The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

103 วชิรวิชญ์ ออกแบบหน่วย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teamvan12345, 2022-11-03 14:43:17

103 วชิรวิชญ์ ออกแบบหน่วย

103 วชิรวิชญ์ ออกแบบหน่วย

ออกแบบหน่วยการเรียนรู้
เรือง แนวคิดเชิงคํานวณ
รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว31181
ชัน มัธยมศึกษาปี ที
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จดั ทําโดย
นาย วชิรวชิ ญ์ สารโพคา
รหสั นักศึกษา
สาขาวชิ า นวัตกรรมและคอมพวิ เตอร์ ปี คณะครุศาสตร์

เสนอ
รองศาสตราจารย์ ดร. สําราญ กาํ จดั ภัย
งานออกแบบหน่วยการเรียนรู้นีเป็ นส่วนหนงึ ของรายวชิ าการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

รหสั วิชา 21044009
ปี การศึกษา 2565
มหาวิทยาลยั ราชภัฏสกลนคร

การออกแบบคํานํา
หน่วยการเรียนรู้แบบอิงมาตรฐานเรือง แนวคดิ เชิงคาํ นวณ จดั ทาํ ขึนเพือเป็นส่วนหนึงของรายวชิ า การวดั และ
ประเมินผลการเรียนรู้ รหสั วชิ า 21044009 โดยเป็นการออกแบบการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
วิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั มธั ยมศึกษาปี ที ซึงเป็นการออกแบบ 1 หน่วยการเรียนรู้จากทงั หมด
หน่วยการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย องคป์ ระกอบของหน่วยการเรียนรู้ตามกระบวนการออกแบบยอ้ นกลบั
(Backward design) ไดแ้ ก่ คาํ อธิบายรายวชิ า โครงสร้างวิชา มาตรฐานและตวั ชีวดั ชินงานทีใหผ้ เู้ รียนปฏิบตั ิ และ
วิธีการวดั ประเมนิ ผล ซึงองิ จากหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา พุทธศกั ราช 2551

ผจู้ ดั ทาํ หวงั ว่า การออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบอิงมาตรฐานเล่มนีจะเป็นประโยชน์กบั ผอู้ ่าน หรือ
นกั เรียน นกั ศึกษา ทีกาํ ลงั หาขอ้ มูลเรืองนีอยู่ หากมีขอ้ แนะนาํ หรือขอ้ ผิดพลาดประการใด คณะผจู้ ดั ทาํ ขอนอ้ มรับ
ไว้ และ ขออภยั มา ณ ทีนี

นายวชิรวิชญ์ สารโพคา
ผจู้ ดั ทาํ

18 กนั ยายน 2565

สารบัญ หน้า

คาํ นาํ 2
สารบญั 3-5
คาํ อธิบายรายวชิ า 6
โครงสร้างรายวิชา 7-11
รายละเอยี ดมาตรฐานและตวั ชีวดั 12
มาตรฐานและตวั ชีวดั ประจาํ หน่วยการเรียนรู้ 13
ตารางออกแบบหน่วยการเรียนรูท้ ี 1 อาหารและการยอ่ ยอาหาร
ขอ้ เสนอแนะในการประเมินเพือตดั สินการบรรลตุ วั ชีวดั
เครืองมือในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

คําอธบิ ายรายวิชาพืนฐาน

ว31181 เทคโนโลยี (วิทยาการคาํ นวณ) พืนฐาน 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชันมธั ยมศึกษาปี ที 4 ภาคเรียนที 1 เวลา ชัวโมง จาํ นวน หน่วยกติ

………………………………………………………………………………………………………….…………

ประยกุ ต์ใช้แนวคดิ เชิงคาํ นวณในการพฒั นาโครงงานทีมีการบูรณาการกบั วชิ าอืนอย่างสร้างสรรค์และ
เชือมโยงกบั ชีวิตจริง โดยการนําแนวคิดเชิงคาํ นวณไปพฒั นาโครงงานทีเกยี วกบั ชีวิตประจาํ วนั เช่น การจัด
การพลงั งาน อาหาร การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาํ ธุรกรรม สุขภาพและสิงแวดล้อมตัวอย่างโครงงาน
เช่น ระบบดแู ลสุขภาพ ระบบอตั โนมัตคิ วบคมุ การปลูกพืช ระบบจดั เส้นทางการขนส่งผลผลติ ระบบแนะนาํ การ
ใช้ งานห้องสมุดทีมกี ารโต้ตอบกบั ผ้ใู ช้และเชือมต่อกบั ฐานข้อมูล เป็ นต้น

โดยใช้กระบวนการศึกษาค้นคว้า การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบการคดิ เชิง
นามธรรม การออกแบบขันตอนวิธีสําหรับแก้ปัญหา การแก้ปัญหาดัวยคอมพิวเตอร์ และจดั ทาํ โครงงานทาง
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพือบูรณาการความรู้ร่วมกบั วิชาอืนๆ และเชือมโยงกบั ชีวติ จริง

เพือให้เหน็ คณุ ค่าของแนวคดิ เชิงคํานวณ เข้าใจการนาํ แนวคิดเชิงคํานวณเพือแก้ปัญหาในชีวิตประจาํ วนั
สามารถใช้แนวคดิ เชิงคํานวณในชีวติ ประจาํ วนั อย่างสร้างสรรค์

รหสั ตวั ชีวดั

ว 4.2 ม.4/1

รวมทังหมด 1 ตวั ชีวัด

โครงสร้างการจดั การเรียนรู้ ชนั มธั ยมศึกษาปี ที 4
รายวชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว31181) จาํ นวน 1.0 หน่วยการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 40 ชวั โมง

หน่วยที ชือหน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชัวโมง) นาํ หนัก
คะแนน
การปฐมนิเทศการเรียน การปฐมนิเทศการเรียนการสอนวชิ า
2-
การสอน วทิ ยาการคาํ นวณ (ว 31181) 6 10

1 แนวคดิ เชิงคาํ นวณ 1.1 ขนั ตอนวธิ ี 10 15

1.2 การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ย 20 25

ปัญหา

1.3 การหารูปแบบ

1.4 การคดิ เชิงนามธรรม

2 การแกป้ ัญหาและขนั ตอน 2.1 การแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์
วิธี 2.2 การระบุขอ้ มูลเขา้ ขอ้ มูลออก และ

เงือนไขของปัญหา

2.3 การออกแบบขนั ตอนวธิ ี

2.4 การทาํ ซาํ

3 การพฒั นาโครงงาน 2.5 การจดั เรียงและคน้ หาขอ้ มลู
3.1 การกาํ หนดปัญหา

3.2 การศึกษาและกาํ หนดขอบเขตของ

หน่วยที ชือหน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชัวโมง) นาํ หนัก
คะแนน

ปัญหา

3.3 การวางแผนและออกแบบโครงงาน

3.4 การดาํ เนินงาน

3.5 การสรุปผลและการเผยแพร่ผลงาน 38 50
คะแนนเกบ็ ระหวา่ งเรียน 1 20
1 30
สอบกลางภาค 40 100
สอบปลายภาค

รวม

รายละเอยี ดมาตรฐานและตวั ชีวดั รายวชิ า ว

กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 40 ชวั โมง จาํ นวน 1.0 หน่วยการเรียนรู้

มาตรฐาน ตัวชีวดั

ว . เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชิงคาํ นวณในการ ว . ม. / ประยุกตใ์ ชแ้ นวคดิ เชิงคาํ นวณในการ

แกป้ ัญหาทีพบในชีวิตจริงอยา่ งเป็นขนั ตอนและ เป็น พฒั นาโครงงานทีมีการบรู ณาการ กบั วชิ าอืนอยา่ ง

ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือสารใน สร้างสรรค์ และเชือมโยงกบั ชีวติ จริง

การเรียนรู้การทาํ งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมี

ประสิทธิภาพ รูเ้ ท่าทนั และมีจริยธรรม

รวมทังหมด 1 ตัวชีวัด

หน่วยการเรียนรู้ที แนวคิดเชิงคํานวณ

รายวชิ าว31181 เทคโนโลยี (วิทยาการคาํ นวณ) พืนฐาน 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี
ชนั มธั ยมศกึ ษาปี ที 4 ภาคเรียนที 1 เวลา ชวั โมง

มาตรฐาน ตัวชีวดั

ว . เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคาํ นวณในการ ว . ม. / ประยุกตใ์ ชแ้ นวคิดเชิงคาํ นวณในการ
แกป้ ัญหาทีพบในชีวติ จริงอยา่ งเป็นขนั ตอนและ เป็น พฒั นาโครงงานทีมีการบูรณาการ กบั วิชาอืนอยา่ ง
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือสารใน สรา้ งสรรค์ และเชือมโยงกบั ชีวิตจริง
การเรียนรูก้ ารทาํ งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ รู้เท่าทนั และมีจริยธรรม

ตารางการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที แนวคดิ เชิงคาํ นวณ เวลา ชัวโมง นําหนัก คะแนน

ตวั ชีวดั และจุดประสงคก์ าร หวั ขอ้ เนือหา หลกั ฐานการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผลระหวา่ งเรียน(เพือ กิจกรรมการเรียนรู้

เรียนรู้ ของบทเรียน พฒั นา)

วิธีการวดั และ เครืองมือทีใช้ เกณฑ์

ประเมิน ผา่ น

ตัวชีวัดหลกั ว . ม. / ขนั ตอนวธิ ี ผลงานการทํา . ตรวจ .แบบฝึกหดั ที 1.1 ไม่นอ้ ย . ครูอธิบายความรู้

ประยุกตใ์ ชแ้ นวคดิ เชิง และการแยก . แบบฝึกหดั ที . แบบฝึกหดั ที เรือง ขนั ตอนวธิ ี กวา่ ร้อย เรือง ขนั ตอนวธิ ี
คาํ นวณในการพฒั นา ส่วนประกอบ เรือง ขนั ตอนวิธี 1 เรือง ละ 60 2. ครูใหน้ กั เรียนทาํ

โครงงานทีมีการบูรณาการ และการยอ่ ย . แบบฝึกหดั ที . ขนั ตอนวธิ ี .เฉลยหรือแนว ของ แบบฝึกหดั ที 1.1
กบั วิชาอืนอยา่ งสร้างสรรค์ ปัญหา . ตรวจ ทางการใหค้ ะแนน คะแนน . ครูอธิบายความรู้
เรือง การแยก
ส่วนประกอบและ แบบฝึกหดั ที แบบฝึกหดั ที 1.1 เตม็ เรือง การแยก
และเชือมโยงกบั ชีวติ จริง . เรือง การ 3. แบบฝึกหดั ที . ส่วนประกอบและ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ การย่อยปัญหา แยก เรือง การแยก การยอ่ ยปัญหา

สามารถประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิด ส่วนประกอบ ส่วนประกอบและ . ครูใหน้ กั เรียนทาํ

เชิงคาํ นวณในการพฒั นา และการยอ่ ย การยอ่ ยปัญหา แบบฝึกหดั .

โครงงานทีมีการบูรณาการ ปัญหา . เฉลยหรือแนว

กบั วิชาอืนอยา่ งสร้างสรรค์ ทางการใหค้ ะแนน

และเชือมโยงกบั ชีวติ จริง แบบฝึกหดั ที 1.2

(เวลาเรียน ชัวโมง)

ตวั ชีวดั และจุดประสงคก์ าร หวั ขอ้ เนือหา หลกั ฐานการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผลระหวา่ งเรียน(เพือ กิจกรรมการเรียนรู้
เรียนรู้ ของบทเรียน
ผลงานการทาํ พฒั นา) . ครูอธิบายความรู้
ตัวชีวดั หลกั ว . ม. / การหา . แบบฝึกหดั ที เรือง การหารูปแบบ
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชิง รูปแบบ เรือง การหารูปแบบ วิธีการวดั เครืองมือทีใช้ เกณฑ์ 2. ครูใหน้ กั เรียนทาํ
คาํ นวณในการพฒั นา แบบฝึกหดั ที
โครงงานทีมีการบูรณาการ และประเมนิ ผา่ น
กบั วิชาอืนอยา่ งสร้างสรรค์
และเชือมโยงกบั ชีวิตจริง . ตรวจ .แบบฝึกหดั ที 2 ไม่นอ้ ย
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
สามารถประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ แบบฝึกหดั ที เรืองการหารูปแบบ กวา่ ร้อย
เชิงคาํ นวณในการพฒั นา
โครงงานทีมีการบูรณาการ 1 เรือง การ .เฉลยหรือแนว ละ 60
กบั วิชาอืนอยา่ งสร้างสรรค์
และเชือมโยงกบั ชีวติ จริง หารูปแบบ ทางการใหค้ ะแนน ของ

แบบฝึกหดั ที คะแนน

เตม็

(เวลาเรียน ชัวโมง)

ตวั ชีวดั และจุดประสงคก์ าร หัวขอ้ เนือหา หลกั ฐานการเรียนรู้ การวดั และการประเมินผลระหวา่ งเรียน(เพือ กิจกรรมการเรียนรู้

เรียนรู้ ของบทเรียน พฒั นา)

วิธีการวดั เครืองมือทีใช้ เกณฑ์

และประเมนิ ผา่ น

ตัวชีวัดหลกั ว . ม. / การคิดเชิง ผลงานการทํา . ตรวจ .แบบฝึกหดั ที 2 ไม่นอ้ ย . ครูอธิบายความรู้

ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดเชิง นามธรรม . แบบฝึกหดั ที แบบฝึกหดั ที เรือง การคดิ เชิง กวา่ ร้อย เรือง การคิดเชิง
เรือง การคดิ เชิง 1 เรือง การ นามธรรม ละ 60 นามธรรม
คาํ นวณในการพฒั นา
คิดเชิง .เฉลยหรือแนว ของ 2. ครูใหน้ กั เรียนทาํ
โครงงานทีมีการบูรณาการ นามธรรม
นามธรรม ทางการใหค้ ะแนน คะแนน แบบฝึกหดั ที
กบั วิชาอืนอยา่ งสร้างสรรค์
แบบฝึกหดั ที เตม็
และเชือมโยงกบั ชีวิตจริง

จุดประสงค์การเรียนรู้
สามารถประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ

เชิงคาํ นวณในการพฒั นา

โครงงานทีมีการบูรณาการ

กบั วชิ าอืนอยา่ งสร้างสรรค์

และเชือมโยงกบั ชีวิตจริง

(เวลาเรียน ชัวโมง) การวดั และการประเมนิ สรุป ไมน่ อ้ ย
ประจาํ การเรียนรู้ กวา่ ร้อย
การวดั และการประเมนิ สรุปประจําการ ผลการทดสอบ
เรียนรู้ ประจาํ หน่วยการ (เพือเกบ็ คะแนนเป็ นส่วนหนึงใน ละ 60
การตดั สินผลการเรียน)( คะแนน) ของ
(เพือเกบ็ คะแนนเป็ นส่วนหนึงในการตัดสิน เรียนรู้ คะแนน
ผลการเรียน 1 ชัวโมง)

เต็ม

เอกสารอ้างองิ

BBC Bitesize. (2017). Introduction to computational thinking. Retrieved June 11, 2017, from
https://www.bbc.co.uk/education/guides/zp92mp3/revision Commen, T. H., Leiserson, C, E., Rivest, R.
L. and Stein, C. (2009). Introduction to Algorithms (3rd ed). MIT Press. Edmonds, J. (2008). How to
Think About Algorithms. New York: Cambridge University Google for Education. (n.d.). Exploring

Computational Thinking, Retrieved October 15, Press. 2017, from
https://edu.google.com/resources/programs/exploring computational-thinking w O'Connor, J. J. and
Robertson, E. F. (1999). Abu Ja'far Muhammad ibn Musa Al-Khwarizmi. Retrived June 15, 2017, from
http://www-history.mcs.st-andrews.ac.uk/Biographies/ Al-Khwarizmi.html Pfleeger, S.L. and Atlee,
J.M. (2010). Software Engineering: Theory and Practice (4th ed). New Jersy: Prentice Hall. Rise, E.
(2014). The Lean Startup: How Today 's Entrepreneurs Use Continuous Innovation to Create Radically
Successful Businesses (1st ed). New York: Crown Business. Wikipedia. (n.d.). Computational Thinking.
Retrieved October 15, 2017, from https://en.wikipedia.org/wiki/Computational_thinking Wing. J. M.

(2006). Computational thinking. Communication of the ACM, 49, (3), 33-35. DOI:
https://doi.org/10.1145/1118178.1118215 Wings, J. M. (2010). Computational Thinking: What and why?

Retrived April 5, 2017, from http://www.cs.cmu.edu/~-CompThink/resources/TheLink Wing.pdf
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ( ). หนังสือรายวชิ าพืนฐานเทคโนโลยสี ารสนเทศ และ
การสือสาร ชันมัธยมศึกษาปี ที - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตร แกนกลาง
การศึกษาขันพืนฐาน พุทธศักราช (พมิ พ์ครังที ), กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว. ออสเทอร์วลั
เดอร์, อเลก็ ซานเดอร์ และคณะ ( ), วธิ คี ดิ ผลติ ภัณฑ์อย่างนักสร้างโมเดลธุรกจิ (value proposition design)

(พิมพ์ครังที ), แปลโดย วญิ ู กงิ หริ ัญวฒั นา, กรุงเทพฯ: วเี ลริ ์น สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี

ภาคผนวก

















เกณฑ์การให้คะแนน

แบบฝึ กที .

ข้อคาํ ถาม แนวทางการตรวจให้คะแนน
1-5 ตอบถกู ได้ ตอบผิดได้

แบบฝึ กที . ,แบบฝึ กที , แบบฝึ กที

ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
ความถูกตอง ใชคำตอบเกย่ี วกับสงิ่ ทโ่ี จทย ใชคำตอบเก่ยี วกับสิ่งท่ี
(2คะแนน) กำหนดมาไดถูกตอง ใชคำตอบเก่ียวกับสง่ิ ที่โจทย ใชคำตอบเก่ียวกับสง่ิ ท่ี โจทยกำหนดมาได
ถกู ตอง โดยมีครูให
ความละเอียด ผลงานมีเนือ้ หาเกย่ี วกบั ส่ิงท่ี กำหนดมาไดถูกตอง โดยมี โจทยกำหนดมาได คำแนะนำตลอด และให
(4คะแนน) โจทยกำหนดมาระดับมาก เพือ่ นชวย
ครูใหคำแนะนำบาง ถกู ตอง โดยมคี รูให ผลงานมเี นอื้ หาเกี่ยวกบั
ความสะอาด ตวั หนงั สอื มคี วามเปน สง่ิ ทโ่ี จทยกำหนดมา
เรียบรอย ระเบยี บ เรยี บรอย สวยงาม คำแนะนำตลอด ระดบั นอยทสี่ ดุ
(2คะแนน) เขยี นคำไมผิด ตัวหนังสอื มคี วามเปน
เสรจ็ ตรงเวลา เสร็จกอนกำหนดและงานมี ผลงานมเี นือ้ หาเก่ยี วกับสงิ่ ท่ี ผลงานมเี น้ือหาเกี่ยวกบั ระเบยี บ
(2คะแนน) ความเรยี บรอย
โจทยกำหนดมาระดับกลาง สิง่ ทโ่ี จทยกำหนดมา สงงานไมทันเวลาที่
กำหนด
ระดับนอย

ตัวหนังสอื มีความเปน ตัวหนังสอื มคี วามเปน

ระเบียบ เรยี บรอย สวยงาม ระเบยี บ เรยี บรอย

เสรจ็ ตรงตามเวลา และงาน เสรจ็ ตรงตามเวลา และ

มคี วามเรยี บรอย งานไมมคี วามเรียบรอย

เกณฑ์การประเมินสําหรับแบบฝึ กหดั .

คะแนนทีทาํ ได้ ระดับคุณภาพ หมายเหตุ
5
4 ดมี าก ผ่าน คือ 3 คะแนน ขึนไป
(ร้อยละ )
3 ดี
พอใช้
1-2 ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมนิ สําหรับ แบบฝึ กหดั ที และ

คะแนนทีทาํ ได้ ระดับคณุ ภาพ หมายเหตุ
10
8-9 ดีมาก ผ่าน คือ คะแนน ขึนไป
(ร้อยละ )
6-7 ดี
พอใช้
1-6 ปรับปรุง

.
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิทางการศึกษา

เรือง แนวคดิ เชิงคาํ นวณ
เกบ็ คแนนเพือประกอบการตัดสินผลการเรียน

.

ข้อสอบ

1. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของแนวคิดเชิงนามธรรม (abstract thinking) ไดอ้ ยา่ งชดั เจน
1. เป็ นแนวคิดหนึงในการแกไ้ ขปัญหา และเป็นองคป์ ระกอบของแนวคิดเชิงคาํ นวณ
2. หลกั ในการทาํ งานของระบบคอมพวิ เตอร์ทงั ระบบ
3. ขนั ตอนการทาํ งานของเทคโนโลยอี ยา่ งละเอียดพรอ้ มวิธีการใชง้ าน
4. รูปแบบการทาํ งานทีทาํ งานร่วมกนั และสร้างวิธีการทาํ งานร่วมกนั

2. การคิดเชิงคาํ นวณมีประโยชน์อยา่ งไร
1. ช่วยใหท้ กั ษะการคิดเปรียบเสมือนคอมพวิ เตอร์
2. แกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ในชีวิตไดอ้ ยา่ งเป็นระบบและมีขนั ตอน
3. ทาํ งานตา่ ง ๆไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
4. จดจาํ และบนั ทึกขอ้ มลู ไดเ้ ป็นจาํ นวนมาก

3. หลกั การคดิ เชิงคาํ นวณสามารถนาํ ไปประยกุ ตใ์ นสถานการณ์ไดบ้ า้ ง
1. การจดั เรียงสินคา้ ณ หา้ งสรรพสินคา้

2. การวางแผนจดั ร้านคา้
3. การคาํ นวณการเลน่ กีฬาโดยใช่สถิตเิ ขา้ มาเกียวขอ้ ง
4. ถกู ทกุ ขอ้

4. การคิดเชิงนามธรรมแบง่ ไดเ้ ป็นกีรูปแบบ 2. 3
1. 2 4. 5
3. 4

5. การคดั เลือกคุณลกั ษณะทีจาํ เป็ นต่อการแกป้ ัญหา เหมาะกบั รูปแบบขอ้ มลู เป็นอยา่ งไร

1. รายละเอียดจาํ นวนมากและขอ้ มลู 2. รายละเอียดและขอ้ มลู นอ้ ย

3. ขอ้ มลู ทีซบั ซอ้ น 4. ถูกทุกขอ้

6. ขนั ตอน Logical idea คอื ขนั ตอนใดของการบวนการคดิ
1. ทาํ งานร่วมกนั
2. ความคิดริเริม

3. คิดเป็ นระบบ 4. มีเหตมุ ีผล

7. การ Debugging คือวิธีใดในกระบวนการคิดเชิงคาํ นวณ 2. การแกไ้ ขจุดบกพร่อง
1. การคิดริเริมสร้างสรรค์ 4. สร้างความชดั เจน
3. สร้างความอดทน ความพยายาม

จากรูปจงใชต้ อบคาํ ถาม 8

8. จากขอ้ ความขา้ งตน้ จงคดั กรองขอ้ มลู คือขอ้ มูลประกอบดว้ ยอกั ษรใดบา้ ง

1. G o d M r n i g 2. G o o d M o r n i n g

3.G o o d M n r i g 4. G M n

9. แยกเป็นสีไดท้ งั หมดกีสี 2. 6 สี
1. 5 สี 4. 8 สี

3. 7 สี

10. ประกอบดว้ ยคาํ ภาษาองั กฤษกีคาํ 2. 2 คาํ
1. 1 คาํ 4. 4 คาํ
3. 3 คาํ

11. แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นองคป์ ระกอบของแนวคิดใดตอ่ ไปนี

1. แนวคิดเชิงคาํ นวณ 2. แนวคิดเชิงตรรกะ
3. แนวคิดเชิงรวบยอด 4. แนวคิดการแยกยอ่ ย

12. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ แนวคิดเชิงคาํ นวณไม่ถกู ตอ้ ง 2. เป็นการแกป้ ัญหาแบบมีลาํ ดบั ขนั ตอน
1. เป็นการคิดเหมือนหุ่นยนต์ 4. มีแนวคิดเชิงนามธรรมเป็นหนึงในทกั ษะยอ่ ย
3. เป็นทกั ษะทีนกั พฒั นาซอฟตแ์ วร์ตอ้ งมี

13. การม่งุ เนน้ ความสาํ คญั ของปัญหา โดยไม่สนใจรายละเอยี ดทีไม่จาํ เป็น สอดคลอ้ งกบั แนวคิดใด

1. แนวคิดเชิงรูปธรรม 2. แนวคิดเชิงนามธรรม
3. แนวคิดการแยกยอ่ ย
4. แนวคิดเชิงรวบยอด

14. การแกป้ ัญหาโดยการออกแบบกระบวนการทาํ งานอยา่ งเป็นลาํ ดบั ขนั ตอน สอดคลอ้ งกบั แนวคิดใด

1. แนวคิดเชิงรูปธรรม 2. แนวคิดเชิงนามธรรม

3. แนวคิดการจดจาํ รูปแบบ 4. แนวคิดการออกแบบขนั ตอน

15. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ทกั ษะยอ่ ยของแนวคิดเชิงคาํ นวณ 2. แนวคิดเชิงนามธรรม
1. แนวคิดเชิงรูปธรรม 4. แนวคิดการจดจาํ รูปแบบ
3. แนวคิดการแยกยอ่ ย

16. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั แนวคิดการแยกยอ่ ย 2. การคดั เลือกวสั ดุทีนาํ มาใชท้ าํ ชินงาน
1. การแยกแยะปัญหา 4. การออกแบบลาํ ดบั ขนั ตอนของการแกป้ ัญหา
3. การหาแนวคิดรวบยอดของแตล่ ะปัญหายอ่ ย

17. แนวคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) หมายถึงอะไร
1. แตกปัญหากระบวนการออกเป็นส่วนยอ่ ย
2. ดูความเหมือนความแตกต่างของรูปแบบการเปลียนแปลง

3. มุ่งเนน้ ความสาํ คญั ของปัญหาโดยไม่สนใจรายละเอยี ดทีไมจ่ าํ เป็น
4. แกป้ ัญหาโดยการออกแบบกระบวนการทาํ งานอยา่ งเป็นลาํ ดบั ขนั ตอน

18. ขอ้ ใดไมใ่ ช่คาํ จาํ กดั ความของแนวคิดเชิงคาํ นวณ
1. ๆม่ๆดจ้ าํ กดั อยแู่ ค่เพยี งคอมพวิ เตอร์
2. ตอ้ งเป็นคอมพวิ เตอร์เท่านนั
3. คือกระบวนการคิดแกป้ ัญหาของมนุษย์
4. ช่วยใหป้ ัญหาทีซบั ซอ้ นเขา้ ใจไดง้ า่ ยขึน

19. รูปแบบ Pattern Recognition คือขนั ตอนใดของแนวคิดเชิงคาํ นวณ
1. การยอ่ ยปัญหา
2. การเรียงลาํ ดบั ของปัญหา
3. หารูปแบบหรือลกั ษณะทีเหมือนกนั ของปัญหา
4. ถูกทกุ ขอ้

20. อลั กอริทึม คืออะไร
1. การสร้างสรรคว์ ิธีแกป้ ัญหาทีละขนั ตอน
2. จดั ลาํ ดบั เชิงตรรกศาสตร์
3. การออกแบบฐานขอ้ มลู
4. การออกแบบกราฟิ ก

เฉลย

1. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของแนวคิดเชิงนามธรรม (abstract thinking) ไดอ้ ยา่ งชดั เจน
1. เป็ นแนวคิดหนึงในการแกไ้ ขปัญหา และเป็นองคป์ ระกอบของแนวคิดเชิงคาํ นวณ
2. หลกั ในการทาํ งานของระบบคอมพิวเตอร์ทงั ระบบ
3. ขนั ตอนการทาํ งานของเทคโนโลยอี ยา่ งละเอียดพร้อมวธิ ีการใชง้ าน
4. รูปแบบการทาํ งานทีทาํ งานร่วมกนั และสร้างวิธีการทาํ งานร่วมกนั

2. การคิดเชิงคาํ นวณมีประโยชน์อยา่ งไร
1. ช่วยใหท้ กั ษะการคิดเปรียบเสมือนคอมพวิ เตอร์
2. แกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ในชีวิตไดอ้ ยา่ งเป็นระบบและมีขนั ตอน
3. ทาํ งานตา่ ง ๆไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
4. จดจาํ และบนั ทึกขอ้ มูลไดเ้ ป็นจาํ นวนมาก

3. หลกั การคิดเชิงคาํ นวณสามารถนาํ ไปประยกุ ตใ์ นสถานการณ์ไดบ้ า้ ง
1. การจดั เรียงสินคา้ ณ หา้ งสรรพสินคา้

2. การวางแผนจดั รา้ นคา้
3. การคาํ นวณการเล่นกีฬาโดยใช่สถิตเิ ขา้ มาเกียวขอ้ ง
4. ถกู ทุกขอ้

4. การคิดเชิงนามธรรมแบ่งไดเ้ ป็นกีรูปแบบ 2. 3
1. 2 4. 5
3. 4

5. การคดั เลือกคุณลกั ษณะทีจาํ เป็ นตอ่ การแกป้ ัญหา เหมาะกบั รูปแบบขอ้ มูลเป็นอยา่ งไร

1. รายละเอียดจาํ นวนมากและขอ้ มลู 2. รายละเอยี ดและขอ้ มลู นอ้ ย

3. ขอ้ มลู ทีซบั ซอ้ น 4. ถูกทุกขอ้

6. ขนั ตอน Logical idea คอื ขนั ตอนใดของการบวนการคดิ
1. ทาํ งานร่วมกนั
2. ความคิดริเริม

3. คิดเป็ นระบบ 4. มีเหตมุ ีผล

7. การ Debugging คือวิธีใดในกระบวนการคิดเชิงคาํ นวณ 2. การแกไ้ ขจุดบกพร่อง
1. การคิดริเริมสร้างสรรค์ 4. สร้างความชดั เจน
3. สร้างความอดทน ความพยายาม

จากรูปจงใชต้ อบคาํ ถาม 8

8. จากขอ้ ความขา้ งตน้ จงคดั กรองขอ้ มลู คือขอ้ มูลประกอบดว้ ยอกั ษรใดบา้ ง

1. G o d M r n i g 2. G o o d M o r n i n g

3.G o o d M n r i g 4. G M n

9. แยกเป็นสีไดท้ งั หมดกีสี 2. 6 สี
1. 5 สี 4. 8 สี

3. 7 สี

10. ประกอบดว้ ยคาํ ภาษาองั กฤษกีคาํ 2. 2 คาํ
1. 1 คาํ 4. 4 คาํ
3. 3 คาํ

11. แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นองคป์ ระกอบของแนวคิดใดตอ่ ไปนี

1. แนวคิดเชิงคาํ นวณ 2. แนวคิดเชิงตรรกะ
3. แนวคิดเชิงรวบยอด 4. แนวคิดการแยกยอ่ ย

12. ขอ้ ใดกลา่ วถึงแนวคิดเชิงคาํ นวณไมถ่ ูกตอ้ ง 2. เป็นการแกป้ ัญหาแบบมีลาํ ดบั ขนั ตอน
1. เป็นการคิดเหมือนหุ่นยนต์ 4. มแี นวคิดเชิงนามธรรมเป็นหนึงในทกั ษะยอ่ ย
3. เป็นทกั ษะทีนกั พฒั นาซอฟตแ์ วร์ตอ้ งมี

13. การมงุ่ เนน้ ความสาํ คญั ของปัญหา โดยไมส่ นใจรายละเอียดทีไม่จาํ เป็น สอดคลอ้ งกบั แนวคิดใด

1. แนวคิดเชิงรูปธรรม 2. แนวคิดเชิงนามธรรม
3. แนวคิดการแยกยอ่ ย
4. แนวคิดเชิงรวบยอด

14. การแกป้ ัญหาโดยการออกแบบกระบวนการทาํ งานอยา่ งเป็นลาํ ดบั ขนั ตอน สอดคลอ้ งกบั แนวคิดใด

1. แนวคิดเชิงรูปธรรม 2. แนวคิดเชิงนามธรรม

3. แนวคิดการจดจาํ รูปแบบ 4. แนวคิดการออกแบบขนั ตอน

15. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ทกั ษะยอ่ ยของแนวคิดเชิงคาํ นวณ 2. แนวคิดเชิงนามธรรม
1. แนวคิดเชิงรูปธรรม 4. แนวคิดการจดจาํ รูปแบบ
3. แนวคิดการแยกยอ่ ย

16. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกบั แนวคิดการแยกยอ่ ย 2. การคดั เลือกวสั ดุทีนาํ มาใชท้ าํ ชินงาน
1. การแยกแยะปัญหา 4. การออกแบบลาํ ดบั ขนั ตอนของการแกป้ ัญหา
3. การหาแนวคิดรวบยอดของแต่ละปัญหายอ่ ย

17. แนวคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) หมายถึงอะไร
1. แตกปัญหากระบวนการออกเป็นส่วนยอ่ ย
2. ดคู วามเหมือนความแตกตา่ งของรูปแบบการเปลียนแปลง

3. มุ่งเนน้ ความสาํ คญั ของปัญหาโดยไม่สนใจรายละเอยี ดทีไมจ่ าํ เป็น
4. แกป้ ัญหาโดยการออกแบบกระบวนการทาํ งานอยา่ งเป็นลาํ ดบั ขนั ตอน

18. ขอ้ ใดไมใ่ ช่คาํ จาํ กดั ความของแนวคิดเชิงคาํ นวณ
1. ๆม่ๆดจ้ าํ กดั อยแู่ ค่เพยี งคอมพวิ เตอร์
2. ตอ้ งเป็นคอมพวิ เตอร์เท่านนั
3. คือกระบวนการคิดแกป้ ัญหาของมนุษย์
4. ช่วยใหป้ ัญหาทีซบั ซอ้ นเขา้ ใจไดง้ า่ ยขึน

19. รูปแบบ Pattern Recognition คือขนั ตอนใดของแนวคิดเชิงคาํ นวณ
1. การยอ่ ยปัญหา
2. การเรียงลาํ ดบั ของปัญหา
3. หารูปแบบหรือลกั ษณะทีเหมือนกนั ของปัญหา
4. ถูกทกุ ขอ้

20. อลั กอริทึม คืออะไร
1. การสร้างสรรคว์ ิธีแกป้ ัญหาทีละขนั ตอน
2. จดั ลาํ ดบั เชิงตรรกศาสตร์
3. การออกแบบฐานขอ้ มลู
4. การออกแบบกราฟิ ก

เกณฑ์การให้คะแนน

แบบฝึ กที .

ข้อคําถาม แนวทางการตรวจให้คะแนน
1-20 ตอบถกู ได้ ตอบผิดได้

เกณฑ์การประเมิน

คะแนนทีทาํ ได้ ระดบั คุณภาพ หมายเหตุ
20
17-19 ดีมาก ผ่าน คือ คะแนน ขึนไป
(ร้อยละ )
13-16 ดี
พอใช้
1-12 ปรับปรุง

สรุปนําหนัก

เครืองมือทีใช้วดั นําหนกั คะแนน รวมคะแนน
.แบบฝึ กหดั . และ . 10 30 / 6 = 5
10
.แบบฝึ กหดั 10 20 / 4 =
.แบบฝึ กหดั 10 10
แบบทดสอบ

รวม


Click to View FlipBook Version