บทเรียนการ์ตูน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
วิชา พระพทุ ธศาสนา ส23102
เรื่อง
มรรค 8
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
โดย
นางสาวสวลักษณ์ บุญญะสิริสิทธ์ิ
ครูชานาญการ
โรงเรียนสิรินธร อาเภอเมือง จงั หวัดสุรินทร์
บทเรียนการ์ตนู
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
วิชาพระพุทธศาสนา ส23102 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3
เรื่อง มรรค 8
นางสาวสวลกั ษณ์ บญุ ญะสิริสิทธ์ิ
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการ
กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
โรงเรียนสิรินธร อาเภอเมือง จงั หวัดสุรินทร์
สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33
คานา
บทเรียนการ์ตูน หน่วยการเรียนรู้ที่2 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา วชิ าพระพุทธศาสนา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 เรื่อง มรรค 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
จดั ทาข้ึนเพ่ือใชเ้ ป็นสื่อการสอนเสริมและพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียน และส่งเสริม
ใหน้ กั เรียนเกิดความสนใจในการเรียน สามารถศึกษาไดด้ ว้ ยตนเองอยา่ งอสิ ระ ในรูปแบบบทเรียน
การ์ตูน ซ่ึงประกอบดว้ ยการบรรยาย บทสนทนา เน้ือหา แบบฝึกหดั เฉลยแบบฝึกหัด พร้อมสามารถ
ตรวจสอบความรู้ไดด้ ว้ ยการทาแบบทดสอบ เพ่ือให้ทราบถงึ ความรู้ ความสามารถของตนเองเมอ่ื สิ้นสุด
การเรียนการสอนในเล่มน้ี
ผสู้ อนหวงั เป็นอยา่ งยิ่งว่า บทเรียนการ์ตนู หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
วชิ าพระพุทธศาสนา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 เรื่องมรรค 8 เลม่ น้ี จะเป็นประโยชน์และสามารถทาให้
นกั เรียนไดเ้ รียนรู้วชิ าพระพทุ ธศาสนาอยา่ งน่าสนใจ มพี ฒั นาการทางความคดิ จนสร้างเจตคติที่ดีในการ
เรียนวิชาพระพุทธศาสนา
สวลกั ษณ์ บุญญะสิริสิทธ์ิ
ผจู้ ดั ทา
สารบญั หน้า
คาแนะนาในการใชบ้ ทเรียนการ์ตูนสาหรบั นกั เรียน 1
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั 2
แบบทดสอบก่อนเรียน 3
บทเรียนการ์ตนู 5
แบบฝึ กหัด 14
แบบทดสอบหลงั เรียน 15
เฉลยแบบทดสอบ 17
1
คาแนะนาการใช้บทเรียนการ์ตนู สาหรับนักเรียน
1. บทเรียนการ์ตูน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
วิชาพระพุทธศาสนา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 เร่ือง มรรค 8
2. บทเรียนการ์ตูนเล่มน้ี ประกอบดว้ ย
2.1 ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.2 แบบทดสอบก่อนเรียน
2.3 บทเรียนการ์ตนู
2.4 แบบฝึกหดั
2.5 แบบทดสอบหลงั เรียน
2.6 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน /หลงั เรียน
3. ผเู้ รียนควรศกึ ษาการใชบ้ ทเรียนการ์ตนู ตามลาดบั ข้นั ตอนดงั น้ี
3.1 ศกึ ษา ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.2 ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวน 10 ขอ้ เพือ่ เป็นการวดั ความรู้ก่อนการเรียน
และบนั ทกึ ผลการทดสอบก่อนเรียนไว้
3.3 นกั เรียนศกึ ษาเน้ือหาในบทเรียนการ์ตูน
3.4 นกั เรียนตอบคาถามจากแบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรียนการ์ตูน
3.5 ทาแบบทดสอบหลงั เรียน 10 ขอ้ เพื่อวดั ความรู้ความเขา้ ใจภายหลงั จากเรียนรู้โดยใช้
บทเรียนการ์ตนู
4. สิ่งสาคญั ท่นี กั เรียนตอ้ งตระหนกั ในการใชบ้ ทเรียนการ์ตนู คอื ความซ่ือสตั ย์ นกั เรียนไมค่ วรดู
เฉลยก่อนตอบคาถาม และทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
2
บทเรียนการ์ตูน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
วชิ า พระพุทธศาสนา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 เร่ือง มรรค 8
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั
ตระหนกั ในความสาคญั ของหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาในเร่ือง มรรค 8
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรียนบอกความหมายของมรรค 8 ได้
2. นกั เรียนวิเคราะห์มรรค 8 ตามสภาพจริงในสงั คมได้
3. นกั เรียนนามรรค 8 มาพฒั นาตนเองในชีวติ ประจาวนั ได้
3
แบบทดสอบก่อนเรียน
เร่ือง มรรค 8
คาช้ีแจง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งที่สุดเพียงคาตอบเดียว แลว้ ทาเครื่องหมาย
กากบาท ( X ) ลงในช่อง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบท่แี จกให้
.............................................................................................................................................
1. “ทกุ ขนิโรธคามินีปทา” เป็นความหมายของหลกั ธรรมใด
ก. ขนั ธ์ 5
ข. มรรค 8
ค. กรรม 12
ง. วิมุตติ 5
2. หลกั ธรรมเร่ือง “มรรค 8” สมควรจะนาไปใชก้ บั บุคคลในขอ้ ใด
ก. สมณะผปู้ ฏิบตั ิธรรมในป่ าชา้
ข. เดก็ วยั รุ่นทีผ่ ิดหวงั ในความรกั
ค. คนตกงานทห่ี ัดเป็นพอ่ คา้
ง. มนุษยท์ ุกคน
3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มรรค 8
ก. สมั มาปฏปิ ทา
ข. สมั มาทิฐิ
ค. สัมมาวาจา
ง. สัมมาสมาธิ
4. ขอ้ ใดเป็นมรรค 8
ก. สัมมาสมั กตั ถะ
ข. สมั มากมั กตั ถะ
ค. สมั มาสงั กปั ปะ
ง. สัมมาปรมตั ถะ
5. คาใดไม่สัมพนั ธก์ นั
ก. สัมมาทิฐิ – ความเห็นชอบ
ข. สมั มาสังกปั ปะ – การกระทาชอบ
ค. สมั มาสติ – ต้งั สติชอบ
ง. สมั มาวาจา – เจรจาชอบ
4
6. ขอ้ ใดมใิ ช่จดุ มุง่ หมายของการศึกษามรรค 8
ก. เพือ่ ให้เราเขา้ ใจโลก สงั คมและชีวิตน้ีไดด้ ีข้ึน
ข. เพอ่ื ให้รู้ทนั และเขา้ ใจวา่ ชีวิตน้ีมีท้งั ความสุขและความทกุ ข์
ค. เพ่อื หลบหลีกเอาชีวิตไปใหห้ ลุดพน้ ไมต่ อ้ งเก่ียวขอ้ งกบั เรื่องตา่ งๆ
ง. เพื่อใหส้ ามารถยกระดบั จิตใจและวถิ ีชีวิตมิไดต้ กเป็นทาสของสิ่งตา่ งๆ
7. ขอ้ ใดมคี วามสมั พนั ธก์ นั ตามมรรค 8
ก. สมั มาวาจา – เจรจาชอบ
ข. สมั มาสติ – ดาริชอบ
ค. สมั มาสมาธิ – ความเห็นชอบ
ง. สมั มากมั มนั ตะ - เล้ียงชีพชอบ
8. มรรค 8 เป็นธรรมะเตอื นใจในเรื่องใด
ก. ความสาเร็จในสิ่งทต่ี นปรารถนา
ข. ความสุขท่ีแทจ้ ริง
ค. เตือนสติไมใ่ หป้ ระมาท
ง. บุคคลใดมศี ีล สมาธิ ปัญญา บุคคลน้นั จะล่วงทกุ ข์
9. มรรค 8 จดั เป็นธรรมในขอ้ ใด
ก. ธรรมทค่ี วรรู้
ข. ธรรมท่คี วรละ
ค. ธรรมที่ควรเจริญ
ง. ธรรมท่คี วรบรรลุ
10. บุคคลท่ีปฏิบตั ติ ามมรรค 8 จะมลี กั ษณะเช่นไร
ก. มคี วามสุข ปราศจากทกุ ข์
ข. ควบคมุ ตนเองให้ได้
ค. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ง. ดีใจเมอื่ สุข หักห้ามใจเม่อื เป็นทุกข์
5
ครูสมคดิ ครบั ผมอยากรู้ว่า มรรค 8 คือ ทางทีจ่ ะนาไปสู่ความดบั ทกุ ข์
มรรค 8 คอื อะไรครับ หรือดบั ตณั หา
มที ้งั หมด 8 อยา่ ง
มรรค 8 หรือ มรรคมีองค์ 8 มีท้งั หมด 8 ทางท่ีคณุ ว่ามีอะไรบา้ งครับ
8 ทางดว้ ยกนั ครับ
6
ท้งั 8 ทาง ทีจ่ ะทาให้ทกุ คนที่อยบู่ นโลกน้ี
พน้ ทุกขค์ รับ
คนเราตอ้ งประสบกบั ความทุกขท์ กุ คน ความทกุ ขเ์ กิดจาก
กิเลสตณั หาทอ่ี ยใู่ นใจเรา… ทาให้เราไมส่ บายใจ เมอื่ ใจ
เป็นทุกข์ กายกจ็ ะพลอยเจบ็ ป่ วยไปดว้ ย
7
หนทางเดียวท่ีจะทาใหเ้ ราไม่เป็น
ทุกข์ คอื การกาจดั กิเลสตณั หาที่
อยใู่ นใจของเรา โดยการปฏิบตั ิ
ตามมรรค 8
คุณช่วยอธิบายให้
ละเอยี ดหน่อยจะได้
มยั๊ ครบั
8
ยนิ ดีครับ ตวั อยา่ ง เช่น คนเราเกิดมายอ่ มมีความ
แตกต่างกนั ท้งั ฐานะ รูปร่างหนา้ ตา การศกึ ษา
หนา้ ทีก่ ารงาน ส่งผลใหเ้ กิดความเหลื่อมล้าใน
สงั คม คนทีด่ อ้ ยกวา่ กจ็ ะรู้สึกอยา่ งรวย อยาก
สวย อยากมีการศกึ ษาทส่ี ูง อยากมีหนา้ ที่การ
งานทด่ี ีเหมือนกบั คนทมี่ ีความพร้อมสมบรู ณ์ก็
กอ่ ใหเ้ กิดความอจิ ฉาริษยา ความโลภก็ทาให้
เป็นทกุ ขท์ างใจครบั
ท้งั หมดท่คี ุณอานวยกลา่ วมา
มนั เกิดจากกิเลสและตณั หา
ในใจของคน
9
ทาไมทกุ คนถึงตอ้ งมี เพราะคนเราเกิดมา
กิเลสตณั หาดว้ ยครับ แตกต่างกนั และมไี ม่
เท่ากนั นะครบั
คุณอานวยครับ ถา้ ผม คณุ ตอ้ งปฏบิ ตั ิตามมรรค 8 ครับ
อยากจะมีความสุขผม
ตอ้ งทาอยา่ งไรครบั
10
ขอให้คณุ อานวยได้ มรรค 8 คือ ทางแห่งความดบั ทุกข์ หรือ
บอกถงึ มรรค 8 เรียกว่า “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”
ใหผ้ มฟังดว้ ยครบั มดี ว้ ยกนั 8 ทางครับ
คณุ อานวยครับ…ช่วยบอกผมหน่อยว่า มรรค 8 1. สัมมาทิฐิ คอื ความ
มีอะไรบา้ งครบั เห็นชอบ ความเขา้ ใจ
ในทางท่ถี ูกตอ้ งครบั
2. สมั มาสงั กปั ปะ คอื
ความคิดในทางท่ถี กู ตอ้ ง
11
3. สัมมาวาจา คอื เจรจาชอบ พูดในสิ่งทถ่ี ูกท่ีควร
4. สัมมากมั มนั ตะ คือ ทาการงานชอบ การกระทา
ทเ่ี ป็นกายสุจริต
5. เล้ียงชีพชอบ คือ การทามาหากินดว้ ย
อาชีพที่สุจริต
6. พยายามชอบ คอื ความเพยี รพยายาม
ทางจิตอยา่ งยิง่ ใหญ่ 4 ประการ ไดแ้ ก่
เพียรระวงั ไม่ให้ความชวั่ เกิดข้ึน,
เพียรละความชว่ั ที่เกิดข้ึนแลว้ ,
เพยี รสร้างความดีทยี่ งั ไมเ่ กิดให้เกิด และ
เพียรรกั ษาความดีที่เกิดข้นึ แลว้ ไมใ่ ห้
เส่ือมหรือใหเ้ จริญยิง่ ๆข้ึนไป
12
7. สมั มาสติ คอื ต้งั สตชิ อบ เป็นการต้งั สติพิจารณาส่ิง
ท้งั หลายตามความเป็นจริง
8. สัมมาสมาธิ คือ การต้งั จิตมน่ั ชอบ เป็นการต้งั จิตให้
แน่วแน่ อยใู่ นอารมณ์ใดอารมณห์ น่ึง ไม่ฟ้งุ ซ่าน
ทางท้งั 8 ขอ้ คือ ทางแห่งการพน้ ทกุ ขห์ รือ
มรรค 8 นน่ั เอง เมอ่ื จดั เขา้ ในระบบการ
ฝึกหัดอบรม เราจะจดั เป็นศลี สมาธิ และ
ปัญญา หรือเรียกวา่ “ไตรสิกขา”
13
สรุปไดว้ า่ มนุษยท์ ุกคนท่ีเกิดมาจะตอ้ งเผชิญกบั ความทกุ ข์ ไม่ว่าจะเป็นความ
ทุกขท์ างกายหรือว่าทกุ ขท์ างใจ ไม่มีใครทเี่ กิดมาไม่มคี วามทุกข์ มีแตค่ วามสุข
เพยี งอยา่ งเดียว เพราะคนเรามกี ิเลสตณั หาเกิดข้นึ ในใจ ไมม่ ีความพอดี บางคน
ก็เคร่งครดั เขม้ งวดเกินไป ไมไ่ ดด้ งั ใจก็เป็นทุกข์ บางคนก็ปล่อยเกินไปทาให้
เกิดความเสียหายก็เป็นทุกข์ เมือ่ เป็นดงั น้ีแลว้ เพ่ือใหเ้ ราพน้ ทกุ ข์ เรากต็ อ้ ง
เดินทางสายกลาง คือ มรรค 8 แลว้ เราจะพบกบั ความสุขในชีวิต
14
แบบฝึ กหดั
1. ให้นกั เรียนอธิบายความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ”มรรค 8” มาพอเขา้ ใจ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2. ให้นกั เรียนเขยี นเรียงความเร่ือง ความทุกขใ์ นชีวติ ของตนเอง ทกุ ขท์ ่ตี นเองคดิ วา่ ร้ายแรงที่สุด
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
3. เมอ่ื เกิดความทกุ ข์ นกั เรียนควรจะปฏิบตั ติ นอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
15
เฉลยแบบฝึ กหดั
1. ใหน้ กั เรียนอธิบายความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ”มรรค 8” มาพอเขา้ ใจ
อยใู่ นดลุ ยพินิจของครู
2. ให้นกั เรียนเขียนเรียงความเร่ือง ความทุกขใ์ นชีวิตของตนเอง ทกุ ขท์ ่ีตนเองคดิ วา่ ร้ายแรง
ทีส่ ุด
อยใู่ นดุลยพนิ ิจของครู
3. เมอื่ เกิดความทกุ ข์ นกั เรียนควรจะปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร
อยใู่ นดลุ ยพินิจของครู
15
แบบทดสอบหลังเรียน
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบทถี่ กู ตอ้ งทสี่ ุดเพยี งคาตอบเดียว แลว้ ทาเครื่องหมาย
กากบาท ( X ) ลงในช่อง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบทแ่ี จกให้
.............................................................................................................................................
1. “ทกุ ขนิโรธคามนิ ีปทา” เป็นความหมายของหลกั ธรรมใด
ก. ขนั ธ์ 5
ข. มรรค 8
ค. กรรม 12
ง. วมิ ุตติ 5
2. หลกั ธรรมเรื่อง “มรรค 8” สมควรจะนาไปใชก้ บั บุคคลในขอ้ ใด
ก. สมณะผปู้ ฏิบตั ธิ รรมในป่ าชา้
ข. เด็กวยั รุ่นที่ผดิ หวงั ในความรัก
ค. คนตกงานท่หี ัดเป็นพอ่ คา้
ง. มนุษยท์ ุกคน
3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่มรรค 8
ก. สมั มาปฏปิ ทา
ข. สัมมาทิฐิ
ค. สมั มาวาจา
ง. สมั มาสมาธิ
4. ขอ้ ใดเป็นมรรค 8
ก. สัมมาสัมกตั ถะ
ข. สัมมากมั กตั ถะ
ค. สัมมาสังกปั ปะ
ง. สมั มาปรมตั ถะ
5. คาใดไม่สัมพนั ธก์ นั
ก. สมั มาทฐิ ิ – ความเห็นชอบ
ข. สมั มาสังกปั ปะ – การกระทาชอบ
ค. สมั มาสติ – ต้งั สติชอบ
ง. สมั มาวาจา – เจรจาชอบ
4
6. ขอ้ ใดมใิ ช่จุดมุ่งหมายของการศกึ ษามรรค 8
ก. เพือ่ ใหเ้ ราเขา้ ใจโลก สงั คมและชีวิตน้ีไดด้ ีข้นึ
ข. เพือ่ ให้รู้ทนั และเขา้ ใจวา่ ชีวิตน้ีมีท้งั ความสุขและความทกุ ข์
ค. เพ่อื หลบหลกี เอาชีวติ ไปใหห้ ลุดพน้ ไมต่ อ้ งเก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองตา่ งๆ
ง. เพื่อใหส้ ามารถยกระดบั จิตใจและวถิ ีชีวิตมิไดต้ กเป็นทาสของสิ่งตา่ งๆ
7. ขอ้ ใดมคี วามสัมพนั ธก์ นั ตามมรรค 8
ก. สมั มาวาจา – เจรจาชอบ
ข. สมั มาสติ – ดาริชอบ
ค. สัมมาสมาธิ – ความเห็นชอบ
ง. สมั มากมั มนั ตะ - เล้ียงชีพชอบ
8. มรรค 8 เป็นธรรมะเตือนใจในเรื่องใด
ก. ความสาเร็จในสิ่งท่ตี นปรารถนา
ข. ความสุขทแ่ี ทจ้ ริง
ค. เตือนสติไม่ใหป้ ระมาท
ง. บคุ คลใดมีศลี สมาธิ ปัญญา บุคคลน้นั จะล่วงทุกข์
9. มรรค 8 จดั เป็นธรรมในขอ้ ใด
ก. ธรรมทคี่ วรรู้
ข. ธรรมทคี่ วรละ
ค. ธรรมทีค่ วรเจริญ
ง. ธรรมท่ีควรบรรลุ
10. บุคคลท่ีปฏิบตั ิตามมรรค 8 จะมลี กั ษณะเช่นไร
ก. มคี วามสุข ปราศจากทกุ ข์
ข. ควบคมุ ตนเองให้ได้
ค. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ง. ดีใจเม่ือสุข หักหา้ มใจเม่อื เป็นทุกข์
17
เฉลยแบบทดสอบ
ขอ้ คาตอบ
1ข
2ง
3ก
4ค
5ข
6ค
7ก
8ง
9ค
10 ก