ที่ ชอื่ หน่วย มาตรฐา สาระสาํ คญั เวลา นา้ํ ท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐา สาระสาํ คญั เวล นาํ้
เรยี นรู้ นการ า หนั
การ นการ ช่วั โม หนัก เรียนรู้/ ช่วั โ ก
ตัวชวี้ ัด
เรยี นรู้ เรียนรู้/ ง คะแน มง คะแ
ตวั ชวี้ ัด น นน
100
100
22 ฟังดรู ูส้ นทนำ ท 3.1 1. กำร 6 2
...ภำษำ ป. 6/3 วิเครำะห์ 24 บทเสภำเรื่อง ท 1.1 บทเสภำเรื่องขนุ 6 2
ขนุ ชำ้ งขนุ แผน ป.6/1 ชำ้ งขนุ แผนเป็น
ส่อื สำร 2 ป. 6/4 ควำม ตอนกำเนดิ ป.6/2 วรรณคดที ี่
พลำยงำม สะทอ้ นควำมเป็น
ป. 6/6 นำ่ เช่อื ถือจำก ไทยอยำ่ งเด่นชดั
สื่อโฆษณำ
ตอ้ งใชข้ อ้ มลู
และเหตผุ ล 25 นิทำนพนื้ บำ้ น ท5.1 กำรนำขอ้ คิดจำก 4 2
คำกลอน
ประกอบ และเพลง ป.6/2 สภุ ำษิตไปปฏบิ ตั ิ
ทำใหเ้ กิด
23 นิทำนทอง ท 1.1 นิทำนทองอนิ 7 2 พนื้ บำ้ น ประโยชน
อนิ ตอน ป. 6/1 ตอนนำกพระ-
นำกพระ ป. 6/2 โขนงทสี่ อง
โขนงทสี่ อง ป. 6/3 สะทอ้ นให้ 26 บทอำขยำน ท 5.1 กำรท่องจำบท 2 2
ป.6/4 อำขยำนเพื่อ
ป. 6/5 เห็นกำรเกิด
นำไปใชอ้ ำ้ งอิง
ป. 6/8 ขำ่ วลือขนึ้ ใน
ท 5.1 สงั คม
ป.6/1 แมก้ ระท่งั ได้ สอบปลายปี - 30
ป.6/2 เห็นสิง่ นนั้ รวมตลอดทงั้ ปี
ป.6/3 ดว้ ยตำก็อำจ 160 100
ไม่ใช่
ควำมจริงยงิ่
ผรู้ บั ขำ่ ว
97 98
สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ 1.จดั ใหม้ ีแหลง่ กำรเรยี นรูศ้ นู ยส์ ่อื กำรเรยี นรูร้ ะบบสำรสนเทศกำร
เรยี นรูแ้ ละเครอื ข่ำยกำรเรยี นรูท้ ่ีมีประสทิ ธิภำพทงั้ ในสถำนศกึ ษำ
กล่มุ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย ไดจ้ ัดทำส่อื และจัดใหม้ ีแหล่ง และในชุมชน เพ่อื กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ และกำรแลกเปล่ยี น
เรยี นรู้ ตำมหลกั กำรและนโยบำยของกำรจดั กำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน ประสบกำรณก์ ำรเรียนรูร้ ะหว่ำงสถำนศกึ ษำ ทอ้ งถ่ิน ชุมชน
ดงั นีส้ ่อื กำรเรียนรูเ้ ป็นเคร่อื งมอื สง่ เสริมสนบั สนนุ กำรจัดกำร 2. จดั ทำและจดั หำส่อื กำรเรียนรูส้ ำหรบั กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ของ
กระบวนกำรเรยี นรูใ้ หผ้ เู้ รียนเขำ้ ถงึ ควำมรูท้ กั ษะกระบวนกำร และ ผเู้ รียน เสรมิ ควำมรูใ้ หผ้ สู้ อน รวมทงั้ จดั หำส่งิ ท่ีมีอย่ใู นทอ้ งถ่ินมำ
คณุ ลกั ษณะตำมมำตรฐำนของหลกั สตู รไดอ้ ย่ำงมีประสิทธิภำพ ส่อื ประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นส่อื กำรเรยี นรู้
กำรเรียนรูม้ ีหลำกหลำยประเภท ทงั้ ส่อื ธรรมชำติส่อื ส่งิ พิมพส์ ่อื 3. เลอื กและใชส้ ่อื กำรเรียนรูท้ ่ีมคี ณุ ภำพ มีควำมเหมำะสม มี
เทคโนโลยีและเครอื ข่ำยกำรเรยี นรูต้ ำ่ ง ๆ ท่ีมใี นทอ้ งถ่ินกำรเลอื กใช้ ควำมหลำกหลำย สอดคลอ้ งกบั วธิ ีกำรเรยี นรูธ้ รรมชำติของสำระ
ส่อื ควรเลอื กใหม้ ีควำมเหมำะสมกบั ระดบั พัฒนำกำร และลีลำกำร กำรเรียนรูแ้ ละควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งบคุ คลของผเู้ รียน
เรียนรูท้ ่ีหลำกหลำยของผเู้ รยี นกำรจดั หำส่อื กำรเรียนรูผ้ เู้ รียนและ 4. ประเมินคณุ ภำพของส่อื กำรเรียนรูท้ ่ีเลอื กใช้อย่ำงเป็นระบบ
ผสู้ อนสำมำรถจดั ทำและพฒั นำขนึ้ เอง หรอื ปรบั ปรุงเลือกใชอ้ ย่ำงมี 5. ศกึ ษำคน้ ควำ้ วิจัย เพ่อื พฒั นำส่อื กำรเรยี นรูใ้ หส้ อดคลอ้ งกับ
คณุ ภำพจำกส่อื ตำ่ ง ๆ ท่ีมีอย่รู อบตวั เพ่อื นำมำใชป้ ระกอบในกำร กระบวนกำรเรยี นรูข้ องผเู้ รียน
จัดกำรเรยี นรูท้ ่ีสำมำรถสง่ เสริมและส่อื สำรใหผ้ เู้ รยี นเกิดกำรเรียนรู้
โดยสถำนศกึ ษำควรจัดใหม้ อี ย่ำงพอเพียง เพ่อื พฒั นำใหผ้ เู้ รยี น เกิด 6. จัดใหม้ กี ำรกำกับ ติดตำม ประเมนิ คณุ ภำพและประสิทธิภำพ
กำรเรียนรูอ้ ย่ำงแทจ้ รงิ สถำนศกึ ษำ เขตพนื้ ท่กี ำรศกึ ษำ หน่วยงำนท่ี เก่ียวกับส่อื และกำรใชส้ ่อื กำรเรยี นรูเ้ ป็นระยะ ๆ และสม่ำํ เสมอ
เก่ียวขอ้ งและผมู้ ีหนำ้ ท่ีจดั กำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน ควรดำเนินกำร
ดงั นี้ ในกำรจดั ทำ กำรเลือกใชแ้ ละกำรประเมินคณุ ภำพส่อื กำร
เรียนรูท้ ่ีใชใ้ นสถำนศกึ ษำควรคำนึงถงึ หลกั กำรสำคัญของส่อื กำร
99 เรยี นรูเ้ ช่น ควำมสอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร วตั ถปุ ระสงคก์ ำรเรยี นรู้
กำรออกแบบกิจกรรมกำรเรียนรูก้ ำรจัดประสบกำรณใ์ หผ้ เู้ รยี น
เนือ้ หำมคี วำมถูกตอ้ งและทนั สมยั ไม่กระทบควำมม่นั คง
ของชำตไิ ม่ขัดต่อศลี ธรรม มกี ำรใชภ้ ำษำท่ีถูกตอ้ ง รูปแบบกำร
นำเสนอท่ีเขำ้ ใจง่ำย และน่ำสนใจ
100
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย 2. อตั รำส่วนคะแนน (ระดบั มธั ยมศกึ ษำ)
คะแนนระหว่ำงภำคเรียน : สอบปลำยภำคเรยี น = 70 : 30 คะแนน
รำยกำรวดั
1. อตั รำส่วนคะแนน (ระดบั ประถมศกึ ษำ)
คะแนนระหวำ่ งปีกำรศกึ ษำ : สอบปลำยปีกำรศกึ ษำ = 70 : 30 -ระหว่ำงภำค (70)
รำยกำรวดั คะแนน มกี ำรวดั และประเมนิ ผล ดงั นี้ 60
- ระหว่ำงภำค (70) 1. คะแนนระหวา่ งปี การศึกษา 10
มกี ำรวดั และประเมนิ ผล ดงั นี้ 60 1.1 วดั โดยใชแ้ บบทดสอบ
1. คะแนนระหว่างปี การศึกษา 1.2 วดั ทกั ษะ/กระบวนกำร/สมรรถนะ (เลอื กวดั ตำม
1.1 วดั โดยใชแ้ บบทดสอบ 10 แผนกำรจัดกำรเรยี นรู)้
1.2 วดั ทกั ษะ/กระบวนกำร/สมรรถนะ (เลือกวดั ตำมแผนกำรจดั กำร (30)
เรียนรู)้ 100 1.2.1 ภำระงำนท่มี อบหมำย
- กำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ
1.2.1 ภำระงำนท่มี อบหมำย - กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ /กำรนำเสนองำน
- กำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /สมดุ งำน - กำรร่วมกิจกรรมกำรเรยี นรู้
- กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ /กำรนำเสนองำน
- กำรรว่ มกิจกรรมกำรเรยี นรู้ 1.2.2 ทกั ษะกำรส่อื สำรทำงภำษำไทย และสมรรถนะ
สำคญั ของผเู้ รยี น
1.2.2 ทกั ษะกำรสื่อสำรทำงภำษำไทย และสมรรถนะสำคญั ของ
ผเู้ รียน - กำรอ่ำน
- กำรเขียน
- กำรอ่ำน - กำรฟัง ดู พดู
- กำรเขยี น 1.3 วดั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- กำรฟัง ดู พดู
1.3 วดั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. คะแนนสอบกลางภาค
มกี ำรวดั และประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบทดสอบ
2. คะแนนสอบกลางปี การศึกษา
มกี ำรวดั และประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบทดสอบ คะแนนสอบปลายปี การศึกษา (30)
มกี ำรวดั และประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบทดสอบ 100
คะแนนสอบปลายปี การศกึ ษา
มกี ำรวดั และประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบทดสอบ รวมทงั้ ภำคเรยี น
รวมทงั้ ภำคเรียน
101 102
3. เกณฑก์ ำรวดั ผลประเมินผล 2. กำรวดั และประเมินผลดำ้ นทกั ษะ/กระบวนกำร/สมรรถนะ
1. กำรวดั และประเมินผลโดยใชแ้ บบทดสอบกำหนดเกณฑก์ ำร 2.1 ภำระงำนท่มี อบหมำย ดงั นี้
ใหค้ ะแนนแต่ละแบบทดสอบ ดงั นี้ - ใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ
1.1 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบเลือกตอบ พจิ ำรณำจำก กำหนดเกณฑก์ ำรประเมินผลของกำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึก
ควำมถูกผิดของกำรเลอื กตอบตอบถกู ให1้ คะแนน ตอบผิดให้ 0 ทกั ษะ เป็น 4 ระดบั ดงั นี้
คะแนน
ระดบั เกณฑก์ ำรพิจำรณำ
1.2 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบถูกผิด พจิ ำรณำจำก คณุ ภำพ
ควำมถกู ผิดของคำตอบตอบถกู ให้ 1 คะแนน ตอบผิดให้ 0
คะแนน 4 -ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะครบถ้วน
(ดมี ำก) - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะไดถ้ กู ตอ้ ง
1.3 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบเติมคำ พจิ ำรณำจำก
ควำมถกู ผิดของคำตอบตอบถกู ให้ 1 คะแนน ตอบผิดให้ 0 - แสดงลำดบั ขนั้ ตอนของกำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั
คะแนน
3 - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะครบถว้ นและเสรจ็ ตำม
1.4 เกณฑใ์ หค้ ะแนนแบบทดสอบแบบเขียนตอบ พจิ ำรณำจำก (ดี) กำหนดเวลำ
คำตอบในภำพรวมทงั้ หมดโดยกำหนดระดบั คะแนนเป็น 4 ระดบั
ดงั นี้ - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะไดถ้ กู ตอ้ ง
- สลบั ขน้ั ตอนของกำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ
หรอื ไม่ระบขุ นั้ ตอนของกำรทำใบงำน
ระดบั เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน 2 - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะครบถ้วน แตเ่ สร็จหลงั
คะแนน (พอใช)้ กำหนดเวลำเล็กนอ้ ย
ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง และสำมำรถอธิบำยเหตผุ ลไดอ้ ยำ่ งชดั เจน
4 ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง และสำมำรถอธิบำยเหตผุ ลไดอ้ ยำ่ งชดั เจน - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะขอ้ ไม่ถกู ตอ้ ง
ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง และสำมำรถอธิบำยเหตผุ ลไดเ้ ป็นบำงส่วน - สลบั ขน้ั ตอนของกำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ
3 ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง แต่ไม่สำมำรถอธิบำยเหตผุ ลได้ หรอื ไมร่ ะบขุ นั้ ตอนของกำรทำใบงำน
ตอบไดถ้ กู ตอ้ ง แตไ่ มส่ ำมำรถอธิบำยเหตผุ ลได
2 1 - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะไม่ครบถว้ น หรอื ไมเ่ สร็จ
(ตอ้ ง ตำมกำหนดเวลำเลก็
1 ปรบั ปรุง) - ทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะไม่ถกู ตอ้ ง
- แสดงลำดบั ขนั้ ตอนของกำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึก
0 ทกั ษะไม่สมั พนั ธก์ ับโจทยห์ รือไม่แสดงลำดบั ขนั้ ตอน
103 104
2.2 ทกั ษะการส่ือสารทางภาษาไทย และสมรรถนะสําคัญ 3. ผเู้ รยี นตอ้ งเรยี นรูก้ ำรใชภ้ ำษำพดู และภำษำเขียนอย่ำงถกู ตอ้ งดว้ ย
ของผเู้ รียน กำรฝึกกำรใชภ้ ำษำมใิ ช่เรยี นรูก้ ฎเกณฑท์ ำงภำษำแตเ่ พยี งอย่ำงเดยี ว
- กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนภำษำไทย กำรเรยี นภำษำจะตอ้ งเรียนรูไ้ วยำกรณห์ รือหลกั ภำษำกำรสะกดคำ
กำรวดั ผลและประเมินกำรเรียนรูด้ ำ้ นภำษำเป็นงำนท่ียำกซง่ึ กำรใชเ้ คร่อื งหมำยวรรคตอน และนำควำมรูด้ งั กล่ำวไปใชใ้ นกำรฝึกฝน
ตอ้ งกำรควำมเขำ้ ใจท่ีถูกตอ้ งเก่ียวกับกำรพฒั นำทำงภำษำ ดงั นนั้ กำรเขียนพฒั นำทกั ษะทำงภำษำของตน
ผปู้ ฏิบัติหนำ้ ท่ีวดั ผลกำรเรียนรูด้ ำ้ นภำษำจำเป็นตอ้ งเขำ้ ใจ 4. ผเู้ รยี นทกุ คนจะไดร้ บั กำรพฒั นำทกั ษะทำงภำษำเท่ำกัน แต่กำร
หลกั กำรของกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย เพ่อื เป็นพนื้ ฐำนกำรดำเนินงำน พฒั นำทำงภำษำจะไม่เทำ่ กนั และวิธีกำรเรยี นรูจ้ ะต่ำงกัน
ดงั นี้ 5. ภำษำกับวฒั นธรรมมคี วำมสมั พนั ธก์ ันอย่ำงใกลช้ ิด หลกั สตู ร
1. ทกั ษะทำงภำษำทงั้ กำรฟ๎ ง กำรดกู ำรพดู กำรอำ่ น และกำร จะตอ้ งใหค้ วำมสำคญั และใชค้ วำมเคำรพและเหน็ คณุ คำ่ ของเชือ้ ชำติ
เขียนมีควำมสำคญั เทำ่ ๆ กนั และทกั ษะเหลำ่ นีจ้ ะบรู ณำกำรกันใน จดั กิจกรรมภมู หิ ลงั ของภำษำและกำรใชภ้ ำษำถ่ินของผเู้ รียนและช่วย
กำรเรยี นกำรสอนจะไมแ่ ยกฝึกทกั ษะทลี ะอย่ำงจะตอ้ งฝึกทกั ษะไป ใหผ้ เู้ รยี นพฒั นำภำษำไทยของตน และพฒั นำควำมรูส้ กึ ท่ีดเี ก่ียวกบั
พรอ้ ม ๆ กัน และทกั ษะทำงภำษำทกั ษะหน่งึ จะสง่ ผลต่อกำร ภำษำไทยและกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนสำมำรถเรยี น
พฒั นำทกั ษะทำงภำษำอ่นื ๆ ดวั ย ภำษำไทยดว้ ยควำมสขุ
2. ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั กำรพฒั นำควำมสำมำรถทำงภำษำพรอ้ มกบั 6. ภำษำไทยเป็นเคร่อื งมอื ของกำรเรยี นรูแ้ ละทกุ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้
กำรพฒั นำควำมคิดเพรำะภำษำเป็นส่อื ของควำมคดิ ผทู้ ่ีมีทกั ษะ จะตอ้ งใชภ้ ำษำไทยเป็นเคร่อื งมอื กำรส่อื สำรและกำรแสวงหำควำมรู้
และควำมสำมำรถในกำรใชภ้ ำษำจะช่วยใหผ้ เู้ รียนมีควำมสำมำรถ กำรเรยี นทกุ กลมุ่ สำระกำรเรียนรูจ้ ะใชภ้ ำษำในกำรหลกั สตู รกล่มุ สำระ
ในกำรคดิ ดว้ ยขณะเดยี วกนั กำรเรยี นภำษำจะเรยี นร่วมกนั กับผอู้ ่นื กำรเรียนรูภ้ ำษำไทย โรงเรยี นพิบูลอปุ ถัมภ์ คิดวเิ ครำะหก์ ำรคิด
มีกำรตดิ ต่อส่อื สำร ใชภ้ ำษำในกำรตดิ ตอ่ กบั เพ่อื นกับครูจึงเป็นกำร สรำ้ งสรรคก์ ำรอภปิ รำย กำรเขียนรำยงำน กำรเขียนโครงกำร กำรตอบ
ฝึกทกั ษะทำงสงั คมดว้ ย เม่อื ผเู้ รยี นไดใ้ ชภ้ ำษำในสถำนกำรณจ์ รงิ คำถำมกำรตอบขอ้ ทดสอบ ดงั นน้ั ครูทกุ คนไมว่ ำ่ จะสอนวชิ ำใดก็ตำม
ทง้ั ในบริบททำงวชิ ำกำรในหอ้ งเรียน จะตอ้ งใชภ้ ำษำท่ีเป็นแบบแผน เป็นตวั อย่ำงท่ีดีแก่นักเรยี น และตอ้ ง
และในชมุ ชนจะทำใหผ้ เู้ รียนไดใ้ ชภ้ ำษำและไดฝ้ ึกทกั ษะทำงสงั คม สอนกำรใชภ้ ำษำแก่ผเู้ รยี นดว้ ยเสมอ
ในสถำนกำรณจ์ รงิ
106
105
วิธีการเก็บรวบรวมขอ้ มูลผลการเรียนของผเู้ รียน
วิธีกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู ท่ีถูกนำมำใชใ้ นกำรประเมินโดยท่วั ไป 3. พิจำรณำกำรปฏบิ ัตโิ ดยผสู้ อนสำมำรถสงั เกตกำรนำทกั ษะและ
ควำมรูไ้ ปใชไ้ ดโ้ ดยตรงในสถำนกรณีท่ีใหป้ ฏบิ ตั จิ ริง วิธีกำรนีถ้ ูก
ไดแ้ ก่ กำรสงั เกตกำรตรวจงำนหรอื ผลงำน กำรทดสอบควำมรู้ นำไปใชอ้ ย่ำงกวำ้ งขวำงในกำรประเมนิ มีคณุ ค่ำมำก หำกผเู้ รยี นได้
กำรตรวจสอบกำรปฏบิ ตั ิและกำรแสดงออกอย่ำงไรก็ตำม มกี ำร นำไปใชใ้ นกำรประเมินตนเองเพ่อื สรำ้ งแรงจงู ใจในกำรปรบั ปรุง
พฒั นำตนเองใหด้ ีขนึ้ ในกระบวนกำรประเมินจะมเี คร่อื งมือ
นำเสนอแนวทำงกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู โดยพจิ ำรณำจำกเปูำ ประกอบกำรดำเนินกำรคอื แบบสำรวจรำยกำร ประมำณคำ่ และ
ประสงคข์ องกำรประเมนิ ท่เี ฉพำะเจำะจงในรำยละเอียด เพ่อื เกณฑก์ ำรใหร้ ะดบั คะแนน (scoring rubic)
4. พจิ ำรณำกระบวนกำร วิธีกำรนีจ้ ะใหข้ อ้ มลู เก่ียวกับวธิ ีกำร
ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ะสำมำรถนำมำใชป้ ระโยชนต์ ่อกำรปรบั ปรุงพัฒนำ เรียนรูก้ ระบวนกำรคิดของผเู้ รียนมำกกวำ่ ท่ีจะดผู ลงำนหรือกำร
กระบวนกำรเรียนรูไ้ ดอ้ ย่ำงแทจ้ รงิ ดงั นี้ ปฏบิ ตั ิซ่งึ จะทำใหเ้ ขำ้ ใจกระบวนกำรคิดท่ีผเู้ รยี นใชว้ ิธีกำรท่ีครูผสู้ อน
ใชอ้ ย่เู ป็นประจำในกระบวนกำรเรยี นกำรสอน คือ กำรใหน้ กั เรยี น
1. กำรใหต้ อบแบบทดสอบ ทง้ั ในลกั ษณะท่ีเป็นแบบเลอื ก คิดดงั ๆ กำรตงั้ คำถำมใหน้ กั เรียนตอบ โดยครูจะเป็นผู้
คำตอบ ไดแ้ ก่ ขอ้ สอบแบบเลือกตอบ ถูกผิด จับคู่ และขอ้ สอบ สงั เกตวิธีกำรคดิ ของผเู้ รยี น
วธิ ีกำรเช่นนีเ้ ป็นกระบวนกำรท่ีจะใหข้ อ้ มลู เพ่อื กำรวินิจฉัย และ
ชนิดใหผ้ สู้ อบสรำ้ งคำตอบ ไดแ้ ก่ เตมิ ขอ้ ควำมในช่องวำ่ ง
เป็นขอ้ มลู ยอ้ นกลบั แก่ผเู้ รยี น โดยกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู อย่ำง
คำตอบสน้ั เป็นประโยค เป็นขอ้ ควำม แผนภมู ิกำรเก็บรวบรวม
ต่อเน่ือง ซ่งึ เหมำะกับกำรประเมินพฒั นำกำรดำ้ นคณุ ธรรม
ขอ้ มลู โดยวีกำรนีเ้ หมำะกับกำรวดั ควำมรูเ้ ก่ียวกบั ขอ้ เท็จจริง จริยธรรมและลกั ษณะนิสยั จำกแนวทำงกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู เพ่อื
กำรประเมนิ ผลกำรเรยี นรูด้ งั กลำ่ วขำ้ งตน้ สำมำรถนำมำพิจำรณำ
ควำมรูเ้ ก่ียวกบั กระบวนกำร ซง่ึ มีขอ้ ดีท่ีใชเ้ วลำในกำร
กำหนดแนวทำงกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู ทกั ษะทำงภำษำไดโ้ ดยกำร
ดำเนินกำรนอ้ ย ง่ำย และสะดวกต่อกำรนำไปใชใ้ หผ้ ลกำร สงั เกตผ่ำนพฤตกิ รรมกำรปฏบิ ัติตำ่ ง ๆ ของผเู้ รยี น เช่น กำรเลำ่ เร่อื ง
กำรใหค้ ำชีแ้ จง กำรเล่ำประสบกำรณก์ ำรรว่ มกิจกรรมต่ำง ๆ กำร
ประเมินท่ีตรงไปตรงมำ เน่ืองจำกมเี กณฑก์ ำรประเมินชัดเจน
ปฏสิ มั พนั ธก์ ับกล่มุ หรือบคุ คล หำกผลกำรเรยี นรูท้ ่ีตอ้ งกำรจำกกำร
แตไ่ มเ่ หมำะกบั กำรนำไปใชก้ ับผลกำรเรียนรูท้ ่ีเป็นเจตคติ เรยี นคอื ควำมรูค้ วำมคิดเก่ียวกับกฎเกณฑข์ องภำษำ กำรใช้
คำ่ นิยม ภำษำ 108
2. กำรพจิ ำรณำจำกผลงำน เช่น เรียงควำม รำยงำนกำรวจิ ยั
บนั ทกึ ประจำวนั รำยงำนกำรทดลองบทละครบทรอ้ ยกรอง แฟมู
ผลงำน เป็นตน้ ผลงำนจะเป็นตวั แสดงใหเ้ ห็นกำรนำควำมรูแ้ ละ
ทกั ษะไปใชใ้ นกำรปฏบิ ตั ิงำนของผเู้ รยี น จดุ เดน่ ของกำรประเมนิ
โดยดจู ำกผลงำนนีค้ ือจะแสดงใหเ้ ห็นส่งิ ท่ีนักเรียนสำมำรถทำได้
มีกำรกำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนสำมำรถประเมิน
ตนเองไดเ้ พ่อื กำรปรบั ปรุงพฒั นำตนเองของผเู้ รียน เพ่อื นก็ 107
สำมำรถใชเ้ กณฑใ์ นกำรประเมนิ ผลงำนของผเู้ รียนไดเ้ ช่นกนั
- กำรประเมินผลสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน เกณฑก์ ารให้คะแนน
กำรประเมินผลสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ประเมนิ โดยใช้ พฤติกรรมท่ีปฏบิ ัติสม่ํำเสมอ ให้ 3 คะแนน
แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นโดยกำหนดเกณฑใ์ น พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบตั บิ ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน
กำรประเมนิ ดงั นี้ พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั บิ ำงครงั้ ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั นิ อ้ ยครง้ั ให้ 0 คะแนน
ระดบั ควำมหมำย
คณุ ภำพ เกณฑก์ ารตดั สินระดับคุณภาพตามสมรถนะรายขอ้
(3) ผเู้ รยี นปฏิบตั ติ นตำมสมรรถนะจนเป็นนสิ ยั และนำไปใชใ้ น
ดเี ยยี่ ม ชีวติ ประจำวนั เพื่อประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
(2)
ดี 1. ไดผ้ ลกำรประเมินระดบั ดีเย่ยี ม จำนวน 1-2 สมรรถนะ 13 - 15 ดเี ย่ียม (3)
และไม่มสี มรรถนะใดไดผ้ ลกำรประเมนิ ต่ำํ กวำ่ ระดบั ดหี รอื
(1) 2. ไดผ้ ลกำรประเมินระดบั ดเี ยี่ยม จำนวน 2 สมรรถนะ และ 9 - 12 ด(ี 2)
ผำ่ น ไมม่ ีสมรรถนะใดไดผ้ ลกำรประเมินตํ่ำกว่ำระดบั ผ่ำน หรือ
3. ไดผ้ ลกำรประเมินระดบั ดีจำนวน 4-5 สมรรถนะ และไม่ 5 - 8 ผ่ำน (1)
(0) มสี มรรถนะใดไดผ้ ลกำรประเมินตํ่ำกว่ำระดบั ผ่ำน
ไม่ผำ่ น ต่ำกว่ำ 5 ไม่ผ่ำน (0)
ผเู้ รียนรบั รูแ้ ละปฏบิ ตั ิตำมกฎเกณฑแ์ ละเงื่อนไขที่
สถำนศึกษำกำหนด โดยพิจำรณำจำก
1. ไดผ้ ลกำรประเมินระดบั ผำ่ น จำนวน 4-5 สมรรถนะ และ
ไม่มสี มรรถนะใดไดผ้ ลกำรประเมินตํำ่ กว่ำระดบั ผ่ำน หรอื
2. ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดบั ดีจำนวน 2 สมรรถนะ และไม่มี
สมรรถนะใดไดผ้ ลกำรประเมินตำ่ํ กว่ำระดบั ผำ่ น
ผเู้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏบิ ตั ไิ ดไ้ ม่ครบตำมเกณฑแ์ ละเงื่อนไขที่
กำหนด โดยพิจำรณำจำกผลกำรประเมินระดบั ตอ้ ง
ปรบั ปรุง ตง้ั แต่1 สมรรถนะ
109 110
สมรรถน รำยกำรประเมิน ระดบั คณุ ภำพ
ะดำ้ น
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
ช่ือ.........................นำมสกลุ .................................เลขท่.ี ...........ช้นั ......... 2. 2.1 มีควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำ วเิ ครำะห์ สงั เครำะห
คำชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี น และขีดลงในช่องท่ี มำรถ
ตรงกบั คะแนน ในกำรคิด 2.2 มที กั ษะในกำรคิดนอกกรอบ
อย่ำงสรำ้ งสรรค์
สมรรถน รำยกำรประเมนิ ระดบั คณุ ภำพ 2.3 สำมำรถคิดอย่ำงมี
ะดำ้ น วิจำรณญำณ
1. 1.1 มีควำมสำมำรถในกำรรบั - 2.4 มีควำมสำมำรถในกำรสรำ้ ง
ควำมสำ ส่งสำร องคค์ วำมรู้
มำรถ
ในกำร 1.2 มีควำมสำมำรถในกำร 2.5 ตดั สินใจแก้ปัญหำเกี่ยวกบั
สอ่ื สำร ถ่ำยทอดควำมรู้ ควำมคิด ควำม ตนเองไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม
เขำ้ ใจของตนเอง โดยใชภ้ ำษำ
อย่ำงเหมำะสม สรุปผลกำรประเมินรวม .......... คะแนน ระดบั ...............
1.3 ใชว้ ธิ ีกำรสอ่ื สำรทเี่ หมำะสม 3. 3.1 สำมำรถแก้ปัญหำและ
มีประสิทธิภำพ ควำมสำ อปุ สรรคตำ่ ง ๆ ทเ่ี ผชิญได
มำรถ
1.4 เจรจำตอ่ รองเพอ่ื ขจดั และ ในกำร 3.2 ใชเ้ หตผุ ลในกำรแกป้ ัญหำ
ลดป๎ ญหำควำมขดั แยง้ ตำ่ ง ๆ ได้ แกป้ ัญหำ
3.3 เขำ้ ใจควำมสมั พนั ธแ์ ละกำร
1.5 เลือกรบั และไมร่ บั ขอ้ มลู เปล่ียนแปลงในสงั คม
ขำ่ วสำรดว้ ยเหตผุ ลและถกู ตอ้ ง
3.4 แสวงหำควำมรู้ ประยกุ ต์
สรุปผลกำรประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดบั ............... ควำมรูม้ ำใชใ้ นกำรปอู งกันและ
แก้ไขปัญหำ
3.5 สำมำรตดิ สินใจไดเ้ หมำะสม
ตำมวยั
111 สรุปผลกำรประเมนิ รวม .......... คะแนน ระดบั .............
112
3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
กำรประเมินผลคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคป์ ระเมนิ โดยใชแ้ บบ
ช่ือ................................นำมสกุล..................เลขท่ี..........ชั้น...........
ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคโ์ ดยกำหนดเกณฑใ์ นกำร
ประเมิน ดงั นี้ คำชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น และขีด ลงในช่องท่ี
ตรงกบั คะแนน
ระดบั คณุ ภาพ ความหมาย
สมรรถนะ รำยกำรประเมนิ ระดบั คณุ ภำพ
(3) ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ติ นตำมคณุ ลกั ษณะจนเป็นนสิ ยั และนำไปใชใ้ น ดำ้ น
ดเี ยี่ยม ชีวติ ประจำวนั เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม โดย ดี ดี ผ่ำน ไม่
1. รกั ชำติ เยยี่ (2 (1) ผ่ำ
พจิ ำรณำจำกผลกำรประเมนิ ทงั้ 8คณุ ลกั ษณะ ศำสน์ ม น
กษัตรยิ ์ (3 (0)
(2) โดยพจิ ำรณำ
ดี 1. ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดบั 3 จำนวน 1-4 ไดผ้ ลกำรประเมนิ 2.ซ่อื สตั ย์ - ยนื ตรงเคำรพธงชำติ และรอ้ ง
3. มวี นิ ยั เพลงชำติได-้ เขำ้ รว่ มกิจกรรมที่
ต่ำกวำ่ ระดบั 2 หรอื รบั ผิดชอบ สรำ้ งควำมสำมคั คี- เขำ้ รว่ ม
2. ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดับ 3 จำนวน 4 ไดผ้ ลกำรประเมนิ ตํำ่ 4. ใฝเุ รยี น กิจกรรมทำงศำสนำทต่ี นนบั ถือ
กวำ่ ระดับ 1 หรอื รู
3. ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดับ 2 จำนวน 5-8 ไดผ้ ลกำรประเมนิ 5. อยอู่ ย่ำง - ปฏิบตั ิในสิง่ ทถี่ กู ตอ้ ง
ตํำ่ กวำ่ ระดับ 1 พอเพยี ง
ปฏบิ ตั ิตำมขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์
(1) โดยพจิ ำรณำจำก ระเบียบ
ผำ่ น 1. ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดับ 1 จำนวน 5-8 ไดผ้ ลกำรประเมนิ
- รูจ้ กั ใชเ้ วลำวำ่ งใหเ้ ป็น
ต่ำกวำ่ ระดับ 1 หรอื 2. ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดับ 2 จำนวน 4 ประโยชนแ์ ละนำไปปฏิบตั ไิ ด
ไดผ้ ลกำรประเมนิ ต่ำกวำ่ ระดบั 1
(0) ผเู้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏิบตั ิไดไ้ มค่ รบตำมกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขที่
ไมผ่ ำ่ น สถำนศกึ ษำกำหนด โดยพจิ ำรณำจำกผลกำรประเมนิ ระดบั 0
ตงั้ แต่ 1 คณุ ลกั ษณะขนึ้ ไป
เกณฑก์ ารให้คะแนน - ใชท้ รพั ยส์ นิ และสิง่ ของของ
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั สิ ม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน โรงเรยี นอย่ำงประหยดั
พฤติกรรมท่ีปฏบิ ตั บิ ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ระดบั คณุ ภำพตำมเกณฑก์ ำรประเมนิ ในหลกั สตู รรำยชน้ั
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ิบำงครง้ั ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ินอ้ ยครงั้ ให้ 0 คะแนน 113 114
4. เกณฑก์ ารตัดสินผลการเรียน 5. การประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละการเขียน
4.1 เกณฑก์ ำรตดั สนิ ระดบั ผลกำรเรียน เกณฑก์ ำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วิเครำะหแ์ ละกำรเขียน คะแนนเตม็ 20
ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนน คะแนน
4 ผลกำรเรียนดเี ย่ียม 0 - 49 ระดบั คุณภาพ ความหมาย ชว่ งคะแนน
3.5 ผลกำรเรยี นดีมำก 50 - 54 ดเี ยยี่ ม มีผลงำนที่แสดงถึงควำมสำมำรถใน 16 - 20
กำรอ่ำน คิดวิเครำะหแ์ ละเขียน
3 ผลกำรเรยี นดี 55 - 59
ดี มผี ลงำนที่แสดงถึงควำมสำมำรถใน 13 - 15
2.5 ผลกำรเรียนคอ่ นขำ้ งดี 60 - 64 กำรอำ่ น คดิ วเิ ครำะหแ์ ละเขยี น
2 ผลกำรเรยี นปำนกลำง 65 - 69 ผำ่ น มผี ลงำนทแี่ สดงถึงควำมสำมำรถใน 10 - 12
กำรอ่ำน คิดวิเครำะหแ์ ละเขยี น
1.5 ผลกำรเรียนพอใช้ 70 - 74
ไมผ่ ่ำน ไม่มผี ลงำนท่แี สดงถึงควำมสำมำรถ 0 – 9
1 ผลกำรเรียนผำ่ นเกณฑ์ 75 - 79 ในกำรอ่ำน คิดวิเครำะหแ์ ละเขียน
ขนั้ ต่ำ หรือถ้ำมผี ลงำน
0 ผลกำรเรยี นตำ่ กวำ่ 80 - 100
เกณฑ์
4.2 เกณฑก์ ำรตดั สินผลกำรเรยี นร และ มส.
4.2.1 ตดั สินผลกำรเรียน ร
หมำยถึง รอกำรตดั สินและยงั ตดั สินผลกำรเรยี นไมไ่ ดเ้ นื่องจำก ผเู้ รียนไม่มี
ขอ้ มลู ผลกำรเรียนในรำยวิชำครบถว้ น ไดแ้ ก่
1.2.2 ตดั สินผลกำรเรยี น มส.
หมำยถึง ผเู้ รียนไมม่ ีสทิ ธิเขำ้ รบั กำรวดั ผลปลำยภำคเรยี น เนื่องจำกผเู้ รยี นมเี วลำ
เรยี นไมถ่ ึงรอ้ ยละ 80 ของเวลำเรยี นทงั้ หมดและไม่ไดร้ บั กำรผอ่ นผนั ใหเ้ ขำ้ รบั กำร
วดั ผลปลำยภำคเรยี น 115 116
ผพู้ ฒั นำแผนกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรูโ้ ดยใชน้ วตั กรรม
Mind Mapping:
ตวั อย่ำงแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
แผนกำรจดั กำรเรยี นรูท้ ่ีพฒั นำโดยใชน้ วตั กรรม Mind Mapping
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ ภำษำไทย ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖
ภำคผนวก หน่วยท่ี ๑ เร่อื ง มอดนิ แดงท่ีรกั จำนวน ๑๕ ช่วั โมง
แผนกำรเรียนรูท้ ่ี ๑ กำรอ่ำนในใจเร่อื งมอดินแดงท่ีรกั เวลำ ๑ ช่วั โมง
๑.มาตรฐาน ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ (๑) (๒) (๙) ท ๒.๑ (๑) ท๓.๑..ท๔.๑...ท๕.๑.....
๒. สาระสําคัญ
กำรอำ่ นในใจผอู้ ำ่ นตอ้ งมสี มำธิมีควำมตงั้ ใจเอำใจใส่ในเร่อื งท่ีอ่ำนอ่ำนแลว้
สำมำรถตง้ั คำถำมตอบคำถำมเรยี งลำดบั เหตกุ ำรณจ์ บั ใจควำมสำคญั ของเร่ือง
ตำมแผนภำพดครงเร่อื งไดว้ ่ำใครทำอะไรท่ีไหนอย่ำงไรผลของกำรกระทำและ
สดุ ทำ้ ยของเร่อื ง สำมำรถคิดวเิ ครำะหส์ งั เครำะหแ์ ละสรุปใจควำมสำคญั ของเร่อื ง
๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑.นักเรยี นสำมำรถตอบคำถำม ตงั้ คำถำม อำ่ นจับใจควำมและสรุปสำระสำคญั
ของเร่อื งได้
๒.นกั เรยี นแสดงขอ้ คดิ เห็น วิเครำะหว์ ิจำรณเ์ ร่อื งท่ีอ่ำนได้
๓.นกั เรยี นเกิดทกั ษะกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง ดู ชมและกำรพดู และกำร
นำเสนอ
๔นักเรียนไดพ้ ฒั นำลกั ษณะนิสยั ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำรคิดวิเครำะห์ อย่ำงมี
วิจำรณำญำณกระบวนกำรส่อื สำรกำรอภิปรำยกำรแลกเปล่ยี นกำรเรียนรูแ้ ละ
ยอมรบั ฟังควำมคดิ เห็นของกล่มุ กำรทำงำนกลมุ่
117 ๕นกั เรียนไดพ้ ฒั นำควำมคิดสรำ้ งสรรคแ์ ละสรำ้ งองคค์ วำมรู้ 118
๔. สาระการเรียนรู้ ๖.สื่อ/อุปกรณ/์ แหล่งการเรียนรู้
๑.ใบงำนท่ี ๑
อ่ำนในใจบทอำ่ นในหน่วยเร่อื งมอดินแดงท่ีรกั สำมำรถตงั้ คำถำม ตอบ ๒.บริเวณโรงเรียน
๓หอ้ งสำนกั งำน/โรงเรยี น
คำถำม เรยี งลำดบั เหตกุ ำรณ์ จบั ใจควำมสำคญั ของเร่อื ง ตำม ๔.อปุ กรณท์ ่ีนำเสนอคริปชำรด์
๕.เอกสำรบทอำ่ นเร่อื งมอดนิ แดงท่ีรกั
แผนภำพโครงเร่อื งไดว้ ่ำใคร ทำอะไร ท่ไี หน อย่ำงไร ผลของกำรกระทำ ๗.กำรวดั และประเมนิ ผล ครูประเมินนักเรียนโดย
๑.กำรสงั เกตกำรณท์ ำกิจกรรมทกุ ขั้นตอน
และสดุ ทำ้ ยของเร่อื ง (ควำมเขำ้ ใจเนือ้ เร่อื ง/กำรสรุปใจควำมสำคญั และ ๒.สงั เกตกระบวนกำรเรียนรูก้ ำรทำงำนกล่มุ กำรทำแผนภำพควำมคิด
๓.สงั เกตกระบวนกำรส่อื สำร กำรเจรจำกำรต่อรองกำรอภิปรำยกำร
ขอ้ คดิ เหน็ ท่ไี ดจ้ ำกเร่อื งท่อี ่ำน) ยอมรบั ฟังควำมคิดเหน็
๔.ผลงำนกลมุ่ และชิน้ งำนเดียว ครูประเมินตนเองโดย
๕. กระบวนการจดั การเรียนรู้ ๑.รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกับหลกั เกณฑก์ ำรวิเครำะหป์ ระเด็นสำระสำคญั
กำรอำ่ นจบั ใจควำมกำรสรุปประเดน็ สำคญั ของเร่อื ง รวบรวมขอ้ มลู
ขั้นท่ี ๑ เตรยี มควำมพรอ้ ม เก่ียวกบั หลกั เกณฑก์ ำรวเิ ครำะหเ์ ก่ียวกบั กำรสรำ้ งและเกิดควำมคิดรวบ
ยอด
กิจกรรมกล่มุ สมั พนั ธ์ โดยใชเ้ กม ลมเพลมพดั แบ่งกลมุ่ นกั เรยี น ๒.สะทอ้ นบทบำทครูในกำรกระตนุ้ และกำรสง่ เสริมกำรเรียนรู้
ออกเป็น กลมุ่ ๆละ ๕-๖ คน และ แนะนำกติกำกำรเรียนขน้ั ตอนกำร ๘. ประเมินหลังการสอน
๑. ประเมนิ นักเรยี น---------------------------------------------------------------
ทำงำน และเอกสำรบทอำ่ นท่กี ำหนดใหเ้ ป็นสถำนกำรณป์ ระเดน็ ปัญหำ -----------------------------------------------------------------------------------------
-------
ขน้ั ท่ี ๒. กำหนดสถำนกำรณ์
๒ ประเมินครู------------------------------------------------------------------------
ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ รบั ใบงำนท่ี ๑ แลว้ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตำมใบงำน -----------------------------------------------------------------------
ตำมลำดบั แตล่ ะกลมุ่ รบั เอกสำรบทอ่ำนและทำกิจกรรตำมใบงำนท่ี๑ขั้นท่ี 120
๓ แลกเปล่ยี นกำรเรียนรู/้ กิจกรรมกลมุ่
ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ แลกเปล่ยี นกำรเรียนรู้ ระดมกำรคิดวิเครำะหส์ รุป
สำระสำคญั ของเร่อื งท่อี ำ่ นใหเ้ ป็นประเด็นโดยใชห้ ลกั เกณฑ์ หลกั และกำร
ใชภ้ ำษำและมเี หตผุ ลประกอบใหไ้ ดป้ ระเดน็ มำกท่สี ดุ แลว้ จัดทำเป็น
แผนภำพควำมคิดกลมุ่
ขั้นท่ี ๔ นำเสนอผลงำนหนำ้ ช้นั แตล่ ะกล่มุ นำเสนอผลงำนหนำ้ ชัน้
ข้ันท่ี ๕ อภปิ รำยแลกเปล่ยี นกำรเรยี นรูท้ ง้ั ชน้ั นกั เรยี นและครูรว่ ม แสดง
ขอ้ คิดเหน็ วิพำกวจิ ำรณอ์ ย่ำงมเี หตผุ ล จำกประเดน็ ท่ไี ดใ้ หน้ กั เรียนและ
ครูรว่ มกนั เพ่มิ เติมประเด็นย่อยๆในแตล่ ะประเด็นใหไ้ ดจ้ ำนวนมำกท่สี ดุ
ขั้นท่ี ๖ ข้ันจัดทำเป็นแผนภำพควำมคิดอิสระ (MindMapping)
นกั เรยี นสรุปควำมคิดรวบยอด/สำระสำคญั ท่ไี ดแ้ ลว้ เขียนเป็นแผนภำพ
ควำมคดิ เป็นของตนเองโดย สงั เครำะหอ์ งคค์ วำมรูท้ ่ไี ดจ้ ำกกำรสรุปกำร
คิดวิเครำะหส์ ำระสำคญั ของเร่อื ง 119
ผพู้ ฒั นำแผนกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรูโ้ ดยใช้นวัตกรรมแบบ ๔.สาระการเรียนรู้
Open Approach อ่ำนในใจบทอ่ำนในหน่วยเร่อื งกำรอ่ำนจบั ใจควำมสำมำรถตงั้ คำถำม
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ ตอบคำถำม เรียงลำดบั เหตกุ ำรณ์ จับใจควำมสำคญั ของเร่อื ง ตำม
แผนภำพโครงเร่อื งไดว้ ำ่ ใคร ทำอะไร ท่ีไหน อย่ำงไร ผลของกำรกระทำและ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่๖ สดุ ทำ้ ยของเร่อื ง (ควำมเขำ้ ใจเนือ้ เร่อื ง/กำรสรุปใจควำมสำคญั และ
ขอ้ คดิ เหน็ ท่ไี ดจ้ ำกเร่อื งท่ีอำ่ น
รายวิชาภาษาไทย จาํ นวนเวลาเรียน ๑๕ ช่วั โมง ๕.กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี๑ ขน้ั เตรียมความพร้อม
แผนการเรียนรู้ที่1อ่านจับใจความย่อความคิด เรื่องการอา่ นจับ ครูกล่ำวทกั ทำยนกั เรยี นและกลำ่ วซกั ถำมนกั เรยี นก่อนเขำ้ สบู่ ทเรยี น โดย
ครูใหน้ กั เรยี นยกมือแสดงควำมคดิ เหน็ นักเรยี นแสดงควำมคิดเห็น โดยจะ
ใจความ เวลา๑ช่ัวโมง ไมม่ คี วำมคิดเห็นใดผิดหรือถกู -กำรอำ่ นจบั ใจควำมคืออะไร
-ทำไมตอ้ งอำ่ นจบั ใจควำม
๑. มาตรฐานตวั ชีว้ ดั ขั้นท๒ี่ กาํ หนดสถานการณ์
ท ๑.๑ ป. ๖/๓
ครูแจง้ จุดประสงคใ์ นกำรเรียนช่วั โมงนีใ้ หน้ ักเรยี นทรำบ เร่อื งกำรอำ่ นจบั
๒.สาระสาํ คัญ ใจควำมครูนำนิทำนอสี ปมำอำ่ นใหน้ ักเรยี นฟัง ครูตงั้ คำถำม
ใจควำมสำคญั คอื ขอ้ ควำมสำคญั ของเร่อื ง จะตดั ออกไปไมไ่ ด้ ถำ้ ตดั
-นิทำนเร่อื งนีส้ อนใหร้ ูว้ ่ำอย่ำงไร
ออกไปจะทำใหเ้ นือ้ ควำมเปล่ยี นแปลงไปหรือไดค้ วำมไม่ครบถว้ น กำรอ่ำน -นิทำนเร่อื งนีม้ ตี วั ละครก่ีคน
เพ่อื จับใจควำมสำคญั ผอู้ ่ำนตอ้ งมีสมำธิในกำรอำ่ น และผอู้ ำ่ นจะตอ้ ง -ตวั ละครเอกมีนิสยั อย่ำงไร
เขำ้ ใจเร่อื งท่อี ำ่ น แลว้ ตงั้ คำถำมเก่ียวกับเร่อื งท่อี ่ำนว่ำใครทำอะไรท่ีไหน ครูและนักเรยี นร่วมกับสรุป อ่ำนจับใจควำมนิทำนอีสปรว่ มกัน
เม่ือใดอย่ำงไรแลว้ ตอบคำถำมเหล่ำนั้นแตเ่ พยี งสน้ั ๆ แตใ่ หไ้ ดใ้ จควำม ข้นั ที่๓ แลกเปลี่ยนการเรียนรู้
ชดั เจนจำกนัน้ นำมำเรียบเรียงใหเ้ ป็นประโยคหรือขอ้ ควำมสน้ั ๆ ครูส่มุ จบั ค่นู ักเรยี น๒-๓คน ใบควำมรูท้ ่ี๑ อ่ำนนิทำนอีสปคนละเร่อื งโดย
ใชว้ ธิ ีใหน้ กั เรยี นออกมำส่มุ ไดน้ ิทำนท่ตี อ้ งอำ่ นและจับใจควำม ระดมกำร
๓.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ คิดวเิ ครำะหส์ รุปสำระสำคญั ของเร่อื งท่ีอำ่ นใหเ้ ป็นประเด็นโดยใช้
๑. นกั เรยี นสำมำรถอธิบำยควำมหมำยของกำรอำ่ นจบั ใจควำมได้ หลกั เกณฑ์ หลกั และกำรใชภ้ ำษำและมเี หตผุ ลประกอบ
๒. นักเรียนสำมำรถบอกควำมหมำยของใจควำมสำคญั ได้
๓. นกั เรียนสำมำรถจำแนกพลควำม หรอื สว่ นขยำยใจควำมสำคญั ได้ 122
๔. นกั เรียนสำมำรถอธิบำยคณุ ลกั ษณะของนกั อำ่ นจับใจควำมท่ดี ีได้
)
121
ขน้ั ท่ี ๔นําเสนองานหน้าชน้ั ๘. ประเมินหลงั กำรสอน
แต่ละค่อู อกมำนำเสนอหนำ้ ช้นั เรียน พรอ้ มทง้ั อธิบำยใจควำมสำคญั ของ ๑. ประเมินนักเรยี น------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------------------
นิสยั ท่ีไดว้ เิ ครำะหอ์ อกแลว้ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ พ่อื นๆท่ีอยู่ในหอ้ งเรยี นซกั ถำม/ -------------------------------------------------------------------------------------------
แลกเปล่ยี นควำมคิดกันหลงั แตก่ ลมุ่ อธิบำยเสร็จ ครูสงั เกตและประเมิน -------------------------------------------------------------------
พฤติกรรมดำ้ นคณุ ลกั ษณะ อนั พงึ ประสงคข์ องนักเรยี นรำยบคุ คล ๒ ประเมินครู---------------------------------------------------------------------------
ขั้นท่ี๕ อภิปรายแลกเปล่ียนการเรียนรู้ทงั้ ชัน้ -------------------------------------------------------------------------------------------
นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปบทเรียนในช่วั โมงนี้ พรอ้ มและเปล่ยี นกำรเรียนรู้ ------------------------------------------------------------
แสดงขอ้ คดิ เหน็ วิพำกวิจำรณอ์ ย่ำงมเี หตผุ ลจำกกำรทำงำนคทู่ ่ีผ่ำนมำ
๖.ส่ือ/อปุ กรณแ์ หล่งการเรียนรู้ 124
๑.ใบงำนท่ี๑
๒.นิทำนอสี ป
๗.การวัดและประเมินผล
ครูประเมินนักเรียนโดย
๑.กำรสงั เกตกำรณท์ ำกิจกรรมทกุ ข้นั ตอน
๒.สงั เกตกระบวนกำรเรยี นรูก้ ำรทำงำนกล่มุ กำรทำแผนภำพควำมคดิ
๓.สงั เกตกระบวนกำรส่อื สำร กำรเจรจำกำรต่อรองกำรอภปิ รำยกำร
ยอมรบั ฟังควำมคดิ เหน็
๔.ผลงำนจำกชิน้ งำนคู่
ครูประเมินตนเองโดย
๑รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั หลกั เกณฑก์ ำรวิเครำะหป์ ระเด็นสำระสำคญั
กำรอำ่ นจบั ใจควำมกำรสรุปประเดน็ สำคญั ของเร่อื งรวบรวมขอ้ มลู
เก่ียวกบั หลกั เกณฑก์ ำรวิเครำะหเ์ ก่ียวกับกำรสรำ้ งและเกิดควำมคิดรวบ
ยอด
๒.สะทอ้ นบทบำทครูในกำรกระตนุ้ และกำรส่งเสริมกำรเรยี นรู้
123
125 126
ตวั อย่ำงกำรอำ่ นจบั กจิ กรรมที่ ๑.๑
ใจควำมสำคญั
คำชีแ้ จง นกั เรียนจบั คู่คำถำมและคำตอบใหถ้ กู ตอ้ ง (๑๐ คะแนน)
คำ้ งคำว
คำถำม คำตอบ
คำ้ งคำวเป็นสตั วท์ ่ีออกหำกินในเวลำกลำงคนื มนั สำมำรถบินผำด
โผนฉวดั เฉวียนไปมำโดยไม่ตอ้ งพ่งึ สำยตำ มนั อำศยั เสยี งสะทอ้ นกลบั ๑. กำรอำ่ นจบั ใจควำม ควรตง้ั จดุ มงุ่ หมำยในกำร
ของตวั มนั เอง โดยคำ้ งคำวจะส่งคล่นื สญั ญำณพิเศษซ่งึ สนั้ และรวดเรว็ สำคญั อำ่ น
เม่ือสญั ญำณไปกระทบส่งิ กีดขวำงดำ้ นหนำ้ ก็จะสะทอ้ นกลบั เขำ้ มำ ทำ
ใหร้ ูว้ ำ่ มอี ะไรอยู่ดำ้ นหนำ้ มนั จะบินหลบเล่ยี งได้ แมแ้ ตส่ ำยโทรศพั ทท์ ่ี ๒. ก่อนท่จี ะอำ่ นจับ กำรคน้ หำสำระสำคญั เร่อื ง
ระโยงระยำงเป็นเสน้ เลก็ ๆ คล่นื เสียงก็จะไปกระทบแลว้ สะทอ้ นกลบั เขำ้ หู ใจควำมสำคญั ควรทำ หรือของหนังสอื ท่ีอ่ำน ส่วน
ของมนั ได้ ไม่มสี ตั วช์ นิดไหนท่ีจะสำมำรถรบั คล่นื สะทอ้ นกลบั ไปไดใ้ น น้ันคือขอ้ ควำมท่มี ีสำระ
ระยะใกล้ แต่คำ้ งคำวทำไดแ้ ละบินวนกลบั ไดท้ นั ท่วงที อย่ำงไร
ครอบคลมุ ขอ้ ควำมอ่นื ๆ
วธิ ีกำรสรุปใจควำม ๓. ในกำรฝึกอ่ำนจบั
ใจควำมสำคญั ควร ๑. เพ่อื ใหอ้ ำ่ นและจับใจควำมได้
ใคร = ........................... ๒. เพ่อื บอกรำยละเอียดของเร่อื งรำวท่ี
ทำอะไร = ........................... ปฏบิ ตั ิอย่ำงไร อำ่ น
เม่อื ไร = ........................... ๓. อำ่ นเพ่อื ปฏิบตั ิตำมคำส่งั
อย่ำงไร = ......................................................................................... ๔. เม่อื อำ่ นจบแลว้ ๔. ฝึกกำรใชส้ ำยตำ นิยมอำ่ นเพ่อื ฝึก
ผลเป็นอย่ำงไร = ........................................ เพ่อื ช่วยใหก้ ำรจะ กำรอ่ำน
ใจควำมสำคญั ของเร่อื ง คำ้ งคำว คือ แมน่ ยำนกั เรียนควรทำ ๕. เพ่อื สรุปหรือย่อเร่อื งท่ีอ่ำนเก่ียวกับ
........................................................................................................... อย่ำงไร อะไร
ใจควำมสำคญั ของเร่อื ง ๕. กำรอ่ำนจบั ใจควำม สรำ้ งนิสยั รกั กำรอำ่ น ฝึกใช้
คำ้ งคำว คือ มีจุดม่งุ หมำยอย่ำงไร พจนำนกุ รมจดบันทกึ
คำ้ งคำวจะออกหำกินในตอนกลำงคืน โดยไม่ตอ้ งอำศยั สำยตำ แตจ่ ะ จดบนั ทกึ 128
อำศยั เสยี งสะทอ้ นกลบั ของตวั มนั เอง
127
กจิ กรรมที่ ๑.๒ ใบควำมรูท้ ี่ ๒
เรื่อง กลวธิ ีกำรอำ่ นจบั ใจควำมสำคญั
คำชีแ้ จง นกั เรยี นทำเคร่อื งหมำย (/) หนำ้ ขอ้ ท่ีเป็นขอ้ เท็จจรงิ และ
ทำเคร่อื งหมำย (X) หนำ้ ขอ้ ท่ีเป็นขอ้ คิดเห็น (๑๐ คะแนน) ใจควำมสำคญั
ใจควำมสำคญั คือ แก่นของย่อหนำ้ ท่ีสำมำรถครอบคลมุ เนือ้ ควำม
…………๑. กำรอ่ำนจับใจควำมสำคญั เป็นกำรอ่ำนคน้ หำ ในประโยคอ่นื ๆ ในย่อหนำ้ นน้ั หรอื สำมำรถเป็นหวั เร่อื งของย่อหนำ้
..........๒. กำรอ่ำนควรไมค่ วรใช้เวลำนำนมำกเกินไป นัน้ ๆ ได้ และสำมำรถเป็นประโยคเด่ยี วๆ ได้ โดยไม่ตอ้ งมปี ระโยคอ่นื
ประกอบ ซง่ึ ในแตล่ ะย่อหนำ้ จะมีประโยคใจควำมสำคญั เพียงประโยค
...........๓. ใจควำมสำคญั ส่วนมำกจะปรำกฏในบรรทัดแรกหรือ เดียวหรืออย่ำงมำกไม่เกิน ๒ ประโยค
บรรทดั สดุ ทำ้ ย
ใจควำมรองหรอื พลควำม หมำยถงึ ใจควำมหรือประโยคท่ี
..........๔. ช่ือเร่อื ง คำนำสำรบัญ เป็นสว่ นประกอบของหนงั สอื ช่วยขยำยใจควำมสำคญั เป็นใจควำมใหช้ ัดเจนเช่น กำรอธิบำยคำ
.................๕. กำรอำ่ นทกุ ครงั้ เรำควรจดบันทกึ ควำมรูจ้ ำกเร่อื งท่ี จำกดั ควำม กำรยกตวั อย่ำงกำรเปรียบเทยี บ กำรแสดงเหตผุ ล
อ่ำน สนับสนนุ รวมถึงกำรเพ่มิ รำยละเอยี ดใหแ้ ก่ประโยค
.................๖. ในหน่งึ ย่อหนำ้ จะมใี จควำมสำคญั ท่สี ดุ เพียงอย่ำง ใจควำมสำคญั ดว้ ยวธิ ีใดวิธีหน่งึ ท่ีกลำ่ วมำขำ้ งตน้
เดยี ว
.................๗. กำรตงั้ จดุ มงุ่ หมำยในกำรอ่ำนเป็นแนวทำงในกำร 130
กำหนดกำรอำ่ น
.................๘. กำรทดสอบเป็นกำรตรวจสอบควำมเขำ้ ใจในกำร
อ่ำน
.................๙. ในกำรอำ่ นเรำควรฝึกแบ่งกำรจับสำยตำในแตล่ ะ
บรรทดั
.................๑๐. หนงั สอื แต่ละประเภทมีรูปแบบกำรแตง่ และ
เป้ำหมำยแตกต่ำงกัน
129
ลกั ษณะของใจความสาํ คญั วธิ ีจบั ใจควำมสำคญั
๑. ใจควำมสำคญั เป็นขอ้ ควำมท่ีทำหนำ้ ท่ีคลมุ ใจควำมของขอ้ ควำม วิธีกำรจับใจควำมสำคญั มีหลำยวธิ ี เช่น กำรขีดเสน้ ใต้ กำรใชส้ ตี ำ่ งๆ กนั
อ่นื ๆ ในตอน นนั้ ๆ ไดห้ มดขอ้ ควำมนอกนั้นเป็นเพียงรำยละเอียด แสดงควำมสำคญั มำกนอ้ ยของขอ้ ควำม กำรบันทกึ ย่อเป็นส่วนหน่ึงของกำร
หรอื สว่ นขยำยใจควำมเท่ำนน้ั อำ่ นจบั ใจควำมสำคญั ท่ีดี แต่ผทู้ ่ีย่อควรย่อดว้ ยสำนวนภำษำ และสำนวน
ของตนเองไม่ควรย่อดว้ ยกำรตดั เอำขอ้ ควำมสำคญั มำเรยี งต่อกนั เพรำะอำจ
๒. ใจควำมสำคญั ของขอ้ ควำมหน่งึ ๆ หรอื ย่อหนำ้ หน่งึ ๆ ส่วนหน่ึงๆ ทำใหผ้ อู้ ำ่ นพลำดสำระสำคญั บำงตอนไปอนั เป็นเหตใุ หก้ ำรตีควำมผิดพลำด
สว่ นมำกจะมีเพียงประกำรเดียว คลำดเคล่อื นไดว้ ิธีจับใจควำมสำคญั มีหลกั ดงั นี้
๓. ใจควำมสำคญั ส่วนมำกมีลกั ษณะเป็นประโยค อำจจะเป็น ๑. พจิ ำรณำทีละย่อหนำ้
๒. ตดั สว่ นท่เี ป็นรำยะละเอียดออกได้ เช่น ตวั อย่ำง สำนวนโวหำร
ประโยคเดียวหรือประโยคซอ้ นก็ได้ แตใ่ นบำงกรณีใจควำมสำคญั ไม่ อปุ มำอปุ ไมย(กำรเปรียบเทยี บ)ตวั เลข สถิติตลอดจนคำถำมหรือคำพดู ของ
ปรำกฏเป็นประโยค เป็นเพียงประโยคเดียวหรอื ประโยคซอ้ นก็ไดบ้ ำง ผเู้ ขียนซ่งึ เป็นส่วนขยำย
กรณีใจควำมสำคญั ไมป่ รำกฏเป็นประโยค เป็นเพียงใจควำมท่แี ฝง ๓. สรุปใจควำมสำคญั ดว้ ยภำษำของตนเอง
อย่ใู นขอ้ ควำมตอนน้ัน ๆ กำรสรุปสำระสำคญั กำรอำ่ นจบั ใจควำม
๔. ใจควำมสำคญั ท่ีมลี กั ษณะเป็นประโยคส่วนมำกจะปรำกฏอย่ตู น้
ขอ้ ควำม เช่น ควำมแตกตำ่ งของมนษุ ยแ์ ละสตั วอ์ ีกประกำรหน่งึ ท่ี สรุปสำระสำคญั กำรอำ่ น คอื บทสรุปของเนือ้ หำเร่อื งใดเร่อื งหน่งึ ท่ีตอ้ งกำร
ใหผ้ อู้ ำ่ นจดจำไดแ้ ละนำไปใชห้ ลงั อ่ำนจบแลว้ กำรสรุปสำระสำคญั คลำ้ ย
เหน็ เด่นชัด คือเร่อื งของกำรใชภ้ ำษำ กับกำรย่อควำม แต่มิใช่กำรย่อควำม ซง่ึ ท่ีอำจเรียกไดห้ ลำยคำอำทิเช่น
ประเด็นสำคญั ตะกอนควำมรูห้ ลกั วิชำ เคล็ดวิชำ หรือควำมคิดรวบยอด
การพจิ ารณาตาํ แหน่งใจความสาํ คัญ โดยกำรสรุปสำระสำคญั จำกกำรอ่ำนเป็นขอ้ ๆ
ใจควำมสำคญั ของขอ้ ควำมในแต่ละย่อหนำ้ จะปรำกฏดงั นี้ 132
๑. ประโยคใจควำมสำคญั อย่ตู อนตน้ ของย่อหนำ้
๒. ประโยคใจควำมสำคญั อย่ตู อนกลำงของย่อหนำ้
๓. ประโยคใจควำมสำคญั อย่ตู อนทำ้ ยของย่อหนำ้
๔. ประโยคใจควำมสำคญั อย่ตู อนตน้ และตอนทำ้ ยของย่อหนำ้
๕. ผอู้ ำ่ นสรุปขนึ้ เอง จำกกำรอำ่ นทง้ั ย่อหนำ้ 131
ตวั อย่ำง กจิ กรรมท่ี ๒.๑
กำรอดนอนจดั เป็นสำเหตอุ ย่ำงหน่งึ อำจสง่ ผลใหเ้ กิดสวิ ไดเ้ พรำะ
ควำมเครียดส่งผลต่อระบบต่ำง ๆ ของร่ำงกำย มีกำรเปล่ยี นแปลง คำชีแ้ จง นกั เรยี นตอบคำถำมตอ่ ไปนใี้ หถ้ ูกตอ้ ง (๑๐ คะแนน)
ระดบั ฮอรโ์ มนซ่งึ สง่ ผลใหเ้ กิดกำรเหอ่ ของสิวได้ สงั เกตไดว้ ำ่ เด็กวยั รุ่น
หลำยคนพอใกลส้ อบ จะมีสิวเห่อขนึ้ ซง่ึ เป็นผลสบื เน่ืองมำจำก ๑. ใจควำมสำคญั หมำยถงึ
ควำมเครียดน่นั เอง ....................................................................................................
1.สรุปขอ้ เทจ็ จริงคือ เหตกุ ำรณห์ รอื เร่อื งรำวท่เี ป็นมำหรือเป็นอยู่ตำม ...................................................................................
ควำมเป็นจรงิ โดยไม่ดดั แปลงขอ้ ควำมใด ๆ เลย ๒. กำรสรุปใจควำมสำคญั ควรใชภ้ ำษำอย่ำงไร
สิวเหอ่ ขนึ้ ซ่งึ เป็นผลสบื เน่ืองมำจำกควำมเครยี ด ...........................................................................................................
๒. สำเหตุ คือ ตน้ เหตหุ รอื เหตเุ ร่มิ ทำใหเ้ กิดเหตกุ ำรณห์ รือเร่ืองรำวต่ำง .........................................
ๆ อำจจะแสดงให้ ๓. ใจควำมสำคญั มลี กั ษณะอย่ำงไร
กำรอดนอน ...........................................................................................................
๓. ผลลพั ธ์ คอื ผลท่เี กิดขนึ้ จำกสำเหตใุ นเหตกุ ำรณห์ รอื เร่อื งรำวตำ่ ง ๆ .......................... ......
จดั เป็นบน้ั ปลำยของเหตกุ ำรณห์ รอื เร่อื งรำวเป็นไดท้ ง้ั ผลดหี รือไม่ดีกไ็ ด้ ๔. กำรสรุปคณุ ค่ำ หมำยถงึ อะไร
เกิดกำรเหอ่ ของสิว ...........................................................................................................
๔. สรุปคณุ ค่ำ คือประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จำกกำรอ่ำนเป็นไดท้ งั้ ประโยชน์ .................. .......................
ทำงตรง ท่ปี รำกฏใหเ้ ห็นไดช้ ัดเจน และแฝงอย่ใู นเหตกุ ำรณน์ ้ันๆ ๕. ขอ้ เท็จจริงแตกตำ่ งจำกขอ้ คิดเห็นอย่ำงไร
กำรเปล่ยี นแปลงระดบั ฮอรโ์ มน ...........................................................................................................
๕. ขอ้ คิดเห็น เป็นควำมคดิ ของผอู้ ำ่ นเก่ียวกบั เร่อื งรำวท่ชี วนคดิ หรือ .......... ...............................
ควำมรูส้ กึ ควำมเช่ือแนวคดิ ท่นี ำเสนอตอ่ ส่งิ ใดส่งิ หน่งึ ซง่ึ ขอ้ คดิ เหน็ น้นั
อำจแตกตำ่ งกนั ขนึ้ อย่กู บั พนื้ ฐำนและประสบกำรณข์ องแตล่ ะบุคคล 134
กำรอดนอนเป็นสำเหตทุ ่ที ำใหม้ กี ำรเปล่ยี นแปลงระดบั ฮอรโ์ มนใน
ร่ำงกำยสง่ ผลใหเ้ กิดกำรเหอ่ ของสวิ
133
กจิ กรรมที่ ๒.๒ กจิ กรรมที่ ๒.๓
คำชีแ้ จง นกั เรยี นทำเคร่อื งหมำย (/) หนำ้ ขอ้ ท่ีเป็นขอ้ เท็จจริงและ คำชีแ้ จง นักเรียนอ่ำนบทรอ้ ยกรองแลว้ สรุปสำระสำคญั ตำมหวั ขอ้ ท่ีกำหนด
ทำเคร่อื งหมำย (X)หนำ้ ขอ้ ท่ีเป็นขอ้ คิดเหน็ (๑๐ คะแนน) (คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)
นกเอย๋ นกนอ้ ยนอ้ ย บินลอ่ งลอยเป็นสขุ ศรี
………… ๑. ใจควำมรองคือประโยคท่ขี ยำยควำมประโยค ขนขำวรำวสำลี อำกำศดีไม่มีภยั
สำคญั ทกุ ทิศเจำ้ เท่ยี วทอ่ ง ฟำ้ สที องอนั สดใส
............ ๒. ใจควำมสำคญั ทำหนำ้ ท่คี ลมุ ใจควำมของขอ้ ควำม มปี ่ ำพำสขุ ใจ มตี น้ ไมม้ ลี ำธำร
อ่นื ๆ ผคู้ นไม่มโี รค นับเป็นโชคสขุ สำรำญ
............ ๓. ใจควำมสำคญั ส่วนมำกมีลกั ษณะเป็นประโยค อำกำศไรพ้ ิษสำร สตั วช์ ่ืนบำนดนิ ช่ืนใจ
........... ๔. กำรสรุปสำระสำคญั ควรเรียบเรยี งเป็นคำพดู ของ คนสตั วไ์ ดพ้ ่งึ ปำ มำรกั ษำป่ ำไมไ้ ทย
ตนเอง สนิ้ ป่ ำเหมือนสนิ้ ใจ ช่วยปลกู ใหม่ไวท้ ดแทน
............ ๕. ในแต่ละย่อหนำ้ จะปรำกฏใจควำมสำคญั ใน
ตำแหน่งเดียว สรุปขอ้ เทจ็ จริง ………………………………………
............ ๖. กำรบนั ทกึ ย่อเป็นส่วนหน่งึ ของกำรอำ่ นจบั ใจควำม สำเหตุ ……………………………………
............ ๗. สำเหตคุ ือเหตทุ ่ที ำใหเ้ กิดเร่อื งรำว ผลลพั ธ…์ ………………………............
............. ๘. กำรสรุปสำระสำคญั คลำ้ ยกับกำรย่อควำม สรุปคณุ ค่ำ ………………………………...
............. ๙. ผลลพั ธ์ คือ ผลท่เี กิดขนึ้ จำกสำเหตใุ นเหตกุ ำรณ์ ขอ้ คดิ เหน็ …………………………………….
หรอื เร่อื งรำวตำ่ งๆ
........... ๑๐. กำรจดบนั ทกึ เรำควรใชค้ ำพดู ของตนเอง 136
135
อภิธำนศพั ท์ 4. กำรบรรณำธิกำรกิจ นำขอ้ เขียนท่ปี รบั ปรุงแลว้ มำตรวจทำนคำผิด
กระบวนการเขียน แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง แลว้ อ่ำนตรวจทำนแกไ้ ขขอ้ เขียนอีกครงั้ แกไ้ ข
กระบวนกำรเขียนเป็นกำรคิดเร่อื งท่จี ะเขียนและรวบรวมควำมรูใ้ น
กำรเขียน กระบวนกำรเขียน ขอ้ ผิดพลำดทงั้ ภำษำ ควำมคดิ และกำรเวน้ วรรคตอน
มี 5 ขน้ั ดงั นี้
1. กำรเตรียมกำรเขียน เป็นข้ันเตรยี มพรอ้ มท่จี ะเขียนโดยเลือก 5. กำรเขียนใหส้ มบูรณ์ นำเร่อื งท่ีแกไ้ ขปรบั ปรุงแลว้ มำเขียนเร่อื งให้
หวั ขอ้ เร่อื งท่จี ะเขียน บนพนื้ ฐำน
ของประสบกำรณ์ กำหนดรูปแบบกำรเขียน รวบรวมควำมคิดใน สมบรู ณ์ จัดพิมพว์ ำดรูปประกอบ เขียนใหส้ มบรู ณด์ ว้ ยลำยมือท่ี
กำรเขียน อำจใชว้ ิธีกำรอ่ำนหนังสอื
สนทนำ จัดหมวดหมคู่ วำมคดิ โดยเขียนเป็นแผนภำพควำมคดิ จด สวยงำมเป็นระเบียบ เม่อื พมิ พห์ รอื เขียนแลว้ ตรวจทำนอกี ครงั้ ให้
บนั ทกึ ควำมคดิ ท่จี ะเขียนเป็นรูปหวั ขอ้
เร่อื งใหญ่ หวั ขอ้ ย่อย และรำยละเอยี ดครำ่ วๆ สมบูรณก์ ่อนจัดทำรูปเล่ม
2. กำรยกรำ่ งขอ้ เขียน เม่อื เตรียมหวั ขอ้ เร่อื งและควำมคิดรูปแบบ
กำรเขียนแลว้ ใหน้ ำควำมคิดมำ กระบวนการคิด
เขียนตำมรูปแบบท่กี ำหนดเป็นกำรยกรำ่ งขอ้ เขียน โดยคำนงึ ถงึ วำ่
จะเขียนใหใ้ ครอำ่ น จะใชภ้ ำษำอย่ำงไรให้ กำรฟัง กำรพดู กำรอ่ำน และกำรเขียน เป็นกระบวนกำรคิด คนท่ี
เหมำะสมกบั เร่อื งและเหมำะกับผอู้ ่นื จะเร่มิ ตน้ เขียนอย่ำงไร มี
หวั ขอ้ เร่อื งอย่ำงไร ลำดบั ควำมคิดอย่ำงไร จะคดิ ไดด้ ตี อ้ งเป็นผฟู้ ัง ผพู้ ดู ผอู้ ่ำนและผเู้ ขียนท่ดี ีบุคคลท่ีจะคดิ ไดด้ ี
เช่ือมโยงควำมคดิ อย่ำงไร
3. กำรปรบั ปรุงขอ้ เขียน เม่อื เขียนยกรำ่ งแลว้ อำ่ นทบทวนเร่อื งท่ี จะตอ้ งมคี วำมรูแ้ ละประสบกำรณพ์ นื้ ฐำนในกำรคิด บุคคลจะมี
เขียน ปรบั ปรุงเร่อื งท่เี ขียนเพ่มิ เตมิ
ควำมคิดใหส้ มบรู ณแ์ กไ้ ขภำษำ สำนวนโวหำร นำไปใหเ้ พ่อื นหรอื ควำมสำมำรถในกำรรวบรวมขอ้ มลู ขอ้ เท็จจรงิ วิเครำะห์ สงั เครำะห์
ผอู้ ่นื อ่ำน นำขอ้ เสนอแนะมำปรบั ปรุงอกี ครง้ั
และประเมินคำ่ จะตอ้ งมคี วำมรูแ้ ละประสบกำรณพ์ นื้ ฐำนท่ีนำมำ
137
ช่วยในกำรคดิ ทงั้ สนิ้ กำรสอนใหค้ ิดควรใหผ้ เู้ รยี นรูจ้ กั คัดเลอื กขอ้ มลู
ถ่ำยทอด รวบรวม และจำขอ้ มลู ตำ่ งๆ สมองของมนษุ ยจ์ ะเป็น
ผบู้ รโิ ภคขอ้ มลู ข่ำวสำร และสำมำรถแปลควำมขอ้ มลู ข่ำวสำร และ
สำมำรถนำมำใชอ้ ำ้ งอิง กำรเป็นผฟู้ ๎ ง ผพู้ ดู ผอู้ ำ่ น และผเู้ ขียนท่ีดี
จะตอ้ งสอนใหเ้ ป็นผบู้ ริโภคขอ้ มลู ข่ำวสำรท่ีดีและเป็นนักคิดท่ีดดี ว้ ย
กระบวนกำรสอนภำษำจงึ ตอ้ งสอนใหผ้ เู้ รยี นเป็นผรู้ บั รูข้ อ้ มลู ข่ำวสำร
และมีทกั ษะกำรคดิ นำขอ้ มลู ข่ำวสำรท่ีไดจ้ ำกกำรฟังและกำรอำ่ น
นำมำสกู่ ำรฝึกทกั ษะกำรคิด นำกำรฟัง กำรพดู กำรอ่ำน และ
กำรเขียน มำสอนในรูปแบบ บรู ณำกำรทกั ษะ ตวั อย่ำง เช่น กำรเขียน
เป็นกระบวนกำรคิดในกำรวิเครำะหก์ ำรแยกแยะ กำรสงั เครำะหก์ ำร
ประเมนิ คำ่ กำรสรำ้ งสรรคผ์ เู้ ขียนจะนำควำมรูแ้ ละประสบกำรณส์ ู่
กำรคิดและแสดงออกตำมควำมคดิ ของตนเสมอ ตอ้ งเป็นผอู้ ่ำนและ
ผฟู้ ๎ งเพ่อื รบั รูข้ ่ำวสำรท่ีจะนำมำวิเครำะหแ์ ละสำมำรถ 138
แสดงทรรศนะได
กระบวนการอา่ น 3. กำรแสดงควำมคดิ เหน็ ผอู้ ่ำนจะจดบนั ทกึ ขอ้ ควำมท่มี ี
กำรอ่ำนเป็นกระบวนกำรซ่งึ ผอู้ ำ่ นสรำ้ งควำมหมำยหรือพฒั นำ กำร ควำมสำคญั หรอื เขียนแสดง ควำมคิดเหน็ ตีควำมขอ้ ควำมท่อี ำ่ น
ตคี วำมระหว่ำงกำรอำ่ นผอู้ ำ่ นจะตอ้ งรูห้ วั ขอ้ เร่อื ง รูจ้ ุดประสงคข์ อง อ่ำนซํำ้ ในตอนท่ไี ม่เขำ้ ใจเพ่อื ทำควำมเขำ้ ใจใหถ้ กู ตอ้ ง ขยำย
กำรอ่ำน มีควำมรูท้ ำงภำษำท่ีใกลเ้ คียงกับภำษำท่ีใชใ้ นหนงั สอื ท่ีอ่ำน ควำมคดิ จำกกำรอำ่ น จบั คกู่ ับเพ่อื นสนทนำแลกเปล่ยี นควำม
โดยใชป้ ระสบกำรณเ์ ดิมเป็นประสบกำรณท์ ำควำมเขำ้ ใจกับเร่อื งท่ี คดิ เห็น ตงั้ ขอ้ สงั เกตจำกเร่อื งท่ีอ่ำน ถำ้ เป็นกำรอ่ำนบท
อำ่ น กระบวนกำรอ่ำนมดี งั นี้ กลอนจะตอ้ งอ่ำนทำนองเสนำะดงั ๆ เพ่อื ฟังเสียงกำรอำ่ นและเกิด
1. กำรเตรียมกำรอ่ำน ผอู้ ่ำนจะตอ้ งอ่ำนช่ือเร่อื ง หวั ขอ้ ย่อยจำก จินตนำกำร
สำรบญั เร่อื ง อ่ำนคำนำ ใหท้ รำบจุดม่งุ หมำยของหนังสือ ตงั้ 4. กำรอ่ำนส ำรวจ ผอู้ ่ำนจะอ่ำนซํำ้ โดยเลอื กอ่ำนตอนใดตอนหน่ึง
จดุ ประสงคข์ องกำรอ่ำนจะอำ่ นเพ่อื ควำมเพลดิ เพลินหรอื อ่ำนเพ่อื หำ ตรวจสอบคำและภำษำ ท่ีใชส้ ำรวจโครงเร่อื งของหนังสือ
ควำมรู1้ 65หลกั สตู รกลมุ่ สำระกำรเรียนรูโ้ รงเรยี นพิบูลอปุ ถัมภ์ เปรยี บเทียบหนงั สอื ท่ีอ่ำนกับหนังสอื ท่ีเคยอำ่ น สำรวจและ
เอกสำรประกอบหลกั สตู รโรงเรยี นพบิ ูลอปุ ถัมภ์ พทุ ธศกั รำช 2563 เช่ือมโยงเหตกุ ำรณใ์ นเร่อื งและกำรลำดบั เร่อื ง และสำรวจคำ
วำงแผนกำรอ่ำนโดยอ่ำนหนงั สือตอนใดตอนหน่ึงว่ำควำมยำกง่ำย สำคญั ท่ีใชใ้ นหนงั สือ
อย่ำงไร หนังสือมคี วำมยำกมำกนอ้ ยเพียงใดรูปแบบของหนงั สอื เป็น 5. กำรขยำยควำมคดิ ผอู้ ำ่ นจะสะทอ้ นควำมเขำ้ ใจในกำรอำ่ น
อย่ำงไร เหมำะกบั ผอู้ ่ำนประเภทใด เดำควำมวำ่ เป็นเร่อื งเก่ียวกับ บนั ทกึ ขอ้ คดิ เห็น คณุ คำ่ ของเร่อื งเช่ือมโยงเร่อื งรำวในเร่อื งกบั ชีวิต
อะไร เตรียมสมดุ ดนิ สอ สำหรบั จดบันทกึ ขอ้ ควำมหรอื เนือ้ เร่อื งท่ี จรงิ ควำมรูส้ กึ จำกกำรอำ่ น จดั ทำโครงงำนหลกั กำรอ่ำน เช่น วำด
สำคญั ขณะอำ่ น ภำพเขียนบทละคร เขียนบนั ทกึ รำยงำนกำรอำ่ น อำ่ นเร่อื งอ่นื ๆ ท่ี
2. กำรอำ่ น ผอู้ ำ่ นจะอำ่ นหนงั สอื ใหต้ ลอดเล่มหรือเฉพำะตอนท่ี ผเู้ ขียนคนเดียวกันแต่ง อำ่ นเร่อื งเพ่มิ เตมิ เร่อื งท่ีเก่ียวโยงกบั เร่อื งท่ี
ตอ้ งกำรอำ่ น ขณะอำ่ นผอู้ ่ำนจะใชค้ วำมรูจ้ ำกกำรอ่ำนคำ อำ่ น เพ่อื ใหไ้ ดค้ วำมรูท้ ่ีชัดเจนและกวำ้ งขวำงขนึ้
ควำมหมำยของคำมำใชใ้ นกำรอ่ำน รวมทง้ั กำรรูจ้ ักแบ่งวรรคตอน
ดว้ ย กำรอำ่ นเร็วจะมีส่วนช่วยใหผ้ อู้ ่ำนเขำ้ ใจเร่อื งไดด้ ีกว่ำผอู้ ่ำนช้ำ 140
ซง่ึ จะสะกดคำอำ่ นหรอื อ่ำนยอ้ นไปยอ้ นมำ ผอู้ ่ำนจะใชบ้ รบิ ทหรอื คำ
แวดลอ้ มช่วยในกำรตีควำมหมำยของคำเพ่อื ทำควำมเขำ้ ใจเร่อื งท่ี
อ่ำน
139
บรรณำนกุ รม คณะผจู้ ดั ทำ
หลกั สตู รกลมุ่ สำระกำรเรยี นรูภ้ ำษำไทย
กรมวชิ ำกำร กระทรวงศกึ ษำธิกำร. (2545). เอกสำรประกอบหลกั สตู ร
กำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำนพทุ ธศกั รำช 2544 แนวทำงกำรวดั และประเมินผล นำเสนอโดย
กำรเรยี น. กรุงเทพมหำนคร : ผศ.สมหวงั นิลพนั ธ์
โรงพิมพค์ รุ ุสภำ ลำดพรำ้ ว.กระทรวงศกึ ษำธิกำร. (๒๕๕๑). หลกั สตู ร
แกนกลำงกำรศกึ ษำขัน้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551.__________. จดั ทำโดย
(2535). ค่มู ือครูกำรประเมนิ ผลกำรเรียน ระดบั มธั ยมศกึ ษำ ตำม
หลกั สตู รฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2533 กรุงเทพมหำนคร : โรงพิมพค์ รุ ุสภำ นำงสำวจิรำภรณ์ เคแสง6394110005
ลำดพรำ้ ว.สำนกั งำนทดสอบทำงกำรศกึ ษำ กรมวชิ ำกำร นำงสำวรตั นำภรณ์ จนั ทรแ์ ดง639411006
กระทรวงศกึ ษำธิกำร. (2546). เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำ ตำม
หลกั สตู รกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๔๔. กรุงเทพมหำนคร : 142
โรงพิมพค์ รุ ุสภำลำดพรำ้ ว.สำนกั ทดสอบทำงกำรศกึ ษำ สำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน กระทรวงศกึ ษำธิกำร.แนวปฏิบตั ิ
เก่ียวกบั กำรเทยี บโอนผลกำรเรยี นเขำ้ ส่กู ำรศกึ ษำในระบบ ระดบั
กำรศกึ ษำขั้นพนื้ ฐำน.สำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ สำนักงำน
คณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพนื้ ฐำนกระทรวงศกึ ษำธิกำร. (2547). แนว
ปฏิบตั เิ ก่ียวกับกำรใชห้ ลกั สตู รกำรศกึ ษำขัน้ พนื้ ฐำนพทุ ธศกั รำช 2544.
กรุงเทพมหำนคร : โรงพิมพอ์ งคก์ ำรรบั สง่ สนิ คำ้ และพสั ดุ
ภณั ฑ์ (ร.ส.พ.).__________. (2550). แนวทำงกำรจดั ทำเอกสำร
หลกั ฐำนกำรศกึ ษำ ปพ.1 ปพ.2 และ ปพ.3 ตำมหลกั สตู รกำรศกึ ษำข้นั
พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช 2544. กรุงเทพมหำนคร : โรงพิมพค์ รุ ุสภำ
ลำดพรำ้ ว.
141