The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ถ้าเรื่องนี้ผิดพลาดประการใดกราบขออภัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tgtest31562, 2022-12-01 04:55:53

มหาเวสสันดรชาดก

ถ้าเรื่องนี้ผิดพลาดประการใดกราบขออภัย

มหาชาติ
หรือ

มหาเวสสั นดรชาดก

คำนำ

รายงานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชา ภาษาไทย
ท๓๑๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔/ ๙ เสนอ ครูสุขาติ พิบูลย์วรตักดิ์ เพื่อศึกษา

ความรู้และความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง ในเรื่อง มหาชาติหรือมหาเวสสันดร
ชาด ก เพื่อที่จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ในอนาดต
และมิได้มีจุดประสงค์ที่จะทำให้องค์กรหรือผู้ใดมีความเสียหาย ผู้จัดทำจึงชอ

ชอบพระคุณและขออภัยมา ณ ที่นี้

สารบัญ ๑-๒

ผู้แต่ง ๔
ที่มาของเรื่อง
ลักษณะคำประพันธ์ ๕
จุดประสงค์
กัณฑ์ ที่๑-๑๓ ๖-๑๘
ตัวละครสำคัญ
ฝนโบกขรพรรษ ๒๐-๒๖
ทศชาติ ๒๗
ข้อคิด ๒๘
อ้างอิง ๒๙
ชื่อสมาชิก ๓๐
๓๑

ผู้แต่ง

เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมา
นุชิตชิโนรส

พระบาทสมเด็จพระจอมเก้าเจ้าอยู่หัวฯ พระเทพโมลี ( กลั่น )

ผู้แต่ง

สำนักวัดถนน ผู้แต่ง(นายทองอยู่)

สำนักวัดสังข์จาย

ที่มาของเรื่อง

มาจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็น
ชาดกเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยกล่าวถึงเรื่องราวของ
พระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร เดิม
แต่งเป็นภาษาบาลี ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทยในสมัย
กรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
โปรดเกล้าฯให้ปราชญ์ราชบัณฑิ ตแต่งมหาชาติคำหลวง
ซึ่งเป็นมหาชาติสำนวนแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สวด

ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้าให้แต่งกาพย์
มหาชาติ เพื่อใช้สำหรับเทศน์ แต่เนื้อความในกาพย์
มหาชาติค่อนข้างยาว ไม่สามารถเทศน์ให้จบภายใน ๑
วัน จึงเกิดมหาชาติขึ้นใหม่อีกหลายสำนวน เพื่อให้เทศน์
จบภายใน ๑ วัน มหาชาติสำนวนใหม่นี้เรียกว่า มหาชาติ

กลอนเทศน์ หรือ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก

ลักษณะคำประพันธ์

มหาเวสสันดรชาดกเป็นมหาชาติกลอนเทศน์ มี
ลักษณะคำประพันธ์เป็นร่ายยาวที่มีคาถาบาลีนำ

ร่ายยาว บทหนึ่งไม่จำกัดจำนวนวรรค แต่ที่นิยม
คือตั้งแต่ ๕ วรรคขึ้นไป และแต่ละวรรคก็ไม่จำกัด
จำนวนคำเช่นกัน แต่ไม่ควรน้อยกว่า ๕ คำ ซึ่งคำ
สุดท้ายของวรรคหน้าจะส่งสัมผัสไปวรรคหลังคำใด
ก้ได้ แต่เว้นคำสุดท้ายของวรรคอาจจบลงด้วย “คำ
สร้อย” (คำสร้อย เช่น ฉะนี้ ดังนี้ นั้นเกิด นั้นแล แล้ว
แล ด้วยประการฉะนี้ เป็นต้น)

จุดประสงค์

เพื่อใช้เทศน์ให้ประชาชนฟัง มหาเสสันดร
ชาดก แต่งขึ้นเพื่อใช้เทศน์มหาชาติ เนื่องจากร่าย
ยาวหมาเสสันดรชาดกเป็นชาดกเรื่องใหญ่ที่สุด เป็น
ชาติที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเสสันดร
ซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะประสูติเป็นเจ้าชาย
สิทธัตถะ แล้วเสด็จออกผนวชกระทั่งได้ตรัสรู้เป็น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเรื่องราวในพระชาติที่เป็น
พระเวสสันดรได้ทรงบำเพ็ญทศบารมี ครบทั้ง ๑๐

ประการ โดนเฉพาะอย่างยิ่ง ทานบารมี ซึ่งทรง
บริจาคบุตรทารทาน คือ บริจาคพระชาลี พระกัณห
า และพระนางมัทรี จึงเป็นชาติที่สำคัญและยิ่งใหญ่

เรียกว่า “มหาชาติ” หรือ “มหาเสสันดรชาดก”

กันฑ์ ๑ ทศพร

เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไปเทศนาโปรด
พระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนั้นเสด็จไปโปรดพุทธบิดาและ
พระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ เกิดฝนโบกขรพรรษ
พระสงฆ์สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่องมหา
เวสสันดรชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ ๙๘ นับแต่ปัจจุบัน

พระนางผุสดีซึ่งจะทรงเป็นพระมารดาของพระ
เวสสันดร ทรงอธิษฐานขอเป็นมารดาของผู้มีใจบุญ จบ

ลงตอนพระนางได้รับพร ๑๐ ประการจากพระอินทร์

๑. ขอให้เกิดในกรุงมัททราช แคว้นสีพี
๒. ขอให้มีดวงเนตรคมงามและดำขลับดั่งลูกเนื้อทราย
๓. ขอให้คิ้วคมขำดั่งสร้อยคอนกยูง
๔. ขอให้ได้นาม “ผุสดี” ดังภพเดิม
๕. ขอให้มีพระโอรสเกริกเกียรติที่สุดในชมพูทวีป
๖. ขอให้พระครรภ์งาม ไม่ป่องนูนดั่งสตรีสามัญ
๗. ขอให้พระถันเปล่งปลั่งงดงามไม่ยานคล้อยลง
๘. ขอให้เส้นพระเกศาดำขลับตลอดชาติ
๙. ขอให้ผิวพรรณละเอียดบริสุทธิ์ดุจทองคำธรรมชาติ
๑๐. ขอให้ได้ปลดปล่อยนักโทษที่ต้องอาญาประหารได้

คำศัพท์
พระถัน - หน้าอก
พระเกศา - ผม
ดวงเนตร - ดวงตา



ข้อคิดประจำกัณฑ์
การทำบุญจักให้สำเร็จสมประสงค์ต้องอธิษฐานจิต ตั้งเป้าหมายชีวิตที่ตน

ปรารถนาไว้
ความปรารถนาที่จะสำเร็จสมดังตั้งใจผู้นั้นต้องมีศีลบริบูรณ์

กันฑ์ ๒ หิมพานต์

ว่าด้วยเรื่องเทพธิดาลงมาเกิดเป็นลูกกษัตริย์มัทราชได้ชื่อว่า
ผุสดี พออายุ ๑๖ ปีได้แต่งงานกับพระเจ้ากรุงสญชัยเมืองสี
พี เกิดมีครรภ์พอครบ ๑๐ เดือนพระนางผุสดีก็คลอดพระ
โพธิสัตว์นามว่าพระเวสสันดร มีช้างคู่บารมีชื่อปัจจัยนาเคน
พออายุ ๑๖ ปีก็แต่งงานกับพระนางมัทรี มีลูกน้อยชื่อชาลีและ

กัณหา
ต่อมาเมืองกลิงคะเกิดข้าวยากหมากแพง ชาวเมืองมาขอช้าง

จากพระเวสสันดร พระองค์ให้ทานช้าง ทำให้ชาวเมืองไม่
พอใจไปขอพระเจ้ากรุงสณชัยให้เนรเทศพระเวสสันดรไปเขา

วงกต



ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.คนดีเกิดมานำพาโลกให้ร่มเย็น
๒. โลกต้องการผู้เสียสละมิฉะนั้นหายนะจะบังเกิด
๓. การทำดีย่อมมีอุปสรรค "มารไม่มีบารมีไม่มามารยิ่ง
มาบารมียิ่งแก่กล้า"
๔. จุดหมายแห่งการเสียสละอยู่ที่พระโพธิญาณมิหวั่น
ไหวแม้จะได้รับทุกข์

กันฑ์ ๓ ทานกันฑ์

กัณฑ์ทานกัณฑ์ ว่าด้วยเรื่อง พระเวสสันดร ทูลลาพระบิดา
พระมารดา ก่อนออกเดินทางพระองค์ได้ขอบริจาคทานใหญ่ เรียกว่า
สัตตสดกมหาทาน ประกอบด้วย ช้าง ม้า โคนม รถม้า นารี ทาส ทาสี

ผ้าอาภรณ์ อย่างละ ๗00 เพื่อให้กับคนทั่วไป และระหว่างการเดิน
ด้วยราชรถทองนั้น ได้มีพราหมณ์ ๔ คน มาทูลขอม้า และราชรถ

พระองค์ได้พระราชทานให้จนหมดสิ้น







คำศัพท์
สัตสดกมหาทาน - มหาทาน ๗ อย่าง อย่างละ ๗๐๐

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑.ความรักของแม่ ความห่วงของเมีย
๒.โทษทัณฑ์ของการเป็นหม้าย คือถูกประนามหยามหมิ่นอาจถึงจบ

ชีวิตด้วยการก่อกองไฟให้รุ่งโรจน์แล้วโดดฆ่าตัวตาย
๓.เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม พึงยอมเสียสละประโยชน์สุข

ส่วนตัว
๔. ยามบุญมีเขาก็ยกยามตกต่ำเขาก็หยาม ชีวิตมีทั้งชื่นบานและ

ขื่นขม

กันฑ์ ๔ กัฌฑ์วนปเวสน์

ออกมาต้อนรับ และประสงค์จะมอบเมืองให้ปกครอง
พระเวสสันดรทรงปฏิเสธ เพราะมีความประสงค์ที่จะ
บำเพ็ญเพียรในป่า ตลอดระยะเวลา ๗ เดือน ที่ทั้ง ๔
พระองค์ได้บำเพ็ญเพียรในป่า พระเจ้ากรุงสญชัยให้

พรานเจตบุตรมาคอยดูแลเฝ้าอารักบา

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ยามเห็นใจ ยามจน ยามเจ็บ ยามจากเป็นยามที่ควรจะ

ได้รับความเหลียวแล
๒. ผลดีของมิตรแท้ คือ ไม่ทอดทิ้งในยามเพื่อนทุกข์
ช่วยอุ้มชูยามเพื่อนอ่อนล้า ช่วยฉุดดึงยามเพื่อนตกต่ำ
๓. น้ำใจของคนดี หากรู้ชัดว่าปกติสุขของคนส่วนมากจะ
ตั้งอยู่ได้ เพราะการเสียสละของตน ก็สมัครสลัดโอกาส

และโชคลาภอันจะพึงได้ ด้วยความชื่นชม

กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก

เป็นกัณฑ์ที่ชูชกได้นางอมิตดามาเป็นภรรยา และหมายจะได้
โอรสและธิดาพระเวสสันดรมาเป็นทาส ในแคว้นกาลิงคะมี
พราหมณ์แก่ชื่อ ชูชก พำนักในบ้านทุนวิฐะ เที่ยวขอทานตาม
เมืองต่างๆ เมื่อได้เงินถึง 100 กหาปณะ จึงนำไปฝากไว้กับ
พราหมณ์ผัวเมีย แต่ได้นำเงินไปใช้เป็นการส่วนตัว เมื่อชูชก
มาทวงเงินคืนจึงยกนางอมิตดาลูกสาวให้แก่ชูชก นางอมิต
ดาเมื่อมาอยู่ร่วมกับชูชก ได้ทำหน้าที่ของภรรยาที่ดี ทำให้ชาย
ในหมู่บ้านเปรียบเทียบกับภรรยาตน หญิงในหมู่บ้านจึงเกลียด
ชังและรุมทำร้ายทุบตี นางอมิตดา ชูชกจึงเดินทางไปทูลขอ
กัณหาชาลีเพื่อเป็นทาสรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงเขาวงกตก็ถูก

ขัดขวางจากพรามเจตบุตรผู้รักษาประตูป่า

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.ของที่รักและหวงแหน ที่โบราณห้ามฝากผู้อื่นไว้คือ เงิน ม้า เมีย

ยิ่งน้องเมียห้ามฝากเด็ดขาด อันตรายมาก
๒.ภรรยาที่ดีย่อมไม่ย่อหย่อนต่อหน้าที่ ข้าวดำ น้ำตัก ฟืนตอหัก

หา น้ำร้อน น้ำชาเตรียมไว้เสร็จ
๓.ของไม่คู่ควรย่อมมีปัญหา ตำราหิโตปเทศกล่าวว่า "ความรู้เป็น
พิษเพราะเหตุที่ไม่ใช้ อาหารเป็นพิษเพราะเหตุไฟธาตุไม่ย่อย เมีย

สาวเป็นพิษเพราะผัวแก"

กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน

เป็นกัณฑ์ที่พรานเจตบุตรหลงกลชูชก และ
ชี้ทางสู่อาศรมจุตดาบส ชูชกได้ชูกลักพริก

ขิงแก่พรานเจตบุตรอ้างว่าเป็นพระ
ราชสาสน์ของพระเจ้ากรุงสญชัย จึงได้พา

ไปยังต้นทางที่จะไปอาศรมฤๅษี

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. มีอำนาจหากขาดปัญญาย่อมถูกหลอกได้ง่าย

๒. คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด
๓. ไว้ใจทาง วางใจคน จะจนใจตัว

กัณฑ์ที่ ๗ กัณฑ์มหาพน

เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกล่ออจุตฤๅษีให้บอกทางสู่
อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพรไปหา
เมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับอจุตฤๅษี ชูชกใช้

คารมหลอกล่อจนอจุตฤๅษีจึงให้ที่พักหนึ่งคืนและบอก
เส้นทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร

คำศัพท์
อาศรม - ที่พำนักของฤๅษีเวสสันดร

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปัญญาแต่ขาดสติก็เสียทีพลาดท่าได้

๒. สงสารฉิบหาย เชื่อง่ายเป็นทุกข์
๓. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ ซื้อเสื่อให้ดูลาย

กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร

เป็นกัณฑ์ ที่พระเวสสันดรทรงให้ทานสองโอรสแก่เฒ่าชู
ชก พระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่งการ

พลัดพราก รุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหารแล้ว ชูชก
จึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพากันลงไป

ซ่อนตัวอยู่ที่สระ พระเวสสันดรจึงลงเสด็จติดตามสอง
กุมาร แล้วจึงมอบให้แก่ชูชก

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑. ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ ไม่ผลีผลามเข้าไปขอรอจนพระมัทรีเข้าป่าจึงเข้า
เฝ้า เพื่อของสองกุมาร เป็นเหตุให้ชูชกประสบผลสำเร็จใจสิ่งที่ตนปรารถนา

ดังภาษิตโบราณว่า "ช้า ๆ จะได้พร้าเล่มงาม ด่วนได้สามผลามมักพลิก
แพลง" ช้าเป็นการนานเป็นคุณ ผู้รู้จักโอกาส มีมารยาท กล้าหาญ ใจเย็น เป็น

สำเร็จ
๒. พ่อแม่ทุกคนรักลูกเหมือนกัน แต่เป็นห่วงไม่เท่ากัน ห่วงหญิงมากกว่าห่วง

ชาย เพราะท่านเปรียบไว้ว่า "ลูกหญิงเหมือนข้าวสาร ลูกชายเหมือนข้าว
เปลือก"

๓. สติ เตสัง นิวารณัง สติเป็นเครื่องป้องกันอันตรายทั้งปวงได้ ขันติ สาห
สวารณา ขันติป้องกันความหุนหันพลันแล่นได้ เป็นเหตุให้พระเวสสันดรไม่

ประหารชูชกด้วยพระขรรค์ เมื่อถูกชูชกประนาม
๔. วิสัยหญิงนั้น แม้จะมากอยู่ด้วยเมตตากรุณา ชอบปลดเปลื้องทุกข์แก่ผู้อื่น

ก็จริงอยู่ แต่เว้นอย่างเดียว ที่ผู้หญิงนั้นไม่มีวันจะสละสิ่งนั้น คือ "ลูก"

กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี

เป็นกัณฑ์ ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด
อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก พระนางมัทรีเดินเข้าไปหาผลไม้ในป่า
ลึก จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดาแปลงกายเป็นเสือ

นอนขวางทาง จนค่ำเมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบโอรส พระเวสสันดรได้
กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหาโอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระ
พักตร์ พระองค์ทรงตกพระทัยลืมตนว่าเป็นดาบสจึงทรงเข้าอุ้มพระนา
งมัทรีและทรงกันแสง เมื่อพระนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษ
พระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว หากชีวิต

ไม่สิ้นคงจะได้พบ นางจึงได้ทรงอนุโมทนา

คำศํพท์
ตกพระทัย - ตกใจ

ข้อคิดประจำกัณฑ์

ลูกคือแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ "ลูก ดีเป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่ ลูกแย่พ่อ
แม่ช้ำใจ" รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวงใดเล่าจะ
เท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้ เพราะฉะนั้นพึงเป็นลูกแก้ว ลูกขวัญ

ลูกกตัญญู ที่ชาวโลกชื่นชม พรหมก็สรรเสริญฯ

กัณฑ์ที่ ๑๐ สั กกบรรพ

เป็นกัณฑ์ ที่พระอินทร์จำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอพระนางมัท
รี แล้วถวายคืนพร้อมถวายพระพร ๘ ประการ

ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรี
พระเวสสันดรจึงพระราชทานให้ พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนา
เพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จ พระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่น
ดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่างพราหมณ์จึงฝากนางมัท
รีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืนพร้อมถวาย

พระพร ๘ ประการดังนี้

๑. ขอให้พระบิดามีเมตตา
๒. ขอให้ปล่อยนักโทษ

๓. ขอให้อนุเคราะห์คนยากจน
๔. ขออย่าให้รู้อำนาจสตรี
๕. ให้พระโอรสมีอายุยืน

๖. ขอให้ฝนแก้ว๗ ประการตกลงในเมืองสีพี
๗.ขอให้สมบัติในท้องพระคลังอย่ารู้หมดสิ้น
๘. เมื่อทิวงคตแล้ว ขอให้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดูสิต

ข้อคิดประจำกัณฑ์

การทำดีแม้ไม่มีคนเห็น ก็เป็นความดีอยู่วันยังค่ำ ดุจทองคำแม้จะอยู่ใน
ตู้โชว์ หรือในกำปั่นก็เป็นทองคำอยู่นั่นเอง เข้าลักษณะว่า ความ(ของ)ดี
ดีเด็ดเหมือนเพชรเหมือนทอง ถึงไร้เจ้าของก็เหมือนตัวยัง ถึงใส่ตู้อุด
ถึงขุดหลุมฝัง ก็มีวันปลั่งอะหลั่งฉั่งชู การทำความดีแม้ไม่มีคนเห็น แต่

เทพยดาอารักษ์เบื้องบนท่านย่อมรู้

กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช

เป็นกัณฑ์ ที่เทพเจ้าจำแลงองค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมารก่อน
เสด็จนิวัติถึงมหานครสีพี

เมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่โคนต้นไม้
ส่วนตนเองปีนขึ้นไปนอนต้นไม้ เหล่าเทพเทวดาจึงแปลงร่าง
ลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพี พระเจ้ากรุง

สีพีเกิดนิมิตฝันตามคำทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อ
เสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้าทอดพระเนตรเห็นชูชกพา
กุมารน้อยสององค์ ทรงทราบความจริงจึงพระราชทานค่า
ไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะเดโชธาตุไม่ย่อย
ชาลีจึงได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิวัติพระนคร
ในขณะเดียวกันเจ้านครลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัยนาคแก่

นครสีพี

คำศัพท์
ทอดพระเนตร - มอง

ข้อคิดประจำกัณฑ์
คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้อง

คุ้มครองภัยในที่ทุกสถาน

กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์

เป็นกัณฑ์ ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า
ณอาศรมดาบสที่เขาวงกตพระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา ๑ เดือน
กับ ๒๓ วันจึงเดินทางถึงเขาวงกต เสียงโห่ร้องของทหารทั้ง
๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็นข้าศึกมารบนครสีพี จึง
ชวนพระนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขา พระนางมัทรีทรงมอง
เห็นกองทัพพระราชบิดาจึงได้ตรัสทูลพระเวสสันดรและเมื่อ
หกกษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุดประมาณ รวมทั้งทหาร

เหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืนท้าวสักกะเทวราชจึงได้
ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหกกษัตริย์และทวยหาญได้หาย

เศร้าโศก

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจจาก

กันยามตายได้เห็นน้ำตา
๒. การให้อภัยเป็นเพราะได้สำนึกเป็นเหตุให้ลบรอยร้าวฉาน

บันดาลสันติสุขแก่ส่วนรวม
๓. สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้ผิด บรรพชิตยังรู้เผลอ
ความผิดพลาดเป็นเรื่องของมนุษย์ แต่การให้อภัยเป็นวิสัยของ

เทวดา

กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์

เป็นกัณฑ์ ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนครพระ
เวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดาพระเจ้ากรุงสญชัยตรัส
สารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อมทั้งพระนางมัท

รี และเสด็จ
กลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาวเมืองปล่อยสัตว์ที่

กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่งเช้า
ประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใดแก่

ประชาชน ท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗ ประการ
ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรงประกาศ

ให้ประชาชนขนเอาไปตามปรารถนา ที่เหลือให้ขนเข้าพระคลัง
หลวง ในกาลต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราชสมบัติปกครองนครสี
พีโดยทศพิธราชธรรมบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ

ข้อคิดประจำกัณฑ์
การทำความดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน การใช้
ธรรมะในการปกครองย่อมทำให้เกิดความสงบ

ร่มเย็น

ตัวละครที่สำคัญใน
มหาเวสสั นดรชาดก

พระเวสสั นดร

พระเวสสันดรเป็นพระโอรสของพระเจ้ากรุง
สญชัยและพระนางผุสดีแห่งเมืองสีพีมี
อุปนิสัยและพฤติกรรมที่สำคัญคือ การ
บริจาคทานพระราชกุมารเวสสันดรทรง

บริจาคทานตั้งแต่ เกิด ครั้นพระชนมายุ ได้
๔-๕ ชันษาทรงปลดปิ่นทองคำและเครื่อง
ประดับเงินทองแก้วเพชรให้แก่นางสนม
กำนัลทั่วทุกคนถึง ๙ ครั้งเพื่อมุ่งหวังพระ
โพธิญาณในภายภาคหน้า ครั้นเจริญชันษา
ได้ ๘ ปีก็ทรงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะบริจาค
เลือดเนื้อและดวงหทัยเพื่อมุ่งพระโพธิญาณ

ในกาลข้างหน้าอย่างแน่วแน่

พระนางมัทรี

พระนางมัทรี เป็นพระราชธิดาแห่งก
ษัตริย์มัทราช อภิเษกสมรสกับพระ
เวสสันดร มีพระโอรสชื่อพระชาลี
และมีพระธิดาชื่อพระกัณหาพระนาง

ตามเสด็จพระเวสสันดรไปยังเขา
วงกต แม้จะถูกพระเจ้ากรุงสญชัย
ทัดทาน แต่ด้วยความจงรักภักดีต่อ
พระสวามีพระนางก็ไม่ทรงยินยอม

พระชาลี

กัณหา

ชาลี

พระชาลีเป็นพระราชโอรสของพระเวสสันดรกับ
พระนางมัทรีเป็นพระเชษฐาของพระกัณหา พระ
นัดดาของพระเจ้ากรุงสญชัยและพระนางผุสดีเมื่อ
เวลาประสูติพระประยูรญาติได้ทรงนำตาข่ายทอง
มารองรับ จึงได้รับพระราชทานนามว่า ชาลี แปล

ว่าผู้มีตาข่าย

พระกัณหา



พระกัณหาเป็นผู้หนึ่งที่ทำให้พระเวสสันดรได้บำเพ็ญบุตรทานบารมี
ซึ่งเป็นทานอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ทั้งหลายไม่สามารถทำได้ นอกจาก
มหาบุรุษผู้ทรงหวังพระโพธิญาณเท่านั้นดังที่พระเวสสันดรทรงตรัส

ว่า
“พระลูกเอ๋ย เจ้าไม่รู้หรือพระบิตุรงค์บรรจงรักพระ
โพธิญาณ หวังจะยังสัตว์ให้ข้ามห้วงมหรรณพภพสงสารให้ถึงฟาก

เป็นเยี่ยงอย่างยอดยากที่จะข้ามได้”
พระกัณหาเป็นผู้ที่มีความกตัญญูเชื่อฟังคำสั่งสอนและมี
ความเฉลียวฉลาด ได้ติดตามพระเวสสันดรและพระมัทรีไปยังเขา

วงกต เมื่อถูกยกให้แก่ชูชกก็หาทางหลบหนี

ชูชก

เป็นผู้เกิดในตระกูลพราหมณ์โภวาทิ
กชาติซึ่งเป็นพราหมณ์พวกที่ถือตน
ว่ามีกำเนิดสูงกว่าผู้อื่นมักใช้คำว่า
“โภ”แปลว่า “ผู้เจริญ” เป็นคำร้อง

เรียก
แม้ชูชกจะเกิดในตระกูลพราหมณ์ที่
ถือตนว่ามีกำเนิดสูงกว่าผู้อื่นแต่ชู
ชกก็ยากจนเข็ญใจยิ่ง ต้องเที่ยว
ขอทานเขาเลี้ยงชีพ ชูชกมีบ้านอยู่ใน
หมู่บ้านทุนนวิฐติดกับเมืองกลิงครา

ษฎร์ มีรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด
ประกอบด้วยบุรุษโทษ ๑๘ประการ

ท้าวสั กกเทวราช (พระอินทร์)

ท้าวสักกเทวราช เป็นตัวละครประกอบอยู่
ในวรรณคดีเรื่องร่ายยาวมหาเวสสันดร
ชาดก
เป็นพระราชสวามีของพระนางผุสดีขณะ

สถิตอยู่ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีนามเรียก
ต่างๆเช่น โกสีย์ อมรินทร์ ศักรินทร์

วัชรินทร์ เทวราช จอมสิเนรุราช ตรีเนตร
เทวราชสุราธิบดี ฯลฯ

พระนางผุสดี

พระนางผุสดีธิดากษัตริย์มัททราช มเหสี
ของพระเจ้ากรุงสญชัยแห่งกรุงสีพี

ราษฎร์และพระมารดาของพระเวสสันดร
นั้น เมื่อเสวยพระชาติเป็นพระราชธิดาของ
พระเจ้าพันธุมราชแห่งพันธุมดีนครทรงได้

รับพระราชทานแก่นจันทน์แดงจากพระ
ราชบิดาจึงได้นำไปบดใส่ผอบทองและ
ถวายแด่พระวิปัสสิสัมมาสัมพุทธเจ้า
พร้อมทั้งอธิษฐานว่าขอให้ได้เป็นพุทธ
มารดาในอนาคต ด้วยกุศลผลบุญนี้ทำให้
พระนางได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ เป็นพระ
มเหสีของพระอินทร์ ครั้นเมื่อถึงกำหนด
จะจุติจากสวรรค์ก็ได้รับพระราชทานพร

๑๐ ประการจากพระอินทร์ด้วย

พระเจ้ากรุงสญชัย

พระเจ้ากรุงสญชัย เป็นพระราชาแห่งกรุงสีพี
ราษฎร์พระราชบิดาของพระเวสสันดร เมื่อพระ
โอรสมีพระชนมายุสมควรจะสืบราชสมบัติแล้วก็

ทรงสละราชสมบัติให้ทรงปกครองต่อไป
พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่เห็นแก่ประโยชน์ของ
บ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ส่วนพระองค์เอง ทรง
เนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมืองพร้อมด้วย
พระนางมัทรี พระชาลี และพระกัณหาเมื่อชาว
เมืองมาร้องทุกข์ว่าพระโอรสทรงกระทำผิดแม้
พระมเหสีจะทูลขอร้องประการใดก็มิได้คืนคำทั้ง
ที่ทรงอาลัยรักในพระโอรสแต่ก็ทรงหักพระทัยได้
เพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองและยังได้ทรงไถ่

ตัวพระชาลีและพระกัณหาคืนจากชูชกด้วย

ฝนโบกขรพรรษ

ฝนโบกขรพรรษ คือ น้ำฝนวิเศษไม่
เปียกผู้ที่ไม่ต้องการให้เปียก (เหมือน
น้ำที่ตกลงบนใบบัว) ตกลงแล้วไหล
ซึมซาบดินหายไปโดยเร็ว
--------------------------------
น้ำฝนโบกขรพรรษมีลักษณะ ดังนี้
๑. น้ำฝนมีสีแดงดังเท้านกพิราบ เสียง
สนั่นลั่นออกไปดังสายฝนธรรมดา
๒. ผู้ใดปรารถนาจะให้เปียกกายจึงจะ
เปียก หากมิได้ปรารถนาแม้แต่เม็ดหนึ่ง
ก็มิได้เปียก
๓. เมื่อถูกกายแล้วจะหล่นสู่พื้นดิน
เสมือนหยาดน้ำที่ตกลงสู่ใบบัวแล้ว
กลิ้งตกลงไปฉะนั้น
๔. ไม่เจิ่งนองพื้นดิน เมื่อตกลงแล้วก็
ซึมหายไปในแผ่นดินทันที

ทศชาติ

มหานิบาตชาดก ทศชาติชาดก หรือ
พระเจ้าสิบชาติ เป็นชาดกที่สำคัญ
กล่าวถึงการบำเพ็ญบารมีใน 10 ชาติ
สุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะ
เสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระโคตม
พุทธเจ้า หรือเจ้าชายสิทธัตถะแห่ง
ศากยวงศ์ ชาดกทั้ง 10 เรื่อง เพื่อให้
จำง่าย มักนิยมท่องโดยใช้พยางค์
แรกของแต่ละชาติ คือ เต ชะ สุ เน มะ
ภู จะ นา วิ เว ซึ่งเรียกว่า คาถาหัวใจ
ทศชาติ หรือ คาถาหัวใจพระเจ้าสิบ

ชาติ

ข้อคิดที่ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๑ ให้แง่คิดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงในฐานะที่
เป็นแม่และเป็นภรรยาที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

๒ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี สะท้อนแนวคิดสำคัญ
เกี่ยวกับความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างสุดชีวิต

๓ ข้อคิด คติธรรม ที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
ของทุกคนได้ เกี่ยวกับการเป็นคู่สามีภรรยาที่ดี การเสีย

สละ เป็นคุณธรรมที่น่ายกย่อง และการบริจาคทาน
เป็นการกระทาที่สมควรได้รับการอนุโมทนา

อ้างอิง

https://sites.google.com/site/kanipa031/khunkha-thi-di-cak-reuxng?
fbclid=IwAR14cNoQ_F8ngJPzylSTZWjmMsmMDczTw5EDFlZlITBKhnx-

oLKb-c2Ch_c

https://sites.google.com/site/kanipa031/thima-khxng-reuxng?
fbclid=IwAR14cNoQ_F8ngJPzylSTZWjmMsmMDczTw5EDFlZlITBKhnx-

oLKb-c2Ch_c

ผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้รายวิชา ทตด๑๐๒ ภาษาไทย ๒
เสนอ ครู สุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์
ครูประจำวิชา

สมาชิก

๑.นายไกรวิชญ์ เศรษฐกานนท์
๒.นายอดิศร โพธาราม เลขที่ ๖
๓.นายกันตพัฒน์ บุญแจ้ง เลขที่ ๗
๔.นายปิยวัฒน์ เกิดคล้าย เลขที่ ๘
๕.นายจิรพัส มูลกล่ำ เลขที่ ๙
๖.นายศุภากร กิ่งชา เลขที่ ๑๑
๗.นายทัตเทพ ถาวร เลขที่ ๑๓
๘.นายอิทธินันท์ สว่างมั่น เลขที่ ๑๕
๙.นายอมรวิชช์ แป้นเพช็ร เลขที่ ๑๗


Click to View FlipBook Version