ิ
ื
ิ
พิจารณา ของ แผนภาพ ช้นงาน สมการ ข้อความ ค าพูด และ/หรอใช้ แบบจ าลองเพื่ออธบาย
์
์
ื
ึ
ี
ุ
ื
ุ
์
ุ
่
ี
ิ
ึ
10.บรรยาย (Describe) หมายถงให้รายละเอยดของเหตการณหรอปรากฏการณท เกิดข้น ความคด วัตถ หรอ เหตการณต่าง ๆ
ู
่
ั
้
ี
ื
ู
ื่
ี
ึ
ให้ผู้อนได้รบรด้วยการบอกหรอเขยน 21.สังเกต (Observe) หมายถงหาข้อมลด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห ้า ทเหมาะสม ตาม
ิ
ี
11.บอก (Tell) หมายถงให้ข้อมล ข้อเท็จจรง แก่ผู้อนด้วยการพูด หรอเขยน ข้อเท็จจรงทปรากฏ โดยไม่ใช้ ประสบการณเดมของผู้สังเกต
ู
์
ื
ื
ิ
่
ึ
่
ิ
ี
่
ิ
็
ู
12.บันทก (Record)หมายถง เขยนข้อมลทได้จากการสังเกต เพือช่วยจ า หรอ เพื่อเปน 22.ส ารวจ (Exploreหมายถง) หาข้อมลเกียวกับส่งต่าง ๆ โดยใช้วิธการและ เทคนคท ่ ี
ึ
ี
ื
่
ึ
่
ึ
ี
ี
ิ
ู
ี
่
ู
ุ
หลักฐาน เหมาะสมเพือน าข้อมลมาใช้ตาม วัตถประสงค์ทก าหนดไว้
่
ื
ู
ึ
23.สบค้นข้อมล (Search)หมายถง หาข้อมล หรอข้อสนเทศทมผู้รวบรวมไว้แล้วจาก
ื
ู
ี่
ี
13.เปรยบเทยบ (Compare)หมายถง บอกความเหมอน และ/หรอ ความแตกต่างของ ส่งท ี ่
ิ
ื
ี
ี
ึ
ื
แหล่งต่าง ๆ มาใช้ประโยชน ์
เทยบเคยงกัน
ี
ี
24.สอสาร (Communicate) หมายถงน าเสนอและแลกเปลยนความคด ข้อมล หรอผล
ู
ื
ิ
ึ
ื่
ี่
ึ
14.แปลความหมาย (Interpret)หมายถง แสดงความหมายของข้อมลจากหลักฐานท ี่
ู
ี
ี่
จากการส ารวจตรวจสอบด้วยวิธทเหมาะสม
ุ
ปรากฎ เพื่อลงข้อสรป
25.อธบาย (Explain)หมายถง กล่าวถงเรองราวต่าง ๆ อย่างมเหตผล และม ข้อมล หรอ
ึ
ึ
ู
ี
ิ
ื
ื
ุ
ี
่
ู
์
15.ยกตัวอย่าง (Give examples)หมายถง ให้ข้อมล เหตการณ หรอสถานการณ เพื่อแสดง
ึ
์
ื
ุ
ประจักษ์พยานอ้างอง
ิ
ี
ี
ิ
่
้
ความเข้าใจในส่งทได้เรยนร
ู
็
ิ
ี
็
ุ
ึ
26.อภปราย (Discuss) หมายถงแสดงความคดเหนต่อประเดน หรอคาถามอย่าง มเหตผล
ื
ิ
ิ
ึ
ุ
ี
16.ระบ (Identify) หมายถงช้บอกส่งต่าง ๆ โดยใช้ข้อมลประกอบอย่างเพียงพอ
ู
โดยอาศัยความรและประสบการณของ ผู้อภปรายและข้อมลประกอบ
้
ู
์
ิ
ู
์
ุ
ื
ื
ุ
ิ
ึ
ิ
17.เลอกใช้ (Select)หมายถง พิจารณาและตัดสนใจน าวัสด ส่งของ อปกรณ หรอวิธการ
ี
27.ออกแบบก ารทดลอง (Design experiment)หมายถง ก าหนดและวางแผนวิธก ารทดล
ึ
ี
มาใช้ได้อย่างเหมาะสม
องให้สอดคล้องกับ สมมตฐานและตัวแปรต่าง ๆ รวมทั้งการบันทกข้อมล
ู
ิ
ึ
18.วัด (Measure)หมายถง หาขนดหรอปรมาณของส่งต่าง ๆ โดยใช้เครองมอ ท ่ ี
ึ
ื
ิ
ิ
ื
ื
่
เหมาะสม
ื
19.วิเคราะห (Analyze)หมายถง แยกแยะ จัดระบบ เปรยบเทยบ จัดล าดับ จัดจ าแนก หรอ
์
ึ
ี
ี
ื่
เชอมโยงข้อมล
ู
ึ
ู
้
ุ
ื
์
20.สรางแบบจ าลอง (Construct model) หมายถงน าเสนอแนวคดหรอเหตการณในรป
ิ
่
ี
่
ตัวอยำงหนวยกำรเรยนรู ้ สำระกำรเรยนรู ้
ี
ี
่
ิ่
้
ี
้
่
หนวยกำรเรยนรูที 1 ชวิตกับสงแวดลอม รปแบบความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ได้แก่
ิ
ี
ิ
ี
ี
ู
ี
์
ิ
่
ื
์
ี
ิ
์
ี
แผนกำรจดกำรเรยนรูที 9 1.ภาวะได้ประโยชนร่วมกัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน ได้ประโยชนทั้งสองฝาย
่
ั
ี
้
ิ่
เรอง ควำมสมพันธระหวำงสงมีชวิตกับสงมีชวิต และสามารถแยกจากกันได้
ี
่
ั
ื่
์
ิ่
ี
ื
ี
ี
่
่
ิ
ิ
์
่
ี
ี
ี
ชั้นประถมศกษาปท 5 เวลาเรยน 1 ชั่วโมง 2.ภาวะพึงพากัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน ได้ประโยชนทั้งสองฝาย แต่ไม่สามารถ
ึ
มำตรฐำนกำรเรยนรูและตัวชวัด แยกจากกันได้ ื ิ ี ี ิ ่ ี ่ ่ ึ ์ ี ่
ี
้
้
ี
ิ
3.ภาวะองอาศัย คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงได้ประโยชน ส่วนอกฝาย
ี
้
มำตรฐำนกำรเรยนรู ไม่ได้ หรอไม่เสยประโยชน ์
ี
ื
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเวศ ความสัมพันธระหว่าง 4.ภาวะล่าเหยือ คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงคอผู้ล่า (ได้ประโยชน) แต่
ิ
์
ี
่
ื
ิ
ึ
่
่
์
ื
่
ิ
ี
ี
ี
ิ
ี
ี
ิ
ี
ิ
ี
ส่งไม่มชวิตกับส่งมชวิต และความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตต่าง ๆ ในระบบ อกฝายคอเหยื่อ (เสยประโยชน์)
ี
ี
ิ
ี
์
่
ี
ี
ื
่
ี่
ิ
ิ
นเวศการถ่ายทอดพลังงาน การเปลยนแปลงแทนทในระบบนเวศ ความหมายของ 5.ภาวะปรสต คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยฝายผู้อาศัยได้ประโยชน ส่วนฝายผู้ถก
ี
ี
ี
ื
่
ิ
ิ
่
์
ิ
ู
ิ
่
ี
ั
ั
ิ
ี
ประชากร ปญหาและผลกระทบทมต่อทรพยากรธรรมชาตและส่งแวดล้อมแนวทางใน อาศัยเสยประโยชน์
ี
ั
การอนรกษ์ทรพยากรธรรมชาตและการแก้ไขปญหาส่งแวดล้อมรวมทั้งน าความรไปใช้ สมรรถนะสำคัญของผูเรยน
ู
้
ิ
ุ
ิ
ั
ั
ี
้
ประโยชน์ 1.ความสามารถในการสอสาร
ื่
ตัวชวัด -การอธบาย การเขยน การพูดหน้าชั้นเรยน
้
ี
ี
ี
ิ
ิ
ิ
์
ี
ว 1.1 ป.5/2 อธบายความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต และความสัมพันธ ์ 2.ความสามารถในการคด
ี
ิ
ี
ี
ิ
ี
่
ี
ระหว่างส่งมชวิตกับส่งไม่มชวิต เพือประโยชนต่อการด ารงชวิต - การสังเกต การส ารวจ การคดวิเคราะห การสรางค าอธบาย การอภปราย การจัดระบบ
ี
ี
์
ิ
ิ
ี
์
้
ิ
ิ
ิ
จุดประสงคกำรเรยนรู ้ ความคดเปนแผนภาพ การสอความหมาย การท ากิจกรรมโดยใช้กระบวนการทาง
์
ี
่
ิ
ื
็
์
1.อธบายความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตได้ (K) วิทยาศาสตร ์
ิ
ี
ี
ี
ี
ิ
ิ
ิ
ิ
2.ปฏบัตกิจกรรม ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต อย่างรวมพลัง 3.ความสามารถในการแก้ปญหา
ี
ี
ี
ิ
ี
ิ
์
ั
้
ู
่
ด้วยความใฝรได้ (P) -การแก้ปญหาขณะปฏบัตกิจกรรม
ิ
ิ
ั
ู
่
3.มความใฝร (A) 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชวิต
ี
้
ี
-กระบวนการกล่ม
ุ
ี
ี
ุ
ึ
ี
ุ
่
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ด้วยกระบวนการท างานกล่ม เช่น หัวหน้ากล่ม มหน้าท .................. ผู้จดบันทก มหน้าท ี ่
ู
ื
-การสบสอบข้อมลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ .........................
ื่
ี
คุณลักษณะอันพึงประสงค ์ ผู้เสนอรายงาน มหน้าท .............. อน ๆ .................................
ี่
็
็
ื
ิ
ุ
ี
่
้
ี
่
ี
1. ใฝเรยนร ้ ู กิจกรรมกล่ม เปนการสรางเสรมทักษะศตวรรษท 21 ด้านการร่วมมอท างานเปนทม
ั
ิ
ุ
ั
2. ม่งมั่นในการท างาน การคดแก้ปญหา และรบผิดชอบต่อผลงานร่วมกัน
ั
์
ุ
ุ
้
ื่
ิ
ิ
ค ำถำมสำคัญ 3.2 ตรวจสอบความพรอมของสอ วัสดอปกรณ ส าหรบการปฏบัตกิจกรรมว่าครบถ้วน
ี
่
ิ
ิ
ี
ิ
ี
์
ี
ี
ี
ิ
ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันอย่างไร เหมาะสมทจะใช้ในการปฏบัตกิจกรรมเพียงใด
ี
ุ
่
ี
ิ
ั
่
ี
ื
ั
ี
กำรจดกิจกรรมกำรเรยนรู ้ 4. นักเรยนแต่ละกล่มอ่านและฟงอธบายขั้นตอนวิธท ากิจกรรมท 1.6 เรอง
ขนสงเกต รวบรวมขอมูล (Gathering) ความสัมพันธ ์
ั
ั
้
้
ี
ี
ี
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ี
ี
ิ
่
ี
ี
์
ื
1. นักเรยนสังเกตส่งมชวิตในท้องถ่นทมความสัมพันธกัน เช่น ผีเส้อกับดอกไม้ ระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขยนขั้นตอนลงในกระดาษฟลป
์
แล้วกระต้นนักเรยนให้เกิดความสงสัยและต้องการหาค าตอบด้วยกระบวนการทาง ชารต
ุ
ี
ึ
์
วิทยาศาสตร โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญ ดังน้ ี และน าข้นหน้ากระดาน
็
ี
ุ
ิ
ี
ี
ี
ี
ี
ิ
์
ิ
1.1ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันอย่างไร 5. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันแสดงความคดเหนก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบ
ี
์
ี
ี
ิ
(ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาวะได้ประโยชน ์ ค าถามก่อนท ากิจกรรม ดังน้ ี
ิ
ี
ี
ื
่
่
ิ
ิ
ร่วมกัน ภาวะพึงพากัน ภาวะองอาศัย ภาวะล่าเหยือ ภาวะปรสต) 5.1ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคออะไร
ิ
ิ
ี
ี
ี
์
ี
ี
ี
ี
่
ี
ี
ิ
์
ี
ิ
ี
1.2ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตทนักเรยนเคยพบในชวิตประจ าวัน (ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันอย่างไร)
ี
ุ
ี
่
ื่
ี
ี
มอะไรบ้าง (ตัวอย่างค าตอบ นกกินหนอน กาฝากกับต้นไม้) 6. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันอย่างรวมพลังท ากิจกรรมท 1.6 เรอง ความสัมพันธ ์
ี
ี
่
ิ
ี
ี
์
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ี
ี
ี
ี
2. นักเรยนร่วมกันคาดคะเนค าตอบ ระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต เพือบ่งช้ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตใน
ิ
ึ
ุ
ี
ี
ุ
3.นักเรยนแบ่งกล่ม กล่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรยนเก่ง ปานกลาง และอ่อน ส่งแวดล้อม และบันทกผล
ี
่
ุ
ี
ื
ิ
ึ
ี
ุ
(หรอจะแบ่งกล่มด้วยวิธการต่าง ๆ เพิ่มเตมได้) โดยแต่ละกล่มร่วมกันศกษาวิธท าและ การท ากิจกรรมในใบงานท 6
ี
ี
ุ
่
ิ
่
ี
ิ
ปฏบัตกิจกรรมท 1.6 7. ผู้แทนนักเรยนแต่ละกล่มน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรยน เพือตรวจสอบ
ู
ี
ี
ี
ิ
ี
ิ
ี
่
ื่
์
เรอง ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ในใบงานท 6 ตามขั้นตอน ดังน้ ี ความถกต้อง
ุ
ิ
ี
่
ี
3.1ทบทวนบทบาทหน้าทของสมาชกในกล่มว่าต้องท าหน้าทอย่างไรบ้างในการ
่
ิ
ด าเนนการ
์
้
้
ขันคิดวิเครำะหและสรุปควำมรู (Processing)
ุ
ี
์
ิ
8. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันวิเคราะห และอภปรายผลการท ากิจกรรม โดย
ร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังน้ ี
์
8.1 ส่งมชวิตทก าหนดให้ มความสัมพันธกันแบบใดบ้าง อย่างไร ภาวะได้ประโยชนร่วมกัน
ิ
ี
ี
่
ี
์
ี
็
่
่
็
ี
์
ไก่กับหนอน มความสัมพันธแบบภาวะล่าเหยือ โดยไก่เปนผู้ล่า และหนอนเปนเหยือ
ี
ู
์
ผึ้งกับดอกไม้ มความสัมพันธแบบภาวะได้ประโยชนร่วมกัน โดยผึ้งดดน ้าหวานจาก
์
ดอกไม้และดอกไม้อาศัยผึ้งช่วยผสมเกสร)
ี
กล้วยไม้กับต้นไม้ มความสัมพันธแบบภาวะองอาศัย โดยกล้วยไม้อาศัยเกาะต้นไม้ และ
์
ิ
ต้นไม้ไม่ได้และไม่เสยประโยชน)
ี
์
์
ิ
ุ
8.2นักเรยนสรปความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตได้อย่างไร(ส่งมชวิตกับ
ี
ี
ี
ิ
ี
ี
ิ
ี
ี
ี
ึ
ส่งมชวิตมความสัมพันธกันในลักษณะต่าง ๆ)จากนั้นฝกนักเรยนถามค าถามทสงสัยด้วย
ี
์
ี
ี
่
ิ
ี
การถามเพือน โดยไม่จ าเปนต้องถามครอย่างเดยว
ู
่
ี
็
ิ
ี
ิ
9.นักเรยนร่วมกันอภปรายเพิ่มเตม โดยร่วมกันตอบค าถาม ดังน้ ี
ี
ื
ิ
์
ี
ี
์
9.1ส่งมชวิตใดมความสัมพันธแบบได้ประโยชนร่วมกัน(ตัวอย่างค าตอบ ผีเส้อกับ
ดอกไม้)
ี
ิ
9.2ส่งมชวิตใดมความสัมพันธแบบพึงพากัน(ตัวอย่างค าตอบ ฉลามกับเหาฉลาม) แผนภาพความคด ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต
่
์
ี
ี
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ี
์
ี
ิ
9.3ส่งมชวิตใดมความสัมพันธแบบปรสต(ตัวอย่างค าตอบ พยาธในล าไส้คน)
ี
์
ิ
ี
ี
ิ
็
ุ
10.นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันสรปผลการท ากิจกรรมและสรปส่งทเข้าใจเปนความร ู ้ 11. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันระดมสมอง ศกษา อ่านเน้อหาและวิเคราะห ์
ี
ี
ิ
ุ
ุ
่
ึ
ุ
ี
ื
์
ี
ี
ี
ิ
ี
ิ
ี
็
ี
ิ
่
ี
์
ี
ี
ิ
ร่วมกันเกียวกับความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต โดยออกแบบและเขยนเปน เกียวกับความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ในประเดน ดังน้ ี
็
่
แผนภาพความคด ให้ได้ลักษณะ ดังน้ ี 11.1 ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต
ี
ี
ิ
ี
ิ
์
ิ
ี
์
ี่
ิ
ี
ี
11.2 ประโยชน์ทได้รบ หรอการเสยประโยชนของส่งมชวิต
ั
ี
ื
้
ั
้
ขนปฏิบัติและสรุปควำมรูหลังกำรปฏิบัติ (Applying and Constructing the
Knowledge)
์
ุ
ี
12.นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ แล้วหาภาพความสัมพันธระหว่าง
ี
ี
ี
ิ
ุ
ี
่
ี
ื
ื
ี
่
ิ
ิ
ี
็
ี
์
ื
ี
ส่งมชวิตกับส่งมชวิตจากสอต่าง ๆ ทั้งทางอนเทอรเนต หนังสอพิมพ์ นตยสาร จากนั้น 17.นักเรยนตรวจสอบหรอประเมนขั้นตอนต่าง ๆ ทเรยนมาในวันน้มจดเด่น
ิ
ิ
้
่
ุ
ู
็
ิ
ื
็
ุ
็
น าภาพเหล่านั้นมาจัดท าเปนสมดภาพ จัดท าเปนช้นงาน จดบกพร่องอะไรบ้างมความสงสัย ความอยากรอยากเหนในเรองใด ให้ระบ ุ
ี
ิ
็
่
ึ
13.นักเรยนร่วมกันสรปส่งทเข้าใจเปนความรร่วมกัน ดังน้ ี 18.นักเรยนประเมนตนเอง โดยเขยนแสดงความรสกหลังการเรยน ในประเด็น
ี
ี
้
ิ
ู
ี
ุ
ี
ี
้
ู
ิ
ี
ี
ี
์
ิ
ี
• รปแบบความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ได้แก่ ต่อไปน้ ี
ู
่
ิ
ู
้
ี
ี
ี
ี
ื
ิ
ื
ี
ี
์
ิ
์
1.ภาวะได้ประโยชนร่วมกัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกันได้ประโยชนทั้งสอง • ส่งทนักเรยนได้เรยนรในวันน้คออะไร
ุ
ี
ฝายและสามารถแยกจากกันได้ • นักเรยนมส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มมากน้อยเพียงใด
ี
่
ี
ิ
ิ
ี
่
2.ภาวะพึงพากัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน ได้ประโยชนทั้งสองฝาย แต่ไม่ • เพือนนักเรยนในกล่มมส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มมากน้อยเพียงใด
่
่
์
ี
ื
ุ
ุ
ี
ี
สามารถแยกจากกันได้ • นักเรยนพึงพอใจกับการเรยนในวันน้หรอไม่ เพียงใด
ื
ี
ี
ื
ั
่
์
ิ
3.ภาวะองอาศัย คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงได้ประโยชน ์ • นักเรยนจะน าความรทได้น้ไปใช้ให้เกิดประโยชนแก่ตนเอง ครอบครว และ
ี
ี
ึ
่
ู
้
่
ี
่
ี
ิ
ี
ี
ิ
่
ี
ุ
ี
่
ส่วนอกฝายไม่ได้หรอไม่เสยประโยชน ์ สังคมทั่วไปได้อย่างไรจากนั้นแลกเปลยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทกขั้นตอนว่าจะ
ื
ี
ุ
์
ี
ู
ี
ิ
4.ภาวะล่าเหยือ คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงคอผู้ล่า (ได้ เพิ่มคณค่าไปส่สังคม เกิดประโยชนต่อสังคมให้มากข้นกว่าเดมในขั้นตอนใดบ้าง
ื
่
ิ
่
ึ
ื
ี
ิ
่
่
ึ
่
ประโยชน) แต่อกฝายหนงคอเหยือ (เสยประโยชน) ส าหรบการท างานในคร้งต่อไป
ี
่
์
์
ึ
ื
ี
ั
ั
่
์
5.ภาวะปรสต คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยฝายผู้อาศัยได้ประโยชน สอกำรเรยนรู/แหลงกำรเรยนรู ้
ี
ื
ิ
ิ
่
ิ
ี
่
่
ื
ี
้
ี
ี
ู
ส่วนฝายผู้ถกอาศัยเสยประโยชน ์ 1. หนังสอเรยน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกษาปท 5 ของสถาบันพัฒนา
่
ื
ี
่
ึ
์
ี
ี
ุ
ขันสอสำรและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) คณภาพวิชาการ (พว.)
้
ื่
์
ุ
ี
่
ี
ึ
์
14.ผู้แทนนักเรยนแต่ละกล่มออกมาพูดและน าเสนอสมดภาพความสัมพันธระหว่าง 2.แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกษาปท 5ของสถาบันพัฒนา
ึ
ุ
ี
ี
ี
ี
่
่
ี
ี
ี
ิ
่
ู
ุ
ส่งมชวิตกับส่งมชวิตหน้าชั้นเรยน เพือแลกเปลยนเรยนรกัน เพือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบ คณภาพวิชาการ (พว.)
ิ
ี
้
้
ู
์
ิ
ู
ี
์
และแก้ไขให้ถกต้อง 3.ชดกิจกรรมการเรยนรพัฒนาการคดวิเคราะห รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ชั้น
ุ
ุ
ี
ิ
็
ุ
่
ี
ึ
ิ
ิ
ี่
ี
15.นักเรยนร่วมกันอภปรายสรปเกียวกับวิธการท างานให้เหนการคดเชงระบบและ ประถมศกษาปท 5ของสถาบันพัฒนาคณภาพวิชาการ (พว.)
ี่
ี
วิธการท างานทมแบบแผน 4.ภาพไก่กับหนอน
ี
่
่
่
ื
ั
้
ขนประเมินเพอเพิมคุณคำบรกำรสงคมและจตสำธำรณะ (Self-Regulating) 5.ภาพผึ้งกับดอกไม้
ิ
ั
ิ
ี
ี
ิ
ี
ี
ี
16. นักเรยนน าสมดภาพความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตมอบให้ห้อง 6.ภาพกล้วยไม้กับต้นไม้
ุ
ิ
์
์
ื
ิ
ี
ี
ิ
ี
่
ี
ี่
็
็
่
วิทยาศาสตรของโรงเรยน เพือเปนแหล่งการเรยนรให้นักเรยนชั้นอน ๆ ใช้เปน 7.ใบงานท 6 เรอง ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต
์
ี
ี
ี
ื
่
้
ู
ี
ู
้
ี
ู
ฐานข้อมลต่อไป 8.แหล่งการเรยนรทั้งภายในและภายนอกโรงเรยน
ิ
กิจกรรมเสนอแนะ แบบประเมินตำมสภำพจรง (Rubrics
ี
ื
ิ
ี
ิ
์
ี
ิ
นักเรยนลองท ากิจกรรมต่อไปน้เลอกข้อความลักษณะความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับ แบบประเมนการปฏบัตการท ากิจกรรม
ี
ิ
่
ี
ี
ี
ส่งมชวิตทก าหนดเขยนในช่องว่างใต้ภาพให้ถกต้อง
ู
ิ
ี
รายการการ ระดับคณภาพ
ุ
่
ภาวะการได้ประโยชนร่วมกัน ภาวะพึงพากัน ภาวะล่าเหยือ ภาวะองอาศัย ภาวะปรสต ประเมิน
ิ
ิ
์
่
4 3 2 1
1. การท ากิจกรรม ท ากิจกรรมตาม ท ากิจกรรมตาม ท ากิจกรรมตาม ท ากิจกรรมไม่
ี
ี
ี
่
ตามแผนทก าหนด วิธการและ วิธการและขั้นตอน วิธการและขั้นตอน ถูกต้องตามวิธการ
ี
ี
ขั้นตอนทก าหนด ทก าหนดไว้ด้วย ทก าหนดไว้ โดยม และขั้นตอน
ี
่
ี
ี
ี
่
่
่
ี
ู
ื
ู
ื่
ี
ไลเคน สงโตกับมำลำย กำฝำกบนตนไม ้ ไว้อย่างถกต้อง ตนเอง มการ ครหรอผู้อน ทก าหนดไว้
้
้
ิ
ั
ั
ุ
็
ี
ุ
ด้วยตนเอง ปรบปรงแก้ไขบ้าง เปนผู้แนะน า ไม่มการปรบปรง
ุ
ี
ั
มการปรบปรง แก้ไข
็
แก้ไขเปนระยะ
็
กำรประเมินกำรเรยนรู ้ 2. การบันทกผล บันทกผลเปน บันทกผลเปนระยะ บันทกผลเปนระยะ บันทกผลไม่ครบ
ึ
็
็
ึ
ี
ึ
ึ
ึ
ี
ู
็
ี
ู
ุ
1.ประเมนความร เรอง ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต (K) ด้วยแบบทดสอบ การท ากิจกรรม ระยะอย่างถกต้อง อย่างถกต้อง ม ี แต่ไม่เปนระเบยบ ไม่มการระบหน่วย
่
ิ
ี
ี
ื
ิ
์
ี
ี
้
ิ
ู
ุ
ี
็
ี
ุ
ี
ี
ี
ี
มระเบยบมการ ระเบยบมการระบ ไม่มการระบหน่วย และไม่เปนไปตาม
ิ
ิ
2.ประเมนการปฏบัตการท ากิจกรรม (P) ด้วยแบบประเมน ระบหน่วย มการ หน่วย มการอธบาย และไม่มการอธบาย การท ากิจกรรม
ิ
ิ
ิ
ุ
ี
ิ
ี
ี
์
ิ
ี
ุ
3.ประเมนช้นงาน สมดภาพ ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต (P) ด้วยแบบ อธบายข้อมูลให้ ข้อมูลให้เหนถง ึ ข้อมูลให้เหนถง ึ
ิ
ิ
ี
ี
ี
ิ
ิ
็
็
ื่
็
ิ
ประเมน เหนความเชอมโยง ความสัมพันธ์ ความสัมพันธ ์
เปนภาพรวม เปน เปนไปตามการท า ของการทกิจกรรม
็
็
็
้
ิ
ุ
4.ประเมนคณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝเรยนร ม่งมั่นในการท างาน (A) ด้วยแบบ
ี
ุ
่
ู
เหตุเปนผล และ กิจกรรม
็
ิ
ประเมน เปนไปตามการท า
็
กิจกรรม
3. การจัดกระท า จัดกระท าข้อมูล จัดกระท าข้อมูล จัดกระท าข้อมูล จัดกระท าข้อมูล
็
็
ี
็
ข้อมูล และการ อย่างเปนระบบ อย่างเปนระบบ ม อย่างเปนระบบ อย่าง
ี
็
น าเสนอ มการเชอมโยงให้ การจ าแนกข้อมูล มการยกตัวอย่าง ไม่เปนระบบ และม ี
ื่
ี
็
ิ
็
เหนเปนภาพรวม ให้เหน เพ่มเตม การ
ิ
็
และน าเสนอด้วย ความสัมพันธ์ ให้เข้าใจง่าย และ น าเสนอไม่สอ แบบประเมินชนงำน กำรจดกระท ำและนำเสนอสมุดภำพ
ื
่
้
ั
ิ
แบบต่าง ๆ อย่างชัด น าเสนอด้วยแบบ น าเสนอ ความหมาย
เจถูกต้อง ต่าง ๆ ได้แต่ยังได้ ด้วยแบบต่าง ๆ และไม่ชัดเจน
ชัดเจน แต่ยังไม่ชัดเจน รำยกำร ระดับคุณภำพ
และไม่ถกต้อง
ู
ุ
ุ
ุ
4. การสรปผล สรปผลการท า สรปผลการท า สรปผลการท า สรปผลการท า กำร 4 3 2 1
ุ
ุ
การท ากิจกรรม กิจกรรม กิจกรรมได้ถูกต้อง กิจกรรมได้ โดยม ี กิจกรรม ประเมิน
ู
ุ
ี่
ื
ู
้
ได้อย่างถูกต้อง แต่ยังไม่ครอบคลม ครหรอผู้อื่น ตามความรทพอม ี
กระชับชัดเจน ข้อมูลจากการ แนะน าบ้าง จง อยู่ โดยไม่ใช้ข้อมล การจัดกระท า จัดกระท าสมุดภาพ จัดกระท าสมุดภาพ จัดกระท าสมุดภาพ จัดกระท าสมุดภาพ
ึ
ู
็
็
็
็
และครอบคลุม วิเคราะหทั้งหมด สามารถสรปได้ จากการท ากิจกรรม และน าเสนอ อย่างเปนระบบ อย่างเปนระบบ อย่างเปนระบบ อย่างไม่เปนระบบ
์
ุ
ข้อมูลจากการ ถูกต้อง สมุดภาพ และน าเสนอด้วย และน าเสนอด้วย และน าเสนอด้วย และน าเสนอ
ื
่
วิเคราะหทั้งหมด แบบ แบบ แบบ ไม่สอความหมาย
์
ี่
ี่
ี่
ทชัดเจน ถูกต้อง ทชัดเจน ถูกต้อง ทชัดเจน ถูกต้อง และไม่ชัดเจน
ี
ี
ครอบคลุม และมการ ครอบคลุม และม ี ครอบคลุม และมการ
็
็
ื่
ื่
็
ื่
็
เชอมโยงให้เหนเปน การเชอมโยงให้ เชอมโยงให้เหนเปน
ภาพรวม เหนเปน ภาพรวม
็
็
ภาพรวม
่
้
้
ั
ี
้
่
้
ี
็
21.แผนกำรจดกำรเรยนรูทีเนนผูเรยนเปนสำคัญทีใชนวัตกรรม
ี
ิ
ั
้
้
ึ
ิ
้
ขอเสนอแนะของผูบรหำรสถำนศกษำ แผนกำรจดกำรเรยนรูปฐมนเทศ
้
ั่
ี
ิ
ั
.................................................................................................................. แผนกำรจดกำรเรยนรูปฐมนเทศ เวลำ 1 ชวโมง
ั
้
ชนประถมศกษำป ที่ 5 กลุมสำระกำรเรยนรูวิทยำศำสตร ์
้
่
ี
ึ
ี
ื่
ลงชอ…………………..
1.สำระสำคัญ
ต าแหน่ง…………………. การปฐมนเทศเปนการสรางความเข้าใจอันดต่อกันระหว่างครกับนักเรยนเปนการตก
ี
ี
ิ
้
็
ู
็
ี
่
ิ
ี
ี
้
ู
ลงกันในเบ้องต้นก่อนทจะเร่มการเรยนการสอน ครได้รจักนักเรยนดยิ่งข้น รบทราบ
ั
ึ
ี
ู
ื
ึ
ี
่
ิ
ี
ความต้องการ ความรสกและเจตคตต่อวิชาทเรยน ในขณะเดยวกันนักเรยนได้ทราบ
ี
ี
ู
้
บันทึกหลังกำรสอน ความต้องการของคร แนวทางในการจัดการเรยนการสอน และการวัดและประเมนผล
ิ
ู
ี
ผลการจัดการเรยนการสอน ส่งต่าง ๆ ดังกล่าวจะน าไปส่การเรยนการสอนทมสทธภาพ ครสามารถจัดกิจกรรมการ
ี
ี
ี
่
ู
ิ
ิ
ี
ู
ิ
………………………………………………………………………………………… เรยนการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้นักเรยนกังวล สามารถเรยนได้อย่างมความสข
ี
ี
ี
ุ
ี
………………………………………………………………….. อันจะส่งผลให้นักเรยนประสบความส าเรจบรรลตามเปาหมายทได้ก าหนดไว้
ี
้
ุ
่
็
ี
ั
ี
้
ี
้
ปญหา/อปสรรค 2.ตัวชวัดชนป
ั
ุ
………………………………………………………………………………………… -
…………………………………… 3.จุดประสงคกำรเรยนรู ้
ี
์
ี
ิ
์
ี
้
ู
ู
้
แนวทางแก้ไข 1. มความรความเข้าใจแนวทางการจัดการเรยนรวิทยาศาสตร เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร ์
………………………….............................................................................. และการวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร (K)
ิ
์
ู
ครผู้สอน………………………….. 2. ช้แจงเจตคตทมต่อวิทยาศาสตรได้ (A)
่
ี
ิ
ี
์
ี
วันทบันทก………………………….. 3. สอสารและน าความรความเข้าใจเจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตรไปใช้ในชวิตประจ าวันได้(
ึ
ี่
้
ื
ิ
่
์
ี
ู
ี
4.กำรวัดและกำรประเมินผลกำรเรยนรู ้
ู
ี
้
ู
ิ
ุ
ด้านความร (K) ด้านคณธรรม จรยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ ขั้นน าเข้าส่บทเรยน
และจตวิทยาศาสตร (A) (P) 1) ครแนะน าตนเองแล้วให้นักเรยนในห้องเรยนแนะน าตนเองทกกน
ิ
์
ี
ุ
ู
ี
2) ครอาจให้นักเรยนแนะน าทละกล่มตัวอักษร หรอตามล าดับหมายเลขประจ าตัว หรอ
ุ
ื
ื
ู
ี
ี
ู
้
ื่
ซักถามความรเรอง แนว 1. ประเมนเจตคตทาง คามแถวทนั่ง ตามความเหมาะสม
ิ
ิ
ี
่
ี
ทางการจัดการเรยนร ู ้ วิทยาศาสตรเปนรายบคคล -
ุ
็
์
ี
ิ
ิ
์
ิ
วิทยาศาสตร เจตคตต่อ 2. ประเมนเจตคตต่อ ชั้นจัดกิจกรรมการเรยนร ู ้
ี
ู
ิ
ึ
ิ
์
ุ
วิชาวิทยาศาสตร และการ วิทยาศาสตรเปนรายบคคล 1) ครอธบายข้อตกลงในการเรยนราชวิชาพื้นฐาน รวมถงค าอธบายรายวิชาพื้นฐาน
็
์
ี
่
ี
้
ู
้
์
ื
ิ
วัดและประเมนผลวิชา โครงสรางรายวิชาพื้นฐาน และเน้อหาทต้องเรยนรในรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร ชั้น
ี
ึ
ี
ี่
วิทยาศาสตร ์ ประถมศกมาปท5 ว่ามอะไรบ้าง
2) ครถามความคดเหนของนักเรยนเกียวกับส่งประดษฐ์ของนักวิทยาศาสตรว่า
ู
์
ี
ิ
็
ิ
่
ิ
ี
5. สาระการเรยนร ู ้ ส่งประดษฐ์ทนักเรยนใช้อยู่ในปจจบันมอะไรบ้าง แล้วให้นักเรยนอภปรายร่วมกันว่า
ี
ี
ั
ี
ิ
ุ
่
ี
ิ
ิ
ิ
การปฐมนเทศ ส่งประดษฐ์ดังกล่าวเกิดข้นได้อย่างไร
ิ
ิ
ึ
้
ู
ี
- แนวทางการจัดการเรยนรวิทยาศาสตร ์ 3) ให้นักเรยนอภปรายร่วมกันว่า การเรยนด้วยวิธการใหนกเรยนคนควำดวยคนเองจำก
ี
ี
ิ
ี
้
้
้
ั
้
ี
ิ
- เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร ์ กำรทดลองและปฏิบัติจรงเหมอนนกวิทยำศำสตร นักเรยนคดว่ามประโยชนหรอไม่
ื
์
ิ
์
ื
ั
ี
ี
ิ
- การวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร ์ 4) ครเปดโอกาสให้นักเรยนชักถามปญหาเพือท าความเข้าใจร่วมกัน
ิ
่
ิ
ู
ี
ั
ู
6. แนวทางการบรณาการ 5) ครแนะน าวิธการเรยนรวิทยาศาสตร ว่านักเรยนมวิธการเรยนรหลายแบบ เช่น
ี
์
ี
ู
ี
ู
ี
ี
ู
ี
้
้
ภาษาไทย - ลงมอปฏบัตกิจกรรมทบ้านและทโรงเรยน
่
ิ
ิ
ื
ี
ี
ี
่
ิ
ู
้
แสดงความคดเหนและสรปความเข้าใจเกียวกับแนวทางการจัดการเรยนร - กันข้อมลจากแหล่งการเรยนรต่าง ๆ
ี
็
ุ
่
ี
ู
้
ู
์
ิ
ิ
วิทยาศาสตร เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร และการวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร ์ -อภปรายกล่มย่อย
์
ุ
ิ
- แสวงหาความรด้วยตนเอง
ู
้
ี
7. กระบวนการจัดการเรยนร ู ้
่
ชั่วโมงท 1
ี
ี
่
็
ู
ิ
ี
ี
ิ
์
ู
้
6) ครถามความคดเหนของนักเรยนเกียวกับการเรยนร วิทยาศาสตรว่าการเรยนร ้ ู - การประเมนการทดลอง
ิ
ิ
็
วิทยาศาสตรให้ประสบความส าเรจต้องมลักษณะนสัยอย่างไร - การประเมนการสบก้นข้อมล
ู
ื
ี
์
ู
7) ครให้นักเรยนร่วมกันตอบค าถามและแสดงความคดเหน (แนวค าตอบ 1 ช่างสังเกต - การประเมนโครงงานวิทยาศาสตร ์
ี
ิ
็
ิ
ึ
ู
้
้
ิ
่
เพราะการสังเกตท าให้คั่นพบส่งใหม่ ๆ ซงน าไปส่การค้นพบความรใหม่ 2. อยากรอยาก - การประเมนแฟมสะสมผลงาน
ิ
ู
ู
้
็
้
ู
่
ิ
ิ
ิ
เหน เพราะการเปนคนอยากรอยากเหน ช่างคดช่างสงสัย มักคดตั้งค าถามเพือค้นหา - การประเมนด้านทักษะ /กระบวนการ
็
็
้
ู
ิ
ค าตอบ ลักษณะนิสัยแบบน้น าไปส่การค้นพบความรใหม่เสมอ 3) มเหตผล เพราะ - การประเมนด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรยน
ุ
ู
ี
ี
ี
้
ิ
ความรทางวิทยาศาสตรต้องอธบายด้วยเหตและผล เมอได้ความรใหม่ต้องอธบายได้ว่า (3) กำรวัดและประเมินผลดำนคุณธรรม
ู
ุ
ู
้
์
ื
ิ
่
้
ิ
ื
ุ
ผลท ได้เกิดจากสาเหตใด เมอทราบสาเหตแล้วก็อธบาย ได้ว่าผลเปนอย่างไรโดยเชอใน จรยธรรมและจิตวิทยำศำสตร (A) 10 คะแนน
่
็
่
ุ
ื่
ี
ิ
์
ิ
ี่
ิ
ิ
ิ
หลักฐานทสนับสนน 4 มความคดรเร่มสรางสรรค์ เพราะผู้ทมความคดรเร่มสรางสรรค์ - การประเมนด้านเจตคตทางวิทยาศาสตร 10 คะแนน
ี
ุ
ี่
้
ิ
ิ
ี
้
์
ิ
ิ
็
ู
้
ี่
ู
ึ
่
ิ
เปนผู้ทอยากคดอยากท าในส่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซงน าไปส่การคั้นพบความรใหม่ได้ 5) ม ี คะแนนรวม 100 คะแนน
ิ
ความพยายามและอดทน เพราะผลของค าตอบไม่ใช่ได้มาโดยการค้นคว้าและทดลอง ขนสรุป
้
ั
ี
ั
เพียงคร้งเดยว แต่ต้องใช้ความพยายามและความอดทน ในการผ่านอปสรรคต่าง ๆ 1) ครและนักเรยนร่วมกันสรปความเข้าใจเกียวกับแนวทางการจัดการเรยนรวิทยาศาสตร
ุ
่
ี
ู
ี
ุ
ู
์
้
เพื่อให้ได้ค าตอบ) เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร และการวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร
ิ
์
ิ
์
ี
้
่
ิ
ู
ู
ี
ี
8) ครแนะน าวิธการวัดและประเมนผลการเรยนรของนักเรยน ซงมอัตราส่วนคะแนน 2) ครมอบหมายให้นักเรยนไปศกษากันคว้าเน้อหาของบทเรยนชั่วโมงหน้า เพือจัดการ
ึ
ี
ี
่
ื
ู
ี
ึ
ดังน้ ี เรยนรคร้งต่อไป โดยให้นักเรยนศกษาคันคว้าล่วงหน้าในหัวข้อ การถ่ายทอดลักษณะ
ู
ึ
ี
ั
ี
้
(1) กำรวัดและประเมินผลดำนควำมรู (K) 60 คะแนน ทางพันธกรรม
้
้
ุ
ี
ี
สอบกลางป (ตามก าหนดการของโรงเรยน) 30 คะแนน 3) ครให้นักเรยนเตรยมประเดนค าถามทสงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 ค าถาม เพือน ามา
ู
ี
่
่
็
ี
ี
ี
สอบปลายป (ตามก าหนดการของโรงเรยน) 30 คะแนน อภปรายร่วมกันในชั้นเรยนคร้งต่อไป
ี
ี
ิ
ั
(2) กำรวัดและประเมินผลดำนทักษะ/กระบวนกำร (P) 30 คะแนน 8. กิจกรรมเสนอแนะ
้
- การประเมนการสังเกต นักเรยนฝกเข้าร่วมกิจกรรมการเรยนรและรบผิดชอบงานทได้รบมอบหมายร่วมกับ
ิ
ั
ี
่
้
ี
ู
ั
ึ
ี
- การประเมนการส ารวจ ผู้อน
ิ
ื่
ี
่
่
9.สอ/แหลงกำรเรยนรู ้
ื
ิ
์
ิ
ี
ึ
1 ค่มอการสอนวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกบาปท5 บรษัท ส านักพิมพ์วัฒนาพานช จ ากัด
ื
่
ี
ู
22.คณะผูจดท ำ
ั
้
่
ึ
ู
ี
ี
ี
้
2. สอการเรยนร PowerPoint ราชวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรชั้นประถมศกบาปท5 บรษัท
์
ื่
ิ
ิ
ส านักพิมพ์วัฒนาพานชจ ากัด 1.นางสาว จระภัทร ขันซ้าย 6494110007
ิ
่
ี
ี
ึ
์
ิ
ึ
3. แบบฝกทักษะ รายวิชาฟนฐานวิทยาศาสตรชั้นประถมศกษาปท5 บรษัท ส านักพิมพ์ 2. อนันตญา โนนทง 6494110014(ประธาน)
ื้
ิ
ิ
วัฒนาพานช จ ากัด
ื
ุ
ุ
3.อังคนางค์ เมองมงคณ649411015 (รองประธาน)
4 หนังสอเรยน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรชั้นประถมศกษาปท5 บรษัท ส านักพิมพ์
ิ
ี
์
ี่
ื
ี
ึ
ิ
วัฒนาพานช จ ากัด 4.นายพีรภัทร สาค า 6494110034
10. บันทึกหลังกำรจดกำรเรยนรู ้ 5.นาย อรรถกร ภจรต 6494110072
ั
ี
ิ
ู
็
ี
้
1 ความส าเรจในการจัดการเรยนร…………………………………
ู
แนวทางการพัฒนา……………………………………………
ุ
้
ั
ี
2 ปญหา อปสรรถในการจัดการเรยนร……………………
ู
แนวทางแก้ไข………………………………………………..
3 ส่งทไม่ได้ปฏบัตตามแผน………………………………
ิ
่
ิ
ิ
ี
ุ
เหตผล………………………………………..
4. การปรบปรงแผนการจัดการเรยนร………………………………………….
ี
ุ
้
ู
ั
ื่
ลงชอผู้สอน
…………………………………………………….