The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ คู่มือการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็นการสรุปองค์ความรู้จากการวิจัยเรื่อง การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดล้านนา ภายใต้แผนบูรณาการการพัฒนาเมืองศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในล้านนา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สหัทยา วิเศษ และคณะวิจัย จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา เป็นผู้ดำเนินงานวิจัยในพื้นที่ชุมชน 8 จังหวัดล้านนาหรือในบริเวณภาคเหนือตอนบน
โดยทีมคณะวิจัย
ผศ.ดร.สหัทยา วิเศษ ,พระครูโสภณปริยัติสุธี, รศ.ดร.,
พระครูพิศาลสรกิจ, ผศ.ดร., ผศ.พิศมัย วงศ์จำปา และผศ.ดร.ชูชาติ สุทธะ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Amornpura, 2022-12-12 23:49:52

คู่มือการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ โดยการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชน

หนังสือ คู่มือการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็นการสรุปองค์ความรู้จากการวิจัยเรื่อง การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มจังหวัดล้านนา ภายใต้แผนบูรณาการการพัฒนาเมืองศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในล้านนา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สหัทยา วิเศษ และคณะวิจัย จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา เป็นผู้ดำเนินงานวิจัยในพื้นที่ชุมชน 8 จังหวัดล้านนาหรือในบริเวณภาคเหนือตอนบน
โดยทีมคณะวิจัย
ผศ.ดร.สหัทยา วิเศษ ,พระครูโสภณปริยัติสุธี, รศ.ดร.,
พระครูพิศาลสรกิจ, ผศ.ดร., ผศ.พิศมัย วงศ์จำปา และผศ.ดร.ชูชาติ สุทธะ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา

Keywords: จัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

กรณีการพัฒนาภูมิสถาปัตยกรรม”ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นเวียงบัว”
และประติมากรรม “ภูมิจักรวาล” ที่ริมสระน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา ได้พัฒนามาจากจุดเด่นของทรัพยากร
วัฒนธรรมของท้องถิ่นและมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และสภาพ
พื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา ตั้งอยู่
ในบริเวณใกล้กับเมืองโบราณ คือ เวียงบัว ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีร่วมสมัยพญา
งำเมือง โดยมีหลักฐานที่ค้นพบคือเตาเผาภาชนะดินเผา เขียนสีเคลือบ
โบราณ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เฉพาะถิ่น มีความหมายลึกซึ้งอันแสดงถึง
ความเชี่ยวชาญชำนาญการและภูมิปัญญาเชิงช่าง รวมถึงความเจริญรุ่งเรือง
ทั้งทางจิตวิญญาณ ศิลปะ และเศรษฐกิจ

การออกแบบประติมากรรม ได้เลือกลวดลายปลาที่ปรากฏใน
เครื่ องถ้วยสีเหลืองแกมเขียวมีลายขวัญหรือลายอนันตวัฏฏะ (หมาย
ถึง สภาวะเวียนว่ายตาย เกิดเคลื่ อนไหวไหลเลื่ อนเปลี่ยนไปไม่หยุดนิ่ง
เป็นอนิจจัง) อยู่ตรงกลางชามล้อมรอบด้วยรัศมีหรือมณฑลที่ผนังข้าง
ชาม ลวดลายประดิษฐ์จากการใช้ดวงตรากดประทับ รูปลักษณะชุด
ลายประกอบด้วย เส้นขดแบบก้นหอยหลายเส้นหมุนวนคล้ายกับพายุ
หมุน คล้ายกับกระจุกเส้นขนที่ส่วนปลายม้วนขมวดไปในทิศต่างๆ
ค ล้ า ย กั บ ส า ย น้ำ ที่ ไ ห ล ว น มี รู ป ป ล า เ วี ย น ว่ า ย ใ น ก ร ะ แ ส น้ำ ว น ส อ ง ตั ว
สันนิษฐานว่าน่าจะดัดแปลงมาจากรูปศรีวัตสะ สัญลักษณ์มงคลรูป
ปลาคู่ผสมผสานคติธรรม ความเชื่ อเรื่ องขวัญ พัฒนาเป็นลายลักษณ์
เฉพาะที่มีความหมายถึง จักรวาล โลก และชีวิตที่เวียนว่ายตายเกิด
เคลื่ อนไหวเป็นพลวัตไปไม่สิ้นสุด จากความหมายดังกล่าว จึงเป็นต้น
แบบในการออกแบบประติมากรรมปูนปั้ นรูปปลาคู่กระโจนออกจาก
กระแสน้ำ มีลวดลายรอบเป็นจักรวาล มีธรรมจักรอยู่ตรงกลาง มี
ความสอดคล้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ลวดลายข้างล่าง
อ อ ก แ บ บ เ ป็ น น้ำ เ ห มื อ น ก ร ะ จ า ย พุ่ ง ขึ้ น รั บ กั บ ห า ง ป ล า เ ห มื อ น ป ล า ก ร ะ
โดดขึ้นจากน้ำ ซึ่งมีความสอดคล้องกับสภาพของพื้ นที่บริเวณริมสระ
น้ำภายในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา

44


กรณีการพัฒนาโป่งน้ำร้อนสามสี ด้วยศิลปะชุมชน “ข้าวเป็นเจ้า”
ประกอบด้วยประติมากรรมเมล็ดข้าวและรวงข้าว ณ บ้านเหล่าพัฒนา ตำบล
ป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย แรงบันดาลใจจากบริบทของชุมชน
บ้านเหล่าพัฒนาที่เป็นเมืองอู่อารยธรรม เป็นเมืองยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่
ประกอบด้วยแหล่งโบราณคดีดอยเวียง ดอยวง และตำนานเมล็ดข้าวจาก
เกาะแม่ม่ายที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาของหมู่บ้าน จากตำนานแม่ม่ายทุบข้าวจึงนำ
มาสู่การออกแบบศิลปะงานประติมากรรมสู่ชุมชน ใช้ตำนานและใช้ปัจจุบัน
ในการออกแบบเมล็ดข้าวงอก มีส่วนที่เป็นใบและรากงอกออกมาจากเมล็ด
ข้าว ทั้งสองส่วนเท่ากัน หมายถึง รากเหง้าหยั่งลึกแค่ไหน ก็จะสูงงดงาม การ
จัดวางได้จัดวางไปตามเหตุการณ์ คือ จากซ้ายไปขวา เหมือนเขียนตัวอักษร
ไทยเป็นประโยคเริ่มมาจากด้านซ้ายคือ เมล็ดข้าวงอก ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่ม
การเจริญเติบโต ต้นกล้าข้าวที่กำลังเติบโต จากนั้นเป็นรวงข้าวที่โดนลม ทาง
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นลมหนาว ลมหนาวเป็นสัญญาณของการเก็บ
เกี่ยวข้าวนาปีตลอดมา ศิลปินจึงจัดวางไปตามแนวยาวของภูเขาจากซ้ายไป
ขวา ให้วิวทิวทัศน์เป็นส่วนหนึ่ง เพื่อเชื่อมโยงประติมากรรมกับท้องทุ่ง รวม
ไปถึงอากาศเมฆฝน แม้กระทั่งเงาน้ำที่กระทบจากบ่อน้ำพุร้อนสามสี ให้เป็น
อันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นบริบทที่สวยงามของท้องทุ่ง เป็นวัฏจักรของอาชีพ
มนุษย์

โป่งน้ำร้อนสามสี ซึ่งถือเป็นทรัพยากรวัฒนธรรมเป็นจุดแข็งของ
ชุมชนที่เห็นเป็นรูปธรรม และมองเห็นภาพที่จะสามารถพัฒนาให้เกิดเป็น
แหล่งท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เพราะในปัจจุบันเทรนด์
การเที่ยวแนวธรรมชาติบำบัดเป็นที่นิยม หรือการบริโภคอาหารที่เน้นเชิง
เกษตรอินทรีย์ จึงทำให้ชุมชนบ้านเหล่าพัฒนาได้มีการตั้งกลุ่ม ร่วมกัน
คิดค้น และรื้อฟื้ นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน และเพื่อนำมาบูรณาการกับ
ยุคปัจจุบัน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนที่มีอยู่ คือ น้ำแร่ และ ดิน
โป่ง ซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์มากมายตามความเชื่อของชุมชน โดย
การปรับภูมิทัศน์ของโป่งน้ำร้อนสามสี เพื่อให้ผู้คนได้มาบำบัดร่างกาย ใช้
ประโยชน์จากน้ำแร่และดินโป่ง เรียกว่า สปาบ้านทุ่ง ทางชุมชนจึงมีการ

45


พั ฒ น า ใ น บ ริ เ ว ณ โ ป่ ง น้ำ ร้ อ น ส า ม สี เ พื่ อ ใ ห้ เ ป็ น แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว อี ก

แ ห่ ง ห นึ่ ง ใ น อำ เ ภ อ แ ม่ ส ร ว ย โ ด ย อ ง ค์ ก า ร บ ริ ห า ร ส่ ว น ตำ บ ล ป่ า แ ด ด

แ ล ะ ส ถ า บั น วิ จั ย พุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ม ห า จุ ฬ า ล ง ก ร ณ ร า ช

วิ ท ย า ลั ย ไ ด้ ส นั บ ส นุ น ง บ ป ร ะ ม า ณ ใ น ก า ร ป รั บ ถ น น ท า ง เ ข้ า ป รั บ

ภู มิ ทั ศ น์ แ ล ะ ส ร้ า ง ห้ อ ง อ า บ น้ำ แ ร่ ใ น บ ริ เ ว ณ โ ป่ ง น้ำ ร้ อ น ส า ม สี

3 . ก า ร จั ด ก า ร ท รัพ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม เ ชิ ง ส ร้า ง ส ร ร ค์ ใ น รู ป

แ บ บ ถ น น วั ฒ น ธ ร ร ม เ ชิ ง ส ร้า ง ส ร ร ค์ ห รือ ย่ า น วั ฒ น ธ ร ร ม

(Creative Road)

ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ใ น รู ป แ บ บ

ถ น น วั ฒ น ธ ร ร ม เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ เ ป็ น ก า ร พั ฒ น า ใ ห้ เ กิ ด แ ล น ด์ ม า ร์ ค

( L a n d m a r k ) ห รื อ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ก ล า ง แ จ้ ง ( O p e n M u s e u m ) แ ห่ ง

ใ ห ม่ ข อ ง ชุ ม ช น ด้ ว ย ศิ ล ป ะ เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ใ น พื้ น ที่ ส า ธ า ร ณ ะ ไ ม่ ว่ า

จ ะ เ ป็ น ก า ร ว า ด บ น ผ นั ง อ า ค า ร กำ แ พ ง ถ น น ที่ เ รี ย ก ว่ า ส ต รี

ท อ า ร์ ท ( S t r e e t A r t ) ที่ ว า ด ภ า พ ใ น ลั ก ษ ณ ะ ส า ม มิ ติ ที่ ผู้ ม า เ ยี่ ย ม

ช ม ห รื อ นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว ส า ม า ร ถ ม า เ ล่ น กั บ ภ า พ ว า ด ไ ด้ ภาพวาด

แ ต่ ล ะ ภ า พ ไ ด้ ส ะ ท้ อ น เ รื่ อ ง ร า ว วิ ถี ชี วิ ต ข อ ง ค น ใ น ชุ ม ช น ป ร ะ เ พ ณี

วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ข อ ง ดี ที่ เ ป็ น อั ต ลั ก ษ ณ์ แ ต่ ล ะ พื้ น ที่ ซึ่ ง ไ ด้ รั บ ก า ร

อ นุ ญ า ต ห รื อ ก า ร ป ร ะ ชุ ม ร ะ ด ม ค ว า ม คิ ด เ ห็ น จ า ก ค น ใ น ชุ ม ช น เ พื่ อ

ม า ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ศิ ล ป ะ ใ ห้ เ ข้ า กั บ ยุ ค ส มั ย ใ น ปั จ จุ บั น เ พื่ อ ก ร ะ ตุ้ น แ ล ะ

ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ภ า ย ใ น ชุ ม ช น ซึ่ ง จ ะ ส่ ง ผ ล ต่ อ ร า ย ไ ด้ ก า ร

ส ร้ า ง มู ล ค่ า แ ล ะ พั ฒ น า ธุ ร กิ จ ชุ ม ช น ที่ ต่ อ ย อ ด จ า ก ก า ร ทำ ศิ ล ป ะ

ชุ ม ช น เ ช่ น ก า ร ผ ลิ ต ง า น หั ต ถ ก ร ร ม พื้ น บ้ า น ก า ร ทำ ข อ ง ที่ ร ะ ลึ ก

ภ า พ ว า ด ภ า พ ถ่ า ย ก า ร เ ล่ น ด น ต รี ก า ร แ ส ด ง ศิ ล ป ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง

ถิ่ น เ ป็ น ต้ น

เ มื อ ง สำ คั ญ ทั่ ว โ ล ก ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น เ บ อ ร์ ลิ น ป า รี ส นิ ว ย อ ร์ ก

เ ม ล เ บิ ร์ น ปี นั ง ฯ ล ฯ ไ ด้ นำ ส ต รี ต อ า ร์ ต ม า ใ ช้ เ พื่ อ ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว

โ ด ย ก า ร จั ด เ ส้ น ท า ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว เ พื่ อ ช ม ง า น ส ต รี ต อ า ร์ ต ที่ ป ร า ก ฏ อ ยู่

46


ตามผนัง กำแพง และพื้ นที่ต่าง ๆ ของเมือง ส่วนในประเทศไทยเอง
ก็เริ่มได้รับอิทธิพลเข้ามาในช่วง พ.ศ. 2549 จากสื่ ออินเทอร์เน็ต
และนักท่องเที่ยวจากโลกตะวันตก ในประเทศไทยงานสตรีตอาร์ต
ถูกนำมาเป็นต้นทุนต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในหลายรู ปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นเครื่ องมือในการปรับภูมิทัศน์ชุมชนต่างๆใน
กรุ งเทพมหานคร เพื่ อพลิกฟื้ นจากภาพของความทรุ ดโทรมสู่ชุมชน
ที่มีความสวยงาม หรือการใช้ภาพสตรีตอาร์ตเพื่ อสร้างแรงดึงดูด
ด้านการท่องเที่ยว และสื่ อสารอัตลักษณ์ของชุมชนในต่างจังหวัด

ปัจจุบัน เรื่ องราวที่ถูกสร้างขึ้นโดยสตรีตอาร์ตมากที่สุดใน
ประเทศไทย คือ เรื่ องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของ
ชุมชน โดยที่สตรีตอาร์ตจะทำหน้าที่ในการสื่ อสารคุณค่าทางวัฒนธรรม
และอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างชัดเจน และเข้าใจได้ง่ายในหมู่นักท่อง
เที่ยวยุคใหม่ เนื่ องจากสื่ อภาพมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะจับความสนใจ
ของผู้คนในฐานะประสบการณ์ที่เข้าใกล้ได้ สัมผัสได้ และเข้าถึงได้ง่าย
กว่าโบราณวัตถุหรือสถาปัตยกรรม หลายพื้ นที่ในประเทศไทยจึงมีการ
ใช้สตรีตอาร์ตเข้าไปเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ เพื่ อให้เกิดผลพลอยได้ด้าน
การท่องเที่ยว

กรณีของการพัฒนาถนนศิลปะบ้านต้นไคร้ ตำบลช่อแฮ อำเภอ
เมือง จังหวัดแพร่ เป็นการวาดภาพสามมิติเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณี
วัฒนธรรม และการประกอบอาชีพของคนในชุมชนบ้านต้นไคร้ เพื่ อ
ให้เป็นถนนเส้นศิลปะถนนแห่งวัฒนธรรมแห่งชุมชนบ้านต้นไคร้ ทำให้
งานวิจัยมีความเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ และเกิดประโยชน์ต่อ
ชาวบ้านในชุมชนต้นไคร้ จากภาพวาด 3 มิติที่ถูกจัดแสดงอยู่บนฝา
ผนังกำแพง เมื่ อมองไปที่กำแพงจะเห็นภาพวาดต้นไคร้เป็นอันดับแรก
เป็นการรวบรวม แนวคิดแบบ “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ในส่วนของ
“บ” บ้าน ได้เห็นลักษณะของชุมชนบ้านต้นไคร้ จากภาพวาดบน

47


บนฝาผนัง ได้เห็นเรื่ องราววิถีการดำรงชีวิตของชุมชนผ่านภาพวาด ๓

มิติบนฝาผนังกำแพงทั้งในเรื่ องของการทำข้าวปัน ข้าวควบ การปั่ น

ฝ้าย ทำผ้าด้นมือ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนบ้านต้นไคร้ ส่วนของ

“ร” โรงเรียน ทีมศิลปินจิตอาสาได้จัดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ให้

แ ก่ เ ด็ ก นั ก เ รี ย น โดยให้วาดภาพต้นไคร้ซึ่งถือเป็นที่มาของชื่ อของ

หมู่บ้านบนกำแพงวัด เพื่ อปลูกจิตสำนึกให้เด็กเยาวชนเกิดความสำนึก

ในรากเหง้า และการอนุรักษ์ต้นไคร้ผ่านงานศิลปะชุมชน

กรณีการวาดภาพสามมิติบนผนังสาธารณะ บ้านบุญยืน ตำบล

กลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ในการดำเนินงาน ทีมวิจัยได้

ลงพื้ นที่สำรวจสภาพพื้ นที่โดยรวม และพูดคุยกับแกนนำชุมชนใน

ประเด็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีในชุมชน เช่น วัดบุญยืน พระยืน

พิพิธภัณฑ์เวียงสา แม่น้ำน่าน ประเพณีแข่งเรือ ประเพณีสู่ขวัญเรือ

เรือแข่งเจ้าแม่ตะเคียน เรือแข่งเจ้าแม่สายฟ้า เฮือนรถถีบ บ้านกะหล

กริมน้ำน่าน อาคารเทศบาลตำบลเวียงสา และรถบดทำถนนโบราณ

พร้อมทั้งนำเสนอรูปแบบศิลปะชุมชนในแบบภาพวาดสามมิติ เพื่ อให้

แกนนำชุมชนได้ปรึกษาหารือกัน ทั้งนี้ชุมชนได้มีมติสร้างสรรค์ศิลปะ

ในรูปแบบของการวาดภาพสามมิติ และStreet Art บนกำแพงอาคาร

ของโรงเรียนศรีเวียงสา บริเวณข่วงเมืองหน้าวัดบุญยืน ตรงข้าม

สำนักงานเทศบาลตำบลเวียงสา โดยใช้ภาพที่มีแนวคิดมาจากการมี

ทรัพยากรวัฒนธรรมและธรรมชาติของชุมชนที่มีความโดดเด่น คือ

เรือแข่งแม่น้ำน่าน และประเพณีใส่บาตรเทียน วัดบุญยืน

การวาดภาพของกลุ่มศิลปินจิตอาสา ส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชน

รวมไปถึงเด็กและเยาวชนเกิดความตื่ นตัวในเรื่ องของการเรียนรู้ การ

รักษาและการหวงแหน และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ในเรื่ อง

ของศิลปะซึ่งเป็นผลดีต่อเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุหันมาสนใจใน

เรื่ องของงานศิลปะ โดยงานศิลปะที่ได้จัดทำขึ้นมีความสอดคล้องกับ

วิถีชีวิตของชาวพุทธศาสนาและวัฒนธรรม จะเห็นได้ว่าพุทธศาสนา

48


และศิลปะมีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่น ภาพเรือแข่งซึ่งถือ

เป็นเอกลักษณ์ของเมืองน่าน ภาพการใส่บาตรเทียนเป็นวัฒนธรรม

ของคณะสงฆ์ซึ่งเก่าแก่ที่สุด และมีมาช้านานของวัดบุญยืนพระอาราม

หลวง

นอกจากการวาดภาพบนผนังสาธารณะแล้ว ที่บ้านแม่นาเรือ

ตำบลแม่นาเรือ อำเภอ จังหวัดพะเยา ได้มีการสร้างสรรค์ศิลปะในรูป

แบบของภาพวาดสามมิติ แต่จากข้อจำกัดด้านสภาพพื้ นที่ ระยะเวลา

ในการทำความเข้าใจเพื่ อขอพื้ นที่จากชุมชน ดังนั้นจึงมีการปรึกษา

ห า รื อ ร่ ว ม กั น ภ า ย ใ น ชุ ม ช น ว่ า ค ว ร นำ วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์ ที่ มี อ ยู่ ภ า ย ใ น ชุ ม ช น

มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำมาเป็นวัสดุทดแทนกำแพง

ได้ จึงเกิดความคิดที่จะนำสังกะสีเก่าซึ่งแต่เดิมชาวบ้านใช้มุงหลังคา

และไม่ได้ใช้งานแล้วนำมาเป็นพื้ นหลังในการวาดภาพสามมิติ โดย

กำ ห น ด ว า ด ภ า พ อั ต ลั ก ษ ณ์ ท า ง วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ชุ ม ช น ซึ่ ง จ ะ เ ป็ น ทั้ ง

สถานที่สำคัญ ภูมิปัญญาดั้งเดิมและอาชีพที่โดดเด่นในชุมชน จำนวน

10 ภาพได้แก่ ทำสวนผักกาด ทำกล้วยฉาบ ทำหมวกผ้า ทำถั่วเน่า

การตีมีด ต้นมะขามใหญ่ บ้านเก่า การตีเหล็ก เกี่ยวข้าวและการทำล้อ

เกวียน โดยในชุมชนได้ปรึกษาหารือกับผู้นำเพื่ อนำงานศิลปะมากระตุ้

น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ข อ ง ชุ ม ช น

4. การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบ

พุทธศิลป์แนวไทยประเพณี (Thai Traditional Art)

พุทธศิลป์เป็นงานศิลปะที่ช่าง/ศิลปิน สร้างขึ้นเกี่ยวข้องกับพุทธ

ศาสนา หรือสร้างขึ้นเพื่ อรับ ใช้พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะที่เป็นงาน

จิตรกรรม ได้แก่ ภาพเขียนฝาผนังโบสถ์ วิหาร งานปฏิมากรรม ได้แก่

พระพุทธรูป และงานสถาปัตยกรรม ได้แก่ ศาสนสถานที่เป็นโบสถ์

วิหาร ศาลาการเปรียญ สถูป เจดีย์ที่มีเนื้ อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา

พุทธประวัติ พระธรรมคำสอน วิถีชีวิตชาวบ้าน ส่งผลให้งานพุทธศิลป์

เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย สะท้อนลักษณะนิสัย

49


บุคลิกภาพของคนไทยที่มีความสุภาพ อ่อนน้อม รักสงบ แจ่มใส
ส นุ ก ส น า น ที่ ส่ ง ผ ล เ ชิ ง บ ว ก ต่ อ พ ฤ ติ ก ร ร ม ข อ ง ค น ใ น สั ง ค ม ใ ห้ อ ยู่ ร่ ว ม กั น
อย่างมีความสุข

พุทธศิลป์ เป็นผลงานศิลปะที่ช่างหรือศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นเพื่ อ
แสดงถึงความรัก ความศรัทราเชื่ อถือต่อพระพุทธศาสนา เป็นส่วน
หนึ่งของสิ่งแวดล้อมอยู่ในวัดต่าง ๆ ซึ่งจัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ
ความเป็นวัด โดยเฉพาะที่เป็นงานศิลปะแขนงทัศนศิลป์ (Visual Art)
ประกอบด้วย 1) งานสถาปัตยกรรม (Architecture) เช่น สิ่งก่อสร้าง
หรือศาสนสถานในวัด ได้แก่ โบสถ์ วิหาร กุฏิ สถูป เจดีย์ ศาลา
การเปรียญ หอไตร หอระฆัง 2) งานประติมากรรม (Sculpture) เช่น
พระพุทธรูปหรือพระปฏิมา ทั้งที่มีลักษณะเป็นงานนูนต่ำ นูนสูง
ลอยตัว รวมทั้งลวดลายประดับศาสนสถาน และ 3) งานจิตรกรรม
(Painting) เช่น ภาพเขียนประดับฝาผนังของศาสนสถาน ได้แก่ ภาพ
เขียนบนผนังโบสถ์ วิหาร ศาลา รวมทั้งภาพประกอบในสมุดไทยที่
แสดงเนื้ อหา เรื่ องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา พุทธประวัติ วรรณกรรม
ปริศนาธรรม ฯลฯ งานพุทธศิลป์ไทยในอดีตมีลักษณะเป็นแบบ
อุดมคติ (Idealistic) แสดงเนื้ อหาเรื่ องราวทางพระพุทธศาสนา พุทธ
ประวัติ วรรณคดี คติความเชื่ อ และนิทานพื้ นบ้าน จัดเป็นงานศิลปะ
ไทยแบบประเพณีนิยมที่เขียนด้วยสีฝุ่น ลงรัก ปิดทอง ฯลฯ

ศิลปกรรมประเพณีไทย เป็นผลงานที่มีศิลปกรรมที่มีการ
พั ฒ น า ก า ร ม า เ ป็ น ร ะ ย ะ เ ว ล า ย า ว น า น จ น เ กิ ด ลั ก ษ ณ ะ เ ฉ พ า ะ ท า ง
ชนชาติ และมีลักษณะที่สอดคล้องกับระเบียบวิถีชีวิต ในแต่ละช่วง
ประวัติศาสตร์ไทยจนปัจจุบัน วิวัฒนาการความเจริญของโลกในด้าน
ต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าไปตามกาลสมัยเป็นกระแสอิทธิพลสืบเนื่ องมาโดย
ตลอด ส่งผลต่อการคลี่คลายความก้าวหน้าของศิลปกรรมประเพณี
ไทย เป็นเหตุให้ศิลปินไทยได้คลี่คลายผลงานไปตามสภาพสังคมและ
สิ่งแวดล้อมจนเกิดศิลปกรรมแนวไทยประเพณี ศิลปะกรรมประเพณี

50


ไทยอยู่ในรูปศิลปะประยุกต์ (Applied Art) และ ศิลปะท้องถิ่น (Folk
Art) หรือ ศิลปะพื้ นเมืองหรือศิลปะพื้ นบ้าน เพราะมีความสัมพันธ์กับ
งานช่างหรือการฝีมือ (Craft) รวมทั้งความเชื่ อที่สัมพันธ์กับความเป็น
อยู่ของกลุ่มชนในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีศิลปะที่ปรากฏให้เห็นอยู่หลาย
ประการ จะแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนให้ปรากฏคุณค่าเด่น
ชัดเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม ขนบประเพณีของสังคม ไม่ว่าจะ
เป็นรูปธรรมและนามธรรม จะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมและ
สภาวะทางสังคม ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความงาม ความเป็นอยู่ของ
คนในสังคมในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
และรูปแบบนั้นก็ยังถูกดำเนินการต่อไปในอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง โดย
อาศัยการปรับปรุงและส่งเสริมจากพื้ นฐานดั้งเดิม

การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ในรูปแบบพุทธ
ศิลป์แนวไทยประเพณีของภาคเหนือซึ่งพุทธศิลป์ด้านนี้เป็นสิ่งแวดล้อม
ที่อยู่คู่กับวัดในพุทธศาสนามาโดยตลอด ทำให้มีวิวัฒนาการและการขับ
เคลื่ อนไปอย่างรวดเร็วมีคุณค่าทั้งความสวยงามของรูปแบบและคุณค่า
ด้านเนื้ อหาเรื่ องราวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสื่ อธรรมะที่สำคัญที่ใช้สอน
คุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้คน

กรณีการวาดภาพสามมิติที่วัดศรีดอนไชย ตำบลเวียงเหนือ อำเภอ
ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน การดำเนินงาน ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพ
พื้นที่โดยรวม ภายในและภายนอกวัด พบว่าวัดศรีดอนชัยเป็นวัดที่มี
ประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งเมืองปาย มีสิงห์ขนาดใหญ่ 4 ตัวหน้าประตู
เข้า-ออกวัด มีแนวกำแพงเมืองโบราณ และคูเมืองล้อมรอบวัด มีประเพณีที่
สำคัญของอำเภอปายคือ การแห่พระสิงห์ปายทุกวันที่ 13 เมษายน หรือใน
วันสงกรานต์เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำ โดยมีขบวนแห่ราชรถที่สวยงาม
หลังจากนั้นได้พูดคุยกับแกนนำชุมชนเพื่อประเมินคุณค่า และศักยภาพ
ของทุนทางวัฒนธรรมที่มีในชุมชน พร้อมทั้งนำเสนอรูปแบบศิลปะชุมชน

51


ในแบบภาพวาดสามมิติ และ Street Art เพื่ อให้แกนนำชุมชนได้หารือ
กับคนในชุมชน ทั้งนี้ชุมชนได้นำเสนอรูปแบบของภาพวาดขบวนแห่
พระสิงห์เมืองปายในช่วงวันสงกรานต์ บนผนังภายนอกหลังวิหารลาย
คำของวัดศรีดอนไชย ซึ่งเป็นการนำศิลปะแนวไทยประเพณีที่ส่วนใหญ่
มักจะวาดภายในผนังวิหาร โบสถ์ของวัด ออกมาสู่ชุมชน และพื้ นที่
สาธารณะในลักษณะของภาพสามมิติที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถถ่าย
ภาพได้สะดวก และเผยแพร่ผ่านสื่ อสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

5. การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบศิลปะ
เพื่อสร้างพลังชุมชน (Art for Community Empowerment)

การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ในรู ปแบบศิลปะเพื่ อ
สร้างพลังชุมชน เป็นการนำศิลปะมาเพื่อสร้างพลังศรัทธาให้กับคนใน
ชุมชน และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง
เป็นการสร้างสรรค์ศิลปะชุมชนในลักษณะของการผลิตซ้ำ และสร้างใหม่
(Reproduce/Revitalization) โดยนำทรัพยากรวัฒนธรรมมาปรับปรุงและ
พัฒนาให้ดีขึ้น รวมทั้งการสร้างคุณค่าและกำหนดบทบาทหน้าที่ใหม่ (Re-
function) ให้กับทรัพยากรวัฒนธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ใหม่ให้กับชุมชน

กรณีการทำไม้ค้ำต้นโพธิ์จากเหล็กมาทดแทนไม้ ในประเพณีแห่ไม้
ค้ำโพธิ์ ของวัดท่าข้าม (วัดไชยชนะ) ตำบลท่าข้าม อำเภอฮอด จังหวัด
เชียงใหม่ ในรูปแบบของศิลปะแบบจัดวาง มีที่มาจากการลดลงของต้นไม้
ในป่าชุมชนที่เกิดจากการตัดไม้ เพื่อทำไม้ค้ำต้นโพธิ์ซึ่งเป็นประเพณีที่
สำคัญของคนในชุมชน มีการประกวดการทำไม้ค้ำของช่างฝีมือ การแห่การ
ฉลอง ในสมัยก่อนไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากมีต้นไม้อยู่เป็นจำนวนมาก
เพียงพอต่อความต้องการของชาวบ้าน ปัจจุบันต้นไม้มีปริมาณลดน้อยลง
จำเป็นต้องหาแนวทางและวิธีการที่ชะลอ หรือลดปริมาณการตัดต้นไม้ลง
ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ยังคงรักษาไว้ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมอันดี
งามของท้องถิ่น

52


ใ น ก า ร ดำ เ นิ น ง า น ศิ ล ป ะ ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ไ ด้ มี ก า ร ป ร ะ ชุ ม ร่ ว ม กั บ ค น ใ น
ชุ ม ช น ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย เ จ้ า อ า ว า ส วั ด ท่ า ข้ า ม ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น ป ร ะ ธ า น
ก อ ง ทุ น ห มู่ บ้ า น แ ล ะ แ ก น นำ ชุ ม ช น เ พื่ อ นำ เ ส น อ แ น ว คิ ด ก า ร พั ฒ น า
ศิ ล ป ะ ชุ ม ช น บ น ฐ า น ทุ น วั ฒ น ธ ร ร ม คื อ ป ร ะ เ พ ณี แ ห่ ไ ม้ ค้ำ ส ะ ห ลี
ข อ ง ชุ ม ช น ท่ า ข้ า ม ที่ เ ป็ น ป ร ะ เ พ ณี ป ร ะ จำ ปี แ ต่ ล ะ ปี จ ะ ใ ช้ ไ ม้ จ า ก ป่ า
เ พื่ อ นำ ม า ทำ ไ ม้ ค้ำ เ ป็ น จำ น ว น ม า ก แ ล ะ ใ ช้ ไ ม้ ที่ มี ลำ ต้ น ใ ห ญ่ เ พื่ อ ก า ร
ป ร ะ ก ว ด แ ข่ ง ขั น ส่ ง ผ ล ใ ห้ ไ ม้ ถู ก ตั ด จ า ก ป่ า ชุ ม ช น เ ป็ น จำ น ว น ม า ก
ใ น ทุ ก ๆ ปี ห ลั ง จ า ก เ ส ร็ จ พิ ธี ไ ม้ ค้ำ ต้ น โ พ ธิ์ จ ะ นำ ม า ทิ้ ง ข ว้ า ง แ ล ะ
ไ ม่ ไ ด้ นำ ม า ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ดั ง นั้ น จึ ง ไ ด้ มี ก า ร เ ส น อ แ น ว คิ ด ก า ร ทำ ไ ม้
ค้ำ จ า ก เ ห ล็ ก เ พื่ อ ล ด ก า ร ใ ช้ ไ ม้ จ า ก ป่ า อี ก ทั้ ง ยั ง ส า ม า ร ถ นำ เ ห ล็ ก
ม า ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ เ มื อ ง ฮ อ ด แ น ว คิ ด ก า ร
ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ไ ม้ ค้ำ โ พ ธิ์ จ า ก เ ห ล็ ก จึ ง ไ ด้ รั บ ก า ร ส นั บ ส นุ น จ า ก ท า ง วั ด
แ ล ะ ชุ ม ช น

เมื่ อคนในชุมชนเกิดความตระหนักถึงการลดลงของไม้ และ
เ ห็ น ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง จ า ก ก า ร นำ เ ห ล็ ก ม า ท ด แ ท น ก า ร
ตัดไม้จากป่า ทางวัดจึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนได้มา
ร่ ว ม กั น ทำ กิ จ ก ร ร ม โ ด ย ใ ห้ ร่ ว ม กั น บ ริ จ า ค เ ห ล็ ก ที่ จ ะ ม า ทำ ไ ม้ ค้ำ โ พ ธิ์
จำนวน 29 ต้น ความยาว 6 เมตร ในการดำเนินงานคนในชุมชนได้
มีส่วนร่วมในการตัดเชื่ อมเหล็กให้เป็นไม้ค้ำเพื่ อให้ศิลปินได้วาด
ภาพ ให้มีสีสัน และลวดลายที่เป็นพุทธศิลป์ และภาพศิลปะร่วม
สมัยลงบนไม้ค้ำ ซึ่งชุมชนได้จัดงานถวายไม้ค้ำโพธิ์และสืบชะตา
หลวง เพื่ อความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้คนและความสงบสุขร่มเย็นใน
ชุ ม ช น

53


บทที่ 5

บทสรุป


ก ร ะ บ ว น ก า ร ใ น ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์

ใ ห้ ค ว า ม สำ คั ญ กั บ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง วั ด แ ล ะ ชุ ม ช น ร่ ว ม กั บ ที ม วิ จั ย

และศิลปินจิตอาสา เริ่มจากสำรวจพื้ นที่ ศึกษาทรัพยากรวัฒนธรรม

แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ศั ก ย ภ า พ ข อ ง ท รั พ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม ที่ แ ส ด ง อั ต ลั ก ษ ณ์ ข อ ง

ชุมชน ในด้านวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี

ศาสนา ความเชื่ อ ภูมิปัญญาท้องถิ่น การประกอบอาชีพ เพื่ อนำมาส

ร้างสรรค์เป็นศิลปะชุมชนในพื้ นที่สาธารณะในรูปแบบภาพวาดสาม

มิติ ประติมากรรม ภูมิสถาปัตยกรรม ศิลปะแบบจัดวางที่มีความ

สอดคล้องกับทรัพยากรวัฒนธรรม ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน

ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ศิ ล ป ะ ชุ ม ช น ไ ด้ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ทุ ก ขั้ น ต อ น จ น ถึ ง ก า ร ใ ช้

ประโยชน์จากงานศิลปะสร้างสรรค์ โดยสรุปเป็นแบบแผนปฏิบัติการ

การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ เรียกว่า PAR 3Es

Model ประกอบด้วย E1 -Education กระบวนการเรียนรู้และการ

ให้การศึกษา E2- Engineering การสร้างสรรค์และประดิษฐ์

นวัตกรรมในการจัดการ E3 -Engagement การสร้างข้อตกลงร่วมใน

ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ โ ด ย ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม

ข อ ง วั ด แ ล ะ ชุ ม ช น

ทรัพยากรวัฒนธรรมถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และ

มรดกของชุมชนเช่นกัน ปัจจุบันทรัพยากรวัฒนธรรมได้มีการอนุรักษ์

ดูแลรักษา หรือการจัดการข้อมูล สถานที่ พื้ นที่ และการตรวจสอบ

เรื่ องราวในอดีตของชาติ หรือของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่

ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม เ ป็ น ก า ร จั ด ก า ร โ ด ย ห น่ ว ย ง า น ภ า ค รั ฐ

54


ในพื้ นที่ปิดหรือในอาคาร ทั้งนี้รูปแบบของการจัดการอาจปรากฏอยู่
ในอุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ หรือนิทรรศการ
ที่เข้าถึงได้ยาก มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม และดำเนินการภายใต้
ก ฎ ห ม า ย ข อ ง ห น่ ว ย ง า น นั้ น

จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม
เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ โ ด ย ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง วั ด แ ล ะ ชุ ม ช น ใ น จั ง ห วั ด ล้ า น น า
ที่มีทรัพยากรวัฒนธรรมชุมชนที่หลากหลาย ถือเป็นการนำอัตลักษณ์
เด่นของชุมชนจากอดีตที่อยู่ในตัวบุคคล ในวัด ในพิพิธภัณฑ์ของท้อง
ถิ่นในรูปแบบเดิม หรือภาพวาดตามฝาผนังในวัด ออกมาสู่พื้ นที่
สาธารณะผ่านศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งส่งต่อความ
ภ า ค ภู มิ ใ จ ข อ ง ค น ใ น ชุ ม ช น ที่ นำ ท รั พ ย า ก ร วั ฒ น ธ ร ร ม ข อ ง ชุ ม ช น อ อ ก
มาสู่สาธารณะ งานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในพื้ นที่สาธารณะยังกระตุ้น
การท่องเที่ยวชุมชน และเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย การวิจัยครั้งนี้ได้
ทำให้เกิดการสร้างสรรค์งานศิลปะในพื้ นที่อื่ นๆ ในภาคเหนือตอนบน
ต่อไป เพื่ อพัฒนาให้เป็น “ล้านนาเมืองแห่งศิลปะสร้างสรรค์”
Lanna: The City of Creative Art ในอนาคต

55


เอกสารอ้างอิง

กรณิศภา กุลอินต๊ะ, ประธานแม่บ้านชุมชนบ้านเหล่าพัฒนา ตำบล
ป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย, วันที่ 28 สิงหาคม
2562. (สัมภาษณ์)

กาญจนา แก้วเทพ. ศาสตร์แห่งสื่ อและวัฒนศึกษา. กรุงเทพมหานคร

: เอดิสันเพรสโปรดักส์ จำกัด, 2543.
โกสุม สายใจ. “พุทธศิลป์กับการจัดการความรู้”.วารสาร

มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
ปีที่ 3 ฉบับที่ 1 (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2560) : 1-10.

"ข้าวเป็นเจ้า"! ศิลปะชุมชนแห่งใหม่แม่สรวยเชียงราย”, บ้านเมือง
ออนไลน์,วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563,
แหล่งที่มา: https://www.banmuang.co.th/news/

education/199166. (22 กรกฎาคม 2563).
จักรพงษ์ คำบุญเรือง, ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ วัดพระธาตุศรี

จอมทอง, [ออนไลน์], แหล่งที่มา:https://
www.chiangmainews.co.th/page/archives/473509/
(20 เมษายน 2563).

ธนิก เลิศชาญฤทธ์. การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม.
กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การ
มหาชน), 2554.

มานิตย์ กันทะสัก, การบรรยายพิเศษและพิธีเปิดศิลปะชุมชน “ข้าว
เป็นเจ้า”วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ณ โป่งน้ำร้อนสามสี
บ้านเหล่าพัฒนา ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัด
เชียงราย. (เอกสารอัดสำเนา).

ปฏิเวธ เสาว์คง และคณะ. องค์ความรู้ศิลปกรรมในล้านนา.
เชียงใหม่ : บริษัท สยามมโนภาพ จำกัด ,2563.

วรพงศ์ ผูกภู่ , [ออนไลน์], แหล่งที่มา: องค์ประกอบการพัฒนา
แหล่งเรียนรู้, https://www.randdcreation.com
/content/2992/. (10 พฤศจิกายน 2563).

56


สายันต์ ไพรชาญจิตร์. การฟื้ นฟูพลังชุมชนในการจัดการทรัพยากรทาง
โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ : แนวคิด วิธีการและประสบการณ์จาก
จังหวัดน่าน. กรุงเทพมหานคร : โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อ
ชุมชนเป็นสุข (สรส.), 2547.
การจัดการโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถาน
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร : บริษัทศูนย์การ
พิมพ์แก่นจันทร์ จำกัด, 2548.
การจัดการทรัพยากรทางโบราณคดีในงานพัฒนาชุมชน.
กรุงเทพมหานคร: โครงการ หนังสือโบราณคดีชุมชน, 2550.

สถาปนิก 64, สตรีตอาร์ต ชุบชีวิตมรดกเมืองและสถาปัตยกรรม :ศิลปะบนผนังที่
ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างพลวัตให้กับย่านและชุมชน, [ออนไลน์],
แหล่งที่มา: https://www.asaexpo.org/post/street-art.
(10 พฤศจิกายน 2563).

สรุปการเสวนาการพัฒนาเมืองศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในล้านนาและการเปิดลาน
ธรรม ลานศิลป์ ถิ่นเวียงบัว. วันที่ 7 ธันวาคม 2563 ณ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา, เอกสารอัดสำเนา.

สหัทยา วิเศษและคณะ. “การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่ม
จังหวัดล้านนา”. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย, 2563

ส.ุชาติ สุขนา. ศิลปะแบบประเพณีอีสาน – ศิลปะหัตถกรรมอีสาน. เอกสาร
ประกอบการบรรยาย รายวิชาศิลปะไทย 1. (เอกสารอัดสำเนา).

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย, Installation Art, [ออนไลน์], แหล่งที่มา :
https://ocac.go.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%
E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-18-installatio n-
art/ (3 กันยายน 2563).

English heritage. Sustaining the historic environment: new perspectives
on the future. London: English Heritage, 1997.

57


นักวิจัย

1. ผศ.ดร.สหัทยา วิเศษ หัวหน้าโครงการ
ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตพะเยา

2. พระครูโสภณปริยัติสุธี, รศ.ดร. นักวิจัย


ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พะเยา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขตพะเยา

3. พระครูพิศาลสรกิจ, ผศ.ดร. นักวิจัย


ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตพะเยา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขตพะเยา

4. ผศ.พิศมัย วงศ์จำปา นักวิจัย


อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขตพะเยา

5. ผศ.ดร.ชูชาติ สุทธะ นักวิจัย


อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขตพะเยา




58


มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย



การพัฒนาเมืองศิลปะเชิงสร้างสรรค์ในล้านนา (Lanna : The City of Arts)

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)


Click to View FlipBook Version