โครงสรางการสอน (CourseSyllabus)
ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา 2564
วิชาคณติ ศาสตรพนื้ ฐานรหัสวิชา ค31101
กลุม สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
ผูส อน
นายอคั รพงศ วงคตาหลา
ระดับชัน้ ทส่ี อน มัธยมศึกษาปท ี่ 4/1-4/4
โรงเรียนปลาปากวทิ ยาอําเภอปลาปาก
สํานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 22
สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
โครงการสอน ( COURSE SYLLABUS )
โรงเรียนปลาปากวทิ ยา ภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2564
กลมุ สาระการเรียนรคู ณิตศาสตรพืน้ ฐาน
1.ขอมลู ทั่วไป ค 31101
1.1 รหสั วชิ า คณิตศาสตรพ ้ืนฐาน
1.2 ชอ่ื วชิ า 1.0 หนวย จํานวน 2ชัว่ โมง/สัปดาห
1.3 จํานวน นายอัครพงศ วงคต าหลา
1.4 ครูผูส อน
คําอธบิ ายรายวิชา
รายวิชา คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน รหสั วิชาค ๓๑๑๐๑หอ งไมเนน วทิ ย-คณิต จํานวน๑ (นก.)หนวยกิต
ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรียน ๒ช่ัวโมงตอสปั ดาหอ ัตราสว นคะแนน ระหวางเรยี น : ปลายภาคเรยี น =๗๐ : ๓๐
คะแนนระหวา งเรยี น K : P : A = ๒๐ : ๓๐ : ๒๐
ศกึ ษา ฝก ทกั ษะ/ กระบวนการในสาระตอ ไปนีเ้ ซต เอกภพสมั พัทธ สบั เซตและเพาเวอรเ ซต ยเู นียน
อนิ เตอรเซกชนั และคอมพลเี มนตของเซต การใหเหตุผลการใหเหตผุ ลแบบอปุ นัยการใหเ หตผุ ลแบบนิรนยั
ตรรกศาสตรเ บอ้ื งตน ประพจน การเชื่อมประพจน การหาคา ความจรงิ ของประพจน การสรา งตารางคา ความ
จริงรปู แบบของประพจนที่สมมลู กนั สจั นริ นั ดรการอางเหตผุ ลประโยคเปดตวั บง ปริมาณคาความจริงของประโยค
ท่มี ีตวั บง ปริมาณตัวแปรเดยี ว สมมลู และนิเสธของประโยคทม่ี ีตัวบง ปริมาณคาความจริงของประโยคทมี่ ตี วั บง
ปรมิ าณสองตัว
โดยจัดประสบการณห รอื สรา งสถานการณใ นชวี ติ ประจําวนั ที่ใกลตัวใหผ เู รยี นไดศ กึ ษาคน ควาโดยการ
ปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลองสรปุ รายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะ / กระบวนการในการคาํ นวณการแกป ญ หา การใหเ หตุผลการ
ส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนําประสบการณดานความรคู วามคดิ ทักษะกระบวนการท่ไี ดไ ปใชใ นการ
เรยี นรูสิ่งตา ง ๆ และใชใ นชวี ิตประจําวันอยา งสรางสรรค รวมท้ังเห็นคณุ คาและมีเจตคตทิ ดี่ ตี อคณติ ศาสตร
สามารถทํางานอยา งเปนระบบระเบยี บมคี วามรอบคอบมคี วามรับผิดชอบมวี ิจารณญาณ และมีความเชอ่ื ม่ันใน
ตนเอง
การวัดและประเมนิ ผล ใชวิธกี ารที่หลากหลายตามสภาพความเปน จริงใหส อดคลอ งกับเนอื้ หาและทกั ษะ
ท่ีตองการวดั
ค๑.๑ม.๔/๑เขา ใจและใชความรเู ก่ยี วกบั เซตและตรรกศาสตรเ บื้องตน ในการส่อื สารและสื่อความหมาย
ทางคณติ ศาสตร
รวม ๑ตวั ช้วี ัดชั้นป
ตวั ชี้วดั
รายวชิ า คณิตศาสตรพ ื้นฐาน รหสั วชิ าค ๓๑๑๐๑ จาํ นวน ๑ (นก.) หนวยกติ
หอ งเรยี นไมเนน วิทย- คณติ n เวลาเรยี น ๒ชวั่ โมงตอสปั ดาห
อตั ราสวนคะแนน ระหวา งเรียน : ปลายภาคเรียน =๗๐ : ๓๐
คะแนนระหวา งเรยี น K : P : A = ๒๐ : ๓๐ : ๒๐
คะแนน
ขอ จํานวน K
ที่ ตวั ชี้วดั ชั่วโมง กลาง ปลาย P A
๔๐ ๒๐
๒๐ ๓๐ ๓๐
๑ สรปุ ความคดิ รวบยอดเกี่ยวกับเซต สามารถหายเู นยี น (Union) ๖ ๑๐ ๓ ๕ ๒
อินเตอรเ ซกชัน (Intersection) คอมพลีเมนต
(Complement) และผลตา ง (Different) ของเซตได
๒ เขียนแผนภาพแทนเซต (Venn – Euler Diagram) ๖ ๕ ๑ ๕๔
และนาํ ไปใชแ กป ญหาที่เกี่ยวกบั การหา สมาชิกของเซตไดเขาใจ
และใชการใหเหตุผลแบบอปุ นยั และนิรนยั ได
๓ แสดงความสัมพนั ธข องจํานวนตาง ๆ ในระบบจาํ นวนจริงไดบ อกได ๖ ๕ ๒ ๕ ๔
วา การอางเหตผุ ลสมเหตุสมผลหรือไม โดยใชแผนภาพแทนเซต
๔ หาคา ความจริงของประพจนได ๑๐ ๑๐ ๕ ๒
๕ หารูปแบบของประพจนท ่สี มมูลกันได ๕ ๔ ๓๒
๖ บอกไดวาการอางเหตผุ ลทกี่ ําหนดใหสมเหตสุ มผลหรอื ไม ๔ ๔ ๓ ๓
๗ พิสูจนค วามสมเหตุสมผลเเละความเปน สจั นริ นั ดร ๓ ๖ ๔๒
รวม ๔๐ ๒๐ ๓๐ ๓๐ ๒๐
โครงสรางรายวชิ าคณติ ศาสตร รหัส ค32202
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1/6-1/7 จาํ นวน 1.0 หนว ยกิต สอน 2 คาบตอ สัปดาห
ขอ จํานวน สาระการเรยี นรู เอกสารทีใ่ ช
ที่ ตัวชว้ี ดั ว/ด/ป ช่วั โมง (เนื้อหาท่สี อน) ประกอบการสอน
4๐
สรปุ ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ
เซต สามารถหายเู นียน (Union) -ใบงาน
๑ อนิ เตอรเซกชนั (Intersection) คอมพลี
เมนต(Complement) และผลตา ง ๖ เซต -ใบความรู
(Different) ของเซตได
-แบบฝกทกั ษะ
เขยี นแผนภาพแทนเซต (Venn –
Euler Diagram) -ใบงาน
๒ และนาํ ไปใชแ กป ญ หาทเ่ี กย่ี วกบั การหา
สมาชกิ ของเซตไดเ ขา ใจและใชก ารให ๖ เซต -ใบความรู
เหตุผลแบบอปุ นัยและนริ นยั ได
-แบบฝก ทักษะ
แสดงความสมั พนั ธของจํานวนตาง ๆ ใน -ใบงาน
ระบบจาํ นวนจริงไดบ อกไดว าการอา ง
๓ เหตผุ ลสมเหตุสมผลหรือไม โดยใช ๖ เซต -ใบความรู
แผนภาพแทนเซต -แบบฝก ทกั ษะ
๔ หาคา ความจรงิ ของประพจนได ๑๐ ตรรกศาสตร -ใบงาน
เบือ้ งตน -ใบความรู
-แบบฝก ทักษะ
-ใบงาน
๕ หารปู แบบของประพจนท ส่ี มมูลกนั ได ๕ ตรรกศาสตร -ใบความรู
เบอ้ื งตน -แบบฝก ทกั ษะ
๖ บอกไดว าการอา งเหตุผลท่ีกาํ หนดให ๔ ตรรกศาสตร -ใบงาน
สมเหตุสมผลหรือไม เบื้องตน -ใบความรู
-แบบฝก ทกั ษะ
-ใบงาน
๗ พิสูจนความสมเหตุสมผลเเละความเปน ๓ ตรรกศาสตร -ใบความรู
สัจนิรันดร เบ้ืองตน -แบบฝกทักษะ
รวม ๔๐
การตัดสนิ ผลการเรียน
หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานพุทธศกั ราช๒๕๕๑กําหนดหลักเกณฑก ารวัด
และประเมินผลการเรียนรเู พ่ือตัดสนิ ผลการเรยี นของผูเรยี นดงั นี้
๑.ตดั สนิ ผลการเรียนเปนรายวชิ าผเู รยี นตองมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรียนไมนอยกวา
รอ ยละ๘๐ของเวลาเรียนทงั้ หมดในรายวิชานั้นๆ
๒.ผูเรียนตอ งไดรับการประเมนิ ทุกตวั ชวี้ ดั และผา นตามเกณฑท สี่ ถานศกึ ษากําหนด
๓.ผเู รียนตองไดร ับการตดั สินผลการเรยี นทุกรายวชิ า
๔.ผูเรยี นตอ งไดร บั การประเมินและมีผลการประเมนิ ผานตามเกณฑท สี่ ถานศกึ ษากาํ หนดในการอานคดิ
วิเคราะหและเขียนคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคแ ละกจิ กรรมพฒั นาผเู รียน
เพื่อใหก ารจัดการเรียนการสอนมีประสิทธภิ าพผูสอนตองตรวจสอบความรคู วามสามารถทแ่ี สดง
พัฒนาการของผูเรยี นอยา งสมํ่าเสมอและตอ เนอ่ื ง อกี ท้ังตองสรางใหผ ูเรียนรบั ผดิ ชอบการเรียนรขู องตนดวยการ
ตรวจสอบความกาวหนาในการเรยี นของตนเองอยางสมาํ่ เสมอเชนกนั ตัวชี้วดั ซง่ึ มีความสาํ คัญในการนํามาใช
ออกแบบหนวยการเรียนรูน้นั ยังเปนแนวทางสําหรับผูสอนและผูเ รียนใชในการตรวจสอบยอนกลับวาผูเ รยี นเกดิ
การเรียนรหู รือยังการประเมินในชนั้ เรียนซึ่งตอ งอาศยั ทัง้ การประเมนิ เพ่อื การพัฒนาและการประเมนิ เพือ่ สรุปการ
เรยี นรูจะเปนเครือ่ งมือสาํ คญั ในการตรวจสอบความกาวหนาในการเรียนรูข องผูเรยี นสถานศกึ ษาโดยผูส อนกําหนด
เกณฑท ีย่ อมรบั ไดใ นการผา นตัวช้วี ัดทุกตัวใหเ หมาะสมกบั บรบิ ทของสถานศึกษากลา วคือใหทาทายการเรยี นรไู ม
ยากหรืองายเกินไปเพ่ือใชเ ปนเกณฑในการประเมินวา สงิ่ ท่ีผเู รยี นรูเขา ใจทําไดน ั้นเปนทีน่ า พอใจบรรลตุ ามเกณฑที่
ยอมรับไดหากยังไมบรรลจุ ะตอ งหาวิธกี ารชว ยเหลือเพ่อื ใหผ ูเ รยี นไดร ับการพัฒนาสงู สุดการกาํ หนดเกณฑน ีผ้ สู อน
สามารถใหผูเ รียนรว มกาํ หนดดว ยไดเพ่อื ใหเ กิดความรบั ผดิ ชอบรว มกันและสรา งแรงจงู ใจในการเรยี นการประเมนิ
เพื่อการพัฒนาสวนมากเปน การประเมินอยางไมเปน ทางการเชนสงั เกตหรอื ซักถามหรอื การทดสอบยอ ยในการ
ประเมินเพ่อื การพฒั นานีค้ วรใหผเู รียนไดร ับการพฒั นาจนผา นเกณฑท ี่ยอมรบั ไดผเู รียนแตล ะคนอาจใชเวลาเรยี น
และวธิ กี ารเรยี นที่แตกตางกันฉะน้ันผสู อนควรนาํ ขอมลู ทไ่ี ดมาใชป รบั วธิ ีการสอนเพ่อื ใหผูเรียนไดรับการพัฒนาเตม็
ศกั ยภาพอนั จะนําไปสูก ารบรรลมุ าตรฐานการเรียนรใู นทายทส่ี ุดอยางมคี ุณภาพการประเมนิ เพอื่ การพฒั นาจงึ ไม
จําเปน ตอ งตัดสนิ ใหค ะแนนเสมอไปการตัดสนิ ใหค ะแนนหรอื ใหเปน ระดบั คณุ ภาพควรดาํ เนินการโดยใชการ
ประเมินสรุปผลรวมเมอื่ จบหนว ยการเรียนรแู ละจบรายวชิ า
การตัดสินผลการเรียนตัดสินเปน รายวิชาโดยใชผลการประเมนิ ระหวางภาคและปลายภาคตามสดั สวนท่ี
สถานศกึ ษากําหนดทุกรายวิชาตอ งไดรบั การตัดสินและใหร ะดบั ผลการเรยี นท้ังนีผ้ ูเ รียนตองผา น
ทกุ รายวิชาพนื้ ฐาน
การใหร ะดบั ผลการเรียน
การตดั สนิ เพื่อใหระดับผลการเรยี นรายวชิ าของกลมุ สาระการเรียนรูใหใชต ัวเลขแสดงระดบั ผลการเรยี น
เปน๘ระดับ การตัดสนิ ผลการเรียนในระดบั การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานใชระบบผานและไมผา นโดย
กําหนดเกณฑก ารตัดสนิ ผานแตล ะรายวิชาที่รอยละ๕๐จากนัน้ จงึ ใหระดบั ผลการเรียนท่ีผานสาํ หรับ
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตนและตอนปลายใชตัวเลขแสดงระดับผลการเรยี นเปน ๘ระดบั แนวการใหระดบั
ผลการเรยี น๘ระดบั และความหมายของแตละระดบั ดังแสดงในตารางดังนี้
๔ ดีเยีย่ ม ๘๐ -๑๐๐
๓.๕ ดีมาก ๗๕ -๗๙
๓ ดี ๗๐ -๗๔
๒.๕ คอนขา งดี ๖๕ -๖๙
๒ ปานกลาง ๖๐ -๖๔
๑.๕ พอใช ๕๕ -๕๙
๑ ผานเกณฑขน้ั ต่าํ ๕๐ -๕๔
๐ ต่าํ กวาเกณฑ ๐ -๔๙
ระดบั ผลการเรยี นความหมายชว งคะแนนเปนรอยละ
ในกรณที ีไ่ มสามารถใหร ะดับผลการเรยี นเปน ๘ระดบั ไดใหใ ชตัวอักษรระบเุ ง่ือนไขของผลการเรียนดังน้ี
“มส” หมายถงึ ผูเรยี นไมม สี ิทธิเขา รับการวดั ผลปลายภาคเรียนเนอื่ งจากผเู รียนมเี วลาเรยี นไมถงึ รอ ยละ๘๐
ของเวลาเรยี นในแตล ะรายวชิ าและไมไดร บั การผอ นผนั ใหเ ขารบั การวัดผลปลายภาคเรียน
“ร” หมายถึงรอการตัดสินและยังตัดสนิ ผลการเรียนไมไ ดเน่อื งจากผเู รียนไมมขี อ มูลผลการเรยี นรายวชิ า
นน้ั ครบถว นไดแ กไ มไดว ดั ผลระหวางภาคเรียน/ปลายภาคเรียนไมไ ดสงงานท่ีมอบหมายใหท ําซึง่ งานนั้นเปน สว น
หน่ึงของการตัดสนิ ผลการเรยี นหรือมเี หตุสุดวิสัยทที่ ําใหป ระเมินผลการเรียนไมได
การประเมินการอา นคิดวเิ คราะหแ ละเขยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงคน ัน้ ใหผ ลการประเมนิ เปน
ผา นและไมผ านกรณีทผ่ี านใหร ะดบั ผลการประเมินเปนดเี ยย่ี มดแี ละผา น
๑.ในการสรปุ ผลการประเมนิ การอา นคดิ วิเคราะหแ ละเขียนเพอ่ื การเล่อื นชนั้
และจบการศกึ ษากาํ หนดเกณฑก ารตัดสินเปน๔ระดบั และความหมายของแตละระดับดังน้ี
ดเี ยี่ยมหมายถงึ มีผลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถในการอา นคิดวิเคราะห และเขยี นทม่ี ี
คณุ ภาพดเี ลิศ
ดี หมายถงึ มผี ลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอา นคิดวิเคราะห และเขียนทีม่ ี
คณุ ภาพเปน ท่ยี อมรบั
ผาน หมายถงึ มีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา นคิดวิเคราะห และเขยี นท่ีมี
คณุ ภาพเปน ทย่ี อมรบั แตยังมขี อบกพรอ งบางประการ
ไมผา นหมายถงึ ไมม ผี ลงานท่แี สดงถึงความสามารถในการอา นคดิ วเิ คราะหและเขยี นหรอื
ถามีผลงานผลงานน้นั ยังมขี อ บกพรอ งทีต่ อ งไดร ับการปรบั ปรงุ แกไ ขหลาย
ประการ
๒.ในการสรปุ ผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงครวมทุกคุณลักษณะเพ่ือการเล่ือนชัน้ และจบการศึกษา
กําหนดเกณฑก ารตัดสนิ เปน ๔ระดับและความหมายของแตล ะระดับดงั น้ี
ดีเย่ยี มหมายถงึ ผูเรียนปฏบิ ตั ิตนตามคณุ ลกั ษณะจนเปน นสิ ัยและนําไปใชในชีวติ ประจําวัน
เพื่อประโยชนสขุ ของตนเองและสงั คมโดยพจิ ารณาจากผลการประเมิน
ระดับดีเยีย่ มจาํ นวน ๕-๘คุณลกั ษณะและไมมีคุณลักษณะใดไดผ ลการ
ประเมินตํ่ากวาระดับด2ี 4 เอกสารประกอบหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พน้ื ฐานพทุ ธศักราช๒๕๕๑ แนวปฏบิ ัติการวัดและประเมินผลการเรยี นรู
ดี หมายถึง ผเู รียนมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑเพือ่ ใหเ ปน การยอมรับของ
สังคมโดยพจิ ารณาจาก
๑. ไดผ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ยีย่ มจํานวน๑-๔คณุ ลักษณะ และไมม ี
คุณลักษณะใดไดผ ลการประเมนิ ตํา่ กวาระดบั ดหี รือ
๒. ไดผลการประเมนิ ระดบั ดีท้ัง๘คุณลักษณะหรือ
๓. ไดผ ลการประเมินต้งั แตร ะดบั ดีขึน้ ไปจํานวน ๕-๗คุณลักษณะและมี
บางคุณลกั ษณะไดผลการประเมินระดับผาน
ผา นหมายถึง ผเู รียนรบั รแู ละปฏบิ ัติตามกฎเกณฑและเงอื่ นไขทส่ี ถานศึกษากําหนดโดย
พจิ ารณาจาก
๑. ไดผลการประเมนิ ระดบั ผานทงั้ ๘คุณลกั ษณะหรอื
๒. ไดผลการประเมินตง้ั แตระดับดีขนึ้ ไปจาํ นวน๑-๔คุณลักษณะและ
คณุ ลกั ษณะทเี่ หลอื ไดผลการประเมินระดับผา น
ไมผ านหมายถึง ผูเรียนรบั รแู ละปฏบิ ัติไดไ มครบตามกฎเกณฑและเงอ่ื นไขท่ีสถานศกึ ษา
กําหนดโดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดับไมผ า นตั้งแต๑คุณลกั ษณะ
ลงชื่อ...........................................ครู ผูสอน
(นายอคั รพงศ วงคต าหลา )
………./……….……………./………………
ลงช่ือ..............................................หวั หนากลมุ สาระคณติ ศาสตร
(นางอญั ชาลี สวุ รรณรงค)
………./……….……………./………………
ลงชอ่ื ............................................หวั หนากลุม งานวชิ าการ
(นางสาวสาวติ รี ปารีพนั ธ)
………./……….……………./………………
ลงชือ่ ............................................ผูอ ํานวยการโรงเรียน
(นายวนิ ัย เปยมลาภโชติกลุ )
………./……….……………./………………