1 ทัศนศลิ ป ม.2
เอกสารการปฐมนิเทศ วชิ าศลิ ปะพน้ื ฐาน 4 ศ22102
ประเภท วิชาพื้นฐาน
เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง/ สปั ดาห์ (40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น) ขาดเรียนไดไ้ มเ่ กิน 6 ชัว่ โมง
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ปต์ ามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์
คุณค่างานทศั นศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคิดต่องานศลิ ปะอย่างอิสระ ชืน่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจําวนั
ชนั้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.2 1. อภิปรายเก่ยี วกับทศั นธาตุในด้านรปู แบบ และ รปู แบบของทัศนธาตแุ ละแนวคิดในงานทัศนศลิ ป์
แนวคดิ ของงานทัศนศิลป์ท่เี ลือกมา
2. บรรยายเก่ียวกับความเหมือนและความ ความเหมือนและความแตกตา่ งของรปู แบบการใช้วัสดุ
แตกตา่ งของรูปแบบการใชว้ ัสดอุ ปุ กรณใ์ นงาน อุปกรณ์ในงานทศั นศิลป์ของศลิ ปนิ
ทศั นศลิ ปข์ องศิลปิน
3. วาดภาพดว้ ยเทคนคิ ทห่ี ลากหลาย ในการ เทคนิคในการวาดภาพสอื่ ความหมาย
สื่อความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ
4. สร้างเกณฑใ์ นการประเมิน และวิจารณง์ าน การประเมนิ และวจิ ารณง์ านทัศนศลิ ป์
ทศั นศลิ ป์
5. นาํ ผลการวิจารณไ์ ปปรบั ปรุงแกไ้ ขและ - การพัฒนางานทศั นศิลป์
พฒั นางาน - การจัดทาํ แฟม้ สะสมงานทศั นศลิ ป์
6. วาดภาพแสดงบุคลกิ ลกั ษณะ ของตัวละคร การวาดภาพถา่ ยทอดบคุ ลกิ ลักษณะของตวั ละคร
7. บรรยายวธิ กี ารใชง้ านทศั นศิลป์ งานทัศนศลิ ป์ในการโฆษณา
ในการโฆษณาเพ่ือโนม้ น้าวใจและนําเสนอ
ตวั อย่างประกอบ
2 ทศั นศลิ ป ม.2
มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่างาน
ทัศนศลิ ป์ทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ภมู ปิ ญั ญาไทย และสากล
ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.2 1. ระบุ และบรรยายเกี่ยวกับวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ท่ี วัฒนธรรมท่สี ะท้อนในงานทัศนศลิ ปป์ จั จุบัน
สะท้อนถึงงานทัศนศลิ ป์ในปจั จบุ นั
2. บรรยายถงึ การเปล่ียนแปลงของ งานทศั นศลิ ปข์ องไทยในแตล่ ะยคุ สมยั
งานทัศนศิลป์ของไทยในแต่ละยุคสมยั โดย
เนน้ ถึงแนวคดิ และเนือ้ หาของงาน
3. เปรยี บเทียบแนวคิดในการออกแบบงาน การออกแบบงานทศั นศิลปใ์ นวัฒนธรรมไทยและสากล
ทศั นศลิ ป์ที่มาจาก วฒั นธรรมไทยและสากล
แนวการจัดการเรยี นการสอน – ศกึ ษาด้วยตนเอง – การอภปิ ราย/ซกั ถาม - กจิ กรรมปฏบิ ัติ
การประเมินผล วดั ผลระหว่างภาค 80 คะแนน (ปฏบิ ัติงาน 60 , สอบกลางภาค 10 , จติ พสิ ัย 10)
วัดผลปลายภาค 20 คะแนน (ข้อสอบปรนยั 40 ข้อ)
เกณฑก์ ารประเมินผล
ประเด็น ดีมาก (2) ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง (0.5)
การประเมนิ เตรยี มอปุ กรณม์ า ดี (1.5) พอใช้ (1) ไมเ่ ตรียมอุปกรณ์
วัสดอุ ปุ กรณ์ ครบ สามารถใช้ได้ ใช้อปุ กรณ์ถูกตอ้ ง เตรียมอปุ กรณม์ า มาและใช้อปุ กรณ์
เหมาะสมและคุ้มค่า และคุ้มค่า ไมค่ รบใช้อปุ กรณ์
ข้นั ตอนการ มีการวางแผน ไมถ่ กู ต้อง
ปฏบิ ตั ิ ปฏิบัติไดถ้ ูกตอ้ ง ถกู ต้องบา้ ง ทําตามใจชอบ
ทํางานอย่างเปน็ ทาํ งานอยา่ งเป็น ทาํ ตามขน้ั ตอน
ความคดิ ไมน่ ่าสนใจ
สรา้ งสรรค์ ระบบ ระบบ ไม่แปลกใหม่
ความตรงต่อ มคี วามแปลกใหม่ ไม่ส่งงานตอ้ งทวง
มคี วามแปลกใหม่ มคี วามน่าสนใจ
เวลา น่าสนใจ งาน
ผลงานสําเรจ็ ส่งงานตามกําหนด ส่งงานนอกเวลา สง่ งานลา่ ชา้ ไม่สวยงาม
ไมส่ ะอาด
ประณตี สวยงาม มีความสวยงาม สวยงามพอใช้ เรียบร้อย
3 ทัศนศิลป ม.2
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น 5 ประการ ตามหลกั สตู รแกนกลาง
- (การสอ่ื สาร , การคดิ , การใช้ทกั ษะชีวติ , การใช้เทคโนโลยี )
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ขอ้ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ , ซ่อื สัตย์ , มวี นิ ัย , ใฝ่เรียนรู้ , อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ,
มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน , รักความเป็นไทย , มจี ิตสาธารณะ
เกณฑ์การวัดและประเมินผล - วัดผลประจําภาคเรียน 8 ระดับผลการเรียน
- ถา้ ได้ผลการเรียน 0 (ตา่ํ กวา่ 50 คะแนน) ต้องสอบแกต้ ัว
อปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการเรียนวชิ าศลิ ปะพ้ืนฐาน (ทศั นศลิ ป์)
1. เอกสารประกอบการเรียน
2. สโี ปสเตอร์ หรอื สีน้ํา , พูก่ นั ระบายส,ี จานสี
3. กระดาษ 100 ปอนด์สีขาว
*งานทกุ ชนิ้ ตอ้ งสง่ ภายในเวลาที่กาํ หนด หากเกินจเวลาทกี่ าํ หนดจะปรับหกั ตามเกณฑ์การใหค้ ะแนน
ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี น
2. ห้องสมดุ โรงเรียน
3. แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
*ติดตอ่ การสง่ งาน Line: KruKick
*Facebook แลกเปลยี่ นขา่ วสาร : ชือ่ เพจ ART Rittiya M.2 หรือ www.facebook.com/rittiya.art2
สารบญั
หนว่ ยที่ เรื่อง หนา้
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ทัศนธาตุและการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์ 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 รูปแบบการใชว้ ัสดอุ ปุ กรณใ์ นงานทศั นศลิ ป์ของศลิ ปนิ 9
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การวาดภาพสอื่ ความหมายและเรอ่ื งราว 14
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 การวาดภาพถา่ ยทอดบคุ ลิกลกั ษณะของตวั ละคร 18
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 งานทศั นศลิ ปใ์ นการโฆษณา 22
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 การประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์ 27
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 ทัศนศิลปข์ องไทยในแตล่ ะยคุ สมัย 31
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8 วฒั นธรรมในงานทศั นศิลป์ปจั จุบัน 36
4 ทศั นศิลป ม.2
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น บทที่ 1-4
คําชแ้ี จง ให้นักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. พ้ืนฐานการรบั รขู้ องมนษุ ยเ์ กิดจากสง่ิ ใด 6. เทคนคิ ในขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกย่ี วกบั การลงสนี า้ํ
ก. เกดิ จากสง่ิ แวดล้อมและธรรมชาติ ก. ลงน้าํ ท่ผี ิวกระดาษทกุ ครัง้ ก่อนระบายสี
ข. เกิดจากการอบรมสั่งสอน ข. ทาสีทบั ไมจ่ าํ เปน็ ต้องรอ
ค. เกดิ จากประสาทสมั ผสั ค. ทาสอี ่อนกอ่ นทาสเี ข้ม
ง. เกิดจากการเรยี นรู้ ง. ทาสีเข้มก่อนทาสอี อ่ น
2. เมื่อเราสามารถบรรยายถงึ ความงามที่เหน็ วา่ เปน็ ดวง 7. ขอ้ ใดมีความสาํ คญั ต่อการจดั หนา้ กระดาษ
อาทติ ยใ์ กล้ลับขอบฟา้ ยามสนธยา มีดวงโตสีส้มเหลอื ง ก. ความเป็นเอกภาพ ความกลมกลนื และความ
สวยงาม แสดงถงึ การรับรถู้ ึงการท่เี กดิ จากส่งิ ใด สมดุล
ก. เกดิ จากความสามารถในการรบั รู้ธรรมชาติ ข. การร่างภาพดว้ ยนํา้ หนักของดนิ สอ
ข. เกิดจากความประทับใจกับส่ิงทเ่ี หน็ ค. การเลือกประเดน็ ท่ีสาํ คัญ
ค. เกิดจากจนิ ตนาการอันกวา้ งไกล ง. การวเิ คราะห์เนอ้ื หา
ง. เกิดจากความจาํ ท่ดี ี 8. ถ้านักเรยี นจะวาดภาพแสดงบคุ ลกิ ลักษณะของ
3. ทศั นธาตุ หมายถงึ ข้อใด พระเอก ควรวาดอยา่ งไร
ก. พน้ื ฐานการรับรขู้ องมนษุ ย์ ก. เป็นชายวยั กลางคน คิว้ หนา แสดงแววตาอํามหติ
ข. ส่วนประกอบของการมองเหน็ มีหนวดเครา
ค. การรบั รทู้ างการมองเหน็ ของมนษุ ย์ ข. ดวงตารเี ลก็ จมกู ใหญ่ โหนกแกม้ นนู สงู รูปร่าง
ง. องคป์ ระกอบทส่ี ําคญั ของผลงานทศั นศิลป์ บึกบึน
4.งานประตมิ ากรรมของ อ.นนทวิ รรธน์ จนั ทนะผะลิน ค. สีหน้าดูหยิง่ ยโส ตาขวาง ทา่ ทางไมเ่ ปน็ มติ ร
ส่วนใหญม่ กั เกยี่ วข้องกับเรื่องใด ง. ใบหนา้ หลอ่ เหลา ดูสุขมุ หนักแน่น
ก. สภาพสังคมในปจั จุบนั
ข. แนวคิดทางพระพทุ ธศาสนา 9. ตัวละครในขอ้ ใด มีบุคลกิ ลกั ษณะเป็นตัวละครใน
ค. การเสียดสี ลอ้ เลียนการเมอื ง
ง. วิถีชีวิต สภาพความเป็นอยขู่ องคนไทย อดุ มคติมากทีส่ ุด
5. ผลงานจิตรกรรมส่ือผสมของศลิ ปนิ ไทยทา่ นใด ที่มี
ชื่อเสียงเปน็ ทีร่ จู้ กั และยอมรับอยา่ งมากใน ก. นางผีเสื้อสมุทร สดุ สาคร
สหรัฐอเมรกิ า
ก. อ.ถวัลย์ ดัชนี ข. พระอภยั มณี ชาวเขา
ข. อ.กมล ทศั นาญชลี
ค. อ.ชาํ เรอื ง วเิ ชียรเขตต์ ค. สนิ สมุทร เจ้าแกละ
ง. เจ้าเงาะ ซาไก
10.ผลงานการออกแบทศั นศิลปใ์ นวัฒนธรรมไทย มีคณุ ค่า
ทางด้านใดมากท่สี ุด
ก. วัสดุ ข. เน้อื เรอื่ ง
ค. รปู แบบ ง. เทคนิค วธิ ีการ
ง. อ.นนทิวรรธน์ จนั ทนะผะลิน
5 ทศั นศลิ ป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1
เร่อื ง ทัศนธาตุกบั การจัดองค์ประกอบศิลป์
จงเตมิ คําตอบท่ถี กู ต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผ้ตู รวจ ..........................................
จงเตมิ คําตอบทถี่ ูกต้อง แบบทดสอบหลังเรียน
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
6 ทัศนศลิ ป ม.2
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
หนว่ ยที่ 1 เรื่องทศั นธาตกุ บั การจัดองค์ประกอบศิลป์
องคป์ ระกอบศิลป์เป็นวิชาหรือทฤษฎีที่เก่ียวกับการสร้างรูปทรงในงานศิลปะ การจัดองค์ประกอบศิลป์เป็นการนําเอาทัศน
ธาตุ ได้แก่ จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง น้าํ หนักอ่อน-แก่ พนื้ ที่วา่ ง พื้นผิว และสี มาจัดวางสรา้ งรูปแบบต่างๆ อย่าง
ลงตวั เหมาะสมกลมกลนื งดงาม มีชีวิตชวี า ถูกต้องตามหลกั เกณฑ์ของการจัดองค์ประกอบศลิ ป์
การจัดองค์ประกอบศลิ ปน์ น้ั ถอื ว่าเป็นทฤษฎีเบอื้ งต้นของการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพราะเป็นแนวทางท่ีศิลปิน ใช้
เป็นหลักในการสร้างสรรค์งานและพิจารณาคุณค่าของงานศิลปะ หลักในการจัดองค์ประกอบศิลป์ จะต้องคํานึงถึง
หลักเกณฑ์เบ้อื งต้นในการจัดวาง ดงั นี้
1. เอกภาพ (Unity)
เอกภาพ หมายถงึ ความเป็นหน่วยหรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความกลมกลืนเข้ากันได้เอกภาพในทางศิลปะ คือ
การจัดภาพให้เกิดความสัมพันธ์อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่กระจัดกระจายหรือก่อให้เกิดความสับสน มีความสัมพันธ์เช่ือมโยง
กนั แม้จะมีสว่ นแตกแยกไปบา้ งกเ็ ปน็ เพยี งสว่ นประกอบเท่านนั้ แตด่ ูผลรวมแล้วไม่เป็นลักษณะแบ่งแยก สิ่งท่ีควรคํานึง คือ
ให้มเี พยี งหน่วยเดียวเท่าน้นั จงึ จะเกิดเอกภาพการจดั อย่างถูกตอ้ ง
2. ความสมดลุ (Balance)
ความสมดุลเป็นคุณสมบัติที่สําคัญอย่างหน่ึงในการจัดภาพ ซึ่งการจัดภาพให้เกิดความสมดุลน้ัน จะต้องยึดเอา
ศูนย์กลางของภาพหรือเส้นแบ่งกึ่งกลางภาพเป็นหลักในการแบ่ง เพราะปกติงานศิลปะจะมีส่วนท่ีเป็นแกนกลางหรือ
ศูนย์กลางทําให้แบ่งออกได้เป็นด้านซ้าย ด้านขวา ด้านบน ด้านล่าง จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องให้ท้ังสองด้าน
โดยเฉพาะด้านซ้ายและดา้ นขวามีความสมดุลกนั การจัดความสมดุลแบ่งออกเป็น 2 แบบ คอื
1) ความสมดลุ กนั โดยจัดภาพให้มรี ปู รา่ ง รปู ทรง หรือสสี ันเหมือนกันทงั้ ซ้ายและขวา
2) ความสมดุลกันโดยจัดภาพที่มีรูปร่าง รูปทรง หรือสีสันด้านซ้ายและขวาไม่เหมือนกัน แต่ให้ความรู้สึกในการ
ถ่วงน้าํ หนักให้สมดลุ กันได้
3. จงั หวะและจดุ สนใจ (Rhythm and Emphasis)
ในการจัดภาพควรจัดให้เกิดจังหวะและจุดสนใจประกอบกันไปด้วย การจัดภาพให้มีจังหวะที่เหมาะสม กลมกลืน
สวยงามน้ันจะต้องคํานึงถึงบริเวณว่างด้วย จังหวะจึงเป็นการจัดภาพในลักษณะของการซํ้าท่ีเป็นระเบียบ ได้รับรู้ถึงการ
เคล่ือนไหวต่อเน่ืองของเส้น นํ้าหนัก สีและรูปทรงจนเกิดเป็นจุดสนใจ เช่น จังหวะของรูปร่าง รูปทรงที่เรียงกันแบบ
ธรรมดา จังหวะเรียงเช่ือมโยงและจังหวะของรูปร่าง รูปทรง ที่เรียงสลับ ส่วนการจัดภาพให้เกิดจุดสนใจหรือจุดเด่นของ
ภาพนั้น หมายถึง การจัดองค์ประกอบเพ่ือสร้างความหน่วยเดียวที่เด่นและน่าสนใจ ซ่ึงจะต้องมีการเน้นจุดเด่นหรือจุด
สนใจใหเ้ ห็นชัดเจนจนกว่าส่วนย่อยท่ีเป็นจุดรองลงไป โดยคํานึงถึงขนาดที่ใหญ่กว่า รวมทั้งความเข้มของสีท่ีเม่ือมองดูภาพ
แล้ว จะทําให้สะอาดตา ทั้งนี้ตําแหน่งของจุดสนใจหรือจุดเด่นควรอยู่บริเวณศูนย์กลางของภาพ แต่ไม่ควรจะอยู่ตรงกลาง
พอดี อาจจะให้อยเู่ ย้ืองเลก็ นอ้ ยไปทางดา้ นใดดา้ นหนึ่งกไ็ ด้
4. ความกลมกลนื และความขัดแยง้ (Harmony and Contrast)
ความกลมกลืน หมายถึง การนําทัศนธาตุต่างๆ ท่ีต้องการสร้างสรรค์มาจัดองค์ประกอบให้ประสานกลมกลืน
สอดคลอ้ งสัมพนั ธเ์ ขา้ กนั ได้ ความกลมกลนื มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นความกลมกลืนของเส้น รูปร่าง รูปทรง ลักษณะผิว
สี นํ้าหนักออ่ น-แก่ และความกลมกลืนของเนื้อหาสาระท้ังหมด
7 ทศั นศิลป ม.2
ความขัดแย้ง หมายถึง ความผิดแผกแตกต่างออกไปจากกลุ่มหรือส่วนรวมในลักษณะท่ีไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น
รูปทรงหรือเน้ือหากต็ าม
การจัดองค์ประกอบศิลป์ บางครั้งความขัดแย้งกับความกลมกลืนก็มีความเก่ียวข้องกัน เช่น ถ้าส่วนมากหรือ
ทั้งหมดมีความกลมกลืนกัน อาจทําให้เกิดความรู้สึกซํ้าซาก ไม่น่าสนใจ ฉะน้ันจึงอาจออกแบบให้มีความแตกต่างหรือ
ขดั แย้งกนั บา้ ง กจ็ ะช่วยดงึ ดดู ทําใหผ้ ลงานเด่นสะดุดตา นา่ สนใจ
5. สดั สว่ น (Proportion)
สัดส่วน หมายถึง การนําเอาส่วนประกอบต่างๆ มาจัดให้ได้สัดส่วนท่ีเหมาะสม ซ่ึงแสดงความสัมพันธ์กันของ
จาํ นวน ความกวา้ ง ยาว ลึก นํ้าหนัก ขนาดของรูปทรงต่างๆ สัดส่วนนับเป็นหลักสําคัญของการจัดภาพ ทําให้ชิ้นงานนั้น มี
ความสมบูรณ์และสัมพันธ์กลมกลืนกันอย่างงดงาม เช่น สัดส่วนของมนุษย์กับท่ีอยู่อาศัย เครื่องใช้สอยและเสื้อผ้า สัดส่วน
ในทางศิลปะเป็นเร่ืองราวของความรู้สึกทางสุนทรียภาพ การสมสัดส่วนน้ีหมายรวมไปถึงความสัมพันธ์กันอย่าง เหมาะสม
กลมกลืนของสี แสง เงา และทศั นธาตอุ ่นื ๆ ด้วย
สรุป
การจัดองคป์ ระกอบทางศลิ ปะเป็น หลักสาํ คญั สาํ หรับผสู้ รา้ งสรรค์ และผ้ศู ึกษางาน
ศิลปะ เนอ่ื งจากผลงานศิลปะใด ๆ กต็ าม ลว้ นมีคณุ ค่าอยู่ 2 ประการ คือ คุณค่าทางดา้ นรปู ทรง และ คุณค่า
ทางดา้ นเร่ืองราวคณุ ค่าทางด้านรปู ทรง เกดิ จากการนําเอา องค์ประกอบต่าง ๆ ของ ศลิ ปะ อัน
ไดแ้ ก่ เส้น สี แสงและเงา รูปร่าง รปู ทรง พื้นผวิ ฯลฯ มาจัดเข้าด้วยกนั เพอื่ ใหเ้ กดิ ความงาม ซง่ึ แนวทาง
ในการนําองค์ประกอบต่าง ๆ มาจัดรวมกนั นนั้ เรยี กวา่ การจดั องค์ ประกอบศลิ ป์ (Art Composition) โดยมี
หลกั การจดั ตามทจ่ี ะกล่าวต่อไป อกี คุณคา่ หนงึ่ ของงานศลิ ปะ คอื คณุ ค่าทางด้านเนอื้ หา เปน็ เรื่องราว หรือ
สาระของผลงานทศี่ ิลปินผสู้ รา้ งสรรค์ต้องการทจ่ี ะแสดงออกมา ใหผ้ ู้ชมไดส้ มั ผสั รบั รู้ โดยอาศัยรปู ลกั ษณะท่ี
เกิดจากการจดั องค์ประกอบศิลป์นนั่ เอง หรืออาจกลา่ วได้ว่า ศิลปนิ นําเสนอเนือ้ หาเร่อื งราวผ่านรปู ลักษณะที่
เกิดจากการจดั องคป์ ระกอบทางศลิ ปะ ถา้ องคป์ ระกอบท่จี ัดขน้ึ ไม่สัมพันธ์กับเน้ือหาเร่ืองราวทน่ี าํ เสนอ งาน
ศิลปะนัน้ กจ็ ะขาดคุณคา่ ทางความงามไป
ดังนนั้ การจดั องค์ประกอบศลิ ป์ จึงมีความสาํ คญั ในการสรา้ งสรรค์งานศิลปะเปน็ อย่างยิ่ง
เพราะจะทําใหง้ านศิลปะทรงคณุ ค่าทางความงามอยา่ งสมบรู ณ์
8 ทัศนศลิ ป ม.2
คาํ ช้แี จง ใบงานที่ 1 เรอ่ื งทศั นธาตกุ ับการจัดองค์ประกอบศิลป์
ใหน้ ักเรียนนําภาพผลงานทศั นศิลปท์ ี่ช่ืนชอบ จาํ นวน 1 ภาพ มาตดิ ลงในกรอบ แลว้ วเิ คราะห์
รปู แบบของทศั นธาตตุ ามประเด็นทีก่ าํ หนด
(ตัวอยา่ ง)
1. ชอ่ื ผลงาน
ผลงานของ
(ตดิ ภาพ) 2. รูปแบบทัศนธาตทุ ี่ปรากฏในผลงาน
ดังกลา่ ว
1) จดุ
2) เสน้
3) รูปร่างและรูปทรง
4) ทว่ี า่ ง
5) นํา้ หนกั อ่อน-แก่
6) พืน้ ผิว
7) สี
3. ความร้สู ึกทม่ี ีตอ่ ผลงานดังกล่าว
9 ทัศนศลิ ป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 2
เรอ่ื ง การใช้วัสดอุ ปุ กรณใ์ นงานทัศนศลิ ป์
จงเติมคําตอบท่ีถูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
แบบทดสอบหลงั เรียน
จงเติมคาํ ตอบทถี่ ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
10 ทัศนศลิ ป ม.2
หนว่ ยท่ี 2 เรอื่ งการใช้วัสดุอุปกรณใ์ นงานทศั นศลิ ป์ของศลิ ปิน
เทคนคิ วธิ กี ารสรา้ งงานศลิ ปะเป็นลกั ษณะเฉพาะของแตล่ ะบคุ คลในการสร้างสรรค์งาน เป็นการ
ค้นคว้าหรือแสวงหารูปแบบเฉพาะท่ีเหมาะสมกับเนือ้ หาสาระท่ีปฏิบตั ิ ด้วยเหตผุ ลนร้ี ปู แบบในการวาดภาพจึง
มีปรากฏเปน็ วิธกี ารเฉพาะ เช่น การเขียนภาพให้สเี รียบขอบคม การเขยี นภาพใหส้ ซี ึมพรา่ มวั การเขยี นภาพ
แสดงรอบแปรงส่วนในแงเ่ ทคนิคทีเ่ กดิ จากวสั ดุในการเขียนภาพ เช่น เทคนคิ การเขยี นสนี ํ้า สนี าํ้ มัน สฝี ุ่น สี
อะคริลคิ หรือเทคนิคการเขียนแบบผสม
ปจั จบุ นั การเขยี นภาพไดม้ ีการพัฒนาวสั ดุอุปกรณ์และเทคนิควิธกี ารแปลกๆ เชน่ การพน่ สีดว้ ยเครือ่ ง
การเท การราด การสลัด การหยด ไปจนถงึ การระบายสบี นร่างกาย
การสร้างสรรค์งานจิตรกรรม
จิตรกรรม เปน็ ผลงานทัศนศลิ ปแ์ ขนงหนึ่ง ทเ่ี กยี่ วข้องสมั พนั ธก์ุ บั การวาดเขียนและระบายสี มีลักษณะ
ท่ัวไปเป็นผลงานบนแผ่นพน้ื 2 มิติ แต่ใช้กระบวนการเพ่ือสร้างภาพลวงตาให้เกิดเป็น 3 มิติ โดยใช้สีชนิดต่างๆ
เชน่ สนี ้ํา สนี ้าํ มัน สฝี ุน่ ฯลฯ เป็นส่อื กลางในการแสดงออกถึงเจตนาในการสร้างสรรค์โดยท่ัวไปแล้ว จิตรกรรม
มีหลายเร่อื งราวทศ่ี ลิ ปนิ นิยมนํามาสร้างสรรค์ ไดแ้ ก่
1.จติ รกรรมประเภทหนุ่ นงิ่ (Still Life)
2.จิตรกรรมประเภทภาพทิวทัศน์ (Landscape)
3.จิตรกรรมประเภทภาพคน (Portrait)
4.จติ กรรมประเภทภาพสตั ว์ (Animals)
5.จิตรกรรมประเภทเรือ่ งราวจากศาสนา ประวัติศาสตร์ และวรรณคดี (Religion , History and
Literature)
การสรา้ งสรรค์งานจติ รกรรมสนี า้ํ
การสร้างสรรคง์ านจติ รกรรมสนี ้ํา จะตอ้ งมขี ั้นตอนและอปุ กรณท์ ่ีใช้สร้างสรรค์งา จิตรกรรม เคร่อื งมอื
และวสั ดุ อุปกรณ์ ในการสร้างสรรค์จติ รกรรมสีน้ํา ประกอบดว้ ย
1.กระดาษ (Paper) โดยทวั่ ไปกระดาษสําหรับสนี าํ้ จะมพี ้ืนผิวแตกตา่ งกนั ทงั้ พ้นื ผิวหยาบและพืน้ ผิวเรียบ
2.ดินสอ (Pencil) และยางลบ (Eraser) ดนิ สอควรจะใช้เกรดออ่ นๆ
3.สีนํ้า (Watercolour) สีนํ้าทั่วไปมี 2 เกรด คือ สาํ หรบั นกั เรยี น และสาํ หรับศลิ ปิน สนี ้ําจะมบี รรจภุ ณั ฑใ์ ห้
เลือกตามความเหมาะสม 3 ลกั ษณะ คือ
1.แบบหลอด เป็นท่นี ิยมกนั ทวั่ ไป สีจะมีความช้นื และความแตกตวั ได้ดี
2.แบบบรรจเุ สรจ็ ในจานสแี บบเป็นกอ้ งแขง็ เหมาะสําหรบั การพกตดิ ตวั ไปเขียนนอกสถานที่
11 ทศั นศลิ ป ม.2
3.แบบขวด มลี กั ษณะเป็นโปร่งใส
4.จานสี (Plate)
5.พูก่ นั (Brush) พู่กนั ที่ดีตอ้ งมคี ุณสมบัติทปี่ ้ายแลว้ มจี ังหวะสปริงตัวเลก็ น้อย โดยพู่กนั มี 2 ลักษณะ คอื พูก่ นั
ชนดิ กลม และพ่กู นั ชนดิ แบน
6.ฟองนา้ํ (Sponge) เป็นส่วนช่วยในการทาน้ําบนกระดาษท่ีไดผ้ ลเร็ว และใชใ้ นการซบั สที ไ่ี ม่ต้องการออก
7.ผา้ เชด็ พกู่ ัน (Clothes)
8.ภาชนะใสน่ าํ้ (Vessel)
9.กระดาษสเกตซแ์ ละตวั หนบี (Board and Clip) กระดาษสเกตซจ์ ะทาํ ดว้ ยไม้อดั แผน่ เรียบหรอื กระดาษหนา
แขง็
10.ขาตงั้ เขยี นภาพและเกา้ อ้ีนั่ง (Easel and Chari)
สารสะลายประกอบการวาดภาพสนี าํ้
โดยปกติสารละลายที่ใช้ในการละลายสีน้ํา คอื นํ้าสะอาด แต่ถ้าต้องการความพิเศษในการ
ระบาย จะตอ้ งใชส้ ารละลายชนิดอ่นื ๆได้แก่
1. Gumarabic ใช่ผสมสารปอ้ งกนั การกระจายของเน้อื สีเมือ่ ต้องการระบายสีแบบเปียกซ้อนเปยี ก
2. Watercolour Gel ใช้ผสมเพอื่ ใหเ้ น้ือสีหนาข้ึน
3. Wetting Agent เป็นสารท่ใี ชผ้ สมเพ่อื ลดความตงึ ของพนื้ ผวิ ละชว่ ยให้ผิวซับน้าํ ไดด้ ีขึ้น
4. Glycerine ใหห้ ยดลงบนสจี านมเี พ่ือป้องกันสแี ห้งแตก
5.Varnishing เปน็ สารละลายท่ใี ช้เคลอื บผวิ หนา้ หลงั จากวาดเสรจ็ และแห้งดแี ล้ว
6.Masking Fluid นํา้ ยาทากนั นํ้า
การร่างภาพ
กอ่ นลงมือรา่ งภาพตอ้ งคํานึงถงึ เร่ืองหลักเกณฑ์ขององค์ประกอบศลิ ป์ คอื
1.จุดสนใจ คอื ส่ิงทก่ี ําหนดให้เป็นตัวสาํ คญั ทท่ี ําใหผ้ ูช้ มเหน็ เปน็ สิ่งแรกเมือ่ มองเห็นภาพ
2.ความสมดุล คือ ความพอดี ความลงตัวในภาพ
3.เอกภาพ คอื ความเปน็ หนง่ึ เดยี วในภาพ
เทคนิคการใชส้ นี า้ํ
1.วิธีเปยี กซ้อนเปียก คอื สจี ะชมุ่ นาํ้ ทง้ั ภาพ ให้ใช้นํ้าทากระดาษใหช้ มุ่ ก่อนลงสี
2.วธิ ีเปียกซอ้ นแห้ง คอื สบี นกระดาษไมช่ ุม่ นาํ้ ใหท้ าน้ําลงบนกระดาษก่อน และใหก้ ระดาษแหง้ ถงึ เรม่ิ เขยี นสี
นํ้า
3.วธิ ีแปลงแห้ง คอื การเขียนภาพดว้ ยแปลงแหง้ คือการผสมสกี บั นา้ํ พอหมาดๆแล้วปา้ ยลงบนกระดาษ สจี ะติด
บ้าง ไมต่ ดิ บา้ ง
12 ทัศนศิลป ม.2
การสรา้ งสรรคง์ านประตมิ ากรรม
ประตมิ ากรรม เปน็ ผลงานศิลปะแบบหนึง่ ซงึ่ มนุษย์สร้างสรรคข์ น้ึ ดว้ ยความรสู้ ึกประทบั ใจ บลั ดาลใจใน
ธรรมชาติ โดยมีนัยในศลิ ปะเป็นสําคัญ ซงึ่ เป็นรปู ทรง 3 มติ ิกนิ ระวางเน้ือในอากาศ
ประเภทของงานประตมิ ากรรม ประติมากรรมแบง่ ไดต้ ามรปู ลกั ษณ์ 3 ประเภท ดังน้ี
1.ประเภทนูนตา่ํ สรา้ งขึ้นเพือ่ ตอบสนองความคิดทางด้านความงามในการประดับตกแต่งอาคารทาง ปัต
ยกรรม เพอ่ื การสร้างศิลปะรบั ใช้ศาสนา และสังคมมนุษยเ์ ป็นส่วนใหญ่ ตอ่ มาก็ไดส้ ร้างศิลปะเพื่อศลิ ปะเกดิ ข้ึน
จึงไดม้ ีการสร้างประติมากรรมแบบนนู ตา่ํ ข้ึน คือการรบั รู้เฉพาะส่วนหน้าเพยี งด้านเดียว
2.ประเภทนนู สูง คือ จะมรี ูปทรงและมวลปรมิ าตรความนูนสูงขนึ้ มาจากฐานรองรบั ท่เี ปน็ พื้นหลังภาพตง้ั แต่
ครึ่งหน้าของรูปจริงข้นึ ไป
3.ประเภทลอยตัว สามารถมองเหน็ ไดร้ อบดา้ น
ลักษณะงานประตมิ ากรรม
เปน็ ผลงานท่ีสรา้ งสรรค์ข้ึนตามชนดิ ของวสั ดุทมี่ อี ยู่หลากหลายทัง้ ในธรรมชาตแิ ละวสั ดุท่เี กิดจาก
การประดิษฐ์คิดคน้ ข้ึน แบง่ ออกเป็น 4 ลกั ษณะ
1.การปั้น โดยใช้วัสดทุ ีม่ เี น้อื อ่อน เช่น ดนิ เหนยี ว ดนิ น้าํ มนั
2.การแกะสลัก โดยใชว้ ัสดเุ นือ้ แข็ง เชน่ ไม้ หิน งาชา้ ง
3. การหล่อ เพอื่ ให้ไดผ้ ลงานท่ีคงทนถาวร และเพ่ิมจํานวนช้ินงานตามต้องการ เช่น แม่พิมพต์ ่างๆ
4.การประกอบขึ้นรูป คอื สร้างรปู ในรปู แบบ 3 มติ ิ
การสรา้ งสรรคง์ านภาพพิมพ์
ภาพพมิ พ์ คอื รอ่ งรอยท่ีทาํ ให้เกิดข้นึ โดยวิธีการพมิ พ์ จะตอ้ งกระทาํ บนวัตถอุ นั หน่งึ กอ่ น แลว้ จึง
กดทับใหไ้ ปติดประทบั รอยบนวัสดอุ กี อันหนึ่งแบ่งออกตามกระบวนการสร้างสรรค์ได้ 4 ประเภทใหญๆ่ ดังน้ี
1.กรรมวธิ ีพมิ พจ์ ากสว่ นนนู คือ การสร้างงานภาพพมิ พด์ ้วยกรรมวิธีสร้างแมพ่ มิ พ์โดยนําวสั ดทุ ่ีมเี น้อื แขง็
พอสมควรและแกะส่วนทไี่ มต่ อ้ งการออก แลว้ กล้งิ หมึกพิมพ์ลงบนผวิ หนังส่วนนูน เป็นต้น
2.กรรมวธิ ีพมิ พ์จากส่วนรอ่ งลึก คือ สร้างด้วยแผ่นทองแดง เหล็ก หรือสงั กะสี ดว้ ยวธิ กี ารแกะหรอื ขูดพน้ื ทขี่ อง
วสั ดุบางสว่ นออกไป แล้วผ่านกระบวนการกรดกัด เปน็ ตน้
3.กรรมวธิ พี ิมพจ์ ากสว่ นผวิ พ้ืน คือ การสรา้ งภาพบนพื้นราบ ผิวหน้าเรียบเสมอกนั
4.กรรมวิธพี ิมพผ์ ่านชอ่ งฉลุ คอื การพมิ พผ์ า่ นช่องว่าทีส่ รา้ งสรรคไ์ ว้ เช่น การอัดภาพถ่าย
13 ทศั นศิลป ม.2
คําชี้แจง ใบงานหน่วยท่ี 2 เรื่องการใช้วัสดุอปุ กรณ์ในงานทัศนศิลป์
ให้นักเรียนเลือกศิลปินทัศนศลิ ปส์ าขาจติ รกรรม มา 1 ท่าน แล้วศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู ตามประเด็น
ที่กําหนด
(ตดิ ภาพศิลปน หรือภาพผลงานทมี่ ีชื่อเสียงของศลิ ปน )
ชือ่ ศลิ ปินทัศนศลิ ปส์ าขาจติ รกรรม
1. ประวัตสิ งั เขป
2. ผลงานและเกยี รติคณุ
3. รูปแบบการใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
14 ทัศนศลิ ป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 3
เรอื่ ง การวาดภาพสื่อความหมายและเร่ืองราว
จงเตมิ คําตอบทถี่ กู ต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผตู้ รวจ ..........................................
แบบทดสอบหลงั เรียน
จงเตมิ คําตอบทถ่ี ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผูต้ รวจ ..........................................
15 ทศั นศลิ ป ม.2
หนว่ ยท่ี 3 การวาดภาพส่อื ความหมายและเรื่องราว
การวาดภาพสอื่ ความหมายเรอ่ื งราว
ภาพวาดที่ผ้วู าดจะวาดออกมาน้ันนอก จากจะสวยงามแลว้ ยังสือถึงความหมายและเรอื่ งราวต่างๆที่
เกดิ ข้ึน ซ่งึ ผวู้ าดภาพจะเข้าใจดี คอื การวาดภาพน้นั ไมใ่ ชว่ าดเพ่ือความสวยงามแตต่ ้องสามารถเลา่ ถงึ
เรือ่ งราวต่างๆ จากภาพได้ ขัน้ ตอนการวาดภาพภาพสื่อความหมายและเร่อื งราว
การวาดภาพนั้นก่อนจะลงมอื วาดภาพ ผวู้ าดจะตอ้ งมีการวางแผน ออกแบบไปตามขน้ั ตอนดง้ น้ี
1. ข้ันกาํ หนดกรอบแนวคิด คอเป็นการกระชบั ขอบเขตการทํางานไมใ่ หก้ วา้ งจนเกินไป คอื กําหนดวา่
จะวาดอะไร เพือ่ สอ่ื ความหมายและเรอื่ งราวใด นา่ จะใชเ้ ทคนิคการวาดภาพแบบใด
2. ขนั้ กาํ หนดชอื่ เรือ่ ง เปน็ การตัง้ ชอ่ื เรื่องให้มีความสมั พนั ธก์ ับภาพทเ่ี ราวาดออกมาหรอื กอ่ นจะวาด
ภาพน้นั
3. ข้นั ร่างภาพ หลงั จากตกผลกึ แนวคดิ ในการวาดภาพแลว้ กท็ ําการรา่ งภาพด้วยดนิ สอเบาๆ โดย
คํานงึ ถงึ การจดั วาง รปู ทรง ให้เป็นเอกภาพ
4. ขน้ั ระบายสี เปน็ ขั้นตอนสดุ ท้ายของการสรา้ งสรรค์ผลงาน ตอ้ งใช้เทคนคิ และวธิ ีการที่แตกต่างกนั
ไปของการลงสแี ต่ละชนิด
เทคนิคการวาดภาพดว้ ยสนี าํ้
กอ่ นลงมอื สร้างสรรค์ผลงานควรทําความเข้าใจคณุ สมบตั ิของสีนํ้าและเทคนิคเฉพาะในการระบายสนี ํา้
เปน็ พ้ืนฐานความรูก้ อ่ น ดังนี้
1.สนี ้าํ มีลกั ษณะโปร่งแสงเนื้อสบี างและมีสสี นั สวยงาม เมอ่ื ระบายลงพนื้ กระดาษจะเหน็ ความใสของสบี นผิว
กระดาษ สนี า้ํ ใชน้ าํ้ ละลายความเขม้ ขน้ ของสี
2.การระบายต้องรู้จกั รอคอยจงั หวะเวลา เพือ่ กําหนดความชมุ่ เปียก ความหมาดของพ้นื กระดาษ
3. เมือ่ ต้องการให้สีดสู ดใสชุ่มฉ่าํ ก็ใหร้ ะบายนาํ้ สะอาดลงบนพน้ื กระดาษกอ่ นพอหมาดๆ
เทคนคิ ในการวาดภาพสนี ้ํามหี ลายวธิ ี ดงั น้ี
1. การระบายสีแบบเปยี กบนเปยี ก
2 การระบายสีแบบแห้งบนเปียก
3. การระบายสีแบบเปยี กบนแห้ง
4. การระบายสแี บบแห้งบนแหง้
เน่ืองจากสนี าํ้ เป็นสที ี่มีลักษณะโปร่งแสงเมื่อระบายสีนํา้ ลงบนพ้ืนกระดาษจะ เห็นความใสของสบี น
พนื้ ผิวกระดาษ ดงั น้นั การระบายสนี ้าํ ควรระบายดว้ ยสีอ่อนใหช้ ุ่มเป็นรูปรา่ งตา่ งๆ แล้วเน้นด้วยสเี ข้มขณะที่
ภาพยงั เปียกอยู่
16 ทัศนศลิ ป ม.2
เทคนิคการวาดภาพดว้ ยสีโปสเตอร์
ข้ันตอนการรา่ งภาพเปน็ ข้นั ตอนที่สําคัญในการวาดภาพระบายสี เพราะร่างภาพเป็นการเริม่ ตน้ โครง
ร่างของภาพ ซ่ึงเปน็ การถ่ายทอดความคิดหรอื จนิ ตนาการออกมา ก่อนการวาดภาพทุกครั้งจําเป็นต้องมกี าร
รา่ งภาพเพอ่ื จัดลําดบั เนอ้ื หา จดั องคป์ ระกอบของทศั นธาตใุ หไ้ ดต้ ามหลกั การจดั องคป์ ระกอบศิลป์ที่
สมบูรณ์ แลว้ จงึ ลงนํ้าหนกั ของเสน้ แสงและเงา สี ตามภาพร่างทกี่ าํ หนดไว้ โดยใชส้ ีโปรสเตอรืจึงจะได้ผลงาน
ที่มีคุณภาพ
เทคนิคการวาดภาพดว้ ยเทคนคิ ผสม
การระบายสีโปสเตอร์ มีวธิ ีการระบายให้สผี สมผสานกลมกลืนกันอยุ่ 2 วิธี ดังน้ี
1.ระบายสแี ก่ไปหาสีออ่ น เป็นการระบายสีโดยคาํ นงึ ถงึ เงาเขม้ ของภาพกอ่ นแล้วคอ่ ยลดนํ้าหนักให้ออ่ นลงดว้ ย
การผสมสขี าว หรือสใี กล้เคียงกนั ในวงจรสีท่มี ีน้ําหนกั ออ่ นลงมาผสมเพมิ่ เข้าไปทีละนอ้ ยใน ลกั ษณะของการไล่
นาํ้ หนักสี เพื่อให้ภาพสวา่ งกลมกลืนกัน
2. ระบายจากสอี ่อนไปหาสแี ก่ เปน็ การระบายสโี ดยคาํ นงึ ถงึ สว่ นสว่างหรอื สว่ นท่ีได้รับแสงก่อน แลว้ จึงคอ่ ยๆ
เพม่ิ น้ําหนกั ใหเ้ ขม้ ขึ้นทีล่ ะน้อยด้วยการผสมสีดาํ หรืสตี รงกันข้าม ในวงจรสีท่ีมีนํ้าหนกั เขม้ ข้ึน ในลกั ษณะของ
การไล่น้าํ หนักสี เพ่อื ใหเ้ กดิ การประสานกลมกลนื กนั
17 ทศั นศิลป ม.2
ใบงานที่ 1 หน่วยท่ี 3 การวาดภาพสือ่ ความหมายและเรื่องราว
คําช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นนาํ เสนอเฉพาะความคดิ รวบยอดสน้ั ๆ ท้ังน้ีให้ออกแบบผงั ของแผนภาพ และระบายสี
ตกแต่งใหป้ ระณีตสวยงาม
……………………………… ………………………………… ………………………………
………………………………. …………………………….….. ……………………………….
……………………………… 1. การวาดเสน้ ………………………………
………………………………. ……………………………….
1. ส่อื ความหมายแบบ เทคนคิ การวาดภาพ 3. ส่ือความหมายแบบ
.................................. ส่ือความหมาย และเรอ่ื งราว ..................................
.................................. ความหมาย ........................................ ..................................
.................................. ..................................
2. สือ่ ความหมายแบบ ............................................ ..................................
.................................. ............................ ..................................
.................................. ..................................
.................................. 2. การระบายสี ..................................
18 ทศั นศิลป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยที่ 4
เรอ่ื ง การวาดภาพถา่ ยทอดบคุ ลิกและลกั ษณะของตัวละคร
จงเตมิ คาํ ตอบที่ถกู ต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผ้ตู รวจ ..........................................
แบบทดสอบหลงั เรียน
จงเติมคําตอบท่ีถกู ต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
19 ทัศนศิลป ม.2
หนว่ ยที่ 4 การวาดภาพถา่ ยทอดบุคลิกและลกั ษณะของตวั ละคร
เรอื่ งราวทัง้ หมดของการ์ตูนจะถา่ ยทอดโดยนักแสดงหรอื ตัวละครเปน็ หลัก โดยการพูด การกระทําท่ี
แสดงออก รวมทงั้ ความสัมพนั ธก์ ับตัวละครตวั อ่ืนๆ ซ่งึ สามารถบง่ บอกถึงบุคลกิ ลกั ษณะของตวั แสดงโดยแบ่ง
ออกเป็น 2 ลักษณะ คือ บคุ ลกิ แบบจําลอง และ บคุ ลิกลกั ษณะเฉพาะตวั
1. บคุ ลิกแบบจาํ ลอง หมายถึง บคุ ลกิ ลักษณะท่วั ๆไป ซ่ึงอาจจะไม่เป็นจริง ในขณะทคี่ นอืน่ ๆ มักจะคาดเดาว่า
คนในบุคลกิ แบบนน้ั จะมีนิสัย อาชพี ฯลฯ อยา่ งไร น่นั คือ การประเมินตวั ละครที่เห็นจากบคุ ลกิ ภาพภายนอก
เชน่ คนท่ใี สแ่ วน่ หนาๆ จะเป็นพวกหนอนหนงั สือ เป็นตน้
2. บุคลิกลักษณะพิเศษเฉพาะตัว หมายถงึ บุคลกิ พิเศษเฉพาะตัว ของตัวการต์ นู ตวั การต์ นู ทีด่ ีควรมเี อกลกั ษณ์
ของตวั เอง เพื่อใหค้ นดสู นใจ จดจํา และติดตาม เชน่ ตัวละครคนแคระทงั้ เจ็ด ในภาพยนตร์เรอ่ื งสโนว์ไวท์แต่
ละตัวจะมีบคุ ลิกท่แี ตกต่างกนั ไป ท้ังนเ้ี ราสามารถใช้บุคลิกพิเศษของตวั ละครแต่ละตัวเพิ่มสสี ันให้กับเน้ือ เร่อื ง
ของการ์ตูนได้ด้วย
บคุ ลิกลักษณะต่างๆ ของตัวแสดงสามารถถา่ ยทอดไดด้ ว้ ยการออกแบบตัวละคร ส่ิงแรกในการ
ออกแบบ คอื การพิจารณาบทบาทตา่ งๆ ในเนอื้ เร่ือง แลว้ ลงมอื ศึกษาและกาํ หนดรายละเอียดให้กบั ตวั ละคร
เช่น หากเราทาํ เร่ือง “กระตา่ ยกบั เต่า” เราควรศึกษาดูว่าการแต่งกาย ลักษณะท่าทาง และกําหนดพฤตกิ รรม
บคุ ลิกเฉพาะตวั ของการต์ นู ว่ามกี ารแสดงออก ท่าทาง นิสยั เปน็ อย่างไร ชอบทําอะไร เปน็ ต้น
ในการออกแบบตวั ละคร ควรออกแบบตวั ละครหลายๆ มมุ และจัดวางในทศิ ทางตา่ งๆ กนั ทดลอง
วาดทลี ะท่าทาง และไม่ควรออกแบบตวั ละครให้มคี วามซบั ซอ้ น หรอื ยากเกินไปตอ่ การนํามาสร้าง
ภาพเคลอ่ื นไหว เชน่
1. ภาพตัวละครท่ีคลา้ ยกบั สัตวป์ ระหลาด มีการเดินทางทไ่ี ม่เร็วนัก และดูน่ากลัว เราลองจินตนาการเดนิ
ของมัน จะเหน็ ไดว้ า่ ขาท่มี ากเกนิ ไป จะดเู ป็นเร่อื งยุง่ ยากและซับซอ้ นจนเกินไปในการสร้างการ
เคล่อื นไหว
2. เชน่ เดยี วกนั กับรปู กระต่ายตัวนี้ ท่ไี มค่ วรใหร้ ายละเอียดมากจนเกินไป อาจจะเปน็ การเพ่ิมงานใหเ้ รา
โดยไม่จําเปน็ และควรพจิ ารณาถงึ การเคล่ือนทข่ี องตัวการต์ นู ดว้ ย
3. การออกแบบภาพท่เี รียบงา่ ยเกินไปกท็ าํ ให้เรายากตอ่ การแสดงออกของบคุ ลกิ ลักษณะทา่ ทาง ทําให้
การ์ตูนดไู ม่น่าสนใจ
20 ทศั นศิลป ม.2
ใบงานที่ 1 หน่วยที่ 4 การวาดภาพถา่ ยทอดบุคลกิ และลกั ษณะของตวั ละคร
คาํ ชแี้ จง ใหน้ ักเรียนวาดภาพตวั ละครจาก วรรณคดีไทย ทป่ี ระทับใจ
ตัวละครจากวรรณคดไี ทยเรอื่ ง .......................................................
1. ชื่อตัวละคร
2. บคุ ลิกลกั ษณะของตวั ละคร คอื
3. ประวตั ิของตวั ละคร
4. เทคนิคที่ใชใ้ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ไดแ้ ก่
21 ทศั นศลิ ป ม.2
ใบงานท่ี 2 หน่วยท่ี 4 การวาดภาพถา่ ยทอดบคุ ลิกและลักษณะของตัวละคร
คําชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นแตง่ เรื่องส้นั /การ์ตนู พรอ้ มวาดตัวละครเอกในเรอื่ งท่ีนักเรียนแต่ง
นทิ าน/เร่อื งสน้ั เร่ือง ......................................................
เนื้อเรือ่ งโดยย่อ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ตัวเอกของเร่อื งคอื ...........................................................................................................................
บคุ ลกิ ของตวั เอก ..............................................................................................................................
22 ทัศนศิลป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 5
เรอ่ื ง งานทัศนศลิ ป์ในการโฆษณา
จงเติมคาํ ตอบทถี่ ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผูต้ รวจ ..........................................
แบบทดสอบหลังเรียน
จงเตมิ คําตอบทถ่ี ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผูต้ รวจ ..........................................
23 ทัศนศลิ ป ม.2
หน่วยท่ี 5 งานทศั นศิลป์ในการโฆษณา
งานทัศนศิลป์ในการโฆษณา
ผลงานทัศนศิลปอ์ ย่างหน่ึงทีเ่ ราจะพบได้อย่างแพรห่ ลายในสงั คมกค็ ือ งานโฆษณาประชาสมั พนั ธใ์ น
ดา้ นตา่ งๆ โดยเฉพาะงานโฆษณาท่ถี ูกสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบของโปสเตอรซ์ ึง่ มคี วามหลากหลายท้ังในแง่
ของการสรา้ งสรรค์รูปแบบ วสั ดุทใี่ ช้ ตลอดจนเทคนคิ ในการผลติ ผลงานถอื เปน็ งานโฆษณาท่มี ีจุดม่งุ หมาย
เพ่อื ใหผ้ พู้ บเห็นกระทาํ ในสงิ่ ทีผ่ ู้ผลติ โฆษณาคาดหวงั ไว้
การเรยี นรวู้ ิธีการออกแบบโฆษณานอกจากจะทําให้เราสามารถบรรยายวิธกี ารใชง้ านทัศนศลิ ปใ์ น
การทําโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพ่ือโนม้ น้าวใจได้แล้ว เรายังสามารถจะนาํ ความร้จู ากการศกึ ษาไป
สร้างสรรคง์ านโฆษณาในรปู แบบโปสเตอร์ได้ถูกต้อง มีความงดงาม และมปี ระสิทธภิ าพในการใชง้ านดว้ ย
1. ความรเู้ บ้ืองตน้ เกีย่ วกับโฆษณา
1.1.ความหมายของโฆษณา หมายถึง การเผยแพรห่ นังสือออกไปยังสาธารณชน ปา่ วร้อง ปา่ วประกาศ
เช่น โฆษณาสนิ ค้า
1.2.รปู แบบของการโฆษณา หลกั สาํ คญั อยทู่ ี่ตอ้ งการสอื่ ความเข้าใจให้ตรงกันระหวา่ งผู้ออกแบบและผู้
พบเหน็ เพ่ือเชญิ ชวนมาใชบ้ ริการสินค้าทท่ี าํ โฆษณา
1.3. จุดมงุ่ หมายของการโฆษณา
- การโฆษณาเพ่ือความเข้าใจรว่ มกันในสังคม
- การโฆษณาเพ่อื รณรงคห์ รอื ต่อตา้ น
- การโฆษณาเชญิ ชวนเพอ่ื ผลทางธุรกจิ
2. ทศั นศลิ ป์กบั งานโฆษณา งานทางด้านทัศนศลิ ป์นับว่ามีบทต่อสงั คม โดยเฉพาะงานโฆษณาถอื วา่ เป็น
ส่ือกลางทช่ี ว่ ยสร้างความเขา้ ใจระหว่างผู้ซือ้ กับผขู้ าย
2.1.ความหมายและลกั ษณะของโปสเตอร์เพอื่ การโฆษณา
โปสเตอร์ หมายถงึ ภาพศลิ ปะท่ีสามารถรายละเอยี ดใหผ้ ู้พบเห็นเขา้ ใจความหมายโดยรวดเรว็ ในระยะเวลาอนั
ส้นั
2.2.ประเภทของโปสเตอร์เพื่อการโฆษณา แบ่งไดเ้ ป็น 3 รูปแบบ คือ โปสเตอร์ท่ีมเี ฉพาะรปู ภาพ
โปสเตอรท์ ่มี เี ฉพาะตัวอกั ษร และโปสเตอร์ท่ีมีรูปภาพและตัวอกั ษร
1. โปสเตอรท์ ี่มีเฉพาะรปู ภาพ เป็นการโฆษณาท่ใี ชภ้ าพวาด ภาพถา่ ย ภาพกราฟิกตามท่ีออกแบบ
โดยไม่มีตวั อกั ษรโดยใช้หลักดังน้ี
- ออกแบบตัวอกั ษรให้มจี ดุ สนใจอยเู่ พยี งจดุ เดียว
- ภาพต้องสือ่ ความหมายท่ีเข้าใจได้
- มีสสี นั สะดุดตา
2.โปสเตอรท์ ี่มเี ฉพาะตวั อักษร เปน็ การทําโฆษณาโดยใช้คาํ หรือข้อความเปน็ สื่อ โดยใชห้ ลกั ดังนี้
- ออกแบบตัวอักษรให้สะดดุ ตา
24 ทัศนศลิ ป ม.2
- ใช้ตวั อกั ษรทอี่ า่ ได้ชัดเจน
- มีสสี นั สะดดุ ตา
3. โปสเตอร์ท่ีมรี ปู ภาพและตวั อักษร เปน็ โปสเตอร์ทีป่ ระกอบด้วยภาพและขอ้ ความในเรื่องเดียวกัน
โดยจะตอ้ งยึดหลกั ดงั ตอ่ ไปนี้
- กําหนดถอ้ ยคําท่ีหวั เรอ่ื งทก่ี ระชับ
- ออกแบบตวั อักษรโดยมีช่อื เร่อื งหรอื หวั เร่ืองและถอ้ ยคําที่ลดลนั่ กนั ไป
- ออกแบบภาพทส่ี ามารถส่ือความหมายได้สมบูรณ์
- ออกแบบใหม้ สี ีสันทช่ี ว่ ยดึงดูดใจ
2.3.หลกั การออกแบโปสเตอร์เพื่อการโฆษณา มหี ลกั ดงั นี้
1.ความเป็นเอกภาพ
2.ความมีสมดลุ
3.ความโนม้ นา้ วใจ
รปู แบบการโฆษณา
ปัจจุบันธุรกิจการค้าเจริญก้าวหน้าไปมาก ประกอบกับมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นขึ้นมากมายทําให้
ศลิ ปะการโฆษณามรี ูปแบบมรี ปู แบบตา่ งๆ ดังนี้
1. ศิลปะการโฆษณาทางหนงั สอื พิมพ์
2. ศลิ ปะการโฆษณาทางนิตยสาร
3. ศิลปะการโฆษณาทางการเกษตร
4. ศลิ ปะการโฆษณาทางโทรทัศนแ์ ละวิทยุ
5. ศิลปะการโฆษณาทางไปรษณยี บัตร
6. ศิลปะการโฆษณาภายในและกลางแจ้ง
7. ศลิ ปะการโฆษณาทางภาพยนตร์
25 ทัศนศิลป ม.2
ใบงานท่ี 1
หนว่ ยท่ี 5 งานทศั นศิลป์ในการโฆษณา
คําส่งั
1. ใหน้ ักเรียนเลือกออกแบบโปสเตอรโ์ ฆษณาผลติ ภัณฑด์ งั ตอ่ ไปนี้
เลอื ก 1 อย่างนาํ มาออกแบบ* ( นมกลอ่ ง, ยาพาราเซตตามอล, มอื ถอื สมาร์ทโฟน )
รูปแบบผลงาน
- ออกแบบลงในกระดาษ 100 ปอนด์ ขนาด A3 ลงสีโปสเตอรห์ รือสนี ้าํ พร้อมตดั เส้น
ส่งิ ทตี่ ้องมีในผลงาน
- ชอื่ แบรนด์ , ชื่อสนิ คา้
- รูปสนิ ค้า Logo
- สรรพคุณ , คณุ สมบัติอย่างกระชับไดใ้ จความ
- การออกแบบใหด้ ูนา่ สนใจ แปลกใหม่ มคี วามคิดสร้างสรรค์
ใบงานท่ี 2
คําส่งั
1. ให้นกั เรยี นเลอื กออกแบบโปสเตอร์โฆษณา ละครหรอื ภาพยนตร์ (แนวเหมอื นจรงิ /การ์ตูนกราฟิก)
รปู แบบผลงาน
- ออกแบบลงในกระดาษ 100 ปอนด์ ขนาด A3 ลงสีโปสเตอร์หรือสีน้ําพร้อมตดั เส้น
สง่ิ ท่ตี อ้ งมใี นผลงาน
- ช่ือเร่ือง (การใชต้ วั อกั ษรตามสไตลข์ องแนวละครหรือภาพยนตร์)
- ตัวละครเอกและตัวละครสมทบในเรอื่ ง (นาํ ความรู้จากการวาดบุคลิกและตวั ละครบทกอ่ นมาใช้)
- รายละเอยี ดวันท่เี ข้าฉาย
- โลโก้ คา่ ยหนัง หรือ ชอ่ งละคร
- การออกแบบใหด้ นู ่าสนใจ แปลกใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์
- ชอ่ื ชนั้ เลขท่ี มมุ ขวาล่างกรอบรูป
26 ทัศนศิลป ม.2
คําชแ้ี จง ให้นักเรียนเลือกคาํ ตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. หลกั สาํ คัญของการออกแบบโฆษณา คอื อะไร 6. โปสเตอร์ที่ใชพ้ ้ืนท่สี ําหรับรปู ภาพและตวั อักษรท่ีเท่ากนั
ก. ออกแบบสําหรบั ธุรกจิ การค้า จดั เป็นโปสเตอร์ประเภทใด
ข. ใชเ้ ป็นเคร่ืองมอื ในการสื่อสาร ก. โปสเตอรท์ ี่มเี ฉพาะรปู ภาพ
ค. เนน้ ท่ีความแปลกใหม่ในด้านรปู แบบ ข. โปสเตอรท์ ี่มีเฉพาะตัวอกั ษร
ง. ตอ้ งการสอื่ ความเข้าใจให้ตรงกนั ระหวา่ งผอู้ อกแบบ ค. โปสเตอร์ท่ีมีจดุ สนใจหลายจดุ
และผพู้ บเห็น ง. โปสเตอร์ที่มีทัง้ รูปภาพและตัวอกั ษร
2. การโนม้ นา้ วใจ หมายถงึ ขอ้ ใด 7. การชี้แจงเกี่ยวกบั แผนงานหรือนโยบายของหนว่ ยงาน
ก. ตวั อักษรขนาดใหญ่ ทางราชการ เปน็ การโฆษณาเพอ่ื จุดประสงค์ใด
ข. ไม่หนกั ไปขา้ งใดข้างหน่งึ ก. เพ่อื ผลทางธรุ กจิ
ค. การใช้ภาษาถูกตอ้ งน่าสนใจ ข. เพ่อื สบื สานวฒั นธรรม
ง. เรา้ ใจใหผ้ ู้พบเห็นเกดิ ความสนใจ ค. เพอ่ื รณรงคห์ รอื ตอ่ ตา้ น
ง. เพ่ือความเข้าใจรว่ มกันในสังคม
3. การเรียนรู้วิธีการออกแบบโฆษณามีความสําคัญอยา่ งไร
ก. สามารถบรรยายวิธีการเลอื กหัวข้อในการออกแบบ 8. เพราะเหตใุ ด โปสเตอร์ภาพการ์ตูนจงึ มลี กั ษณะของ
โฆษณา ตัวการ์ตนู ไมเ่ หมือนกนั
ข. สามารถบรรยายวธิ ีการใชง้ านทศั นศิลปใ์ นการ ก. เพราะมกี ารจัดองค์ประกอบศิลปแ์ ตกตา่ งกัน
ออกแบบโฆษณา ข. เพราะต้องการส่ือความหมายให้แตกต่าง
ค. สามารถบรรยายจุดมุ่งหมายในการสรา้ งสรรคง์ าน ค. เพราะเปน็ การสะท้อนบุคลกิ ของผวู้ าด
ออกแบบโฆษณา ง. เพราะผู้วาดไมม่ ีความสามารถ
ง. สามารถบรรยายวธิ กี ารวเิ คราะห์หัวข้อเร่ืองในการ
ออกแบบโฆษณา 9. ขน้ั ตอนแรกของการออกแบบโปสเตอร์เพอื่ การโฆษณา
คอื อะไร
4. โปสเตอรท์ ่ีไม่มตี ัวอกั ษรปรากฏหรอื มนี อ้ ย จดั เปน็ ก. ออกแบบร่างคร่าวๆ
โปสเตอรป์ ระเภทใด ข. วิเคราะห์หัวข้อเร่อื ง
ก. โปสเตอรท์ ี่มีเฉพาะรูปภาพ ค. เลือกหวั ขอ้ โปสเตอร์
ข. โปสเตอรท์ ่ีมเี ฉพาะตัวอักษร ง. รา่ งภาพตามหลักองค์ประกอบ
ค. โปสเตอรท์ ่ีมีจุดสนใจหลายจุด
ง. โปสเตอรท์ ี่มีท้งั รูปภาพและตัวอักษร 10. โปสเตอร์ หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. ภาพศลิ ปะทส่ี วยงาม
5. โปสเตอร์ที่ใช้คําหรอื ข้อความท่เี ปน็ ตวั อักษรเป็นหลกั ข. ภาพศิลปะทมี่ อี งคป์ ระกอบศิลปส์ มบรู ณ์
จัดเป็นโปสเตอร์ประเภทใด ค. ภาพศลิ ปะทบ่ี อกรายละเอียดครบถว้ นของทศั นธาตุ
ก. โปสเตอร์ที่มเี ฉพาะรูปภาพ ง. ภาพศิลปะทสี่ ่อื สารให้เขา้ ใจความหมายในเวลา
ข. โปสเตอรท์ ี่มเี ฉพาะตัวอักษร สั้นๆ
ค. โปสเตอร์ที่มีจดุ สนใจหลายจุด
ง. โปสเตอรท์ ี่มีทง้ั รูปภาพและตวั อกั ษร
27 ทัศนศิลป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยที่ 6 เร่อื ง การประเมินและวจิ ารณ์งานทศั นศลิ ป์
จงเตมิ คาํ ตอบทถ่ี ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผตู้ รวจ ..........................................
แบบทดสอบหลงั เรยี น
จงเตมิ คําตอบทถ่ี ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
28 ทัศนศลิ ป ม.2
หนว่ ยที่ 6 เรื่อง การประเมินและวิจารณ์งานทัศนศลิ ป์
ศิลปวจิ ารณ์
สุนทรียภาพทางศลิ ปะ หมายถึง การรบั ร้คู วามรู้สึกของแตล่ ะคนทมี่ ตี ่อความงามในธรรมชาตหิ รอื
ผลงานศิลปะ เพราะศิลปะจะมีขอบข่ายครอบคลมุ ในความรู้และทกั ษะทสี่ มั พันธก์ ับประสบการณท์ างความ
งามของมนุษย์
โดยท่วั ไป พื้นฐานของความงามทางศลิ ปะจะต้องประกอบไปดว้ ยความสวยงาม ความแปลกตา ความ
น่าท่งึ ซึ่งมผี ลทําให้จติ ใจของมนุษยเ์ ราผอ่ นคลาย เกิดเป็นความพงึ พอใจ และซาบซงึ้ ในผลงานศิลปะนน้ั ๆ
ความซาบซึง้ หรือการเห็นคุณค่าในความงามของศลิ ปะสามารถสรา้ งใหเ้ กดิ ขน้ึ ได้ โดยบุคคลนั้นตอ้ งมี
ประสบการณท์ างการเรยี นรูศ้ ลิ ปะมากๆ นอกจากนก้ี ารสงั เกตความงามในธรรมชาติสงิ่ แวดลอ้ มหรือการจดั
สภาพแวดลอ้ มใหด้ กี จ็ ะช่วยใหเ้ รามสี นุ ทรยี ภาพได้เชน่ กนั
ประสบการณก์ ารเรยี นรคู้ วามงามทางศลิ ปะ หมายถึง การทีเ่ ราได้สมั ผสั กับเรื่องราวความวามตา่ งๆ
ทางศลิ ปะทง้ั ทางตรงและทางอ้อม และรอโอกาสทจี่ ะนาํ เร่อื งราวและประสบการณ์นั้นออกมาใชถ้ า่ ยทอดใน
งานศลิ ปะตอ่ ไป ท่เี รยี กวา่ กจิ กรรมการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะ จากประสบการณ์
การฝกึ ฝนให้มปี ระสบการณท์ างศลิ ปะ สามารถทาํ ไดด้ ังนี้
1. ฝกึ การสงั เกตรับรู้ธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม
2. ฝึกการสงั เกตรับรู้สิ่งของวตั ถุตา่ งๆ รอบตัว
3. ฝกึ การสอ่ื สารจากการรับรแู้ ละเข้าใจในธรรมชาติ และสิง่ แวดลอ้ ม
4. ฝึกการถ่ายทอดรูปทรงเป็นผลงานศิลปะ
หลักการฝึกการประเมินและวิจารณ์งานศลิ ปะ
การเรยี นรศู้ ลิ ปะนอกจากการเรียนเน้ือหาสาระค่กู บั การฝกึ ปฏบิ ัติการวาด การปั้น การพิมพ์ ละการ
สรา้ งสรรคง์ านศิลปะแล้ว นักเรยี นควรมีพ้ืนฐานความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับการวจิ ารณศ์ ิปละด้วย เพอื่
1. ฝึกให้เปน็ คนรอบรู้เกี่ยวกับหลกั การ แนวคิด และรูปแบบวีการปฏิบัติงานศิลปะใหมๆ่
2. ฝึกให้รจู้ ักรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ื่น
3. ฝกึ ให้มีจิตใจเปน็ ประชาธิปไตย
4. ฝกึ จิตใจให้สงบ สุขมุ รอบคอบ
5. ฝกึ ใหเ้ กยี รตยิ กยอ่ งผ้อู ่นื
29 ทศั นศลิ ป ม.2
6. ฝึกการปรบั ตัวใหถ้ กู ต้อง
การวิจารณ์ คือ การแสดงความคิดเห็นต่อส่ิงหน่ึงส่ิงใดตามความรู้ความเข้าใจจากประสบการณ์ของผู้วิจารณ์
การวิจารณ์ศิลปะต้องตรงไปตรงมา วิจารณ์ตามความรู้สึกจากประสาทสัมผัสตามประสบการณ์ที่มี
หรือวิจารณ์ไปที่ตัวผลงานโดยตีความหมายเนื้อหากี่แสดงออก หรือวิจารณ์หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ เป็น
ต้น
แนวทางท่วั ไปของนกั วจิ ารณ์รุน่ ใหม่
1. พิจารณาการส่ือสารและการถ่ายทอดอารมณ์ที่การแสดงออกในผลงานว่าตรงกับเน้ือหาของเรื่อง
ทกี่ าํ หนดหรือไม่ อย่างไร
2. พิจารณาวิธกี ารสื่อถ่ายทอดงานว่ามคี วามเหมาะสมอย่างไร
3. พิจารณาเทคนิคและกระบวนการถ่ายทอดความงามได้ลึกซ้ึงซับซ้อน และได้ผลงานแปลกตาม
ความจําเป็นของการใช้เทคนิคน้ันๆ หรือไม่
4. พิจารณาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ท่ีแสดงออกในผลงาน เช่น รูปแบบ เน้ือหา การเลือกใช้วัสดุ สี
เทคนคิ การระบายสี เปน็ ต้น
5. สังเกตการแก้ปัญหาในทางบวกหรือลบและพิจารณาความเป็นไปได้จากการแก้ปัญหาในผลงาน
ศลิ ปะน้นั ๆ
6. พิจารณาจากการมีความรบั ผิดชอบต่อสังคมสว่ นรวมในการสรา้ งสรรคง์ านศิลปะ
ผลปรากฏที่ไดร้ บั หลงั จากการวิจารณศ์ ลิ ปะ
ผู้วิจารณ์งานศิลปะ ผู้ถกู วิจารณ์งานศลิ ปะ
1. รอบรู้ความเปลี่ยนแปลงในวงการศิลปะ 1. มีโอกาสแสดงความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
เคร่ืองมือ วัสดุอุปกรณ์ เทคนิควิธีการ ทางศลิ ปะอยา่ งอิสระ และได้การยอมรับ
นาํ เสนอใหมๆ่ จากผรู้ ู้
2. เมื่อเกิดปัญหา สามารถรู้เหตุ รู้ผล และ 2. รับรู้การมองในมุมของผู้อ่ืนเพื่อนําไป
สรุปผลไดถ้ ูกตอ้ ง ปรบั ปรงุ แก้ไขพัฒนาผลงาน
3. ฝึกนิสัยให้เป็นคนละเอียด ประณีต 3. เกดิ แรงผลักดนั ในการทํางานศิลปะด้วย
รอบคอบ มีความคิดสร้างสรรค์ และช่าง ความละเอยี ดรอบคอบมากขนึ้
สงั เกต 4. สรา้ งผลงานทีม่ งุ่ เน้นประโยชน์ตอ่
4. ฝึกให้มีใจเป็นธรรม มีเหตุผล สามารถ ส่วนรวมและรบั ผดิ ชอบต่อสังคมมากข้นึ
ตอบไดท้ กุ ปญั หาในการวิจารณ์ 5. มคี วามเข้าใจในความร้สู กึ นกึ คิดของผู้
5. กระตือรือร้นต่อการแสวงหาความรู้ทาง วิจารณ์
ศิลปะอย่างสม่ําเสมอ ไม่หยุดน่ิง
30 ทศั นศิลป ม.2
ใบงาน หน่วยที่ 6 เรอื่ ง การประเมนิ และวจิ ารณง์ านทศั นศิลป์
กิจกรรมท่ี 1
- สมุ่ ตวั อยา่ งผลงานท่ีดจี ากการปฏิบัตงิ านทศั นศลิ ปจ์ ากสปั ดาหผ์ า่ นๆมา ให้นาํ ผลงานออกมานาํ เสนอ พรอ้ ม
ให้นกั เรยี นแนะให้เพอื่ นฟังถึงเทคนคิ วิธกี ารและระยะเวลาในการทํา
- ใหน้ ักเรยี นประเมินงานทศั นศลิ ปข์ องเพื่อนทมี่ านาํ เสนอ 1 คน
1. ชอ่ื เพ่ือนทีน่ าํ เสนอ .........................................................................................................................................
2. ชอ่ื ผลงานของเพอ่ื น .......................................................................................................................................
3. เทคนิกทีใ่ ช้ ....................................................................................................................................................
4. วิจารณง์ านทศั นศิลป์ของเพื่อนตามหลักการวิจารณ์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. ใหค้ ะแนนผลงานของเพ่อื น ควรได้ ............./10 (เต็ม 10 คะแนน)
6. เหตผุ ลท่ไี ดต้ ามคะแนนในข้อที่ 5 เพราะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
31 ทศั นศิลป ม.2
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หน่วยที่ 7 เรื่อง ทัศนศลิ ป์ของไทยในแตล่ ะยคุ สมัย
จงเตมิ คําตอบทถ่ี กู ต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
แบบทดสอบหลงั เรยี น
จงเติมคาํ ตอบที่ถูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผตู้ รวจ ..........................................
32 ทัศนศลิ ป ม.2
หนว่ ยท่ี 7 เรือ่ ง ทศั นศิลปข์ องไทยในแต่ละยคุ สมยั
ยุคสมัยศลิ ปะไทย
นักการศกึ ษาทางประวตั ศิ าสตร์ศิลปะ ไดแ้ บ่งยุคสมัยของศิลปะไทยออกเป็นยคุ ๆ ตามช่วงเวลาให้ได้ศกึ ษา
เรียนรูด้ งั น้ี
1. ยคุ ก่อนประวัติศาสตร์ชาตไิ ทย
2. ยุคประวัติศาสตร์ชาติไทย
ยคุ กอ่ นประวตั ิศาสตรช์ าตไิ ทย
ยุคก่อนประวตั ิศาสตรช์ าติไทย มดี ังนี้
1) ยุคหนิ เก่า พบเครื่องมือหิน เครื่องประดับและภาชนะดนิ เผาท่จี ังหวดั กาญจนบรุ ี
2) ยคุ หินกลาง พบเคร่อื งมอื หนิ เครอื่ งประดบั และภาชนะดินเผา โครงกระดูก ท่จี ังหวัดกาญจนบุรี
จงั หวดั แม่ฮ่องสอน
3) ยคุ หินใหม่ พบโครงกระดกู เครอื่ งมอื หิน อาวุธ ภาชนะดินเผา เครอื่ งประดบั ต่างๆ ทจ่ี งั หวัด
ลพบุรี กาญจนบรุ ี นครพนม และอุดรธานี
4) ยคุ โลหะ พบเครอ่ื งมือโลหะ(ทองแดง สาํ รดิ เหลก็ ) เครื่องประดับโลหะ โครงกระดูก และภาชนะ
ดินเผา ในจงั หวดั ลพบรุ ี กาญจนบรุ ี ขอนแกน่ และอุดรธานี
ยุคประวัติศาสตร์ชาติไทย มีดังนี้
1. สมัยทวารดี เปน็ ชือ่ ทใี่ ชเ้ รียกยุคทม่ี ศี ลิ ปวัตถุ โบราณวตั ถทุ ีม่ กี ารสรา้ งข้นึ ในชว่ งระหวา่ งพทุ ธศตวรรษท่ี 5-
16 ได้พบหลักฐานว่าอาณาจักรนน้ี า่ จะมศี ูนยก์ ลางอยูท่ ่ีบริเวณจงั หวัดนครปฐม
- สถาปัตยกรรม สว่ นมากจะเหลอื ให้เหน็ เพียงโครงสร้างหรอื ฐาน ซึง่ สรา้ งดว้ ยวสั ดุจําพวกอฐิ หิน ศลิ าแลง
โดยโครงส่วนบนมักจะทาํ ดว้ ยไม้ และไดผ้ ุพงั ไปตามกาลเวลา เชน่ พระปฐมเจดยี อ์ งค์เดิมทรงบาตรคว่ํา รูปปั้น
รปู สลักทฐ่ี านเจดีย์วัดพระประโทน จงั หวัดนครปฐม บริเวณอุทยานเมอื งศรีเทพ จังหวัดเพชรบรู ณ์ และที่
บริเวณอาํ เภอศรีมหาโพธ์ิ จงั หวัดราจนี บุรี รวมทง้ั ประตูหลอกท่ีวัดพระธาตุพนม จงั หวดั นครพนม แตท่ ี่ยงั คงมี
สภาพดี มคี วามสวยงามจะพบได้ทเี่ จดยี ์กกู่ ดุ จงั หวัดลาํ พูน
- ประตมิ ากรรม ได้แก่ พระพทุ ธรูปนง่ั ห้อยพระบาทปางแสดงปฐมเทศนา พระพทุ ธรปู ศลิ าขาว ปจั จบุ ันอยู่
ด้านหลงั องคพ์ ระปฐมเจดีย์ จงั หวดั นครปฐม และท่วี ิหารหนา้ วดั พระเมรุ จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา นอกจากน้ี
ยังพบธรรมจักรประกอบกวางหมอบ ซง่ึ เป็นสัญลักษณแ์ ทนการแสดงปฐมเทศนา ทจ่ี ังหวัดนครปฐมนอี้ ีกด้วย
- จิตรกรรม ในสมัยทวารดีน้ไี มป่ รากฏหลกั ฐาน
33 ทศั นศิลป ม.2
2. สมัยศรีวชิ ยั เปน็ ชื่อเรยี กกลมุ่ ศิลปวตั ถุ โบราณวตั ถทุ ่สี ร้างขึ้นในช่วงระหวา่ งพทุ ธศตวรรษที่ 12-17 โดยคาด
วา่ นา่ จะมีศูนย์กลางของอาณาจักรอยู่บรเิ วณอาํ เภอไชยา จังหวดั สุราษฎรธ์ านี จงั หวัดสุราษฎรธ์ านีและที่
บางสว่ นของจังหวัดนครศรธี รรมราช
- สถาปตั ยกรรม พบสถูปทรงมณฑป ยอดแหลม ภายในประดิษฐานพระพุทธรปู เช่น สถูปหา้ ยอดหรอื พระ
บรมธาตุไชยา ซงึ่ ภายในบรรจุพระบรมสารรี ิกธาตุของพระพทุ ธเจา้
- ประตมิ ากรรม ไดแ้ ก่ พระโพธิสตั วอ์ วโลกิเตศวร หลอ่ ด้วยสาํ รดิ ปจั จบุ ันอย่ทู ่พี พิ ิธภณั ฑ์สถานแหง่ ชาติ
กรุงเทพมหานคร และรปู พระวิษณุ พระหัตถ์ทรงหอยสงั ข์แบบศิลปะฮนิ ดู
- จติ รกรรม ในสมัยน้ไี ม่ปรากฏหลกั ฐานชัดเจน
3. สมยั ลพบรุ ี เปน็ ช่ือใช้เรียกศลิ ปวัตถุ โบราณทถ่ี กู สรา้ งข้ึนในชว่ งระหว่างพุทธศตวรรษท่ี 14-18 โดยมี
ศนู ย์กลางอาณาจกั รอยู่ทบี่ ริเวณจังหวดั ลพบุรีในปัจจุบนั ซงึ่ ในชว่ งเวลานั้นลพบรุ ีอยู่ในชว่ งภายใตก้ ารปกครอง
ของเขมร(ขอม)
- สถาปัตยกรรม ไดแ้ ก่ ปรางค์ ปราสาท ทส่ี ร้างข้ึนด้วยหินทราย อิฐ ศิลาแลง จงึ เรยี กว่าปราสาทหนิ และ
ปรางค์ เช่นพระปรางค์สามยอด จังหวดั ลพบรุ ใี นปัจจบุ ัน ปราสาทหินพิมาย จงั หวดั นครราชสมี า ปราสาทพนม
ร้งุ จงั หวดั บรุ ีรมั ย์ ซงึ่ มที บั หลงั รปู นารายณบ์ ันทมสินธท์ุ ี่งดงาม ปราสาทเมอื งต่ํา จังหวดั บุรรี ัมย์ และปรางค์ท่ี
วดั นครโกษา จังหวัดลพบุรี
- ประติมากรรม นยิ มสร้างภาพสลกั ด้วยหนิ โดยเฉพาะหนิ ทราย ส่วนมากนิยมสรา้ งเป็นพระพทุ ธรูปปางนาค
ปรก และยังมกี ารสลักรูปเหมือน เชน่ รปู ของพระเจ้าชัยวรมนั ท่ี 7 แห่งอาณาจกั รเขมร
- จติ รกรรม ในสมัยลพบรุ ยี ังไมป่ รากฏหลักฐานชดั เจน
4. สมยั เชยี งแสน (เกิดขึน้ ในราวพุทธศตวรรษที่ 18-21) เปน็ ศิลปะภาคเหนือร่นุ แรกๆ ก่อนสมยั สโุ ขทยั เป็น
การรับเอาอทิ ธิพลแบบอยา่ งศลิ ปะมาจากอาณาจกั รพกุ ามของพม่า ท้ังงานด้านสถาปัตยกรรมและ
ประติมากรรม ส่วนงานดา้ นจิตรกรรม ในสมยั นยี้ ังไม่ปรากฏหลกั ฐานชดั เจนเชน่ กนั
5. สมัยสโุ ขทยั (เกิดขนึ้ ในราวพทุ ธศตวรรษท่ี 18-20) เปน็ ศลิ ปกรรมที่งดงามมากและจัดเปน็ ยุคสงู สดุ ในด้าน
คณุ ค่าความงามของศิลปะไทย ศลิ ปะสมยั สโุ ขทยั นีป้ รกอบดว้ นการพัฒนาการทางศิลปะตงั้ แตย่ ุคขอม ลพบุรี
ผสมผสานศิลปะแบบลงั กาและศรีวชิ ัยทางใต้ของไทยมาเป็นศลิ ปะสุโขทยั โดยแท้ อันเกดิ ตากความเช่ือถือ
ศรัทธาในพระพทุ ธศาสนา
- สถาปตั ยกรรม เป็นแบบอยา่ งทีม่ แี บบแผนชัดเจนและได้มีการสร้างสรรค์รูปแบบให้เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะ ที่
เหน็ ชัดเจนเป็นสุโขทยั แท้ คอื ทรงดอกบวั ตูมหรือเจดีย์ทรงพุ่มขา้ วบณิ ฑ์ท่วี ดั มหาธาตุ จงั หวดั สุโขทัย
- ประติมากรรม พระพทุ ธรปู มรี ูปรา่ งลักษณะท่ีงดงาม ทรวดทรงกิรยิ าทา่ ทางออ่ นช้อยมีเคร่ืองประดบั ตกแตง่
ด้วยชฎาท่ีงดงาม ซ่ึงแตกตา่ งจากยุคสมยั อน่ื ๆ อยา่ งชัดเจน โดยเฉพาะพระเทศจะมรี ศั มเี ปลวเปน็ เอกลักษณ์
- จิตรกรรม พบภาพจาํ ลองเป็นลายเส้นบนแผ่นหินชนวนท่วี ดั ศรชี ุม จงั หวัดสโุ ขทัย และภาพเขยี นสีแบบเอก
รงค์ กล่มุ ดาํ -แดง ทวี่ ัดเจดียเ์ จด็ แถว อําเภอศรสี ัชนาลัย จงั หวัดสโุ ขทยั
34 ทัศนศลิ ป ม.2
6. สมยั อยธุ ยา อยธุ ยาเปน็ อาณาจักรที่กอ่ ต้ังขนึ้ ในบริเวณลมุ่ แม่นํ้าเจ้าพระยา ในราวพุทธศตวรรษที่ 19-24
ศิลปะต่างๆ ไดร้ ับอิทธพิ ลมาจากสโุ ขทยั ได้พฒั นามาเปน็ แบบอยา่ งอยุธยาโดยแทม้ ี 3 ระยะ คือ 1. ศลิ ปะสมยั
อยุธยาตอนต้น (พทุ ธศตวรรษที่ 18-20) 2. ศิลปะสมัยอยธุ ยาตอนกลาง (พทุ ธศตวรรษท่ี 20-21) 3. ศิลปะสมยั
อยุธยาตอนปลาย (พทุ ธศตวรรษที่ 21-23)
- สถาปัตยกรรม ท่ีพบไดแ้ ก่ เจดยี ์ทรงกลม เจดยี ์ทรงเหลยี่ มยอ่ มมุ โบสถ์ วหิ าร และมศี ลิ ปะต่างแดนเขา้ มามี
อิทธิพลปะปนอยู่ จงึ มกี ารผสมผสานแนวความคดิ แบบศิลปะอยธุ ยากับอิทธิพลของต่างแดน เช่น โบสถ์วัดไชย
วัฒนารามแบบต่างชาติ และปรางค์วดั มหาธาตแุ บบลพบุรี ศิลปะเขมร
- ประตมิ ากรรม พระพทุ ธรปู ปรากฏมีเคร่อื งประดบั ตกแต่งมากขึ้น เปน็ ภาพแบบไทย เขียนสีแบนๆ เลา่ เร่ือง
ด้วยการตดั เส้น และพบวธิ ีการเรียกวา่ เทคนิค Fresco หรือการเขียนสบี นปนู เปยี ก
7. สมยั รัตนโกสินทร์ เปน็ ยคุ สมยั ท่ีได้รับอทิ ธิพลแบบอยา่ งจากตะวนั ตกเขา้ มามาก ศิลปะเริ่มตัง้ แต่สมัย
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกทรงสถาปนากรุงเทพฯ ขึ้นใน พ.ศ. 2325 มาจนถึงปัจจบุ ัน
- สถาปตั ยกรรม มีการสร้างวดั วาอารามข้นึ เปน็ จํานวนมาก ปรากฏมอี ทิ ธิพลการสรา้ งแบบหลังคาโดมโคง้ ซ่งึ
เปน็ การรบั อทิ ธิพลจากตะวันตก เช่น พระทนี่ งั่ อนันตสมาคม เป็นต้น แนวศิลปะผสมระหว่างไทยกบั ตะวันตก
เช่น พระทน่ี ่งั จักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
- ประตมิ ากรรม มีการหลอ่ การปน้ั การแกะสลกั พระพุทธรปู และรูปสตั วส์ ิงโต มกี ารปนั้ รปู แบบคนเหมือนจริง
ข้ึนเปน็ รูปป้นั อนสุ าวรยี ข์ องรัชกาลตา่ งๆ
- จติ รกรรม คงรกั ษารปู แบบของจติ รกรรมไทยไว้ เช่นการเขยี นหนังสือที่โบสถส์ ดั พระศรรี ัตนศาสดาราม แตก่ ็
มีการรับเอาอิทธพิ ลศิลปะตะวนั ตกเข้ามาผสมผสาน เชน่ เทคนิคภาพมองจากทส่ี ูง และมีการใช้ทองปิด
ภาพวาด ศลิ ปินไทยท่ีสาํ คญั ได้แก่ ขรวั อินโขง่ ทไ่ี ดน้ ําเอาอทิ ธพิ ลจติ รกรรมตะวันตก เข้ามาผสมผสานกบั แบบ
จติ รกรรมไทย เปน็ งาน 3 มติ ิ เชน่ โบสถว์ ัดบวรนิเวศวหิ าร ท่ีกรงุ เทพฯ
35 ทศั นศิลป ม.2
ใบงานท่ี 1
หนว่ ยที่ 7 เรอื่ ง ทศั นศลิ ปข์ องไทยในแต่ละยคุ สมยั
คําสงั่
1. ใหน้ ักเรียนทาํ รายงานกลุ่ม ตามหวั ขอ้ ยุคสมยั ท่ไี ดจ้ ากการจับฉลาก
2. ให้นักเรียนออกมานาํ เสนอผลงาน
รปู แบบผลงาน (อยา่ งละ 10 คะแนน)
- ส่งเปน็ รปู เล่มรายงานจาํ นวน 1 เลม่ ขนาด A4 (ต้องมีเนื้อหาทัศนศิลป์ทกุ ประเภท)
- แผน่ พับสรุปเนอ้ื หา สาํ หรบั แจกเพื่อนในหอ้ ง A4
- CD การนําเสนอ สอ่ื PowerPoint , วดี ีโอ , รปู ภาพ , ไฟล์รายงานรปู เลม่
สิง่ ท่ีตอ้ งมใี นผลงาน
- หน้าปกตอ้ งมี ชื่อ ชัน้ เลขที่ และหน้าท่กี ารทาํ งาน ของคนในกลุ่ม (หัวหนา้ รองฯ สมาชกิ )
- หน้าปกตอ้ งมี ชือ่ วชิ า ช่ือยคุ สมยั
- คํานาํ สารบญั เน้ือเร่อื ง บรรณานกุ รม (หนงั สืออา้ งอิง)
- เนอื้ เรือ่ งตอ้ งมี ขอ้ มูลรายละเอยี ดของงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปตั ยกรรม ในยคุ
สมัยทต่ี นได้
- ต้องมีรายการอา้ งอิงเป็นหนังสอื ไมต่ ่ํากวา่ 2 เลม่ (หาความรูห้ อ้ งสมุดโรงเรยี น ศูนยห์ นังสือฯ)
- หากไม่มรี ายการอา้ งอิงท่ีน่าเช่ือถือ จะไมไ่ ดค้ ะแนน*
- CD การนาํ เสนอ Powerpoint , วีดโี อ , รปู ภาพ , ไฟลร์ ายงานรูปเลม่ เขียนช่ือยคุ สมยั ห้อง
เลขทสี่ มาชิกในกลุ่ม
- แผน่ พบั สรปุ เนอื้ หาโดยย่อขนาด A4
36 ทัศนศิลป ม.2
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยที่ 8 เรือ่ ง วัฒนธรรมในงานทศั นศลิ ป์ปจั จุบนั
จงเตมิ คําตอบทถ่ี ูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผู้ตรวจ ..........................................
แบบทดสอบหลงั เรยี น
จงเติมคาํ ตอบที่ถูกต้อง
1.………………………………………………………………… 6………………………………………………………………
…………………………………………………………………… ………………………………………………………………..
2……………………………………………………………… 7………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
3.……………………………………………………………… 8………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
4……………………………………………………………… 9………………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
5……………………………………………………………… 10……………………………………………………………
……………………………………………………………….. ………………………………………………………………..
รวมคะแนน …………../10 ผตู้ รวจ ..........................................
37 ทัศนศิลป ม.2
หนว่ ยท่ี 8 เรือ่ ง วัฒนธรรมในงานทศั นศิลป์ปัจจุบนั
ววิ ัฒนาการของศิลปะไทย โดย อาจารยศ์ ิรวิ ฒั น์ นารีเลิศ
การสร้างสรรคผ์ ลงานทัศนศลิ ป์ของมนษุ ย์น้ันมมี าตง้ั แต่สมยั โบราณ ซึง่ ผลงานศลิ ปะในยุค
เริม่ แรกน้ันจะเป็นพวกส่งิ ของเครอื่ งใชแ้ ละภาพวาด สามารถพบเห็นไดต้ ามถํ้าตา่ ง ๆ เชื่อกันว่า ผลงานน้นั เกิด
จากแรงบันดาลใจของมนุษยท์ ี่มตี อ่ ความงามของธรรมชาตหิ รอื สภาพแวดล้อม ทาํ ให้เหน็ ได้วา่ ศลิ ปะนั้นมคี วาม
เกีย่ วพันธก์ บั มนษุ ยใ์ นแง่ทเี่ ปน็ ผลงานหรอื วิธีการแสดงออกเพื่อสนองอารมณ์ของตนเอง อาจเป็นความ
ประทบั ใจ ความซาบซึ้ง ผ่อนคลายความตงึ เครยี ดหรอื เพ่อื ชืน่ ชมและศรทั ธาตอ่ ส่ิงใดส่ิงหน่ึง ทีก่ ่อให้เกิดการ
พัฒนาสตปิ ญั ญาและอารมณข์ องมนุษย์ และเปน็ ส่ิงทม่ี นษุ ย์ได้นํามาประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ในการ
ดํารงชวี ิตในดา้ นต่าง ๆ เป็นมรดกตกทอดและเปน็ สมบตั ิทางวัฒนธรรมท้งั ด้านท่เี ป็นศิลปะบริสุทธิแ์ ละ
ศลิ ปะประยุกต์
งานทศั นศิลป์ได้รบั การพัฒนาและสรา้ งสรรค์ขึ้นโดยศิลปนิ ซง่ึ ศิลปนิ เองนัน้ เป็นส่วนหนึ่งของ
สงั คมและวัฒนธรรม ศลิ ปินในปัจจบุ ันกไ็ ดร้ บั แบบอยา่ งมาจากงานทศั นศลิ ป์ที่สืบทอดเปน็ มรดกสบื ตอ่ กนั มา
โดยได้รบั แรงบันดาลใจและการสนับสนนุ จากสังคม ทําใหม้ นษุ ย์ส่วนใหญช่ ่ือวา่ 1.) ศลิ ปะชว่ ยกลอ่ มเกลาจิตใจ
ของผคู้ นใหป้ ระณีตละเอยี ดอ่อน รู้จักเลือกสรรสง่ิ ท่ีดงี ามมาประพฤตปิ ฏิบัติ 2.) ศลิ ปะชว่ ยบันทึกวฒั นธรรม
ของชาตแิ ละยุคสมยั และสะทอ้ นถึงลกั ษณะของวัฒนธรรม เชน่ การแต่งกาย การนบั ถอื ศาสนา ศลิ ปนิ ของแต่
ละชาติตา่ งก็ทําหน้าทเี่ ปน็ ผู้บนั ทกึ ประวตั ิศาสตร์ของชาตในยุคนน้ั ๆ เปน็ การแบ่งหรือกาํ หนดชว่ งอายขุ อง
ชมุ ชน แว่นแคว้ น หรืออาณาจกั ร มลี กั ษณะเป็นประวัติศาสตร์ที่มไิ ด้จารกึ เปน็ ตัวอกั ษร แต่บนั ทกึ ไวเ้ ปน็
รปู ภาพ รปู เคารพหรอื ส่ิงของเคร่ืองใช้ 3.) ศลิ ปะเป็นส่อื สะท้อนความคิดของปัจเจกบุคคลและสงั คม เพราะ
ศลิ ปินมีบุคลกิ ภาพอย่างไรผลงานกจ็ ะแสดงออกมาอยา่ งน้ัน แสดงถึงความเป็นตวั ของตวั เอง จะเหน็ ไดว้ ่า
วฒั นธรรมก็ได้อาศัยผลงานทศั นศลิ ป์ในการชว่ ยสนบั สนนุ เผยแพรแ่ ละส่งเสรมิ ใหว้ ัฒนธรรมดํารงอยู่ได้ ดังน้นั
งานศลิ ปะหรอื งานทศั นศลิ ปจ์ งึ มีคุณคา่ กบั มนษุ ยเ์ ป็นอยา่ งมาก ชว่ ยสรา้ งสรรคค์ วามเจริญใหแ้ กส่ ังคมและวถิ ี
การดาํ รงชวี ิตของไทยมาโดยตลอด ก่อให้เกดิ ภูมิปญั ญาทม่ี กี ระบวนการเกิดและผ่านการปรับปรงุ องค์ความรู้
จนมคี วามชาํ นาญ ทถ่ี ่ายทอดจากคนร่นุ รุน่ หน่งึ มาสู่อกี ร่นุ หนง่ึ จนมคี ณุ คา่ และมคี วามสําคญั ทีค่ นในปจั จบุ ันได้
นํามาใชป้ ระโยชน์ในการดาํ รงชวี ติ
ผลงานศลิ ปะทเ่ี ป็นศิลปกรรมท้องถิ่นจะใช้วัสดุพืน้ ถิ่นในการประดษิ ฐซ์ ง่ึ มอี งค์ประกอบสาํ คัญ คอื
ความคดิ ฝมี ือ ความเรยี บง่าย ประโยชนใ์ ชส้ อยและความงามบนพน้ื ฐานของธรรมชาติแวดล้อม สงั คม
ขนบธรรมเนียมประเพณีและความเชือ่ ศิลปกรรมท้องถ่นิ จงึ มคี วามหมายตอ่ การดํารงชีวติ และมีคณุ คา่ ตอ่ การ
บาํ รุงขวัญ เป็นศลิ ปกรรมทม่ี กี ารศึกษาและสืบสานทีเ่ ปน็ ในเชงิ วฒั นธรรม (มโน พิสทุ ธริ ตั นานาท.์ 2539) หรือ
ที่เรียกว่างานศิลปะพ้นื บ้านหรอื ศลิ ปกรรมหตั ถกรรมพื้นบา้ นนน่ั เอง ดังน้ันงานศลิ ปะพื้นบ้านนอกจากจะ
ตอบสนองความตอ้ งการของมนุษย์ในด้านจติ ใจแลว้ ยังตอบสนองความต้องการดา้ นร่างกายท่เี กิดจากการ
นาํ มาใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาํ วัน
38 ทัศนศิลป ม.2
จากทก่ี ล่าวมาจะเหน็ ไดว้ า่ ในวถิ ีการดํารงชีวิตของเรานนั้ มีงานศิลปะจัดวา่ เป็นภมู ปิ ญั ญาของคน
ไทยทมี่ ปี ระโยชน์ซึ่งเราเรยี กกนั ว่า งานหตั ถกรรม ท่จี ดั เป็นวัฒนธรรมท้องถ่ินของไทย
แหลง่ ความรู้เพม่ิ เตมิ http://samforkner.org/thaiart/conthai.html
ใบงานท่ี 1
หน่วยที่ 8 เรื่อง วัฒนธรรมในงานทศั นศลิ ป์ปัจจุบนั
คําชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอ่านบทความต่อไปน้แี ล้วตอบคําถามผ่านกระบวนการ คดิ วิเคราะห์
..“ จวบจนกระทั่งต่อมาขรวั อินโขง่ ได้ปฎวิ ตั กิ ารเขยี นภาพแมจ้ ะเลา่ เรอื่ งแบบเดิมก็ตาม แต่
เขียนภาพให้ดมู ีระยะมเี ส้นนาํ สายตา ทําให้ภาพดูแลว้ เกิดความลึก จดั ได้ว่าเปน็ ชว่ งหัวเลยี้ วหวั ตอ่ ของ
การคล่คี ลาย เปลี่ยนยุคของจติ รกรรมไทย จนกระท่ังประเทศไทย ไดเ้ พชรเม็ดงาม ทางศลิ ปจ์ ากอีกซกี
โลกหน่งึ เดนิ ทางมาเมอื งไทย แลว้ วางรากฐานการศึกษาศลิ ปส์ มยั ใหมใ่ ห้กุลบตุ รและกลุ ธิดาของชาติ
บคุ คลผนู้ นั้ กค็ อื ศาสตราจารย์ศลิ ปพรี ะศรี น่ันเอง ศาสตราจารยศ์ ลิ ป์ พรี ะศรี เป็นชาวเมืองฟลอ
เรนซป์ ระเทศอติ าลี เดิมชอ่ื ซี ฟโิ รจี ทา่ นเปน็ ศลิ ปนิ ท่ีทางรฐั บาลไทยขอใหม้ าช่วยงานดา้ นศิลป์ตง้ั แต่
สมยั รัชกาลท่ี 6 ทา่ นเปน็ ผอู้ อกแบบ ป้นั รูปอนสุ าวรยี ส์ าํ คญั ตา่ งๆ เชน่ อนสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระเจ้าตาก
สนิ มหาราช อนสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช อนุสาวรยี ท์ า้ วสรุ นารี ออกแบบและ
ป้ันภาพนนู สงู อนสุ าวรยี ์ประชาธปิ ไตย ฯลฯ ”..
1. การเขยี นภาพแบบขรวั อินโขง่ เปน็ อยา่ งไร ทาํ ไมจึงเรยี กว่าเป็นการปฏบิ ตั กิ ารเขียนภาพ
2. คาํ ว่าเพชรเมด็ งามทางศลิ ปห์ มายถงึ อะไร
39 ทศั นศลิ ป ม.2
ใบงานท่ี 2
หน่วยที่ 8 เร่ือง วัฒนธรรมในงานทัศนศิลป์ปัจจบุ นั
คาํ ช้แี จง ใหน้ ักเรยี นตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี (อยา่ งละเอียด)
1. วัฒนธรรมไทยในงานทัศนศิลป์ คอื อะไร
2. วฒั นธรรมสากลในงานทศั นศลิ ป์ คืออะไร
3. วัฒนธรรมทส่ี ะทอ้ นในงานทัศนศิลป์ปจั จบุ นั มีกวี่ ิธกี าร อะไรบา้ ง
4. วฒั นธรรมในงานทศั นศลิ ปป์ จั จบุ ันเกย่ี วขอ้ งอย่างไรกบั ชวี ิตของนกั เรยี นบา้ งจงยกตัวอย่างพร้อมเหตุผล
40 ทัศนศิลป ม.2
แบบทดสอบ
1. ข้อใดกลา่ วถงึ ความหมายของคาํ ว่า “วฒั นธรรม” 6. ลักษณะของผลงานทศั นศลิ ป์แบบสากล มีลักษณะท่ี
ไดถ้ กู ต้อง สอดคลอ้ งกบั ขอ้ ใด
ก. คําส่ังสอนของบรรพบรุ ษุ ก. มีรปู แบบเหมือนศิลปะยโุ รป
ข. การรวบรวมเรอ่ื งราวตา่ งๆ ข. ใชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารแบบตะวนั ตก
ค. สิง่ ท่ีทําความเจริญใหแ้ ก่หมคู่ ณะ ค. เน้นเรอื่ งราวของกรีกและโรมัน
ง. การปฏบิ ัติตดิ ตอ่ กนั มาหลายชวั่ คน ง. ไมม่ รี ูปแบบของชาติใดชาตหิ นง่ึ
2. ส่งิ ใดมคี วามสาํ คัญต่อการถา่ ยทอดผลงานผ่าน 7. ผลงานทัศนศิลปแ์ นวใด ถอื เปน็ จุดเรม่ิ ต้นของ
รปู แบบ ผลงานทัศนศิลปส์ มัยใหม่
ก. ทัศนธาตุ ก. แนวอิมเพรสชนั นิสม์
ข. อิทธิพลทางศาสนา ข. แนวนีโอคลาสสิก
ค. ประเพณแี ละวฒั นธรรม ค. แนวโรแมนติก
ง. สญั ลักษณ์และเคร่ืองหมาย ง. แนวคิวบสิ ม์
3. เรือ่ งใดที่ศลิ ปนิ สมยั โบราณนิยมนาํ มาถ่ายทอดเปน็ 8. การเขียนภาพแบบเฟรสโก (Fresco) จะตอ้ งปฏิบัติ
ผลงานทศั นศิลป์ อยา่ งไร
ก. สญั ลกั ษณ์ประจําชาติ ก. เขยี นภาพลงบนผนังหิน
ข. ความเชอ่ื ความศรทั ธา ข. เขยี นภาพบนผวิ ปนู ทเ่ี ปียก
ค. การจนิ ตนาการเร่ืองราว ค. ใช้เฉพาะสดี าํ ในการเขียนภาพ
ง. ขนบธรรมเนยี มประเพณี ง. ระบายนาํ้ บนกระดาษกอ่ นลงสี
4. ในปจั จบุ นั ศิลปนิ ส่วนใหญ่นยิ มถา่ ยทอดเนือ้ หาใน 9. การเขียนภาพในขอ้ ใด ถือเปน็ การเปล่ยี นแปลงของ
ผลงานทศั นศิลป์เกยี่ วกับเรอื่ งใด ศิลปินไทยตามแบบอยา่ งตะวนั ตก
ก. แรงบนั ดาลใจจากวฒั นธรรมตา่ งๆ ก. เขียนภาพแบบธรรมชาติ
ข. การสร้างสรรคผ์ ลงานอย่างอสิ ระ ข. เขยี นภาพแบบนามธรรม
ค. การบอกเล่าถงึ วถิ ชี วี ติ ประจําวนั ค. เขียนภาพแนวสงิ่ แวดล้อม
ง. ประเพณีเกา่ แกใ่ นทอ้ งถ่นิ ง. เขียนภาพแบบระยะใกล้ไกล
5. ขอ้ ใดเปน็ ตวั อยา่ งการประยกุ ตศ์ ิลปะกบั เทคโนโลยี 10. พ้นื ฐานสาํ คญั ในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศลิ ป์
สมัยใหม่ ไดแ้ กอ่ ะไร
ก. หนงั ใหญ่ ก. หลักการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์
ข. หนงั ตะลงุ ข. ศาสนาและความเชื่อ
ค. ละครหุน่ เชดิ ค. สงั คมและวฒั นธรรม
ง. ภาพยนตร์เรอ่ื งก้านกลว้ ย ง. เทคนคิ และวธิ กี าร