วเิ คราะห์วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรม
เรือ่ ง สายน้า
เอกสารเลม่ นเี ปน็ ส่วนหน่งึ ของรายวชิ า ภาษาไทย
เสมอ
คณุ ครู จไุ รรตั น์ ด้วงทอง
จัดท้าโดย
นายธนพนธ์ โตทรพั ย์ เลขท่ี 2
นายราเชนทร์ จิโสะ เลขที่ 3
นายพงศธร อะเอม็ เลขท่ี 7
นายธนกฤต วันแรก เลขที่ 10
นายณฐั พงศ์ ทองแท้ เลขท่ี 14
ชนั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/6
โรงเรยี นยา่ นตาขาวรัฐชนปู ถัมภ์
1
วิจารณเ์ ร่ืองสัน
เรือ่ ง สายนา้
เรื่อง สายน้า โดย นิติพร ชุมศรี เร่ืองสันรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โครงการ
ประกวดเรื่องสันส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพ พระ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องราวเกี่ยวกับสองพ่ีน้อง สายลมกับสายน้า ท่ี
เกี่ยวพันกับประเพณีการแข่งขันเรือ ประเพณีประจ้าท้องถ่ิน สายลมผู้เป็นพี่เป็นคนที่ มี
ความมุ่งม่ันร่วมสืบสานประเพณีการแข่งเรือ แตกต่างกับสายน้าผู้น้อง ท่ีเป็นคนหนุ่ม
สมยั ใหม่ที่สนใจแตอ่ ินเทอร์เน็ต ไม่สนใจอย่างอื่นรอบตัว จนมีเหตุการณ์ที่ท้าให้เขา ได้เข้า
ร่วมการแข่งเรือแทนสายลม เขาก็ได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่นพยามยามจนเกิดเป็นชัย ชนะท่ี
ไมใ่ ช่แคช่ นะการแขง่ ขันแต่เปน็ การชนะใจของตนเอง
ซึ่งเรื่องนีท้าให้เราเห็นถึงความเปล่ียนแปลงของยุคสมัย ท่ีมีเทคโนโลยีเข้า มามี
บทบาทในการชีวิตของคนเราก็จะท้าให้เราไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้าง สนใจแต่โลก โซเชียล
แต่ตัวละครสายน้าทที่ า้ ใหเ้ ราเหน็ วา่ แม้ว่าจะเป็นยุคสมยั ของเทคโนโลยีก็ไม่ สามารถท้าให้
ประเพณีวัฒนธรรมเลือนหายไปตามการเวลาได้ สายน้าท่ีติดอินเทอร์เน็ตมากแต่เขาก็
สามารถหลกี ออกจากอินเทอรเ์ น็ตมาสืบสานประเพณี วฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ได้
-โครงเรอ่ื งและเนอื เรอ่ื ง
เรื่องสันสายน้า มีโครงเร่ืองท่ีไม่สลับซับซ้อน เปิดเร่ืองด้วยจากการแข่งขันเรือ
ประเพณปี ระจา้ ท้องถน่ิ ซ่ึงเปน็ ฉากตอนจบของเร่ือง ผู้เขียนบรรยายถึงฉากนีได้อย่าง เห็น
ภาพบรรยากาศการแข่งขันเรือท่ีเป็นความรู้สึกของตัวละครท่ีก้าลังจะแข่งเรือ เขา ได้เห็น
คนดูส่งเสียงตะโกนให้ก้าลังใจอยู่ข้างฝ่ัง เสียงดนตรีมหรสพ เสียงพิธีกรประกาศที่ดังสนั่น
ทังผืนน้า อีกทังเขายังเห็นคนที่เป็นก้าลังใจส้าคัญของเขาในการ แข่งขันครังนี ท้าให้เขา
ตืน่ เตน้ และมีแรงสมู้ าก
2
ซึ่งเหตุการณ์นีก็มีความสัมพันธ์กับเร่ืองราววิถีชีวิตของตัวละครและชาวบ้านใน
เรื่องนี เพราะเป็นประเพณีท่ีเกิดขึนทุกปี เป็นประเพณีท่ีเกิดหลังจากการเก็บเกี่ยวก็จะจัด
ประเพณีการแขง่ เรือขึนเพ่ือเป็นการเฉลมิ ฉลอง อกี ทังชาวบ้านยังใช้ชีวิตร่วมกับแม่น้า สาย
นี มีการหาปลา ใชน้ า้ ในการเกษตร
การสร้างปมความขัดแย้ง ผู้แต่งสร้างปมขัดแย้งให้ตัวละครสายน้า เป็นคนหนุ่ม
สมัยใหม่ สนใจแต่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต มีความสุขที่จะอยู่หน้าจอคอมมากกว่าที่จะ มา
สนใจสงิ่ รอบข้าง เป็นคนขีเกยี จ ไมเ่ อาไหน จนเกิดเหตุการณ์ที่ท้าให้เขาได้เข้าร่วม แข่งเรือ
แทนพี่ชายของเขา จึงเป็นจุดที่ท้าให้เขาได้เปลี่ยนแปลงตัวเองและท้าให้เขา เอาชนะใจ
ตนเองได้
ในส่วนของความสมจริงของเร่ือง ซึ่งเร่ืองราวที่ผู้แต่งเขียนขึนมานี เป็นเรื่องราวที่
มี ความสมจริงและปัจจุบันก็ยังมีเหตุการณ์นีอยู่จริง ประเพณีแข่งเรือซึ่งเป็นประเพณี
ประจ้าปี ของ อ้าเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ท้าให้ผู้อ่านเห็นภาพตามเหตุการณ์ท่ีเกิดขึน ใน
เร่อื งและสามารถรับรู้ถึงความร้สู กึ และบรรยายกาศของเหตุการณ์ท่ีเกิดขึนได้อย่าง ชัดเจน
ซึ่งเมื่อได้อ่านเรื่องสันเร่ืองนีแล้ว จุดท่ีดึงดูดความสนใจของผู้อ่านก็คือการ แข่งขันเรือ ผู้
แตง่ ไดบ้ รรยายถงึ งานประเพณี ประจ้าปี ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ท้าให้ ผู้อ่านมีความรู้สึก
อยากที่จะไปสัมผัสบรรยายกาศประเพณีนี เพราะเห็นถึงความ ร่วมมือร่วมใจของคนใน
หม่บู า้ นที่มีต่อประเพณกี ารแขง่ เรอื อีกทงั ยงั เปน็ ประเพณีท่ี สนุกสนานสร้างความสุขให้แก่
คนในหมู่บ้าน อีกทังสาเหตุอีกประการที่ดึงดูดความ สนใจผู้อ่านคือ การเปิดเรื่องด้วยฉาก
ตอนจบของเร่อื ง ที่ทา้ ใหผ้ ู้อ่านสนใจเก่ยี วกบั เหตกุ ารณ์ทเี่ กิดขนึ และอยากทราบถึงสาเหตุ
ของเร่ืองราว
-กลวธิ กี ารด้าเนนิ เร่ือง
ผู้แต่งใช้กลวิธีการด้าเนินเร่ืองโดยการเปิดเร่ืองด้วยงานแข่งเรือ ซึ่งเป็นฉากของ
ตอบแบ เร่ือง แล้วเล่าย้อนกลับไปเล่าถึงรายละเอียดของเหตุการณ์จนกว่าจะบรรจบกับ
เหตกุ ารณ์ต้นเรือ่ ง ซง่ึ ถอื ได้วา่ เปน็ การเปิดเรือ่ งทดี่ ี ซง่ึ ท้าใหผ้ อู้ ่านมีความอยากรู้ เกย่ี วกับ
3
เรื่องราวท่ีเกิดขึนก่อนหน้านี ว่ามีมาจากสาเหตุอะไร การเปิดเร่ืองในรูปแบบ เช่นนีก็
สามารถดึงดูดความสนใจให้ผู้อ่านสนใจที่จะอ่านเร่ืองนีพอสมควร และการปิด เร่ืองของ
เร่ืองสันสายน้า ก็เป็นการเปิดเร่ืองแบบสุขนาฏกรรม ที่ตัวละครสายน้านันฝ่า ในความขี
เกียจความไม่เอาไหนของตนจนกลายเป็นคนที่มีความตังใจมุ่งม่ันจนเข้าร่วม การแข่งขัน
เรือ แม้ว่าในตอนจบผู้เขียนจะไม่ได้บอกว่าเรือของหมู่บ้านสายน้านันชนะ หรือไม่ ผู้เขียน
เพียงแต่บอกว่าสายน้านันได้ชัยชนะคือ การชนะใจของตนเอง อีกทัง ผู้เขียนยังเล่าถึง
บรรยากาศที่เตม็ ไปด้วยความสุขมเี พียงเสยี งตะโกนเชียรแ์ ละเสียงร้อง ใจ ซึ่งก็แสดงให้เห็น
ถึงความสุขของชาวบ้านท่ีมาร่วมงานประเพณีครังนี และกลวิธีเล่า เร่ืองของเรื่องนีผู้แต่ง
เปน็ คนเล่าเร่อื งของตวั ละครตา่ ง ๆ
-ตัวละคร
ในเร่ืองสัน สาย มีตัวละครที่เด่น ๆ อยู่สองตัวละครก็คือ สายลมและ สายน้าท่ี
เป็นพ่ีน้องกัน แต่มีลักษณะนิสัยท่ีแตกต่างกัน สายลม ผู้เป็นท่ีจะมีความเป็น ผู้น้า สนใจ
เอาใจใส่ผู้อ่ืนมีความพยายามมุ่งมั่นและขยันรู้จักท้ามาหากิน เป็นเหมือนเสา หลักของ
ครอบครวั ซึ่งสิ่งนกี ็ทา้ ให้เราเห็นไดอ้ ยา่ งชัดเจน จาการท่ีสายลมนันขยันซ้อม ขนออกก้าลัง
กายทุ่มเทให้กับการแข่งเรือเป็นอย่างมาก แม้สุดท้ายแล้วตนจะไม่ได้ลง แข่ง แต่ก็ยังมี
ความมุ่งม่ันที่จะให้สายฟ้าผู้เป็นน้องลงแข่งแทนตน จนท้าให้การแข่งเรือ นันผ่านไปได้
ดว้ ยดี
สายน้า ผู้เป็นน้องจะมีลักษณะนิสัยท่ีแตกต่างกับสายลมอย่างชัดเจน สายน้าจะ
เป็น คนท่ีติดอินเทอร์เน็ต สนใจแต่โลกโซเชียลและเรื่องของตนเอง ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องของ
คนรอบข้าง เป็นคนขีเกียจ แต่อีกมุมหนึ่งท่ีท้าให้เราเห็นถึงความใส่ใจที่สายน้ามีให้แก่คน
อ่ืน ก็คือตอนท่สี ายสมประสบอุบตั ิเหตุจนไม่สามารถลงแข่งพายเรือได้ สายน้าจึง ตัดสินใจ
ลงแขง่ แทนสายลม ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการขอร้องของสายเลน แต่เป็นการท่ี สายน้านันเห็น
ความตังใจ ความพยายามความมุ่งมั่นของสายลมท่ีมีต่อการแข่งพายเรือ นีมาตังแต่แรก
แลว้ เขาจึงอยากท่จี ะท้าสง่ิ นีแทบพ่ชี ายของเขา ในการแข่งเรอื ครังนีทา้ ให้เขาไดก้ า้ วข้าม
4
ความไม่เอาไหนของเขาได้ ท้าให้เขามีความพยายามมากยิ่งขึน เขาให้ ใจกับการซ้อมแข่ง
เรอื มากกว่าการสนใจโซเชียล ซึ่งเป็นสิง่ ทเี่ ขาติดเปน็ อย่างมาก เขา ไม่ใช่แค่ได้รับชัยชนะใน
การแข่งแตส่ ง่ิ ท่ีเขาไดร้ บั นนั มีคา่ มากกว่าชยั ชนะก็คอื การที่ เขาชนะใจของเขาเอง
-ฉาก
ฉากส่วนใหญ่ท่ีปรากฏในเร่ืองจะเป็นจากหมู่บ้านริมแม่น้ามูล จะเห็นได้ว่าแม่น้า
สายนี มีความส้าคัญกับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ใช้ในการด้ารงชีพ หาปลาท้าการเกษตร
เห็นได้ จากจากที่พ่อของสายลมและสายน้านันก้าลังหาปลาอยู่ที่แม่น้ามูล ก็เป็นฉากท่ีท้า
ให้ เห็นถึงวิถีชีวิตของคนริมแม่น้า อีกทังแม่น้าสายนียังเป็นสถานท่ีท่ีใช้จัดงานแข่งเรือ
ประจ้าปี เป็นเหมือนที่รวมตัวของชาวอ้าเภอสตึก ที่จะมาดูมาให้ก้าลังผู้แข่งขันพายเรือ
ของหมบู่ า้ นของตน ในฉากการแข่งขันเรือไม่ว่าจะเป็นวันซ้อมหรือวันแข่งขันจริง ผู้เขียนก็
ได้บรรยายจากได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าการพาเรือ เสียงเชียร์ของ ผู้คน ท่าทาง
ของผู้เชยี ร์ ดงั ตัวอย่าง เสียงกองเชยี ร์ ดงั สน่ันจนสายน้าต้องรีบเอามืออุด หูไว้ แล้วยังแถม
มาทงั ศอก ทงั เข่า ปะทะตอ่ ย โดนเนอื ตวั จนนว่ ม และอกี ฉากหนึ่งที่ท้าให้ผู้อ่านประทับใจก็
คือจากที่สายน้ากลับมาจากร้านอินเทอร์เน็ต แล้วไม่เห็นใครอยู่บ้านสักคน เพ่ือนบ้านใน
ละแวกนันก็ไม่มีใครอยู่สักคน เพราะทุก คนในหมู่บ้านร่วมใจกันไปที่ศาลาท้ายหมู่บ้าน
เพื่อที่จะไปช่วยกันเป็นเรือลงแม่น้ามูล เพื่อซ้อม ซ่ึงฉากนีก็ท้าให้เห็นถึงความสามัคคี
รว่ มมอื รว่ มใจทมี่ ีต่อกันและเห็นถงึ ความตงั ทจ่ี ะสืบสานประเพณีประจ้าท้องถิ่น แม้ว่าจะไป
กันเยอะคงไมไ่ ด้ช่วยเห็นทกุ คนแต่ก็ ไปเพอ่ื ใหก้ ้าลังใจแคน่ กี เ็ พยี งพอแล้ว
-สารตั ถะ
สารัตถะของเรื่องสันสายน้า จะอยู่ตอนท้ายของเรื่องก็คือ การแข่งขันเป็นเรื่อง
ของแท้ กับชนะ แต่ชัยชนะท่ีส้าคัญที่สุดคือการเอาชนะใจตัวเอง นอกจากเรื่องนีจะ
สะท้อน ให้เห็นถึงความส้าคัญของการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถ่ินแล้ว เร่ืองนีก็
ยังให้ ข้อคิดเกี่ยวกับการเอาชนะใจของตนเองอีกด้วย เราจะเห็นได้ว่า สายน้าผู้ที่สนใจแต่
เรื่องของตนเองและอินเทอร์เน็ต แต่เขาก็สามารถที่จะทิงส่ิงเหล่านันแล้วมารวม แข่งขัน
พายเรือ แม้ในช่วงแรกเขาจะเหน่ือยล้า ท้อแท้ แตส่ ดุ ทา้ ยเขาก็มคี วามมุ่งม่นั และ มีทศั นคติ
5
ที่ดีต่อการแข่งเรือมากยิ่งขึน ท้าการแข่งขันพายเรือร่วมกับคนอ่ืนได้อย่างมี ความสุข การ
แข่งเรือท้าให้เขาได้ค้นพบความสุข เขามีความสุขทุกครังท่ีได้จับไม้พาย มีความสุขเวลาท่ี
เห็นความสามัคคีของเพ่ือน ๆ ที่ร่วมมือร่วมใจกันพายเรือ เขาได้รับชัย ชนะในการแข่งขัย
พายเรือในครังนี แต่ชัยชนะของสายน้า ไม่ใช่รางวัลแต่อย่างใด แต่ สิ่งที่เขาได้ก็คือ การ
ชนะใจของตนเอง และสารัตถะอีกอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนอีกก็คือ ความสามัคคี จะเห็น
ได้ว่าทุกคนใน ชุมชนนันมีความสามัคคีกันเป็นอย่างมาก ทังผู้ที่ลงแข่งเรือ ท่ีไม่ใช่แค่ใช้
พละกา้ ลังใน การพายเรอื เพือ่ ให้ไปถึงจดุ มงุ่ หมายโดยเรว็ แตม่ ีส่ิงทีส่ า้ คัญกว่านันก็คือผู้พาย
เรือทุก คนจะต้องพายเรืออย่างพร้อมเพรียงลงแรงในการพายเรือเท่ากันไม่กินแรงเพื่อน
ซง่ึ การพายเรือก็เป็นกิจกรรมที่ท้าให้ทุกคนในชุมชนรู้จักความสามัคคี และความสามัคคีก็
ก่อให้เกดิ ความส้าเร็จ
- การประเมนิ ค่า
1. คณุ ค่าดา้ นสงั คม ตวั ละครสายนา้ ท้าใหเ้ ราเห็นความสา้ คัญของสังคมเป็นอย่าง
คนเราถ้าจะด้ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้จะต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสังคมอยู่เสมอ จะเห็น ได้
วา่ ในชว่ งแรกสายน้านนั ใชเ้ วลาอย่กู บั ตวั เองและสังคมโซเชยี ลมากเกินไป จนไม่รู้ เร่ืองราว
ของสังคมรอบตัว แต่สุดท้ายสายน้าท่ีได้เรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสังคม รอบตัวของเขาได้
จากการเข้าร่วมแข่งขันพายเรือและเป็นส่ิงท่ีท้าให้เขาได้พบกับ ความสุขในการใช้ชีวิตที่
แท้จริง อีกทังยังท้าให้เห็นถึงความมีน้าใจของสังคมชนบทที่มี ต่อกัน จากฉากศาลาท้าย
หม่บู า้ น ท่ที ุกคนตา่ งช่วยกันเปน็ เรอื ลงแมน่ ้า
2. คุณค่าด้านการด้ารงชีวิต จะเห็นได้ว่าเรื่องสันเรื่องนีได้สะท้อนวิถีชีวิตของคน
ใน ชุมชนริมแม่น้ามูลออกมาได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความส้าคัญของแม่น้าต่อการ
ด้ารงชีวติ ของคนริมน้า ท่ใี ชพ้ งึ่ พาอาศัยแมน่ า้ ในการทา้ มาหากิน จากจากที่พ่อของสาย ลม
และสายนา้ หาปลาอยทู่ ่แี ม่นา้ มลู เพื่อท่จี ะน้ามาทา้ อาหาร