The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanaphong1980, 2022-01-06 02:11:54

วิทยาศาสตร์ อาจารย์สมหวัง 3




พิจารณา ของ แผนภาพ ช้นงาน สมการ ข้อความ ค าพูด และ/หรอใช้ แบบจ าลองเพื่ออธบาย














10.บรรยาย (Describe) หมายถงให้รายละเอยดของเหตการณหรอปรากฏการณท เกิดข้น ความคด วัตถ หรอ เหตการณต่าง ๆ







ื่


ให้ผู้อนได้รบรด้วยการบอกหรอเขยน 21.สังเกต (Observe) หมายถงหาข้อมลด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห ้า ทเหมาะสม ตาม


11.บอก (Tell) หมายถงให้ข้อมล ข้อเท็จจรง แก่ผู้อนด้วยการพูด หรอเขยน ข้อเท็จจรงทปรากฏ โดยไม่ใช้ ประสบการณเดมของผู้สังเกต














12.บันทก (Record)หมายถง เขยนข้อมลทได้จากการสังเกต เพือช่วยจ า หรอ เพื่อเปน 22.ส ารวจ (Exploreหมายถง) หาข้อมลเกียวกับส่งต่าง ๆ โดยใช้วิธการและ เทคนคท ่ ี















หลักฐาน เหมาะสมเพือน าข้อมลมาใช้ตาม วัตถประสงค์ทก าหนดไว้




23.สบค้นข้อมล (Search)หมายถง หาข้อมล หรอข้อสนเทศทมผู้รวบรวมไว้แล้วจาก


ี่

13.เปรยบเทยบ (Compare)หมายถง บอกความเหมอน และ/หรอ ความแตกต่างของ ส่งท ี ่






แหล่งต่าง ๆ มาใช้ประโยชน ์
เทยบเคยงกัน


24.สอสาร (Communicate) หมายถงน าเสนอและแลกเปลยนความคด ข้อมล หรอผล




ื่
ี่

14.แปลความหมาย (Interpret)หมายถง แสดงความหมายของข้อมลจากหลักฐานท ี่


ี่
จากการส ารวจตรวจสอบด้วยวิธทเหมาะสม

ปรากฎ เพื่อลงข้อสรป
25.อธบาย (Explain)หมายถง กล่าวถงเรองราวต่าง ๆ อย่างมเหตผล และม ข้อมล หรอ












15.ยกตัวอย่าง (Give examples)หมายถง ให้ข้อมล เหตการณ หรอสถานการณ เพื่อแสดง




ประจักษ์พยานอ้างอง






ความเข้าใจในส่งทได้เรยนร







26.อภปราย (Discuss) หมายถงแสดงความคดเหนต่อประเดน หรอคาถามอย่าง มเหตผล






16.ระบ (Identify) หมายถงช้บอกส่งต่าง ๆ โดยใช้ข้อมลประกอบอย่างเพียงพอ

โดยอาศัยความรและประสบการณของ ผู้อภปรายและข้อมลประกอบ













17.เลอกใช้ (Select)หมายถง พิจารณาและตัดสนใจน าวัสด ส่งของ อปกรณ หรอวิธการ

27.ออกแบบก ารทดลอง (Design experiment)หมายถง ก าหนดและวางแผนวิธก ารทดล


มาใช้ได้อย่างเหมาะสม
องให้สอดคล้องกับ สมมตฐานและตัวแปรต่าง ๆ รวมทั้งการบันทกข้อมล



18.วัด (Measure)หมายถง หาขนดหรอปรมาณของส่งต่าง ๆ โดยใช้เครองมอ ท ่ ี







เหมาะสม

19.วิเคราะห (Analyze)หมายถง แยกแยะ จัดระบบ เปรยบเทยบ จัดล าดับ จัดจ าแนก หรอ





ื่
เชอมโยงข้อมล







20.สรางแบบจ าลอง (Construct model) หมายถงน าเสนอแนวคดหรอเหตการณในรป





ตัวอยำงหนวยกำรเรยนรู ้ สำระกำรเรยนรู ้



ิ่




หนวยกำรเรยนรูที 1 ชวิตกับสงแวดลอม รปแบบความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ได้แก่
















แผนกำรจดกำรเรยนรูที 9 1.ภาวะได้ประโยชนร่วมกัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน ได้ประโยชนทั้งสองฝาย




ิ่
เรอง ควำมสมพันธระหวำงสงมีชวิตกับสงมีชวิต และสามารถแยกจากกันได้



ื่

ิ่













ชั้นประถมศกษาปท 5 เวลาเรยน 1 ชั่วโมง 2.ภาวะพึงพากัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน ได้ประโยชนทั้งสองฝาย แต่ไม่สามารถ

มำตรฐำนกำรเรยนรูและตัวชวัด แยกจากกันได้ ื ิ ี ี ิ ่ ี ่ ่ ึ ์ ี ่





3.ภาวะองอาศัย คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงได้ประโยชน ส่วนอกฝาย


มำตรฐำนกำรเรยนรู ไม่ได้ หรอไม่เสยประโยชน ์


มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเวศ ความสัมพันธระหว่าง 4.ภาวะล่าเหยือ คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงคอผู้ล่า (ได้ประโยชน) แต่























ส่งไม่มชวิตกับส่งมชวิต และความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตต่าง ๆ ในระบบ อกฝายคอเหยื่อ (เสยประโยชน์)










ี่


นเวศการถ่ายทอดพลังงาน การเปลยนแปลงแทนทในระบบนเวศ ความหมายของ 5.ภาวะปรสต คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยฝายผู้อาศัยได้ประโยชน ส่วนฝายผู้ถก


















ประชากร ปญหาและผลกระทบทมต่อทรพยากรธรรมชาตและส่งแวดล้อมแนวทางใน อาศัยเสยประโยชน์


การอนรกษ์ทรพยากรธรรมชาตและการแก้ไขปญหาส่งแวดล้อมรวมทั้งน าความรไปใช้ สมรรถนะสำคัญของผูเรยน










ประโยชน์ 1.ความสามารถในการสอสาร
ื่
ตัวชวัด -การอธบาย การเขยน การพูดหน้าชั้นเรยน









ว 1.1 ป.5/2 อธบายความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต และความสัมพันธ ์ 2.ความสามารถในการคด








ระหว่างส่งมชวิตกับส่งไม่มชวิต เพือประโยชนต่อการด ารงชวิต - การสังเกต การส ารวจ การคดวิเคราะห การสรางค าอธบาย การอภปราย การจัดระบบ











จุดประสงคกำรเรยนรู ้ ความคดเปนแผนภาพ การสอความหมาย การท ากิจกรรมโดยใช้กระบวนการทาง







1.อธบายความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตได้ (K) วิทยาศาสตร ์









2.ปฏบัตกิจกรรม ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต อย่างรวมพลัง 3.ความสามารถในการแก้ปญหา











ด้วยความใฝรได้ (P) -การแก้ปญหาขณะปฏบัตกิจกรรม





3.มความใฝร (A) 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชวิต



-กระบวนการกล่ม









5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ด้วยกระบวนการท างานกล่ม เช่น หัวหน้ากล่ม มหน้าท .................. ผู้จดบันทก มหน้าท ี ่


-การสบสอบข้อมลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ .........................
ื่

คุณลักษณะอันพึงประสงค ์ ผู้เสนอรายงาน มหน้าท .............. อน ๆ .................................
ี่











1. ใฝเรยนร ้ ู กิจกรรมกล่ม เปนการสรางเสรมทักษะศตวรรษท 21 ด้านการร่วมมอท างานเปนทม




2. ม่งมั่นในการท างาน การคดแก้ปญหา และรบผิดชอบต่อผลงานร่วมกัน





ื่


ค ำถำมสำคัญ 3.2 ตรวจสอบความพรอมของสอ วัสดอปกรณ ส าหรบการปฏบัตกิจกรรมว่าครบถ้วน













ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันอย่างไร เหมาะสมทจะใช้ในการปฏบัตกิจกรรมเพียงใด











กำรจดกิจกรรมกำรเรยนรู ้ 4. นักเรยนแต่ละกล่มอ่านและฟงอธบายขั้นตอนวิธท ากิจกรรมท 1.6 เรอง
ขนสงเกต รวบรวมขอมูล (Gathering) ความสัมพันธ ์






















1. นักเรยนสังเกตส่งมชวิตในท้องถ่นทมความสัมพันธกัน เช่น ผีเส้อกับดอกไม้ ระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขยนขั้นตอนลงในกระดาษฟลป

แล้วกระต้นนักเรยนให้เกิดความสงสัยและต้องการหาค าตอบด้วยกระบวนการทาง ชารต




วิทยาศาสตร โดยร่วมกันตอบค าถามส าคัญ ดังน้ ี และน าข้นหน้ากระดาน












1.1ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันอย่างไร 5. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันแสดงความคดเหนก่อนท ากิจกรรม โดยร่วมกันตอบ





(ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันในลักษณะต่าง ๆ เช่น ภาวะได้ประโยชน ์ ค าถามก่อนท ากิจกรรม ดังน้ ี








ร่วมกัน ภาวะพึงพากัน ภาวะองอาศัย ภาวะล่าเหยือ ภาวะปรสต) 5.1ค าถามส าคัญในการท ากิจกรรมคออะไร


















1.2ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตทนักเรยนเคยพบในชวิตประจ าวัน (ส่งมชวิตกับส่งมชวิตมความสัมพันธกันอย่างไร)




ื่


มอะไรบ้าง (ตัวอย่างค าตอบ นกกินหนอน กาฝากกับต้นไม้) 6. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันอย่างรวมพลังท ากิจกรรมท 1.6 เรอง ความสัมพันธ ์
















2. นักเรยนร่วมกันคาดคะเนค าตอบ ระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต เพือบ่งช้ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตใน






3.นักเรยนแบ่งกล่ม กล่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรยนเก่ง ปานกลาง และอ่อน ส่งแวดล้อม และบันทกผล









(หรอจะแบ่งกล่มด้วยวิธการต่าง ๆ เพิ่มเตมได้) โดยแต่ละกล่มร่วมกันศกษาวิธท าและ การท ากิจกรรมในใบงานท 6








ปฏบัตกิจกรรมท 1.6 7. ผู้แทนนักเรยนแต่ละกล่มน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรยน เพือตรวจสอบ









ื่

เรอง ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ในใบงานท 6 ตามขั้นตอน ดังน้ ี ความถกต้อง





3.1ทบทวนบทบาทหน้าทของสมาชกในกล่มว่าต้องท าหน้าทอย่างไรบ้างในการ


ด าเนนการ




ขันคิดวิเครำะหและสรุปควำมรู (Processing)




8. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันวิเคราะห และอภปรายผลการท ากิจกรรม โดย
ร่วมกันตอบค าถามหลังท ากิจกรรม ดังน้ ี

8.1 ส่งมชวิตทก าหนดให้ มความสัมพันธกันแบบใดบ้าง อย่างไร ภาวะได้ประโยชนร่วมกัน













ไก่กับหนอน มความสัมพันธแบบภาวะล่าเหยือ โดยไก่เปนผู้ล่า และหนอนเปนเหยือ



ผึ้งกับดอกไม้ มความสัมพันธแบบภาวะได้ประโยชนร่วมกัน โดยผึ้งดดน ้าหวานจาก

ดอกไม้และดอกไม้อาศัยผึ้งช่วยผสมเกสร)

กล้วยไม้กับต้นไม้ มความสัมพันธแบบภาวะองอาศัย โดยกล้วยไม้อาศัยเกาะต้นไม้ และ


ต้นไม้ไม่ได้และไม่เสยประโยชน)





8.2นักเรยนสรปความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตได้อย่างไร(ส่งมชวิตกับ











ส่งมชวิตมความสัมพันธกันในลักษณะต่าง ๆ)จากนั้นฝกนักเรยนถามค าถามทสงสัยด้วย







การถามเพือน โดยไม่จ าเปนต้องถามครอย่างเดยว







9.นักเรยนร่วมกันอภปรายเพิ่มเตม โดยร่วมกันตอบค าถาม ดังน้ ี







9.1ส่งมชวิตใดมความสัมพันธแบบได้ประโยชนร่วมกัน(ตัวอย่างค าตอบ ผีเส้อกับ
ดอกไม้)


9.2ส่งมชวิตใดมความสัมพันธแบบพึงพากัน(ตัวอย่างค าตอบ ฉลามกับเหาฉลาม) แผนภาพความคด ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต













9.3ส่งมชวิตใดมความสัมพันธแบบปรสต(ตัวอย่างค าตอบ พยาธในล าไส้คน)








10.นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันสรปผลการท ากิจกรรมและสรปส่งทเข้าใจเปนความร ู ้ 11. นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันระดมสมอง ศกษา อ่านเน้อหาและวิเคราะห ์



























ร่วมกันเกียวกับความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต โดยออกแบบและเขยนเปน เกียวกับความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ในประเดน ดังน้ ี


แผนภาพความคด ให้ได้ลักษณะ ดังน้ ี 11.1 ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต









ี่



11.2 ประโยชน์ทได้รบ หรอการเสยประโยชนของส่งมชวิต







ขนปฏิบัติและสรุปควำมรูหลังกำรปฏิบัติ (Applying and Constructing the
Knowledge)



12.นักเรยนแต่ละกล่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ แล้วหาภาพความสัมพันธระหว่าง





















ส่งมชวิตกับส่งมชวิตจากสอต่าง ๆ ทั้งทางอนเทอรเนต หนังสอพิมพ์ นตยสาร จากนั้น 17.นักเรยนตรวจสอบหรอประเมนขั้นตอนต่าง ๆ ทเรยนมาในวันน้มจดเด่น












น าภาพเหล่านั้นมาจัดท าเปนสมดภาพ จัดท าเปนช้นงาน จดบกพร่องอะไรบ้างมความสงสัย ความอยากรอยากเหนในเรองใด ให้ระบ ุ





13.นักเรยนร่วมกันสรปส่งทเข้าใจเปนความรร่วมกัน ดังน้ ี 18.นักเรยนประเมนตนเอง โดยเขยนแสดงความรสกหลังการเรยน ในประเด็น


















• รปแบบความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต ได้แก่ ต่อไปน้ ี

















1.ภาวะได้ประโยชนร่วมกัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกันได้ประโยชนทั้งสอง • ส่งทนักเรยนได้เรยนรในวันน้คออะไร


ฝายและสามารถแยกจากกันได้ • นักเรยนมส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มมากน้อยเพียงใด







2.ภาวะพึงพากัน คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน ได้ประโยชนทั้งสองฝาย แต่ไม่ • เพือนนักเรยนในกล่มมส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มมากน้อยเพียงใด









สามารถแยกจากกันได้ • นักเรยนพึงพอใจกับการเรยนในวันน้หรอไม่ เพียงใด








3.ภาวะองอาศัย คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงได้ประโยชน ์ • นักเรยนจะน าความรทได้น้ไปใช้ให้เกิดประโยชนแก่ตนเอง ครอบครว และ



















ส่วนอกฝายไม่ได้หรอไม่เสยประโยชน ์ สังคมทั่วไปได้อย่างไรจากนั้นแลกเปลยนตรวจสอบขั้นตอนการท างานทกขั้นตอนว่าจะ








4.ภาวะล่าเหยือ คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยทฝายหนงคอผู้ล่า (ได้ เพิ่มคณค่าไปส่สังคม เกิดประโยชนต่อสังคมให้มากข้นกว่าเดมในขั้นตอนใดบ้าง












ประโยชน) แต่อกฝายหนงคอเหยือ (เสยประโยชน) ส าหรบการท างานในคร้งต่อไป











5.ภาวะปรสต คอ ส่งมชวิต 2 ชนดอยู่ร่วมกัน โดยฝายผู้อาศัยได้ประโยชน สอกำรเรยนรู/แหลงกำรเรยนรู ้















ส่วนฝายผู้ถกอาศัยเสยประโยชน ์ 1. หนังสอเรยน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกษาปท 5 ของสถาบันพัฒนา









ขันสอสำรและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) คณภาพวิชาการ (พว.)


ื่







14.ผู้แทนนักเรยนแต่ละกล่มออกมาพูดและน าเสนอสมดภาพความสัมพันธระหว่าง 2.แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกษาปท 5ของสถาบันพัฒนา















ส่งมชวิตกับส่งมชวิตหน้าชั้นเรยน เพือแลกเปลยนเรยนรกัน เพือน ๆ ร่วมกันตรวจสอบ คณภาพวิชาการ (พว.)










และแก้ไขให้ถกต้อง 3.ชดกิจกรรมการเรยนรพัฒนาการคดวิเคราะห รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร ชั้น











ี่

15.นักเรยนร่วมกันอภปรายสรปเกียวกับวิธการท างานให้เหนการคดเชงระบบและ ประถมศกษาปท 5ของสถาบันพัฒนาคณภาพวิชาการ (พว.)
ี่

วิธการท างานทมแบบแผน 4.ภาพไก่กับหนอน







ขนประเมินเพอเพิมคุณคำบรกำรสงคมและจตสำธำรณะ (Self-Regulating) 5.ภาพผึ้งกับดอกไม้









16. นักเรยนน าสมดภาพความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิตมอบให้ห้อง 6.ภาพกล้วยไม้กับต้นไม้












ี่



วิทยาศาสตรของโรงเรยน เพือเปนแหล่งการเรยนรให้นักเรยนชั้นอน ๆ ใช้เปน 7.ใบงานท 6 เรอง ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต













ฐานข้อมลต่อไป 8.แหล่งการเรยนรทั้งภายในและภายนอกโรงเรยน


กิจกรรมเสนอแนะ แบบประเมินตำมสภำพจรง (Rubrics









นักเรยนลองท ากิจกรรมต่อไปน้เลอกข้อความลักษณะความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับ แบบประเมนการปฏบัตการท ากิจกรรม






ส่งมชวิตทก าหนดเขยนในช่องว่างใต้ภาพให้ถกต้อง



รายการการ ระดับคณภาพ


ภาวะการได้ประโยชนร่วมกัน ภาวะพึงพากัน ภาวะล่าเหยือ ภาวะองอาศัย ภาวะปรสต ประเมิน




4 3 2 1
1. การท ากิจกรรม ท ากิจกรรมตาม ท ากิจกรรมตาม ท ากิจกรรมตาม ท ากิจกรรมไม่




ตามแผนทก าหนด วิธการและ วิธการและขั้นตอน วิธการและขั้นตอน ถูกต้องตามวิธการ


ขั้นตอนทก าหนด ทก าหนดไว้ด้วย ทก าหนดไว้ โดยม และขั้นตอน












ื่

ไลเคน สงโตกับมำลำย กำฝำกบนตนไม ้ ไว้อย่างถกต้อง ตนเอง มการ ครหรอผู้อน ทก าหนดไว้









ด้วยตนเอง ปรบปรงแก้ไขบ้าง เปนผู้แนะน า ไม่มการปรบปรง



มการปรบปรง แก้ไข

แก้ไขเปนระยะ

กำรประเมินกำรเรยนรู ้ 2. การบันทกผล บันทกผลเปน บันทกผลเปนระยะ บันทกผลเปนระยะ บันทกผลไม่ครบ














1.ประเมนความร เรอง ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต (K) ด้วยแบบทดสอบ การท ากิจกรรม ระยะอย่างถกต้อง อย่างถกต้อง ม ี แต่ไม่เปนระเบยบ ไม่มการระบหน่วย





















มระเบยบมการ ระเบยบมการระบ ไม่มการระบหน่วย และไม่เปนไปตาม


2.ประเมนการปฏบัตการท ากิจกรรม (P) ด้วยแบบประเมน ระบหน่วย มการ หน่วย มการอธบาย และไม่มการอธบาย การท ากิจกรรม












3.ประเมนช้นงาน สมดภาพ ความสัมพันธระหว่างส่งมชวิตกับส่งมชวิต (P) ด้วยแบบ อธบายข้อมูลให้ ข้อมูลให้เหนถง ึ ข้อมูลให้เหนถง ึ









ื่


ประเมน เหนความเชอมโยง ความสัมพันธ์ ความสัมพันธ ์
เปนภาพรวม เปน เปนไปตามการท า ของการทกิจกรรม






4.ประเมนคณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝเรยนร ม่งมั่นในการท างาน (A) ด้วยแบบ




เหตุเปนผล และ กิจกรรม


ประเมน เปนไปตามการท า

กิจกรรม
3. การจัดกระท า จัดกระท าข้อมูล จัดกระท าข้อมูล จัดกระท าข้อมูล จัดกระท าข้อมูล




ข้อมูล และการ อย่างเปนระบบ อย่างเปนระบบ ม อย่างเปนระบบ อย่าง


น าเสนอ มการเชอมโยงให้ การจ าแนกข้อมูล มการยกตัวอย่าง ไม่เปนระบบ และม ี
ื่




เหนเปนภาพรวม ให้เหน เพ่มเตม การ



และน าเสนอด้วย ความสัมพันธ์ ให้เข้าใจง่าย และ น าเสนอไม่สอ แบบประเมินชนงำน กำรจดกระท ำและนำเสนอสมุดภำพ






แบบต่าง ๆ อย่างชัด น าเสนอด้วยแบบ น าเสนอ ความหมาย
เจถูกต้อง ต่าง ๆ ได้แต่ยังได้ ด้วยแบบต่าง ๆ และไม่ชัดเจน
ชัดเจน แต่ยังไม่ชัดเจน รำยกำร ระดับคุณภำพ
และไม่ถกต้อง




4. การสรปผล สรปผลการท า สรปผลการท า สรปผลการท า สรปผลการท า กำร 4 3 2 1


การท ากิจกรรม กิจกรรม กิจกรรมได้ถูกต้อง กิจกรรมได้ โดยม ี กิจกรรม ประเมิน


ี่



ได้อย่างถูกต้อง แต่ยังไม่ครอบคลม ครหรอผู้อื่น ตามความรทพอม ี
กระชับชัดเจน ข้อมูลจากการ แนะน าบ้าง จง อยู่ โดยไม่ใช้ข้อมล การจัดกระท า จัดกระท าสมุดภาพ จัดกระท าสมุดภาพ จัดกระท าสมุดภาพ จัดกระท าสมุดภาพ






และครอบคลุม วิเคราะหทั้งหมด สามารถสรปได้ จากการท ากิจกรรม และน าเสนอ อย่างเปนระบบ อย่างเปนระบบ อย่างเปนระบบ อย่างไม่เปนระบบ


ข้อมูลจากการ ถูกต้อง สมุดภาพ และน าเสนอด้วย และน าเสนอด้วย และน าเสนอด้วย และน าเสนอ


วิเคราะหทั้งหมด แบบ แบบ แบบ ไม่สอความหมาย

ี่
ี่
ี่
ทชัดเจน ถูกต้อง ทชัดเจน ถูกต้อง ทชัดเจน ถูกต้อง และไม่ชัดเจน


ครอบคลุม และมการ ครอบคลุม และม ี ครอบคลุม และมการ


ื่
ื่

ื่

เชอมโยงให้เหนเปน การเชอมโยงให้ เชอมโยงให้เหนเปน
ภาพรวม เหนเปน ภาพรวม



ภาพรวม












21.แผนกำรจดกำรเรยนรูทีเนนผูเรยนเปนสำคัญทีใชนวัตกรรม








ขอเสนอแนะของผูบรหำรสถำนศกษำ แผนกำรจดกำรเรยนรูปฐมนเทศ

ั่



.................................................................................................................. แผนกำรจดกำรเรยนรูปฐมนเทศ เวลำ 1 ชวโมง


ชนประถมศกษำป ที่ 5 กลุมสำระกำรเรยนรูวิทยำศำสตร ์





ื่
ลงชอ…………………..

1.สำระสำคัญ
ต าแหน่ง…………………. การปฐมนเทศเปนการสรางความเข้าใจอันดต่อกันระหว่างครกับนักเรยนเปนการตก














ลงกันในเบ้องต้นก่อนทจะเร่มการเรยนการสอน ครได้รจักนักเรยนดยิ่งข้น รบทราบ











ความต้องการ ความรสกและเจตคตต่อวิชาทเรยน ในขณะเดยวกันนักเรยนได้ทราบ




บันทึกหลังกำรสอน ความต้องการของคร แนวทางในการจัดการเรยนการสอน และการวัดและประเมนผล



ผลการจัดการเรยนการสอน ส่งต่าง ๆ ดังกล่าวจะน าไปส่การเรยนการสอนทมสทธภาพ ครสามารถจัดกิจกรรมการ










………………………………………………………………………………………… เรยนการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้นักเรยนกังวล สามารถเรยนได้อย่างมความสข





………………………………………………………………….. อันจะส่งผลให้นักเรยนประสบความส าเรจบรรลตามเปาหมายทได้ก าหนดไว้











ปญหา/อปสรรค 2.ตัวชวัดชนป


………………………………………………………………………………………… -
…………………………………… 3.จุดประสงคกำรเรยนรู ้










แนวทางแก้ไข 1. มความรความเข้าใจแนวทางการจัดการเรยนรวิทยาศาสตร เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร ์
………………………….............................................................................. และการวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร (K)



ครผู้สอน………………………….. 2. ช้แจงเจตคตทมต่อวิทยาศาสตรได้ (A)






วันทบันทก………………………….. 3. สอสารและน าความรความเข้าใจเจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตรไปใช้ในชวิตประจ าวันได้(

ี่








4.กำรวัดและกำรประเมินผลกำรเรยนรู ้







ด้านความร (K) ด้านคณธรรม จรยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ ขั้นน าเข้าส่บทเรยน
และจตวิทยาศาสตร (A) (P) 1) ครแนะน าตนเองแล้วให้นักเรยนในห้องเรยนแนะน าตนเองทกกน






2) ครอาจให้นักเรยนแนะน าทละกล่มตัวอักษร หรอตามล าดับหมายเลขประจ าตัว หรอ








ื่
ซักถามความรเรอง แนว 1. ประเมนเจตคตทาง คามแถวทนั่ง ตามความเหมาะสม





ทางการจัดการเรยนร ู ้ วิทยาศาสตรเปนรายบคคล -








วิทยาศาสตร เจตคตต่อ 2. ประเมนเจตคตต่อ ชั้นจัดกิจกรรมการเรยนร ู ้







วิชาวิทยาศาสตร และการ วิทยาศาสตรเปนรายบคคล 1) ครอธบายข้อตกลงในการเรยนราชวิชาพื้นฐาน รวมถงค าอธบายรายวิชาพื้นฐาน











วัดและประเมนผลวิชา โครงสรางรายวิชาพื้นฐาน และเน้อหาทต้องเรยนรในรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร ชั้น



ี่
วิทยาศาสตร ์ ประถมศกมาปท5 ว่ามอะไรบ้าง
2) ครถามความคดเหนของนักเรยนเกียวกับส่งประดษฐ์ของนักวิทยาศาสตรว่า









5. สาระการเรยนร ู ้ ส่งประดษฐ์ทนักเรยนใช้อยู่ในปจจบันมอะไรบ้าง แล้วให้นักเรยนอภปรายร่วมกันว่า











การปฐมนเทศ ส่งประดษฐ์ดังกล่าวเกิดข้นได้อย่างไร






- แนวทางการจัดการเรยนรวิทยาศาสตร ์ 3) ให้นักเรยนอภปรายร่วมกันว่า การเรยนด้วยวิธการใหนกเรยนคนควำดวยคนเองจำก











- เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร ์ กำรทดลองและปฏิบัติจรงเหมอนนกวิทยำศำสตร นักเรยนคดว่ามประโยชนหรอไม่









- การวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร ์ 4) ครเปดโอกาสให้นักเรยนชักถามปญหาเพือท าความเข้าใจร่วมกัน







6. แนวทางการบรณาการ 5) ครแนะน าวิธการเรยนรวิทยาศาสตร ว่านักเรยนมวิธการเรยนรหลายแบบ เช่น












ภาษาไทย - ลงมอปฏบัตกิจกรรมทบ้านและทโรงเรยน











แสดงความคดเหนและสรปความเข้าใจเกียวกับแนวทางการจัดการเรยนร - กันข้อมลจากแหล่งการเรยนรต่าง ๆ











วิทยาศาสตร เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร และการวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร ์ -อภปรายกล่มย่อย




- แสวงหาความรด้วยตนเอง



7. กระบวนการจัดการเรยนร ู ้

ชั่วโมงท 1













6) ครถามความคดเหนของนักเรยนเกียวกับการเรยนร วิทยาศาสตรว่าการเรยนร ้ ู - การประเมนการทดลอง



วิทยาศาสตรให้ประสบความส าเรจต้องมลักษณะนสัยอย่างไร - การประเมนการสบก้นข้อมล





7) ครให้นักเรยนร่วมกันตอบค าถามและแสดงความคดเหน (แนวค าตอบ 1 ช่างสังเกต - การประเมนโครงงานวิทยาศาสตร ์










เพราะการสังเกตท าให้คั่นพบส่งใหม่ ๆ ซงน าไปส่การค้นพบความรใหม่ 2. อยากรอยาก - การประเมนแฟมสะสมผลงาน











เหน เพราะการเปนคนอยากรอยากเหน ช่างคดช่างสงสัย มักคดตั้งค าถามเพือค้นหา - การประเมนด้านทักษะ /กระบวนการ





ค าตอบ ลักษณะนิสัยแบบน้น าไปส่การค้นพบความรใหม่เสมอ 3) มเหตผล เพราะ - การประเมนด้านสมรรถนะส าคัญของผู้เรยน







ความรทางวิทยาศาสตรต้องอธบายด้วยเหตและผล เมอได้ความรใหม่ต้องอธบายได้ว่า (3) กำรวัดและประเมินผลดำนคุณธรรม












ผลท ได้เกิดจากสาเหตใด เมอทราบสาเหตแล้วก็อธบาย ได้ว่าผลเปนอย่างไรโดยเชอใน จรยธรรมและจิตวิทยำศำสตร (A) 10 คะแนน




ื่




ี่



หลักฐานทสนับสนน 4 มความคดรเร่มสรางสรรค์ เพราะผู้ทมความคดรเร่มสรางสรรค์ - การประเมนด้านเจตคตทางวิทยาศาสตร 10 คะแนน


ี่











ี่




เปนผู้ทอยากคดอยากท าในส่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซงน าไปส่การคั้นพบความรใหม่ได้ 5) ม ี คะแนนรวม 100 คะแนน

ความพยายามและอดทน เพราะผลของค าตอบไม่ใช่ได้มาโดยการค้นคว้าและทดลอง ขนสรุป




เพียงคร้งเดยว แต่ต้องใช้ความพยายามและความอดทน ในการผ่านอปสรรคต่าง ๆ 1) ครและนักเรยนร่วมกันสรปความเข้าใจเกียวกับแนวทางการจัดการเรยนรวิทยาศาสตร









เพื่อให้ได้ค าตอบ) เจตคตต่อวิชาวิทยาศาสตร และการวัดและประเมนผลวิชาวิทยาศาสตร












8) ครแนะน าวิธการวัดและประเมนผลการเรยนรของนักเรยน ซงมอัตราส่วนคะแนน 2) ครมอบหมายให้นักเรยนไปศกษากันคว้าเน้อหาของบทเรยนชั่วโมงหน้า เพือจัดการ








ดังน้ ี เรยนรคร้งต่อไป โดยให้นักเรยนศกษาคันคว้าล่วงหน้าในหัวข้อ การถ่ายทอดลักษณะ






(1) กำรวัดและประเมินผลดำนควำมรู (K) 60 คะแนน ทางพันธกรรม





สอบกลางป (ตามก าหนดการของโรงเรยน) 30 คะแนน 3) ครให้นักเรยนเตรยมประเดนค าถามทสงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 ค าถาม เพือน ามา








สอบปลายป (ตามก าหนดการของโรงเรยน) 30 คะแนน อภปรายร่วมกันในชั้นเรยนคร้งต่อไป




(2) กำรวัดและประเมินผลดำนทักษะ/กระบวนกำร (P) 30 คะแนน 8. กิจกรรมเสนอแนะ

- การประเมนการสังเกต นักเรยนฝกเข้าร่วมกิจกรรมการเรยนรและรบผิดชอบงานทได้รบมอบหมายร่วมกับ










- การประเมนการส ารวจ ผู้อน

ื่




9.สอ/แหลงกำรเรยนรู ้






1 ค่มอการสอนวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกบาปท5 บรษัท ส านักพิมพ์วัฒนาพานช จ ากัด




22.คณะผูจดท ำ









2. สอการเรยนร PowerPoint ราชวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรชั้นประถมศกบาปท5 บรษัท

ื่


ส านักพิมพ์วัฒนาพานชจ ากัด 1.นางสาว จระภัทร ขันซ้าย 6494110007








3. แบบฝกทักษะ รายวิชาฟนฐานวิทยาศาสตรชั้นประถมศกษาปท5 บรษัท ส านักพิมพ์ 2. อนันตญา โนนทง 6494110014(ประธาน)
ื้


วัฒนาพานช จ ากัด



3.อังคนางค์ เมองมงคณ649411015 (รองประธาน)
4 หนังสอเรยน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรชั้นประถมศกษาปท5 บรษัท ส านักพิมพ์



ี่




วัฒนาพานช จ ากัด 4.นายพีรภัทร สาค า 6494110034
10. บันทึกหลังกำรจดกำรเรยนรู ้ 5.นาย อรรถกร ภจรต 6494110072







1 ความส าเรจในการจัดการเรยนร…………………………………


แนวทางการพัฒนา……………………………………………





2 ปญหา อปสรรถในการจัดการเรยนร……………………


แนวทางแก้ไข………………………………………………..

3 ส่งทไม่ได้ปฏบัตตามแผน………………………………






เหตผล………………………………………..
4. การปรบปรงแผนการจัดการเรยนร………………………………………….





ื่
ลงชอผู้สอน
…………………………………………………….




Click to View FlipBook Version