à¨ÃÞ ¾ËÃ¹Ð§Ñ ¾Ê×Í·Ø ¸Á¹µ
©ºÑº»¯ÔºÑµÔ¸ÃÃÁ Ç»Ô ˜Ê¹Ò¡ÃÃÁ°Ò¹
ÇÑ´Ê§Ô Ë ¨.»·ØÁ¸Ò¹Õ
วัดสิงห
Wat Sing, Sam Khok, Pathum Thani Province
ต้งั อยทู ี่ ๑๗ หมทู ่ี ๒ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
สารบัญ ๑
๗
คาถาบชู าหลวงพอทั้ง ๔ ทศิ วัดสงิ ห ๑๑
คำขอขมากรรม, คำขอบวชเนกขัมมะ ๑๗
บทสวดอาราธนาศีล สมาทานศลี ๒๗
วธิ กี ารปฏบิ ัติธรรม ๒๘
บทสวดทำวัตรเชา ๓๐
๓๑
- คำบูชาพระรตั นตรยั ๓๒
- คำนมัสการพระรัตนตรยั ๓๕
- คำกลา วนบนอมพระผูม ีพระภาคเจา ๓๗
- พทุ ธาภถิ ตุ ิ ๓๙
- ธัมมาภิถุติ ๔๗
- สังฆาภถิ ุติ ๔๙
- ระตะนัตตะยปั ปะณามะคาถา ๕๓
- บทถวายพรพระ ๖๕
- บทสวดพาหุงมหากา ๗๐
- บทสวดธัมมะจักกปั ปะวตั ตะนะสตู ร
- คาถาโพธบิ าท
- คาถามงคลจกั รวาลแปดทศิ
สารบัญ ๗๒
๗๕
- พระคาถาชนิ บัญชร ๗๖
- บทภวตุสพั พ ๘๐
- ปตติทานะคาถา (กรวดน้ำตอนเชา ) ๘๑
บทสวดทำวัตรเยน็ ๘๒
- คำบชู าพระรตั นตรัย ๘๓
- คำนมัสการพระรตั นตรัย ๘๕
- พุทธานสุ สติ ๘๗
- ธัมมานสุ สติ ๘๙
- สังฆานุสสติ ๙๐
- คำอาราธนาพระปรติ ร ๑๐๙
- ชุมนุมเทวดา ๑๒๘
- บทสวดธมั มะจักกปั ปะวัตตะนะสตู ร ๑๓๓
- คาถาโพธิบาท ๑๓๕
- คาถามงคลจกั รวาลแปดทศิ ๑๓๘
- คาถาบารมี ๓๐ ทัศ ๑๓๙
- บทกรวดนำ้
- แผเ มตตา
หคลาถวางบูชพาอ
ท้ัง ๔ ทิศ
วัดสิงห อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี
๑
หลวงพอโต
พระประธานประจำทิศเหนือ
ประดษิ ฐาน ณ ศาลาดนิ
หลวงพอเพชร
พระประธานประจำทิศใต
ประดิษฐาน ณ ศาลาดนิ
หลวงพอ พุทธรัตนมุนี
พระประธานประจำทิศตะวันออก
ประดษิ ฐาน ณ อุโบสถ
หลวงพอพทุ ธสริ มิ าแสน
พระประธานประจำทิศตะวันตก
ประดษิ ฐาน ณ วิหารนอ ย
๒
หลควาถงาพบชู อา โต
ตั้งนะโม ๓ จบ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธสั สะ
โตเสนโต วะระธมั เมนะ โตสฎั ฐาเน สเุ ว วะเร
โตสงั อากาสิ ชนั ตุนัง โตสะจติ ตัง นะมามหิ งั
๓
หลวคงาพถาอบูชเพา ชร
ตัง้ นะโม ๓ จบ
นะโมตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พุทธัสสะ
อมิ ัสมิง สหี เสยยะวหิ าเร ปะติฏฐิตัง เทวะมะนุสเสหิ
ปชู ติ ัง สีหะเสยยงั พุทธะรูปง สิระสา นะมามหิ ัง
๔
หลวงพคอาพถาทุ บชู ธารัตนมุนี
ตง้ั นะโม ๓ จบ
นะโมตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพุทธสั สะ
อิตปิ โส ภะคะวา อะระหัง สมั มาสมั พุทโธ
วชิ ชาจะระณะสัมปน โน สคุ ะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร
ปรุ สิ สะทมั มะสาระถิ สตั ถา เทวะมนุสสานัง พทุ โธ ภะคะวาติ
๕
หลวงพอ คพาถทุ าบธูชสาิรมิ าแสน
ตัง้ นะโม ๓ จบ
นะโมตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพทุ ธสั สะ
พุทโธ อติ ิปโส ภะคะวา พุทโธ ภะคะวาติ อติ ิปโส
วชิ ชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต โลกะวทิ ู อะนตุ ตะโร
๖
คำขมากรรม
บวชเคนำกขอขัมมะ
วัดสิงห อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี
๗
คำขมากรรม
โยโทโส, โมหะจิตเตนะ, พทุ ธสั ๎มิง, ธมั มัส๎มิง, สงั ฆสั ม๎ ิง
ปาปะกะโตมะยา, ขะมะถะ เม, กะตังโทสงั , สพั พะปาปง,
วนิ าสสันต,ุ กายะกัมมงั , วะจกี มั มงั , มโนกมั มัง, อะตีตงั โทสัง,
อะนาคะตงั โทสงั , ปจ จปุ น นังโทสัง, สพั พะเมโทสงั พทุ ธงั
ขะมาม,ิ ธัมธัง ขะมามิ, สงั ฆัง ขะมามิ, บิดามารดา ขะมาม,ิ
ครอู ปุ ชฌายอาจารย ขะมาม,ิ เจากรรมนายเวรทัง้ หลาย
ขะมามิ, สัพพะสัตวท ้ังหลาย ขะมาม,ิ ภมู ผิ ีปศาจท้งั หลาย
ขะมามิ, เจา ทงุ เจา ทา , เจา ทเี่ จาทาง, เจา ปา เจาเขาเจาดง,
เจาวัดเจาวา, ผีสางนางไม, เหลา เทพเทพาอารักษทั้งหลาย,
ผูมีพระคณุ ท้งั หลาย, ผมู ีบญุ คณุ ทงั้ หลาย, แมพระธรณ,ี
แมพระเพลิง, แมพระพาย, แมพ ระโพสพ, แมพระคงคา,
พญายมราช, นายนริ ยบาล, ทา วจตุโลกบาลทัง้ สี,่ สริ ิพุทธ-
อำมาตย, จติ วิญญาณทุกดวง, ในหม่นื โลกธาตุ แสนโกฎิ
จักรวาล จิตวญิ ญาณทกุ ๆดวงทีเ่ กิดในสามสบิ เอด็ ภมู ,ิ เทวดา
๘สบิ หกชั้นฟา, สบิ หา ชั้นดิน, ขะมามิ, ขะมะถะ เม ภนั เตฯ
โทษเวรกรรมอนั ใด, ท่ขี า พเจา, ไดลว งเกนิ ตอทานทง้ั
หลาย, ดวยกาย วาจา ใจ, ทั้งตอ หนา และลับหลัง, เจตนา
และไมเ จตนา, โดยรเู ทาไมถงึ การณ, ต้ังแตอ ดตี ชาติ, จนถึง
ปจจบุ นั , ขา พเจาน้ัน, ขอขมากรรม, ขอขมาโทษ, ตอ ทา น
ทั้งหลาย, ดว ยเครอื่ งสกั การะอนั น้ี, ขอทา นทัง้ หลาย, โปรด
อโหสิกรรมโทษ, เวรกรรมโทษ, ทง้ั หลายเหลานั้น, ใหแก
ขา พเจาดว ยเทอญ, และโทษเวรกรรมอนั ใด, ที่ทา นท้ังหลาย,
ไดล ว งเกนิ ตอขาพเจา มา, ดว ยกาย วาจา ใจ, ทัง้ ตอหนา และ
ลบั หลัง, เจตนาและไมเจตนา, โดยรเู ทา ไมถ งึ การณ, ตัง้ แต
อดีตชาติ, จนถึงปจจุบัน, ขา พเจา น้ัน, ก็ขออโหสกิ รรม, ให
แกทานท้ังหลาย, ดวยเชนเดียวกนั , เราท้ังสองฝาย, ตา งไมมี
โทษไมม ีภัย, ไมมเี วรกรรมอันใด, ผกู พันธตอกัน, ตง้ั แตบดั น้ี,
เปนตน ไปเทอญ, สาธุ สาธุ สาธุ .
๙
คำขอบวชเนกขมั มะ
เอสาหงั ภนั เต, สุจิระปะรินพิ พุตมั ป, ตงั ภะคะวันตัง
สะระณงั คัจฉามิ, ธัมมญั จะ, ภกิ ขสุ ังฆญั จะ, ปพพัชชงั ,
มงั ภนั เต, สังโฆ ธาเรต,ุ อชั ชะตัคเค, ปาณเุ ปตงั , สะระณัง
คะตา, ( ผชู าย สะระณงั คะโต ) ฯ
คำแปล
ขาแตท านผเู จรญิ ขา พเจา ทั้งหลาย ขอถึงสมเด็จพระผมู ี
พระภาคเจา แมเ สดจ็ ดับขนั ธปรนิ ิพพานนานแลว กบั ท้ังพระ
ธรรม และพระสงฆ วาเปน สรณะท่ีพึง่ ท่รี ะลึก ขอพระสงฆ
จงจำขาพเจาไวว า เปน ผูบวชในพระธรรมวินัย ผูถึงพระ
รตั นตรยั เปน สรณะตลอดชวี ิต ตง้ั แตบ ดั น้ี เปนตนไปเทอญ .
๑๐
บทสวดมนต
อาราธนาศีล
สมาทานศีล
วัดสงิ ห อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี
๑๑
อาราธนาศีล ๘
มะยัง ภนั เต ติสะระเณนะ สะหะ
อฏั ฐะ สลี านิ ยาจามะ ฯ
ทุตยิ มั ป มะยงั ภันเต ตสิ ะระเณนะ สะหะ
อฏั ฐะ สีลานิ ยาจามะ ฯ
ตะตยิ มั ป มะยงั ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ
อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ ฯ
สมาทานศีล ๘
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธัสสะ,
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พุทธัสสะ,
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ.
๑๒
พุทธงั สะระณงั คจั ฉามิ
ธมั มัง สะระณงั คจั ฉามิ
สังฆงั สะระณัง คจั ฉามิ
ทุติยัมป พุทธงั สะระณงั คัจฉามิ
ทตุ ิยมั ป ธัมมงั สะระณงั คจั ฉามิ
ทตุ ิยมั ป สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉามิ
ตะติยมั ป พทุ ธงั สะระณัง คัจฉามิ
ตะตยิ มั ป ธมั มงั สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมป สังฆัง สะระณงั คัจฉามิ
( พระทา นวา "ติสะระณะคะมะนงั นิฏฐิตัง"
ใหร บั วา "อามะ ภนั เตฯ" )
๑๓
๑. ปาณาตปิ าตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทยิ ามิ
๒. อะทนิ นาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทยิ ามิ
๓. อพร๎ หั ๎มะจะรยิ า เวระมะณี สกิ ขาปะทัง สะมาทิยามิ
๔. มสุ าวาทา เวระมะณี สิกขาปะทงั สะมาทยิ ามิ
๕. สุราเมระยะมชั ชะปะมาทั ฐานา เวระมะณี
สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ
๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สกิ ขาปะทงั สะมาทยิ ามิ
๗. นัจจะคตี ะวาทิตะ วิสูกะทัสสะนามาลาคันธะวเิ ลปะนะ
ธาระณะ มณั ฑะนะ วภิ สู ะนั ฐ านา เวระมะณี
สกิ ขาปะทงั สะมาทิยามิ
๘. อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมณี สิกขาปะทัง
สะมาทยิ ามิ
อมิ านิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ
อิมานิ อัฏฐะ สกิ ขาปะทานิ สะมาทิยามิ
อิมานิ อฏั ฐะ สกิ ขาปะทานิ สะมาทิยามิ
๑๔
คำแปล
สกิ ขาบทท่ี ๑ เวนจากการฆา สัตวด วยตนเอง และไมใ ช
ผูหนึ่งใหฆา
สกิ ขาบทท่ี ๒ เวนจากการลักฉอ ขา วของของเขาดวย
ตนเอง และไมใชผอู ืน่ ใหลกั ฉอ และไมถ อื
เอาซ่ึงส่งิ ของอันเจา ของเขายงั ไมอนญุ าติ
ใหด วยกาย หรือดวยวาจา
สิกขาบทที่ ๓ วน จากการเสพสัทธรรม กรรมอนั เปน
ขาศกึ แกพ รหมจรรย
สกิ ขาบทท่ี ๔ เวน จากการพดู ปด และลอ ลวงผูอื่นดว ย
กายหรือวาจา
สิกขาบทท่ี ๕ เวนจากการด่ืมสรุ าและเมรัย
สิกขาบทท่ี ๖ เวนจากการบริโภคอาหารในกาลอนั ผดิ
คอื ตัง้ แตอ าทิตยเท่ยี งแลว ไปจนถงึ เวลา
อรุณรงุ ข้ึนใหม
๑๕
สิกขาบทที่ ๗ เวนจากการฟอนรำขบั รอ ง และประโคม
เคร่อื งดนตรตี า งๆ และการดูการละเลน
แตบรรดาเปนขา ศกึ แกก ศุ ล และทดั ทรง
ประดับประดาตกแตง ซึ่งรางกายดวย
ระเบียบดอกไม และของหอม, เคร่อื งทา,
เครอื่ งยอ ม, ผัดผวิ , ใหง ามตางๆ
สกิ ขาบทที่ ๘ เวนจากการน่งั นอนเหนอื ที่นั่งที่นอนอนั สูง
ใหญ และเบาะฟูกมีภายในใสดวยนนุ และ
สำลี และเครอื่ งปลู าดอนั วจิ ิตรงดงาม ทำ
ดวยเงนิ และทองตา งๆ
๑๖
วธิ ีการ
ปฏิบัติธรรม
วัดสงิ ห อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี
๑๗
วธิ กี ารปฏิบตั ธิ รรม
๑. ผูป ฎิบัติเตรียมดอกไมธปู เทยี น บูชาพระรัตนตรยั
ถาเปนอบุ าสกอุบาสิกา พึงสมาทานศลี ๕ หรอื ศลี ๘ ถาเปน
พระภิกษุสามเณร ถามีความสงสัยในศีล พงึ ทำศลี ใหบ รสิ ทุ ธิ์
เสยี กอ น
๒. พึงกราบพระวา
อะระหัง สัมมาสมั พทุ โธ ภะคะวา
พทุ ธงั ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สว๎ ากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
ธัมมงั นะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏปิ นโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ
สังฆงั นะมามิ (กราบ)
๓. พึงกลา วคำบชู าพระวา
อิมินา สกั กาเรนะ ตงั พุทธัง อะภปิ ชู ะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธมั มัง อะภิปชู ะยามิ
๑๘ อิมินา สกั กาเรนะ ตัง สงั ฆงั อะภปิ ูชะยามิ
๔. พึงกลาวนอบนอมแดพ ระรัตนตรยั วา
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพทุ ธสั สะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสมั พทุ ธัสสะ
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพุทธัสสะ
๕. พึงกลา วคำมอบตัววา
อิมาหงั ภนั เต ภะคะวา อัตตะภาวัง
ภะคะวะโต ปะริจจะชามิ
ขา แตพ ระผมู พี ระภาคเจา ผูเจรญิ ขา พระองคขอมอบ
อัตภาพรา งกายน้ี แดพระผูมีพระภาคเจา เพอ่ื ความเจริญพระ
วิปสสนากรรมฐาน
๖. พึงกลา วคำมอบตวั ใหพ ระอาจารย
อิมาหัง ภนั เต อาจะรยิ า อตั ตะภาวงั
อาจะรยิ ัสสะ ปะริจจะชามิ
ขาแตพระอาจารยผเู จรญิ ขาพระองคข อมอบ
อัตภาพรางกายนี้ ใหแ กพระอาจารย เพื่อใหพระอาจารยแ นะนำ
ตักเตือน ส่ังสอนขา พเจาใหพน จากอาสวะ เครื่องดองในสนั ดาน
๑๙
นพิ พานสั สะ เม ภันเต สัจฉิกะระณัตถายะ
กมั มัฎฐานงั เทหิ
ขาแตพระอาจารยผเู จริญ ขอพระอาจารยโปรดให
กรรมฐาน เพ่ือกระทำใหแ จง เปน อปุ นสิ ัยปจ จัยใหถ ึงซึ่งพระ
นิพพาน ณ กาลบัดเดยี๋ วนเี้ ถิด
๗. พงึ กลา วคำสมาทานกรรมฐานวา
อะหงั วิปส สะนากัมมฎั ฐานัง สะมาทยิ ามิ
อะหงั วิปส สะนากัมมัฎฐานงั สะมาทยิ ามิ
อะหงั วิปสสะนากมั มฎั ฐานงั สะมาทิยามิ
สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ นพิ พานะ
สจั ฉกิ ะระณัตถายะ ฯ
ขา พเจาขอสมาทานวิปส สนากรรมฐาน แมใ นคร้ังท่ี ๒
แมใ นครง้ั ที่ ๓ ขา พเจาขอสมาทานวิปสสนากรรมฐาน เพ่ือกระ-
ทำพระนิพพานใหแ จง อันเปนที่สนิ้ ไปแหงกองทุกขทง้ั ปวงเทอญ
สาธุ สาธุ สาธุ ขา พเจา ขออาราธนาคุณพระพุทธเจา
คุณพระธรรมเจา คุณพระสังฆเจา คณุ บิดามารดา คุณครู
๒๐อปุ ชฌายอาจารย คณุ ทานบารมี คุณศีลบารมี คณุ ภาวนาบารมี
และบารมีทงั้ หลายทีข่ า พเจา ไดสั่งสมอบรมมา ตง้ั แตอ ดตี ชาติจน
ถึงปจจบุ นั ชาติ ขอกุศลเหลานี้ จงมาเปนพลวปจ จยั เปน อุปนสิ ัย
ตามสง ใหขาพเจา ปฏบิ ัตธิ รรมวปิ สสนากรรมฐานใหไ ดสำเรจ็ ให
ไดบ รรลุมรรคผลนิพพานสมความปรารถนาทุกประการเทอญ ฯ
๘. พึงกลา วคำแผเ มตตาใหตนเองวา
อะหงั สุขโิ ต โหมิ
ขอใหข า พเจา มคี วามสขุ กายสขุ ใจ
อะหัง นทิ ทุกโข โหมิ
ขอใหขาพเจาปราศจากความทกุ ขกายทกุ ขใ จ
อะหงั อะเวโร โหมิ
ขอใหขา พเจา อยา ไดม เี วรภยั กบั ผใู ด
อะหัง อพั ๎ยาปชโฌ โหมิ
ขอใหข าพเจาอยา ไดมคี วามทุกขก ายทกุ ขใจ
สุขี อตั ตานัง ปะรหิ ะรามิ
ขอใหข าพเจามีความสุขกายสุขใจ
รักษาตนใหพ น จากทุกขภ ัยทัง้ สนิ้ เถดิ
๒๑
๙. พึงกลา วคำแผเมตตาใหผอู ่ืนวา
สัพเพ สตั ตา
สตั วท้ังหลายทเ่ี ปน เพือ่ นทุกข
เกดิ แกเ จบ็ ตาย ดว ยกนั ท้งั หมดทัง้ ส้ิน
อะเวรา โหนตุ
จงเปน สขุ เปนสุขเถิด
อยาไดมเี วรแกกันและกันเลย
อพั ๎ยาปช ฌา โหนตุ
จงเปนสขุ เปนสขุ เถดิ
อยาไดเบียดเบยี นซึง่ กันและกันเลย
อะหัง อพั ย๎ าปช โฌ โหมิ
จงเปนสขุ เปน สุขเถิด
อยาไดม ีความทกุ ขก ายทุกขใจเลย
สขุ ี อัตตานัง ปะรหิ ะรันตุ
จงมคี วามสุขกายสุขใจ
รักษาตนใหพนจากทุกขภัยทงั้ สน้ิ เถิด
๒๒
การเดนิ จงกลม
ใหล ุกข้ึนยนื ตรง เทาเสมอกนั หา งกันเล็กนอ ย เอาสตมิ าทำ
ความรสู กึ ทีต่ วั ยืน แลว กำหนดในใจวา
“ยืนหนอ...ยืนหนอ...ยนื หนอ...”
เมื่อคิดอยากจะเดินไปขางหนาใหกำหนดในใจวา
“อยากเดินหนอ...อยากเดินหนอ...อยากเดินหนอ...”
แลว กำหนดวา “ขวายางหนอ”
(พอใจสงั่ วา ขวา เทา ขวาเตรยี มตัว พอบอกวา ยาง กย็ า งเทาขวาไป
ขา งหนา ไมเ ดนิ ชา งเทา หรอื ไมเกนิ ครงึ่ ฟุต พอเทา เหยียบถึงพ้ืนก็
วาหนอ ส้นิ คำวาหนอกเ็ หยียบใหเ ตม็ เทา )
ซายยางก็ใหท ำเชนเดยี วกนั พยายามทำใหช าๆ
ขอ สำคญั ใจท่ีสง่ั ยา งกับเทา ทย่ี า งตอ งไปพรอ มกัน คือ ใหท ันกนั
ถา ไมทันกนั สมาธกิ ไ็ มเ กิด เดินเร่ือยไปจนถงึ ที่สุดทางเดิน
ตามที่กำหนดไวก อ นถงึ จดุ สนิ้ สดุ หนงึ่ กาว ใหกำหนดในใจวา
กาวสุดทายก็ใหน ำเทาทีอ่ ยูขางหลงั กาวมาเสมอกบั เทา หนา หาง
กนั เลก็ นอ ย แลวกำหนดในใจวา ๒๓
“ยนื หนอ...ยืนหนอ...ยืนหนอ...”
จากน้นั จะมกี ารกลบั ตัวเพอื่ เดนิ ยอนกลับไปอีกคร้ัง หรือเดินไป
และเดนิ กลบั หลายครัง้ ตามกาลเวลาและระยะที่กำหนดไว แลว
กำหนดในใจวา
“อยากกลับหนอ...อยากกลับหนอ...อยากกลบั หนอ...”
การกำหนดรูการกลับตัวใหก ำหนด ๓ คู ๖ คร้งั โดยจะเริ่มกลับ
ตัวทางดา นขวา ในขณะกำหนดวา กลับ ก็ใหยกเทาขนึ้ ใหพน พนื้
เล็กนอย เคล่อื นปลายเทาไปทางดา นขวาประมาณ ๖๐ องศา
เมื่อกำหนดวา หนอ ใหว างเทาแนบกบั พ้ืน พรอมกบั การกำหนด
หนอส้ินสดุ ลง จากนน้ั ใหย กเทาซายกลับตามมา เชนเดียวกบั เทา
ขวา ทำอยา งนจ้ี นครบ ๓ คูหรือ ๖ ครัง้ เรากห็ นั กลับมายงั ทิศ
ทางเดมิ จากนน้ั ใหก ำหนดวา
“ยนื หนอ...ยนื หนอ...ยืนหนอ...” และ
“อยากเดนิ หนอ...อยากเดินหนอ...อยากเดนิ หนอ...”
จากนั้นกใ็ หเดนิ ตอไปจนครบเวลาท่ีกำหนด หรือ จะนบั เปน
เที่ยวกไ็ ด
๒๔
การน่ังสมาธิ
กอนนัง่ สมาธิ ควรต้ังใจและทำสมาธใิ หพ รอ ม นำเทาขวาทับ
เทาซายขัดสมาธิ นำมือขวาทบั มอื ซา ย ใหหัวแมมอื จรดกนั ยดื ตัว
ใหต รงเอาสติมาไวท่ีทอง (ถาบุคคลใดนั่งขดั สมาธไิ มไ ด ก็ใหนัง่ พับ
เพียบ ถานั่งพบั เพียบไมไ ด กใ็ หนัง่ หอ ยเทาบนเกาอ้ีหรือโซฟา) เมอ่ื
เอาสติมาไวท ่ีทอ ง กจ็ ะมีอาการเคลือ่ นไหวของหนาทอ ง เมือ่ ทอ ง
พองก็รู เมื่อทอ งยบุ ก็รู ตามอาการที่เกิดขน้ึ นนั้ คอื เมอ่ื สตริ วู า ทอ ง
พองกใ็ หกำหนดในใจวา พองหนอ พอทองเรม่ิ ยุบกใ็ หก ำหนดวา
ยบุ หนอ (ถา ทองยังไมพ อง อยา เพิง่ กำหนดวา พอง และเมอื่ พอง
แลว ถา ยงั ไมส ุดก็อยา เพ่งิ กำหนดวาหนอยบุ ก็เชน เดยี วกนั )
กำหนดอยา งนเ้ี รื่อยไป จนกวาจะครบตามเวลาทีก่ ำหนดไว
การกำหนดวิปสสนากรรมฐาน กค็ อื การกำหนดรูป-นามนนั่
เอง รูป ๒๘ คอื รางกายเราเรียกวา รูปจิต ๘๙ สว นเจตสิก ๕๒ น้ี
เปนนาม ฉะนั้น เม่อื รูปเกิดเราก็กำหนดรปู เมอื่ นามเกดิ เราก็กำหนด
นาม ในขณะท่กี ำหนดพองหนอยบุ หนออยนู น้ั ถา เกิดเวทนาขนึ้ มา
๒๕เชน เจ็บ-ปวด-คนั ขึ้นมาที่ใดท่หี น่งึ กใ็ หหยดุ กำหนดพองยบุ เอาไว
แลวหนั มากำหนดตรงท่ีปวดหรือเจบ็ นน้ั วา ปวดหนอๆหรอื เจ็บ
หนอๆ เรื่อยไปจนกวา จะหายปวดหรอื เจ็บ แตต องเปนความเจบ็
ปวดท่ชี ัด มิใชว า ปวดนิดหนอ ย กท็ ้งิ พองยบุ เสีย หมายความวา
ใจจับอารมณใ ดมากกก็ ำหนดอารมณน ั้น บางทเี รากำหนดพอง
หนอยุบหนออยู เกดิ ความคดิ ข้ึนมา บางทีก็คดิ ถึงเรอื่ งอดตี บาง
ครั้งกเ็ ปน เรือ่ งบาป บางครัง้ ก็เปนเรอื่ งบญุ บางครั้งกค็ ดิ ถึงเรอ่ื ง
อนาคต เมอ่ื เกดิ ความคิดขนึ้ มาเราตอ งกำหนดวา คิดหนอๆ จน
กวาความคิดจะหายไป พอหายไป ก็กลับมากำหนดพองยุบใหม
เอาพองยบุ เปนหลงั พอมอี ารมณอนื่ เกดิ ขน้ึ กใ็ หทง้ิ กำหนดหลกั
ไป กำหนดอารมณน้ันๆ ในขณะทตี่ ง้ั ใจกำหนดพองหนอยบุ หนอ
เมื่อทำไปหลายๆครง้ั แลว ใหล องถามตัวเองวา พองหนอกับยบุ
หนอมันอนั เดียวกนั หรอื คนละอัน เอาความรสู ึกทีเ่ กิดข้นึ มาใน
จิตใจ อยา ตอบตามสญั ญาทีจ่ ำมา ใชไ มไ ด ถา ใจบอกวาคนละอัน
และเวลาทีเ่ รากำหนดพองนน้ั เราเอาใจไปคอยกำหนดใจที่รูว า
ทอ งพองกับทองทพ่ี องนั้นเปน อนั เดยี วกัน หรอื คนละอันถา
ความรสู กึ บอกวาคนละอนั ใหถามอกี วา ใจทีร่ ูสกึ วา ทอ งพอง
๒๖กบั ใจทรี่ วู า ทอ งยบุ น้ัน เปน อนั เดียวกัน หรอื คนละอัน
บทสวดมนต
ทำวัตรเชา
วัดสิงห อ.สามโคก จ.ปทมุ ธานี
๒๗
คำบชู าพระรตั นตรยั
โย โส ภะคะวา อะระหัง สมั มาสัมพุทโธ,
พระผมู ีพระภาคเจา น้ัน พระองคใ ด, เปน พระอรหันต, ตรัสรู
ดวยพระองคเ องโดยชอบแลว,
สว๎ ากขาโต เยนะ ภะคะวา ธัมโม,
พระธรรมที่พระผูมีพระภาคเจา องคใด, ตรัสไวด แี ลว,
สปุ ะฏิปนโน ยสั สะ ภะคะวา สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา พระองคใด, ปฎบิ ตั ดิ แี ลว
ตมั มะยัง ภะคะวนั ตงั สะธมั มัง สะสงั ฆงั , อิเมหิ
สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปเ ตหิ อะภปิ ชู ะยามะ,
ขา พเจาท้ังหลาย, ขอบชู าโดยยง่ิ , ซงึ่ พระผูมีพระภาคเจาพระองค
น้ัน, พรอ มทง้ั พระธรรม, พรอ มท้งั พระสงฆ, ดวยเครื่องสักการะ
เหลา น,้ี ทข่ี า พเจา ทง้ั หลาย, ยกประดิษฐานไวต ามสมควร,
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สจุ ิระปะรนิ พิ พุโตป,
ขา แตพ ระผูมพี ระภาคเจาผูเจริญ, ดังขาพเจา ทง้ั หลาย, ขอประ
๒๘ทานวโรกาส, ขอพระผมู พี ระภาคเจา , แมปรนิ ิพพานนานแลว,
ปจฉมิ าชะนะตานุกัมปะมานะสา,
ทรงมีพระหฤทัยอนเุ คราะหแกประชาชนท่เี กิดมาภายหลงั ,
อเิ ม สักกาเร ทุคคะตะปณ ณาการะภูเต
ปะฏิคคัณหาตุ,
โปรดทรงรบั เครอ่ื งสกั การะเหลานี,้ อนั เปนบรรณาการของ
คนยาก,
อมั หากงั ทีฆะรัตตงั หิตายะ สขุ ายะ ฯ
เพ่ือประโย ชนและความสุขแกข า พเจา ท้ังหลาย, ตลอด
กาลนานเทอญ
๒๙
คำนมสั การพระรตั นตรัย
อะระหงั สมั มาสมั พทุ โธ ภะวะวา,
พระผูมพี ระภาคเจา, เปนพระอรหันต, ดับเพลงิ กิเลสเพลิง
ทกุ ขส นิ้ เชิง, ตรสั รชู อบไดด วยพระองคเ อง,
พทุ ธงั ภะคะวันตงั อะภวิ าเทมิ,
ขา พเจา อภิวาทพระผมู พี ระภาคเจา , ผรู ู ผูต น่ื ผเู บกิ บาน
(กราบ)
ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม,
พระธรรมเปน ธรรมท่ีพระผมู พี ระภาคเจา , ตรสั ไวด ีแลว
ธัมมัง นะมัสสามิ,
ขาพเจานมสั การพระธรรม, (กราบ)
สุปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆส าวกของพระผมู ีพระภาคเจา , ปฏบิ ตั ดิ แี ลว
สงั ฆัง นะมาม,ิ
ขา พเจานอบนอ มพระสงฆ, (กราบ)
๓๐
คำกลาวนบนอ มพระผูมพี ระภาคเจา
(หนั ทะ มะยัง พทุ ธสั สะ ภะคะวะโต
ปพุ พะภาคะนะมะการงั กะโรมะ เส ฯ)
นะโม ตัสสะ ภะคะวันโต,
ขอนอบนอมแดพ ระผมู พี ระภาคเจา พระองคน ้นั ,
อะระหะโต, ซงึ่ เปนผูไกลจากกิเลส,
สมั มาสัมพุทธัสสะ, ตรสั รูช อบไดโ ดยพระองคเอง,
(วา ๓ กราบ)
๓๑
พุทธาภิถุติ
(หันทะ มะยงั พทุ ธาภิถตุ ิง กะโรมะ เส ฯ)
โย โส ตะถาคะโต, พระตถาคตเจา น้ันพระองคใ ด
อะระหงั ,
เปนผไู กลจากกิเลส,
สมั มาสัมพุทโธ,
เปนผตู รสั รูชอบไดโ ดยพระองคเ อง,
วชิ ชาจะระณะสมั ปน โน,
เปน ผถู ึงพรอ มดว ยวชิ ชาและจรณะ,
สคุ ะโต, เปนผเู สดจ็ ไปดวยด,ี
โลกะวิท,ู เปน ผูรโู ลกอยา งแจมแจง ,
อะนุตโร ปรุ สิ ะทัมมะสารถิ,
เปนผูสามารถฝก บรุ ษุ ทสี่ มควรฝก ไดอยางไมมใี ครยง่ิ กวา ,
สตั ถาเทวะมะนสุ สานงั ,
เปนครูผสู อนของเทวดาและมนุษยทั้งหลาย,
พุทโธ, เปนผูรู ผูต่นื ผเู บกิ บานดว ยธรรม,
๓๒ ภะคะวา, เปนผมู คี วามจำเรญิ จำแนกธรรมส่ังสอนสัตว,
โย อมิ งั โลกัง สะเทวะกงั สะมาระกงั
สะพ๎รัห๎มะกงั , สสั สะมะณะ พ๎ราหม๎ ะณิง ปะชัง
สะเทวมะนุสสัง สะยงั อะภญิ ญา สจั ฉิกตั ว๎ า
ปะเวเทส,ิ
พระผูมพี ระภาคเจา พระองคใ ด, ไดท รงทำความดบั ทุกข ให
แจงดวย พระปญ ญาอันยงิ่ เองแลว , ทรงสงั่ สอนสัตวโ ลกน้,ี
พรอ มทงั้ เทวดา มาร พรหม และหมูสัตว, พรอมทั้งสมณะ
พราหมณ, พรอมทั้งเทวดาและมนษุ ยใหรูตาม,
โย ธัมมงั เทเสสิ,
พระผูมีพระภาคเจา พระองคใ ด, ทรงแสดงธรรมแลว
อาทกิ ัล๎ยานงั , ไพเราะในเบ้ืองตน,
มัชเฌกัลย๎ านงั , ไพเราะในทา มกลาง,
ปะรโิ ยสานะกัล๎ยานงั , ไพเราะในทีส่ ดุ ,
สาตถัง สะพย๎ ญั ชะนงั เกวะละปะริปุณณงั
ปะริสุทธงั พร๎ ัห๎มะจะริยงั ปะกาเสสิ,
ทรงประกาศพรหมจรรย, อันบรสิ ุทธบิ์ รบิ ูรณสิน้ เชงิ , พรอ มท้งั
อรรถะ พรอมท้งั พยญั ชนะ ๓๓
ตะมะหงั ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,
ขาพเจา บูชาอยา งยงิ่ , ซึ่งพระผูมพี ระภาคเจา พระองคนนั้ ,
ตะมะหงั ภะคะวนั ตัง สริ ะสา นะมามิ,
ขา พเจานอบนอ มพระผูมพี ระภาคเจา พระองคน ้ัน,
ดว ยเศียรเกลา ,
(กราบ)
๓๔
ธมั มาภิถุติ
(หันทะ มะยัง ธมั มาภิถุตงิ กะโรมะ เส ฯ)
โย โส ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม,
พระธรรมนนั้ ใด, เปนธรรมทีพ่ ระผูมพี ระภาคเจา ,
ไดตรสั ไวด แี ลว
สนั ทิฏฐิโก,
เปน ธรรมท่ีผูศ กึ ษาและปฏบิ ัติพงึ เห็นไดด วยตนเอง,
อะกาลิโก,
เปนธรรมที่ปฏิบตั ไิ ด และใหผ ลไดไมจำกดั กาล,
เอหปิ สสิโก,
เปน ธรรมทค่ี วรกลา วกะผูอ่นื วา , ทา นจงมาดเู ถิด,
โอปะนะยิโก,
เปนธรรมท่คี วรนอ มเขามาใสต วั ,
ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหิ,
เปน ธรรมที่ผูรูพึงรไู ดเฉพาะตน,
๓๕
ตะมะหงั ธัมมงั อะภิปชู ะยามิ,
ขาพเจา ขอบูชาโดยยิ่ง, ซงึ่ พระธรรมนั้น,
ตะมะหงั ธัมมัง สิระสา นะมามิ,
ขา พเจา ขอนอบนอ มพระธรรมน้นั , ดวยเศยี รเกลา
(กราบ)
๓๖
สงั ฆาภิถุติ
(หันทะ มะยัง สงั ฆาภถิ ุตงิ กะโรมะ เส ฯ)
โย โส สุปะฏิปนโน ภะคะวา สาวะกะสงั โฆ,
พระสงฆส าวกของพระผมู พี ระภาคเจา หมูใด, ปฏบิ ัติดแี ลว,
อุชปุ ะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆสาวกของพระผูม ีพระภาคเจาหมูใด, ปฏิบัตติ รงแลว,
ญายะปะฏปิ นโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ,
พระสงฆสาวกของพระผมู ีพระภาคเจา หมใู ด, ปฏิบัตเิ พือ่ รูธ รรม
เปนเครื่องออกจากทุกขแ ลว ,
สามีจปิ ะฏปิ นโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆสาวกของพระผมู พี ระภาคเจาหมใู ด, ปฏิบตั ิสมควรแลว,
ยะททิ ัง, ไดแ กบุคคลเหลานี้คอื ,
จตั ตาริ ปรุ ิสะยคุ านิ อฏั ฐะปรุ ิสะปคุ คะลา,
คแู หงบุรษุ ๔ คู, นบั เรียงตวั บรุ ษุ ได ๘ บรุ ุษ,
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
๓๗นนั่ แหละพระสงฆส าวกของพระผมู พี ระภาคเจา ,
อาหเุ นยโย, เปน ผูควรแกส กั การะท่ีเขานำมาบูชา,
ปาหเุ นยโย, เปนผคู วรแกสักการะที่เขาจดั ไวต อ นรบั ,
ทักขิเณยโย, เปนผคู วรรับทกั ษณิ าทาน,
อญั ชะลกี ะระณีโย, เปนผูค วรทำอญั ชลี,
อะนุตตะรงั ปุญญกั เขตตงั โลกสั สะ,
เปน เน้อื นาบุญของโลก, ไมมีนาบญุ อื่นย่ิงกวา ,
ตะมะหงั สังฆงั อะภิปูชะยามิ,
ขา พเจาบชู าโดยย่ิง, ซ่ึงพระสงฆหมูน้ัน,
ตะมะหงั สังฆัง สริ ะสา นะมามิ,
ขา พเจา นอบนอ มพระสงฆห มนู น้ั , ดวยเศยี รเกลา ,
(กราบ)
๓๘
ระตะนัตตะยปั ปะณามะคาถา
(หันทะ มะยงั ระตะนตั ตะยปั ปะณามะคาถาโย
เจวะ สังเวคะ ปะริกติ ตะนะ ปาฐญั จะ ภะณามะ เส ฯ)
พุทโธ สสุ ทุ โธ กะรุณามะหัณณะโว,
พระพุทธเจาผบู รสิ ทุ ธิ์ดว ยด,ี มีพระกรณุ าดจุ หวงมหรรณพ,
โยจจนั ตะสุทธพั พะระญาณะโลจะโน,
พระองคใ ดมตี า คอื พระญาณอันประเสริฐหมดจด โดยสวนเดยี ว,
โลกสั สะ ปาปูปะกเิ ลสะฆาตะโก,
เปนผูฆาเสยี ซึ่งบาปและอปุ กเิ ลสของโลก,
วนั ทามิ พทุ ธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,
ขาพเจาไหวพระพทุ ธเจาพระองคน้นั , ดวยความเคารพ,
ธมั โม ปะทโี ป วยิ ะ ตัสสะ สัตถโุ น,
พระธรรมของพระศาสดาพระองคน นั้ , เปรยี บเหมือนดวงประทปี
โย มคั คะปากามะตะเภทะภินนะโก,
จำแนกประเภท คอื มรรค ผล นิพพาน สว นใด,
๓๙
โลกตุ ตะโร โย จะ ตะทตั ถะทีปะ โน,
ซึ่งเปนโลกตุ ตระ, และสวนใดท่ชี แี้ นวแหงโลกุตตระน้ัน,
วนั ทามิ ธมั มงั อะหะมาทะเรนะ ตงั ,
ขา พเจา ไหวพระธรรมนน้ั , ดว ยความเคารพ,
สงั โฆ สเุ ขตตาภย๎ ะตเิ ขตตะสญั ญิโต,
พระสงฆท่ีรูกันวา เปน นาบุญอนั ย่ิงใหญก วานาบญุ อนั ดี,
โย ทฏิ ฐะสันโต สุคะตานโุ พธะโก,
เปน ผูเ ห็นพระนิพพาน, ตรัสรูต ามพระสุคตหมูใด,
โลลัปปะหโี น อะรโิ ย สุเมธโส,
เปน ผูละกเิ ลิสเครือ่ งโลเล, เปนอริยเจา มีปญ ญาด,ี
วันทามิ สงั ฆงั อะหะมาทะเรนะ ตัง,
ขาพเจาไหวพ ระสงฆหมนู ั้น, ดว ยความเคารพ,
อจิ เจวะเมกันตะภปิ ูชะเนยยะกงั , วตั ถตุ ตะยงั
วันทะยะตาภิสงั ขะตงั , ปญุ ญงั มะยา ยัง มะมะ
สพั พปุ ททะวา, มาโหนตุ เว ตสั สะ ปะภาวะ
สิทธยิ าฯ
๔๐บญุ ใดท่ขี า พเจาผไู หวอ ย,ู ซึง่ พระรตั นตรยั อันควรบชู ายงิ่ โดย
สวนเดยี ว, ไดกระทำย่ิงแลว เปนอยา งน้,ี ขออุปท วะท้ังหลาย,
จงอยา มแี กขาพเจา , ดวยความสำเรจ็ อันเกิดจากบุญนั้น,
อธิ ะ ตะถาคะโต โลเก อุปปน โน,
พระตถาคตเจา ทรงเกดิ ข้ึนแลว ในโลกนี้,
อะระหงั สัมมาสัมพุทโธ,
เปน ผูไ กลจากกเิ ลส, ตรสั รชู อบไดดว ยพระองคเ อง,
ธมั โม จะ เทสโิ ต นิยยานิโก,
และพระธรรมท่แี สดง, เปน ธรรมเครือ่ งออกจากทุกข,
อุปะสะมโิ ก ปะรนิ ิพพานิโก,
เปนเครอื่ งสงบกิเลส, เปนไปเพอ่ื ปรินพิ พาน,
สัมโพธะคามี สคุ ะตัปปะเวทโิ ต,
เปนไปเพื่อความรพู รอ ม, เปนธรรมทพี่ ระสคุ ตประกาศแลว ,
มะยนั ตัง ธมั มงั สุตว๎ า เอวัง ชานามะ,
พวกเราฟงธรรมนนั้ แลว , จงึ ไดรอู ยางนว้ี า ,
ชาติป ทุกขา, แมค วามเกิดกเ็ ปนทุกข,
ชะราป ทกุ ขา, แมความแกก เ็ ปนทุกข,
๔๑มะระฌัมป ทกุ ขงั , แมความตายก็เปน ทุกข,
โสกะปะริเทวะทกุ ขะโทมะนัสสปุ ายาสาป ทุกขา,
แมความโศกเศราความร่ำไรรำพนั ,ความไมส บายกาย ความไม
สบายใจ ความคบั แคน ใจกเ็ ปนทุกข,
วันทามิ ธมั มงั อะหะมาทะเรนะ ตัง,
ขา พเจาไหวพระธรรมน้ัน, ดวยความเคารพ,
อปั ปเยหิ สมั ปะโยโค ทกุ โข,
ความประสบกับส่งิ ไมเปน ท่ีรกั ท่พี อใจก็เปนทกุ ข,
ปเยหิ วปิ ปะโยโค ทุกโข,
ความพลดั พรากจากสง่ิ เปน ทร่ี ักทพ่ี อใจ กเ็ ปน ทุกข,
ยมั ปจ ฉัง นะ ละภะติ ตัมป ทุกขงั
ปรารถนาส่ิงใดไมไ ดส งิ่ น้ันก็เปนทุกข,
สงั ขติ เตนะ ปญจปุ าทานักขันธา ทุกขา,
วาโดยยอ อปุ าทานขน้ั ธทั้ง ๕ เปน ตวั ทกุ ข,
เสยยะถีทัง , ไดแ กส ง่ิ เหลานีค้ อื ,
รูปูปาทานกั ขันโธ,
ขันธอ ันเปนท่ีตง้ั แหงความยดึ มั่นคอื รปู ,
๔๒
เวทะนูปาทานักขนั โธ,
ขันธอ ันเปนทีต่ ั้งแหงความยดึ มน่ั คือ เวทนา,
สญั ูปาทานกั ขันโธ,
ขนั ธอ ันเปน ท่ีตงั้ แหงความยึดม่นั คือ สัญญา,
สังขารปู าทานักขนั โธ,
ขันธอ ันเปน ที่ต้ังแหง ความยึดม่ันคือ สงั ขาร,
วญิ ญาณูปาทานักขนั โธ,
ขันธอนั เปน ทีต่ ้งั แหง ความยึดมน่ั คอื วิญญาณ,
เยสัง ปะริญญายะ,
เพอ่ื ใหสาวกกำหนดรอบรูอุปาทานขนั ธเ หลา ใด,
ธะระมาโน โส ภะคะวา,
พระผมู พี ระภาคเจา พระองคน้ัน, เมอ่ื ยังทรงพระชนมอยู,
เอวงั พะหลุ ัง สาวะเก วเิ นต,ิ
จงึ ทรงแนะนำสาวกทั้งหลาย, อยางนเี้ ปน สว นมาก,
เอวัง ภาคา จะ ปะนสั สะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ
อะนุสาสะนี พะหลุ า ปะวัตตะติ,
๔๓อนง่ึ คำสงั่ สอนของพระผูมีพระภาคเจา พระองคน้นั , ยอมเปน
ไปในสาวกทง้ั หลายสวนมาก, มีสว นคอื การจำแนกอยางนี้วา ,
รูปง อะนิจจงั , รูปไมเ ท่ยี ง,
เวทะนา อะนิจจา, เวทนาไมเที่ยง,
สัญญา อะนิจจา, สญั ญาไมเทย่ี ง,
สังขารา อะนจิ จา, สังขารไมเทีย่ ง,
วิญญาณัง อะนิจจัง, วญิ ญาณไมเ ท่ียง,
รปู ง อะนัตตา,
รปู ไมใชต ัวตน,
เวทะนา อะนตั ตา, เวทนาไมใ ชต ัวตน,
สญั ญา อะนัตตา, สัญญาไมใชต วั ตน,
สงั ขารา อะนตั ตา, สังขารไมใชต วั ตน,
วญิ ญาณงั อะนัตตา, วญิ ญาณไมใชต วั ตน,
สัพเพ สงั ขารา อนจิ จา,
สงั ขารท้งั หลายท้ังปวงไมเ ที่ยง,
สพั เพ ธัมมา อะนัตตาติ,
ธรรมทงั้ หลายท้งั ปวงไมใ ชตัวตนดังน,ี้
เต (ผูหญิงวา ตา) มะยงั โอติณณามะหะ
๔๔เราทงั้ หลายเหลา นน้ั , เปน ผถู ูกครอบงำแลว
ชาติยา, โดยความเกดิ ,
ชะรามะระเณนะ, โดยความแกแ ละความตาย,
โสเกหิ ปะรดิ ทดวหิ ทุกเขหิ โทมะนสั เสหิ
อุปายาเสห,ิ
โดยความเศราโศก ความร่ำไรรำพนั , ความไมสบายกาย
ความไมส บายใจ, ความคบั แคน ใจทัง้ หลาย,
ทุกโขติณณา,
เปนผูถูกหย่ังลงสคู วามทกุ ขแลว ,
ทกุ ขะปะเรตา,
เปน ผูมคี วามทุกขเปน เบอ้ื งหนาแลว,
อปั เปวะนามิมสั สะ เกวะลสั สะ ทุกขกั ขนั ธัสสะ
อันตะกริ ิยา ปญ ญาเยถาต,ิ
ไฉนหนอ, การทำทสี่ ุดแหงกองทกุ ขทงั้ สิ้นน,ี้ จะพึงปรากฏ
ชดั แกเราทงั้ หลาย,
๔๕
สำหรับพระภิกษ-ุ สามเณร
จิระปะรนิ ิพพตุ มั ป ตัง ภะคะวันตัง อทุ ทิสสะ
อะระหนั ตัง สัมมาสัมพุทธงั ,
เราทง้ั หลาย อุทิศเฉพาะพระผูมพี ระภาคเจา, ผูไกลจาก
กิเลส ตรสั รชู อบไดโ ดยพระองคเ อง, แมป รนิ พิ พานนาน
แลว พระองคนั้น
สัทธา อะคารัส๎มา อะนะคารยิ ัง ปพ พะชติ า,
เปน ผมู ีศรทั ธาออกบวชจากเรือน, ไมเ กี่ยวของดว ยเรือนแลว ,
ตสั ๎มิง ภะคะวะติ พ๎รห๎มะจะริยัง จะรามะ,
ประพฤตอิ ยูซึ่งพรหมจรรย, ในพระผูมพี ระภาคเจาพระองคน น้ั ,
(สามเณรหยุดสวดตรงทีข่ ดี เสนใต)
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,
ขา พเจาไหวพระพุทธเจาพระองคน้ัน, ดวยความเคารพ,
ภิกขนู ัง สิกขาสาชวี ะสะมาปนนา,
ถึงพรอ มดวยสกิ ขาและธรรมเปนเครือ่ งเลี้ยงชวี ติ ของภิกษทุ ัง้ หลาย
๔๖