..

ชายชาวล้านนา

เมือ่ เข้าส่วู ยั หนมุ่ ชายชาวล้านนานิยมการสกั ขาลาย ซึ่งสบั ขายาว จะเป็นการสกั ตงั้ แตเ่ อวลงมาเสมอเข่าหรือตา่ กวา่
เขา่ เลก็ น้อย สว่ นสบั ขาก้อม จะเป็นการสกั ในช่วงเอวถงึ กลางขาการสบั หมกึ คือการสกั ยนั ตด์ ้วยหมกึ ดา กลา่ วกนั วา่ หญิง
สาวจะเมนิ ชายหน่มุ ที่ปลอ่ ยสะโพกขาว เพราะถือวา่ เป็นคนขขี ้ ลาด ผ้านงุ่ ของชายเป็นผ้าพนื ้ ซ่งึ เป็นผ้าฝ้ ายทอมือ เรียกวา่
ผ้าตาโก้ง คอื ผ้าลายดาสลบั ขาวซงึ่ มวี ิธีนงุ่ 3 แบบคอื
1.การน่งุ แบบปกตจิ ะจบั รวบตรงเอวแล้วเหน็บตรงกึง่ กลาง มบี างส่วนเหลอื ปลอ่ ยห้อยลงมาจากเอว
2.จบั รวบเหน็บตรงเอว สว่ นชายอีกด้านหน่งึ ดงึ ไปเหน็บไว้ด้านหลงั คล้ายกบั นงุ่ โจงกระเบน เรียกวา่ นงุ่ ผ้าต้อย
3.เป็นการนงุ่ ผ้าที่มงุ่ ความกระชบั รัดกมุ จนมองเห็นสะโพกทงั้ สองข้างเผยให้เหน็ รอยสกั ได้ชดั เจนเรียกวา่ เฅวด็ มา่ ม หรือ
เฅด็ มา่ ม ในเมื่อต้องการความกระฉบั กระเฉง สะดวกในการตอ่ สู้ ทางาน ขดุ ดนิ ทาไร่ ทานา ข่คี วาย ในการน่งุ ผ้าทงั้ ๓
แบบนี ้สว่ นบนจะเปลือยอก

การแตง่ กายของชาวล้านนา แม้จะเป็นชนกลมุ่ ใดก็ตาม กจ็ ะมีลกั ษณะร่วมกนั อยโู่ ดยเฉพาะ จะประกอบด้วยเคร่ืองน่งุ และ
เครื่องหม่ ซึง่ แม้วา่ เวลาจะผา่ นเลย นบั ตงั้ แตส่ มยั ของพญามงั รายมาจนถึงสมยั เชือ้ สายของพระเจ้ากาวลิ ะแล้วกต็ ามก็
ย่อมจะมีลกั ษณะไมต่ ่างกนั ในแงข่ องผ้าที่ทอขนึ ้ ในท้องถิ่นและการใช้งานที่ไมต่ ่างกนั จึงน่าจะมีความคล้ายคลงึ กนั อยใู่ น
แงข่ องรูปแบบและประเพณีนยิ ม การแตง่ กายของชายหญิงชาวล้านนามีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปนี ้ทศิ ทางการเจริญเตบิ โตของ
เมืองเชียงใหมร่ ุดหน้าไปอยา่ งรวดเร็วเพยี งไมก่ ่ีสบิ ปี ให้หลงั มีอาคารพาณิชย์สงู นบั สบิ ชนั้ ผดุ เกิดขนึ ้ ราวกบั ดอกเห็ด
นกั วชิ าการหลายท่านได้แสดงความคดิ เห็นวา่ เชียงใหมใ่ นอีก 20 ปีกค็ งไมต่ า่ งกบั กรุงเทพมหานคร และท่ีสาคญั อนาคต
ของเชียงใหมท่ ี่รุดหน้าจนแทบจะฉดุ ไมอ่ ย่นู ีก้ าลงั ทาให้วฒั นธรรมบางอยา่ งของเมอื ง สญู หายไปด้วย นนั่ ก็คือการดารงชีวติ
และการแตง่ กายที่นบั วนั จะหดหายไปจากความทรงจา

สว่ นเตย่ี ว หรือกางเกงท่ีใช้น่งุ นนั้ มีรูปแบบคล้ายกบั กางเกงจีนคือตวั โต เป้ าหลวม เมอื่ ตดั เยบ็ จะเหน็ วา่ มีแนวตะเขบ็ ถึงห้า
แนว จงึ เรียกวา่ เตี่ยวห้าดกู เต่ยี วนีจ้ ะมที งั้ ขาสนั้ (คร่ึงหน้าแข้ง) ที่เรียกเตีย่ วสะดอ และชนดิ ขายาวถงึ ข้อเท้าเรียกวา่ เตีย่ ว
ยาว (มกั เข้าใจกนั วา่ เรียกเตีย่ วสะดอทงั้ ขาสนั้ และขายาว) เตีย่ วนีต้ ดั เย็บจากผ้าฝ้ ายทอมือ แตเ่ จ้านายและผ้มู ีอนั จะกินนนั้
แม้เสอื ้ ผ้าจะมีรูปแบบเชน่ เดยี วกบั ชาวบ้านทัว่ ไปกต็ าม แตก่ ม็ กั เลือกสรรวสั ดทุ ี่ประณีต มคี า่ ทงั้ ยงั มีโอกาสใช้เส้นใยท่ีทอ
จากตา่ งประเทศอีกด้วย ส่วนกางเกงแบบสมยั ใหม่เรียกวา่ เตี่ยวหลงั ชายชาวเชียงใหมจ่ ะไม่สวมเสอื ้ แม้ในยามหนาวก็จะ
ใช้ผ้าท้มุ (อา่ น”ผ้าต๊มุ ”)ปกคลมุ ร่างกาย ผ้าท้มุ นีเ้ป็นท่ีนยิ มใช้ทงั้ ชายและหญิง สขี องผ้าจะย้อมด้วยสจี ากพืช เชน่ คราม
มะเกลือ หรือแก่นขนนุ เป็นต้น สาหรับการสวมเสอื ้ นนั้ มานยิ มกนั ในตอนหลงั ซึ่งพบหลกั ฐานชดั เจนในสมยั รัชกาลที่ ๕ มี
ลกั ษณะเป็นเสอื ้ คอกลมซึง่ มอี ยู่ ๒ แบบ
1.เป็นเสอื ้ คอกลมแขนสนั้ หรือแขนยาวผา่ หน้าตลอด ผกู เชือก มีกระเป๋ าปะทงั้ สองข้าง สีของเสอื ้ เป็นสีขาวตนุ่ ของใยฝ้ าย มี
บ้างท่ีย้อมครามท่ีเรียกวา่ หม้อห้อม
2.เป็นเสอื ้ คอกลมผา่ คร่ึงอก ตดิ กระดมุ หอยสองเมด็ มีกระเป๋ าหรือไมม่ กี ็ได้ ตดิ กระดมุ หอยสองเมด็ มกี ระเป๋ าหรือไมม่ ีกไ็ ด้

ประมาณรัชกาลท่ี ๖ แห่งกรุงรัตนโกสนิ ทร์ ชายชาวเชียงใหมเ่ ร่ิมนยิ มนงุ่ กางเกงแพรจีนสตี า่ ง ๆ หรือแพรปังลนิ ้ และนิยม
สวมเสอื ้ มสิ สะกีท่ีเป็นเสอื ้ ตดั เย็บจากผ้ามสั ลนิ หรือผ้าป่ านซงึ่ มลี กั ษณะเป็นเสอื ้ คอกลม ผา่ คร่ึงอก ตดิ บา่ ตอ่ มหอยคอื
กระดมุ หอยสองเมด็ ผา่ เฉลียงระหวา่ งตวั เสอื ้ กบั แขนเพ่ือให้ใสไ่ ด้สบาย มีกระเป๋ าตดิ ตรงกลางด้านลา่ ง นอกจากนีย้ งั มเี สอื ้
คอกลมหรือคอแหลมผา่ หน้าตลอดตดิ กระดมุ หอย ใช้วิธีการตดั เยบ็ เช่นเดยี วกบั เสอื ้ มสิ สะกี แตท่ ่ีพเิ ศษออกไปคือมีกระเป๋ า
ทงั้ สองข้าง ที่เหน็ แปลกออกไปบ้างคือเจ้านายบางท่านอาจน่งุ เตีย่ วโย้ง (กางเกงเป้ ายานมาก) สวมกบั เสอื ้ มสิ สะกี หรือ
เสอื ้ ผ้าไหมสีดาตดั คล้ายเสอื ้ กยุ เฮง ในบรรดาเจ้านายแล้ว เสอื ้ ผ้าที่ใช้ในโอกาสพเิ ศษหรือเป็นพธิ ีการจะน่งุ ผ้าไหมโจง
กระเบน เสอื ้ แขนยาวคล้าย “เสือ้ พระราชทาน” มผี ้าไหมคาดเอว ตอ่ มาได้มีการนยิ มนงุ่ ผ้ามว่ ง สวมเสอื ้ ราชปะแตน สวม
ถงุ เท้ายาวสีขาว พร้อมด้วยรองเท้าคทั ชสู ีดาเชน่ เดียวกบั ทางกรุงเทพ
ฯไมต่ า่ งกนั ในแงข่ องผ้าท่ีทอขนึ ้ ในท้องถิน่ และการใช้งานท่ีไมต่ า่ งกนั จงึ นา่ จะมีความคล้ายคลงึ กนั อยใู่ นแง่ของรูปแบบ
และประเพณีนิยม การแตง่ กายของชายหญิงชาวล้านนามีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปนี ้

…………………………………………………………………………………………………………..

หญิงชาวล้านนา
ผ้หู ญิงนยิ มเกล้ามวยสงู กลางศรี ษะแล้วปักป่ินหรือเสยี บดอกไม้ประดบั การเปลอื ยอกของหญิงเป็นเรื่องธรรมดาในอดีต
อาจจะมเี พยี งผ้าสีออ่ นซง่ึ มีวธิ ีใช้หลายอยา่ ง เช่น การพนั ผ้าไว้ใต้ทรวงอกหรือปิดอก ใช้คล้องคอ ปลอ่ ยชายผ้าไว้ด้านหน้า
หรือคล้องทิง้ ชายไปด้านหลงั ใช้ห่มเฉียงแบบสไบเรียกวา่ สะหว้ายแหล้งหรือเบ่ียงบ้าย น่งุ ผ้าซิ่นลายขวางยาวกรอมเท้า
เรียกวา่ ซน่ิ ตอ่ ตีนตอ่ แอว องคป์ ระกอบของซน่ิ มี ๓ สว่ นคือ
1.หวั ซ่นิ ตวั ซนิ่ ตนี ซ่นิ ผ้าซน่ิ แบบท่ีใช้งานปกตเิ ป็นตวั ซ่ินที่ทอลายขวางเยบ็ ตะเขบ็ เดี่ยว สีของผ้าซ่นิ จะย้อมด้วยสจี ากพชื
เป็นสตี า่ ง ๆ เช่น แดง มว่ ง เป็นต้น และมีผ้าตีนสนิ ้ คือเชิงผ้าซิน่ สอี ่ืนเช่นสีดากว้างประมาณหน่งึ คืบมาตอ่ เข้ากับสว่ นชาย
สว่ นผ้าที่นามาตอ่ กบั สว่ นเอวแม้จะกว้างประมาณหนงึ่ คบื แตก่ ็มกั ใช้สีขาว ตอ่ มาเมื่อมีการพฒั นากี่กระตกุ ให้สามารถทอ

ผ้าหน้ากว้างขนึ ้ ในสมยั เจ้าแก้วนวรัฐ คนจงึ หนั ไปนิยมน่งุ สนิ ้ ตนี ลวด คือผ้าซนิ่ ที่ทอได้ตงั้ แตเ่ ชิงถึงเอวรวดเดียวโดยไมม่ ีการ
เย็บตอ่ เช่นที่ผา่ นมา และระยะนีย้ งั เริ่มนยิ มนงุ่ ซน่ิ มีเชงิ เป็น ลวดลายสลบั สีซึ่งเป็นรูปแบบท่ีนิยมมาถึงปัจจบุ นั อีกด้วย ทงั้ นี ้
ในระดบั ผ้มู ีอนั จะกินนนั้ มกั จะแตง่ กายเลยี นแบบเจ้านายทงั้ ในแงร่ ูปแบบเสอื ้ ผ้าและทรงผมซึง่ เมือ่ สามญั ชนเห็นวา่
สวยงาม ก็มกั จะรับแบบอย่างไปแตง่ บ้าง แตเ่ ดมิ นนั้ หญิงสามญั ชนชาวเชียงใหมแ่ ละตามชนบทอื่นๆ ไมส่ วมเสอื ้
2.หมวก ในแงข่ องสว่ นศีรษะนนั ้ เมือ่ ไปทางานนอกบ้านแล้วชาวล้านนาจะทือกบุ (อา่ น”ตอื กบุ ”) หรือ สบุ กบุ คอื สวม
หมวกตามลกั ษณะงาน เชน่ ในการไปศกึ ก็จะทือ กบุ เสกิ กค็ ือใสห่ มวกปีกกว้างสาหรับออกศกึ เมื่อไปทางานกลางแดดก็
จะทือ กบุ ละแอ คือ สวมหมวกอยา่ งงอบปีกกว้าง หากหนาวนกั ทงั้ เดก็ คนแกแ่ ละพระสงฆ์จะใสว่ อ่ มคอื หมวกผ้าท่ีไม่มปี ีก
สว่ นผ้าโพกศรี ษะผมที่เรียกวา่ ผ้าพอกหวั นนั้ พบวา่ ผ้หู ญิงมกั จะใช้เพ่ือการกนั แดดกนั ลม
แตท่ งั้ นีบ้ างเผา่ อาจมีตกแตง่ ผ้าโพกศีรษะให้มลี วดลายตกแตง่ อยา่ งงดงามอนั เป็นลกั ษณะเฉพาะกลมุ่ ก็มี และบางท่าน
อาจมกี ารแซมดอกไม้ไหวบนผ้าโพกอีกด้วย
3.เขม็ ขดั สาหรับเขม็ ขดั ของชาวล้านนานนั้ แม้จะไมป่ รากฏรูปแบบท่ีชดั เจนวา่ บรุ ุษจะมีเขม็ ขดั ในลกั ษณะไหน แตอ่ าจใช้
ผ้าตอ่ งหรือผ้าขาวม้าเป็นเครื่องรัดแทนเขม็ ขดั ถ้าใช้แต่งในพธิ ีการกอ็ าจใช้ผ้าที่มีลกั ษณะพเิ ศษออกไปซงึ่ เป็นประโยชน์ทงั้
ในการประดบั และการใช้งานไปด้วย ในคมั ภีร์แล้วปรากฏมคี าวา่ สายองิ ้ หรือสายเอ้งท่ีแปลโดยความวา่ หมายถงึ สายรัดเอว
หรือเขม็ ขดั สตรี ซ่ึงก็มไิ ด้บอกลกั ษณะให้รู้ได้ชดั เจน
4.รองเท้า เครื่องสวมที่เท้าของชาวล้านนาอาจแยกได้สามลกั ษณะใหญ่ๆ ได้ ๓ ประเภท คอื
1.รองเท้าท่ีใช้ในการเดนิ ป่ าหรือเดนิ ทาง
2.รองเท้าท่ีสวมใสใ่ นบ้านและ รองเท้าเพื่อใช้อย่างลาลอง
3.รองเท้ าที่เป็ นเครื่องประกอบยศ
5.เคร่ืองประดบั สาหรับหญิงท่ีมีฐานะดี นยิ มสวมสร้อยคอลกู ทบั หรือลายดอกหมาก ทาด้วย เงนิ ทอง หรือนากจานวน
มากน้อยขนึ ้ อยกู่ บั ฐานะ สวมต้มุ หทู ี่เรียกวา่ ลานหหู รือทอ่ ท้างลานห(ู อ่าน”ต้อต๊างลานหู”)ซึ่งหญิงชาวบ้านโดยทวั่ ไปจะใช้
ใบลาน ม้วนกลมสอดในรูหทู ี่เจาะไว้ นอกจากนีก้ อ็ าจใช้แผน่ โลหะเช่น เงิน ทอง นาก ทองเหลอื ง มาทาเป็นแผ่นแล้วม้วน
ในลกั ษณะเดยี วกบั ใบลานและอาจจะประดบั อญั มณี โดยวธิ ีฝังเข้ากบั โลหะ คล้ายการทาหวั แหวน แล้วปิดครอบม้วน
โลหะหรือก้านโลหะ ท่ีปลายก้านมเี กลยี วสาหรับหมดุ ยึดเครื่องประดบั หแู บบนีเ้รียกวา่ ละคดั (อา่ น”ละกดั๊ ”)
6.ทรงผม จะรวบผมเกล้ามวยไว้เหนือท้ายทอย หรือตา่ บริเวณท้ายทอยพอดี โดยดงึ ผมด้านหน้าตงึ เรียบ สาหรับมวยผมจะ
เสยี บหยอ่ งโลหะ (เข็มเสียบผม)ทาด้วยเส้นโลหะบดิ เป็นเกลียวเลก็ ๆ ตดั โค้งคล้ายตวั ยู (U) หยอ่ งนีอ้ าจจะทาด้วย เงนิ ทอง
นาก หรือโลหะอื่นๆ กแ็ ล้วแตฐ่ านะของผ้ใู ช้ นอกจากนีพ้ บวา่ ผ้หู ญิงบางคนยงั นิยมเกล้าผมมวยแบบชกั หงีบ

ภูชดี้ ำว

ตงั้ อย่ทู ่ีตาบลปอ อาเภอเวียงแก่น จงั หวดั เชียงราย ระหวา่ งภชู ีฟ้ ้ าและดอยผาตงั้ ใกล้กบั ภชู ีเ้ดอื น ภชู ีด้ าวมคี วามสงู
ประมาณ 1,800 เมตร ซึง่ สงู กวา่ ทงั้ ภชู ีฟ้ ้ าและดอยผาตงั้ สง่ิ ที่เป็นเอกลกั ษณ์ของภชู ีด้ าว คอื ววิ ของยอดเขาท่ีเชิดชีข้ นึ ้ ไป
บนท้องฟ้ า จงึ เป็นท่ีมาของชื่อ ภชู ีด้ าว สงิ่ ท่ีนกั ทอ่ งเท่ียวจะได้เหน็ จากจดุ ชมววิ ภชู ีด้ าว คือ การได้ชมพระอาทิตย์ขนึ ้ และ
ทะเลหมอกท่ีคลอเคลียตามเทือกเขาท่ีเรียงรายสลบั ซบั ซ้อนในยามเช้า และรอบยอดภทู ี่ชีข้ นึ ้ ถือเป็ นภาพท่ีสวยงาม ววิ
ทิวทศั น์ของภชู ีด้ าวนนั้ มองเห็นได้ 360 และสามารถมองเห็นภชู ีฟ้ ้ าและดอยผาตงั้ อยไู่ กลลบิ ๆ ทา่ มกลางฉากหลงั อนั เป็น
แมน่ า้ โขงคดเคยี ้ ว บวกกับธรรมชาตอิ นั เป็นป่ าสมบรู ณ์ด้านลา่ ง

ภำพและข้อมูลเพ่มิ เตมิ คล๊ิก ภูชีด้ ำว

วัดร่ องข่ นุ

ผลงานพทุ ธศลิ ป์ สดุ ลา้ คา่ แหง่ เมืองเชียงราย โดยอาจารย์เฉลมิ ชยั โฆษิตพพิ ฒั น์ ศลิ ปินท่ีมชี ื่อเสียงของไทย โดยมีแรง
บนั ดาลใจในการสร้างวดั แหง่ นีอ้ ยู่ 3 ประการ คือ เพ่ือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ลกั ษณะเดน่ ของวดั คือ พระ
อโุ บสถสขี าวท่ีถกู แตง่ ด้วยลวดลายกระจกสเี งนิ แวววาวเป็น เชิงชนั้ ลดหลนั่ กนั ไป หน้าบนั ประดบั ด้วยพญานาคมงี วงงาดู
แปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนงั ภายในพระอโุ บสถเป็นฝี มอื ภาพเขียนของอาจารย์เอง

บ้ำนดำ

บ้านดา หรือ พพิ ธิ ภณั ฑ์บ้านดา ตงั้ อย่ทู ่ี ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขนึ ้ โดย อ.ถวลั ย์ ดชั นี ศลิ ปินแหง่ ชาตทิ ี่มฝี ี มอื
ทางด้านจติ รกรรม ปฏมิ ากรรม ได้สร้างงานด้านศลิ ปะไว้มากมาย ทงั้ ทางด้านภาพเขยี นและด้านปฏิมากรรมหลายชนิ ้ ถึง
แม้อ.ถวลั ย์จะถึงแก่อนจิ กรรมไปแล้ว แตบ่ ้านดา ก็ยงั เปิดให้นกั ท่องเท่ียวได้เข้ามาสมั ผสั ความงดงามของท่ีแตกตา่ งไม่
เหมอื นใคร ลกั ษณะของบ้านดาจะเป็นกลมุ่ บ้าน ศลิ ปะแบบล้านนา ทกุ หลงั ทาด้วยสีดา ซึง่ เป็นท่ีมาของคาวา่ “บ้านดา”
ซึ่งเป็นสที ี่ อ. ถวลั ย์โปรดปราน ในบ้านแตล่ ะหลงั จะประดบั ด้วยไม้แกะสลกั ที่มีลวดลายงดงาม นอกจากไม้แกะสลกั แล้วยงั
ประดบั ด้วยเขาสตั ว์ เช่น เขาควาย เขากวาง และยงั มกี ระดกู สตั ว์ เชน่ กระดกู ช้าง เป็นต้น

วดั ห้วยปลำกัง้ เชยี งรำย

วดั ห้วยปลากงั้ ตงั้ อยใู่ นตาบลริมกก อาเภอเมือง จงั หวดั เชียงราย เป็นวดั ที่สวยงามตงั้ อย่บู นเขา และมเี นนิ เขารายรอบวดั
สามารถเห็นววิ ทิวทัศน์ที่สวยงามสงิ่ ท่ีโดดเดน่ ของวดั นี ้ คือ ” พบโชคธรรมเจดยี ์” ซงึ่ เป็นเจดีย์ที่สงู ถงึ 9 ชนั้ รูปทรงแปลก
ตาลกั ษณะเป็นทรงแหลม ศลิ ปะจีนผสมล้านนา หลงั คาสีแดงมีรูปปัน้ มงั กรทอดยาวทงั้ สองข้างบนั ได ล้อมรอบด้วยเจดยี ์
เลก็ 12 ราศี วดั ห้วยปลากงั้ เป็นวดั ซ่ึงชาวบ้านนบั ถือและเชื่อกนั วา่ หากใครได้มาเยือนจะหมือนกบั ได้ขนึ ้ สวรรค์ ภายใน
เจดยี ์ ประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปและพระอรหนั ตต์ า่ งๆ ภายในเจดยี ์เป็นที่ประดษิ ฐานเจ้าแมก่ วนอมิ แกะสลกั จากไม้จนั ทร์
หอมองคใ์ หญ่

วัดร่ องเสือเต้ น

วดั ร่องเสือเต้น ตงั้ อยทู่ ี่ชมุ ชนร่องเสอื เต้น ตาบลริมกก อาเภอเมอื ง จงั หวดั เชียงราย ไฮไลต์ที่สาคญั อยทู่ ี่พระอโุ บสถใหมท่ ี่
สร้างขนึ ้ ด้วยศลิ ปะแบบไทยประยกุ ต์ ที่มศี ลิ ปะที่มคี วามสวยงดงามแปลกตา จากฝี มอื การรังสรรคข์ อง นายพทุ ธา กาบ
แก้ว หรือ สลา่ นก ศลิ ปินท้องถนิ่ ชาวเชียงราย ซ่ึงเคยเป็นลกู ศษิ ย์ของ อ.เฉลมิ ชยั โฆษิตพพิ ฒั น์ และเคยเข้าไปทางานที่วดั
ร่องขนุ่ เป็นศลิ ปะประยกุ ตท์ ี่ เป็นเอกลกั ษณ์ใช้เฉดสีเป็นสีนา้ เงนิ ฟ้ าตดั กบั สีทอง โดยเฉพาะช่วงเขยี ้ วของพญานาคมคี วาม
พลวิ ้ ไหว อ่อนช้อย โดยพระวหิ ารแหง่ นีใ้ ห้นิยามวา่ เป็นทิพยสถาน คอื เป็นการสรรเสริญพระพทุ ธเจ้าทงั้ ในรูปแบบของ
ประตมิ ากรรมและจติ รกรรม เม่อื คนเข้าไปมจี ติ ใจดกี ็จะรักษาศีลกอ่ ให้เกิดสมาธิ และปัญญาตามมา

วดั ทรำยขำว

วดั ทรายขาว ตงั้ อยใู่ นอาเภอพาน จงั หวดั เชียงราย เป็นวดั ที่มีความสวยงามอลงั การด้วยสถาปัตยกรรมท่ีวจิ ติ รงดงาม
แปลกตา สีสดใส ทงั้ พระอโุ บสถ เจดยี ์ วหิ าร รูปปัน้ เทพตา่ งๆ ผสมผสานศลิ ปะแบบหลากหลาย ทงั้ ศลิ ปะแบบ ไทย พมา่
อนิ เดยี เม่ือเดนิ เข้ามาภายในวดั ให้ความรู้สกึ เหมอื นหลดุ เข้าไปอยใู่ นดนิ แดนภารตะ ภายในวดั กว้างขวางและมมี มุ
ถ่ายภาพสวยๆมากมาย

Steet art เชียงรำย

Steet art เชียงราย เป็นภาพวาดท่ีอย่ภู ายในสถานีขนสง่ ผ้โู ดยสารจงั หวดั เชียงราย 1 (ทา่ รถเกา่ ) ตาบลเวยี ง อาเภอเมือง
เชียงราย ปรากฎอยบู่ นผนงั กาแพง และเสา ที่สะท้อนถึงภาพลกั ษณ์อนั เป็นเอกลกั ษณ์ของจงั หวดั เชียงราย ทงั้ สถานที่
ท่องเที่ยวเดน่ วฒั นธรรมการแตง่ กายของชนเผา่ รวมทงั้ ภาพวาดพระราชกรณียกจิ สมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี
“สมเดจ็ ย่าของปวงชนชาวไทย” ภาพทงั้ หมดนี ้สร้างความประทบั ใจให้กบั ประชาชนและนกั ทอ่ งเที่ยวท่ีมกั จะเดนิ ทางไปใช้
บริการรถโดยสาร กลายเป็นสสี นั และอีกหน่ึงจดุ เช็คอินของเชียงราย ท่ีไมค่ วรพลาดมาชมและถ่ายภาพคกู่ บั ภาพ Steet
art ท่ีวาดได้อย่างสวยงามและเหมือนจริงมาก

ไร่บญุ รอด

ไร่บญุ รอด หรือสงิ ห์ปาร์ค เชียงราย เป็นไร่ของบริษัท บุญรอด ผ้ผู ลติ เบยี ร์สงิ ห์ เส้นทางเดียวกบั วดั ร่องขนุ อ.เมอื ง จ.
เชียงราย เป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงาม ภายในไร่บญุ รอดมีการจดั แตง่ สวนดอกไม้เมืองหนาวสีสนั สวยงามนานา
ชนิด มีพนื ้ ท่ีเกษตรกรรม และไร่ชากวา่ 600 ไร่ โดยจดั เป็นรูปแบบฟาร์มทวั ร์ให้ผ้ทู ี่สนใจได้เข้ามาเย่ียมชม นอกจากนีย้ งั
สามารถชมทศั นียภาพอนั งดงามในบรรยากาศแหง่ ขนุ เขา ชมพระอาทติ ย์ยามเยน็ กอ่ นลบั ขอบฟ้ า และรับประทานอาหาร
อร่อยได้ท่ี ร้านอาหารภภู ริ มย์ ซึง่ สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศาอีกด้วย

ดอยผำฮี ้

แหลง่ ปลกู กาแฟที่ขนึ ้ ช่ือของเชียงราย ท่ีคดั สรรเมล็ดกาแฟคณุ ภาพเย่ียมสง่ ขายตามร้านกาแฟตา่ งๆ ทว่ั ประเทศ ไม่
เพยี งแตช่ ื่อเสยี งในเรื่องของกาแฟเทา่ นนั้ แตถ่ ้าพดู ถงึ ววิ ทิวทศั น์ของบ้านผาฮีก้ ็โดดเดน่ ไมแ่ พ้กนั เพราะท่ีตงั้ อยบู่ นดอยสงู
โอบล้อมด้วยทวิ เขาที่สวยงามและมีรูปร่างแปลกตา มีร้านกาแฟภผู าฮี ้ที่มวี วิ เบอื ้ งหน้าเป็นภเู ขาและผืนป่ าเขียวขจี มมี มุ
นงั่ เลน่ ห้อยขาชมววิ สดุ เก๋ และมโี ฮมสเตย์ในราคาหลกั ร้อยให้พกั ผอ่ นสมั ผสั บรรยากาศได้อยา่ งเตม็ ท่ี มเี สนห่ ์มากมาย
ขนาดนี ้ไมไ่ ปไมไ่ ด้แล้ว

ดอยผำหมี เชยี งรำย

ดอยผาหมี อาเภอแมส่ าย จงั หวดั เชียงราย หากเราเคยเหน็ ยภาพถ่ายของในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงม้าไปตามไหลเ่ ขาสงู
เพ่ือไปเย่ียมเยือนช่วยเหลอื ราษฎรในถน่ิ ธรุ กนั ดาร โดยมีขบวนของชาวบ้านรับเสดจ็ และประคองพระองคไ์ ว้ สถานที่แห่ง
นี ้คือ ดอยผาหมี แหลง่ ท่องเท่ียวท่ีน่าสนใจอีกแหง่ หนึ่งของเชียงราย เป็นดอยท่ีสงบ มีววิ ทวิ ทัศน์ของภเู ขาท่ีสวยงามแปลก
ตาล้อมรอบ แถมเดนิ ทางไปเท่ียวงา่ ยท่ีสดุ มีผ้คู นที่เป็นมติ รอบอนุ่ ใจที่ได้มาเยือน

สตำร์ดอยคอฟฟ่ี &โฮมสเตย์

ท่ีพกั และร้านกาแฟ บนดอยสะโง้ อาเภอเชียงแสน จงั หวดั เชียงราย จดุ เดน่ ของท่ีนี่ คือ ตงั้ อยบู่ นดอยสะโง้ ทงั้ ร้านกาแฟที่
ววิ สวย ท่ีพกั มบี รรยากาศเป็นสว่ นตวั และสะดวกสบาย เหมาะสาหรับมาพกั ผอ่ น มองเหน็ ววิ เบอื ้ งหน้า เป็นภาพของเมือง
เชียงแสนที่เขียวขจี โอบล้อมด้วยภเู ขาเขียว ในยามเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขนึ ้ และทะเลหมอกสดุ อลงั การได้จากหน้าท่ี
พกั อีกด้วย

บ้ำนไม้ปรำยเมฆ

หลีกหนีความวนุ่ วาย พกั ผอ่ นปลอ่ ยใจ เคล้าบรรยากาศดๆี กบั ความเป็นธรรมชาตอิ นั เงียบสงบ ท่ี บ้านไม้ปรายเมฆ
เชียงราย ท่ีพกั และร้านกาแฟท่ีจะทาให้คณุ ได้ดื่มด่าไปกบั ความงดงามของววิ ทิวทศั น์ของภเู ขาที่โอบล้อมอ่างเก็บนา้ เป็น
ภาพที่สวยงามดจุ ภาพวาด นอกจากที่พกั ยงั มีร้านกาแฟและอาหารให้บริการด้วย สาหรับคนที่ไมไ่ ด้มาพกั สามารถแวะ
ทานเครื่องดื่มหรืออาหารได้ มีมมุ ให้นง่ั เลน่ พกั ผอ่ นถา่ ยรูปหลายจดุ

ดอยตุง

ดอยตงุ เป็นที่ตงั้ ของพระตาหนกั ดอยตงุ สวนแมฟ่ ้ าหลวง และพระธาตดุ อยตงุ พระตาหนกั ดอยตงุ เร่ิมดาเนินการ
กอ่ สร้างตามพระราชดาริของสมเดจ็ ย่า ท่ีจะสร้างบ้านที่ดอยตงุ พร้อมกนั นี ้ยงั มีพระราชกระแสรับสง่ั วา่ จะปลกู ป่ าบนดอย
สงู จึงกาเนดิ เป็นโครงการพฒั นาดอยตงุ ขนึ ้ โดยความร่วมมือจากหน่วยราชการทกุ สว่ น ได้ทาทาการปลกู ป่ าฟืน้ ฟสู ภาพ
พืน้ ท่ี สาหรับผ้ทู ่ีมาเท่ียวพระตาหนกั ดอยตงุ จะมจี ดุ ที่น่าสนใจให้เยี่ยมชม 3 จดุ หอพระราชประวตั ิ สวนแมฟ่ ้ า
หลวง อาคารพระตาหนกั ดอยตงุ นอกจากนีบ้ นยอดตงุ ยงั เป็นท่ีประดษิ ฐานของพระบรมธาตดุ อยตงุ ปชู นียสถานท่ี
สาคญั ท่ีสดุ ของเชียงราย

ดอยแม่สลอง

ดอยแมส่ ลอง เป็นท่ีตงั้ ของหมบู่ ้านสนั ตคิ ีรี ซึง่ เป็นท่ีอย่อู าศยั ของชมุ ชนชาวจีนบนดอยแมส่ ลองและแหลง่ ปลกู ชาที่ใหญ่
ท่ีสดุ อีกแห่งหน่ึงของประเทศไทย ดอยแมส่ ลองตงั้ อย่บู นภเู ขาสงู มที ศั นียภาพที่สงยงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี มี
สถานท่ีทอ่ งเที่ยวที่นา่ สนใจหลายแหง่ ไมว่ า่ จะเป็น พระบรมธาตเุ จดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสนั ตคิ รี ี ซง่ึ เป็นจดุ ชมพระ
อาทติ ย์ขนึ ้ และทะเลหมอกที่สวยงามในยามเช้า แวะสสุ านนายพลต้วน ชม ไร่ชา 101 ไร่ชาขนั้ บนั ได สลบั กบั เบอื ้ งหลงั
เป็นทิวเขา ไร่ชาวงั พฒุ ตาล รวมถึงกิจกรรมยอดฮติ ชิมชาอ่หู ลง ชาท่ีมชี ื่อเสยี ง ซึง่ สามารถหาชมิ ได้จากไร่ชาทุกร้านบน
ดอยแมส่ ลอง

ไร่ ชำฉุยฟง

ไร่ชาฉยุ ฟง เป็นแหลง่ ปลกู ชาชนั้ ดี บนเนือ้ ที่กว่า1,000 ไร่ ตงั้ อยใู่ นภมู ปิ ระเทศแถบเทือกเขาสงู ซง่ึ อยบู่ นพนื ้ ท่ีสงู กวา่
ระดบั นา้ ทะเลกวา่ 1,200 เมตร ด้วยความความสวยงามของไร่ชาท่ีกว้างใหญ่กวา่ พนั ไร่ โดยจะปลกู โค้งวนตามสนั เขา
และลดหลน่ั เป็นขนั้ บนั ได ซึง่ ดสู วยงามแปลกตากวา่ ไร่ชาที่อ่ืน ทาให้ ไร่ชาฉยุ ฟง กลายเป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวท่ีน่าสนใจอีก
แหง่ หน่ึง ในเชียงราย

ช่วงเวลาทอ่ งเท่ียวท่ีเหมาะสม เที่ยวได้ตลอดทงั้ ปี

ทุ่งดอกบัวตองดอยหัวแม่คำ

ท่งุ ดอกบวั ตองดอยหวั แมค่ า ตงั้ อยทู่ ี่ ต.แมส่ ลองใน อ.แมฟ่ ้ าหลวง เป็นหมบู่ ้านชาวเขาเผา่ อาขา่ และลาหู่ ตงั้ อยบู่ นสนั เขา
ตะเขบ็ ชายแดนไทย-พมา่ มีทิวทศั น์สวยงาม พนื ้ ที่สว่ นหน่ึงอยใู่ นเขตวนอทุ ยานดอยหวั แมค่ า เมือ่ ลมหนาวมาเยือนท่งุ
ดอกไม้สีทองเหลอื งอร่าม ท่งุ ดอกบวั ตองกเ็ ริ่มบานสะพร่ังงดงามไปทวั่ ทงั้ ขนุ เขาเหนือดอยสงู ดอกบวั ตองท่ีดอยหวั แมค่ า
จะบานไลเ่ ลย่ี กับท่ีดอยแมอ่ คู อแมฮ่ ่องสอนในเดอื นพฤศจกิ ายนอาจจะลา่ ช้ากวา่ บ้าง โดยขนึ ้ สลบั กนั ระหวา่ งบ้าน
นอกจากนีใ้ นยามเช้าชมที่วนอทุ ยานดอยหวั แมค่ ายงั สามารถชมพระอาทติ ย์ขนึ ้ และทะเลหมอกลอยในหบุ เขามองแล้วดจุ
ภาพในความฝันอีกด้วย

ช่วงเวลาท่องเที่ยวท่ีเหมาะสม กลางเดอื นพ.ย – ปลายเดือน พ.ย.

ดอยช้ำง ดอยวำวี ดอยกำดผี

หากพดู ถงึ ดอยช้างกต็ ้องมีดอยวาวี และดอยกาดผี มาเคยี งข้างด้วยเสมอ เพราะทงั้ 3 ดอย แห่งอาเภอแมส่ รวย เชียงราย
เป็นมติ รสหายของการทอ่ งเท่ียวท่ีต้องเอือ้ อาศยั กนั มาเที่ยวดอยช้างแวะจบิ กาแฟอาราบกี ้าอนั ลือชื่อ ชมแปลงปลกู
ดอกไม้และผลไม้เมืองหนาว เท่ียวบอ่ นา้ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ จากนนั้ แวะไปพกั ท่ีดอยวาวี ซงึ่ มีที่พกั ท่ีให้บริการซึง่ สะดวกกวา่ นอนบน
ดอยช้าง ที่พกั ท่ีขนึ ้ ชื่อวา่ ววิ สวยท่ีสดุ บนดอยวาวี กต็ ้องยกให้เลาลี รีสอร์ท ที่พกั ท่ามกลางไร่ชาแถมด้วยสงั่ เมนูขาหมหู มนั่
โถวสดุ อร่อยที่ขนึ ้ ชื่อมาทาน จากนนั้ ชมพระอาทติ ย์ขนึ ้ และทะเลหมอกยามเช้าอนั แสงงดงามท่ีดอยกาดผี เรียกวา่ ได้ว่า
มาท่ีเดยี ว เท่ียวได้ครบทงั้ 3 ดอย

ชว่ งเวลาท่องเที่ยวที่เหมาะสม เดอื นพ.ย – ก.พ.

จุดชมววิ ฐำนปฏบิ ตั กิ ำรดอยช้ำงมูบ

จดุ ที่ววิ สวยงามที่ตงั้ อย่ถู ดั ไปจากบ้านผาฮี ้ไมไ่ กลมากนกั หรือจะมาจากเส้นทางดอยตงุ ก็ได้ บริเวณฐานปฏบิ ตั กิ ารได้
จดั ทาเป็นจดุ ชมววิ สามารถมองเห็นววิ ของเทือกเขยี วเขาสลบั ซ้อนไปจนสดุ ขอบฟ้ าได้แบบพาโนรามา สวยงามดงั่ ภาพวดั
และยงั มรี ้านกาแฟท่ีให้บริการนกั ท่องเที่ยว รวมทงั้ จดั ทาเป็นเก้าอีแ้ บบยกสงู พร้อมโต๊ะ สาหรับนง่ั ชมวิวทวิ เขาได้อีก
ด้วย ได้ฟีลแบบนง่ั จิบกาแฟที่ไม่เหมือนใคร

ดอยบ่อ

ดอยบอ่ ตงั้ อยใู่ นต.แมย่ าว อ. เมืองเชียงราย ดอยบอ่ เป็นที่ตงั้ โครงการพระราชดาริดอยบอ่ ในสมเดจ็ พระนางเจ้า
พระบรมราชนิ ีนาถ เพ่ือให้ความชว่ ยเหลือพีน่ ้องชาวเขาให้ได้รับการเรียนรู้เกษตรแผนใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการทาไร่เลื่อน
ลอย จดั สรรที่ทากนิ ท่ีเหมาะสมที่สามารถทา การเกษตรได้ทวั่ ทงั้ ปี จดุ เดน่ ของดอยบอ่ คอื เป็นจดุ ชมทะเลหมอกและพระ
อาทติ ย์ขนึ ้ ที่สวยงามใกล้ตวั เมืองเชียงรายเพยี ง 30 กวา่ กิโลเมตร เท่านนั้ ซึง่ เดนิ ทางไมไ่ กลและคอ่ นช้างสะดวก สาหรับ
นกั ทอ่ งเที่ยวที่สนใจมาเที่ยวดอยบอ่ เพื่อความสะดวกในการเดนิ ทางสามารถพกั ค้างคนื ท่ี แมย่ าว รีสอร์ท ซงึ่ ตงั้ อยใู่ นอ.แม่
ยาว จากนนั้ ในตอนเช้าประมาณตี 5 คร่ึง ขนึ ้ ไปชมทะเลหมอก

จุดชมววิ ดอยสะโง้

จดุ ชมววิ ดอยสะโง้ ตงั้ อยใู่ นอาเภอเชียงแสน จงั หวดั เชียงราย เป็นจดุ ชมววิ ท่ีสามารถ มองเห็นววิ ทิวทศั น์ของดนิ แดนสาม
ประเทศ ทงั้ ดนิ แดนไทย ลาว และพม่า พร้อมสายนา้ โขงอย่างชดั เจน และมองเหน็ ถึงชมุ ชนของ 3 อาเภอ เชียงแสน แมจ่ นั
และแมส่ าย ในชว่ งฤดหู นาวอากาศหนาวเย็น ในยามเช้าสามารถชมทะเลหมอกและรอชมพระอาทิตย์ขนึ ้ ยามคา่ คนื ชม
ดาวเตม็ ท้องฟ้ า หากมาเท่ียวในช่วงเดอื นพ.ย.-ธ.ค. จะได้เหน็ ท่งุ ดอกเก๊กฮวยแบง่ บานอีกด้วย

สำมเหล่ียมทองคำ

สามเหล่ียมทองคา ตงั้ อย่หู า่ งจากเชียงแสนไปตามถนนเลียบริมแมน่ า้ โขง ซึ่งกนั้ ดนิ แดนระหวา่ ง ประเทศไทยและประเทศ
พมา่ จากจดุ นีน้ กั ท่องเที่ยวจะมองเหน็ ฝั่งพมา่ และลาวได้ถนดั ชดั เจน สามเหลย่ี มทองคา เป็นที่กลา่ วขวญั กนั ในหมู่
นกั ท่องเที่ยว เพราะครัง้ หนง่ึ เคยเป็นไร่ฝิ่นท่ีใหญ่โตมาก เรียกวา่ ใหญ่ที่สดุ ในโลกก็ว่าได้ แตป่ ัจจบุ นั ไมม่ ไี ร่ฝ่ิ นท่ีวา่ นีอ้ ีกแล้ว
คงเหลอื แตท่ วิ ทศั น์ที่เงียบสงบของลานา้ และเขตแดนของ 3 ประเทศเทา่ นนั้ เป็นจดุ ท่ีแมน่ า้ รวก ซึง่ กนั้ พรมแดนไทยและ
พมา่ มาบรรจบกนั แมน่ า้ โขงที่กนั้ ไทยกับลาว กจิ กรรมท่องเที่ยวบริเวณสามเหลี่ยมทองคา เช่น ลอ่ งเรือชมววิ ทวิ ทศั น์ของ
แมน่ า้ โขง นมสั การพระเชียงแสนสแี่ ผน่ ดนิ ถา่ ยรูปคกู่ บั ซ้มุ ประตสู ามเหล่ียมทองคา ช้อปปิง้ ซือ้ ของที่ระลกึ

บ้ำนไร่9ไม้ & ฟำร์มคำเฟ่

ร้านอาหารและร้านกาแฟที่ มีความโดดเดน่ ด้วย ไอเดยี การแตง่ ร้านเก๋ๆ ชิคๆ ตวั ร้านเป็บแบบโครงสร้างไม้ไผ่ 2 ชนั้ เปิดโลง่
รับลม ชนั้ ลา่ งตกแตง่ ในสไตลน์ ่ารักผสมกบั ความเป็นวนิ เทจ ทงั้ โต๊ะเก้าอี ้โซฟา และชงิ ช้า สว่ นชนั้ สองเป็นที่น่ังแบบโต๊ะไม้
ไผพ่ ร้อมเบาะรอง มแี ปลญวนหลากสีให้นง่ั เลน่ ส่วนบริเวณบนเพดานประดบั ด้วยผ้าแพรสีสดใสโดดเดน่ แถมมวี วิ เบอื ้ ง
หน้ารายล้อมด้วยทงุ่ นาสเี ขียว และภเู ขาโอบล้อม มีสะพานไม้ไผท่ อดยาวกลางท่งุ ให้ได้เดนิ เลน่ ถา่ ยรูป พร้อมบริการ
อาหารท่ีเน้นเป็นเมนอู าหารเหนือ รวมทงั้ เคร่ืองด่ืมต่างๆ ในราคาไมแ่ พง แถมรสชาตอิ ร่อยอีกด้วย

วัดม่งิ เมือง

วดั สาคญั ทางโบราณคดขี องจงั หวดั เชียงราย มีบอ่ นา้ โบราณ ชื่อ นา้ บอ่ จ๊างมบู มซี ้มุ ครอบไว้เป็นประติมากรรมปนู ปัน้ รูป
ช้างหมอบ เช่ือกนั วา่ บอ่ นา้ นีเ้ป็นบอ่ นา้ โบราณท่ีศกั ดสิ์ ิทธิ์ เป็นแหลง่ นา้ ที่ใช้อปุ โภคบริโภคของผ้คู นโบราณที่สญั จรเข้าออก
เมอื งได้มาพกั กายบริเวณประตเู มอื งเพอื่ ด่ืมนา้ และล้างหน้าให้เกดิ สิริมงคลก่อนจะเร่ิมเดนิ ทางออกหรือเข้าสเู่ มืองเชียงราย

วดั พระสงิ ห์

ชื่อของวดั น่าจะเป็นเพราะครัง้ หนง่ึ เคยเป็นที่ประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปสาคญั คบู่ ้านคเู่ มืองของประเทศไทย คือ พระพทุ ธ
สหิ ิงค์ หรือท่ีเรียกกนั ในช่ือสามญั วา่ “พระสงิ ห์”ปัจจบุ นั วดั พระสงิ ห์เป็นที่ประดิษฐานของพระพทุ ธสหิ ิงค์ หรือพระสงิ ห์
จาลองศลิ ปะเชียงแสน ปางมารวชิ ยั สง่ิ ท่ีสวยงามอีกอยา่ งหนง่ึ ที่สะดดุ ตา คือ บานประตหู ลวง ซงึ่ เป็นบานประตเู ข้าออก
ภายในวหิ ารเป็นงานไม้แกะสลกั ท่ีประณีตวจิ ติ รบรรจง ออกแบบโดยศลิ ปินเอกช่ือดงั ระดบั โลก อ.ถวลั ย์ ดชั นี

วดั พระแก้ว

วดั ท่ีได้ค้นพบพระแก้วมรกตท่ีประดษิ ฐานอยู่ ณ วดั ศรีรัตนศาสดาราม(วดั พระแก้ว) กรุงเทพฯ ในปัจจบุ นั ตามประวตั เิ ล่า
วา่ เมอื่ ปี พ.ศ. 1897 ในสมยั พระเจ้าสามฝ่ังแกนเป็นเจ้าเมอื ง ครองเชียงใหมน่ นั้ ฟ้ าได้ผา่ เจดีย์ร้างองคห์ น่ึงและได้พบ
พระพทุ ธรูปลงรักปิดทองอย่ภู ายในเจดยี ์ ตอ่ มากะเทาะออกจงึ ได้พบวา่ เป็นพระพทุ ธรูปสีเขยี วที่สร้างด้วยหยก ซ่งึ กค็ อื พระ
แก้วมรกตนนั่ เอง

เทศกำลเชยี งรำยดอกไม้บำน

งานดอกไม้ในจงั หวดั เชียงรายจดั ทกุ ปี ในช่วงปลายเดือน – ม.ค. โดยปกตจิ ะจดั อยู่ 2 แห่ง ได้แก่ งานบริเวณสวนไม้งามริม
กกและงานบริเวณสวนตงุ ซง่ึ จดั ในเวลาไลเ่ ล่ยี กนั แตเ่ ป็นของคนละหน่วยงาน นกั ทอ่ งเที่ยวสามารถเลือกชมงานได้ไม้ได้
ตามสะดวกหรืออาจเข้าชมทงั้ สองงาน โดยทงั้ สองงานเข้างานฟรี ไมเ่ สียค่าใช้จา่ ย ซ่ึงนกั ท่องเที่ยวไปสมั ผสั กบั ความ
งดงามของดอกไม้นานาพนั ธ์ุ จดั สวนไม้และดอกไม้ประดบั เมอื งหนาว เชน่ ดอกทวิ ลปิ ดอกลลิ ลี่ พทิ เู นีย บลฮู าวาย ฯลฯ
จานวนกวา่ 1 ล้านต้น มากกวา่ 30 สายพนั ธ์ุ มาตกแต่ง เป็นอทุ ยานดอกไม้ เพื่อให้นกั ท่องเที่ยวได้สมั ผสั ความสวยงาม
อีกทงั้ ยงั จดั เป็นอโุ มงคไ์ ม้ดอกมงคล บ้านดอกไม้ พร้อมกบั ประดบั ตกแตง่ เมืองใน เขตเทศบาลด้วยดอกไม้ให้สวยงามทงั้
เมือง

4.ของดีประจำจงั หวดั เชียงรำย
ของดี 5 อยา่ ง ของจงั หวดั เชียงราย

หมยู อ ไส้อว่ั แหนม นา้ พริกหนมุ่ ล้วนเป็นของฝากท่ีขนึ ้ ชื่อของเชียงราย มรี สชาตกิ ลมกลอ่ ม ทาจากเนือ้ หมลู ้วนและ
ไมใ่ ส่สารกนั บูดหมยู อและแหนมมกั ขายคกู่ นั ประหน่ึงเป็นฝาแฝดแยกกนั ไมอ่ อก หาซือ้ ได้ทวั่ ไปตามแผงขายของฝากในตลาด
วโรรส ตลาดต้นพยอม และร้านของฝาก แหนมเชียงใหมม่ หี ลากรูปแบบทงั้ แหนมเนือ้ หมู แหนมหหู มู แหนมซี่โครง และแหนม
หม้อ อย่างไรกต็ ามแหนมเป็นอาหารดบิ ท่ีมีรสเปรีย้ วจากการหมกั จงึ มกั มพี ยาธิและแบคทีเรีย จึงมกี ารนาแหนมฉายรังสีมาจา
หนา่ ย ซ่ึงไมท่ าให้รสชาตเิ ปลี่ยน

ผลติ ภณั ฑ์ดอยตงุ นอกจากพชี ผกั ผลไม้เมืองหนาวแล้ว ผลติ ผลขนึ ้ ชื่อของโครงการคอื กาแฟดอยตงุ เป็นกาแฟ
พนั ธ์อุ ะราบกิ าคณุ ภาพสงู ซึ่งใสใ่ จในทกุ ขนั้ ตอนการผลิต

งานหตั ถกรรมชาวไทยภเู ขาเป็นของฝากที่ได้รับความนิยมเพราะมีความประณีตงดงามและมเี อกลกั ษณ์เฉพาะตวั
มีให้เลอื กซือ้ มากมายหลายประเภท เช่น เครื่องแตง่ กาย เครื่องประดบั ผ้าปัก ผ้าทอ กระเป๋ า สร้อย กาไลข้อมือ ฯลฯ

ผ้าทอไทลอื ้ เป็นผลผลติ จากบ้านศรีดอนชยั และบ้านหาดบ้าย อ. เชียงของ ซง่ึ เป็นชมุ ชนชาวไทลอื ้ ท่ีอพยพมาจากสบิ
สองปันนา ลวดลายอนั เป็นเอกลกั ษณ์คอื ลายแซง เน้นสีดา แดง และขาว

ลนิ ้ จ่ีของ จ.เชียงราย ถือวา่ มีคณุ ภาพและมปี ริมาณมากท่ีสดุ ของประเทศ มีพนื ้ ท่ีปลกู ครอบคลมุ ทงั้ 18 อาเภอ
กวา่ 32,269 ไร่ ผลผลติ ออกสตู่ ลาดปี ละกวา่ 15,839 ตนั สว่ นสบั ปะรดนางแล มคี ณุ สมบตั เิ ดน่ ท่ีมรี สหวาน กลนิ่ หอม
พนื ้ ที่ปลกู ประมาณ 11,469 ไร่ มีผลผลติ ปี ละไมต่ ่ากวา่ 34,407 ตนั ทารายได้ให้แก่ชาวสวนผ้ปู ลกู สบั ปะรดกวา่ 350
ล้านบาทตอ่ ปี และมแี นวโน้มเพม่ิ ปริมาณการผลติ ที่สงู ขนึ ้


Click to View FlipBook Version