สามก๊ก
ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ
ปพัฒน์ ส่งศรี
1
ที่มาของเรื่อง
สามก๊ก
สามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉเป็นเรื่องแต่งที่อิง
จากพงศาวดารจีนในช่วงยุคสามก๊ก(ค.ศ.220-280)เริ่มต้น
ขึ้นในช่วงปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ขณะที่พระเจ้าเลนเต้
เริ่มเสื่อมอำนาจจึงเกิดกบฏโจรโพกผ้าเหลืองขึ้น ซึ่งโจรเหล่านี้
ได้ทำลายทั้งสถานที่ราชการและผู้คนแทบทุกพื้นที่ของประเทศ
จนราชสำนักไม่อาจต้านทานได้ไหว จึงมอบอำนาจทางการ
ปกครองและการทหารให้กับเจ้าเมืองต่าง ๆ เกิดเป็นช่องว่างให้
แต่ละเมืองเริ่มสะสมกองกำลังของตนเอง และเริ่มสู้รบกันเอง
เพื่อขยายอำนาจ
หลังจากการสู้รบและความแตกแยกที่เกิดขึ้นเป็ นเวลานาน
จักรวรรดิจีนได้แบ่งแยกออกเป็น 3 แคว้น (ก๊ก) ได้แก่
วุยก๊ก (WEI) จ๊กก๊ก (SHU) และง่อก๊ก (WU) ซึ่งเป็นที่มา
ของการสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่น และเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสามก๊ก
2
ผู้แต่งของ
เรื่องสามก๊ก
ผู้เรียบเรียงต้นฉบับเรื่องสามก๊กนี้ มีชื่อว่า ล่อกวนตง หรือ
หลอกว้านจง นักประพันธ์ชาวจีนผู้มีฝีมือทั้งการแต่งนิทาน และ
บทละครร้อง (งิ้ว) โดยล่อกวนตงได้นำเนื้อหาของตันซิ่ว (ผู้เขียน
จดหมายเหตุสามก๊ก) มาแต่งใหม่ เรียกว่า สามก๊กจี่ทงซกเอี้ยน
หงี ต่อมาเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ได้นำสามก๊กมาแปลเป็นฉบับ
ภาษาไทย และได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นยอด
ของวรรณคดีประเภทนิทาน
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ผู้แปลสามก๊กนี้ นับเป็นกวีคน
สำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เพราะมีผลงานทั้งร้อยแก้ว
และร้อยกรองที่เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง
เช่น ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร และกัณฑ์มัทรี
ราชาธิราช อิเหนาคำฉันท์ กากีคำกลอน ฯลฯ
3
ตัวละคร
ตัวละครของเรื่องสามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจโฉ มีตัวละครที่สำคัญ
ทั้งหมด4ตัว ได้แก่
1.โจโฉ (วุยก๊ก) : เป็นผู้ต่อกรกับเหล่าโจรโพกผ้าเหลือง และเคยพยายามลอบฆ่า
ตั๋งโต๊ะ แต่ไม่สำเร็จ จึงแยกตัวออกมาเพื่อสะสมกำลังพล จนกลายเป็นอุปราช
แห่งวุยก๊ก โจโฉโดดเด่นเรื่องความเป็นผู้นำ เฉลียวฉลาด และเป็นที่ยำเกรงของ
ลูกน้อง เขาเชี่ยวชาญด้านการรบ รู้จักใช้คน และรับฟั งความคิดเห็นของผู้อื่น
ทำให้สามารถครอบครองพื้นที่ของแผ่นดินจีนไว้ได้มากที่สุด
2.เล่าปี่ (จ๊กก๊ก) : มีพี่น้องร่วมสาบานคือ กวนอู และเตียวหุย เล่าปี่ เป็นคนแก้
ปัญหาได้รวดเร็ว รักพี่น้อง และเป็นที่รักของผู้คนรอบข้าง ก่อนหน้านี้เล่าปี่ เคยเป็น
เจ้าเมืองชีจิ๋ว ก่อนจะสามารถครอบครองดินแดนที่ชื่อว่า จ๊กก๊ก ได้ในที่สุด
4
ตัวละคร
3.กวนอู (จ๊กก๊ก) : ครองเมืองแห้ฝือ เป็นผู้ดูแลภรรยาของเล่าปี่ (พี่สะใภ้) มีความ
โดดเด่นด้านความซื่อสัตย์ และกตัญญู ซึ่งต่อมาผู้คนได้ยกย่องและบูชากวนอูในฐานะ
เทพเจ้าผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความภักดี ความซื่อสัตย์ และความกตัญญู
4.เตียวเลี้ยว (วุยก๊ก) : ทหารคนสำคัญของโจโฉ มีวาทศิลป์ รู้จักการเจรจา
เป็นผู้ที่เสนอความคิดเห็นได้อย่างมีเหตุผล รวมทั้งเป็นผู้เกลี้ยกล่อมให้กวนอู
มาอยู่กับโจโฉ และยังทำให้กวนอูเคารพนับถือในความสามารถและความ
ซื่อสัตย์แม้จะไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกันก็ตาม
5
เรื่องย่อ
สามก๊ก ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉในบทความนี้ นับเป็นตอนที่ 22 ตามฉบับแปลของ
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ซึ่งสรุปเนื้อหาได้ดังนี้
โจโฉต้องการยกทัพไปปราบเล่าปี่ ที่เมืองชีจิ๋ว เมื่อเล่าปี่ รู้ จึงเขียนจดหมายขอความช่วย
เหลือไปยังอ้วนเสี้ยวเพื่อนรัก แต่อ้วนเสี้ยวปฏิเสธการออกรบ โดยอ้างว่ายังไม่พร้อม แต่ยินดี
ช่วยเหลือในทางอื่น ๆ เล่าปี่ กังวลใจมากเพราะหากออกรบตอนนี้ กำลังพลของตนเองต้องไม่
เพียงพออย่างแน่นอน เล่าปี่ จึงปรึกษาเตียวหุย ทหารผู้สาบานตนเป็นพี่น้องกับเล่าปี่ และ
กวนอู เตียวหุยเลยอาสาออกไปปล้นค่ายของฝั่ งโจโฉ เพื่อให้ฝ่ายนั้นมีเสบียงไม่เพียงพอและ
ยุติการออกรบ
ระหว่างที่โจโฉเดินทัพมา ได้เกิดเหตุการณ์ลมพายุพัดธงชัยบนเกวียนหัก โจโฉใจคอไม่ดี
จึงไปปรึกษาโหรคู่ใจซึ่งทำนายไว้ว่า “ธงหักแบบนี้ต้องระวังการถูกปล้นค่ายนะ !” โจโฉได้ยิน
ดังนั้นจึงไม่นิ่งนอนใจ รีบวางแผนรับมือไว้ก่อน โดยแบ่งทหารออกเป็น 11 กอง 8 กองแรกให้
ไปล้อมรอบค่าย 8 ทิศ ส่วนอีก 1 กองให้อยู่ในค่ายตามเดิม และอีก 2 กองให้ไปดักเมืองของ
ข้าศึกที่เมืองแห้ฝือกับเมืองชีจิ๋ว เมื่อแบ่งทหารทั้ง 11 กองเรียบร้อยแล้ว เตียวหุยก็เดินทาง
มาถึงค่ายของโจโฉ แต่แทนที่จะได้บุกปล้นค่ายตามที่มุ่งหมายไว้ตั้งแต่แรก เขาก็ดันถูกทหาร
ที่แอบซุ้มอยู่ล้อมไว้ทั้ง 8 ทิศ เมื่อเตียวหุยเริ่มรู้ว่าตัวเองหลงกลอุบายของฝั่ งโจโฉ เตียวหุย
จึงสู้สุดใจตีฝ่าวงล้อมหนีขึ้นเขาไป ส่วนเล่าปี่ ที่ขี่ม้าตามมานั้น ก็ต้องตีฝ่าวงล้อมออกไปจาก
กองทัพของโจโฉเช่นกัน แต่เขาได้หนีไปอยู่กับอ้วนเสี้ยวเพื่อนรักแทน
เมื่อโจโฉยึดเมืองเสี่ยวพ่าย กับเมืองชีจิ๋วได้แล้ว ก็คิดจะยึดเมืองแห้ฝือต่อ แต่เสนาธิการ
ทหารได้เตือนโจโฉว่า ที่เมืองแห้ฝือมีกวนอูปกครองอยู่ และคอยดูแลภรรยาของเล่าปี่ ทั้งสอง
คน (นางกำฮูหยิน และนางบิฮูหยิน) ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของกวนอู อีกทั้งกวนอูยังเป็นที่
ยำเกรงของผู้คนมากมาย เพราะเก่งกาจทั้งเรื่องการสงคราม และมีไหวพริบเป็นเลิศ
เสนาธิการบางคนจึงเสนอว่าให้ไปเกลี้ยกล่อมกวนอูมาเป็นพวกแทนจะดีกว่า แต่บางคนกลับ
ไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่ากวนอูต้องไม่ยอมอย่างแน่นอน ระหว่างการถกเถียงของเหล่า
เสนาธิการ เตียวเลี้ยว ทหารคู่ใจของโจโฉได้ขออาสาไปเจรจากับกวนอูด้วยตนเองเพราะเตียว
เลี้ยวเคยรู้จักกับกวนอูมาก่อน น่าจะช่วยเจรจาได้ไม่ยากนัก แต่ปัญหาคือ จะทำยังไงให้กวนอู
ออกมาจากเมือง เทียหยกจึงเสนอว่าให้จ้างทหารของเล่าปี่ ที่จับได้ไปเป็นไส้ศึกในเมืองของ
กวนอู พร้อมกับส่งทหารอีกกองหนึ่งไปยืนอยู่ที่หน้าเมือง
6
เรื่องย่อ
เมื่อโจโฉได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าเห็นด้วย รีบส่งทหารที่จับมาส่วนหนึ่งไปเป็นไส้ศึก ส่วน
ทหารอีกกองหนึ่งให้ไปยืนหน้าประตูเมืองคอยด่าทอกวนอู จนกวนอูทนไม่ไหว พาทหารออก
มารบหน้าเมือง เมื่อกวนอูออกมา ปรากฏว่าโดนทหารจากฝ่ายของโจโฉล้อมไว้เรียบร้อย
กวนอูตกใจ จะหนีกลับเข้าไปในเมืองก็ไม่ได้ เลยต้องหนีขึ้นเขาไป ทำให้โจโฉยึดเมืองแห้ฝือได้
สำเร็จ ส่วนเตียวเลี้ยวเองก็มีโอกาสได้ไปเจรจากับกวนอูที่อยู่บนเขา ซึ่งการเจรจาครั้งนี้ กวนอู
เสนอเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่
1. ขอเป็ นข้าขึ้นต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้เท่านั้น
2.ขอปฏิบัติดูแลพี่สะใภ้ และขอเบี้ยหวัดของเล่าปี่ มอบให้แก่พี่สะใภ้ทั้งสอง
3.ถ้ารู้ว่าเล่าปี่ อยู่ที่ใด จะไปหาในทันที
ตอนแรกโจโฉไม่ยอมรับเงื่อนไขสามข้อ แต่เตียวเลี้ยวได้เกลี้ยกล่อมโจโฉด้วยนิทานโบราณที่
ชื่อว่า ‘นิทานอิเยียง’ เตียวเลี้ยวเล่านิทานเรื่องนี้โดยหวังว่าหากโจโฉชุบเลี้ยงกวนอูอย่างดีแล้ว
โจโฉจะได้เป็นดังคิเป๊กผู้มีพระคุณ ส่วนกวนอูจะได้ป็นดั่งอิเยียงผู้ซื่อสัตย์กตัญญู เมื่อโจโฉได้
ฟั งดังนั้น ก็ยอมรับเงื่อนไขทั้งสามข้อ ส่วนกวนอูก็ยอมมาอยู่กับโจโฉตามข้อตกลง
ระหว่างนั้นโจโฉพยายามซื้อใจกวนอูด้วยวิธีต่าง ๆ แต่กวนอูก็ยังคงหนักแน่นและภักดีต่อ
เล่าปี่ เพราะได้สาบานตนกันไว้แล้ว อย่างเหตุการณ์ที่โจโฉชวนกวนอูมากินโต๊ะ (การกินเลี้ยง
บนโต๊ะ ด้วยอาหารอย่างดี) โจโฉสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของกวนอูทั้งเก่าและขาดจึงมอบเสื้อใหม่
ให้กวนอู แต่กวนอูกลับใส่เสื้อตัวใหม่ไว้ข้างใน ตัวเก่าไว้ข้างนอก โดยให้เหตุผลว่า อยากจะใส่
เสื้อเก่าที่เล่าปี่ ให้ไว้ข้างนอกเพื่อดูต่างหน้า และไม่อยากให้ผู้คนครหาว่าได้หน้าแล้วลืมหลัง
หรือตอนที่โจโฉให้ม้าเซ็กเธาว์แก่กวนอู กวนอูก็ดีใจมากเพราะเมื่อรู้ว่าเล่าปี่ อยู่ที่ไหนจะได้ใช้
ม้าพละกำลังมากตัวนี้ขี่ไปหาเล่าปี่ ให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้โจโฉน้อยใจเป็น
อย่างมาก แต่กวนอูก็ได้ให้เหตุผลว่า แม้โจโฉจะมีบุญคุณกับตนมาก แต่เล่าปี่ มีบุญคุณกับตน
มาก่อนและกวนอูก็ได้สาบานตนเป็นพี่น้องกับเล่าปี่ ไปแล้ว เมื่อรู้ว่าซื้อใจกวนอูไม่ได้ ซุนฮกจึง
เสนอโจโฉว่าให้เลี้ยงกวนอูไว้ และไม่ต้องให้กวนอูทำอะไร กวนอูจะได้ไม่ต้องแทนคุณแก่โจโฉ
และอยู่กับโจโฉต่อไปได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งกัน
7
คุณค่าด้าน
เนื้อหา
เป็นประโยชน์ต่อราชการในสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะในยุค
สมัยนั้นยังมีสงครามและการสู้รบกับดินแดนต่าง ๆ สาม
ก๊กจึงเป็ นวรรณคดีที่เปรียบเสมือนตำราที่ถ่ายทอด
กลยุทธ์การทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการคน
การทำงาน การวางแผนให้แยบคายต่าง ๆ
เป็นแบบอย่างในการแปลหนังสือ เพราะสำนวนภาษายัง
อ่านเข้าใจง่ายและสละสลวย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่
ไหน ซึ่งนับว่าเป็นวรรณคดีแปลแสนคลาสสิกของคน
หลายยุคสมัยเลยทีเดียว
8
คุณค่าด้าน
วรรณศิลป์
การใช้สำนวนเปรียบเทียบที่คมคาย เพิ่มอรรถรสในการ
อ่าน และทำให้เข้าใจความคิดและความรู้สึกของตัวละคร
ได้อย่างชัดเจน
บทสนทนาที่มีวาทศิลป์ มากกว่าบทสนทนาโต้ตอบกัน
ทั่วไป คือการสอดแทรกแง่คิดหรือความคมคายเข้าไปใน
ประโยคในบทสนทนานั้นด้วย
มีการแต่งแบบนิทานซ้อนนิทาน เห็นได้จากการสอด
แทรกนิทานโบราณอย่าง ‘นิทานอิเยียง’ เพื่อเป็นตัวอย่าง
เรื่องความซื่อสัตย์และกตัญญู ซึ่งนับเป็นกลวิธีการแต่ง
ที่ซับซ้อนมากขึ้น และทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้นิทานโบราณ
ของจีนอีกเรื่องหนึ่งไปด้วย
9
คุณค่าด้าน
สังคม
สะท้อนค่านิยมเรื่องความซื่อสัตย์และกตัญญู เห็นได้จาก
ตัวละครในเรื่องที่ยกย่องการกระทำของอิเยียงที่ภักดีจน
ยอมแก้แค้นพร้อมสละชีวิตเพื่อคิเป๊ก รวมทั้งการยกย่อง
กวนอูผู้ภักดีต่อเล่าปี่
สะท้อนความเชื่อเรื่องโชคลาง และโหราศาสตร์ เห็นได้
จากตอนที่โจโฉเชื่อและวางแผนตามคำทำนายของโหรที่
บอกว่า ธงหักแสดงถึงการปล้นเสบียงในค่ายของโจโฉ
สะท้อนกลยุทธ์การทำสงครามที่มากกว่าการสู้รบ แม้
สงครามจะมีภาพลักษณ์ของการเสียเลือดเนื้อและใช้
กำลัง แต่ในเรื่องกลับมีการใช้กลยุทธ์การวางแผน ไม่ว่าจะ
เป็นการแบ่งทหารเป็น 11 กองของโจโฉ การใช้ผู้ที่มี
คุณสมบัตินักการทูตอย่างเตียวเลี้ยวเพื่อเจรจาให้กวนอู
มาเป็นพวก มากกว่าจะใช้วิธีการสู้รบ หรือการใช้กลยุทธ์
ไส้ศึกและทหารเพื่อหลอกให้กวนอูออกมารบ